สมาชิก

รักปาฏิหาริย์

ตอนที่ 3

ณิชาภัทรเดินออกมาหน้าบ้านสุธาสิน เห็นบุรธัชยืนรออยู่ จึงเข้าไปบอกว่า คุณย่าออกไปเล่นไพ่บริดจ์กับก๊วน กว่าจะกลับก็คงค่ำ

บุรธัชบอกว่าไม่ได้มาหาคุณย่า แต่จะมาปรึกษาณิชาภัทรเรื่องโครงการเทพสุธา

“ธัชมาปรึกษาเรื่องงานอย่างเดียวเหรอคะ ณิชารับฟังได้ทุกเรื่องนะคะ”

“ผมไม่อยากรบกวนคุณ”

“ธัชมาหาณิชาก็เพราะอยากหาคนคุยด้วยไม่ใช่เหรอคะ ไปค่ะ ไปทานข้าวกันก่อนแล้วค่อยคุยกัน ณิชาดีใจจังที่ธัชมาหา ณิชาจะได้ไม่ต้องทานข้าวคนเดียว” ณิชาภัทรดึงบุรธัชเข้าไปทานอาหารเช้าด้วยกัน

ระหว่างนั่งทานอาหาร เธอชวนชายหนุ่มคุยถึงเรื่องราวในอดีตหวังรื้อฟื้นความสัมพันธ์และขอความเห็นใจให้รวิภาส ได้มีโอกาสคบหากับนมลบ้างในฐานะเพื่อนก็ยังดี แต่บุรธัชไม่ยอม

“ธัชไม่ต้องการเพื่อน แต่คนอื่นเขาต้องการนะคะ ไม่มีใครอยู่คนเดียวในโลกได้เหมือนธัชหรอก”

“ใครบอกว่าผมไม่ต้องการเพื่อน ผมต้องการเพื่อนอย่างคุณเสมอนะ ณิชา” บุรธัชจับมือณิชาภัทร

ณิชาภัทรยิ้มปลื้มเริ่มมีความหวังเรืองๆ ขณะที่บุรธัชเห็นเธอเป็นเพื่อนที่ดีเท่านั้นจริงๆ

เวลาเดียวกันนั้น ณิชมนก็เดินคุยอยู่กับนมลเรื่อง

รวิภาส เพราะมั่นใจว่าเขาก็คงมีใจให้นมลเช่นกัน แล้วสองสาวก็ชะงัก เมื่อเห็นชัยวัฒน์กำลังนั่งอ่านนิตยสารรถอย่างสบายอารมณ์อยู่ในห้อง โดยมีพันสรนั่งทำการบ้านอยู่ใกล้ๆ สักพักเด็กชายก็บอกว่าทำการบ้านเสร็จแล้ว จะเล่นเกมได้หรือยัง

“เสร็จแล้วเหรอครับ ครูให้พักสองชั่วโมง แล้วเดี๋ยวกลับมาคัดลายมือนะครับ” ชัยวัฒน์สั่งแล้วอ่านหนังสือต่อ ไม่สนใจพันสรที่คว้าเครื่องเล่นเกมวิ่งออกไป

ณิชมนเดินเข้ามาหยิบสมุดที่พันสรวางทิ้งไว้เปิดดู ชัยวัฒน์เงยหน้ามองพลางออกตัวว่า กำลังจะตรวจการบ้านอยู่พอดี

“คงไม่ต้องตรวจหรอกค่ะ เพราะคุณพันสรไม่ได้ทำเลยซักข้อเดียว” ณิชมนโชว์สมุดให้เห็นว่ามีแต่รูปการ์ตูนเต็มหน้า เธอส่งสมุดคืนให้ชัยวัฒน์แล้วเดินออกไป

ชัยวัฒน์มองตามอย่างไม่สบายใจ เขารีบไปรายงานพรพรรณเพื่อหาตัวช่วย ส่วนณิชมนเมื่อออกมาจากห้องแล้ว เธอก็เข้าไปพบพรรณอรเพื่อคุยเรื่องการเรียนของพันสร แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก พรพรรณก็เดินเข้ามาพร้อมกับชัยวัฒน์

พรพรรณตำหนิณิชมนที่เข้าไปก้าวก่ายหน้าที่ของชัยวัฒน์ เพราะเชื่อว่าชัยวัฒน์เป็นครูผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนในระบบโฮมสคูลจริงๆ ชัยวัฒน์ได้ช่องรีบคุยฟุ้ง

“ผมไปอบรมมาหลายหลักสูตรศึกษามาทุกแนวคิด ทั้งแนวคิดแบบองค์รวม หรือแนวคิดของซัมเมอร์ ฮิล ผมเอามารวบรวมแล้วเขียนหลักสูตรขึ้นมาใหม่ รับรองคุณพันสรได้ความรู้ไม่แพ้เรียนในโรงเรียนแน่ๆ”

“แต่เรียนแบบโฮมสคูลไม่ได้หมายความว่า จะปล่อยให้คุณพันสรทำอะไรทุกอย่างตามใจชอบนะคะ ยังไงก็ต้องมีตารางเรียนที่แน่นอน จะต้องสอนให้คุณพันสรรู้หน้าที่ของตัวเอง ต้องมีวินัยว่า เวลาไหนเวลาเรียน เวลาไหนเวลาเล่น ไม่ควรจะปล่อยคุณพันสรมากเกินไปนะคะ ยังไงเข้มงวดเรื่องการเรียนหน่อยก็ดี เพราะตอนนี้ภาษาไทยผสมคำง่ายๆ คุณพันสรยังอ่านไม่ได้เลย เพราะครูชัยวัฒน์ปล่อยให้คุณพันสรสร้างจินตนาการไปกับเกมเพลย์สเตชั่นรุ่นใหม่” ณิชมนร่ายยาว

“งั้นฉันฝากด้วยแล้วกันนะ ครูชัยวัฒน์ ไม่งั้นสอบวัดผลคราวหน้า ถ้าพันสรสอบไม่ผ่าน พันสรต้องเสียใจแย่เลย ขอบใจประนอมนะ ที่เป็นหูเป็นตาให้ ฉันขอไปทำงานต่อล่ะ” พรรณอรตัดบทแล้วเดินออกไป

ณิชมนมองตามรู้สึกเหนื่อยเปล่าที่พรรณอรจบปัญหาง่ายๆ แบบนี้ ขณะที่พรพรรณจ้องมองณิชมนอย่างจับผิดเพราะแม่บ้านความรู้แค่ ม.หกไม่น่าจะเข้าใจระบบการศึกษาแบบโฮมสคูลลึกซึ้งขนาดนี้
พรรณอรไม่อาจวางใจเรื่องแม่บ้านคนใหม่ได้ เธอจึงแอบไปค้นที่ห้องของณิชมน เห็นมีหนังสือภาษาอังกฤษ แบบเรียนภาษาไทย พจนานุกรมและหนังสือสารคดีอีกหลายเล่มก็ยิ่งสงสัย เธอกวาดตามองรอบๆ ห้องหวังหาหลักฐานชิ้นสำคัญ

แต่ณิชมนกลับมาพอดี หญิงสาวตกใจมากที่เห็นพรพรรณเข้ามาในห้องรีบกระโดดตะครุบกองหนังสือเพราะพาสปอร์ตซ่อนอยู่ในนั้น

“คุณพรพรรณมีอะไรจะใช้นอมเหรอคะถึงเข้ามาในนี้” ณิชมนเก็บพิรุธ

“เปล่าๆ ไม่มี้ไม่มีอะไร ทำไม ฉันจะเข้ามาตรวจดูห้องเธอไม่ได้หรือไง ในบ้านนี้ฉันสามารถเข้าตรวจดูได้ทุกห้องตลอดเวลา ใครมีอะไรปกปิดไว้ล่ะก็ ไม่มีทางที่จะรอดหูรอดตาฉันไปได้หรอก ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ” พรพรรณเดินออกไป

ณิชมนถอนใจเฮือกหยิบพาสปอร์ตขึ้นมาดูพลางรำพึงกับตัวเองว่า คงจะอยู่บ้านนี้ได้อีกไม่นาน

ooooooo

ณิชาภัทรมาที่บ้านบุริศราวัณตอนเช้าตรู่ เธอเข้ามาทักบุรธัชที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ แล้วถามหารวิภาส แต่ลุงอาจที่กำลังจัดโต๊ะตอบแทนว่า ชายหนุ่มออกไปทำกิจกรรมของชมรมตั้งแต่เช้ามืดแล้ว

“ทำกิจกรรมอะไร ชมรมอะไร วันๆมันก็มั่วสุมอยู่กับวงดนตรีของมัน ถามทีไรก็บอกว่า ไปซ้อมดนตรีบ้านเพื่อน ไม่เห็นมันจะทำอย่างอื่นเป็นเลย” บุรธัชหงุดหงิดขึ้นมาทันที

“ภาสมีอะไรดีๆ อย่างที่ธัชอาจจะคิดไม่ถึง...” ณิชาภัทรจะชี้แจงแต่บุรธัชไม่ฟัง เขาผุดลุกขึ้นบอกกับณิชาภัทรจะไปตามรวิภาสแล้วเดินออกไป ณิชาภัทรรีบตาม

เพียงครู่เดียว บุรธัชก็มาถึงหน้าบ้านสรณาลัย ณิชาภัทรแปลกใจถามชายหนุ่มว่า มาที่นี่ทำไม

“เมื่อวานนายภาสยังมาส่งลูกสาวคุณพรรณอรเลย วันนี้มันอาจจะมารับกันก็ได้ จีบกันใหม่ๆ ก็ต้องเช้าถึงเย็นถึงอย่างนี้แหละ” บุรธัชตอบ

“ตอนธัชจีบณิชาไม่เห็นจะเช้าถึงเย็นถึงเลย มีแต่ณิชาต้องมาหาธัช ไม่งั้นก็ไม่ได้เจอหน้ากัน”

“ก็คุณเป็นฝ่ายที่จีบผม คุณก็ต้องมาหาผมซิ”

“ธัช” ณิชาภัทรทำเป็นโมโหทุบบุรธัช เพื่อให้ชายหนุ่มจับมือไว้ แล้วจู่ๆชายหนุ่มก็ปล่อยมือ เพราะเห็นณิชมนขับรถออกมาพอดี

“แม่บ้านประนอม...” บุรธัชพึมพำแล้วขับตามไป

“ธัชจะไปไหน แล้วนั่นรถใครคะ ธัชขับรถตามใครน่ะ”

“รถแม่บ้านตัวแสบน่ะซิ” บุรธัชตอบสั้นๆ

ขณะที่บุรธัชขับรถตามณิชมนอยู่นั้น รวิภาสนัดเพื่อนๆ มารับน้องใหม่ของชมรมฯ ที่ไร่บุริศราวัณ เพราะจะแกล้งนมลที่เป็นหนึ่งในน้องใหม่

แต่นมลสู้ไม่ถอยแถมยังต่อว่ารวิภาส จนเขาต้องสั่งให้กันต์กับเพื่อนๆ พาน้องใหม่ทั้งหมดกลับไปชมรมฯ ยกเว้นนมลที่ต้องถูกทดสอบต่อ เพราะเธอยืนยันว่า ขอสู้ตาย เขาสั่งให้นมลวิ่งต่อไปที่ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไกลลิบ เพราะถ้าทำได้ก็ถือว่าผ่านการทดสอบ

“ได้เลย” นมลวิ่งสู้ตายออกไป แต่ไม่ทันไรสะดุดก้อนหินล้มลง

รวิภาสชะงักมองอย่างเป็นห่วง เขาเห็นนมลลุกขึ้นใหม่วิ่งต่อไปจึงขี่จักรยานตามไปช้าๆ

เวลาเดียวกันนั้น ณิชมนขับรถมาจอดที่บ้านชุติมันต์ แล้วหิ้วถุงผลไม้เดินเข้าไปหาแสวงที่กวาดใบไม้อยู่หน้าบ้าน แสวงดีใจที่ได้พบกับณิชมนอีก ชายชราขอบใจหญิงสาวที่แวะมาเยี่ยม

“หนูอยากจะมาขอโทษลุงแหวงน่ะค่ะ คราวที่แล้วไม่รู้ว่าหนูทำให้ลุงเดือดร้อนหรือเปล่า เจ้าของบ้านคนใหม่ว่าอะไรลุงหรือเปล่าคะ” ณิชมนเป็นห่วง

“คุณชายบุรธัชน่ะเหรอครับ ไม่ได้ว่าอะไรหรอกครับ แค่เตือนว่า ทีหลังอย่าสุ่มสี่สุ่มห้าให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านอีก เชิญครับ เชิญเข้ามาเลยครับ” แสวงเดินนำณิชมนเข้าไปในบ้าน และไม่ทันเห็นรถบุรธัชที่แล่นมาจอด

“ยัยนี่มาที่นี่ทำไมอีก” บุรธัชมองตามณิชมนกับแสวง

“ผู้หญิงคนนี้ชื่อประนอมเหรอคะ แล้วเขาเป็นใคร ทำไมธัชต้องขับรถตามเขามาด้วย” ณิชาภัทรยังไม่เข้าใจ

“ก็ยัยประนอมนี่เป็นแม่บ้านบ้านสรณาลัยน่ะซิ เข้าใจหรือยังว่า ทำไมผมต้องขับรถตามเขามา” บุรธัชเฉลย ณิชาภัทรอ่อนใจที่บุรธัชหาเรื่องกับบ้านสรณาลัยได้ตลอด

ooooooo

ณิชมนที่เดินตามแสวงเข้ามาในบ้าน และพยายามจดจำบ้านที่พ่อเคยอยู่ พลางคุยว่า ถ้ามีเงินเธอจะซื้อบ้านหลังนี้เพราะรู้สึกคุ้นเคยและผูกพัน แสวงว่าคงเป็นไปไม่ได้เพราะคุณโชติสั่งให้ขายบ้านให้คุณชายบุรธัชเพียงคนเดียว

“คุณชายบุรธัชใช้อำนาจมาเฟียบีบบังคับให้คุณโชติขายบ้านให้ใช่ไหมคะ”

“คุณเอาอะไรมาพูด คุณโชติเต็มใจขายให้ คุณหญิงนวลแขเป็นพยานได้ท่านเป็นคนกำหนดเองว่า ถ้าหากภายในสามปี คุณชยทัตไม่กลับมารับมรดกก็ให้โอนบ้านเป็นชื่อคุณชายซะ ไม่งั้นเดี๋ยวบ้านจะตกเป็นของแผ่นดินไป”

“คุณหญิงนวลแขท่านเป็นคนยังไงคะ ท่านใจดีเหมือนคุณโชติไหมคะ” ณิชมนเข้าเรื่อง

“ไม่เหมือนกันเลยครับ คุณหญิงท่านเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง ถือเกียรติถือศักดิ์ศรีเป็นที่สุด ตอนที่คุณชยทัตพาคุณณัชชาหนีไป ท่านประกาศตัดเป็นตัดตายเลยนะครับ สั่ง ทุกคนไม่ให้ตามหาเด็ดขาด ผ่านไปสองสามปีอาจารย์ดาวเรืองก็มาส่งข่าวว่า คุณณัชชามีลูกสาว ท่านยังไม่สนใจเลย อาจเป็นเพราะท่านมีหลานย่าอยู่แล้ว จะไปสนใจหลานยายที่ไม่เคยเห็นหน้าทำไมล่ะครับ ก็คุณณัฐวร ลูกชายคนโตของท่านมีลูกสาวชื่อ คุณณิชาภัทร เธอสวยน่ารัก เรียนหนังสือก็เก่ง เรียนจบจากเมืองนอกมาก็มาช่วยงานคุณหญิงท่านที่เทพสุธา หลานคนนี้เป็นสุดรักสุดดวงใจ ของท่านเลยครับ ผมรับรองได้เลยว่าท่านจะต้องยกมรดกทั้งหมดให้คุณณิชาแน่ๆ ก็ท่านมีหลานอยู่คนเดียวนี่ครับ” แสวงอธิบายยืดยาว

ณิชมนเศร้าหมดหวังที่จะกลับไปหาคุณยาย เพราะเข้าใจว่าท่านคงลืมเธอไปแล้ว

“คุณณิชานี่อายุยืนจริงๆ พอพูดถึงก็มาพอดี สวัสดีครับ คุณณิชา” แสวงร้องทัก

ณิชมนหันขวับไปมอง เห็นณิชาภัทรเดินเข้ามา เธอยืนอึ้งเพราะตกใจที่ได้เจอญาติอย่างไม่คาดคิด

“สวัสดีค่ะ ลุงแหวง สบายดีนะคะ” ณิชาภัทรทักทายแสวงแล้วหันไปมองณิชมนอย่างจับสังเกต ณิชมนรีบแนะนำตัว

“ประนอมค่ะ คุณณิชาภัทร...”

“เรียกณิชาก็พอค่ะ คุณประนอมคุยธุระอะไรกับลุงแหวงอยู่หรือคะณิชามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า”

“ไม่ได้มีธุระอะไรหรอกค่ะ แค่ผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาเยี่ยมลุงแหวงน่ะค่ะลุงแหวงมีแขก งั้นไม่รบกวนแล้วนะคะ หนูกลับก่อนนะคะ ลุงแหวง แล้ววันหลังหนูจะมาเยี่ยมใหม่” ณิชมนจ้ำเดินหนีออกมา แต่ถูกบุรธัชคว้าตัวไว้บอกว่าไม่มีวันหลังสำหรับเธอแล้ว

ณิชมนตกใจหลุดปากเรียกบุรธัชว่าคุณชายแวมไพร์ แล้วสะบัดตัวหลุดออกมาได้ แล้ววิ่งไปที่รถ บุรธัชตามไปติดๆ ณิชมนสะดุดขาตัวเองล้มลง แต่บุรธัชยังยืนมองด้วยความสะใจ เธอค่อยพยุงตัวลุกขึ้นหันมาต่อว่า เพราะเจอชายหนุ่มทีไรเธอเจ็บตัวทุกที แต่บุรธัชไม่สนตวาดถามว่า เธอมาที่นี่ทำไม

ณิชาภัทรกับแสวงตามออกมา ณิชาภัทรเห็นบุรธัชพูดจาไม่ดีกับณิชมนก็เข้ามาปรามและอาสาจะเจรจาให้เอง ส่วนแสวงก็รีบยืนยันว่า ประนอมเป็นคนของอาจารย์ดาวเรืองไม่ใช่พวกต้มตุ๋น แต่บุรธัชไม่ฟัง เขาคาดคั้นให้ณิชมนสารภาพว่ามาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไรกันแน่

ณิชมนทำไม่รู้ไม่เห็นแอบไปหลบอยู่หลังณิชาภัทร ทำให้บุรธัชชักฉุนยื่นกุญแจรถให้ณิชาภัทรสั่งให้กลับบ้านไปก่อน แล้วลากตัวณิชมนไปที่รถของเธอ เพราะต้องรู้ให้ได้ว่า เธอเป็นใครและต้องการอะไรจากเขา

ooooooo

บุรธัชลากณิชมนมาถึงรถบังคับให้เธอส่งกุญแจรถให้ ณิชมนทำเป็นล้วงดูในกระเป๋าสะพาย แล้วโกหกว่ากุญแจหาย แต่สายตาชำเลืองมองไปในรถอย่างไม่ตั้งใจ

ชายหนุ่มมองตามอย่างรู้ทัน เขารีบเปิดประตูเข้าไปดูในรถเห็นกุญแจเสียบคาอยู่ จึงปล่อยมือจากณิชมนพลางออกคำสั่งให้เธอขึ้นรถแล้วเข้าประจำที่คนขับ แต่ณิชมนกลับวิ่งหนีออกไป บุรธัชมองตามส่งยิ้มอย่างเหนือกว่า

ณิชมนวิ่งออกมาได้สักพักไม่เห็นบุรธัชตามมาก็โล่งใจคิดว่าหนีพ้นแล้ว เธอหยุดมองหารถเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่รถที่แล่นมาจอดกลับมีบุรธัชเป็นคนขับ เธอต้องวิ่งหน้าตั้งไปอย่างรวดเร็ว บุรธัชเร่งตามจนทันแล้วลดกระจกสั่งให้ณิชมนขึ้นรถ แต่เธอยังคงวิ่งต่อไป

“คิดว่าจะหนีพ้นงั้นเหรอ อีกสิบกิโลกว่าจะถึงถนนใหญ่ เธอเดินไปไม่ไหวหรอก”

“ไม่ ยังไงฉันก็ไม่ไปกับคุณ”

“ก็ได้ งั้นฉันจะเอารถไปคืนเจ้านายเธอให้เอง บางทีเจ้านายเธออาจจะบอกฉันได้ว่า เธอมาทำอะไรที่บ้านชุติมันต์” บุรธัชขับรถออกไป

ณิชมนหยุดกึกเพราะความลับแตกแน่ถ้าบุรธัชไปบอกเรื่องที่มาบ้านปู่ เธอตะโกนให้บุรธัชรอด้วยแล้ววิ่งไปขึ้นรถ

ขณะที่ณิชมนออกไปกับบุรธัช รวิภาสก็กำลังขี่จักรยานตามนมลที่วิ่งอย่างอ่อนแรงจะล้มลงได้ทุกวินาที เขาสงสารเธอมากแต่ยังทำปากดีเย้ยให้นมลยอมแพ้

“นมลต้องทำให้ได้ นมลจะวิ่งไปให้ถึง ต่อให้นมลต้องคลานไป นมลก็จะต้องไปถึงต้นไม้นั่นให้ได้”

“เธอจะทรมานตัวเองไปทำไม แพ้ก็ต้องยอมรับว่า แพ้ซิ”

“ก็นมลยังไม่แพ้นี่ นมลเชื่อว่า นมลทำได้ พี่ภาสพนันกับนมลไหมล่ะ”

“ได้ พนันกันก็ได้ แต่เธอต้องวิ่งไปถึงที่ต้นไม้ต้นนั้นภายในห้านาทีถ้าเธอทำได้ เธอก็ชนะพนัน เริ่มเลยนะ”

รวิภาสบอกกติกาแล้วเริ่มจับเวลาทันที

นมลวิ่งออกไปทันทีด้วยแรงทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ รวิภาส มองตามไม่คิดว่านมลจะฮึดสู้ขนาดนี้

อึดใจต่อมานมลก็วิ่งไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นเป้าหมายอย่างเหนื่อยอ่อน เธอนอนแผ่หมดแรงอยู่ที่พื้น รวิภาสมองนาฬิกาจับเวลาเอ่ยว่าเธอเป็นฝ่ายชนะ แล้วยื่นมือให้นมลจับเพื่อลุกขึ้น

“นมลบอกแล้วว่า นมลต้องทำได้ นมลผ่านการทดสอบ แล้วก็ชนะพนันพี่ภาสด้วย รู้ไหมว่า คนที่แพ้พนันจะต้องทำอะไร” นมลทวงสัญญา

รวิภาสรีบออกตัวว่า ถ้าให้ขี่หลังไปตลอดชีวิตอย่างตอนเด็กๆ เขาไม่เอาด้วย นมลดีใจที่รวิภาสยังจำเรื่องราวเหล่านั้นได้ เธอซักต่อว่านอกจากเรื่องที่เคยพนันกันแล้ว รวิภาสจำอะไรได้อีก

“เรื่องของเธอมีอะไรให้น่าจำนักเหรอ จะให้ทำอะไรก็บอกมาเลย จะได้จบๆ เรื่องไป ฉันมีเรียนตอนบ่าย” รวิภาสทำฟอร์ม

“นมลยังไม่บอกตอนนี้หรอก รอให้โอกาสเหมาะๆ แล้วพี่ภาสก็จะรู้ว่าพี่ภาสจะต้องทำอะไรให้นมล”

“เรื่องมากจริงๆ ถ้าไม่บอกวันนี้ เป็นอันว่าทุกอย่างโมฆะก็แล้วกัน” รวิภาสแกล้งเดินหนี

“ได้ยังไง พี่ภาสอย่าขี้โกงซิ อย่าหนีนะ พี่ภาส” นมลรีบตามแล้วตะโกนลั่นเมื่อเห็นรวิภาสขี่จักรยานหนี “พี่ภาสจะทิ้งนมลไว้ตรงนี้เหรอ พี่ภาสใจร้ายที่สุด”

รวิภาสอมยิ้มก่อนขี่จักรยานกลับมาหานมลพลางขู่ “จะตะโกนไปทำไม เดี๋ยวคนงานก็แตกตื่นกันหมดหรอก ยืนเฉยอยู่ทำไมจะกลับด้วยกันไหม หรือจะเดินกลับเอง”

“ไปด้วยซิ” นมลรีบขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานสีหน้ามีความสุข

รวิภาสแอบหันมามอง มีความสุขไม่แพ้กัน ผิดกับณิชมนที่กำลังทุกข์หนัก เพราะถูกบุรธัชพาตัวมาที่ไร่บุริศราวัณเพื่อสอบ ปากคำ เพราะคิดว่าบ้านสรณาลัยส่งเธอมาสอดแนมเพื่อจะฮุบโครงการฯไว้เอง หญิงสาวยืนอึ้งคิดหาข้อแก้ตัวก่อนโกหกคำโต

“ใช่ค่ะ ฉันเป็นแค่แม่บ้านโง่ๆ เซ่อๆ คนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับพวกคุณเลย คุณหาว่าฉันเป็นสายของคุณพรพรรณ ทางคุณพรพรรณก็ระแวงกลัวว่าฉันจะเป็นคนของคุณ ฉันทนอยู่ในสภาพนี้ไม่ไหวแล้ว ฉันก็เลยคิดหางานที่อื่นทำ ก็เลยไปบ้านชุติมันต์ไงล่ะ เพราะฉันคิดจะไปของานที่บ้านคุณหญิงนวลแขต่างหากล่ะ ฉันก็เลยไปถามลุงแหวงเผื่อลุงเขาจะรู้จักคุณหญิงท่าน”

“แล้วทำไมต้องเป็นบ้านคุณหญิงนวลแข”

“ก็ เออ...คือ...คุณนมลเคยพูดถึงท่าน เห็นว่าบ้านท่านใหญ่โตน่าจะต้องการลูกจ้างเพิ่ม แล้วท่านก็เป็นกลางไม่ได้อยู่ฝ่ายคุณหรือฝ่ายคุณพรพรรณ ถ้าฉันได้ทำงานบ้านท่านล่ะก็ ทุกคนจะได้เลิกมองฉันผิดๆ ซะที หมดข้อข้องใจแล้วใช่ไหม ฉันกลับล่ะ” ณิชมนจะหันหลังกลับไปที่รถแต่แล้วต้องชะงักเพราะเห็นรวิภาสขี่จักรยานมีนมลซ้อนท้ายเข้ามาแต่ไกล

ooooooo

นมลเห็นบุรธัชยืนอยู่กับณิชมนก็ตกใจสั่งให้รวิภาสหยุดรถแล้วรีบหาที่ซ่อนส่งสัญญาณให้ณิชมนช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากบุรธัชไปก่อน เพราะถ้าเขาเห็นรวิภาสกับเธออยู่ด้วยกันคงเกิดเรื่องแน่

ณิชมนเข้าใจรีบดึงตัวบุรธัชที่จะเดินหนีไว้แล้วหาเรื่องกวนประสาทเพื่อถ่วงเวลา และเมื่อเห็นนมลวิ่งไปถึงรถแล้วจึงยอมถอยออกมา แต่บุรธัชก็ยังตามมาอีก ณิชมนหันไปตวาด เพราะเข้าใจว่าเขาจะมาหาเรื่อง

“เธอจะไปได้ยังไง กุญแจรถอยู่ที่ฉันนี่” บุรธัชชูกุญแจให้ณิชมนรีบคว้ากุญแจรถมาทันที เสียงประตูรถปิดดังปังจากฝีมือของนมลที่เข้าไปซ่อน บุรธัชสงสัยจะเข้าไปดู แต่ณิชมนกันไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่รวิภาสขี่จักรยานเข้ามาขัดจังหวะพอดี

“สวัสดีครับ มาเที่ยวไร่เหรอครับ” รวิภาสทัก

ณิชมนมองรวิภาสกลัวเขาจะจำได้จึงขอตัว เธอรีบขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที รวิภาสมองตามแล้วหันกลับมาล้อพี่ชายว่าแฟนใหม่หรือ

“แกอย่ามาพูดบ้าๆ นั่นแม่บ้านคนใหม่ของบ้านสรณาลัย” บุรธัชรีบบอก

“แม่บ้านคนใหม่ แน่ใจเหรอ พี่ธัช” รวิภาสไม่อยากเชื่อเพราะจำได้ว่าเคยเห็นณิชมนที่สนามบิน

บุรธัชมองท่าทีของรวิภาสอย่างจับสังเกตแล้วเปิดฉากสอบสวนหวังได้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่รวิภาสไม่ยอมบอกความจริงกับพี่ชาย

ด้านณิชมนเมื่อขับรถออกมาพ้นเขตไร่บุริศราวัณแล้วก็เรียกให้นมลออกมานั่งด้วยกันพลางชวนคุยเรื่องรวิภาสเพราะกลัวว่าเขาจะจำเธอได้ แต่เมื่อรถแล่นมาถึงบ้านณิชมนจำต้องพักความกังวลเรื่องรวิภาสไว้ก่อนเพราะกันยาวิ่งมาตามบอกว่า พันสรกำลังอาละวาดใครก็เอาไม่อยู่ เพราะพรพรรณออกไปไร่แล้ว ส่วนพรรณอรก็เขียนหนังสืออยู่ในห้องไม่มีใครกล้าไปกวน ณิชมนจึงเข้าไปจัดการ เธอสั่งให้ทุกคนออกไปจากห้องไม่ต้องสนใจพันสรอีกต่อไป

ชัยวัฒน์วางท่าคุณครูผู้เชี่ยวชาญเข้ามาอธิบายว่า เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการ จึงโดนณิชมนตอกกลับ

“แล้วทุกครั้งที่คุณพันสรอาละวาด คุณแก้ปัญหาด้วยวิธีอะไร ด้วยการตามใจแกทุกอย่างใช่ไหมคะ แกถึงได้อาละวาดทุกครั้งที่ไม่ได้ดังใจ เราควรปล่อยให้แกอาละวาดให้พอ เหนื่อยหมดแรงเมื่อไหร่ก็หยุดไปเองแหละค่ะ”

“ผมจะคอยดูว่า วิธีของคุณแม่บ้านจะได้ผลออกมาเป็นยังไง คุณนมลเป็นพยานให้ผมด้วยนะครับ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับคุณพันสร ไม่ใช่ความผิดของผม แต่เป็นความผิดของคุณแม่บ้านคนเดียว” ชัยวัฒน์ผละออกไป

“พันสรคงไม่ทำร้ายตัวเองใช่ไหมคะ พี่นอม” นมล อดห่วงไม่ได้

ณิชมนยืนยันว่า พันสรยังเด็กเกินกว่าจะใช้วิธีแบบนั้นเรียกร้องความสนใจ แต่ก็ไม่ยืนยันว่า วิธีของเธอจะได้ผล

หลายชั่วโมงผ่านไป พันสรอาละวาดจนหมดแรง เด็กชายเรียกหาน้ำดื่ม ณิชมนถือแก้วน้ำมาส่งให้แล้วเริ่มเจรจา “เรามีเรื่องที่จะต้องตกลงกัน ครูชัยจัดตารางเรียนใหม่ เพิ่มชั่วโมงเรียน ลดชั่วโมงเล่นลงและต้องทดสอบความรู้อาทิตย์ละครั้ง คุณพันสรจะต้องทำตามนี้นะคะ”

“ไม่” พันสรตอบทันควัน

“ถ้าคุณพันสรไม่ขยันเรียน ก็จะสอบวัดผลไม่ผ่าน คุณก็จะเรียนซ้ำชั้นอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถ้ามีความรู้แค่ ป.1 อยู่แค่นี้ จะไปช่วยงานคุณผู้หญิงได้ยังไง หรือคุณจะเป็นลูกแหง่ให้คุณแม่เลี้ยงไปตลอดชีวิตคะ”

“ฉันไม่เรียนหนังสือ ฉันก็ช่วยงานคุณแม่ได้”

“งั้นอ่านเอกสารนี่ให้นอมฟังหน่อยซิคะ เป็นรายงานผลการใช้ปุ๋ยชีวภาพสูตรใหม่ที่แปลงทดลองของไร่สรณาลัย” ณิชมนส่งเอกสารให้พันสรรับเอกสารมาดูอย่างงงๆ ณิชมนอธิบายอย่างใจเย็น “ถ้าคุณพันสรอยากไปช่วยงานที่ไร่ คุณจะต้องอ่านหนังสือออก จะต้องมีความรู้มากกว่านี้ ต้องรู้ว่าปุ๋ยชีวภาพคืออะไร ต่างกับปุ๋ยอินทรีย์ตรงไหน คุณยังไม่รู้อะไรอีกมากมาย อ่านหนังสือ ก็ไม่ออก เขียนก็ไม่ได้ แล้วจะไปช่วยงานอะไรใครได้คะ ทุกคนเกิดมามีหน้าที่ที่จะต้องทำ นอมเป็นแม่บ้านก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลบ้าน คุณพันสรก็มีหน้าที่ที่จะต้องเรียนหนังสือ”

“ก็บอกแล้วว่า ไม่ชอบเรียนหนังสือ ไม่อยากเรียน”

“งั้นนอมมีข้อเสนอข้อสุดท้าย ถ้าคุณพันสรไม่รับข้อเสนอ ก็ปิดการเจรจานอมจะไม่ยุ่งกับคุณพันสรอีก” ณิชมนมองพันสร อย่างเอาจริง

ooooooo

บุรธัชชะงักกึก เมื่อเห็นณิชาภัทรนั่งรออยู่ในบ้านเพราะลืมเธอไปเสียสนิท ณิชาภัทรน้อยใจเปรยว่า เธอชักสงสัยแล้วว่า ทำไมบุรธัชถึงให้ความสนใจกับแม่บ้านคนใหม่ของบ้านสรณาลัยมากขนาดนี้
“ผมไม่ได้สนใจประนอมอย่างที่คุณคิด ผมเห็นเค้าทำตัวน่าสงสัย คราวก่อนไปถามลุงแหวงเรื่องคุณโชติไม่พอ คราวนี้ไปถามเรื่องคุณหญิงย่าอีก เป็นคุณ คุณไม่สงสัยหรือไง” บุรธัชอ้าง

“ลุงแหวงอาจจะเป็นคนเริ่มก่อนหรือเปล่า ธัชก็รู้ว่า ลุงแหวงเจอใครก็ชอบเล่าเรื่องสมัยเก่าๆทุกที ยิ่งเรื่องอาชยทัตกับอาณัชชาหนีตามกันไป ลุงแกเล่าให้ณิชาฟังไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้ว ทั้งๆที่รู้ว่า คุณย่าห้ามพูดเรื่องนี้เด็ดขาด เรื่องที่มันจบไปแล้วก็ควรปล่อยให้มันจบไป” ณิชาภัทรหนักใจ

“เรื่องคุณอาชยทัตกับคุณอาณัชชายังไม่จบหรอกนะ ณิชา ยังไงผมก็เชื่อว่า คุณหญิงย่าตัดคุณอาณัชชาไม่ขาดหรอก” บุรธัชออกความเห็น

“แต่คุณย่าไม่เคยให้คนออกไปตามหาอาณัชชาเลยนะคะ ตอนที่อาณัชชาหนีไปกับอาชยทัต คุณย่าจะลงหนังสือพิมพ์ประกาศตัดอาณัชชาออกจากตระกูล ไม่ให้ใช้นามสกุลสุธาสินด้วยซ้ำ ดีนะคะที่คุณพ่อห้ามไว้เพราะกลัวจะทำให้เรื่องยิ่งอื้อฉาว”

“คุณหญิงย่ารักคุณอาณัชชามากก็เลยโกรธมาก แต่นี่ผ่านมากี่ปีแล้ว ยี่สิบกว่าปีแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าคุณอาณัชชากลับมาตอนนี้ คุณหญิงย่าจะต้องยกโทษให้แน่ๆ”

“ตอนที่ณิชาเรียนอยู่ที่อังกฤษ ณิชาก็เคยลองไปตามหาอาณัชชานะคะ แต่ก็ไม่เจอ มีคนที่รู้จักเล่าว่า ระยะหลังนี่อาชยทัตติดการพนันก็เลยพาอาณัชชาตระเวนไปเล่นกาสิโนทั่วยุโรป ณิชาเดาว่า อาณัชชาต้องอยู่อย่างลำบากแน่ๆ ยิ่งถ้ามีลูกก็ยิ่งแย่ไปใหญ่”

“ถ้าคุณอาณัชชามีลูก ก็ยิ่งต้องหาทางกลับเมืองไทยแน่ๆ คุณอาคงไม่อยากให้ลูกโตขึ้นโดยไม่รู้จักครอบครัวตัวเองหรอก”

“ลูกของอาณัชชาก็เป็นน้องณิชาน่ะซิคะ ณิชาอยากเห็นจังว่า น้องคนนี้หน้าตาเป็นยังไง เป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย คนเดียวที่จะบอกเราได้ คือใครรู้ไหมคะ ธัช” ณิชาภัทรสบตากับบุรธัชอย่างรู้กัน

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น ที่บ้านสรณาลัย ชัยวัฒน์กำลังฟ้องพรพรรณเรื่องณิชมนอยู่ เพราะกลัวว่าถูกจับได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญจอมปลอม พรพรรณรับปากจะช่วยจัดการแล้วหันไปฟ้องพรรณอรที่เดินออกมาจากห้องพร้อมกับนมลว่าพันสรไม่ยอมเรียนหนังสือ

“นมลบอกว่า ประนอมไปเกลี้ยกล่อมอยู่ไม่ใช่เหรอ” พรรณอรมองหา

“คุณประนอมเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จหรอกครับ คุณพันสรเป็นเด็กที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง คิดจะทำอะไรแล้วไม่เคยยอมเปลี่ยนใจง่ายๆ ผมถึงได้ใช้วิธีสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ยัดเยียดให้เรียน

วันละหกเจ็ดชั่วโมงอย่างที่คุณประนอมบอก เห็นไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กเกิดความตึงเครียดรับสภาวะกดดันไม่ไหว ก็เลยใช้วิธีต่อต้านแบบนี้ เฮ้อ อย่างนี้ก็เดือดร้อนผมอีก ผมคงต้องเกลี้ยกล่อมคุณพันสรเป็นเดือนแน่ กว่าจะยอมกลับมาเรียนกับผมใหม่” ขาดคำ ณิชมนก็พาพันสรเข้ามา

เด็กชายวิ่งเข้าไปกอดพรรณอรรับปากว่าจะเรียนตามตารางที่ณิชมนกำหนด

พรพรรณกับชัยวัฒน์มองพันสรอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

“คุณพันสรยอมกลับไปเรียนตามเดิมแล้วล่ะค่ะ แต่มีเงื่อนไขนิดหน่อย ครูชัยต้องปรับตารางเรียนใหม่ ลดชั่วโมงเรียนวิชาบังคับและเพิ่มวิชาความรู้ทั่วไป ศิลปะที่สนุกๆ ครูชัย ควรจะสอนแบบนอกกรอบบ้าง ไม่ต้องสอนตรงเป๊ะตามตำราหรอกค่ะ อย่างวิชาภาษาอังกฤษก็ใช้หนังแอนิเมชันประกอบการสอน ก็จะทำให้การเรียนการสอนสนุกขึ้น” ณิชมนหันมาอธิบายกับชัยวัฒน์

“ขอบคุณ แต่ไม่ต้องมาสอน ผมเป็นครู ผมรู้ว่าจะสอนเด็กยังไง ผมเน้นเรื่องเรียนเพื่อรู้ไม่ใช่เรียนเพื่อสนุก” ชัยวัฒน์ไม่ชอบใจนัก

“แต่ถ้าเรียนแล้วได้ความรู้ด้วยสนุกด้วยจะไม่ดีกว่าเหรอคะ ยิ่งเด็กเล็กขนาดคุณพันสรด้วยแล้ว ก็ต้องหาทางจูงใจให้อยากเรียน”

“ฉันเห็นด้วยอย่างแรงเลย ต้องเรียนด้วยความสนุก ฉันถึงให้พันสรเรียนที่บ้าน จะได้เลือกเรียนวิชานอกหลักสูตรได้เปิดโลกกว้างให้กับเด็ก ทีนี้จินตนาการของเด็กก็จะได้กว้างไกล ยังไงฝากประนอมดูวิชาเรียนให้พันสรด้วยนะ” พรรณอรออกความเห็น

“มีเงื่อนไขแค่นี้เองเหรอ” พรพรรณแย้ง

“มีอีกข้อค่ะ จะมีการทดสอบความรู้ทุกอาทิตย์ ถ้าหากคุณพันสรทำคะแนนได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป จะได้ไปเที่ยวที่ไร่หรือรับรางวัลอื่นตามความเหมาะสม”

“ฉันก็นึกแล้วว่าถ้าไม่มีเรื่องเที่ยวมาล่อล่ะก็ พันสรไม่กลับมาเรียนง่ายๆหรอก เป็นอันว่าหมดเรื่องแล้วนะ ครูชัยก็ไปจัดตารางเรียนมาใหม่แล้วก็ทำตามที่ประนอมแนะนำไป” พรพรรณสรุปและนึกชมณิชมนอยู่ในใจ

ชัยวัฒน์ฮึดฮัดไม่พอใจแต่ต้องเก็บอารมณ์ไว้ พันสรเข้ามาดึงชัยวัฒน์บอกว่าอยากเรียนหนังสือแล้ว

“ถ้าไม่เข้าใจอะไรตรงไหนมาถามพี่นอมได้นะ พันสร” นมลบอกกับน้องชาย

“ถ้าคุณพันสรไม่เข้าใจอะไร ต้องถามผมคนเดียว ผมมีหน้าที่สอนคุณพันสร คนอื่นไม่เกี่ยว อย่ามาก้าวก่ายหน้าที่ คนมีการศึกษาไม่ทำกัน” ชัยวัฒน์ส่งสายตาอำมหิตใส่ณิชมน ก่อนถูกพันสรลากตัวออกไป

“พี่นอมอย่าไปถือสาครูชัยเลยนะ เขาคงจะเสียหน้าน่ะค่ะ” นมลกระซิบบอก

“นอมก็ก้าวก่ายงานของครูชัยเขาจริงๆ” ณิชมนเข้าใจ แต่นมลข้องใจ เธอซักว่าคุณแม่บ้านรู้ได้อย่างไรว่าต้องต่อกรกับพันสรด้วยวิธีนี้

“ตอนเด็กๆ พ่อของนอมไม่มีเงินส่งนอมไปโรงเรียน นอมก็เลยต้องเรียนเองที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ นอมเข้าใจค่ะว่า การเรียนคนเดียวมันน่าเบื่อแค่ไหน นอมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกไปเที่ยวนอกบ้าน ยิ่งได้ไปกับพ่อแม่ด้วยแล้ว เป็นความสุขที่นอมไม่มีวันลืมเลยล่ะค่ะ” ณิชมนเศร้าใจอดคิดถึงพ่อแม่ไม่ได้

ooooooo

บุรธัชกับณิชาภัทรมาหาดาวเรืองที่วิทยาลัยพลพิทักษ์เพื่อสอบถามเรื่องราวของณัชชา เพราะหวังจะได้ข้อมูลไปสืบหาน้าและน้องสาว แต่ดาวเรืองบ่ายเบี่ยงว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่

“แต่ตอนนี้ณิชาก็เป็นผู้ใหญ่แล้วนะคะคุณป้า ถ้าหาก มีอะไรช่วยได้ ณิชาก็อยากจะช่วย แล้วที่สำคัญตอนนี้ณิชาได้ชื่อว่าเป็นหลานคนเดียวของคุณย่า ถ้าหากอาณัชชามีลูก ก็เท่ากับว่าคุณย่ามีทายาทเพิ่มอีกคน แล้วจะให้ณิชาอยู่เฉยๆ รับมรดก ของคุณย่าไปคนเดียว มันก็ไม่ยุติธรรมต่อลูกของอาณัชชานะคะคุณป้า” ณิชาภัทรอ้างแล้วต้องอึ้งเมื่อนวลแขเดินเข้ามา

“ย่ายังไม่ทันจะตายเลย คิดจะฮุบมรดกของย่าแล้วเหรอ ณิชา”

“คุณย่า”ณิชาภัทรเข้าประคองนวลแขมานั่งอย่างประจบพลางชี้แจง “คุณย่าขา คุณย่าฟังผิดแล้วล่ะค่ะ ณิชาไม่ได้คิดจะฮุบมรดกของคุณย่านะคะ ณิชาไม่อยากรับมรดกจากคุณย่าอย่างไม่เป็นธรรมต่างหาก แล้วนี่คุณย่าตามอาณัชชาถึงไหนแล้วคะ มีเบาะแสอะไรเพิ่มเติมบ้าง”

“เรานี่ร้ายจริงๆ คิดจะหลอกถามย่าใช่ไหมเนี่ย”

“คุณหญิงย่าไม่ปฏิเสธอย่างนี้ แสดงว่า กำลังตามหาคุณอาณัชชาอยู่ใช่ไหมครับ” บุรธัชมั่นใจ

ดาวเรืองส่งยิ้มขอร้องให้นวลแขบอกความจริงกับทั้งคู่ นวลแขยอมเอ่ย “ย่าให้คนตามหาณัชชาอยู่ ล่าสุดที่ได้ข้อมูลมาก็คือ ชยทัตพาครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ลอนดอนแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าอาศัยอยู่ที่ไหน ชยทัตทำงานไม่เป็นหลักแหล่ง ย้ายที่อยู่แทบทุกสามเดือน ก็เลยหาตัวไม่เจอซักที”

“อาชยทัตพาครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ลอนดอน นี่หมายความว่า อาชยทัตกับอาณัชชามีลูกใช่ไหมคะ มีกี่คนคะ ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย”

“มีคนเดียวจ้ะ เป็นผู้หญิง ชื่อ ณิชมน...ณิชมน ชุติมันต์... ณัชชาไม่เคยลืมครอบครัวทางนี้เลย ถึงได้ตั้งชื่อลูกว่า ณิชมน ชื่อนี้คุณหญิงเป็นคนตั้งเอง จำได้ไหมคะ คุณหญิงบอกว่า ถ้าหากณิชามีน้องสาว ก็จะให้ชื่อณิชมน ณัชชาก็เลยขอจองชื่อนี้ให้ลูกตัวเอง ตอนนั้นคุณหญิงดุณัชชาใหญ่หาว่าแก่แดดแก่ลม” ดาวเรืองทวนความจำ

นวลแขยังคงทำหน้าเฉยแม้จะห่วงใยลูกแค่ไหนก็ไม่ยอมแสดงออก

เมื่อได้ข้อมูลจากนวลแขและดาวเรืองแล้ว ณิชาภัทรก็ชวนบุรธัชกลับ เพื่อจะวางแผนออกตามหาณัชชาและลูกสาว แต่บุรธัชให้ณิชาภัทรไปรอที่รถก่อนเพราะมีเรื่องขอความช่วยเหลือจากนวลแข

ooooooo

ณิชมนเรียกสายใจกับกันยามาช่วยกันเก็บกวาดบ้านและคัดแยกขยะ สักพักเสียงโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้น กันยาออกไปรับแล้วเดินกลับมาบอกว่า โทรศัพท์ของคุณแม่บ้าน

ณิชมนแปลกใจเดินไปรับโทรศัพท์ เธอได้ยินเสียงบุรธัชสั่งให้ออกไปพบเขาที่หน้าบ้านภายในห้านาทีไม่อย่างนั้นเขาจะเข้ามาพบเธอเอง ณิชมนกลัวจะเกิดเรื่องจึงรีบออกไป

“ขึ้นรถ” บุรธัชสั่ง

“เราคุยกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ คุณมีอะไรสงสัยฉันอีกล่ะ คุณอยากรู้ว่าฉันไปที่บ้านชุติมันต์ทำไม ฉันก็ตอบจนเคลียร์แล้ว ฉันพยายามจะไม่ออกไปข้างนอก เพราะจะได้ ไม่ต้องไปเจอคุณให้เข้าใจผิดกันอีก หรือว่าคุณคิดจะแกล้งฉัน อยากให้คุณพรพรรณไล่ฉันออกใช่ไหม”

“เธอก็ไม่อยากทำงานที่นี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ทำงานที่นี่ แล้วฉันจะไปทำงานที่ไหนได้ ตอนนี้ ฉันไม่มีเงินไม่มีบ้านไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย ถ้าไม่ทำงานที่นี่ ฉันก็จะไม่มีที่ซุกหัวนอน เห็นใจกันหน่อยได้ไหม”

“ก็เพราะฉันเห็นใจเธอน่ะซิ ฉันก็เลยจะหางานใหม่ให้เธอ เธออยากทำงานที่บ้านคุณหญิงนวลแขไม่ใช่เหรอ ฉันพูดกับคุณหญิงนวลแขให้เธอแล้ว ท่านกำลังขาดคนทำงานบ้านพอดียิ่งท่านรู้ว่าเธอเป็นคนของอาจารย์ดาวเรือง ท่านยิ่งยินดีที่จะรับเธอเข้าทำงาน ยืนรออะไรอยู่ ขึ้นรถซิ” บุรธัชเปิดประตูแล้วจับตัวณิชมนเข้าไปในรถ

ณิชมนนั่งอึ้งทำอะไรไม่ถูกไม่คิดว่าจะได้เจอหน้าคุณยายในเวลานี้

รถของบุรธัชแล่นออกไป กันยากับสายใจย่องออกมาจากที่ซ่อนแล้วหันมาเม้าท์กัน

“ไวไฟจริงๆ เพิ่งมาอยู่แป๊บเดียว สอยผู้ชายได้แล้ว หน้าตาคุ้นๆเนอะ แกว่าใช่พวกที่ทำงานที่ไร่หรือเปล่า”

“จะเป็นใครก็ช่าง โดดงานไปกับผู้ชายอย่างนี้ ได้ถูกไล่ออกแน่ๆ” กันยากับสายใจหันมายิ้มให้กันอย่างหมายมาดจะไปฟ้องพรพรรณ

ไม่นานนัก บุรธัชก็พาณิชมนมาถึงบ้านสุธาสิน ณิชมน ค่อยๆ ลงจากรถอย่างไม่แน่ใจ เธอยืนมองตัวบ้านอย่างสำรวจพลางพึมพำ “บ้านของแม่”

บุรธัชดึงณิชมนให้เดินเข้าไปด้วยกันพลางเอ่ย “เธอต้องชอบทำงานที่บ้านนี้แน่ มีเจ้านายแค่สองคนคือ คุณหญิงนวลแขกับหลานสาว เธอเจอณิชาแล้วนี่ ณิชาเป็นหลานสาวคนเดียวของคุณหญิงนวลแข” ณิชมนชะงักหยุดกึก บุรธัชหันมาถามว่า “เปลี่ยนใจแล้วเหรอ ที่บอกว่า เธออยากทำงานที่บ้านนี้ โกหกใช่ไหม”

“ฉันไม่ได้โกหก...”

“งั้นก็พิสูจน์ซิ ช่วยแสดงให้ฉันเห็นว่า เธอเป็นแค่แม่บ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง จริงๆ ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่มีประวัติอะไรปิดบังซ่อนเร้นอยู่ แล้วฉันก็จะไม่ยุ่งกับชีวิตเธออีก” บุรธัชท้า

ณิชมนตัดสินใจได้ก้มหน้าก้มตารีบเดินเข้าไปในบ้าน บุรธัชมองตามเริ่มจะคลายใจว่า ณิชมนไม่ได้มีอะไรปิดบังอยู่

ooooooo

รวิภาสเดินฮัมเพลงเข้ามาที่โต๊ะอาหาร เห็นลุงอาจกำลังดูแลคนรับใช้เก็บโต๊ะแต่ไม่เห็นพี่ชายจึงถามหา ลุงอาจมองรวิภาสอย่างรู้ทัน พลางเอ่ยเตือนให้ทำตัวดีๆ ให้พี่ชายเห็นบ้าง เพราะการไปทำตัวดีที่อื่นไม่เกิดประโยชน์อะไร

“ถ้าคุณชายมั่นใจในตัวคุณเมื่อไหร่ ก็จะเลิกเข้มงวดกับคุณเอง แต่ถ้าคุณยังแกล้งทำตัวเกเรให้คุณชายปวดหัวเล่น ก็คงมีเรื่องให้ทะเลาะกันทุกวันอยู่อย่างนี้ ทุกอย่างขึ้นกับตัว คุณภาสคนเดียวเท่านั้นแหละครับ”

รวิภาสแกล้งไม่เข้าใจ ถามย้ำอีกครั้งว่าตกลงบุรธัช ออกไปไร่หรือไปเทพสุธา ลุงอาจตอบว่าไม่ได้ไปทั้งสองที่ เพราะพาแม่บ้านประนอมไปฝากงานที่บ้านคุณหญิงนวลแข

“ลุงอาจฟังผิดหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่เรื่องไร่บุริศราวัณแล้ว พี่ธัชเคยสนใจที่ไหน พาแม่บ้านประนอมไปฝากงาน...พี่ธัช คิดจะทำอะไรของเขาเนี่ย” รวิภาสแปลกใจ

เวลาเดียวกันนั้น ณิชมนก็เดินลิ่วๆ เข้ามาในบ้านสุธาสิน แล้วหยุดเหลียวซ้ายแลขวาไม่รู้จะไปทางไหนต่อดี บุรธัชตามมา ถามว่า รู้แล้วหรือว่าต้องไปพบนวลแขที่ไหน หรือว่ากลัวตัวเอง จะเปลี่ยนใจ

“เปล่าซะหน่อย” ณิชมนอึกอัก แล้วสาวใช้ก็เข้ามา ยกมือไหว้บุรธัชพลางรายงานว่า คุณหญิงรออยู่ที่สวนหลังบ้าน บุรธัชหันมาสั่งณิชมนที่จะขยับเดินตามว่า ให้รออยู่ตรงนี้ก่อนแล้ว ฝากให้สาวใช้ช่วยเฝ้าเธอไว้ด้วย

ณิชมนมองบุรธัชอย่างไม่ชอบใจ ส่วนคนรับใช้ยืนงงๆ

ณิชมนละสายตาจากชายหนุ่มหันมาสำรวจรอบๆบ้าน เธอชะงักเมื่อเห็นรูปถ่ายรูปใหญ่ของนวลแข ตามด้วยดูรูปถ่าย ของครอบครัวณิชาภัทร

“ไม่มีรูปแม่เลย” ณิชมนนิ่งอึ้งด้วยความเศร้าใจ

ooooooo

รักปาฏิหาริย์

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด