สมาชิก

หวานใจกับนายจอมหยิ่ง

ตอนที่ 8

ถูกเชฟเต่าใช้งานหัวไม่วางหางไม่เว้น ยุทธชักจะเบื่อ และอาจถึงกับถอดใจกลับไปเป็นดอร์แมนอย่างเดิม ถ้าไม่มีสาวสวยๆในครัวให้ได้ชื่นใจ...แล้วบ่ายวันนี้เองยุทธก็สบโอกาส เมื่อเห็นแก้วใสทำงานอยู่คนเดียว ยุทธเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะและตื๊ออย่างหนักเพื่อจะลวนลามแก้วใสให้ได้ แต่โชคไม่เป็นของยุทธ เชฟเต่าโผล่เข้ามาขัดจังหวะเสียได้ ยุทธเลยถูกเชฟเต่าบ่นไปอีกกระบุงที่งานไม่คืบหน้า

รอดมาได้แก้วใสโล่งใจ แต่ครู่เดียวก็มีอันต้องรีบกลับบ้าน เพราะป้าเขียดโทร.มาบอกว่ายายของเธอกำลังอาละวาดขู่จะเผาบ้านถ้าไม่ได้กินหมี่กรอบสูตรชาววัง...ขณะแก้วใสวิ่งกระหืดกระหอบออกจากโรงแรม ชัชวินตาไววิ่งตามประชิดเธอไป พอรู้ว่าเธอจะกลับบ้าน เขาท้วงทันทีว่าน้องจอมทำไมไม่เอารถไป แก้วใสชะงักกึก กลบเกลื่อนว่าที่ที่เธอจะไปหาที่จอดรถยาก ก็เลยไม่เอาไป

"งั้นก็ดีเลยครับ ให้พี่ไปส่งน้องจอมนะครับ"

"ไม่เป็นไร ฉันไปเองได้ คุณชัชไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ"

"ไม่ลำบากเลยครับ ให้พี่ไปส่งนะครับ"

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปเองได้จริงๆค่ะ" แก้วใสตัดบทจ้ำอ้าวออกไป แล้วเกือบจะถูกรถเฉี่ยวชน ถ้าชัชวินตามมาดึงตัวไว้ไม่ทัน และด้วยเหตุนี้ชัชวินจึงไม่ยอมให้เธอกลับเองเด็ดขาด ห่วงว่าจะเป็นอันตรายอย่างเมื่อครู่นี้อีก...

ด้านจอมใจกับทศวินที่ยังอยู่ริมถนนชานเมือง แม้ จะซ่อมรถจอมใจไม่ได้ แต่โชคยังดีที่มีรถกระบะของสวนผักผ่านมาเจอ ทศวินนำรถจอมใจพ่วงกับรถกระบะฝากไปไว้ที่สวน และฝากจอมใจนั่งไปกับเขาด้วย ให้ช่วยไปส่งเธอที่สถานีขนส่งเพื่อเข้ากรุงเทพฯ

"เอ๊ะ แล้วเชฟไม่กลับไปด้วยกันเหรอคะ"

"ฉันต้องอยู่จัดการเรื่องออเดอร์ก่อน เธอบอกเองไม่ใช่ เหรอว่าเป็นลูกผู้ชายต้องรู้จักรับผิดชอบ...เอามาสิ"

รับออเดอร์มาจากจอมใจแล้วทศวินหันกลับไปที่มอเตอร์ ไซค์ของตัวเอง...เสียงรถกระบะออกตัวไปแล้ว ทศวินสตาร์ตรถเตรียมไปบ้าง แต่พอเงยหน้าขึ้นมากลับต้องผงะ เพราะจอมใจยืนอยู่ตรงหน้า

"เฮ้ย นี่เธอ...ทำไมเธอไม่ไปกับพี่เขา เขาเป็นคนของฟาร์มผักไว้ใจได้"

"ถ้าหากไม่ต้องมาซ่อมรถให้ฉัน คุณก็ไม่ต้องอยู่เย็นแบบนี้ใช่ไหมคะ"

"ช่างมันเถอะ ฉันเองก็มีส่วนผิด ที่ทำให้เธอต้องออกมาตะลอนๆ"

"งั้นเรามาช่วยกันดีกว่าค่ะ ฉันจะช่วยเชฟสั่งของอีกแรงนึง"

"ไม่ได้ จะสั่งได้ยังไง นี่มันเย็นแล้ว ผักที่ไหนก็กลับกันหมดแล้ว ฉันจะสั่งของพรุ่งนี้"

"พรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้สิคะ...เอ๊ะ...งั้นก็...หมายความว่า..."

"ฉันยังกลับกรุงเทพฯไม่ได้ ขี่มอเตอร์ไซค์กลางคืนมันก็อันตรายด้วย เข้าใจรึเปล่า"

"งั้น...ฉัน...ฉันก็ตกรถแล้วน่ะสิ" จอมใจหน้าถอดสี ทศวินถอนใจเฮือก จากนั้นเขาพยายามโทร.ไปที่สวนผัก แต่ไม่มีคนรับสายสักที จึงบอกจอมใจว่าสงสัยที่สวนจะปิดไปแล้ว จอมใจยิ่งจ๋อยหนัก

"แม่ยังไม่รู้เลยค่ะว่าฉันออกมาไกลขนาดนี้ แล้วถ้ากลับไปตอนดึกๆ"

"ตอนนี้ก็ยังไม่เย็นเท่าไหร่   ฉันจะช่วยเธอหารถเอง...ไป"

เขาจูงเธอขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ พลางปลอบว่าอย่าเพิ่งคิดมาก เราต้องหารถได้ แล้วเธอจะได้กลับบ้าน จอมใจรู้สึกถึงกระแสแห่งความห่วงใย จึงเกาะเอวเขาแน่นขึ้น...ขณะรถแล่นไป สองคนคอยมองหาบ้านคน และจอดแวะถามไถ่ เพื่อจะหารถไปส่งจอมใจ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีวี่แวว จอมใจเห็นเขาเหงื่อไหลไคลย้อยจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้อย่างนุ่มนวล ทศวินถึงชะงัก เพิ่งเห็นแง่มุมที่อ่อนโยนขนาดนี้ของจอมใจ แล้วเผลอมองเธอไม่วางตา ทำให้จอมใจออกอาการเขินเล็กน้อย

"เห็นเขาบอกว่าทางนั้นมีหมู่บ้าน อาจจะพอหารถได้" ว่าแล้วทศวินหันกลับไปสตาร์ตรถเดินทางต่อไป...

ทางด้านแก้วใสที่กลัวความจริงเปิดเผย จึงไม่ ต้องการให้ชัชวินไปส่งถึงบ้าน เธออุตส่าห์จะพาเขาเดินทางด้วยเรือ เพราะเคยอ่านนิตยสารเล่มหนึ่งที่เขาให้สัมภาษณ์จำได้ว่าเขาว่ายน้ำไม่เป็น  แต่กลายเป็นว่า เขาเกิดไม่กลัวขึ้นมาเสียอีก ยืนยันยังไงก็จะไปกับเธอด้วย

ที่ แท้ชัชวินกลัวแทบตาย แต่ต้องทำกล้าหาญโชว์ความเป็นชายชาตรีให้หญิงสาวเห็น...ถึงแม้จะกลัวเพียงใด แต่ขณะนั่งเรือไปด้วยกัน ชัชวินก็รู้สึกประทับใจในความน่ารักของแก้วใสที่เขาเข้าใจว่าเธอคือจอมใจ หลายหนที่เขาแอบมองเธอแล้วอดปากหวานประสาหนุ่มเจ้าชู้ไม่ได้ แก้วใสเองก็ปลื้มเขาอยู่เป็นทุน จึงยิ้มเขินเรี่ยราด แต่รอยยิ้มนั่นกลับยิ่งทำให้ ใจเขาแทบละลาย

ครั้นไปถึงจุดหมายที่ แก้วใสแวะซื้อของ ในจำนวนนี้มีส้มซ่าที่แก้วใสจะเอาไปทำหมี่กรอบให้ยาย พอชัชวินได้ยินเธอพูดถึงยายว่าทำอาหารเก่ง เขาจึงสรุปทันทีว่าที่แท้เธอก็เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

"แล้วนี่ซื้อ ไปให้คุณยายทำเหรอครับ"

"เปล่าหรอกค่ะ ยายไม่ได้ทำอาหารแล้ว พอดีที่บ้านบอกว่ายายไม่กินข้าว เวลาเป็นแบบนี้ทีไรถ้าทำหมี่กรอบให้ทาน จะหายเบื่ออาหารทันทีเลยค่ะ...ค่อนข้างยุ่งยากใช่ไหมคะ แค่หาของไปทำกับข้าวให้ยายต้องมาไกลขนาดนี้"

"ไม่...ไม่ลำบากเลยครับ น้องจอมคงจะรักคุณยายมากเลยนะครับ"

"ค่ะ ก็ฉันมีแค่คุณยายคน...เอ่อ คุณยายมีหลานคือฉันคนเดียว ท่านทำอะไรให้ฉันเยอะมาก ที่ฉันทำแค่นี้นับว่ายังน้อย"

"เพราะอย่างนี้เอง น้องจอมถึงกับต้องมาซื้อของด้วยตัวเอง แทนที่จะใช้คนรับใช้มาซื้อให้ แล้วที่นี่ก็อยู่ลึกมาก น่าทึ่งนะครับว่ายังมาถูกได้"

"ก็ฉันเป็นเชฟ ขนมหวานนี่คะ ต้องรู้แหล่งวัตถุดิบอยู่แล้ว แล้วก็...ถ้าให้คนอื่นมาให้ ก็อาจจะไม่ได้ของถูกใจเท่ากับมาเองใช่ไหมคะ"

"ครับ จริงครับ พี่น่ะสบายจนเคยตัว เลยเผลอเอานิสัยตัวเองไปคิดแทนน้องจอม น้องจอมเป็นคนตั้งใจจริงมากๆ ทำเอาพี่อายเลยนะครับเนี่ย"

"จะมืดแล้ว กลับกันดีกว่านะคะ" แก้วใสเดินนำไปลงเรือ ชัชวินถือลูกจันเหลืองอร่ามที่เก็บได้ใกล้ๆศาลาท่าน้ำก้าวตามเธอไป...ครั้น กลับไปถึงสยามธารา ซึ่งแก้วใสหลอกเขาว่ารถที่บ้านมารอรับอยู่ ชัชวินได้ฝากลูกจันให้เธอเอาไปให้ยาย แก้วใสดีใจและนึกไม่ถึงว่าเขาจะมีน้ำใจกับยายของเธอ แม้ว่ามันจะเป็นของเล็กๆน้อยๆก็ตาม...

ส่วนกุลยามนี้กำลังช่วยงาน อัศวินอยู่ที่ศูนย์ประชุม กุลทำหน้าที่ถนัดคือจัดดอกไม้    แต่สายตาคอยลอบมองอัศวิน ที่สั่งงานห่างออกไปอย่างกลัวๆ หลังฟังสะอาดแล้วเข้าใจผิดใหญ่หลวงว่าอัศวินดุและขี้โมโห พอใกล้จะเสร็จงาน อัศวินมาชวนกุลไปทานอาหารอิตาเลียนเป็นการตอบแทน แต่กลายเป็นว่ากุลปฏิเสธปากคอสั่น อ้างมีงานอื่นอีกสารพัด ไม่สามารถไปกับเขาได้จริงๆ ว่าแล้วกุลก็วิ่งแจ้นออกไปเลย ทิ้งอัศวินยืนงง  บ่นอุบว่าอุตส่าห์เอามาทำงานใกล้ๆ  นึกว่าจะได้ใกล้ชิดบ่อยๆ

กุลวิ่ง หนีอัศวินออกมาหน้าศูนย์ประชุม เจอหญิงสาวคนหนึ่งกำลังลงรถ กุลหยุดชะงักมองผ้าพันคอของเธอที่ปลิวหล่นลงพื้น แล้วไม่คาดคิดว่าเธอคนนั้นจะเรียกกุลมาเก็บผ้าพันคอด้วยเข้าใจว่ากุลคือ พนักงานของโรงแรม

กุลเหวอเล็กน้อยแต่ก็หยิบผ้าพันคอส่งให้เธอ    ทันใดเธอก็ยัดเงินใส่มือกุลก่อนเดินนวยนาดเข้าไปข้างใน    เป็นจังหวะที่อัศวินเดินออกมาพอดี...อัศวินมองอุไรริสาที่ส่งยิ้มหวานอย่าง ประหลาดใจ    ก่อนถามเธอว่ากลับจากฝรั่งเศสเมื่อไหร่

"เพิ่งกลับมา ได้วันสองวันนี่เองค่ะ พอดีผ่านมาแถวนี้ก็เลยนึกถึงคุณ"

อัศวินยิ้ม รับไมตรีของสาวสวยอย่างสุภาพ    ทันใดนั้นเองกุลเดินพรวดเข้ามา    กุลนำเงินที่อุไรริสาให้เป็นทิปมาคืน เพราะตนเป็นเด็กฝึกงาน ไม่ใช่พนักงานของที่นี่

"จะเป็นเด็กฝึกงานหรือพนักงานก็เหมือนกัน นั่นแหละ ไม่ต้องมาคืนฉันหรอก...วินคะ    ไม่ทราบว่าคุณทานมื้อเย็นรึยัง"

อัศวิน ไม่ทันจะตอบ กุลพูดเรื่องคืนเงินแทรกขึ้นมาอีก ซึ่งกุลยืนยันจะคืนให้ได้ ทำให้อุไรริสาอารมณ์เสียแว้ดใส่

"นี่เธอ   เงินแค่เล็กๆน้อยๆ   อย่าคิดมากไปเลย   ฉันทิปเด็กยกกระเป๋ายังมากกว่านี้     อย่างน้อยก็เอาไปเป็นค่าทำผม"

"ขอโทษนะคะ ถ้าอย่างนั้นฉันยิ่งรับไม่ได้ใหญ่ ถึงผมฉันจะไม่ได้เซตทรงมาดีเท่ากับคุณ แต่ฉันก็ตั้งใจทำ และทำด้วยตัวเอง    คุณก็ไม่ควรจะมาติผมฉันตามใจชอบอย่างนี้นะคะ"

อุไรริสาถึงกับอึ้งที่ เจอย้อน ขณะที่อัศวินแอบขำในฤทธิ์เดชแบบต๊องๆของกุล...พออุไรริสาอ้าปากจะว่าอะไรกุล อีก กุลจึงรีบตัดหน้า

"หยุด! คุณควรจะฟังคนอื่นเขาพูดบ้าง ว่าฉันรับเงินนี้ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ฉันคืนค่ะ" กุลวางเงินแล้วหันขวับไปทันที

"จะมากไปแล้วนะ หยิ่งมาจากไหนฮึเธอ เป็นแค่เด็กฝึกงานแค่นี้ ทำไมไม่รู้จักมีมารยาท"

กุลชะงักกึก หันกลับมาโต้ทันควัน "คุณก็ไม่มีมารยาทเหมือนกัน ใช้คนอื่นเก็บของให้แล้วก็ไม่ขอบคุณ...คุณรู้เรื่องมารยาทเมื่อไหร่ แล้วค่อยมาว่ากัน"

"นี่เธอ...เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉันเป็นแขกคนสำคัญของที่นี่นะ เป็นลูกสาวเพื่อนของคุณเพลินจิตนะรู้รึเปล่า แล้วฉันก็ยังเป็น..." อุไรริสาเว้นวรรค เหลียวมองอัศวินเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง อัศวินจึงตัดบทฉับ

"คุณริสา ใจเย็นๆดีกว่าครับ เด็กคนนี้เป็นคนตรงไปตรงมา เขาไม่ได้มีเจตนาจะไม่ให้เกียรติคุณหรอกครับ"

"วินคะ เขาพูดใส่หน้าริสาแรงขนาดนี้ ยังบอกว่าไม่มีอะไรได้ยังไง แล้วที่ริสาใช้เขาก็เพราะนึกว่าเป็นพนักงาน ดูซิมากล่าวหาว่าริสาไม่มีมารยาท"

"ใจเย็นๆครับ เอาอย่างนี้ ไว้ผมจะอบรมให้เอง โอเคไหมครับ"

อุไรริสามองกุลสีหน้าแค้นๆ กุลเองก็เชิดหน้าไม่ยอมลงให้ อัศวินเห็นท่าไม่ดีรีบต้อนอุไรริสาให้ไปทานอาหาร ไม่เจอกันตั้งนาน เขามีเรื่องอยากคุยกับเธอหลายเรื่อง อุไรริสาจึงยอมสงบศึกกับเด็กฝึกงาน ควงแขนอัศวินเดินเด้งออกไป ทิ้งกุลยืนหน้าจ๋อย มองตามพวกเขาไปด้วยความหมั่นไส้

หลังอาหารมื้อนั้นแล้ว อุไรริสากลับที่พักด้วยความแช่มชื่น แล้วโทร.ไปเล่าให้เพลินจิตฟัง

"ไป ทานข้าวกับตาวินมาแล้วเหรอจ๊ะ แหม...ดีแล้วล่ะ ขานั้นน่ะมัวแต่ทำงาน หนูไปเยี่ยมเขาก่อนน่ะถูกแล้ว"

"แต่คุณวินก็ดูเฉยๆนะคะ ไม่เห็นเขาพูดถึงเรื่องนั้นเลย"

"เรื่องหมั้นน่ะเหรอจ๊ะ คุณแม่น่ะชอบกับคุณอาภาแม่ของหนูจะตาย เรื่องที่ผู้ใหญ่ตกลงกันไว้แล้วน่ะ ไม่มีพลาดหรอกจ้ะ"

"ความจริงริสาก็ไม่ได้อะไรหรอกนะคะ เพียงแต่อยากให้แน่ใจว่าเป็นความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย"

"เรื่องนี้ แน่ใจได้เลย ใครได้หนูริสาเป็นคู่หมั้นแล้วไม่พอใจ เป็นไปไม่ได้  ว่าแต่หนูเถอะ อย่าเพิ่งเปลี่ยนใจจากนายวินซะล่ะ คู่หนูน่ะเหมาะสมกันจะตาย ใครๆเขาก็ต้องคิดแบบนี้ทั้งนั้น จริงไหมล่ะจ๊ะ"

"ขอบคุณน้าเพลินมาก นะคะ นี่หนูมีของมาฝากด้วย แล้วจะเข้าไปเยี่ยมค่ะ" อุไรริสาวางสาย ยิ้มหน้าบานที่มีคนยกยอ... ส่วนเพลินจิตก็ยิ้มย่อง วิชาที่นั่งลูบไล้เรือนกายของเพลินจิตอยู่ก็พลอยยิ้มๆไปด้วย

"ลูกสาว เพื่อนรักของคุณกลับมาแล้วเหรอ"

"อืม...ยายอาภาคงอยากเข็นให้ริสาได้ แต่งงานสักที เห็นว่าอยู่ทางโน้นมีคนมาเกาะแกะมากไปหน่อย"

"ทำไมส่ง เสริมคนฐานะดีๆให้หลานยาย คู่แข่งลูกชายตัวเองแบบนั้น"

"ยายอาภามี เกียรติเป็นเมียทูตก็จริง แต่ฐานะไม่เท่าไหร่ หรอก ให้ริสาได้กับนายวิน คอยตามเมียที่โปรยสเน่ห์ไปทั่ว แค่นี้ก็ไม่เป็นอันทำงานแล้ว"

"ที่รัก ของผม คุณนี่แผนสูงจริงๆ" วิชาไม่พูดเปล่า เชยคางเพลินจิตอย่างหลงใหล

"แต่ ก็ไม่ใจกล้าเท่ากับบางคน...ดึกป่านนี้ก็ยังไม่คิดจะกลับ จะอ้างว่าเป็นผู้จัดการใหญ่ แล้วเข้ามาในบ้านคุณแม่ ดึกดื่นแค่ไหนก็ได้เหรอ"

"ถ้าคุณยุบลอยู่ ผมก็จะเกรงใจ แต่พอท่านไม่อยู่ผมก็เลยไม่รู้จะเกรงใจใครน่ะสิ" วิชาปรายตาไปมุมหนึ่งซึ่งประกิตสามีพิการของเพลินจิตนั่งอยู่บนรถเข็น ประกิตตัวเกร็งแน่น มองทั้งคู่ด้วยแววตาปวดร้าว วิชากลับมองประกิตอย่างไม่แยแส แล้วเข้าแนบชิดเคล้าเคลียเพลินจิตที่ทำเหมือนจะปฏิเสธ แต่แล้วทั้งคู่ก็โอบประคองกันหายเข้าไปในห้อง ปล่อยให้ประกิตนั่งชอกช้ำระกำใจอย่างแสนสาหัส

ooooooo

ฝ่าย จอมใจที่ยังอยู่กับทศวินบนถนนต่างจังหวัด ทศวินพยายามหารถให้จอมใจได้กลับบ้านตามที่เธอต้องการ แต่จนมืดก็ยังไร้วี่แวว กระทั่งผ่านไปเจอรีสอร์ตเล็กๆ ทศวินไม่ลังเลที่จะหยุดพักที่นี่ เพราะจอมใจซึ่งซ้อนมอเตอร์ไซค์เขาตากแดดมาครึ่งค่อนวันมีอาการอ่อนเพลียและ ตัวร้อนเหมือนจะเป็นไข้

พาจอมใจเข้าห้องพักในรีสอร์ตแล้ว ทศวินเรียกพนักงานมาสอบถามว่าแถวนี้มีหมอหรืออนามัยบ้างไหม คำตอบคืออนามัยปิดตั้งแต่สี่โมง หมอก็กลับเข้าเมืองไปแล้วด้วย ทศวินจึงขอน้ำอุ่นกับยาแก้ปวดลดไข้มาเตรียมไว้ให้อุ่นใจ

จอมใจนอน หลับไปพักใหญ่ ตื่นขึ้นมาอีกทีฟ้ามืดหมดแล้ว จอมใจลุกพรวด ถามเชฟทศว่าที่นี่ที่ไหน?

"เธอมีไข้ ฉันเลยพามาพักที่รีสอร์ตก่อน"

"แต่ นี่มันค่ำแล้วนี่คะ"

"คนที่รีสอร์ตบอกว่าในอำเภอมีงาน ชาวบ้านเลยเข้าไปในเมืองกันหมด เราเลยหารถไม่ได้"

จอมใจหน้าเสียวิตก กังวลอย่างเห็นได้ชัด ทศวินจึงขอโทษที่ช่วยให้เธอกลับบ้านคืนนี้ไม่ได้

"ฉัน ไม่รอบคอบเอง  เชฟก็เตรียมให้ฉันได้กลับแล้วแท้ๆ"

"อย่าเพิ่งคิดมาก เลย ยังไงต้องรักษาตัวก่อน นี่เป็นเสื้อผ้าของฉัน แต่เธอน่าจะพอใส่ได้ เปลี่ยนซะ จะได้สบายตัว แล้วออกไปทานข้าวนะ"

ทศวินผละออกไปเพื่อให้ จอมได้เปลี่ยนชุด แต่จอมใจยังกระวนกระวายกลัวแม่จะเป็นห่วง จึงยังนั่งเฉยอยู่กับที่นี่ จนทศวินกลับเข้ามาอีกทีพร้อมชามโจ๊กที่เขาปรุงสมุนไพรเพิ่มหลายอย่าง

"ยัง ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าอีกเหรอ ช่างเถอะ กินโจ๊กก่อน กำลังร้อนๆ" ทศวินวางชามโจ๊กบนโต๊ะ แต่จอมใจไม่เดินตาม เขาจึงหันกลับมาจูงเธอ "กินข้าวก่อน ร่างกายเธอต้องการอาหารรู้มั้ย ฉันปรุงสมุนไพรเพิ่มลงไปเป็นพิเศษ รับรองว่ากินหมดถอนไข้เลย"

จอมตัก โจ๊กกินด้วยความเกรงใจเขา แต่คำเดียวก็วางช้อนเพราะกลืนไม่ลงจริงๆ ทศวินเข้าใจความรู้สึกของเธอ หยิบโทรศัพท์มือถือของตนมาส่งให้...

เวลา นั้น แก้วใสกำลังหลอกล่อยายให้กินหมี่กรอบ ทั้งที่ตอนแรกยายบอกอยากกิน แต่พอแก้วใสทำเสร็จ ยายกลับเล่นตัวไม่ยอมกิน กว่าแก้วใสจะกล่อมยายสำเร็จ หืดแทบขึ้นคอเลยเหมือนกัน...เสียงโทรศัพท์มือถือแก้วใสดังขึ้น เป็นจอมใจที่โทร.เข้ามา

"ฮัลโหล...ยัยจอม! นี่หายไปไหนมาทั้งวัน ติดต่อไม่ได้เลยรู้ไหม เขาถามหากันไปทั้งครัว แล้วนี่ทำอะไรอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่มา"

"ใจเย็นๆก่อน เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง แต่แก้วช่วยอะไรจอมอย่างนึงก่อนสิ"

แก้วใสนิ่งฟังจอมใจพูดจนจบ...จาก นั้นอีกครู่แก้วใสก็ต่อสายไปยังแม่นงนุชของจอมใจที่บ้าน ร่วมมือแต่งเรื่องเพื่อช่วยจอมใจ

"คือพอดี...เราจะต้องช่วยกันคิด สูตรอาหารน่ะค่ะคุณแม่ ทุกคนก็เลยจะไปค้างกันที่บ้านของกุลเพื่อช่วยกันคิดให้เสร็จคืนนี้น่ะค่ะ"

"อะไร กันหนูแก้ว ทุกวันนี้ยัยจอมก็ต้องตื่นเช้าจะแย่อยู่แล้ว ยังต้องไปค้างอ้างแรมเพื่อทำงานอีก มันจะมากไปหน่อยรึเปล่า เรียกยัยจอมมาคุยกับน้าซิ"

"เอ่อ...พอดีจอมเขายุ่งอยู่น่ะค่ะ กำลังใช้สมาธิในการคิดสูตร ไม่อย่างนั้นจะยิ่งคิดได้ช้านะคะ ยัยจอมฝากขอโทษคุณน้าด้วยค่ะ ที่ทำให้ต้องเป็นห่วง เขารับรองว่าจะรีบทำงานให้เสร็จ และจะดูแลตัวเองให้ดีๆ"

"ดูแลตัวเอง ให้ดีเหรอ"

แก้วใสรู้ตัวว่าพลาด รีบกลบเกลื่อนทันที "เอ่อ...หนู...หนูหมายถึงพวกเราจะตั้งใจทำงาน และช่วยกันดูแลกันและกันให้ดีน่ะค่ะ คุณน้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง"

นงนุช นิ่งเหมือนชั่งใจ แก้วใสสีหน้าลุ้นระทึกว่าจะสำเร็จไหมเนี่ย?

แล้ว หลังจากนั้นไม่นานที่แก้วใสส่งข่าวมา จอมใจก็รายงานต่อทศวินว่า

"แก้ว บอกว่าแม่เข้าใจเรื่องฉันจะไม่กลับบ้านแล้ว แต่ฉันไม่ได้บอกว่าอยู่ที่นี่กับคุณ"

"ความจริงฉันอธิบายให้ที่บ้าน เธอฟังได้นะ"

"แม่ไม่เข้าใจหรอกค่ะ ถ้ารู้ตอนนี้จะยิ่งไม่สบายใจเปล่าๆ แล้วฉันก็ไม่อยากให้คุณเดือดร้อนเพราะฉันด้วย"

"กลัวฉันจะโดนไล่ออ กรึไง...เด็กโง่"

"ไม่ได้ล้อเล่นนะคะ ผู้ปกครองเฮี้ยบๆน่ะ ทำอะไรก็ได้ ทั้งนั้น"

"ขอบใจที่เธอเป็นห่วงฉัน คราวนี้ก็ถึงเวลาเป็นห่วงตัวเองได้แล้ว ทานได้แล้ว ดีนะที่ยังร้อนอยู่"

จอมใจ คลายความเครียด ตักโจ๊กเข้าปาก แต่มันยังร้อนเลยแทบจะคายออกมา ทศวินเห็นแล้วอดยิ้มขำไม่ได้

"เอ้า ฉันเพิ่งเตือนอยู่หยกๆว่ามันร้อน...มานี่ ต้องทำให้ เย็นลงก่อนสิ" ทศวินตักโจ๊กและจัดแจงเป่าให้ แถมป้อนให้ด้วย จอมใจเลยกินไปเขินไป แทบไม่กล้ามองหน้าเขา...

อิ่มแล้วหมดแล้ว ทศวินยังจะเก็บชามให้อีก จอมใจเกรงใจแย่งชามในมือเขา มือกับมือเลยจับกันเต็มๆ แล้วจอมใจเป็นฝ่ายถอนมืออย่างอายๆ ขณะที่ทศวินก็พูดแก้เก้อว่า

"ไข้ เธอเพิ่งลด ฉันทำให้ดีกว่า"

"ขอบคุณค่ะเชฟ"

"ไม่เป็นไร" ทศวินยิ้มนิดๆก่อนหันกลับออกไป แต่แล้วยังเหลียวกลับมาแอบมองจอมใจด้วยความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นในใจตน...

ooooooo

หวานใจกับนายจอมหยิ่ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด