ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงารักลวงใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

รัญญานั่งเปิดดูโฉนดที่ดินและเอกสารสำคัญๆอีกหลายรายการ ยุวรินทร์เข้ามาเห็นให้สงสัยว่ารัญญานำเอกสารพวกนี้มาดูทำไม

"ฉันกำลังคิดว่าจะจัดการเอกสารเรื่องรับรองรตีเป็นลูก แล้วก็อาจจะโอนทรัพย์สินบางส่วนให้รตี ลูกจะได้อุ่นใจว่าเขาจะไม่ลำบาก"

"มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอรัญ ตอนนี้รตียังเด็กอยู่นะ ฉันว่าเธอน่าจะรอให้เขาโตกว่านี้จะดีกว่า"

"แต่ถึงยังไงรตีก็เป็นลูกคนเดียวของฉัน ทรัพย์สินทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของรตีอยู่ดี"

"แล้วเธอรู้จักลูกสาวเธอดีแค่ไหนเหรอรัญ เธอมั่นใจเหรอว่ารตีจะรักษาสมบัติของเธอได้ ฉันไม่ได้พูดให้เธอระแวงลูกตัวเองนะ แต่เธอเพิ่งเจอรตีไม่กี่เดือนเอง ค่อยๆอบรมกันไปก่อนดีกว่าไหม"

รัญญาเห็นแววตาอันแสนหวังดีของเพื่อนรัก ก็ถอนหายใจยอมจำนน

"ก็ได้ๆ ฉันจะรอดูอีกซักพักก็แล้วกัน"

"ดีมาก ฉันว่ารออีกซัก 10 ปีก็ยังไม่สาย เราสองคนก็ยังสาวๆอยู่เลย คงไม่ตายหนีลูกเธอไปง่ายๆหรอกน่า"

รัญญาหัวเราะชอบใจ พลันเหลือบไปเห็นกระเป๋าใบที่ซื้อเหมือนกับข้าวหอม ทำให้อดนึกถึงข้าวหอมไม่ได้ ชี้ชวนบอกยุวรินทร์ว่า

"กระเป๋าใบนี้ฉันซื้อตอนเจอหนูข้าวหอมครั้งแรก เธอรู้ไหมว่าฉันถูกชะตากับเด็กคนนั้นมาก ถึงกับซื้อให้เขาด้วยอีกใบนึงเลย"

"เหรอ ดูท่าเธอจะถูกชะตากับเด็กคนนี้มากนะ เห็นพูดถึงไม่หยุดปากเลย"

"ถ้าหนูข้าวหอมเป็นลูกฉันอีกคนก็ดีสินะ ฉันรู้สึกว่าเวลาอยู่ใกล้เด็กคนนี้แล้วรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก"

"หรือว่าข้าวหอมจะเป็นลูกสาวของเธอที่พลัดพรากกันไปเมื่อชาติที่แล้ว" ยุวรินทร์กระเซ้า รัญญาทำเป็นว่าเพื่อน ไร้สาระ แต่ไม่วายคิดว่า ถ้าเธอได้ข้าวหอมเป็นลูกอีกคนก็ดีไม่น้อย

ตกเย็นเลิกเรียน รตีตื๊อไปส่งข้าวหอมที่บ้านจนได้ โดยนั่งรถคันหรูที่แม่รัญญาให้มารับมาส่ง พอไปถึงหน้าบ้าน รตีซึ่งมีแผนอยากพบเตชิตก็ฉวยโอกาสขอเข้าไปในบ้านด้วย จึงได้เจอกับโตมรที่ยินดีต้อนรับรตีเต็มที่อยู่แล้ว ส่วนข้าวหอมเลี่ยงขึ้นห้องเอาของไปเก็บ

"อาดีใจจริงๆที่หนูแวะมาที่บ้าน ปกติบ้านนี้อยู่กันแค่สองพ่อลูก เงียบๆเหงาๆ มีหนูมาเยี่ยมทำให้บ้านอาดูน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย"

"แต่ข้าวหอมก็อยู่ด้วย คุณอายังเหงาอยู่เหรอคะ"

"อย่าพูดถึงเด็กคนนั้นเลย อาไม่เคยนับว่ามีเด็กนั่นอยู่ในบ้านอยู่แล้ว"

รตีแสยะยิ้มพอใจ รีบทำคะแนนต่อ "คุณอาพูดแบบนี้แสดงว่าคุณอาไม่ปลื้มข้าวหอมเหรอคะ"

"ให้อารับเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนั้นมาเป็นสะใภ้ อาทำใจไม่ได้หรอก หนูรตีเข้าใจอาใช่มั้ย"

"เข้าใจสิคะ คุณเตชิตเพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง ข้าวหอมไม่ได้คู่ควรกับเขาเลย"

"เฮ้อ ถ้าลูกชายอาชอบหนูก็คงจะดีสินะ อาเสียดายหนูรตีจริงๆ"

"รตีเองก็เสียดายคุณเตชิตเหมือนกันค่ะ อุ๊ย นี่รตีพูดตรงรึเปล่าคะ คุณอาอย่าถือรตีเลยนะคะ"

โตมรหัวเราะชอบใจ ขำในความใสซื่อจอมปลอมของรตี

"ฮ่าๆๆ อาไม่ถือหรอก อาน่ะหัวสมัยใหม่นะ แล้วอาก็ชอบคนที่พูดจาตรงไปตรงมาด้วย เอาอย่างนี้ดีมั้ย ถ้าหนูชอบเตชิต อาจะช่วยเปิดทางให้ เผื่อหนูรตีจะช่วยทำให้ลูกชายอาตาสว่างซักที"

"จริงเหรอคะคุณอา"

"จริงสิ เอาอย่างนี้นะ หนูทำตามแผนของอานะ"

รตีตาวาวสนใจขึ้นมาทันที...แล้วครู่ต่อมา รตีก็มานั่งหน้าแป้นแล้นร่วมโต๊ะอาหารกับโตมร เตชิต และข้าวหอม

เตชิตกินข้าวไปอย่างไม่สนใจรตีนัก ขณะที่ข้าวหอมอึดอัดอย่างมาก เพราะโตมรกับรตีพูดคุยเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย หนำซ้ำบางครั้งก็แขวะเธอด้วย ข้าวหอมอยากลุกหนี แต่ก็เกรงว่าจะเป็นการเสียมารยาท...

อีกพักใหญ่ๆ รตีอารมณ์ดีกลับเข้าบ้าน รัญญากำลังกระวนกระวายรอคอยด้วยความเป็นห่วง ซักถามลูกสาวเป็นการใหญ่ว่าไปไหนมา ทำไมไม่เปิดโทรศัพท์ รตีขอโทษแม่ ก่อนบอกว่าเธอไปส่งข้าวหอมที่บ้าน  อาโตมรเลยชวนอยู่ทานข้าวเย็น

"โล่งอกไปที แม่ก็เป็นห่วงแทบแย่ ว่าแต่หนูข้าวหอมเป็นยังไงบ้างเหรอลูก ตั้งแต่งานเลี้ยงแม่ก็ยังไม่ได้เจออีกเลย"

"ทำไมอยู่กับหนู แม่ต้องพูดถึงคนอื่นด้วยคะ หรือว่าคุณแม่รักข้าวหอมมากว่าหนู"

รตีกระเง้ากระงอดงอนใส่ รัญญาเลยต้องโอบกอดเอาใจ และยอมเกี่ยวก้อยสัญญาว่าแม่จะไม่สนใจคนอื่นมากกว่าลูก...รตียิ้มดีใจ แล้วนึกได้ว่าตนมีแผนบางอย่างกับโตมร จึงขออนุญาตแม่ไว้ก่อนว่า พรุ่งนี้ขอออกไปข้างนอก

ขณะเดียวกันนั้น โตมรกำลังออกคำสั่งกับเตชิตให้ไปดูรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่นครนายกซึ่งถูกปิดไปนานแล้ว ตอนนี้พ่ออยากจะปรับปรุงใหม่เพราะเห็นว่าทำเลดี เลยอยากลองเสนอเข้าที่ประชุม

"แต่ผมว่ามันไม่คุ้มกับที่จะลงทุนเลยนะครับพ่อ"

"คุ้มหรือไม่คุ้ม ฉันเป็นคนตัดสินใจเอง ในเมื่อฉันไม่ได้บ้านทอฟ้า ฉันก็ต้องหารีสอร์ตอื่นมาทดแทน แล้วฉันก็หวังไว้กับที่นี่มากด้วย เพราะฉะนั้น แกต้องจัดการเรื่องนี้ให้ฉัน พรุ่งนี้แกไปแต่เช้าเลยนะ อ้อ ฉันหาคนนั่งรถไปเป็นเพื่อนแกแล้ว แกไม่ต้องเอาคู่หมั้นแกไปล่ะ เกะกะเปล่าๆ"

เตชิตถามทันทีว่าเพื่อนที่ว่าคือใคร พอได้ยินชื่อรตี เตชิตแปลกใจทำไมต้องเป็นรตีด้วย

"ก็ฉันอยากให้หนูรตีได้เห็นรีสอร์ต เผื่อที่บอร์ดไม่สนใจ ฉันอาจจะชวนคุณรัญญาลงทุนร่วมกับฉันแทน เอาเป็นว่า ทำตามที่ฉันสั่งนี่แหละ...อย่าลืมล่ะ ห้ามชวนคู่หมั้นแกไปเด็ดขาด"

พ่อผละไปแล้ว เตชิตไม่ได้ใส่ใจคำสั่ง เขารีบไปหาข้าวหอมที่ห้อง สั่งให้เธอตื่นแต่เช้า เขาจะพาไปดูรีสอร์ต ข้าวหอมจะโต้แย้งเพราะไม่อยากไป เขาก็ไม่ฟังอีก

เช้าขึ้น รตีหน้าระรื่นมารอเตชิต กะว่างานนี้ได้ไปกันตามลำพังแน่ ที่ไหนได้ พอรู้เห็นว่าเตชิตหนีบเอาข้าวหอมไปด้วย ทั้งรตีและโตมรโกรธแทบของขึ้น

"นี่มันอะไร ฉันสั่งให้แกไปกับหนูรตี แล้วแกจะพาคู่หมั้นไปทำไม"

"ก็เพราะข้าวหอมเป็นคู่หมั้นผมไงครับพ่อ เพราะฉะนั้น ผมไปที่ไหนเขาก็ต้องไปด้วย เชิญครับคุณรตี" เตชิตจูงมือข้าวหอมเดินนำออกไปเลย รตีหน้าตูมตึงเดินตามโตมรที่ก้าวตามเตชิตออกไป

ข้าวหอมเห็นบรรยากาศไม่ดีทำท่าจะไม่ไป แต่เตชิตไม่ยอม บังคับให้ข้าวหอมขึ้นรถ โตมรเห็นแล้วยิ่งยัวะ ตวาดถามเตชิตว่า

"นี่แกกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ"

"ผมขัดคำสั่งพ่อตรงไหนไม่ทราบ ในเมื่อพ่อให้ผมไปดูรีสอร์ตให้ ผมก็ไปแล้วไง"

"แต่ฉันไม่ได้ต้องการแค่นั้น"

"เรื่องนั้นผมไม่รู้ เพราะมันไม่เกี่ยวกับงานของผม แต่ยังไงผมจะพาคู่หมั้นผมไปด้วย ไม่งั้นพ่อก็ให้คนอื่นไปแทนผมแล้วกัน"

"นี่แก..."

รตีเห็นท่าไม่ดีรีบสวมวิญญาณนางเอกแสนดี เข้ามาห้ามสองพ่อลูก แล้วบอกให้ข้าวหอมไปด้วย เธอจะได้มีเพื่อน พอทั้งสามคนจะขึ้นรถคันเดียวกัน รถของนาวาแล่นปราดเข้ามาจอด เตชิตสุดเซ็ง ตรงกันข้ามกับรตีที่แอบยิ้มเจ้าเล่ห์ สมองแล่นขึ้นมาทันที

รตีชวนนาวาไปด้วย พลางพยักพเยิดกับโตมรอย่างรู้กัน โตมรจึงช่วยคะยั้นคะยอนาวาอีกแรง นาวาเกรงใจทำท่าจะปฏิเสธ แต่พอได้ยินเตชิตพูดมากขัดขวาง นาวาหมั่นไส้เลยตอบตกลงทันใด แถมยังให้ข้าวหอมนั่งรถไปกับตนจนได้ ส่วนรตีได้นั่งชูคอไปกับเตชิตตามความต้องการของโตมร

ขณะเดินทาง นาวาหวังดีเตือนข้าวหอมให้ระวังรตีที่มาวุ่นวายกับเตชิต แล้วยังทำตัวสนิทสนมกับอาโตมร ทั้งที่รตีก็รู้ว่าข้าวหอมกับเตชิตอยู่ด้วยกันในฐานะคู่หมั้น รตีอาจหวังอะไรตอบแทนก็เป็นได้ แต่ข้าวหอมกลับเชื่อใจเพื่อนรักที่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก คิดว่ารตีไม่ทำร้ายเธอแน่นอน นาวาเลยนิ่งเสีย

เมื่อไปถึงรีสอร์ต รตีพยายามนัวเนียใกล้ชิดเตชิตโชว์ข้าวหอม หวังจะได้เห็นอาการหึงหวงถ้าข้าวหอมมีใจให้เตชิต ปรากฏว่าข้าวหอมกลับเฉย ทำให้รตีเบาใจ แต่ยังไม่วายสอดรู้สอดเห็นอีกว่า แล้วกับนาวาล่ะ ข้าวหอมคิดยังไง ชอบเขาหรือเปล่า

"คุณนาวาคือเพื่อนที่ดีของฉัน นอกจากเธอฉันก็มีเขานี่แหละที่ฉันไว้ใจที่สุด ตอนนี้ฉันไม่อยากคิดเรื่องอื่นหรอก นอกจากเรื่องเรียนอย่างเดียว"

"แหม เธอนี่นิสัยไม่เปลี่ยนเลยนะ ถ้าแม่บัวยังอยู่คงภูมิใจในตัวเธอมาก"

"เธอเองก็ทำให้แม่ภูมิใจได้เหมือนกันนะรตี"

"จ้ะ ฉันจะตั้งใจเรียน ถ้าแม่มองลงมาจากสวรรค์ แม่จะได้สบายใจแล้วก็ภูมิใจในตัวเรา ดีไหมข้าวหอม"

ข้าวหอมยิ้มรับอย่างใสซื่อ รตีแอบจิกหางตาร้ายกาจ แต่แล้วรีบปรับสีหน้าเป็นหน่อมแน้มไร้เดียงสา เมื่อเห็นเตชิตกับนาวาเดินเข้ามา นาวาชวนข้าวหอมไปเดินเล่นดูวิวสวยๆในรีสอร์ต รตีได้ทีสอดขึ้นว่า สองคนคงชวนกันไปสวีต จากนั้นรตีก็ควงแขนเตชิตที่ยืนหน้าตึง รั้งเดินไปอีกทางทันที

เมื่อมาได้เห็นธรรมชาติรอบๆรีสอร์ตทำให้ข้าวหอมอดคิดถึงบ้านทอฟ้าไม่ได้ เพราะบ้านทอฟ้าเป็นที่ที่เดียวที่เธออยู่แล้วรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ตั้งแต่จากที่นั่นมา ชีวิตเธอเหมือนไร้ที่ยึดเหนี่ยว เธอคิดถึงแม่ คิดถึงโรงนอน ห้องเรียน คิดถึงทุกๆอย่างของบ้านทอฟ้า แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เธอจะได้กลับไปมีชีวิตอย่างนั้นอีกครั้ง...นาวาได้ฟังข้าวหอมรำพันหน้าเศร้าก็ยิ่งสงสาร

"เอาอย่างนี้ดีไหม เอาไว้เธอปิดเทอมฉันจะพาเธอกลับไปที่นั่น"

"ไม่จำเป็นหรอกนาวา" เตชิตก้าวเข้ามาหน้าขึ้งเครียด "เพราะข้าวหอมเค้ามีฉันคอยพาไปอยู่แล้ว อีกอย่างตอนนี้ฉันเป็นคนดูแลโปรเจกต์ฟื้นฟูบ้านทอฟ้า เพราะฉะนั้น ถ้าฉันไม่อนุญาตใครก็เข้าไปที่นั่นไม่ได้"

"นายพูดแบบนี้หมายความว่าไง"

"นายคงไม่รู้สินะว่าระหว่างที่นายไปรักษาขา มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วนาวา อย่าคิดว่าอะไรๆจะเป็นเหมือนเดิมเลย เพราะมันไม่มีประโยชน์"

"รวมทั้งเรื่องที่นายกับข้าวหอมหมั้นกันโดยไม่บอกฉันด้วย นี่ใช่ไหมคือเหตุผลที่ทำให้ข้าวหอมยอมหมั้นกับนาย"

เตชิตนิ่งไม่ตอบ นาวาหันขวับไปทางข้าวหอมด้วยสีหน้าคาดคั้น ข้าวหอมอึกอักไม่รู้จะพูดอย่างไร ตัดสินใจเดินหนี นาวารีบก้าวตาม เตชิตเองก็จะไปด้วย แต่ถูกรตีดึงเอาไว้สุดแรง

นาวาต้องการคำอธิบายจากข้าวหอมว่าที่เตชิตพูดเป็นความจริงหรือเปล่า แต่ข้าวหอมยังเฉย นั่นเท่ากับยอมรับ ทำให้นาวาหงุดหงิดหัวเสียไม่น้อย

"ทำไมเธอไม่บอกเรื่องนี้กับฉันล่ะ เธอก็รู้ว่าฉันช่วยเธอได้ทุกอย่าง แต่เธอกลับเลือกที่จะหมั้นกับเตชิต บอกฉันสิว่าเธอทำแบบนี้ทำไม บอกฉันมาสิข้าวหอม"

"คุณนาวา...คุณไม่เข้าใจว่าตอนนั้นฉันกำลังเคว้งแค่ไหน แล้วคุณเตชิตเขาก็ให้โอกาสฉันได้ตอบแทนบ้านทอฟ้า ฉันถึงยอมหมั้นกับเขา"

"แล้วฉันล่ะข้าวหอม เธอเอาฉันไปไว้ที่ไหน"

"ฉันไม่อยากรบกวนคุณ เพราะฉันเห็นคุณกำลังรักษาตัว ถึงฉันจะห่วงบ้านทอฟ้า แล้วก็กำลังไร้ที่พึ่ง แต่ฉันก็เห็นแก่ตัวไม่พอ ที่จะไปรบกวนคุณที่มีเรื่องทุกข์ใจพออยู่แล้ว คุณเข้าใจฉันไหมคุณนาวา"

นาวาโกรธตัวเอง เตะพื้นจนฝุ่นกระจาย

"โธ่เว้ย...ทำไมฉันถึงอ่อนแออย่างนี้ ถ้าฉันไม่เป็นไอ้เป๋เดินไม่ได้ เธอคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ใช่ไหมข้าวหอม"

"อย่าคิดมากนะคะคุณนาวา แค่ตอนนี้คุณอยู่เคียงข้างฉัน มันก็มากพอแล้วล่ะค่ะ เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากการตัดสินใจของฉันเอง เพราะฉะนั้นฉัน ต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้น ส่วนคุณ ไม่ว่ายังไงคุณจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเสมอนะคะ คุณนาวา"

นาวาสีหน้าเศร้าลงด้วยความเจียมตัวกับคำว่าเพื่อนที่ข้าวหอมยัดเยียดให้...อีกด้านหนึ่ง รตีหวังจะได้ออเซาะเตชิตบ้าง แต่กลายเป็นว่าเตชิตยังหน้าบูดบึ้ง รตีให้ถ่ายรูป เขาก็ปฏิเสธด้วยท่าทีรำคาญ รตีหน้าแตก แต่ยังแกล้งทำใจดีสู้เสือ จีบปากเจื้อยแจ้ว

"เป็นอะไรเหรอคะ หรือว่าคิดมากเรื่องคุณนาวากับข้าวหอม" เตชิตนิ่งไม่ตอบ "รตีเข้าใจนะคะว่าคุณอาจจะรู้สึกไม่ดี แต่คุณต้องทำใจไว้อย่างนะคะว่าสองคนนั้นเขาเคยรักกันมาก่อน รตีเป็นเพื่อนข้าวหอม รตีรู้ดีค่ะว่าข้าวหอมกับคุณนาวาเคยรักกันมากแค่ไหน การที่คุณมาพรากข้าวหอมไปจากคุณนาวามันก็เป็นเรื่องยากที่เขาจะทำใจได้นะคะ"

"สองคนนั้นเขารักกันมากเลยเหรอ"

"ค่ะ ยิ่งบรรยากาศดีๆแบบนี้ถ่านไฟเก่ามันก็คงจะคุ เป็นธรรมดา ทางที่ดีรตีว่าคุณเตชิตเผื่อใจไว้หน่อยก็ดีนะคะ..." รตีพูดยังไม่ทันจบคำ เตชิตกระทืบเท้าออกไปทันที รตี

แอบยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ พอใจกับแผนยุให้รำตำให้รั่วของตัวเอง

ความหึงหวงพุ่งปรี๊ด เตชิตโผล่พรวดมาคว้าแขนข้าวหอม ออกไปต่อว่าเรื่องทำตัวสนิทสนิทกับนาวา ทั้งที่เป็นคู่หมั้นของเขา

"การที่ฉันจะสนิทสนมกับเพื่อน ฉันไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน อีกอย่างฉันกับคุณนาวาเราบริสุทธิ์ใจกัน คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉันนะคะ"

"บริสุทธิ์ใจงั้นเหรอ เธอคิดว่าฉันดูไม่ออกรึไงว่าเธอกับไอ้นาวาคิดกันยังไง แต่ตอนนี้เธออยู่ในฐานะคู่หมั้นฉัน เพราะฉะนั้นหัดให้เกียรติกันบ้าง อย่างน้อยๆไม่เห็นแก่ฉัน ก็เห็นแกหน้าฉันก็ยังดี ถ้าใครมาเห็นเธออี๋อ๋อกับมัน คิดบ้างไหมว่าฉันจะขายหน้าแค่ไหน"

"ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณแคร์ชื่อเสียงหน้าตาคุณมากขนาดนั้น ต่อไปฉันจะระวังให้มากกว่านี้ ไม่ให้กระทบต่อฐานะคู่หมั้นในนามที่ฉันสวมมันไว้เด็ดขาด"

"คิดได้อย่างนั้นก็ดี อย่าลืมคำพูดตัวเองแล้วกัน"

ข้าวหอมนิ่งอึ้ง รู้สึกน้อยใจเหลือเกินที่เตชิตไม่ได้สนใจเธอมากไปกว่านี้ พอจะเดินกลับไปหานาวา ข้าวหอมโชคร้ายถูกงูกัด เตชิตตกใจมากรีบดูดพิษออกก่อนจะเอาเข็มขัดรัดเหนือแผล นาวากับรตีได้ยินเสียงร้องเอะอะจึงวิ่งมาดู แล้วนาวาก็อุ้มพาข้าวหอมขึ้นรถไปส่งอนามัยที่ใกล้ที่สุด พอข้าวหอมปลอดภัย หมอบอกว่างูไม่มีพิษร้ายแรง นาวาจึงพาข้าวหอมกลับกรุงเทพฯทันที โดยไม่สนใจเตชิตจะว่ายังไง มิหนำซ้ำนาวายังไม่พาข้าวหอมไปส่งที่บ้านเตชิตด้วย เขาตัดสินใจพาเธอมาพักที่บ้านของเขา และไม่ฟังเสียงท้วงติงของพ่อภูผาที่กลัวว่าใครรู้เข้าจะครหาเอาได้

เมื่อเตชิตกลับถึงบ้านของตนแล้วไม่เจอข้าวหอม เตชิตโทร.มาที่บ้านนาวา พอรู้จากลุงภูผาว่าข้าวหอมอยู่ที่นั่นจริงๆ เตชิตเลยออกจากบ้านทันทีทันใด ส่วนรตีที่ถูกเตชิตทอดทิ้งไม่ไยดี เธอหงุดหงิดเหลือหลาย ถึงกับขว้างปาข้าวของในห้องระบายอารมณ์ รัญญาตกอกตกใจวิ่งเข้ามาดู รตีเลยต้องบีบน้ำตาเล่นละครกลบเกลื่อนความก้าวร้าวรุนแรงของตัวเอง

"ร้องไห้ทำไมลูก ใครทำอะไรหนูเหรอ"

"รตีเสียใจค่ะแม่ ทำไมชีวิตรตีถึงต้องโชคร้ายอย่างนี้ ตลอดเลย"

"หนูพูดอะไรอย่างนั้น ไหนบอกแม่ซิว่าเป็นอะไร"

"ถ้ารตีบอกแม่แล้วแม่จะเชื่อรตีเหรอคะ"

"หนูก็บอกมาก่อนสิลูกว่าหนูเป็นอะไร ถ้าหนูไม่บอก แล้วแม่จะตอบได้ยังไงล่ะจ๊ะ"

"คืออย่างนี้ค่ะ" รตีปั้นหน้าเศร้าเตรียมเล่าความเท็จ...

ขณะเดียวกันนั้น เตชิตกับนาวากำลังทุ่มเถียงกันหน้าดำหน้าแดงด้วยเรื่องข้าวหอม เตชิตอ้างความเป็นคู่หมั้นต้องการรับข้าวหอมกลับไป แต่นาวาไม่ยอม เพราะรู้ความจริงเรื่องหมั้นของทั้งคู่หมดแล้ว นาวาจึงจะไม่ปล่อยให้ข้าวหอมกลับไปอยู่กับคนไม่มีหัวใจอย่างเตชิต ที่เห็นข้าวหอมเป็นเพียงสิ่งของ

เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอม ที่สุดก็ลงเอยด้วยการวางมวย จนภูผาต้องเข้ามาห้าม ส่วนข้าวหอมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุ จึงขอโทษภูผาและยอมกลับไปพร้อมเตชิต

ฝ่ายรัญญา หลังฟังรตีบีบน้ำตาโกหกหน้าตาย รัญญาเชื่อสนิทปลุกปลอบลูกด้วยความสงสาร

"หนูอย่าคิดมากเลยนะลูก เรื่องของความรักมันบังคับกันไม่ได้หรอก เหมือนกับแม่เองที่เคยคิดจะห้ามใจตัวเองไม่ให้รักพ่อมงคลของหนู เพราะรู้ว่าเราต่างกันเกินไป แต่แม่ก็ห้ามใจไม่ได้ สุดท้ายถึงได้มีหนูยังไงล่ะจ๊ะ"

"แม่กำลังจะบอกว่าคุณเตชิตเขารักข้าวหอม ยังไงเขาก็ไม่มีทางรักรตีเหรอคะ"

"เปล่าหรอกลูก แม่แค่อยากให้ลูกทำใจยอมรับความจริงให้ได้ต่างหาก รตีของแม่ทั้งสวย ทั้งน่ารัก แม่เชื่อว่ามีผู้ชายอีกหลายคนที่เขาจะต้องรักหนู เพราะฉะนั้นหนูอย่าไปคาดหวังกับคนที่เค้ายกหัวใจให้คนอื่นไปแล้วเลยนะลูก"

รตีไม่พอใจผละออกจากอ้อมกอดรัญญาทันที "แต่รตี กับคุณเตชิตเคยรักกันมาก่อนนะคะแม่ ถ้าไม่ใช่เพราะข้าวหอมมาแย่งคุณเตชิตไป ป่านนี้รตีคงได้เป็นคู่หมั้นคุณเตชิตไปแล้ว"

"อะไรนะ หนูว่าข้าวหอมเป็นคนแย่งเตชิตไปจากหนูเหรอ"

"ใช่ค่ะ รตีไม่อยากจะพูดเรื่องนี้หรอกนะคะ เพราะรตีเจ็บปวดกับมันมามากพอแล้ว แม่คงไม่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของข้าวหอมร้ายกาจยังไง แต่เพราะรตีเห็นข้าวหอมเป็นเพื่อนคนเดียวที่เหลืออยู่ รตีถึงได้อภัยให้ แต่บางทีมันก็อดเสียใจไม่ได้นะคะแม่ เพื่อนที่บอกว่ารักเรามากที่สุด กลับแย่งผู้ชายที่เรารักไป ถ้าแม่เป็นรตี แม่จะทำยังไงคะ"

รัญญาเงียบกริบ พูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อเลยว่าข้าวหอมจะเป็นคนแบบนั้น พอไปเล่าให้ยุวรินทร์ฟัง ยุวรินทร์ก็ค้าน หัวชนฝา ไม่เชื่อเหมือนกันว่าข้าวหอมที่ดูนุ่มนิ่มเรียบร้อยจะเป็นคนร้ายกาจได้ขนาดนั้นเตชิตพาข้าวหอมกลับถึงบ้าน จะช่วยพยุงเพราะขาที่ ถูกงูกัดยังอักเสบอยู่ แต่ข้าวหอมไม่ยอมให้เขาแตะต้องตัว

"ฉันเดินเองได้ คุณลืมแล้วเหรอคะว่าฉันเป็นแค่สิ่งของของคุณ ในเมื่อฉันไม่มีชีวิตในสายตาคุณอยู่แล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องสนใจฉันหรอกค่ะคุณเตชิต"

"ทำไม ต้องนาวาเท่านั้นใช่มั้ยถึงจะสนใจเธอได้"

"สำหรับฉัน ใครก็ตามที่เป็นห่วงและหวังดีกับฉัน ฉันก็พอใจทั้งนั้นแหละค่ะ ยกเว้นความปรารถนาดีจอมปลอมของคุณคนเดียว ที่ฉันรับไว้ไม่ลงจริงๆ ขอตัวนะคะ"

"ตามใจ คิดว่าฉันจะง้อเธอรึไง" เตชิตถอยออกมาด้วยสีหน้าเจ็บใจปนน้อยใจ ข้าวหอมเองก็ยืนน้ำตาซึมด้วยอาการน้อยใจสุดๆ ไม่ต่างกัน

เช้าขึ้นเตชิตไม่เห็นข้าวหอมลงมากินอาหาร ให้แหม่มขึ้นไปตามถึงรู้ว่าข้าวหอมนอนซมตัวร้อนจี๋เป็นไข้ เตชิตจึงสั่งแหม่มให้ดูแล เพราะวันนี้เขามีประชุม แต่ระหว่างเดินทางเตชิตเกิดเปลี่ยนใจย้อนกลับมาดูแลข้าวหอมเอง ครั้นถึงเวลาประชุมแล้วไม่เห็นเตชิต โตมรหงุดหงิดใหญ่ โทร.มาจิกเตชิตให้มาเดี๋ยวนี้

เตชิตกลับออกไปได้สักพัก นาวาก็แวะมาหาข้าวหอม พอรู้จากคนรับใช้ว่าข้าวหอมไม่สบาย นาวาตกใจรีบขึ้นไปดูแลข้าวหอมให้กินข้าวกินยาแล้วให้นอนพัก ส่วนเขากลับลงมานั่งเล่นอยู่ข้างล่าง

ขณะที่รตีเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย มังกรโทร.เข้ามือถือของเธอ ซึ่งรัญญายืนส่งรตีอยู่ด้วย รัญญาแปลกใจที่รตีไม่รับโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้ซักอะไรนัก ด้วยกลัวลูกจะไปเรียนสาย พอรตีขึ้นรถ มังกรโทร.เข้ามาอีก รตีจำใจรับด้วยความหงุดหงิดรำคาญ แล้วตัดสินใจบอกคนรถให้มุ่งหน้าไปอีกทางที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัย

รตีฝืนใจมาพบมังกรที่ห้องเช่า มังกรเงินเริ่มขาดมือจึงไถเอาจากรตี แต่รตีมีติดตัวมาไม่มาก

"เอ้า ทั้งเนื้อทั้งตัวรตีมีแค่นี้แหละ ถ้าอยากได้อีกก็ต้องรอคราวหน้า"

"งั้นคราวหน้ารตีก็ถือเงินติดตัวมาเยอะๆหน่อยสิ พี่จะได้ไม่ต้องโทร.ไปกวนบ่อยๆไง"

"จริงๆ รตีว่าพี่มังกรน่าจะหางานทำนะ จะมารอจาก รตีคนเดียวอย่างนี้ไม่ไหวหรอก รตีไม่อยากออกมาบ่อยๆ เดี๋ยวใครรู้เข้าจะมองไม่ดี"

มังกรชักสีหน้าไม่พอใจ คว้าข้อมือรตีทันที "อะไรนะ จะให้พี่ไปทำงานเหรอ แล้วไอ้ที่ผ่านมาพี่ไม่ได้ทำงานให้รตี รึไง ลืมไปแล้วเหรอว่าเธอมีวันนี้ได้เพราะใคร"

"รู้แล้วน่า รตีไม่ลืมหรอก รตีก็แค่ไม่อยากให้แม่กับน้าฝนรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน"

"นั่นสิ พี่เองก็ห่างกับรตีจนเกือบจะลืมไปแล้วว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน งั้นเรามารื้อฟื้นกันหน่อยดีมั้ย"

มังกรดึงรตีมากอดแน่น จะซุกไซ้ซอกคอ รตีไม่ยอม ผลักมังกรออกด้วยความรำคาญ

"ทำไม นี่รตีรังเกียจพี่รึไง ตั้งแต่ไปเป็นลูกสาวเศรษฐี รู้สึกเธอจะเปลี่ยนไปเยอะนะ"

"ใช่ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ไหนๆพูดแล้วก็พูดให้หมดไปเลยแล้วกัน รตีว่าเราถอยมาเป็นเพื่อนกันดีกว่า รตีไม่รักพี่มังกรเหมือนเดิมแล้ว"

"พูดอะไรนะ  ไม่รักพี่เหรอ  แล้วเธอรักใคร  ไหนบอกมาซิ"

"รตีไม่รักใครทั้งนั้น แต่รตีไม่อยากกลับไปมีชีวิตแบบเดิม รตีอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ซักที พี่มังกรเข้าใจมั้ย"

"ไม่ ฉันไม่เข้าใจ คิดว่าได้ดีมีสุขแล้วจะทิ้งฉันงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ ยังไงแกก็ต้องเป็นเมียฉันคนเดียวเท่านั้น" มังกรกระชากรตีเหวี่ยงไปบนเตียง   แล้วโถมตัวเข้าหากอดปล้ำ   รตี ดิ้นสู้ขัดขืนสุดฤทธิ์ก่อนจะคว้าขวดฟาดหัวมังกรเต็มแรง แล้วรีบวิ่งออกไปขึ้นรถหนีรอดไปได้ พร้อมกันนี้รตีก็กำชับคนขับรถห้ามบอกเรื่องนี้กับแม่ของเธอ

วันเดียวกัน ภูผากลุ้มใจเรื่องนาวาหลงรักข้าวหอม แล้วเกิดมีเรื่องชกต่อยกับเตชิตซึ่งเป็นคู่หมั้น ภูผาจึงตัดสินใจแวะมาหารัญญาถึงบ้าน

"พอดีผมกลุ้มใจเรื่องนาวาน่ะ ไม่รู้จะปรึกษาใครเลยต้องมาหาคุณ"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเต็มใจให้คำปรึกษาคุณอยู่แล้ว ว่าแต่นาวาเป็นอะไรเหรอคะ"

"เฮ้อ พอเดินได้หน่อย อกก็ดันมาหักแทนซะอีก ลูกชายผมมันดันไปหลงรักคู่หมั้นนายเตชิตเข้า นี่ผมเองไม่รู้จะพูดกับมันยังไงดี ให้มันตัดใจจากหนูข้าวหอมซักที"

"หนูข้าวหอม...นี่นาวาก็หลงรักข้าวหอมด้วยเหรอคะ"

"ใช่ เจ้านาวารักข้าวหอมตั้งแต่เจอกันที่บ้านทอฟ้า จนมาเจออีกครั้งข้าวหอมก็ดันเป็นคู่หมั้นนายเตชิตไปแล้ว ไอ้ลูกชายผมมันก็ดันทำใจไม่ได้ เลยไปคอยเทียวไล้เทียวขื่อคู่หมั้นนายเตอยู่นั่นแหละ"

"คุณนี่ตลกดีนะคะภูผา ห่วงลูกชายแม้แต่เรื่องหัวใจก็ยังไม่เว้น"

"เอ้า   ก็ผมมีลูกอยู่คนเดียวนี่   พูดยังกับคุณจะไม่ห่วงหนูรตี"

"ห่วงสิคะ ความจริงรตีเองก็กำลังเสียใจเรื่องเตชิตอยู่ เหมือนกัน ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าลูกหลงรักเตชิตมาตั้งแต่อยู่ที่บ้านทอฟ้า"

"งั้นเหรอ เออ แปลกดีนะที่ลูกของเราสองคนมาอกหักพร้อมกันอย่างนี้"

"รักของวัยรุ่นก็อย่างนี้แหละค่ะ อีกเดี๋ยวอะไรๆก็คงดีขึ้นเอง"

"แต่จะว่าไป นึกแล้วก็เสียดายหนูข้าวหอมนะ เด็กคนนี้เป็นเด็กดี เขาเป็นคนทำให้นาวามีกำลังใจต่อสู้กับความพิการจนกลับมาเดินได้ ถ้าข้าวหอมไม่เป็นคู่หมั้นนายเตชิตซะก่อน ผมก็อยากได้เขามาเป็นสะใภ้เหมือนกัน"

"อย่าว่าแต่คุณเลยค่ะ ฉันเองยังถูกชะตากับข้าวหอมเลย นี่ก็กำลังคิดว่าอยากจะชวนหนูข้าวหอมมาที่บ้านอีก จะบอกรตีก็กลัวลูกจะมองว่าเห็นคนอื่นสำคัญกว่า แต่ถ้าคุณได้เจอข้าวหอม อย่าลืมบอกแกให้ฉันด้วยนะคะ"

"ได้สิ แล้วผมจะบอกนาวาให้ชวนข้าวหอมมาเยี่ยมคุณบ้างแล้วกัน"

รัญญาแย้มยิ้มมีความสุข คาดหวังว่าจะได้เจอข้าวหอม เด็กสาวที่เธอรู้สึกถูกชะตาด้วยมากๆ

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.