กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงารักลวงใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้าวันใหม่ เด็กๆยังหงอยเหงาทำใจไม่ได้ พูดกันแต่เรื่องต้องย้ายไปจากบ้านทอฟ้า บางคนถึงกับร้องไห้อาลัยอาวรณ์ บัวเห็นแล้วเศร้าใจ แต่ก็บอกทุกคนว่า แม่จะพยายามหาบ้านอุปถัมภ์ที่ดีไม่แพ้ที่นี่ให้ทุกคน

หลังอาหารมื้อ เช้า ทุกคนช่วยกันเก็บข้าวของต่อจากเมื่อวานที่ยังไม่เรียบร้อย ระหว่างนี้เองมีชายสามคนมาพร้อมรถขนของคันใหญ่ เข้ามาขนพวกกระถางต้นไม้หน้าบ้านใส่รถ โดยบอกกับบัวว่าคุณเตชิตสั่งให้มาขนของ มังกรโมโหจะไปเอาเรื่องเตชิตแต่ถูกบัวห้ามไว้ จากนั้นบัวขอให้ชายสามคนรอก่อน เธอขอติดต่อเตชิตดูหน่อย

ข้าวหอมร้อน ใจหนัก ครั้นเหลือบไปเห็นเตชิตยืนอยู่นอกรั้ว ข้าวหอมรีบปลีกตัวออกไปเงียบๆไปต่อว่าเตชิต ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย จะแกล้งพวกเราไปถึงไหน

"แกล้งเหรอ ฉันแกล้งพวกเธอตรงไหน"

"ก็ ที่คุณส่งคนมาขนของ ทั้งที่มันยังไม่ถึงกำหนดสามวันที่ตกลงกันเลย"

"มัน ก็เหลืออีกแค่วันเดียวเอง ฉันอุตส่าห์เห็นใจ ว่ามีแต่ผู้หญิงกับเด็กๆ กลัวว่าจะขนกันไม่ไหว"

ข้าวหอมทนไม่ไหว เข้าทุบเตชิตอย่างโกรธแค้น

"คุณ มันทุเรศที่สุด คุณกะจะบีบพวกเราให้ตายคามือไปเลยใช่มั้ย"

"หยุด เดี๋ยวนี้นะ เธอไม่มีสิทธิ์มาว่าฉัน ที่มันเป็นแบบนี้เพราะอะไรเธอก็รู้อยู่แก่ใจ ที่ทุกคนเขาต้องเดือดร้อนขนาดนี้ก็เพราะใครล่ะ"

"คนขี้ขลาด รังแกคนที่ไม่มีทางสู้ ฉันเกลียดคุณ"

"ถ้าฉันขี้ขลาด แล้วเธอล่ะเป็นอะไร ทำเป็นบอกว่ารัก ว่าห่วงทุกคน จะยอมทำทุกอย่างเพื่อทุกคน สุดท้ายดูซิ เธอทำอะไรบ้าง"

สองคนจ้อง หน้าสบตากันในระยะใกล้มากๆ เตชิตเริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมากลัวจะห้ามใจไม่ได้ รีบตวาดกลบเกลื่อน

"ไม่ ต้องมาว่าฉัน เพราะเธอมันก็ขี้ขลาดเหมือนกัน"

ข้าวหอมสะอึก เถียงไม่ออก เจ็บลึกในใจ...เตชิตหยิบมือถือออกมาโทร.สั่งการคนงาน วันนี้พอก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แต่เช้า...สั่งเสร็จก็ขึ้นรถขับฉิวออกไปเลย

ข้าว หอมหน้าเศร้ากลับเข้ามารวมกลุ่มกับน้องๆ บัวเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของข้าวหอมดี พยายามปลุกปลอบไม่ให้คิดมาก ไม่มีใครโทษว่าเป็นความผิดของข้าวหอม และอย่าโทษตัวเอง ไม่ว่าจะยังไง พวกเราก็อยู่กันได้...จากนั้นบัวบอกเด็กๆอย่าร้องไห้ ยิ่งร้องพี่ข้าวหอมก็จะยิ่งเสียใจ แม่รับรองว่า จะหาที่ดีๆให้พวกเราทุกคน

ร ตีเห็นบัวพะเน้าพะนอปลอบใจข้าวหอม...ความอิจฉาริษยาพลุ่งพล่าน  จนต้องออกไประบายอารมณ์กับลมแล้งที่

ห้องนอน กล่าวโทษข้าวหอมเป็นต้นเหตุให้พวกเราเดือดร้อน... พูดไปดึงทึ้งที่นอนไป จนกระทั่งกล่องสร้อยของข้าวหอมกระเด็นหล่นจากเตียง เผยให้เห็นสร้อยข้างในที่สวยงามมีค่า รตีตาวาวหยิบมันขึ้นมาดู แล้วทำท่าจะยึดเอาเป็นของตัวเอง แต่โชคไม่เข้าข้าง ไม้เดินเข้ามาเห็นพอดี



ไม้ จำกล่องนี้ได้ เพราะเมื่อคืนเพิ่งเห็นตอนมาส่งข้าวหอม ไม้จึงไม่ยอมให้รตีอุบอิบเอาของในกล่องไป แม้รตีจะอ้างว่าเธอยืมข้าวหอมแล้ว

"งั้น ไปถามข้าวหอมด้วยกัน ว่าเธอขอยืมเขาแล้วจริงรึเปล่า" นายไม้คว้าข้อมือรตีหมับ

"ไอ้บ้า ปล่อยนะ" รตีสะบัดแขนอย่างรังเกียจ

"ถ้า เธอไม่เก็บของคืนลงกล่อง ฉันก็จะบอกข้าวหอมว่าเธอขโมย"

"ก็บอกแล้วไง ว่าไม่ได้ขโมย แค่ขอยืมดูเฉยๆ"

ไม้ไม่พูดอะไร แต่จ้องดูท่าทีรตีไม่วางตา

"ไม่ดูก็ได้ แค่นี้ต้องหวงกันด้วย ช่วยนังข้าวหอมมันงกของ ไม่รู้ว่าได้อะไร" รตีบ่นอุบ เอาสร้อยที่กำไว้ในมือยัดกลับเข้าในกล่อง แล้วกระแทกกล่องวางไว้ก่อนเดินสะบัดออกไป ไม้มองตามส่ายหน้า หยิบกล่องมาวางไว้หัวเตียง โดยไม่ได้เปิดดูของข้างใน...ครู่ต่อมา รตีก็ทำทีเป็นเพื่อนที่ดีเข้าไปปลอบข้าวหอม ขณะกำลังเก็บข้าวใส่กล่องเตรียมย้าย

"เก็บไปร้องไห้ไป แบบนี้เมื่อไหร่จะเสร็จ เอ้า เช็ดหน้าซะ" รตียื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ข้าวหอมแปลกใจ แต่ก็รับผ้านั้นมาซับน้ำตา "เธอมันก็เป็นแบบนี้ทุกที เจ้าน้ำตาไปซะหมด พวกเราเป็นเด็กกำพร้านะ แค่ย้ายบ้านมันเรื่องเล็ก อย่าโทษตัวเองให้มันมากนักเลย"

"รตี..." ข้าวหอมกำลังอ่อนไหว ซบรตีอย่างซึ้งใจ รตีถือโอกาสลูบไหล่ปลอบ ทั้งที่แววตาไม่ได้มีความสงสารเลยแม้แต่น้อย

"ไม่เป็นไรหรอกน่า เรื่องแค่นี้เอง แล้วเรื่องเมื่อวาน ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ พวกเราเคยอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน จู่ๆได้พอยินว่าจะมีคนมาขอหมั้นเธอ กลัวเธอจะทิ้งพวกเราไป ฉันก็ต้องของขึ้นน่ะสิ"

"ฉันนึกว่า...เพราะ เธอชอบคุณเตชิตซะอีก"

"เขาก็ดูหล่อดี แต่ว่าฉันก็มีพี่มังกรอยู่แล้ว เธอก็รู้ ที่ฉันโกรธเพราะว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ฉันกลับไม่รู้อะไรเลย"

"ฉันไม่มีอะไรกับคุณเตชิตเลยจริงๆนะ อย่างที่ฉันบอก"

"ช่างมันเถอะ ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ ถ้าหากว่าเธอไม่โกรธฉันแล้ว จะช่วยอะไรฉันหน่อยได้มั้ย" รตีถามหยั่งเชิง ข้าวหอมชะงัก มองรตีอย่างสงสัย...

ooooooo

รตีแต่งเรื่องหลอกข้าวหอมว่าเธอลืมสตางค์ ไว้ในโกดังร้างห่างไกลจากบ้านทอฟ้า ข้าวหอมหลงกลยอมตามรตีไปช่วยหา แต่แล้วรตีกลับขังข้าวหอมไว้ข้างใน

"อยู่ในนี้แหละ...ให้ฉันแน่ใจก่อนว่าคุณเตชิตเขาจะไม่ต้องการเธออีกแล้ว ค่อยออกมาก็แล้วกัน"

ว่าแล้วรตีก็เดินดุ่มหนีไป ทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของข้าวหอม...

ด้านเตชิต หลังส่งคนมาป่วนพวกบ้านทอฟ้าแล้ว เขากลับไปนั่งซึมอยู่ที่บ้านพัก คอยมองนาฬิการาวกับว่ารอใครอยู่ ยิ้มชำเลืองมองเจ้านายบ่อยๆอย่างรู้ทัน

"ป่านนี้แล้ว...สงสัยจะมีลิมูซีนมารับพวกบ้านทอฟ้าไปอยู่ปราสาทแล้วนะครับ เขาเลยไม่ต้องทำตามข้อเสนอของเจ้านาย"

"แกคงอยากตกงานจริงๆใช่มั้ย" เตชิตขึ้นเสียง...ยิ้มจ๋อยทันที

"ล้อเล่น...เห็นว่าบรรยากาศมันไม่ค่อยดี ความจริงก็ดีนะครับที่เขาไม่มา เจ้านายจะได้มีผลงาน เอาที่ดินบ้านทอฟ้ากลับไปให้คุณโตมร แหม แต่ก็นึกว่าเด็กนั่นจะหวั่นไหวสักหน่อย"

"คนอย่างฉัน ถ้าอยากได้อะไร หรืออยากจะเอาชนะใครก็ต้องทำให้ได้ ถ้าแค่นี้มันยังไม่พอล่ะก็...ได้...เธอบังคับฉันเองนะข้าวหอม"

เตชิตหยิบโทรศัพท์มือถือทันที ยิ้มมองอย่างสงสัยว่าเจ้านายจะทำอะไร...เตชิตโทร.ไปยังบ้านอุปถัมภ์ในตัวจังหวัด คุยกับคุณอิงอรซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่คนสำคัญ เตชิตยื่นความประสงค์ ว่าเขาขอบริจาคเงินหนึ่งแสนบาท แต่มีเงื่อนไขว่าทางนั้นต้องปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือคุณบัวจากบ้านทอฟ้า

จากนั้นไม่นาน บัวจึงได้รับการติดต่อจากคุณอิงอร แจ้งว่าทางเราไม่มีที่พักให้ บัวงุนงงอย่างมาก เพราะเมื่อวานที่ติดต่อไป อิงอรยังบอกว่าพอจะเจียดที่พักสำหรับเด็กๆของเธอได้

"มันเต็มแล้วจริงๆ ขอโทษนะคุณบัว คุณลองติดต่อที่อื่นเถอะ"

"แต่ทางคุณเป็นบ้านอุปถัมภ์ที่มีความพร้อมมากที่สุดแล้ว ที่อื่นก็ยิ่งไม่มีทางเลยนะคะ ถึงจะแออัดไปหน่อยก็ไม่เป็นไร ยังไงขอให้คุณช่วย...คุณอิงอรๆ"

อิงอรวางสายไปแล้ว บัวพยายามติดต่อไปอีก แต่ไม่เกิดผล...บัวได้แต่นั่งเครียด ยังไม่ทันไรก็เกิดเรื่องขึ้นอีก...ทันใดนั้นเอง บัวได้ยินเสียงรตีโวยวายโหวกเหวกอยู่ด้านนอก จึงลุกออกไปซักถามว่ามีเรื่องอะไรกัน รตีแสร้งแตกตื่นตกใจแต่งเรื่องทันที

"ข้าวหอมค่ะแม่...ข้าวของของข้าวหอมหายไปหมดเลยค่ะ เมื่อกี้รตีไปดูในห้อง ข้าวหอมเขาเก็บเสื้อผ้าไปหมดเลยค่ะ"

"เหลวไหล เขาแค่เก็บเตรียมไปวันพรุ่งนี้รึเปล่า"

"แล้ว...แล้วเจ้าตัวเขาหายไปไหนล่ะคะ มันเหมือนคนเก็บของหนีเลย ข้าวหอมต้องหนีไปแล้วแน่ๆ"

"เป็นไปไม่ได้ ข้าวหอมเขาจะหนีไปไหน แล้วจะหนีไปทำไม แม่ไม่เชื่อหรอก" บัวผลุนผลันไปที่ห้องนอน รตีรีบตามติด...แล้วสิ่งที่เห็นก็ทำให้บัวตะลึงงัน ตู้เปิดกว้าง เสื้อผ้าข้าวของข้างในหายไปเกือบหมด

"เห็นไหมคะว่ารตีไม่ได้ตื่นเต้นไปเอง เก็บไปแต่ของสำคัญๆเหมือนรีบร้อน ถ้าจะย้ายก็ต้องเก็บไปให้หมด แต่นี่มันเหมือนเก็บของหนีเลย"

บัวใจหล่นวูบ พยายามมองหาร่องรอยอื่นๆในห้อง รตีเห็นสีหน้าบัวเริ่มจะเชื่อก็แอบยิ้มกระหยิ่ม มั่นใจว่าคราวนี้แผนของเธอสำเร็จแน่ หลังจากเธอย่องมาเก็บเสื้อผ้าและข้าวของสำคัญของข้าวหอมออกไป โดยเผาเสื้อผ้าทิ้ง แต่ของมีค่ายังเก็บซ่อนเอาไว้

"เมื่อเช้ารตีคุยกับข้าวหอม เขาดูไม่สบายใจมาก บางทีข้าวหอมอาจจะรู้สึกผิดเรื่องคุณเตชิต เขาก็เลยหนีไป" รตีใส่ไฟเข้าไปอีกเพื่อให้บัวเชื่อ

"แม่จะไปถามคุณเตชิต ว่าเขารู้เรื่องข้าวหอมหายไปรึเปล่า" บัวผลุนผลันออกไป รตีเหยียดยิ้มสะใจ ระหว่างนี้มังกรเดินเข้ามา รตีรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ

"นี่ ฉันได้ยินว่ายัยข้าวหอมหนีไปเหรอ แล้วจะหนีทำไม จะได้อะไรขึ้นมา"

"อาจจะหนีตามผู้ชายไปก็ได้มั้ง" พูดจบรตีเดินหนีทันที มังกรพึมพำไม่อยากเชื่อ

ooooooo

ขณะบัวกำลังจะขึ้นรถไปหาเตชิต จู่ๆไม้ก็พาข้าวหอมกลับมาส่ง รตีถึงกับหน้าเสีย พยายามคิดอ่านหาทางเอาตัวรอด

"ข้าวหอม...นี่ไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมมากับนายไม้ได้ล่ะ" บัวซัก

"แม่บัว ข้าวหอมขอโทษนะคะที่หายไปนาน พอดีไปช่วย..."

"ข้าวหอม" รตีแทรกขึ้นไม่ยอมให้ข้าวหอมพูดจบ "นี่เธอหายไปไหน ทุกคนตกใจกันหมด นึกว่าเธอจะหนีไปซะแล้ว"

"ฉันน่ะเหรอหนีไป"

"ก็ฉันรอเธอหาของอยู่ตั้งนาน จนนึกว่าเธอแอบกลับมาก่อน ฉันเลยรีบกลับมาดู เห็นเสื้อผ้าเธอหายไป เลยนึกว่าเธอหนีไปแล้วน่ะสิ"

"หนูข้าวหอมจะหนีไปได้ยังไง ก็หนูข้าวหอมถูกทิ้งไว้ในโกดังที่ชายป่านู่น" ไม้โพล่งขึ้น

"อะไรนะ...นี่ไปถึงโกดังร้างกันมาเลยเหรอ ไปที่นั่นกันทำไม"

"ข้าวหอมเขาอาสาไปช่วยรตีหาของน่ะค่ะ รตีก็ลังเลเหมือนกันเพราะมันไกล แต่ข้าวหอมเขายืนยันว่าอยากจะช่วยจริงๆ"

"แล้วทำไมรตีกลับมาก่อน ทิ้งข้าวหอมเอาไว้ที่นั่นคนเดียว" ไม้จี้อย่างจับผิด

"อย่ามากล่าวหากันสิ รตีไม่ได้ทิ้งนะ ก็บอกแล้วว่ารตีเข้าใจผิด คิดว่าข้าวหอมกลับมาแล้ว"

"แต่ฉันเรียกเธออยู่ตั้งนานนะรตี เธอไม่ได้ยินเลยเหรอ เธอหายไป ประตูก็ปิด ฉันตกใจแทบแย่ ดีนะที่ลุงไม้มาตามหาฉันพอดี"

"พอดีผมมีเรื่องจะบอกหนูข้าวหอม เห็นเดินไปกับรตี พอเห็นว่าสองคนเดินไปทางป่าก็เป็นห่วง เลยตามไป แต่ว่าคลาดกัน พอมาอีกทีก็ได้ยินข้าวหอมตะโกนขอความช่วยเหลืออยู่คนเดียว"

บัวมองมาที่รตี สายตาสงสัยว่าเรื่องมันยังไงกันแน่

"รตีไม่ได้ตั้งใจนี่ คิดว่าข้าวหอมกลับมาแล้วจริงๆ ถ้ารู้ว่าข้าวหอมยังอยู่ คิดเหรอว่ารตีจะทิ้งเพื่อน ใครๆก็มองว่ารตีเป็นแบบนั้นใช่ไหมล่ะ ใช่สิ รตีมันไม่ดี ไม่เคยดีอยู่แล้วในสายตาใคร" รตีทำโวยวายร้องไห้วิ่งออกไปเลย...ข้าวหอมห่วงเพื่อน ขอตัวตามรตีไป ไม้ถึงกับส่ายหน้า บ่นกับบัว

"หนูข้าวหอมใจอ่อนกับรตีอยู่เรื่อย...ครูครับ ที่ว่าเสื้อผ้าของข้าวหอมหายไป..."

"หายไปจริงๆ แต่เขาอาจจะเก็บไปไว้ที่ไหนแต่เราไม่รู้ ก็ได้ ฉันเองก็ตกใจเพราะเห็นเขายิ่งไม่สบายใจอยู่ ก็กลัวว่าเขาจะกลุ้มจนหนีไปจริงๆ"

"ข้าวหอมไม่ใช่คนหนีปัญหาแบบนั้นหรอกครับ ผมว่ารตีนั่นแหละที่แปลกๆ"

"ถ้าฉันมีเวลาจะลองถามดู แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมด ต้องรีบเก็บของให้ทันวันพรุ่งนี้ก่อน ขอบใจมากนะนายไม้ที่ช่วยข้าวหอม"

ไม้พยักหน้ารับ แม้ใจจะยังติดใจสงสัยรตีอยู่...ส่วนรตีตัวแสบที่กลบเกลื่อนความผิดชิ่งหนีออกมา พอเห็นว่าข้าวหอมเดินตาม รตียอมเจ็บ ลงทุนทุบตีตัวเองหนุบหนับ

"รตี เธอทำอะไรของเธอ" ข้าวหอมเข้าห้าม

"ไม่ต้องมาห้าม ฉันมันไม่ดี ทิ้งเธอเอาไว้ที่โกดัง นี่ๆ นังคนไม่ดี ทิ้งเพื่อน ต้องโดนแบบนี้"

"หยุด หยุดได้แล้วรตี ฉันก็ไม่ได้โทษเธอนะ แค่สงสัยว่าทำไมจู่ๆเธอก็หายไป ทำไมไม่รอฉันก่อน"

"ฉันหาเธอแล้วจริงๆนะข้าวหอม แต่ไม่เห็นเลย บางทีฉันคงจะกังวลมากไปหน่อยว่าจะไม่เจอเงินที่หายไป เธอต้องเข้าใจฉันนะข้าวหอม เธอก็รู้ว่าพวกเรามีเงินกันคนละนิดคนละหน่อยเท่านั้นเอง แล้วฉันก็ไม่มีข้าวของสวยๆเหมือนอย่างเธอ ไม่ค่อยมีใครเขาอยากให้อะไรฉัน ฉันก็เลยเสียดายเงินนั่นมาก"

"เอาเถอะ คนเราก็เผลอกันได้ แต่คราวหลังเธอต้องรอฉันนะ"

"อืม...ฉันจะไม่ให้เธอต้องลำบากแบบนี้อีก เธอเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของฉัน ตอนที่กลับมาแล้วไม่เจอเธอ ฉันก็เป็นห่วงแทบแย่แน่ะ ดีแล้วที่เธอไม่เป็นอะไร"

รตีเล่นละครได้สมบทบาทจนข้าวหอมไม่ติดใจ แต่พอลับหลังข้าวหอม รตีฮึดฮัดโมโห เสียดายที่แผนพังลง...

ooooooo

บัวยังสอบถามไม้ที่บอกว่ามีธุระกับข้าวหอม อยากรู้ว่าเรื่องอะไร...ไม้ตัดสินใจวางกล่องสร้อยของข้าวหอมลงตรงหน้าบัว

"ผมจะไปเตือนหนูข้าวหอมให้เก็บของมีค่าดีๆน่ะครับ"

"สร้อยของข้าวหอมนี่" บัวหยิบมาถือไว้

"ครับ หนูข้าวหอมน่ะเป็นคนจิตใจดี บางครั้งก็ไว้ใจคนมากเกินไปจนไม่ระวัง ผมกลัวแกจะเสียเปรียบคนอื่น"

"ของสำคัญก็ควรจะเก็บให้ดีกว่านี้จริงๆ" บัวเปิดกล่องออกเพื่อเช็กของข้างใน ไม้มองดูสร้อย เพิ่งได้เห็นชัดๆก็คราวนี้ รู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก "สร้อยนี่เป็นของสิ่งเดียวที่ติดตัวข้าวหอมมาเลยนะ เป็นของชิ้นเดียวที่ครอบครัวของเด็กคนนี้ทิ้งเอาไว้ให้"

ไม้เพ่งมองจนเห็นจี้สลักชื่อของรัญญา...ตกใจถามพรวดออกมา

"เดี๋ยวนะครับ ครูว่าอะไรนะครับ"

"ฉันบอกว่านี่เป็นของชิ้นเดียวที่ครอบครัวของข้าวหอมทิ้งไว้ให้เขา พยาบาลที่พาข้าวหอมมาบอกว่าน่าจะเป็นของแม่เด็ก"

ไม้ขยับเข้ามามองสร้อยใกล้ๆ เพื่อดูให้แน่ใจ บัวเห็นท่าทีไม้ก็แปลกใจ ถามว่าเป็นอะไร ไม้รู้สึกตัว อึกๆอักๆไม่รู้จะพูดยังไง ได้แต่ขันอาสาเอาสร้อยไปคืนให้ข้าวหอมเอง

"ผมรับรองครับ ว่าจะคืนให้ถึงมือหนูข้าวหอมแน่ๆ ไม่ให้หายไปไหนอีกเลย"

บัวเชื่อใจพยักหน้าอนุญาต ไม้เดินถือสร้อยออกไป หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและนึกไม่ถึง...พอไม้คล้อยหลัง มังกรก็เข้ามาบอกบัวว่า

"แม่ครับ เมื่อกี้คนขับรถเขาโทร.มาถามว่าพรุ่งนี้จะให้รถไปส่งพวกเราที่ไหน"

"บอกเขาว่า เดี๋ยวแม่จะโทร.ไปบอกเขาเอง"

มังกรพยักหน้าก่อนเดินกลับออกไป...ขณะเดียวกันนั้น รตียังอยู่กับข้าวหอมตรงหน้าห้องพัก ข้าวหอมบ่นแปลกใจที่เสื้อผ้าของตนหายไป รวมทั้งของอีกค่าอีกหลายอย่าง

"นั่นสิ ของที่พวกผู้อุปถัมภ์เขาให้เธอไว้ก็หายไปด้วย บางชิ้นนะแพงเชียว" รตีทำเนียนสงสารข้าวหอม ทั้งที่เป็นฝีมือของตัวเอง

"ฉันไม่ได้เสียดายที่มันแพง แต่เสียดายเพราะว่าทุกคนเขาอุตส่าห์ให้ด้วยความหวังดี"

"บางที...อาจจะไม่หายก็ได้นะ ช่วงขนย้ายแบบนี้อาจมีคนเข้าใจผิดเก็บไป หาดีๆก็คงเจอแหละ"

"ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ"

"งั้นฉันขอไปเก็บของของฉันบ้างนะ"

รตีแยกไปได้ครู่เดียว ไม้เดินมาอีกทาง ตรงมาหาข้าวหอม พลางหยุดมองข้าวหอมอย่างพิจารณา ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าข้าวหอมมีส่วนคล้ายรัญญา

"ลุงไม้คะ เรื่องเมื่อครู่ข้าวหอมขอบคุณมากนะคะ ถ้าไม่ได้ลุงไม้ทุกคนคงเป็นห่วงกันมาก แล้วข้าวหอมก็ต้องแย่แน่ๆ โกดังอยู่ตั้งไกลขนาดนั้นคงตามไม่เจอง่ายๆ"

ไม้ยังจับจ้องที่ดวงหน้าของข้าวหอม รู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก ข้าวหอมเริ่มแปลกใจกับท่าทีของลุงไม้ เข้ามาแตะแขนอย่างห่วงใย นึกว่าลุงไม้ไม่สบาย...พริบตานั้นเอง ไม้เก็บกลั้นความดีใจไม่อยู่ สวมกอดข้าวหอมเต็มรัก ข้าวหอมงงงัน แต่ ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างเธอกลับไม่รู้สึกต่อต้าน ยอมให้ ลุงไม้กอดแต่โดยดี

ไม้น้ำตาไหลซึม ผละออกมา พูดตะกุกตะกัก "ลุง...ลุงไม่เป็นไร อาจจะเป็นเพราะที่นี่กำลังจะย้าย ก็เลยใจหาย อย่าถือสาลุงเลยนะลูก ลุงจะเอาสร้อยนี่มาคืนหนู แต่หนูรับปากกับลุงได้ไหม ว่าจะรักษาสร้อยเส้นนี้ให้ดีๆ อย่าไว้ใจใคร อย่าให้ใคร มาเอาไปเด็ดขาด ต้องเก็บให้ดีที่สุดเลยนะ"

"ค่ะ ข้าวหอมจะเชื่อลุง"

"จำไว้นะ ต้องรักษาให้ดีที่สุด เดี๋ยวลุงขอไปทำงานก่อน...ลุง...เอ่อ...ลุงดีใจนะที่ได้เจอข้าวหอม"

ข้าวหอมแปลกใจมองตามลุงไม้ที่เดินลิ่วจากไป รตีซึ่งยังไม่ได้ไปไหนไกล จับจ้องแอบมองเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างสนใจ...

ไม้กลับเข้าที่พัก รำพึงรำพันกับรูปรัญญาในนิตยสารที่เก็บรักษาไว้อย่างดี

"คุณหนู...เด็กคนนั้นเหมือนคุณหนูมาก ปีนี้เขาอายุสิบแปด เท่ากับสิบแปดปีที่เราจากกันพอดี เขาต้องเป็นลูกของเรา ต้องใช่แน่ๆ ข้าวหอมลูกพ่อ..."

พลันเสียงเคาะประตูอย่างไม่เกรงใจดังรัวขึ้น ไม้ตื่นจากภวังค์ ค่อยๆเดินไปเปิดประตู เห็นรตียืนหน้าถมึงทึง

"ทำอะไรอยู่ล่ะ...ตาเฒ่าหัวงู"

"เธอว่าอะไรนะ"

"เฒ่าหัวงู...ทำมาขู่ฉันกับพี่มังกร ตัวเองก็ไปกอดสาวๆ ไปฉวยโอกาสกับยัยข้าวหอม"

ไม้สีหน้าตกใจ ไม่นึกว่ารตีจะเห็น

"ฉันมาเตือนว่า ถ้าต่อไปทำให้ฉันไม่ชอบใจอีกล่ะก็ แกโดนแฉแน่ จำเอาไว้"

"เดี๋ยว มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ"

"จะแก้ตัวว่าแกเอ็นดูข้าวหอมเหมือนลูกเหมือนหลานล่ะสิ อ้างไม่ขึ้นหรอกย่ะ ฉันสงสัยมาตั้งนานแล้วว่าทำไมแกถึงเข้าข้างมันนัก ที่แท้เพราะว่ามันยอมให้แกฉวยโอกาสใส่ใช่มั้ย"

"เลวที่สุด! ข้าวหอมเขาเป็นลูกสาวของฉันต่างหาก" ไม้พูดโพล่งออกไปเพราะความโกรธ รตีได้ยินเต็มสองหู ถึงกับอึ้งงันไปทันที...

ooooooo

เมื่อรับรู้ว่าข้าวหอมเป็นลูกของไฮโซรัญญากับนายไม้ชายพิการอัปลักษณ์ แม้จะยังไม่แน่ใจ แต่ รตีก็ยิ่งอิจฉาริษยาข้าวหอมที่มีแม่รวยระดับมหาเศรษฐี มังกรเองพอรู้จากรตีก็แทบไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่พอลำดับความหลังเมื่อครั้งแม่บัวพานายไม้มาอยู่ที่นี่เมื่อสิบแปดปีก่อน ซึ่งตอนนั้นมังกรอายุราวเจ็ดขวบ มังกรเห็นนายไม้ครั้งแรกก็ตกใจกลัวอย่างมาก แต่ยังแอบฟังแม่บัวพูดคุยกับนายไม้ จนรู้ว่านายไม้ มีชื่อเดิมว่ามงคล

แล้วที่รัญญาให้สัมภาษณ์ผ่านจอโทรทัศน์ก็ระบุว่าสามีของเธอชื่อมงคลด้วย มังกรจึงแน่ใจว่านายไม้คนนี้คือพ่อของข้าวหอม แต่รตียังแคลงใจว่านายไม้ไม่น่าจะมีเมียเป็นเศรษฐี บางทีมันอาจจะกุเรื่องขึ้นมาก็ได้ มังกรจึงคิดจะหาวิธีพิสูจน์ ความจริงเรื่องนี้

ด้านข้าวหอม...เห็นแม่บัวกับน้องๆทุกข์ร้อนใจเรื่องจะย้ายออกจากบ้านทอฟ้า โดยเฉพาะน้องๆที่ร้องไห้ทำใจรับไม่ได้ ข้าวหอมยิ่งรู้สึกผิด โทษตัวเองคือต้นเหตุทำให้เตชิต โกรธถึงขนาดต้องไล่ที่ คิดไปคิดมาข้าวหอมตัดสินใจเขียนจดหมายบอกลาแม่บัวทิ้งไว้ แล้วหิ้วกระเป๋าใบเดียวออกจากบ้านทอฟ้าไปเงียบๆ

ข้าวหอมมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของเตชิต แต่ไม่ยอมเข้าไปข้างในตามคำเชิญของเขา เธอมีเรื่องจะพูดกับเขานิดเดียว เสร็จแล้วก็จะไป

"ไปไหน?" เตชิตแปลกใจ

"เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกค่ะ ฉันแค่จะมาบอกคุณว่า ที่คุณยื่นขอเสนอให้ฉันหมั้นกับคุณเพื่อแลกกับการยกเลิกคำสั่งไล่แม่บัวกับน้องๆออกจากบ้านทอฟ้า ฉันขอปฏิเสธค่ะ"

"หมายความว่าเธอพอใจที่จะให้ทุกคนโดนไล่ไปจากบ้านทอฟ้างั้นเหรอ"

"เปล่าค่ะ ฉันเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นทุกคนต้องมาลำบากเพราะฉัน แต่ในเมื่อคนที่คุณเกลียดคือฉัน ฉันก็จะยอมเป็นฝ่ายไปจากที่นี่เอง"

"ฉันว่าเธอหลงตัวเองมากไปแล้ว คิดว่าเธอไปซักคนแล้วเรื่องจะจบง่ายๆรึไง ฉันจะบอกให้ว่าคนอย่างเธอไม่ได้มีอิทธิพลต่อฉันมากขนาดนั้นหรอกนะ"

"ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมคุณถึงจะหมั้นกับฉันแทนการไล่ทุกคนไปจากที่นี่ล่ะค่ะ แต่ยังไงฉันไม่อยู่แล้ว หวังว่าคุณจะยังพอมีเมตตาให้คนอื่นๆได้อยู่ที่บ้านทอฟ้าต่อไปนะคะ เรื่องที่จะพูดก็มีเท่านี้แหละค่ะ ลาก่อนค่ะคุณเตชิต"

ข้าวหอมเดินดุ่มออกไปไม่ฟังเสียงเรียกของเตชิต แล้วขึ้นรถสองแถวไปอย่างไม่มีจุดหมาย เตชิตทั้งตกใจทั้งโมโหกับการตัดสินใจของข้าวหอม เขาขับรถตามรถสองแถวคันนั้นไป และพยายามส่งสัญญาณให้จอด แต่คนขับกลับเร่งความเร็วขึ้น เตชิตจึงเหยียบคันเร่งเต็มแรงขับปาดหน้ารถสองแถว แล้วลากข้าวหอมลงมา คนขับสองแถวกับเด็กรถเห็นดังนั้นจึงเข้าช่วยข้าวหอม และรุมอัดเตชิตซะแทบแย่ ถ้าข้าวหอมไม่ขอร้องพวกเขาไว้

จากนั้นเตชิตก็คว้าแขนข้าวหอมให้ขึ้นรถไปกับเขา ขณะนั่งรถมาด้วยกันข้าวหอมเห็นมุมปากเตชิตเลือดไหล จึงบอกให้เขาจอดรถแวะซื้อยา เธอจะทำแผลให้ ระหว่างนี้เองรตีมาซื้อของกับมังกร สองคนเห็นเต็มตาว่าข้าวหอมนั่งรถเตชิต รตีแทบเต้นด้วยความริษยา แต่มังกรไม่สนใจ ดึงรตีออกไปอีกทาง

ได้ยามาแล้วข้าวหอมรีบทำแผลให้เตชิต สองคนใกล้ชิดกันมาก เตชิตรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่ข้าวหอมทำแผลให้อย่างอ่อนโยน แต่พอข้าวหอมมองหน้าเขา เขากลับทำหน้าบึ้งตึงกลบเกลื่อน...

มังกรพารตีแวะที่ร้านอินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลของสาวไฮโซรัญญา...ไม่นานข้อมูลของรัญญาก็ปรากฏที่หน้าจอ รัญญากำลังตามหาลูกสาวที่หายไปพร้อมสร้อยคอที่สลักชื่อของเธอ รตีจ้องรูปถ่ายที่รัญญาโชว์ตาวาว นึกถึงสร้อยที่นายไม้หวงแหนนักหนาขึ้นมาทันที...

ooooooo

ทำแผลเสร็จ เตชิตสั่งให้ข้าวหอมขึ้นรถ แต่ข้าว-หอมลังเล ยังไม่หายข้องใจว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมให้ เธอไปตามทางของเธอ พอถูกเธอรุกเร่งเอาคำตอบ เตชิต ก็ใช้มุกเดิม แกล้งทำอารมณ์เสียใส่

"ฉันไม่ให้ไปก็คือไม่ให้ไป อย่ามาถามเซ้าซี้น่ารำคาญได้มั้ย"

"แต่ฉันไม่เข้าใจ ตกลงคุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ คุณทำให้ฉันสับสนจนทำตัวไม่ถูกแล้ว หรือที่คุณไม่ยอมให้ฉันไปเพราะคุณยังทรมานฉันไม่พอ"

"ใช่ ฉันยังทรมานเธอไม่สะใจพอ คนอวดดีอย่างเธอจะต้องอยู่ให้ฉันโขลกสับไปเรื่อยๆจนกว่าฉันจะพอใจ"

"ทำไมเหรอคะ ฉันทำอะไรให้คุณนักหนา ถึงต้องทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้"

"ก็เธอพูดเองไม่ใช่เหรอว่าฉันมันคนใจร้าย เพราะฉะนั้น ฉันจะร้ายกับเธอให้สมกับที่เธอรู้สึก"

"ฉันเสียใจแทนคุณนาวาจริงๆที่มองญาติอย่างคุณผิดมาตลอด"

"ทำไม ไอ้นาวามันพูดอะไรกับเธอ"

"เขาจะพูดอะไรมันไม่สำคัญหรอกค่ะ เพราะต่อไปนี้ ฉันจะเชื่อแต่สิ่งที่ฉันเจอกับตัวเท่านั้น แล้วตอนนี้ฉันก็รู้แล้วว่าคุณเป็นคนยังไง"

"ในสายตาเธอ ฉันคงเป็นคนเลวมากสินะ เอาสิ ไปฟ้องไอ้นาวาเลย แต่ฉันจะบอกให้นะว่าไอ้นาวามันปกป้องอะไรเธอไม่ได้หรอก คนขาเป๋มันก็ทำได้แค่นั่งรถเข็นให้ทุเรศสายตาไปวันๆเท่านั้นแหละ"

"ฉันว่าคุณดูถูกคุณนาวาเกินไปแล้ว คนอย่างเขาทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด แล้วสิ่งที่เขาทำก็เป็นสิ่งที่ดีด้วย ไม่เหมือนคุณที่ใช้สิ่งที่มีเหนือกว่าใครๆมารังแกคนอื่น คนอ่อนแอ แล้วคนที่น่าทุเรศคือคุณต่างหาก คุณเตชิต"

เตชิตกระชากมือข้าวหอมขึ้นมาด้วยความโมโห สั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้

"ไม่หยุด เอาสิ จะตบตีฉันก็ตามใจ ยังไงฉันก็แพ้คุณตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทำสิ"

เตชิตจ้องหน้าข้าวหอม รู้สึกเจ็บปวดในใจที่ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้ ที่สุดเขาก็ยอมปล่อยมือเธอ แล้วประกาศ

"ต่อไปนี้ห้ามเธอไปไหนทั้งนั้น รวมทั้งทุกคนด้วย"

"หมายความว่าไงคะ"

"ฉันเปลี่ยนใจแล้ว เธอกลับไปบอกทุกคนที่บ้านทอฟ้าให้เก็บข้าวของไว้ที่เดิม จะไม่มีใครย้ายออกไปแม้แต่คนเดียว โดยเฉพาะเธอ ถ้าเธอคิดจะไปจากที่นี่ ฉันจะทำให้แม่เธอ แล้วก็น้องๆของเธอทุกคนเดือดร้อนจนถึงที่สุด จำไว้"

เตชิตเดินไปเปิดประตูขึ้นรถ แล้วปิดปัง ข้าวหอมมองเตชิตด้วยความสับสน ก่อนจะตัดสินใจเข้าไปนั่งในรถ...

ครู่ต่อมา บัวตกใจและแปลกใจแทบไม่เชื่อหูเมื่อได้ยินเตชิตบอกข่าวดี อยากรู้ว่าอยู่ดีๆทำไมเขาถึงเปลี่ยนใจได้

"ผมก็แค่เห็นแก่มนุษยธรรมเท่านั้นเอง"

"แล้วเรื่อง...เอ่อ...เรื่องที่คุณขอหมั้นข้าวหอมล่ะคะ"

"ในเมื่อเด็กนั่นไม่เต็มใจ ผมก็ไม่อยากบังคับ ซักวันผมจะทำให้เขาเต็มใจหมั้นกับผมเอง"

"ขอบคุณมากนะคะคุณเตชิต ฉันต้องขอโทษที่เคยพูดกับคุณไม่ค่อยดีนัก หวังว่าคุณจะเข้าใจนะคะว่าฉันรู้สึกยังไง"

"ไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนแล้วกัน...สวัสดีครับ"

บัวรับไหว้เตชิต พร้อมกับยิ้มแย้มดีใจเป็นที่สุด

ooooooo

ทางนาวา...วันเดียวกันนี้หมอยืนยันว่าการผ่าตัดขาของนาวาไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่หลังจากผ่าตัดแล้วจะเดินได้เป็นปกติหรือไม่ขึ้นอยู่กับนาวาเอง ถ้านาวาขยันทำกายภาพบำบัด และรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี เชื่อว่าไม่เกินหนึ่งเดือนเขาจะกลับมาเดินได้ตามปกติ

ภูผากับนาวา สองพ่อลูกฟังหมออธิบายแล้วดีใจมาก ภูผาเชื่อมั่นว่านาวาต้องทำได้แน่ ลูกของพ่อต้องกลับมาเดินได้เหมือนเดิม...

ตกกลางคืน ขณะข้าวหอมจัดเสื้อผ้าข้าวของเข้าที่เข้าทาง รตีเข้ามายืนจ้องข้าวหอมด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย ข้าวหอมไม่รู้ตัว หันมาเห็นเพื่อนก็ยิ้มแย้มเข้าหา

"รตี รู้ข่าวดีแล้วใช่ไหมว่าพวกเราไม่ต้องย้ายไปจากที่นี่แล้ว "

"รู้แล้วล่ะ แหม เห็นเธอหงิมๆไม่คิดเลยนะว่าจะใจถึงขนาดนี้"

"ใจถึงอะไรของเธอเหรอรตี"

"วันนี้ฉันเห็นเธอขึ้นรถไปกับคุณเตชิต เธอไปนอนกับเขามาใช่มั้ย"

"พูดอะไรของเธอน่ะรตี ฉันไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้นซะหน่อย"

"โกหก    ถ้าเธอไม่ไปนอนกับเขาแล้วทำไมอยู่ๆคุณเตชิตเขาถึงเปลี่ยนใจไม่ไล่พวกเราแล้ว เธอนี่มันร่านกว่าที่ฉันคิดเยอะเลยนะ"

"ไม่จริงนะรตี คนอย่างฉันรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร แล้วแม่ก็ไม่เคยสอนให้พวกเราทำตัวแบบนั้นด้วย"

"อ๋อ นี่เธอจะด่าว่าฉันไม่เชื่อฟังแม่ ทำตัวเละเทะใช่มั้ย เลวที่สุด" รตีตบหน้าข้าวหอมรวดเร็วจนข้าวหอมไม่ทันตั้งตัว

"รตี...ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นเลยนะ"

"ไม่จริง ฉันรู้ว่าเธออิจฉาที่ฉันมีแฟน ก็เลยอยากมีบ้าง แล้วก็จะมีให้ดีกว่าฉันด้วยถึงได้อ่อยคุณเตชิตใช่มั้ย"

ไม่หนำใจ...รตีเข้าจิกหัวตบตีข้าวหอมอย่างไม่ยั้งมือ ข้าวหอมพยายามต่อสู้ เอามือปัดป้องได้บ้างไม่ได้บ้าง กระแตเข้ามาเห็นร้องห้ามเอ็ดอึง แต่รตีบ้าดีเดือดผลักกระแตล้ม แล้วจะซัดข้าวหอมต่อ แต่บัวพรวดเข้ามาตวาดเสียก่อน

"หยุดเดี๋ยวนี้นะรตี...มีอะไรทำไมไม่คุยกันดีๆ ทำไมต้องลงไม้ลงมือกันขนาดนี้ด้วย"

"แม่ถามข้าวหอมดูสิคะ ว่าวันนี้ไปทำอะไรงามหน้ามาบ้าง แล้วค่อยมาด่ารตี"

ข้าวหอมหน้าเสีย...ในที่สุดก็ต้องยอมเล่าเรื่องที่จะหนีไปจากบ้านทอฟ้าให้แม่บัวฟัง

"โธ่ ข้าวหอม ทำไมถึงได้โง่อย่างนี้" บัวรำพึงหน้าเศร้า

"ข้าวหอมขอโทษค่ะแม่ ที่ตัดสินใจทำอะไรอย่างนั้น แต่ข้าวหอมไม่อยากให้ทุกคนต้องมาเดือดร้อนเพราะข้าวหอมจริงๆ"

"แต่ถ้าข้าวหอมหนีไป ทุกคนก็ต้องเสียใจเหมือนกัน แล้วหนูไปอย่างนั้น คิดเหรอว่าคุณเตชิตเขาจะยอมให้พวกเราอยู่ที่นี่ต่อไป"

"ข้าวหอมรู้ดีค่ะ ว่าแค่ข้าวหอมไปจากที่นี่ก็น่าจะพอแล้วสำหรับคนอย่างคุณเตชิต"

"แม่ว่าข้าวหอมคิดผิดแล้วล่ะลูก คุณเตชิตเขาไม่ได้ อยากให้ข้าวหอมไปไหนหรอก ตรงกันข้ามเขาคงอยากให้ข้าวหอม อยู่กับเขาด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นเขาจะขอหมั้นกับข้าวหอมทำไม"

"ก็เพื่อเอาชนะไงคะ เขาคงเกลียดข้าวหอมมาก เลยอยากทรมานให้ข้าวหอมตายทั้งเป็น"

"เอาเถอะลูก ตอนนี้ข้าวหอมอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่ สักวันแม่ว่าข้าวหอมจะรู้เองว่าจริงๆแล้วคุณเตชิตเขารู้สึกกับข้าวหอมยังไงกันแน่" บัวทิ้งท้ายเป็นปริศนา ข้าวหอมสีหน้าสับสนไม่เข้าใจ...

คืนนี้เอง นาวาโทร.มาหาข้าวหอม บอกข่าวดีว่าเขาจะ ผ่าตัดขาในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหมอยืนยันว่าเขาต้องกลับมาเดินได้ ตามปกติ ต่อไปเขาจะไม่ต้องเป็นไอ้เป๋ให้ใครต้องมาคอยดูแลอีกแล้ว ข้าวหอมดีใจกับเขาด้วย อวยพรให้การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี ขอให้เขากลับมาเป็นนักกีฬาฟันดาบอย่างที่หวังไว้ นาวากลับบอกว่าเรื่องนั้นเขาเลิกฝันไปแล้ว ที่เขายอมผ่าตัดก็แค่ อยากกลับมาเดินได้เหมือนเดิม เผื่อต่อไปเขาจะได้ดูแลคนที่เขารัก ข้าวหอมเข้าใจว่านาวาหมายถึงพ่อ จึงสนับสนุนเต็มที่

"ไม่ใช่แค่พ่อฉันเท่านั้นนะ ฉันยังหมายถึงคนอื่นอีกด้วย...ข้าวหอม ฉันมีอะไรบางอย่างอยากจะบอกเธอ ไว้ให้ฉันเดินได้เหมือนเดิม ฉันจะบอกเธอแล้วกันนะ"

ข้าวหอมนิ่งไปนิดอย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่ซักอะไรต่อ ได้แต่อวยพรอีกครั้งให้เขาโชคดี ก่อนจะวางสาย...ส่วนรตีที่เมื่อบ่ายเห็นข้าวหอมนั่งรถเตชิตเต็มสองตา ยามนี้รตีเจ็บแค้นใจถึงกับร้องไห้ออกมา เพราะมั่นใจว่าข้าวหอมต้องมีอะไรกับเตชิตแน่ แต่ทำมาเป็นปากแข็งปฏิเสธกับเธอเมื่อวันก่อน มังกรตกใจที่เห็นรตีร้องไห้นึกว่าถูกใครรังแก จะไปจัดการให้ รตีกลับโผเข้ากอดมังกรแน่น รำพันน้อยเนื้อต่ำใจวาสนาของตัวเอง ที่ไม่มีอะไรเทียบข้าวหอมได้เลย ทำไมโลกนี้ถึงไม่ยุติธรรมกับเธอเลย

"อย่าคิดอย่างนั้นสิรตี อย่างน้อยรตีก็ยังมีพี่นะ แล้วพี่ก็รักรตีมากด้วย"

"แต่มันยังไม่พอ รตีอยากเป็นลูกไฮโซอย่างข้าวหอม รตีอยากมีเงิน  มีแม่  มีทุกอย่าง  อีกหน่อยถ้าผู้หญิงคนนั้นรู้ว่าข้าวหอมอยู่ที่นี่ เขาก็ต้องมารับตัวข้าวหอมไป ส่วนรตีก็ยังเป็นเด็กกำพร้าอย่างนี้ต่อไป แล้วอย่างนี้จะไม่ให้รตีน้อยใจได้ยังไงล่ะพี่มังกร"

มังกรสงสารรตีจับใจ รับปากจะทำให้รตีมีความสุข เขาจะช่วยให้รตีได้ชีวิตของข้าวหอมมาเป็นของรตีให้จงได้

ooooooo

หลังจากรัญญาเปิดตัวและแจ้งความประสงค์ เรื่องลูกผ่านสื่อทีวี เช้าวันนี้มีเด็กสาวเรียงหน้ามาหา รัญญาที่บ้านถึงห้าคน   พร้อมนำหลักฐานต่างๆมา ยืนยันว่าเป็นลูก ซึ่งล้วนแล้วเป็นของปลอมทั้งสิ้น รัญญาอ่อนใจแทบจะหมดหวังเสียให้ได้

ขณะเดียวกันนั้น ลูกสาวตัวจริงของรัญญากำลังตกอยู่ ในอันตราย เมื่อรตีรวมหัวกับมังกรวางแผนฉกชิงความโชคดีมาจากข้าวหอม รตีคิดสวมรอยเป็นลูกสาวของรัญญา โดยเริ่มแผนด้วยการเป่าหูนายไม้ไม่ให้บอกเรื่องนี้กับข้าวหอม เพราะหากเป็นเธอ คงยอมรับไม่ได้ถ้ารู้ว่ามีพ่อเป็นคนพิการหน้าบากอย่างนี้ และทำเป็นหวังดีวางแผนให้นายไม้พาตัวข้าวหอมไปหารัญญา เพื่อยืนยันสถานภาพว่าข้าวหอมเป็นลูกของรัญญากับนายไม้จริง เมื่อนั้นข้าวหอมก็จะยอมรับในตัวนายไม้ แล้วข้าวหอมก็จะได้อยู่กับแม่แท้ๆอย่างสุขสบายเสียที

นายไม้หลงเชื่อคำพูดรตี เดินเข้าไปในแผนร้ายล้ำลึกอย่างไม่รู้ตัว...จากนั้นรตีก็ไปวิงวอนข้าวหอมให้ไปกรุงเทพฯเป็นเพื่อน โดยหลอกข้าวหอมว่าเธอจะไปขอทุนเรียนต่อมหาวิทยาลัย นายไม้เป็นคนขับรถพาไป ข้าวหอมใจอ่อนอีกตามเคย รับปากรตี และเห็นว่ายังไงก็มีลุงไม้ไปด้วย

ด้านรัญญา หลังจากเมื่อเช้าผิดหวังเรื่องลูก พอตกเย็นกลับได้รับข่าวดี พยาบาลที่เคยดูแลลูกของเธอมาหาถึงบ้าน ส่งข่าวว่าตอนนี้ลูกของรัญญาอยู่ที่มูลนิธิบ้านทอฟ้าที่จังหวัดเพชรบูรณ์ รัญญาตื่นเต้นดีใจสุดๆ ให้ยุวรินทร์เตรียมตัวเดินทางไปกับเธอพรุ่งนี้แต่เช้าเลย

เช้าขึ้น บัวส่งรตีกับข้าวหอมขึ้นรถกระบะของมูลนิธิที่มีนายไม้เป็นคนขับ บัวกำชับเด็กทั้งคู่ให้รีบไปรีบกลับ เสร็จธุระเรื่องเรียนแล้วอย่าชวนกันเถลไถล...นายไม้ออกรถไปได้สักพัก รถเตชิตก็เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านทอฟ้า เตชิตคุยกับบัว แต่สายตากวาดมองหาข้าวหอม บัวรู้ทันจึงบอกว่าข้าวหอมไม่อยู่ เพิ่งไปกรุงเทพฯกับรตีเมื่อสักครู่นี่เอง เตชิตเดือดขึ้นมาทันที เพราะสั่งห้ามไว้แล้วไม่ให้ข้าวหอมไปไหนทั้งนั้น

"นี่เธอกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ...ได้ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน"

เตชิตหันหลังเดินตัวปลิวไปที่รถ บัวก้าวตามมาเรียก อธิบายเหตุผลที่ข้าวหอมไปกรุงเทพฯ เพราะอยากไปขอทุนเรียนต่อ ไม่ได้คิดจะละเมิดคำสั่งของเขา

"แล้วครูบัวมาบอกผมทำไม"

"ฉันดูจากสีหน้าคุณก็พอเดาออกแล้วล่ะค่ะว่าคุณกำลังคิดยังไง คุณเตชิตคะ ยัยข้าวหอมแกเป็นเด็กกำพร้า ทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตแกดีขึ้นก็คือการศึกษา แล้วทางที่แกเลือกก็คือไปเรียนที่กรุงเทพฯ ฉันหวังว่าคุณจะเข้าใจแกนะคะ"

"ผมเองก็ไม่เคยคิดจะห้ามไม่ให้เขาเรียนนะครับ แต่ เด็กนั่นรับปากผมแล้วว่าจะไม่ไปไหน การที่เขาแอบไปกรุงเทพฯโดยไม่บอกผม ถือว่าขัดคำสั่งและเจตนาจะลองดีกับผม ผมเองก็หวังว่าครูบัวคงจะเข้าใจผมเหมือนกัน" เตชิตพูดจบก็ผลุนผลันขึ้นรถ บัวรู้สึกหนักใจแทนข้าวหอมเสียจริง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.