ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มรสุมสวาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครเข้มข้น “มรสุมสวาท” ได้ “เวียร์ ศุกลวัฒน์” ประกบ เปรี้ยว ทัศนียา”

ระวิวรรณนั่งรอโทรศัพท์จากวันทนีย์อย่างใจจดจ่อตั้งแต่เมื่อคืน ทันทีที่เพื่อนโทร.หา เธอถามอย่างร้อนใจว่าได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง วันทนีย์ถึงกับปล่อยโฮ

“ภูเขาเฉดหัวฉันออกจากบ้านแล้ว ฉันน่าจะเชื่อแก ฉันไม่น่าใจร้อนทำบุ่มบ่ามไปแบบนั้น ฉันจะอยู่ได้อย่างไร ฉันรักเขาอ่ะวิ ฉันปวดใจเหลือเกิน”

“แกอ่อนตามเขาไปก่อนอย่าเพิ่งทำอะไร ฉันจะลองไปแย็บๆถามเขาดูมันอาจไม่เลวร้ายอย่างที่แกคิดก็ได้” ระวิวรรณวางสายแล้วคว้ากระเป๋าถือเปิดประตูห้องพักออกไปแต่ต้องชะงักเมื่อเจอสยมภูยืนอยู่

“ผมมีเรื่องสำคัญต้องบอกคุณ” ว่าแล้วสยมภูเข้ามานั่งที่โซฟาโดยมีระวิวรรณตามมานั่งฝั่งตรงข้าม จาก นั้นเรื่องราวของวันทนีย์ก็พรั่งพรูออกจากปากของเขา ตั้งแต่แรกเจอกันยันถึงตอนที่เขาไล่เธอออกไปจากชีวิต สยมภูเห็นระวิวรรณนั่งนิ่งไม่หือไม่อือก็แปลกใจมาก เธอกลัวเขาจับได้ว่ารู้เรื่องนี้ก่อนหน้าแล้ว รีบกลบเกลื่อน

“ท่านประธานอยากเห็นวิลุกขึ้นมาทุบตีด่าทอท่านประธานหรือร้องไห้ฟูมฟายเหรอคะ วิเป็นแค่ลูกจ้าง วิจะกล้าทำอย่างนั้นได้ยังไง”

“วิ ผมไม่ได้เห็นคุณเป็นแค่ลูกจ้างแต่ผมเห็นคุณเป็นเพื่อน” สยมภูเดินไปโอบไหล่เธอไว้ ขอโทษที่โกหกเรื่องวันทนีย์ ระวิวรรณสวมบทแม่พระทันที เรื่องมันผ่านไปแล้ว โกรธเขาไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ที่สำคัญเธอเป็นลูกน้องจะตำหนิเจ้านายได้อย่างไร แต่ถ้าในฐานะเพื่อน หากเพื่อนอยู่ในความทุกข์ เธอก็จะคอยเป็นกำลังใจให้ เพราะทั้งเขาและวันทนีย์ต่างเป็นเพื่อนของเธอ

เธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้ สยมภูสารภาพว่าความจริงแล้ว เขาคิดจะปล่อยวันทนีย์ไปอยู่ตลอดเวลา แต่คงเป็นเพราะเขาเห็นแก่ตัวถึงยังเก็บเธอไว้

“แล้วตอนนี้คุณยอมปล่อยวันเพราะอะไร” ระวิวรรณ กลั้นใจถาม สยมภูแค่อยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอเดาออกทันทีว่าเขาเจอคนที่ใช่แล้ว เขายอมรับว่าเป็นอย่างที่เธอว่า

“คุณก็รู้นิสัยผม ถ้าไม่แน่ใจผมจะไม่ลุยเข้าดงหนามทั้งๆที่ตามองไม่เห็น เอาเป็นว่าขอเวลาอีกนิด แล้วผมจะบอกคุณเป็นคนแรก”...

ทางด้านกวางพยายามฝึกวาดรูปแต่ไม่มีสมาธิ วาดแล้วฉีกทิ้งอยู่อย่างนั้นหลายครั้ง แล้วแอบหยิบรูปสยมภูที่ตัวเองวาดเสร็จเรียบร้อยขึ้นมาดู พอนึกถึงคำพูดของวันทนีย์ที่ว่าเธอเป็นเมียของเขา ก็โกรธมากทำท่าจะฉีกรูปเขาทิ้ง แต่ตัดใจทำไม่ลง ได้แต่ปิดหน้าร้องไห้จนสาแก่ใจ ก็ปาดน้ำตาทิ้ง เดินเข้าตัวตึก เห็นแป้งเอาแต่เล่นแท็บเล็ต เข้าไปบอกให้เอาการบ้านมาทำ เธอจะสอนให้ เด็กน้อยไม่ยอมทำ อ้างว่าเบื่อ

“เด็กทุกคนก็เบื่อทั้งนั้นแต่เราต้องเรียน การเรียนจะทำให้เราฉลาดขึ้นจะได้ดูแลตัวเองไม่ให้ถูกใครหลอก”

แป้งถูกสะอาดปลูกฝังมาผิดๆว่าไม่ต้องเรียนหนังสือก็ได้ แค่หาแฟนรวยๆก็พอแล้ว กวางพยายามจะเปลี่ยนความคิดของแก แต่ไม่สำเร็จเพราะสะอาดคอยให้ท้าย แถมยังพูดพาดพิงว่ากวางเองก็กำลังตกเบ็ดสยมภูซึ่งร่ำรวยล้นฟ้าอยู่ไม่ใช่หรือ กวางพยายามอธิบายว่าเธอเข้าใจผิด แต่ไร้ประโยชน์

ooooooo

สยมภูถูกผีขยันเข้าสิงเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทตั้งแต่เช้ายันบ่ายไม่ได้หยุดพัก แผนกเลขานุการทำงานมือเป็นระวิงโดยเฉพาะอุษาหอบเอกสารปึกใหญ่วิ่งหน้าเริ่ดมาที่หน้าห้องประชุม ทะนงซึ่งรอท่าอยู่ต่อว่าว่าทำไมถึงชักช้านัก

“อยู่ๆก็เร่งประชุมขึ้นมา ใครจะไปเตรียมเอกสารทันล่ะคะ ทั้งแผนกแทบไม่ได้มีข้าวตกถึงท้องมาตั้งแต่เที่ยงแล้ว ท่านเกิดคึกอะไรขึ้นมาคะหัวหน้า” อุษาพูดไปหายใจหอบไปด้วย ทะนงส่งแฟ้มอีกปึกหนึ่งให้

“ไปซีรอกซ์มาเพิ่มอีก 50 ชุด ภายใน 5 นาที” สั่งเสร็จทะนงกลับเข้าห้องประชุม พวกแม่บ้านรีบเข็นรถเข็นใส่ข้าวกล่องกับกาแฟเข้ามาอย่างเร่งรีบ บอกให้อุษาหลบหน่อย แล้วเข็นรถเข้าไปในห้องประชุม

“วันนี้เป็นวันบ้างานแห่งชาติหรือไงเนี่ย” อุษาบ่นเสร็จหอบแฟ้มออกไป...

การประชุมยังคงดำเนินไปอย่างเคร่งเครียดจนเลยเวลาเลิกงานไปแล้ว อุษาหอบเอกสารวิ่งมาที่หน้าห้องประชุมอีกครั้งจนนับไม่ถ้วนว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ เหนื่อยจนแทบหมดแรงต้องพิงประตูห้องเอาไว้ ทันใดนั้นประตูห้องประชุมเปิดผลัวะ สยมภูเดินนำทะนงและผู้บริหารคนอื่นที่หน้าเหี่ยวหน้าแห้งไปตามๆกันออกมา อุษาดีใจถามท่านประธานว่าประชุมเสร็จแล้วหรือ เขาไม่ตอบ แต่สั่งให้เธอไปเตรียมหัวข้อที่ต้องประชุมของวันพรุ่งนี้

“มีกี่เรื่องเลื่อนขึ้นมาประชุมวันนี้ให้หมดเลยอีก 5 นาทีประชุมกันต่อ”

ไพบูลย์อ้อมแอ้มว่ามีนัดกับลูกๆ แต่พอเห็นสายตาของสยมภูก็รีบเปลี่ยนท่าทีว่าเพื่อบริษัทแล้ว เรื่องนัดลูกๆก็เลื่อนออกไปก่อนได้ จะประชุมโต้รุ่งก็ยังไหว สยมภูกวาดตามองไปยังทุกคน

“แล้วคนอื่นๆล่ะมีใครนัดเมียหลวง ต้องส่งส่วยเมียน้อยแล้วคอยวิ่งรับกิ๊กอีกไหม”

ทุกคนตอบอย่างพร้อมเพรียงกันว่าไม่มี ท่านประธานพยักหน้ารับรู้แล้วเดินออกไป อุษากระซิบถามทะนงว่าเอาจริงหรือ เขาเตือนเธอถ้าไม่อยากตกงานก็อย่ามาเสียเวลาถาม รีบไปทำตามที่ท่านประธานสั่ง...

กว่าจะประชุมเสร็จพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว อุษาและพนักงานของแผนกเลขานุการหอบแฟ้มกลับมาทิ้งตัวลงนั่งกันอย่างหมดเรี่ยวแรง คิงที่นั่งหลับอยู่ที่โซฟาผงกหัวขึ้นมาถามว่าประชุมเสร็จแล้วหรือ อุษายังไม่ทันจะตอบ สยมภูเดินเข้ามาพร้อมกับทะนง ทุกคนลุกพรวดขึ้นยืนรอฟังคำสั่ง

“ตกลงงานพรุ่งนี้เคลียร์หมดแล้วนะ ยังมีอะไรเหลือค้างที่ฉันต้องตัดสินใจอีกไหมทะนง”

“ไม่มีแล้วครับ”

“งั้นเจอกันมะรืนเลย ไม่ต้องตามตัว” สยมภูว่าแล้วเดินจากไป ทะนงจะตามแต่คิงขวางไว้ ในเมื่อหมดหน้าที่ของท่านเลขาฯแล้ว นายน้อยต้องการความเป็นส่วนตัว ฉะนั้นเขาไม่ต้องตาม ทะนงไม่สนกระแทกอกคิงให้พ้นทางแล้วจะเดินตาม คิงขยุ้มคอเสื้อเขาอย่างเอาเรื่อง เขาหาได้เกรงกลัวไม่ กระชากมือคิงออก

ooooooo

เจินแยกย้ายกลับบ้านหลังโรงเรียนติววาดรูปเลิกชั้นเรียน ส่วนกวางยืนรอรถมารับอยู่หน้าโรงเรียน เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งใส่แจ็กเกตสวมหมวกกันน็อกยืนพิงมอเตอร์ไซค์ คิดว่าเป็นสยมภู รีบถอยเข้าไปหลบในตัวอาคารเรียน แล้วคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาเกม คนขับรถเร่งให้รีบมารับ

“รถไม่ขยับเลยเหรอคะ...ค่ะ มาถึงแล้วโทร.เข้ามานะคะ กวางรออยู่ข้างใน” เด็กสาววางสายแล้วชะโงกหน้าไปดู ยังเห็นคนที่เหมือนสยมภูนั่งรออยู่ที่มอเตอร์ไซค์ ด้วยความที่ไม่อยากเจอหน้าผู้ชายคนนั้น พออัครพลโทร.มาหา เธอขอร้องให้ช่วยมารับ เขาคว้ากุญแจรถยังไม่ทันจะก้าวออกจากบ้าน จิตราร้องเรียกเสียก่อน

“ตาพล...แม่จะพาหนูดาไปดูที่ ลูกช่วยขับรถให้แม่ทีนะ”

อัครพลพยายามบ่ายเบี่ยงแต่ไม่สำเร็จ ถูกทั้งแม่และน้องสาวคล้องแขนคนละข้าง กึ่งลากกึ่งจูงไปขึ้นรถ

ไม่นานนัก อัครพลพาแม่ น้องสาวและปิยะธิดามาถึงที่ดินว่างเปล่าแปลงหนึ่ง แดดแรงมาก จิตรายื่นร่มให้ลูกชายช่วยดูให้ทีทำไมถึงกางไม่ได้ ปิยะธิดาลืมของไว้ในรถ ขอตัวไปหยิบ เป็นจังหวะเดียวกับกวางโทร.มาตามอัครพล แต่เขาลืมมือถือไว้ในรถ ปิยะธิดาอยากเอาใจเขาคว้ามือถือจะเอาไปให้ แต่พอเห็นชื่อกวางโชว์หราอยู่หน้าจอ รีบกดวางสาย มองไปทางอัครพลเห็น กำลังง่วนอยู่กับการกางร่มให้จิตรา เธอมองซ้ายมองขวา เจอแอ่งน้ำเล็กๆใกล้รถ เอามือถือของอัครพลไปหย่อนลงน้ำหน้าตาเฉย...

กวางเซ็งมากที่คนขับรถยังไม่มารับ ส่วนมือถืออัครพลก็สัญญาณหายไปดื้อๆ แถมตัวอาคารเรียนกำลังจะปิด เธอชะโงกไปดูข้างนอกอีกครั้งไม่เห็นคนที่เหมือนสยมภูอยู่ตรงนั้นแล้วตัดสินใจเดินไปที่ป้ายรถเมล์ซึ่งอยู่ห่างออกมา วิ่งขึ้นรถเมล์คันที่แล่นผ่านถนนหน้าปากซอยบ้าน ทันใดนั้น สยมภูขับรถปาดหน้ารถเมล์คันที่กวางนั่งจนคนขับต้องเบรกหัวเกือบทิ่ม แล้วเดินขึ้นมาบนรถเมล์

“ขอโทษนะครับทุกคน คือผมเป็นผู้ปกครองของเด็กคนนี้ ไม่ไหวครับใจแตกชอบหนีเที่ยว เลยต้องมาตาม กลับบ้าน” สยมภูว่าแล้วคว้ามือกวาง “เราน่ะรู้ไหมทำพ่อแม่เป็นห่วงมากแค่ไหน”

ชายหนุ่มไม่เปิดโอกาสให้เธอโวยวายรีบลากลงจากรถเมล์มาที่รถตัวเอง เธอดึงมือเขาออกต่อว่าที่ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน เธอจะไม่ไปไหนกับเขาเพราะพี่พลกำลังจะมารับ สยมภูขู่ ถ้าไม่ยอมไปกับเขา จะจอดรถขวางถนนอยู่อย่างนี้ อยากให้คนอื่นเดือดร้อนก็ตามใจ รถเมล์บีบแตรไล่ ทำให้กวางจำต้องขึ้นรถไปกับเขา

ooooooo

จากนั้นไม่นาน สยมภูขับรถเข้ามาจอดหน้าตึกไทยอาร์ตแกลเลอรี่ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นบ้านศิลปะครูเอื้อง คิงยืนรออยู่ที่รถอีกคันหนึ่งกับม่วงรีบวิ่งมารายงานว่าบอกครูเอื้องแล้วว่าเขาจะมา

“ผมเห็นแล้วงงเลยนะเนี่ย นึกว่านายน้อยจะยึดที่ไว้สร้างศูนย์การค้า ไหงกลายมาเป็นบ้านศิลปะไปได้ แล้วนายน้อยแอบมาทำตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

“กลับไปเฝ้าด้านหน้าไว้ ถ้าไม่เรียกไม่ต้องมา” สยมภูสั่งเสียงเข้ม คิงก้มหน้างุดออกไป

“กวางก็อยากถามคุณเหมือนที่พี่คิงถามนั่นแหละค่ะ”

“ฉันเห็นเธอเที่ยววิ่งวุ่นขอเงินบริจาคไปทั่วเพราะอยากจะรักษาที่นี่ไว้ไม่ใช่เหรอ คนมีเงินล้นฟ้า จิตใจกว้างเป็นแม่น้ำอย่างฉันก็เลยรู้สึกเวทนา สงสัยอะไรอีกไหม”

เธอส่ายหน้า จังหวะนั้นครูเอื้องวิ่งออกมาต้อนรับแล้วพาไปที่ห้องเรียนวาดรูป เห็นเด็กๆนั่งวาดรูปกันอยู่ที่โต๊ะเตี้ยๆโดยมีครูคอยเดินดู ครูเอื้องชมสยมภูไม่หยุดปาก ถ้าไม่ได้ความกรุณาจากเขาที่มอบสถานที่นี้ให้เป็น บ้านของเด็กๆพวกนี้ แถมยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจ้างครูศิลปะมาสอน เด็กๆคงไม่มีความสุขแบบนี้

กวางมองสยมภูด้วยความประทับใจ ก่อนจะขอเข้าไปเรียนวาดรูปกับพวกเด็กๆ แล้วชวนเขาเข้าไปเรียนด้วยกัน สยมภูมีพื้นฐานการวาดรูปอยู่พอสมควรเพราะแม่เคยสอน แต่แกล้งวาดไม่เป็น จับพู่กันเงอะๆงะๆ กวางหลงเชื่อ ช่วยสอนวาดรูปสีน้ำเบื้องต้นให้ พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของสยมภู

ตอนนั้นเขายังเป็นวัยรุ่นและชอบวาดรูปมากถึงขนาดเอาไปวาดที่โรงเรียนระหว่างพัก เขาวาดรูปกอบกุลจากความทรงจำของตัวเองออกมาได้สวยงามและเหมือนตัวจริงมากจนอดยิ้มเยาะตัวเองไม่ได้
“น่าขำ ยิ่งผมอยากลืมแม่มากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งจำแม่ได้มากขึ้นเท่านั้น”

ทันใดนั้น พวกรุ่นพี่นักเรียนนักเลงสามคน ปัดรูปในมือสยมภูตกพื้นแล้วกระทืบซ้ำ เขาโกรธมาก ไล่เตะต่อยพวกนั้นสะบักสะบอมไปตามๆกัน เขาถูกตำรวจจับไปโรงพัก โชคดีที่ภักดีรู้จักกับสารวัตร ถึงได้ยอมปล่อยให้เขากลับบ้านได้โดยไม่มีประวัติติดตัว สยมภูขอโทษพ่อที่ทำให้ต้องเดือดร้อน ท่านกลับชมว่าทำดีมาก

“สามต่อหนึ่งได้แผลมาแค่นี้นับว่าเจ๋งแล้ว ค่อยสมกับเป็นลูกหัวหน้าแก๊งโพธิ์ดำหน่อย”

“พ่อไม่ต้องมาเยินยอผมหรอก ถึงยังไงผมก็ไม่ยอมเป็นอย่างที่พ่ออยากให้เป็น” สยมภูขยับจะเข้าบ้าน มีเสียงปืนดังขึ้นเสียก่อน กระสุนเฉียดภักดีหวุดหวิด เขาเห็นมอเตอร์ไซค์ซิ่งผ่านหน้าบ้าน ลืมตัวคว้าปืนจากเอวพ่อ วิ่งไล่คนร้ายพร้อมกับสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง แต่พลาดเป้า คิงที่วิ่งตามมาคุ้มครองถึงกับออกปากชมว่าเจ๋งมาก ภักดีตามมาดึงปืนคืนจากมือลูกชายแล้วตบไหล่

“แกมันมีเลือดพ่ออยู่เต็มตัว เลิกหลอกตัวเองว่าอยากเป็นอาร์ติสต์ไส้แห้งได้แล้ว โลกนี้ไม่มีที่สำหรับคนอ่อนแอ ถ้าแกไม่อยากถูกคนอื่นเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้า แกต้องชิงกระทืบมันก่อน”...

กวางมองรูปวิวที่สยมภูวาดเห็นท้องฟ้าดำทะมึนน่ากลัวแต่สวยแปลกตา ร้องทักไหนว่าวาดรูปไม่เป็น เขาคุยโม้คนมีพรสวรรค์แค่เขี่ยๆสองสามทีก็ได้รูปสวยๆแล้ว จากนั้นเขาเอารูปที่วาดมาพับเป็นเรือยื่นให้กวาง

“เธอเคยพูดว่าครอบครัวเธอเหมือนเรือไม่ใช่เหรอ ถ้าคิดจะพายเรือให้คนในครอบครัวนั่ง เธอก็ต้องมีเรือที่แข็งแรงก่อน” คำพูดของสยมภูยิ่งทำให้กวางประทับใจในตัวเขามากขึ้น

ooooooo

อัครพลเซ็งจัดที่แม่ใช้ให้ขับรถตระเวนไปดูที่ดินทั่วเมือง แถมมือถือของเขาก็อันตรธานไปไหนไม่รู้ ป่านนี้น้องกวางรอเขาแย่แล้ว ครั้นจะยืมมือถือของวิมลมานก็ดันแบตฯหมด จะขอยืมของแม่โทร. ท่านก็รีบตัดบทสั่งให้เขาไปซื้อของเป็นเพื่อนปิยะธิดาให้ก่อน เธอเห็นอัครพลอึกอัก รีบสวมบทนางเอก

“ถ้าพี่พลไม่สะดวก น้องดาไปแท็กซี่เองก็ได้ค่ะคุณแม่”

จิตราไม่ยอมให้ปิยะธิดาไปคนเดียวสั่งให้อัครพลพาไป ส่วนท่านกับวิมลมานจะนั่งแท็กซี่กลับเอง...

เสร็จจากชมบ้านศิลปะครูเอื้อง สยมภูพากวางไปเดินเที่ยวตลาดแบกับดินซึ่งสองข้างทางมีสินค้าสารพัดชนิดวางขาย เขาเดินนำโดยไม่รอพอหันไปมองอีกทีเห็นกวางเดินตัวลีบเพราะไม่คุ้นเคยกับคนเยอะๆ เขาเดินกลับมาจะจูงมือเธอเพื่อให้เดินเร็วขึ้น แต่เธอไม่ยอมให้จูง เขาจึงผายมือให้เธอเดินนำ

เวลาที่กวางถูกผู้คนเบียดสยมภูจะคอยเอาตัวกันให้ เธอรู้สึกอุ่นใจเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆโดยมีสองลูกน้องคู่ใจตามคุ้มกันอยู่ห่างๆ ม่วงเห็นนายน้อยคอยส่งตาหวานให้กวางตลอดเวลา บอกคิงว่าสงสัยคนนี้จะเอาจริงแต่อดเป็นห่วงแทนไม่ได้ไม่รู้ว่าเธออายุถึง 18 ปีหรือยัง ถ้าไม่ถึงอาจโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ได้ คิงดีดหูเขาหนึ่งที

“ไอ้เวรนี่ พูดแต่ละอย่างไม่ได้เข้าหู นายน้อยเป็นคนรอบคอบไม่เคยทำอะไรมั่วๆหรอกเว้ย ถ้านายน้อยว่าดีก็ต้องดี ข้าน่ะอยากเห็นนายน้อยมีความสุขมานานแล้ว” คิงพูดพลางน้ำตาซึม หันไปมองทางนายน้อยอีกทีเห็นหายไปทั้งคู่ก็ตาหูเหลือกวิ่งตาม

สยมภูไม่ได้หนีไปไหน พากวางไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านโปรดของเขา เฮียเจ้าของร้านเข้ามาทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง แถมหยอกล้อที่เขาพาสาวๆมากินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้แต่ละครั้งไม่เคยซ้ำหน้า...

กว่าอัครพลจะสลัดปิยะธิดาหลุด โรงเรียนกวดวิชาที่กวางเรียนก็ปิดไปแล้ว เขาถึงกับบ่นอย่างหัวเสียไม่รู้ยัยปลิงตัวแสบจะตามติดอะไรกันนักหนา...

ฝ่ายกวางกินอะไรไม่ลงเพราะยังคาใจเรื่องวันทนีย์ สยมภูเดาใจเธอออกตัดสินใจเล่าความเป็นมาเป็นไปที่ทำให้เขาต้องรับวันทนีย์มาอยู่ในความคุ้มครอง รวมทั้งสาเหตุที่ต้องเล่นบทคนใจดำไล่เธอออกจากชีวิต กวางเข้าใจและไม่ถือโทษโกรธอะไรเขาอีก...

ขณะที่กวางกับสยมภูปรับความเข้าใจกันได้

ระวิวรรณยุวันทนีย์ซึ่งกำลังเมาได้ที่ว่าอย่าเพิ่งยอมแพ้เด็กเมื่อวานซืน เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี ที่ผ่านมาเธอทำทุกอย่าง แม้กระทั่งทำร้ายตัวเองแล้วหลอกสยมภูว่าเป็นฝีมือของแฟนเก่าเพื่อให้เขาเห็นใจและสงสาร ระวิวรรณแค้นเพื่อนมากที่ใช้วิธีสกปรกแต่ต้องข่มอารมณ์เอาไว้

“แกกล้ามาก แกก็รู้ว่าภูเกลียดคนโกหกที่สุด”

“ถ้าแกรักใครสักคนมากๆแกก็จะทำอย่างฉัน...

วิแกช่วยฉันด้วยนะ ฉันขาดภูไม่ได้ ฉันรักเขา” วันทนีย์ร้องไห้ฟูมฟาย ระวิวรรณต้องปลอบให้ใจเย็นๆ เพื่อนต้องช่วยเพื่อนอยู่แล้ว

ooooooo

หลังจากพาไปกินตังเมโบราณ สยมภูชวนกวางไปที่ร้านขายหนอนทอดหน้าตลาด คะยั้นคะยอให้เธอลองชิม เธอไม่ยอมแตะ อ้างพ่อสั่งไม่ให้ซื้อของกินข้างถนนเพราะมีแต่ขี้ฝุ่น เขาอยากให้เธอหัดทำอะไรที่แตกต่างจากพ่อแม่สั่งบ้าง เผื่อจะรู้จักโลกมากขึ้น กวางเถียงตอนนี้ยังไม่โตพอจะทำอย่างนั้น

“แล้วถ้าวันหนึ่งพ่อแม่ไม่อยู่หรือเงินทองหมดไป เธอจะมีชีวิตอยู่รอดด้วยตัวเองได้ยังไง”

กวางเข้าใจสิ่งที่สยมภูพูดหยิบหนอนทอดขึ้นมากิน รสชาติอร่อยมากถึงกับออกปากรู้อย่างนี้ซื้อกินนานแล้ว สยมภูเห็นเธอเอร็ดอร่อยกับของกิน นึกสนุกขึ้นมา แกล้งมองข้ามไหล่เธอไปแล้วทำเป็นตกใจ

“หนีเร็ว” ขาดคำสยมภูคว้ามือกวางวิ่งหนี เด็กสาวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็วิ่งไปกับเขา

คิงกับม่วงพลอยตกใจไปด้วย รีบวิ่งตาม กว่ากวางจะรู้ว่าเป็นแค่เรื่องล้อเล่น วิ่งหนีจนเหนื่อยลิ้นแทบห้อยถึงพื้น เธอโกรธที่ถูกแกล้งไล่ตีสยมภูจะเอาคืน เขาเบี่ยงตัวหลบไปมา ทำให้เธอตีไม่ถูกสักที สุดท้ายเขารวบมือเธอไว้แล้วดึงเข้ามาชิดตัว สองคนสบตากันนิ่งงันเหมือนต้องมนต์สะกด พอได้สติเธอรีบหลบสายตา สยมภูยิ้มชอบใจ แล้วจูงมือเธอเดินไปด้วยกัน ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้นานาพันธุ์

เดินเล่นได้สักพัก สยมภูได้ยินเสียงเหมือนคนกดชัตเตอร์ บอกกวางที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรด้วยให้ยืนนิ่งๆอยู่ตรงนี้ก่อน แล้ววิ่งลัดเลาะไปยังพุ่มไม้เป้าหมาย สมุนของโอภาสที่แอบตามเก็บภาพของทั้งคู่ เห็นเขาตรงมาทางตัวเอง หันหลังจะวิ่งหนี แต่เขาไวกว่ากระชากคอเสื้อไว้ได้ สมุนหันมาเหวี่ยงหมัดใส่ สยมภูหลบทันแล้วต่อยสวนหน้าหงาย คิงกับม่วงเข้ามาล็อกตัวสมุนไว้ สอบสวนว่าเป็นใครมาจากไหน เขาไม่ยอมตอบคำถาม ก็เลยถูกรุมต่อย กวางไม่ชอบความรุนแรงเข้าไปผลักคิงกับม่วงออกห่างขอร้องอย่าทำร้ายเขา

“ผมเป็นปาปาราซซี่ แค่อยากได้รูปไปลงหนังสือเท่านั้น พวกนี้ไม่ถามไถ่ก็ซัดเอาๆ” สมุนโอดครวญ

กวางแนะให้ยึดกล้องไว้ แค่ตักเตือนก็น่าจะพอแล้ว ไม่เห็นต้องลงไม้ลงมือกัน สยมภูเอากล้องของสมุนปาทิ้งน้ำแล้วไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า ก่อนจะหันไปพูดกับเธออย่างมีอารมณ์ว่าพอใจหรือยัง

“กวางเป็นห่วงคุณค่ะ กวางไม่อยากเห็นคุณต่อสู้กับใคร กวางกลัวคุณเจ็บ ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะนะคะ”

สยมภูเห็นรอยยิ้มที่มีแต่ความจริงใจของเธอ ความไม่พอใจมลายไปสิ้น ยื่นมือไปให้เธอจับ จะได้คอยดึงไม่ให้เขาไปไล่เตะใครอีก เธอยิ้มขำก่อนจะวางมือบนมือของเขา จากนั้นเดินเคียงไปด้วยกัน โดยไม่ล่วงรู้เลยว่า นักสืบของระวิวรรณกำลังถ่ายคลิปสวีตหวานของทั้งคู่เอาไว้...

ในเวลาต่อมา ระวิวรรณต้องการได้ทะนงมาเป็นพวก จึงเอาคลิปสยมภูเดินจูงมือกวางมาเปิดให้ดู พร้อมกับเป่าหูว่าเด็กสาวคนนี้พยายามจะปอกลอกท่านประธาน ทะนงไม่เชื่อเพราะคนอย่างสยมภูไม่ใช่คนที่ผู้หญิงจะหลอกได้ง่ายๆ และที่สำคัญเธอยังอายุน้อยจะกล้าหลอกเขาได้อย่างไร

“ถ้าทำกันเป็นขบวนการล่ะ พ่อเขาแฟนเขาอาจเป็นคนวางแผนให้ก็ได้ ไม่รู้ล่ะ ฉันไม่ไว้ใจคนพวกนี้เลย”

ทะนงคิดคล้อยตาม รับปากถ้ามีอะไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้จะรีบรายงานเธอทันที...

แม้กล้องถ่ายรูปจะถูกสยมภูโยนทิ้งน้ำ แต่สมุนของโอภาสแอบถอดเมมโมรี่การ์ดเก็บไว้ทำให้โอภาสกับหมึกได้เห็นคลิปหวานของสยมภูกับกวาง หมึกจำเธอได้ว่าเป็นลูกสาวของบุรุษ โอภาสสั่งการทันที

“งั้นก็เริ่มอ่อยเหยื่อตามแผนได้เลย”...

ค่ำวันเดียวกัน กวางนั่งมองเรือกระดาษที่สยมภูพับให้อย่างมีความสุข รอวันที่จะได้เจอกับเขาอีกในวันหมั้น ของพี่สาวที่กำลังจะมีขึ้น วรเทวีเห็นน้องสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวกระเซ้าว่าฝันถึงเจ้าชายอยู่หรือ ใช่คนที่มาส่ง ตอนเย็นหรือเปล่า แกล้งแหย่ว่าไปไหนกันมา ถ้าไม่บอกจะไปฟ้องพ่อ แล้วขยับจะไป

“อย่านะคะ คือพี่เกมไปช้ามาก กวางเจอกับคุณสยมภูที่หน้าโรงเรียนกวดวิชาพอดี เขาก็เลยอาสามาส่ง”

“บังเอิญเนอะ...ตกลงเขาจีบเธอใช่ไหม บอกพี่มาซะดีๆ”

กวางพยักหน้ารับคำ วรเทวีดีใจไปกับน้องด้วยเพราะสยมภูเพอร์เฟกต์ทุกอย่าง อย่าปล่อยให้เขาหลุดมือเด็ดขาด กวางยังเป็นกังวลที่เขาเคยมีผู้หญิงมาพัวพันหลายคน วรเทวีกลับเห็นว่าถ้าเขาไม่เคยมีสาวมาพัวพันคงจะประหลาดน่าดู ในเมื่อกวางเป็นคนที่เขาเลือกและที่สำคัญตอนนี้เขามีแค่เธอคนเดียวก็ไม่มีอะไรต้องกังวล

ooooooo

บุรุษถูกคนของโอภาสในคราบเซลส์เอาเครื่องจักรใช้งานไม่ได้มาหลอกขาย เขารู้ไม่เท่าทันยอมเซ็นเช็คให้ อมรกระซิบเตือนว่าเครื่องจักรพวกนี้เป็นของมือสอง มีหลายเจ้าที่เสนอราคามาให้ทางเราถึงจะแพงกว่าแต่ก็เป็นของใหม่

“ฉันไปดูเครื่องจักรเขาแล้ว มันยังใช้งานได้ดีที่สำคัญเขายกมาติดตั้งให้เลย แต่ของที่อื่นต้องรอกันอีกเป็นเดือน เราต้องจ่ายค่าปรับให้ลูกค้าเป็นรายวันนะอมร อย่าลืมสิ...พรุ่งนี้คุณไปสแตนด์บายอยู่ที่โรงงานนะ ฉันต้องอยู่ร่วมพิธีหมั้นของลูกสาว แล้วช่วงบ่ายฉันจะรีบตามไป”

“ครับท่าน” อมรมองตามบุรุษที่เดินจากไปด้วยสีหน้าเป็นกังวล...

ทางด้านระวิวรรณอดแปลกใจไม่ได้ที่สยมภูสั่งให้เอาชุดสูทและเสื้อเชิ้ตผู้ชายหลายชุดมาให้ที่บ้าน แถมยังวานให้เธอช่วยแต่งตัวให้คิง ม่วงและเหล่าลูกน้องของเขาให้ดูเป็นผู้เป็นคนด้วย คิงงงจะแปลงโฉมไปไหน

“พรุ่งนี้ไปงานหมั้นลูกสาวคุณบุรุษ ฉันต้องเห็นพวกแกแต่งตัวดูดีมีราคา ปืนผาหน้าไม้ห้ามพกไป ฝากด้วยนะวิ จัดการไอ้กะโหลกกะลาพวกนี้ที” สยมภูว่าแล้วผละจากไป ระวิวรรณเจ็บปวดใจมากเมื่อรู้ว่าเขาทำเพื่อเด็กสาวคนนั้น ทนอยู่ต่อไปไม่ไหวจ้ำพรวดกลับไปที่รถตัวเอง ทะนงรีบตามมาปลอบให้ใจเย็นๆก่อน

“ที่ผ่านมาเราพยายามเปลี่ยนท่านประธานแทบตาย ต้องบังคับขู่เข็ญกันขนาดไหน ท่านถึงจะยอมใส่สูทสักตัวหนึ่ง คุณก็รู้ดี แต่ท่านเพิ่งรู้จักเด็กคนนั้นแท้ๆ ท่านลุกขึ้นมาปฏิวัติลูกน้องเอาใจเด็กนั่นแล้วยังใช้

ให้ฉันเป็นคนทำ” ระวิวรรณแทบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ รีบเปิดประตูจะขึ้นรถ

“แล้วคุณวิจะยอมให้เป็นแบบนี้หรือครับ” คำพูดเตือนสติของทะนงได้ผล ระวิวรรณเปลี่ยนใจไม่กลับบ้าน ยอมทำตามที่สยมภูต้องการ

ooooooo

ขณะบุรุษรอต้อนรับแขกอยู่หน้างานหมั้นของลูกสาว อมรโทร.มาแจ้งข่าวร้ายว่าเครื่องจักรที่ส่งมา ติดตั้งใช้งานไม่ได้แม้แต่เครื่องเดียว เขาพยายามติดต่อเซลส์ที่ขายเครื่องจักรให้เรา ปรากฏว่าปิดมือถือหนีไปแล้ว และที่ย่ำแย่ที่สุดก็คือพวก รปภ.กับคนงานที่เราค้างค่าจ้าง ขู่ถ้าไม่ได้เงินภายในวันนี้จะบุกบ้านอิศรเสวี

“บ้าที่สุด วันนี้บ้านฉันมีงานหมั้นจะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นั้นไม่ได้นะ คุณต้องหาวิธีช่วยฉัน ทำยังไงก็ได้ถ่วงเวลาให้ผ่านวันนี้ไปก่อน”

“งั้นก็มีอยู่วิธีเดียวนะครับ มันเสี่ยงมากแต่เราไม่มีทางเลือก”

บุรุษไม่สนจะเสี่ยงแค่ไหนก็ต้องทำ เตือนอมรว่าเขาเองก็มีหุ้นในบริษัทนี้ด้วย ถ้าตนเจ๊งเขาก็เจ๊งด้วย...

วรเทวีไม่ต้องการให้สะอาดมาเสนอหน้าอยู่ในงานหมั้นของตนเอง สั่งให้อิ๋วกับแตงหลอกล่อเอาเธอไปขังไว้ในห้องครัวด้านหลัง เธอพยายามขอร้องให้ปล่อยเธอไปแต่ไร้ผล...

อีกมุมหนึ่งหน้างาน สยมภูในชุดสูทดูภูมิฐานเดินเข้ามากับระวิวรรณและทะนง โดยมีคิง ม่วงกับลูกน้องใส่สูทผูกเนกไทเช่นกันเดินตามประกบ คิงไม่เคยใส่ชุดแบบนี้มาก่อน เกายิกๆไม่หยุด ทะนงต้องเตือนให้ทำตัวดีๆหน่อย เขาบ่นร้อนจะตายยังให้ใส่สูทอีก ที่นี่ไม่ใช่ขั้วโลกเหนือสักหน่อย

“ถ้าอยากเปลี่ยนเดี๋ยวจะบอกท่านประธานให้”

“อย่านะโว้ย ได้ทีขี่แพะไล่ ฝากไว้ก่อน” คิงจ้องหน้าทะนงด้วยความแค้น...

สยมภูกับพวกเข้าไปไหว้ทักทายบุรุษ เพื่อนๆของวรเทวีที่ยืนอยู่กับเขาพากันกรี๊ดกร๊าดที่ได้เจอมาเฟียคอนกรีตตัวเป็นๆ ถามแบบหน้าไม่มียางอายว่ามีแฟนหรือยัง สยมภูตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่ากำลังจะมี สาวๆ

พากันผิดหวัง ขณะที่ระวิวรรณอดใจหายไม่ได้ บุรุษกระเซ้าผู้หญิงโชคดีคนนั้นเป็นใครทำไมตนไม่ยักรู้

“เร็วๆนี้ผมจะเรียนให้ท่านทราบอย่างแน่นอน วันนี้ผมพาลูกน้องมาช่วยงานหลายคน ท่านจะสั่งให้ทำอะไรบ้าง ก็สั่งผ่านมาทางคุณวิ ที่ปรึกษาของผมได้เลยนะครับ”...

อีกมุมหนึ่งของงานหมั้น มานพเห็นกวางกำลังวุ่นวายกับการแบ่งขนมใส่จานเล็กๆให้แป้งกับเปี๊ยก คิดจะหลบหน้า แต่เธอหันมาเห็นเสียก่อนถามว่าจะไปไหน คุณพ่อให้อยู่ร่วมงานทุกคน เขาเถียงว่าไม่เป็นความจริง วรเทวีสั่งไม่ให้เขามาเสนอหน้า แล้วเดินหนี กวางรีบเดินตาม แต่ต้องชะงักเมื่อเจอสยมภูเดินสวนเข้ามากับ ระวิวรรณ แล้วแนะนำให้สองสาวรู้จักกัน และบอกว่าระวิวรรณจะมาช่วยงานด้วย กวางยิ้มให้อย่างมีไมตรี

“งานส่วนอื่นๆคงไม่มีอะไรเพราะออกาไนซ์เขาดูแลอยู่ จะมีก็แต่งานต้อนรับแขกแล้วก็เสิร์ฟของว่างค่ะ”

“ถ้างั้นก็ง่ายเลย เดี๋ยวพี่จะจ่ายงานให้เอง”

จังหวะนั้น อัครพลเข้ามาหากวาง อาสาจะช่วยงานอีกแรงหนึ่ง เธอไม่อยากรบกวน แค่เขาให้เกียรติมาในงานเธอก็ดีใจแล้ว สยมภูหมั่นไส้ต้องการจะแกล้งอัครพล หันไปทางคิงกับพวก

“เอ้า ยืนกันอยู่ทำไมส่งของว่างให้คุณอัครพลเขาสิ แล้วพวกที่เหลือนี่ไม่ต้องมาอยู่กันเยอะแยะ ออกไปต้อนรับแขกข้างนอกโน่น ในนี้ปล่อยให้คุณอัครพลกับไอ้คิงสองคนพอ” สยมภูว่าแล้วขยิบตาให้คิงอย่างรู้กัน คิง รีบยัดถาดวางขนมใส่มืออัครพลให้เอาไปเสิร์ฟให้แขกที่นั่งอยู่ด้านโน้น เพื่อดึงให้อยู่ห่างๆกวาง

ooooooo

ขณะที่คิงกลั่นแกล้งอัครพลให้ช่วยเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟขนมจนหัวหมุนอยู่ในงานเลี้ยง สยมภูออกมาเดินเล่นกับกวางที่สวนสวยหลังบ้าน เธอชมเขาว่าแต่งตัวแบบนี้ดูดีไม่เหมือนทุกวันที่เคยเจอ เขาเองก็ชมว่าเธอสวยเช่นกัน กวางขอบคุณสำหรับคำชม เขาแกล้งบอกว่าไม่ได้ชมคนแต่ชมชุด เธอค้อนขวับ เดินหนี

“นี่ยัยนักเรียน เดินงอนขาขวิดกันอย่างนั้นระวังหัวทิ่มเป็ดอีกนะ” พูดไม่ทันขาดคำ กวางสะดุดส้นสูงพลิก ทรุดลงไปนั่งแปะกับพื้น แถมหัวโขกต้นไม้อีกต่างหาก สยมภูตกใจรีบอุ้มเธอไปนั่งบนแคร่ใต้ต้นไม้ ถอดรองเท้าเธอออกแล้วเอาเท้าวางบนตักตัวเองพลิกดูว่ามีแผลตรงไหนหรือเปล่า จากนั้นบีบไล่ไปตามข้อเท้าเผื่อจะช้ำข้างใน กวางรู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าแล่นจากมือเขามาที่หัวใจตัวเอง ก่อนจะพูดเหมือนเพ้อว่า

“ใครบอกว่าเสือเจ้าป่าน่ากลัวคอยจ้องแต่จะจับกวางกิน กวางไม่เชื่อหรอก เสือที่กวางเจอใจดีอ่อนโยนแล้วก็คอยปกป้องกวางตัวน้อยจากอันตรายในป่า คงมีเสือแบบนี้ตัวเดียวในโลก”

“แล้วเสือตัวที่เธอเจอบอกหรือเปล่าว่าตาของกวาง ตัวนั้นสวยแค่ไหน สวยจนเสือร้ายกลายเป็นเสือเชื่องๆ ตาคู่นั้นดึงดูดให้เสือเยื้องย่างเข้าหา อยากเข้าไปกอด อยากเข้าไป...” สยมภูว่าแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้เหมือนจะ จูบปาก แต่แล้วเปลี่ยนไปหอมแก้มแทน กวางใจเต้น โครมคราม กลัวจะเผลอใจไปมากกว่านี้ รีบหยิบรองเท้ามาสวม ชวนเขากลับเข้าข้างใน เขาเห็นเธอใส่รองเท้ามือไม้สั่น ก็เลยช่วยใส่ให้...

ทางด้านอัครพลชิ่งหนีคิงสำเร็จ ออกมาชะเง้อหากวางแต่ไม่เจอ ระวิวรรณตามมาด้านหลัง หวังจะใช้เขาเป็นเครื่องมือป่วนความรักของสยมภูกับกวาง จึงเล่าเรื่องที่บุรุษเป็นหนี้สยมภูหลายร้อยล้านบาทให้ฟัง และยังเล่าอีกว่าที่เจ้านายของเธอยอมช่วยเหลือบุรุษ

ก็เพราะต้องการบ้านหลังนี้ อัครพลร้อนใจมากจะไปเตือนกวางเรื่องนี้ แต่ขบวนขันหมากของฝ่ายเจ้าบ่าวเดินทางมาถึงเสียก่อน

ooooooo

ระหว่างพิธีหมั้นของวรเทวีกับทศพร อัครพลคอยมองมาทางกวางตลอด แต่ไม่มีโอกาสเข้าไปใกล้เพราะคิงกับม่วงยืนประกบอยู่ พิธีหมั้นผ่านไปได้ด้วยดี ท่ามกลางความปลาบปลื้มของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ระวิวรรณเข้าไปกระซิบบางอย่างกับสยมภู แล้วเดินนำเขาออกไป อัครพลเห็นกวางยืนอยู่คนเดียว รีบเข้าไปหา

“น้องกวาง พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”

ระวิวรรณพาสยมภูมาพบกับนักธุรกิจคนหนึ่งเพื่อคุยเรื่องการร่วมทุน แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจฟังสิ่งที่นักธุรกิจคนนั้นพูด เพราะเหลือบเห็นอัครพลเดินออก ไปนอกห้องพิธีกับกวาง

อัครพลเล่าเรื่องที่บุรุษกำลังจะหมดตัวให้กวางฟัง และบอกว่าคนที่รู้เรื่องนี้ดีก็คือสยมภูซึ่งเป็นคนให้เงินท่านยืม คนที่เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังยังบอกอีกว่าท่านคิดจะยกเธอให้สยมภูเพื่อลบหนี้ แต่เขาไม่ปักใจเชื่อ

“พี่ว่าคนเจ้าเล่ห์อย่างนายสยมภูคงหลอกล่อให้คุณอาติดหนี้จนดิ้นไม่หลุด แล้วก็จะบีบเอาน้องกวางเป็นตัวขัดหนี้ ที่เขาไปมาหาสู่ที่นี่ตลอดมันก็น่าจะเป็นแผนของเขาทั้งหมด”

กวางไม่เชื่อว่าสยมภูจะเป็นอย่างที่อัครพลกล่าวหา หันหลังเดินหนี เขาตามมาดึงแขนไว้ ตัดพ้อว่าทำไมเธอถึงเชื่อใจคนที่เพิ่งรู้จักอย่างสยมภูมากกว่าเขา เธออธิบายว่าถ้าเธอเชื่อเขาก็เท่ากับให้ร้ายครอบครัวตัวเอง ไม่เชื่อมั่นในตัวคุณพ่อ อัครพลยังพูดจาให้ร้ายสยมภูไม่หยุดว่าที่เขามาคอยทำดีเอาอกเอาใจบุรุษ คอยตามก้อร่อก้อติกเธอก็เพราะต้องการบ้านหลังนี้เหมือนที่เขาบีบครูเอกเพื่อยึดไทยอาร์ตแกลเลอรี่ กวางรู้ดีว่าสยมภูไม่ได้ยึดที่นั่น ก็ยิ่งไม่เชื่อ

“พี่พลยังไม่รู้จักเขาดีพอ เราเลิกพูดกันเรื่องนี้เถอะค่ะ”...

จิตราไม่ชอบใจอย่างแรงเมื่อรู้ว่าอัครพลไปงานหมั้นบ้านข้างๆ จัดแจงจะมาตาม แต่เจอตำรวจหลายนายกำลังจะเข้าไปในบ้านอิศรเสวี ด้วยความที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น ปรี่เข้าไปถามว่าจะมาจับใคร พอรู้ว่าจะมาเชิญบุรุษไปสอบปากคำ เธอรีบตามตำรวจเข้าไปเพื่อรอจะสมน้ำหน้า

ด้านอิ๋วกับแตงเห็นสะอาดเงียบไป ค่อยๆแง้มประตูห้องครัวดู ต้องตกใจแทบช็อกที่เธอหายตัวไป สะอาดหนีออกมาได้ รีบแหวกแขกเหรื่อเข้าไปยืนกลางห้องโถงจัดพิธี ตะโกนด่าลูกเลี้ยงเสียงลั่น ทุกคนในงานหันมองเป็นตาเดียวกัน วรเทวียังไม่ทันจะตอบโต้ ตำรวจสองนายเข้ามาเสียก่อน จิตราที่ตามพวกนั้นมาติดๆต้องการจะฉีกหน้าวรเทวี ประกาศเสียงดังว่าตำรวจจะมาขอพบบุรุษ ทวีศักดิ์อยากรู้ว่าต้องการพบเขาทำไม

“นายอมรลูกน้องของคุณบุรุษถูกจับในข้อหาลอบวางเพลิงในโรงงานแล้วซัดทอดว่าคุณบุรุษจ้างวานให้ทำเพื่อหวังเงินประกันครับ เราเลยอยากมาเชิญตัวไปสอบปากคำที่โรงพักครับท่านรัฐมนตรี”

ทุกคนตกใจ ขณะที่กวางยืนตะลึง สยมภูเห็นท่าไม่ดี กระซิบถามทะนงว่าบุรุษอยู่ไหน เขาเห็นเดินไปทางห้องทำงาน สยมภูสั่งให้เขาพาตัวบุรุษไปยังที่ปลอดภัย จิตราได้ทีเหยียบซ้ำ ถ้าเป็นอย่างที่ตำรวจพูด เรื่องที่ลือกันว่าบุรุษเอารถไปเร่ขายก็เป็นความจริง อีกไม่นานก็คงจะขายลูกสาวกิน วรเทวีกรีดร้องสุดเสียง

“อีบ้า หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ มันไม่จริง...มันไม่จริง” พูดได้แค่นั้นวรเทวีเป็นลมล้มพับ ทศพรรีบประคองไว้ กวางเป็นห่วงพี่สาววิ่งเข้าไปดูแล สะอาดฟิวส์ขาดปรี่เข้าไปจะเอาเรื่อง จิตรากลัวลนลานร้องเรียกลูกชายให้มาช่วย อัครพลรีบเอาตัวกันแม่ไว้ ส่วนสยมภูเข้าไปดึงสะอาดออกห่างแล้วสั่งให้อัครพลพาจิตราออกไป

อีกมุมหนึ่งในห้องทำงาน บุรุษติดต่ออมรไม่ได้จึงพิมพ์ข้อความให้เขาส่งข่าวให้รู้ด้วยว่าหาเงินไปจ่ายได้หรือยัง แต่ยังไม่ทันจะกดส่ง ทะนงกับพวกเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน บุรุษไม่พอใจต่อว่าว่าไม่มีมารยาทจะเข้าห้องคนอื่นทำไมไม่รู้จักเคาะประตู ทะนงเล่าว่าอมรวางเพลิงโรงงานแล้วโดนจับได้ ซัดทอดว่าบุรุษเป็นคนจ้างวาน ถ้าไม่อยากติดคุก จะต้องไปจากที่นี่ แล้วสั่งให้คิงกับพวกพาเขาหลบออกไปทางหลังบ้าน...

ทางฝ่ายทวีศักดิ์รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น สั่งให้ตำรวจจัดการไปตามกฎหมายไม่ต้องเกรงใจตน แล้วชวนลูกเมียกลับ ทศพรห่วงวรเทวีทำท่าจะไม่ยอมไป ทวีศักดิ์ต้องมาลากตัวออกไป ตำรวจได้ไฟเขียวจากท่านรัฐมนตรีจะขอตรวจค้นในบ้าน ถ้าบุรุษไม่ยอมออกมามอบตัว สยมภูไม่ยอมให้ตรวจค้นถ้าไม่มีหมายค้นมาด้วย

“ไม่ทราบว่าคุณเป็นอะไรกับคุณบุรุษ”

สยมภูแนะนำตัวว่าเป็นประธานสยมภูกรุ๊ป เป็นหุ้นส่วนของบุรุษและยังเป็นแฟนกับกุมาริกาลูกสาวของบุรุษอีกด้วย ทุกคนในงานส่งเสียงฮือฮา ทะนงเดินเข้ามาพร้อมกับขยิบตาให้เจ้านายเป็นทำนองว่าเรียบร้อย

“ทะนงเชิญคุณตำรวจไปพักที่ห้องด้านโน้นก่อน เดี๋ยวผมจะตามคุณบุรุษมาพบ” สยมภูหันไปสั่งลูกน้องที่เหลือให้ออกไปส่งแขก ถ้าแขกกลับหมดแล้วให้ปิดประตูอย่าให้ใครเข้ามาอีก จากนั้นเขาเดินมาหากวางที่ยังมึนงงกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น บอกให้พาวรเทวีขึ้นไปเปลี่ยนชุดที่สบายกว่านี้ แล้วขอร้องระวิวรรณอย่าเพิ่งไปไหนให้อยู่ช่วยกันก่อน เธอยินดีช่วยด้วยความเต็มใจ สยมภูอุ้มวรเทวีขึ้นข้างบนโดยมีกวางกับระวิวรรณเดินตาม...

ฝ่ายโอภาสหูตาเป็นสับปะรดรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ส่ง หมึกกับสมุนมาดักชิงตัวบุรุษ ระหว่างที่คิง ม่วงและพวกกำลังยิงต่อสู้กับพวกหมึกเพื่อคุ้มกันไม่ให้บุรุษถูกพาตัวไป เขากลับอาศัยช่วงชุลมุนหนีเอาตัวรอด...

กวางยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สยมภูช่วยปลอบจนเธออาการดีขึ้น พอได้สติกลับมา กวางซึ่งเป็นห่วงพ่อมากถึงกับปล่อยโฮ เขาดึงเธอมากอดปลอบว่าพ่อของเธออยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว ทะนงตามเข้ามาสีหน้าไม่สู้ดีนัก สยมภูรู้ทันทีว่ามีเรื่อง บอกให้ถึงบ้านก่อนแล้วค่อยคุยกัน แล้วสั่งการให้ทะนงจัดคนมาเฝ้าที่นี่ เผื่อกวางต้องการอะไรก็เรียกใช้คนของเขาได้ และบอกให้เธอโทร.หาเขาได้ทุกเมื่อถ้ามีปัญหาอะไร กวางพยักหน้ารับคำ ระวิวรรณแอบดูอยู่เห็นความห่วงใยที่สยมภูมีให้กวางก็ยิ่งแค้นหนัก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 17:15 น.