สมาชิก

หวานใจกับนายจอมหยิ่ง

ตอนที่ 11

เช้าวันรุ่งขึ้น เชฟเต่านำจดหมายลาออกมายื่นต่อทศวิน เพราะรู้สึกผิดและละอายใจที่ทำไม่ดีไว้กับเขาหลายอย่าง แต่ทศวินกลับไม่ให้เชฟเต่าออก

"คนที่รู้จักยอมรับผิดและกลับตัวกลับ ใจ สมควรได้รับโอกาส ขอให้อยู่ช่วยกันพัฒนาครัวของสยามธาราต่อไป"

"คุณ...คุณ ทศวิน...ขอบคุณมากนะครับ ต่อไปนี้ผมจะตั้งใจทำงานกว่าเดิมสิบเท่าเลยครับ"

ทศ วินพยักหน้ารับ แล้วมองรอบตัวก่อนเปรยขึ้นว่า วันนี้ดูเงียบๆ พวกเด็กฝึกงานไปไหนกัน?

"ไม่อยู่หรอกครับ วันนี้ทางมหาวิทยาลัยเรียกตัวไปฟังผลการฝึกงานเบื้องต้นน่ะครับ..."

ขณะ นั้นเอง ลลิลกำลังฉีกกระดาษประเมินผลการฝึกงานเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างแค้นเคือง เพราะทางโรงแรมที่เธอและเพื่อนไปฝึกงานรายงานอาจารย์มาว่าพวกเธออู้งาน ชอบหนีเที่ยว...ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น แล้วพานไปลงที่พวกจอมใจ โทษฐานที่พวกนั้นลอยหน้าได้ดีที่สยามธารา ซึ่งลลิลไม่มีทางยอมแพ้พวกนั้นอย่างเด็ดขาด

ส่วนพวกจอมใจที่อยู่ใน ร้านดอกไม้ของกุล สาวๆกำลังเม้าท์ถึงผลประเมินอย่างเบิกบาน โดยเฉพาะกุลและแก้วใสกล่าวชื่นชมเชฟทศที่ใจดีให้คะแนนพวกเรามากที่สุด จนได้ รับคำชมจากมหาวิทยาลัย จอมใจได้ยินชื่อทศวินถึงชะงัก กำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

"จะดีแค่ไหนยังไง เขาก็ไม่ได้เป็นเชฟอีกแล้ว ต่อจากนี้ก็จะนั่งอยู่แต่ในห้องแอร์หรู ไม่มาอยู่หน้าเตาอีก" พูดจบจอมใจลุกพรวดไปเลย ทำเอาแก้วใสเหวอ งงว่าตนพูดอะไรผิด กุลจึงเฉลยว่าจอมยังน้อยใจเชฟทศไม่หาย...

ไม่ทันที่กุลจะเล่าอะไรต่อ อัศวินเยี่ยมหน้าเข้ามาสั่งดอกไม้ กุลถึงแม้จะยังเคืองๆเขาที่ชิ่งจากเธอไปกินข้าวกับอุไรริสาเมื่อวาน แต่ด้วยอาชีพกุลจึงเก็บเรื่องส่วนตัวไว้ก่อน ลุกมาซักถามและจัดดอกไม้ตามที่เขาต้องการ ซึ่งกุลนึกว่าเขาจะเอาไปให้อุไรริสา ปรากฏว่าอัศวินกลับย้อนถามกุลชอบแบบไหน สีอะไร กุลเลยเขินอายหน้าแดง...

ooooooo

อีกสองวันถัดมา คุณยุบลเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและผู้บริหารสยามธาราเพื่อชี้แจงเรื่องที่เคย เกริ่นไปแล้วเมื่อไม่นานนี้

"ฉันเคยเกริ่นกับทุกท่านไว้แล้ว ว่าอยากจะวางมือจากตำแหน่งประธานบริษัทเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาพัฒนา สยามธารา วันนี้ฉันจะแต่งตั้งทศวิน อัครศิริ และ..."

"เดี๋ยวก่อน ค่ะ" เพลินจิตแทรกขึ้นมาทั้งที่คุณยุบลยังพูดไม่จบ "ทศวินอาจจะมีผลงานก็จริง แต่เขาก็เพิ่งจะกลับมาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน มันจะไม่ยุติธรรมกับผู้บริหารคนอื่นๆเหรอคะ"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมกำลังจะขอวางมือจากการบริหารโรงแรม ต่อไปจะขอดูแลแค่ในส่วนศูนย์ประชุมครับ" อัศวินออกตัว ทำให้คุณยายยิ้มอย่างพอใจ

"เรื่องนี้อัศวินเขาปรึกษากับฉันแล้ว เขาต้องเหนื่อยช่วยฉันมานาน จากนี้จะได้มีเวลาไปศึกษางานที่ตัวเองสนใจสักที"

เพลินจิตไม่ได้ดัง ใจยังจะขัดอีก แต่ชัชวินชิงตัดหน้าเสียก่อนว่า เขาเห็นด้วยว่าทศวินเหมาะสม เพลินจิตโกรธลูกชายแทบจะเล่นงานทันที ถ้าไม่เกรงใจแม่ผัวที่มองมาตาเขียว... แล้วคุณยุบลสรุปว่า

"ฉันจะแต่งตั้งทศวินและชัชวิน อัครศิริ เข้ารับตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารของสยามธารา และมีอำนาจเท่าเทียมกัน ตำแหน่งประธานกรรมการบริหารจะคัดเลือกจากสองคนนี้ ซึ่งฉันแน่ใจว่าภายในเวลาไม่เกิน 3 เดือน เราก็จะได้คำตอบ...ตำแหน่งประธานมีความสำคัญสูงสุด ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะแต่งตั้งใครตามอำเภอใจ"

"แล้วที่ว่าจะได้คำตอบ จะวัดกันจากอะไรเหรอคะ" เพลินจิตคอแข็งรอฟัง...

ครั้นออกจากห้อง ประชุม เพลินจิตยังหน้าตูมตึง เดินบ่นกับวิชาอย่างไม่สบอารมณ์

"ให้ สองคนลองเสนอไอเดียปรับปรุงพื้นที่โรงแรม ไอเดียของใครดี ก็จะเอาไปทำ แล้วแบบนี้จะตัดสินกันตามอำเภอใจรึเปล่า"

"อย่าเพิ่งตีโพยตีพายสิ ถ้าท่านไม่เห็นแก่คุณชัช ก็คงไม่ให้ตำแหน่งเท่ากับคุณทศหรอก ผมว่าคุณชัชก็ยังมีโอกาส"

"ตาชัชเนี่ยนะ ยังทำหน้าเป๋อเหลอไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่เลย ไม่มีทางสู้ไอ้ทศวินได้หรอก"

"แต่ คุณอย่าลืมว่าคุณชัชมีเราหนุนหลังอยู่นะ เราจะยอมให้ให้คุณชัชแพ้งั้นเหรอ...เชื่อผมสิ ว่าเกมมันต้องเปลี่ยนแน่" วิชาสีหน้ามุ่งมั่น เพลินจิตแม้จะหวั่นใจ แต่ไม่คิดจะยอมแพ้...

ส่วน ชัชวินที่ยังข้องใจไม่หายกับตำแหน่งหน้าที่ที่คุณย่ามอบหมาย พอกลับถึงบ้านในตอนเย็นก็ยังบ่นกับทศวิน อย่างไม่อยากจะเชื่อ

"รอง ประธาน...จู่ๆ ฉันก็ได้เป็นรองประธานเหรอเนี่ย" พูดแล้วเหลือบมองทศวินที่ยังคงนิ่งขรึม "นายนิ่งตลอดเลยนะ ถามจริง เคยหนักใจอะไรกับใครเค้าบ้างรึเปล่า"

"ฉันมาคิดๆดู เรื่องที่คุณย่าให้ทำ เราไม่เห็นต้องต่างคนต่างทำ ถ้าเราร่วมมือกัน มันอาจจะยิ่งดีด้วยซ้ำ นอกจากนายจะไม่เห็นด้วย"

"ต้องยังงี้สิ ถึงจะพี่น้องกัน สุดยอด นายแมนจริงๆว่ะทศ...เฮ้อ แบบนี้ฉันค่อยหายใจหายคอได้หน่อย ถ้าต้องมาแข่งกัน เครียดตาย...วู้ โล่งอกไปที ไว้ฉันเลี้ยงข้าวนายดีมั้ย"

ชัชวินเริงร่าดี๊ด๊ากอดคอทศ วินที่ยิ้มน้อยๆ คุณยุบลแอบรับรู้รับฟัง รอยยิ้มของท่านผุดขึ้นอย่างพอใจในสปิริตของทศวิน และเป็นปลื้มที่หลานชายรักใคร่กันดีไม่มีปัญหา

ooooooo

เช้า วันนี้ สะอาดเรียกจอมใจ แก้วใสและกุลมาพบที่ฝ่ายบุคคล เพื่อชี้แจงผลการฝึกงาน และมอบหมายหน้าที่ใหม่ตามที่แต่ละคนถนัด

"ความ สามารถของพวกเธอทำให้ผ่านการฝึกงานขั้นต้น ฉันขอแสดงความยินดีด้วย แต่เพื่อความเข้าใจในระบบการทำงานของโรงแรมที่ดีขึ้น ฉันจะส่งพวกเธอไปเรียนรู้งานที่กว้างมากขึ้น เพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าว่าเขาคาดหวังอะไรจากการเดินเข้ามาที่ สยามธารา"

"ค่ะ" สามสาวรับคำพร้อมเพรียง

"กุล...ฉันจะส่งเธอ ไปฝึกที่ศูนย์ประชุม จะได้เรียนรู้สเกลการจัดดอกไม้ที่ใหญ่มากขึ้น ส่วนแก้วใส เธอไปฝึกในส่วนของงานพีอาร์ร้านเบเกอรี่ที่กำลังจะเปิดใหม่ของโรงแรม จะได้ เรียนรู้ความต้องการของลูกค้าว่าต้องการขนมและขนมอบแนวไหน สำหรับจอมใจ จากข้อมูลและความคิดเห็นที่เธอแสดงอยู่บ่อยๆ ถือว่าน่าสนใจ มีการเรียกตัวเธอไปลองงานเพิ่มเติมที่แผนกจัดเลี้ยงของโรงแรม เพื่อที่จะได้เข้าใจการจัดการงานเลี้ยงโดยรวม รวมทั้งการจัดคอร์สเมนูอาหารด้วย...มีใครมีปัญหาหรือคำถามอะไรไหม"

สาม สาวมองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีค่ะ

"ดี งั้นก็ตามนั้น ทีนี้ก็มาถึงคนที่จะควบคุมการฝึกงานของพวกเธอ...กุล เธอรีพอร์ตตรงที่คุณอัศวิน...แก้วใส คุณชัชวิน ส่วนจอมใจ คุณทศวินจะดูแลเธอโดยตรง"

แก้วใสและกุลไม่มีปัญหา แต่จอมใจทั้งเหวอทั้งกังวลอย่างเห็นได้ชัด...จอมใจยังเคืองทศวิน ใจจึงต่อต้านไม่อยากทำงานขึ้นตรงกับเขา หลังแยกจากสะอาดมาแล้ว จอมใจจึงมุ่งหน้าไปพบทศวินถึงห้องทำงาน โดยไม่ฟังเสียงห้ามของเลขาฯที่พยายามอย่างเต็มที่แล้ว

จอมใจแจ้ง ความประสงค์อย่างเด็ดเดี่ยวว่าเธอขอย้ายแผนก ทศวินกลับทำเหมือนไม่ได้ฟัง ย้อนถามไปอีกเรื่อง

"ทำไมฉันโทร.หาเธอ เธอไม่รับสาย"

"พูด เรื่องงานเถอะค่ะ นี่มันเป็นเวลางาน"

"แต่ฉันอยากพูดเรื่องของเราให้ เข้าใจกันก่อน"

"ไม่เห็นมีอะไรต้องพูดนี่คะ เรื่องเดียวที่เราต้องทำความเข้าใจกันก็คือฉันไม่ต้องการฝึกงานแผนกจัด เลี้ยง"

"เธอไม่อยากฝึกงานแผนกจัดเลี้ยงหรือเธอไม่อยากฝึกงานกับฉัน กันแน่ เธอยังโกรธที่ฉันไม่บอกว่าเรื่องที่ฉันเป็นใคร"

"ฉันอยาก ฝึกงานในครัว ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น"

"งานนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การทำอาหาร คนจะเป็นเชฟที่ดีได้ต้องเข้าใจกลไกการทำงานในส่วนอื่นด้วย ไม่ใช่แค่ในครัว"

"แต่ฉันรักที่จะอยู่ในครัว คุณอยากทำงานในห้องอื่นมันก็เป็นสิทธิ์ของคุณ แต่ฉันไม่อยาก แล้วมันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน" ว่าแล้วหันหลังกลับทันที ทศวินลุกมาจับแขนเธอไว้ เธอกลับสะบัดอย่างแรง

"จอมใจ...เธอมีเหตุผล บ้างได้ไหม เรื่องงาน ทางโรงแรมพิจารณาแล้ว"

"ฉันไม่ทำค่ะคุณทศ ใครก็มาบังคับไม่ได้ คุณอย่าเสียเวลาเลย" จอมใจเดินเบียดเขาออกไปจนได้ ทศวินก้าวตามมาเรียกหน้าห้อง เป็นจังหวะที่อุไรริสายืนอยู่กับเลขาฯของเขาพอดี

อุไรริสามองท่าที แปลกๆระหว่างสองคนแล้วแอบสงสัย ครั้นได้เข้ามาคุยในห้องกับทศวินตามลำพัง หลังจากจอมใจพรวดพราดกลับไปแล้ว อุไรริสาอยากรู้แต่ก็ไม่กล้าเสียมารยาท จึงพูดธุระของเธอที่จะมาชวนเขากินข้าวเพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาช่วยให้เธอ ไม่เสียทรัพย์และบาดเจ็บจากโจรวิ่งราวเมื่อหลายวันก่อนที่หน้าโรงแรม

"วัน นี้ก็ไม่ได้อีกเหรอคะ ฉันรู้สึกว่าตัวเองรบกวนคุณจริงๆ"

"ไม่ใช่ อย่างนั้นหรอกครับ คุณอุตส่าห์มีน้ำใจที่จะตอบแทน แต่เป็นเพราะผมไม่ดีเอง ยังไงไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะครับ"

"ค่ะ...คุณทศดูเครียดๆนะคะ หรือว่าเรื่องงานเมื่อกี๊มีปัญหาอะไร"

"ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ยังไม่เข้าใจกัน...กับเพื่อนร่วมงาน"

"ได้ยินเลขาฯบอกว่าเป็นเด็ก ฝึกงาน ต่อต้านรองประธานได้ด้วยเหรอคะ" ทศวินนิ่งไม่ตอบ หญิงสาวเลยชะงัก หน้าเจื่อนไปนิด "ขอโทษนะคะ เห็นว่าคุณดูเครียด ก็เลยเป็นห่วง ไม่ได้ตั้งใจก้าวก่ายหรอกค่ะ"

อุไรริสาแสร้งยิ้มกลบเกลื่อน ทั้งที่สงสัยว่าสองคนนี้ ต้องมีอะไรมากกว่าที่เห็นแน่ๆ หลังจากนั้นอีกพักอุไรริสา จึงแวะไปพบเพลินจิต เพื่อไขข้อข้องใจ

"ก็ คงเป็นแม่จอมใจนั่นแหละ ลักษณะตามที่หนูริสาพูดถึง เป็นลูกสาวของบดี พงษ์พิพัฒน์"

"อย่างงั้นเหรอคะ ตระกูลพงษ์พิพัฒน์...มิน่า ถึงได้ เชิด"

"ว่าแต่หนูริสาสนใจเรื่องแม่คนนี้ไปทำไม"

"ริสาผ่านไป ทางห้องทำงานคุณทศ เห็นเขาหยิ่งๆน่ะค่ะ ก็เลยแปลกใจ"

"คิดว่าตัวเอง วิเศษวิโสเหมือนพ่อแม่เขานั่นแหละ แต่เขาเทียบอะไรกับตระกูลผู้ดีเก่าอย่างหนูไม่ได้หรอก อย่าไปสนใจเลยจ้ะ...ว่าแต่หนูมาเนี่ย ได้เจอตาวินรึยังล่ะ ถ้าไม่ไปหา เดี๋ยวเขางอนนะจ๊ะ"  เพลินจิตหยอดเต็มที่ อุไรริสายิ้มๆ แต่ไม่ได้สนใจเท่าไรนัก แอบไพล่ไปคิดเรื่องจอมใจมากกว่า...

ทางด้าน แก้วใสที่ยังเป็นห่วงจอมใจ หลังไปรับรายงานตัวและรับทราบหน้าที่ของตัวเองแล้ว แก้วใสรีบโทร.หาจอมใจ แต่พยายามหลายครั้งก็ไม่ติด จึงได้แต่ส่งข้อความบอกให้รู้ว่าตนขอกลับก่อน ต้องกลับไปช่วยยาย...

ขณะแก้วใสออกไปรอรถเมล์ เธอไม่รู้ว่าถูกชัชวินจับตามอง แล้วเขายังขับรถสะกดรอยตามเธอไปจนถึงบ้าน แก้วใสพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงเมื่อความจริงเปิดเผยอย่างไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ เธอหันหลังวิ่งหนีเขาซึ่งหน้า

"เดี๋ยวก่อน...น้องจอม เอ่อ ไม่ใช่สิ...แก้ว...เดี๋ยวก่อน" ชัชวินคว้าตัวแก้วใสไว้ได้ "บอกผมมาก่อนว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นแน่ คุณคือใครกันแน่...น้องจอม"

แก้ว ใสมองหน้าเขา สารภาพทั้งน้ำตา "ฉันชื่อแก้วใส เป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่ได้นามสกุลพงษ์พิพัฒน์ ไม่ใช่จอมใจ ฉันไม่มีอะไรเลย ไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่คุณคิด ฉันหลอกคุณ หลอกทุกคนมาโดยตลอด...ฉันขอโทษ ปล่อยฉันเถอะค่ะ"

"ผมไม่เข้าใจ คุณทำยังงี้ทำไม"

"คุณไม่มี วันเข้าใจ คนรวยอย่างพวกคุณไม่มีวันเข้าใจ...ปล่อยฉัน" แก้วใสสะบัดออกวิ่งหนีเข้าห้องปิดประตูทันที ชัชวินยังอึ้งงง ทำอะไรไม่ถูก จนยายน้อมของแก้วใสต้องขอร้องให้เขากลับไปก่อน...

หลังจากชัชวินกลับ ไปแล้ว ยายน้อมเข้ามาปลอบหลานสาวที่ยังสะอื้นไห้ด้วยความรู้สึกเสียใจและละอายใจที่ หลอกลวงคนอื่น...

ส่วนชัชวินที่ยอมถอยกลับไป เขามึนงงสับสน และรู้สึกว่าตัวเองช่างโง่อะไรเช่นนี้ จนต้องเรียกอัศวินมาระบาย... อัศวินพอได้ฟัง จึงบอกชัชวินว่าตนก็รู้สึกผิดสังเกตมานานแล้วเหมือนกัน

"ดี นี่ ผิดสังเกตตั้งนาน เพิ่งจะมาบอกตอนนี้"

"ก็ใครจะไปรู้ เขาเป็นเพื่อนสนิทกัน แกก็รู้จักทั้งสองคน มันไม่น่าจะโดนหลอกได้เลย"

"นี่ ด่าฉันโง่ใช่มั้ย"

"ไม่โง่มากหรอก แต่ถ้าหลอกแกมาได้นานขนาดนี้ แปลว่าจอมใจตัวจริงต้องมีเอี่ยวด้วย"

"ชัวร์เลย ไม่งั้นฉลาดอย่างฉันไม่มีทางโดนหลอกหรอก"

"อย่าเพิ่งพูดไปเฮียหลง ผู้ชายอย่างเราฉลาดยังไง ก็ยังไม่เข้าใจผู้หญิงอยู่ดี...แล้วแกโกรธเขารึเปล่า"

ชัชวินชะงัก กึก ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน...

ooooooo

เช้าวันใหม่ บดีกับนงนุชเตรียมตัวออกจากบ้านไปทำธุระ แต่เห็นลูกสาวยังเอ้อระเหยอยู่ในชุดนอน พอพ่อแม่ถาม จอมใจก็บอกว่ากำลังรอย้ายแผนกอยู่

"นี่แน่ใจนะ ว่าไม่ได้แอบโดดงาน แล้วมาหลอกพ่อกับแม่"

"จริงสิคะ แหม เรื่องงานน่ะ จอมจริงจังนะคะพ่อ"

"เอาเถอะ ยังไงก็อย่าหยุดนาน ลูกสาวพ่อห้ามเหลาะแหละ ห้ามถอย" จอมใจได้ยินคำสอนของพ่อก็รู้สึกผิดนิดๆ ยกมือไหว้พ่อกับแม่หน้าแหยๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง ขณะรถพ่อเคลื่อนออกไป

"หรือ เราทำเกินกว่าเหตุจริงๆ"

พูดไม่ทันขาดคำ รถทศวินแล่นปราดเข้ามาจอด จอมใจมัวแต่เหม่อคิด เห็นอีกทีทศวินก็ลงมาจากรถแล้ว จอมใจสะดุ้ง หันหลังวิ่งหนีเข้าบ้าน ทศวินทั้งเรียกทั้งวิ่งตาม จนไปทันกันในครัว จอมใจอายหน้าตาที่ขี้ตาเกรอะ จึงเอามือปิดหน้าตัวเองไว้

"จอมใจ...เดี๋ยว ก่อน ที่โทร.มาบอกทางโรงแรมว่าขอพักงานน่ะ หมายความว่าไง แล้วนั่นปิดหน้าทำไม" จอมใจส่ายหัวไม่พูด ทศวินเลยต้องใช้มุกเจ้าเล่ห์เล็กน้อย "กระดุมเสื้อหลุดน่ะ" จอมใจตาเหลือก เอามือลงมากำเสื้อแน่น ทศวินถึงกับหัวเราะขำๆ "อู้หู ตาแฉะเชียว"

"นี่ คุณแกล้งฉันเหรอ โรคจิต" จอมใจงอนหน้าง้ำ

จากนั้นทศวินก็เข้าประเด็น อยากรู้ทำไมเธอต้องพักงาน หรือว่ายังโกรธที่เขาเคยปิดบังว่าเป็นใคร แต่เขาก็อธิบายไปแล้วนี่

"ไม่ใช่เรื่องนั้น เรื่องนั้นฉันเข้าใจแล้ว"

"งั้นเธอโกรธฉันเรื่องอะไร"

"ฉัน ไม่ได้โกรธ ฉันก็แค่...ไม่อยากไปทำงานแผนกจัดเลี้ยงเฉยๆ"

"ไม่จริง ฉันรู้จักเธอดี คนที่จริงจังกับการเป็นเชฟใหญ่อย่างเธอ ไม่มีวันปล่อยโอกาสยังงี้หลุดไปแน่ๆ ฉันผิดหวังในตัวเธอจริงๆ ไม่คิดเลยว่าเธอจะเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน"

จอมใจเถียง ทันทีว่าไม่จริง ส่วนทศวินก็สวนทันควันว่าจริง...แล้วต่างคนก็ต่างเถียงกันไปมา จนที่สุดจอมใจก็หลุดปากความจริงออกมาว่า เธอโกรธที่เขาไปกับคนอื่น ทศวินสงสัยว่าไปกับใคร หรือจะเป็นคุณริสา...

"คุณริสา...เชอะ ฉันจะไปรู้เหรอว่าริสาหรือไม่ริสา"

"นี่เธอหึงฉันเหรอ"

"บ้า...ฉัน จะหึงคุณทำไม"

"คุณริสาเขาเป็นแขกของครอบครัว วันนั้นเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ฉันเลยต้องพาเขาไปโรงพยาบาล...ทีนี้ เธอจะไปทำงานได้รึยัง"

จอมใจยังนิ่งไม่อยากยอม ทศวินจึงต้องวกมาเรื่องหึงอีก ถ้าไม่ไปทำงานแปลว่าหึง แต่ถ้าไม่หึงก็ต้องพิสูจน์...

"ฉันไปก็ได้ เพราะไม่อยากให้คุณเข้าใจผิดหรอกนะ" ว่าแล้วจอมใจสะบัดพรืดขึ้นไปแต่งตัว...ทศวินส่ายหน้า มองตามยิ้มนิดๆ

ooooooo

แก้วใสออกจากบ้านมาสยามธาราตามปกติ แต่เธอไม่ได้จะมาทำงาน หากแต่นำใบลาออกจากการฝึกงานมายื่นต่อคุณสะอาด แต่กุลได้เห็นเอกสารนี้ก่อน จึงรีบปรึกษาจอมใจเป็นการด่วน แล้วจากนั้นเรื่องนี้ก็ถึงหูชัชวินอย่างรวดเร็ว สะอาดจึงยังไม่ทันได้เซ็นอนุมัติใบลาออกของแก้วใส

ชัชวินพาแก้วใสออกไปเคลียร์กันตามลำพัง โดยที่จอมใจและกุลคอยลุ้นระทึกอย่างใจจดใจจ่อไม่เป็นอันทำงาน

"ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วย รู้ไหมว่าลาออกตอนนี้มันเสี่ยงแค่ไหน" ชัชวินเปิดฉาก แก้วใสนิ่ง อึดอัดและพูดไม่ออก ตาก็ยังไม่กล้ามองชัชวินด้วยซ้ำ "แก้วใส คุณพูดอะไรบ้างได้ไหม คุณจะทำแบบนี้ไปทำไม"

"มันก็...ดีกว่าโดนไล่ออกไม่ใช่เหรอคะ ฉันรีบลาออกไปซะก่อน ก็ดีกว่าโดนไล่ออก"

"ใครจะไล่คุณออก มีเหตุผลอะไรที่เขาจะไล่คุณออก"

"ฉันหลอกคุณนะคะ โกหกทั้งชื่อ นามสกุล ฐานะที่บ้าน ฉันไม่ได้พูดความจริงสักอย่าง...ฉัน...ฉันมันโง่เอง ตอนแรกฉันปิดบังคุณก็เพราะกลัวคุณจะรังเกียจคนจนๆ แล้วยิ่งนานมันก็ยิ่งแก้ไม่ออก ฉันไม่ได้อยากโกหกใคร แต่...แต่ฉันไม่รู้จะบอกความจริงกับคุณตอนไหน ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ฉันเสียใจนะคะ ฉันขอโทษ ความจริงลาออกแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ เทียบไม่ได้กับที่ฉันหลอกคุณ"

"พอ ไม่ต้องพูดแล้ว ผมอยากรู้แค่นี้แหละ"

"ฉันเสียใจจริงๆค่ะ" แก้วใสน้ำตาคลอ หันหลังจะผละหนีไป ชัชวินกลับรั้งเธอมากอด แก้วใสตะลึงงันอย่างไม่เข้าใจ "ผมแค่อยากรู้ว่าจริงๆคุณคิดยังไง ความจริงใจเป็นอย่างเดียวที่ผมต้องการ ผมไม่สนใจว่าคุณจะเป็นใคร"

"คุณชัช..." แก้วใสครางไม่อยากจะเชื่อ ชัชวินกระชับอ้อมกอดเป็นการยืนยัน แก้วใสดีใจ ปาดน้ำตาทิ้ง และเริ่มยิ้มได้กับช่วงเวลาพิเศษที่คาดไม่ถึง...

แต่อีกมุมหนึ่ง จอมใจและกุลผุดลุกผุดนั่ง อยากรู้ว่าสองคนนั้นคุยกันไปถึงไหนแล้ว

"โอ๊ย ไม่ไหวแล้วนะ ฉันทนไม่ได้แล้ว ฉันจะเข้าไปดูให้รู้แล้วรู้รอดไป" จอมใจโวย...กุลต้องรีบห้าม

"เฮ้ย เดี๋ยวใจเย็นๆ เรื่องนี้เราต้องปล่อยให้ยัยแก้วกับคุณชัชเขาคุยกันเอง"

"แล้วจะรู้เรื่องมั้ย พูดก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องทั้งคู่ เดี๋ยวฉากกันไปฉากกันมา งง ไม่รู้เรื่อง แล้วยัยแก้วจะทำยังไง"

"ใครพูดไม่รู้เรื่อง" เสียงหนึ่งดังมา สองสาวหันขวับ... หน้าเจื่อนทันทีที่เห็นทศวินเดินเข้ามาพร้อมอัศวิน แต่จอมใจพยายามปั้นยิ้ม ถามเขาทั้งคู่ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมาทำอะไร?

"ก็มาตามหาพวกเธอนี่แหละ ทำไมไม่เข้างาน" ทศวินทำเสียงเข้ม

"เข้าสิคะ แต่ตอนนี้ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการให้เรียบร้อย"

อัศวินถามว่าเรื่องอะไร กุลตอบไม่เต็มเสียงนักว่า เรื่องคุณชัชกับแก้วใส ทศวินจึงถามกึ่งตำหนิทันทีว่า เรื่องของสองคนนั้นมันเกี่ยวอะไรกับเธอสองคนด้วย

"ก็ฉันอยากรู้" จอมใจตอบพรวด

"อยากรู้ก็ถามเขาสิ นี่ไง"

จอมใจและกุลมองผ่านไปด้านหลังสองหนุ่ม เห็นแก้วใสกับชัชวินยืนคู่กันอยู่

"ว่ายังไงครับ คุณจอมใจจอมยุ่ง อยากรู้อะไร" ชัชวินถามยิ้มๆ สองสาวหน้าเจื่อน แต่พอเห็นรอยยิ้มของแก้วใส ก็เข้าใจทันทีว่าอะไรเป็นอะไร

"เอาล่ะ สนุกมากพอแล้ว กลับไปทำงานกันได้รึยัง"

สามสาวยิ้มกว้างแทนคำตอบ สามหนุ่มก็พร้อมเช่นกัน บรรยากาศของความสุขจึงอบอวล

ooooooo

หวานใจกับนายจอมหยิ่ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด