ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    มาลีเริงระบำ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: สน ยุกต์ ประกบ แพทริเซีย กู๊ด ละครสนุกใน "มาลีเริงระบำ"


    เช้าวันใหม่ เมืองแมนเห็นในโซเชียลเน็ตเวิร์กประโคมข่าวพบภาพไอจีของยาหยี นีน่า คนสนิทเบลอยู่ที่คอนเสิร์ตในเกาหลี ทำให้สงสัยเบลจะอยู่ที่นั่นด้วย...ก็ไม่พอใจที่นักข่าวเล่นไม่เลิก โยทะกาหวั่นใจว่าจะมีการเช็กรายชื่อผู้โดยสาร เมืองแมนบอกว่าให้คนลบชื่อออกไปแล้ว

    โยทะกาโล่งใจ แต่เมืองแมนยังหวั่นใจ “ถ้าผมจะห่วง ก็นายทองทา ไอ้คนนี้มันเหมือนเกิดมาเป็นศัตรูผม มันอาจเป็นพยานในที่เกิดเหตุว่าเบลไม่ได้อยู่ที่นั่น มันอาจถ่ายรูปเอาไว้”

    โยทะกาไม่เชื่อว่าทองทาจะทำแบบนั้น เมืองแมนเกรงว่าช้องนางจะสอนให้ทองทาเกลียดแม่เบล โยทะกาออกตัวแทนว่าทองทาไม่เคยพูดเลยว่าไม่ชอบเบล เขาแยกแยะออก ถ้าระแวงลูกชาย ก็ควรให้เวลาทำความเข้าใจกับเขาบ้าง เมืองแมนจะแย้ง โยทะกาตัดบท

    “พอคุณคบกับแม่เบล คุณก็ทะเลาะกับคุณช้องนาง คุณช้องนางเอาตัวทองทาไปเมืองนอกตั้งแต่เขายังเล็ก คุณกับเขาไม่ได้ใกล้ชิดกัน แต่ทองทาเป็นคนอ่อนโยน ถ้าคุณเปิดใจ คุณกับเขาจะเข้ากันได้ไม่ยาก”

    “ผมแก่ลงทุกวัน เบลเป็นผู้หญิง ยังไงก็ไม่เหมือนทองทา อายุก็พร้อมแล้วที่จะมาเรียนรู้กิจการ” แม้จะหวั่นใจแต่เมืองแมนก็ต้องการให้ลูกมาช่วยงานที่บริษัท

    “ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรอยู่ล่ะคะ” โยทะกายุ เมืองแมนครุ่นคิด

    วันนั้นเมืองแมนให้รถมาจอดหน้าบ้านทองทา พอดีเห็นเขาขับรถออกจากบ้าน จึงให้คนรถขับตาม ไปจนถึงโรงพยาบาลโรคจิต...ทองทาเอาเพลงมาให้แม่ฟัง พยาบาลบอกเขาว่า พักหลังช้องนางจำเขาได้แม่น วันก่อนก็ถามถึงเขากับหนูมาลี ช้องนางยิ้มให้ก่อนจะบอกเขาว่าวันนี้จะเต้นสวอนเลคให้ดูแต่ขอเสริมสวยก่อน ช้องนางหยิบกระจกมาส่อง พลัน เห็นภาพเมืองแมนยืนอยู่ข้างหลังเธอร้องกรี๊ด...ทิ้งกระจกลงพื้นตะโกนลั่น “ไอ้เมืองแมน แกมาทำไม ฉันเกลียดแก”

    ช้องนางพุ่งเข้าทุบตีเมืองแมน ทองทากับพยาบาลตกใจเข้าดึงแม่ออกมา...ช้องนางถูกฉีดยาให้หลับ เมืองแมนหน้าเครียด ยืนมองข้างทองทา ไม่คิดว่าอาการช้องนางจะหนักขนาดนี้

    “ช่วงแรกๆแม่ต้องดูแลผม แม่แค่ติดยานอนหลับ ตอนหลังผมต้องไปอยู่ประจำ แม่เหงาก็กินยามากขึ้น ยาพวกนั้นมันค่อยๆทำลายสมอง”

    “แล้วไหนบอกมีแฟนเป็นฝรั่ง”

    “จะมีกี่คนเขาก็ไม่ลืมคุณ คุณเป็นรักแรก เขาโทษว่าชีวิตเขาล่มจมเพราะคุณ”

    “บ้า...คนเราเลิกกันก็หาใหม่สิ เรื่องธรรมดาจะตาย คิดดูเขาแบ่งค่าเลี้ยงดูไปเท่าไหร่ เสวยสุขไม่ต้องทำงานไปทั้งชาติ แล้วจะเอาอะไรจากฉันอีก”

    “เรากำลังพูดถึงความรัก มีใครพูดถึงเงินหรือครับ”

    “แล้วแกอิ่มท้องเพราะความรักหรือเปล่าล่ะ”

    “พ่อไม่เคยรู้จักความรักเลย ไม่เคยแม้แต่รักอาชีพ รักเกียรติยศของตัวเอง ยัยเบลโกง คนด่าทั้งประเทศยังเฉยอยู่ได้”

    “แกนี่มัน โฮ้ย...แล้วไอ้รองเท้า เสื้อผ้าหรือแม้แต่ความสามารถแก มันไปขุดดินขึ้นมาหรือ มันก็ต้องใช้เงินซื้อ ทุกอย่างก็เงินทั้งนั้น อย่าโง่เหมือนแม่แกหน่อยเลย โฮ้ย คุยกับแกแล้วอารมณ์เสีย ฮึ่ย...” เมืองแมนออกอาการหงุดหงิด

    “ผมอ่ะ ไม่ใช่แค่อารมณ์เสีย แต่จิตตกเลยล่ะ ผมขอร้อง ไหว้เลยก็ได้ อย่ามาที่นี่อีกเลย เราสองคนไม่ต้องเจอกันไปเลยยิ่งดี” ทองทายกมือไหว้ส่งๆ เมืองแมนอึ้งกับสายตาเกลียดชังของลูกกลับบ้าน โยทะการอฟังข่าว เมืองแมนยอมรับว่าตัวเองทำพลาด ทำให้ลูกเกลียดตนมากขึ้น มากถึงขนาดจะทำลายงานของตนได้ โยทะกากลุ้มใจไม่อยากเชื่อว่าทองทาจะทำแบบนั้นได้

    ooooooo

    วันนี้เป็นวันแถลงข่าวผู้เข้ารอบ 8 คน และเปิดให้ทางบ้านโหวตอย่างเป็นทางการเข้ามาได้ตลอดเวลา จนกว่าจะถึงรอบสุดท้าย ผู้เข้ารอบนั่งอยู่ในห้องด้วยกัน การะเกดทำอาหารมาแจก หนูมาลีบอกว่า แม้พวกเราจะต้องแข่งขันกันแต่อย่าเป็นศัตรูกันเลย

    ภูมิ โกมินทร์และทิมมี่ คุยกันเรื่องใครมีเงินมากก็จะได้รับเสียงโหวตมาก หนูมาลี ชงโคและการะเกดหวั่นใจ น้อยหน่าหมั่นไส้ แกล้งดึงเก้าอี้ที่การะเกดกำลังจะนั่งไปนั่งเสียเอง ทำให้เธอล้มก้นจ้ำเบ้า ชงโคโกรธแทนเพื่อนจะเอาเรื่อง น้อยหน่าทำทีขอโทษไม่ตั้งใจ ชงโคเข่นเขี้ยว แค่ต้องแข่งกับพวกที่มีเงินโหวตก็แย่อยู่แล้ว ยังต้องมาแข่งกับคนที่ดูถูกพวกตนอีก ยิ่งหน่ายใจ

    ในขณะนั้นซีโร่มาถึงสถานี พิสมัยผู้จัดการส่วนตัว ให้เขาไปรอที่ห้องวีไอพีก่อน เธอจะไปคุยงานที่ออฟฟิศ...ซีโร่เดินมาถึงหน้าห้อง กำลังจะเปิดประตูเข้าไป เบลหิ้วกระเป๋าใส่ลูกสุนัขตัวโปรดมาจับที่เปิดประตูพร้อมกัน เบลหันมองหน้าซีโร่เหยียดๆ

    “ห้องวีไอพีไม่เห็นหรือ”

    “เห็นครับ แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นห้องผม” ซีโร่ถอดแว่นดำออก ทำให้เบลเห็นหน้าชัด

    “อ้อ คุณซีโร่ ฉันรู้จักคุณ แล้วคุณรู้จักฉันไหม”

    ซีโร่มองเต็มตา นึกได้ว่าคือลูกสาวเจ้าของสถานี เบลย้อนถามแล้วระหว่างตนกับศิลปินใครจะวีไอพีกว่ากัน พอดีมีข้อความส่งเข้ามือถือ ซีโร่กดอ่าน “ผู้จัดการผมส่งข้อความมาบอกเราต้องใช้ห้องแต่งตัวด้วยกัน ห้องเต็มน่ะ วันนี้คนเยอะ ถ้าไม่พอใจ ต้องให้พ่อคุณสร้างใหม่”

    “นี่ กล้าพูดอย่างนี้กับฉันหรือ อ๋อ เข้าใจละ เป็นแชมป์ซุปเปอร์สตาร์รุ่นหนึ่ง ก็เลยคิดว่าตัวเองเป็นซุปตาร์จริงๆ เป็นไงล่ะ ได้ข่าวว่างานหด เหลือเดือนหนึ่งไม่กี่วัน แล้วอีกหน่อยซุปตาร์รุ่นสองก็กำลังจะมา อีกหน่อยคนก็ลืม” เบลไม่พอใจท่าทียโสของซีโร่ สะบัดบ๊อบเดินเข้าห้อง

    ซีโร่โกรธแต่ต้องเก็บอารมณ์สุดๆ...เบลเข้ามานั่งเล่นลูกสุนัข พอซีโร่จะนั่งเธอก็ร้องขึ้น

    “เดี๋ยว...ไปเอาน้ำมาให้ฉันแก้วหนึ่ง คนของฉันยังไม่มา”

    ซีโร่หลับตาข่มใจอดทน ถามเอาน้ำอุ่นใช่ไหมเพราะคิดว่าการถนอมเสียงไม่ควรทานน้ำเย็น เบลสวน เอาให้สุนัข ซีโร่ไม่พอใจลงนั่ง เบลโวย ซีโร่สวน

    “ผมจะทำให้เพราะเป็นหน้าที่ของสุภาพบุรุษ แต่สำหรับผู้หญิงหยาบคาย ไม่ต้องทำก็ได้”

    “นี่...นายกล้าเหรอ”

    “ผมมายืนตรงนี้เพราะเสียงโหวตของคนทั้งประเทศ ถ้าอำนาจเงินของคุณมันจะใหญ่กว่าเสียงมหาชนก็ให้มันรู้ไป”

    เบลชะงักยอมอ่อนลงกล่าวขอโทษ ซีโร่งงต้องการอะไร เบลขอให้เขาเลิกทำตัวสนิทสนมกับพวกหนูมาลี เพราะมันจะทำให้แฟนคลับเขาโหวตให้พวกเธอ ถ้าพวกหนูมาลีเข้ารอบ ตนต้องตกรอบแน่ ซีโร่ย้อนถามถ้าตนไม่เชื่อ เบลขู่

    “ไล่คุณไม่ได้ไม่เป็นไร บางทีการอยู่สถานีแห่งนี้อย่างไม่มีความสุข อาจจะทำให้คุณอยากลาออกเอง” เบลเอาสุนัขวางบนตักซีโร่ เผอิญมันฉี่รด เขาลุกพรวดโกรธๆ เบลเน้น “หันมาสนับสนุนฉัน ไม่งั้นชีวิตการทำงานคุณไม่สวยแน่”...ทำเอาซีโร่เซ็ง

    ช่างกำลังแต่งหน้าแต่งตัวให้กลุ่มหนูมาลี ชุดของหนูมาลีเป็นชุดเกาะอก เธอดึงขึ้นมาปิดสูงๆบ่นคนจัดชุด อย่าเห็นผู้หญิงเป็นสินค้าให้แต่งตัวโป๊ ช่างมองหน้ากันงงๆ...หน้าห้อง ครูพาเบลเดินออกมาพร้อมสอนไปด้วยว่า ความรู้สึกข้างในเป็นสิ่งสำคัญ ความรู้สึกดีต่อทุกคนจะทำให้เราตอบสัมภาษณ์ได้ดี คำถามนักข่าวไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน ต้องไม่รำคาญที่จะตอบ นีน่ากับยาหยีเดินตามเห็นเบลตื่นเต้น พยายามสูดลมหายใจเข้าออก ครูจึงให้หยุดเดินและจะช่วยให้เบลหายตื่นเต้น พลัน หนูมาลีกับพวกเดินออกจากห้องแต่งตัว เบลร้องกรี๊ดขึ้นมาจนทุกคนตกใจ นีน่ากับยาหยีรีบถามเพื่อนมีอะไร เบลชี้ไปที่สามสาว

    “สีแดง! แล้วทำไมฉันถึงใส่สีขาว” ครูรีบอธิบายว่าทีมสไตลิสต์วางให้เบลดูอ่อนหวาน แต่เบลไม่ยอม “แต่สีแดงถ่ายรูปขึ้นกว่า สามคนสามแดง ฉันจะเหลืออะไร”

    กลุ่มหนูมาลีงงได้ยินเสียงกรี๊ด แต่ไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกัน ชงโคเดาว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ต้องเกี่ยวกับพวกตน...

    เบลยืนกรานจะเอาชุดใหม่ที่เด่นกว่านี้ นีน่ากับยาหยีช่วยกันสั่งครูให้ไปจัดการตามที่เบลต้องการ ครูหน้าเสียไม่พอใจจำต้องเดินไป นีน่าเดินมาบอกพวกหนูมาลีว่า

    “คุณเบลต้องการให้พวกเธอกลับเข้าไปห้องแต่งตัวก่อน จะให้เปลี่ยนชุดใหม่”

    การะเกดถามมีปัญหาอะไร ยาหยีไล่ให้รีบกลับเข้าไปก่อน ชงโคดักคอว่าพวกตนแต่งตัวสวยกว่าใช่ไหม หนูมาลีไม่คิดเป็นอย่างนั้น ดูชุดเบลหรูกว่ามาก จึงเข้าไปถามเบลใกล้ๆว่าชุดพวกตนมีปัญหาอะไร เบลเชิดหน้าไม่คุยด้วย นีน่ากับยาหยีเร่งให้ทั้งสามกลับเข้าห้องเกรงคนมาเห็น หนูมาลีไม่ชอบใจทำไมเบลไม่คุยกันให้เข้าใจ เบลหันมาจิกตาใส่

    “ฉันเกิดมามีพี่เลี้ยงสามคน มีคนงานที่บ้านเป็นสิบคนที่จำชื่อไม่ได้ เพราะอะไรรู้ไหม ฉันไม่คุยกับคนงาน”

    “โอว ไม่มีคำด่าสักคำ แต่แรงกว่า...ร้อยเท่า” ชงโคหน้าชาหนูมาลีสวนว่าตนไม่ใช่คนงาน เบลเยาะ “พวกเธอไม่มีวันชนะ แล้วที่สำคัญ อีกชั่วโมงหนึ่งเธอจะเซ็นสัญญา ซึ่งแปลว่าเธอจะเป็นลูกน้องของบริษัทพ่อ หรือบริษัทของฉันนั่นเอง”

    การะเกดกระซิบนี่คือตัวจริงของเบลใช่ไหม นีน่ากับยาหยีเร่งให้ทั้งสามกลับเข้าห้อง สตาฟฟ์สองคนวิ่งมา บอกพวกหนูมาลีว่ามีการผิดพลาดเรื่องชุดให้เข้าไปเปลี่ยน...สามสาวจำต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดพื้นๆธรรมดามาก พอพิธีกรประกาศเปิดตัวผู้เข้ารอบ ทางบ้าน ทองทาและโรสต่างดูทางทีวี อึ้งกับการแต่งตัวของกลุ่มหนูมาลี ที่แตกต่างจากคนอื่น ดูเรียบค่อนไปทางโบราณต่างจากชุดของเบลที่ดูวูบวาบอลังการ

    พิธีกรอธิบาย ทุกต้นเดือนจะมีการโชว์ ประชาชนโหวตได้ตั้งแต่วันนี้ ใครมีคะแนนน้อยจะต้องออก...หลังจากนั้น นักข่าวเข้าสัมภาษณ์แต่ละคน นักข่าวถามเบลรู้สึกอย่างไรที่มีคะแนนเท่ากับสามสาวเสิร์ฟ เบลยิ้มหวานตอบว่ารู้สึกเป็นเกียรติ ตนชื่นชมพวกเธอ ใครชนะตนก็ดีใจด้วย โรสซึ่งดูทีวีอยู่ตะโกนลั่น...อีตอแหล! คนในร้านสะดุ้งตกใจที่โรสดูจะอินมาก

    ooooooo

    เสร็จจากการสัมภาษณ์ หนูมาลีบ่น เบลแปลกคน ลับหลังเกลียดพวกตน แต่ต่อหน้าคนอื่นทำดี ถ้าหน้าไม่หนา ใจไม่ด้าน ทำไม่ได้แน่ ชงโคกับการะเกดหวั่นใจว่าพวกเราแพ้แน่เพราะไม่มีเงินโหวต หนูมาลีให้กำลังใจเพื่อนๆว่า พวกเราต้องชนะแบบซีโร่ที่ชนะเพราะคะแนนโหวต

    ด้านทองทาฟังอธิเล่า คนที่น่ากลัวจะโดนออกคนแรกคือเบลเพราะเรื่องสัญญาณภาพขาดหายยังแคลงใจกันอยู่ แล้วถามทองทารู้ใช่ไหมว่าตัวเบลอยู่ที่เกาหลี เห็นเพื่อนเงียบหยั่งเชิงถาม

    “ระหว่างน้องกับลูกศิษย์ แกจะเลือกใคร”

    “ระหว่างความถูกต้องสองอย่างต่างหาก กตัญญูกับยุติธรรม ฉันจะเลือกอะไร”...

    สามสาวยังถกกันอยู่ ซีโร่เข้ามาเปิดทีวีในห้องแต่งตัวให้ดูมิวสิกวีดิโอของตัวเองที่กำลังออนแอร์ ว่าเขาใช้ผ้าพันคอไหมพรมที่หนูมาลีให้ด้วย หนูมาลียิ้มปลื้ม เขาให้กำลังใจสามสาวสู้ๆ

    วันต่อมาหนูมาลีมาทำความสะอาดบ้านให้ทองทา เธอเปิดเพลงซีโร่ในมือถือฟังเพลินๆข้างตัว ทองทาถามปลื้มซีโร่มากขนาดนี้เชียวหรือ หนูมาลีทำตาเยิ้ม

    “พอพี่เขาพูดนะ ใจที่ห่อเหี่ยวเรื่องยัยเบลมันฟูขึ้นมาทันที กำลังใจมาจากไหนไม่รู้ เราต้องสู้ พี่ซีโร่ให้กำลังใจเราถึงขนาดนี้ ขนาดเดินมาหาในห้องแต่งตัวเลยนะ”

    ทองทาหมั่นไส้ บิดตัวแล้วร้องโอย...ปวดหลัง หนูมาลีรีบเอายามาทาและนวดให้ ทองทาชำเลืองมองอย่างสุขใจ ชมว่าน่ารัก เธอบอกเขาว่าก็ตนรักพี่ทองทา เขาหัวใจพองโต พอหนูมาลีขอให้ช่วยบางอย่าง เขาตอบอย่างเคลิ้มๆว่าได้ทุกอย่าง

    “หนูจะทำของให้พี่ซีโร่ ช่วยหนูนะ”

    ทองทาคอตก อารมณ์ขาดผึงห่อเหี่ยวใจ หนูมาลีรบเร้าให้เขาช่วยพับดาวกระดาษใส่ขวดโหล ทองทาว่าเชย แต่หนูมาลีโต้ว่าตนทำด้วยใจขอให้เขาช่วยพับจะได้เสร็จไวๆ...ทองทาจำต้องช่วยพับจนมืดค่ำ หนูมาลีผล็อยหลับ ทองทาแม้จะปวดหลังก็ทนนั่งพับดาวกระดาษต่อไป จนฟ้าสว่าง เพลงซีโร่ยังคงดังเพราะหนูมาลีตั้งวนไว้ หนูมาลีตื่นมาเห็นหน้าทองทาอยู่ใกล้ๆ เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด ไม่ทันไรทองทาลืมตาขึ้นมาสบตาเธอ

    “เมื่อคืนนี้พี่ฝันดี วันนี้ตื่นมายิ่งดี” ทองทาเพ้ออิ่มเอมที่ได้นอนข้างๆหนูมาลี

    จู่ๆหนูมาลีก็ลุกพรวดมองขวดโหลดาวกระดาษว่าพับถึงพันหรือยัง เธอก้มหน้าก้มตานับ ทองทามองอย่างเอ็นดู...

    จากนั้นหนูมาลีก็มาทำงานที่ร้านของโรส การะเกดมาตามชงโคให้ไปดูรายการวิจารณ์บันเทิง ชงโคกำลังมองสัญญาในมืออย่างตัดสินใจว่าจะเซ็นให้วานิชดีหรือไม่ พอเห็นการะเกดเปิดประตูเข้ามาก็รีบเก็บซ่อน...

    สามสาวดูรายการที่พิธีกรสองคนคุยกันเรื่องเบล ว่าวันประกวดเธออยู่เกาหลีหรือบนเวที หนูมาลีบอกเพื่อนๆ ถ้าเบลทำผิดกฎก็ต้องออกจากรายการไป พวกเราสามคนจะผ่านเข้ารอบแบบไม่ต้องโหวต สามสาวจับมือกันอย่างมีความหวัง

    ทางห้องประชุมสถานีเอ็มเอ็มแชแนล เมืองแมน โยทะกา แซนดี้ บรม บุณฑริกและเบลคุยกันเครียด

    โยทะกาบอกว่ากระแสข่าวแรงขึ้น บรมแจ้ง ในเน็ต

    หนักกว่าหน้าหนังสือพิมพ์ โยทะกาเกรงจะส่งผลต่อคะแนนโหวต และทางเราก็จะถูกกล่าวหาว่าลวงโลก แซนดี้แนะทางออกให้เบลออกจากโครงการ บุณฑริกไม่ยอม แซนด้ีให้ออกข่าวไปว่าเบลได้ทุนเรียนต่อ

    มหาวิทยาลัยดนตรีที่อเมริกา ตนจะช่วยติดต่อให้ เบลหันมาจิกตาใส่ กล่าวอย่างเหยียดๆ

    “ครูแซนดี้มาจากครอบครัวนักดนตรีจนๆ คุณ

    มีพรสวรรค์ก็เลยขยับจากชนชั้นรากแก้วขึ้นมาเป็นชนชั้นกลาง” แซนดี้งงพูดเรื่องนี้ทำไม “คนพวกนี้แหละที่เกลียดฉัน ไม่ใช่สิ...อิจฉา...ฉันเจอเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เกิด เจอจนเบื่อ”

    แซนดี้โกรธเดินออกจากห้องประชุม โยทะการีบตามไป เมืองแมนปรามลูกสาวจะไม่มีคนทำงานให้ตนอยู่แล้ว ก่อนจะหันไปสั่งบรมให้ตามไฮโซเจ้าของภาพ ที่เห็นเบลนั่งอยู่ด้านหลัง

    โยทะกาตามมาขอร้องแซนดี้ให้อดทน และขอโทษแทนเบล เพราะแซนดี้เหมือนโลโก้ของรายการ เป็นมืออาชีพ ควรจะอยู่ปกป้องวิชาชีพของตัวเอง แซนดี้อ่อนใจ

    ooooooo

    ในวันนั้น การะเกดมาทำงานที่บ้านทองทา อธิมาคอยช่วยอยู่ข้างๆ เขาพยายามเผยใจให้เธอ

    รู้ว่าเขาชอบเธอ ระหว่างนั้นแม่ของการะเกดโทร.เข้ามาเพื่อบอกลูกว่าเธอดีใจที่ลูกเข้ารอบ เธอจะเลิกยาเพื่อไม่ให้ลูกต้องอายใครเวลามีนักข่าวมาสัมภาษณ์ครอบครัว

    การะเกดยิ้มทั้งน้ำตา เล่าให้อธิฟัง เพราะพลังแฝง พลังความรักของครอบครัวอย่างที่ทองทาสอนจริงๆ อธิดีใจกับเธอด้วย การะเกดตัดสินใจบอกอธิว่าอย่าเสียเวลากับตนเลย ตนยังต้องทำงานเลี้ยงครอบครัวอีกนาน อธิปวดใจที่โดนปฏิเสธซึ่งหน้า

    ในบ้าน ทองทากำลังสอนหนูมาลีวอร์มเสียงไปจัดโต๊ะอาหารไป หนูมาลีแจงผักต่างๆที่ทองทาชอบ

    เขาแปลกใจเธอรู้ได้อย่างไร เธอตอบให้เขาชื่นใจอย่างมาก

    “ก็หนูเป็นคนรับใช้ หนูบอกแล้วไงว่าหนูจะดูแลพี่เป็นการตอบแทน”

    ทองทาไม่อยากเชื่อ ลองถามถึงสิ่งอื่นๆว่าแบบไหนที่ตนชอบ หนูมาลีตอบได้ถูกหมด รวมถึงยี่ห้อเครื่องสำอางและยี่ห้อกางเกงในที่เขาใส่ ไม่เพียงเท่านั้น หนูมาลีชี้ที่เคราของทองทา

    “อีกสองวันต้องโกนหนวด แต่ครีมโกนหนวด

    พี่หมดนะจ๊ะ จะให้หนูซื้อให้ไหม”

    ทองทายิ่งปลื้ม “พี่เคยคิดว่าพี่โดดเดี่ยวไม่มีพ่อแม่ ไม่มีครอบครัว แต่พอเราเจอกัน พี่ก็ไม่โดดเดี่ยวอีกแล้ว”

    หนูมาลีจับมือทองทาย้ำ เราจะมีกันและกันตลอดไป... รวมทั้งพี่ซีโร่ด้วย ทองทาที่ยิ้มแก้มแทบปริหุบยิ้ม หนูมาลีอ้อนยังขาดดาวอีกสองร้อยกว่าดวงให้เขาช่วยพับ เธอเกาะแขนเขาทำตาออดอ้อน ทองทาคอตก แล้วนึกได้ว่าลืมมือถือไว้ในสวน จึงขอตัวออกไปเอา

    ระหว่างนั้นเบลมาบ้านทองทา เพราะได้ยินการะเกดคุยว่าพวกเธอมีครูสอนร้องเพลงซึ่งจบบัลเล่ต์มาแต่เก่งทั้งร้องและเต้น ถึงแม้ตอนนี้จะเอาแต่ปลูกต้นไม้ขาย ก็สอนเก่ง...จึงสงสัย

    ทองทาเดินออกมาที่สวน แทบช็อกเมื่อเจอเบลเกรงจะเจอกับหนูมาลี เธอบอกว่าพ่อเป็นคนบอกที่อยู่เขา ทองทาถามมีธุระอะไร เบลต่อว่าที่ทองทาสอนคู่แข่งตนร้องเพลง หาว่าเกลียดตนจึงทำแบบนี้ ทองทาตกใจที่เบลรู้ รีบแก้ตัว

    “พี่สอนเขาร้องเพลงเพราะพี่รู้จักเขามาก่อนน่ะ ไม่เกี่ยวกับน้อง ไม่เกี่ยวกับใคร”

    “เราไม่ได้โตมาด้วยกันก็จริง แม่ของพี่พาพี่ไปเมืองนอกจากนั้นก็ป่วย ส่วนแม่ของเบลกินยาตาย

    เราสองคนเป็นเหยื่อของพ่อเจ้าชู้ ชีวิตของแม่เรา ชีวิตของเราสองคนเหมือนกัน เราถึงรักกันใช่ไหมคะ” เบลเข้ากอดแขนประจบ ทองทาแปลกใจจะมาไม้ไหน

    “ใช่ งานวันเกิดพี่น้องโทร.มาหา เพราะรู้ว่าพ่อจะเบี้ยว งานวันเกิดของน้องพี่โทร.ไป เพราะพ่อก็เบี้ยวเหมือนกัน พี่จำได้ทุกอย่าง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับน้องจริงๆ มันเกิดเรื่องบางอย่างระหว่างพี่กับหนูมาลี...”

    เบลแทรก “ปิ๊งกันหรือคะ ชอบเขาหรือ...ถ้าเบลขอให้พี่ถอยห่างออกจากคนพวกนี้ล่ะคะ” เห็นทองทาอึกอัก “เบลเป็นน้องพี่ เรามีกันแค่สองคน ชีวิตนี้เรา

    ตัดกันไม่ขาด แล้วเบลก็เกลียดคนพวกนั้นมาก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้หญิงชื่อหนูมาลีอยู่ในชีวิตพี่ เบลมีพี่สะใภ้ชื่อหนูมาลีไม่ได้เด็ดขาด ไม่มีวัน” พูดจบเบลเดินกลับไป

    ทองทายืนอึ้ง วิตกกังวลว่าน้องจะทำอะไร แต่ก็โล่งอกที่วันนี้ไม่เจอกับหนูมาลี...คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือชงโค ที่ทำงานเตรียมเปิดร้านอยู่ ซูซี่เข้ามาเกลี้ยกล่อมเร่งให้เซ็นสัญญากับวานิชเพราะพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายตามที่เขากำหนด ชงโคยังลังเลใจ แต่ก็แย้งว่าตอนนี้ตนก็มีความสุขขึ้น ได้ใส่เสื้อผ้าที่สปอนเซอร์ให้มา ใช้เครื่อง สำอางดีๆ ถ้าออกงานก็จะเจอผู้ชายหล่อๆ ซูซี่เน้น

    “แก่ๆอ้วนๆฉันไม่เอา...ฉันรู้แล้ว จะบอกให้นะ แกเลือกได้ บอกกี่หนแล้วเราไม่ได้ขายตัว เราใช้ชีวิตอิสรเสรี ไอ้คำว่าศักดิ์ศรีน่ะมันสะกดยังไงนะ”

    ชงโคสะกดไม่ถูก ซูซี่แก้ให้ใหม่แต่ก็ผิดเหมือนกันเพราะตัวเองเรียนน้อยเช่นกัน ซูซี่บอกชงโคว่า ที่เก็บคำว่าศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงกันเอาไว้น่ะ มันเป็นแค่คำสวยๆที่สะกดยากแต่ไม่รู้แปลว่าอะไร แล้วจะถือมันไว้ทำไม เงินแสนต่างหากที่ควรต้องถือ ซูซี่ให้ชงโคเมมเบอร์ตนไว้ พรุ่งนี้ตนจะไปรอรับที่สถานี และยังทับถมว่าหนูมาลีไม่มีรถรับส่งเหมือนตน

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ หนูมาลี การะเกดและชงโค สวมหมวกใส่แว่นพรางตัวมาที่สถานีเอ็มเอ็มแชนแนล เพราะวันนี้เบลเปิดแถลงข่าวเรื่องรูปที่ไฮโซโพสต์ในเฟซบุ๊กแล้วเห็นตัวเธอนั่งอยู่ข้างหลังบนเครื่องบิน ทั้งสามเกรงคนในสถานีเห็นแล้วจะหาว่ามาสืบข่าวคู่แข่ง ไม่มีน้ำใจนักกีฬา

    ชงโคต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่างเพื่อตัดสินอนาคตตัวเอง ทำให้หนูมาลีกับการะเกดต้องมาเป็นเพื่อน สามสาวมารุมดูจอยักษ์ที่แสดงคะแนนโหวตออนไลน์ร่วมกับแฟนคลับ ชงโคเห็นคะแนนตัวเองรั้งท้ายสูสีกับเบล การะเกดให้กำลังใจว่าดูแล้วคะแนนชงโคสูงกว่า แต่ชงโคหวั่นใจว่ากำลังเงินที่ทา
    งบ้านเบลมีจะทำให้คะแนนสูงขึ้นได้ หนูมาลีติงได้ข่าวเบลอาจจะลาออกไปเรียนต่อ ถ้าเป็นอย่างนั้นรอบนี้ไม่มีใครโดนคัดออก แต่ชงโคยังหวั่นใจ การะเกดสงสัย

    “เธอดูแปลกนะวันนี้ พี่ซูซี่ทำให้เธอไขว้เขวใช่ไหม เขาก็กล่อมฉันเหมือนกัน” ชงโครีบถามคิดอย่างไร “แม่ตื่นเต้นที่ฉันเข้ารอบ แม่เลิกยาเพราะภูมิใจในตัวฉัน เวลาเราทำดี ความดีของเรามีพลังไปถึงคนรอบข้างโดยเฉพาะพ่อแม่เรา แม่แกภาคภูมิใจเหมือนตัวเองเข้ารอบเองเลย”

    หนูมาลีดีใจด้วย การะเกดขอบคุณหนูมาลีที่พาตนมาสมัครจนถึงจุดนี้ ชงโครู้สึกปลาบปลื้มไปกับสองคนแต่รู้สึกตัวเองด้อยกว่า พึมพำ “วันนี้เป็นวันตัดสินชีวิตฉันสินะ”

    การะเกดกับหนูมาลีได้ยินไม่ถนัด...การแถลงข่าวเริ่มขึ้น กลุ่มหนูมาลีรีบเข้าไปฟัง เบลทำเป็นร้องไห้ ตอบคำถามนักข่าวว่าโดนดิสเครดิต ตนผิดด้วยหรือที่เกิดมาในสิ่งแวดล้อมที่ได้เปรียบ ทำไมต้องเกลียดต้องกลั่นแกล้งกันขนาดนี้ บุณฑริกโอบกอดปลอบหลานตอบแทน

    “ยัยเบลร้องไห้อย่างนี้มาตั้งแต่มีข่าว เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราทำให้ดูทุกวัน เบลทุ่มเทฝึกร้องเพลงเรามีภาพ มีไอจี มีเว็บไซต์ ทุกคนเข้าไปดูได้ตลอดว่าเราทำงานหนักแค่ไหน ถ้าเราอยากโกง เราจะเหนื่อยแบบนั้นทำไม”

    หนู​มาลี​กระซิบ​เพื่อนๆว่า​เบล​ร้องไห้​เก่ง ​เอา​ออสการ์​ไป​เลย สม​แล้ว​ที่​เป็น​ลูก​คน​ทำ​ทีวี...เบล​กล่าว​หนักแน่น​ว่า​ตน​คิด​จะ​ลา​ออก​หลาย​ครั้ง​จะ​ได้​หมด​เรื่อง แต่​เกรงใจ​พ่อ​ เกรงใจ​พี่​ที่​ทำ​งาน ​สถานี​นี้​จะ​เสื่อมเสีย​ไป​ด้วย นักข่าว​ตะโกน​ขึ้น​ว่า น้ำตา​ไม่​ช่วย​อะไร​ได้ ให้​เอา​หลักฐาน​มา​ยืนยัน

    “เบล​จะ​ไป​มี​หลักฐาน​อะไร​ล่ะ​คะ ก็​เบล​ไม่ได้​อยู่​ตรง​นั้น เบล​มา​ร้องเพลง​ที่​สถานี​นี่ คน​นั้น​เป็น​ใคร​เบล​ไม่​รู้จัก อาจจะ​เป็น​คน​หน้า​เหมือน​ก็ได้ แต่​ยัง​ไง​ก็​ไม่​ใช่​เบล​แน่ๆ”

    นักข่าว​เค้น​ถาม​ไม่​มี​หลักฐาน​หรือ พิธีกร​เข้า​มา​ตัดบท​ว่า มี​คน​มา​ขอ​แถลงข่าว​ด้วยคือ​นุ่น​ผู้​โพสต์​รูป​ที่​เป็น​กรณี​อยู่​และ​มี​บุคคล​ใน​ภาพ​มา​ยืนยัน​ด้วย นุ่น​เดิน​เข้า​มา​ตาม​ด้วย​ระ​ริน ทุก​คน​ตะลึงที่​ระ​ริน​หน้า​เหมือน​เบล​มาก ระ​ริน​แต่ง​ชุด​เบล​ที่​อยู่​ใน​ภาพ​มา​ด้วย ยืนยัน​ว่า​คน​นั้น​คือ​ตน
    นุ่น​ออกตัว “คือ​ตอน​โพสต์​ภาพ​นี้ นุ่น​ไม่ได้​จะ​แฉ​เรื่อง​คุณ​เบล​นะ​คะ แต่​คน​ที่​เขา​มา​เม้นต์ เขา​เป็น​คน​ทัก​ขึ้น​มา​แล้ว​ก็​เอา​ไป​แชร์​กัน ที่จริง​นุ่น​ก็​ไม่​เคย​แน่ใจ​เลย​ว่า​ใช่​คุณ​เบล แต่​พอ​มา​เห็น​คุณ​คน​นี้ ก็​นึก​ได้​ว่า​เออ​จริง คน​นี้​ใช่​แล้ว​ที่​อยู่​ที่​สนาม​บิน​ด้วย​กัน​วัน​นั้น”

    เบล​ทำ​เป็น​ร้องไห้​โฮ​ดีใจ พวก​หนู​มาลี​ไม่​อยาก​เชื่อ ชงโค​เห็น​ว่า​เรื่อง​เบล​ออก​มา​แบบ​นี้​ยิ่ง​ทำให้​คะแนน​สงสาร​เพิ่ม​ขึ้น หนู​มาลี​เตือน​ชงโค​อย่า​ด่วน​สรุป​เพราะ​ทอง​ทา​กำลัง​หา​ทาง​ช่วย​สอน​ให้​เธอ​ร้องเพลง​ดี​กว่า​เดิม ไม่ทัน​ไร มี​ข้อความ​จาก​ซู​ซี่​ว่า​รอ​อยู่​หน้า​สถานี การะเกด​ชวน​กลับ ชงโค​ตัดสินใจ​บอก​ทั้ง​สอง​กลับ​ร้าน​ไป​ก่อน ตน​มี​ธุระ สอง​สาว​แปลก​ใจ​แต่​คิด​ว่า​คืน​นี้​ค่อย​คุย​กัน

    ระหว่าง​ที่​ชงโค​เดิน​จะ​ไป​หา​ซู​ซี่ ทอง​ทา​ส่ง​ข้อความ​เข้า​มา “ชงโค พี่​เตรียม​เพลง​ที่​เหมาะ​กับ​เธอ​ไว้​ให้ แวะ​มา​ฟัง​ที่​บ้าน​พี่​นะ จะ​ได้​ดู​ว่า​ชอบ​ไหม”...ชงโค​หยุด​คิด ตัดสินใจ​ไป​หา​ทอง​ทาที่​บ้าน ทอง​ทา​เห็น​ต้นไม้​ที่​ชงโค​ปลูก​มัน​เหี่ยว​เฉา​ใกล้​ตาย​ก็​แปลก​ใจ เพราะ​ต้น​ชงโค​เป็นต้น​ไม้​ที่​เลี้ยง​ง่าย ป้า​แตง​จะ​ช่วย​ใส่​ปุ๋ย​ใส่ยา​บำรุง​ให้...อธิ​เรียก​ทอง​ทา​ไป​ดู​ข่าว​เบล​รอดตัว​ไป​ได้

    “แล้ว​แก​จะ​พูด​ไหม ความ​ยุติธรรม​กับ​กตัญญู ถึง​นาที​นี้​แก​จะ​เลือก​อะไร” อธิ​เอ่ย​ถาม

    “กระแส​สังคม​มาก​ขนาด​นี้ ถ้า​ฉัน​ลุก​ขึ้น​มา​พูด พ่อ​ฉัน​อยู่​ไม่ได้​แน่ สถานี​ทั้ง​สถานี​นั่น​ด้วย เขา​เป็น​พ่อ​ของ​ฉัน เบล​เอง​ถึง​จะ​เป็น​น้อง​สาว​ต่าง​แม่ แต่​เรา​ก็​พี่น้อง​กัน” ทอง​ทา​ตอบ​เครียดๆ

    อธิ​บ่น คน​โกง​คน​โกหก​ได้​อยู่​ต่อ​ไป พลัน​เสียง​กระถาง​หล่น​โครม สอง​หนุ่ม​หัน​มอง ทอง​ทา​คิด​ว่า​คง​เป็น​แมว ไม่​มี​ใคร​เห็น​ว่า​ชงโค​หลบ​อยู่​มุม​หนึ่ง น้ำตา​ไหล​ริน​เมื่อ​ได้ยิน​ความ​จริง...ชงโค​เดิน​ออก​จาก​บ้าน​ทองทา ซู​ซี่​โทร.​มา​โวย​ที่​ให้​รอ​นาน ชงโค​เสียง​สะอื้น​บอก​ให้​ซู​ซี่​มา​แวะ​รับ

    ไม่​นาน ชงโค​ก็​มา​อยู่​ตรง​หน้า​วานิช รับ​เงิน​หนึ่ง​แสน​แลก​กับ​การ​เซ็น​สัญญา ชงโค​เน้น​ย้ำ ตน​ยอม​ทำ​แค่​ถ่ายรูป ร้องเพลง เล่น​ละคร ไม่​ขายตัว​เด็ดขาด...ทั้ง​วานิช​และ​ซู​ซี่ เออ​พร้อม​กัน ซู​ซี่​กระซิบ​กับ​วานิช ไม่​ต้อง​บังคับ​เดี๋ยว​ก็​ยอม​เอง วานิช​ยิ้ม​อย่าง​พอใจ

    คืน​นั้นชงโค​ยอม​เปลื้อง​ผ้า​ถ่ายรูป น้ำตา​ซึม ใน​สมอง​มี​แต่​คำ​พูด​คุย​ของ​ทอง​ทา​กับ​อธิ

    ooooooo

    โ​รส​ไม่ค่อย​ชอบใจ​เวลา​ลูกค้า​ขอ​แก้ว​เหล้าเพิ่ม​ฟัง​แล้ว​ขัดใจ จึง​ให้​แก้ว​คน​รัก​กลับ​ไป​ใช้​ชื่อ​สมัย​เด็กคือ​บอย​ และ​ให้​ทุก​คนใน​ร้าน​เรียก​แก้ว​ว่า​บอย...​คืน​นั้น บอย​เห็น​ว่า​ชงโค​หาย​ไป​จึง​ถาม​หนู​มาลี​ว่า​ออก​ไป​ด้วย​กัน แต่​ทำไม​เธอ​ยัง​ไม่​กลับ​มา หนู​มาลี​พยายาม​โทร.​หา​เท่า​ไหร่​ก็​ไม่​รับ

    ขณะ​เดียวกัน ซู​ซี่​พา​ชงโค​มา​อยู่​คอน​โด​ระดับ​กลาง​ซึ่ง​วานิช​จัดหา ชงโค​มอง​มือ​ถือ​ที่​ปิด​เสียง​ไว้ เห็น​หนู​มาลี​ส่ง​ข้อความ​เข้า​มา ซู​ซี่​บอก​ไม่​ต้อง​ไป​สนใจ​ ข้าวของ​ก็​ไม่​ต้อง​ไป​ขน ซื้อ​ใหม่

    รุ่งเช้าหนู​มาลี​เดิน​เข้า​มา​กับ​การะเกด บอก​โ​รส​ให้​ไป​แจ้งความ​เพราะ​เป็น​ห่วง​ชงโค บอย​จะ​ไป​ตามบ้าน​เพื่อน​ดู​ก่อน โ​รส​สังหรณ์​ใจ​บาง​อย่าง ไม่ทัน​ไร เสียง​แตร​รถ​ซู​ซี่​ดัง​ขึ้น​ที่​หน้า​บ้าน ทุก​คน​วิ่ง​ออก​มา​ดู ซู​ซี่​เปิด​ประตู​รถ​ประกาศ “มา​กัน​ให้​ครบๆ ออก​มา​กัน​ให้​หมด ฉัน​มี​อะไร​จะ​ให้​ดู...ขอ​เชิญ​พบ​กับ เชอร์เบ็ต เลดี้​ชา​ร์ล็อต นัมเบอร์ 22”

    ทุก​คน​ตกตะลึง​เมื่อ​เห็น​ชงโค​ลง​จาก​รถ​มา​ใน​ชุด​เซ็กซี่​ดู​ผิดตา หนู​มาลี​กับ​การะเกด​เสียใจ​รุม​ถาม​ชงโค​ทำไม​ตัดสินใจ​แบบ​นี้ ชงโค​หลบตา​ละอาย​ใจ โ​รส​แขวะ เสื้อ​ผ้า​แพงๆมัน​ทำให้​คน​สวย​ขึ้น​จริง แถม​ติด​นัมเบอร์​แล้ว ขนาด​เก​รซ​กับ​มี่​ยัง​ไม่​มี​เบอร์ ชงโค​หน้าเสีย ซู​ซี่​แก้ต่าง​ให้

    “เหมือน​กัน​ที่ไหน เลดี้​ชา​ร์ล็อต​เขา​ออก​มา​หลายคน​แล้ว​ดัง​ทุก​คน เขา​ก็​ต้อง​มี​เลข​ซี​รี​ส์​อะไร​อย่าง​นี้​สิ​วะ”

    “ชื่อ​ก็​เพราะ น่า​กิ๊น​น่า​กิน...งาน​ดี​เงิน​แยะ แต่​ใช้​ชื่อ​จริง​ไม่ได้ อาย​โคตร​เหง้า​ใช่​ป่ะ” โ​รส​ย้ำ

    ซู​ซี่​ผลัก​โ​รส​ออก​ห่าง​บอก​ชงโค​เป็น​คน​ของ​ตน​แล้ว​อย่า​มา​ยุ่ง หนู​มาลี​ถาม​ทำไม​ทำ​แบบ​นี้ ชงโค​โพล่ง​ขึ้น “เบล​โกง​การ​แข่ง​ขัน แหล่ง​ข่าว​ของ​ฉัน​เชื่อถือ​ได้​ขนาด​เป็น​ญาติ​กัน​เลย​ล่ะ” หนู​มาลี​ถาม​เป็น​ใคร “เธอ​ไม่​อยาก​รู้​หรอก สิ่ง​ที่​ฉัน​สนใจ​คือ เขา​โกง​และ​จะ​โกง​ต่อ​ไป ยัง​ไง​เบล​ก็​ต้อง​ชนะ แล้ว​เรา​ก็​ต้อง​แพ้”

    “ถึง​เรา​จะ​แพ้ แต่​เรา​ก็​ไม่​ต้อง​เลือก​เส้นทาง​นี้ก็ได้นี่”

    “นี่​เป็น​โอกาส​เดียว​ใน​ชีวิต​ฉัน ถ้า​ฉัน​แพ้ ฉัน​จะ​กลับ​ไป​เป็น​เด็ก​เสิร์ฟ ถ้า​ไม่​ฉวย​โอกาส​ตอน​นี้​จะ​ไม่มีอีกแล้ว”

    “ไม่​จริง เธอ​ถาม​ฉัน​ว่า​ศักดิ์ศรี​แปล​ว่า​อะไร​ใช่ไหม คำ​ตอบ​ก็​เหมือน​เดิม กฎ​ข้อ​ที่​หนึ่ง​ของ​พี่​ทอง​ทา...รักตัวเอง ความรู้สึก​นั้น​ที่​ทำให้​เธอ​มา​อยู่​ตรง​นี้​ไง​ล่ะ นี่​คือ​ความหมาย​ของ​คำ​ว่า​ศักดิ์ศรี​ลูกผู้หญิง แต่​วัน​นี้​เธอ​ทิ้ง​มัน​ไป​แล้ว”

    การะเกด​ขอ​ให้​ชงโค​ตัดสินใจ​ใหม่ ซู​ซี่​สวน ไม่ได้​เพราะ​ชงโค​รับ​เงิน​ไป​แล้ว ชงโค​หน้าเศร้า​บอก​โ​รส​ที่มา​วัน​นี้​เพื่อ​ขอโทษ​และ​บอก​ลา​ทุก​คน โ​รส​เชิด​หน้า ประชด​ขอ​ให้​เจริญๆ นับ​จากนี้​จะ​ไม่​มี​คน​มอง​หน้า จะ​มี​แต่​คน​มอง​ใต้​เข็มขัด โ​รส​ให้​หนีบ​ต้น​ขา​ไว้​ให้​ดี ตน​ขอ​เอาใจช่วย... ชงโค​น้ำตา​ไหล หนู​มาลี​กับ​การะเกด​พยายาม​ขอ​ให้​ชงโค​กลับ​มา​ทำ​ความ​ฝัน​ต่อ ชงโค​หัน​มา​บอกเพื่อน​ทั้ง​สอง​ว่า พวก​เธอ​ไม่​มี​วัน​แต่งตัว​แบบ​ตน​เพราะ​มี​พ่อ​แม่ แต่​ตน​แต่งตัว​แบบ​นี้​ได้​เพราะ​ไม่​มี

    หลัง​ชงโค​จาก​ไป หนู​มาลี​เสียใจ โ​รส​เข้า​มา​ปลอบ ใน​ทีวี​ที่​ชอบ​ดู เขา​ฉาย​แต่​สิ่ง​สวย​งาม ด้าน​มืด​ใน​โลก​เขา​ไม่ได้​เอา​มา​ฉาย...หนู​มาลี​เสียดาย​เพราะ​ตลอด​เวลาที่​ผ่าน​มา​เห็น​ชงโค​ไม่​ยอม​แพ้ โ​รส​เอง​ก็​แปลก​ใจ​เพราะ​ชงโค​เป็น​คน​ขี้เกียจ กลับ​ลุก​ขึ้น​มา​เชื่อ​หนู​มาลี​และ​ทำ​ทุก​อย่าง​ได้ ฉะนั้น​จง​ภูมิใจ​ที่​ทำให้​เขา​มา​ไกล​ได้​ขนาดนี้ หนู​มาลี​เริ่ม​รู้สึก​เหนื่อย​ใจ โ​รส​บีบ​ไหล่​เบาๆ

    “อย่า​เพิ่ง​รีบ​เหนื่อย ฉัน​ขอ​ต้อนรับ​แก​สู้​โลก​ของ​ความ​จริง โลก​ของ​ความ​ผิดหวัง โลก​ของ​ผู้ใหญ่ ถึง​เวลา​แล้ว เข้มแข็ง​ไว้” โ​รส​เดิน​ไป​จัด​ข้าวของที่รกตา

    “ขอบคุณ​นะ​คะ​ที่​ให้​กำลังใจ​หนู” หนู​มาลี​พึมพำ​แล้ว​เดิน​เข้าไป​อยาก​กอด​พ่อ​ทาง​ด้าน​หลัง แต่​ก็​ข้าม​อคติ​ใน​ใจ​ตัว​เอง​ไม่ได้ จึง​เปลี่ยน​เรื่อง​คุย “พี่​โ​รส หนู​ไป​ลง​เรียน​ราม​มา​แล้ว​นะ”

    โ​รส​ดีใจ​หัน​มา​ยิ้ม​ปลื้ม หนู​มาลี​บอก​รู้​ว่า​เขา​อยาก​ให้​ตน​มี​ความ​รู้ ก็​แค่​เรียน​ช้า​ไป​เทอม​หนึ่ง...เห็น​หน้า​โ​รส ​แล้ว​หนู​มาลี​อด​แขวะ​ไม่ได้ ว่า​ยิ้มแฉ่ง​เชียว โ​รส​จับ​หัวลูก​โยก​ไป​มา

    “หลายๆเรื่อง​ฉัน​เป็น​ตัวอย่าง​ที่​ไม่​ดี แต่​ฉัน​บอก​ได้​ว่า​อะไร​ถูก​อะไร​ผิด มัน​เป็น​หน้าที่​ของ...เอ้​อ ฉัน ...ตั้งใจ​เรียน​นะ​นัง​ชะนี”

    หนู​มาลี​รู้​ว่า​โ​รส​ไม่​กล้า​เรียก​ตัว​เอง​ว่า​พ่อ แต่​ก็​สุขใจ​อด​เย้า​ไม่ได้ “แล้ว​นี่​กิน​ยา​หลัง​อาหาร​หรือ​ยัง เดี๋ยว​ขา​หัก​นะ​พี่​เก้ง มอๆ” หนู​มาลี​ทำท่า​มี​เขา​บน​หัว

    “นั่น​มัน​วัว อี​บ้า เก้ง​ที่ไหน​ร้อง​มอๆ หา”

    หนู​มาลี​ย้อน​ถาม​มัน​ร้อง​อย่างไร โ​รส​โวย​ตน​จะ​ไป​รู้​ได้​อย่างไร หนู​มาลี​หัวเราะ​ร่า รู้​แล้ว​ว่า​จะ​คุย​กับพ่อ ​อย่างไร​ให้​ได้​นานๆ...

    ด้าน​ทอง​ทา​พอ​รู้​เรื่อง​ชงโค​ก็​ผิดหวัง​ที่​เหนื่อย​ฟรี การะเกด​แวะ​เอา​น้ำจิ้ม​แจ่ว​มา​ฝาก​ให้​อธิ เผอิญ​เจอ​ตัว​เข้า​พอดี อธิ​ดีใจ​ที่​เธอ​ยัง​คิดถึง​ตน การะเกด​ฝืน​ใจ​บอก​อธิ​ว่า​ถ้า​เขา​มี​แฟน​ตน​จะ​สอน​แฟน​เขา​ทำ​น้ำจิ้ม​แจ่ว​ให้ อธิ​น้อยใจ​บอก​การะเกด​ว่า​ถึง​ตน​เป็น​ตำรวจ​แต่​พื้นเพ​ก็​คน​บ้านนอก​เหมือน​เธอ ตน​จะ​รอรับ​รัก​จาก​เธอ​คน​เดียว การะเกด​สะกด​ใจ​ไม่​ให้​อ่อน​ไหว​ ลาก​ลับ

    คืน​นั้นซู​ซี่​พา​ชงโค​มา​ทาน​อาหาร​ที่​ร้าน​โ​รส​เพื่อ​เยาะเย้ย และ​จะ​เกลี้ยกล่อม​การะเกด​ด้วย หนู​มาลี​แกล้ง​เสิร์ฟ​น้ำ​โดย​เอา​นิ้ว​จิ้ม​ไว้​ใน​แก้ว​ก่อน​จะ​วาง​ให้ พอ​ซู​ซี่​โวย​ว่า​สกปรก ก็​เปรียบเปรย​เหมือน​ที่​ผู้ชายทำ ซู​ซี่​โกรธ​จะ​ตบ โ​รส​ออก​มา​ขวาง​ถ้า​ทำ​อะไรลูก​ตนเจอ​ดี​แน่ ซู​ซี่​ชะงัก​เกรง​กลัว

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 18:23 น.