ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงารักลวงใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในขณะที่รตีพาข้าวหอมนั่งรถไปกับนายไม้แล้ว มังกรคนต้นคิดแผนการได้แอบเข้ามาในห้องเก็บเอกสารของมูลนิธิ แล้วจัดการราดน้ำมันเพื่อเผาทำลายหลักฐานของข้าวหอมที่เก็บรวมอยู่กับของทุกคน แต่บัวเข้ามาเห็นเสียก่อน บัวไม่รู้ว่ามังกรมีจุดประสงค์อะไร รีบยื้อยุดห้ามปราม แต่มังกรไม่ยอมหยุดพฤติกรรมเลวทราม มิหนำซ้ำยังคว้ามีดปลายแหลมมาขู่บัวให้ ถอยออกไป ถ้าไม่อยากถูกไฟคลอกตาย

บัวทั้งผิดหวังทั้งเสียใจ พยายามแย่งไฟแช็กในมือมังกร เป็นเหตุให้มังกรพลั้งมือแทงบัวขาดใจตาย มังกรตกใจมาก แต่ต้องตัดสินใจเดินหน้า เขาจุดไฟเผาห้องเอกสารแล้วคว้ามีดวิ่งหนีออกมา แล้วรีบนำมีดกับถังน้ำมันไปทิ้งทำลายหลักฐานลงแม่น้ำ

เพลิงโหมแรงขึ้นจนไหม้บ้านทอฟ้าทั้งหลังวอดวาย โชคดีที่ไม่มีเด็กๆเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ มีเพียงบัวคนเดียวที่ถูกไฟคลอกจนร่างไหม้เกรียม รัญญากับยุวรินทร์มาถึงเห็นสภาพบ้านทอฟ้าเหลือแต่ซากก็แทบช็อก พอตั้งสติได้ทั้งคู่รีบเข้ามาสอบถามตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รวมทั้งผู้ช่วยของบัวอีกคน

เมื่อได้รับการยืนยันว่าเด็กทุกคนปลอดภัย รัญญาถามถึงเด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบแปดปี ผู้ช่วยบอกว่ามีสองคน ชื่อรตีกับข้าวหอม แต่ตอนนี้เด็กทั้งคู่ไม่อยู่...

ขณะเดียวกันนั้นเอง รถกระบะที่นายไม้ขับมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯกำลังแวะเข้าปั๊มน้ำมัน หลังจากวิ่งมาจากบ้านทอฟ้าได้ไม่ไกลนัก รตีจงใจถ่วงเวลาเพื่อรอมังกรที่นัดกันเอาไว้ แล้วสองคนก็พบกันในมุมลับตา โดยรตีหลอกให้นายไม้ กับข้าวหอมไปนั่งกินอาหารในร้านข้าวแกงก่อน

พอรตีรู้ว่ามังกรพลั้งมือฆ่าแม่บัวก็แตกตื่นตกใจ ต่อว่ามังกรทำเกินกว่าเหตุ เรื่องชักจะไปกันใหญ่ แต่มังกรไม่มีทางเลือก ย้ำว่าเราหยุดไม่ได้แล้ว จากนั้นมังกรก็สั่งให้รตีแอบวางยานายไม้กับข้าวหอมในน้ำดื่ม เพียงไม่นานสองคนก็มึนเบลอแล้วสติดับวูบ รตีจึงยึดสร้อยคอของข้าวหอมมาเพื่อสวมรอยเป็นลูกสาวรัญญา ขณะที่มังกรเห็นว่าควรจะฆ่าปิดปากทั้งสองคนด้วย จึงเอาตัวนายไม้กับข้าวหอมไปทิ้งยังหน้าผา แล้วพากันหนีจากมาโดยไม่รู้ว่าข้าวหอมรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ แต่นายไม้เสียชีวิตทันที

ด้านเตชิตที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ หลังรู้จากบัวว่าข้าวหอมไปกรุงเทพฯกับรตี...ทันทีที่เตชิตกลับเข้าบ้าน เขาต้องตกใจแทบช็อกเมื่อได้ยินพ่อโตมรบอกว่าบ้านทอฟ้าถูกไฟไหม้ ครูบัวถูกไฟคลอกตาย...โตมรหลงดีใจนึกว่าเป็นฝีมือของเตชิตที่สั่งคนวางเพลิงเพื่อไล่ที่ แต่เตชิตปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นจริงๆ

"อะไรเนี่ย ฉันคิดว่าเป็นฝีมือแกซะอีก แต่ก็เอาเถอะ ถึงยังไงโชคก็เข้าข้างเราแล้ว ฉันจะเอาเรื่องนี้เข้าวาระการประชุมพรุ่งนี้เลย รับรองว่าพวกหุ้นส่วนต้องเห็นด้วยกับโปรเจกต์บ้านทอฟ้ารีสอร์ตของฉันแน่ๆ"

เตชิตไม่สนใจคำพูดของพ่อ เขาเดินจ้ำออกจากบ้านไปทันที โตมรร้องถามว่าจะไปไหน เขาก็ไม่หันกลับมา...เตชิตโทร.ไปที่สถานีตำรวจท้องที่บ้านทอฟ้า สอบถามเรื่องไฟไหม้ และได้รู้เรื่องข้าวหอมบาดเจ็บและนายไม้เสียชีวิตด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้น เตชิตมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลที่ข้าวหอมรักษาตัว ข้าวหอมยังไม่ฟื้น เตชิตยืนมองข้าวหอมด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ นึกไม่ถึงว่าเธอจะโชคร้ายขนาดนี้...

ข้างฝ่ายมังกรกับรตี เวลานี้ทั้งคู่อยู่ที่อู่รถแห่งหนึ่ง มังกรนำรถกระบะมาแลกเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ แต่เจ้าของอู่เขี้ยวมาก เลยได้เงินไม่กี่หมื่น มังกรถึงกับบ่นอุบ

"ช่างเถอะพี่ เดี๋ยวพอรตีได้เป็นลูกผู้หญิงคนนั้น รตีก็จะสบายแล้ว"

"แต่อย่าลืมด้วยนะว่าเธอได้ทุกอย่างมาเพราะใคร"

รตีชะงักเล็กน้อยก่อนจะทำเป็นยิ้มแย้มแสนซื่อ

"โธ่ พี่มังกร ถ้ารตีสบาย พี่มังกรก็ต้องสบายด้วยสิ ไหนๆเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่"

"ดี ต่อไปเราสองคนจะได้มีความสุขกันซักทีนะ"

"ว่าแต่...เราจะทำยังไงกันต่อไปดีล่ะ"

"รตีต้องทำให้ผู้หญิงคนนั้นเชื่อว่ารตีเป็นลูกของเขาน่ะสิ"

"แต่ไอ้ไม้มันตายไปแล้ว อย่างนี้ใครจะยืนยันได้ล่ะ ลำพังแค่สร้อยเส้นเดียว เขาอาจจะยังไม่เชื่อก็ได้นะ"

"ไม่เห็นจะยากเลย เราก็ต้องสร้างเรื่องทำให้เขาเชื่อสิ แต่ว่า...เธออาจจะต้องยอมแลกกับอะไรบางอย่างนะ"

"อะไรเหรอ"

มังกรหันซ้ายหันขวา เห็นท่อแป๊บเหล็กอยู่ที่พื้น หยิบขึ้นมาถือ...รตีตกใจถามลั่น

"พี่มังกรจะทำอะไร"

เขาไม่ตอบ แต่ใช้ท่อแป๊บฟาดรตีเต็มแรง...

ooooooo

ภูผาหายดีพร้อมที่จะกลับไปทำงานได้แล้ว แต่วันนี้เขายังอยู่โรงพยาบาล เฝ้าดูอาการของลูกชายที่เพิ่งผ่าตัดขาไปเมื่อวาน ซึ่งหมอยังยืนยันเหมือนเดิมว่ามีโอกาสกลับมาเดินได้เป็นปกติ...ขณะเฝ้าลูกชาย ภูผาอ่านหนังสือพิมพ์เห็นข่าวเพลิงไหม้บ้านทอฟ้า เขาตกใจมาก แต่ไม่กล้าปริปากบอกลูก เพราะกลัวลูกจะเศร้าสลด กำลังใจของลูกจะถดถอย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเขาแน่

ตกตอนบ่ายภูผาเข้าบริษัทมาโวยวายโตมร เพราะคิดโตมรคือต้นเหตุของเพลิงไม้ครั้งนี้ โตมรไม่พอใจอย่างแรงที่ถูกกล่าวหา ตอบโต้พี่ชาย และท้าให้หาหลักฐานมายืนยัน แล้วจะจับเขาเข้าตะรางก็ได้...ภูผาอึ้งไป เพราะจนด้วยปัญญาที่จะหาหลักฐานมายืนยัน

"ได้ แกเล่นไม้นี้ใช่มั้ย งั้นแกฟังฉันให้ดีๆเลยนะ ไม่ว่ายังไง ฉันจะขัดขวางแกทุกอย่าง ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ แกจะไม่มีทางได้ที่ดินบ้านทอฟ้าไปทำอะไรทั้งนั้น จำไว้"

ภูผาเดินลิ่วออกไปด้วยความโมโห โตมรมองตามตาขวาง หงุดหงิดเป็นบ้า...

ส่วนเตชิตที่ตามไปดูอาการข้าวหอม เมื่อข้าวหอมฟื้นขึ้นมา เธอพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวด้วยความสับสน

"เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ แล้วรตีกับลุงไม้อยู่ที่ไหน ฉันจำได้ว่าฉันฟื้นขึ้นมาเห็นลุงไม้สลบอยู่ตรงหน้าผา แล้วตอนนี้ ลุงไม้เป็นยังไงบ้างคะ"

"เธอถูกทำร้าย ฉันได้ข่าวจากตำรวจก็เลยตามมาดูเธอที่นี่...ทำใจดีๆนะข้าวหอม ตอนนี้เธอไม่สบาย ฉันว่าเธอพักผ่อนก่อนดีกว่า"

"ไม่ค่ะ ฉันอยากรู้ว่าเพื่อนฉันกับลุงไม้เป็นยังไงบ้าง คุณบอกฉันมาสิคะ นะคะคุณเตชิต"

เตชิตท่าทีอึกอักลำบากใจ นั่นยิ่งทำให้ข้าวหอมสงสัย คะยั้นคะยอเขาให้บอกมา

"เอาล่ะ ฉันบอกเธอก็ได้ แต่เธอต้องสัญญากับฉันก่อนนะว่าเธอจะต้องเข้มแข็งแล้วก็ยอมรับความจริงให้ได้"

ข้าวหอมหน้าเสีย รู้สึกใจคอไม่ดี "นี่คุณกำลังทำให้ฉันกลัวอยู่นะคะ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ"

"นายไม้ตายแล้ว..."

"อะไรนะคะ ลุงไม้ตายแล้ว!"

"ใช่ เธอกับนายไม้ถูกโยนลงมาจากหน้าผา แต่เธอโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ส่วนนายไม้...ฉันเสียใจด้วยนะ" ข้าวหอมช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน ร้องไห้โฮอย่างไม่อาย "ส่วนเพื่อนของเธอ ฉันไม่รู้ข่าวอะไรเลย ทางตำรวจก็ยังไม่ได้เบาะแสอะไรเหมือนกัน"
"คุณเตชิต คุณต้องช่วยตามหารตีนะคะ ฉันเป็นห่วงรตี ถ้ารตีเป็นอะไรไปอีกคนฉันจะทำยังไง"

"ทางตำรวจรับปากแล้วว่าจะช่วยตามหา ฉันว่าตอนนี้เธอทำใจดีๆก่อนดีกว่า"

"ถ้างั้นฉันขอโทร.ไปหาแม่ได้ไหมคะ ป่านนี้แม่คงเป็นห่วงแย่แล้ว"

เตชิตชะงัก รู้สึกลำบากใจยิ่งกว่าเดิม...

ooooooo

รัญญากับยุวรินทร์ย้อนกลับไปที่บ้านทอฟ้าอีกครั้ง หวังว่าจะได้เจอเด็กสาวสองคนที่ชื่อรตีกับ ข้าวหอม แต่ขณะทั้งคู่ลงจากรถ  มีคนโทร.ติดต่อเข้า

มือถือรัญญา ส่งข่าวว่าเจอลูกสาวของเธอแล้ว รัญญากับยุวรินทร์จึงบ่ายหน้าไปยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นรตีบาดเจ็บนอนรักษาตัวอยู่ แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหนที่ส่งข่าว เขาคือมังกรแฟนหนุ่มของรตีนั่นเอง

รตีเห็นหน้ารัญญาก็ตื่นเต้นดีใจ เล่นละครตามที่เตี๊ยมกันไว้กับมังกร เธอร่ำร้องเรียกรัญญาว่าแม่...ยุวรินทร์ยังระแวง ขอดูหลักฐานที่ยืนยันได้ว่ารตีคือลูกสาวของรัญญา รตีจึงหยิบสร้อยพร้อมจี้ที่ห้อยคอออกมาโชว์ รัญญาถึงกับตะลึงจำได้ ยุวรินทร์เข้ามาดูใกล้ๆ พลิกจี้ไปมาทั้งด้านหน้าด้านหลัง เห็นชัดว่าสลักชื่อรัญญาจริงๆ

"หนูบอกว่าสร้อยเส้นนี้ติดตัวหนูมาแต่เกิดเหรอ"

"ค่ะ แม่บัว...เอ่อ...คนที่รับหนูมาเลี้ยงที่บ้านทอฟ้าให้หนูในวันเกิด วันที่ 31 กรกฎา..."

"31 กรกฎา...วันเกิดยัยหนูจริงๆด้วย" รัญญาทวนคำด้วยความตื่นเต้น...ยุวรินทร์หันมาซักรตีต่ออย่างไม่ไว้ใจ

"แน่ใจนะว่าเธอไม่ได้ขโมยใครมา"

รตีแอบสะดุ้งวาบ แต่รีบทำเป็นไร้เดียงสา "เปล่านะคะ สร้อยนี่เป็นของหนูจริงๆ ความจริงหนูตั้งใจเดินทางมาหาแม่... ลุงไม้ เอ่อ พ่อมงคลเป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมดให้หนูฟังว่าแม่ ที่แท้จริงของหนูเป็นใคร แล้วก็พาหนูเข้ามาหาแม่ที่กรุงเทพฯ"

"อะไรนะ มงคลเป็นคนพาหนูมาเหรอ" รัญญาแตกตื่น

"ใช่ค่ะ หนูเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าภารโรงที่อยู่บ้านทอฟ้า จริงๆแล้วจะเป็นพ่อมงคลของหนู พ่อเล่าให้ฟังว่าตั้งแต่รถคว่ำ แล้วพ่อกลายเป็นคนพิการ พ่อไม่กล้ากลับไปเจอหน้าแม่อีก ก็เลยหนีไปเป็นภารโรงอยู่ที่บ้านทอฟ้า จนพ่อได้ดูข่าวแม่ในทีวี แล้วก็เห็นสร้อยเส้นนี้ พ่อมงคลก็เลยเล่าความจริงทั้งหมดให้หนูฟัง"

"ถ้าเรื่องที่เธอเล่าเป็นเรื่องจริง งั้นตอนนี้มงคลอยู่ที่ไหน" ยุวรินทร์ซักอีก

"หนูไม่รู้ค่ะ ระหว่างทางเราโดนโจรปล้นรถ หนูถูกทำร้ายจนสลบไป เลยคลาดกับพ่อมงคล แต่หนูโชคดีที่มาเจอพี่มังกรซะก่อน พี่มังกรเลยพาหนูมาส่งโรงพยาบาล ส่วนพ่อมงคลจะเป็นตายร้ายดียังไง หนูเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ"

"เอาละ ฉันว่าเรื่องนี้พิสูจน์ได้ไม่ยากหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง"

ฟังยุวรินทร์บอกกับรัญญาแล้ว รตีเริ่มใจตุ๋มๆต่อมๆ แล้วครู่ต่อมา ยุวรินทร์ติดต่อไปยังสถานีตำรวจ สอบถามถึงมงคลหรือนายไม้ พอรู้ว่าเขาตายแล้ว เธอตกใจไม่น้อย แต่ก็ ยังไม่ปักใจ ชวนรัญญาไปดูศพให้เห็นกับตา จะได้รู้ว่าเด็กที่ชื่อรตีโกหกหรือเปล่า

ปรากฏว่าศพนั้นเป็นนายไม้จริงๆ แม้เขาจะหน้าตาอัปลักษณ์เพราะอุบัติเหตุรถคว่ำเมื่อเกือบสิบแปดปีก่อน แต่รัญญาก็จำคนรักของเธอได้ดี เธอกอดศพมงคล ร่ำไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ

"มงคล...ทำไมเธอถึงทิ้งฉันไปอย่างนี้ เธอรู้ไหมว่าฉันคิดถึงเธอแค่ไหน"

"รัญ...ตัดอกตัดใจซะเถอะ มงคลเขาไปสบายแล้ว แต่อย่างน้อยๆเธอก็ยังมีรตีอยู่อีกคน เธอต้องนึกถึงลูกให้มากๆนะรัญ" ยุวรินทร์ลูบหลังปลอบเพื่อนรักด้วยความสงสาร

ooooooo

ขณะเดียวกันนั้น ที่โรงพยาบาลอีกแห่ง ข้าวหอมกำลังคร่ำครวญแทบขาดใจเช่นกัน หลังรู้จากเตชิตว่าบ้านทอฟ้าถูกไฟไหม้ แม่บัวถูกไฟคลอกตาย

"เพราะฉันเอง ถ้าฉันไม่มากรุงเทพฯ แม่ก็คงไม่ต้องมาตายอย่างนี้"

"ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอก"

"แต่แม่เป็นคนดี ทำไมแม่ต้องเจอเรื่องร้ายๆอย่างนี้ด้วย"

"แม่เธอเขาไปสบายแล้ว เธอเองต่างหากที่ต้องรักษาตัวเองให้หายดีก่อน"

"ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฉันอยากกลับไปอยู่ที่บ้านทอฟ้ากับน้องๆเหมือนเดิม คุณช่วยไปส่งฉันได้ไหมคะ"

"ถึงเธอกลับไปก็ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ เพราะหลังจากไฟไหม้ ทางกรมประชาสงเคราะห์ก็หาบ้านอุปถัมภ์ที่ใหม่ให้ น้องๆเธอไปอยู่ ถ้าเธอกลับไปตอนนี้ก็คงต้องอยู่คนเดียว กับซากไฟไหม้เท่านั้นเอง"

"อะไรนะคะ น้องๆฉันถูกส่งไปอยู่ที่อื่น"

"ใช่ ตอนนี้เธอเหลือทางเลือกเดียว คือเธอต้องอยู่ในความดูแลของฉัน"

ข้าวหอมทำท่าจะปฏิเสธ แต่ถูกเตชิตชิงตัดบทเสียก่อน...

ด้านรัญญายังเสียใจไม่คลายกับการจากไปของมงคล เธอกลับมาบ้านพร้อมยุวรินทร์ในสภาพอ่อนล้าทั้งกายทั้งใจ

"ทำไมฉันถึงเป็นคนโชคร้ายอย่างนี้นะฝน ทั้งที่มงคลยังมีชีวิตอยู่ ฉันกลับไม่รู้เลย แต่พอวันนี้ วันที่ฉันได้พบเขาแทนที่เราจะได้อยู่ด้วย แต่เขากลับเหลือแค่ร่างไร้ลมหายใจไว้ให้ฉันเท่านั้นเอง"

"ชีวิตคนเรามันก็แบบนี้แหละรัญ ได้อย่างก็มักจะเสียอย่างเสมอ แต่ฉันอยากให้เธอเข้มแข็งให้มากๆนะรัญ อย่างน้อยก็เพื่อลูก ฉันเชื่อว่าหมดจากเรื่องร้ายๆนี้แล้ว ต่อไป เธอคงจะมีความสุขซักทีนะรัญ"

"ขอบใจเธอมากนะฝน ฉันว่าสิ่งที่ฉันโชคดีอีกเรื่อง นอกจากการได้เจอลูก ก็คือการมีเพื่อนอย่างเธออยู่เคียงข้าง ถ้าวันนี้ฉันไม่มีเธอ ฉันเองก็ไม่รู้เลยว่าฉันจะอยู่ได้ยังไง"

"ถึงจะฟังดูเลี่ยน แต่มันก็กินใจเหมือนกันนะ...พอๆ หมดเวลาน้ำเน่าแล้วรัญ สิ่งที่เธอต้องทำวันนี้คือ เตรียมตัวต้อนรับรตีนะรู้มั้ย"

"นั่นสิ ไม่ได้แล้ว ฉันต้องรีบเตรียมจัดห้องให้ลูก รตีจะต้องมีห้องนอนที่สวยที่สุด" รัญญาสลัดความทุกข์ กระตือรือร้นขึ้นมาทันที

ooooooo

ลับหลังเตชิต ข้าวหอมรีบโทร.ไปบ้านนาวา... เติมรับสายและจำข้าวหอมได้ จากนั้นไม่นานข้าวหอม จึงเผ่นออกจากโรงพยาบาลโดยไม่บอกแม้แต่พยาบาล พอเตชิตได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลก็ตกใจ ครุ่นคิดว่าข้าวหอมจะไปที่ไหนได้ ถ้าไม่ไปหานาวา ดังนั้นเตชิตจึงรีบร้อนไปโรงพยาบาลที่นาวารักษาตัว เป็นเวลาที่ข้าวหอมลงจากแท็กซี่หน้าโรงพยาบาลพอดี

เตชิตบังคับเอาตัวข้าวหอมกลับไปโรงพยาบาลเดิมจนได้ จากนั้นก็โวยวายอยากรู้เหตุผล ทำไมต้องหนีไปจากที่นี่

"ฉันไม่ได้หนี ฉันแค่อยากเจอคุณนาวา ตอนนี้ฉันเหลือคุณนาวาแค่คนเดียวที่เป็นเพื่อนฉัน"

"เพื่อนงั้นเหรอ ฉันไม่อยากจะเชื่อ"

"คุณจะเชื่อหรือไม่มันก็เรื่องของคุณ แต่คุณตอบฉันมาสิว่าคุณทำแบบนี้ทำไม ในเมื่อฉันกำลังจะเจอคุณนาวาอยู่แล้ว ต่อไปฉันจะได้ไม่ต้องเป็นภาระของคุณ ไม่ดีรึไง"

เตชิตอึกอักไม่รู้จะตอบยังไงดี พาลโมโหดื้อๆ "นี่เธอคงรักมันมากสินะ"

"คนอย่างคุณไม่เข้าใจคำว่ารักหรอกค่ะคุณเตชิต ทางที่ดีฉันว่าคุณควรจะปล่อยฉันไปให้ฉันได้เจอคุณนาวา"

"เพื่อที่เธอกับไอ้นาวาจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขกันงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะพาเธอเข้าไปอยู่ที่บ้านของฉัน...ในฐานะคู่หมั้น"

"คู่หมั้น? คุณบ้าไปแล้วรึไง ก็ฉันปฏิเสธคุณไปแล้ว และคุณก็ยอมรับการตัดสินใจของฉันแล้วด้วย"

"นั่นมันก่อนที่จะเกิดเรื่อง แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว ยังไงเธอก็ต้องยอมรับข้อเสนอของฉัน"

"ไม่ค่ะ ฉันจะไม่ยอมฝืนใจตัวเอง หมั้นกับคุณเด็ดขาด"

"เธอคงรังเกียจฉันมากสินะ"

ข้าวหอมนิ่งไม่ถอนคำพูด เตชิตยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิม

"ก็ได้ ในเมื่อเธอไม่อยากฝืนใจ งั้นฉันมีข้อเสนอให้เธอ ถ้าเธอยอมทำตามความต้องการของฉัน ฉันจะปรับปรุงบ้านทอฟ้าขึ้นมาใหม่ แล้วรับน้องๆของเธอทุกคนกลับมาอยู่ที่นั่น ถ้าเธออยากให้ทุกคนกลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนเดิม ก็ลองเก็บไปคิดดูแล้วกัน"

เตชิตกลับออกไปแล้ว ข้าวหอมถึงกับนั่งหน้าเครียดคิดหนัก

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น โตมรรู้จากเลขาฯว่าภูผาสั่งเลื่อนการประชุมของเขาไปก่อน โตมรไม่พอใจเดินหน้าตึงไปหาพี่ชายที่ห้องประชุม ซึ่งมีผู้ถือหุ้นอยู่กันพร้อม จังหวะที่โตมรจะเปิดประตูเข้าไป ภูผาเปิดออกมาพอดี ด้านหลังเป็นผู้ถือหุ้นที่กำลังทยอยกันออกมา

โตมรถามเอาเรื่องภูผา หาว่าพี่ชายจงใจฉีกหน้าตน ภูผายังปักใจเชื่อเรื่องบ้านทอฟ้าไฟไหม้เป็นฝีมือน้องชาย จึงตอกหน้าไปอีกยก ทำให้โตมรยิ่งเจ็บใจ ชี้หน้าประกาศอย่างฉุนเฉียวก่อนจะผลุนผลันจากไป

"ถ้าคิดอย่างนี้ เราก็คงไม่มีอะไรต้องพูดกัน แล้วพี่จะเสียใจที่ทำแบบนี้"

หลังจากปะทะอารมณ์กับโตมรกลับมาที่ห้องทำงานส่วนตัวได้สักครู่ ภูผาก็ต้องแปลกใจที่เตชิตมาขอพบ เตชิตแจ้งความประสงค์ว่าเขาอยากรับผิดชอบปรับปรุงซ่อมแซมบ้านทอฟ้า

"ผมรู้ว่าลุงยกที่ดินบ้านทอฟ้าให้กับการกุศลไปแล้ว แต่ในเมื่อบ้านทอฟ้าเคยเป็นของบริษัทเรามาก่อน ผมคิดว่าเราน่าจะปรับปรุงพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเดิม และให้ เด็กๆได้กลับมาอยู่ที่นี่เหมือนเมื่อก่อน ลุงจะว่ายังไงครับ"

ภูผาปรารถนาที่จะให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว จึงตอบตกลงแทบจะทันที หลังจากนั้นภูผาแวะไปเยี่ยมนาวาที่โรงพยาบาล นาวาบ่นให้พ่อฟังว่า เขาพยายามโทร.ไปที่บ้านทอฟ้า แต่ไม่มีคนรับสาย กังวลว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า ภูผาไม่รู้จะพูดจะบอกลูกยังไง ได้แต่พูดเฉไฉ เก็บความลับเอาไว้ก่อน เพราะไม่อยากเห็นลูกเศร้าและอาจจะทรุดก็เป็นได้

ฝ่ายเตชิต หลังได้รับอนุญาตจากภูผาแล้ว เขาแวะไปซื้อแหวนหมั้นเตรียมเอาไว้ ก่อนมุ่งหน้าไปหาข้าวหอมเพื่อฟังคำตอบ แล้วคำตอบที่ได้ก็ทำให้เตชิตดีใจแทบเก็บอาการไม่มิด

"เรื่องที่คุณบอกฉันเมื่อวาน ฉันตัดสินใจได้แล้วนะคะ ฉันจะยอมทำตามความต้องการของคุณ แต่คุณต้องรักษาคำพูดจริงๆนะคะ"

"เธอเห็นฉันเป็นคนเหลาะแหละไม่รับผิดชอบรึไง ถึงได้พูดอย่างนี้"

"เปล่าค่ะ ฉันก็แค่อยากได้ความมั่นใจ ว่าการที่ฉันจะเอาชีวิตของฉันมาแลกกับความต้องการของคุณ มันจะคุ้มค่าจริงๆ"

"งั้นเธอก็วางใจได้ เพราะฉันเป็นลูกผู้ชายพอ ในเมื่อเธอยอมรับข้อเสนอของฉัน เธอก็จะได้ทุกอย่างตามที่ เธอต้องการ"

เตชิตหยิบกล่องแหวนหมั้นออกจากกระเป๋ากางเกงจะสวมให้ข้าวหอม แต่ข้าวหอมกลับชักมือหลบ

"คุณเก็บแหวนคุณไว้เถอะค่ะ เพราะฉันจะยอมหมั้นกับคุณแค่ในนามเท่านั้น"

"หมายความว่าไง"

"ฉันไม่ชอบโกหกใคร โดยเฉพาะโกหกใจตัวเอง ในเมื่อฉันรู้อยู่แก่ใจว่าฉันไม่ได้รักคุณ ฉันก็ไม่ควรจะรับแหวนวงนั้น และถ้าคุณจะกรุณา ฉันขอให้คุณให้เกียรติฉันด้วยนะคะ"

เตชิตรู้สึกปวดร้าว แต่ก็ยอมเก็บแหวนใส่กล่องแล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงอย่างเดิม

"ตามใจ เพราะฉันเองก็ไม่ได้พิศวาสอะไรเธออยู่แล้ว ฉันก็แค่ให้เธอตามธรรมเนียมเท่านั้นเอง เธอไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันจะให้เกียรติเธอ ตราบเท่าที่เธอรักษาคำพูดกับฉัน เธอหายเมื่อไหร่ฉันจะพาเธอเข้าไปอยู่ในบ้านในฐานะคู่หมั้นแค่ในนาม ตกลงมั้ย"

"ค่ะ" ข้าวหอมยิ้มรับอย่างสบายใจ ตรงกันข้าม เตชิต กลับเจ็บปวดอยู่ลึกๆ อย่างที่ไม่สามารถแสดงออกมาได้

รัญญาลงมือจัดแต่งห้องหับไว้รอลูกสาวด้วยตัวเอง ยุวรินทร์เห็นเพื่อนมีความสุขก็พลอยยินดีไปด้วย พอเสร็จเรียบร้อยเรื่องห้องลูก รัญญาก็ชวนยุวรินทร์ไปรับรตีที่โรงพยาบาล มังกรเฝ้ารตีอยู่ด้วย ซึ่งรตีบอกว่าพี่มังกรเป็นคนที่ช่วยเหลือดูแลเธอมาตลอดตั้งแต่อยู่ที่บ้านทอฟ้า รัญญาจึงจะให้มังกรไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน แต่ยุวรินทร์เห็นว่าไม่ เหมาะสม

มังกรเองก็รู้สึกอึดอัดถ้าจะเข้าไปอยู่ร่วมชายคา จึงปฏิเสธรัญญา ก่อนจะขอตัวออกไปคุยกับรตีตามลำพังสักครู่

"อะไรนะ พี่มังกรจะไม่อยู่กับรตีเหรอ" รตีถามหน้าเครียด

"ใช่ พี่ว่าอยู่ที่นั่นต้องอึดอัดยัยป้าสองคนนั้นแน่ๆ สู้ออกไปอยู่ข้างนอกเองยังดีซะกว่า"

"แต่ถ้าพี่มังกรไม่อยู่กับรตี แล้วเกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมา ใครจะช่วยรตีล่ะ"

"รตีโทร.หาพี่ก็ได้ ถ้ามีอะไรด่วนพี่จะมาช่วยเอง แต่ว่ารตีต้องขอเงินยัยเศรษฐีนั่นมาให้พี่เยอะๆ เข้าใจมั้ย อย่าลืมว่าที่รตีมีวันนี้ได้เพราะใคร"

"รู้แล้วน่า พี่มังกรก็ย้ำอยู่ได้ เห็นรตีเป็นคนไม่รักษาคำพูดรึไง"

"พี่ก็แค่กลัวว่ารตีได้ดีแล้วจะทิ้งพี่ไป แต่ถ้ารตีรับปาก พี่ก็ไว้ใจรตีจ้ะ"

มังกรกุมมือรตีด้วยความรัก จังหวะนั้นรัญญาและยุวรินทร์เดินออกมาจากห้อง ยุวรินทร์แกล้งกระแอมและเหล่มองมังกรอย่างไม่ค่อยไว้ใจ สองคนจึงปล่อยมือจากกันทันที

"คุยกันเสร็จรึยังจ๊ะ คุณแม่เขาอยากพารตีเข้าบ้านใจจะขาดแล้ว"

"เสร็จแล้วค่ะ"

"งั้นเรากลับกันเถอะจ้ะ"

"ค่ะคุณแม่...รตีไปก่อนนะพี่มังกร"

มังกรพยักหน้ารับ มองตามรัญญาจูงมือรตีออกไปอย่างคาดหวังว่าชีวิตของตนต้องดีขึ้นด้วยแน่ๆ

เมื่อพาลูกสาวที่พลัดพรากจากกันถึงสิบแปดปี กลับมาเหยียบบ้านเป็นครั้งแรก รัญญาสุดปลาบปลื้ม ประคับประคองเอาใจรตีราวกับนางฟ้าตัวน้อยๆ ทั้งยังเรียกคนรับใช้ทั้งหมดมารับทราบว่าต่อไปนี้รตีคือเจ้านายอีกคนของบ้านนี้ ทุกคนต้องดูแลคุณหนูให้ดีที่สุด รตีเห็นคนรับใช้ ตื่นเต้นพินอบพิเทาให้ความเคารพเธอกันใหญ่ ก็แสยะยิ้มสมใจ คอแข็งเชิดขึ้นมาทันที

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา
16 ต.ค. 2562
12:15 น.