ตอนที่ 11
อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครเข้มข้น “มรสุมสวาท” ได้ “เวียร์ ศุกลวัฒน์” ประกบ เปรี้ยว ทัศนียา”
สยมภูออกจากที่ซ่อนเดินไปหากวาง แต่สมุนของดำรงคนหนึ่งเดินดิ่งมาถึงตัวเธอก่อน สาดบางอย่างใส่หน้า กวางกรีดร้องลั่นยกมือปิดหน้า สยมภูโดดเตะต่อยสมุนไม่ยั้งจนลงไปจุก แล้วขยุ้มคอขึ้นมา
“ใครสั่งให้แกทำ”
ยังไม่ทันจะได้คำตอบ สมุนอีกคนหนึ่งบิดมอเตอร์ไซค์เข้าหาจนสยมภูต้องโดดหลบ สมุนคนแรกที่โดนเขาเล่นงานสบช่องโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ก่อนจะพากันแล่นหนีไปอย่างรวดเร็ว สยมภูรีบไปดูกวางจะพาไปหาหมอ แต่ปรากฏว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร มันไม่ใช่น้ำกรดเป็นแค่น้ำเปล่าเท่านั้น เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ ปล่อยให้อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ ลากเธอไปที่รถของเขา
กวางพยายามแกะมือออกไม่ยอมไปไหนกับเขาทั้งนั้น สยมภูหยิบมือถือขึ้นมาโทร.สั่งให้คิงตัดนิ้วมานพทิ้งทีละนิ้วหากเธอไม่ทำตามที่เขาสั่ง กวางไม่มีทางเลือกจำต้องขึ้นรถไปกับเขา...
ขณะที่สยมภูพากวางหนี สมุนของดำรงโทร.รายงานเจ้านายว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เขาชมเปาะว่าทำดีมาก ถ้ากวางยังไม่หยุดทำให้น้องสาวของตนต้องน้ำตาตกอีก ครั้งต่อไปจะต้องเจอน้ำกรดจริง มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอด ปิยะธิดารู้ว่าเป็นอัครพลปรี่จะไปเอาเรื่องเพราะคิดว่าเขาหายไปกับกวางมาทั้งคืน
ดำรงห้ามน้องไว้ แต่งเรื่องว่าตนให้สมุนตามไปเช็กหมดแล้วรวมทั้งบ้านผู้หญิงคนนั้นด้วย อัครพลไม่ได้ไปที่นั่น แต่อยู่กับลูกค้าทั้งคืน สมุนของตนเพิ่งโทร.มารายงานเมื่อครู่นี้ ปิยะธิดาโล่งใจยิ้มออกมาได้ อัครพลเข้ามาในบ้านเห็นดำรงจ้องอยู่ก็หน้าเสีย
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ผมมัวแต่ไปเลี้ยงสังสรรค์กับลูกค้า ก็เลยไม่ได้อยู่ต้อนรับพี่”
“ฉันจะมาเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายดาเพราะพ่อกับแม่คงเดินทางไกลไม่ไหว รอให้เสร็จงานทางนี้แล้วค่อยไปจัดเลี้ยงกันอีกทีที่โน่นดีกว่า”
“เมื่อครู่นี้ดาโทร.มาหาพี่...คือพี่...” อัครพลอึกอักหาคำแก้ตัวไม่ทัน ปิยะธิดาโผกอดเขาไว้แน่น
“ดาเข้าใจค่ะ พี่พลอยู่กับลูกค้า ดาไม่น่าโทร.ไปกวนใจเลย ดาขอโทษนะคะ พี่พลเหนื่อยไหมคงยังไม่ได้อาบน้ำเลยใช่ไหมคะ ดาจะผสมน้ำอุ่นกับสมุนไพรให้ แถมโปรโมชั่นนวดหลังให้ฟรีด้วย” ปิยะธิดาว่าแล้วดึงอัครพลที่ยังงงไม่หายขึ้นบ้าน ดำรงมองตามโล่งใจที่เห็นน้องสาวมีสีหน้ายิ้มแย้ม
ooooooo
สยมภูขับรถพากวางหนีไปทางภาคเหนือ เธอยังเคืองเขาไม่หายโวยวายใส่ ถ้าจะพาใครไปไหนด้วยก็ควรจะบอกกล่าวล่วงหน้าให้คนนั้นรู้ จะได้มีเวลาเตรียมตัวบ้าง เธอมีน้องๆที่ต้องดูแล สยมภูโวยกลับ
“เธอมันหาเหาใส่หัวเอง พอโดนไอ้หนุ่มข้างบ้านกลับมาออเซาะเข้าหน่อยก็หวั่นไหวทำเป็นใจดีให้มันนอนค้างคืนด้วย หรือยังแอบมีใจกับมันอยู่”
“แค่กลัวเขาเมาแล้วขับแสดงถึงมีใจชอบพอคนนั้นหรือคะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันคงมีใจกับคนไปทั่วเลยค่ะ”
“ดิฉันๆๆอยู่นั่นแหละ กลัวหวานใจไม่รู้หรือไงว่าฉันกับเธอมันก็แค่นายจ้างกับลูกจ้าง เลยต้องพูดให้มันห่างเหินเข้าไว้” สยมภูพาลหาเรื่องไม่เลิก ยิ่งนึกถึงคำพูดของวันทนีย์ที่ว่าเขารักกวางข้างเดียวเพราะเธอ
บอกวันทนีย์ว่าเป็นแค่ลูกจ้างไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาแบบชู้สาวก็ยิ่งโกรธเร่งความเร็วรถขึ้นอีก กวางกลัวมากแต่พยายามข่มอารมณ์ไว้ ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าถูกโจสะกดรอยตาม...
ด้านมานพได้ยินคิงพูดกับม่วงมีคนไปหาเรื่องกวางที่บ้านสวนก็เป็นห่วง วางแผนจะกลับไปที่นั่น...
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว สยมภูยังคงขับรถมาตามถนนด้วยความเร็วโดยมีกวางนั่งสัปหงกอยู่ข้างๆ ฟ้าร้องครืนๆเริ่มมีฝนโปรยปราย อยู่ๆฟ้าผ่าต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้าหักโค่นขวางถนน สยมภูกระแทกเบรกสุดแรงแต่รถยังไถลไปชนต้นไม้ฝากระโปรงเปิดไปต่อไม่ได้ โชคดีที่ทั้งคู่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เขาสั่งให้กวางรออยู่ในรถ ส่วนเขาจะไปตามคนมาช่วยแล้วลงจากรถ ห่างออกไปพอสมควร โจกำลังเล็งปืนติดลำกล้องไปทางสยมภู ยังไม่ทันจะเหนี่ยวไก กวางวิ่งมาบังวิถีกระสุนเสียก่อน
“ดิฉันไปด้วยได้ไหมคะ คือ...ดิฉันกลัว”
“ยอมรับแล้วสิว่ายังไงเธอก็ต้องพึ่งฉันวันยังค่ำ” สยมภูว่าแล้วถอดเสื้อตัวนอกโยนให้กวางไว้คลุมหัวกันฝนแล้วสั่งให้ตามมา โจเล็งปืนไปที่สยมภูอีกครั้ง แต่ฝนตกหนักน้ำฝนเข้าตาทำให้ยิงไม่ได้อีก...
กวางกับสยมภูเดินตัวเปียกปอนมาถึงโฮมสเตย์ตีนดอยแห่งหนึ่ง จึงเข้าไปขอความช่วยเหลือ อิ๋วกับแตงซึ่งเป็นเจ้าของที่นี่ขอให้ทั้งคู่พักค้างคืนก่อน มืดค่ำอย่างนี้คงหาช่างไปดูรถไม่ได้ ต้องรอจนรุ่งเช้า สยมภูโกหก สองสาวว่าแต่งงานกับกวางเพื่อจะได้ไม่ต้องตอบคำถามให้ยุ่งยาก จากนั้นอิ๋วพาทั้งคู่ไปยังห้องพักและเอาเสื้อผ้าแห้งมาให้เปลี่ยน สยมภูปล่อยให้กวางอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนเขาออกไปโทร.หาคิง
“ฉันจะอยู่ดูที่ทางทางนี้สักสองสามวัน ทางโน้นเป็นอย่างไรบ้าง”
“ก็เรียบร้อยดีนะครับไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” คิงวางสาย มองไปยังใต้ถุนบ้านเห็นสะอาดกับเด็กๆนั่งกินข้าวกันอยู่ ลูกน้องสองคนแอบนินทาสะอาดว่าไม่มีน้ำใจ กินข้าวทั้งทีไม่เรียกพวกเราสักคำ
“จะเอาอะไรกับพวกดีแต่กอบโกย ไปหากินกันข้างนอก เดี๋ยวค่อยกลับมาอีกที” คิงว่าแล้วเดินนำลูกน้องออกไป พอทั้งสามคนคล้อยหลัง มานพค่อยๆโผล่ออกจากที่ซ่อนเดินเข้าไปในบ้าน สะอาดหันมาเห็นเขาก็พูดจาดูถูกต่างๆนานา มานพโกรธจนลืมตัวพุ่งชนเธอล้มลงไปกองกับพื้น ขึ้นคร่อมแล้วบีบคอแน่น แป้งกับปลาตกใจร้องไห้โฮ เปี๊ยกพยายามจะเข้าไปห้ามแต่ไม่สำเร็จ ทรุดตัวลงกราบ
“พี่นพ เปี๊ยกขอร้องอย่าทำแม่นะครับ เปี๊ยกขอโทษแทนแม่ เปี๊ยกขอโทษ อย่าทำแม่เลย”
มานพเห็นเปี๊ยกก้มกราบก็ได้สติ มองมือตัวเองที่บีบคอสะอาดอยู่ก็ตกใจ รีบชักมือออกวิ่งหนี เด็กๆช่วยกันพยุงแม่ขึ้นมานั่งบนแคร่ เธอไม่วายตะโกนด่าเขาไล่หลัง อย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีกไม่อย่างนั้นจะเรียกตำรวจมาจับ แล้วหันไปตวาดลูกๆ อิ่มแล้วก็ให้ขึ้นไปนอน แป้งดักคอรีบไล่พวกตนเพราะจะไปเล่นไพ่ใช่ไหม
“ถ้าพี่สาวแกกลับมาห้ามพูดให้ได้ยินเชียวนะ ไม่งั้นแม่จะไม่ซื้อที่คาดผมสวยๆให้แกอีกนังแป้ง” สะอาดรอจนลูกๆขึ้นบ้านเรียบร้อยก็รีบออกไป สมุนของดำรงสองคนออกจากที่ซ่อนย่องเข้าไปเอาน้ำมันราดเสาบ้าน
ooooooo
มานพหนีมานั่งร้องไห้อยู่ปากทางเข้าสวนสักพักก็ลุกขึ้นกำมือแน่นด้วยความแค้น มองไปทางบ้านสวน
“ฉันจะไม่กลับมาที่นี่อีก ไม่ว่าใครมันจะเป็นจะตายก็ช่างมัน”
แต่แล้วเด็กหนุ่มต้องตกใจเมื่อเห็นควันพวยพุ่งมาจากบริเวณที่ตั้งของบ้าน รีบวิ่งกลับไป เห็นหลังพวกสมุนของดำรงไวๆก่อนจะหนีหายไปในความมืด เขามองไปที่ตัวบ้านเห็นไฟลุกไหม้ใต้ถุนบ้านอย่างรวดเร็วกำลังลามขึ้นไปชั้นบน เขาลืมความโกรธความเกลียดหมดสิ้น วิ่งไปช่วยน้องๆออกมาได้ทัน แต่ไม่เห็นสะอาดอยู่ด้วยก็ถามหา เปี๊ยกยังไม่ทันจะตอบคำถาม เจ้าตัววิ่งหน้าตื่นเข้ามาเห็นบ้านไฟไหม้ คิดว่าเป็นฝีมือมานพ เข้าไปทุบตี แป้งดึงมือแม่ไว้ บอกว่าเขาเป็นคนช่วยพวกเราไม่อย่างนั้นคงโดนย่างสดไปแล้ว
สะอาดนึกขึ้นได้ว่าซ่อนเงินเอาไว้ใต้ฟูก วิ่งฝ่าเปลวเพลิงขึ้นไปเอา เปี๊ยกจะวิ่งตาม มานพคว้าตัวไว้ สั่งให้ดูแลน้องๆอยู่ตรงนี้ ตนจะไปตามสะอาดให้เอง แล้ววิ่งขึ้นบ้าน สะอาดห่วงเงินพยายามจะเข้าไปเอา เกือบต้องตายในกองไฟถ้าไม่ได้มานพช่วยเอาไว้ คิงกับลูกน้องรีบพาเด็กๆออกมาให้ห่างจากบ้านที่กำลังมอดไหม้...
เหมือนมีลางสื่อถึงกัน กวางฝันร้ายเห็นน้องๆร้องขอความช่วยเหลือ ตะโกนลั่นให้ช่วยน้องของเธอด้วย แล้วปัดป่ายมือไปมา สยมภูตกใจตื่นรีบเขย่าแขนให้เธอรู้สึกตัว กวางทะลึ่งพรวดลุกขึ้นนั่งร้องจะกลับบ้าน
“จะกลับได้ยังไงมืดค่ำแบบนี้”
“ดิฉันห่วงน้องกลัวเกิดเรื่องร้ายๆกับพวกเขา ช่วยพากลับบ้านที ได้โปรดเถอะค่ะท่านประธาน”
“มันก็แค่ฝันร้ายรอให้เช้าก่อนแล้วฉันจะพากลับ รีบนอนซะอย่ามาทำให้คนอื่นพลอยไม่ได้นอนไปด้วย”
กวางเกรงใจเขาล้มตัวลงนอนอย่างเดิม ดึงผ้ามาห่อตัวเนื่องด้วยรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมา สยมภูเข้ามากอดเธอไว้ กวางตกใจพยายามขืนตัว เขาไม่ได้จะทำอะไร แค่หนาวก็เลยจะยืมตัวมากอดให้อุ่นเท่านั้น เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด ก่อนจะหลับตาลง
ooooooo
ข่าวบ้านเช่าของกวางถูกวางเพลิงที่ออกอากาศทางทีวีเกือบทุกช่อง ทำให้อัครพลไม่เป็นอันทำงาน วิ่งแจ้นกลับบ้าน ลากตัวปิยะธิดาซึ่งกำลังตระเตรียมห้องหออยู่กับจิตราและวิมลมาน ออกมาคาดคั้นว่าเธอให้คนไปวางเพลิงเผาบ้านกวางใช่ไหม เธอปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ทำ อัครพลไม่เชื่อ
“พี่ขอเตือนอย่าแตะน้องกวางอีก แค่นี้ชีวิตเขาก็น่าสงสารพออยู่แล้ว อย่าให้มันเกินไปนัก”
จิตราตามออกมากับวิมลมานทันได้ยินพอดี ด่าว่าลูกชายทำไมถึงโง่ดักดานให้นังนั่นหลอกอยู่ได้ อัครพลไม่อยากเถียงกับแม่รีบเดินหนี วิมลมานสงสัยมีเรื่องอะไรกัน นังนั่นทำอะไรให้อีก
“มันบอกว่าเราเผาบ้านมัน”
“อะไรนะ นี่แสดงว่าฟ้าดินลงโทษนังผู้หญิงหน้าไม่อาย อย่างมันแล้ว เห็นไหมคนดีอย่างหนูดาต้องชนะ หมู่มารมันจะมาต้านทานเทวดานางฟ้าได้อย่างไร” จิตรายิ้มพอใจ
ปิยะธิดายังคาใจไม่หาย ใครกันแน่ที่วางเพลิงเผาบ้านกวาง หลบออกมาโทร.ถามดำรงซึ่งกำลังดูความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานฉลองสมรสของเธอกับอัครพลว่ารู้เรื่องนี้ไหม เขาบอกเธอไม่ต้องไปสนใจว่าใครทำให้เตรียมเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดก็พอ...
ขณะกวางตื่นขึ้นในอ้อมกอดอบอุ่นของสยมภู มีเสียงร้องวี้ดว้ายของอิ๋วดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงปืน สยมภูสั่งให้เธอรออยู่ในห้องแล้ววิ่งพรวดออกไป ถูกโจถีบกระเด็นกลับเข้ามา กวางจำเขาได้ว่าเป็นคนที่พยายามจะทำร้ายสยมภูเมื่อ 5 ปีก่อน โจเล็งปืนจะยิงสยมภู กวางคว้าของใกล้มือปาใส่ทำให้ยิงพลาด เขาจะยิงซ้ำก็ถูกสยมภูเตะตัดขาล้มคว่ำ พอตั้งหลักได้ ทั้งคู่ก็หนีไปแล้ว โจกับสมุนอีกสองคนไล่ตามไม่ลดละ
ด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง แทนที่จะหนีไปทางที่มีผู้คนอาศัย สยมภูกลับพากวางหนีลึกเข้าไปในป่า เขาหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาคิงแต่ไม่มีสัญญาณ กวางสงสัยทำไมผู้ชายคนนี้ต้องตามฆ่าเขาด้วย
“มันคงอยากออกทีวีมั้งที่ฆ่าฉันได้ เอาแต่หนีแบบนี้ไม่สนุกแฮะ” เฉไฉเสร็จ สยมภูมองไปรอบตัวเพื่อหาอาวุธ เห็นต้นไผ่เต็มไปหมด คิดจะใช้มันป้องกันตัว
แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ สยมภูสู้พวกโจไม่ได้ถูกจับตัวไว้ ขณะโจจะเหนี่ยวไกปืนยิงเขา ถูกโจรป่าเข้าล้อมและยิงสมุนของโจตายเรียบ โจบ้าเลือดยิงต่อสู้กับพวกโจรถูกคมกระสุนล้มคว่ำ พวกโจรป่าจัดการโจกับพวกเรียบร้อยก็หันปืนมาทางสยมภูเป็นจุดเดียวกัน...
ข่าวสยมภูถูกคนร้ายตามล่าทำให้ทะนง ระวิวรรณและคิงตกใจมาก ทางตำรวจโทร.แจ้งทะนงว่าตำรวจทางโน้นออกตามหาสยมภูแล้วแต่ยังไม่พบ มีพยานเห็นเขาหนีขึ้นดอยไปกับผู้หญิงที่ชื่อกวาง คิงร้อนใจอาสาจะไปตามหานายน้อยเอง แล้ววิ่งออกไป วันทนีย์รู้ข่าวนี้จากทีวี วิ่งร้องไห้เข้ามาหาระวิวรรณ
“มันเกิดขึ้นได้ยังไง ภูไปทำอะไรบนดอยไกลขนาดนั้น”
“คงพาสาวไปสวีตหวานกันมั้ง เธอไม่รู้เลยหรือว่าเขาไปกับกุมาริกาแล้วทิ้งเธอแห้งตายอยู่ที่บ้าน”
เจอลูกยุของระวิวรรณเข้าไป วันทนีย์ยิ่งร้อนใจ ชวนเธอไปตามหาสยมภูด้วยกัน ทะนงท้วงสถานการณ์แบบนี้ท่าน ผอ.ควรจะอยู่ที่บริษัทมากกว่าเพื่อไม่ให้พนักงานเสียขวัญ เธอเห็นด้วยกับเขา บอกให้วันทนีย์กลับไปก่อน ได้ข่าวคืบหน้าอะไรจะโทร.ไปบอก วันทนีย์ดื้อดึงจะไปตามหาสยมภูให้ได้ ระวิวรรณตัดรำคาญลากเธอไปที่รถเพื่อพาไปส่งบ้าน...
ทางฝ่ายอัครพลกำลังจะเข้าพิธีส่งตัวเข้าเรือนหอ บังเอิญเห็นข่าวสยมภูกับกวางถูกตามล่า คิดว่าเป็นฝีมือของปิยะธิดา ทิ้งพิธีส่งตัวตามไปช่วยกวางโดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามของเจ้าสาวตัวเอง...
ด้านวรเทวีรู้ข่าวกวางกำลังตกอยู่ในอันตรายก็ตกใจมาก คว้ากระเป๋าจะไปถามความคืบหน้าที่สยมภูกรุ๊ป ทศพรไม่ยอมให้ไป ในเมื่อตกลงกันแล้วว่าจะแต่งงานกับเธอแค่คนเดียวไม่นับพี่น้องของเธอเป็นญาติด้วย เธอ แค่จะไปถามข่าวน้องเท่านั้น เขาโมโหมากในเมื่อพูดกันไม่ฟังก็เลยลงไม้ลงมือตบตีวรเทวี
พวงพรกับทวีศักดิ์เข้ามาเห็นแทนที่จะห้ามปรามลูกชายตัวเองกลับด่าว่าวรเทวีซ้ำ และพาลด่าทศพรไปด้วยที่ดันไปแต่งงานกับเธอ ทำให้เขาโกรธเป็นเท่าทวีคูณ ลากวรเทวีขึ้นไปซ้อมต่อบนห้องนอน
ooooooo
สยมภูกับกวางถูกโจรป่าจับตัวมาขังในโรงนาร้างบนดอยและถูกมัดหลังชนกัน เขาดูท่าแล้ว ขืนถูกมัด ติดกันเป็นแหนมป้าย่นแบบนี้มีหวังหนีไม่รอด จึงใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาสมัยเป็นนักเลงแก้มัดตัวเองจนเป็นอิสระ
ระหว่างจะพากวางหนีถูกด้วน ใบ้กับพวกขวางไว้ สยมภูเข้าต่อสู้กับพวกนั้นด้วยมือเปล่า แต่สุดท้ายก็หนีไม่รอดถูกต่อยทรุดลงไปกองกับพื้น ใบ้จะเข้าไปซ้ำ แต่ห้าวหัวหน้าโจรป่าซึ่งมีผ้าคาดหน้าเข้ามาห้ามเสียก่อน
“ไม่คิดเลยว่าฟ้าจะบันดาลให้ฉันได้เจอแก” ห้าวเห็นสยมภูทำหน้างง ดึงผ้าคาดหน้าออกเผยให้เห็นรอย แผลเป็นจากถูกมีดกรีดเป็นทางยาวน่าเกลียด สยมภูจำได้ทันที ห้าวเป็นหนึ่งในอริเก่าของภักดีพ่อของเขา และรอยแผลเป็นนั้นก็เป็นฝีมือของพ่อเขาเอง ไม่ใช่จะมีแต่ห้าวเท่านั้นที่ภักดีฝากรอยแค้นไว้ ด้วน ใบ้และคนอื่นๆ ในแก๊งโจรป่าก็โดนภักดีเล่นงานมาเหมือนกัน
“พวกฉันต้องหนีตายมาเป็นโจรอยู่ที่นี่ รอวันที่จะได้แก้แค้น แต่ก็ได้ข่าวว่าไอ้ภักดีมันตายไปซะก่อน ใครจะคิดว่าลูกชายมันจะมาอยู่ในกำมือของพวกฉันในวันนี้” ห้าวไม่พูดเปล่าชักปืนสั้นขึ้นมา สยมภูรีบผลักกวางให้พ้นทางกระสุน เป็นจังหวะเดียวกับห้าวลั่นไก เขากลิ้งหลบได้ทัน
พลันมีเสียงปืนดังสนั่นขึ้นเป็นชุด ห้าวถูกยิงต้นแขน ด้วน ใบ้กับพวกก็โดนคมกระสุนลงไปทรุดกับพื้นเลือดสาด โจถือปืนกลที่ชิงมาได้จากสมุนของห้าวซึ่งยืนยามอยู่หน้าโรงนา ขู่ไม่ให้ใครขยับ หนึ่งในสมุนชักปืนจะยิง โจไวกว่ายิงใส่ท้องตายคาที่ ทำให้คนอื่นๆไม่กล้าหือ เขาเดินไปเตะปืนสั้นของห้าวทิ้งแล้วสั่งกวาง
“เธอไปเก็บปืนพวกมันมากองตรงนี้ เร็ว”
สยมภูพยักหน้าให้กวางทำตามที่โจสั่ง เธอไล่เก็บปืนทุกกระบอกไปกองไว้ตรงหน้าเขา ด้วนเจ็บใจน่าจะยิงโจซ้ำให้แน่ใจว่าตาย เขาไม่ยอมตายง่ายๆตราบใดที่ยังไม่ได้ฆ่าสยมภู ห้าวอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร โจถลกขากางเกงให้ดูขาพิการของตัวเอง แล้วเล่าว่าสยมภูเป็นคนทำให้ตนเป็นอย่างนี้
“พ่อฉันก็ถูกพ่อมันฆ่าตาย ฉันต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นก็เพื่อรอวันนี้ ใครก็เอาชีวิตมันไม่ได้”
“พ่อฉันตายไปแล้ว ฉันจะชดใช้ให้เอง ใครอยากเอาคืนก็เข้ามาทีละคนเลยจะตัดมือตัดลิ้นกรีดหน้า หรือยิงกันคนละนัดก็เอาให้หนำใจเลย...กุมาริกา ฉันขอโทษนะ ที่ปกป้องเธอไม่ได้” สยมภูพูดจบกางแขนออก หลับตาพร้อมให้แก้แค้น โจลดปืนเล็งที่ขาของเขา กวางถลาไปคุกเข่ากอดขาสยมภูข้างนั้นเอาไว้
“ถ้าจะยิงเขาก็ยิงฉันก่อน”
สยมภูถึงกับอึ้ง คาดไม่ถึงว่ากวางจะปกป้องเขาด้วยชีวิตตัวเอง...
ในขณะที่สยมภูตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน อัครพลตามมาที่โฮมสเตย์ของแตงกับอิ๋วเพื่อถามข่าวคราวของกวาง แต่ไม่ได้อะไรคืบหน้า เขาตัดสินใจจะออกตามหาเธอด้วยตัวเอง...
กวางกล่อมจนโจใจอ่อน นอกจากจะไม่ฆ่าสยมภูแล้ว ยังช่วยทั้งคู่รอดเงื้อมมือของโจรป่ามาได้ แต่เขากลับถูกนายด้วนที่ย่องมาข้างหลังใช้มีดแทงอาการสาหัส ก่อนโจจะสิ้นใจ สารภาพกับสยมภูว่าโอภาสเป็นคนจ้างวานให้มาเก็บเขา สยมภูปวดใจมากที่ช่วยอะไรโจไม่ได้ ถึงกับหลั่งน้ำตา จากนั้นก็เอาใบไม้มาคลุมศพไว้
“รอให้ฉันออกไปจากที่นี่ได้ก่อน ฉันจะให้ลูกน้องเอาแกไปฝังอยู่ข้างๆพ่อ”
“พ่อเขาฝังอยู่ที่ไหน ท่านประธานรู้หรือคะ”
“ฉันเป็นคนทำศพให้เองทำไมจะไม่รู้” พูดจบสยมภูพากวางเดินทางต่อไป ระหว่างที่เดินผ่านพุ่มไม้หนาทึบ มีมือเปื้อนเลือดมาจับขากวางไว้ เธอกรีดร้องดังลั่นป่า สยมภูรีบเข้าไปดูเห็นผู้ชายนอนคว่ำหน้าอยู่ก็พลิกตัวเขาขึ้นมา ถึงได้เห็นว่าเขาคืออัครพลซึ่งเท้าข้างหนึ่งถูกกับดักของนายพรานหนีบอยู่ แทนที่จะเป็นฝ่ายมาช่วยเหลือ อัครพลกลับต้องเป็นภาระให้สยมภูกับกวางช่วยกันพยุงออกจากป่า กระทั่งมาเจอกับตำรวจและทีมค้นหา อัครพลก็หมดสติไปตรงนั้น
ooooooo
อัครพลถูกนำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ปิยะธิดารู้ข่าวชวนดำรงมาเยี่ยม เขายังนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง ทันใดนั้นเขาเพ้อเรียกชื่อกวาง ปิยะธิดาฉุนขาดจะตามไปเอาเรื่องที่มันเป็นต้นเหตุให้อัครพลเกือบตาย ดำรงดึงแขนไว้ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตามไปหึงหวง ของแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง
“มันมารยาสาไถย หลอกล่อผู้ชายเก่งแม้แต่มาเฟียคอนกรีตที่ใครๆบอกว่าเลี้ยงผู้หญิงเป็นขนมกินเล่นยังตกหลุมมัน ซื่อๆอย่างพี่พลจะตามมันทันได้ยังไง มันต้องเจอกับดา” ปิยะธิดาขยับจะไปดำรงกระชากไหล่ไว้ บอกให้เธอปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่เขาเอง...
ทางด้านกวางเห็นสภาพบ้านที่เหลือเพียงซากถึงกับเข่าอ่อน สยมภูต้องประคองเอาไว้ แล้วหันไปถามคิงที่ตามมาสมทบว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าบ้านถูกลอบวางเพลิง มานพเห็นมีคนวิ่งหนีไปก่อนไฟจะไหม้
“พวกน้องๆฉันล่ะ พวกเขาอยู่ไหน ไม่มีใครเป็นอะไรใช่ไหม”...
สะอาดหนึ่งในคนที่กวางถามหากำลังเดินสำรวจบ้านของสยมภูมาถึงหน้าตึกเล็ก วันทนีย์ออกมาเห็นก็พูดจาดูถูก ทั้งคู่มีปากเสียงกันรุนแรงก่อนจะเปิดศึกฝ่ามือพิฆาตตบตีกันอุตลุด ม่วงกับลูกน้องต้องเข้ามาแยก
“นายน้อยกลับมาแล้วนะคุณนาย”
“ฮะฮ้า ลูกสาวฉันมาแล้ว ไม่ช้าแกจะต้องโดนเฉดหัวออกไป จำไว้ลูกสาวฉันชื่อกุมาริกา ท่องให้ขึ้นใจอีนางบำเรอ” สะอาดด่าเสร็จเดินจากไป วันทนีย์จะไปหาสยมภูแต่ถูกม่วงกับลูกน้องหิ้วแขนไว้คนละข้าง ลากกลับตึกเล็กตามคำสั่งของนายน้อย
อีกมุมหนึ่งหน้าเรือนพักของลูกน้อง แป้ง เปี๊ยกกับปลานั่งดูมานพแต่งรถมอเตอร์ไซค์กันอยู่ ปลาหันไปเห็นกวางเดินเข้ามารีบวิ่งไปหา เธอขอโทษด้วยที่ทิ้งน้องๆไป ถามว่าไม่มีใครเป็นอะไรใช่ไหม เปี๊ยกพยักหน้ารับ
“พี่นพช่วยพาพวกเราออกจากบ้านไม่งั้นเราคงตายไปแล้ว”
“พี่เขาช่วยแม่ด้วยค่ะ” ปลาช่วยเสริม กวางมองมานพซึ่งวางตัวไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอะไรกับพี่สาว ตัดสินใจเดินหนี เธอร้องเรียกให้กลับมาคุยกันก่อน เขาก็ไม่ยอมหันมา สะอาดวิ่งมาจากอีกด้านหนึ่งเจอมานพพอดี ต่างฝ่ายต่างชะงัก สะอาดยิ้มให้ แต่เขาทำเมินไม่สนใจเดินต่อไป เธอรีบเข้าไปฟ้องสยมภู
“คุณกลับมาก็ดีแล้ว มีคนมันจะฆ่าฉันจะฆ่าเด็กๆ ไม่รู้ใจคอทำด้วยอะไร จะเผาพวกเราได้ลงคอ ตอนนี้ไม่มีแม้แต่บ้านคุ้มหัว พวกเด็กๆต้องนอนในที่พักคนใช้ ช่างน่าสงสารจริงๆ”
“เดี๋ยวผมจะให้ลูกน้องเปิดห้องรับรองให้คุณนายกับเด็กๆย้ายไปอยู่บนตึกใหญ่กันชั่วคราวก่อน แล้วผม จะหาที่อยู่ใหม่ให้”
สะอาดตาโตตื่นเต้นที่จะได้อยู่ตึกใหญ่ กวางกลับไม่ยอมไปอยู่ จะขออยู่ที่เรือนพักแห่งนี้ หาบ้านเช่าได้เมื่อไหร่จะรีบย้ายออกทันที สยมภูโมโหแต่ไม่อยากทะเลาะกับเธอต่อหน้าเด็กๆ ดึงมือเธอไปที่ห้องทำงานโดยมีคิงถือโน้ตบุ๊กยืนรออยู่หน้าห้อง เขาเตือนเธอควรคิดให้ดีก่อน บ้านโดนเผาวอดวายหมดยังจะมีปัญญาไปหาบ้านเองได้อีกหรือ เธอกลับโทษว่าเป็นเพราะเขาลากเธอไปต่างจังหวัด ถ้าเธออยู่บ้านคงไม่ไหม้หมดแบบนี้ อย่างน้อยก็อาจจะช่วยกันดับไฟได้ทัน
“ต้นเหตุมันไม่ใช่ฉัน แต่เธอนั่นแหละตัวจุดชนวน ถ้าเธอไม่ไปอ่อยไอ้เด็กข้างบ้านมันก็คงไม่มาตามตื๊อจนเมียมันส่งคนมาเผาบ้านเธออย่างที่เห็นนี่ไง ทีนี้รู้ซึ้งหรือยังว่าไอ้อัครพลคือตัวหายนะที่เธอต้องอยู่ห่างมันให้ไกลที่สุด แต่นี่อะไร เจอมันทีไรระริกระรี้เข้าใส่ เห็นมันเจ็บนิดเจ็บหน่อยก็จะเป็นจะตาย” เหน็บแนมเสร็จสยมภูร้องเรียกให้คิงเอาโน้ตบุ๊กมาให้ แล้วเปิดภาพดำรงถ่ายรูปคู่กับปิยะธิดาและอัครพลในชุดแต่งงานให้ดู
“พี่ชายปิยะธิดาชื่อดำรง เป็นลูกผู้มีอิทธิพลทางใต้ ไอ้คนที่มานพเห็นตอนเกิดไฟไหม้น่าจะเป็นลูกน้องของไอ้หมอนี่ ถ้าขืนเธอยังเอ๊าะแอ๊ะกับอัครพลต่อไป ครั้งหน้าอาจไม่ใช่แค่เผาบ้านขู่”
กวางไม่อยากเอาชีวิตน้องๆมาเสี่ยง รับปากจะไม่ยุ่งกับอัครพลและยินดีทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เขามายุ่งกับเธออีกด้วย เข้าทางสยมภูทันที สั่งให้คิงเอารถออก
ooooooo
ครู่ต่อมาสยมภูพากวางมาที่บ้านของปิยะธิดา ประกาศต่อหน้าดำรง ปิยะธิดาและอัครพลว่าเราจะแต่งงานกัน พอดีรีบมาก็เลยไม่ได้เอาการ์ดมาแจก แต่ขอเชิญด้วยปากเปล่าแทน กวางตกใจแต่พยายามทำสีหน้าเป็นปกติ ปิยะธิดาฉีกยิ้มกว้างดึงอัครพลเข้าไปหาเธอด้วยกัน
“เราสองคนสามีภรรยาขอแสดงความยินดีด้วยนะคะคุณกวาง”
“ต่อไปคุณปิยะธิดาก็คงนั่งอยู่บ้านอย่างสบายใจไม่ต้องวิ่งวุ่นไปตามหาใครหายอีกแล้วนะครับ เพราะใครที่มันชอบทำตัวเป็นหมาหยอกไก่กับเมียผม ผมยิงมันไม่เลี้ยงแน่” สยมภูมองเหล่อัครพล ดำรงชอบใจมากยื่นมือไปให้เขาจับ สัญญาว่าจากนี้ไปเราสองครอบครัวจะต่างคนต่างอยู่ไม่ข้องแวะกันอีก
กวางสอดมือเข้าไปจับมือสยมภูเป็นการยืนยันความสัมพันธ์ ก่อนจะพากันกลับ อัครพลเจ็บใจที่พ่ายแพ้ให้คู่อริ แต่พอดำรงหันมอง เขาทำเป็นยิ้มแย้ม
ทันทีที่พ้นสายตาปิยะธิดากับอัครพล กวางรีบดึงมือออกอย่างอายๆ ขอบคุณสยมภูที่ช่วยแต่งเรื่องการแต่งงานขึ้นมา เขาไม่ได้แต่งเรื่อง แต่เราสองคนต้องแต่งงานกันจริงๆ เธอก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าดำรงไม่ใช่คนโง่ถ้ารู้ว่าเรารวมหัวกันหลอก เรื่องจะยิ่งแย่กว่านี้ กวางต่อรองหากต้องแต่งงานกันจริงๆ เขาต้องไม่ไล่วันทนีย์ไป สยมภูรับปากจะทำตามที่เธอต้องการ แล้วเปิดประตูรถให้กวางขึ้นนั่ง พอเขาจะขึ้นตาม คิงเข้ามากระซิบ
“แล้วไอ้เสี่ยโอภาสจะปล่อยมันไปหรือครับ ให้ผมยกพวกไปถล่มมันให้ตายกันไปข้างเลยดีกว่า”
“ฉันแจ้งตำรวจทางโน้นไปแล้ว ปล่อยให้กฎหมายจัดการไป”
คิงขัดใจมากเพราะรู้ว่ากฎหมายคงเอาผิดอะไรโอภาสไม่ได้ แอบชวนม่วงไปลุยกับมันให้สิ้นเรื่องสิ้นราว เขาทักท้วงไปได้อย่างไรในเมื่อนายน้อยสั่งห้าม คิงฮึดฮัดจะไปให้ได้
“แล้วพี่อยากโดนไล่ออกหรือไง ฉันคนหนึ่งไม่เอาด้วยหรอก ถ้าเราไม่ได้อยู่กับนายน้อย ใครจะเป็นไม้กันหมาให้นายน้อย” คำพูดของม่วงทำให้คิงคิดคล้อยตาม...
ที่ห้องรับรองแขกภายในบ้านสยมภู ขณะที่กวางกำลังสวมชุดนอนให้ปลาโดยมีเปี๊ยกนั่งอยู่ใกล้ๆ สะอาดวิ่งหน้าตั้งเข้ามาถามว่าเธอตอบตกลงแต่งงานกับสยมภูแล้วหรือ เขาเพิ่งบอกตนเมื่อครู่นี้เอง กวางพยักหน้ารับ สะอาดดีใจมากนี่เท่ากับเราไม่ต้องย้ายไปไหนอีกแล้ว ถ้าเธอเป็นเมียของสยมภู บ้านนี้ก็ต้องเป็นของเธอด้วย
“ยังไงเราก็ต้องย้ายค่ะ ถ้าเรามาอยู่กันทั้งครอบครัว มันเอาเปรียบเขาเกินไป เราต้องเกรงใจเขาบ้าง”
สะอาดพาลคิดไปเองว่ากวางจะเอาตัวรอดคนเดียวแล้วทิ้งเธอกับลูกให้ตกระกำลำบาก บอกให้แป้ง เปี๊ยกและปลาเตรียมตัวย้ายไปนอนข้างถนนกันได้เลย แล้วเดินปึงปังออกไป
ooooooo
ระวิวรรณสบโอกาสเห็นกวางขึ้นมาหาบนดาดฟ้าเพื่อถามเรื่องโอภาสถูกตำรวจจับไปหรือยัง แกล้งชี้ให้ดูตึกโน้นตึกนี้ที่ตัวเองเป็นคนสร้างเพื่อล่อให้เธอไปยืนใกล้ขอบตึก หวังจะผลักให้ตกลงไปตาย แต่สยมภูมาขัดจังหวะเสียก่อน ระวิวรรณสะดุ้งรีบเปลี่ยนเป็นโอบไหล่กวางอย่างรักใคร่
“แหมไม่น่ามาขัดจังหวะเลย วิกำลังคุยโม้กับน้องกวางอยู่ว่าตึกสูงพวกนี้ วิเป็นคนสร้าง”
“ผมว่าจะไปบอกข่าวดีถึงห้องทำงานคุณ แต่บอกตรงนี้เลยแล้วกัน มันได้ฟีลดี” สยมภูว่าแล้วยื่นมือไปจับมือกวางไว้ “ผมเปิดตัวให้คุณรู้เป็นคนแรก เจ้าสาวของผม...กุมาริกา”
ท่าน ผอ.สาวถึงกับช็อก แทบหมดเรี่ยวแรงจะยืน พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ครู่ต่อมาเธอฝืนเดินกลับห้องทำงานตัวเองจนได้ เห็นทะนงหน้าเครียดคอตก ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาอยากหางานทำใหม่ เบื่อที่ท่านประธานเอาแต่ไล่ตามผู้หญิงจนเกิดเรื่องไม่หยุดหย่อนแถมยังได้ยินมาว่าท่านจะแต่งงานกับกวางอีก ระวิ
วรรณฟังจากน้ำเสียงเหมือนเขาจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ชวนเขาให้ร่วมมือกันหากำไรจากที่ดินที่เธอซื้อตัดหน้าบริษัท หากเราขายต่อให้บริษัทอีกทอดหนึ่ง เราก็จะได้กำไรมหาศาล ทะนงกลัวสยมภูจะรู้
“ก็อย่าให้รู้ คุณเคยเป็นทนายต้องมีวิธีหลบเลี่ยงได้เก่งกว่าฉันอยู่แล้ว สนใจไหมล่ะ”
เป็นอย่างที่คิงคาดไว้ไม่มีผิด กฎหมายทำอะไรโอภาสไม่ได้ เนื่องจากหลักฐานอ่อน และที่สำคัญโจเองก็แค้นสยมภูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตำรวจจึงว่าเขาน่าจะลงมือเองไม่มีใครจ้างวาน...
ค่ำวันเดียวกัน โอภาสเห็นอัครพลนั่งกระดกเหล้าอยู่ในผับของตัวเองก็เดินเข้าไปทัก ดื่มแบบนี้มีอยู่สองอย่างเท่านั้น ถ้าไม่กลุ้มเรื่องงานก็ต้องกลุ้มเรื่องผู้หญิง แล้วเสนอตัวเป็นศิราณีรับปรึกษาปัญญาหัวใจให้ อัครพลกำลังกรึ่มได้ที่ พร่ำพรรณนาว่าสยมภูแย่งคนรักของตัวเองไป ทำให้เขาพลาดไปอยู่กับผู้หญิงที่ไม่ได้รักจะเลิกก็เลิกไม่ได้ โอภาสได้ทีเสี้ยมให้เขาแย่งคนรักคืนจากสยมภู อัครพลคิดคล้อยตาม
ooooooo
สะอาดอิดออดสุดฤทธิ์เมื่อรู้ว่าวันนี้ต้องย้ายออกจากบ้านสยมภู กวางต้องขู่จะทิ้งถ้าไม่รีบขึ้นรถเธอถึงได้ยอมมาด้วย แต่ปรากฏว่าบ้านใหม่ที่สยมภูพาไปอยู่คือบ้านอิศรเสวีนั่นเอง ทั้งสะอาดและเด็กๆต่างดีใจมาก โดยเฉพาะสะอาดถึงกับปล่อยโฮ กวางหันมองสยมภูด้วยความซาบซึ้งใจ
“ดิฉันคิดว่าท่านประธานขายบ้านนี้ไปแล้ว”
“อยากขายเหมือนกันแต่ขายไม่ออก จะเก็บไว้เองก็เปลืองค่าดูแล เอาเป็นว่าฉันยกให้เป็นของขวัญแต่งงานแล้วกัน น้องๆเธอจะได้มีที่อยู่” สยมภูเห็นกวางอ้าปากจะท้วง สั่งห้ามพูดอะไรอีก ให้ทำตามที่เขาบอก
แม่บ้านออกมาต้อนรับพร้อมกับรายงานว่าทำความสะอาดห้องทุกห้องตามที่สยมภูสั่งแล้ว เขาแนะนำให้แม่บ้านรู้จักกับคุณผู้หญิงคนใหม่ของที่นี่ ต่อจากนี้เธอต้องฟังคำสั่งจากคุณผู้หญิงคนเดียว สั่งเสร็จเขากลับไปกับคิง เมื่อกวางเดินเข้าบ้านต้องตะลึงเมื่อเห็นทุกอย่างยังอยู่สภาพเดิมเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน ห้องนอนของเธอก็เช่นกัน นอกจากนี้กวางยังได้รู้อีกว่าสยมภูดูแลสโนไวท์อย่างดีและมักจะแวะมาคุยกับมันเสมอ ตอนที่มันตายเขาเป็นคนขุดหลุมฝังด้วยตัวเอง แม่บ้านอดถามไม่ได้ว่าเธอเป็นเจ้าของกระต่ายตัวนี้หรือ กวางพยักหน้า
“ว่าแล้ว ดิฉันนึกสงสัยมาตลอดว่าท่านชอบมายืนตัดพ้อต่อว่าเจ้านายของเจ้าสโนไวท์เป็นประจำ เพิ่งจะเห็นตัวจริงว่าเมียท่าน...เอ๊ย...ภรรยาท่านสวยอย่างนี้นี่เอง คืนดีกันแล้วหรือคะ อย่าโกรธกันอีกนะคะ ท่านดูจะรักคุณมากจริงๆ” คำบอกเล่าของแม่บ้านทำเอากวางยิ้มด้วยความเขินอาย
ooooooo
กวางไม่มีอะไรจะตอบแทนความดีของสยมภูก็เลยทำขนมตาลมาให้ เอาวางบนโต๊ะทำงานพร้อมกับกาแฟแทนคำขอบคุณ เขาปลื้มมากแต่ทำฟอร์มโวยวาย นี่เวลาทำงานไม่ใช่เวลากิน สั่งให้เธอยกออกไป
“กินกับกาแฟเป็นช่วงเบรกก็ได้นี่คะ คือดิฉันอยากจะขอบคุณทั้งเรื่องบ้านแล้วก็เรื่องสโนไวท์ที่ท่านกรุณาช่วยเลี้ยงมันอย่างดี”
สยมภูหยิบขนมตาลชูให้กวางดูก่อนจะยัดใส่ปาก แล้วไล่ให้เธอไปทำงานต่อ จังหวะนั้นอุษาถือชุดราตรีสั้นเข้ามาให้กวางพร้อมด้วยเครื่องประดับ สยมภูต้องการให้เธอใส่ชุดนี้ไปงานกับเขาตอนเย็น...
งานที่สยมภูว่าคืองานเลี้ยงฉลองของทวีศักดิ์ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีอีกครั้ง เขาต้องการพากวางมาเปิดตัวในงานเพราะรู้ว่าอัครพลกับปิยะธิดามางานนี้ด้วย แต่อ้างกับระวิวรรณและทะนงว่าจะมาประจบท่านรัฐมนตรีเผื่อสัมปทานถนนที่แย่งกับบริษัทอื่นอยู่จะได้ไหลลื่น
ตลอดเวลาที่อยู่ในงานสยมภูกับกวางหวานใส่กันไม่มีเม้มเพื่อให้ปิยะธิดาเห็นว่าทั้งคู่รักกันปานจะกลืนกิน จะได้เลิกอาละวาดกับคนในครอบครัวของเธออีก ระวิวรรณเห็นซีนหวานของทั้งคู่แล้วอกแทบจะแตกตายคิดหาทางแก้เผ็ด พอสยมภูเข้าไปคุยกับท่านรัฐมนตรี เธอโกหกกวางถ้าอยากจะเจอวรเทวี เห็นเดินเข้าไปในห้องรับรองที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ท่านรัฐมนตรี แล้วแอบส่งซิกให้อัครพลตามไปที่นั่น โดยไม่รู้เลยว่าวรเทวีซึ่งเพิ่งทะเลาะกับทศพรเรื่องที่เขาไปมีหญิงอื่นแอบหนีไปร้องไห้ในห้องนั้นจริงๆ
ooooooo










