ตอนที่ 15
ณิชมนเดินหนีเข้ามาในห้องทำงาน เธอเห็นพงษ์เทพรีบตามมาจึงจะปิดประตูใส่หน้า แต่พงษ์เทพจับประตูไว้ได้ทันพลางอธิบาย “คุณณิช...คุณอย่าโกรธผมเลยนะครับ ผมมีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนี้”
“ไม่ว่าคุณจะมีเหตุผลอะไร ฉันก็ไม่สนใจ คุณทรยศหักหลังฉัน คุณไม่ใช่เพื่อนฉันอีกต่อไปแล้ว”
“ผมก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับคุณต่อไปเหมือนกัน ผมอยากเป็นมากกว่าเพื่อนอยู่แล้ว ผมรักคุณ...คุณณิชมน ผมยอมทำตามใจคุณทุกอย่าง ผมยอมปิดเรื่องคุณเป็นความลับ ผมยอมส่งคุณกลับไปโดยที่ผมไม่รู้ว่าผมจะได้เจอคุณอีกเมื่อไหร่ แต่ต่อไปนี้ผมจะไม่ยอมอีกแล้ว”
“ฉันไม่เข้าใจค่ะ คุณกำลังคิดจะทำอะไร”
“ผมก็ไม่รู้ว่า ผมกำลังทำอะไร ผมแค่พยายามดึงคุณออกจากเรื่องยุ่งๆ ของคนบ้านนี้ เรื่องที่ทำให้คุณต้องไปเกี่ยวพันกับคุณชายธัชอีก อาจารย์ดาวเรืองรู้แล้วว่า คุณคือคุณณิชมน อีกไม่นานคุณหญิงนวลแขก็จะรู้ ทางที่ดีคุณรีบกลับไปให้เร็วที่สุด”
“คุณจะมาใช้วิธีนี้บังคับให้ฉันกลับไปไม่ได้หรอกนะ ถึงคุณหญิงนวลแขจะรู้ความจริง ถ้าฉันยืนกรานว่า ฉันไม่ใช่ณิชมน ฉันไม่ยอมรับว่าเป็นหลานของท่าน ใครจะมาบังคับฉันได้”
จังหวะนั้นเอง ชัยวัฒน์บังเอิญผ่านมาเห็นณิชมนอยู่กับพงษ์เทพก็หยุดเงี่ยหูฟัง
“ผมนี่แหละจะบังคับคุณเอง ผมทำเพื่อคุณนะครับ คุณควรกลับไปมีชีวิตของตัวเอง ไม่ใช่มีชีวิตเพื่อคนอื่นอย่างนี้ เวลาของแม่บ้านประนอมกำลังจะหมดแล้ว คุณหลอกคนอื่นได้อีกไม่นานหรอกครับ ตอนนี้คุณมีทางเลือกแค่สองทาง กลับไปอยู่กับครอบครัวที่คุณไม่ต้องการหรือกลับซิดนีย์กับผม ลองคิดดูแล้วกันนะครับ” พงษ์เทพเดินออกไปจากห้อง
ชัยวัฒน์หลบได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนโผล่หน้าออกมาพึมพำ “หลอกคนอื่นได้อีกไม่นาน...” แล้วชัยวัฒน์ก็ค่อยๆ ถอยออกและไปเริ่มสงสัยว่า ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับณิชมนเป็นแน่
เวลาเดียวกัน ดาวเรืองไปที่บ้านสุธาสิน เพื่อขอดูรูปเก่าๆ ของณัชชา ณิชาภัทรหยิบอัลบั้มรูปเก่าเก็บมาวางไว้บนโต๊ะ ดาวเรืองเปิดดูอย่างพิจารณา
นวลแขที่นั่งอยู่ด้วยเอ่ยถามด้วยความสงสัย “นึกยังไงหรือครู ถึงได้อยากดูรูปเก่าๆ ขึ้นมาน่ะ”
“วันนี้อยู่ๆ ก็คิดถึงณัชชาขึ้นมาน่ะค่ะ นี่ไม่มีรูปที่ณัช–ชาใส่สร้อยของคุณหญิงเลยหรือคะ เส้นที่มีล็อคเก็ตที่ใส่รูปของคุณหญิงไว้น่ะค่ะ เห็นณัชชาใส่สร้อยเส้นนี้ติดตัวเป็นประจำ” ดาวเรืองตอบพลางเพ่งมองรูปตรงหน้า
“ครูถามถึงสร้อยของฉันทำไม มีอะไรหรือเปล่า” นวลแขเอะใจ
ณิชาภัทรเริ่มมีความหวังรีบซักต่อ “อาจารย์ได้ข่าวอะไรมาใช่ไหมคะ ข่าวของน้องณิชมนใช่ไหมคะ ต้องใช่แน่ๆเลย ไม่งั้นอาจารย์อยากจะดูรูปอาณัชชาไปทำไม”
“ครูบอกฉันมาเถอะ ได้ข่าวอะไรมา พอจะได้เบาะแสณิชมนแล้วใช่ไหม”
“อาจารย์บอกมาเถอะค่ะ วันนี้ณิชาฟังแต่ข่าวร้ายมาทั้งวันแล้ว ขอณิชาได้ฟังข่าวดีบ้างเถอะค่ะ”
สองย่าหลานช่วยกันอ้อนวอน แต่ดาวเรืองยังแบ่งรับ แบ่งสู้ “ดิฉันขอเวลาอีกซักนิดนะคะ ขอตรวจสอบความจริงให้แน่ใจก่อน แล้วจะมาเรียนให้คุณหญิงทราบค่ะ”
“อาจารย์ทราบอะไรมาแค่ไหนก็บอกมาแค่นั้นแหละค่ะ ตอนนี้เราแค่อยากรู้ว่า เราพอจะมีความหวังที่จะได้เจอน้องณิชมนหรือเปล่า”
“เราน่าจะพอมีหวังที่จะได้เจอตัวณิชมน แต่เราไม่ได้หวังแค่นั้นไม่ใช่เหรอจ้ะ เราหวังว่า เราจะได้ณิชมนยอมกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้าหวังอย่างนั้นคงจะต้องใช้เวลาซักหน่อย คุณหญิงคงรอได้นะคะ” ดาวเรืองยอมเอ่ย
นวลแขนิ่งงันมองดาวเรืองอย่างข้องใจ
ooooooo
บุรธัชเดินหมดแรงเข้ามาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ ลุงอาจเดินถือแก้วน้ำมาวางไว้ให้พลางถามข่าว
“ยังไม่เจอคุณภาสหรือครับ”
“ไม่เจอ ไปหาที่ไหนๆ ก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่านายภาสหนีไปไกลถึงไหน แต่ไม่น่าจะหนีไปไหนได้ไกล มันไม่ได้เอาอะไรติดตัวไปเลย”
“นี่แสดงว่าคุณภาสไม่ได้ตั้งใจหนีไปจริงๆ หรอกครับ ก็คงหุนหันพลันแล่นตามประสาเด็กวัยรุ่น เดี๋ยวหมดฤทธิ์ก็คงจะกลับมาเองครับ”
“ฉันรอให้มันหมดฤทธิ์กลับมาเองไม่ได้หรอกนะ ลุงอาจ ถ้ายิ่งปล่อยให้หายไปกับนมลนานวันไป นมลก็จะยิ่งเสียหาย นายภาสนี่จริงๆ เลยทำอะไรไม่รู้จักคิด”
“คุณชายดูจะห่วงคุณนมลอยู่ไม่น้อยนะครับ” ลุงอาจอมยิ้ม
“ฉันห่วงนายภาสต่างหากเล่า คุณพรพรรณกำลังจ้องเล่นงานมันอยู่ ไม่รู้ว่ากลับมาจะเจอคุกหรือเปล่า ฉันโทร.ถามนายกันต์อีกทีดีกว่า เผื่อจะได้ข่าวอะไรบ้าง” บุรธัชจะเดินออกไป แต่ก็ชะงักหันกลับมาหาลุงอาจ “ขอบคุณนะ ลุงอาจ ที่ไม่ซ้ำเติมฉัน ฉันผิดเองที่ไม่ฟังคำเตือนของลุงอาจ ถ้าฉันยอมปล่อยๆ นายภาสบ้าง ก็คงไม่เกิดเรื่องอย่างนี้ ฉันเป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ”
ขณะที่บุรธัชรู้สึกผิดขึ้นมาอยู่นั้น ณิชมนเข้าไปดึงรูปนมลออกมาจากมือพรรณอร พลางขอร้องให้ขึ้นไปพักผ่อน และอาสาอยู่รอฟังข่าวนมลให้เอง
“ป่านนี้แล้วคุณชายธัชยังตามหานมลไม่เจอเลยประนอม...”
“วันนี้ไม่เจอ พรุ่งนี้ก็ต้องเจอค่ะ”
“เชื่อพี่นอมเถอะนะครับคุณแม่ ยังไงพี่ชายธัชก็ต้อง ตามหาพี่นมลจนเจอแน่ๆ ตอนที่ผมหลงทางอยู่ในป่า ป่ากว้างเป็นล้านๆ ไร่ พี่ชายธัชยังตามหาผมเจอเลยครับ” พันสรเข้ามากอดแม่
“นอมสัญญาได้เลยค่ะว่า พรุ่งนี้เราจะต้องได้ตัวคุณนมลกลับมาแน่ๆ พรุ่งนี้นอมจะไปตามคุณนมลเอง ถ้าไม่เจอคุณนมล นอมจะไม่กลับมาให้คุณผู้หญิงเห็นหน้าเลยค่ะ”
“ได้ ฉันจะเชื่อประนอม พรุ่งนี้เราจะต้องได้ตัวนมลกลับมา พันสร เราไปนอนกันได้แล้ว ไป เรายังมีประนอมอยู่ เรายังหมดหวังไม่ได้” พรรณอรพาพันสรเดินออกไปพลางเอ่ยถามเรื่องไปสอบวัดผลในวันนี้
“ก็...ก็ต้องทำได้อยู่แล้วครับ สอบแค่นี้ สบายมาก” พันสรตอบไม่เต็มปากนัก
ณิชมนมองตามสองแม่ลูกแล้วตั้งคำถามกับตัวเอง “สัญญาไปได้ยังไงเรา จะทำได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”
ooooooo
นมลนั่งอยู่มุมหนึ่งของบ้านครูมงคล เธอเห็นรวิภาสที่นั่งอยู่ห่างออกไปคนละมุมลุกเดินมาหา ก็ขยับถอยห่างออกมาอย่างหมางเมิน ครูมงคลเดินออกมาหยุดมองอาการของหนุ่มสาวก่อนเอ่ยทัก
“อ้าว ยังไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันอีกหรือครับดึกมากแล้วนะครับ นี่คงไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ากันมาล่ะซิครับ ตอนที่หนีตามกันมานี่ ไม่ได้คิดแผนการอะไรไว้ก่อนเลยใช่ไหมล่ะครับ” ครูมงคลมองรวิภาสกับนมลอย่างคาดเดาได้
นมลตกใจรีบปฏิเสธ “นมลไม่ได้หนีตามพี่ภาสมา นะคะ ครูมงคล”
“แล้วจะให้ผมเชื่อหรือครับว่า พวกคุณมาที่นี่เพราะจะมาช่วยสร้างบ้านพักนักเรียนจริงๆ”
“ผมขอโทษครับ ที่ต้องโกหกครู” รวิภาสยอมสารภาพ
“ผมกำลังรอฟังความจริงอยู่” ครูมงคลส่งยิ้มอย่างเมตตา
“ผมทะเลาะกับพี่ธัชครับ ถ้าครูรู้จักพี่ธัช ครูจะเข้าใจว่า ทำไมผมต้องหนีออกจากบ้านมา ส่วนนมลมาด้วย...เป็นความผิดของผมเอง ผมทั้งโกรธทั้งผิดหวังจนทำอะไรไปโดยไม่ทันคิด”
“แต่ตอนนี้คุณคงคิดได้แล้วใช่ไหมครับ ว่าทำอะไรลงไป คุณยังมีวันพรุ่งนี้ให้เริ่มต้นใหม่ ผมคงไม่ต้องบอกว่า คุณควรจะทำยังไง ถ้ารักใครแล้วคิดแต่จะครอบครอง ไม่ได้เรียกว่าความรักแล้วล่ะครับ เรียกว่า ความเห็นแก่ตัว...” ครูมงคลเดินออกไป
รวิภาสได้คิดหันไปมองนมลอย่างรู้สึกผิด แต่นมลไม่สนลุกเดินหนี รวิภาสจึงตามไป
“นมล พี่ขอโทษ...พี่ไม่ควรพานมลมาด้วยเลย พี่ทำเรื่องโง่ๆ อีกแล้ว”
“นมลไม่ต้องการคำขอโทษค่ะ นมลอยากรู้ว่า พี่ภาสจะทำยังไงต่อไป” นมลหันกลับมา
“พรุ่งนี้พี่จะพานมลไปส่งที่บ้าน แล้วพี่จะไม่ไปให้นมลเห็นหน้าพี่อีก ถ้านมลต้องการให้เรื่องเราจบลงแค่นี้ พี่ก็จะยอมจบ ทำไมเวลาของเราถึงได้น้อยเหลือเกิน...”
“นมลจะไม่มีวันลืมเวลาที่ได้อยู่กับพี่ภาสค่ะ...เพราะเป็นเวลาที่นมลมีความสุขที่สุดในชีวิต เราจะไม่ลืมกันใช่ไหมคะ”
“ไม่มีวัน...”
“นมลดีใจนะคะ อย่างน้อยเราก็ได้มีโอกาสบอกลากัน ถ้าเราจะต้องจากกัน นมลก็อยากให้เราจากกันด้วยดี” นมลยื่นมือให้
รวิภาสจับมือนมลไว้แล้วดึงตัวนมลเข้ามากอดไว้แน่น “ทำไมเรื่องของเราต้องจบลงอย่างนี้ด้วย”
“นมลรักพี่ภาสนะคะ อย่าหาว่านมลไม่รักพี่ภาสอีก”
“พี่ก็รักนมล แล้วจะไม่มีวันรักใครได้อีก...” รวิภาสกอดนมลไว้เหมือนไม่อยากปล่อยอีกเลยตลอดชีวิต
ooooooo
เช้าวันใหม่ พรรณอรกับพันสรเดินออกมาส่งณิชมนที่หน้าบ้าน เพราะเธอจะออกไปตามหานมลด้วยตัวเอง พันสรนึกสนุกจะขอตามณิชมนไปด้วย
“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณพันสรต้องอยู่ช่วยคุณแม่หาหลักฐานสำคัญจำไม่ได้หรือคะ คุณผู้หญิงต้องหาหลักฐานต่อไปนะคะ ถ้าหากหลักฐานไม่ได้อยู่ในบ้านนี้ก็ต้องอยู่ที่อื่นแหละค่ะ” ณิชมนมอบหมายหน้าที่
“หลักฐานซื้อขายไร่บุริศวัณอาจจะอยู่ที่อื่นงั้นเหรอ” พรพรรณฉุกคิด แล้วอึ้งไปเพราะเห็นบุรธัชเดินเข้ามา เธอรีบทักทาย “คุณชายธัช คุณชายมาถึงที่นี่ ต้องมีข่าวดีแน่ๆเลยใช่ไหมคะ”
“ผมเสียใจครับ ผมยังไม่ได้ข่าวอะไรเลย ผมมาที่นี่ก็เพราะอยากขอตัวประนอมไปช่วยผมตามหาภาสกับนมลน่ะครับ”
ณิชมนขยับจะปฏิเสธ แต่พรรณอรชิงพูดก่อน “ได้เลยค่ะ ประนอมก็กำลังจะออกไปตามหานมลอยู่พอดี
ถ้าผนึกกำลังกันสองคน อย่างนี้น่าจะมีโอกาสหาสองคนนั้นเจอได้เร็วขึ้นแน่ๆ ประนอมไปกับคุณชายเลยไป แล้วอย่าลืมส่งข่าวมาเป็นระยะๆ นะจ๊ะ”
“มือถือของพี่นอมครับ เจอพี่นมลเมื่อไหร่ โทร.มาทันทีเลยนะครับ” พันสรยื่นโทรศัพท์มือถือให้ณิชมน
ณิชมนเตรียมจะปฏิเสธ แต่บุรธัชรีบขอบคุณพรรณอรแล้วลากณิชมนออกไปที่รถทันที
“นี่คุณ...ฉันว่า เราต่างคนต่างไปตามหาคุณนมลไม่ดีกว่าหรือคะ” ณิชมนฝืนตัวไว้
“เราไปด้วยกันน่ะดีแล้ว ฉันไม่ไว้ใจเธอ เพราะที่ภาสพานมลหนีไป ไม่ใช่เป็นเพราะเธอยุยงส่งเสริมหรอกเหรอ ฉันกลัวว่า ถ้าเธอไปเจอสองคนนั้นก่อนฉัน เธอจะไม่พากลับมาแต่อาจจะยุให้หนีไปอยู่ด้วยกันเลย”
“มากล่าวหากันอย่างนี้ ฉันไม่ไปกับคุณแล้ว” ณิชมน จะเดินหนี
บุรธัชดึงณิชมนไว้บอกว่า ยังไงเธอก็ต้องไปกับเขา ณิชมนหันมามองบุรธัชอย่างพิจารณาก่อนเย้ยหยัน
“เมื่อวานคุณไปตามหาคุณภาสกับคุณนมลมาทั้งวัน แต่ไม่ได้เบาะแสอะไรมาเลย คุณหมดหนทางแล้วใช่ไหมล่ะ ถึงต้องมาลากฉันไปด้วย ถ้าอยากจะขอความช่วยเหลือกัน ก็พูดกันดีๆ ไม่เห็นจะต้องหาเหตุผลไม่เข้าท่ามาอ้างเลย”
“ก็ได้ ไม่ใช่ว่าฉันไม่ไว้ใจเธอ ที่ฉันอยากให้เธอไป
ด้วย เพราะอยากมีเพื่อน แล้วเพื่อนที่ฉันต้องการในเวลานี้ก็คือเธอเท่านั้น เหตุผลนี้เข้าท่าหรือยัง” บุธัชจ้องณิชมนนิ่ง
ณิชมนทำนิ่งคิดนิดหน่อยแล้วยอมขึ้นรถอย่างมีเชิง บุรธัชอมยิ้มมองอย่างพอใจ
ระหว่างที่ณิชมนออกไปกับบุรธัช พงษ์เทพก็มาพบณิชาภัทรที่บ้านสุธาสิน เพื่อปรึกษาเรื่องณิชมนกับบุรธัชที่ออกไปด้วยกันอีกแล้ว ณิชาภัทรฟังแล้วร้อนใจรีบออกปาก
“ณิชาไม่สบายใจมากๆ เลยนะคะที่ต้องปิดเรื่องประนอมถึงประนอมจะไม่คิดร้ายอะไร แต่เราจะไว้ใจได้หรือคะ ตอนนี้ทุกคนกำลังวุ่นวายเรื่องภาสกับนมลอยู่ แต่ถ้าจบเรื่องนี้แล้ว...”
“ผมจะพาคุณนอมไปจากที่นี่ในอีกไม่นานครับ แต่ผมต้องขอความช่วยเหลือจากคุณด้วย คุณต้องช่วยหาหลักฐานที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณพ่อของนมล ถ้าเราได้หลักฐานมา คุณชายธัชจะต้องยอมให้ภาสคบกับนมลแน่ๆ คุณนอมหมดห่วงเรื่องนี้เมื่อไหร่ ก็จะยอมกลับไปกับผม” พงษ์เทพบอกแผนการ
“แล้วเราจะไปหาหลักฐานที่ไหนล่ะคะ คนบ้านสรณา- ลัยค้นหาหลักฐานมาเป็นสิบปีแล้ว ก็ยังหาไม่เจอเลย แล้วเราจะไปหาที่ไหนได้”
“ถ้าหาไม่ได้ ก็สร้างขึ้นมาใหม่ซิครับ แล้วคนที่ผมคิดว่าน่าจะช่วยได้ คือคุณย่าของคุณ คุณณิชา”
ณิชาภัทรมองพงษ์เทพอย่างอึ้งๆ ไม่คิดว่าจะต้องทำถึงขนาดนี้
ooooooo
รถของบุรธัชแล่นด้วยความเร็วมาตามถนน ณิชมนมองแผนที่ในมือพลางเอ่ยเตือนบุรธัชที่ขับรถอย่างเร่งรีบ
“ขับช้าๆหน่อยซิคะคุณ นี่ๆ คุณขับเลยมาอีกแล้ว คุณต้องเลี้ยวขวาตรงทางแยกที่ผ่านมา คุณนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ นี่คุณ คุณฟังฉันบ้างหรือเปล่า” บุรธัชยังขับรถตะบึงต่อไป ไม่ได้ฟังณิชมน
“คุณชายธัช จอดรถเดี๋ยวนี้เลยนะ งูๆ งูอยู่บนถนน อย่าๆ อย่าทับมัน” ณิชมนร้องโวยวาย
บุรธัชตกใจเบรกรถแทบไม่ทัน เขามองไปที่ถนนข้างหน้า แต่ไม่เห็นงูสักตัวจึงหันมาดุณิชมนที่โกหกอีกแล้ว
“ถ้าฉันไม่โกหก คุณจะยอมจอดเหรอ ฉันไม่ไปกับคุณแล้ว ขับรถอย่างนี้ชาตินี้ก็ไม่มีวันได้เจอคุณภาสกับคุณนมลหรอก” ณิชมนลงจากรถไปสงบสติอารมณ์
บุรธัชรีบตามลงไป ณิชมนทำไม่สนเดินหนีไปตามถนนพยายามโบกหารถคันอื่น บุรธัชเข้ามาดึงไว้ชวนให้กลับไปที่รถ
“คุณเอาแต่รีบๆๆ คุณขับรถผ่านโฮมสเตย์ที่คุณภาสเคยพัก ผ่านโรงไม้ที่คุณภาสเคยไปฝึกงาน ผ่านวัดที่คุณภาสเคยบวช ผ่านไปไม่รู้กี่ที่แล้วอย่างนี้ เราจะได้เจอคุณภาสกับคุณนมลไหม” ณิชมนต่อว่า
“ก็เมื่อวานฉันไปมาแล้ว ฉันไปทุกที่ที่ลุงอาจลิสต์มาให้จนครบแล้ว”
“ไปมาแล้วก็ต้องไปอีก ใครจะรู้ว่า คุณภาสอาจจะไปที่ใดที่หนึ่งก็ได้ วันนี้เราต้องค้นหาให้ละเอียดยิบๆ ไม่งั้นไม่มีทางเจอหรอก นี่คุณชายธัช ถ้าคุณจะให้ฉันไปด้วย คุณต้องฟังฉัน ทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง”
“ทุกอย่างเลยเหรอ”
“ทุกอย่างเลย ถ้าไม่ตกลงก็ไม่ต้องไปด้วยกัน”
“ตกลงก็ได้ ฉันเครียดไปหมดแล้ว ขับรถมาทั้งวันก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้เจอนายภาสเลย มันต้องมีใครซักคนเห็นนายภาสบ้างซิ นี่ไม่มีเลย หรือว่าฉันจะไม่ได้เจอนายภาสอีกแล้วจริงๆ” บุรธัชเริ่มท้อใจ
ณิชมนแตะแขนบุรธัชอย่างปลอบใจ “คุณจะต้องได้เจอคุณภาสอีกแน่ๆค่ะ”
“ฉันขอกำลังใจหน่อยได้ไหม...ขอแค่นาทีเดียว” บุรธัชดึงณิชมนมากอดไว้อย่างรู้สึกอบอุ่นใจ
เวลาเดียวกัน ครูมงคลเดินมาส่งรวิภาสกับนมลที่รถ ทั้งสองยกมือไหว้ลาครูและขอโทษที่มารบกวน
“ไม่เป็นไรหรอกครับ แล้วนี่จะไปไหนกันต่อ” ครูมงคลยังเป็นห่วง
“กลับบ้านค่ะ ครู พี่ภาสจะพานมลไปส่งที่บ้าน” นมลรีบบอก
“ผมดีใจนะครับ ที่คุณตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง วันนี้ คุณอาจจะไม่ได้สิ่งที่หวัง แต่วันหน้า...ใครจะรู้ คุณอาจจะสมหวังก็ได้ แค่วันนี้ยังไม่ใช่เวลาของคุณเท่านั้นแหละครับ”
“ครับ ผมเข้าใจครับ ผมขอบคุณครูนะครับ ที่ชี้ ทางสว่างให้ ผมจะไม่ตัดสินใจทำอะไรผิดๆอย่างนี้อีก”
“เดินทางปลอดภัยนะครับ แล้วมีอะไรก็มาหาที่นี่ได้ทุกเมื่อ บ้านผมยินดีต้อนรับครับ”
“ขอบคุณค่ะ ครู” นมลกับรวิภาสขึ้นรถไป
ครูมงคลยืนมองจนรถของรวิภาสแล่นจนลับตา ขณะรถแล่นมาตามถนน นมลแอบมองรวิภาสที่ขับรถอยู่ตลอดเวลา รวิภาสหันมาเห็นก็เอื้อมมือไปกุมมือนมลไว้ นมลบ่นว่า รวิภาสขับรถช้า รวิภาสอ้อนว่าอยากอยู่กับเธอนานๆ
“เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันอีกค่ะ เราไม่ได้โกรธกันแล้ว เราเจอกันเป็นเพื่อนกันได้นะคะพี่ภาส ที่พี่ภาสบอกว่า จะไม่ไปให้นมลเห็นหน้าอีก พี่ภาสคงไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ” นมลมองรวิภาสเริ่มเอะใจว่า รวิภาสมีแผนอะไรบางอย่างแน่จึงรีบถาม “พี่ภาสส่งนมลแล้ว พี่ภาส ก็จะกลับบ้านใช่ไหมคะ พี่ภาสบอกนมลซิคะ”
“พี่จะไม่กลับบ้าน พี่ไม่อยากเห็นหน้าพี่ธัชอีก” รวิภาสประกาศชัดเจน
ooooooo
บุรธัชขับรถช้าลง พลางมองณิชมนตลอดเวลา ณิชมนมองบุรธัชแล้วเมินหน้าหนีอย่างเขินๆ บุรธัชเอื้อมมือจะไปจับมือณิชมนไว้ แต่เธอชักมือหนีบอกว่า หมดเวลาให้กำลังใจแล้ว
“ประนอม...” บุรธัชจะอ้อน แต่ณิชมนก้มลงมองแผนที่ในมือแล้วเอ่ย
“เรามาทางนี้...ทางไปโรงเรียนเวียงดอยนี่คะ ลองแวะไปดูหน่อยดีไหมคะ”
“นายภาสไม่น่าไปที่นั่นนะ มันน่าจะไปที่ที่ฉันไม่เคยไปมากกว่า”
“ไปเถอะค่ะ ลองดู นาทีนี้แล้ว เราต้องลองเสี่ยงไปทุกๆที่ ที่คุณภาสเคยไปเลี้ยวซ้ายตรงนี้เลยค่ะ” ณิชมนสั่ง
ขณะที่รถบุรธัชกำลังเลี้ยวซ้ายเข้าถนนไปโรงเรียนเวียงดอย รถรวิภาสก็แล่นสวนออกมา ณิชมนจำได้ร้องบอกบุรธัช
“นั่นรถคุณภาสนี่คะ”
บุรธัชตีรถกลับไปทางเดิมแล้วไล่ตามรถรวิภาสจนมาทัน รวิภาสมองกระจกหลังเห็นรถบุรธัชขับจี้ไล่ตามมา ก็เหยียบคันเร่งขับรถหนีบุรธัช
“พี่ภาสจอดเถอะค่ะ ยังไงเราก็หนีไม่พ้นหรอก” นมลขอร้อง
รวิภาสไม่ฟังยังหาทางขับรถหนีบุรธัชอยู่ รถรวิภาสแล่นฉิวออกห่างรถบุรธัชไป บุรธัชเหยียบคันเร่งไล่ตามรถรวิภาสไม่ลดละ
“คุณชายธัช ช้าๆหน่อยค่ะ” ณิชมนร้องเตือน
บุรธัชไม่ฟังเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นแซงรถรวิภาสจนได้แล้วจอดรถขวางทางรถของรวิภาสไว้ รวิภาสเหยียบเบรกตัวโก่ง รถหมุนคว้างแล้วจอดสนิทแน่นิ่งไป บุรธัชกับณิชมนนั่งนิ่งมองไปที่รถรวิภาส
“คุณภาส คุณนมล” ณิชมนร้องลั่น
บุรธัชจึงได้สติว่าทำอะไรบ้าบิ่นลงไป เขามองรถรวิภาสที่ยังจอดแน่นิ่งไม่มีใครลงจากรถ
ส่วนรวิภาสที่อยู่ในรถหันไปถามนมลอย่างเป็นห่วง “นมล เป็นไรหรือเปล่า”
“นมลไม่เป็นไรค่ะ”
รวิภาสขยับจะขับรถต่อไป แต่นมลร้องห้าม เป็นจังหวะเดียวกับที่บุรธัชกับณิชมนเดินมาถึงพอดี รวิภาสตัดสินใจลงจากรถไปยืนประจันหน้ากับบุรธัช บุรธัชเห็น
รวิภาสไม่เป็นอะไรก็เปลี่ยนท่าทีมองรวิภาสอย่างดุดัน ส่วนณิชมนรีบเข้าไปหานมลที่กำลังลงจากรถ
“คุณนมลเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“นมลไม่เป็นไรค่ะ” นมลตอบพลางหันไปมองบุรธัชกับรวิภาสที่ยืนประจันหน้ากันอยู่อย่างไม่มีใครยอมลงให้ใครก่อน
“แกรู้ตัวหรือเปล่าว่า แกทำอะไรลงไป” บุรธัชเปิดฉาก
“ผมจะทำอะไรก็เรื่องของผม ไม่ต้องมายุ่ง นี่ยังทำลายชีวิตผมไม่พอหรือไง ถึงได้ตามมาถึงนี่น่ะ”
“ไอ้ภาส” บุรธัชโผเข้าจะเล่นงานรวิภาส
“ให้ฉันพูดกับคุณภาสเองค่ะ” ณิชมนรีบเข้าขวางไว้
“เธออย่ายุ่งดีกว่า...”
“แต่คุณรับปากฉันแล้ว ว่าจะทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง เราออกไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า ไปหาที่คุยกัน ไปค่ะ ณิชมนดึงบุรธัชกลับไปที่รถแล้วหันมาสั่งวิภาส “ฉันหวังว่าคุณคงจะไม่ทำอะไรโง่ๆอีกนะคะ คุณภาส”
ooooooo
พรรณอรกับพันสรช่วยกันรื้อค้นหาสัญญาซื้อขายตามลิ้นชักในตู้ในโต๊ะ พรพรรณเดินเข้ามายืนมองสองแม่ลูกค้นหากันอย่างวุ่นวายพลางเอ่ย
“พี่อรถอดใจซะเถอะค่ะ พี่นฤสรณ์คงทิ้งสัญญาซื้อขายไร่บุริศราวัณไปแล้ว หาเท่าไหร่ถึงได้หาไม่เจอ”
“พี่จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกนะ ทุกอย่างเป็นความผิดของพี่เอง ถ้าพี่กล้าเผชิญหน้าแก้ปัญหาบาดหมางของบ้านเรากับบ้านบุริศราวัณตั้งแต่แรก เรื่องก็คงจะไม่บานปลายอย่างนี้”
“งั้นพรช่วยหาอีกคน คงต้องหวังโชคช่วยล่ะมั้ง ถึงจะหาเจอน่ะ” พรพรรณเข้าไปช่วยค้นตามตู้อีกมุมของห้อง
“นี่กุญแจอะไรครับ คุณแม่” พันสรชูกุญแจให้ดู
“กุญแจอะไรก็ไม่รู้ ทิ้งไปซะ พันสร เราหาสัญญาซื้อขายนะจ๊ะ ไม่ใช่หากุญแจ ถ้าเป็นกุญแจเซฟก็ว่าไปอย่าง” พรพรรณสั่ง
พันสรขยับจะทิ้งแต่พรรณอรร้องห้าม“เดี๋ยวก่อน พันสร” พรรณอรดึงกุญแจจากพันสรไปดูแล้วนึกขึ้นได้
“ใช่แล้ว กุญแจเซฟ นี่เป็นกุญแจเซฟธนาคารไงล่ะ ยัยพร พี่จำได้แล้ว คุณนฤสรณ์เก็บเอกสารสำคัญทุกอย่างไว้ที่เซฟในธนาคาร พี่ลืมไปซะสนิทเลย” พรรณอรมองกุญแจเซฟในมืออย่างดีใจสุดขีด
เป็นเวลาเดียวกับที่ณิชมนกำลังลุ้นสุดขีด เพราะกลัวสองพี่น้องจะทะเลาะกันอีก เธอรีบดึงบุรธัชที่ขยับจะไปเอาเรื่องรวิภาสกับนมลที่เดินตามมา บุรธัชมองหน้าณิชมนแล้วยอมถอยออกไปยืนรออย่างไม่เต็มใจนัก
“คุณภาสคะ...” ณิชมนหันไปทางรวิภาส
“ผมรู้ ผมทำผิดที่พานมลมาด้วย ผมกำลังจะพานมลไปส่งที่บ้าน เดี๋ยว ผมจะไปขอโทษอาอรเอง ทีนี้หมดเรื่องแล้วใช่ไหม” รวิภาสสรุปง่าย
“ยังค่ะ เรื่องยังไม่หมดแค่นี้ พี่ภาสส่งนมลแล้วก็จะหนีไปอีก จะไม่ยอมกลับบ้านค่ะ พี่นอม” นมลฟ้อง
บุรธัชหันขวับมามองรวิภาสพร้อมออกคำสั่ง “แกจะไปไหนไม่ได้ แกต้องกลับบ้านกับฉัน”
“ผมไม่กลับ ผมต้องการใช้ชีวิตอย่างที่ผมต้องการ ผมจะไม่ให้ใครมาบีบบังคับผมได้อีก ต่อไปนี้เราต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า พี่ธัช อย่าต้องให้ผมเกลียดพี่ธัชมากไปกว่านี้เลย” รวิภาสเดินหุนหันออกไป
บุรธัชยืนนิ่งอึ้งอย่างเสียใจ ณิชมนอาสาไปคุยกับรวิภาส ให้เองแล้วรีบตามออกไป
“พี่ภาสกำลังโกรธ ก็เลยพูดไปโดยไม่ทันคิด พี่ภาสไม่ได้เกลียดคุณชายจริงๆหรอกนะคะ” นมลปลอบใจ
“ฉันไม่สนใจหรอกว่า นายภาสจะคิดยังไง มันจะโกรธจะเกลียดฉันไปจนวันตายก็ช่าง ยังไงฉันก็ต้องลากตัวมันกลับไปด้วยให้ได้ เธอเห็นหรือยัง ไอ้ความรักโง่ๆของพวกเธอกำลังทำลายทุกอย่าง” บุรธัชพาลใส่
“ความรักของเราไม่ใช่ความรักโง่ๆ เราไม่ได้รักกันจนหูหนวกตาบอดจนไม่ยอมรับความจริง นมลกับพี่ภาสยอมจบเรื่องของเราแล้ว ต่อไปนี้ก็อยู่ที่คุณชายจะทำยังไงกับพี่ภาสต่อไป ถ้าคุณชายยังคิดไม่ออก ช่วยฟังนมลหน่อยได้ไหมคะ” นมลขอร้อง
บุรธัชมองนมลนิ่งก่อนยอมเปิดใจรับฟัง
ด้านณิชมนเมื่อตามมาทันรวิภาสก็เปิดฉากเจรจา “คุณคิดว่า คุณจะตัดขาดจากพี่ชายของคุณได้จริงๆหรือคะ คุณภาส”
“ทำไมจะไม่ได้ ผมทนอยู่กับพี่ชายบ้าอำนาจไม่ได้อีกแล้ว”
“แต่คุณกับคุณชายธัชก็มีกันอยู่แค่นี้ คุณคิดดูให้ดีนะคะ อย่าทำอะไรที่จะต้องเสียใจทีหลัง”
“ผมคิดดีแล้ว ประนอม ผมไปจากพี่ธัชจะเป็นผลดี
กับทั้งสองฝ่าย ผมได้เป็นอิสระไม่ต้องอยู่ใต้อำนาจพี่ธัช พี่ธัชเองก็จะได้หมดภาระที่จะต้องมาดูแลผม ไม่เห็นมีอะไรจะต้องเสียใจ”
“แล้วคุณจะต้องเสียใจค่ะ เหมือนกับพ่อแม่ของฉัน... พ่อแม่ฉันรักกัน แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยห้ามไม่ให้พวกท่านคบกัน พ่อกับแม่ก็เลยหนีตามกันไป แม่มีความสุขที่ได้เป็นอิสระ ได้อยู่กับคนที่ท่านรัก แต่ก็ไม่มีแม้ซักวันเดียวที่ท่านจะไม่คิดถึงคุณยาย ท่านทำผิดกับคุณยายไว้มากเหลือเกิน ท่านเฝ้ารอโอกาสที่จะได้กลับไปขอให้คุณยายยกโทษให้...” ณิชมนยอมเปิดเผยเรื่องราวของตัวเอง และไม่ทันเห็นบุรธัชเดินเข้ามาหยุดฟัง
“ผมไม่ได้ทำผิดอะไร ผมไม่ได้คิดพานมลหนีไปอยู่ด้วยกัน...” รวิภาสเอ่ย
“แต่คุณกำลังจะทิ้งครอบครัวของคุณไป คุณชายธัชทำผิดที่บังคับคุณมากไป แต่เขาก็ทำไปเพราะรักและเป็นห่วงคุณ คุณผิดยิ่งกว่าเพราะคุณไม่รู้จักให้อภัยคนที่รักคุณ ถ้าคุณหนีไป คุณได้เป็นอิสระก็จริง แต่คุณจะไม่มีความสุขไปได้หรอก คุณภาส” ณิชมนผละจากรวิภาสจะเดินออก แต่ต้องชะงักเห็นบุรธัชยืนมองมา
“คุณภาสขอเวลาตัดสินใจอีกนิดค่ะ คุณชาย เราไปรอที่รถดีกว่านะคะ” ณิชมนเดินนำออกไป
บุรธัชมองรวิภาสนิ่ง สองพี่น้องต่างคนต่างมองกันชั่วครู่ด้วยความรู้สึกที่อ่อนลง แล้วบุรธัชก็หันหลังกลับเดินตามณิชมนไปที่รถ
ooooooo
“นี่คุณไปได้สัญญาซื้อขายนี่มาจากไหนคะ คุณพงษ์เทพ” นวลแขมองสัญญาซื้อขายในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองณิชาภัทรกับพงษ์เทพ
“คุณพงษ์เทพจะได้มาจากไหนไม่สำคัญหรอกค่ะ คุณย่า” ณิชาภัทรตัดบท
พงษ์เทพรีบเสริม “ตอนนี้สำคัญอยู่ที่คุณชายธัชต้องคิดว่า คุณหญิงเป็นคนหาสัญญาซื้อขายฉบับนี้เจอไม่ใช่ผม คุณชายจะได้ไม่ติดใจสงสัยอะไร”
“คุณย่าช่วยเราหน่อยนะคะ ช่วยบอกธัชตามนี้นะคะ”
“แล้วทำไมต้องให้ย่าพูดโกหกด้วย นี่แสดงว่าสัญญาซื้อขายฉบับนี้ไม่ใช่ฉบับจริงใช่ไหม ณิชา ว่าไงล่ะคะ คุณพงษ์เทพ” นวลแขคาดคั้น
ณิชาภัทรกับพงษ์เทพจ๋อยไปไม่กล้าสบตานวลแข “เราไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆค่ะ คุณย่า เราอยากจะช่วยให้ปัญหาระหว่างบ้านสรณาลัยกับบ้านบุริศราวัณจบสิ้นกันซักที”
“ผมเชื่อว่าคุณชายนฤสรณ์ซื้อไร่บุริศราวัณจากท่านชายบริพัตรมาอย่างถูกต้องแน่นอน ขาดก็แค่สัญญาซื้อขายที่เป็นหลักฐานเท่านั้น ผมก็เลยคิดว่า...”
“ก็เลยคิดปลอมแปลงหลักฐานขึ้นมาใหม่ เสียใจด้วยนะ ฉันไม่มีวันยอมร่วมมือทำเรื่องทั้งผิดกฎหมายทั้งศีลธรรมอย่างนี้หรอก แล้วก็อย่ามาอ้างว่าที่ยอมทำเรื่องผิดๆอย่างนี้เพื่อยุติปัญหาของสองบ้านนั้น มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหม ณิชา”
“คุณย่าไม่ช่วยก็ไม่เป็นไรค่ะ ณิชากับคุณพงษ์เทพจะหาทางออกกันเองเราจะไม่หยุดแค่นี้หรอกค่ะ คุณย่า ปัญหาของสองบ้านนั้นหมดไปเมื่อไหร่ ปัญหาของเราสองคนก็หมดไปเมื่อนั้น เราถึงต้องเลือกใช้วิธีนี้” ณิชาภัทรดึงใบสัญญาจากนวลแข แล้วหันมาชวนพงษ์เทพ
“เราไปกันเถอะค่ะ คุณพงษ์เทพ” ณิชาภัทรเดินออกไปกับพงษ์เทพ
“ณิชา” นวลแขมองตามหลานสาวอย่างหนักใจและกังวลใจ
เช่นเดียวกับนมลและณิชมน ที่เดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายใจรอรวิภาสอยู่ที่รถ สักพักเขาก็เดินกลับมา บุรธัชปรี่เข้าไปหาน้องชายเพื่อขอคำตอบว่า จะกลับบ้านหรือไม่ แต่รวิภาสยังนิ่งไม่ยอมตอบอะไร
“ถ้าแกจะไม่กลับบ้านไปกับฉัน ฉันก็จะไม่บังคับแกล่ะ วันนี้แกยังไม่เข้าใจความหวังดีของฉัน แต่ฉันหวังว่า วันนึงแกจะเข้าใจ” บุรธัชเดินผละออกไปจะไปที่รถ
“ผมยอมกลับไปด้วยก็ได้...แต่ผมมีเงื่อนไข ถ้าพี่ธัชไม่ตกลง ผมก็ไม่กลับ” รวิภาสยอมเอ่ย
บุรธัชหันกลับมาถามว่าเงื่อนไขอะไร
“พี่ธัชจะต้องเลิกกำหนดกฎเกณฑ์ชีวิตผม นอกจากเรื่องนมลแล้ว ขอผมใช้ชีวิตอย่างที่ผมต้องการ ผมขอแค่นี้แหละ”
“ได้ แกเรียนจบเมื่อไหร่ ฉันจะปล่อยให้แกเป็นอิสระไม่บังคับอะไรแกอีกเรากลับกันได้แล้วใช่ไหม”
รวิภาสคว้ามือนมลดึงมาใกล้ต่อรองว่าขอเป็นคนไปส่งนมลเอง บุรธัชมองรวิภาสกับนมลความเห็นใจผ่านเข้ามาแว้บเดียวแล้วก็หายไป
“ก็ตามใจ เพราะแกคงจะไม่มีโอกาสอย่างนี้อีก” บุรธัชเดินแยกไปที่รถ
รวิภาสดึงนมลไปที่รถของตนแล้วขับออกไป ณิชมนยังงงตามไปขอคำอธิบายจากบุรธัช
“คุณหมายความว่าไงคะ คุณจะไม่ให้คุณภาสได้เจอคุณนมลอีกหรือคะ”
“เธอเข้าใจถูกแล้ว นายภาสกับนมลจะต้องไม่เจอกันอีก นี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่สองคนนั้นจะได้อยู่ด้วยกัน” บุรธัชยิ้มอย่างผู้ชนะ ขณะที่ณิชมนยืนอึ้ง
ooooooo
พรรณอรกับพรพรรณนั่งกันไม่เป็นสุขอยู่ในบ้านสรณาลัย สองพี่น้องผลัดกันลุกไปชะเง้อมองไปข้างนอกเพราะกำลังรอนมลอยู่ สักพักใหญ่ พันสรก็วิ่งหน้าเริดเข้ามารายงาน
“พี่นมลกลับมาแล้วครับ พี่นมลกลับมาแล้ว”
พรรณอรกับพรพรรณมองไปที่ประตูเห็นบุรธัชกับณิชมนพานมลเดินเข้ามา
“นมล” พรพรรณร้องเรียก
“คุณแม่” นมลเข้าไปกอดพรรณอรไว้
“นมล แม่ดีใจจริงๆ ที่เห็นลูกกลับมา นี่ลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหมจ๊ะ”
“มาๆ ขอน้ากอดมั่ง รู้ไหมว่า น้าเป็นห่วงเธอเหลือเกิน” พรพรรณดึงนมลเข้ามากอด
“นมลขอโทษนะคะที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง”
“นมลไม่ต้องขอโทษหรอกจ้ะ นมลไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย แล้วไหนล่ะ ตัวต้นเหตุไปไหนซะล่ะ จะไม่มาแสดงความรับผิดชอบอะไรเลยหรือไง” พรพรรณมองหา
รวิภาสค่อยๆ เดินเข้ามายืนรอรับผิด
ทุกคนหันไปมองรวิภาส ณิชมนกับนมลมองรวิภาสอย่างเอาใจช่วย ส่วนบุรธัชยืนนิ่งไม่แสดงความรู้สึก พรพรรณสั่งให้ณิชมนพาพันสรออกไปก่อน ณิชมนรีบพาพันสรออกไปจากบรรยากาศอึมครึมเคร่งเครียด
สองพี่น้องเดินนำบุรธัชกับรวิภาสเข้ามาคุยกันในห้อง แล้วพรรณอรกับพรพรรณก็เข้านั่งประจำที่ รวิภาสตัดสินใจคลานเข่าเข้าไปกราบขอโทษพรรณอร บุรธัชต้องอดกลั้นอย่างมาก เมื่อเห็นน้องชายต้องคุกเข่าให้ศัตรู
“ผมขอโทษนะครับ ผมขอโทษจริงๆ ครับ อาอร” รวิภาสจะก้มลงกราบที่เท้าของพรรณอร
พรรณอรรีบดึงมือรวิภาสไว้ “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก ภาส”
รวิภาสก้มกราบลงที่ตักของพรรณอรแทนแล้วหันไปไหว้พรพรรณ “ผมขอโทษครับ อาอร ผมขอโทษนะครับอาพร”
“แค่ขอโทษแล้วก็จบงั้นเหรอ มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ” พรพรรณยังไม่พอใจ
“ผมรู้ครับ ผมทำเรื่องที่ไม่น่าอภัยได้เลย ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อชดใช้ความผิดในครั้งนี้ครับ”
“เธอจะชดใช้ยังไงไม่ทราบ ชื่อเสียงนมลเสียหายยับเยินไปหมดแล้ว มันสายไปแล้วล่ะที่เธอจะมาชดใช้อะไรในตอนนี้”
“ช่างเถอะน่า พร นมลก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว เรื่องที่นมลหายไปอีกหน่อยคนก็ลืม เอาเป็นว่า อายกโทษให้ อาเข้าใจภาสนะ ภาสคงจะรักนมลมาก แต่ภาสก็ต้องรู้จักรักอย่างมีสติ อย่าให้อารมณ์ชั่ววูบทำร้ายคนที่เรารักได้”
“แล้วเราจะแน่ใจได้ไงคะว่า เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก” พรพรรณยังระแวง
ณิชมนเดินเข้ามาหยุดฟังอยู่ห่างๆ แล้วต้องตะลึงเมื่อได้ยินบุรธัชเอ่ย “ผมขอรับรองว่า นายภาสจะไม่ทำเรื่องโง่ๆ อย่างนี้อีก ผมจะส่งนายภาสไปซิดนีย์พรุ่งนี้ นายภาสจะไม่กลับมาจนกว่าจะเรียนจบปริญญาโทหรืออาจจะจบปริญญาเอกเลย ทีนี้พวกคุณแน่ใจได้เลยว่า น้องชายของผม
จะไม่ก่อเรื่องอะไรอีก มีปัญหาอะไรอีกไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอลากลับเลย” บุรธัชลุกขึ้นยืนแล้วหันมาสั่งรวิภาสที่ยังช็อกไม่หาย ให้บอกลาทุกคนเพราะต้องรีบกลับไปเตรียมตัวเดินทางแล้วเดินดุ่มๆ ออกไป
ณิชมนรีบตามบุรธัชไป ส่วนรวิภาส เขาหันมามองนมลที่ดูนิ่งสงบจนเดาไม่ออกว่า เธอคิดอะไรอยู่
พรรณอรพอเข้าใจความรู้สึกหนุ่มสาว จึงเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้บอกลากัน นมลยอมรับกับรวิภาสว่าเธอเป็นคนแนะนำบุรธัชให้ส่งเขาไปเรียนต่อเมืองนอกเอง แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วขนาดนี้
“นมล นี่นมลอยากให้พี่ไปจากนมลเหรอ ถ้าอยากตัด ขาดกันก็บอกกันตรงๆ ไม่ต้องใช้วิธีนี้กำจัดพี่ก็ได้” รวิภาสตัดพ้อ
“นมลไม่เชื่อใจพี่ภาส พี่ภาสเคยตัดสินใจผิดๆมาแล้ว นมลไม่อยากให้พี่ภาสทำผิดพลาดอีก ไปเรียนต่อเถอะค่ะ เพื่ออนาคตของพี่ภาสเอง แล้วก็เพื่อชื่อเสียงของนมลด้วย พี่ภาสไปซะ คนอาจจะลืมๆ เรื่องที่นมลหายตัวไปกับพี่ภาส ได้เร็วขึ้น”
“ใช่ซินะ พี่ทำให้นมลเสียชื่อเสียง พี่จะต้องชดใช้ ได้ พี่จะไปเรียนต่อ ถ้านมลไม่อยากเห็นหน้าพี่อีก พี่ก็จะไป” รวิภาสเดินออกไป ปล่อยให้นมลมองตามอย่างเสียใจ
ส่วนที่หน้าบ้าน ณิชมนก็กำลังต่อว่าบุรธัชอยู่ “คุณชายธัช คุณทำอย่างนี้ได้ไงคะ ทำไมคุณจะต้องแยกคุณภาสไปจากคุณนมลด้วย ทำไมคุณถึงเป็นคนใจร้ายใจดำอย่างนี้”
“ฉันช่วยให้นายภาสตัดใจจากนมลได้ง่ายขึ้นไม่ดีหรือไง”
“คุณไม่ควรจะไปตัดสินใจแทนคนอื่น คุณภาสอาจจะไม่อยากตัดใจจากคุณนมลก็ได้”
“ฉันตัดสินใจไปแล้ว ยังไงนายภาสก็จะต้องไปจากที่นี่พรุ่งนี้”
“ฉันขอร้องล่ะค่ะ คุณชายธัช อย่าทำอย่างนี้เลย คุณภาสกับคุณนมลรักกัน แต่คบกันไม่ได้ก็ทรมานใจมากพอแล้ว แต่นี่ยังต้องจากกันไม่ได้เห็นหน้ากันไม่รู้อีกกี่ปี มันจะทรมานใจแค่ไหน”
“ก็ดี จะได้เป็นบทเรียน ไปรักคนที่ไม่สมควรรัก มันก็ต้องจบลงด้วยความเจ็บปวดอย่างนี้แหละ”
“ฉันคิดถูกแล้วที่ไปจากคุณ แล้วไม่ใช่ฉันคนเดียวที่จะไปจากคุณ คนที่ไม่มีหัวใจไม่รู้จักความรักอย่างคุณ สุดท้ายคุณจะไม่เหลือใครเลย คุณจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปจน วันตาย” ณิชมนเดินหนีบุรธัชกลับเข้าบ้านไป
บุรธัชมองตามอย่างปวดใจ
ooooooo










