ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มรสุมสวาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครเข้มข้น “มรสุมสวาท” ได้ “เวียร์ ศุกลวัฒน์” ประกบ เปรี้ยว ทัศนียา”



โอภาสเอ็ดตะโรลั่นเมื่อหมึกรายงานว่ายังเก็บเงินจากบุรุษไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ไม่ใช่เพราะตนกับพวกไร้ฝีมือ แต่เป็นเพราะเขามีคนหนุนหลัง ตนตามไปดูถึงบ้านไอ้คนหนุนหลังนั่นมาแล้ว มันไม่ใช่คนธรรมดามีลูกน้องมากมาย ขนาดตนเอาชื่อเจ้านายไปขู่ มันยังไม่กลัว โอภาสอยากรู้ว่ามันเป็นใคร

“มันชื่อสยมภูครับ อายุยังไม่มากแต่ดูเก๋าแล้วก็รวยมาก”

เจ้าพ่อใหญ่กระชากคอเสื้อหมึกพร้อมกับตะโกนใส่หน้า แน่ใจหรือว่ามันชื่อสยมภูลูกไอ้ภักดี หมึกไม่รู้ว่าเป็นลูกใคร แต่มันให้นามบัตรมาด้วย บอกว่าจะมาเคลียร์ปัญหากับเขาตัวต่อตัว แล้วลนลานควักนามบัตรให้

“สยมภู ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ฉันจะคิดบัญชีซะที” โอภาสตาวาวโรจน์...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน อัครพลมองแบบก่อสร้างที่เคยได้รับรางวัลแต่มีบางส่วนฉีกขาดซึ่งตั้งไว้บนชั้นเหนือหัวเตียง มีถ้วยรางวัลวางอยู่ข้างๆแล้วอดนึกถึงคำพูดของสยมภูเมื่อคืนไม่ได้

“เหรอ ต้องอย่างนายใช่ไหมถึงจะดูเท่ ก๊อบปี้ผลงานออกแบบของคนอื่นมาตบตากรรมการถึงจะได้รางวัลไปก็อย่ามั่นใจว่าไม่มีใครรู้ทัน...”

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของอัครพล ตอนนั้นเขาถืองานออกแบบที่ขาดเสียหายอยู่ในมือโดยมีไพบูลย์อธิบายว่าเกิดจากอุบัติเหตุนิดหน่อย เขาทวงถามถึงเรื่องที่บริษัทจะต้องเอาแนวความคิดของผู้ชนะอย่างเขาไปพัฒนาต่อ ไพบูลย์กลับบอกว่าคณะกรรมการลงความเห็นแล้วว่าให้ระงับโครงการนี้ไว้ก่อน

“อ้าว แบบนี้ก็เท่ากับหลอกลวงกันนี่ครับ” อัครพลโวยวาย

“คุณทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจ ให้จบๆไปดีกว่า ยังไงคุณก็ได้รางวัลไปแล้วนี่”

อัครพลตื่นจากภวังค์ คว้าถ้วยรางวัลปาทิ้งด้วยความแค้นใจ...

ด้านวันทนีย์ยังคาใจไม่หายว่าเด็กสาวที่เจอที่ห้องพักรับรองแขกเป็นใคร พยายามติดสินบนคิง กลับเสียเงินฟรีโดยไม่ได้คำตอบอะไร แถมท้าให้เธอไปถามจากนายน้อยเอาเอง แล้ววิ่งปรู๊ดออกไปทันที วันทนีย์เจ็บใจมาก ตรงไปที่ห้องของสยมภูบนตึกใหญ่ ปลดกระดุมถึงร่องอกหวังจะใช้เสน่ห์ยั่วเพื่อหลอกถามถึงเด็กสาวคนนั้น แต่เขาไม่สนใจ ดันตัวเธอออกห่าง อ้างเหนื่อยอยากนอนพัก

“เหนื่อยเพราะมัวแต่พะเน้าพะนอสาวอยู่ใช่ไหมล่ะคะ อย่านึกนะว่าวันไม่เห็น”

“เธอเห็นอะไร” สยมภูตวาดเสียงกร้าว วันทนีย์เล่าให้ฟังว่าแอบเข้ามาในตึกใหญ่แง้มประตูห้องพักรับรองแขก เห็นสยมภูจูบเด็กสาวคนนั้นที่ริมฝีปากตอนเธอนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง

“เด็กคนนั้นมันเป็นใคร คุณคิดจะเลี้ยงมันไว้เป็นเมียเก็บอีกคนใช่ไหมคะ ช่วงที่ผ่านมาคุณถึงไม่ค่อยมาหาวันเลย” วันทนีย์ฟูมฟาย สยมภูโกรธมากหยิบมือถือขึ้นมาโทร.สั่งให้คิงเก็บเสื้อผ้าข้าวของของเธอให้หมด แล้วเอามาที่ห้องของเขา

ooooooo

ครู่ต่อมา คิงลากวันทนีย์ที่ร้องไห้น้ำตาไหลพรากออกจากห้องสยมภู พลางขอร้องให้เธอเลิกขัดขืนแล้วไปจากที่นี่ภายในหนึ่งชั่วโมงตามที่นายน้อยสั่ง เธอก็รู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะดื้อดึง คนอย่างนายน้อยพูดคำไหนคำนั้น วันทนีย์กัดมือคิงจมเขี้ยวจนเขาต้องปล่อย แล้ววิ่งไปที่บันได ขู่ไม่ให้คิงเข้าใกล้ไม่อย่างนั้นจะโดดลงไป

“เฮ้ย อย่ามาขู่ผมให้ยาก”

“ฉันไม่ได้ขู่ ถ้าจะให้ฉันไปจากภู ฉันยอมตายดีกว่า”

สยมภูเตือนวันทนีย์อย่าเอาความตายมาขู่ เสียเวลาเปล่าๆ เธอคร่ำครวญว่าเธอทั้งรักและซื่อสัตย์กับเขามาตลอด ทำไมต้องใจร้ายขนาดนี้ด้วย เขาไม่ได้ใจร้ายแต่เธอเองที่ผิดข้อตกลงทั้งห้ามเข้าไปยุ่มย่ามในห้องของเขา ห้ามออกไปเพ่นพ่านนอกตึกเล็กโดยไม่ได้รับอนุญาตและที่สำคัญห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา วันทนีย์รู้ตัวว่าทำผิดขอให้เขาเมตตาด้วย เธอไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเขา สัญญาจะไม่ทำผิดอีก สยมภูใจอ่อน

“แน่ใจนะว่าทำได้”

วันทนีย์ยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา แม้แต่ชื่อเสียงความเป็นดาราเธอก็ทิ้งมันเพื่อเขามาแล้ว เธอสาบานจะไม่พูดเรื่องนี้อีก สยมภูสั่งคิงให้พาเธอกลับไปที่ตึกเล็ก วันทนีย์โผกอดสยมภูดีใจสุดๆ ขอบคุณเขาที่ให้อภัย คิงเข้ามาฉุดเธอลงข้างล่าง สยมภูมองตาม กังวลใจในความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับเธอ...

ทันทีที่เจอหน้าทะนง สยมภูสั่งการให้เขาช่วยหาบ้านพร้อมที่ดินสวยสักหลัง เลือกที่อยู่ในเมืองไปมาสะดวก เขาแปลกใจคิดว่าเจ้านายจะย้ายบ้าน สยมภูปฏิเสธว่าเปล่า ในเมื่อพวกเขาอยากให้ตนล้างตัว ตนก็ควรจะล้างให้หมดจดไม่เว้นแม้แต่สิ่งที่ซุกเอาไว้ จะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง ทะนงมองเจ้านายงงๆ

“สิ่งที่ซุกไว้...อะไรเหรอครับ”

สยมภูไม่ตอบ สั่งให้ม่วงขับรถออกไป

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน กวางนั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะเรียน ครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านของสยมภู ทั้งเรื่องที่เจอผู้หญิงมาคว้าแขนตะคอกถามว่าเป็นใคร เป็นอะไรกับสยมภู อีกทั้งเรื่องที่อัครพลกล่าวหาว่าสยมภูเป็นมาเฟีย เที่ยวเอาปืนข่มขู่คนอื่น เจินเห็นเพื่อนรักนั่งใจลอย เข้ามาทักเธอกลับนั่งนิ่งไม่หือไม่อือ เจินต้องตบโต๊ะปัง

กวางถึงกับสะดุ้งโหยง “อะไรเจิน ตกใจหมด”

เจินเห็นเธอนั่งเหม่อตั้งแต่เช้าแล้ว หรือที่งานเลี้ยงมีอะไร หวังว่าคงไม่ใช่เป็นเพราะอัครพลตามไปหาเรื่องสยมภูถึงบ้าน กวางแปลกใจเธอรู้ได้อย่างไร เจินเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานอัครพลมาดักรอกวางหน้าโรงเรียน ตนก็เลยบอกว่าไม่ต้องรอ เธอไปงานเลี้ยงบ้านสยมภู พอได้ยินอย่างนั้น อัครพลก็บอกว่าจะต้องตามไปคุ้มกันเธอ

“ไม่หรอก เขาบอกว่าเขาได้รับเชิญด้วย”

“เขาโกหกเธอน่ะสิ ยัยซื่อเอ๊ย แล้วตกลงใส่ชุดเป็ดแล้วคุณสยมภูจำเธอได้ไหม”

ทีแรกกวางทำท่าจะเล่าแต่พอนึกถึงเรื่องที่ตัวเองในชุดเป็ดล้มทับสยมภูและยังเรื่องในห้องพักรับรองแขกอีกก็เลยเปลี่ยนใจไม่เล่า โกหกว่าเขาจำไม่ได้ เจินเห็นเธอหน้าแดงๆซักเป็นการใหญ่ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ กวางเล่าความฝันที่มีเจ้าชายมาจูบตอนเต้นรำให้ฟัง เจินสงสัยตกลงเป็นความฝันไม่ได้โดนจูบจริงๆใช่ไหม

กวางอึกอักว่าไม่ได้โดนจูบจริง แล้วเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบตาด้วย เจินชักสงสัยว่าเธอต้องมีอะไรปิดบัง

จับหน้าเธอให้หันมา เพื่อนนักเรียนสองคนเดินเข้ามาเห็น รีบขอโทษไม่รู้ว่ากำลังจู๋จี๋กันอยู่

“ใช่ กำลังสวีตกันเลย มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เจินยียวน

“ใครจะกล้ามีปัญหากับเฮียเจินล่ะจ๊ะ ครูนิตยาให้มาบอกกวางว่าให้เอาชุดเป็ดที่ยืมมาไปคืนด้วย”...

ทางด้านสยมภูเห็นชุดเป็ดที่วางอยู่ในห้องทำงานตัวเอง หยิบขึ้นมาดูแล้วอดหัวเราะไม่ได้ แต่พอนึกถึงตอนที่กวางมาห้ามตนเองกับอัครพลก็โมโหโยนชุดกลับที่เดิม แล้วทรุดตัวลงนั่ง หยิบเอกสารมาอ่านก็ไม่รู้เรื่อง โมโหตัวเองที่คิดถึงแต่เจ้าของชุด โยนแฟ้มกระแทกลงบนโต๊ะ ทะนงเปิดประตูเข้ามายังไม่ทันจะพูดอะไร เขาชิงพูดขึ้นก่อนว่าไม่มีอารมณ์จะฟัง ไล่ให้ออกไปก่อน เหลือบมองชุดเป็ดแล้วนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ร้องเรียกทะนงไว้ บอกว่าจะออกไปธุระข้างนอกสักสองชั่วโมง

“แต่ท่านนัดกับคุณวิไปตรวจไซต์งานด้วยกันนะครับ”

“เสร็จธุระแล้วจะกลับมา ให้วิรอที่นี่แหละ” สยมภูรอจนทะนงออกจากห้อง จึงโทร.ตามม่วงให้มาอุ้มกล่องใส่ชุดเป็ดไปที่รถ สยมภูยังไม่ทันจะเดินพ้นประตูบริษัท โอภาสโทร.มานัดให้ไปพบ...

ฝ่ายเจินเห็นเพื่อนรีๆรอๆไม่ยอมโทร.หาทะนงเพื่อขอชุดเป็ดที่ทิ้งไว้ที่บ้านสยมภูคืน ก็คว้ามือถือของกวางมาจัดการโทร.หาเขาเอง หลังรับสายจากเจิน ทะนงกลับมาที่ห้องทำงานของสยมภูเพื่อจะเอาชุดเป็ด แต่มันหายไป หาจนทั่วก็ไม่เจอ จังหวะนั้นระวิวรรณเปิดประตูเข้ามาเห็น ร้องถามว่าหาอะไรอยู่ เขาหาชุดเป็ดของคุณกวาง เธอแปลกใจชุดเป็ดจะมาอยู่ในห้องนี้ได้อย่างไร ทะนงเพิ่งรู้ตัวว่าพูดมากไปรีบกลบเกลื่อน

“นั่นน่ะสิครับ ผมคงตาฝาด”

ระวิวรรณนึกขึ้นได้ ถามทะนงว่าท่านประธานร่วมหุ้นอะไรกับบุรุษ อดีตปลัดกระทรวง ดูท่าคุ้นเคยกันมาก เขาเองก็แปลกใจเหมือนกันแค่กิจการอาหารแปรรูปซึ่งไม่ได้ดีเด่นอะไร ทำไมท่านประธานถึงอยากร่วมทุนด้วย แล้วนึกขึ้นได้ว่าสยมภูให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ รีบบอกเธอว่าอย่าไปบอกท่านว่าเธอรู้เรื่องนี้จากเขา เธอชักสงสัย การลงทุนเป็นเรื่องธรรมดา ทำไมท่านประธานต้องปิดเป็นความลับด้วย ทะนงเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

“แล้วตอนนี้ท่านประธานบอกหรือเปล่าว่าไปธุระที่ไหน”

ooooooo

คนที่ระวิวรรณถามหามีนัดไปเจอกับโอภาสที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง ม่วงเห็นว่าสถานที่นัดพบไม่น่าไว้ใจ คว้ามือถือจะโทร.เรียกกำลังเสริม แต่สยมภูจับมือไว้ปรามด้วยสายตา ก่อนจะลงจากรถไปหาโอภาสที่ยืนอยู่ในโกดังเพียงลำพัง แล้วยกมือไหว้ทักทายเขา โอภาสหัวเราะชอบใจ อ้าแขนกอดสยมภู

“หลานชายโตขนาดนี้แล้วหรือนี่ ตอนนั้นยังตัวติ๊ดเดียว” ไม่พูดเปล่าโอภาสตบหลังตบเอวลูบไปตามเนื้อตัวเพื่อตรวจว่าพกอาวุธหรือเปล่า สยมภูรู้เท่าทันทำเป็นกอดแล้วเช็กอาวุธฝ่ายตรงข้ามเช่นกัน

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นสองนัดซ้อน ม่วงสะดุ้งโหยงหันมองตามเสียง เห็นหมึกพร้อมด้วยสมุนนับสิบออกจากที่ซ่อนดาหน้าเข้าหา โอภาสแกล้งโวยวายที่เขากล้าเสียมารยาทกับแขกของตน สั่งให้เก็บปืนเดี๋ยวนี้ แล้วขอโทษสยมภูแทนหมึกด้วย ชายหนุ่มยิ้มอย่างใจเย็น ก่อนจะบอกว่าไม่ถือสา หมึกสวนทันควัน

“คุณไม่ถือแต่ผมถือ ทั้งๆที่รู้ว่าผมเป็นคนของเสี่ย คุณก็ยังทำร้ายผม มันเท่ากับเหยียบจมูกเสี่ยชัดๆ”

“แล้วเอ็งจะให้ข้าทำยังไง นี่มันหลานชายข้า พ่อเขาก็เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับข้า เอ็งก็ลืมๆไปเถอะวะ” ปากพูดแต่สายตาของโอภาสกลับมองสบตาสมุนคู่ใจอย่างรู้กัน หมึกชักปืนจ่อหน้าสยมภูทันที บอกให้เขาชักปืนของตัวเองขึ้นมาใครจะอยู่ใครจะไปจะได้รู้กัน สยมภูนึกถึงคำพูดของกวางที่ต่อว่าเขาว่าชอบทำรุนแรง ก็เลยอยากเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเอง เสนอให้หมึกเลิกใช้เครื่องทุ่นแรงเพราะนักเลงตัวจริงเขาไม่ทำกัน

“ต้องวัดกันด้วยใจคนที่ใจสู้กว่านั่นแหละถึงเรียกว่าผู้ชนะ กล้าวัดใจกับฉันตามกฎของแก๊งโพธิ์ดำไหมล่ะ”

หมึกมองหน้าโอภาส ขณะที่ม่วงมองนายน้อยใจคอไม่ดี ค่อยๆหลบมุมโทร.หาคิงเพื่อเรียกกำลังเสริม

ด้านโอภาสตกลงใจจะให้หมึกกับสยมภูตัดสินกันด้วยกฎของแก๊งโพธิ์ดำ โดยที่ทั้งคู่จะต่อยกันคนละหนึ่งหมัด ใครทรุดก่อนแพ้ แล้วสั่งให้ติ่งหนึ่งในสมุนของตัวเองเป็นกรรมการ สยมภูขอคำมั่นจากโอภาสก่อนว่าถ้าหมึกเป็นฝ่ายแพ้ เขาจะทำตามที่ตนต้องการทุกอย่าง โอภาสรับปากทันทีเพราะมั่นใจว่าสมุนของตัวเองจะชนะ

จากนั้นติ่งบอกให้ทั้งคู่รอให้ตนนับถึง 3 ก่อนถึงเริ่มการประลอง แต่โอภาสกับพวกขี้โกง ติ่งนับได้แค่ 1 หมึกปล่อยหมัดตรงเข้าชกท้องสยมภูที่ไม่ทันตั้งตัวจนเกือบทรุดแล้วเบ่งกล้ามท้องให้เขาเป็นฝ่ายต่อยบ้าง

ทั้งคู่ผลัดกันต่อยคนละหมัด หมึกเริ่มทนไม่ไหว จึงเล่นสกปรกแอบใส่สนับมือแล้วเงื้อหมัดจะชก สยมภูรู้ทันจับข้อมือเขาหักสนับมือร่วงพื้น ต่อยซ้ำจนลงไปกองกับพื้น สมุนของโอภาสกรูกันเข้าหาสยมภูแต่กลับถูกเขาเตะต่อยล้มคว่ำ โอภาสเสียหน้ามากสั่งให้สมุนหยุดใช้วิธีหมาหมู่ ก่อนจะขยุ้มคอเสื้อหมึกขึ้นมา

“แหกตาดู นักเลงจริงมันต้องอย่างนี้ ทีหน้าทีหลังอย่าริอ่านกวนใจหลานภูของข้าอีก ขอโทษเขาซะ”

สยมภูไม่ต้องการคำขอโทษ แค่ให้โอภาสลดหนี้ให้บุรุษคิดเฉพาะเงินต้นก็พอ เจ้าพ่อใหญ่ยอมทำตามที่เขาขอแล้วชมว่าเขาใจเด็ดเหมือนพ่อของเขาไม่มีผิดเพี้ยน

“เสี่ยเข้าใจผิดแล้ว ผมเป็นนักธุรกิจไม่ใช่มาเฟีย ถ้ามีเหตุบังเอิญให้เจอกันอีกไม่ต้องทักผมนะครับ ผมจะถือว่าเราไม่เคยรู้จักกัน” พูดจบสยมภูเดินออกมา โอภาสมองตามไม่พอใจ

“หน็อยไอ้เด็กเมื่อวานซืน คิดจะย้อมตัวใหม่หรือ เชอะ วงการนี้เข้าแล้วออกไม่ได้เว้ย นอกจากตายเหมือนหมาอย่างพ่อของลื้อ”...

สยมภูยังไม่ทันจะเดินมาขึ้นรถ คิงกับลูกน้องนับสิบกรูกันเข้ามาคุ้มกันพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งหมดงงไหนว่านายน้อยแย่แล้ว ก็เห็นยังอยู่ดีไม่มีบุบสลาย สยมภูตวาดใส่คิง ตกลงเป็นพนักงานบริษัทหรือเป็นนักเลงกันแน่ เขาตอบเสียงอ่อยว่าเป็นพนักงานบริษัท สยมภูด่ากราดพนักงานบ้าบออะไรมีทั้งไม้ทั้งมีดและปืน บรรดาลูกน้องต่างกลัวหัวหดพากันโยนอาวุธทิ้งอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ฟังกันให้ชัด ต่อไปนี้จะทำอะไรต้องมีสติ รู้จักใช้สมอง เลิกใช้กำลังและความรุนแรงทุกรูปแบบ ใครทำไม่ได้ก็ไปซะ” โวยเสร็จ สยมภูเดินไปขึ้นรถ คิงตบหัวม่วงแล้วเตะก้นซ้ำฐานเรียกมาให้โดนด่า

ooooooo

สยมภูแวะมาบอกข่าวดีกับบุรุษถึงบ้านอิศรเสวีว่าเขาโอนหนี้ของบุรุษจากโอภาสมาเป็นของเขาหมดแล้ว ต่อไปนี้โอภาสจะไม่ส่งคนมารบกวนบุรุษอีกและรับรองว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเราสองคน บุรุษไม่เข้าใจ เขามาช่วยตนทำไม ต้องการอะไรจากตน สยมภูแต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะ

“ท่านมีสิ่งที่ผมไม่มี ผมมาบ้านท่านทีไรรู้สึกสบายใจทุกครั้ง อาจเป็นเพราะผมตัวคนเดียวต้องกินข้าวคนเดียวมั้งครับ ก็เลยรู้สึกว่าครอบครัวท่านดูอบอุ่นดี”

บุรุษประทับใจสยมภูมากขึ้นอีก เชิญให้มาบ่อยๆได้เลย ที่นี่ยินดีต้อนรับเขาเสมอ...

แม้อยากจะได้ชุดเป็ดไปคืนอาจารย์ที่โรงเรียนมากแค่ไหน แต่กวางก็ไม่กล้าเข้าไปทวงสยมภู สักพักม่วงเอากล่องใส่ชุดเป็ดมาวางให้ที่ห้องโถง เด็กสาวมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้น ปรี่เข้าไปจะหยิบ สยมภูโผล่พรวดมายืนตรงหน้า เธอสะดุ้งเฮือก ยังเขินไม่หายเรื่องโดนเปลี่ยนเสื้อผ้า โดดผลุงเดียวออกมายืนห่างเขาเป็นเมตร แล้วยกมือไหว้ขอบคุณที่เอาชุดมาคืน พลางร้องเรียกแตงให้มาช่วยยกกล่องใส่ชุดเป็ดขึ้นไปเก็บบนห้อง แล้วรีบชิ่งหนี เขาจะตามแต่เจ็บท้องที่ถูกหมึกชกถึงกับร้องโอดโอย กวางหันขวับ

“คุณปวดท้องหรือคะ บอกได้ไหมว่าเป็นอะไรกวางจะได้ให้พี่แตงไปเอายามาให้”

สยมภูโกหกว่าเสียดท้องน่าจะมีกรดในกระเพาะ แตงอาสาจะหยิบยาให้แล้ววิ่งปรู๊ดออกไป เขาเห็นกวางดูจะเป็นห่วงเป็นใย แกล้งยืนไม่ไหวขอให้เธอพยุงไปนั่ง เธอข่มความเขินอายประคองเขาไปนั่งแล้วขยับออกมายืนห่างๆ ไม่กล้าสบตาด้วย เขาพอจะเดาได้ว่าเธออายเรื่องเปลี่ยนเสื้อผ้าคืนวันงานแกล้งกระเซ้า

“ไม่อยากถามหรือว่าวันนั้นใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ”

“ไม่เห็นต้องถามนี่คะ คนที่เปลี่ยนก็ต้องเป็นสาวใช้หรือไม่ก็แม่บ้านอยู่แล้ว”

เขาหลอกว่าที่บ้านของเขาไม่เคยจ้างสาวใช้ กวางไม่เชื่อที่เขาพูด ทั้งสองคนต่อปากต่อคำกันแบบไม่มีใครยอมใคร แต่พอแตงเอายาแก้ปวดท้องมาให้ สยมภูกลับบอกว่าหายแล้วก่อนจะเดินออกไปหน้าตาเฉย สวนกับอัครพลที่หิ้วตะกร้าใส่รังนกเข้ามา เขาไม่อยากเสวนาด้วยเดินเลี่ยงไปที่รถ อัครพลรีบเดินตาม

“สวัสดีครับท่านประธาน ไม่อยากใช้อำนาจของคุณอัปเปหิผมออกจากการฝึกงานหรือครับ ผมพร้อมนะครับ ถึงไม่ได้อยู่บริษัทคุณ ผมก็ไปฝึกที่อื่นได้ ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร”

สยมภูทำท่าจะเอาเรื่อง แต่เห็นกวางเดินออกมาดู ทำเป็นพูดเสียงดัง “มีคนบอกฉันว่าถ้าเราอยู่กันด้วยความเกลียด คิดจ้องแต่จะทำร้ายกัน เราจะหาความสุขไม่ได้ ฉันมันชอบลองของซะด้วย ไม่ค่อยเชื่อเรื่องอะไรง่ายๆ นายกลับไปฝึกงานได้ตามปกติแล้วทำหน้าที่ของนายให้ดี” พูดจบสยมภูก้าวขึ้นรถ อัครพลแปลกใจ แต่พอหันไปเห็นกวางยืนอยู่ก็ถึงบางอ้อทันทีทำไมสยมภูถึงพูดจาภาษาดอกไม้ด้วย

ครู่ต่อมา อัครพลมานั่งอยู่ตรงหน้าบุรุษพร้อมกับเอารังนกที่ได้จากปิยะธิดาติดมือมาเป็นของกำนัล หวังจะสร้างความประทับใจ แต่ต้องผิดหวังเพราะบุรุษไม่ปลื้มที่พ่อของเขาเป็นแค่ข้าราชการในกรมที่ดินส่วนแม่ทำธุรกิจซื้อขายที่ สั่งให้อิ๋วส่งแขกเป็นการไล่อัครพลทางอ้อม

ooooooo

อัครพลพกเอาความคับแค้นใจกลับบ้านตัวเอง อนันต์เตือนเขาอย่ามัวแต่ไปจีบสาวข้างบ้าน น่าจะเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับการสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ วิ่งเข้าวิ่งออกจีบสาวทั้งที่ยังไม่เป็นโล้เป็นพาย ระวังจะถูกดูถูกเอาได้ อัครพลระเบิดอารมณ์ใส่พ่อตัวเอง

“แล้วทำไมพ่อถึงไม่หาวิธีทำให้ตัวเองขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งสูงๆกว่านี้ล่ะครับ ผมจะได้ไม่ถูกใครดูถูก” อัครพลว่าแล้วเดินขึ้นบ้าน อนันต์ทั้งโกรธทั้งน้อยใจที่ลูกพูดจาไม่ดีด้วย...

ดึกวันเดียวกัน กวางนอนไม่หลับครุ่นคิดถึงคำพูดและการกระทำของสยมภู อดสับสนไม่ได้ตกลงว่าเขาเป็นคนอย่างไรกันแน่...

ขณะที่กวางนอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงในห้องตัวเอง สยมภูฝันร้ายถึงเรื่องราวในอดีตที่ยังตามมาหลอกหลอนไม่เลิกไม่แล้ว ตอนนั้นเขายังเป็นเพียงเด็กวัยรุ่น ถูกภักดีพ่อของตัวเองเอาปืนยัดใส่มือ บังคับให้ยิงจักรที่ถูกมัดมือต่อหน้าโจผู้เป็นลูกซึ่งพยายามร้องขอชีวิต สยมภูถูกภักดีกดดันหนัก จนต้องกลั้นใจหลับหูหลับตาเหนี่ยวไกปืนเป็นจังหวะเดียวกับโจกัดมือคิงแล้ววิ่งไปบังจักร กระสุนถูกขาของโจอย่างจัง สยมภูตะโกนสุดเสียงว่า “ไม่” คิงได้ยินเสียงร้องรีบเข้าไปเขย่าให้รู้สึกตัว เขาสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าเป็นแค่ความฝัน

“คิง...เมื่อไหร่นายจะตามหามันเจอ”

“ขอโทษครับ ผมว่ามันอาจจะตายไปแล้วก็ได้”

สยมภูสั่งให้หาต่อไป คิงเป็นห่วงเขามากขอกลับมาดูแลเขาเหมือนเดิม ตั้งแต่โอภาสโผล่มาตนใจคอไม่ค่อยดี แล้วเห็นสยมภูเอามือกุมที่ท้องก็ตกใจถามว่าเป็นอะไร ใครทำให้เขาเจ็บถ้าตนจับได้จะสับให้เป็นชิ้นๆ

“ก่อนจะสับมัน...ไปเอายามาทาให้ฉันก่อน”

ooooooo

สยมภูเห็นด้วยกับคำร้องขอของคิง พอทะนงมาหาที่บ้านจึงบอกเขาว่าจะให้คิงกลับมาทำงานตำแหน่งเดิม ให้เขาไปบริษัทก่อน บ่ายๆตนถึงจะตามเข้าไป แล้วก้าวขึ้นรถ คิงปิดประตูให้แล้วมองทะนงเย้ยๆ

“ทีนี้คงรู้แล้วนะว่าใครคือมือขวาตัวจริง” ว่าแล้วคิงปัดไหล่ทะนง “พวกฝุ่นไรถอยไปจะดีกว่า”

ทะนงปัดมือเขาออก คิงหัวเราะยียวนแล้วเดินไปนั่งประจำที่คนขับก่อนจะเคลื่อนรถออกไป...

เช้านี้อัครพลมาที่ไซต์ก่อสร้างคอนโดฯตามคำสั่งของสยมภู ไพบูลย์ผู้จัดการไซต์งานสั่งให้เขาไปหาน้าสุขที่กำลังรอเขาอยู่ และไม่ลืมแจ้งว่าต่อไปนี้เขาต้องอยู่ประจำที่นี่ เขาทักท้วงยังมีงานที่สำนักงานใหญ่ค้างอยู่

“ก็ท่านประธานสั่งลงมาน้องก็ทำตามไปเถอะ พี่จะสอนให้นะนายว่าไงก็ว่าตามนาย เดี๋ยวรุ่งเองเหมือนพี่”

อัครพลแค้นใจมากเดินหน้าหงิกไปหาน้าสุขตามที่ไพบูลย์สั่ง ทันทีที่ไปถึง น้าสุขยื่นถังใส่ปูนพร้อมเกรียงให้ บอกว่าช่วงนี้คนงานขาด มีงานอะไรก็ให้ช่วยทำๆไปก่อน อัครพลแนะในเมื่อขาดคนงานก็ควรหาเพิ่มไม่เห็นจะแก้ยากตรงไหน สยมภูเดินเข้ามาพร้อมคิง สอนเขาว่าถ้าคิดจะทำงานวงการก่อสร้างก็ควรรู้ไว้บ้างว่าช่วงไหนเป็นฤดูเกี่ยวข้าวช่วงนั้นคนงานบางส่วนจะพากันกลับบ้าน แรงงานที่มีทักษะจะหายากที่สุด

“ถ้านายมัวแต่นั่งรอคนงานที่ยังไม่รู้ว่าจะหาได้วันไหนก็พังกันหมด”

“หมายความว่าวิศวกรยังต้องลงมือโบกปูนเองงั้นหรือครับ ที่แท้จะหาเรื่องแกล้งผมก็บอกมาเถอะไม่ต้องมาพูดจาหรูดูดีหรอก” อัครพลเบ้ปาก สยมภูคว้าถังใส่ปูนมาฉาบผนังโชว์ คิง น้าสุขและลูกน้องคิงอีกสองคนก็ช่วยกันฉาบผนังอย่างคล่องแคล่ว อึดใจเดียวก็เสร็จแถมงานเรียบร้อยอีกต่างหาก สยมภูโยนเกรียงให้อัครพลซึ่งรับพลาดโดนอกเสื้อตัวเองเปรอะ รีบเช็ดอย่างรังเกียจ

“ไหวไหม ถ้าไม่ไหวฉันจะหาหน้าที่อื่นให้ทำ”

อัครพลจำต้องคว้าถังปูนจะฉาบผนังต่อจากงานที่สยมภูทำ แต่เขาไล่ให้ปีนขึ้นฉาบผนังด้านบนก่อน แล้วชี้ไปที่บันไดให้เอาไปปีนเพื่อทำงาน อัครพลพาดบันไดชันเกินไป สยมภูกลัวจะเป็นอันตรายเตือนด้วยความหวังดีว่าต้องให้บันไดห่างจากผนังอีก อัครพลกลับอวดดี ปีนไปทั้งอย่างนั้น สุดท้ายร่วงตุ๊บลงมาข้อศอกกระแทกพื้น ถังปูนหกใส่ตัวเลอะเทอะไปหมด ระวิวรรณเข้ามาเห็นพอดี ขณะที่คิงกับลูกน้องพากันสมน้ำหน้าสะใจ

ครู่ต่อมา ระวิวรรณเดินตามสยมภูเข้ามาในออฟฟิศ ของไซต์ก่อสร้าง พลางต่อว่าเขาเรื่องที่ยังให้อัครพลฝึกงานต่อทั้งที่เกือบทำให้บริษัทของเราต้องพังเพราะถูกหมอนั่นใส่ความ

“การให้เขาออกนั่นแหละจะเกิดปัญหา คนภายนอกกำลังเพ่งเล็งผมอยู่ เดี๋ยวก็จะเขียนข่าวว่าผมรังแกเด็กอีกแล้วใครเสีย ภาพลักษณ์ของบริษัทก็เสียอีก” สยมภูแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

“งั้นเรื่องร่วมทุนกับคุณบุรุษทั้งๆที่บริษัทของเขามีปัญหาการเงินก็เพื่อภาพลักษณ์บริษัทด้วยหรือเปล่า”

สยมภูไม่พอใจที่โดนเธอจับผิด พาลต่อว่าเธอว่าที่เลื่อนตำแหน่งให้เป็นที่ปรึกษาและประสานงานกับส่วนต่างๆเพื่อให้เขาทำงานง่ายขึ้น ไม่ได้จ้างมาให้คอยจับผิดเขาหรือเธอจะลืมไปแล้ว ระวิวรรณขอบคุณที่เขาเตือน ไม่อย่างนั้นเธอคงลืมไปว่าตัวเองเป็นแค่ลูกจ้าง แล้วขอตัวไปทำงานต่อ ก่อนจะเดินน้ำตาซึมออกไป สยมภูรู้ตัวว่าพูดแรงไป จะตามไปขอโทษก็กลัวเสียฟอร์ม

จังหวะนั้นไพบูลย์พาโจในคราบคนงานแต่งตัวมอมแมมสวมหมวกหลุบต่ำอำพรางใบหน้าที่แท้จริงเดินขากะเผลกเข้ามาสมัครงาน สยมภูจำเขาไม่ได้เดินผ่านหน้าไปไม่สนใจ โจมองตามสายตาเคียดแค้น...

ขณะที่สยมภูไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกหมายหัว อนันต์ไม่พอใจที่จิตราจะให้รับสินบนปาซองเงินทิ้ง เธอร้องเรียกให้วิมลมานมาช่วยกันเก็บเงิน พลางต่อว่าสามีว่าอย่าทำเป็นมีศักดิ์ศรีเพราะมันทำให้อิ่มท้องไม่ได้ ระหว่างนั้น อัครพลเดินเข้ามาสภาพเปรอะไปด้วยคราบปูน วิมลมานหัวร่อคิกถามว่าไปทำอะไรมา จิตราถึงกับร้องเอะอะ

“ตายแล้วตาพลทำไมเนื้อตัวมอมแมมอย่างนี้ล่ะลูก”

อัครพลเล่าให้แม่ฟังว่าถูกสยมภูกลั่นแกล้ง เธอโกรธมากโทร.ไปที่บริษัทสยมภูกรุ๊ปจะเอาเรื่องท่านประธานที่มารังแกลูกชายของตนให้ได้ อนันต์ทนไม่ไหวดึงโทรศัพท์จากมือเธอไปวางสาย ขอร้องให้พอได้แล้ว ความจริงเราควรจะขอบคุณเขาด้วยซ้ำที่เคี่ยวเข็ญลูกของเราแบบนี้ แล้วเล่าให้อัครพลฟังว่าสมัยที่ท่านฝึกงานกับฝ่ายโยธาเจอยิ่งกว่านี้อีก ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย ต้องช่วยคนงานที่ก่อสร้างถนนทำทุกอย่างเพื่อให้งานลุล่วง ถึงจะหนักแต่นั่นก็คือประสบการณ์จริงที่เราต้องเจอ

“อย่าไปฟังพ่อแก ไปกับแม่แม่จะไปเฉ่งมันเอง”

“ช่างเถอะครับแม่ ถ้าเขาฟ้องไปทางมหาวิทยาลัย ผมอาจจะไม่จบ”

จิตราถึงกับหยุดกึก วิมลมานไม่เข้าใจในเมื่ออัครพลผลการเรียนดีฝึกงานที่ไหนก็ได้ ทำไมถึงต้องทนอยู่ที่นี่ เขาไม่ไปไหนทั้งนั้น สยมภูอยากแกล้งเขาอย่างไรก็เชิญตามสบาย วันพระไม่ได้มีหนเดียว

ooooooo

วรเทวีลืมแหวนเพชรที่แม่ให้ไว้ในห้องน้ำรวมชั้นล่าง พอนึกขึ้นได้ก็วิ่งมาดูปรากฏว่ามันหายไปหาจนทั่วก็ไม่เจอ นึกขึ้นได้ว่าตอนที่ออกจากห้องน้ำเจอสะอาดตรงทางเดิน มั่นใจว่าเธอขโมยแหวน พุ่งไปที่ห้องนอนของเธอ โดยมีกวางตามไปติดๆ วรเทวีไม่เคาะประตูเปิดผลัวะเข้าไป เห็นพ่อกำลังนอนให้สะอาดนวด

“ขอโทษนะคะคุณพ่อ วอขอขัดความสุขสักครู่” พูดจบวรเทวีรื้อค้นข้าวของในห้องกระจุยกระจายสะอาดโวยวายมาค้นของของตนทำไม วรเทวีสั่งให้เอาแหวนเพชรของเธอมาคืน สะอาดไม่รู้เรื่องแหวนเพชรที่ไหน บุรุษสงสัยมีเรื่องอะไรกัน วรเทวีเล่าให้ฟังว่าลืมแหวนไว้ในห้องน้ำแล้วมันหายไป สะอาดเป็นคนเดียวที่อยู่แถวนั้น พูดจบตรงไปที่เตียงนอนรื้อค้นดูใต้หมอน สะอาดตกใจยื้อหมอนไว้ไม่ให้ค้น ดึงกันไปดึงกันมาเงินเป็นฟ่อนร่วงลงพื้น บุรุษเอ็ดตะโรลั่นไปเอาเงินมาจากไหนตั้งมากมาย

“นี่เงินอาดนะคะ อาดไม่ได้ขโมยแหวนคุณวอไป จริงๆ อาดเดินไปแถวห้องน้ำแต่อาดไม่ได้เข้าไปในห้องน้ำนะ อาดสาบานได้”

วรเทวีมั่นใจว่าสะอาดเอาแหวนของตนไปขายถึงได้มีเงินขนาดนี้ปรี่เข้าไปตบจนเซ กวางจะช่วยประคอง แต่สะอาดสะบัดหนี จะเข้าไปตบวรเทวีคืน บุรุษขวางไว้ คาดคั้นให้ตอบว่าขโมยแหวนของวรเทวีไปหรือเปล่า เธอกลัวตัวสั่นนั่งแบะกับพื้นไหว้ปลกๆ สาบานว่าไม่ได้เอาไปเงินพวกนี้เป็นเงินที่เธอเม้มค่ากับข้าวกับค่าใช้จ่ายในบ้าน วรเทวีไม่เชื่อ

“บ้านนี้มีตั้งหลายคนเรื่องอะไรมาสงสัยพี่อยู่คนเดียว” สะอาดคร่ำครวญทั้งน้ำตา...

ระหว่างนั่งรถกลับจากไซต์ก่อสร้าง สยมภูพยายามโทร.ไปง้อระวิวรรณ แต่เธอยังงอนไม่หายก็เลยไม่ยอม รับสาย ทันใดนั้น คิงซึ่งเป็นสารถีให้สยมภูเห็นมานพถูกผลักเซเข้ามาในถนน กระแทกเบรกแทบไม่ทัน ก่อนจะเปิดกระจกด่าว่าอยากตายหรือยังไง วัยรุ่น 3 คนตามมาจะเอาเรื่อง มานพเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนี สยมภูมองตามพวกวัยรุ่นที่วิ่งไล่กวดมานพซึ่งเด็กกว่าด้วยความเป็นห่วง

มานพหนีไม่พ้นถูกสามวัยรุ่นจับตัวได้ ละล่ำละลักบอกว่าตนมีเงินใช้หนี้พนันเกม แต่ต้องเอาแหวนวงนี้ไปขายก่อน แล้วหยิบแหวนเพชรของวรเทวีขึ้นมาโชว์ พวกนั้นเข้ามายื้อแย่งจะเอาไปเป็นของตัว มานพไม่ยอมเพราะเป็นหนี้แค่สามพันบาท แต่ราคาแหวนแพงกว่านั้นมาก ด้วยความที่เด็กกว่าและคนน้อยกว่า มานพถูกแย่งแหวนไปจนได้ แต่สยมภูเข้ามาแย่งคืน พวกวัยรุ่นหันไปจะเล่นงานเขาแทน คิงพุ่งมาจับคอเสื้อหนึ่งในวัยรุ่นไว้ แล้วเปิดเสื้อนอกเผยให้เห็นปืนที่เหน็บอยู่ พวกนั้นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“พี่จะนับถึง 3 แค่นั้นนะไอ้น้อง ใครช้าอย่าว่าพี่ไม่เตือน” คิงนับได้แค่หนึ่ง วัยรุ่นทั้งสามคนพากันเผ่นแน่บไม่เหลียวหลัง มานพจะหนีบ้าง แต่โดนสยมภูกระชากคอเสื้อด้านหลังไว้...

ที่ไซต์ก่อสร้าง อัครพลจะไปเข้าห้องน้ำเห็นโจนั่งลับๆล่อๆอยู่ข้างๆโดยหันหลังให้ กำลังโทรศัพท์ไปขู่ที่บริษัทสยมภูกรุ๊ปว่ามีระเบิดวางไว้ที่ไซต์งานก่อสร้าง อุษาเป็นคนรับสายตกใจมาก รีบแจ้งให้ทะนงทราบ โจวางสายแล้วหันหลังจะไป อัครพลตกใจที่เห็นระเบิดในมือของเขารีบซ่อนตัวรอจนเสียงข้างนอกเงียบ จ้ำพรวดตรงไปยังจุดที่ระวิวรรณกำลังตรวจแปลนก่อสร้างอยู่ ตั้งใจจะบอกเรื่องระเบิด เธอหันมาถามเสียงเขียว

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“เปล่าครับ ผมจะไปทำธุระให้น้าสุข” อัครพลพูดจบผละจากไป แต่อยู่ๆก็เปลี่ยนใจเดินกลับมาอีกครั้ง “คือ...ผมเห็นด้านในมีเศษปูนร่วงๆลงมา อันตราย...อย่าเพิ่งให้ใครเข้าไปดีกว่า”

“อือ ขอบใจ...คุณไพบูลย์บอกหัวหน้างานด้วย” ระวิวรรณว่าแล้วทำงานต่อไปไม่สนใจอัครพลอีก...

ในเวลาเดียวกัน อุษาร้อนรนโทร.หาตำรวจ ขณะที่ทะนงพยายามต่อสายหาสยมภู แต่เขาลืมมือถือทิ้งไว้ในรถระหว่างที่ลงไปช่วยมานพ สักพัก คิงลากมานพซึ่งดิ้นไม่หยุดกลับมาถึงตัวรถ โดยมีสยมภูเดินนำพลางขู่จะตัดมือเขาทิ้งฐานขโมยของ แล้วแกล้งคว้ามือ มานพร้องลั่น

“อย่าตัดนะน้าแหวนมันเป็นของพี่ผมผมไม่ได้ขโมยคนอื่นมา น้าปล่อยผมไปเถอะ ผมเข็ดแล้วไม่ทำอีกแล้ว”

สยมภูล้วงมือถือจากกางเกงมานพยื่นให้เจ้าตัวโทร.ตามผู้ปกครองมาที่นี่ แล้วตนจะคืนแหวนให้ เขาไม่กล้าโทร.หาบุรุษ แต่โทร.หากวางแทนที่...

ขณะที่สยมภูได้ตัวคนขโมยแหวนเพชรของวรเทวี ที่บ้านอิศรเสวียังวุ่นวายไม่เลิก ทั้งอิ๋ว แตงกับหอมรวม ทั้งเกมและนกต่างสาบานกันให้ลั่นว่าไม่ได้ขโมยแหวนแล้วหันมองไปทางสะอาดเป็นตาเดียวกัน เธอฉุนขาดที่ทุกคนพยายามโยนความผิดมาให้ ทำท่าจะเปิดศึกกัน บุรุษต้องสั่งให้ทุกคนหยุดทะเลาะกันได้แล้ว กวางจะเข้าไปช่วยพ่ออีกแรงหนึ่ง แต่มานพโทร.เข้ามือถือของเธอเสียก่อน เธอรีบออกมารับสายข้างนอก

ooooooo

ทะนงติดต่อสยมภูไม่ได้ รีบโทร.เตือนระวิวรรณ ว่ามีคนขู่วางระเบิดที่ไซต์ก่อสร้างอีกยี่สิบนาทีระเบิดจะทำงานให้เธอรีบออกจากที่นั่น ระวิวรรณตกใจร้องบอกทุกคนให้หนี ไพบูลย์กลัวตายวิ่งแจ้นออกไปก่อนเพื่อน น้าสุขเห็นว่ายังมีคนงานอยู่ข้างใน ขยับจะไปตาม

“ฉันไปเอง น้าสุขไล่ต้อนคนออกไปให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว” ระวิวรรณว่าแล้ววิ่งสวนทางกับพวกคนงานที่พากันหนีตายออกไป จนกระทั่งขึ้นไปบนชั้นสอง เห็นโจยืนหันหลังอยู่เข้าไปเตือนว่ามีระเบิดในนี้ให้รีบออกไป เขาหันขวับมาพร้อมระเบิดในมือ เธอถึงกับตะลึง โจคว้าตัวเธอไว้ แต่เธอสะบัดหลุด หันหลังวิ่งหนี อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเอง เสียหลักล้มหัวกระแทกพื้นหมดสติ โจรีบวิ่งหนีโดยทิ้งระเบิดซึ่งตั้งเวลาถอยหลังเหลืออีก 10 นาทีไว้...

ระหว่างนั่งรอผู้ปกครองของมานพอยู่ที่สนามเด็กเล่นข้างรถของสยมภู มานพเห็นคิงเผลอก้มกัดมือของเขาข้างที่จับแขนตัวเองจมเขี้ยว คิงเจ็บมากจำต้องปล่อยมือ มานพสบช่องวิ่งหนี คิงจะตาม แต่สยมภูสั่งให้เขาอยู่รอผู้ปกครองของมานพที่นี่ ตนจะไปตามเอง

มานพวิ่งหนีไปกลางถนน กวางเห็นน้องชายต่างมารดากำลังจะถูกรถชนวิ่งเข้ามาผลักเขาสุดแรงเกิดจนพ้นอันตราย โดยลืมไปว่าตัวเองอยู่กลางถนนและรถคันนั้นกำลังแล่นเข้าหา กวางตกตะลึงทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนหลับตาปี๋ สยมภูพุ่งรวบตัวเธอหลบรถได้ทัน เด็กสาวลืมตาขึ้นอีกทีเห็นตัวเองรอดตายถึงกับเข่าอ่อน...

พอสยมภูรู้ว่ากวางเป็นพี่สาวของมานพ ก็ยื่นแหวนเพชรให้พร้อมกับบอกว่ามานพขโมยแหวนวงนี้มา เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่านี่เป็นแหวนของวรเทวี ต่อว่าน้องชายยกใหญ่ที่ทำให้วุ่นวายกันทั้งบ้านอิศรเสวี

“แล้วไงกะอีแค่แหวนวงเดียว คุณพ่อรวยนักไม่ใช่หรือจะซื้ออีกกี่สิบวงให้พี่วอก็ได้”

กวางอธิบายว่านี่ไม่ใช่แหวนทั่วไป แต่เป็นแหวนที่คุณแม่ให้วรเทวี แหวนวงไหนก็มาทดแทนไม่ได้ เขาก็รู้ว่าคุณแม่รักเขามากแค่ไหน ถ้าท่านรู้ว่าเขาทำแบบนี้คงเสียใจมาก มานพถึงกับปล่อยโฮ ถ้าแม่ใหญ่รักเขาก็ไม่ควรรีบตาย ไม่มีท่านสักคนเขาก็เหมือนไม่มีตัวตนอยู่ในบ้าน ไม่มีใครรักไม่มีใครสนใจ

“ไม่จริง คุณพ่อรักลูกทุกคนเท่าๆกัน นพคิดมากไปเอง”

มานพเถียงคอเป็นเอ็น ถ้าคุณพ่อรักเท่ากันแล้วทำไมรถคันที่เขานั่งไปโรงเรียนถึงคันเล็กกว่าแถมเธอกับวรเทวีก็ได้ไปเมืองนอกกับคุณพ่อ ส่วนเขาไม่เคยได้ไปสักครั้ง กวางอายสยมภูที่น้องเป็นเด็กมีปัญหา สั่งให้กลับบ้านด้วยกัน จากนั้นไม่นาน คิงขับรถพาสยมภู มานพและกวางมาถึงหน้าตัวตึกบ้านอิศรเสวี กวางเดินแยกไปทางด้านหลัง ผ่านห้องครัวเข้าไปที่ห้องโถง เห็นวรเทวีขู่จะแจ้งตำรวจมาจัดการสะอาด อิ๋ว แตงกับนกและเกม บุรุษขอร้องอย่าให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่เธอไม่ยอม คว้ามือถือขึ้นมาจะโทร. กวางรีบวิ่งออกไปหา

“อย่าโทร.เรียกตำรวจนะคะพี่วอ กวางหาเจอแล้ว มันตกอยู่ใต้อ่างล้างหน้า ไม่มีใครขโมยไปหรอกค่ะ”

สะอาดได้ทีโวยกลับ แล้วที่ตนเองถูกตบใครจะรับผิดชอบ วรเทวีให้ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สะอาดไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ได้ กวางเห็นท่าไม่ดีรีบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า บอกว่าวันนี้บ้านเราจะมีแขกมากินข้าวไม่ใช่หรือ สยมภูซึ่งรอดูเหตุการณ์อยู่หน้าประตูทางเข้านานแล้ว รู้ว่ากวางอยากให้หยุดทะเลาะกัน เดินยิ้มแย้มเข้ามาไหว้ทักทายบุรุษ การทะเลาะเบาะแว้งถึงสงบลงได้ ทันใดนั้น คิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามา

“แย่แล้วครับนายน้อย คุณเลขาฯโทร.มาบอกว่าที่ไซต์ก่อสร้างโดนวางระเบิด คุณวิยังอยู่ในอาคารด้วย”

ไม่นานนัก สยมภูมาถึงไซต์ก่อสร้าง เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยหามเปลซึ่งระวิวรรณนอนสลบไสลไม่ได้สติและมีแผลแตกที่หัวออกมา เขารีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง ตำรวจยื่นระเบิดที่กู้ได้จากที่เกิดเหตุให้เขาดู

“มันเป็นระเบิดปลอมครับ น่าจะเป็นแค่การขู่ ผมคาดว่าคนเจ็บอาจเห็นหน้าผู้ร้าย”

“ทะนงจัดการทางนี้ด้วย ฉันจะไปกับคุณวิ” สยมภูว่าแล้วเดินไปกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย ผ่านกลุ่มคนงานที่มีโจยืนปะปนอยู่ โจมองไปที่ตำรวจ แล้วเดินเลี่ยงไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ อัครพลเห็นเขาหนีแต่กลับไม่บอกใคร...

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง กวางขอให้พ่ออนุญาตให้มานพนั่งรถคันเดียวกับเธอและพี่วอตอนไปโรงเรียน รถคันที่เราสองคนนั่งมีที่เหลือเฟือ บุรุษทำไม่ได้เพราะวรเทวีคงไม่ยอมแน่ๆ ให้เธอเลิกคิดเรื่องนี้ได้เลย

ooooooo

ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย ระวิวรรณไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากแค่หัวแตกเล็กน้อย สยมภูส่งน้ำให้เธอที่ยังงอนๆดื่มแล้วทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างเตียง เล่าให้ฟังว่า
ที่เขาไปลงทุนกับบุรุษเป็นแค่ฉากบังหน้า

“ความจริงผมมีแผนอยากได้ที่ดินกับบ้านของเขา อีกไม่ช้าหรอกเขาต้องเอามาจำนองกับผม”

ระวิวรรณรู้สึกดีขึ้นที่เขายอมเปิดเผยเรื่องนี้ ไม่คิดจะโกรธอะไรเขาอีก ระหว่างนั้น ทะนงเข้ามารายงานว่าคนงานขาเป๋คนนั้นหนีรอดไปได้ ที่อยู่ในใบสมัครรวมทั้งบัตรประชาชนปลอมทั้งหมด แต่ตำรวจอยากขอสอบคนงานที่เห็นเหตุการณ์ สยมภูขอตัวไปไซต์งานก่อน ไว้ตอนเธอจะออกจากโรงพยาบาลเขาจะมารับกลับเอง ทะนงรอจนเขาออกไปแล้วจึงบอกกับระวิวรรณว่า ตอนที่เธอสลบไป สยมภูเป็นห่วงเธอมากอยู่รอจนเธอฟื้นไม่ยอมไปไหน ระวิวรรณเก็บอาการไม่อยู่ฉีกยิ้มดีใจ ทะนงมองออกว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเจ้านายของตน...

กวางรู้สึกดีมากเมื่อรู้จากเจินว่าสยมภูช่วยเป็นธุระรับน้องหมาจากคลินิกมาส่งให้ถึงโรงเรียน เธอเพิ่งตระหนักว่าเขาไม่ใช่ขาโหดอย่างที่ตัวเองเข้าใจ...

ทางด้านอัครพลมีแผนร้ายบางอย่างจึงไม่ยอมบอกสยมภูกับทะนงตอนที่มาสอบถามว่ามีใครเห็นอะไรหรือได้ยินคนร้ายคุยอะไรที่จะเป็นเบาะแสได้บ้าง จังหวะนั้น กวางโทร.มาถามทะนงว่าทุกคนที่ไซต์งานปลอดภัยไหม พอรู้ว่าปลอดภัยดี เธอแอบถอนใจโล่งอก สยมภูรู้ว่าเธอโทร.มาถึงกับหูผึ่ง

“จะคุยกับท่านประธานไหมครับ ท่านอยู่ตรงนี้เอง”

กวางไม่กล้าคุยด้วยได้แต่ฝากทะนงไปขอบคุณสยมภูเรื่องน้องหมาให้ด้วย แล้วรีบวางสาย ทะนงหันมาบอกเจ้านายว่ากวางมีน้ำใจอุตส่าห์โทร.มาถามว่าพวกเราปลอดภัยดีไหมและยังฝากขอบคุณเขาเรื่องน้องหมา สยมภูถึงกับยิ้มปลื้ม ทะนงอดถามไม่ได้ว่ายิ้มอะไร เขาย้อนถามอย่างยียวนว่ามีกฎห้ามท่านประธานยิ้มด้วยหรือ แล้วเดินหนี ทะนงมองตามสงสัยในพฤติกรรมของเขา...

กวางกำลังฝึกวาดรูปเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากรอยู่ในสวนข้างบ้าน ตอนที่อัครพลมาฟ้องว่าสยมภูแกล้งเอาบันไดชำรุดมาให้เขาปีนจนตกลงมาข้อศอก แตก เธอเถียงแทนว่าสยมภูอาจจะไม่รู้ว่าบันไดชำรุดก็ได้ แล้วรีบตัดบทขอตัวฝึกวาดรูปต่อ ใกล้วันที่จะต้องไปสอบเต็มทีแล้ว อัครพลเสนอตัวจะช่วยติวให้

“คือกวางไม่อยากให้พี่พลเข้ามาทางข้างรั้วแล้วค่ะ กวางกลัวคุณพ่อจะดุเอา ขอโทษนะคะพี่พล”

“พี่เข้าใจจ้ะ” อัครพลรู้สึกได้ว่านับวันกวางยิ่งจะห่างเขาออกไปทุกที...

ได้เวลาที่ระวิวรรณจะออกจากโรงพยาบาลรอแล้วรอเล่าให้สยมภูมารับก็ไม่เห็นแม้แต่เงา กลับเป็นคิงมาทำหน้าที่แทน เธอยังคาใจไม่หายที่สยมภูหายตัวไปตอนที่ไซต์งานถูกขู่วางระเบิด พยายามซักถามจากคิง เธอได้คำโกหกมาแทนว่าเขากลับไปงีบหลับที่บ้าน

ระวิวรรณนึกถึงผู้หญิงที่เคยเห็นแวบๆที่ตึกเล็กขึ้นมาทันที สั่งให้คิงจอดรถให้ลงข้างทางอ้างนัดเพื่อนไว้

แต่ความจริงแล้ว ระวิวรรณมาที่บ้านของสยมภู หลอกล่อให้ม่วงกับลูกน้องที่เฝ้าตึกเล็กไปช่วยขนของในรถแท็กซี่ แล้วลอบเข้าไปข้างใน พบว่าผู้หญิงปริศนาคนนั้นก็คือวันทนีย์เพื่อนของตัวเอง เธอเจ็บแปลบใจมากแต่ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เข้ม-อ๊อฟ" ขอบคุณแฟนละคร “เผาขน” ฟาดเรตติ้งเปิดตัวสูงสุดของปี

"เข้ม-อ๊อฟ" ขอบคุณแฟนละคร “เผาขน” ฟาดเรตติ้งเปิดตัวสูงสุดของปี
17 พ.ค. 2564

12:00 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:19 น.