ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มรสุมสวาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครเข้มข้น “มรสุมสวาท” ได้ “เวียร์ ศุกลวัฒน์” ประกบ เปรี้ยว ทัศนียา”

กุมาริกาหรือกวาง เป็นลูกสาวคนที่สองของครอบครัวอิศรเสวีซึ่งสืบเชื้อสายมาจากขุนนางตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เธอมีพี่สาวแม่เดียวกันชื่อ วรเทวีหรือพี่วอ แม่ของทั้งคู่ตายจากไปสองปีแล้ว กวางยังมีน้องชายที่เกิดกับเมียลับๆของบุรุษผู้เป็นพ่อของเธออีกคนหนึ่งชื่อ มานพ

ส่วนเปี๊ยกกับแป้งเป็นลูกของบุรุษกับสะอาด อดีตพี่เลี้ยงที่ถูกเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นแม่เลี้ยงของเธอ วรเทวีเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง เวลาไปเรียนหนังสือจะไม่ยอมให้พวกลูกๆต่างแม่ขึ้นรถคันเดียวกับเราสองคน แต่ให้ไปนั่งรถคันที่เล็กกว่า ทำให้ทุกคนเห็นว่าพวกนั้นเป็นคนละระดับกันกับพวกเรา

นอกจากนี้ วรเทวียังไม่ชอบครอบครัวของอัครพลเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงที่เพิ่งย้ายมาจากต่างจังหวัด โดยให้เหตุผลกับกวางว่าพวกนั้นเป็นเศรษฐีใหม่ที่พยายามจะเลื่อนฐานะตัวเองให้เทียบเท่ากับสังคมของพวกอิศรเสวีและยังสั่งห้ามเธอไปข้องแวะกับพวกนั้นอีกด้วย กวางแอบบ่นกับตัวเองว่า

“ฉันไม่อยากละเมิดคำประกาศิตของพี่วอที่ห้ามคบกับพวกเขา แต่บังเอิญจริงๆที่พี่พลลูกชายคนโตเรียนอยู่มหาวิทยาลัยติดกับโรงเรียนของฉัน และก็บังเอิญอีกที่พี่พลเรียนวิศวะ แต่มีความรู้เรื่องการวาดรูปซึ่งเป็นงานอดิเรกที่ฉันรักมาก”

กวางมักจะเอารูปที่ตัวเองวาดมาอวดเวลาที่อัครพลแวะไปหาที่โรงเรียน เขาจะคอยชื่นชมและให้กำลังใจอยู่เสมอ รูปที่เธอเอาให้ดูวันนี้ก็เช่นกัน เขาชมไม่หยุดปากว่าสวยมาก

“จริงเหรอคะ ถ้างั้นรูปนี้ก็ขายได้แล้วสิคะ”

“แน่นอน” อัครพลยิ้มเป็นกำลังใจให้ กวางกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ จังหวะนั้นเจินเพื่อนสนิทของเธอเข้ามาเรียก เธอจึงขอตัวไปเรียนก่อน แล้วม้วนภาพวาดเก็บใส่กล่อง ไหว้อัครพลก่อนจะวิ่งไปหาเพื่อนรัก

ooooooo

หน้าตึกสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของสยมภูกรุ๊ปถูกตกแต่งด้วยดอกไม้และริบบิ้นสำหรับตัดเปิดงาน เหล่าผู้บริหารรวมทั้งแขกเหรื่อและพนักงานของบริษัทแห่งนี้ต่างยืนรอประธานพิธีอย่างใจจดจ่อ ทะนงเลขาฯท่านประธานบริษัทคุยมือถือกับคิงที่นั่งอยู่ข้างม่วงคนขับรถลีมูซีนซึ่งเบื้องหลังเป็นกระจกกั้นติดฟิล์มทึบ

“อยู่ไหนกันทำไมยังไม่ถึง”

“ก็รถมันติดจะให้ทำไงวะ ถ้าเหาะไปได้ก็เหาะไปแล้ว” คิงหงุดหงิด

ระหว่างนั้นม่วงซึ่งมองกระจกส่องหลังอยู่สะกิดคิงว่านายน้อยหายไปแล้ว เขาตกใจรีบหันไปดู ไม่เห็นนายน้อยก็ร้องเอะอะ ทะนงถึงกับตาเหลือกโวยลั่นว่าหายไปได้อย่างไร อุษาผู้ช่วยของเขาพลอยหน้าตื่นไปด้วย

“ทำไงดีล่ะคะ ได้เวลามหามงคลฤกษ์ในอีก 3 นาทีนี้แล้ว ถ้าเกินเวลาจากนี้หมอดูท่านว่าราหูทับดวงเมืองจะเป็นฤกษ์โลกามหาวินาศนะคะ” ยังไม่ทันขาดคำมีมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันหนึ่งขับเข้ามาอย่างรวดเร็ว เสียงท่อไอเสียดังแสบแก้วหู ทุกคนเหลียวมองเป็นตาเดียวกัน มอเตอร์ไซค์พุ่งมากลางงาน แล่นฝ่าริบบิ้นขาดจะกระจุยเสมือนหนึ่งเป็นการตัดริบบิ้นเปิดงาน ทุกคนพากันตกตะลึงอ้าปากค้าง

สยมภูลงจากมอเตอร์ไซค์ถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นหนุ่มหล่อมาดเท่ในชุดกางเกงยีนส์ขาดๆ กับเสื้อเชิ้ตสีขาว ทะนงรีบวิ่งไปต้อนรับพร้อมกับร้องเรียกว่า “ท่านประธาน” ลั่น อุษามองตามงงๆ

จากนั้นสยมภูเดินเข้าไปในตัวตึกซึ่งมีทั้งอาหารและเครื่องดื่มจัดเตรียมไว้ที่โต๊ะกลางห้องโถงสำหรับผู้ร่วมงานทุกท่าน ทะนงไม่วายต่อว่าเจ้านายตัวเอง

“เอาอีกแล้วนะครับท่านประธาน ทั้งสูททั้งรถผมก็สั่งคนเตรียมไว้ให้พร้อมแล้ว แต่ทำไม...” ทะนงพูดยังไม่ทันจบประโยค สยมภูโยนหมวกกันน็อกให้ เขาเกือบรับไม่ทัน

“ขืนมากับไอ้คิงป่านนี้ยังไม่ถึง เลยโทร.ให้คนขับไอ้เสือมอเตอร์ไซค์คู่ใจมาให้ แล้วไง...ตัดริบบิ้นเรียบร้อยตามฤกษ์ที่โขกมาเป๊ะ”

อุษาเดินนำผู้บริหารรวมทั้งแขกผู้มีเกียรติและพนักงานตามเข้ามา สยมภูมองเธอแล้วหันมองทะนงด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถามประมาณว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เขาแนะนำว่าเธอชื่ออุษาเป็นผู้ช่วยคนใหม่ของเขา เธอเตือนสยมภูว่าต้องขึ้นไปกล่าวบนเวทีซึ่งเธอได้เตรียมร่างสุนทรพจน์ไว้ให้แล้ว

“เดี๋ยวดิฉันจะขึ้นไปกล่าวนำก่อนแล้วค่อยเชิญท่านประธาน...” อุษาว่าแล้วยื่นร่างสุนทรพจน์ให้ สยมภูจับโยนทิ้งแล้วเดินขึ้นเวที เป็นจังหวะเดียวกับคิงจ้ำพรวดๆ นำลูกน้องเข้ามาถามทะนงว่านายน้อยปลอดภัยไหม เขาจุ๊ปากเป็นทำนองให้เงียบเสียง ก่อนจะชี้ไปที่เวที คิงเห็นนายน้อยอยู่บนนั้นก็ถอนใจโล่งอก สยมภูร้องขอแชมเปญผ่านทางไมโครโฟน ทะนงว่องไวมากคว้าขวดแชมเปญเอาไปยื่นให้ เขารับมันมาเขย่า

“ก็ไม่มีอะไรมาก ผมเป็นคนชอบพูดสั้นๆ สยมภูคอนโดมิเนียมโครงการที่ 15 ภายใต้การบริหารงานของสยมภูกรุ๊ปถูกขายหมดเกลี้ยง วันเปิดออฟฟิศสำนักงานใหญ่วันนี้จึงเป็นวันประกาศชัยชนะของเรา” สยมภูว่าแล้วเปิดจุก ปล่อยให้แชมเปญพุ่งออกจากขวด “ต่อไปสยมภูจะเป็นที่หนึ่งในธุรกิจนี้”

ทุกคนพากันตบมือแสดงความยินดี ขณะที่กลุ่มของคิงชูกำปั้นโห่ร้องเสียงดังลั่น สยมภูส่งขวดแชมเปญเปล่าให้ทะนงซึ่งกระซิบบอกว่าคิดต่อไป เราจะยึดไทยอาร์ตแกลเลอรี่ เขาพยักหน้ารับรู้แล้วเดินออกจากงาน คิงกับ พวกวิ่งตาม อุษายืนอึ้งพูดอะไรไม่ออก ทะนงหันไปบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“นี่แหละคุณสยมภู ภักดีนฤเบศก์ ท่านประธานของเรา” พูดจบทะนงเดินลิ่วตามเจ้านายออกไป ทิ้งให้อุษาและทุกคนในงานงงกับการมาเร็วไปเร็วปานพายุของท่านประธาน

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน กวางในชุดนักเรียนมัธยมฯปลายถือม้วนกระดาษใส่รูปวาดฝีมือตัวเองยืนชะเง้อคอยาวอยู่หน้าประตูรั้วไทยอาร์ตแกลเลอรี่กับเจิน รปภ.ออกมาจากป้อมยามร้องบอกว่าไม่มีคนอยู่ ที่นี่ปิดตัวแล้ว

“ทุกทีเปิดนี่พี่ เราก็เอารูปมาฝากครูเอกขายบ่อยๆ”

“น้องไม่รู้หรือ แกลเลอรี่ใกล้จะโดนยึดแล้ว”

กวางตกใจมองหน้าเจิน ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.ถามอัครพลว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ปรากฏว่าเป็นความจริงอย่างที่ รปภ.บอก อัครพลยังรับปากจะหาทางช่วย กวางทนนิ่งเฉยไม่ไหวชวนเจินไปซื้อกระดาษมาทำกล่องขอรับบริจาคเงินเพื่อช่วยปลดหนี้ให้ไทยอาร์ตแกลเลอรี่อีกทางหนึ่ง...

บนรถคันหรูที่แล่นมาตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่ไทยอาร์ตแกลเลอรี่ ม่วงทำหน้าที่เป็นสารถี มีคิงนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนสยมภูกึ่งนั่งกึ่งเลื้อยในมือกำลังพับกระดาษเป็นรูปเรืออยู่เบาะหลังกับทะนงที่จ้องไอแพดเขม็ง พร้อม กับสรุปพื้นที่ทั้งหมดของไทยอาร์ตแกลเลอรี่ที่กำลังจะไปยึดให้เขาฟัง แต่อยู่ๆก็ชะงัก

“ขอโทษครับ ผู้ช่วยผมเขียนพื้นที่มาเป็นตารางวา ยังไม่ได้คำนวณเป็นไร่มาให้”

“เอาความยาวของด้านตรงข้ามมารวมกันแล้วหักออกครึ่งหนึ่งก็จะได้ตัวเลขสองชุด แล้วเอาตัวเลขที่ได้ทั้งสองชุดมาคูณกัน จะได้พื้นที่ของที่ดินทั้งหมดแบบคร่าวๆ”

ทะนงรีบกดเครื่องคิดเลขตามที่เจ้านายสอน ได้จำนวนที่ดินคร่าวๆประมาณ 10 ไร่ แล้วอดถามไม่ได้ว่าสูตรที่เขาบอกเมื่อครู่นี้ได้มาจากไหน สยมภูได้มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน คิงโพล่งขึ้นทันที

“สมัยแก๊งโพธิ์ดำทวงหนี้ไง มันชักดาบ เราเลยงาบที่ดินมันซะ โอ๊ยยึดกันสนุกจนนายน้อยรู้หมดว่าที่ตรงไหนเป็นยังไง ยิ่งกว่ากูรูนักค้าที่”

สยมภูไม่อยากได้ยินเรื่องแก๊งอีก บอกให้คิงหันหน้ามาแล้วยัดกระดาษที่ตัวเองพับเป็นรูปเรือเข้าปาก สั่งให้กลืนลงไป เขาหันกลับไปเคี้ยวกระดาษตุ้ยๆตามคำสั่ง ม่วงถึงกับหัวร่อคิก...

แม้บริเวณใกล้กับไทยอาร์ตแกลเลอรี่จะเป็นแหล่งชุมชนมีบริษัทต่างๆตั้งอยู่มากมาย แต่ผู้คนแถวนั้นกลับไม่มีใครสนใจจะบริจาคเงินช่วยเหลือ กล่องรับบริจาคของกวางได้เงินแค่ยี่สิบบาท ของเจินก็ได้จำนวนไม่ต่างกัน ฝ่ายหลังถึงกับบ่นอุบขืนได้เงินทีละสิบยี่สิบบาท

แบบนี้ช่วยไทยอาร์ตแกลเลอรี่ไม่ให้ถูกเจ้าหนี้ยึดไปได้ก็ปาฏิหาริย์แล้ว กวางยังมองโลกในแง่ดี เราสองคนเพิ่งขอรับบริจาคได้แค่ชั่วโมงเดียวเอง

“อาจมีเศรษฐีใจบุญโผล่มาช่วยเราก็ได้นะ”

“เพ้อไปละยัยกวางเชื่อง เศรษฐีที่ไหนจะมาเดินต๊อกๆอยู่แถวนี้ ถ้าเป็นเจ้าของรถคันนั้นก็ไม่แน่”

กวางมองตามมือเพื่อนรักที่ชี้ไปยังรถหรูคันหนึ่งที่กำลังแล่นเข้ามา เธอหลับตาอธิษฐานขอให้รถคันนั้นเสีย บังเอิญเป็นรถของสยมภูพอดี รถแล่นเลยจุดที่สองสาวยืนถือกล่องรับบริจาค ยังไม่ทันจะเลี้ยวเข้าซอยไทยอาร์ตแกลเลอรี่ อยู่ๆก็กระตุกสองทีแล้วดับไปหน้าตาเฉย คิงวิตกจริตเกรงจะเป็นการลอบทำร้ายนายน้อย จัดแจงบอกให้ทะนงตามกำลังเสริมมาด่วนที่สุด เขาบ้าจี้ตาม รีบคว้ามือถือจะกดเบอร์ สยมภูจับมือไว้

เจินเห็นรถหรูจอดแน่นิ่งก็ตื่นเต้นใหญ่ หาว่าเพื่อนรักเล่นของทำให้รถคันนั้นเสียได้จริงๆ กวางตัดสินใจไหนๆก็ได้ดั่งคำอธิษฐานแล้วจะลองไปขอรับบริจาคเงินจากคนที่อยู่บนรถคันนั้นดู เผื่อฟลุก

ooooooo

ขณะที่คิงกับม่วงคิดว่าการที่รถเสียเกิดจากถูกคนปองร้าย สยมภูกลับไม่คิดเช่นนั้น สั่งให้เปิดฝากระโปรงหน้ารถเห็นมีควันลอยขึ้นมา จับหัวคิงกดไปใกล้ๆหม้อน้ำ เขาถึงบางอ้อทันทีว่าหม้อน้ำแห้ง จัดแจงหันไปตบหัวม่วงฐานไม่ยอมเช็กหม้อน้ำรถให้ดีก่อนเอารถออก ทะนงส่ายหน้าด่าทั้งคู่ว่าชุ่ยแล้วหยิบมือถือมาโทร.

“เอารถคันใหม่มารับท่านประธานที่ไทยอาร์ตด่วน”

คิงมองทะนงหมั่นไส้แล้วหันไปสั่งให้ม่วงไปหาน้ำมาเติมหม้อน้ำ เขาลนลานวิ่งออกไปไม่ทันดูทางชนเข้ากับกวางที่เดินสวนมาถึงกับหงายหลัง กล่องรับบริจาคกระเด็น คิงตกใจเว่อร์วิ่งมาเตะกล่องไปไกลๆ พร้อมกับตะโกนเตือนให้ทุกคนหลบ นอกจากจะไม่หลบแล้วสยมภูยังเดินไปเก็บกล่องอีกต่างหาก คิงตาเหลือกวิ่งไปแย่ง

“นายน้อยระวังครับ อาจเป็นระเบิด”

“ไม่ใช่ระเบิดหรอกค่ะ” กวางลุกขึ้นไปคว้ากล่องจากมือคิง “ขอโทษนะคะ หนูขอแนะนำตัวก่อนนะคะ หนูชื่อกวางค่ะ” สาวน้อยยิ้มให้ โลกทั้งโลกสว่างสดใสขึ้นมาทันที สยมภูแอบตะลึงแต่ไม่วายเก๊ก เธอพยายามกล่อมให้เขาบริจาคเงินช่วยไทยอาร์ตแกลเลอรี่เพราะเท่ากับได้ช่วยให้นักเรียนนักศึกษามีสถานที่แสดงงานศิลปะของตัวเองโดยไม่รู้ว่าเขาคือเจ้าหนี้ที่จะมายึดที่นั่น

สยมภูแกล้งกล่าวหาว่าเธอเป็นนักเรียนปลอมแต่งเครื่องแบบเพื่อหลอกให้บริจาคเงิน กวางหยิบทั้งบัตรนักเรียนและบัตรประชาชนให้เขาดู สยมภูเชื่อตั้งแต่แรกแล้วว่าเธอเป็นนักเรียนจริง แค่อยากจะกวนประสาทเล่น สุดท้ายเขาสั่งให้ทะนงเขียนเช็คบริจาคให้หนึ่งแสนบาท ทั้งกวางและเจินตื่นเต้นดีใจมาก...

ครู่ต่อมา สยมภู ทะนงและคิงเดินมาถึงประตูรั้วไทยอาร์ตแกลเลอรี่ รปภ.กำลังเอาป้ายที่เขียนว่า “ปิด” มาแขวนรั้วไว้ ทะนงแจ้งความจำนงจะขอพบครูเอกเจ้าของที่นี่ ให้รปภ.เปิดประตูให้ด้วย เขาอ้างว่าครูเอกไม่อยู่

ข้างในไม่มีใครอยู่สักคน สยมภูมองเข้าไปเห็นมู่ลี่ที่หน้าต่างขยับ รู้ทันทีว่า รปภ.โกหก ถามซ้ำว่าแน่ใจหรือว่าไม่มีใครอยู่ เขาฮึดฮัดขึ้นมาทันที

“พวกคุณนี่ยังไงกัน อ่านป้ายไม่ออกหรือ กลับไปเถอะไป” พูดจบ รปภ.หันหลังกลับไป

คิงไม่พอใจจะชักปืน สยมภูสั่งให้เก็บปืน แล้วรอตนอยู่ตรงนี้อย่าทำอะไรจนกว่าจะได้รับคำสั่ง พูดจบก็ปีนข้ามรั้วเข้าไป ทะนงพยายามห้ามปรามก็ไม่ฟัง รปภ. หันมาเห็นเข้า ดึงกระบองที่เหน็บเอวปรี่เข้ามาจะเล่นงาน สยมภูจับมือเขาบิด แย่งกระบองไปได้อย่างง่ายดาย

จากนั้นเอากุญแจมือสับข้อมือเขาไว้ ก่อนจะลากไปล็อกไว้กับเสาไฟแถวนั้น คิงทำท่าจะปีนรั้วตาม แต่สยมภูหันมาชี้หน้า เขาถึงกับหยุดกึก นายน้อยของคิงเดินไปที่ประตูทางเข้าตัวตึกแต่มันล็อก ตัดสินใจปีนขึ้นระเบียงชั้นสอง หาทางเข้าไปข้างในจนได้

ooooooo

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างนัก ครูเอกล็อกตัวเองอยู่ในห้องทำงานซึ่งประตูเป็นกระจก เอาเงินยัดใส่กระเป๋าใบย่อมจนแน่นแล้วจะเดินมาเปิดประตูแต่ต้องถอยกรูดเมื่อเห็นสยมภูยืนอยู่ พร้อมกับทำมือเป็นทำนองให้เปิดรับ

ครูเอกเห็นท่าไม่ดีจะหนีออกทางหน้าต่าง สยมภูถอดเสื้อพันมือตัวเอง ชกประตูกระจกแตกกระจาย เอื้อมมือไปปลดล็อก แล้วปรี่เข้าหาครูเอกอย่างเอาเรื่อง

“คุณเข้ามาแบบนี้ถือว่าบุกรุกนะครับ ผมเอาผิดคุณได้นะ”

“เวลาซมซานเอาแกลเลอรี่มาจำนองกับผมไม่เห็นพูดอย่างนี้...คุยกันหน่อย นั่งสิ” สยมภูเดินไปนั่งที่โซฟา ครูเอกจำต้องไปนั่งฝั่งตรงข้ามโดยที่กอดกระเป๋าไว้แน่น เขามองอย่างสงสัย ครูเอกพยายามขอให้เขายืดเวลาออกไปอีกเพื่อจะหาเงินมาชำระหนี้ให้ พอเขา

ไม่ยืดเวลาให้ ก็ถูกหาว่าใจดำเห็นแก่ตัว แทนที่จะเห็นแก่เด็กๆจะได้เอาผลงานศิลปะมาตั้งโชว์ที่นี่ เขากลับจะยึดเอาไปทำคอนโดฯขาย สยมภูมองกระเป๋าของครูเอกเขม็ง

“ต้องเชิดเงินหนีหนี้ถึงจะเรียกว่าเป็นคนดีงั้นสิ” ไม่แดกดันเปล่า สมยภูยื่นมือไปขอกระเป๋าที่ครูเอกกอดไว้แน่น ครูตัวแสบกลัวสายตาของเขาจำใจส่งกระเป๋าให้ เขาเปิดออกดูเห็นเงินยัดไว้เต็ม ครูเอกโกหกหน้าด้านๆ

“นั่นไม่ใช่เงินของผม มันเป็นเงินที่พวกนักศึกษามาฝากขายรูป ผมจะเอาไปจ่ายให้พวกเขา”

สยมภูหยิบซองใส่ตั๋วเครื่องบินที่แทรกอยู่กับพาสปอร์ตออกมาดู ประชดประชันว่าพวกนักศึกษาที่ว่าคงเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ครูถึงต้องบินไปจ่ายเงินไกลถึงญี่ปุ่น จังหวะนั้นคิงถีบประตูเข้ามากับทะนงพร้อมด้วยปืนในมือ ร้องถามสยมภูว่าปลอดภัยหรือเปล่า แต่พอเห็นสายตาดุของเขาหน้าจ๋อยทันที

“คือ...ผมไม่ได้ขัดคำสั่งนะครับ แต่คุณเลขาฯชวนผมเข้ามาเอง”

“เงินนี่ผมเอาไปหักหนี้ก็แล้วกัน ส่วนที่เหลือผมให้เวลาสามวัน ใช้หนี้ผมแล้วจะบินไปพักผ่อนก็ตามสบายนะครับ” สยมภูพูดจบโยนเงินให้ทะนง แล้วเดินนำลูกน้องทั้งสองคนออกไป ครูเอกมองตามเจ็บแค้นใจ...

ในเวลาเดียวกัน อัครพลพยายามออดอ้อนจิตราผู้เป็นแม่สุดฤทธิ์ขอเงินหนึ่งแสนบาทเพื่อช่วยครูเอกปลดหนี้ อ้างว่าครูดีกับเขาทุกอย่างช่วยสอนวาดรูปโดยไม่เอาค่าสอนแม้แต่บาทเดียว ที่สำคัญหากแม่ยอมให้เงินจะสร้างความประทับใจให้สาวข้างบ้านอีกด้วย เขากล่อมจนน้ำลายเหนียว จิตราตัดใจควักเงินให้สามพันบาท

ooooooo

ที่ห้องโถงบ้านอิศรเสวี สะอาดกำลังแย่งกระเป๋าแบรนด์เนมอยู่กับอิ๋วและแตง โดยมีแป้งเด็กหญิงวัย 7 ขวบยืนเชียร์แม่ให้สู้ๆอยู่ใกล้ๆ ในที่สุดอิ๋วก็แย่งกระเป๋า มาได้ รีบวิ่งเอาไปให้วรเทวีที่ยืนรออยู่เชิงบันได

“พี่บอกแล้วไงว่านั่นมันกระเป๋าแพนด้าของพี่ พี่เพิ่งซื้อมา ใบเสร็จยังอยู่ในกระเป๋าเลย”

“ชื่อกระเป๋าก็ยังเรียกผิดเขาเรียกว่าพราด้าไม่ใช่แพนด้า ต๊ายเดี๋ยวกระเป๋ามันก็กินใบไผ่ได้หรอกคุณนาย” แตงว่าแล้วหัวเราะเยาะลั่น วรเทวีเปิดดูใบเสร็จในกระเป๋า แล้วโยนมันไปตรงหน้าสะอาดด้วยสีหน้าดูแคลน

“คนบางคนถึงจะใช้ของแพงก็ยังดูเป็นไพร่อยู่ดีเพราะกลิ่นสาบคนใช้มันเหม็นติดตัว...สกปรก” วรเทวีว่าแล้วเดินเชิดออกจากบ้าน สะอาดไม่พอใจจะตามไปเอาเรื่อง แต่อิ๋วเข้าไปจับแขนไว้ไม่ยอมให้เธอทำอะไรคุณ หนูของตนเด็ดขาด สะอาดโกรธที่อิ๋วสาระแนไม่เข้าเรื่องตบสั่งสอนหนึ่งฉาด แล้วจะตามเข้าไปซ้ำ

แต่แตงเข้าไปช่วยล็อกตัวไว้ แป้งเห็นแม่ถูกรุมเข้าไปทุบตีแตงอุตลุด กวางมาเห็นสภาพชุลมุนวุ่นวายพยายามห้ามปราม แต่ไม่มีใครฟัง บุรุษเดินเข้ามากับเกมคนขับรถที่หิ้วกระเป๋าให้ โดยมีวรเทวีตามมาติดๆ

“ทำอะไรกันน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้นี่มันบ้านอิศรเสวีไม่ใช่ตลาดสด” เสียงประกาศิตของบุรุษทำให้ทุกคนหยุดกึก แตงกับอิ๋วรีบนั่งก้มหน้างุด ขณะที่สะอาดร้องไห้โฮเข้ามากอดขาประมุขของบ้านฟ้องว่าถูกวรเทวีรังแก สั่งให้อิ๋วกับแตงรุมตบตี บุรุษไม่อยากฟังเดินหนีไปนั่งโซฟา สีหน้าเหน็ดเหนื่อย แล้วดึงเช็คออกจากกระเป๋าเสื้อสูท

“ใครจะเอาเท่าไหร่ก็รีบว่ามา ฉันต้องทำงานต่อ”

สะอาดตาลุกวาว วิ่งไปนั่งออเซาะบุรุษก่อนใครเพื่อน วรเทวีเดินไปนั่งกอดแขนอีกข้างของพ่อ ส่วนแป้งกับมานพวิ่งไปคุกเข่ากอดขาท่านคนละข้าง มีเพียงกวางเท่านั้นที่เดินจากไปไม่สนใจ...

ในเวลาต่อมา บุรุษคุยมือถือเสียงเครียดอยู่ในห้องทำงาน ขอเวลาเจ้าหนี้อีกสามวันจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ คุยอวดว่าเงินแค่ 20 ล้านบาทสำหรับคนอย่างเขา ดีดนิ้วทีเดียวธนาคารก็หอบเงินมาให้ถึงบ้าน ระหว่างนั้น กวางเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับถาดใส่ขนม บุรุษรีบตัดสายทิ้ง พยายามปรับสีหน้าเป็นปกติ

“เขาได้กันหมดแล้ว เราล่ะอยากได้เท่าไหร่” บุรุษจะหยิบเช็คในกระเป๋ามาเซ็นให้ แต่เธอปฏิเสธว่าไม่อยากได้อะไร เธอมีเงินพอใช้แล้ว ก่อนจะถามพ่อว่าเหนื่อยไหม โรงงานที่โคราชเป็นอย่างไรบ้าง

“นึกว่าจะไม่มีลูกคนไหนถามพ่อซะอีก ไม่ต้อง ห่วงนะ โรงงานใหม่กำลังไปได้สวย” บุรุษโกหกหน้าตาเฉย

ooooooo

เช้าวันใหม่ ที่บ้านของสยมภู ทะนงพยายามอ้อนวอนให้เจ้านายใส่สูทแทนกางเกงยีนส์ขาดๆกับเสื้อเชิ้ต โดยให้เหตุผลว่าเขาเป็นนักบริหารมือหนึ่ง ถ้าจะสร้างเครดิตให้น่าเชื่อถือ สมควรเริ่มที่ภาพลักษณ์ก่อน

“นายน่าจะไปทำหนังสือแฟชั่นนะ วันๆรบเร้าแต่จะให้ใส่ชุดโน้นชุดนี้ มีเรื่องเร่งด่วนกว่านี้ไหม ถ้าไม่มีก็ไปกันได้แล้ว” สยมภูยังไม่ทันจะขยับไปไหน ระวิวรรณ พรวดพราดเข้ามายื่นแท็บเล็ตไปตรงหน้า พร้อม กับบอกว่าถ้าเขาอยากได้เรื่องเร่งด่วน เธอมีให้ สยมภูหยิบแท็บเล็ตมาดูเห็นภาพตัวเองยืนชูขวดแชมเปญอยู่บนเวที

“สยมภู ภักดีนฤเบศร์ สลัดคราบมาเฟียไม่ออก ซิ่งมอเตอร์ไซค์ตัดริบบิ้นเปิดตึก ท่ามกลางเสียงลือฟอกเงินให้ธุรกิจมืด...เป็นไงคะท่านประธาน แบบนี้ด่วนพอไหม ท่านประธานยอมซื้อตัวคุณทะนงมาช่วยแต่งหน้าแต่งตาธุรกิจเครือสยมภูให้ดูดี พร้อมจะเข้าสู่สนามธุรกิจแบบโปร่งใส แล้วที่ท่านประธานทำ นี่มันอะไรคะ”

“ก็ได้ลงยูทูบมีคนกดไลค์เป็นแสนแล้วไง แต่ถ่ายคลิปไม่ค่อยดีนะ น่าจะมีมุมอื่นที่ผมดูเท่กว่านี้”

ระวิวรรณไม่ตลกด้วย ถ้าสยมภูยังไม่เลิกทำตัวแบบนี้ เธอขอแนะนำให้ไล่ทะนงออกหันไปใช้งานคิงเหมือนเดิมและช่วยหาคนมาคุมไซต์งานแทนเธอด้วย เธอขอลาพักยาว แล้วขยับจะไป สยมภูล็อกตัวเธอไว้

“จะไปไหนเล่า เดี๋ยวนี้หัดงอนเหมือนสาว 18 แล้วเหรอ แค่เรื่องใส่สูททำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้”

“แล้วถ้าเป็นเรื่องเล็ก ทำไมไม่ทำล่ะคะ” ระวิวรรณ เดินไปหยิบสูทจากทะนงมายื่นให้สยมภู ทีแรกเขาลีลาท่ามากไม่ยอมรับ เธอชักโมโห หันหลังจะไป เขารีบคว้าสูทไปจากมือ ระวิวรรณยิ้มพอใจ ชวนทะนงลงไปรอหน้าบ้าน สักพักม่วงขับรถเข้ามาจอด คิงลงจากรถเจอเธอยืนอยู่ก็ร้องทักทายอย่างสนิทสนม ระวิวรรณเตือนเขาตั้งแต่เรื่องเช็กรถให้ชัวร์ก่อนเอาไปใช้รวมถึงเรื่องที่เขาชอบใจร้อนเที่ยวเอาปืนจ่อใครต่อใครพร่ำเพรื่อ

“ตอนนี้ท่านประธานเราเป็นพระเอกนักธุรกิจแล้ว ตัวประกอบเล่นให้ถูกบทด้วย”

“โอ๊ย ผมน่ะสบายโก๋ คุณวิเตือนนายน้อยดีกว่าครับ”

“ทำไม ท่านประธานทำอะไร” ระวิวรรณยังไม่ทัน จะได้คำตอบจากคิง สยมภูในชุดสูทหล่อเนี้ยบ แต่เสื้อเชิ้ตตัวในยังแหวกอกอยู่ เธอตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นปกติเข้าไปติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้ เขาชวนเธอไปด้วยกัน แต่เธอไม่ยอมไป ไล่เขาขึ้นรถ ทะนงรีบขึ้นตาม เธอมองตามจนรถแล่นลับสายตา จึงไปขึ้นรถตัวเอง แต่ต้องชะงักรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ พอเงยหน้าขึ้นไปดู วันทนีย์ซึ่งอยู่ในชุดนอนยืนอยู่บนระเบียงห้องชั้นบนสุด รีบผลุบเข้าห้องเสียก่อน ระวิวรรณคิดว่าตัวเองตาฝาดขึ้นรถขับออกไปไม่ติดใจสงสัยอะไร...

ไม่นานนัก สยมภูเดินลิ่วเข้ามาในออฟฟิศ อุษามองเขาในชุดสูทแบบงงๆ แล้วหันไปแจ้งทะนงที่ตามมาว่าผู้ร่วมประชุมเริ่มทยอยกันมาแล้ว ทะนงสั่งให้เธอรีบโทร.ตามคนมาให้ครบ การประชุมจะเริ่มในอีกห้านาที

“ค่ะ” อุษาขยับจะไปแล้วนึกขึ้นได้ “คุณทะนงคะ มีลูกค้าวีไอพีมารอพบค่ะ”

ครู่ต่อมา ทะนงมาพบกับบุรุษและอมรคนของเขาที่เอาโฉนดที่ดินมาขอค้ำประกันเงินกู้ ทะนงเห็นว่าที่ดินผืนเล็กแถมรอบบริเวณยังไม่ได้พัฒนาจึงขอพิจารณาอีกทีหนึ่งก่อน บุรุษไม่พอใจมาก อ้างตัวเองเป็นถึงอดีตข้าราชการระดับสูงลดตัวมาที่นี่ก็นับว่าให้เกียรติมากแล้ว จะต้องพิจารณาอะไรอีก สั่งให้ทะนงไปเรียกเจ้านายของเขามาพบกับตนดีกว่า ทะนงหมั่นไส้ท่าทางกร่างของบุรุษจึงโกหกว่าเจ้านายของเขาไม่อยู่

“อะไรนี่ ผมอุตส่าห์นัดมาก่อน น่าจะเคลียร์งานอยู่รอผม ทำงานประสาอะไร กลับดีกว่าเสียเวลา” บุรุษโวยเสร็จ ลุกออกไปไม่ฟังเสียงขอร้องให้ใจเย็นๆก่อนของอมร...

จากนั้นไม่นาน อมรขับรถพาบุรุษแล่นออกจาก บริษัทสยมภูกรุ๊ป เกมขับรถที่กวางนั่งอยู่ด้วยเข้ามาจอด เธอเห็นท้ายรถคันที่เพิ่งแล่นออกไปไวๆ ถามเขาว่านั่นรถพ่อของเธอหรือเปล่า

“ไหนครับ คงไม่ใช่หรอกครับ คุณท่านอยู่ที่บริษัท” เกมพูดจบลงมาเปิดประตูรถให้กวางลง เธอหิ้วรูปที่ตัวเองวาดมีกระดาษห่อไว้อย่างดีลงมาด้วย บอกเขาให้ติดเครื่องรอเธอเข้าไปนาน แล้วเดินหายเข้าไปในตัวตึก

ooooooo

อีกมุมหนึ่งในห้องประชุม สยมภูนั่งพับเครื่องบินกระดาษเล่นไม่ได้ตั้งใจฟังชูชีพที่เอาแต่พูดเยิ่นเย้อ จนผู้ร่วมประชุมพากันหาวหวอดๆ สยมภูเบื่อมากร่อน เครื่องบินกระดาษไปชนปากเขาพอดี ถึงกับหยุดกึก

“พูดจบแล้วนะ ผมขอสั้นๆนะ ผมชอบง่ายๆได้ผลแบบทันใจ เราจะก้าวเข้าสู่ AEC ด้วยวิธีเทกโอเว่อร์บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในท้องถิ่น ส่งคนไปเจรจา ถ้าเจรจาไม่ได้ จ้างนักเล่นหุ้นมือดีโจมตีหุ้น”

ผู้บริหารพากันตกใจ โดยเฉพาะชูชีพทักท้วงว่าไม่ง่ายอย่างนั้น ถ้าผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ขายหุ้นให้ เราก็ทำอะไรไม่ได้ สยมภูมองไปยังคิง สั่งให้ติดต่อเครือข่ายเก่าๆของเรา บีบซื้อมาให้ได้แต่ให้ทำแบบละมุนละม่อม

“เอ่อ...ทำแบบนี้จะดีหรือครับ มันดูผิดกฎหมายยังไงก็ไม่รู้” หนึ่งในผู้บริหารติง

“เราแค่ไปขอเขาซื้อดีๆไม่ได้เอาปืนไปจ่อหัวซะที่ไหนหรือใครไม่เห็นด้วยกับผมก็ว่ามา ยกมือขึ้นมาได้เลย”

เงียบ ไม่มีใครกล้าคัดค้าน สยมภูสรุปทันทีว่าทุกคนเห็นด้วย สั่งการให้อุษาเตรียมแผนงานมาให้เขาเซ็นภายในครึ่งชั่วโมง แล้วกลับห้องทำงานตัวเอง เห็นห่อกระดาษห่อใหญ่วางอยู่บนโต๊ะ ฉีกออกดูเผยให้เห็นรูปวาดสีน้ำมันเป็นรูปกวางสัตว์สี่ขาตัวน้อยก็แปลกใจ แล้วเหลือบเห็นจดหมายแนบมากับรูป รีบเปิดออกอ่าน

“กวางไม่รู้จักคุณ กวางขอเรียกคุณว่าคนใจดีนะคะเพราะคุณเป็นคนใจดีที่สุดเท่าที่กวางเคยเจอมา กวางไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงดีได้แต่วาดรูปกวางน้อยตัวนี้เพื่อเป็นการขอบคุณในน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของคุณ กวางจะยึดคุณเป็นแบบอย่างในการทำความดี เมื่อใดที่ท้อ กวางจะนึกถึงคนดีอย่างคุณค่ะ ขอบพระคุณค่ะ กวาง กุมาริกา อิศรเสวี”

สยมภูจำเด็กนักเรียนที่มาขอรับบริจาคเงินคนนั้น ได้ รู้สึกละอายใจเพราะเงินที่ตัวเองบริจาคให้ เขารู้แก่ใจดีว่าเงินก้อนนั้นจะกลับมาเป็นของตัวเอง มีเสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น เขารีบยกรูปลงจากโต๊ะ

ทะนงเดินเข้ามายื่นแฟ้มงานให้ แจ้งว่าเป็นรายงานการประชุมเมื่อครู่นี้ เขาเซ็นอนุมัติแล้วจะได้ส่งให้ฝ่ายต่างประเทศดำเนินการต่อ สยมภูพยักหน้ารับรู้ รอจนทะนงออกจากห้อง หยิบเอกสารมาอ่านอย่างรวดเร็ว แล้วคว้าปากกาขึ้นมาจะเซ็น แต่เหลือบมองไปที่จดหมายของเด็กสาวถึงกับชะงัก ก่อนจะปาปากกาทิ้ง...

ทางฝ่ายวิมลมานรู้ว่าปิยะธิดาเพื่อนสนิทแอบชอบพี่ชายของตนเอง จึงชวนให้เข้ามานั่งในห้องรับแขกก่อน ตนจะไปตามพี่ชายมาพบจะได้ขอบใจที่ปิยะธิดาฝากของแพงๆมาให้อยู่บ่อยครั้ง จิตราเห็นว่าเพื่อนของลูกสาวเป็นเด็กต่างจังหวัดก็ตั้งแง่รังเกียจ แต่พอรู้ว่า

ที่บ้านของเธอทำกิจการรังนก เปลี่ยนเป็นกระดี๊กระด๊าขึ้นมาทันที สั่งให้ลูกสาวไปเอาน้ำเอาท่ามาต้อนรับเพื่อน วิมลมานหันไปยักคิ้วให้ปิยะธิดาอย่างรู้กัน

“ดาเขาสนใจจะเข้าเรียนวิศวะเหมือนพี่พล เลยจะมาขอคำแนะนำ พี่พลกลับมาแล้วใช่ไหม อยู่บนห้องหรือเปล่า”

คนที่วิมลมานถามหา แอบลอดรั้วเข้าไปในบ้านอิศรเสวี เห็นกวางกำลังป้อนแครอทให้สโนไวท์กระต่ายตัวอ้วนอยู่ที่สวนหลังบ้าน รีบเดินเข้าไปหา เธอหยิบเช็คจากในกระเป๋ากระโปรงนักเรียนฝากเขาไปให้ครูเอกด้วย ทั้งคู่มัวแต่คุยกันไม่ทันเห็นสะอาดแอบดูอยู่ อัครพลเห็นยอดเงินในเช็คถึงกับร้องเอะอะ กวางออกตัวว่าเงินจำนวนนี้ไม่ใช่ของเธอมีเศรษฐีใจบุญคนหนึ่งให้มา เขาอดมีอคติไม่ได้ บริจาคเงินให้มากขนาดนี้บางทีเช็คอาจจะเด้งก็ได้ เธอยืนยันว่าไม่เด้ง เมื่อวานเธอแวะไปขอบคุณเขาเห็นออฟฟิศของเขาใหญ่โต

“แล้วบริษัทเขาชื่ออะไร” อัครพลยังไม่ทันจะได้คำตอบ มีเสียงวรเทวีร้องเรียกกวางดังมาแต่ไกล คนถูกเรียกหน้าตาตื่น รีบบอกให้เขากลับไปก่อน ถ้าพี่สาวของเธอรู้เรื่องเธอไปขอบริจาคเงินช่วยครูเอก ต้องโดนดุแน่ๆ

“โอเค งั้นพรุ่งนี้พี่ส่งข่าวนะครับ” พูดจบอัครพลลอดรั้วกลับบ้านตัวเอง เป็นจังหวะเดียวกับวรเทวีเดินเข้ามาถามว่าเมื่อครู่นี้กวางคุยอยู่กับใคร เธอโกหกว่าคุยอยู่กับสโนไวท์

“ยัยกวางเอ๊ยเพี้ยนไปกันใหญ่ คุยกับกระต่ายก็รู้เรื่อง มาเข้าบ้านกันพี่จะให้ช่วยเลือกชุดแต่งงาน พี่ตกลงกับทศแล้วว่าเราจะหมั้นกันทันทีที่พี่รับปริญญาเสร็จ แล้วเราจะบินไปเรียนต่อด้วยกัน”

กวางดีใจไปกับพี่สาวด้วย สะอาดมองตามสองพี่น้องที่พากันเดินเข้าบ้านด้วยความหมั่นไส้ ครู่ต่อมา แม่เลี้ยงตัวแสบเอาเรื่องที่เห็นอัครพลแอบมุดรั้วมาหากวางไปฟ้องบุรุษถึงห้องนอน เขาไม่สนใจเรื่องที่เธอพูดเท่าใดนักเพราะมัวแต่ฟังข่าวทองคำขึ้นราคาในทีวี แล้วถอดสร้อยคอทองคำให้สะอาด เอาไปขายที่ร้านทองวันพรุ่งนี้ห้ามเธอบอกใครเด็ดขาด ถ้าขายได้กำไรเยอะๆเขาจะซื้อสร้อยทองให้เธอเส้นใหญ่กว่านี้ บุรุษรอจนสะอาดออกจากห้อง มองไปที่รูปถ่ายของตัวเองกับภรรยา

“ผมไม่ยอมจนตรอกหรอกคุณหญิง ผมต้องรักษาทุกอย่างของอิศรเสวีไว้ให้ได้”...

ค่ำวันเดียวกัน สยมภูเอารูปเก่าที่ติดอยู่บนผนังเหนือหัวเตียงออก แล้วเอารูปสีน้ำมันฝีมือกวางมาติดแทน ก่อนจะเผลอยิ้มออกมา

ooooooo

คิงโกรธมากเมื่อเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับบ่ายพาดหัวข่าวเป็นทำนองว่าบริษัทสยมภูกรุ๊ป ไร้คุณธรรมท้าทายกฎหมายข่มขู่ลูกหนี้ยิ่งกว่านักเลงเงินกู้ ถึงกับปาหนังสือพิมพ์ทิ้ง ระวิวรรณเข้ามาเห็นท่าทางของเขาก็รู้ทันว่าเห็นข่าวฉาวชิ้นนี้แล้ว ทะนงตั้งข้อสังเกตว่าคนที่ให้ข่าวทำให้เราเสียหายน่าจะเป็นเจ้าของไทยอาร์ตแกลเลอรี่

“แบบนี้ต้องเล่นมันให้น่วมถึงจะสะใจ” คิงเข่นเขี้ยวด้วยความแค้น ระวิวรรณต่อว่าเขาว่าทำไมไม่บอกเธอเรื่องที่ท่านประธานไปอาละวาดที่ไทยอาร์ตแกลเลอรี่ คิงบอกไม่ได้เพราะท่านสั่งห้าม

“ตอนนี้ท่านประธานอยู่ไหน” ระวิวรรณเสียงเขียว...

ฝ่ายกวางเลิกเรียนแล้ว ออกมารอพ่อมารับหน้าโรงเรียน มองเลยไปยังฝั่งตรงข้ามเห็นมีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดอยู่ รู้สึกคุ้นตากับชุดที่คนขี่มอเตอร์ไซค์ซึ่งสวมหมวกกันน็อกใส่ สยมภูเห็นเธอจ้องเขม็งทำเป็นก้มดูรถ กวางทำท่าจะข้ามถนนไปดู แต่รถของอัครพลแล่นมาจอดเทียบเสียก่อน เขาแค่จะมาแจ้งให้เธอรู้ว่าเช็คผ่านแล้ว ครูเอกได้รับเงินเรียบร้อย กวางดีใจมาก จังหวะนั้นบุรุษโทร.มาบอกลูกสาวว่าคงจะไปรับไม่ได้ รถเกิดเสียกลางทาง ถ้าเธอจะรอคงอีกหลายชั่วโมง อัครพลอาสาจะไปส่งเธอให้เอง เพราะเขาต้องกลับบ้านอยู่แล้ว

“คราวนี้พี่จะเข้าไปทางประตูหน้าเลย ถ้าคุณพ่อน้องกวางจะยิงพี่พี่ก็จะยืดอกรับ”

กวางหัวเราะขำเพราะคนที่เขาควรกลัวไม่ใช่พ่อของเธอ แต่เป็นพี่สาวของเธอต่างหาก อัครพลรู้ดีว่า

วรเทวีรังเกียจที่บ้านของเขาไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากผู้ดีเก่า แถมพ่อของเขาก็ไม่ได้มียศไม่มีตำแหน่งใหญ่โต กวางขอร้องเขาอย่าโกรธพี่สาวของเธอ อัครพลไม่มีสิทธิ์โกรธความคิดของคนอื่น

“พี่ถือว่ามันเป็นแรงผลักดันให้พี่มีความพยายามมากขึ้น พี่ขอเวลาน้องกวางสักสิบนาทีได้ไหมจ๊ะ พี่มีอะไรจะอวด” จากนั้นอัครพลพาเธอมายังดาดฟ้าคอนโดฯที่เพิ่งสร้างเสร็จและเป็นที่ที่เขามาฝึกงาน เพื่อจะอวดว่าเขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างตึกนี้ขึ้นมา กวางทักท้วง เราขึ้นมาแบบนี้ เจ้าของโครงการไม่ว่าเอาหรือ

“พี่ฝึกงานอยู่ที่นี่ คอนโดฯนี้เพิ่งสร้างเสร็จ ยังไม่มีคนมาอยู่หรอก”

โชคไม่เข้าข้าง สยมภูแวะมาตรวจที่ตึกนี้เช่นกัน รปภ.ซึ่งอัครพลติดสินบนเพื่อให้ได้ขึ้นมาบนดาดฟ้าวิ่งหน้าตื่นมาบอกให้ทั้งคู่หลบไปก่อนที่ท่านประธานจะมาเห็น อัครพลรีบคว้ามือกวางวิ่งหนี อารามรีบร้อนทำให้เธอลืมกระเป๋าผ้าทิ้งไว้ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่กำลังรอลิฟต์ เธอจะกลับไปเอาแต่อัครพลอาสาจะไปเอาให้เอง บอกให้เธอรออยู่ตรงนี้ก่อน แล้วรีบวิ่งกลับไปทางเดิม กวางมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวงกลัวถูกจับได้ พลันมีเสียงสยมภูคุยมือถือดังแว่วเข้ามา เธอกลัวจัดวิ่งไปหลบในห้องห้องหนึ่งหลังฉากกั้น

ให้บังเอิญที่สยมภูเข้าไปตรวจความเรียบร้อยในห้องนั้นพอดี กวางไม่รู้ว่าเป็นเขา พอเขาเข้ามาใกล้ฉากกั้นที่เธอซ่อนตัวอยู่ หญิงสาวตัดสินใจผลักฉากล้มใส่แล้วหลับหูหลับตาวิ่งหนี สยมภูคิดว่าเป็นขโมยวิ่งไล่จนทันกันตรงบันไดหนีไฟ รวบเอวเธอไว้จากด้านหลัง ขู่จะเอาตัวส่งตำรวจ อัครพลย่องมาข้างหลัง เอาไม้ตีหัวสยมภูเซถลาเป็นนกปีกหัก แล้วคว้าข้อมือกวางวิ่งหนี สยมภูเห็นหน้ากวางชัดเจนจะวิ่งตาม แต่ลุกไม่ไหว

ระวิวรรณกับ รปภ.ที่ตามมาสมทบเห็นเขาบาดเจ็บหัวแตก รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

ooooooo

ที่ห้องพักฟื้นคนไข้ อาการบาดเจ็บของสยมภูไม่หนักหนาอะไรแค่หัวแตกนิดหน่อย เขาเจ็บใจมากสั่งให้ทะนงไปสืบให้ได้ว่าใครเป็นคนเอาไม้ตีหัวเขา ทะนงใช้เวลาไม่นานก็กลับมารายงานว่าคนที่ทำร้ายเขาเป็นเด็กฝึกงานจากมหาวิทยาลัยของบริษัทในเครือของเรานี่เอง แล้วส่งประวัติของอัครพลให้เจ้านายดู

“เขาติดสินบน รปภ. พาเด็กผู้หญิงขึ้นลิฟต์ไปดาดฟ้า เข้าใจว่าน่าจะพามาพลอดรักกัน”

สยมภูรู้สึกผิดหวังในตัวกวางมากที่ทำตัวเหมือนเด็กใจแตก ระวิวรรณดึงแฟ้มในมือเขาไปดู

“อัครพล ธนะสาสน์ดำรงกุล...เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน...รู้แล้ว”

ระวิวรรณหวนนึกถึงภาพในอดีตเมื่อครั้งบริษัทสยมภูกรุ๊ปเปิดให้มีการประกวดออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน มีคอนโดฯ 3 แบบที่ได้รับการตัดสินให้ชนะเลิศลำดับที่ 1 2 และ 3 นักศึกษาฝึกหัดที่ชื่ออัครพลคนนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศลำดับที่ 1 แต่ภายหลังกลับพบว่าแบบที่เขาส่งเข้าประกวดก๊อบปี้คนอื่นมา สยมภูโกรธมากกระชากแบบนั้นจนมีรอยฉีกขาด แล้วสั่งให้ระวิวรรณยกเลิกรางวัล ไพบูลย์รีบชเลียร์ทันที

“ผมก็ว่าแล้วเชียวว่ามันเก่งเกินวัย เออ แต่รางวัลมอบไปแล้ว ถ้าทวงกลับมากรรมการจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คนของเราทั้งนั้นนะครับท่าน ผมก็คนหนึ่ง” ทั้งไพบูลย์ สยมภูและระวิวรรณพากันหน้าเครียด...

กวางส่งข้อความเรียกอัครพลให้มาพบกันที่สวนหลังบ้านของเธอ ทันทีที่เจอหน้าเขา เธอถามอย่างเป็นกังวลว่าไปขอโทษเจ้าของตึกนั่นหรือยัง แม้เขาจะกลัวถูกไล่ออกจากเป็นเด็กฝึกงาน แต่ต้องทำเก่งต่อหน้าสาว

“ถ้าไปก็เท่ากับยอมรับว่าเราผิด พี่ตีหัวเขาก็เพราะคิดว่าเขาทำร้ายกวาง”

“แต่เราผิดจริงๆนะคะ เราเข้าไปในสถานที่ของเขาโดยเขาไม่อนุญาต”

อัครพลอ้างว่าประธานคนนี้ประวัติไม่ค่อยดี คนในวงการอสังหาริมทรัพย์เรียกเขาว่าเป็นมาเฟียคอนกรีต ขืนตนไปขอโทษคงไม่รอดกลับมา กวางไม่เชื่อเพราะเขาคนนี้คือคนใจดีที่บริจาคเงินให้เราหนึ่งแสนบาท เธอต้องกล่อมอยู่นานอีกทั้งยังสัญญาจะช่วยพูดกับเจ้าของตึกให้ อัครพลถึงได้รับปากจะไปขอโทษเขา

ooooooo

ขณะที่กวางกับอัครพลมุ่งหน้าไปยังออฟฟิศของสยมภู คิงบุกไปเอาเรื่องครูเอกถึงไทยอาร์ตแกลเลอรี่ ผลักเขาเซถลามาที่ระเบียงตึก แล้วตามมาชกท้องจนจุกตัวงอ ต่อว่าซ้ำที่ใส่ร้ายนายน้อยของตนทั้งที่ท่านผ่อนผันเวลาให้ ครูเอกโวยกลับ ให้เวลาแค่สามวันจะเรียกว่าผ่อนผันได้อย่างไร คิงง้างหมัดจะต่อยแต่เปลี่ยนใจ

“ฟังให้ดี ไปแก้ข่าวที่แกให้ร้ายคุณสยมภูซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะมาหาแกอีก แต่คราวนี้จะไม่ใช่แค่ขู่” คิงปล่อยมือจากครูเอกที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แล้วเดินจากไป ครูเอกยันตัวเองลุกขึ้นได้แต่เกิดหน้ามืดพลัดตกระเบียงตึกลงมาตายตรงหน้าคิงที่เพิ่งเดินออกจากตัวอาคาร เขาตกใจมากรีบวิ่งหนี...

ด้านอัครพลกับกวางมาถึงหน้าออฟฟิศของสยมภูโดยมีกระเช้าผลไม้ติดมือมาด้วย ยังไม่ทันเข้าข้างใน พี่กิ่งภรรยาของครูเอกโทร.มาแจ้งข่าวร้ายว่าครูเอกโดดตึกฆ่าตัวตาย ทางเจ้าหนี้ไม่ยอมผ่อนผันให้ ครูเครียดจัดก็เลยคิดสั้น กวางด่าว่าเจ้าหนี้ทำไมใจร้ายนัก อัครพลเห็นป้ายชื่อบริษัทที่ติดอยู่หน้าทางเข้าถึงกับหยุดกึก

“สยมภูกรุ๊ป! มันนี่เองที่ต้องการฮุบที่ดินก็เลยบีบให้ครูเอกต้องตาย” อัครพลขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

ที่มุมปลอดคนของบริษัทสยมภูกรุ๊ป สยมภูกระชากคอเสื้อคิงเข้ามาหาอย่างโกรธจัดที่เขาทำนอกเหนือคำสั่งฆ่าครูเอกตาย เขาสาบานว่าไม่ได้ทำ มันตกตึกไปเอง ถ้าเรื่องนี้จะทำให้นายน้อยเดือดร้อน เขายินดีจะไปมอบตัว สยมภูซักว่ามีใครเห็นเขาไปที่ไทยอาร์ตแกลเลอรี่หรือเปล่า คิงส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนก็ได้ จนกว่าจะมีคำสั่งจากฉัน”

“แต่ใครจะคอยคุ้มครองนายน้อย”

“อย่าสร้างปัญหาให้ฉัน แค่นี้พอ ชัดนะ” สยมภูสั่งเสร็จ เดินกลับไปที่ห้องทำงาน ทะนงซึ่งรอท่าอยู่หน้าห้องรีบรายงานว่าทีวีออกข่าวครูเอกฆ่าตัวตายเพราะเครียดเรื่องแกลเลอรี่จะถูกยึด แต่มีข่าวลือแพร่สะพัดในเน็ตว่าเป็นเพราะถูกทางเราบีบเรื่องที่ดิน สยมภูซักเสียงเครียดแล้วตำรวจเชื่อหรือเปล่าว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะไม่พบอะไรน่าสงสัยในที่เกิดเหตุ หรือท่านประธานคิดว่าเขาไม่น่าฆ่าตัวตาย”

“ฉันก็ถามไปอย่างนั้นเอง” สยมภูไม่อยากให้ทะนงรู้เรื่องที่คิงทำ จังหวะนั้นอัครพลเดินลิ่วเข้ามาชี้หน้าด่าสยมภูว่าไร้คุณธรรม เขาไม่พอใจต่อว่ากลับว่าแทนที่อัครพลจะมาขอโทษที่ตีหัวเขากลับมาด่าว่าเขาปาวๆ

“ผมไม่นึกเสียใจสักนิดที่ทำให้คุณเจ็บ คนอย่างคุณมันทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งทำให้คนดีๆอย่างครูเอกต้องฆ่าตัวตาย”

“ทำไมนายไม่คิดว่าคนตายอ่อนแอหนีปัญหาไปเองหรือไม่ก็ทำเรื่องไม่ดีอะไรไว้เลยโดดตึกหนีความผิด”

อัครพลฉุนขาดปรี่เข้าไปชกหน้า สยมภูจับหมัดไว้ทันแล้วบิดแขน กวางเพิ่งมาถึงเห็นอัครพลร้องโอดโอย ขอร้องเขาให้ปล่อย แล้วเข้าไปดึงอัครพลออกห่าง ต่อว่าสยมภูว่าทำไมถึงทำร้ายคนดีๆอย่างครูเอกได้ลงคอ

“รูปร่างคนดีของเธอคงวาดง่ายๆเหมือนกับรูปกวางตัวนั้นสินะ”

กวางมองสยมภูอย่างผิดหวัง ทะนงเสนอให้เจ้านายเรียกตำรวจมาจัดการทั้งคู่ฐานทำร้ายร่างกายและหมิ่นประมาทจะดีกว่า อัครพลถึงกับหน้าเสีย สยมภูต่อรองถ้าแฟนของกวางยอมขอโทษ เขาจะไม่เอาเรื่อง อัครพลไม่ยอมขอโทษ สยมภูจึงสั่งให้ทะนงจัดการตามกฎหมายแล้วเดินเข้าห้องทำงาน

กวางรีบตามมาขอร้องให้เขายกโทษให้อัครพล เขาไม่วายยียวนกวนประสาทว่าแฟนเธอให้มาขอร้องหรือ

“พี่พลไม่ใช่แฟนกวางนะคะ กวางเคารพเขาเหมือนพี่ชาย” คำพูดของกวางทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาทันที

“แสดงว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน งั้นก็ไม่ควรลงทุนมาออกรับแทนกัน”

“แต่พี่พลมีบุญคุณกับกวาง ช่วยแนะนำอะไรดีๆ ให้หลายอย่าง กวางไม่อยากให้เขาต้องหมดอนาคต”

ไม่ว่ากวางจะอ้อนวอนอย่างไร สยมภูยืนกรานไม่ยอมยกโทษให้อัครพล เธอจึงเดินจากมาทั้งน้ำตา เขาหงุดหงิดมากที่เธอออกหน้าแทนหมอนั่น ทิ้งตัวกระแทกเก้าอี้อย่างเซ็งจัด ก่อนจะกวาดแฟ้มบนโต๊ะทำงานกระจุยกระจาย แฟ้มเอกสารของบุรุษร่วงมาที่เท้าของเขาพอดี สยมภูหยิบขึ้นมาดู มีโน้ตลายมือทะนงหนีบติดไว้ “ที่ดินของบุรุษ อิศรเสวี เสนอขายด่วน” เขารีบกดอินเตอร์คอม เรียกทะนงเข้ามาพบ สั่งไม่ให้เอาเรื่องกวางกับอัครพล แต่ให้ไปสืบเรื่องเกี่ยวกับบุรุษและครอบครัวอิศรเสวีแทนที่ เขาต้องการรู้ทุกอย่างของครอบครัวนี้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เข้ม-อ๊อฟ" ขอบคุณแฟนละคร “เผาขน” ฟาดเรตติ้งเปิดตัวสูงสุดของปี

"เข้ม-อ๊อฟ" ขอบคุณแฟนละคร “เผาขน” ฟาดเรตติ้งเปิดตัวสูงสุดของปี
17 พ.ค. 2564

12:00 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:58 น.