ตอนที่ 6
อัลบั้ม: สน ยุกต์ ประกบ แพทริเซีย กู๊ด ละครสนุกใน "มาลีเริงระบำ"
เช้าวันใหม่ เมืองแมนเห็นในโซเชียลเน็ตเวิร์กประโคมข่าวพบภาพไอจีของยาหยี นีน่า คนสนิทเบลอยู่ที่คอนเสิร์ตในเกาหลี ทำให้สงสัยเบลจะอยู่ที่นั่นด้วย...ก็ไม่พอใจที่นักข่าวเล่นไม่เลิก โยทะกาหวั่นใจว่าจะมีการเช็กรายชื่อผู้โดยสาร เมืองแมนบอกว่าให้คนลบชื่อออกไปแล้ว
โยทะกาโล่งใจ แต่เมืองแมนยังหวั่นใจ “ถ้าผมจะห่วง ก็นายทองทา ไอ้คนนี้มันเหมือนเกิดมาเป็นศัตรูผม มันอาจเป็นพยานในที่เกิดเหตุว่าเบลไม่ได้อยู่ที่นั่น มันอาจถ่ายรูปเอาไว้”
โยทะกาไม่เชื่อว่าทองทาจะทำแบบนั้น เมืองแมนเกรงว่าช้องนางจะสอนให้ทองทาเกลียดแม่เบล โยทะกาออกตัวแทนว่าทองทาไม่เคยพูดเลยว่าไม่ชอบเบล เขาแยกแยะออก ถ้าระแวงลูกชาย ก็ควรให้เวลาทำความเข้าใจกับเขาบ้าง เมืองแมนจะแย้ง โยทะกาตัดบท
“พอคุณคบกับแม่เบล คุณก็ทะเลาะกับคุณช้องนาง คุณช้องนางเอาตัวทองทาไปเมืองนอกตั้งแต่เขายังเล็ก คุณกับเขาไม่ได้ใกล้ชิดกัน แต่ทองทาเป็นคนอ่อนโยน ถ้าคุณเปิดใจ คุณกับเขาจะเข้ากันได้ไม่ยาก”
“ผมแก่ลงทุกวัน เบลเป็นผู้หญิง ยังไงก็ไม่เหมือนทองทา อายุก็พร้อมแล้วที่จะมาเรียนรู้กิจการ” แม้จะหวั่นใจแต่เมืองแมนก็ต้องการให้ลูกมาช่วยงานที่บริษัท
“ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรอยู่ล่ะคะ” โยทะกายุ เมืองแมนครุ่นคิด
วันนั้นเมืองแมนให้รถมาจอดหน้าบ้านทองทา พอดีเห็นเขาขับรถออกจากบ้าน จึงให้คนรถขับตาม ไปจนถึงโรงพยาบาลโรคจิต...ทองทาเอาเพลงมาให้แม่ฟัง พยาบาลบอกเขาว่า พักหลังช้องนางจำเขาได้แม่น วันก่อนก็ถามถึงเขากับหนูมาลี ช้องนางยิ้มให้ก่อนจะบอกเขาว่าวันนี้จะเต้นสวอนเลคให้ดูแต่ขอเสริมสวยก่อน ช้องนางหยิบกระจกมาส่อง พลัน เห็นภาพเมืองแมนยืนอยู่ข้างหลังเธอร้องกรี๊ด...ทิ้งกระจกลงพื้นตะโกนลั่น “ไอ้เมืองแมน แกมาทำไม ฉันเกลียดแก”
ช้องนางพุ่งเข้าทุบตีเมืองแมน ทองทากับพยาบาลตกใจเข้าดึงแม่ออกมา...ช้องนางถูกฉีดยาให้หลับ เมืองแมนหน้าเครียด ยืนมองข้างทองทา ไม่คิดว่าอาการช้องนางจะหนักขนาดนี้
“ช่วงแรกๆแม่ต้องดูแลผม แม่แค่ติดยานอนหลับ ตอนหลังผมต้องไปอยู่ประจำ แม่เหงาก็กินยามากขึ้น ยาพวกนั้นมันค่อยๆทำลายสมอง”
“แล้วไหนบอกมีแฟนเป็นฝรั่ง”
“จะมีกี่คนเขาก็ไม่ลืมคุณ คุณเป็นรักแรก เขาโทษว่าชีวิตเขาล่มจมเพราะคุณ”
“บ้า...คนเราเลิกกันก็หาใหม่สิ เรื่องธรรมดาจะตาย คิดดูเขาแบ่งค่าเลี้ยงดูไปเท่าไหร่ เสวยสุขไม่ต้องทำงานไปทั้งชาติ แล้วจะเอาอะไรจากฉันอีก”
“เรากำลังพูดถึงความรัก มีใครพูดถึงเงินหรือครับ”
“แล้วแกอิ่มท้องเพราะความรักหรือเปล่าล่ะ”
“พ่อไม่เคยรู้จักความรักเลย ไม่เคยแม้แต่รักอาชีพ รักเกียรติยศของตัวเอง ยัยเบลโกง คนด่าทั้งประเทศยังเฉยอยู่ได้”
“แกนี่มัน โฮ้ย...แล้วไอ้รองเท้า เสื้อผ้าหรือแม้แต่ความสามารถแก มันไปขุดดินขึ้นมาหรือ มันก็ต้องใช้เงินซื้อ ทุกอย่างก็เงินทั้งนั้น อย่าโง่เหมือนแม่แกหน่อยเลย โฮ้ย คุยกับแกแล้วอารมณ์เสีย ฮึ่ย...” เมืองแมนออกอาการหงุดหงิด
“ผมอ่ะ ไม่ใช่แค่อารมณ์เสีย แต่จิตตกเลยล่ะ ผมขอร้อง ไหว้เลยก็ได้ อย่ามาที่นี่อีกเลย เราสองคนไม่ต้องเจอกันไปเลยยิ่งดี” ทองทายกมือไหว้ส่งๆ เมืองแมนอึ้งกับสายตาเกลียดชังของลูกกลับบ้าน โยทะการอฟังข่าว เมืองแมนยอมรับว่าตัวเองทำพลาด ทำให้ลูกเกลียดตนมากขึ้น มากถึงขนาดจะทำลายงานของตนได้ โยทะกากลุ้มใจไม่อยากเชื่อว่าทองทาจะทำแบบนั้นได้
ooooooo
วันนี้เป็นวันแถลงข่าวผู้เข้ารอบ 8 คน และเปิดให้ทางบ้านโหวตอย่างเป็นทางการเข้ามาได้ตลอดเวลา จนกว่าจะถึงรอบสุดท้าย ผู้เข้ารอบนั่งอยู่ในห้องด้วยกัน การะเกดทำอาหารมาแจก หนูมาลีบอกว่า แม้พวกเราจะต้องแข่งขันกันแต่อย่าเป็นศัตรูกันเลย
ภูมิ โกมินทร์และทิมมี่ คุยกันเรื่องใครมีเงินมากก็จะได้รับเสียงโหวตมาก หนูมาลี ชงโคและการะเกดหวั่นใจ น้อยหน่าหมั่นไส้ แกล้งดึงเก้าอี้ที่การะเกดกำลังจะนั่งไปนั่งเสียเอง ทำให้เธอล้มก้นจ้ำเบ้า ชงโคโกรธแทนเพื่อนจะเอาเรื่อง น้อยหน่าทำทีขอโทษไม่ตั้งใจ ชงโคเข่นเขี้ยว แค่ต้องแข่งกับพวกที่มีเงินโหวตก็แย่อยู่แล้ว ยังต้องมาแข่งกับคนที่ดูถูกพวกตนอีก ยิ่งหน่ายใจ
ในขณะนั้นซีโร่มาถึงสถานี พิสมัยผู้จัดการส่วนตัว ให้เขาไปรอที่ห้องวีไอพีก่อน เธอจะไปคุยงานที่ออฟฟิศ...ซีโร่เดินมาถึงหน้าห้อง กำลังจะเปิดประตูเข้าไป เบลหิ้วกระเป๋าใส่ลูกสุนัขตัวโปรดมาจับที่เปิดประตูพร้อมกัน เบลหันมองหน้าซีโร่เหยียดๆ
“ห้องวีไอพีไม่เห็นหรือ”
“เห็นครับ แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นห้องผม” ซีโร่ถอดแว่นดำออก ทำให้เบลเห็นหน้าชัด
“อ้อ คุณซีโร่ ฉันรู้จักคุณ แล้วคุณรู้จักฉันไหม”
ซีโร่มองเต็มตา นึกได้ว่าคือลูกสาวเจ้าของสถานี เบลย้อนถามแล้วระหว่างตนกับศิลปินใครจะวีไอพีกว่ากัน พอดีมีข้อความส่งเข้ามือถือ ซีโร่กดอ่าน “ผู้จัดการผมส่งข้อความมาบอกเราต้องใช้ห้องแต่งตัวด้วยกัน ห้องเต็มน่ะ วันนี้คนเยอะ ถ้าไม่พอใจ ต้องให้พ่อคุณสร้างใหม่”
“นี่ กล้าพูดอย่างนี้กับฉันหรือ อ๋อ เข้าใจละ เป็นแชมป์ซุปเปอร์สตาร์รุ่นหนึ่ง ก็เลยคิดว่าตัวเองเป็นซุปตาร์จริงๆ เป็นไงล่ะ ได้ข่าวว่างานหด เหลือเดือนหนึ่งไม่กี่วัน แล้วอีกหน่อยซุปตาร์รุ่นสองก็กำลังจะมา อีกหน่อยคนก็ลืม” เบลไม่พอใจท่าทียโสของซีโร่ สะบัดบ๊อบเดินเข้าห้อง
ซีโร่โกรธแต่ต้องเก็บอารมณ์สุดๆ...เบลเข้ามานั่งเล่นลูกสุนัข พอซีโร่จะนั่งเธอก็ร้องขึ้น
“เดี๋ยว...ไปเอาน้ำมาให้ฉันแก้วหนึ่ง คนของฉันยังไม่มา”
ซีโร่หลับตาข่มใจอดทน ถามเอาน้ำอุ่นใช่ไหมเพราะคิดว่าการถนอมเสียงไม่ควรทานน้ำเย็น เบลสวน เอาให้สุนัข ซีโร่ไม่พอใจลงนั่ง เบลโวย ซีโร่สวน
“ผมจะทำให้เพราะเป็นหน้าที่ของสุภาพบุรุษ แต่สำหรับผู้หญิงหยาบคาย ไม่ต้องทำก็ได้”
“นี่...นายกล้าเหรอ”
“ผมมายืนตรงนี้เพราะเสียงโหวตของคนทั้งประเทศ ถ้าอำนาจเงินของคุณมันจะใหญ่กว่าเสียงมหาชนก็ให้มันรู้ไป”
เบลชะงักยอมอ่อนลงกล่าวขอโทษ ซีโร่งงต้องการอะไร เบลขอให้เขาเลิกทำตัวสนิทสนมกับพวกหนูมาลี เพราะมันจะทำให้แฟนคลับเขาโหวตให้พวกเธอ ถ้าพวกหนูมาลีเข้ารอบ ตนต้องตกรอบแน่ ซีโร่ย้อนถามถ้าตนไม่เชื่อ เบลขู่
“ไล่คุณไม่ได้ไม่เป็นไร บางทีการอยู่สถานีแห่งนี้อย่างไม่มีความสุข อาจจะทำให้คุณอยากลาออกเอง” เบลเอาสุนัขวางบนตักซีโร่ เผอิญมันฉี่รด เขาลุกพรวดโกรธๆ เบลเน้น “หันมาสนับสนุนฉัน ไม่งั้นชีวิตการทำงานคุณไม่สวยแน่”...ทำเอาซีโร่เซ็ง
ช่างกำลังแต่งหน้าแต่งตัวให้กลุ่มหนูมาลี ชุดของหนูมาลีเป็นชุดเกาะอก เธอดึงขึ้นมาปิดสูงๆบ่นคนจัดชุด อย่าเห็นผู้หญิงเป็นสินค้าให้แต่งตัวโป๊ ช่างมองหน้ากันงงๆ...หน้าห้อง ครูพาเบลเดินออกมาพร้อมสอนไปด้วยว่า ความรู้สึกข้างในเป็นสิ่งสำคัญ ความรู้สึกดีต่อทุกคนจะทำให้เราตอบสัมภาษณ์ได้ดี คำถามนักข่าวไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน ต้องไม่รำคาญที่จะตอบ นีน่ากับยาหยีเดินตามเห็นเบลตื่นเต้น พยายามสูดลมหายใจเข้าออก ครูจึงให้หยุดเดินและจะช่วยให้เบลหายตื่นเต้น พลัน หนูมาลีกับพวกเดินออกจากห้องแต่งตัว เบลร้องกรี๊ดขึ้นมาจนทุกคนตกใจ นีน่ากับยาหยีรีบถามเพื่อนมีอะไร เบลชี้ไปที่สามสาว
“สีแดง! แล้วทำไมฉันถึงใส่สีขาว” ครูรีบอธิบายว่าทีมสไตลิสต์วางให้เบลดูอ่อนหวาน แต่เบลไม่ยอม “แต่สีแดงถ่ายรูปขึ้นกว่า สามคนสามแดง ฉันจะเหลืออะไร”
กลุ่มหนูมาลีงงได้ยินเสียงกรี๊ด แต่ไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกัน ชงโคเดาว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ต้องเกี่ยวกับพวกตน...
เบลยืนกรานจะเอาชุดใหม่ที่เด่นกว่านี้ นีน่ากับยาหยีช่วยกันสั่งครูให้ไปจัดการตามที่เบลต้องการ ครูหน้าเสียไม่พอใจจำต้องเดินไป นีน่าเดินมาบอกพวกหนูมาลีว่า
“คุณเบลต้องการให้พวกเธอกลับเข้าไปห้องแต่งตัวก่อน จะให้เปลี่ยนชุดใหม่”
การะเกดถามมีปัญหาอะไร ยาหยีไล่ให้รีบกลับเข้าไปก่อน ชงโคดักคอว่าพวกตนแต่งตัวสวยกว่าใช่ไหม หนูมาลีไม่คิดเป็นอย่างนั้น ดูชุดเบลหรูกว่ามาก จึงเข้าไปถามเบลใกล้ๆว่าชุดพวกตนมีปัญหาอะไร เบลเชิดหน้าไม่คุยด้วย นีน่ากับยาหยีเร่งให้ทั้งสามกลับเข้าห้องเกรงคนมาเห็น หนูมาลีไม่ชอบใจทำไมเบลไม่คุยกันให้เข้าใจ เบลหันมาจิกตาใส่
“ฉันเกิดมามีพี่เลี้ยงสามคน มีคนงานที่บ้านเป็นสิบคนที่จำชื่อไม่ได้ เพราะอะไรรู้ไหม ฉันไม่คุยกับคนงาน”
“โอว ไม่มีคำด่าสักคำ แต่แรงกว่า...ร้อยเท่า” ชงโคหน้าชาหนูมาลีสวนว่าตนไม่ใช่คนงาน เบลเยาะ “พวกเธอไม่มีวันชนะ แล้วที่สำคัญ อีกชั่วโมงหนึ่งเธอจะเซ็นสัญญา ซึ่งแปลว่าเธอจะเป็นลูกน้องของบริษัทพ่อ หรือบริษัทของฉันนั่นเอง”
การะเกดกระซิบนี่คือตัวจริงของเบลใช่ไหม นีน่ากับยาหยีเร่งให้ทั้งสามกลับเข้าห้อง สตาฟฟ์สองคนวิ่งมา บอกพวกหนูมาลีว่ามีการผิดพลาดเรื่องชุดให้เข้าไปเปลี่ยน...สามสาวจำต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดพื้นๆธรรมดามาก พอพิธีกรประกาศเปิดตัวผู้เข้ารอบ ทางบ้าน ทองทาและโรสต่างดูทางทีวี อึ้งกับการแต่งตัวของกลุ่มหนูมาลี ที่แตกต่างจากคนอื่น ดูเรียบค่อนไปทางโบราณต่างจากชุดของเบลที่ดูวูบวาบอลังการ
พิธีกรอธิบาย ทุกต้นเดือนจะมีการโชว์ ประชาชนโหวตได้ตั้งแต่วันนี้ ใครมีคะแนนน้อยจะต้องออก...หลังจากนั้น นักข่าวเข้าสัมภาษณ์แต่ละคน นักข่าวถามเบลรู้สึกอย่างไรที่มีคะแนนเท่ากับสามสาวเสิร์ฟ เบลยิ้มหวานตอบว่ารู้สึกเป็นเกียรติ ตนชื่นชมพวกเธอ ใครชนะตนก็ดีใจด้วย โรสซึ่งดูทีวีอยู่ตะโกนลั่น...อีตอแหล! คนในร้านสะดุ้งตกใจที่โรสดูจะอินมาก
ooooooo
เสร็จจากการสัมภาษณ์ หนูมาลีบ่น เบลแปลกคน ลับหลังเกลียดพวกตน แต่ต่อหน้าคนอื่นทำดี ถ้าหน้าไม่หนา ใจไม่ด้าน ทำไม่ได้แน่ ชงโคกับการะเกดหวั่นใจว่าพวกเราแพ้แน่เพราะไม่มีเงินโหวต หนูมาลีให้กำลังใจเพื่อนๆว่า พวกเราต้องชนะแบบซีโร่ที่ชนะเพราะคะแนนโหวต
ด้านทองทาฟังอธิเล่า คนที่น่ากลัวจะโดนออกคนแรกคือเบลเพราะเรื่องสัญญาณภาพขาดหายยังแคลงใจกันอยู่ แล้วถามทองทารู้ใช่ไหมว่าตัวเบลอยู่ที่เกาหลี เห็นเพื่อนเงียบหยั่งเชิงถาม
“ระหว่างน้องกับลูกศิษย์ แกจะเลือกใคร”
“ระหว่างความถูกต้องสองอย่างต่างหาก กตัญญูกับยุติธรรม ฉันจะเลือกอะไร”...
สามสาวยังถกกันอยู่ ซีโร่เข้ามาเปิดทีวีในห้องแต่งตัวให้ดูมิวสิกวีดิโอของตัวเองที่กำลังออนแอร์ ว่าเขาใช้ผ้าพันคอไหมพรมที่หนูมาลีให้ด้วย หนูมาลียิ้มปลื้ม เขาให้กำลังใจสามสาวสู้ๆ
วันต่อมาหนูมาลีมาทำความสะอาดบ้านให้ทองทา เธอเปิดเพลงซีโร่ในมือถือฟังเพลินๆข้างตัว ทองทาถามปลื้มซีโร่มากขนาดนี้เชียวหรือ หนูมาลีทำตาเยิ้ม
“พอพี่เขาพูดนะ ใจที่ห่อเหี่ยวเรื่องยัยเบลมันฟูขึ้นมาทันที กำลังใจมาจากไหนไม่รู้ เราต้องสู้ พี่ซีโร่ให้กำลังใจเราถึงขนาดนี้ ขนาดเดินมาหาในห้องแต่งตัวเลยนะ”
ทองทาหมั่นไส้ บิดตัวแล้วร้องโอย...ปวดหลัง หนูมาลีรีบเอายามาทาและนวดให้ ทองทาชำเลืองมองอย่างสุขใจ ชมว่าน่ารัก เธอบอกเขาว่าก็ตนรักพี่ทองทา เขาหัวใจพองโต พอหนูมาลีขอให้ช่วยบางอย่าง เขาตอบอย่างเคลิ้มๆว่าได้ทุกอย่าง
“หนูจะทำของให้พี่ซีโร่ ช่วยหนูนะ”
ทองทาคอตก อารมณ์ขาดผึงห่อเหี่ยวใจ หนูมาลีรบเร้าให้เขาช่วยพับดาวกระดาษใส่ขวดโหล ทองทาว่าเชย แต่หนูมาลีโต้ว่าตนทำด้วยใจขอให้เขาช่วยพับจะได้เสร็จไวๆ...ทองทาจำต้องช่วยพับจนมืดค่ำ หนูมาลีผล็อยหลับ ทองทาแม้จะปวดหลังก็ทนนั่งพับดาวกระดาษต่อไป จนฟ้าสว่าง เพลงซีโร่ยังคงดังเพราะหนูมาลีตั้งวนไว้ หนูมาลีตื่นมาเห็นหน้าทองทาอยู่ใกล้ๆ เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด ไม่ทันไรทองทาลืมตาขึ้นมาสบตาเธอ
“เมื่อคืนนี้พี่ฝันดี วันนี้ตื่นมายิ่งดี” ทองทาเพ้ออิ่มเอมที่ได้นอนข้างๆหนูมาลี
จู่ๆหนูมาลีก็ลุกพรวดมองขวดโหลดาวกระดาษว่าพับถึงพันหรือยัง เธอก้มหน้าก้มตานับ ทองทามองอย่างเอ็นดู...
จากนั้นหนูมาลีก็มาทำงานที่ร้านของโรส การะเกดมาตามชงโคให้ไปดูรายการวิจารณ์บันเทิง ชงโคกำลังมองสัญญาในมืออย่างตัดสินใจว่าจะเซ็นให้วานิชดีหรือไม่ พอเห็นการะเกดเปิดประตูเข้ามาก็รีบเก็บซ่อน...
สามสาวดูรายการที่พิธีกรสองคนคุยกันเรื่องเบล ว่าวันประกวดเธออยู่เกาหลีหรือบนเวที หนูมาลีบอกเพื่อนๆ ถ้าเบลทำผิดกฎก็ต้องออกจากรายการไป พวกเราสามคนจะผ่านเข้ารอบแบบไม่ต้องโหวต สามสาวจับมือกันอย่างมีความหวัง
ทางห้องประชุมสถานีเอ็มเอ็มแชแนล เมืองแมน โยทะกา แซนดี้ บรม บุณฑริกและเบลคุยกันเครียด
โยทะกาบอกว่ากระแสข่าวแรงขึ้น บรมแจ้ง ในเน็ต
หนักกว่าหน้าหนังสือพิมพ์ โยทะกาเกรงจะส่งผลต่อคะแนนโหวต และทางเราก็จะถูกกล่าวหาว่าลวงโลก แซนดี้แนะทางออกให้เบลออกจากโครงการ บุณฑริกไม่ยอม แซนด้ีให้ออกข่าวไปว่าเบลได้ทุนเรียนต่อ
มหาวิทยาลัยดนตรีที่อเมริกา ตนจะช่วยติดต่อให้ เบลหันมาจิกตาใส่ กล่าวอย่างเหยียดๆ
“ครูแซนดี้มาจากครอบครัวนักดนตรีจนๆ คุณ
มีพรสวรรค์ก็เลยขยับจากชนชั้นรากแก้วขึ้นมาเป็นชนชั้นกลาง” แซนดี้งงพูดเรื่องนี้ทำไม “คนพวกนี้แหละที่เกลียดฉัน ไม่ใช่สิ...อิจฉา...ฉันเจอเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เกิด เจอจนเบื่อ”
แซนดี้โกรธเดินออกจากห้องประชุม โยทะการีบตามไป เมืองแมนปรามลูกสาวจะไม่มีคนทำงานให้ตนอยู่แล้ว ก่อนจะหันไปสั่งบรมให้ตามไฮโซเจ้าของภาพ ที่เห็นเบลนั่งอยู่ด้านหลัง
โยทะกาตามมาขอร้องแซนดี้ให้อดทน และขอโทษแทนเบล เพราะแซนดี้เหมือนโลโก้ของรายการ เป็นมืออาชีพ ควรจะอยู่ปกป้องวิชาชีพของตัวเอง แซนดี้อ่อนใจ
ooooooo
ในวันนั้น การะเกดมาทำงานที่บ้านทองทา อธิมาคอยช่วยอยู่ข้างๆ เขาพยายามเผยใจให้เธอ
รู้ว่าเขาชอบเธอ ระหว่างนั้นแม่ของการะเกดโทร.เข้ามาเพื่อบอกลูกว่าเธอดีใจที่ลูกเข้ารอบ เธอจะเลิกยาเพื่อไม่ให้ลูกต้องอายใครเวลามีนักข่าวมาสัมภาษณ์ครอบครัว
การะเกดยิ้มทั้งน้ำตา เล่าให้อธิฟัง เพราะพลังแฝง พลังความรักของครอบครัวอย่างที่ทองทาสอนจริงๆ อธิดีใจกับเธอด้วย การะเกดตัดสินใจบอกอธิว่าอย่าเสียเวลากับตนเลย ตนยังต้องทำงานเลี้ยงครอบครัวอีกนาน อธิปวดใจที่โดนปฏิเสธซึ่งหน้า
ในบ้าน ทองทากำลังสอนหนูมาลีวอร์มเสียงไปจัดโต๊ะอาหารไป หนูมาลีแจงผักต่างๆที่ทองทาชอบ
เขาแปลกใจเธอรู้ได้อย่างไร เธอตอบให้เขาชื่นใจอย่างมาก
“ก็หนูเป็นคนรับใช้ หนูบอกแล้วไงว่าหนูจะดูแลพี่เป็นการตอบแทน”
ทองทาไม่อยากเชื่อ ลองถามถึงสิ่งอื่นๆว่าแบบไหนที่ตนชอบ หนูมาลีตอบได้ถูกหมด รวมถึงยี่ห้อเครื่องสำอางและยี่ห้อกางเกงในที่เขาใส่ ไม่เพียงเท่านั้น หนูมาลีชี้ที่เคราของทองทา
“อีกสองวันต้องโกนหนวด แต่ครีมโกนหนวด
พี่หมดนะจ๊ะ จะให้หนูซื้อให้ไหม”
ทองทายิ่งปลื้ม “พี่เคยคิดว่าพี่โดดเดี่ยวไม่มีพ่อแม่ ไม่มีครอบครัว แต่พอเราเจอกัน พี่ก็ไม่โดดเดี่ยวอีกแล้ว”
หนูมาลีจับมือทองทาย้ำ เราจะมีกันและกันตลอดไป... รวมทั้งพี่ซีโร่ด้วย ทองทาที่ยิ้มแก้มแทบปริหุบยิ้ม หนูมาลีอ้อนยังขาดดาวอีกสองร้อยกว่าดวงให้เขาช่วยพับ เธอเกาะแขนเขาทำตาออดอ้อน ทองทาคอตก แล้วนึกได้ว่าลืมมือถือไว้ในสวน จึงขอตัวออกไปเอา
ระหว่างนั้นเบลมาบ้านทองทา เพราะได้ยินการะเกดคุยว่าพวกเธอมีครูสอนร้องเพลงซึ่งจบบัลเล่ต์มาแต่เก่งทั้งร้องและเต้น ถึงแม้ตอนนี้จะเอาแต่ปลูกต้นไม้ขาย ก็สอนเก่ง...จึงสงสัย
ทองทาเดินออกมาที่สวน แทบช็อกเมื่อเจอเบลเกรงจะเจอกับหนูมาลี เธอบอกว่าพ่อเป็นคนบอกที่อยู่เขา ทองทาถามมีธุระอะไร เบลต่อว่าที่ทองทาสอนคู่แข่งตนร้องเพลง หาว่าเกลียดตนจึงทำแบบนี้ ทองทาตกใจที่เบลรู้ รีบแก้ตัว
“พี่สอนเขาร้องเพลงเพราะพี่รู้จักเขามาก่อนน่ะ ไม่เกี่ยวกับน้อง ไม่เกี่ยวกับใคร”
“เราไม่ได้โตมาด้วยกันก็จริง แม่ของพี่พาพี่ไปเมืองนอกจากนั้นก็ป่วย ส่วนแม่ของเบลกินยาตาย
เราสองคนเป็นเหยื่อของพ่อเจ้าชู้ ชีวิตของแม่เรา ชีวิตของเราสองคนเหมือนกัน เราถึงรักกันใช่ไหมคะ” เบลเข้ากอดแขนประจบ ทองทาแปลกใจจะมาไม้ไหน
“ใช่ งานวันเกิดพี่น้องโทร.มาหา เพราะรู้ว่าพ่อจะเบี้ยว งานวันเกิดของน้องพี่โทร.ไป เพราะพ่อก็เบี้ยวเหมือนกัน พี่จำได้ทุกอย่าง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับน้องจริงๆ มันเกิดเรื่องบางอย่างระหว่างพี่กับหนูมาลี...”
เบลแทรก “ปิ๊งกันหรือคะ ชอบเขาหรือ...ถ้าเบลขอให้พี่ถอยห่างออกจากคนพวกนี้ล่ะคะ” เห็นทองทาอึกอัก “เบลเป็นน้องพี่ เรามีกันแค่สองคน ชีวิตนี้เรา
ตัดกันไม่ขาด แล้วเบลก็เกลียดคนพวกนั้นมาก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้หญิงชื่อหนูมาลีอยู่ในชีวิตพี่ เบลมีพี่สะใภ้ชื่อหนูมาลีไม่ได้เด็ดขาด ไม่มีวัน” พูดจบเบลเดินกลับไป
ทองทายืนอึ้ง วิตกกังวลว่าน้องจะทำอะไร แต่ก็โล่งอกที่วันนี้ไม่เจอกับหนูมาลี...คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือชงโค ที่ทำงานเตรียมเปิดร้านอยู่ ซูซี่เข้ามาเกลี้ยกล่อมเร่งให้เซ็นสัญญากับวานิชเพราะพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายตามที่เขากำหนด ชงโคยังลังเลใจ แต่ก็แย้งว่าตอนนี้ตนก็มีความสุขขึ้น ได้ใส่เสื้อผ้าที่สปอนเซอร์ให้มา ใช้เครื่อง สำอางดีๆ ถ้าออกงานก็จะเจอผู้ชายหล่อๆ ซูซี่เน้น
“แก่ๆอ้วนๆฉันไม่เอา...ฉันรู้แล้ว จะบอกให้นะ แกเลือกได้ บอกกี่หนแล้วเราไม่ได้ขายตัว เราใช้ชีวิตอิสรเสรี ไอ้คำว่าศักดิ์ศรีน่ะมันสะกดยังไงนะ”
ชงโคสะกดไม่ถูก ซูซี่แก้ให้ใหม่แต่ก็ผิดเหมือนกันเพราะตัวเองเรียนน้อยเช่นกัน ซูซี่บอกชงโคว่า ที่เก็บคำว่าศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงกันเอาไว้น่ะ มันเป็นแค่คำสวยๆที่สะกดยากแต่ไม่รู้แปลว่าอะไร แล้วจะถือมันไว้ทำไม เงินแสนต่างหากที่ควรต้องถือ ซูซี่ให้ชงโคเมมเบอร์ตนไว้ พรุ่งนี้ตนจะไปรอรับที่สถานี และยังทับถมว่าหนูมาลีไม่มีรถรับส่งเหมือนตน
ooooooo
เช้าวันใหม่ หนูมาลี การะเกดและชงโค สวมหมวกใส่แว่นพรางตัวมาที่สถานีเอ็มเอ็มแชนแนล เพราะวันนี้เบลเปิดแถลงข่าวเรื่องรูปที่ไฮโซโพสต์ในเฟซบุ๊กแล้วเห็นตัวเธอนั่งอยู่ข้างหลังบนเครื่องบิน ทั้งสามเกรงคนในสถานีเห็นแล้วจะหาว่ามาสืบข่าวคู่แข่ง ไม่มีน้ำใจนักกีฬา
ชงโคต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่างเพื่อตัดสินอนาคตตัวเอง ทำให้หนูมาลีกับการะเกดต้องมาเป็นเพื่อน สามสาวมารุมดูจอยักษ์ที่แสดงคะแนนโหวตออนไลน์ร่วมกับแฟนคลับ ชงโคเห็นคะแนนตัวเองรั้งท้ายสูสีกับเบล การะเกดให้กำลังใจว่าดูแล้วคะแนนชงโคสูงกว่า แต่ชงโคหวั่นใจว่ากำลังเงินที่ทา
งบ้านเบลมีจะทำให้คะแนนสูงขึ้นได้ หนูมาลีติงได้ข่าวเบลอาจจะลาออกไปเรียนต่อ ถ้าเป็นอย่างนั้นรอบนี้ไม่มีใครโดนคัดออก แต่ชงโคยังหวั่นใจ การะเกดสงสัย
“เธอดูแปลกนะวันนี้ พี่ซูซี่ทำให้เธอไขว้เขวใช่ไหม เขาก็กล่อมฉันเหมือนกัน” ชงโครีบถามคิดอย่างไร “แม่ตื่นเต้นที่ฉันเข้ารอบ แม่เลิกยาเพราะภูมิใจในตัวฉัน เวลาเราทำดี ความดีของเรามีพลังไปถึงคนรอบข้างโดยเฉพาะพ่อแม่เรา แม่แกภาคภูมิใจเหมือนตัวเองเข้ารอบเองเลย”
หนูมาลีดีใจด้วย การะเกดขอบคุณหนูมาลีที่พาตนมาสมัครจนถึงจุดนี้ ชงโครู้สึกปลาบปลื้มไปกับสองคนแต่รู้สึกตัวเองด้อยกว่า พึมพำ “วันนี้เป็นวันตัดสินชีวิตฉันสินะ”
การะเกดกับหนูมาลีได้ยินไม่ถนัด...การแถลงข่าวเริ่มขึ้น กลุ่มหนูมาลีรีบเข้าไปฟัง เบลทำเป็นร้องไห้ ตอบคำถามนักข่าวว่าโดนดิสเครดิต ตนผิดด้วยหรือที่เกิดมาในสิ่งแวดล้อมที่ได้เปรียบ ทำไมต้องเกลียดต้องกลั่นแกล้งกันขนาดนี้ บุณฑริกโอบกอดปลอบหลานตอบแทน
“ยัยเบลร้องไห้อย่างนี้มาตั้งแต่มีข่าว เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราทำให้ดูทุกวัน เบลทุ่มเทฝึกร้องเพลงเรามีภาพ มีไอจี มีเว็บไซต์ ทุกคนเข้าไปดูได้ตลอดว่าเราทำงานหนักแค่ไหน ถ้าเราอยากโกง เราจะเหนื่อยแบบนั้นทำไม”
หนูมาลีกระซิบเพื่อนๆว่าเบลร้องไห้เก่ง เอาออสการ์ไปเลย สมแล้วที่เป็นลูกคนทำทีวี...เบลกล่าวหนักแน่นว่าตนคิดจะลาออกหลายครั้งจะได้หมดเรื่อง แต่เกรงใจพ่อ เกรงใจพี่ที่ทำงาน สถานีนี้จะเสื่อมเสียไปด้วย นักข่าวตะโกนขึ้นว่า น้ำตาไม่ช่วยอะไรได้ ให้เอาหลักฐานมายืนยัน
“เบลจะไปมีหลักฐานอะไรล่ะคะ ก็เบลไม่ได้อยู่ตรงนั้น เบลมาร้องเพลงที่สถานีนี่ คนนั้นเป็นใครเบลไม่รู้จัก อาจจะเป็นคนหน้าเหมือนก็ได้ แต่ยังไงก็ไม่ใช่เบลแน่ๆ”
นักข่าวเค้นถามไม่มีหลักฐานหรือ พิธีกรเข้ามาตัดบทว่า มีคนมาขอแถลงข่าวด้วยคือนุ่นผู้โพสต์รูปที่เป็นกรณีอยู่และมีบุคคลในภาพมายืนยันด้วย นุ่นเดินเข้ามาตามด้วยระริน ทุกคนตะลึงที่ระรินหน้าเหมือนเบลมาก ระรินแต่งชุดเบลที่อยู่ในภาพมาด้วย ยืนยันว่าคนนั้นคือตน
นุ่นออกตัว “คือตอนโพสต์ภาพนี้ นุ่นไม่ได้จะแฉเรื่องคุณเบลนะคะ แต่คนที่เขามาเม้นต์ เขาเป็นคนทักขึ้นมาแล้วก็เอาไปแชร์กัน ที่จริงนุ่นก็ไม่เคยแน่ใจเลยว่าใช่คุณเบล แต่พอมาเห็นคุณคนนี้ ก็นึกได้ว่าเออจริง คนนี้ใช่แล้วที่อยู่ที่สนามบินด้วยกันวันนั้น”
เบลทำเป็นร้องไห้โฮดีใจ พวกหนูมาลีไม่อยากเชื่อ ชงโคเห็นว่าเรื่องเบลออกมาแบบนี้ยิ่งทำให้คะแนนสงสารเพิ่มขึ้น หนูมาลีเตือนชงโคอย่าด่วนสรุปเพราะทองทากำลังหาทางช่วยสอนให้เธอร้องเพลงดีกว่าเดิม ไม่ทันไร มีข้อความจากซูซี่ว่ารออยู่หน้าสถานี การะเกดชวนกลับ ชงโคตัดสินใจบอกทั้งสองกลับร้านไปก่อน ตนมีธุระ สองสาวแปลกใจแต่คิดว่าคืนนี้ค่อยคุยกัน
ระหว่างที่ชงโคเดินจะไปหาซูซี่ ทองทาส่งข้อความเข้ามา “ชงโค พี่เตรียมเพลงที่เหมาะกับเธอไว้ให้ แวะมาฟังที่บ้านพี่นะ จะได้ดูว่าชอบไหม”...ชงโคหยุดคิด ตัดสินใจไปหาทองทาที่บ้าน ทองทาเห็นต้นไม้ที่ชงโคปลูกมันเหี่ยวเฉาใกล้ตายก็แปลกใจ เพราะต้นชงโคเป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย ป้าแตงจะช่วยใส่ปุ๋ยใส่ยาบำรุงให้...อธิเรียกทองทาไปดูข่าวเบลรอดตัวไปได้
“แล้วแกจะพูดไหม ความยุติธรรมกับกตัญญู ถึงนาทีนี้แกจะเลือกอะไร” อธิเอ่ยถาม
“กระแสสังคมมากขนาดนี้ ถ้าฉันลุกขึ้นมาพูด พ่อฉันอยู่ไม่ได้แน่ สถานีทั้งสถานีนั่นด้วย เขาเป็นพ่อของฉัน เบลเองถึงจะเป็นน้องสาวต่างแม่ แต่เราก็พี่น้องกัน” ทองทาตอบเครียดๆ
อธิบ่น คนโกงคนโกหกได้อยู่ต่อไป พลันเสียงกระถางหล่นโครม สองหนุ่มหันมอง ทองทาคิดว่าคงเป็นแมว ไม่มีใครเห็นว่าชงโคหลบอยู่มุมหนึ่ง น้ำตาไหลรินเมื่อได้ยินความจริง...ชงโคเดินออกจากบ้านทองทา ซูซี่โทร.มาโวยที่ให้รอนาน ชงโคเสียงสะอื้นบอกให้ซูซี่มาแวะรับ
ไม่นาน ชงโคก็มาอยู่ตรงหน้าวานิช รับเงินหนึ่งแสนแลกกับการเซ็นสัญญา ชงโคเน้นย้ำ ตนยอมทำแค่ถ่ายรูป ร้องเพลง เล่นละคร ไม่ขายตัวเด็ดขาด...ทั้งวานิชและซูซี่ เออพร้อมกัน ซูซี่กระซิบกับวานิช ไม่ต้องบังคับเดี๋ยวก็ยอมเอง วานิชยิ้มอย่างพอใจ
คืนนั้นชงโคยอมเปลื้องผ้าถ่ายรูป น้ำตาซึม ในสมองมีแต่คำพูดคุยของทองทากับอธิ
ooooooo
โรสไม่ค่อยชอบใจเวลาลูกค้าขอแก้วเหล้าเพิ่มฟังแล้วขัดใจ จึงให้แก้วคนรักกลับไปใช้ชื่อสมัยเด็กคือบอย และให้ทุกคนในร้านเรียกแก้วว่าบอย...คืนนั้น บอยเห็นว่าชงโคหายไปจึงถามหนูมาลีว่าออกไปด้วยกัน แต่ทำไมเธอยังไม่กลับมา หนูมาลีพยายามโทร.หาเท่าไหร่ก็ไม่รับ
ขณะเดียวกัน ซูซี่พาชงโคมาอยู่คอนโดระดับกลางซึ่งวานิชจัดหา ชงโคมองมือถือที่ปิดเสียงไว้ เห็นหนูมาลีส่งข้อความเข้ามา ซูซี่บอกไม่ต้องไปสนใจ ข้าวของก็ไม่ต้องไปขน ซื้อใหม่
รุ่งเช้าหนูมาลีเดินเข้ามากับการะเกด บอกโรสให้ไปแจ้งความเพราะเป็นห่วงชงโค บอยจะไปตามบ้านเพื่อนดูก่อน โรสสังหรณ์ใจบางอย่าง ไม่ทันไร เสียงแตรรถซูซี่ดังขึ้นที่หน้าบ้าน ทุกคนวิ่งออกมาดู ซูซี่เปิดประตูรถประกาศ “มากันให้ครบๆ ออกมากันให้หมด ฉันมีอะไรจะให้ดู...ขอเชิญพบกับ เชอร์เบ็ต เลดี้ชาร์ล็อต นัมเบอร์ 22”
ทุกคนตกตะลึงเมื่อเห็นชงโคลงจากรถมาในชุดเซ็กซี่ดูผิดตา หนูมาลีกับการะเกดเสียใจรุมถามชงโคทำไมตัดสินใจแบบนี้ ชงโคหลบตาละอายใจ โรสแขวะ เสื้อผ้าแพงๆมันทำให้คนสวยขึ้นจริง แถมติดนัมเบอร์แล้ว ขนาดเกรซกับมี่ยังไม่มีเบอร์ ชงโคหน้าเสีย ซูซี่แก้ต่างให้
“เหมือนกันที่ไหน เลดี้ชาร์ล็อตเขาออกมาหลายคนแล้วดังทุกคน เขาก็ต้องมีเลขซีรีส์อะไรอย่างนี้สิวะ”
“ชื่อก็เพราะ น่ากิ๊นน่ากิน...งานดีเงินแยะ แต่ใช้ชื่อจริงไม่ได้ อายโคตรเหง้าใช่ป่ะ” โรสย้ำ
ซูซี่ผลักโรสออกห่างบอกชงโคเป็นคนของตนแล้วอย่ามายุ่ง หนูมาลีถามทำไมทำแบบนี้ ชงโคโพล่งขึ้น “เบลโกงการแข่งขัน แหล่งข่าวของฉันเชื่อถือได้ขนาดเป็นญาติกันเลยล่ะ” หนูมาลีถามเป็นใคร “เธอไม่อยากรู้หรอก สิ่งที่ฉันสนใจคือ เขาโกงและจะโกงต่อไป ยังไงเบลก็ต้องชนะ แล้วเราก็ต้องแพ้”
“ถึงเราจะแพ้ แต่เราก็ไม่ต้องเลือกเส้นทางนี้ก็ได้นี่”
“นี่เป็นโอกาสเดียวในชีวิตฉัน ถ้าฉันแพ้ ฉันจะกลับไปเป็นเด็กเสิร์ฟ ถ้าไม่ฉวยโอกาสตอนนี้จะไม่มีอีกแล้ว”
“ไม่จริง เธอถามฉันว่าศักดิ์ศรีแปลว่าอะไรใช่ไหม คำตอบก็เหมือนเดิม กฎข้อที่หนึ่งของพี่ทองทา...รักตัวเอง ความรู้สึกนั้นที่ทำให้เธอมาอยู่ตรงนี้ไงล่ะ นี่คือความหมายของคำว่าศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง แต่วันนี้เธอทิ้งมันไปแล้ว”
การะเกดขอให้ชงโคตัดสินใจใหม่ ซูซี่สวน ไม่ได้เพราะชงโครับเงินไปแล้ว ชงโคหน้าเศร้าบอกโรสที่มาวันนี้เพื่อขอโทษและบอกลาทุกคน โรสเชิดหน้า ประชดขอให้เจริญๆ นับจากนี้จะไม่มีคนมองหน้า จะมีแต่คนมองใต้เข็มขัด โรสให้หนีบต้นขาไว้ให้ดี ตนขอเอาใจช่วย... ชงโคน้ำตาไหล หนูมาลีกับการะเกดพยายามขอให้ชงโคกลับมาทำความฝันต่อ ชงโคหันมาบอกเพื่อนทั้งสองว่า พวกเธอไม่มีวันแต่งตัวแบบตนเพราะมีพ่อแม่ แต่ตนแต่งตัวแบบนี้ได้เพราะไม่มี
หลังชงโคจากไป หนูมาลีเสียใจ โรสเข้ามาปลอบ ในทีวีที่ชอบดู เขาฉายแต่สิ่งสวยงาม ด้านมืดในโลกเขาไม่ได้เอามาฉาย...หนูมาลีเสียดายเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเห็นชงโคไม่ยอมแพ้ โรสเองก็แปลกใจเพราะชงโคเป็นคนขี้เกียจ กลับลุกขึ้นมาเชื่อหนูมาลีและทำทุกอย่างได้ ฉะนั้นจงภูมิใจที่ทำให้เขามาไกลได้ขนาดนี้ หนูมาลีเริ่มรู้สึกเหนื่อยใจ โรสบีบไหล่เบาๆ
“อย่าเพิ่งรีบเหนื่อย ฉันขอต้อนรับแกสู้โลกของความจริง โลกของความผิดหวัง โลกของผู้ใหญ่ ถึงเวลาแล้ว เข้มแข็งไว้” โรสเดินไปจัดข้าวของที่รกตา
“ขอบคุณนะคะที่ให้กำลังใจหนู” หนูมาลีพึมพำแล้วเดินเข้าไปอยากกอดพ่อทางด้านหลัง แต่ก็ข้ามอคติในใจตัวเองไม่ได้ จึงเปลี่ยนเรื่องคุย “พี่โรส หนูไปลงเรียนรามมาแล้วนะ”
โรสดีใจหันมายิ้มปลื้ม หนูมาลีบอกรู้ว่าเขาอยากให้ตนมีความรู้ ก็แค่เรียนช้าไปเทอมหนึ่ง...เห็นหน้าโรส แล้วหนูมาลีอดแขวะไม่ได้ ว่ายิ้มแฉ่งเชียว โรสจับหัวลูกโยกไปมา
“หลายๆเรื่องฉันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แต่ฉันบอกได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด มันเป็นหน้าที่ของ...เอ้อ ฉัน ...ตั้งใจเรียนนะนังชะนี”
หนูมาลีรู้ว่าโรสไม่กล้าเรียกตัวเองว่าพ่อ แต่ก็สุขใจอดเย้าไม่ได้ “แล้วนี่กินยาหลังอาหารหรือยัง เดี๋ยวขาหักนะพี่เก้ง มอๆ” หนูมาลีทำท่ามีเขาบนหัว
“นั่นมันวัว อีบ้า เก้งที่ไหนร้องมอๆ หา”
หนูมาลีย้อนถามมันร้องอย่างไร โรสโวยตนจะไปรู้ได้อย่างไร หนูมาลีหัวเราะร่า รู้แล้วว่าจะคุยกับพ่อ อย่างไรให้ได้นานๆ...
ด้านทองทาพอรู้เรื่องชงโคก็ผิดหวังที่เหนื่อยฟรี การะเกดแวะเอาน้ำจิ้มแจ่วมาฝากให้อธิ เผอิญเจอตัวเข้าพอดี อธิดีใจที่เธอยังคิดถึงตน การะเกดฝืนใจบอกอธิว่าถ้าเขามีแฟนตนจะสอนแฟนเขาทำน้ำจิ้มแจ่วให้ อธิน้อยใจบอกการะเกดว่าถึงตนเป็นตำรวจแต่พื้นเพก็คนบ้านนอกเหมือนเธอ ตนจะรอรับรักจากเธอคนเดียว การะเกดสะกดใจไม่ให้อ่อนไหว ลากลับ
คืนนั้นซูซี่พาชงโคมาทานอาหารที่ร้านโรสเพื่อเยาะเย้ย และจะเกลี้ยกล่อมการะเกดด้วย หนูมาลีแกล้งเสิร์ฟน้ำโดยเอานิ้วจิ้มไว้ในแก้วก่อนจะวางให้ พอซูซี่โวยว่าสกปรก ก็เปรียบเปรยเหมือนที่ผู้ชายทำ ซูซี่โกรธจะตบ โรสออกมาขวางถ้าทำอะไรลูกตนเจอดีแน่ ซูซี่ชะงักเกรงกลัว
ooooooo










