นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แฝดนะยะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พาปรางค์ไปถึงโรงพยาบาล ทั้งเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อม ก็พากันร้องเรียกหมอให้มาดูปรางค์ทั้งที่หมอยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยก็พากัน คาดหวังว่าฉีดยากินยาเดี๋ยวก็หายใช่ไหม หมอบอกว่าต้องขอดูคนไข้ก่อน บอกให้เจ้าหน้าที่พาคนไข้เข้าข้างใน พวกเจ๊จะตามไปหมอต้องหันมาบอกว่าญาติรอข้างนอกก่อน

    แม้ว่าเจ๊ตุ่มจะกังวลกลัวปรางค์จะหายไม่ทัน แต่ปากก็ยังให้กำลังใจทุกคนว่าได้หมอเก่งไม่ต้องห่วง หน้าของปรางค์ จะต้องกลับมาสวยเหมือนเดิมแน่ๆ พอเอื้อมถามว่าแน่ใจหรือ เจ๊กลับเงียบ

    ทั้งสามยังรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างกระวนกระวายใจ จนหมอออกมาก็กรูกันเข้าไปรุมถาม หมอบอกว่าคนไข้แพ้สารเคมีรุนแรงมากถ้ามาช้าอีกนิดเดียวมีหวังตาบอดได้  ขอให้นอนพักที่โรงพยาบาลดูอีกสักพักก่อน นุชถามว่ากี่วัน

    "ก็คงอีกสักระยะล่ะครับ แต่สบายใจได้นะครับ ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยดีแล้ว เชิญเข้าไปเยี่ยมได้ครับ"

    พอเข้าไปเห็นปรางค์ถูกพันหน้าไว้ราวกับมัมมี่ ทุกคนพากันใจเสีย ปรางค์เองก็กลัวจะหายไม่ทันไปซ้อมเต้นกับเขา

    "โอ๊ยไม่เป็นไรหรอก ขอเขาลาสักวันสองวันก็ได้ แกเต้น เก่งอยู่แล้วยังไงก็ตามคนอื่นเขาทัน ตอนนี้แกไม่ต้องคิดมากนะ นอนพักผ่อนให้เยอะๆจะได้หายเร็วๆ เรื่องอื่นเดี๋ยวฉันกับนังนุชจัดการเอง" เจ๊ตุ่มให้กำลังใจ ส่วนนุชก็บอกปรางค์อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ พักวันสองวันก็คงหายเข้าประกวดต่อได้ ทั้งยังต้องได้ครองมงกุฎมิสเรนโบว์ควีนอีกแน่ๆ

    ปลอบใจปรางค์แล้ว เจ๊ตุ่มกับนุชก็แอบสบตากันอย่างกังวลว่าปรางค์จะหายทันไหม...

    ooooooo

    เพราะประพันธ์โชว์ผัดผักบุ้งไฟแดงจนไฟไหม้ เต็นท์ไหม้ร้านทั้งของตัวเองและข้างเคียงเสียหายไปมาก พวกพ่อค้าแม่ค้าร้านข้างเคียงพากันมาเรียกร้องค่าเสียหาย

    "มันเป็นอุบัติเหตุฉันไม่ได้ตั้งใจ เอาน่าแล้วพรุ่งนี้ค่อยคุยกันตอนนี้ฉันขอเก็บกวาดร้านก่อน" ประพันธ์ตัดบท แต่พวกพ่อค้าแม่ค้าไม่ยอม แป้งเลยขอว่าวันนี้ทุกคนไปสำรวจข้าวของที่เสียหายก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมา ตกลงกัน รับรองพวกตนไม่หนีแน่

    เพราะประพันธ์ไม่มีให้จริงๆแต่พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ยอมเรียกร้องให้จ่ายมา ก่อน สุดท้ายไม่รู้จะทำอย่างไร แป้งเลยตะโกน "ตำรวจมา!" แต่พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่กลัว เสียงนกหวีดกับตำรวจไม่ศักดิ์สิทธิ์เสียแล้ว

    เมื่อพากันไปตกลงที่สถานีตำรวจ ประพันธ์ถูกรุกหนักโมโหเลยตะโกนไปว่า "กูไม่จ่ายโว้ย กูไม่ผิด" เกือบถูกพวกโจทก์รุม แป้งกับกระบี่ต้องรีบลากประพันธ์ออกไป แล้วแป้งก็เข้าไปยืนยันอีกครั้งว่า

    "พ่อกำลังตกใจสติแตกอยู่เลยพูดอะไรออกมาไม่รู้ตัว ยังไงเราก็จะจ่ายค่าเสียหายให้ทุกคนนะจ๊ะจ่ายให้จริงๆ"

    "งั้นพวกคุณไปให้ปากคำกับทางตำรวจก่อน แล้วเดี๋ยวมาตกลงกับผู้เสียหายทั้งหมดเป็นอันตกลงตามนี้ เชิญครับ" ตำรวจพาพวกแป้งแยกออกไป

    ooooooo

    แป้งรู้ว่าพ่อตั้งใจดีอยากทำมาหากินจริงจังแต่เมื่อมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เข้าก็หมดกำลังใจ แป้งปลอบใจพ่อว่าไม่ต้องคิดมาก ตนจะหาเงินมาจ่ายพ่อค้าแม่ค้าพวกนั้นเอง เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็ได้ขึ้นชกเวทีใหญ่ แล้วถ้าชนะได้เงินรางวัลเป็นหมื่นเลยแหละ

    ประพันธ์เข้าบ้านไปแล้ว กระบี่ถามแป้งว่าจะโกหกน้าพันไปทำไม เพราะถึงชกชนะก็ได้เงินไม่กี่พันเองยังไงก็ไม่พอใช้หนี้พวกที่ตลาดแน่

    "ฉันไม่อยากให้พ่อกลุ้มใจ พ่ออุตส่าห์ตั้งใจทำมาหากิน ฉันไม่อยากให้พ่อต้องหมดกำลังใจเอาตอนนี้ แต่ยังไงฉันก็ต้องผ่านพ้นเรื่องนี้ไปให้ได้ ไอ้บี่ ไม่ว่าจะต้องทำอะไร ฉันก็จะหาเงินมาใช้หนี้ให้พ่อให้ได้"

    พอกระบี่ถามว่าแล้วจะทำอะไร แป้งตอบอย่างเลื่อนลอยว่ายังคิดไม่ออก...

    ooooooo

    ระหว่างที่เจ๊ตุ่มกับพวกกลับมาถึงโรงแรม เจ๊กำชับนุชว่าต้องปิดเรื่องปรางค์เข้าโรงพยาบาลไว้ให้ดีไม่อย่างนั้นทางกอง ประกวดอาจตัดปรางค์ออกก็ได้

    ขณะนั้นเอง เจ๊จูนโผล่จากไหนไม่มีใครสังเกต ถามเยาะเย้ยมาว่าใครจะถอนตัวหรือ

    เจ๊ตุ่มหันขวับจ้องจิกแล้วเปิดฉากถามเย้ยว่าดึกแล้วยังมาเร่ร่อนหาส่วนบุญ อะไรแถวนี้ เจ๊จูนย้อนถามว่า พวกเจ๊ตุ่มไปไหนมาดึกๆดื่นๆ แล้วปรางค์หายไปไหนไม่มาด้วยกัน

    "น้องปรางค์ก็นอนหลับอยู่ที่ห้องน่ะซิยะ ฉันกับตุ่มออกไปหาอะไรกินกัน ถ้าหายข้องใจแล้วก็เชิญไปสาระแนที่อื่นไป" นุชย้อน

    ก่อนเจ๊จูนไปยังพูดอะไรเป็นเลศนัยเป็นปริศนา จนเจ๊ตุ่มกับนุชระแวงว่าเจ๊จูนแอบรู้อะไรมาหรือเปล่า

    ooooooo

    ส่วนนักรบถูกทั้งพ่อและแม่คุมแจไม่ยอมให้ไปไหน รั้งไว้จนโชติรสมารับไปทำงาน นักรบตกใจบอกว่าตนยังไม่ได้ตกลงเลยเพราะตนก็มีงานที่ต้องทำ

    ปรากฏว่าโชติรสเจ้ากี้เจ้าการจัดการให้เขาเรียบร้อยแล้ว โทร.ไปแคนเซิลงานถ่ายโฆษณาของเกรย์แอดและส่งช่างภาพคนใหม่ไปให้ด้วย แล้วตัดบทชวนนักรบรีบไปทำงานของเรากันเลยดีกว่า

    นักรบอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจำต้องไปกับเธอ ไปประชุมบริษัท บอกเขาว่าได้จัดทีมงานไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว

    หลังการประชุมโชติรสเห็นนักรบทำท่ารีบร้อนจะออกไป เธอเรียกไว้บอกว่ากลางวันเราต้องทานข้าวด้วยกัน ตอนบ่ายเขาต้องไปกับตนไปคุยกับสปอนเซอร์เพราะทางสปอนเซอร์ อยากรู้ว่าเราจะเอาสินค้าอะไรใส่ในรายการได้บ้าง แต่พอนักรบบอกว่าเราประชุมกันไปแล้วก็คงต้องเป็นสินค้าของสปอนเซอร์หลัก เท่านั้น เธอก็อ้างว่าพวกสปอนเซอร์ดีใจที่ได้เขามาเป็นโปรดิวเซอร์อยากรู้จัก

    แต่นักรบยืนกรานว่าเขาไปด้วยก็คงไม่ทำให้สปอนเซอร์ จ่ายเงินให้บริษัทเพิ่มขึ้น โชติรสก็หาทางรั้งไว้อีกจนได้ว่าคืนนี้เขาต้องไปงานเปิดตัวคอนโดฯใหม่ของคุณ แม่กับตน เขาจะได้ช่วยตนพีอาร์รายการใหม่ของเราด้วย

    "ผมขอไม่ไปนะครับ งานประชาสัมพันธ์ไม่ใช่งานในหน้าที่ของผม ถ้าเป็นงานเกี่ยวกับผลิตรายการผมคงจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของคุณ แต่นี่มันไม่ใช่ ผมคงต้องขอปฏิเสธ" นักรบเสียงแข็งแล้วเดินออกไป โชติรสมองตามอย่างขัดใจที่ไม่ว่าจะอ้างงานไหนใช้ไม้ไหนก็ไม่อาจรั้งเขาไว้ ได้

    แม้กระทั่งพ่อและแม่ที่จะให้เขาไปงานเปิดตัวคอนโดฯของราศี และโชติรสเขาก็ไม่ไป สุดท้ายบอกกับพ่อและแม่ อย่างตรงไปตรงมาและเด็ดเดี่ยวว่า

    "ผมขอเรียนให้ทราบเลยนะครับ ผมยอมทำงานให้คุณโรสครั้งนี้ครั้งเดียว จบงานนี้แล้วผมจะไม่ยอมให้คุณพ่อคุณแม่ บังคับให้ผมทำอะไรอีก ไม่ว่าเรื่องงานหรือว่าเรื่องส่วนตัว ชีวิตผม ผมจะเลือกเองว่าจะไปทางไหนหรือว่าจะแต่งงานกับใคร!"

    เป็นครั้งแรกที่เขาแข็งข้อกับพ่อและแม่จนทั้งสองมองหน้ากันอย่างผิดหวังโมโหที่ลูกคนนี้ช่างไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย

    ooooooo

    เพราะปรางค์ยังมาซ้อมเต้นไม่ได้ เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมจึงต้องทำหน้าที่หนัก เข้าไปขอกับกุ๊กไก่ โปรดิวเซอร์การประกวดขอลาซ้อมให้ปรางค์อ้างว่าท้องเสีย กุ๊กไก่เห็นว่าจำเป็นจึงไม่ว่าอะไร แต่เจ๊จูนสาระแนเข้ามาเขี่ยว่าถ้ากุ๊กไก่อนุญาตแบบนี้ต่อไปใครๆก็ขอลาได้ ตำหนิว่า

    "ถ้าซ้อมไม่ไหวก็ถอนตัวไปอย่ามาทำตัวเป็นภาระให้คนอื่น" พอกุ๊กไก่อนุญาตให้ลาได้หนึ่งวัน เจ๊จูนก็ลอยหน้าพูดอีกว่า "ไม่ต้องห่วงนะคะพี่ตุ่ม พี่นุช กะอีแค่ท้องเสียกินยาวันเดียวก็หายค่ะ แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นจูนก็ไม่รับประกันว่าจะหายทันหรือเปล่า โถๆอุตส่าห์กัดฟันเข้ามาถึงรอบตัดสิน แต่ไปไม่ถึงฝันเสียแล้ว เสียดายจังเลย...เสียดายจริงจริ๊ง..."

    เจ๊จูนหัวเราะเยาะแล้วกรีดกรายไป ทำให้เจ๊ตุ่มกับนุชยิ่งหนักใจ และเมื่อไปนั่งคุยกันแล้ว ทั้งสองก็สงสัยว่าเจ๊จูนต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ หรือว่าที่ปรางค์เป็นแบบนี้เพราะฝีมือเจ๊จูน นุชฟันธงว่า

    "ต้องเป็นนังจูนแอบเอาอะไรมาใส่ครีมของเราแน่ๆ แล้วเมื่อคืนมันก็แอบมาดูผลงานของมัน เห็นหน้ามันตะกี้ไหม มันกระดี๊กระด๊าสะใจเหลือเกิน"

    เจ๊ตุ่มแค้นจัดจะลุกไปฆ่าเจ๊จูน นุชรีบดึงไว้เตือนสติว่าเราไม่มีหลักฐานอะไร ตอนนี้เราต้องปล่อยไปก่อน เรามาคิดหาวิธีแก้ไขดีกว่าว่าเราจะทำยังไงให้หน้าของปรางค์หายได้ทันพรุ่งนี้ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจบแน่!

    ทั้งสองไปดูปรางค์ที่โรงพยาบาล ถามหมอว่าหน้าปรางค์เป็นอย่างไรบ้าง หมอบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังต้องใช้เวลาในการรักษาอีกระยะหนึ่ง พอถามว่าระยะหนึ่งนานแค่ไหน หมอบอกว่า "ประมาณสามสี่อาทิตย์"

    เท่านั้นเอง ทั้งเจ๊ตุ่ม นุชและเอื้อมแทบช็อกตาตั้งกันตรงนั้นเลย ส่วนปรางค์ร้องไห้คร่ำครวญว่า ถ้าตนกลับไปประกวดไม่ได้ชีวิตก็จบสิ้นแล้ว ถ้าไม่ได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนก็จะไม่มีวันได้เป็นดีไซเนอร์จะทำยังไงดี

    บรรยากาศสิ้นหวัง ทุกคนเศร้าเสียใจ เจ๊ตุ่มแค้นกว่าเพื่อนเพราะนอกจากแพ้เจ๊จูนแล้วยังชวดเงินล้านอีก

    ooooooo

    นักรบกลับไปที่พัทยาบอกต๊อดว่าจะมาทำรายการเรียลลิตี้ประกวดนางงามกะเทย ต๊อดขำกลิ้งที่ชีวิตของนักรบดูจะไม่แคล้วจากกะเทยได้สักที แต่พอนักรบบอกว่าจะให้ต๊อดมาเป็นผู้ช่วย ต๊อดก็ยินดีปรีดาเพราะงานนี้เงินดี ถามนักรบว่า

    "นี่ถ้ากิ๊กพี่ได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนขึ้นมา พี่จะทำยังไงล่ะทีนี้ไม่ต้องตามติดอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเหรอ"

    นักรบปฏิเสธว่าแป้งไม่ใช่กิ๊ก และถ้าได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนจริงๆก็ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญมาก เพราะคนที่จะคว้ารางวัลได้ต้องทั้งสวยทั้งเก่ง

    "เขาว่ากันว่า โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญนะพี่รบ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะมันมีเหตุผลของมัน มันอาจจะมีเหตุผลที่พี่จะต้องเกี่ยวพันน้องกะเทยคนนี้อีกก็ได้ ใครจะไปรู้"

    "ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น แค่คนแปลกหน้าสองคนบังเอิญพบกัน แล้วมันก็ผ่านไปจะไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น ไม่มี!" นักรบเสียงแข็ง แต่ใจเริ่มหวั่นขึ้นมาเหมือนกัน กลัวแป้งจะได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนขึ้นมาจริงๆ

    ที่บ้านปรียาวันนี้ป้าชูเอาผ้าที่จะเย็บมาส่ง พูดอย่างดีใจด้วยกับปรียาว่า อีกหน่อยก็สบายแล้ว เพราะปรางค์ไปประกวดมิสเรนโบว์ควีนถ้าชนะได้เงินรางวัลเป็นล้าน ปรียาก็ไม่ต้องมานั่งเย็บผ้าหลังขดหลังแข็งอีก

    ปรียาเพิ่งรู้เรื่องนี้จากป้าชู เสียใจมากที่ลูกโกหกตนว่าแค่ไปเป็นตัวประกอบนางแบบถ่ายรูปเท่านั้น

    ooooooo

    ในที่สุดเจ๊จูนกับข้าวฟ่างก็หาเรื่องบีบให้กุ๊กไก่ สั่งให้ปรางค์ลงมาดูการซ้อมเพื่อจะได้จำไปเต้น เจอไม้นี้เข้าเจ๊ตุ่มก็ยอมแพ้บอกนุชกับเอื้อมว่าเรารีบไปถอนตัวตอนนี้ดีกว่าถูกเจ๊จูนแฉว่าเราโกหก ถึงตอนนั้น ตนจะยิ่งเสียชื่อไม่มีหน้าส่งใครเข้าประกวดที่ไหนอีกแล้ว

    ทุกคนช่วยกันระดมความคิด นุชคิดหนักเพราะยังไงก็ไม่ยอมถอยง่ายๆ ในที่สุดนึกได้จำได้ว่าปรางค์มีน้องสาวฝาแฝด ซึ่งเคยเจอกันที่หน้าลิฟต์ เสนอแผนให้เอาน้องของปรางค์มาประกวดแทนแต่มีเวลาแค่คืนเดียวจะไปตามหาตัวที่ไหน ตัดสินใจแยกย้ายกันตามหาไปทั่วพัทยาแล้วนัดมาเจอกันที่โรงแรม

    นักรบกับต๊อดมาที่เวทีประกวดแล้ว เขาขอดูประวัติบรรดากะเทยที่เข้าประกวด เจอประวัติของปรางค์เข้าเขานึกไม่ถึงว่าปรางค์เป็นกะเทย เวลานั้นเจ๊จูนเข้ามาตีซี้เสนอให้ไปสัมภาษณ์ข้าวฟ่างเพราะเป็นตัวเก็งงานนี้

    นักรบขอเวลาดูประวัติพวกประกวดก่อน เพราะว่ายังเจอไม่หมดถามว่าแล้วปรางค์ในรูปนี้ไปไหนไม่เห็นมาที่เวที เจ๊จูน ใส่ไฟทันทีว่าปรางค์มีปัญหามากมายจนกรรมการจะตัดสิทธิ์ ไม่ให้เข้าประกวดอยู่แล้ว

    นักรบฟังแล้วไม่รู้จะโล่งใจหรือเสียดายดีที่ต่อไปนี้คงไม่มีโอกาสได้เจอกับแป้งอีกแล้ว

    ooooooo

    เจ๊ตุ่ม เอื้อม และนุชต่างถือรูปของปรางค์ไปเที่ยวเดินถามใครต่อใครว่าเคยเห็นคนในรูปนี้ไหม บางคนบอกว่าชื่อแป้งขายเสื้อผ้ามือสองอยู่แถวชายหาด บางคน ก็บอกว่าชื่อแป้งเดินขายดอกไม้อยู่แถวชายหาดแต่ ไม่เห็นมาหลายวันแล้ว  ได้ข่าวว่าเปิดร้านข้าวต้มที่ตลาดโต้รุ่ง

    เจ๊ตุ่มดีใจมากรีบไปที่ตลาดโต้รุ่ง ไปถึงเจอนุชและเอื้อมมาที่เดียวกัน ภาพที่เห็นคือบริเวณนั้นเหลือแต่ตอไฟไหม้ พนักงานคนหนึ่งเข้ามาขอทางเพื่อเข้าไปข้างใน เจ๊ตุ่มเอารูปปรางค์ให้ดูเขาบอกว่า

    "อ้าว...นี่ไอ้แป้งนี่ มาตามหามันทำไมล่ะ คุณนี่คงเป็นเจ้าหนี้มันล่ะซิ ตอนนี้ไม่มีใครตามหามันเจอหรอกครับ ได้ข่าวว่ามันกับพ่อหนีไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้"

    ทั้งสามแทบเข่าอ่อนอยู่ตรงนั้น กอดกันอย่างสิ้นหวังเดินออกไปอย่างหมดกำลังใจ

    นุชเสนอว่าจะลองโทร.ถามปรียาดูบางทีพี่สาวอาจมีเบอร์โทร.ของพ่อแป้งก็ได้ เอื้อมทักท้วงอย่างหมดหวังว่ากว่าจะตามตัวเจอคงไม่ทันเพราะปรางค์จะต้องไปรายงานตัวภายใน คืนนี้แล้ว

    ทั้งสามหมดกำลังใจสิ้นหวังไปอีกรอบ กอดกันร้องไห้ อยู่ตรงนั้น

    พลันสายตาของเอื้อมก็เหลือบเห็นอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เอื้อมถึงกับอ้าปากค้างตะลึงงัน

    นั่นคือป้ายโฆษณาการแข่งขันชกมวยระหว่างแป้งกับคู่ชก เจ๊ตุ่มกับนุชมองตามสายตาของเอื้อมต่างร้องพร้อมกัน "เราหาแป้งเจอแล้ว!" จากที่กอดกันร้องไห้กลายเป็นกอดกันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเหมือนรอดตายแล้ว

    แต่พอเข้าไปติดต่อเฮียพงษ์ขอพบแป้ง เมื่อแป้งเดินออกมาพบ ทั้งสามยิ่งตะลึงงันอ้าปากค้าง เพราะเหมือนปรางค์อย่างกับแกะ จนคล้ายกับปรางค์เดินมาหาตรงหน้าเลยทีเดียว!

    แต่พอบอกจุดประสงค์จะชวนไปประกวดนางงาม แป้งทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกบอกว่าชวนคนผิดแล้วมั้งแล้วหัวเราะขำสุดๆ บอกว่าตนเป็นแต่เตะๆต่อยๆ เรื่องการประกวดตนไม่ประสาแล้วปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดเลย

    ในที่สุด นุชก็ต้องอาศัยความสัมพันธ์ทางสายเลือดมาหว่านล้อมแป้ง แนะนำตัวเองว่าเป็นน้องสาวของปรียาแม่ของแป้ง เล่าว่าแป้งมีพี่คนหนึ่งเป็นฝาแฝดเหมือนกันเป๊ะ

    แป้งฟังแล้วคิดทบทวนจำได้ว่าตัวเองก็เคยเห็นคนเหมือนตนมาก่อนเริ่มเชื่อตามที่นุชเล่า

    ooooooo

    แล้วทั้งสามก็รีบพาแป้งไปหาปรางค์ที่โรงพยาบาล พอนุชบอกว่าพาคนที่ปรางค์อยากเจอมาเยี่ยม ปรางค์ ดีใจมาก พอเจอกันต่างก็โผเข้าหากันโดยสัญชาตญาณความเป็นพี่น้อง แป้งกอดปรางค์ไว้แน่น บอกว่าตนไม่อยากเชื่อเลยว่ามีพี่สาวฝาแฝด

    "พี่ชายจ้ะ" นุชบอก เจ๊ตุ่มช่วยอธิบายเพิ่มเติมว่าเมื่อก่อน   เป็นพี่ชายแต่ตอนนี้เป็นพี่กึ่งชายกึ่งหญิงทำเอาแป้งงงจนเอื้อมต้องชี้แจงเพิ่มว่าปรางค์เป็นผู้ฉิง แป้งจึงเข้าใจ

    จากนั้นเจ๊ตุ่มบอกว่าปรางค์มาประกวดมิสเรนโบว์ควีน นุชย้ำว่าเป็นการประกวดระดับประเทศเชียวนะ ปรางค์ฟันฝ่ามาจนถึงรอบตัดสินแล้วแต่มาหน้าเยินเสียก่อนเลยต้องขอให้แป้งช่วยเข้าประกวดแทน แล้วนุชก็ขอร้องหลานว่า "นะแป้งนะ ช่วยทำเพื่อพี่เขาสักครั้งเถอะนะ"

    "หนูเป็นผู้หญิงนะ แล้วจะให้หนูไปประกวดกะเทยได้ยังไง จะบ้าหรือเปล่า หนูทำไม่ได้หรอก หนูทำไม่ได้แน่ๆ!!"

    แป้งยืนยันแข็งขันจนเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมหน้าเผือดไปตามกัน แต่ยังไม่ยอมแพ้เดินตามไปขอร้องแป้งให้เห็นแก่ปรางค์เถอะ เจ๊ตุ่มรีบบอกว่า

    "เราไม่ได้ให้เธอช่วยฟรีๆหรอกนะ ฉันมีค่าตอบแทนให้ เอาอย่างนี้นะฉันจ่ายเงินล่วงหน้าให้เลยห้าพัน"

    กระนั้นแป้งก็ยังยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่ประกวด ฝากบอกปรางค์ด้วยว่าเรื่องนี้ช่วยไม่ได้จริงๆ พูดแล้วเดินไปเลย ทำเอาทั้งเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมยืนอึ้งก้าวขาไม่ออก

    ooooooo

    เวลาเดียวกัน เจ๊จูนซึ่งรู้แผนร้ายของตัวเองดีอยู่แล้ว รุกหนักให้กุ๊กไก่ไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่า ปรางค์ป่วยจริงหรือเปล่า เอากฎของกองประกวดมาอ้างแล้วท้าให้เชิญทางกองประกวดมาช่วยตัดสินเพื่อความยุติธรรมของผู้เข้าประกวดทุกคน จุดประสงค์ของเจ๊ต้องการให้ทุกคนรู้ว่าปรางค์หน้าเยินไปหมดแล้วนั่นเอง

    ที่หน้าโรงพยาบาลทุกคนยังทำงานแข่งเวลากันสุดฤทธิ์เมื่อขอให้แป้งเข้าประกวดไม่ได้ก็ตามไปขอร้องแค่ให้ช่วยไปรายงานตัวแทนปรางค์ เจ๊ตุ่มเพิ่มเป็นค่าเสียเวลาเป็นหนึ่งหมื่นบาท ชี้แจงกับแป้งว่า

    "เราไม่ได้คิดจะโกงหรอกนะ แต่คู่แข่งของเราบีบบังคับให้เราต้องทำอย่างนี้ มันแกล้งวางยาจนทำให้นังปรางค์เสียโฉม ถ้าเรายอมถอยตอนนี้ก็เท่ากับปล่อยให้คนชั่วได้ชนะน่ะซิ เรายอมไม่ได้ เราต้องทำทุกวิถีทางที่จะได้เข้าประกวดต่อ"

    ขณะที่แป้งยังมีท่าทีเด็ดเดี่ยวนั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากกระบี่ แป้งพึมพำอย่างตกใจว่า

    "ว่าไง! ไอ้บี่ อะไรนะ ตอนนี้ฉันจะไปหาเงินที่ไหนได้วะ!"

    ooooooo

    เจ๊จูนพากุ๊กไก่และเจ้าหน้าที่กองประกวดขึ้นไปที่ห้องพักของปรางค์จนได้ เจ๊ตุ่มกับนุชรับหน้าพยายามจะไม่ให้ขึ้นไปอ้างว่าเดี๋ยวปรางค์ก็ลงมาแล้ว แต่เจ๊จูนดันทุรังจะขึ้นไปพิสูจน์ให้ได้

    เจ๊ตุ่มเริ่มจะถอดใจ นุชเองที่เคยแกร่งก็ชักถอยบอกว่าสารภาพความจริงไปเลยดีไหม เขาคงจะให้อภัยและเห็นใจเรา ทั้งสองยังไม่ได้ข้อสรุปเจ๊จูนก็พากุ๊กไก่กับเจ้าหน้าที่กองประกวดมาถึงหน้า ห้องแล้ว เจ๊ตุ่มตัดสินใจบอก

    "เดี๋ยวค่ะเดี๋ยว คือตุ่มมีเรื่องสำคัญจะบอกค่ะ..." เจ๊ตุ่มประหม่าจนพูดตะกุกตะกัก เจ๊จูนแย่งคีย์การ์ดจะเสียบ เจ๊ตุ่มรีบพูด "คือว่า น้องปรางค์เขา..."

    เจ๊จูนไม่ฟังเสียงเปิดประตูพรวดเข้าไปกวาดตามองไปที่เตียง รอบห้อง ไม่มีปรางค์อยู่ในห้อง เจ๊ตุ่มกับนุชแทบอยากจะกลั้นใจตายตรงนั้นเลย เจ๊จูนรุกทันทีว่าปรางค์ไม่ได้ อยู่ในห้อง เจ๊ตุ่มก็ยังพยายามจะอธิบายแต่เจ๊จูนไม่ฟังเสียง เสนอเจ้าหน้าที่ให้ถอดปรางค์ออกไปเลยตนเชื่อว่าปรางค์ไม่มีทางที่จะมาแสดง ตัวได้แน่นอน

    ทันใดนั้น ประตูห้องน้ำเปิดออก ปรางค์ในชุดนอนค่อยๆ เดินออกมาใบหน้าซีดเซียว ทำเอาเจ๊ตุ่มกับนุชมองตาค้าง เอื้อมชี้แจงว่า

    "น้องปรางค์ยังท้องเสียอยู่เลยค่ะ นี่ก็เข้าออกห้องน้ำไม่รู้กี่หนก็เลยลงไปรายงานตัวไม่ทัน ต้องขอโทษด้วยนะคะ"

    เจ๊จูนโวยวายว่าไม่จริ๊ง...ไม่จริง เจ๊ตุ่มได้ทีขี่แพะไล่ถามว่าขนาดนี้แล้วยังไม่เชื่อหรือ เห็นกับตาแล้วว่าปรางค์ไม่สบายจริงๆ ไม่ได้หนีไปไหน

    กุ๊กไก่ถามเจ๊จูนว่าเป็นอันหมดข้อสงสัยแล้วใช่ไหม เจ๊จูนพูดไม่ออกแต่ยังจ้องหน้าแป้งอย่างจับผิดถามว่านี่คือน้องปรางค์แน่ หรือ ไม่สบายทำไมไม่เห็นโทรมเลย

    "เชิญออกไปได้เลย แล้วทีหลังอย่าก่อเรื่องวุ่นวายให้ คนอื่นปวดหัวอีก" เจ๊ตุ่มไล่ตะเพิด

    พอเจ๊จูนพากุ๊กไก่กับเจ้าหน้าที่กองประกวดออกไปแล้ว เจ๊ตุ่มกับนุชโผเข้ากอดแป้งพร่ำขอบใจแป้งที่ช่วยชีวิตพวกตนไว้

    จากนั้นเจ๊ตุ่มกับนุชก็พาแป้งลงไปดูการซ้อมเต้นที่เวที ระหว่างนั้นทั้งเจ๊ตุ่มและนุชยังพยายามหว่านล้อมให้แป้งช่วยพวกตนต่อไปอีก สักหน่อย แต่เจ๊จูนยังไม่หายข้องใจจับตาดูแป้งเชื่อว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลใน เรื่องนี้แน่ๆ

    เจ๊ตุ่มหว่านล้อมแป้งอย่างไรก็ไม่ใจอ่อน  เลยเพิ่มเงินให้เป็นหนึ่งหมื่นบาทแต่มีข้อแม้ว่าแป้งจะต้องเป็นปรางค์ต่อไป จนครบหนึ่งวันยี่สิบสี่ชั่วโมง ตอนนี้สามทุ่มแป้งจะกลับได้ในเวลาสามทุ่มวันพรุ่งนี้

    "งั้นก็ได้ตกลงตามนี้นะ แล้วพวกคุณก็ไม่ต้องมาตื๊อให้หนูประกวดแทนอีกนะ เพราะยังไงหนูก็ไม่ร่วมมือด้วยแน่ๆ"

    "นี่เธอเปลี่ยนใจมาช่วยเราก็เพราะต้องการเงินอย่างเดียวเหรอ เธอไม่เห็นใจพี่ชายของเธอเลยรึไง เธอเป็นคนเดียวที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตมันได้นะ" นุชหว่านล้อมต่อ

    แม้จะกระทบใจแต่แป้งก็ทำใจแข็งไม่รับปากอะไรทั้งนั้น

    ooooooo

    กระบี่ขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงเร็วทันใจ แป้งเอาเงินให้ กระบี่บอกแป้งว่ารีบกลับไปเคลียร์เพราะเจ้าหนี้ออกันอยู่เต็มหน้าบ้านเลย แป้งบอกว่าตนยังต้องเร่งหาเงินให้พ่อใช้หนี้อยู่ กระบี่ถามว่าแล้วหาเงินจากไหนได้เร็วทันใจขนาดนี้ตั้งหมื่นหนึ่งเลยเหรอ ถามว่าได้ งานอะไรมา

    แป้งไม่ทันตอบเอื้อมก็มาเตือนให้รีบเข้าไปข้างใน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะสงสัย แป้งเลยไล่กระบี่ให้รีบกลับไปมีอะไรพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน

    แต่พอแป้งเดินเข้าไปที่ล็อบบี้โรงแรมเห็นนักรบกับต๊อดเพิ่งออกจากลิฟต์แป้ง รี่ไปหาทันที ไปทักทายเขาถามว่ามาทำงานหรือมาเที่ยว นักรบตอบอย่างเย็นชาว่ามาทำงาน

    "งานอะไรเหรอ อ๋อ งานถ่ายรูปใช่ไหม คุณต้องการถ่ายรูปอะไรล่ะ ฉันช่วยเป็นไกด์ได้นะ ฉันเป็นเจ้าถิ่นแถวนี้รู้ทุกซอกทุกมุมของพัทยา"

    ต๊อดช่วยชี้แจงว่านักรบมาทำรายการทีวีของซีซีชาแนล เป็นรายการเรียลลิตี้เกี่ยวกับมิสเรนโบว์ควีน แป้งมองขวางๆ ถามว่าแล้วทำไมตนต้องรู้ด้วย

    "อ้าว...ก็เธอเข้าประกวดกับเขาด้วยไม่ใช่เหรอ" ต๊อดถามขำๆ เอื้อมรีบแก้ว่าปรางค์เขาถ่อมตัวไม่เคยคิดว่าจะได้เข้ารอบสุดท้าย ตอนนี้ยังนึกว่าฝันอยู่เลย

    ต๊อดถามว่าได้ข่าวว่าเธอเป็นตัวเก็งไม่ใช่หรือ เผลอๆอาจชนะได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนก็ได้ เรามีหวังได้ร่วมงานกันยาวแน่ๆ ปลุกใจให้สู้ๆนักรบเขาเชียร์อยู่

    นักรบเอ็ดต๊อดว่าตนมาทำงานไม่ได้มาสนใจว่าใครจะแพ้จะชนะแต่ยังไงก็ขอให้โชค ดีก็แล้วกัน ว่าแล้วนักรบก็แยกไป แป้งมองงงๆกับท่าทีห่างเหินของนักรบ

    ส่วนนักรบพอแยกไปก็คุยกันกับต๊อด บ่นว่าตนไม่เข้าใจจริงๆว่าแป้งเป็นคนอย่างไรกันแน่ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมายิ่งรู้จักก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าตัวตนเธอเป็นคนอย่างไรเป็น ใครกันแน่

    ในความคิดของนักรบ เขายังจำทั้งบุคลิกของแป้งและปรางค์ที่แตกต่างกันได้ ยิ่งนึกเปรียบเทียบก็ยิ่งงง

    ที่ห้องพักในโรงแรม...

    เพราะแป้งยังต้องอยู่ให้ครบสัญญาค่าจ้างหนึ่งหมื่นบาทจนถึงสามทุ่มพรุ่งนี้ ดังนั้น เจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมจึงสอนแป้ง ทั้งท่าเดิน การนั่ง การยิ้ม การไหว้ และการแนะนำตัว

    ทุกอย่างแป้งทำเก้งก้างซุ่มซ่ามพูดจาโผงผาง จนพวกเจ๊ทั้งหลายแทบจะถอดใจ

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมพาแป้งไปที่ห้องอาหารในโรงแรมเป็นบุฟเฟ่ต์ เจ๊จูนกับข้าวฟ่างมาถึงก่อนแล้ว ทั้งสองจับตาดูพวกเจ๊ตุ่มตาไม่กะพริบ

    แป้งตื่นเต้นกับอาหารน่ากินเหล่านั้น จ้วงตักใส่จานไม่ยั้งแต่ละอย่างตักมากๆจนพูนจาน เอื้อมถามว่าทำไมตักเยอะแยะอย่างนี้จะกินหมดหรือ

    แป้งรับรองว่ากินหมด นานๆจะได้กินของดีอย่างนี้ทีต้องฟาดให้เรียบ แล้วไปนั่งสวาปามจนเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมมองกันตาปริบๆ

    เจ๊จูนกับข้าวฟ่างจับตาดูอยู่แล้ว แถเข้ามาถามปรางค์ เสียงดังว่าตายอดตายอยากมาจากไหน จับกังแบกข้าวสารยังกินได้ไม่เท่าเธอเลย

    เจ๊ตุ่มแก้ต่างให้ว่าเพราะปรางค์ท้องเสียเมื่อวานไม่ได้ กินอะไรเลย วันนี้เลยหิว

    ตีฝีปากกันระหว่างเจ๊ตุ่มกับเจ๊จูน แล้วเจ๊จูนก็ทำเป็นพูดจับเท็จว่าคนนี้ไม่เห็นเหมือนน้องปรางค์เลย พลางเดินเข้าไปพิสูจน์กลิ่น

    "เฮ้ย!" แป้งร้องลั่น จนเจ๊จูนผงะ "คนกำลังกินอยู่ไม่เห็นรึไง"

    พวกในห้องอาหารต่างตกใจกับความห้าวของแป้ง นุชรีบเข้าไปถามว่าอิ่มแล้วใช่ไหม แป้งบอกว่ายัง ขอข้าวต้มล้างปากอีกสักสองสามชามก่อน

    เจ๊ตุ่ม นุช กับเอื้อมยิ้มแหยให้กัน ในขณะที่เจ๊จูนยิ่งสงสัยมากขึ้น

    ooooooo

    ระหว่างเดินออกจากห้องอาหาร เจ๊ตุ่มปรารภอย่างหนักใจว่า ถ้าแป้งกลับไปชกมวยต่อเราจะหาใครมาแทน นุชบอกว่าเราลองพยายามเกลี้ยกล่อมอีกสักรอบยังไงก็เป็นน้องของปรางค์ สายเลือดเดียวกันยังไงก็คงตัดกันไม่ขาด

    พอดีนักรบเดินเข้ามาเจอเจ๊ตุ่มกับนุช สองหญิงชักสีหน้าใส่หาว่าเขาตามตื๊อปรางค์ไม่เลิก นุชเข้าไปกระหนาบว่าให้ห่างๆปรางค์ไปเลยไม่อย่างนั้นจะเรียก รปภ.มาลากออกไป

    แม้นักรบจะพยายามชี้แจงว่าตนมาทำงาน ก็สู้ปากพวกเธอไม่ได้ จนกระทั่งเจ๊จูนมาเห็นเข้า รู้ว่านักรบมาทำเรียลลิตี้นางงามเรนโบว์ควีนก็รีบพาข้าวฟ่างเข้าไปยัดเยียด ให้เขาสัมภาษณ์

    พอเจ๊ตุ่มกับนุชรู้ว่านักรบเป็นใครเท่านั้น ท่าทีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที เข้าไปเสนอหน้าประจ๋อประแจ๋ ให้สัมภาษณ์ผู้เข้าประกวดของตนด้วย พูดยกยอปอปั้นจนนักรบกระดาก บอกว่า

    "เออ...แล้วยังไงผมคงต้องขอนัดน้องปรางค์สัมภาษณ์ ด้วยนะครับ เออทำไมใครๆเรียกน้องว่าปรางค์ล่ะครับ เขาเคยบอกผมว่าเขาชื่อแป้งนะครับ ตกลงชื่ออะไรกันแน่"

    "ปรางค์ค่ะ ชื่อปรางค์!!" เจ๊ตุ่มกับนุชบอกพร้อมกัน นุชชี้แจงว่าแป้งนั้นเป็นชื่อเก่าอย่าได้เรียกเชียวเธอโกรธตาย

    เจ๊จูนรู้สึกว่าถูกแย่งซีนยื่นหน้าเข้าไปถามว่าจะสัมภาษณ์ ข้าวฟ่างเมื่อไร ด่าเจ๊ตุ่มว่าเป็นพวกใช้วิธีสกปรกมีอะไรหมกเม็ดอยู่แน่ๆ ถ้าตนสืบหาหลักฐานได้เมื่อไรจะแฉให้หมด

    "ขอโทษนะครับ ผมต้องไปแล้ว เชิญทะเลาะกันตามสบาย" นักรบขอตัวแล้วเดินอ้าวไปเลย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 11:05 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์