ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มรสุมสวาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครเข้มข้น “มรสุมสวาท” ได้ “เวียร์ ศุกลวัฒน์” ประกบ เปรี้ยว ทัศนียา”


7 เดือนผ่านไป...

ตั้งแต่ย้ายออกจากบ้านอิศรเสวีมาอยู่ที่ห้องเช่าโทรมๆของเตี่ยของเจิน กวางหาเงินด้วยการวาดรูปขายและทำทุกอย่างเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว แต่ดูเหมือนเงินที่ได้จะไม่พอใช้ อาหารที่มีก็ไม่พอให้ทุกคนอิ่มท้อง

มานพต้องแย่งมาม่าของเปี๊ยกกับแป้งไปกิน สะอาดไม่พอใจเข้าไปยื้อแย่งชามมาม่าคืน มานพแกล้งปล่อยมือทำให้เธอหงายหลังก้นจ้ำเบ้า เขาไม่อยู่ดูผลงานเดินหนีทันที กวางหิ้วรูปที่เหลือจากการขายเข้ามาเห็นสะอาดนั่งกุมท้องน้อยมีเลือดไหลเปรอะพื้นก็ตกใจ ทิ้งรูปในมือรีบเข้าไปดูแล...

ที่บริษัทสยมภูกรุ๊ป ระหว่างที่ระวิวรรณกำลังประชุมกับผู้บริหารของบริษัทหน้าดำคร่ำเคร่ง สยมภูกลับมาเมืองไทยเพื่อแต่งตั้งให้เธอเป็นผู้อำนวยการดูแลงานทั้งหมดแทนเขาระหว่างที่เขาต้องกลับไปดีลงานต่อที่เซี่ยงไฮ้ เธอตื่นเต้นดีใจมากนั่นเท่ากับบริษัทของเราได้โปรเจกต์ใหญ่ที่เมืองจีน ทะนงช่วยชี้แจงแทนสยมภู

“ท่านประธานต้องกลับมาส่งงานทางนี้ให้คุณวิ ก่อนจะเดินทางกลับไปอีกครั้ง คราวนี้คงอยู่ยาวเลย”

ระวิวรรณรับปากจะทุ่มเทให้บริษัทอย่างเต็มที่ สยมภูไม่ต้องเป็นห่วง...

ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องเด็กอ่อนของโรงพยาบาล กวางมองปลาสมาชิกตัวน้อยคนใหม่ของอิศรเสวีที่อยู่ในตู้อบด้วยสีหน้าไม่สบายใจ ถามพยาบาลทำไมน้องของเธอต้องอยู่ในนั้นด้วย

“น้องออกมาน้ำหนักน้อยมากแล้วก็ระบบการหายใจยังไม่ค่อยปกติดี แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ คุณหมอจะขอดูอาการสักสองสามวันเท่านั้น” คำอธิบายของพยาบาลทำให้กวางสบายใจขึ้น...

การกลับไปเซี่ยงไฮ้คราวนี้ สยมภูไม่ได้ไปคนเดียวแต่ชวนวันทนีย์เดินทางไปด้วย

ooooooo

กวางเตรียมที่นอนของเด็กทารกไว้รอต้อนรับน้องสาวคนใหม่ โดยมีเปี๊ยกช่วยล้างขวดนมไว้ให้ เนื่องจากวันนี้หมออนุญาตให้น้องกลับบ้านได้ แต่ปรากฏว่าสะอาดกลับมาคนเดียว กวางซักเป็นการใหญ่ว่าเอาน้องไปไว้ไหน ทีแรกเธอไม่ยอมบอก กวางขู่จะไล่ออกจากบ้านถ้าไม่บอกว่าเอาปลาไปทิ้งไว้ไหน

“พี่ไม่ได้เอาไปทิ้งขยะหรอกน่าก็แค่เอาไปวางตรงที่จะมีคนมาเห็น เขาจะได้เอามันไปเลี้ยง อยู่กับเราก็จะเอาเงินที่ไหนเลี้ยง ไอ้นพก็ยังหางานไม่ได้ ไอ้สองคนนี่ก็ยังไม่ได้เรียนต่อ ส่วนเธอก็ขายรูปได้บ้างไม่ได้บ้าง”

“แต่น้องปลาไม่ค่อยแข็งแรงแล้วถ้าไม่มีใครมาเห็น น้องปลาอาจตายได้นะพี่สะอาด” พูดจบเธอรีบวิ่งไปยังห้างฯที่สะอาดทิ้งน้องไว้ เดินตามหาน้องจนเจอ อุ้มไว้ในอ้อมกอด “กลับบ้านด้วยกันนะ ไม่ต้องกลัวแล้ว ไม่ว่าพี่กวางจะต้องลำบากแค่ไหน พี่กวางจะเลี้ยงน้องปลาเอง” กวางอุ้มปลาเดินมาด้านหลังห้างฯ ระวิวรรณรีบร้อนจะไปหาสยมภู เกือบชนเธอกับน้อง ระวิวรรณรีบจอดรถลงมาขอโทษ แต่พอเห็นเธอเท่านั้นก็ตกใจ

“คุณกวาง ไหนคุณทะนงเคยบอกพี่ว่าน้องไปเรียนต่อเมืองนอกกับแฟนที่ชื่ออัครพลไม่ใช่หรือคะ”

“คือพอดีพี่สะอาดคลอดน้อง กวางเลยต้องอยู่ช่วยเลี้ยงน้องก่อนน่ะค่ะ กวางขอตัวก่อนนะคะ ต้องรีบพาน้องกลับบ้าน” กวางขยับจะไปแต่ระวิวรรณดึงแขนไว้ อาสาไปส่งให้ น้องยังเล็กมากพาเดินตากแดดจะป่วยเอา ได้ กวางลังเล ใจหนึ่งก็กลัวสยมภูจะรู้ที่อยู่ อีกใจหนึ่งก็ห่วงน้อง...

ไม่นานนัก ระวิวรรณขับรถมาถึงหน้าห้องเช่าของกวาง เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แสนจะอนาถาของเธอแล้วอดสะเทือนใจไม่ได้ เปี๊ยกวิ่งออกมาต้อนรับน้องสาวพร้อมกับไหว้ทักทายแขกซึ่งพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆได้ ถามว่าย้ายมาอยู่ที่นี่กันหมดหรือ ได้ความว่าหมดทุกคนยกเว้นพี่วอที่ไปเรียนต่อเมืองนอก เธอสงสารกวางจับใจ หยิบเงินปึกหนึ่งวางบนมือปลาเผื่อไว้เป็นค่าซื้อนม กวางยังไม่ทันจะปฏิเสธ เธอชิงพูดขึ้นก่อน

“ถือว่าพี่ให้เป็นของรับขวัญหลานนะคะ พี่คงต้องรีบกลับก่อน พอดีว่าท่านประธานจะต้องเดินทางไปจีนวันนี้ คงจะไปอยู่ยาวเลยค่ะ แล้วพี่จะแวะมาเยี่ยมอีกนะคะ ไปนะพ่อหนุ่มน้อย”

“ขอบคุณนะคะ...คุณวิคะ อย่าบอกคุณสยมภูนะคะว่าเจอกวางที่นี่”

“ค่ะ ท่านประธานเองก็อยากลืมอดีตทั้งหมดเหมือนกัน” ระวิวรรณว่าแล้วขึ้นรถขับจากไป กวางมองตามเจ็บปวดใจ จังหวะนั้นเจินขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาพร้อมกับตะโกนลั่น “กวางเตรียมของหรือยัง เรามารับแล้ว”...

แม้จะเอาน้ำพริกและของกินรสจัดต่างๆมากมายมาให้วันทนีย์กับสยมภูสำหรับไว้กินตอนอยู่ที่เมืองจีน แต่ระวิวรรณไม่ปริปากบอกเขาสักคำว่าเจอกวางเพราะไม่ต้องการให้เขาไขว้เขวอีก จากนั้นก็เดินมาส่งทั้งคู่ที่รถ ทะนงเปิดประตูให้สยมภูกับวันทนีย์ขึ้นนั่ง ระวิวรรณเข้าไปกระซิบกับเขา

“ฝากดูแลท่านประธานด้วยนะคะ”

ทะนงค้อมหัวให้ระวิวรรณเป็นทำนองรับทราบ แล้วขึ้นไปนั่งเบาะหน้าข้างๆคิงซึ่งเป็นคนขับ ระวิวรรณยืนส่งจนรถแล่นลับสายตา ไม่นานนักรถของสยมภูซึ่งกำลังบ่ายหน้าไปสนามบินแล่นมาติดไฟแดง ใกล้กับแผงขายรูปแบกับดินของกวางและเจิน

ทันใดนั้น เจินเหลือบเห็นเทศกิจสองคนวิ่งตรงมา ตะโกนบอกให้กวางหนี ไม่ต้องบอกซ้ำเธอคว้ารูปวาดวิ่งผ่านหน้ารถของสยมภู แต่ไม่มีใครสักคนในรถสนใจมอง พอไฟจราจรเปลี่ยนเป็นไฟเขียว คิงค่อยๆเคลื่อนรถห่างออกไป เหมือนเส้นทางชีวิตของทั้งคู่ที่แยกจากกัน

ooooooo

5 ปีผ่านไป...

กิจการของสยมภูกรุ๊ปเจริญขึ้นอย่างมาก ที่ดินว่างเปล่าชานกรุงมีตึกผุดขึ้นมากมายด้วยฝีมือของบริษัทแห่งนี้ วันนี้สยมภูพร้อมด้วยทะนงและลูกน้องเดินทางมาถึงสำนักงานที่ดินเพื่อเข้าพบกับอนันต์ ผอ.ของที่นี่ ทันทีที่เจอหน้ากัน สยมภูพยักพเยิดให้ทะนงวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะตรงหน้า อนันต์โกรธผลักกระเป๋าตกจากโต๊ะ ตวาดลั่นว่าไม่รับเงินของใคร อย่ามาดูถูกศักดิ์ศรีของข้าราชการที่ทำงานเพื่อแผ่นดิน

สยมภูยิ้มแล้วมองไปที่กระเป๋า อนันต์มองตามสายตาของอีกฝ่ายต้องแปลกใจที่ในกระเป๋ามีแต่กระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตรกระจายเกลื่อน ชายหนุ่มเดินไปหยิบมันมาวางบนโต๊ะอย่างเดิม

“โชคดีจังที่ผมไม่ยึดติดในศักดิ์ศรีแต่ผมก็ไม่คิดทำเรื่องผิดกฎหมาย ผอ.เองนั่นแหละต้องชดใช้ให้ผมโทษฐานที่ทำให้ผมแพ้ประมูล เรารู้มาว่าลูกน้องของท่านแอบเปิดซองประมูลของบริษัทผมก่อนจะประกาศผลการประมูล”...

ลูกน้องของอนันต์ที่สยมภูพูดถึงกำลังถูกคิงลากตัวจากคอนโดฯที่พักเข้ามาที่ห้องของอนันต์ เขาเปิดปากสารภาพว่าบริษัทที่ชนะการประมูลจ้างให้เขาแอบเปิดซองของสมยภูกรุ๊ป ทำให้บริษัทนั้นเปลี่ยนตัวเลขได้ต่ำกว่าที่สยมภูกรุ๊ปยื่นซอง อนันต์โกรธมากที่ลูกน้องทุจริต รับปากจะประกาศให้ผลการประมูลเป็นโมฆะ

“แค่นั้นคงไม่พอหรอกครับ บริษัทผมควรได้รับการพิจารณาแทนในฐานะเป็นผู้เสียหายมันถึงจะยุติธรรม”

อนันต์ไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น จำเป็นต้องทำตามที่สยมภูว่า...

ข่าวการถูกประกาศให้ชนะการประมูลงานก่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่ดินมูลค่า 14,000 ล้านบาทได้รับการแจ้งไปยังระวิวรรณที่กำลังประชุมอยู่กับฝ่ายบริหารของสยมภูกรุ๊ป ทุกคนดีใจกันมากส่งเสียงเฮลั่น

“แล้วท่านประธานล่ะคุณเลขาฯ”

คนที่ระวิวรรณถามถึงกำลังยืนอยู่หน้ามอลล์เล็กๆ ซึ่งเคยเป็นจุดนัดหมายของเขากับกวางตอนที่ตกลงใจจะคบหากัน คิงจำสถานที่แห่งนี้ได้ เข้าไปโวยวายใส่หน้าทะนงทำไมต้องนัดลูกค้ามาที่นี่ด้วย ตั้งใจจะแกล้งนายน้อยของตนหรือ เขาก็รู้ว่าท่านเพิ่งกลับมา ขอให้ท่านสบายใจหน่อยไม่ได้หรือ ทะนงโวยกลับ

“ลูกค้าเป็นคนนัดสถานที่เอง อยากมีปัญหาก็ไปโวยเอากับลูกค้าสิ กล้าไหมล่ะ”

“ทะนง...ที่ว่างตรงนั้นน่าซื้อเก็บไว้ ลองติดต่อดูซิว่าใครเป็นเจ้าของ” สยมภูว่าแล้วเดินสำรวจต่อ ทะนงได้ทีด่าคิงซ้ำว่าคิดมากไปเอง ท่านประธานลืมผู้หญิงคนนั้นไปตั้งนานแล้ว

“จริงเหรอ แสดงว่าหัวใจนายน้อยแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว แบบนี้ต้องฉลอง” คิงดีใจรีบเดินตาม

ooooooo

กวางได้งานทำเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่ฝ่ายโยธาของสำนักงานเขตแห่งหนึ่ง ด้วยความที่เป็นคนนิสัยดี ขยันขันแข็งชอบช่วยเหลือคนอื่น ทำให้เธอกลายเป็นลูกไล่ของเจ้าหน้าที่ที่นี่ เจ๊ต่ายเห็นเธอกำลังเอาถังขยะเดินไปเก็บขยะตามโต๊ะของเพื่อนๆพี่ๆ พนักงาน เข้ามาถามว่าไม่มีงานทำหรือ

“วันนี้แม่บ้านลาค่ะ กวางก็เลยอยากช่วยพี่ๆ”

“จ้า แม่คนใจดี เอานี่ไปพิมพ์ให้หัวหน้าที หนึ่งหน้าด่วนนะ อ้อ อย่าลืม...” เจ๊ต่ายยังไม่ทันจะพูดจบ กวางชิงพูดขึ้นก่อนว่าอย่าลืมตรวจทานก่อนส่งสองรอบ แล้วรับงานไปจากมือเธอ กลับมาที่โต๊ะทำงานตัวเองตั้งหน้า ตั้งตาพิมพ์งานที่ได้รับมอบหมายแล้วสั่งปริ๊นต์

ระหว่างรอให้พรินเตอร์ทำงาน เจ๊ต่ายตะโกนสั่งกวางชงกาแฟให้ เธอรีบไปจัดการตามสั่ง วิทย์ถือถ้วยกาแฟผ่านมาทางโต๊ะทำงานของกวาง เกิดสะดุดขาตัวเองหน้าคะมำ กาแฟในถ้วยกระฉอกใส่เอกสารที่ปริ๊นต์เสร็จแล้ว เขาตกใจเหลียวมองเลิ่กลั่ก ไม่เห็นใครสนใจ ทำไม่รู้ไม่ชี้เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

กวางกำลังจะเอากาแฟไปให้เจ๊ต่าย แต่เธอส่งเสียงเจื้อยแจ้วทวงงานที่ให้ไปพิมพ์ กวางคว้าเอกสารที่ปริ๊นต์เรียบร้อยติดมือไปด้วยโดยไม่เห็นรอยเปื้อน เจ๊ต่ายเห็นเอกสารเลอะกาแฟก็ต่อว่าเธอต่างๆนานา หัวหน้าสุชาติออกมาจากห้องพอดี ทวงงานจากเจ๊ต่ายที่สั่งให้พิมพ์เสร็จหรือยัง เธอคว้าเอกสารแผ่นนั้นวิ่งมาเอาหน้า

“คือต่ายพิมพ์เสร็จนานแล้วกำลังจะเอาไปให้หัวหน้า แต่เด็กธุรการสิคะอยู่ๆก็ละเลงกาแฟซะเละตุ้มเป๊ะ”

สุชาติรับเอกสารมาดูสีหน้าเคร่งขรึม กวางรู้ตัวดีแก้ตัวไปก็จะยิ่งแย่กว่าเก่า จึงยอมรับผิดทั้งที่ไม่ได้ทำ เขากลับไม่ว่าอะไร บอกให้เธอไปพิมพ์เอกสารมาให้ใหม่อีกครั้ง แล้วแนะให้ค่อยๆทำไปงานจะได้ออกมาดีไม่ผิดพลาดอีก กวางรับปากต่อไปจะระวังให้มากขึ้น แล้วรีบเอาเอกสารกลับไปพิมพ์ใหม่...

ในเวลาเดียวกัน สยมภูมาตรวจไซต์งานก่อสร้างกับทะนง บังเอิญคนงานขับรถตักดินไม่สบายท้องเสีย ไม่มีคนทำงานแทน สยมภูตัดสินใจปีนขึ้นไปขับรถ

ตักดินเอง ทะนงพยายามห้ามปรามแต่เขาไม่ฟัง ไพบูลย์ผู้จัดการไซต์งานต้องการชะเลียร์เจ้านาย หันไปทางคนงาน

“เอ้าพวกเราตบมือให้ท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่ของเราหน่อย เสียงแค่นี้เองหรือ...ดังๆ” ไพบูลย์ตบมือเสียงดังสนั่น ขณะที่คนงานตบมือตามอย่างงงๆ

พักใหญ่ สยมภูจัดการตักดินเสร็จเรียบร้อย กำลังจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ออฟฟิศของไซต์งานเพื่อไปทำธุระต่อไป ระวิวรรณโทร.มาแจ้งเรื่องการประกาศผลการประมูลงานใหม่ สยมภูกรุ๊ปได้งานก่อสร้างศูนย์ราชการทั้งภาคกลาง ทั้งทะนง คิงกับม่วงและไพบูลย์ส่งเสียงเฮกันลั่นด้วยความดีใจ...

เย็นวันเดียวกัน สยมภูกรุ๊ปปิดร้านอาหารฉลองที่ได้งานประมูลครั้งนี้ ทั้งพนักงานและผู้บริหารต่างมากันพร้อมหน้า สยมภูยกความดีความชอบครั้งนี้ให้กับระวิวรรณผู้อำนวยการของเรา แล้วชูแก้วเครื่องดื่มไปทางเธอ

“เป็นเพราะพวกเราร่วมแรงร่วมใจกันด้วยค่ะ มื้อนี้วิขออนุญาตเลี้ยงขอบคุณทุกคนที่เหนื่อยมาด้วยกัน”

ทุกคนตบมือชอบใจกันใหญ่ ต่างยกแก้วขึ้นดื่มฉลองความสำเร็จร่วมกัน ระวิวรรณจิบเครื่องดื่มพลางมองผ่านกระจกออกไปหน้าร้านเห็นกวางกำลังล้วงเศษเงินในกระเป๋าใบเล็ก แต่ดันทำเหรียญร่วง วิ่งไล่เก็บเศษเหรียญที่กลิ้งมาใกล้กระจกหน้าร้าน สยมภูเห็นสีหน้าตื่นๆของระวิวรรณกำลังจะหันมองตาม แต่เธอแกล้งดึงแขนเขาไว้ โกหกว่าปากของเขาเปื้อนอะไรก็ไม่รู้ คว้าทิชชูยื่นให้เขาเช็ด แล้วมองไปหน้าร้านอีกครั้งเห็นหลังกวางเดินพ้นไปไวๆ ทำทีขอตัวไปเข้าห้องน้ำ สยมภูบอกอย่างมีเลศนัยให้รีบไปรีบมา ชักช้าจะเสียฤกษ์ฉลอง

ระวิวรรณไม่ติดใจสงสัยอะไร ลุกออกไป พอเห็นทุกคนเผลอ ย่องออกไปนอกร้าน แต่กวางหายไปแล้ว เธอตัดสินใจไม่ตามหา กลับเข้ามาในร้านอีกครั้ง แต่ต้องแปลกใจที่เห็นไฟในร้านปิดมืด มีเพียงแสงจากเทียนไขที่จุดอยู่ตามมุมต่างๆของร้าน ภูมิเดินเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าเธอพร้อมกับช่อดอกไม้

“เราแต่งงานกันนะครับ ผมอายุมากขึ้นทุกวันขี้เกียจจะรอแล้ว”

ผู้อำนวยการสาวเห็นท่านประธานพยักพเยิดให้รับช่อดอกไม้ก็โกรธ เดินหนีออกจากร้าน ภูมิอายมาก ปาช่อดอกไม้ทิ้ง แล้วผลุนผลันออกไป สยมภูเป็นห่วงระวิวรรณรีบเดินตามจนทัน เตือนว่าคิดดีแล้วหรือที่ทำแบบนี้ เขาอุตส่าห์ช่วยหาโอกาสเหมาะๆให้ ที่สำคัญภูมิเป็นผู้ชายที่นิสัยใช้ได้ หน้าที่การงานก็ดีกว่าผู้ชายหลายๆคนที่เธอเลิกคบไปเสียอีก เขาเห็นเธอหน้าหงิกไม่พอใจ รับปากว่าต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีก

“พรุ่งนี้ผมมีนัดกับมิสเตอร์วิลเลี่ยม คงไม่เข้าบริษัทช่วงเช้านะ” ว่าแล้วสยมภูผละจากไป ระวิวรรณยิ่งหงุดหงิดที่เขาไม่รู้ว่าที่เธอไม่อยากแต่งงานก็เพราะจะรอแต่งกับเขา

ooooooo

กวางพายเรือกลับจากทำงานมาจอดที่ท่าน้ำของสวน เจอปลาซึ่งตอนนี้อายุได้ 5 ขวบแล้วกำลังเล่นซนอยู่ริมคลองตามลำพังก็ตกใจมาก รีบวิ่งไปอุ้ม

“เคยบอกแล้วไงว่าอย่ามาเล่นริมคลองคนเดียว แม่อาดอยู่ไหน”

ครู่ต่อมา กวางจูงมือปลามาถึงบ้านเช่าชั้นเดียวยกพื้นสูงที่สภาพทรุดโทรมไม่ต่างจากห้องเช่าของเตี่ยของเจินที่เคยเช่าอยู่ เห็นสะอาดกำลังตั้งวงเล่นไพ่ป๊อกเด้งอยู่ใต้ถุนบ้าน กวางบอกให้ปลาเอาขนมที่เธอซื้อให้ขึ้นไปกินบนบ้าน แล้วหันไปไล่พวกชาวบ้านที่เล่นไพ่อยู่กับสะอาดให้กลับไปก่อนที่เธอจะแจ้งตำรวจมาจับ

สะอาดไม่ยอมให้เลิก ชวนให้เล่นกันต่อไปเพราะกำลังมือขึ้น กวางโกรธเดินไปยกแคร่ที่สะอาดนั่งหงายหลัง ชาวบ้านพากันแตกฮือ คว้าเงินของสะอาดที่ตกเกลื่อนพื้นไปด้วย เธอโทษว่าเป็นเพราะกวางคนเดียวทำให้เงินของเธอหายหมด กวางต่อว่าสะอาดเรื่องที่ปล่อยให้ปลาไปเล่นอยู่คนเดียวริมคลอง เกิดตกน้ำตกท่าไปจะทำอย่างไร เธอแก้ตัวอย่างหน้าไม่อายว่าเธอเอาปลาไปทิ้งแล้ว กวางดันไปเก็บมาเองทำไม

“อย่าพูดอย่างนี้ออกมาอีกนะคะ ไม่อย่างนั้นเราขาดกัน” กวางเสียงเขียว จังหวะนั้นแป้งวิ่งร้องไห้เข้ามา

“แม่ ช่วยพี่เปี๊ยกด้วย พี่เปี๊ยกโดนคนจับตัวไว้”...

คนที่จับตัวเปี๊ยกไว้ไม่ใช่ใครที่ไหน คือสุนเจ้าของร้านมินิมาร์ท เพราะเปี๊ยกขโมยของในร้าน สะอาดไม่พอใจมากที่เธอกล่าวหาลูกของตนเองด่าสาดเสียเทเสีย สุนไม่ยอมแพ้ด่ากลับ สองคนเปิดศึกจิกหัวกันวุ่นวาย เปี๊ยกทนไม่ไหว ขอร้องอย่าตีอีกกันเลย เขาผิดเอง เขาขโมยของจริงอย่างที่สุนกล่าวหา สะอาดถึงกับตะลึงเช่นเดียวกับกวาง สุนได้ทีในเมื่อผู้ร้ายรับสารภาพ สะอาดต้องจ่ายเงินค่าปรับ 500 บาทให้ตน

“ลดหน่อยไม่ได้หรือคะพี่สุน เงินเนี่ยกวางต้องเหลือไว้ใช้ให้พอสิ้นเดือน”

สุนกำลังโกรธสะอาดก็เลยไม่ยอมลดราคาให้ กวางตัดใจหยิบแบงก์ 500 บาทใบสุดท้ายยื่นให้...

ครั้นกลับถึงบ้าน กวางเด็ดกิ่งไม้มาตีเปี๊ยกทำโทษที่ขโมยของ แต่พอซักไปซักมากลายเป็นเขายอมรับผิดแทนน้องสาว เพราะจำที่พี่กวางสั่งให้เขาคอยดูแลน้องให้ดีๆ เขาก็เลยทำตาม กวางทิ้งไม้เรียวเข้าไปกอดเปี๊ยก ร้องไห้ไปด้วยกัน อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก สะอาดซึ่งแอบดูอยู่หันมาดุแป้งที่เป็นต้นเหตุให้เปี๊ยกโดนเล่นงาน แกกลับโทษว่าเป็นความผิดของแม่ที่ขอเงินแล้วไม่ให้ ทันใดนั้นช้างกับโป่งนักเลงหัวไม้เดินเข้ามาทางด้านหลังมาท้วงหนี้เงินกู้ สะอาดเจ้าเล่ห์หลอกว่าพรุ่งนี้จะมีคนจ่ายหนี้แทนให้เธอ ช้างกับโป่งหลงเชื่อยอมกลับไป...

ดึกแล้วแต่มานพยังไม่กลับ กวางเป็นห่วงโทร.ไปถามทำไมยังไม่กลับบ้านอีก เขายังทำงานให้เตี่ยฮวดเตี่ยของเจินยังไม่เสร็จโดยไม่ได้บอกว่าทำงานให้ฟรีๆไม่มีค่าล่วงเวลา เตี่ยฮวดเห็นเขาคุยโทรศัพท์เข้ามาดุด่า มานพกลัวกวางได้ยินรีบตัดสายแล้วยกลังใส่ของไปเก็บในห้องเก็บสต๊อก เห็นโต้งกำลังยัดขดสายไฟหลายขดใส่ถุงดำท่าทางมีพิรุธ มานพมองออกว่าเขากำลังขโมยของ แต่ไม่พูดอะไร...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สยมภูเห็นวันทนีย์คอยปรนนิบัติพัดวีเป็นอย่างดีก็เลยอยากทำอะไรพิเศษให้บ้าง จึงบอกให้พรุ่งนี้เย็นแต่งตัวสวยๆไว้ เขาจะมารับไปกินข้าวข้างนอก เธอถึงกับร้องไห้โฮด้วยความดีใจ

ooooooo

วันนี้เป็นวันหยุดกวางกับสะอาดพายเรือเอาผลไม้มาขายที่ตลาดน้ำ บังเอิญสยมภูพาวิลเลี่ยมลูกค้าชาวต่างชาติมาเที่ยวที่นี่เช่นกัน ขณะกำลังเดินชมตลาด มีสายจากลูกค้าโทร.เข้ามา สยมภูเดินเลี่ยงออกไปรับกับทะนง ปล่อยให้วิลเลี่ยมชมตลาดตามลำพัง กระทั่งเห็นกวางหน้าตาสะสวยพายเรือขายผลไม้ก็โบกมือเรียก

สะอาดดีใจรีบหันหัวเรือเข้าไปหา “วันนี้ได้ฟันฝรั่งด้วยว่ะ โชคดีเป็นบ้า”

แต่โชคกลับไม่ดีจริงอย่างที่เธอว่า ป้าแป้นแม่ค้าเจ้าถิ่นพายเรือตัดหน้าแย่งลูกค้าไป สะอาดไม่ยอมแพ้พายเรือเข้าไปจะเอาเรื่อง กวางไม่อยากมีปัญหาเพราะเพิ่งมาขาย ปล่อยให้ป้าแป้นได้ลูกค้าไป วิลเลี่ยมซึ่งพูดไทยได้บ้างแต่ไม่ค่อยชัด ตะโกนบอกว่าตนเห็นกวางก่อน เธอตอบเป็นภาษาอังกฤษว่าไม่เป็นไรให้เขาซื้อผลไม้จากป้าแป้น แล้วพายเรือออกมา วิลเลี่ยมมองตามอย่างชื่นชม แถมยังเก็บเอาไปเล่าให้สยมภูฟังอีกด้วย...

ในขณะเดียวกัน วันทนีย์ชวนระวิวรรณมาช่วยเลือกชุดสวยสำหรับใส่ไปกินดินเนอร์หรู แต่พอรู้ว่าเธอจะไปกับสยมภู ระวิวรรณถึงกับมือไม้อ่อนทำชุดร่วงจากมือ วันทนีย์กระเซ้าไม่ต้องดีใจจนช็อกแทนตนเองขนาดนั้น ระวิวรรณรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ แก้ตัวน้ำขุ่นๆเท่าที่เคยรู้มา เขาไม่เคยไปไหนมาไหนกับเธอเลยไม่ใช่หรือ

“ใช่ นี่เป็นครั้งแรก ฉันเองก็แทบไม่เชื่อเหมือนกันว่าเขาจะเปิดตัวฉันให้สังคมได้รับรู้ ไม่แน่นะแกเขาอาจเปลี่ยนใจอยากแต่งงานกับฉันแล้วก็ได้ แกว่าเป็นไปได้ไหม”

ระวิวรรณคิดว่าสยมภูไม่ชอบการแต่งงานเผลอหัวเราะเยาะ ก่อนจะรีบขอโทษกลบเกลื่อน วันทนีย์ไม่ติดใจสงสัยอะไร ยังคิดว่าเพื่อนคอยหนุนหลังให้สมหวังกับสยมภู...

ระหว่างที่กวางกับสะอาดพายเรือกลับบ้านเช่าโดยมีผลไม้เหลือเต็มลำ วิลเลี่ยมนั่งเรือยอชต์มากับสยมภูและทะนงเห็นกวางก็จำได้โบกมือร้องเรียก

“ยูๆ คนใจดีมาทางนี้หน่อย”

สยมภูอยู่อีกด้านหนึ่งของเรือไม่ทันเห็น สะอาดดีใจรีบพายเรือไปเทียบกับเรือที่วิลเลี่ยมนั่ง กวางร้องถามว่าจะซื้ออะไรบ้าง เขาขอเหมาหมดทั้งลำ สยมภูได้ยินเสียงรู้สึกคุ้นหูมากเดินเข้าไปหา ต่างฝ่ายต่างเห็นหน้ากันชัดๆถึงกับตะลึง กวางได้สติก่อนทำเป็นไม่รู้จัก รีบหยิบผลไม้ใส่ถุง ขณะที่สะอาดยังตกใจอ้าปากค้าง

กวางต้องสะกิดให้ช่วยกันเอาผลไม้ใส่ถุง แล้วบอกว่าทั้งหมดเป็นเงิน 250 บาท วิลเลี่ยมมีเงินไทยไม่พอก็เลยหันไปขอสยมภูซึ่งส่งแบงก์พันให้ แล้วบอกว่าไม่ต้องทอน กวางกลัวจะโดนดูถูก หันหัวเรือหนีไม่ยอมขายผลไม้ให้ วิลเลี่ยมงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทะนงจ้องจับผิดเจ้านายตัวเองเห็นเขาไม่ได้สนใจกวางก็เบาใจ

ooooooo

ระหว่างกวางนั่งคัดแยกขวดพลาสติกกับกล่องนมที่เก็บอยู่ใต้ถุนบ้าน มีเสียงร้องเอะอะให้ช่วยด้วยของสะอาดดังมาจากบนบ้าน อึดใจเธอวิ่งหนีลงบันไดเหยียบขั้นที่ผุพอดีหงายหลังก้นกระแทก กวางรีบเข้าไปช่วยพยุงพร้อมกับถามว่าเกิดอะไรขึ้น สะอาดหาว่ามานพไล่แทงทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรให้

“ก็นังคนใช้เนี่ยมันขโมยเงินผม เห็นไหมพี่บังคับให้ผมทำงานหาเลี้ยงพวกมันแล้วมันเคยสำนึกไหม”

“เอ้อๆคืนก็ได้ทั้งกระเป๋ามีเงินแค่ห้าสิบบาททำมาเป็นลำเลิก”

มานพกระชากเงินคืน ประกาศลั่นจะหาเงินเป็นปึกๆ มาให้ดู แล้วอย่ามาขอก็แล้วกัน ก่อนจะเดินปึงปังออกไป กวางเตือนสะอาดทีหน้าทีหลังให้ขอเขาดีๆ หยิบเงินโดยไม่บอกเป็นใครก็โกรธ เธอกลับโทษว่าเป็นความผิดของกวาง ถ้ายอมรับเงินจากสยมภู เธอก็คงไม่ต้องทะเลาะกับมานพ กวางไม่อยากเถียงด้วย ถามว่าตกบันไดเจ็บไหม เดี๋ยวจะทำแผลให้ สะอาดสะบัดหนี แผลแค่นี้ไม่ถึงตาย แต่ถ้าไม่มีเงินได้ตายหมู่กันแน่ๆ...

การที่ได้เจอกับกวางแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้ความ รู้สึกเก่าๆประดังประเดเข้ามาในหัวของสยมภู ทั้งรักทั้งแค้นในเวลาเดียวกัน แถมหมดอารมณ์จะทำงานอีกด้วย ปล่อยม่วงกับทะนงลงจากรถแล้วขับหายไปไม่ยอมบอกว่าไปไหน แถมปิดมือถืออีกต่างหาก ทำให้วันทนีย์กลายเป็นแม่สายบัวแต่งตัวรอเก้อ

ระวิวรรณรู้เรื่องที่เจ้านายหายตัวไปผิดนัดไม่ไปกินดินเนอร์กับวันทนีย์ หันไปซักทะนงว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าพอคุยธุรกับวิลเลี่ยมเสร็จ สยมภูก็ให้เขากับม่วงกลับกันเอง เขาก็เลยไม่รู้ว่าท่านไปไหนต่อ แล้วจะเล่าเรื่องที่เจอกับกวางให้ฟัง แต่เปลี่ยนใจไม่พูดถึงเพราะไม่แน่ใจว่าที่สยมภูหายไป ใช่กวางเป็นต้นเหตุหรือเปล่า

“ท่านอาจจะเหนื่อยก็เลยลืมนัด” ทะนงสรุป

“ยัยวันคงมโนไปเองตามเคยนั่นแหละ คิดได้ไงว่าจะได้ไปดินเนอร์กับท่านประธาน” น้ำเสียงเย้ยหยันทำให้ทะนงหันมอง เธอรู้ตัวรีบตีหน้าเศร้า บ่นสงสารวันทนีย์...

สยมภูไม่ได้หายไปไหน แต่แวะไปบ้านอิศรเสวี นั่งให้อาหารสโนไวท์กระต่ายตัวน้อยที่ถูกสะอาดทิ้งเอาไว้

“วันนี้ฉันเจอเจ้านายของแก นึกว่าจะไปได้สักกี่น้ำ คงถูกผู้ชายมันสลัดทิ้งจนต้องไปเป็นแม่ค้าขายของ ไม่กินหรือไง ไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอก แกก็ใช้ชีวิตของแกไป ต่างคนต่างอยู่ไม่เกี่ยวกัน จะกินไม่กินทำเป็นหงอย อย่าคิดว่าฉันจะสน” สยมภูโยนอาหารทิ้ง แล้วเดินเข้าบ้าน เจอแม่บ้านกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่

“วันนี้ฉันจะค้างที่นี่นะ เตรียมที่นอนให้ด้วย” สยมภูว่าแล้วขยับจะไปแต่เห็นขาตั้งสำหรับวาดรูปวางอยู่ เดินไปเปิดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นรูปที่กวางวาดให้ เขาจ้องมองนิ่งงันราวกับตกอยู่ในภวังค์ แต่พอรู้ตัวก็โกรธตัวเองที่ยังไม่ลืมคนวาดภาพนี้ รีบเอาผ้าคลุมไว้อย่างเดิม

ooooooo

สยมภูกลับถึงบ้านตัวเองในเช้าวันถัดมาเจอวันทนีย์นอนฟุบอยู่กับโซฟาในชุดราตรีสวยงามก็

นึกขึ้นได้ว่าลืมนัดกับเธอ รู้สึกผิดอย่างมากค่อยๆเอื้อมมือไปปลุก เธอลืมตาขึ้นมาเห็นเขาในสภาพครบสามสิบสองก็ดีใจ สยมภูขอโทษเธอด้วยเมื่อวานมีงานด่วนเข้ามา วันทนีย์บอกเขาว่าไม่ต้องขอโทษ เรื่องงานต้องมาก่อนอยู่แล้ว

“ฉันไปกินข้าวที่ตึกเล็กกับเธอแล้วกัน...คิงบอกพ่อครัวขอข้าวต้มร้อนๆสักสองที่ก็พอ”

วันทนีย์ดีใจกอดแขนสยมภูไว้ แต่ยังไม่ทันจะก้าวขาไปไหน ทะนงรีบร้อนเข้ามาแจ้งว่าได้รับรายงานจากไพบูลย์ว่าการส่งงานงวดสุดท้ายของบริษัทไม่ผ่าน หัวหน้าฝ่ายโยธาต้องการพบเขาด่วน สยมภูหงุดหงิด ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องให้ถึงมือตนเองด้วย ทะนงพยายามเสนอเงินค่าน้ำร้อนน้ำชาให้แล้วแต่ไม่ได้ผล หัวหน้าฝ่ายคนนี้ตรงไปตรงมามาก เท่าที่สืบทราบ เขาไม่เคยรับเงินใต้โต๊ะ

“คนดีศรีสังคมอีกแล้ว เอารายละเอียดทั้งหมดมา” สยมภูสั่งเสียงเข้ม...

หัวหน้าฝ่ายโยธาที่สยมภูจะต้องไปพบก็คือหัวหน้าสุชาตินั่นเอง นับเป็นวิบากกรรมของกวางที่มีแม่เลี้ยงสุดประเสริฐ พอถูกช้างกับโป่งทวงหนี้กลับโบ้ยให้ไปเก็บเงินจากกวางลูกสาวของตนที่ทำงาน โกหกว่าเธอเป็นหัวหน้าฝ่ายโยธามีเงินมากมายพร้อมจะจ่ายหนี้แทนให้ สองนักเลงหลงเชื่อตามมาทวงหนี้กวางวันเดียวกับสยมภูมาพบกับสุชาติหัวหน้าตัวจริงพอดี จนเกิดเรื่องใหญ่โต กวางขอลาออกจากงานโดยไม่รับเงินค่าจ้าง

สยมภูรู้เรื่องนี้ก็แอบใช้หนี้ให้ เนื่องจากไม่อาจตัดใจจากกวางได้ เขาสะกดรอยตามเธอซึ่งเดินกลับบ้านเพราะเสียดายเงินค่ารถเมล์ ระหว่างเดินตามเห็นเธอเก็บขวดน้ำพลาสติกที่คนทิ้งไว้ใส่ถุงดำที่ถือติดตัวมาด้วยก็รู้สึกสะเทือนใจมากไม่คิดว่าเธอจะลำบากขนาดนี้ กวางเดินมาถึงท่าน้ำของวัด ลงเรือพายที่ผูกไว้พายไปตามลำคลอง สยมภูกวาดตามองหาเรือแถวนั้น เห็นเรือแจวของป้าแม้นพายเข้ามา จ้างให้พายตามเรือของกวาง พร้อมกับถามว่ารู้จักผู้หญิงคนนั้นไหม ป้าแม้นเจอกับเธอที่ตลาดน้ำบ่อยๆ

“ถ้าเป็นวันทำงานหนูกวางก็จะเอาเรือมาฝากไว้ที่ท่าวัดนี่แหละ เด็กคนนี้นิสัยดีแต่นังแม่เลี้ยงนี่สิปากมันหมาแถมยังขี้เกียจตัวเป็นขน เอาแต่แบมือของเงินลูกเลี้ยง เอ้อแล้วคุณจะตามเขาไปทำไมล่ะ”

ชายหนุ่มโกหกว่ากวางติดหนี้ ป้าแม้นหยุดพายเรือทันที จะไปส่งเขาขึ้นท่าด้านโน้น แค่นี้กวางก็ลำบากจะแย่แล้ว พ่อแม่ก็ไม่มีแถมยังต้องทำงานเลี้ยงน้องๆตัวเป็นเกลียว วันธรรมดาก็ไปเป็นลูกจ้างที่เขต วันหยุดก็ยังเก็บผลไม้รากไม้ไปขายที่ตลาดอีก ตกเย็นมีเวลาเหลือก็ไปเก็บขวดเก็บขยะอะไรที่พอจะขายเป็นเงินเป็นทองได้ก็เอาหมด ผิดกับนังแม่เลี้ยงที่เอาแต่เล่นไพ่ไปวันๆ คนดีๆแบบนี้น่าเห็นใจมาก

“เธออาจจะเล่นละครหลอกป้าก็ได้”

ป้าแม้นต่อว่าเขาว่าท่าทางก็ดูดีแต่ทำไมถึงคิดอะไรแบบคนใจจืดใจดำ แล้วล้วงเงินค่าจ้างพายเรือคืนให้ ไม่อยากได้เงินของคนใจอีกา สยมภูต่อรองถ้าป้าแม้นยอมพาไปส่งบ้านกวาง เขาจะยกหนี้ทั้งหมดให้เธอ ป้าแม้นดีใจแทนกวาง เร่งฝีพายไปอย่างรวดเร็ว...

สยมภูแอบตามกวางมาถึงบ้านเช่า เห็นสภาพทรุดโทรมของบ้านแล้วอดสงสารไม่ได้ ยิ่งได้รู้ว่าตอนนี้เธอตกงานก็อยากจะช่วยเหลือ จังหวะนั้นปลาเดินมาสะกิดเขาซึ่งซุ่มดูกวางอยู่ถามว่ามาหาใคร

“อาขายขนมถ้วยฟูอยู่ทางโน้นไกลมากผ่านมาทางนี้เลยแวะพักเหนื่อย หนูชื่ออะไร”

พอรู้ว่าปลาเป็นลูกของสะอาดเป็นน้องคนสุดท้องของกวาง ควักเงินให้สามพันบาทไว้เอาไปซื้อขนมแบ่งกับพี่ๆ แต่ยังไม่ทันจะถามอะไรอีก มีเสียงสะอาดร้องเรียกปลาดังขึ้นเสียก่อน สยมภูกลัวเธอจะเห็นรีบเดินหนี สะอาดเห็นเงินในมือลูกสาวคนสุดท้องก็ยึดเอามาเป็นของตัวเองโดยไม่ยอมบอกกวาง...

คืนนี้สยมภูไปค้างคืนที่บ้านอิศรเสวีอีกครั้ง จากสภาพความเป็นอยู่อันแร้นแค้นของกวางทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ไม่รู้จะไปหาคำตอบจากไหนก็เลยเดินมาคุยกับสโนไวท์

“แกอยู่กับเขาตลอดไม่รู้เลยหรือว่าทำไมเจ้านายแกถึงไม่แจ้นตามไอ้เด็กข้างบ้านไป...ว่าไงสโนไวท์ อย่ามาหันหลังให้ฉัน แกนี่ไม่เคยรู้คุณข้าวแดงแกงร้อนเลยนะ ใจดำเหมือนนายแกไม่มีผิด”

ooooooo

แทนที่จะเก็บเงินที่สยมภูให้เอาไว้ใช้ยามจำเป็น สะอาดกลับเอาไปซื้อพิซซ่าให้ลูกกิน และยังซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่แจกลูกๆทั้งสามคน กวางอดสงสัยไม่ได้ไปเอาเงินมาจากไหน สะอาดโกหกหน้าตายว่าถูกหวย

“คือพี่ฝันเห็นคุณท่าน เลยลองซื้อไปแค่ยี่สิบแล้วคุณท่านก็ให้ลาภจริงๆ”

“ได้เงินมาก็อย่ารีบใช้ซะหมดล่ะคะ กวางต้องรีบไปแล้วกลัวรถติด ดูปลาดีๆด้วยนะคะพี่สะอาด”

ทันทีที่กวางพ้นสายตา สะอาดฝากเปี๊ยกดูแลน้องๆ แทน ตนจะเอาเงินไปต่อเงิน แล้วเดินลั้นลาออกไป...

ในเวลาต่อมา ขณะกวางเลือกซื้อหนังสือพิมพ์สมัครงานอยู่ในร้านหนังสือ เจอระวิวรรณกับวันทนีย์กำลังเลือกดูนิตยสารอยู่อีกฝั่งหนึ่งของร้าน เธอรีบเอาหนังสือพิมพ์บังหน้า ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้แอบฟังทั้งคู่คุยกัน วันทนีย์คุยโม้ว่าพักนี้สยมภูดีกับตนเองมากๆ กลับมากินข้าวด้วยกันทุกวัน ถ้าวันไหนเลิกงานดึกก็จะมีดอกไม้ช่อใหญ่มาขอโทษ ระวิวรรณรู้ว่าเพื่อนโม้ แต่แกล้งเออออตาม

“อย่างนี้อีกหน่อยฉันก็คงได้อุ้มหลานแล้วสิ”

“แน่นอน ไม่นานเกินรอหรอก” วันทนีย์โกหกหน้าตาย ระวิวรรณรู้เช่นเห็นชาติ แต่กวางไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่วันทนีย์มโนเอาเอง รู้สึกเจ็บแปลบใจจนทนไม่ไหวต้องเดินหนี...

กวางเดินสมัครงานบริษัทโน้นบริษัทนี้ตั้งแต่เช้ายันบ่ายแต่ไม่มีที่ไหนรับ เดินจนเหนื่อยต้องมานั่งพักที่ป้ายรถเมล์ริมถนน นึกถึงคำพูดของระวิวรรณกับวันทนีย์ที่ได้ยินเมื่อช่วงเช้าก็ยิ่งปวดใจ สะบัดหัวไล่ความคิดนั้นทิ้ง แล้วก้มดูหนังสือพิมพ์สมัครงานที่มีแต่กากบาทสีแดงเต็มไปหมด แต่แล้วเธอนึกหาทางออกขึ้นมาได้ จะทำขนมตาลเอาไปขายที่ตลาดน้ำเพื่อเลี้ยงครอบครัว...

หลังเอาเงินที่ได้จากสยมภูไปผลาญในวงไพ่จนหมด สะอาดเดินบ่นให้กับความโชคไม่ดีของตัวเอง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเปี๊ยก แป้งกับปลาจับมือกันกั้นเสามิเตอร์ไฟฟ้าไว้ไม่ให้เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าตัดไฟ เธอรีบวิ่งไปขอร้องเจ้าหน้าที่อย่าเพิ่งตัดไฟ พรุ่งนี้จะเอาเงินไปจ่าย

“คุณค้างค่าไฟสองเดือนแล้วนะครับ ผมต้องขอทำตามระเบียบ” เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าว่าแล้วขยับจะปีนเสาไฟ

เด็กๆพากันร้องไห้กระจองอแง อ้อนวอนอย่าเพิ่งตัดไฟไม่อย่างนั้นคืนนี้พวกตนไม่มีไฟไว้ทำการบ้าน ต้องโดนคุณครูทำโทษแน่ๆ เจ้าหน้าที่ใจอ่อน ยอมผ่อนผันให้แต่พรุ่งนี้จะต้องไปจ่ายเงินตามที่ตกลงกันไว้ สะอาดรอจนเขาพ้นสายตาสั่งให้เด็กๆเลิกเล่นละครได้แล้ว ปลาหยุดร้องไห้แล้วยิ้มแก้มป่อง เปี๊ยกอดถามไม่ได้ แล้วแม่จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าไฟ พี่กวางก็ยังตกงานอยู่

“มีก็แล้วกันน่า แม่จะรีบไปรีบกลับ”

ooooooo

วิลเลี่ยมต้องการจะเจอกวางอีกครั้งให้ได้ขนาดยอมผิดนัดเซ็นสัญญากับสยมภู เดินตามหาทั่วตลาดน้ำก็ไม่เจอ ถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก ทะนงเห็นเขาผิดเวลาไปมากก็โทร.ไปตาม ถึงได้รู้ว่าเขาไปตามหากวางที่นั่น บอกให้รออยู่แถวนั้นก่อนเดี๋ยวจะไปรับ สยมภูขอตามไปด้วย ทะนงหันมองเจ้านายสีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม

“วิลเลี่ยมเป็นบ่อทุนคนสำคัญ ฉันต้องเทคแคร์เขาให้ดี ไม่เกี่ยวกับหมูหมากาไก่หน้าไหนทั้งนั้น”...

อีกมุมหนึ่งของตลาดน้ำ กวางกับสะอาดถือกระจาดใส่ขนมตาลเข้ามาวางที่แผงขายของ โดยมีเปี๊ยกหิ้วตะกร้าใส่ถุงหูหิ้วมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งจูงปลามาด้วย สะอาดไม่วายบ่น งานดีๆทำเป็นหยิ่งลาออก ก็เลยต้องมาลำบากทำขนมขาย เปี๊ยกกับปลาไม่สนใจเสียงบ่นของแม่ ช่วยกันร้องเรียกลูกค้าให้มาซื้อขนมตาล

เคราะห์กรรมยังตามมารังแกกวางไม่หยุดหย่อน ช้างกับโป่งตามมาท้วงหนี้ที่สะอาดยืมไปจ่ายค่าไฟฟ้าเมื่อวาน กวางงง ทิ้งเงินค่าไฟไว้ให้ทุกเดือนไม่ใช่หรือ เปี๊ยกฟ้องว่าแม่เอาไปเล่นไพ่หมด

“ไม่ต้องมาเถียงกันให้เสียเวลา จะจ่ายหรือไม่จ่าย” ช้างโวยลั่น

ก่อนที่กวางจะเสียทีให้พวกแก๊งทวงหนี้ สยมภูเข้ามาช่วยไว้ทัน จัดการทั้งคู่หมอบราบคาบ ปลาจำเขาได้ร้องบอกแม่ว่าคุณอาคนนี้คือคนที่ให้เงินเธอ กวางถึงกับอึ้ง สักพักคิงพาตำรวจตามเข้ามา สยมภูแจ้งตำรวจ จับช้างกับโป่งข้อหาใช้กำลังข่มขู่ลูกหนี้ กวางไม่อยากรับความช่วยเหลือจากเขาจึงบอกตำรวจว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน แล้วขอโทษที่ทำให้เสียเวลา สยมภูโกรธมากที่กวางทำให้เสียหน้า

“ผมคงเข้าใจผิดจริงๆล่ะครับคุณตำรวจ ไอ้ผมมันสันดานไม่ค่อยดี ชอบนึกว่าตัวเองเป็นฮีโร่อยู่เรื่อย แม้แต่หมาแมวโดนรังแกก็เสนอหน้าไปยุ่งกับเขาหมด”...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน กวางสั่งให้เอาเงินที่สยมภูให้มาคืน สะอาดไม่มีให้เพราะใช้ไปหมดแล้ว เธอโกรธมาก ประกาศลั่นต่อไปนี้ถ้าเจอกับสยมภูอีกห้ามรับเงิน หรือรับความช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น ถ้าไม่เชื่อฟังเธอจะไปจากที่นี่ ทุกคนกลัวกวางทิ้ง จำต้องทำตามที่เธอต้องการ...

ด้านเจินรู้ข่าวจากมานพว่ากวางยังหางานทำไม่ได้ อุตส่าห์ขี่มอเตอร์ไซค์เอาเงินมาให้ห้าร้อยบาท กวางขอร้องถ้ายังคิดจะเป็นเพื่อนกันต่อไปอย่าทำอย่างนี้อีก เธอถูกคนอื่นดูถูกมาพอแล้ว เจินไม่เคยคิดแบบนั้น แค่อยากช่วยเหลือจริงๆ แล้วแนะให้เธอขอความช่วยเหลือจากพี่วอ อย่างน้อยก็ส่งเงินมาให้ใช้บ้างก็ยังดี

“กวางไม่อยากให้พี่วอเป็นห่วง”

“โอ๊ยปวดกะบาลจริงๆ จะตายอยู่แล้วห่วงแต่คนอื่น แต่ฉันไม่เห็นคนอื่นมันเหลียวแลเธอเลย อีตารุ่นพี่ที่ทำเป็นห่วงเธอนักห่วงเธอหนาก็หายจ้อย”

กวางแก้ตัวให้อัครพลว่าไม่ใช่ความผิดของเขา เธอไปหลอกเขาเองว่าจะตามไปเรียนต่อกับเขา เขาคงโกรธเธอมาก เจินรู้มาว่าที่กวางทำไปแบบนั้นก็เพราะแม่ของอัครพลขอร้องไม่ใช่หรือ

ooooooo

อัครพลเรียนจบปริญญาโทวิศวกรโยธาที่อเมริกา และได้ทำงานในบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของที่นั่น แต่ด้วยความแค้นทำให้เขาตัดสินใจกลับเมืองไทยอาทิตย์หน้า เขายังจำเหตุการณ์เมื่อ 4 ปีกว่าที่ผ่านมาได้ดี

ตอนนั้นเขาทนอยู่ในอเมริกาต่อไปไหวเก็บกระเป๋าจะกลับเมืองไทย อยู่ๆแม่กับน้องและปิยะธิดาลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในห้องพัก พอจิตรารู้ว่าลูกชายจะกลับเมืองไทย ขอร้องให้อยู่เรียนให้จบก่อน

“ไหนแม่ว่ากวางจะตามผมมา ผมรอมาเกือบสองเดือนแล้ว ติดต่ออะไรเธอไม่ได้เลย”

“ยัยมล แกช่วยทำให้พี่ชายแกหายโง่ทีเถอะแม่ขี้เกียจจะพูด”

วิมลมานหยิบแท็บเล็ตออกมาเปิดคลิปของกวางให้อัครพลดู ซึ่งอัดไว้ก่อนที่เธอจะออกจากบ้านอิศรเสวี เป็นคลิปที่กวางขอยกเลิกสัญญาที่บอกว่าจะตามมาเรียนที่เมืองนอกกับเขา เพราะเธอเลือกจะไปอยู่กับสยมภูซึ่งรวยกว่า และบอกอัครพลว่าไม่ต้องรอเธอและไม่ต้องติดต่อเธออีก เธอไม่อยากทำให้สยมภูเข้าใจผิด เขากำมือแน่นด้วยความแค้น จิตราเข้ามาลูบหลังลูกชายทั้งที่เป็นคนวางแผนให้กวางอัดคลิปชิ้นนี้เอง

“คนรวยมันก็ได้ทุกอย่างที่อยากได้อย่างนี้แหละลูกเอ๊ย แม่ถึงสอนนักสอนหนาไงว่าเงินสำคัญที่สุด”...

การที่ถูกกวางทิ้งไปหาสยมภูทำให้อัครพลเสียใจมาก ใช้เหล้าเป็นเครื่องดับความกลัดกลุ้มจนเมาไม่ได้สติ ปิยะธิดาฉวยโอกาสนี้รวบหัวรวบหางพาเขาขึ้นเตียง...

ที่บ้านของอนันต์ในกรุงเทพฯ จิตรากำลังดูคลิปของกวางที่เคยให้อัครพลดูเมื่อกว่า 4 ปีมาแล้ว ยิ้มภูมิใจที่ตัวเองหัวใสให้กวางอัดคลิปนี้ไว้ ทำให้อัครพลเชื่อสนิทใจว่าเธอไปอยู่กับสยมภูจริงๆ วิมลมานไม่เข้าใจแม่จะเก็บคลิปนี้ไว้ทำไม ท่านแค่เผื่อเอาไว้ เกิดอัครพลโง่ขึ้นมาอีกจะได้เอาให้ดูเป็นเครื่องเตือนสติ

“แม่...ป่านนี้แล้วยัยดามันเอาอยู่ พี่พลไปไหนไม่รอดหรอก”...

สยมภูแวะไปคุยกับสโนไวท์ที่บ้านอิศรเสวี แต่กลับพบมันนอนหายใจรวยริน เขารีบพาไปหาสัตวแพทย์ แต่ช่วยอะไรไม่ได้เนื่องจากมันแก่มากแล้ว เขาเศร้ามากเพราะไม่รู้ว่าจะไปบ่นเรื่องของกวางให้ใครฟังอีก...

ตกดึกคืนเดียวกัน สยมภูเก็บเอาเรื่องของกวางไปฝันร้ายว่าเธอถูกโป่งกับช้างตามไปฉุดคร่าถึงบ้าน แถมเอาน้ำมันราดจุดไฟเผาบ้านอีกด้วย เขาร้องตะโกนลั่นว่าอย่า วันทนีย์ซึ่งนอนอยู่ข้างๆเขย่าแขนให้เขารู้สึกตัว สยมภูสะดุ้งตื่นเห็นเธอเป็นกวาง ดึงตัวมากอดไว้แน่นถามด้วยความเป็นห่วงว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม

“วันไม่เป็นไรค่ะ ภูฝันร้ายอีกแล้วเหรอคะ”

สยมภูชะงักเมื่อรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่กวาง มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป วันทนีย์แปลกใจเขาไม่ได้ฝันร้ายแบบนี้มานานแล้วทำไมถึงเกิดฝันขึ้นมาอีก เขาโกหกว่าคงจะเครียดเพราะงาน

ooooooo

บริษัทภักดีก่อสร้างซึ่งเป็นบริษัทลูกข่ายของสยมภูกรุ๊ปที่ไพบูลย์ดูแลอยู่ มีเจ้าหน้าที่ธุรการลาออกกะทันหันหนึ่งคน สยมภูรู้เข้าแอบสั่งให้ไพบูลย์ส่งจดหมายไปเรียกกวางมาสัมภาษณ์งาน

หญิงสาวมาตามนัดอย่างงงๆเพราะนึกไม่ออกว่าเคยมาเขียนใบสมัครที่นี่ แถมมาถึงไพบูลย์รับเข้าทำงานเลย เธอต้องทักท้วงเขายังไม่ได้สัมภาษณ์อะไรสักคำ

“ก็ดูโปรไฟล์หมดแล้ว แค่นี้เหลือเฟือ พรุ่งนี้ 8 โมงเช้าอย่าสาย”

“ขอบคุณค่ะ” กวางเดินออกจากบริษัทอย่างงุนงง ไพบูลย์รอจนเธอไปแล้ว รีบโทร.รายงานสยมภูว่ารับกวางเข้าทำงานเรียบร้อย ไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะดูแลเธออย่างดี สยมภูสั่งให้เขาดูแลเธอเหมือนพนักงานคนอื่น เธอเป็นแค่ลูกสาวของเพื่อนสมัยเรียนฝากให้มาทำงาน และห้ามเอ่ยชื่อตนให้เธอได้ยินเป็นอันขาด...

ด้านมานพเห็นโต้งเอาสายไฟซ่อนในถุงปูนเปล่าแล้วแอบเอาไปขายให้รถซาเล้งก็จ้องมองตาเป็นมัน

ooooooo





นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 18:05 น.