ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มรสุมสวาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครเข้มข้น “มรสุมสวาท” ได้ “เวียร์ ศุกลวัฒน์” ประกบ เปรี้ยว ทัศนียา”



ระวิวรรณอดถามไม่ได้ทำไมวันทนีย์ถึงมาลงเอยเป็นเมียลับๆของสยมภู เธอเล่าให้ฟังว่าเป็นเพราะกลัวอิทธิพลของจอนลูกนักการเมืองแฟนเก่าของเธอที่ชอบซ้อมเธอเป็นประจำ สุดท้ายเธอทนไม่ไหวก็เลยมาขอให้สยมภูช่วย และอีกเหตุผลสำคัญคือเธอรักเขา รักตั้งแต่แรกเจอตอนที่เธอมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สยมภูกรุ๊ป

“ผู้ชายอย่างท่านประธานไม่เคยศรัทธาความรักหรอกนะแก”

“แต่มันก็เป็นทางเดียวที่จะทำให้ฉันอยู่ใกล้ชิดเขา ฉันคิดว่าถ้าฉันทนต่อไปอีกหน่อย ไม่ช้าฉันอาจจะได้เป็นเมียออกหน้าออกตาก็ได้ แต่ฉันคิดผิด คุณสยมภูกำลังติดเด็ก ท่าทางจะหลงมากด้วย”

ระวิวรรณอยากรู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร วันทนีย์ไม่รู้จักชื่อ เคยเจอกันในงานวันเกิดสยมภู เธอเห็นกับตาตัวเองว่าเขาจูบนังเด็กนั่น ระวิวรรณถึงบางอ้อทันที นี่แสดงว่าที่เขาหายตัวไปบ่อยๆคงไปขลุกอยู่กับนังนั่น

“แกต้องช่วยสืบให้ฉันนะ ฉันอยากรู้ที่อยู่หรือเบอร์โทร.ของมันก็ได้ ที่เหลือฉันจัดการเองนะวิ”...

วันนี้สยมภูก็ไปขลุกอยู่ที่บ้านอิศรเสวีเพื่อมากินมื้อเที่ยงด้วย แต่เนื่องจากเงินทองร่อยหรอเต็มที อาหารที่ยกขึ้นโต๊ะจึงแทบไม่พอกิน ทำให้วรเทวีมีปากเสียงกับสะอาดเพราะคิดว่าเม้มเงินค่ากับข้าว บุรุษรีบห้ามปรามเพราะกลัวความลับเรื่องไม่มีเงินจะแตกแล้วหันไปทางสยมภู

“อย่าถือสาเลยนะคุณ ครอบครัวใหญ่ก็อย่างนี้แหละ”

“ผมต้องขอโทษท่านต่างหากที่ทำให้ต้องวุ่นวาย ถ้าท่านไม่ว่าอะไรมื้อนี้ให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ”...

ไม่นานนัก อาหารหรูจากโรงแรมห้าดาวที่ปรุงสดใหม่โดยเชฟฝีมือขั้นเทพถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร สะอาดไม่คุ้นกับอาหารฝรั่งหรูๆแสดงความเปิ่นออกมาจนโดนวรเทวีคู่กัดตลอดกาลด่าว่ากระทบกระเทียบอยู่ตลอดทำให้เธอแค้นใจมาก ด้วยความที่สยมภูเป็นกันเองกับทุกคน เปี๊ยกก็เลยถูกใจเขามาก พูดจาหยอกล้อกับเขาอย่างสนุกสนานเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารพลอยดีไปด้วย

มานพอิจฉาน้องต่างมารดาแกล้งเตะขา พอเด็กน้อยมองหน้าเขาเตะซ้ำอีก เปี๊ยกกระซิบถามทำไมต้องเตะตนด้วย มานพหมั่นไส้ก็เลยอยากเตะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า สยมภูเห็นเขาแกล้งน้อง โน้มตัวเข้าไปขู่ถ้าไม่ทำตัวดีๆ ตนอาจจะเผลอปูดความลับของเขาออกมา มานพกลัวพ่อรู้ความจริงรีบขยับขาออกห่างเปี๊ยก กวางแอบมองสยมภูที่ช่วยจัดการมานพอย่างชื่นชม แต่พอเขาหันมามอง เธอรีบเสมองไปทางอื่น

ooooooo

เสร็จจากอาหารมื้ออร่อย ทุกคนย้ายไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นเพื่อกินผลไม้กัน มานพแกล้งเอาผลไม้ในจานของแป้งไปกิน เธอไล่ตีเขาซึ่งวิ่งหนีออกจากห้อง โดยมีเปี๊ยววิ่งตามไปห้ามไม่ให้ทะเลาะกัน บุรุษรีบออกตัวกับสยมภูว่าครอบครัวใหญ่ก็มักจะเป็นแบบนี้ เจี๊ยวจ๊าวทั้งวัน เขากลับเห็นว่าอบอุ่นดี

“โอ๊ยนี่ยังน้อยนะคะ คุณท่านบอกสะอาดว่าอยากมีลูกเป็นโหลด้วยซ้ำ ฮ่าๆๆ”

บุรุษพยายามไล่สะอาดไปดูลูกจะได้ไม่ต้องพูดอะไรที่มันฟังไม่เข้าหู แต่เธออิดออดไม่ยอมไป เขาต้องส่งสายตาดุ เธอถึงได้ลุกออกไป วรเทวีขอร้องพ่อทีหลังอย่าให้สะอาดมาร่วมโต๊ะด้วยจะได้ไม่อับอายขายหน้าแขก สยมภูไม่ถือสาเราคนกันเองทั้งนั้น บุรุษลืมบอกเขาไปว่าพรุ่งนี้เครื่องจักรจะเข้าติดตั้งในโรงงาน ถ้าเรียบร้อยเมื่อไหร่ อยากให้สยมภูไปที่โรงงานด้วยกัน

“ได้ครับท่าน เดินเครื่องเร่งการผลิตได้เมื่อไหร่ ยอดขายคงฉุดไม่อยู่ ยินดีด้วยนะครับท่าน” พูดจบสยมภูหันมองทางที่กวางนั่งเห็นแต่เก้าอี้ว่างเปล่า คนที่เขามองหากำลังหยิบจานใส่ขนมตาลใบหนึ่งจากหลายใบในถาดที่แตงถือมาวางตรงหน้ารูปถ่ายของแม่ แล้วยกมือไหว้ แตงแนะนำให้เธอเอาขนมไปเสิร์ฟให้แขกลองชิมในเมื่อทำไว้ตั้งเยอะแยะ เธอกลัวเขากินแล้วไม่อร่อยจะอายเปล่าๆแล้วขยับจะไป แต่ต้องชะงักเมื่อเจอกับสยมภูที่ทำทีจะเดินมาเข้าห้องน้ำ แตงเชิญชวนเขาชิมขนมตาลฝีมือกวาง คุยโขมงว่าใครได้กินชมกันทั้งนั้น

“ความจริงคุณหนูตั้งใจทำเพื่อเสิร์ฟขึ้นโต๊ะวันนี้นะคะ แต่อยู่ๆก็เปลี่ยนใจ”

“ฉันเคยกินขนมตาลที่อร่อยมากๆเสียจนไม่คิดว่าจะมีใครทำอร่อยกว่า” สยมภูว่าแล้วหยิบขนมเข้าปาก ถึงกับอึ้งเพราะอร่อยเหมือนที่แม่ของเขาทำไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้เขานึกถึงแม่ขึ้นมา ความคั่งแค้นประดังเข้าใส่จนเขาเผลอตัวบีบขนมตาลแหลกคามือ พอได้สติมองมือตัวเอง ก่อนจะขอตัวกลับก่อน ฝากกวางลาพ่อของเธอให้ด้วยแล้วจ้ำพรวดออกไปเลย ปล่อยให้กวางกับแตงยืนงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

จากนั้นไม่นาน สยมภูมายืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของพ่อท่ามกลางฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย

“ผมลืมพ่อกับแม่ไปนานแล้ว มันทำให้ผมมีความ สุขขึ้นเยอะเลย แต่ไม่รู้ทำไมผมต้องกลับมายืนตรงนี้อีกเพราะยัยเด็กบ้าคนนั้นแท้ๆ...ความจริงผมคิดถึงพ่อนะ แต่พ่อก็ทิ้งแต่ความทรงจำที่ทำให้ผมเจ็บเกินกว่าที่จะอยากคิดถึง” สยมภูต้องข่มอารมณ์กลัวน้ำตาจะไหล อีกมุมหนึ่งห่างออกมา ม่วงยืนมองอยู่กับคิงไม่วายบ่น

“นายน้อยไม่ได้มาเยี่ยมหัวหน้าตั้งนานแล้ว วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นวะ พี่รู้ไหม”

คิงรู้เรื่องราวในอดีตของนายน้อยดีแต่ไม่พูดอะไร ได้แต่โทษฟ้าฝนที่ตกเมื่อไหร่เป็นต้องเกิดเรื่องทุกที...

ในเวลาต่อมา ขณะที่สยมภูกำลังยืนเช็ดผมอยู่ในห้องนอน ทะนงเข้ามารายงานว่าคนของเราที่ส่งไปคอยตามสิงหาแจ้งว่าเขาไม่ได้สั่งซื้อเครื่องจักรใหม่สักชิ้นแต่โอนเงินออกจากบัญชีไปแล้ว แนะให้แจ้งตำรวจอายัดเงินไว้ก่อน สยมภูไม่เห็นจะเกี่ยวกับเราตรงไหน ทะนงเตือนถ้าโรงงานของบุรุษเจ๊งก็จะไม่มีเงินมาใช้หนี้เรา

สยมภูตัดสินใจจะเป็นเจ้าของบ้านอิศรเสวี ชวนทะนงไปเยี่ยมดูโรงงานของบุรุษด้วยกัน และรับรองกับเลขาฯส่วนตัวว่าจะไม่กอดคอจมน้ำตายไปกับบุรุษแน่นอน แล้วโบกมือเป็นทำนองให้เขาออกไปก่อน จากนั้นเดินมาหยุดมองรูปที่กวางวาดให้ นึกถึงคำพูดของเธอขึ้นมาทันที

“คุณแม่สอนกวางว่าบ้านคือครอบครัว บ้านอยู่ครอบครัวก็อยู่แต่ถ้าบ้านไม่อยู่ก็เหมือนเรือล่ม คำว่าครอบครัวก็ไร้ความหมาย ความฝันของคุณแม่คืออยากเห็นลูกๆได้อยู่ร่วมกันในบ้านหลังนี้ค่ะ”

ooooooo

กวางใช้ดินสอร่างแบบเพื่อจะวาดรูปหัวหนุมาน แต่วาดไปวาดมากลับเป็นรูปใบหน้าคร่าวๆของสยมภู พอรู้สึกตัวรีบเอาดินสอขีดฆ่า วรเทวีมาเห็นเข้าถามว่ารูปใครใช่แฟนหรือเปล่า หวังว่าคงจะไม่ใช่นายมุดรั้ว กวางปฏิเสธทันทีว่าไม่เคยคิดอะไรกับเขา วรเทวีแกล้งขู่ ขืนคิด ตนขวางสุดฤทธิ์แน่

“น้องสาวพี่ต้องได้ผู้ชายที่มีฐานะทัดเทียมกับเราเท่านั้น อย่างเช่นคุณสยมภู” วรเทวีเห็นน้องสาวหน้าแดงก็แกล้งแหย่ “พี่แค่ยกตัวอย่าง ทำไมต้องเขินด้วย พี่ไม่แปลกใจหรอกนะถ้ากวางจะชอบคุณสยมภู เพราะเขาทั้งหล่อทั้งรวยสาวๆหมายปองเขาทั้งนั้น เพียงแต่เขาอาจจะอายุห่างกับกวางไปหน่อย”

“แล้วเราต้องดูแต่เงินไม่ต้องดูที่ความรักหรือคะ”

“ความรักเป็นอย่างไรรู้จักด้วยหรือ” วรเทวีเห็นน้องส่ายหน้าก็ยกตัวอย่างให้ฟัง “เคยอยู่ใกล้ใครแล้วใจสั่นหวิวๆหรือโดนตัวเขาแล้วเหมือนมีกระแสไฟช็อตวิ่งเข้าตัวไหม แล้วเวลาไม่ได้เจอก็คิดถึงเขาโดยไม่รู้ตัวไหม”

สยมภูทำให้กวางรู้สึกเหมือนที่วรเทวีว่าทุกอย่างแต่เธอกลับส่ายหน้าดิก วรเทวีสรุปตบท้ายถ้าไม่เคยรู้สึกแบบนั้นก็อย่าวาดภาพความรักให้สวยเกินไปนัก แล้วชวนเธอไปข้างนอกด้วยกัน จะได้รู้ว่าแค่ความรักอย่างเดียวอยู่ไม่ได้ ไม่นานนัก วรเทวีพากวางมาชมบ้านจัดสรรหรูหราแห่งหนึ่งโดยมีทศพรกับพนักงานขายของหมู่บ้านเดินตาม เธอกระซิบกับน้องสาวว่าเห็นหรือยังความรักต้องมาคู่กับเงิน รักอย่างเดียวชีวิตคู่อยู่ไม่ยืด กวางไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้เถียงอะไรพี่สาว ทศพรถามเธอว่าที่นี่พอจะเป็น เรือนหอให้พี่สาวของเธอได้ไหม

“สวยมากเลยค่ะ แพงไหมคะพี่ทศ”

“เลขแปดหลักครับ แต่เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ที่พี่ชอบที่นี่เพราะพวกเซเลบมาอยู่กันเยอะ ระดับเดียวกับเราทั้งนั้น” ทศพรพูดไม่ทันขาดคำ มีเสียงจิตราดังเข้ามาว่าที่นี่สวยถูกใจมาก พนักงานขายที่มากับเธอแจ้งว่าบ้านหลังนี้ราคา 20 ล้านบาท ปิยะธิดาถึงกับสะอึกแต่พยายามเก็บอาการ จิตราเหลือบเห็นวรเทวีกับกวาง ร้องทักเสียงลั่นแล้วปรี่เข้าหา กวางยกมือไหว้แต่วรเทวีเชิดหน้าใส่ ทศพรมองหญิงคนรักเป็นทำนองว่าใครกัน

“คนข้างบ้านไงคะที่วอเคยเล่าว่าย้ายมาจากต่างจังหวัด”

ทั้งวรเทวีและทศพรพูดจาดูถูกจิตรากับพวกต่างๆ นานา ปิยะธิดาทนไม่ไหว ประกาศจะจ่ายสดเงินซื้อบ้านหลังนี้วันนี้เลย จิตราอึ้งที่รู้ว่าปิยะธิดารวยจริง วิมลมานได้ทีเชิดใส่วรเทวีบ้าง

“คุณพ่อของปิยะธิดาเป็นเจ้าของเกาะทำสัมปทานรังนกที่ใหญ่ที่สุดทางภาคใต้ รวยระดับนี้คงเป็นเพื่อนบ้านกับคุณวอได้นะคะ”

วรเทวีแค้นใจมาก ส่วนทศพรหมั่นไส้ต้องการแกล้งปิยะธิดา แอบกระซิบกับพนักงานให้ไปตามผู้จัดการมาคุยกับเขาแล้วใช้อำนาจรัฐมนตรีของพ่อตัวเองบีบไม่ให้ที่นี่ขายบ้านให้ปิยะธิดา จิตราโกรธมากชวนวิมลมานตามมาต่อว่าวรเทวีกับทศพร แต่กลับถูกทั้งคู่ด่ากลับอย่างเจ็บแสบ จิตราทนไม่ไหวปรี่เข้าไปจะตบสั่งสอนสักฉาด วิมลมานต้องดึงแม่ไปทางอื่น วรเทวีมองตามด้วยสายตาเย้ยหยัน

ขณะที่จิตราฮึ่มๆจะเอาเรื่องวรเทวีกับทศพรอยู่หน้าสำนักงานขายของหมู่บ้าน ปิยะธิดาเล่นสกปรกแอบมาข้างรถของทศพรจะเอาก้อนหินขูด แต่กวางจับได้เสียก่อน เธอทำเนียนโยนก้อนหินทิ้งอ้างว่าล้อเล่น จังหวะนั้นวรเทวีกับทศพรเดินมาที่รถ เธอยิ้มแอ๊บแบ๊วให้แล้ว

ขอตัวไปก่อน วรเทวีซักกวางว่ายัยนั่นทำอะไรหรือเปล่า เธอปฏิเสธทันทีว่าเปล่า แค่ทักทายกันธรรมดาแล้วรีบขึ้นรถกลัวพี่สาวจะซักถามอะไรอีก

ooooooo

ที่บริษัทสยมภูกรุ๊ป ระวิวรรณสบโอกาสเหมาะเห็นสยมภูไม่อยู่ออกไปกับคิงและทะนง อ้างกับอุษาว่าลืมเอกสารไว้ในห้องท่านประธาน อุษาไม่เอะใจอะไรเปิดให้เธอเข้าไปค้นตามสบาย ระวิวรรณค้นทุกซอกมุมเผื่อจะเจออะไรที่เกี่ยวกับเด็กสาวคนที่วันทนีย์พูดถึง

ในที่สุดเธอก็เจอจดหมายของกวางในลิ้นชักโต๊ะทำงานกวาดตาอ่านอย่างรวดเร็วมาที่ชื่อด้านล่าง

“กุมาริกา อิศรเสวี” ระวิวรรณนึกถึงบุรุษ อิศรเสวีขึ้นมาทันที...

คนที่ระวิวรรณนึกถึงกำลังยืนตะลึงกับสภาพโรงงานของตัวเองที่ว่างเปล่ามีแต่เครื่องจักรเก่าๆไร้เงาของคนงาน ตะโกนเรียกมีใครอยู่บ้างแต่ไม่มีเสียงขานตอบ อมรคนสนิทของเขาพยายามติดต่อสิงหาแต่มีเพียงเสียงอัตโนมัติแจ้งว่าเลขหมายนี้ยังไม่เปิดใช้งาน บุรุษเอะใจหรือว่าสิงหาหอบเงินของตนหนีไปแล้ว

“มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆผมเช็กไปแล้วว่าสิงหาไม่ได้จองเครื่องจักรไว้ด้วยซ้ำ เราถูกหลอกแล้วล่ะครับ ทำไงดีครับลูกค้าทางจีนต้องปรับเราที่ไม่สามารถส่งสินค้าให้เขาได้ตามสัญญา งานนี้เราตายแน่ครับท่าน”

“เรายังมีเงินสดเหลืออยู่อีกเท่าไหร่”

“เราเหลือแต่หนี้แล้วครับ แถมเงินเดือนพนักงานก็ยังไม่จ่าย” คำตอบที่ได้ทำให้บุรุษถึงกับเข่าอ่อน...

สยมภูรู้ถึงสถานการณ์ของบุรุษ สั่งให้ทะนงเตรียมเงินกู้ไว้ได้เลย ไม่เกินสามวันเขาต้องมาหาเราแน่...

เพื่อต่อลมหายใจ บุรุษจำต้องเอารถสองคันในบ้านไปขายแต่โกหกทุกคนว่ารถเสียเอาไปซ่อม โชคไม่ดีที่ปิยะธิดากับดำรงเอารถมาขายที่เต็นท์รถมือสองแห่งเดียวกันเพื่อจะซื้อรถคันใหม่ พอรู้ว่าบุรุษร้อนเงินถึงขนาดต้องเอารถมาขาย รีบโทร.บอกข่าวดีนี้กับวิมลมาน...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน กวางในชุดนักเรียนหิ้วกระเป๋าออกมาหาวรเทวีที่ยืนรออยู่กับอิ๋ว บอกว่าพร้อมจะไปเรียนพิเศษแล้ว กลับพบว่ารถเสียหมด คุณพ่อเอาไปซ่อมอยู่ ในเมื่อไม่มีรถ กวางก็จะนั่งแท็กซี่ไปเอง

“ไม่เอานะมันอันตรายแล้วถ้าจะให้พี่นั่งไปด้วยยิ่งไม่ไหวใหญ่”

จังหวะนั้นสยมภูขับรถเข้ามาจอดเทียบ บอกว่าบุรุษโทร.ไปแจ้งว่าที่บ้านจำเป็นต้องใช้รถ บังเอิญเขามาทำธุระแถวนี้พอดีก็เลยอาสาเป็นสารถีพากวางไปเรียนวาดรูป วรเทวีสบช่องเร่งน้องสาวให้รีบขึ้นรถของสยมภูเดี๋ยวไปเรียนสาย เด็กสาวอายไม่กล้าไปกับเขาสองต่อสองขอนั่งแท็กซี่ไปเอง

“พี่ไม่ยอมให้เธอไปแท็กซี่แน่นอน ใครเห็นอายเขา...ฝากยัยกวางน้อยด้วยนะคะ ถ้างอแงนักก็ตีได้เลย”...

คล้อยหลังสยมภูไม่นาน ระวิวรรณขับรถเข้ามาจอดในบ้านอิศรเสวีโดยหิ้วตะกร้าผลไม้ติดมือลงมาด้วย สะอาดเดินออกมาเห็นแขกไม่ได้รับเชิญรีบเชิดหน้าวางท่าเป็นคุณนายร้องถามว่ามาหาใคร

“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อระวิวรรณ คุณบุรุษอยู่ไหมคะ”

สะอาดมองไม่ไว้ใจ กลัวจะเป็นเมียน้อยของบุรุษ ตอบเสียงห้วนว่าไม่อยู่แล้วถามว่าเป็นใครมาหาท่านทำไม ระวิวรรณโกหกว่าเป็นลูกน้องเก่าแค่จะมากราบเยี่ยมเฉยๆ สะอาดรีบแสดงตัวว่าเป็นคุณนายของบ้านนี้เป็นภรรยาเบอร์หนึ่งเบอร์เดียวของบุรุษ ฝากของเยี่ยมไว้กับตนก็ได้แล้วคว้าตะกร้าทันที ระวิวรรณไม่ยอมปล่อยมือ อ้างคอแห้งจะขอดื่มน้ำเย็นๆสักหนึ่งแก้ว สะอาดจำต้องให้เธอเข้าบ้าน

ขณะรอน้ำมาเสิร์ฟ ระวิวรรณเห็นแป้งเดินถือตุ๊กตาเข้ามาหลอกถามถึงสยมภูว่ามาที่นี่บ่อยไหม ได้ความว่ามาเกือบทุกวัน มาทีไรก็จะสั่งอาหารแพงๆจากโรงแรมมาเลี้ยงคนทั้งบ้าน

“วันนี้ก็ยังขับรถไปส่งพี่กวางไปเรียนพิเศษด้วย”

ระวิวรรณเสียใจมาก ผละจากไปโดยไม่ล่ำลาใคร ขับรถออกจากบ้านอิศรเสวีได้ครู่เดียวต้องเบนรถจอดข้างทาง ซุกหน้ากับพวงมาลัยรถร้องไห้เป็นเผาเต่ากลัวจะเสียสยมภูให้กับคู่แข่งตัวจริง

ooooooo

ระหว่างนั่งรถไปกับสยมภู กวางเอาแต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จา เขาถามอะไรก็ตอบแค่ “ค่ะ” คำเดียว เขาต้องทำเป็นโมโหที่ซาเล้งขี่รถเกะกะ ฮึดฮัดจะขับรถชน เธอตกใจหลุดปากพูดเป็นชุดๆ เขาถึงกับขำก๊าก เธอถึงได้รู้ว่าถูกกลั่นแกล้ง เขาแก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจจะแกล้ง แต่เธอเล่นถามคำตอบคำเมื่อไหร่เราจะได้คุยกันสักที

“คุยอะไรหรือคะ”

“อะไรก็ได้ที่ผู้ชายผู้หญิงคุยกันเช่นว่าเธอชอบกินอะไร ชอบดูหนังเรื่องอะไร ชอบผู้ชายแบบไหนลองตอบสิ”

กวางไม่รู้ว่ากำลังถูกจีบ ย้อนถามว่าทำไมเขาต้องอยากรู้ด้วย สยมภูโมโหตัวเองที่ไม่กล้าจีบเธอตรงๆ แถมเธอยังถามโน่นถามนี่อีก เผลอเสียงดังใส่อย่าขี้สงสัย

นักเลย แค่ตอบคำถามจะยากอะไรหนักหนา เธอตกใจเบียดชิดประตูข้างตัวเอง ละล่ำละลักว่าถ้าเธอทำให้เขาอารมณ์ไม่ดี จอดรถให้เธอลงตรงนี้ก็ได้ เขาแกล้งเลี้ยวรถเข้าไปจอดในซอยเปลี่ยว แล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ กวางตกใจจับคอเสื้อตัวเองไว้แน่น

“กลัวอะไรฉันนักหนา คิดว่าฉันเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธออยู่ล่ะสิ โอเค...เลิกแกล้งก็ได้ คืนนั้นแม่บ้านจากบริษัทมาทำความสะอาดพอดี ฉันก็เลยไหว้วานให้ช่วย”

“แล้วทำไมต้องหลอกกันด้วยล่ะคะ”

“เธอเชื่อคนง่ายเองต่างหาก...นั่งดีๆใครมองเข้ามาจะคิดว่าฉันกำลังลักพาตัวเด็กนักเรียนไปทำมิดีมิร้ายเอาได้” สยมภูว่าแล้วถอยรถออกจากซอย กวางค่อยๆนั่งตัวตรงโล่งใจขึ้นเป็นกอง...

ด้วยความรีบร้อนกลัวจะเข้าเรียนไม่ทัน กวางทำกล่องดินสอตกอยู่ข้างเบาะนั่ง สยมภูหันมาเห็นรีบเอาลงไปให้ที่ห้องเรียน อาจารย์ที่สอนคิดว่าเขาเป็นพ่อของกวาง เรียกให้เธอออกมาเอาของที่ลืมไว้ เจินแปลกใจ มาเฟียขาโหดมาทำอะไรที่นี่ กวางแอบกระซิบพอดีรถที่บ้านเสีย คุณพ่อเลยขอให้เขามาส่ง...

ทางด้านจิตราสะใจมากเมื่อรู้จากปิยะธิดาว่าบุรุษร้อนเงินขนาดต้องเอารถในบ้านไปขายที่เต็นท์ขายรถมือสอง แทบอดใจไม่ไหวอยากเห็นน้ำหน้าวรเทวีตอนที่รู้ตัวว่าล้มละลายจะยังเชิดหน้าคอตั้งได้อีกไหม อัครพลนั่งฟังอยู่ด้วยไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นความจริงจะลองไปสืบให้แน่ชัดก่อน อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้ ทันทีที่เขาคล้อยหลัง จิตราหันมาเอาใจปิยะธิดายกใหญ่เพราะตอนนี้เธอรวยกว่าสาวข้างบ้าน...

เรียนพิเศษเสร็จ กวางแยกย้ายกับเจินกลับบ้านใครบ้านมัน เจินเดินไปขึ้นรถเมล์ส่วนเธอมายืนรอแท็กซี่ รออยู่นานสองนานไม่มีว่างสักคัน ส่วนคันที่ว่างก็ปฏิเสธไม่ไป สยมภูเดินมาทางด้านหลัง

“แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารแบบนี้ต้องสั่งสอนให้เข็ดจะให้ทำไงกับมันดี ระเบิดรถหรือไล่ยิงให้ยางแตก”

ooooooo

ในเมื่อไม่มีทางเลือก กวางจึงต้องกลับกับสยมภู ระหว่างนั่งมาในรถเขาไม่อยากให้เธอต้องเกร็ง ถ้า อยากฟังเพลงก็เชิญเปิดฟังได้ตามสบาย สถานีที่เธอเปิดบังเอิญเล่นเพลงที่พ่อของสยมภูชอบฟังตอนที่นั่งรถเข็นรอแม่ของเขากลับมาหา สะกิดแผลเป็นของเขาให้เปิดขึ้นอีกครั้ง

ความเจ็บปวดพุ่งจี๊ดกดปิดวิทยุทันที อ้างเพลงไม่ไพเราะทั้งโบราณทั้งฟังแล้วง่วง เป็นวัยรุ่นแท้ๆฟังเพลงเป็นยัยแก่ไปได้ กวางเริ่มเดือดปุดๆ

“กวางก็เป็นคนเชยๆอย่างงี้แหละค่ะ ชอบอะไรโบราณๆยิ่งเก่ายิ่งกรี๊ด”

“งั้นก็ชอบคนแก่ด้วยสิ” สยมภูยิ้มหน้าเป็น ส่วนกวางอายสุดๆ รีบเมินหน้าหนี

ooooooo

ขณะที่สยมภูขับรถเลี้ยวเข้าซอยลัด มีรถบรรทุกคันหนึ่งพุ่งเข้าหารถของเขาอย่างจงใจ สยมภูหักหลบทัน รถบรรทุกยังถอยจะชนอีก เขารีบกดหัวกวางให้ก้มลงแล้วพยายามเร่งเครื่องหนี รถบรรทุกเสียหลักตกถนน

โจใส่หมวกหลุบต่ำอำพรางใบหน้าลงจากรถบรรทุกเปิดฉากยิงใส่สยมภูไม่ยั้ง เขารีบถอยรถหนี แต่ทางตันหนีต่อไม่ได้ โจเดินกะเผลกๆเข้าหา สยมภูเป็นห่วงกวางจะไม่ปลอดภัย สั่งให้อยู่แต่ในรถ

“อย่าออกมา รอจนฉันไปแล้วรีบหาแท็กซี่กลับบ้านไปก่อนไม่ต้องแจ้งตำรวจ ฉันจัดการมันได้”

กวางได้แต่นั่งกลัวตัวสั่น สยมภูต้องเรียกสติให้กลับมา ถามว่าเข้าใจที่ตนพูดไหม เธอพยักหน้ารับคำ เขารีบลงจากรถวิ่งล่อให้โจตามไป โดยเขาต้องหลบหลีกกระสุนที่คนร้ายยิงใส่ไปตลอดทาง สยมภูวิ่งหนีไปที่ตึกร้าง ขึ้นบันไดหนีไฟข้างตัวตึกเพราะเห็นคนร้ายขาเป๋ โจพยายามปีนตามแต่ขาไม่อำนวยทำให้ตามได้ช้ามาก สยมภูโผล่ออกมาจากประตูทางเข้าตัวตึกโยนถังน้ำใบเขื่องใส่ โจหลบไม่ทันกลิ้งหลุนๆตกบันไดลงมากองกับพื้นปืนหล่นน้ำ สยมภูตามมาขยุ้มคอเสื้อต่อยหน้าไปสองทีซ้อน ตะคอกถามว่าใครส่งมา

“วิญญาณของพ่อฉันส่งฉันมาเอาชีวิตแก แกจำฉันไม่ได้หรือไอ้ฆาตกร”

สยมภูดึงหมวกคนร้ายออก ถึงกับตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าชัดๆ จำได้ทันทีว่าคือโจคนที่ตัวเองหลับหูหลับตายิงไปโดนขาของเขา และยังจำได้อีกว่าภักดีไม่พอใจมากที่สยมภูไม่ยอมฆ่าจักรพ่อของโจกระชากปืนไปยิงเองจนตายคาที่ สยมภูสะเทือนใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้น เก็บไปฝันร้ายทุกคืนจนใกล้สติแตก ในเมื่อเขาต้องการแก้แค้น สยมภูก็ยินดีสงเคราะห์ให้ จับมือทั้งสองข้างของเขาวางบนลำคอตัวเอง เชิญเขาบีบตามสบาย

โจไม่เสียเวลาบีบคอให้เมื่อยชักมีดขึ้นมาแทนที่ สยมภูไม่กลัว กลับเปิดอกเสื้อให้เขาแทง โจไม่รอช้า เงื้อมีดสุดแขน พลันมีเสียงปืนยิงขู่ดังขึ้น ตำรวจสั่งให้ทิ้งอาวุธ เขาตกใจวิ่งหนี มีคนขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดี โจเอามีดจี้ชิงมอเตอร์ไซค์พุ่งชนตำรวจจนต้องโดดหลบ กวางที่ยืนอยู่ข้างๆพลอยหกล้มไปด้วย ตำรวจรีบวิทยุสะกัดจับคนร้ายก่อนจะไล่ตาม สยมภูเป็นห่วงกวางรีบเข้าไปดู พอเห็นเธอปลอดภัยก็ทำหน้าดุใส่

“ฉันบอกให้กลับบ้านไปไง”

“กวางจะทิ้งคุณไปได้ยังไงในเมื่อคุณอยู่ในอันตราย อุ๊ย” กวางเจ็บฝ่ามือตอนล้มกระแทกพื้น สยมภูคว้ามือเธอมาดูเห็นถลอกเลือดซิบเดินไปซื้อปลาสเตอร์มาปิดแผลให้ ความใกล้ชิดทำให้กวางใจหวิวๆอย่างบอกไม่ถูก แต่พอเห็นปลาสเตอร์เป็นลายการ์ตูนคิกขุก็ขำกลิ้ง ก่อนจะถามว่าผู้ชายที่ทำร้ายเขาเป็นใคร เขาโกหกว่าเป็นแค่พวกจี้ปล้นทั่วไปไม่มีอะไร เธออดสงสัยไม่ได้แล้วไม่ต้องไปให้ปากคำที่โรงพักหรือ

“ฉันน่ะเป็นคนดังมากนะ ทั้งในวงการธุรกิจแล้วก็ในหมู่สาวๆ ขึ้นโรงพักกับฉันเดี๋ยวก็ได้เป็นข่าวหรอก”...

ด้านจิตราเชียร์ให้อัครพลจีบปิยะธิดาจนออก นอกหน้า บังคับแกมขอร้องให้เขาช่วยขับรถพาเธอไปส่งบ้าน ครั้นถึงหน้าบ้านหลังใหม่ของเธอ ปิยะธิดาแกล้งหลับ พออัครพลโน้มตัวเข้าไปใกล้เพื่อปลุก เธอทำเนียนลืมตาแล้วหันแก้มให้ไปชนปากของเขาให้ท่าสุดฤทธิ์ เขาไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม กลัวเธอจะเข้าใจผิดขอโทษขอโพยยกใหญ่ ดำรงมาเห็นพอดีลากอัครพลออกจากรถจะเอาเรื่องที่แต๊ะอั๋งน้องสาวของตน ปิยะธิดาต้องลงมาห้ามแทบไม่ทัน ขอโทษอัครพลแล้วรีบลากพี่ชายขี้ใจร้อนของตัวเองเข้าบ้าน พร้อมกับต่อว่า

“พี่รงทำอะไรไม่คิดเลย ถ้าเขาโกรธน้องดาจะทำยังไง”

ดำรงเห็นกับตาว่าอัครพลแต๊ะอั๋งเธอจะให้ทนเฉยได้อย่างไร ปิยะธิดาแก้ตัวให้อัครพลว่าไม่ได้แต๊ะอั๋ง เธอเองต่างหากที่เอาแก้มไปชนปากของเขา ดำรงถึงกับร้องเอะอะ เป็นผู้หญิงยิงเรือไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร

“พี่รงไปอยู่ถ้ำไหนมา สมัยนี้ผู้หญิงจีบผู้ชายก่อนทั้งนั้นแหละ ขืนมัวเหนียมอยู่ก็ขึ้นคานกันพอดี” ปิยะธิดาว่าแล้วเดินขึ้นห้อง ดำรงมึนงงกับความประพฤติของน้องสาวตัวเอง

ooooooo

สยมภูส่งกวางเรียบร้อยกำลังจะขับรถออกจากบ้านอิศรเสวี แต่ต้องเบรกตัวโก่งเมื่ออัครพลขับรถเลี้ยวเข้ามา รถสองคันประจันหน้ากัน ไม่มีใครยอมถอยยอมหลบ อัครพลบีบแตรไล่ให้เขาถอย เขาก็เลยบีบแตรไล่บ้าง

อัครพลไม่ยอมถอยแถมเบิ้ลเครื่องยนต์ใส่ สยมภูหมั่นไส้ ถอยรถออกห่างพอประมาณ ก่อนจะเร่งเครื่องเข้าหา เขาตกใจคิดว่าคู่อริจะขับรถชน รีบถอยหลบตาหูเหลือก ยิ่งได้รู้ว่าสยมภูมาที่นี่เพื่อเป็นสารถีประจำตัวกวาง อัครพลก็ยิ่งแค้นหนักเป็นทวีคูณ

จุดประสงค์ของการมาหากวางครั้งนี้อัครพลต้องการสืบข่าวว่าบุรุษเอารถไปขายอย่างที่ปิยะธิดาเห็นหรือเปล่า กลับพบว่ากวางกำลังวาดรูปบางอย่างคล้ายหน้าคน พอเขาทักเธอก็รีบขยำทิ้ง อ้างจะวาดหัวหนุมานแต่วาดเท่าไหร่ก็ไม่เหมือน อัครพลจับโกหกได้ ยิ่งอยากดูรูปที่เธอเอาไปทิ้งให้ชัดๆ ทำทีขอยืมพู่กันเบอร์ 10 พอ

กวางเดินไปหยิบพู่กัน เขารีบเก็บรูปที่เธอขยำทิ้งใส่กระเป๋ากางเกงเป็นจังหวะเดียวกับกวางเอาพู่กันมาให้

“แล้วพี่จะรีบเอามาคืนนะ พี่ไปล่ะ”

กวางพยักหน้ารับคำ แล้วลงนั่งวาดรูปต่อไป เห็นปลาสเตอร์ปิดแผลลายการ์ตูนแปะที่ฝ่ามือตัวเอง อดคิดถึงคนแปะให้ไม่ได้ เผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัว...

บุรุษกำลังอารมณ์เสียเรื่องที่ติดต่อสิงหาไม่ได้ ยิ่งมาถูกสะอาดซักไซ้ไล่เลียงเรื่องที่ระวิวรรณกิ๊กใหม่ของเขาบุกมาเย้ยเธอถึงบ้านวันนี้ เขายิ่งหงุดหงิด ปฏิเสธลั่นว่าไม่รู้จัก อย่ามาซักให้ปวดหัวยิ่งเครียดเรื่องงานอยู่ด้วย แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวจะไปอาบน้ำ สะอาดดีใจที่เขาไม่ได้มีเมียน้อยซุกไว้เข้าไปนัวเนียยั่วยวน

“เครียดหรือคะ งั้นให้บ่าวช่วยทำให้หายเครียดไหมคะคุณท่าน”

“ถ้าได้อาบน้ำเป็นการอุ่นเครื่องก่อนก็น่าจะดี” บุรุษยิ้มกริ่มดึงสะอาดเข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน...

คิงโกรธจัดเมื่อรู้จากสยมภูว่าถูกโจลอบทำร้าย อาสาจะพลิกแผ่นดินตามล่าตัวมาให้ เขาบอกว่าไม่จำเป็น อย่างไรเสียโจจะต้องกลับมาแก้แค้นเขาอีก คิงจะไม่ยอมให้มันลอบทำร้ายเขาเป็นครั้งที่สองแน่นอน เจอมันที่ไหน ตนจะจัดการให้สิ้นซาก

“หัวหน้าภักดีพูดถูก ความเมตตามันใช้ได้กับคนบางประเภทเท่านั้น แต่กับคนอย่างไอ้โจมันต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน” คิงว่าแล้วเดินออกไป คำพูดของเขาทำให้สยมภูคิดถึงพ่อขึ้นมา เดินไปที่ตู้หนังสือ หยิบวิทยุเทปรุ่นเก่าออกมากดปุ่มเปิด มีเสียงเพลง “ลืม” ดังขึ้น พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของเขา

ตอนนั้นเขายังเป็นเด็ก เปิดเทปเพลง “ลืม”ของแม่ จากวิทยุเทปเครื่องนี้ พ่อไม่พอใจมากที่รู้ว่าเขายังไม่ลืมแม่ ดึงมันไปจากมือจะเอาไปเผาทิ้ง เขาร้องไห้เสียใจมากที่พ่อต้องการให้เขาลบแม่ไปจากชีวิต

ครั้นพอเขาโตเป็นหนุ่ม ในคืนฝนตกหนักคืนหนึ่ง ภักดีพ่อของเขาถูกหลอกให้ไปที่โกดังร้างและถูกลอบยิง สยมภูมาทันเห็นหลังคนร้ายไวๆโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์หนี ระดมยิงใส่แต่มันรอดพ้นคมกระสุนไปได้ เขาวิ่งไปดูในโกดังเห็นพ่อนอนจมกองเลือดมือกำจดหมายไว้แน่น ก็ดึงมาอ่าน

“ฉันกำลังป่วยหนัก คงอยู่ได้อีกไม่นาน ฉันอยากเจอคุณเป็นครั้งสุดท้าย...กอบกุล”

คิงกับม่วงที่ตามเข้ามาเห็นสภาพของหัวหน้าใหญ่ถึงกับตะลึง สยมภูรีบสั่งการให้พาท่านส่งโรงพยาบาล ภักดีบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากถูกยิงหัวเลือดตกในสมองกลายเป็นอัมพาตครึ่งท่อนและจำใครไม่ได้...

เย็นวันหนึ่งหลังจากหมออนุญาตให้พ่อกลับมาพักฟื้นต่อที่บ้าน สยมภูได้ยินเสียงเพลง “ลืม” ดังมาจากสวนข้างบ้าน รีบออกมาดู เห็นพ่อนั่งอยู่บนรถเข็นกำลังชะเง้อคอรอใครบางคน โดยมีพยาบาลพิเศษเฝ้าอยู่ข้างๆมีวิทยุเทปเครื่องเก่าเครื่องนั้นเล่นเพลงนี้อยู่ เขาร้องถามเธอว่าไปเอาวิทยุเทปเครื่องนี้มาจากไหน

“อยู่ในตู้ในห้องนอนคุณภักดีค่ะ เผอิญดิฉันจัดห้องก็เลยเห็น ท่านดีใจใหญ่เลยเปิดเทปที่ติดอยู่ในเครื่องฟังทั้งวัน”

สยมภูตระหนักในทันทีว่าพ่อไม่เคยลืมแม่ เขายังจำได้อีกว่าพ่อเล่นเทปเพลงนี้จนเนื้อเทปยืดและตายจากไปทั้งที่ยังเปิดเพลงนี้ฟัง คิดถึงเรื่องในอดีตทีไร สยมภูยิ่งแค้นใจเพราะคิดว่าแม่ลวงพ่อไปฆ่า...

ทางด้านอัครพลคลี่กระดาษวาดรูปที่กวางขยำทิ้งออกดู เห็นภาพร่างเหมือนใบหน้าของสยมภู ก็มั่นใจว่าเธอชอบเขา ฉีกกระดาษวาดรูปทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยความเคียดแค้น

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารบ้านอิศรเสวี บุรุษเครียดจัดเมื่อลูกๆต่างแบมือขอเงินเป็นค่าโน่นนี่นั่นไม่หยุดหย่อน ไม่เว้นแม้แต่ป้าหอมแม่ครัวก็ทวงค่าใช้จ่ายในบ้านเช่นกัน เขากระแทกช้อนส้อมลงบนจานเสียงดังลั่น

“พ่อมีธุระต้องรีบไป ส่วนเรื่องเงินพรุ่งนี้พ่อจะรีบจัดการให้” พูดจบบุรุษลุกหนีทุกคนพากันงงว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพ่อดูหงุดหงิดชอบกล...

ไม่นานนัก บุรุษมาพบสยมภูที่ห้องทำงานพร้อมด้วยโฉนดที่ดินหลายแปลงเสนอขายให้ในราคา 50 ล้านบาท ทะนงตรวจดูแล้วพบว่าที่ดินเหล่านี้อยู่ต่างจังหวัดทั้งนั้น แถมบางแปลงยังติดจำนองกับแบงก์ แนะให้เอา บ้านอิศรเสวีซึ่งอยู่กลางใจเมืองมาค้ำประกันเงินกู้ สยมภูแสร้งต่อว่าเลขาฯตัวเอง

“มากไปหรือเปล่าทะนง ท่านจะเอาบ้านมาค้ำประกันได้ยังไง นายนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ”

“แต่ถ้าท่านจะกอบกู้โรงงานอีกครั้ง ผมคาดว่าต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 200 ล้าน ด้วยเงินขนาดนี้ เราจำเป็น ต้องมีหลักทรัพย์ที่วางใจได้นะครับ”

“ท่านกลับไปคิดก่อนนะครับ แต่ผมอดห่วงท่านไม่ได้ เพราะค่าปรับจากจีนดอกเบี้ยขยับขึ้นทุกวัน”

ทีแรกบุรุษทำท่าเหมือนไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ตกลงจะใช้บ้านอิศรเสวีค้ำประกันเงินกู้ สยมภูลอบยิ้มกับทะนงที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่วางไว้...

ระวิวรรณต้องการรู้ให้แน่ชัดถึงความสัมพันธ์ระหว่างสยมภูกับกวาง แต่ไม่รู้จะไปสืบที่ไหน นึกถึงอัครพลขึ้นมาได้ เรียกให้เขาซึ่งกำลังรอหนังสือรับรองการฝึกงานให้ตามไปที่ออฟฟิศของไซต์งานก่อสร้าง แต่ก่อนที่เธอจะเซ็นหนังสือรับรองให้ เธอขอให้เขาตอบมาก่อนว่าเขากับท่านประธานมีปัญหาอะไรไม่พอใจกัน

“ผมกลัวว่าถ้าพูดไปคุณวิคงไม่เชื่อ เพราะคุณวิก็คงเข้าข้างท่านประธานอยู่แล้ว เกิดคุณวิเอาคำพูดผมไปรายงานท่านประธาน ผมมิแย่หรือครับ”

ระวิวรรณเซ็นชื่อลงในหนังสือรับรองการฝึกงาน แล้วเลื่อนไปตรงหน้าอัครพล “สบายใจได้แล้วนะ”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น สยมภูส่งคิงพร้อมรถคันโก้ให้มาคอยรับส่งกวางไปโรงเรียน เธอยังไม่ทันจะก้าวขึ้นรถ มีรถใหม่เอี่ยม 3 คันวิ่งเรียงกันเข้ามาจอด บุรุษลงจากรถคันแรกซึ่งเป็นรถเก๋ง ส่วนอีกสองคันเป็นรถตู้ มีพนักงานจากโชว์รูมรถเป็นคนขับ ประมุขบ้านอิศรเสวีฉีกยิ้มกว้างให้ลูกสาว

“พ่อมาทันพอดีใช่ไหมยัยกวาง”...

ในเวลาเดียวกัน ทะนงรายงานให้สยมภูฟังว่าบุรุษมือเติบซื้อรถใหม่รวดเดียว 3 คัน เราช่วยเหลือเขาอย่างนี้ไม่รู้จะไปไหวหรือเปล่า สยมภูยักไหล่ ถ้าไม่ไหวเราก็ยึดบ้านอิศรเสวี ที่ดินย่านนั้นราคากำลังพุ่ง เรามีแต่ได้กับได้ไม่มีเสีย จังหวะนั้นระวิวรรณเดินยิ้มเข้ามาหาจะขอคุยกับท่านประธานเป็นการส่วนตัวสัก 10 นาที ทะนงรู้งานรีบขอตัวไปทำงานที่ค้างอยู่ เธอรอจนเขาพ้นสายตา พูดเข้าประเด็นทันที

“อัครพลบอกวิว่าลูกคุณบุรุษที่ชื่อกวางเป็นแฟนเขา แต่ท่านประธานคิดแย่งแฟนเขาไป วิไม่เชื่อคำพูดของเด็กคนนี้หรอกนะ แต่อยากมาเล่าให้ฟัง ท่านประธานจะได้ระวังตัวไว้”

“ก็อย่างที่ผมเคยบอก ผมต้องการแค่ที่ดินของคุณบุรุษไปสร้างศูนย์การค้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องแย่งแฟนใคร”

“วิก็ว่าเขาคงเป็นผู้ชายขี้อวดๆถึงขนาดว่ามีสัญญาจะไปเรียนต่อเมืองนอกด้วยกันเลยนะ ถ้าเป็นความจริงก็คงรักกันน่าดู” ระวิวรรณพูดพลางจ้องจับผิดเจ้านายไปด้วย สยมภูหึงจัดเผลอกระแทกถ้วยกาแฟในมือลงบนจานรองจนกาแฟกระฉอกเลอะมือตัวเอง พอรู้ตัวโวยวายกลบเกลื่อน

“ใครล้างถ้วยกาแฟเนี่ย สงสัยล้างน้ำยาไม่เกลี้ยง ถือๆอยู่ลื่นหลุดมือซะงั้น ทำงานแย่จริงๆ” โวยเสร็จ สยมภูลุกหนีไปหน้าตาเฉย...

สยมภูกลัวเรื่องระหว่างกวางกับอัครพลที่ระวิวรรณเล่าให้ฟังจะเป็นความจริง สั่งให้ทะนงไปรับกวางที่โรงเรียน ขอเวลาเธอ 10 นาทีเพื่อคุยเรื่องสำคัญด้วย เธอปฏิเสธว่าไปพบสยมภูไม่ได้เดี๋ยวคนขับรถจะมารับ

“ผมแจ้งคนขับรถของคุณกวางแล้วครับว่าท่านประธานจะไปส่งเอง”

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก อัครพลถือกล่องของขวัญจะเอามามอบให้กวางในฐานะที่ได้รับประกาศนียบัตรเป็นนักเรียนดีเด่นและยังเป็นนักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงสุดอีกด้วย แต่ต้องชะงักเมื่อจิตราโทร.มาตามให้รีบกลับมาฉลองกันที่บ้านเนื่องจากเขาสำเร็จการศึกษาเช่นกัน ปิยะธิดามารอนานแล้ว เขาโกหกว่าสะสางงานยังไม่เสร็จ ให้แม่กินไปก่อนไม่ต้องรอแล้วตัดสายทันที พอเงยหน้ามองไปยังที่กวางยืนอีกทีเห็นเธอขึ้นรถไปกับทะนงแล้ว พยายามตะโกนเรียก เธอก็ไม่ได้ยิน อัครพลได้แต่เตะลมวืดวาดระบายแค้น

ครู่ต่อมา กวางมาพบสยมภูที่จุดนัดหมาย เขาไม่พูดพล่ามจะขอคบหากับเธอ เด็กสาวออกตัวว่าตัวเองยังเรียนอยู่ และที่สำคัญอายุของเราสองคนก็ต่างกันมาก

“ฉันถึงอยากขอเวลาเธอหนึ่งปีเพื่อรอให้เธอบรรลุนิติภาวะไงและก็เพื่อพิสูจน์ว่าฉันจริงใจ ถ้าครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ ฉันจะให้เธอเป็นคนตัดสินใจว่าเราจะเป็นแฟนจริงจังกันได้หรือเปล่า กุมาริกา ฉันวัยนี้แล้วทุกคำพูดของฉันผ่านการคิดและไตร่ตรองมาอย่างดี ฉันจริงจัง ที่ตัดสินใจพูดวันนี้เพราะ...ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่อยากทำอะไรหลบๆซ่อนๆ หรือว่าเธอมีแฟนอยู่แล้วถ้ามีก็ขอให้บอกกันตรงๆ ฉันจะไม่ตื๊อเธออีก”

“กวางยังไม่มีแฟนค่ะ”

สยมภูแอบโล่งใจ ถ้าเธอตกลงตามที่เขาเสนอก็ให้พูดคำว่า “ค่ะ” ก็พอ กวางอึกอักด้วยความอายก่อนจะตกลงใจรับข้อเสนอของเขา ระวิวรรณแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งกับทะนง เห็นสายตาที่สยมภูมองเด็กสาว มั่นใจว่าเขาชอบเธอแน่นอน รู้สึกหึงหวงอย่างบอกไม่ถูก ทะนงกลัวเจ้านายจะจับได้ บอกให้เธอกลับไปได้แล้ว เธอต้องข่มความเจ็บปวดใจแล้วผละจากไป โดยไม่ลืมขอเบอร์กวางจากทะนง...

ด้านกวางยังไม่พร้อมจะบอกใครจึงขอให้สยมภูอุบเรื่องนี้ไว้ก่อน เธออยากรอให้เข้ามหาวิทยาลัยได้ก่อน เขารับปากจะพยายามไม่บอกใคร เธอยังมีอีกเรื่องที่คาใจ คืนวันเกิดของเขา เขาไม่ได้เปลี่ยนเสื้อให้เธอจริงๆ ใช่ไหม เขาสาบานว่าไม่ได้เปลี่ยนแต่ทำเรื่องอื่นที่ร้ายแรงกว่า กวางร้องเอะอะว่าทำอะไร

“ฉันขโมยจูบเธอ” พูดจบสยมภูหันไปสั่งให้ทะนงพากวางไปส่งบ้านให้ด้วย แล้วมองตามเธอที่เดินเอียงอายไปกับทะนงด้วยความเอ็นดูสุดๆ ก่อนจะเดินไปขึ้นมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ซิ่งออกไปอย่างมีความสุข...

เมื่อได้เบอร์โทร.ของกวางจากระวิวรรณ วันทนีย์เดินตามแผนการกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจ ทำทีป่วยหนัก หลอกให้สยมภูมาดูแล

ooooooo

เช้านี้มีงานเลี้ยงเล็กๆจัดขึ้นที่บ้านอิศรเสวี เพื่อฉลองความสำเร็จให้กวาง มานพกับแป้งแกล้งกันไปแกล้งกันมาจนเลยเถิดกลายเป็นศึกเอาขนมเค้กปาใส่กัน บุรุษเดินเข้ามากับวรเทวีเห็นสภาพห้องอาหารที่เละเป็นโจ๊กโดนระเบิด สั่งให้พอได้แล้ว เรียกให้อิ๋วกับแตงมาช่วยกันเก็บกวาดให้เรียบร้อย

“แล้วยัยกวางล่ะไปไหน พ่อมีรางวัลจะให้หน่อย”

แตงช่วยโกหกว่ากวางไปเข้าห้องน้ำ แต่ความจริงแล้วเธอมาพบอัครพลที่ศาลาริมน้ำ เขาเอาตุ๊กตารูปกวางตัวน้อยมาให้เป็นของขวัญวันจบการศึกษา ระหว่างนั้น วันทนีย์ส่งคลิปที่แอบอัดตอนอยู่กับสยมภูมาให้กวางดู และประกาศต่อหน้ากล้องว่าตนเป็นเมียของเขา

“ถ้าไม่เลิกยุ่งกับเขา เธอจะได้เห็นยิ่งกว่านี้ นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม”

กวางผิดหวังที่หลงเชื่อสยมภู อัครพลเห็นเธอนิ่งอึ้งไปคว้ามือถือของเธอมาดู ได้ทียุซ้ำ “ที่แท้ก็มีเมียเก็บไว้ พี่บอกแล้วเขาไม่ใช่คนดี คราวนี้เชื่อพี่หรือยัง”

หญิงสาวกลัวจะร้องไห้ให้อัครพลเห็นวิ่งหนีออกไป อัครพลเห็นเธอลืมหยิบมือถือไปด้วยรีบวิ่งตาม...

กวางกำลังเดินเข้าตัวตึกแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นสยมภู เดินสวนออกมา หันหลังจะเดินหนี เขาจับแขนเธอไว้ ถ้ามีอะไรไม่พอใจให้พูดมาตรงๆ เธอดึงแขนออกอย่างสุภาพ ขอร้องต่อไปอย่าแตะต้องตัวเธออีก ทั้งคู่มีปากเสียงกัน เขาไม่อยากเถียงกับเธอให้เสียบรรยากาศ หยิบสร้อยห้อยจี้เพชรรูปหัวกวางตัวน้อยออกมา

“ตั้งใจทำให้ ช่วยใส่หน่อยแล้วกัน ใส่ติดตัวไว้นะ อย่าถอด” สยมภูว่าแล้วใส่สร้อยให้กวาง

“มันสวยดีนะคะ แต่คุณทำแบบนี้กับผู้หญิงมากี่คนแล้ว” กวางแดกดันจบดึงสร้อยที่เขาใส่ให้ทิ้งลงพื้น “กวางฝากไปบอกผู้หญิงที่บ้านคุณด้วยนะคะ กวางไม่รับน้ำใจคุณ ไม่ว่าคุณจะให้กวางเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม ขอให้เธออย่าโทร.มารบกวนกวางอีก คุณทำให้กวางดีใจ...แต่ทำให้เสียใจมากกว่า” พูดจบกวางผละจากไป

สยมภูยืนตะลึงไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าทำแบบนี้กับเขามาก่อน อัครพลสะใจมากตามมาเย้ยว่ากวางเห็นธาตุแท้ของเขาหมดแล้ว จากนั้นเปิดคลิปในมือถือของเธอให้ดู สยมภูตะลึงแต่เก็บอาการไว้

“มันเป็นธรรมชาติของผู้ชาย หรือไม่เคย”

อัครพลฉุนขาดเงื้อหมัดแต่ไม่กล้าชกอ้างไม่อยากลดตัวลงไปเล่นสกปรกด้วย สยมภูแสยะยิ้ม

“เรามันก็สกปรกพอกันไม่ใช่หรือ อ้อ ลืมถามไปว่ายังเก็บถ้วยรางวัลชนะเลิศไว้หรือโยนทิ้งไปแล้วล่ะ” สยมภูยิ้มเย้ยก่อนจะเดินจากไป อัครพลมองตามกำหมัดแน่นด้วยความแค้น...

การกระทำของวันทนีย์ครั้งนี้เท่ากับเป็นฟางเส้นสุดท้าย สยมภูอัปเปหิเธอออกจากบ้านของเขาให้ไปอยู่บ้านหลังใหม่ซึ่งเขาให้ทะนงจัดหาไว้ให้และยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเธอ ไม่ว่าวันทนีย์จะอ้อนวอนขอร้องอย่างไร คราวนี้สยมภูไม่ใจอ่อนยืนกรานให้เธอออกไป เธอตัดสินใจงัดไม้เด็ดออกมาใช้อ้างว่าท้องกับเขา

“โทษทีนะ มีความจริงที่ฉันไม่ได้บอกเธอตั้งแต่แรก ฉันเป็นหมัน”

วันทนีย์ถึงกับเข่าอ่อนที่โดนเขาจับโกหกได้ยกมือไหว้ปลก “วันผิดไปแล้ว วันกลัวจะเสียภูไปเลยต้องโกหก ภูยกโทษให้วันอีกสักครั้งนะคะ”

“มันจบแล้ววัน อย่าพยายามต่อไปเลย เธอจะยิ่งเจ็บ” พูดจบสยมภูเดินจากไป

“ภูๆ ไม่นะ วันยอมคุณทุกอย่างคุณจะเอานังนั่นมาอยู่อีกคนก็ได้วันยอมหมด อย่าทิ้งวันไป ภูๆ”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 16:41 น.