ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงารักลวงใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากดำเนินการเรื่องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว เช้าวันเปิดเทอม เตชิตตั้งใจไปส่งข้าวหอมที่มหาวิทยาลัย พร้อมกันนี้ก็เตรียมซื้อนาฬิกาข้อมือไว้เป็นของขวัญด้วย แต่แล้วนาวาก็มาทำให้เตชิตอารมณ์ขุ่นมัว

นาวาเดินได้เป็นปกติแล้ว เขาตั้งใจมาหาข้าวหอมด้วยความคิดถึง พอรู้ว่าข้าวหอมกำลังจะไปเรียน นาวาจึงอาสาไปส่งให้ที่มหาวิทยาลัย แต่เตชิตไม่ยอม เอาความเป็นคู่หมั้นมาอ้าง ทำให้คนกลางอย่างข้าวหอมอึดอัดลำบากใจ
"เอาอย่างนี้ดีไหมคะ ฉันว่าฉันไปเองดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องรบกวนคุณทั้งสองคน"

"ไม่ได้!" สองหนุ่มประสานเสียง แล้วชะงักกันไปนิด ก่อนที่นาวาจะอธิบายเหตุผลต่อ

"เธอไม่ได้อยู่กรุงเทพฯมาก่อน จะไปเองได้ยังไง...นายเต ฉันว่าให้ข้าวหอมเป็นคนเลือกดีกว่าว่าอยากไปกับใคร"

สุดท้ายข้าวหอมตัดสินใจเลือกนาวา เตชิตเลยอารมณ์ เสียสุดๆ ขึ้นรถแล้วโยนกล่องนาฬิกาเก็บอย่างไม่ไยดี แล้วออกรถพรืดไปอย่างรวดเร็ว

รัญญากับยุวรินทร์มาส่งรตีที่มหาวิทยาลัย พอรตีผละจากทั้งสองคนเข้าไปในตึกแล้ว รัญญาหันมาเห็นนาวากับข้าวหอมเดินอยู่ไม่ไกล เธอร้องทักทั้งคู่ด้วยความดีใจ นาวาอดแปลกใจไม่ได้ว่าน้ารัญรู้จักข้าวหอมด้วยหรือ?

"ใช่จ้ะ เราเพิ่งเจอกันไม่นานนี่เอง...แล้วคู่หมั้นหนูล่ะจ๊ะ ไม่มาด้วยเหรอ"

"เปล่าค่ะ คุณนาวาอาสามาส่งหนูแทนค่ะ"

"ดีจริง ไม่คิดเลยว่าโลกจะกลมขนาดนี้ ลูกสาวน้าก็เรียนอยู่ที่นี่เหมือนกันจ้ะ"

"ผมไม่ยักรู้ว่าน้ารัญมีลูกสาวด้วย"

"เอาไว้น้าจะแนะนำให้นาวารู้จักทีหลังนะ ตายจริงมัวแต่ชวนคุย เดี๋ยวหนูต้องรีบไปเรียนแล้วใช่ไหมจ๊ะ"

"ค่ะ"

"งั้นน้าขออวยพรให้หนูโชคดีกับวันเปิดเทอมวันแรกนะจ๊ะ"

"ขอบคุณค่ะ" ข้าวหอมยกมือไหว้รัญญา ยุวรินทร์แอบเหลือบมองรัญญากับข้าวหอม สีหน้ายิ้มๆ เอ็นดูข้าวหอมไปด้วย

ooooooo

เตชิตไปถึงบริษัทได้ไม่ทันไร พ่อโตมรก็พรวด พราด มาเอาเรื่อง หลังรู้ว่าเตชิตเจ้ากี้เจ้าการเรื่องซ่อม แซมบ้านทอฟ้า

"มันธุระอะไรที่แกจะต้องออกหน้าไปจัดการซ่อมบ้านทอฟ้าด้วย อย่างนี้เท่ากับว่าแกจงใจลองดีกับฉันใช่ไหม"

"เปล่า ผมก็แค่เห็นแก่มนุษยธรรม ในเมื่อลุงภูผาล้มโปรเจกต์บ้านทอฟ้าไปแล้ว พ่อจะดึงดันต่อไปมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาอยู่แล้ว"

"แกไม่ต้องมาปากดีหรอก ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแกน่ะหลงผู้หญิงจนหน้ามืดตามัว นี่คู่หมั้นคงขอร้องให้แกทำแบบนี้ล่ะสิ"

"ผมว่าถึงผมพูดอะไรไปตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์ ในเมื่อพ่อเองก็ไม่ชอบข้าวหอมอยู่แล้ว"

"ใครบอกว่าฉันไม่ชอบ แต่ฉันเกลียดมันต่างหาก แกจำคำพูดฉันไว้เลยนะ ผู้หญิงคนนี้จะทำให้ชีวิตแกย่อยยับ แล้วแกจะต้องเสียใจ" โตมรกระแทกเสียงใส่ แล้วหันขวับกลับออกไปทันที เตชิตยังขุ่นมัวนาวากับข้าวหอมไม่หาย เลยยิ่งเซ็งเข้าไปใหญ่...

ที่มหาวิทยาลัย รตีเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเป็นข้าวหอม พอเข้าไปทักรู้ว่าตัวเองตาฝาด รตีถึงกับผ่อนลมหายใจโล่งอก ขณะเดียวกัน ข้าวหอมตัวจริงกำลังลำบากใจกับลูกตื๊อของนาวา ที่ชวนเธอออกไปกินข้าวนอกมหาวิทยาลัย

"ถ้าเป็นห่วงเรื่องนายเต งั้นเดี๋ยวฉันจะบอกให้เอง ไปนะข้าวหอม เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้วนะ"

"งั้นก็ได้ค่ะ"

อีกมุมหนึ่ง เตชิตก็มารอข้าวหอมเหมือนกัน โดยไม่รู้ ว่าข้าวหอมขึ้นรถนาวาแล่นออกไปแล้ว รอนานเข้าเตชิตเที่ยวเดินตามหา ถามคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย แต่ก็ไม่วี่แวว...

ไปถึงร้านอาหาร นาวาเอาใจข้าวหอม สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ

"กินเยอะๆนะข้าวหอม ฉันว่าเธอผอมลงไปเยอะเลยนะ"

"ไม่หรอกมั้งคะ ฉันว่าก็เหมือนเดิมนี่"

"ใครบอก ฉันจำเธอตอนอยู่บ้านทอฟ้าได้แม่นเลย เมื่อก่อนเธอดูสดใสกว่านี้เยอะ"

ข้าวหอมได้ยินชื่อบ้านทอฟ้าก็หน้าม่อยลงทันที

"ก็ตอนนั้นฉันมีความสุขดีนี่คะ ไม่เหมือนตอนนี้"

"ไม่เอาแล้ว เราเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า เราอย่าไปพูดถึงอดีตเลยนะข้าวหอม ฉันอยากให้เธอมองไปข้างหน้า ฉันเชื่อว่าไม่มีใครที่จะโชคร้ายไปตลอดหรอก สักวันจะต้องเป็นวันของเธอ ฉันจะเป็นกำลังใจให้เธอนะ"

"ค่ะ ขอบคุณนะคะ"

สองคนสบตากันด้วยความรู้สึกดีๆ แต่คนที่กำลังรู้สึกไม่ดีก็คือเตชิต เขาหงุดหงิดงุ่นง่านจนนั่งไม่ติด กลับไปรอข้าวหอมอยู่ที่บ้าน จนมืดค่ำเห็นนาวาขับรถมาส่งข้าวหอม เตชิตยิ่งโมโหหึง คาดคั้นข้าวหอมว่าไปไหนมา

"คือฉัน..."

"ไงล่ะ หาคำแก้ตัวไม่ได้ล่ะสิ ลืมไปแล้วรึไงว่าเธอมีคู่หมั้นแล้ว ทำไมยังมีหน้าออกไปเที่ยวกลางค่ำกลางคืนกับผู้ชายอื่นอีก รู้รึเปล่าว่าทำตัวอย่างนี้คนอื่นเขาจะมองยังไง"

ข้าวหอมก้มหน้างุด เถียงไม่ออก

"นายอย่าโทษข้าวหอมเลย เป็นความผิดของฉัน เพราะฉันบอกข้าวหอมว่าฉันจะคุยกับนาย ข้าวหอมถึงได้ยอมไปกับฉัน"

"อ้อ นี่แสดงว่า นอกจากผู้หญิงจะใจง่าย ผู้ชายก็ยังชอบทำตัวเป็นแมวที่ชอบขโมยปลาย่างคนอื่นอีก"

"แล้วมันจะผิดตรงไหน ในเมื่อนายเองก็ไม่ได้สนใจไยดีอะไรข้าวหอมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

"นายอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าที่นายให้ข้าวหอมหมั้นกับนาย มันเป็นเพราะนายอยากเอาชนะฉัน ฉันพูดถูกมั้ย"

"นายรู้ได้ยังไง"

"เพราะฉันโตมากับนาย ไส้กี่ขดๆของนายฉันเห็นหมดแล้ว แต่ฉันจะบอกอะไรให้นะว่านายกำลังคิดผิด ในเมื่อข้าวหอมเค้าไม่ได้ทำผิดอะไร นายก็ไม่น่าดึงข้าวหอมมาเกี่ยว"

"ทำไมจะไม่ผิด นายเองต่างหากที่หลงเด็กคนนี้จนไม่รู้ ว่าเนื้อแท้ของความไร้เดียงสาที่นายเห็น ความจริงเป็นยังไง"

"ถ้านายคิดอย่างนั้น ฉันก็คงไม่ผิดอะไรที่จะคอยดูแลรับส่งข้าวหอม เพราะข้าวหอมต้องการคนดูแล ไม่ใช่คนที่อ้างสิทธิ์ความเป็นคู่หมั้นแต่กลับทิ้งขว้างเขาอย่างนาย"

เตชิตกับนาวาจ้องหน้าเอาเรื่อง ข้าวหอมเห็นท่าไม่ดี กลัวจะบานปลายกลายเป็นวางมวย จึงตัดบททันที

"พอเถอะค่ะ เอาเป็นว่าเรื่องวันนี้เป็นความผิดของฉันเอง ต่อไปฉันจะดูแลตัวเอง ไม่ให้ใครต้องมาลำบากเพราะฉันอีกแล้ว คุณนาวาคะ ฉันขอตัวนะคะ"

ข้าวหอมเดินเข้าบ้าน เตชิตรีบก้าวตาม ทิ้งนาวายืนกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจ ข้าวหอมเดินมาถึงหน้าห้องนอนกำลังจะเปิดประตูเข้าไป เตชิตตามมาคว้าแขนเธอไว้ ด้วยท่าทีฉุนเฉียว

"เดี๋ยว...ฉันขอออกคำสั่งห้ามเธอไปไหนกับไอ้นาวาอีก"

"ไม่ค่ะ เรื่องอื่นฉันยอมคุณได้หมด แต่ถ้าคุณจะให้ฉันขาดการติดต่อกับเพื่อนคนเดียวของฉัน ยังไงฉันก็ไม่มีทางยอม"

"ทำไม รักมันมากนักรึไง"

"ฉันจะรักหรือไม่รักคุณนาวามันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ ในเมื่อคุณก็รู้ดีว่าที่ฉันยอมหมั้นกับคุณแล้วมาอยู่ที่นี่เป็นเพราะอะไร เพราะฉะนั้นอย่าบีบกันมากเกินไป เพราะถ้าฉันทนไม่ไหว ฉันก็จะไม่ทนเหมือนกัน...มีธุระอะไรอีกมั้ย"

เจอไม้นี้เข้าไป เตชิตถึงกับนิ่งอึ้งพูดไม่ออก

"ถ้าไม่มีงั้นฉันขอตัวนะคะ" ข้าวหอมรวบรัดแล้วผลุบเข้าห้องปิดประตูล็อกกลอนทันที เตชิตทำอะไรไม่ได้ นอกจากฮึดฮัดโมโหเดินกลับไปห้องตัวเอง

ooooooo

ที่บ้านหลังใหญ่ของรัญญา รตีกำลังถูกคุณแม่ รัญญากับคุณน้ายุวรินทร์ซักถามเรื่องการเรียนในวันแรก รตีตอบตามตรงว่าไม่ชอบ ยุวรินทร์เลยตั้งท่าเป็นคุณน้าแสนดีสอนหลานสาว

"มหาวิทยาลัยนะจ๊ะ ไม่ใช่ดิสนีย์แลนด์จะได้มีแต่ ความบันเทิงอย่างเดียว เราเป็นเด็กมีหน้าที่เรียนก็ต้องตั้งใจเรียน"

"รตีว่าพูดยังไงน้าฝนก็คงไม่เข้าใจหรอกค่ะ อายุเท่าน้าฝนคงเลิกเรียนไปหลายสิบปีแล้ว ก็เลยไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัยสมัยนี้เขาเรียนกันยังไง"

ยุวรินทร์ถึงสะอึก รัญญาหน้าเจื่อนไปเหมือนกัน รีบตัดบททันที

"เอาเป็นว่า ไม่ว่าหนูจะอยากเรียนหรือไม่อยาก ยังไงหนูก็ต้องเรียนให้จบ อย่างน้อยๆได้ปริญญาตรีซักใบก็ยังดี ทำเพื่อแม่ได้ไหมจ๊ะรตี"

"ก็ได้ค่ะ" รตีฝืนใจตอบรับ...รัญญาดึงรตีมากอดอย่างแสนรัก

"เออ รตีจ๊ะ แม่กำลังมีแพลนว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับหนู ประกาศให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้แม่ได้ลูกกลับคืนมาแล้ว หนูคิดว่ายังไงจ๊ะ"

"จริงเหรอคะแม่ ดีสิคะ รตีจะได้แต่งตัวสวยๆอวดใครๆให้หมดเลย ว่ารตีได้เป็นลูกสาวเศรษฐินีหมื่นล้านอย่างคุณแม่ ไม่ได้แล้ว รตีต้องรีบไปดูชุดซะแล้ว เผื่อไม่ถูกใจจะได้ไปซื้อใหม่"

รตีกระดี๊กระด๊าตื่นเต้นเดินขึ้นห้องไปเลือกชุดที่สวยสุดหรูสุดไว้สำหรับงานเปิดตัว ระหว่างนี้เองมังกรโทร.มาหารตี นัดให้ออกมาพบเขาที่ร้านสนุ้กเกอร์แห่งหนึ่ง รตีรับปากเลี่ยงไม่ได้

มังกรใช้ชีวิตสะดวกสบาย เพราะเงินที่ได้จากการขายรถยังเหลืออีกพอสมควร เมื่อเจอหน้ากัน มังกรแสดงความรักต่อรตีด้วยการกอดหอม แต่รตีดูจะขัดๆขืนๆ ไม่ยอมเหมือนแต่ก่อน

"ไงจ๊ะ ลูกสาวมหาเศรษฐี ถ้าพี่ไม่โทร.ไปหา รตีก็คงปล่อยให้พี่คิดถึง ไม่คิดจะออกมาเจอกันมั่งเลยใช่ไหม"

"ตอนนี้รตีไม่ใช่รตีคนเดิมแล้ว พี่มังกรก็น่าจะรู้ ขืนรตีทำตัวแบบเดิม คุณแม่มหาเศรษฐีนั่นคงได้เฉดหัวรตีออกจากบ้านซักวัน"

"ไม่มีทางหรอก...ดูก็รู้แล้วว่ายัยคุณนายนั่นหลงรตีขนาดไหน"

ยิ่งเขากำลังหลง รตียิ่งทำตัวเละเทะไม่ได้ เข้าใจไหมพี่มังกร ยิ่งตอนนี้เขาจะจัดงานเลี้ยงเปิดตัวรตีในฐานะลูกสาวด้วย"

"จะดีเหรอรตี พี่ว่ารตีน่าจะเก็บตัวอยู่เงียบๆมากกว่า เพราะถ้าเกิดมีใครเอาเรื่องรตีมาแฉ เราจะซวยกันหมดนะ"

"ใครมันจะมาแฉรตีได้ ในเมื่อคนที่รู้ว่ารตีไม่ใช่

ลูกสาวคุณนายนั่นมีคนเพียงสามคนเท่านั้นที่รู้...หนึ่งในนั้นก็ตายไปแล้ว ส่วนนังข้าวหอมที่เป็นลูกสาวตัวจริงก็ตายไปด้วยเหมือนกัน แล้วถ้าพี่มังกรไม่หักหลังรตี เรื่องนี้มันก็จะเป็นความลับตลอดไป"

"แล้วเรื่องอะไรพี่จะต้องหักหลังรตีด้วยล่ะ พี่ไม่โง่ อย่างนั้นหรอก"

"ก็ใช่น่ะสิ เพราะถ้าขืนพี่แฉรตี เราสองคนก็จะต้องกลับไปจนต๊อกต๋อยเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นรตีคงไม่ขัดคุณนายรัญญาหรอก ถ้าเขาจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับรตี...ดีซะอีก รตีจะได้กลายเป็นไฮโซคนดัง งานนี้รตีเกิดแน่" รตียิ้มย่ามใจ...

ooooooo

หลังกำหนดวันงานเปิดตัวลูกสาวไปแล้ว เช้าวันนี้รัญญานั่งคิดและจดรายชื่อแขกที่จะเชิญมางาน หนึ่งในนี้รัญญาไม่ลืมนึกถึงข้าวหอมด้วย...

เมื่อเตชิตนำบัตรเชิญจากรัญญามาส่งถึงมือข้าวหอม และบอกว่าคุณน้ารัญญาย้ำมาว่าให้ข้าวหอมไปร่วมงานให้ได้ ข้าวหอมแปลกใจที่เธอกลายเป็นคนสำคัญของรัญญา

"เรื่องน่ายินดีอย่างนี้ ฉันก็อยากไปแสดงความยินดีกับเธอเหมือนกันค่ะ แต่ว่าเรื่องงานเลี้ยงนี่สิคะ ฉันไม่ถนัดเลย"

"แค่ไปร่วมงาน ต้องใช้ความถนัดอะไรนักหนา"

"แต่..."

"เธอต้องไปกับฉัน นี่เป็นคำสั่ง แล้วเธอก็ต้องใส่ชุดนี้ จะได้ดูดีเมื่อต้องออกงานในฐานะคู่หมั้นของฉัน"

ข้าวหอมหน้าม่อย เถียงไม่ออก ได้แต่มองชุดที่เตชิตยื่นมาให้ตรงหน้า...

ครั้นถึงคืนวันงานของรัญญาซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมหรูใจกลางเมือง รตีตื่นเต้นสุดๆ ใส่ชุดสวยเสร็จก็ประโคมสร้อยเพชรแพงระยับ แล้วหมุนตัวเฉิดฉายให้รัญญากับยุวรินทร์ดู

"รตีสวยไหมคะคุณแม่"

"ลูกแม่สวยมากจ้ะ มานั่งกับแม่ตรงนี้สิจ๊ะ" รตีเดินเข้ามานั่งท่าทางออเซาะ แต่พอเห็นรัญญาหยิบสร้อยที่ตนเองฉกมาจากข้าวหอมก็ชะงักเล็กน้อย "สร้อยเส้นนี้เป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าหนูเป็นลูกแม่...แม่ดีใจที่รตีเก็บมันไว้ ไม่งั้นเราสองคนแม่ลูกคงไม่มีโอกาสได้มาพบเจอกันแบบนี้"

"สร้อยเส้นนี้เป็นตัวแทนของคุณแม่ที่รตีไม่เคยพบ รตีมักจะหยิบมันมาดูแล้วก็จินตนาการถึงคุณแม่เสมอค่ะ" รตีพูดเอาใจ

"งั้นงานคืนนี้ รติใส่สร้อยเส้นนี้นะจ๊ะ"

รตีสีหน้าเปลี่ยนทันที อุตส่าห์สวมสร้อยเพชรหรูหราราคาแพง กลับต้องมาเปลี่ยนเป็นสร้อยกระจอกที่ไม่มีความหมายใดสำหรับเธอ

"ไม่เหมาะมั้งคะคุณแม่ งานนี้ออกจะใหญ่โตไม่ใช่เหรอคะ คุณแม่อุตส่าห์จองโรงแรมหรูไว้แล้ว จะให้รตีใส่สร้อยที่ไม่มีราคาค่างวดอย่างนั้นออกงานได้ยังไงล่ะคะ อีกอย่างรตีก็ใส่สร้อยเพชรเส้นนี้แล้วด้วย"

"ใส่ได้ก็ถอดได้นี่จ๊ะหนูรตี ไม่ได้ยากเย็นอะไรซักหน่อย สร้อยเส้นนั้นมีความหมายกับแม่ของหนูมาก หนูใส่ให้แม่เขาชื่นใจหน่อยไม่ได้เหรอ"

"ไม่เป็นไรหรอกฝน ฉันไม่อยากบังคับลูก รตีก็ใส่เครื่องประดับมาเข้าชุดอยู่แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้จ้ะ"

"ถ้าคุณแม่อยากให้รตีใส่ รตีก็จะใส่ค่ะ สร้อยเส้นนี้ ไม่ได้มีความหมายกับคุณแม่คนเดียวนะคะ แต่มีความหมายกับรตีด้วยเหมือนกัน"

"งั้นแม่ใส่ให้นะจ๊ะ"

รตีพยักหน้ายิ้มแย้มก่อนขยับหันหลังให้รัญญาปลดสร้อยเพชรออกจากคอ แล้วสวมสร้อยแทนใจเส้นนั้นให้แทน

"เอาล่ะจ้ะสองแม่ลูก ไปชื่นชมกันต่อในงานดีกว่า รีบไปเถอะ เดี๋ยวจะไปถึงช้ากว่าแขก"

รัญญาหันมายิ้มกับยุวรินทร์อย่างสุขใจ โดยไม่รู้ว่ารตีแอบก้มมองสร้อยอย่างเซ็งสุดขีด

ooooooo

นาวาแต่งหล่อเตรียมไปงาน แต่จะแวะไปรับข้าวหอมที่บ้านอาโตมรก่อน...ส่วนเตชิตก็หล่อไม่น้อยไปกว่ากัน เขาพาข้าวหอมในชุดสวยราวกับนางฟ้าออกจากบ้าน คลาดกับนาวาที่ขับรถมาถึงเพียงนิดเดียว

ภายในห้องจัดงาน รัญญาพารตีแนะนำตัวกับแขกเหรื่อผู้ใหญ่ด้วยความภูมิใจ...จนมาถึงภูผา รัญญาบอกรตีว่าเขาเป็นเจ้าของบ้านทอฟ้า

"อ๋อ คุณพ่อคุณนาวาใช่ไหมคะ"

ภูผายิ้มรับ ก่อนจะตอบรัญญาที่ถามถึงนาวาว่า

"เขาบอกว่าจะไปรับเพื่อนก่อน แล้วเดี๋ยวจะตามมาน่ะ"

"รับเพื่อน? พูดผิดหรือเปล่าคะ คุณนาวาเดินไม่ได้จะไปรับเพื่อนได้ยังไง ไม่ใช่เพื่อนต้องมารับคุณนาวาเหรอคะ"

รัญญายิ้มฝืด ที่รตีมารยาทไม่งามนัก

"หนูคงยังไม่รู้ ตอนนี้นาวาเขาเดินได้เหมือนปกติแล้วล่ะ"

"นาวากลับมาเดินได้อีกครั้ง เท่ากับว่าคุณได้ลูกชายคนเดิมกลับคืนมา ส่วนฉันก็ได้ลูกสาวที่จากกันไปกลับคืนมาเหมือนกัน เราสองคนช่างโชคดีจังนะคะ"

รัญญามองลูกสาวอย่างเอ็นดู รตีปั้นสีหน้าแช่มชื่น

"อ้าว เตชิตมาโน่นแล้ว"

รตีหันขวับไปทางที่ภูผาชี้มือ เห็นเตชิตเดินเข้ามาก็ยิ้มตื่นเต้น แต่พอเห็นหญิงสาวอีกคนที่เดินตามหลัง รตีตกใจแทบไม่เชื่อสายตา

"ข้าวหอม!!" รตีพึมพำแล้วรีบหันหลังให้ทันที

เตชิตพาข้าวหอมเข้ามาทักทายรัญญากับภูผา พอข้าวหอมเห็นรตีที่หนีไปไหนไม่รอดก็ตกใจมากเช่นกัน

"รตี..."

"อ้าว หนูข้าวหอมรู้จักกับลูกสาวน้าด้วยเหรอจ๊ะ"

ข้าวหอมมองรตีอย่างคาดไม่ถึง ระคนดีใจกับเพื่อนที่กลายเป็นลูกสาวเศรษฐี ขณะที่รตีทำหน้าไม่ถูกนัก มือหนึ่งกุมจี้ที่คอไว้มิดชิด

"รตีไปห้องน้ำนะคะคุณแม่" พูดจบรตีแทบจะวิ่งออกไปเลย ทำเอาทุกคนประหลาดใจกับพฤติกรรมของรตี...ข้าวหอมขอตัวตามรตีออกไป

รตีหลบเข้าห้อง ยืนรำพึงกับตัวเองหน้ากระจกอยู่ไปมา

"ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้ นังข้าวหอมมันตายไปแล้วนี่นา"

เสียงข้าวหอมเรียกรตีดังมา รตีรีบถอดสร้อยที่คอออกอย่างรวดเร็ว

"รตี...เธอเป็นอะไร อยู่ๆก็วิ่งออกมาอย่างนี้ แล้วตั้งแต่เกิดเรื่องเธอเป็นยังไงบ้าง ฉันเป็นห่วงเธอมากนะ"

"ฉัน...ฉันตั้งตัวไม่ทัน ไม่คิดว่าจะได้เจอเธอที่นี่ ฉันคิดว่าเธอ..."

"คิดว่าฉันตายไปแล้วใช่ไหม มันเกิดอะไรขึ้นเหรอรตี ฉันจำอะไรไม่ได้เลย"

"เธอจำอะไรไม่ได้จริงๆเหรอ"

"หลังจากที่เราแวะกินข้าวกัน แล้วมันเกิดอะไรขึ้น"

"เราโดนคนร้ายดักปล้น มันตีหัวเธอสลบ เธอก็เลยไม่รู้เรื่อง มันจับเราสองคนไปโยนลงเหว แต่ฉันโชคดีที่มีคนมาเห็นเข้าก่อนที่มันจะโยนฉันตามเธอกับลุงไม้ลงไป"

"แล้วเธอกลายมาเป็นลูกน้ารัญญาได้ยังไง"

รตีอึกอักคิดไม่ออก แกล้งทำรำคาญกลบเกลื่อนซะดื้อๆ

"จะถามอะไรมากมายนะข้าวหอม เธอออกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันตามออกไป"

"ก็ได้จ้ะ" ข้าวหอมถอยออกไป รตีมองตามอย่างหวั่นใจ ก่อนจะปลุกปลอบใจตัวเอง

"จะต้องไม่มีใครรู้ ฉันไม่ยอมให้นังข้าวหอมมาทวงทุกอย่างคืนไปเด็ดขาด!"

ooooooo

ข้าวหอมเดินกลับมาเจอนาวาตรงหน้าห้องจัดงานพอดี

"คุณนาวา...คุณก็มาด้วยเหรอคะ"

"ฉันไปรับเธอที่บ้าน แต่พี่ยิ้มบอกว่าเธอออกมากับนายเตแล้ว"

"คุณรู้หรือยังคะ ว่าลูกสาวคุณรัญญาที่แท้ก็คือรตี"

"ว่าไงนะ รตีน่ะเหรอ"

"ฉันดีใจจริงๆค่ะ ที่ได้มาเจอรตีอีกครั้ง แล้วก็ดีใจที่โชคชะตานำพาให้รตีได้พบเจอเรื่องดีๆแบบนี้"

"ขนาดคนอย่างรตียังได้เจอเรื่องดีๆ ฉันว่าเธอก็จะต้องพบเจออะไรที่ดีๆในไม่ช้าเหมือนกัน"

ข้าวหอมยิ้มรับอย่างขอบคุณ เตชิตออกมาเห็นสองคนคุยกัน เขาชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที

"ไหนบอกว่าจะมาตามเพื่อน ที่แท้ก็หาโอกาสหลบมาคุยกับผู้ชายตรงนี้เองเหรอ"

"จะพูดจาไม่ให้เกียรติฉันก็ไม่เป็นไร แต่ก็น่าจะให้เกียรติข้าวหอมบ้าง เราสองคนทำอะไรเปิดเผย ไม่ใช่ แอบหลบหรือลักลอบมาพบกันอย่างที่นายเข้าใจ"

"ใช่...ฉันรู้ว่านายเป็นคนเปิดเผย ขนาดคิดจะแย่งคู่หมั้นคนอื่นยังไม่ปิดบังเลย"

"เตชิต!" นาวาเสียงแข็งจะเอาเรื่อง

"พอเถอะค่ะ กรุณาอย่าเถียงกันเรื่องนี้อีกเลยนะคะ คุณรัญญากับคุณภูผาคงรออยู่ เรารีบกลับไปหาพวกท่านเถอะค่ะ"

"ทีอย่างนี้รีบได้แล้วเหรอ" เตชิตไม่วายกัดข้าวหอม ข้าวหอมไม่พอใจ แต่คร้านจะเถียงด้วยจึงเดินกลับเข้างาน เตชิตหันมามองนาวา ปะทะสายตากันอย่างเชือดเฉือน...

เด็กทุกคนเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับรัญญาซึ่งนั่งอยู่กับยุวรินทร์และภูผา...รัญญาสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขกว่าใคร

"นึกไม่ถึงเลยนะว่าหนูข้าวหอมจะเป็นเพื่อนกับหนูรตีลูกสาวน้า อย่างนี้นี่เองแม่ถึงถูกชะตากับหนูข้าวหอม ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ  อย่างนี้หนูต้องไปเยี่ยมน้ากับรตีที่บ้านบ่อยๆนะ รตีจะได้ไม่เหงา"

"ไม่ต้องหรอก รตีไม่เหงาหรอกค่ะ มีคุณแม่อยู่ ทั้งคน"

"อยู่กับคนแก่จะไปสนุกอะไรล่ะลูก มีเพื่อนวัยเดียวกันมาเที่ยวบ้านบ่อยๆไม่ดีกว่าเหรอจ๊ะ"

"อย่าเอาลูกมาอ้างเลยยัยรัญ" ยุวรินทร์แทรกขึ้นมา "ฉันรู้นะว่าตอนนี้เธอนึกสนุกอยากทำอาหารเลี้ยงหนูข้าวหอมเขาแล้วใช่ไหมล่ะ...ขาเนี้ยเขาชอบทำอาหาร มีคนมาช่วยกิน คงจะยิ่งสนุกมือเลยล่ะ"

"สาวๆนึกสนุกกันใหญ่แล้ว ลืมอะไรหรือเปล่าครับ พวกคุณยังไม่ได้ถามคู่หมั้นของหนูข้าวหอมเลยนะครับ ว่าจะยินดีหรือเปล่า" ภูผาเบรกยิ้มๆ แต่รตีตาพองก๋าแปลกใจ

"นี่คุณนาวากับข้าวหอมหมั้นกันแล้วเหรอคะ ไม่บอก กล่าวเพื่อนเลยนะข้าวหอม"

ข้าวหอมอึดอัดพูดไม่ออก รัญญายิ้มเอ็นดู หันมาบอกลูกสาวว่า

"หนูรตีจ๊ะ   คือคู่หมั้นข้าวหอมน่ะไม่ใช่นาวาหรอกจ้ะ...คงไม่ว่าอะไรนะเตชิต ถ้าน้าจะขอให้ข้าวหอมมาที่บ้านน้าบ่อยๆ"

"ถ้าเป็นความต้องการของข้าวหอมด้วย ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ"

"นี่หมายความว่า..." รตีจ้องมองข้าวหอมอย่างเอาเรื่อง ข้าวหอมรู้สึกผิด ไม่กล้าสบตารตี

รตีคิดแค้นข้าวหอม เหลือบมองเห็นคนอื่นๆกำลังสนทนากัน ไม่ทันมีใครสนใจเธอ เลยแกล้งทำน้ำในแก้วหกใส่ข้าวหอม ก่อนจะทำเป็นขอโทษที่ตัวเองซุ่มซ่าม

"ไม่เป็นไรจ้ะรตี...ขอโทษนะคะ หนูขอตัวซักครู่" ข้าวหอมลุกออกไป   รตีถือโอกาสขอตัวไปดูข้าวหอม  พอตามไปถึงหน้าห้องน้ำ รตีกระชากข้าวหอมอย่างไม่ปรานี แล้วลากขึ้นไปดาดฟ้า ข้าวหอมเจ็บ บอกให้ปล่อย รตีก็ไม่ฟัง

"เจ็บเหรอ...มันคงไม่เท่าที่ฉันเจ็บเพราะโดนเธอหักหลังหรอก ไหนเธอบอกว่าไม่ชอบคุณเตชิต แล้วเธอไปหมั้นกับเขาทำไม เธอหลอกให้ฉันหลงรักเขา แล้วเธอก็แย่งเขาไปเพื่อทำลายหัวใจฉัน"

"ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายเธออย่างนั้นเลยนะรตี"

รตีตบหน้าข้าวหอมเต็มแรง ข้าวหอมถึงกับเสียหลักล้มลงกับพื้น

"นังเพื่อนทรยศ แกคิดว่าฉันโง่มากใช่ไหม คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกเกลียดฉัน แกอยากเป็นเหมือนอย่างฉัน แต่ก็เป็นไม่ได้ แกก็เลยจงใจแย่งสิ่งที่ฉันควรจะได้ควรจะมี ฉันไม่น่ามีเพื่อนอย่างแกเลย ไม่น่ามารู้จักกับแกเลย"

"รตี ฟังฉันก่อน...ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้น ฉันรักและเป็นห่วงเธอเสมอ แต่ที่ฉันต้องรับหมั้นกับคุณเตชิต ก็เพราะมันมีความจำเป็น"

"ความจำเป็นอะไร"

"ฉัน...ฉันบอกเธอไม่ได้...ฉันบอกเรื่องนี้กับใครไม่ได้ แต่เธอวางใจเถอะนะรตี ฉันกับคุณเตชิตจะไม่มีวันลงเอยกันแน่นอน เมื่อจบเรื่องนี้แล้ว ฉันกับเขาก็จะถอนหมั้นกัน...คุณเตชิตเขาหมั้นกับฉันเพื่อจะเอาชนะคุณนาวาเท่านั้นเอง"

"จริงเหรอ"

"เชื่อฉันเถอะนะรตี ฉันจะไม่มีวันทำร้ายเธอ"

รตีผละออกมาจากข้าวหอม ข้าวหอมก้มหน้าร้องไห้ ปัดเสื้อผ้า ทั้งเจ็บตัวทั้งปวดร้าวใจ รตียังมองข้าวหอมอย่างเกลียดชัง คิดในใจอย่างแน่วแน่ว่า ยังไงตนก็จะไม่ยอมเสี่ยงให้ข้าวหอมมาทำร้ายจิตใจตน แล้วก็แย่งทุกอย่างกลับคืนไป...คิดดังนั้นแล้ว รตีเหลือบมองไปยังพื้นด้านล่าง แล้วทำพูดดีขอโทษข้าวหอมที่ตนวู่วามไปหน่อย พลางก็ดึงข้าวหอมลุกขึ้นมายืนหมิ่นขอบตึกเพื่อจะผลักลงไป

แต่ทันใดนั้นเอง เสียงนาวาดังขึ้นข้างหลัง

"ทำอะไรกันน่ะ"

รตีตกใจ ดึงมือกลับทันที

"ข้าวหอม ฉันเห็นเธอหายมานาน เลยมาตาม ออกมาทำอะไรกันบนนี้ แล้วทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้ ใครทำอะไรเธอ"

"ไม่มีอะไรค่ะคุณนาวา ฉันกับรตีออกมาดูวิวบนนี้ เรากำลังจะกลับลงไปพอดี"

"งั้นฉันลงไปก่อนนะ" รตีชิ่งไปก่อน นาวามองตาม อย่างไม่ไว้ใจ

"อย่าโกหกฉันนะข้าวหอม รตีทำอะไรเธอ" นาวามองคาดคั้น ข้าวหอมไม่สามารถโกหกได้

"รตีเข้าใจฉันผิด แต่ตอนนี้เราปรับความเข้าใจกันได้แล้ว ไม่มีอะไรแล้วจริงๆค่ะ"

"ทำไมเธอจะต้องปกป้องคนผิด แล้วก็ยอมรตีอยู่เรื่อยนะ"

"เพื่อนกันก็มีทะเลาะกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดานี่คะ คุณไม่ต้องห่วงฉันหรอก"

"รู้เหมือนกันเหรอว่าฉันห่วงเธอ"

"ฉันออกมาตั้งนานแล้ว เรากลับลงไปเถอะค่ะ เดี๋ยวพวกผู้ใหญ่จะรอ"

ข้าวหอมตัดบทแล้วเดินนำกลับลงไป นาวาตามมาถึงหน้าห้อง คว้ามือข้าวหอมไว้

"ข้าวหอม ถ้ารู้แล้วว่าฉันห่วงก็อย่าทำให้ฉันต้องห่วงไปมากกว่านี้ ฉันอยากเห็นเธอยิ้ม อยากเห็นเธอมีความสุข"

นาวาจ้องตาข้าวหอมอย่างลึกซึ้ง แล้วก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างเผลอใจ ข้าวหอมอึ้งงง ทำอะไรไม่ถูก ทันใดนั้นเตชิตเข้ามากระชากนาวาออกจากข้าวหอม แล้วต่อยหน้านาวาล้มลงไปกับพื้น

"นั่นแค่เตือนสติแก ว่าข้าวหอมเป็นคู่หมั้นฉัน" ว่าแล้วเตชิตกระชากแขนข้าวหอมดึงออกไปทันที นาวาจับแก้มที่โดนต่อยอย่างเจ็บใจ

เตชิตลากข้าวหอมออกมาหน้าโรงแรม ข้าวหอมทั้งโกรธทั้งอายผู้คน สะบัดมือออกจนได้

"พอทีเถอะค่ะคุณเตชิต เลิกทำตัวป่าเถื่อนซักที"

"ต้องอ่อนหวานเหมือนไอ้นาวาใช่มั้ย เธอถึงจะชอบ"

"ถ้าจะกลับ ฉันจะเข้าไปลาคุณน้ารัญญาก่อน"

"ไม่ต้อง ฉันลาให้แล้ว...แต่ถ้าเธออยากกลับเข้าไปอี๋อ๋อกับไอ้นาวาอีกก็พูดออกมาตรงๆ"

"คุณเลิกพาลซักทีได้ไหม"

"การที่ฉันห้ามคู่หมั้นไม่ให้ไปอ้อล้อกับผู้ชายคนอื่นนี่ ฉันกลายเป็นคนพาลอย่างนั้นเหรอ"

"แต่ฉันไม่ได้ทำตัวอย่างที่คุณกล่าวหา"

"แต่ที่ฉันเห็น มันเป็นอย่างนั้น"

"เอาละค่ะ คุณจะเข้าใจยังไงก็ตามใจ ถึงยังไงคุณก็ไม่ใช่เจ้าชีวิตฉัน เพราะเราหมั้นกันแค่ในนามเท่านั้น" พูดจบข้าวหอมจะเดินหนี เตชิตโกรธ ดึงข้าวหอมไปมุมลับตาแล้วตรึงร่างเธอไว้ ก่อนก้มหน้าเข้ามาใกล้มากจนข้าวหอมเริ่มกลัว

"คุณจะทำอะไร คุณเตชิต"

"ถ้าไม่ได้หมั้นแค่ในนาม ฉันก็จะกลายเป็นเจ้าชีวิตเธองั้นเหรอ...น่าสนใจนะ"

"ปล่อยฉันนะ คุณเตชิต"

เตชิตยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจรดหน้ากัน ข้าวหอมกลัวหลับตาปี๋ เตชิตเลยชะงัก จำต้องสะกดอารมณ์ ผละออกมา

"ไปขึ้นรถได้แล้ว"

ข้าวหอมจ้ำไปทันที เตชิตถอนหายใจเฮือกก่อนก้าวตาม...รตีแอบดูอยู่มุมหนึ่ง   สองมือกำแน่นด้วยความแค้น

"นี่น่ะเหรอ   ที่แกบอกว่าจะไม่ทำร้ายฉัน   นังข้าวหอม!"

ooooooo

นาวาออกมาที่ลานจอดรถ หวังจะได้เจอข้าวหอมอีก แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว รถของเตชิตที่มี ข้าวหอมนั่งอยู่ในนั้นแล่นออกไปเห็นท้ายรถไวๆ ภูผาเห็นลูกชายยืนหน้าละห้อย   ขยับเดินเข้ามาโอบบ่าลูกอย่างเข้าใจความรู้สึก

"ไม่เป็นไรนะ"

"ผมไม่เป็นไรครับ ความรู้สึกที่ผมมีให้ข้าวหอมเป็นความรู้สึกดีๆที่ผมอยากให้ แล้วก็ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน แค่เห็นเขามีรอยยิ้ม ผมก็มีความสุขแล้วครับ แต่ถ้าใครทำให้ข้าวหอมต้องทุกข์ ผมก็จะไม่ยอมปล่อยให้เธอต้องทนอยู่กับคนคนนั้น ผมจะต้องปกป้องเธอครับพ่อ"

ภูผายิ้มบางๆ เข้าใจในความรักที่นาวามีต่อข้าวหอม ส่วนรตีที่ฮึดฮัดกลับเข้าไปในงาน รัญญาคุยอยู่กับโตมรที่มาทีหลัง เธอเรียกรตีให้มารู้จักแขกของแม่ รตีกลับเมินเดินหนี รัญญาถึงชะงัก ขณะที่โตมรเองก็อึ้งๆ

"หนูรตี..." รัญญาตามมาจับแขนลูก "แม่จะแนะนำแขกผู้ใหญ่ให้รู้จัก  ทำไมไม่หยุดทักทายเพื่อนแม่ซักนิดล่ะจ๊ะ"

"รตีต้องรู้จักเขาด้วยเหรอคะคุณแม่"

"ลุงโตมรเขาเป็นคุณพ่อของเตชิตไงลูก  หนูน่าจะรู้จักคุณลุงเขาเอาไว้"

รตีนิ่งไป  ครุ่นคิดรวดเร็วถึงผลดีที่จะตามมาหากประจบเอาใจพ่อของเตชิต จึงเดินกลับมาไหว้โตมรอย่างนอบน้อม

"ขอประทานโทษนะคะคุณลุง เมื่อกี๊ที่คุณแม่เรียก รตีได้ยินไม่ชัด เลยไม่ได้เดินเข้ามาทักคุณลุง"

โตมรรับไหว้ ยิ้มอย่างไม่ติดใจ

"หนูรตีสวยไม่แพ้คุณแม่เลยนะครับ...น่าภูมิใจจริงๆนะ คุณรัญญา"

"แหม   หนูข้าวหอมว่าที่ลูกสะใภ้คุณก็สวยน่ารักมากเหมือนกันนะคะ"

"อย่าเพิ่งเรียกว่าที่ลูกสะใภ้เลยครับ อะไรๆมันก็ไม่แน่นอน วันนี้พรุ่งนี้เขาอาจจะเลิกกันก็ได้ ใครจะรู้ ล่ะครับ...หนุ่มสาวสมัยนี้" โตมรมีท่าทีไม่ชอบข้าวหอมอย่างเห็นได้ชัด...รตีจึงหยั่งเชิง

"คนสวยน่ารักอย่างข้าวหอม ถ้าต้องเลิกกัน คุณเตชิตคงต้องเสียดายน่าดูนะคะ"

"ผู้หญิงที่คู่ควรกับตระกูลกำธรภูวนาทของลุง สวยอย่างเดียวไม่พอหรอกหนู ถ้าอย่างหนูรตีก็ว่าไปอย่าง ทั้งสวย เป็นผู้ดี เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าคู่ควรกับเจ้าเตชิต"

รตียิ้มเขิน แต่ก็แอบคิดผยองขึ้นมาเพราะมีลู่ทางจะได้สมหวังกับเตชิต

ooooooo

พาข้าวหอมกลับถึงบ้านได้สักพัก เตชิตก็ถือวิสาสะเข้ามาในห้องส่วนตัวของข้าวหอม

"คุณเตชิต คุณควรจะขออนุญาตฉันก่อนนะคะ ไม่ใช่เปิดเข้ามาเลยแบบนี้"

"ฉันก็เคาะประตูแล้วไง แค่นี้เธอก็น่าจะรู้แล้วนี่"

"ใช่สิ ฉันจะมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรในบ้านหลังนี้ หวังให้คุณให้เกียรติและเกรงใจมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว"

เตชิตไม่โต้เถียง แต่ขยับเข้ามาใกล้ ข้าวหอมถอยหนี อย่างตกใจ

"ฉันให้เกียรติเธอนะ ไม่งั้นเราไม่ได้นอนแยกห้องกันอย่างนี้หรอก"

"คุณเตชิต" ข้าวหอมหน้าแดง ผลักเขาออกห่าง แต่กลับถูกเขาจับมือเอาไว้

"ถ้าเธออยากให้ฉันดีด้วย เธอก็ต้องดีกับฉันก่อน เรื่องนาวา ฉันไม่ได้พูดเล่น เธอไปกับมันเท่ากับไม่ไว้หน้าคู่หมั้นอย่างฉัน ถ้าเธอไปกับมันอีก ฉันจะถือว่าเธอไม่รักษาคำพูด แล้วฉันจะทบทวนดูว่าจะรักษาคำพูดกับเธอดีรึเปล่า ไอ้เรื่องหมั้นแค่ในนามเนี่ย"

"คุณเตชิต..."

"เธออาจจะคิดว่าไอ้นาวามันช่วยเธอได้ แต่อย่าลืม ว่าโปรเจกต์ฟื้นฟูบ้านทอฟ้าอยู่ในมือของฉัน คิดดูให้ดีๆ"

พูดเสร็จเตชิตถอยกลับจากห้อง ข้าวหอมรีบตามไปปิดประตูแล้วล็อกประตูอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันนั้น รตีก็ถึงบ้านแล้วเช่นกัน แต่ยังนอนไม่หลับ เอาแต่ครุ่นคิดเคืองแค้นริษยาข้าวหอมที่บัดนี้กลายเป็นคู่หมั้นของเตชิต ชายหนุ่มที่เธอหมายปองไปแล้ว

"นังข้าวหอม นังมารความสุข"

รัญญาเดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นลูกยังนั่งอยู่บนเตียง เข้ามาลูบผมอย่างเอ็นดูรักใคร่

"ไหนบอกว่าอยากจะพักแล้วไงจ๊ะรตี หรือว่าหนูนอนไม่หลับ"

"แม่คะ แม่รู้จักกับครอบครัวคุณเตชิตนานแล้วเหรอคะ"

"จ้ะ จริงๆแล้วแม่สนิทกับคุณภูผาพี่ชายคุณโตมรมากกว่า แต่กับหลานทั้งสองคน นาวา เตชิต แม่เอ็นดูเท่าๆกัน...ติดจะเห็นใจเตชิตด้วยซ้ำ รายนั้นต้องอดทนมากกว่านาวา"

รตีไม่ได้สนใจความทุกข์ของเตชิต คิดแต่เรื่องตัวเอง "แม่คะ แต่ว่าลุงโตมรเขาดูชื่นชมแม่ แล้วก็รตีมากเลยนี่คะ"

"อ๋อ เขาก็ชื่นชมทุกคนที่มีฐานะนั่นแหละ แต่แม่ก็ไม่ต้องการให้หนูรู้สึกไม่ดีกับลุงโตมรนะ แค่อยากให้เข้าใจว่าบางทีคนในสังคมก็นับถือกันที่เปลือก และแม่ไม่อยากให้หนูเป็นแบบนั้น"

"ความจริงเราชื่นชมคนที่มีเงินก็ไม่ผิดอะไรนี่คะ สมัยก่อนรตีไม่มี ลำบากจะตาย ไม่เหมือนอย่างทุกวันนี้เลย"

"แต่เงินก็ไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่างนะจ๊ะ มันให้ความสะดวกสบาย แต่ไม่ได้ให้ความสุขที่แท้จริงกับเรา"

"รตีง่วงแล้วล่ะค่ะแม่ นอนกันดีกว่านะคะ" รตีเบื่อฟัง ตัดบทแล้วทำเป็นกอดรัญญาราวกับรักนักหนา ขณะที่ในใจยังแอบคิดอาฆาตข้าวหอม จะเอาชนะให้ได้...

ooooooo

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น รตีก็ให้คนรถขับรถไปส่งเธอที่บ้านโตมร...ยิ้มออกมาเห็นรตี แปลกใจอย่างมากว่ามาได้ยังไง แถมรตียังเปลี่ยนไปมากทั้งการแต่งตัวและท่าทางที่เชิดหยิ่ง

ขณะสองคนต่อปากต่อคำกันอยู่นั้น โตมรเดินมาเห็นรตี ยิ้มเลยโดนโตมรเล่นงานชุดใหญ่ โทษฐานที่ไม่ รู้จักที่ต่ำที่สูง จากนั้นโตมรเชิญรตีเข้าบ้าน โตมรชอบความ ร่ำรวยของรัญญา ขณะที่รตีก็หวังพึ่งโตมรเพื่อใกล้ชิดเตชิต สองคนจึงพูดคุยกันอย่างถูกคอ และสนิทกันอย่างรวดเร็ว

ข้าวหอมเตรียมตัวออกไปเรียน เตชิตอาสาไปส่ง และไม่ยอมให้ข้าวหอมปฏิเสธด้วย เตชิตจูงมือข้าวหอมที่หอบหนังสือลงมาจากชั้นบน โตมรเหลือบไปเห็น เรียกทันที

"อ้าว นายเต มาพอดีเลย ดูสิใครมาเยี่ยมบ้านเราน่ะ" พูดไปแล้วชะงักหน้าตึง ที่เห็นเตชิตจูงมือข้าวหอมมาด้วย "ต่ำ...นี่มันบ้านนะ ไม่ใช่โรงแรม"

ข้าวหอมหน้าเสียจะดึงมือออกจากเตชิต แต่เตชิตยิ่งบีบแน่นไม่ปล่อย

"ถ้าการที่ผมจับมือคู่หมั้นตัวเองมันต่ำ ก็คงไม่มีใครในโลกนี้สูงส่งแล้วล่ะครับ"

"ไอ้เต..."

"อย่าไปว่าคุณเตชิตเลยค่ะคุณลุง ข้าวหอมเพื่อนของรตีเขาเป็นพวกขาดความอบอุ่น บางทีคุณเตชิตเขาคงขัดใจคู่หมั้นไม่ได้"

"ฉันเปล่านะคะ ฉัน..."

"ช่างมันเถอะข้าวหอม เรื่องมันแล้วไปแล้ว ลุงโตมรไม่ถือแล้วล่ะ ใช่ไหมคะ" รตีเสแสร้ง...โตมรหันหน้าไป อีกทางไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่โต้เพื่อเห็นแก่หน้ารตี

"ขอบใจที่หวังดี แต่จริงๆแล้วข้าวหอมไม่ได้เป็นคนมาขอความอบอุ่นอะไรจากผม ผมจับมือเธอเอง ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร เพราะว่าเราหมั้นกันแล้ว หวังว่าคุณรตีคงเข้าใจ"

"ไอ้เต ทำไมแกพูดจากับหนูรตีอย่างนั้น ไม่มีมารยาท ขอโทษด้วยนะหนู ไม่ใช่ว่าลุงไม่สอนมัน ว่าควรจะดีกับใคร ไม่ควรจะดีกับใคร แต่ว่ามันไม่รู้จักจำ"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณลุง ไม่ใช่ความผิดของคุณเตชิตหรอกค่ะ รตีเข้าใจคุณเตชิตค่ะ รตีผิดเองที่พูดแบบนั้นไป ขอโทษด้วยนะคะคุณเตชิต"

"ถ้าคุณเข้าใจแล้ว ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร"

โตมรส่ายหน้าไม่พอใจท่าทีของเตชิต รตีเองก็โกรธ แต่ต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้

"แล้วนี่กำลังจะไปมหาวิทยาลัยเหรอจ๊ะข้าวหอม" พอข้าวหอมพยักหน้า รตีรวบรัดทันที "งั้นเพื่อนขอไปด้วยคนนะ   ไม่ได้เจอข้าวหอมตั้งนาน อยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน"

รตีมายืนกระแซะขนาบเตชิต...ทันใดเสียงแตรรถดังหน้าบ้าน ทุกคนมองออกไปเห็นรถนาวา...เตชิตหน้าบูดบึ้งขึ้นมาทันใด ส่วนข้าวหอมหน้าเจื่อน กังวลว่าจะเกิดเรื่อง จึงเดินออกไปบอกนาวาเพื่อตัดปัญหา

"คุณนาวาคะ ข้าวหอมคงไม่รบกวนให้คุณไปส่งอีกแล้วล่ะค่ะ"

"ทำไมล่ะ เตชิตใช่มั้ย เขาบังคับไม่ให้เธอไปกับฉันใช่มั้ย เขาไม่ใช่ลูกผู้ชาย นี่เขาอยู่ไหน"

"นายว่าใครไม่ใช่ลูกผู้ชาย..." เตชิตก้าวออกมา โตมรกับรตีตามหลัง "คนที่ชอบมาโฉบคู่หมั้นชาวบ้านไปไหนมาไหนตามใจชอบเป็นลูกผู้ชายนักรึไง"

"ฉันไปรับไปส่งเพื่อน ไม่ใช่ลูกผู้ชายตรงไหน"

"พูดได้เต็มปากเลยนะว่าเพื่อน แล้วถ้าคู่หมั้นอย่างฉันจะไปส่งข้าวหอมเอง มันไม่ใช่ลูกผู้ชายตรงไหน...เพื่อนอย่างนายไม่จำเป็นอีกแล้ว ข้าวหอมมีคู่หมั้นที่จะคอยดูแลเขาแล้ว...ไป ข้าวหอม"

เตชิตคว้ามือข้าวหอมหมับ รตีมองด้วยความอิจฉา รีบหาตัวช่วย

"คุณลุงคะ พอดีรตีก็มีเรื่องอยากปรึกษาคุณเตชิต เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจน่ะค่ะ ไหนๆคุณนาวาก็มารอข้าวหอมแล้ว รตีขอไปกับคุณเตชิตแทนได้ไหมคะ จะได้ ปรึกษาเรื่องเรียน คุณเตชิตต้องช่วยรตีได้แน่ๆ"

"โอ๊ย ทำไมจะไม่ได้ล่ะหนูรตี...เตชิต แกไปส่งหนูรตี ส่วนคู่หมั้นของแกเขามีคนมารับอยู่แล้วนี่" เตชิตอึกอัก โตมรกระทุ้งเข้าไปอีก "หนูรตีขอความช่วยเหลือจากเราทั้งที จะไม่มีน้ำใจได้ยังไง"

"เธอก็ไปกับคุณนาวานั่นแหละ จะปล่อยให้เขามาเสียเที่ยวเหรอ ถึงจะมีคู่หมั้นก็ไม่ใช่ว่าจะต้องทิ้งเพื่อนซะหน่อยนี่" ว่าแล้วรตีไม่รอช้า ควงแขนเตชิตไปขึ้นรถหน้าตาเฉย...

นั่งรถมาด้วยกันจนถึงมหาวิทยาลัย เตชิตต้องทนกับมุกแกล้งโง่เรียกร้องความสนใจของรตีแทบแย่...พอจอดรถส่งรตี ทีแรกเตชิตก็ว่าจะไม่ลงไป แต่พอเหลือบเห็นข้าวหอมกับนาวาเดินยิ้มกันหน้าระรื่นไม่ไกล เตชิตหึงหวงลงจากรถตรงไปชกต่อยนาวาทันที ข้าวหอมพยายามจะเข้าห้าม แต่ถูกเตชิต ตวาดสั่ง

"ถอยไปนะข้าวหอม เธอไม่เกี่ยว"

"ทำไมจะไม่เกี่ยว ถ้าเลือดขึ้นหน้ามากนัก อยากจะแค้น อยากจะระบายอะไร ฉันอยู่ตรงนี้ทำกับฉันเลยสิ แต่คุณไม่มี สิทธิ์ไปทำร้ายคนดีๆอย่างคุณนาวา"

"เธอยังจะปกป้องมันอีกเหรอ ใช่สิ เธอคงชอบที่ได้ อยู่ใกล้ๆมัน"

"ฉันไม่ชอบอะไรทั้งนั้น แล้วถ้าคุณยังไม่หยุด ฉันก็จะไม่กลับไปที่บ้านของคุณอีก"

"ข้าวหอม...ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะเข้าข้างมันได้ขนาดนี้"

"ถ้าคุณยอมหยุดแค่นี้ ฉันก็จะรักษาคำพูด แต่ถ้าไม่ หยุดล่ะก็..."

"คุณเตชิต...ถ้าเขาไม่เต็มใจ ก็อย่าไปฝืนใจเลยนะคะ อย่างคุณ มีผู้หญิงดีๆรออยู่อีกตั้งเยอะ ไปทำแผลกับรตีดีกว่านะคะ"

"ผมไม่เป็นไร" เขาจ้องหน้าข้าวหอม สำทับให้รักษาคำพูดด้วย จากนั้นหันหลังจากไปทันที รตีวิ่งตามติดไปทั้งๆที่เตชิตไม่ได้แยแส

"ขาฉันเพิ่งจะหาย ก็เลยยังออกแรงมากไม่ได้ หมดเท่กันพอดี เป็นฝ่ายแพ้แบบนี้" นาวาออกตัวอย่างติดตลก

"คนแพ้คือคนที่วู่วามและอคติคนนั้นต่างหากค่ะ ทีหลังคุณอย่าเอาตัวเองไปแลกอีกนะคะ"

"ปกติฉันก็ไม่ค่อยเสี่ยงหรอกข้าวหอม ยกเว้นกับเรื่องที่สำคัญจริงๆ"

ข้าวหอมชะงักกับสายตาของนาวา รีบบ่ายเบี่ยงว่าจะดูแผลให้เขา...

ตกตอนบ่าย รตีจอมเจ้าเล่ห์ก็มาตีหน้าเศร้าเล่นบทสำนึกผิดต่อหน้าข้าวหอม

"ข้าวหอม...ฉันเป็นห่วงเธอ ก็เลยมาดู ฉันขอโทษด้วยนะ ที่เจ้ากี้เจ้าการเรื่องเมื่อเช้านี้ ไม่นึกจริงๆว่าจะทำให้เกิดเรื่อง ฉันไม่ได้เจตนาจริงๆนะ แล้วเรื่องเมื่อวานฉันผิดเอง ที่โกรธเธอเรื่องหมั้นกับคุณเตชิต แต่เธอก็รู้ว่าเด็กกำพร้าอย่างพวกเรามีปมด้อย กลัวว่าคนรอบข้างจะไม่รัก พอฉันคิดว่าเธอปิดบังความจริง มันก็เสียใจ"

"ทำไมเธอถึงพูดเหมือนไม่รู้จักฉันนะรตี เธอก็รู้ว่าฉัน...ฉันเห็นเพื่อนสำคัญแค่ไหน ฉันไม่มีทางที่จะหลอกเธอ ฉันน่ะหมั้นกับคุณเตชิตแค่ในนาม"

"หมั้นแค่ในนาม...หมายความว่ายังไง"

"เรื่องนี้ฉันบอกเธอแค่คนเดียวนะ ฉันกับคุณเตชิตเราไม่ได้รักกัน เขาก็แค่อยากจะเอาชนะฉัน ส่วนฉันก็ทำเพื่อให้เขาช่วยเรื่องบ้านทอฟ้า"

"จริงเหรอข้าวหอม ตกลงเธอไม่มีอะไรกับเขาจริงๆนะ"

"ถ้าฉันเห็นแก่ผู้ชายอย่างที่เธอว่า ฉันจะบอกเรื่องนี้กับเธอทำไมล่ะ"

รตีคิดตามเห็นจริง แล้วรู้สึกเหมือนโลกเปลี่ยนเป็นสีชมพู

"โธ่ ฉันนี่เข้าใจเธอผิดไปได้ยังไง ต่อไปฉันจะเป็นเพื่อนที่ดีของเธอนะข้าวหอม เธอให้อภัยฉันนะ"

ข้าวหอมพยักหน้าอย่างไร้อารมณ์ แต่รตีฉีกยิ้มกว้าง

"ดีใจที่สุดเลย เราจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไปนะข้าวหอม" รตีกอดข้าวหอมราวกับซาบซึ้งเต็มประดา แต่สายตากลับย่ามใจ และมีแววกระหยิ่มที่ซุกซ่อนแผนร้ายอยู่

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา
16 ต.ค. 2562
12:15 น.