ตอนที่ 16
บุรธัชกลับมาถึงบ้านบุริศราวัณ เห็นณิชาภัทรที่รออยู่อย่างกระวนกระวายใจลุกมาหา จึงรีบออกตัวว่ามีเรื่องสำคัญต้องทำ แล้วหันไปถามลุงอาจว่า ทุกอย่างเรียบร้อยใช่ไหม
“ผมจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้วครับคุณชาย โชคดีที่คุณชายยังไม่ขายอพาร์ตเมนต์ที่นั่น เรื่องที่พักก็เลยไม่เป็นปัญหา ติดก็แต่เรื่องเอกสารการเรียนที่นี่คงต้องส่งตามไปทีหลัง”
“นี่ใครจะไปไหนหรือคะ” ณิชาภัทรเป็นงง
ลุงอาจอธิบายว่า บุรธัชจะส่งรวิภาสไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย และจะเดินทางวันพรุ่งนี้
“ทำไมกะทันหันอย่างนี้ล่ะคะ นี่เป็นเพราะเรื่องนมลใช่ไหมคะ ธัชตัดสินใจผิดแล้วนะคะ นี่ค่ะ ธัชดูนี่ซะก่อนแล้วค่อยตัดสินใจเรื่องภาสกับนมลใหม่” ณิชาภัทรยื่นซองเอกสารให้
“นี่อะไร” บุรธัชแปลกใจ
“สัญญาซื้อขายไร่บุริศราวัณ นี่จะเป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าคุณชายนฤสรณ์ไม่ได้โกงท่านพ่อของธัชค่ะ” ณิชาภัทรทำหน้าตาจริงจัง
บุรธัชรับซองเอกสารมาเปิดดู
เป็นเวลาเดียวกับที่พงษ์เทพรีบมาแจ้งข่าวดีกับณิชมนว่าพบหลักฐานสัญญาซื้อขายไร่บุริศราวัณแล้ว ณิชมนแปลกใจซักว่าพงษ์เทพไปได้สัญญาซื้อขายมาจากไหน
“คุณณิชาเป็นคนไปหาจนเจอ ตอนนี้หลักฐานทั้งหมดคงอยู่ในมือคุณชายธัชแล้ว คุณชายได้รู้ความจริงอย่างนี้แล้ว เรื่องภาสกับนมลก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ทีนี้คุณกลับไปซิดนีย์กับผมได้แล้วใช่ไหมครับ” พงษ์เทพรวบรัด
ณิชมนยังคิดหนักไม่มีคำตอบให้ พงษ์เทพรีบเอ่ยถามว่า ยังมีเรื่องอะไรให้ห่วงอีก
“ไม่มีค่ะ ไม่มี นอกจากเรื่องคุณภาสกับคุณนมลแล้ว ฉันจะยังมีเรื่องอะไรให้ห่วงอีกล่ะคะ”
“แล้วคุณชายธัชล่ะครับ ผมรู้สึกว่าคุณชายจะมีความสำคัญต่อคุณมาก บางทีนะผมก็สงสัยว่าที่คุณไม่ยอมไปจากที่นี่ซักที เพราะว่าคุณตัดใจจากคุณชายไม่ได้ ถามจริงๆคุณกับคุณชายมีอะไรมากกว่าที่ผมรู้หรือเปล่า”
“คุณชายธัชเคยช่วยชีวิตฉันไว้หลายครั้ง เขาเป็นคนที่มีบุญคุณกับฉัน ฉันไม่มีสิทธิ์คิดกับคุณชายเป็นอย่างอื่นไปได้หรอกค่ะ”
“ถ้าคุณคิดกับคุณชายธัชแค่นั้นจริงๆก็ดีแล้ว คุณก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป หน้าที่แม่บ้านประนอมของคุณจบแล้วคุณณิชมน พรุ่งนี้ผมจะมารับคุณไปสนามบินด้วยกัน ไม่ต้องเอากระเป๋าเดินทางไป ไปแต่ตัวก็พอ” พงษ์เทพสรุปแล้วเดินออกไป ทิ้งให้ณิชมนนั่งมึนเพราะไม่เหลือทางเลือกให้ตัวเองแล้ว
ด้านณิชาภัทร เธอยืนกลั้นใจมองบุรธัชที่ตรวจอ่านสัญญาซื้อขายอย่างนิ่งขรึมเดาอารมณ์ไม่ได้อย่างลุ้นๆ แล้วบุรธัชก็ส่งสัญญาซื้อขายให้ลุงอาจดูอีกคน ลุงอาจมองปราดเดียวก็เงยหน้ามองณิชาภัทรอย่างรู้ทัน
“คุณทำอย่างนี้ทำไมณิชา” บุรธัชเอ่ยถาม
“ณิชาทำอะไรคะ นี่ณิชาอุตส่าห์ช่วย” ณิชาภัทรยังทำเนียน
“ช่วยสร้างหลักฐานปลอมงั้นเหรอ ณิชา”
“หลักฐานนี้เป็นของจริงนะคะธัช ณิชาไปค้นเจอในตู้เซฟของคุณย่า”
“พอได้แล้วณิชา นี่คิดว่าผมโง่นักหรือไง คุณอาจจะปลอมลายเซ็นท่านพ่อได้เหมือนจนแทบจับไม่ได้ แต่ดูนี่ ดูชื่อพยานเป็นชื่อลุงอาจได้ยังไง ในเมื่อลุงอาจไม่เคยเห็นสัญญาซื้อขายฉบับนี้เลย”
“ครับ ท่านชายบริพัตรกับคุณชายนฤสรณ์ไปซื้อขายไร่กันตอนไหนผมก็ยังไม่รู้เลยครับ”
“ณิชาขอโทษค่ะที่ต้องทำอย่างนี้ ก็ณิชาอยากให้ เรื่องวุ่นวายทั้งหมดจบลงซะที ธัชจะได้เลิกโกรธแค้นคนบ้านสรณาลัย ภาสกับนมลจะได้รักกันได้ แล้วที่สำคัญธัชกับภาสไม่ต้องตัดขาดกัน ณิชาทำทุกอย่างก็เพื่อธัชคนเดียวนะคะ”
“ถ้าคุณอยากจะทำเพื่อผมล่ะก็ เลิกยุ่งเรื่องของผมซะที”
“แต่ถ้าเป็นประนอมล่ะก็ ยุ่งได้ใช่ไหมคะ ผู้หญิง คนนั้นยุ่งวุ่นวายกับธัชได้ทุกเรื่อง แต่ณิชายุ่งไม่ได้ นี่ธัชเห็นณิชาเป็นอะไรคะ”
“ผมเห็นคุณเป็นเพื่อน แล้วถ้าขืนคุณทำเรื่องโง่ๆ อย่างนี้อีกล่ะก็ เราอาจจะไม่เหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อนก็ได้ ณิชา” บุรธัชเดินหนี
ณิชาภัทรน้ำตาคลอ เธอรีบโทร.ไปปรึกษาพงษ์เทพ “ธัชจับได้ค่ะว่าสัญญาเป็นของปลอม ไหนคุณบอกว่าคุณจ้างมืออาชีพไงคะ ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ พลาดในสิ่งที่ไม่ควรพลาดได้ สรุปว่าแผนของเราล้มเหลว จะทำยังไงต่อไปล่ะทีนี้”
“แผนของเรายังไม่ล้มเหลวหรอกครับ ผมจะรีบพาคุณนอมไปจากที่นี่พรุ่งนี้เช้า ก่อนที่คุณนอมจะรู้ความจริง”
“ณิชาขออวยพรให้คุณโชคดีพาประนอมไปได้สำเร็จแล้วกันนะคะ เออ...คุณพงษ์เทพคะ นี่คุณรู้แล้วใช่ไหมคะว่า คุณนอมของคุณนี่เป็นใคร ตกลงเขาเป็นใครชื่ออะไรคะบอก ณิชาหน่อยได้ไหมคะ”
“ผมว่าคุณอย่ารู้จะดีกว่าครับคุณณิชา” พงษ์เทพ กดปิดมือถือทันที
ณิชาภัทรคาใจเล็กๆ และเริ่มถอดใจกับแผนการสัญญาปลอมของพงษ์เทพ
ooooooo
พรรณอรยังเดินหน้าหาสัญญาฉบับจริงต่อไป เพราะหวังช่วยให้นมลได้สมหวังในรัก พรพรรณเข้ามา ปรามพี่สาวว่า อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับนมล เพราะยังไม่แน่ใจว่าในตู้เซฟธนาคารจะมีหลักฐานที่ต้องการหรือเปล่า
“นี่คุณแม่กับน้าพรพูดเรื่องอะไรกันคะ” นมลเป็นงง เมื่อเข้ามาได้ยินแม่กับน้าคุยกัน
“แม่เจอกุญแจตู้เซฟธนาคารน่ะจ้ะ คุณพ่อต้องเก็บสัญญาซื้อขายไร่บุริศราวัณไว้ที่นั่นแน่ๆเลย พรุ่งนี้เราไปที่ธนาคารแต่เช้ามืดเลยนะ เราต้องหาหลักฐานให้เจอก่อนที่พี่ภาสจะเดินทาง ให้ประนอมซิ่งเลยนะลูก จะได้ไปทันเวลา”
“นมลไปเองคนเดียวดีกว่าค่ะ นมลรบกวนพี่นอมมากเกินไปแล้ว แล้วอีกอย่างถ้าพี่นอมรู้ พี่ภาสก็ต้องรู้ด้วย เดี๋ยวได้เป็นเรื่องอีก ให้เราได้หลักฐานอยู่ในมือก่อน แล้วค่อยบอกคนอื่นๆดีกว่านะคะคุณแม่” นมลเริ่มมีความหวัง
ส่วนณิชมน เธอตัดสินใจมาหาบุรธัชที่บ้านบุริศราวัณเพื่อจะคืนผ้าพันคอให้ แต่เมื่อมาถึงหน้าตัวบ้านก็เกิดลังเลจะเดินกลับออกไป
“ประนอม” บุรธัชออกมาพอดี
ณิชมนสะดุ้ง เธอค่อยๆหันมาเผชิญหน้ากับบุรธัช “ฉันขอโทษที่มารบกวนค่ะ ฉันอยากรู้ว่าในเมื่อคุณรู้ความจริงแล้วคุณจะทำยังไงต่อไปคะ”
“นี่เธอพูดเรื่องอะไร เรื่องนายภาสกับนมลงั้นเหรอ เรื่องสองคนนั้นจบไปแล้ว ไม่มีอะไรต้องพูดถึง”
“จบไปแล้ว...หมายความว่าไงคะ คุณยอมจบปัญหาทุกอย่างแล้วใช่ไหมคะ”
“ฉันไม่เรียกว่าจบหรอก ตอนนี้ฉันไม่มีเรื่องค้างคาใจ ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว ฉันยอมถอย ฉันจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านสรณาลัยอีก”
ณิชมนตีความเอาเองว่าบุรธัชจะไม่ขัดขวางนมลจากรวิภาสอีก จึงรีบสรุป “งั้นฉันก็สบายใจได้แล้ว ขอบคุณแทนทุกคนที่บ้านสรณาลัยนะคะ นี่ค่ะ คุณช่วยรับผ้าพันคอนี่ไว้ได้ไหมคะ”
“ทำไมฉันต้องรับไว้ด้วย”
“เถอะน่า ซักวันฉันจะบอกคุณเอง ตอนนี้คุณรับไว้ก่อน ฉันเก็บไว้ให้คุณนานเกินไปแล้ว”
บุรธัชมองณิชมนที่ทำเหมือนตัดใจให้ผ้าพันคอคืนแทนการบอกลาจึงรีบปฏิเสธ
“ไม่ เธอต้องเก็บผ้าพันคอผืนนี้ไว้ที่เธอต่อไป...ตราบใดที่ผ้าพันคอผืนนี้ยังอยู่ที่เธอ เธอก็ยังไปจากฉันไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เราได้เจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เราได้อยู่ด้วยกันอย่างนี้...” บุรธัชดึงณิชมนเข้ามากอด
“ฉันไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้ฉันจะพูดคำนี้ แต่ฉันเชื่อว่าปาฏิหาริย์ทำให้เราได้เจอกัน และความรักจะทำให้เราได้อยู่ด้วยกัน ถ้าหากแค่เธอจะยอมลืมอดีตของเธอ แล้วมาเริ่มต้นใหม่กับฉัน”
“ฉันทำไม่ได้...ฉันเริ่มต้นใหม่กับคุณไม่ได้” ณิชมนดันตัวออก
“นี่เธอยังไม่รู้อีกหรือไงว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ...ฉันรักเธอนะประนอม”
“ฉันไม่ใช่ประนอม คุณจะรักผู้หญิงที่คุณไม่รู้จักแม้แต่ชื่อได้ยังไง วันนี้คุณอาจจะไม่สนใจว่าฉันเป็นใคร แต่ต่อไปจะไม่มีซักเสี้ยวนาทีเลยหรือคะ ที่คุณจะระแวงสงสัยว่าฉันเป็นใคร”
ณิชมนมองผ้าพันคอในมือแล้วกัดฟันพูดต่ออย่างคนปากแข็ง
“ฉันไม่เชื่อในปาฏิหาริย์ค่ะ ไม่มีปาฏิหาริย์ ไม่มีความรัก ที่เราได้พบกันเป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้น ลาก่อนค่ะคุณชายธัช” ณิชมนรีบเดินออกไปก่อนที่น้ำตาจะไหล
ooooooo
เช้าวันใหม่ นมลรีบมาที่ธนาคารแต่ธนาคารยังไม่เปิด เธอจึงต้องยืนรออย่างร้อนใจเพราะกลัวจะกลับไปไม่ทันรวิภาส ขณะที่รวิภาสเดินลงมาบอกกับบุรธัชที่ยืนรออยู่ว่า เขาไม่หนีไปไหนแน่ เพราะเป็นคนรักษาคำพูด และขอให้บุรธัชรักษาคำพูดด้วยเช่นกัน
“ฉันไม่ผิดคำพูดแน่ แกจะได้เป็นอิสระเมื่อถึงเวลา แล้วเมื่อแกอายุยี่สิบห้าเมื่อไหร่แกจะได้มรดกในส่วนของแก ส่วนไร่บุริศราวัณ”
“ผมเรียนจบผมจะกลับมาดูแลไร่บุริศราวัณเอง ทำไมผมจะไม่รู้ พี่ธัชไม่ได้รักไร่ของเรา แต่ต้องแบกรับภาระดูแลไร่ดูแลผมด้วยความจำเป็น ถึงเวลาที่ผมจะปล่อยให้พี่ธัชได้เป็นอิสระบ้าง”
“คุณชายอาจจะดูแลไร่เพราะความจำเป็น แต่ที่คุณชายดูแลคุณภาสก็ไม่ใช่เพราะหน้าที่บังคับ แต่เป็นเพราะว่ารักคุณภาส คุณชายก็มีน้องชายอยู่คนเดียว” ลุงอาจรีบไกล่เกลี่ย
“ไม่ต้องพูดมากน่าลุงอาจ ได้เวลาแล้วไม่ใช่เหรอ” บุรธัชเร่ง
“ผมพูดจริงๆนะครับพี่ธัช ผมจะดูแลไร่ของเราเอง พี่ธัชทนทำงานที่ไม่ได้รักจนไม่มีความสุขในชีวิต ก็เลยเห็นคนอื่นมีความสุขไม่ได้ พี่ธัชได้กลับไปทำงานที่ตัวเองรัก พี่ธัชจะได้เลิกทำลายความสุขของคนอื่นซักที” รวิภาสเดินออกไป
บุรธัชมองตามอย่างพยายามทำใจ
เช่นเดียวกับณิชมนที่ต้องทำใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า แล้วแอบมาพบกับพงษ์เทพที่รอรับอยู่หน้าบ้าน
“ผมอยู่นี่ครับคุณณิช ผมจอดรถอยู่ข้างนอกโน่น ไม่อยากให้คนในบ้านเห็น ไปเร็วครับ เดี๋ยวจะไม่ทันเครื่องบิน” พงษ์เทพเดินออกมาจากที่หลบซ่อนตัว
ณิชมนมองไปที่ตัวบ้านสรณาลัยพลางรำพึง “คุณนมลจะคิดยังไง ถ้าอยู่ๆฉันหายตัวไปอย่างนี้ ที่จริงฉันตั้งใจจะบอกความจริงคุณนมลอยู่แล้ว”
“นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องนี้นะครับ คุณไปจากที่นี่โดยที่ทุกคนไม่รู้อะไรเลยน่ะเป็นผลดีกับคุณมากกว่า ไปเถอะครับคุณณิช” พงษ์เทพดึงตัวณิชมนไป
“พี่นอม...พี่นอมจะไปไหนครับ” พันสรวิ่งออกมาจากในบ้าน
ณิชมนหันมา พงษ์เทพรีบกระซิบสั่ง “ไม่ต้องสนใจ รีบไปเถอะครับ นี่เป็นโอกาสเดียวของคุณแล้วนะ”
“พี่นอม” พันสรวิ่งตามจนทันพร้อมตั้งคำถาม “พี่นอมจะไปไหนกับคุณพงษ์เทพครับ”
“ไปธุระนิดหน่อยค่ะ” ณิชมนหันมาตอบ
“ธุระของคุณพงษ์เทพเอาไว้ก่อนนะครับ คุณแม่ให้ผมมาบอกพี่นอมให้รีบไปบ้านพี่ชายธัชด่วนจี๋เลย พี่นอมต้องดักตัวพี่ภาสไว้ก่อน อย่าให้พี่ภาสไปไหนจนกว่าพี่นมลจะไปถึง ไม่รู้ว่าพี่นมลได้หลักฐานแล้วหรือยัง”
“หลักฐาน...หลักฐานอะไรคะ”
“ก็สัญญาซื้อขายไร่บุริศราวัณไงครับ คุณแม่รู้แล้วล่ะครับว่าอยู่ที่ไหน พี่นมลกำลังไปเอามา”
ณิชมนหันขวับมามองพงษ์เทพ เห็นเขาทำท่าอึกอักรีบดึงตัวเธอไว้
“ผม...ผมอธิบายได้ ฟังผมก่อนนะครับ”
“ปล่อยฉัน ฉันไม่มีเวลามาฟังคำโกหกของคุณ” ณิชมนเบี่ยงตัวออกจากพงษ์เทพ แล้วรีบเดินออกไป พันสรวิ่งตามไปด้วย
พงษ์เทพได้แต่มองตามคอตกอย่างหมดหวัง
ooooooo
บุรธัชเดินมาส่งรวิภาสที่รถ รวิภาสจะแยกเดินไปขึ้นรถเลย แต่ลุงอาจรั้งขอร้องให้บอกลาบุรธัชก่อน เพราะอีกนานกว่าจะได้เจอกัน รวิภาสหันมามอง พี่ชายราวกับเป็นศัตรู
“ยังพอมีเวลา...จะไปลานมลก่อนก็ได้นะ ฉันอนุญาต” บุรธัชเอ่ยขึ้นก่อน
“ไม่ล่ะครับ ผมไม่ชอบบอกลาใคร แล้วถ้าผมจะบอกลาใครล่ะก็หมายความว่าผมจะไม่เจอคนคนนั้นอีกเลยตลอดชีวิต ลาก่อนนะครับพี่ธัช” รวิภาสยกมือไหว้ลาบุรธัชแล้วเดินขึ้นรถไป
บุรธัชมองตามรถที่แล่นออกไปอย่างรู้สึกโดดเดี่ยว
ผิดกับนมลที่กำลังลิงโลดเพราะได้หลักฐานที่ต้องการมาแล้ว เธอรีบบึ่งรถกลับมา เป็นเวลาเดียวกับที่ณิชมนถามหารวิภาสกกับบุรธัชที่บ้านบุริศราวัณพอดี
“คุณภาสล่ะคะ คุณภาสยังไม่ไปใช่ไหมคะ”
“นายภาสไปแล้ว ป่านนี้คงถึงสนามบินแล้วล่ะมั้ง” บุรธัชตอบอย่างเย็นชา
“คุณให้คุณภาสไปไม่ได้นะคะ คุณต้องรีบโทร.ตามคุณภาสกลับมาเดี๋ยวนี้เลย คุณไม่มีเหตุผลอะไรที่จะแยกคุณภาสไปจากคุณนมลแล้ว คุณนมลหาหลักฐานที่คุณต้องการเจอแล้ว”
“เมื่อวานฉันได้เห็นหลักฐานที่เธอว่าแล้ว นี่เป็นฝีมือของคนบ้านสรณาลัยเองน่ะเหรอ ฉันก็นึกอยู่แล้ว ณิชาไม่น่าคิดแผนการเลวๆอย่างนี้ได้ คุณพรรณอรอยากได้นายภาสเป็นลูกเขยถึงขนาดปลอมแปลงเอกสารเชียวเหรอ น่าสมเพชจริงๆ”
“ฉันยืนยันได้ค่ะ ว่าหลักฐานของคุณผู้หญิงเป็นของจริงค่ะ”
“ฉันไม่เชื่อ”
“ถ้าคุณชายไม่เชื่อ ก็มาพิสูจน์เองดีไหมคะ” นมลเดินถือซองเอกสารเข้ามาส่งให้บุรธัช “นี่ค่ะ สัญญาซื้อขายไร่บุริศราวัณฉบับจริง”
บุรธัชมองซองเอกสารในมือนมลอย่างไม่แน่ใจนัก
เวลาเดียวกัน ณิชาภัทรถือโทรศัพท์มือถือเดินไปเดินมาอย่างไม่อยู่สุข เพราะรอข่าวจากพงษ์เทพ เธอตัดสินใจจะโทร.หาชายหนุ่ม แต่นวลแขเดินผ่านมาเห็นจึงเอ่ยเตือน
“จะโทร.หาใครณิชา จะโทร.หาคุณพงษ์เทพใช่ไหม เรากับคุณพงษ์เทพมีแผนการอะไรอีก บอกย่ามาซิ เราทำอย่างนี้เพื่ออะไร ต่อให้เราช่วยให้บ้านบุริศราวัณกับบ้านสร–ณาลัยกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ คุณชายก็ไม่หันมามองเราหรอกนะ”
“แต่อย่างน้อยณิชาก็กำจัดประนอมไปได้ล่ะค่ะ ประนอมจะไปจากที่นี่ก็ต่อเมื่อธัชวางมือเรื่องนายภาสกับนมล ที่เหลือณิชาคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้วนะคะ”
“ย่าผิดหวังในตัวเราจริงๆ ณิชา”
“ณิชารักธัช ณิชาทนเห็นธัชหลงรักผู้หญิงที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้ยังไง”
“แต่คุณชายไม่ได้รักเราแล้ว แล้วเราจะไปวิ่งไล่ตามคนที่ไม่ได้รักทำไม”
“แต่ธัชเคยรักณิชามาก่อน ณิชาทำให้ธัชกลับมารักณิชาได้แน่”
“แน่ใจหรือว่าคุณชายเคยรักเราจริงๆ” นวลแขถามแทงใจดำ
ณิชาภัทรนิ่ง เจ็บหัวใจแปลบเพราะรู้อยู่ว่าบุรธัชไม่เคยรักเธอ
“ปล่อยมือจากคุณชายซะณิชา อย่าทำตัวไร้ค่าไปกว่านี้เลย” นวลแขขอร้อง แล้วจำต้องยุติเรื่องนี้ไว้ก่อนเพราะหันไปเห็นพรรณอรกับพรพรรณเดินเข้ามา ท่าทางสองพี่น้องคงมีเรื่องร้อนใจมาขอความช่วยเหลือเป็นแน่
ขณะที่นวลแขรับฟังเรื่องราวจากพรรณอรและพร–พรรณอยู่นั้น บุรธัชก็ตรวจอ่านสัญญาซื้อขายอย่างละเอียดถี่ยิบแต่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงรีบออกตัว
“ฉันยังไม่แน่ใจว่าสัญญาฉบับนี้เป็นฉบับจริงหรือเปล่า คงต้องรอให้ลุงอาจกลับมาก่อน ลุงอาจเป็นคนเดียวที่จำลายเซ็นท่านพ่อได้”
“สัญญาฉบับนี้ต้องเป็นฉบับจริงแน่ๆ ไม่งั้นคุณพ่อคุณนมลไม่เอาไปเก็บไว้ในเซฟธนาคารหรอกค่ะ เรามีทางที่จะพิสูจน์ได้นะคะเราลองติดต่อพยานที่เซ็นร่วมในสัญญานี่ซิคะ” ณิชมนเสนอทางออก
“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่นอม นมลมีหลักฐานอีกชิ้นที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณพ่อได้ นี่ค่ะ จดหมายที่ท่านลุงเขียนถึงคุณพ่อก่อนที่ท่านจะเสีย” นมลส่งจดหมายให้
บุรธัชเอื้อมมือไปรับจดหมายจากนมลด้วยความกลัวอย่างบอกไม่ถูก
“คุณพ่อต้องเก็บเอกสารทุกอย่างไว้ที่เซฟธนาคาร ก็เพราะไม่อยากให้ใครได้เห็นจดหมายฉบับนี้ค่ะ” นมลยืนยัน
บุรธัชถือจดหมายเดินผลุนผลันออกไปหาที่อ่านตามลำพัง ณิชมนมองตามอย่างงงๆ ก่อนหันมาถามนมล
“จดหมายอะไรหรือคะ”
“จดหมายลาตายค่ะ พี่นอม”
ณิชมนนิ่งอึ้งด้วยความตกใจแล้วแอบตามบุรธัชไปด้วยความเป็นห่วง
ooooooo
บุรธัชค่อยๆเปิดจดหมายอ่านด้วยความมึนงง รู้สึกเหมือนถูกคนทุบหัว ก่อนจะค่อยๆเข้าใจเรื่องทั้งหมด
“นฤสรณ์...นายบอกเสมอว่าทุกปัญหามีทางออก แต่ฉันไม่มีทางออกจริงๆ ตอนนี้ฉันหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว ฉันมองไม่เห็นทางที่จะกอบกู้ไร่บุริศราวัณได้เลย มีนายคนเดียวที่จะช่วยฉันได้ ได้โปรดดูแลไร่แทนฉันด้วย ส่วนลูกๆ ฉันเชื่อว่าบุรธัชจะดูแลรวิภาสได้เป็นอย่างดี ลูกไม่ควรจะมีพ่ออย่างฉัน...ฉันเคยบอกนายหรือยังว่านายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน...นฤสรณ์ จากเพื่อนของนาย บริพัตร”
บุรธัชนิ่งอึ้งปล่อยจดหมายร่วงหล่นลงพื้น
“คุณชายธัช” ณิชมนเดินเข้ามา
“ออกไป” บุรธัชหันหน้าหนีน้ำตาด้วยความรู้สึกที่ประดังประเดเข้ามา
“ฉันไม่ไปค่ะ ฉันจะอยู่กับคุณ” ณิชมนดึงบุรธัชไว้แล้วโอบกอดปลอบใจ “ไม่ว่าคุณจะผิดหวังเสียใจแค่ไหน ความรู้สึกของคุณก็จะไม่มีวันเปลี่ยนหรอกค่ะ ยังไงคุณก็จะรักท่านตลอดไป”
บุรธัชใจอ่อนยวบ กอดณิชมนไว้แน่นไม่เก็บอารมณ์ความรู้สึกผิดหวังเสียใจอีก
เป็นเวลาเดียวกับที่ลุงอาจได้รับโทรศัพท์จากนวลแข
ที่โทร.มาสั่งให้พารวิภาสกลับไปที่บ้านก่อน จึงรีบกลับรถทันที รวิภาสที่นั่งฟังเพลงอยู่แปลกใจร้องถาม
“ลุงอาจจะไปไหน ไม่ไปสนามบินแล้วเหรอครับ”
“ไม่ไปแล้วล่ะครับ คุณหญิงนวลแขสั่งให้เรากลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย”
“เกิดเรื่องอะไรที่บ้านเหรอ พี่ธัชเป็นอะไรหรือเปล่า”
“เดี๋ยวไปถึงบ้านก็รู้ครับ”
“ผมต้องรู้เดี๋ยวนี้ เมื่อกี้ใครโทร.มา คุณหญิงย่าใช่ไหม” รวิภาสรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทร.กลับไปหานวลแข แต่นวลแขปิดโทรศัพท์ไปแล้ว “ทำไมปิดมือถือแล้วล่ะ...พี่ณิชาต้องรู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น” รวิภาสรีบกดโทรศัพท์ใหม่หาณิชาภัทรอย่างกังวลใจ
ส่วนที่บ้านบุริศราวัณ นวลแขพาพรรณอรกับพรพรรณเข้ามาในบ้าน ตามด้วยดาวเรืองที่เดินมากับนมล พรรณอรตำหนิลูกสาวที่โทร.ไปรบกวนดาวเรือง แต่พรพรรณออกรับแทน
“เราเชิญคุณหญิงนวลแขแล้วไม่เชิญอาจารย์ดาวเรืองได้ไงคะพี่อร ท่านทั้งสองเป็นผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ เป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาของเราสองบ้านมาเป็นสิบปี ก็ต้องให้ท่านมารับรู้ความจริงด้วยซิคะ แล้วนี่ยังขาดใครอีกนะ”
“ณิชาไม่มาด้วยหรือคะ” ดาวเรืองมองหา
“ฉันไม่ให้มาเองแหละ แค่นี้คุณชายก็มีปัญหามากพอแล้ว” นวลแขตอบ แล้วหันไปมองบุรธัชที่เดินมาพร้อมณิชมน
ณิชมนชะงักไปนิดเมื่อเห็นดาวเรือง ขณะที่บุรธัชเข้าไปขอโทษพรรณอร
“ผมขอโทษครับ ผมขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ทำลงไป” บุรธัชกราบลงที่ไหล่ของพรรณอร
“ไม่ใช่ความผิดของคุณชายหรอกค่ะ”
“ได้ยังไงคะพี่อร” พรพรรณค้าน และไม่ทันเห็นณิชมนเดินหลบออกมาเพราะอึดอัดที่ถูกดาวเรืองจับตามอง
“คุณชายเข้าใจผิด เพราะว่าทางฝ่ายเราไม่เคยให้คำตอบที่ชัดเจนให้กับคุณชายได้นะยัยพร ถ้าเราหาหลักฐานเจอตั้งแต่แรก ปัญหาก็คงไม่ยืดเยื้อมาเป็นสิบปี อาขอโทษด้วยนะคะคุณชาย” พรรณอรอธิบาย
“อาอรอย่าทำให้ผมต้องรู้สึกผิดมากไปกว่านี้เลยครับ ผมผิดอย่างไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ผมน่าจะเชื่อใจไว้ใจอานฤสรณ์ แต่ผมเลือกจะเชื่อในสิ่งที่ผมอยากเชื่อเท่านั้น ผมเชื่อผิดๆ
ตลอดมา ผมไม่คิดเลยว่า...”
“ท่านพ่อของคุณชายคิดฆ่าตัวตายก็จริง แต่ท่านชายก็เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้ายค่ะ ท่านโทร.มาบอกคุณนฤสรณ์ว่า ท่านจะลุกขึ้นสู้ใหม่เพื่อลูกๆของท่าน แต่แล้วท่านเกิดบังคับรถไม่ได้...รถเสียหลักลงข้างทางท่านชายเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุนะคะ ไม่ใช่เพราะฆ่าตัวตาย”
“ไม่ว่าท่านพ่อจะตายเพราะสาเหตุอะไร ก็ไม่เปลี่ยนแปลง อะไรหรอกครับ”
“แต่การที่คุณชายได้รู้ความจริงแล้ว น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรๆหลายอย่างได้นะคุณชาย” นวลแขเข้าเรื่อง
“แล้วก็เป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วยนะคะ เราจะเริ่มที่เรื่องไหนก่อนดี เรื่องภาสกับนมลดีไหมคะคุณชาย” ดาวเรืองเสริม
บุรธัชหันไปมองนมลอย่างรู้สึกผิด “ครับ ผมรู้แล้วว่าผมควรจะทำยังไงต่อไป” บุรธัชยอมรับกับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นต่อไปอย่างเต็มใจ
ดาวเรืองเห็นว่าเรื่องราวกำลังจะจบลงด้วยดี จึงลุกเดิน เลี่ยงมาคุยกับณิชมนที่หลบมาเตรียมน้ำชาอยู่ในครัว
“อาจารย์จะรับกาแฟหรือชาดีคะ” ณิชมนเอ่ยถามแต่ไม่ยอมสบตา
“หนูคิดจะทำยังไงกับชีวิตตัวเองต่อไป” ดาวเรืองเปิดประเด็น
“อาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูคงเป็นแม่บ้านประนอมไปอีกไม่นานหรอกค่ะ หนูขอบคุณอาจารย์จริงๆที่เมตตาหนู ไม่บอกใครเรื่องหนู”
“ที่ฉันไม่บอกเรื่องหนูกับคุณหญิงนวลแข เพราะฉันรู้ว่าหนูยังไม่พร้อม การที่หนูยอมติดคุกดีกว่าที่จะกลับไปอยู่กับคุณยาย ทำให้ฉันคิดไม่ตกว่าฉันควรจะทำยังไงดี”
“หนูบอกแล้วว่าหนูไม่ใช่ณิชมน”
“ฉันจะปล่อยให้คุณยายของหนูเสียใจที่ตามหาหนูไม่เจอซักที หรือจะยอมให้ท่านหัวใจสลายด้วยการเรียนท่านว่า ฉันเจอหลานสาวของท่านแล้ว แต่เขาไม่ยอมรับท่านเป็นคุณยาย หนูคิดว่าฉันควรจะทำยังไงดีล่ะ”
“ถ้าคุณหญิงนวลแขตั้งใจตามหาหลานของท่านจริงๆ ทำไมจะไม่เจอล่ะคะ นี่เป็นเพราะท่านไม่ได้อยากเจอจริงๆ”
“หนูอยากจะเชื่ออย่างนั้นก็ตามใจนะ หนูก็เห็นคุณชายธัชเป็นตัวอย่างแล้ว ยึดมั่นถือมั่นกับความคิดตัวเอง ไม่ยอมเปิดใจให้กว้างรับรู้รับฟังคนอื่น ก็เลยทำร้ายทั้งคนอื่นทำร้ายทั้งตัวเอง ลองคิดไตร่ตรองอีกครั้งนะหนูณิชมน” ดาวเรืองเดินออกไป ทิ้งให้ณิชมนต้องคิดหนัก
ooooooo
นมลเดินไปเดินมาชะเง้อมองไปที่ทางเข้าบ้าน เพราะกำลังรอรวิภาสอยู่
“นมล” บุรธัชเดินเข้ามามองอย่างเก้อๆ เพราะเริ่มต้นไม่ถูก
“คุณชายไม่ต้องขอโทษนมลหรอกค่ะ นมลเห็นด้วยกับคุณแม่ทุกอย่าง คุณชายเข้าใจทุกอย่างดีแล้วก็ถือว่าเรื่อง ทุกอย่างจบลงด้วยดี นมลไม่มีอะไรค้างคาใจแล้ว...จริงๆนะคะ”
“ถ้าเธอจะโกรธจะเกลียดฉัน ก็ไม่เป็นไรนะ ฉันเข้าใจ”
“นมลจะเกลียดคุณชายได้ยังไงล่ะคะ ถึงคุณชายจะเห็นครอบครัวนมลเป็นศัตรูมาตลอด นมลก็ยังเคารพรักคุณชายไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ”
“เธอทำอย่างนี้ทำให้ฉันยิ่งเกลียดตัวเอง ขอให้ฉันได้ทำอะไรบ้างได้ไหม ให้ฉันได้ขอโทษหรือให้ฉันได้ทำอะไรชดใช้ความผิดบ้าง”
“ก็ได้ค่ะ นมลมีเรื่องหนึ่งที่คุณชายต้องชดใช้ให้นมล พี่ชายของนมลหายตัวไปค่ะ คุณชายช่วยตามกลับมาให้หน่อยได้ไหมคะ พี่ชายของนมลชื่อคุณชายบุรธัช บุริศร์ เจ้าของไร่บุริศราวัณค่ะ รับนมลเป็นน้องอีกคนได้ไหมคะพี่ชายธัช” นมลส่งยิ้มใสซื่อ
“ได้ซิ นมล...” บุรธัชยื่นแขนให้
“ขอบคุณค่ะพี่ชายธัช” นมลเข้าไปกอดแขนบุรธัช
รถรวิภาสแล่นมาจอด บุรธัชกับนมลหันไปมอง รวิภาส ลงจากรถตามด้วยลุงอาจ
“เรารู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วล่ะครับ ผมดีใจจนบอกไม่ถูกเลย ผมไม่คิดไม่ฝันเลยว่าวันนี้จะมาถึงจนได้ วันที่บ้านสรณาลัยกับบ้านบุริศราวัณได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนเดิม” ลุงอาจรีบบอก
“เราเข้าไปในบ้านดีกว่าลุงอาจ นมลคงมีเรื่องอยากคุยกับนายภาส” บุรธัชเปิดทางให้แล้วเดินนำลุงอาจเข้าบ้านไป
“พี่ภาส...พี่ภาสไม่ต้องไปจากนมลแล้วนะคะ” นมล ยิ้มดีใจ
“ตกลงชีวิตของพี่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนมลคนเดียวใช่ไหม” รวิภาสทำหมางเมินใส่
“พี่ภาสพูดอย่างนี้หมายความว่าไงคะ” นมลมองรวิภาสอย่างตามอารมณ์ไม่ทัน
“ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ พี่มีพี่ธัชบงการชีวิตคนเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องการคนอื่นมากำหนดกฎเกณฑ์ชีวิตพี่อีก เข้าใจไหม”
“นมลไปกำหนดกฎเกณฑ์ชีวิตพี่ภาสตอนไหนคะ”
“นมลคิดเองตัดสินใจเองคนเดียวมาตลอด ทั้งเรื่องที่บอกเลิกพี่ หรือที่ให้พี่ธัชบังคับพี่ไปเรียนต่อ แล้วนี่พอนึกไม่อยากให้พี่ไป ก็รีบไปหาหลักฐานมาแก้ไขปัญหาได้ทันที”
“พี่ภาสพาลใหญ่แล้ว นมลรู้ว่าหลักฐานสัญญาซื้อขายไร่บุริศราวัณอยู่ที่ไหนก็เมื่อวานนี้เอง ทุกอย่างมันฉุกละหุกไปหมดจนนมลไม่มีเวลาบอกพี่ภาส นมลไม่ได้คิดจะตัดสินใจแทนพี่ภาส ทุกอย่างที่นมลทำลงไปก็เพื่อเราสองคนนะคะ”
“งั้นต่อไปนี้ก็ไม่ต้องคิดจะทำอะไรเพื่อพี่อีก พี่ขอคิดเองตัดสินใจเองบ้าง” รวิภาสเดินเข้าบ้านไป ทิ้งให้นมลมองตามอย่างผิดหวังและเสียใจ
ส่วนบุรธัชเมื่อกลับเข้ามาในบ้าน ก็พบณิชมนดึงสร้อยที่คอออกมาดูอย่างเหม่อลอยเพราะกำลังคิดถึงคำพูดของดาวเรือง
“เธอคงรักสร้อยเส้นนี้มาก...บอกฉันได้ไหมว่าใครเป็นคนให้สร้อยเส้นนี้กับเธอ” บุรธัชเอ่ยถาม
“สร้อยเส้นนี้เป็นของคุณยายให้แม่ไว้ค่ะ”
“เธอบอกนายภาสว่าพ่อแม่ของเธอหนีตามกันไป อย่างนี้เธอก็ไม่มีโอกาสได้รู้จักครอบครัวตัวเองเลยล่ะซิ”
ณิชมนขยับตัวอย่างอึดอัดใจกลัวบุรธัชจะปะติดปะต่อเรื่องได้ เธอรีบตัดบท “อย่าเพิ่งพูดเรื่องฉันเลยนะคะ คุณเป็นไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ”
“ขอบคุณเธอมากนะ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างฉัน...แล้วถ้าวันไหนที่เธอต้องการใครซักคน เธอคงรู้นะว่าเธอมีฉันรอเธออยู่ตรงนี้ ฉันคงทำได้เท่านี้ใช่ไหม ฉันคงได้แต่รอให้เธอเปลี่ยนใจ” บุรธัชกุมมือณิชมนไว้
“แล้วคุณจะรอได้ไหมล่ะคะ ขอเวลาฉันคิดอีกซักนิด ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับชีวิตตัวเองจริงๆ”
“เธอมีปัญหาอะไร เธอถึงบอกฉันไม่ได้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน เธอทำเหมือนเธอทำผิดอะไรมา หรือปกปิดเรื่องอะไรอยู่ เรื่องร้ายแรงจนฉันรู้ไม่ได้เลยเหรอ เชื่อใจฉันซักครั้งได้ไหม”
ณิชมนนิ่งอึ้ง ตัดสินใจจะบอกความจริงกับบุรธัช “ฉันจะบอกความจริงทุกอย่างกับคุณค่ะ แต่ไม่ใช่เวลานี้ ฉันว่าตอนนี้คุณคงจะรับรู้อะไรไม่ไหวแล้วล่ะ คุณยังมีอะไรตั้งหลายอย่างที่ต้องทำนะคะ เรื่องของเราไว้ก่อนก็ได้”
“เรื่องของเราต้องมาก่อนซิ ไว้ก่อนได้ยังไง บอกข้อแรกมาก่อนเลยเธอชื่ออะไร...ถ้าบอกแค่ชื่อไม่ได้ ก็ไม่เชื่อแล้วว่า เธอจะยอมบอกความจริงทุกอย่าง ว่าไง เธอชื่ออะไร”
“ฉันชื่อ...ณิช...” ณิชมนพูดไม่ทันจบ ณิชาภัทรก็ก้าวเข้ามาขัดจังหวะ
“ถ้าคิดชื่อตัวเองไม่ออก ฉันช่วยคิดให้เอาไหม คราวนี้จะโกหกว่าชื่ออะไรดีล่ะ”
บุรธัชกับณิชมนหันมามอง ณิชาภัทรรีบใส่ไฟ
“ธัชไม่มีวันได้รู้ความจริงจากผู้หญิงคนนี้หรอกค่ะ เธอโกหกตลอดเวลา โกหกได้ทุกเรื่องเพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ”
“นอกจากเรื่องที่ฉันปลอมตัวเป็นประนอมแล้ว ฉันก็ไม่ได้โกหกอะไรคุณชายธัชอีกเลยนะคะ”
“แล้วเธอได้บอกความจริงกับธัชหรือเปล่า ก่อนหน้าที่เธอตัดสินใจมาที่นี่ เธอวางแผนจะหนีไปซิดนีย์กับคุณพงษ์เทพ บอกมาซิว่าไม่จริง อ้อ ลืมไป เธอไม่อยากโกหกธัชอีก การไม่บอกความจริงก็คือการโกหกนั่นแหละแม่บ้านประนอม” ณิชาภัทรตะคอกใส่
ณิชมนนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก ซึ่งเท่ากับเป็นการยอมรับว่าณิชาภัทรพูดถูกทุกอย่าง
บุรธัชมองณิชมนอย่างผิดหวัง เหมือนทุกอย่างกำลังไปได้ดีแล้วก็พังทลายลงในพริบตา เขามองณิชมนหวังจะได้ยินคำปฏิเสธจากเธอ แต่ณิชมนยังคงนิ่ง
“ที่ณิชาพูดมาเป็นความจริงหรือเปล่า ทำไมเธอต้องไปกับนายพงษ์เทพด้วย”
“ธัชไม่ต้องถามอะไรมากหรอกค่ะ สรุปก็คือประนอมยอมรับแล้วว่าตั้งใจจะหนีไปกับคุณพงษ์เทพ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีความจริงใจกับใครเลย ใครให้ผลประโยชน์มากกว่าก็ไปกับคนนั้นนั่นแหละ” ณิชาภัทรรีบสรุป
“ที่ฉันตัดสินใจไปกับคุณพงษ์เทพก็เพราะเขาสามารถพาฉันไปจากที่นี่ได้เร็วที่สุดอย่างที่คุณต้องการไงคะ คุณณิชา”
“เธออย่ามาอ้างหน่อยเลย ผู้ชายที่เธอเลือกก็คือคุณพงษ์เทพไม่ใช่ธัช ไม่งั้นเธอคงไม่คิดหนีไปกับเขาหรอก และที่สำคัญเธอเลือกที่จะบอกความจริงทุกอย่างกับคุณพงษ์เทพคนเดียว ไม่ได้หมายความว่าคุณพงษ์เทพมีความสำคัญต่อเธอที่สุดหรอกเหรอ” ณิชาภัทรหันมามองบุรธัชเห็นเขายืนตะลึงก็รีบใส่ไฟต่อ “ค่ะ คุณพงษ์เทพรู้ความจริงทุกอย่างว่าผู้หญิงคนนี้ชื่ออะไร เป็นใคร มาจากไหน แต่ธัชไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้เลยใช่มั้ยล่ะ แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าธัชเป็นได้แค่ตัวสำรอง ตัวเลือกสุดท้ายของเขาเท่านั้น”
“ค่ะ คุณพงษ์เทพรู้ว่าฉันเป็นใคร แต่ฉันมีเหตุผลที่บอกคุณหรือคนอื่นไม่ได้ แต่หากคุณต้องการรู้ให้ได้ล่ะก็...” ณิชมนจะสารภาพ แต่บุรธัชเดินหนีออกไปแล้ว
“เธอจะบอกอะไรตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะประนอม” ณิชาภัทรยิ้มเยาะแล้วเดินตามบุรธัชไป
ณิชมนมองตามด้วยความสับสนเพราะทำอะไรไม่ได้แล้ว
ooooooo










