สมาชิก

หวานใจกับนายจอมหยิ่ง

ตอนที่ 10

ในครัว  สามสาวฝึกงานกำลังขะมักเขม้นกับเมนูอาหารของเชฟทศ โดยมีเชฟเต่าคอยจ้ำจี้จ้ำไชทั้งที่ไม่รู้สูตรอะไรสักหน่อย แถมพอชิมรสชาติอร่อยลิ้นแต่ไม่ยอมชม กลับทำเป็นพยักพเยิดแกนๆว่าทำตามนั้นไป

เมื่อเมนูไหนสำเร็จเสร็จแล้ว จอมใจก็แอบเอาออกมาให้ทศวินในห้องเล็กชิม จนเมนูโอเค ทศวินจึงบอกจอมใจว่าเขาหมดหน้าที่แล้ว จอมใจใจหาย ขอร้องเชฟอย่าเพิ่งไป ถ้า เสร็จงานในครัวหมดแล้วเธออยากจะฟังเหตุผลของเขา รับรองว่าไม่นานเกินรอ
ทศวินปฏิเสธไม่ออก พอจอมใจกลับออกมา เชฟเต่า เห็นเต็มตา คาดคั้นจอมใจเข้าไปทำไมในห้องเล็ก จอมใจไม่ตอบ เดินลิ่วผ่านไปทันที เชฟเต่ายังติดใจเดินเข้าไปเมียงมองและส่งเสียงถามเมื่อได้ยินเสียงดังกุกกัก ทศวินเลยต้องปรากฏตัว

"นายทศ นายมาซุ่มอยู่ในนี้ทำไม"

"เลิกโวยวายแล้วฟังผมนะเชฟเต่า ผมรู้ว่าในครัวมีปัญหา ผมต้องการช่วยให้งานวันนี้ผ่านไปอย่างดีที่สุด"

"นายทำอย่างนี้เพื่ออะไร"

"ก็บอกแล้วไงว่าเพื่อให้งานวันนี้ผ่านไปอย่างดีที่สุด จะถามซ้ำอีกไหม"

เชฟเต่าชะงัก เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทศวินจึงยืนยันมั่นเหมาะว่า เสร็จจากงานวันนี้แล้วตนจะไม่มาเหยียบสยามธาราอีก...จังหวะนี้เอง  เสียงเด็กในครัวเรียกเชฟเต่าดังมา บอกว่าคุณอัศวินต้องการพบ เชฟเต่าจึงผละจากมาทันที อัศวินต้องการเทสต์อาหาร
เชฟเต่าจึงจัดไป โดยมีสายตาของพวกจอมใจมองตามอย่างดูแคลน เพราะเชฟเต่าไม่ได้ทำอะไรเองสักอย่าง

พอเชฟเต่าคล้อยหลังได้สักครู่ ชัชวินก็โผล่เข้ามาเรียกน้องจอม บอกว่าคุณพ่อคุณแม่ของน้องมาหา ตอนนี้ท่านรออยู่ข้างนอก...สามสาวได้ยินดังนั้นถึงกับตกใจมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รีบขอเวลานอกสุมหัวกันโดยด่วน

"มัวแต่วุ่นๆ ฉันลืมไปเลยว่าพ่อกับแม่ต้องมางานคืนนี้ด้วย" จอมใจสารภาพ...กุลบอกอย่างร้อนรนว่า จะเอายังไงก็รีบตัดสินใจ คุณชัชวินรออยู่ข้างนอก แก้วใสหน้าซีดกว่าใคร บ่นอุบว่าเราไม่น่าโกหกเขาเลย พอมาถึงเวลานี้หาทางออกไม่ได้ กรรมจริงๆ
"อย่ามาเสียใจอะไรตอนนี้เลย คิดว่าจะเอายังไงดีกว่า"

"ฉันว่า...ฉันจะยอมรับความจริง"

"เฮ้ย แก้ว..." จอมใจท้วงทันที กุลเองก็ถามย้ำว่าคิดดี แล้วเหรอ แก้วใสหน้าเครียด บอกไม่มีทางอื่นแล้ว ไม่อย่างนั้น พ่อแม่ของจอมก็ต้องรู้ด้วยว่าพวกเราหลอกคุณชัช มันจะยิ่งแย่ ไปกันใหญ่...

เมื่อตัดสินใจเช่นนี้แล้ว แก้วใสเดินนำออกไปอย่างมุ่งมั่น แต่ไม่วายแอบใจสั่นขาสั่นบ้างเหมือนกัน...เมื่อเผชิญหน้ากับชัชวินที่ยืนรอ แก้วใสเปิดฉากจะพูดความจริง ทันใดนั้นนงนุชกับบดี เยี่ยมหน้าเข้ามา เพราะรอไม่ไหว ทำเอาสามสาวเหวอรับประทาน

"นี่...ทำไมให้พ่อกับแม่รอตั้งนานสองนานล่ะ" นงนุชเปิดฉาก...ชัชวินเอ้ออ้า จอมใจคิดปราดแล้วแทรกอย่างรวดเร็ว

"ไม่...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พวกเรายุ่งกันทุกคนเลยค่ะ"

"ผมบอกแล้วไงคุณ ว่าให้บอกลูกก่อนจะมา เขาไม่ว่างน่ะ" บดีหันมาพูดกับนงนุช...แต่นงนุชหันขวับไปทางลูกสาว ถามว่า อะไรจะยุ่งขนาดนั้น จอมใจรีบผลักแก้วใสเข้าไปหาแม่ ส่วน ตัวเองยืนกำกับอยู่ด้านหลัง

"ก็จอมน่ะอยากเจอคุณพ่อคุณแม่ในสภาพดีๆหน่อยนี่คะ" พูดแล้วขยิบตาให้แก้วใสตอบรับ "ใช่มั้ยๆ"

แก้วใสยังเหวอ กุลเลยเข้าช่วยอีกแรง ดันแก้วใสให้เข้าไปใกล้นงนุชอีก พลางก็บอกว่า จอมเขาอยากจะมีเวลาต้อนรับคุณแม่ คุณพ่อดีๆ แก้วใสมองเพื่อนไปมา เริ่มเข้าใจจึงพยักหน้า

"ค่ะ พวกเราไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เข้ามาในครัว ร้อนๆแบบนี้"

"แต่เราก็ยังทิ้งครัวไปไม่ได้เลยค่ะ"

"งานมันยุ้งยุ่งค่ะ"

นงนุชฟังสามสาวแล้วไม่ค่อยชอบใจ จอมใจส่งสายตาให้แก้วใสเจรจาต้าอ่วยกับแม่ของเธอ

"คุณแม่อย่าโกรธเลยนะคะ เดี๋ยวพอเสร็จงาน เราจะรีบออกไปหาเลยนะคะ"

"ความจริงแม่ก็ไม่ได้อยากมากวนหรอกนะ แค่อยากเห็นว่าทำงานกันยังไงเท่านั้นแหละ"

"เดี๋ยวว่างๆพวกเราจะบอกคุณแม่ทุกอย่างเลยค่ะ"

ว่าแล้วสามสาวช่วยกันพยักพเยิด...นงนุชยังหน้าตูม บดีเลยรวบรัดว่า

"งั้นเราก็ไปกันก่อนเถอะคุณ ให้เด็กๆเขาทำงานกันต่อดีกว่า...งั้นพ่อกับแม่ไปก่อนนะ...ทุกคน"

สามสาวพร้อมใจกันไหว้อย่างพร้อมเพรียง บดีพานงนุชออกไป ชัชวินรักษามารยาทฐานะเจ้าของพื้นที่ตามไปส่งท่านทั้งสอง...สามสาวถอนใจดังเฮือก เหมือนลมจะหมดตัว

"นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว...เจ้าเล่ห์จริงๆเลยนะจอม"

"เวลานี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมาสารภาพบาป ยังมีปัญหาอีกเยอะแยะ"

"ขอบใจนะจอม แก้วก็ทำใจกล้าไปอย่างนั้นแหละ ถ้าต้องบอกตอนนี้จริงๆคงแย่"

จอมใจดึงเพื่อนมาโอบให้หายกังวล...แต่แล้วนึกได้ ขอตัวสักครู่ วิ่งหายเข้าไปในห้องเล็ก เรียกเบาๆหาเชฟทศ แต่ไม่มีเสียงตอบ และในห้องก็ว่างเปล่า มีเพียงกระดาษโน้ตข้อความที่เขียนทิ้งไว้ว่า

"ขอโทษที่ฉันต้องไปก่อน ฉันขอบใจพวกเธอทุกคนมาก...ทศวิน"

จอมใจอ่านแล้วใจหาย ยืนอึ้งงันอย่างปวดใจ

ooooooo

ในห้องอาหาร อัศวินกำลังเอ็ดเชฟเต่า หลังเห็นหน้าตาอาหารแต่ละจานที่ส่งเข้ามาเทสต์

"ทำไมเป็นแบบนี้ อาหารไม่เห็นเหมือนกับเมนูที่นำเสนอไว้เลย"

"ก็ไม่ถึงกับไม่เหมือนนะครับ เนี่ยก็ยังเป็นตีมรสชาติไทยสู่สากลอยู่ แบบว่าใช้เนื้อสัตว์ของไทย ช่วยเกษตรกรไทย แต่ปรุงแบบมีความเป็นสากล ผมเชื่อว่าเนื้อสัตว์ไทยๆเราก็มีคุณค่าได้ ถ้าผ่านการปรุงที่พิถีพิถัน"

อัศวินตักอาหารชิม สีหน้าไม่ค่อยพอใจที่อาหารไม่ออกมาตามที่ตกลงไว้ แต่พอรสซึมเข้าลิ้น ค่อยๆเคี้ยว

ช้าลงๆ เชฟเต่าลุ้นระทึก กลัวจะโดนด่าซ้ำอีก...ปรากฏว่าอัศวินวางช้อน แล้วไม่ด่าหรือวิจารณ์ใดๆ แต่พูดแค่ประโยคเดียวว่า

"ฉันไม่พูดดีกว่า รอฟังท่านประธานเองแล้วกัน" พูดจบเขาก็เดินออกไปเลย เชฟเต่าทำท่าสยอง ไม่แน่ใจว่างานนี้ หัวตนจะขาดไหมเนี่ย?

อัศวินเดินออกมาเจอคุณยุบลที่แต่งตัวพร้อมแล้ว ชายหนุ่ม ทักคุณยายว่ายังไม่ต้องรีบลงมาก็ได้ ทางนี้ตนจัดการให้แล้ว

"ไม่เป็นไร งานเลี้ยงประจำปีทั้งที"

ไม่ทันที่คุณยายจะซักอะไรหลานชายต่อ เพลินจิตกับวิชาเดินตรงรี่เข้ามาหา เพลินจิตปั้นยิ้มประจบแม่ผัวสุดฤทธิ์

"สวัสดีค่ะคุณแม่ แขกหลายคนชมกันใหญ่เลยค่ะ ว่าตีมภูมิปัญญาไทยสู่สากลของเราวันนี้ เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจตอนนี้มาก"

"ตาวินเขาเป็นคนคิด ไม่ใช่ฉัน แต่ฉันว่าถ้าจะให้ดีจริงๆเธอน่าจะแต่งตัวให้เข้ากับงานสักหน่อยนะ"

เพลินจิตอึ้งงันเพราะตนเองประโคมแบรนด์นอกมาทั้งตัว จึงรู้สึกเสียหน้าอย่างแรง แล้ววิชาก็รีบกู้หน้าแทน เมื่อคุณยุบลถามถึงชัชวิน

"คุณชัชออกไปต้อนรับแขกวีไอพีแล้วครับ"

"ตาชัชตั้งใจทำงานขึ้นมากเลยนะคะ คงอยากจะช่วยคุณแม่"

"ได้อย่างนั้นก็ดี...ฉันกับตาวินจะไปดูความเรียบร้อยในงานหน่อย ฝากเธอช่วยรับแขกด้วยแล้วกันนะวิชา"

วิชารับคำน้อมนอบ อัศวินพาคุณยายจากไป เพลินจิตจิกตามองตามอย่างโกรธแค้น

"ไม่ว่าฉันทำอะไร ก็ไม่เคยเห็นว่าดีเลย"

"เอาน่า อย่างน้อยครั้งนี้ท่านก็เห็นความดีของคุณชัชนะ"

เพลินจิตฟังคำพูดวิชาแล้ว อุณหภูมิความโกรธค่อยลดลง

ขณะเดินมาส่งบดีกับนงนุชหน้าห้องจัด เลี้ยง ชัชวินยังพูดชื่นชมจอมใจไม่หยุดปากว่าน้องจอมเป็นคนมีความตั้งใจสูง ทำอะไรก็ตั้งใจทำ แบบนี้คุณพ่อ คุณแม่ และคุณยายคงจะภูมิใจมาก...นงนุชฟังแล้วนิ่วหน้างงๆ แย้งว่าแม่ของตนไม่ชอบทำอาหาร
และจอมใจก็ไม่ได้มีเวลาอยู่กับยายเท่าไหร่ด้วย ท่านเสียไปตั้งแต่จอมใจยังเล็กๆ

"คุณคงจะจำผิดแล้วล่ะ" บดีเสริมขึ้นมา ชัชวินหน้าฉงนไม่อยากเชื่อ นึกย้อนถึงวันก่อนที่นั่งเรือไปกับเธอ แล้วเธอพูดถึงยายเป็นตุเป็นตะ...

ไม่ ทันที่ชัชวินจะซักถามอะไรสองสามีภรรยาอีก วิชาก็เข้ามาขัดจังหวะ เชิญบดีกับนงนุชไปนั่งโต๊ะวีไอพีทางด้านหน้า แต่เพลินจิตปราดมาดักจะไม่ยอมให้นงนุชนั่งโต๊ะวีไอพี ซ้ำยังพูดจาจิกกัดทั้งบดีและนงนุชเรื่องในอดีตอย่างไม่ไว้หน้า แต่บดีข่มใจ
ไม่ถือสา แล้วจะพานงนุชไปนั่งทางด้านหลัง พอดีคุณยุบลเข้ามาเจอ  บดีกับนงนุชเลยได้ไปนั่งโต๊ะวีไอพี  ส่วนเพลินจิตก็ถูกคุณยุบลตำหนิด้วยสายตาจนหน้าเสีย เดินกระแทกเท้าไประบายอารมณ์ แล้วประกาศกับวิชาว่า เธอเกลียดมันสองผัวเมีย และจะ
ทำทุกทางให้มันพินาศ

อัศวินเจอกุลในงานและได้พูดคุยกันเป็นอัน เข้าใจกันว่ากุลเข้าใจผิดไปเองว่าเขาดุและโหดกับพนักงาน ที่แท้เขาสุภาพและใจดีมากๆต่างหาก และเรื่องอุไรริสาวันก่อนที่เขาชวนเธอไปทานอาหารก็เพราะเขาไม่อยากให้เธอเอา เรื่องกุลนั่นเอง กุลเลยยิ้มออก
และคุยกับเขาได้สนิทใจขึ้น แต่พอสุมนาแม่ของอัศวินเข้ามาทัก และพูดถึงอุไรริสาด้วยท่าทีเป็นปลื้ม กุลมีอันต้องหน้าซีดเจื่อนอย่างเดิมอีก

ส่วนยุทธที่ได้เลื่อนขั้น เป็นผู้ช่วยวิชา...ยุทธวางมาดคุยโอ่อวดสาวๆในงานจนวิชาต้องเข้ามาเตือนให้ไป คอยสอดส่องให้ดี ถ้าทศวินโผล่มาเมื่อไหร่จะได้ขัดขวางทัน แต่เวลานั้นทศวินนั่งเซ็งอยู่หน้าโรงแรม แต่แล้วเกิดเหตุการณ์ระทึกใจ เมื่อเขาเห็น
สาวสวยคนหนึ่งก้าวลงจากรถแล้วถูกโจรวิ่งราวกระเป๋า ทศวินรีบเข้าช่วยและเอากระเป๋ากลับมาคืนเธอได้ ซึ่งเธอก็คืออุไรริสานั่นเอง

อุไร ริสาขอบคุณและจะให้เงินเป็นค่าตอบแทน แต่ ทศวินไม่รับ อุไรริสารู้สึกเป็นปลื้ม และวานให้เขาขึ้นไปส่ง ซึ่งการกลับเข้ามาอย่างไม่ตั้งใจของทศวินครั้งนี้ นึกไม่ถึงว่าจะทำให้เขาและคุณย่าได้เจอกันเสียที

คุณยุบลกำลังประกาศ ต้อนรับแขกเหรื่อ และกล่าวชื่นชมฝีมือการปรุงอาหารของเชฟเต่า พร้อมกันนี้ก็เชิญเชฟเต่าขึ้นบนเวที พวกจอมใจเฝ้ามองเชฟเต่าอย่างหมั่นไส้เพราะเขาไม่ได้เป็นคนคิดเมนูอาหารในงาน สักอย่าง เชฟเต่าเองพอขึ้นเวทีเกิดละอาย
ใจเกินกว่าจะรับคำชมที่ดูยิ่งใหญ่นั้นได้ จึงประกาศเรียกเชฟทศเจ้าของไอเดียตัวจริง

นี่เองทำให้คุณยุบลได้พบ กับหลานชายคนโต หลังจากไม่ได้พบกันมาเป็นสิบๆปี เสียงปรบมือดังกึกก้องจนทศวินต้องโค้งรับ พวกจอมใจอึ้งเหวอกันหมดเมื่อความจริงเปิดเผยว่าทศวินคือหลานของท่านประธาน บดีกับนงนุชก็ปลื้มทศวินยิ่งขึ้น ส่วน
อัศวินกับชัชวินดีใจที่ได้เจอญาติผู้พี่เสียที แต่คนที่เจ็บแค้นเป็นที่สุดก็คือเพลินจิตกับวิชา

ขณะที่ย่าหลานกอด กันกลมท่ามกลางความปลาบปลื้มยินดีของแขกเหรื่อ เพลินจิตกับวิชาทนดูไม่ได้ เดินหน้าเครียดออกไปจากงาน แล้วเพลินจิตก็สั่งให้วิชารีบเก็บเอกสารทั้งหมดที่เราปลอมลายเซ็นยุบล ไม่งั้นมันเอาเราตายแน่

เมื่องานเลี้ยงเลิก เพลินจิตถูกคุณยุบลคาดคั้นและตำหนิเรื่องให้ทศวินไปทำงานในครัว และยังเรื่องสั่งย้ายและไล่ออก ซึ่งคุณยุบลไม่เคยรู้เรื่องด้วยเลย เพลินจิตอ้างเหตุผลเอาตัวรอดว่าเป็นความต้องการของทศวินเองที่อยากเป็นเชฟ ทศวินรู้ทันแต่ไม่
อยากโต้แย้งให้เรื่องบานปลาย แต่คุณยุบลยังอยากเห็นเอกสารต่างๆ สะอาดจึงไปค้นหาที่ฝ่ายบุคคล แต่ไม่พบเอกสารเหล่านั้นเลย

นั่นเพราะมีมือดีมาฉกมันไปก่อนหน้านี้ แล้ว ซึ่งเขาก็คือยุทธนั่นเอง ยุทธนำเอกสารมาให้เพลินจิตจึงได้รับ คำชมทั้งจากเพลินจิตและวิชา แต่ทั้งนี้เพลินจิตก็กำชับยุทธที่ชักจะรู้เรื่องของเธอมากขึ้นทุกทีว่า ยุทธต้องปิดปากให้สนิท ไม่งั้นจะหาว่าเธอไม่
เตือน แล้วต่อไปมีอะไร วิชาจะติดต่อสั่งการไปเอง

ชัชวินยังข้องใจไม่หายที่แม่ของเขารู้ เรื่องทศวินมาตลอดตั้งแต่กลับมาเหยียบสยามธารา แต่ทำไมแม่ถึงปิดบังเขาและคนอื่นในครอบครัว เพลินจิตอึกอักไม่รู้จะตอบลูกยังไง วิชาจึงชี้แจงเสียเองว่า เรื่องนี้เป็นความต้องการของทศวินเอง ที่ไม่อยากให้
บอกใคร

"แล้วทศ เขาต้องทำแบบนั้นไปทำไมล่ะครับ"

"ก็อยากให้คนเอ้อระเหยอย่างเรา ตายใจล่ะมั้ง"

"คุณแม่ อะไรกันล่ะครับ ก็ญาติกันทั้งนั้น"

"ใจเย็น ดีนัก ระวังเถอะจะไม่เหลืออะไรอย่างคุณประกิต ทำไมถึงเหมือนกันได้นะ"

"คุณ แม่...แล้วถ้าผมจะเหมือนคุณพ่อมันจะแปลกตรงไหนล่ะครับ ทำไมคุณแม่ต้องพูดอย่างนี้ด้วย" น้ำเสียงชัชวินไม่ค่อยพอใจ วิชากลัวจะเลยเถิดปรามเพลินจิตด้วยสายตา เพลินจิตเลยกระแทกเท้าจากไป  พออีกครู่ได้เห็นทั้งย่า  ทั้งอาสุมนา และอัศวิน
กับชัชวินต่างก็รุมล้อมทศวินด้วยความดีใจ ยินดีต้อนรับเข้าบ้านหลังใหญ่ เพลินจิตยิ่งไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย

ส่วน อุไรริสาพอรู้ว่าทศวินเป็นหลานคนโตของเจ้าของโรงแรมสยามธารา จากที่ปลื้มเขาเป็นทุนก็ยิ่งปลื้มหนัก แทบจะลืมอัศวินไปเลย...

หลัง จากทักทายและถามสารทุกข์กันแล้ว ทศวินไม่ลืมโทร.ไปบอกข่าวดีกับแม่ของเขาที่เมืองนอก ทิพย์วิภาดีใจที่

ลูกชาย กับย่าเข้าใจกันแล้ว ซึ่งเธออยากให้ลูกลืมอดีต อย่าไปรื้อฟื้นมันอีก

"แต่ คุณแม่ครับ มันคือศักดิ์ศรีของคุณพ่อ และผมไม่เชื่อว่าคนอย่างคุณพ่อจะ...จะทำแบบนั้น ผมรู้ว่าจริงๆแล้วคุณแม่ก็ไม่เชื่อเหมือนกัน" ทิพย์วิภานิ่งไป "ผมต้องรู้ให้ได้ว่า

ความจริงเป็นยังไง ผมไม่อยากให้ใครตราหน้าว่าพ่อผมทำผิดพลาดแล้วต้องฆ่าตัวตายหนีความผิด"

น้ำ เสียงทศวินมุ่งมั่นมาก ทิพย์วิภาเป็นห่วงลูกจับใจ แต่ไม่รู้จะห้ามอย่างไร

ooooooo

หลังค วามจริงของทศวินเปิดเผย...เพียงเช้าวันรุ่งขึ้นจอมใจก็ไม่ยอมมาทำงาน ส่งข้อความมาบอกแก้วใสว่าวันนี้ขอลา...แก้วใสและกุลเป็นกังวลว่าที่จอมใจ เป็นแบบนี้ก็เพราะโกรธทศวิน แต่พอโทร.ไปถาม ปราฏกว่าจอมใจตอบเสียงดังฟังชัดว่า ไม่ได้
โกรธเขาเลยสักนิด

"ไม่ โกรธ...แล้วทำไมวันนี้เธอต้องหยุดงานด้วย"

"ฉันไม่โกรธ แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่ต้องง้อฉันนี่ เคยได้ยินคำว่าเล่นตัวไหมจ๊ะเพื่อนๆ ฉันเป็นคนบัญญัติศัพท์คำนี้ขึ้นมา คุณเชฟต้องได้รับบทเรียนบ้างที่หลอกเรา...กุล เธอต้องช่วยฉันนะ"

กุล งงว่าจะช่วยด้วยวิธีไหน จอมใจจึงสาธยายรายละเอียด แล้วจากนั้นไม่นานกุลก็ไปพบทศวิน บอกเขาว่าจอมใจโกรธเขามาก วันนี้ก็เลยขอลางาน

"ขนาดนั้นเลยเหรอ"

"ค่ะ เวลาจอมเขาเครียดจะทำงานไม่ได้ แล้วก็ไม่อยู่ที่บ้าน เขาจะชอบไปนั่งปล่อยใจที่สวนสาธารณะ..."

ทศวินตั้งใจฟังทุกคำของกุล โดยไม่รู้ว่ามันคือแผนเจ้าเล่ห์ของจอมใจ...เสร็จแล้วกุลก็ผละจากมา แล้วแอบโทร.ไปหาจอมใจ

"เจ้าแผนการนักนะจอม ถ้าเกิดคุณทศเขาไม่ไปง้อล่ะ"

"ไม่มีทาง ก็กุลบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเขาไม่สบายใจมาก เพราะฉะนั้นไม่ว่ายังไงฉันไม่มาคอยเก้อแน่ๆ ไว้เคลียร์กับคุณทศเสร็จจะเล่าให้ฟังนะ...บาย" จอมใจวางสาย ลุกเดินเหยียดแขนขาสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนสาธารณะด้วยอารมณ์ของคนแฮปปี้...

ทศวินดูเดือดเนื้อร้อนใจจริงๆที่จอมใจไม่ยอมมาทำงาน เมื่อโทร.หาแล้วเธอไม่รับสาย เขายิ่งกระวนกระวาย ที่สุดก็ตัดสินใจจะไปยังสวนสาธารณะที่กุลบอก แต่แล้วมีเหตุให้ไปไม่ได้ เพราะอุไรริสาใช้มารยาแกล้งลื่นล้มจนเขาต้องพาเธอไปหาหมอ อีกทั้งคุณย่าก็โทร.ตามตัวให้เขากลับไปกินข้าวที่บ้านเย็นนี้ด้วย

จอมใจ รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ จนหมดความอดทนจึงกลับมายังสยามธาราด้วยท่าทีสุดซึม กุลเห็นแล้วสงสารเพื่อนจับใจ พยายามปลอบว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ตนอาจจะบอกชื่อสวนผิด หรือไม่เขาก็ต้องติดธุระสำคัญ

แต่ธุระสำคัญของ ทศวินที่จอมใจกับกุลได้เห็นในอีกครู่ต่อมาก็คือ เขากำลังสนทนาอยู่กับอุไรริสาที่หน้าโรงแรม ทศวินเพิ่งพาอุไรริสากลับมาส่งหลังพาเธอไปหาหมอ อุไรริสาทำอ้อยอิ่งหว่านเสน่ห์ และเสนอตัวจะช่วยเรื่องงาน เพราะเธอมีเพื่อนเยอะ ถ้ามีโอกาสจะแนะนำให้เขารู้จัก น่าจะเป็นประโยชน์กับธุรกิจโรงแรมของเขา

จอมใจและกุลได้ยินทุกคำแต่ ไม่ปรากฏตัวให้ทศวินเห็น...แล้วกุลก็ก้าวตามจอมใจที่หน้าบูดบึ้งจ้ำอ้าวไป ลานจอดรถ

"จอม เดี๋ยวสิ...ใจเย็นๆก่อน มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้"

"จะ ไม่มีอะไรได้ยังไงล่ะกุล เธอก็เห็นอย่างที่ฉันเห็น"

"เห็นอะไรล่ะ ฉันก็เห็นคุณทศเขายืนคุยกับลูกค้าเฉยๆ เรื่องที่คุณทศเขาปกปิดสถานะตัวเองมันเรื่องใหญ่กว่านี้ตั้งเยอะ จอมยังไม่โกรธเขาเลย แล้วนี่เขาแค่คุยกับผู้หญิงคนนึง ทำไมจอมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย"

จอมใจสะอึก แต่ก็รีบกลบเกลื่อนว่า "มันไม่เกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นหรอกกุล ฉันไม่สนหรอกว่าคุณเชฟ...คุณทศวินเขาจะคุยกับใคร"

"อ้าว ถ้างั้นจอมโกรธเรื่องอะไร"

"ตอนที่ฉันนั่งรอเขาที่สวนสาธารณะ ฉันคิดว่า...ที่เขาไม่มาก็เพราะเขามีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า เขาไม่ใช่คุณเชฟคนเดิม อีกแล้ว กุลก็ได้ยินใช่ไหม ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าจะช่วยเรื่องธุรกิจ คุณทศวินเขามีโลกใบใหม่แล้ว ฉันก็แค่คนในโลกใบที่คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากแสดงความยินดีกับเขาด้วย"

จอมใจ พูดจบก็รีบขึ้นรถขับออกไปเลย กุลได้แต่มองตามอย่างสงสารเพื่อน จอมใจขับรถไปทั้งน้ำตาซึมๆด้วยความน้อยใจ ส่วนทศวินพอเสร็จธุระกับอุไรริสา เขารีบขับรถไปยังสวนสาธารณะ แต่เดินหาจนทั่วก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของจอมใจ

ตก เย็นกุลเตรียมตัวกลับบ้าน ขณะเดินออกมาด้านหน้าเพื่อจะไปขึ้นรถเมล์ที่ป้าย อัศวินโผล่มาเรียกกุลไว้ และขอโอกาสเลี้ยงข้าวกุลสักมื้อในฐานะที่เรายังเป็นเพื่อนกัน กุลตกลงแต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องนั่งรถเมล์ไปกับเธอ และต้องไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านเดิมที่เคยกินด้วยกัน อัศวินไม่มีปัญหา แต่คนที่มีปัญหาก็คืออุไรริสาที่ก้าวเข้ามาแทรก และเอาชื่อคุณยายของเขามาอ้างว่าท่านให้เขาพาว่าที่คู่หมั้นไปดินเนอร์ พูดจบอุไรริสาก็ควงแขนอัศวินไปเลย ทิ้งให้กุลยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้

ooooooo

หวานใจกับนายจอมหยิ่ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด