สมาชิก

หวานใจกับนายจอมหยิ่ง

ตอนที่ 7

คุณยุบลยังคงพยายามติดต่อตามหาทศวินที่เมืองนอก โดยไม่รู้เลยว่าหลานชายคนโตมาอยู่ใกล้กันแค่เอื้อม...แต่ถูกเพลินจิตสะใภ้เล็กคอยขัดขวาง   ทั้งทำด้วยตัวเองและจ้างทั้งเชฟเต่าและแม่บ้านซึ่งไม่รู้ ความจริงว่าเชฟทศเป็นใคร  แต่ห้ามไม่ให้เขาได้พบท่านประธานอย่างเด็ดขาด

เย็นวันนี้เอง   คุณยุบลกำลังหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดีที่ไม่สามารถติดต่อหลานชายได้ เป็นเวลาที่ทศวินเกิดน้อยอก น้อยใจคุณย่า เพราะคิดว่าท่านเป็นคนสั่งให้เขาไปทำงานยังสาขาห่างไกลความเจริญ ทศวินนั่งแท็กซี่เหม่อลอยไร้จุดหมาย แต่ แล้วความรักความห่วงใยของคนขับแท็กซี่ที่มีต่อลูกชายของเขาก็ทำให้ทศวินได้คิด เพราะคุณย่าของเขาเองก็ดีแสนดีกับเขามาตลอด ทุกปีจะมีของขวัญส่งให้เขาไม่เคยขาด...ทศวินสลัดความน้อยเนื้อต่ำใจ แล้วบอกให้แท็กซี่มุ่งหน้าไปโรงแรมสยามธารา

เวลานั้นอัศวินกำลังตามหากุล เขาเข้าไปถามถึงในครัว กุลเห็นเขาก่อนจึงหลบแวบหนีไป ทิ้งให้จอมใจและแก้วใสรับหน้าอัศวินด้วยความงุนงงในตัวกุลไม่หาย

"ขอโทษนะครับ เห็นพนักงานคนนั้นบอกว่าพวกคุณเป็นเพื่อนของคุณกุล"

"ใช่ค่ะ มีอะไรเหรอคะ"

"เขาอยู่ไหมครับ ผมมีธุระกับเขาน่ะครับ"

สองสาวมองหน้ากัน ประหลาดใจและไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี

"เอ่อ ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าเป็นธุระสำคัญมากรึเปล่า พอจะบอกได้ไหมคะว่าเรื่องอะไร"

"จอม..." แก้วใสกระตุกแขนจอมใจ...อัศวินชะงัก นึกถึงชัชวินที่เล่าเรื่องจอมใจ จึงทวนคำเบาๆ

"คนนี้เองเหรอ"

แก้วใสหลุกหลิกกลัวความลับหลุด กลบเกลื่อนว่ากุลเพิ่งกลับไปเมื่อกี้เอง

"กลับไปแล้ว...เอ่อ ลืมแนะนำตัวไป ผมอัศวิน อัครศิริ เป็นกรรมการบริหารของที่นี่ ยินดีต้อนรับนักศึกษาฝึกงานนะครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็ไม่ต้องเกรงใจ"

"ขอบคุณมากค่ะ พอดีพวกเรามีธุระนิดหน่อย ขอตัวก่อนนะคะ" แก้วใสรีบลากจอมใจไปให้ไกลจากตรงนั้น...อัศวินยังมองตาม พลางก็พึมพำด้วยความแปลกใจ

"คุณจอมใจดูทะมัดทะแมง ไม่เห็นเหมือนที่พี่ชัชบอก"

จอมใจเองก็ข้องใจกับท่าทางลุกลี้ลุกลนของแก้วใส เมื่อห่างออกมาแล้วจึงถามทันที

"จะรีบไปทำไมแก้ว ฉันอยากจะถามอีตาอัศวินนั่นก่อนว่า มีธุระอะไรกับยัยกุล แล้วเขาก็แนะนำตัวกับเรา เรายังไม่ได้ แนะนำตัวกลับเลย"

"คุณอัศวินน่ะเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณชัชวินไม่ใช่เหรอ"

"เออ นั่นสิ ลืมไปเลย"

"แก้วเผลอเรียกชื่อจอมไปแล้วด้วย จะเป็นไรรึเปล่าก็ไม่รู้"

"แค่นั้นคงไม่เป็นไรหรอก เฮ้อ คิดแผนสลับตัวขึ้นมาเองแท้ๆ ชักจะปวดหัวเองซะแล้ว"

"ว่าแต่ท่าทางกุลแปลกๆนะ เหมือนหลบหน้าคุณอัศวินเลย ไม่รู้มีเรื่องอะไรกัน"

ขณะนั้นกุลวิ่งลนๆออกจากโรงแรม   แล้วนึกได้ว่าไม่ควรไปรถเมล์ เดี๋ยวเกิดเขาไปดักรอขึ้นมาจะเอาตัวไม่รอด กุลจึงเดินมายืนเรียกแท็กซี่ พอดีแท็กซี่คันที่ทศวินนั่งแล่นมาจอด ทศวินจ่ายเงินแล้วลงอย่างรีบร้อน กุลเองก็รีบขึ้นไปเหมือนกัน สองคนจึงไม่เห็นกัน   แต่จอมใจกับแก้วใสออกมาเห็นเชฟทศไวๆ เรียกเขาก็ไม่ได้ยิน เดินลิ่วเข้าโรงแรมเหมือนมีธุระด่วน

ในห้องประธาน คุณยุบลกำลังหงุดหงิดเต็มที่ หลังจากติดต่อหลานชายที่เมืองนอกไม่ได้ เสียงท่านบ๊งเบ๊งใส่เลขาฯดังรอดออกมานอกห้อง แม่บ้านซึ่งเป็นสายของเพลินจิตได้ยินถึงกับหน้าเสียกลัวๆ พอเห็นเชฟทศเดินมา แม่บ้านก็มาดักหน้าถามว่าจะไปไหน เชฟทศบอกจะมาพบท่านประธาน เท่านั้นเองแม่บ้านนึกถึงคำสั่งของเพลินจิต จึงพยายามขัดขวางเต็มที่

แต่แล้วทศวินกลับเป็นฝ่ายถอยออกไปเสียเอง เพียงได้ยินเสียงคุณยุบลตวาดว่า "ฉันไม่ต้องการพบใครทั้งนั้น จะเป็นใครก็ตาม ฉันไม่อยากพบทั้งนั้น...ไปซะ"

ทศวินเข้าใจผิดคิดว่าคุณย่าไล่เขา จึงหันกลับออกไป ทันที...แล้วออกไปเจอจอมใจเข้าอย่างจัง จอมใจเรียกแต่เขายังเดินหนี...จึงวิ่งตามแล้วคว้าแขนเขาเอาไว้

"จอมใจ...เธอมีเรื่องอะไร" เขาถามเสียงแข็ง

"บ่ายนี้ทั้งบ่าย เชฟไปไหนมาคะ เชฟเต่าถามหาตลอดเลย แล้วพวกเราก็เป็นห่วงกันนะคะ เพราะปกติเชฟไม่เคยหายไปแบบนี้"

"ขอบใจ แต่ว่าฉันไม่เป็นอะไร"

"เดี๋ยวก่อนสิคะ...เชฟทำไมตาแดงๆล่ะคะ"

"ฉันไม่ได้เป็นอะไร" เขาตวาด

"แต่ว่าตาแดงจริงๆนะคะ เหมือนกับจะร้องไห้เลย"

ทศวินหงุดหงิดกระชากมือจอมใจออกค่อนข้างแรง

"จอมใจ นี่ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอนะ มีหน้าที่อะไรก็ไปทำ ไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องของคนอื่น"

จอมใจนิ่งงันไปอึดใจ แล้วตะโกนไล่หลังเขาไปด้วยความโกรธ

"คนอุตส่าห์เป็นห่วง เชฟพูดกับคนที่เขาหวังดีแบบนี้เองเหรอคะ"

ทศวินได้ยินเสียงที่น้อยใจและเป็นห่วงของจอมใจ...เขาชะงักเล็กน้อย แต่ก็กัดฟันเดินต่อ

"นึกว่าฉันอยากยุ่งเรื่องเชฟนักรึไง ต่อไปฉันจะไม่ถาม ไม่สนใจอีกเลย...คนบ้า ไม่รู้จักคิดถึงจิตใจคนอื่น รู้งี้ปล่อยให้ เชฟเต่ามาคิดบัญชีเอาเองจะรู้สึก" พูดไปแล้วจอมใจชะงัก นึกอะไรได้  ล้วงออเดอร์ในกระเป๋าออกมา  แล้ววิ่งตามอย่างเร็วจี๋ แต่ก็ไม่ทันทศวินที่ขึ้นรถมอเตอร์ไซค์แล่นลิบๆไปแล้ว

ooooooo

เพลินจิตรับสายจากแม่บ้านด้วยสีหน้าแตกตื่น... จากนั้นก็ต่อว่าแม่บ้านอย่างอารมณ์เสีย

"ทำไมถึงเพิ่งมาบอก ฉันจ้างเธอไปตั้งเท่าไหร่ ทำงานไม่ได้เรื่อง"

"ฉันพยายามโทร.หาคุณเพลินจิตแล้วจริงๆนะคะ"

เพลินจิตนิ่งไปนิด รู้ตัวว่าผิดเอง เพราะเมื่อครู่มัวแต่ คุยเรื่องเพชรนิลจินดาเพลินอยู่

"เอาเถอะ แต่ว่าจริงนะ ที่เขาไม่ได้เข้าพบคุณท่านน่ะ"

"ฉันรับรองค่ะ คุณท่านอารมณ์เสียไล่ทุกคนออกไปหมด ท่าทางนายทศวินจะเข้าใจผิดว่าไล่เขาด้วย ก็เลยยอมกลับไป"

"เอาล่ะๆ เธอเฝ้าดูคุณแม่ต่อไป แล้วทีหลังถ้าติดต่อฉันไม่ได้ ก็หัดติดต่อคุณวิชาหรือหาวิธีอะไรก็ได้ รู้จักใช้หัวสมองบ้าง" เพลินจิตตัดสายแล้วหันมาทางวิชาทันที "มันกล้าบากหน้า ไปพบคุณแม่ นี่เราจะทำยังไงกันดี"

"ใจเย็นๆครับคุณเพลิน มันต้องมีวิธี"

หลังจากนั้น วิชาเรียกยุทธมาพบเป็นการส่วนตัว ยุทธ กระสับกระส่ายกลัวโดนดุเรื่องที่หาทางแกล้งเชฟทศแต่ท่าทางจะไม่สำเร็จ เพราะเชฟเต่าดันเอาเมนูไปเสียก่อน

"เปลี่ยนเมนู...แกสั่งเชฟนั่นไม่สำเร็จเหรอ" วิชาเสียงเข้ม

"คือผมแกล้งแล้วแต่ว่าเชฟเต่าดัน...เอ่อ คุณวิชาอย่าทำอะไรผมเลยนะครับ ผมจะหาทางแกล้งมันให้ได้"

"ใครว่าฉันจะทำอะไรนาย ทำดีแล้ว ถึงจะไม่สำเร็จแต่ ก็ถือว่านายพยายามแล้ว เงินนี่ฉันให้ไว้ใช้ แล้วทำให้ไอ้เชฟนั่นมันกระเด็นออกไป เข้าใจมั้ย" วิชาส่งเงินจำนวนหนึ่งมา...ยุทธยิ้มออก รับเงินด้วยความดีใจ

ooooooo

กุลรีบร้อนเข้าบ้าน คิดว่ารอดแล้ว แต่ที่ไหนได้... กลับเจออัศวินนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในร้านดอกไม้ของเธอก่อนแล้ว

ครู่ต่อมา สองคนออกไปนั่งในร้านกาแฟใกล้ๆ กุลสีหน้ายังหวาดระแวงกลัวจะถูกเขาเล่นงานโทษฐานที่ตาไม่มีแวว เห็นเขาเป็นแค่เด็กฝึกงาน แถมตัวเองยังวางก้ามเป็นรุ่นพี่เสียด้วย... ได้ยินเขายืนยันไม่โกรธ ไม่เอาเรื่อง กุลก็ยังไม่วางใจอีก

"จริงๆนะคะ ที่ไม่ได้มาเอาเรื่องฉัน"

"ไม่ใช่ผู้บริหารทุกคนจะดุไปหมดนะครับ   ที่ผมมาวันนี้มีเรื่องจะให้คุณช่วยต่างหาก อยากให้คุณไปจัดดอกไม้ให้ ที่ศูนย์ประชุม พอดีเห็นแบบที่ลูกค้าขอมาตรงกับสไตล์ของร้านคุณพอดี"

"แต่ฉันฝึกงานอยู่ในความดูแลของเชฟทศที่ครัวใหญ่แล้ว"

"ผมจะขออนุญาตกับทางคุณสะอาดที่เป็นคนดูแลเด็กฝึกงานให้เอง ว่าให้คุณมาช่วยงานชั่วคราว คุณเองก็ชอบจัดดอกไม้ไม่ใช่เหรอ"

"ค่ะ ชอบมากเลยค่ะ"

"งั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหา ตกลงตามนี้นะครับ"

"ว่าแต่...ที่ให้ฉันไปช่วยเนี่ย ไม่ได้เป็นการลงโทษแน่นะ"

"เฮ้อ รู้ยังงี้ไม่บอกว่าผมเป็นผู้บริหารซะจะดีกว่า เลยกลัวผมเลย สำหรับคุณ ไม่อยากให้มองว่าเป็นเจ้านายลูกน้องกันนะครับ เพราะผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณ"

"คุณน่ะนะอยากเป็นเพื่อนกับฉัน"

"คุณบอกเองไม่ใช่เหรอ   ไม่ว่าจะรวยล้นฟ้าหรือจนติดดิน คนเราก็ต้องการเพื่อนและกำลังใจกันทั้งนั้น คุณน่ะเป็นคนอารมณ์ดี ถ้าได้ทำงานด้วยกันคงทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย"

"ใครๆก็พูดอย่างงี้ทั้งนั้นแหละ บอกว่าคบกับฉันแล้วสบายใจ"

อัศวินหัวเราะเบาๆ ที่กุลรับคำชมแบบไม่มีกั๊ก...

ooooooo

นงนุชกำลังวางฟอร์มเข้มเพื่อจัดการกับลูกสาวคนสวยที่ฝ่าฝืนคำสั่งหนีออกจากบ้านไปตั้งแต่ตีสองตีสาม บดีเห็นภรรยาเข้มแล้วอดยิ้มขำไม่ได้ กลับถูกนงนุชบอกให้อยู่เฉย เรื่องนี้เขาห้ามยุ่ง ห้ามเข้าข้างลูกเด็ดขาด เดี๋ยวเธอจะจัดการเอง
พูดไม่ทันขาดคำ จอมใจโผล่เข้ามาสวัสดีคุณพ่อคุณแม่ เสร็จแล้วทำท่าจะผละไป

"จอม...แม่มีเรื่องจะคุยด้วย เมื่อคืนนี้ลูกซ้อนมอเตอร์ไซค์ ไปแบบนั้นได้ยังไง มันไม่ปลอดภัยเลยรู้ไหม แม่ขอสั่งห้ามเด็ดขาด ถ้านายเชฟมอเตอร์ไซค์คนนั้นมาอีก แม่รับรองว่าลูกจะไม่ได้นั่งซ้อนท้ายไปกับเขาแน่ๆ"

"เขาไม่มาอีกแล้วล่ะค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก" พูดจบเธอเดินขึ้นห้องไปเลย...พ่อแม่มองหน้ากัน กลับต้องเป็นฝ่ายแปลกใจแทน...

จอมใจเข้าห้อง ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเซ็งในอารมณ์ บ่นพึมพำด้วยความขุ่นเคืองเชฟทศเหลือหลาย

"คนอุตส่าห์เป็นห่วง   ไปเครียดให้ตายคนเดียวเลย สมน้ำหน้า"

จากนั้นพยายามสลัดความคิดความเป็นห่วง ไม่นึกถึงเขา แต่จนแล้วจนรอดก็อดไม่ได้ คว้าโทรศัพท์มากด

"แค่จะโทร.ไปบอกเรื่องออเดอร์หรอกนะ" ว่าแล้วฟังสัญญาณ   ปรากฏว่ามีแต่เสียงอัตโนมัติบอกมาว่า   หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...

ผ่านไปจนถึงตีสาม   จอมใจแต่งตัวพร้อมสรรพ   มองซ้ายขวาย่องลงมาข้างล่าง

"ไหนบอกว่าเขาไม่มาแล้วไงล่ะ" เสียงนงนุชดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาจอมใจสะดุ้งโหยง หันมองแม่ในชุดเสื้อคลุมนั่งอยู่ที่โซฟา

"แม่...แม่ยังไม่นอนอีกเหรอคะ"

"นอนแล้ว   ตื่นแล้ว   แม่ต้องมาดูให้เห็นกับตาว่าทางโรงแรมเอารถตู้มารับเรา   ไม่อย่างนั้นจะให้คนรถไปส่ง   ถ้านายเชฟนั่นขี่มอเตอร์ไซค์มาล่ะก็ หมดสิทธิ์"

"จอมก็บอกแล้วว่า...เขาไม่มาหรอก"

"ถ้าอย่างนั้น แล้วเราออกมาคอยเขาทำไม...แม่ว่าเราชักจะยังไงแล้วนะ คนอย่างเราเคยง้อคนอื่นที่ไหน ทำไมต้องรอให้นายเชฟนั่นมารับด้วย"

"ไม่มีอะไร ก็แค่เคยนัดกันไว้น่ะค่ะ แม่ก็รู้ว่าจอมไม่ชอบผิดคำพูด"

นงนุชมองลูกสาวอย่างจ้องจับผิด จอมใจหลบๆตาอย่างยุ่งยากใจ ทันใดเสียงโทรศัพท์มือถือจอมใจดังขึ้น เจ้าตัวมองเบอร์ก่อนกดรับ ฉับพลันสีหน้าของเธอก็แตกตื่นตกใจ...

ooooooo

จอมใจขับรถมาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่งตามแผนที่...มองเลขที่บ้านแล้วคิดว่าไม่ผิดแน่ แต่พอลงไปกดออดซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็ยังไร้ความเคลื่อนไหว จึงถือวิสาสะเดินเข้ามา พลันต้องสะดุ้งตกใจกับเงาดำทะมึนเหมือนผี เลยวิ่งไปชนทศวินจนล้มลงไปด้วยกัน เป็นเหตุให้มือทศวินครูดกับพื้นได้เลือด

"ตายแล้ว เลือดออกด้วย" จอมใจแตกตื่น กึ่งลากกึ่งจูงทศวินเข้ามาในบ้าน

"บอกแล้วว่าฉันไม่เป็นไร"

"จะไม่เป็นไรได้ยังไงคะ หนังเปิดขนาดเนี้ย ยังไงก็ต้องทำแผล"

"แผลแค่นี้ เดี๋ยวก็หาย"

"ไม่ได้ มือของคนเป็นเชฟสำคัญแค่ไหน ต้องใช้ปรุงอาหารไม่ใช่เหรอคะ ถ้ามือสกปรกหรือติดเชื้อโรค จะทำหน้าที่เชฟที่ดีได้ยังไง เชฟเคยสอนเองไม่ใช่เหรอว่าเป็นเชฟต้องมีวินัย รู้จักหน้าที่ของตัวเอง"

"ก็...ไม่เห็นต้องย้อนขนาดนี้ อยากทำอะไรก็ทำ"

"ตู้ยาอยู่ไหน" จอมใจวางฟอร์มเข้มใส่ ทศวินชี้ไปที่ตู้ยาข้างฝา...จอมใจเดินไปเปิดตู้ หายาแดงกับผ้าพันแผล แต่มือไม่นิ่งทำขวดยาตกหล่นลงมา ทศวินเห็นแล้วส่ายหน้า เดินมาหยุดข้างหลังเธอ

"อยู่นี่...เดี๋ยวฉันทำเอง"

"ทำเองจะถนัดได้ยังไงล่ะคะ" จอมใจแย่งอุปกรณ์กลับมา แล้วกุลีกุจอเอาสำลีชุบยาฆ่าเชื้อจะทาที่แผลของเขา แต่มองแผลแล้วเสียวแทน จำต้องเอียงหน้าหลบ โปะสำลีลงไป

"มันยังไม่โดน..."

เธอจึงเปลี่ยนตำแหน่งโปะยาใหม่ พร้อมกับถามว่าโดนหรือยัง?

"นี่ฉันทำเองดีกว่า เธอไม่กล้ามองแผลแบบเนี้ย"

"อย่าเพิ่งๆ ฉันทำได้" ว่าแล้วจิ้มลงไปอีกหลายที ทศวินถึงกับสะดุ้งโหยง ร้องลั่นว่า จะให้แผลมันลึกกว่าเดิมรึไง? "ก็ทีแรกคุณบอกว่ามันไม่โดนนี่"

"ทำอะไรให้มันพอดีไม่เป็นเลยใช่มั้ย ไม่มากไปก็น้อยไปตลอด ถ้ากลัวก็มานี่ ฉันทำเอง"

ทศวินจัดแจงด้วยตัวเองอย่างคล่องแคล่ว จอมใจช่วยปิดปลาสเตอร์ในขั้นตอนสุดท้าย...พลันสายตาเหลือบไปเห็นมอเตอร์ไซค์ของเขามีกระเป๋าแพ็กอยู่ท้ายรถ

"เอ๊ะ กระเป๋าเดินทาง...นี่เชฟจะไปไหนเหรอคะ"

ทศวินไม่ตอบแต่เดินออกมาที่รถ จอมใจรีบตามติด ปากก็พูดไม่หยุด

"เชฟเป็นอะไรกันแน่ วันนี้ก็ไม่ไปซื้อวัตถุดิบ ฉันต้องไปคนเดียว แล้วนี่เชฟจะไปไหน แล้วเรื่องงานที่โรงแรมล่ะคะ" ไม่มีคำตอบใดๆเลย จอมใจยิ่งใจเสีย "เชฟลางานกับเชฟเต่าแล้วเหรอคะ แต่ที่โรงแรมไม่เห็นมีใครรู้เรื่องเลย"

ทศวินจัดแจงผูกของเสร็จ เช็กระบบต่างๆของรถ... จอมใจชักโมโห เข้ามาแกะสายรัดที่ผูกของหลังรถออก จึงถูกเขาตวาดใส่ว่า เธอทำอะไร?

"คุณไม่ได้ลางาน ไม่ได้บอกใครเลยว่าจะไปไหน มีความจำเป็นอะไรก็ไม่บอกสักอย่าง"

"หยุดเดี๋ยวนี้นะจอมใจ...ฉันบอกให้เธอหยุดไง"

"เชฟมีปัญหาอะไร ก็บอกมาสิคะ เนี่ยคือออเดอร์ของที่จะทำในงานเลี้ยงใหญ่ของโรงแรมวันมะรืนนี้ จู่ๆเชฟก็จะทิ้งงานไป ทำยังงี้ใช้ได้ที่ไหนคะ"

"เธอไม่รู้อะไร"

"แต่ฉันก็รู้อย่างนึงว่าคนที่หนีปัญหา ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่ลูกผู้ชาย...ฉันผิดเองที่มาเสียเวลากับคนอย่างคุณ" พูดจบเธอทุบเขาหนึ่งทีอย่างผิดหวัง แล้วสะบัดหน้าจะไป แต่แล้วนึกได้หันกลับมา พร้อมชูออเดอร์ในมือ "แล้วจะไปไหนก็เชิญเลย พวกเนี้ยฉันจะจัดการเอง อุตส่าห์เป็นห่วงว่าเชฟเป็นอะไรรึเปล่า ถ้าหากฉันรู้ว่าเชฟเป็นคนแบบนี้ จะไม่เสียแรงปีนข้ามรั้วเข้ามาให้เหนื่อยเลย"

จอมใจจากไปด้วยความรู้สึกโกรธ น้อยใจ และผิดหวังที่สุด ทศวินเองก็สับสน ยืนอึ้งอยู่พักหนึ่ง พอขยับจะตาม รถของจอมใจก็แล่นจากไปเสียแล้ว

ooooooo

แก้วใสประหลาดใจที่จู่ๆกุลมาบอกว่าคุณอัศวินขอให้ตนไปช่วยงานเฉพาะกิจที่ศูนย์ประชุม แต่พอเห็นท่าทีเอียงอายของกุล แก้วใสก็พอจะเดาออกว่าอะไรเป็นอะไร...แต่ที่น่าแปลกใจกว่าก็คือวันนี้จอมใจยังไม่โผล่ แถมเชฟทศก็หายตัวไปอีกคน

เมื่อถึงเวลาต้องไปพบอัศวินที่ศูนย์ประชุม กุลต้องไปเอาเอกสารส่งตัวจากสะอาดก่อน แล้วเกิดเข้าใจผิดใหญ่หลวงขณะเลียบเคียงถามสะอาดว่าคุณอัศวินใจดีหรือเปล่า สะอาดบอกว่าโหด ปากปราศรัยแต่น้ำใจเชือดคอ กุลถึงกับหน้าเสียถอยฉากออกมาอย่างหวาดๆ

ที่แท้สะอาดกำลังเม้าท์กับเพื่อนถึงละครทีวีเมื่อคืน แต่กุลเข้าใจผิดไปแล้ว เธอจึงเดินตัวลีบไปพบอัศวินที่ศูนย์ ประชุม เป็นเวลาที่อัศวินกำลังบ๊งเบ๊งพนักงานขี้เมา ไม่รับผิดชอบ งาน กุลเลยยิ่งกลัวหัวหด เข้าไปรายงานตัวกับเขาเสร็จแล้วรีบกลับออกมาอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันนั้น จอมใจกำลังโดดเดี่ยวอยู่บนถนนแถบชานเมือง เธอต้องการไปสวนผักปลอดสารพิษเพื่อสั่งผักตามออเดอร์ แต่พอมาถึงทางแยกเกิดตัดสินใจผิดเพราะไม่เคยมา จนกระทั่งเจอชาวบ้าน ถึงรู้ว่าตัวเองออกนอกเส้นทางมาค่อนข้างไกล ซ้ำร้ายรถเจ้ากรรมก็ดันมาเครื่องดับซะดื้อๆ พอจะใช้ โทรศัพท์มือถือติดต่อใครๆก็ไม่ได้อีก เพราะแบตฯหมดกะทันหัน

จอมใจยืนเคว้งริมถนน พยายามโบกรถทุกคันที่นานๆจะผ่านมาสักคัน แต่ก็ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ กระทั่งมีรถกระบะบรรทุกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งมาจอด จอมใจหวาดกลัวรีบเข้าไปนั่งในรถของตน แล้วกดล็อก ทำเป็นคุยโทรศัพท์ไม่มองพวกเขา...แต่แล้วจอมใจสะดุ้งเฮือก ใครคนหนึ่งเคาะกระจก จอมใจคว้าประแจเป็นอาวุธ พอผลักประตูเปิดออกก็หลับหูหลับตาเงื้อประแจเต็มที่

"เฮ้ย หยุดๆ จอมใจ นี่ฉันเอง ฉันเอง มองก่อนสิ"

"เชฟ..."

"ก็ใช่น่ะสิ ไม่มองอะไรเลย นี่ดีนะว่าฉันหลบทัน"

จอมใจทิ้งประแจแล้วโผกอดทศวินแน่นด้วยความดีใจ

"ฉันตกใจแทบแย่ นึกว่าเป็นรถกระบะคันเมื่อกี้นี้ย้อนกลับมา พวกนั้นมีกันตั้งเจ็ดแปดคน ถ้าเป็นพวกนั้นขึ้นมาฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง นึกว่าจะแย่ซะแล้ว ตกใจหมดเลย"

ทศวินใจอ่อน โอบหลังจอมใจเพื่อปลอบใจ...จากนั้นเขาพยายามซ่อมรถให้เธอ ซ่อมไปบ่นไปที่จอมใจทำให้เขาเป็นห่วง จอมใจโดนดุแต่กลับยิ้มออกมา ทำให้เขาสงสัยว่ายิ้มอะไร

"ก็ฉันดีใจที่เชฟบอกว่าเป็นห่วง"

"เธอเห็นว่าฉันไม่รู้จักเป็นห่วงใครเลยรึไง"

"ฉันขอโทษนะคะ เพราะว่าใจร้อนเกินไป เลยทำให้เชฟต้องเหนื่อยออกมาตาม"

"ช่างเถอะ ก็เป็นความผิดฉันด้วยเหมือนกันที่ทำให้เธอต้องขับรถออกมาไกลขนาดนี้"

จอมใจยิ้มหวาน ไปหยิบร่มในรถมากางบังแดดให้เขา "จะได้ไม่ร้อนนะคะ" เชฟหนุ่มพยักหน้าอย่างแกนๆ แต่พอหันกลับมาก็แอบยิ้มอย่างรู้สึกดี

ooooooo

หวานใจกับนายจอมหยิ่ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด