ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงารักลวงใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ผ่านเหตุการณ์ระทึกใจมาได้ เพราะเตชิตหักหลบไปจอดข้างถนนทัน แต่ข้าวหอมก็ยังไม่วายหัวเสีย เดินตรงดิ่งมาเอาเรื่องชายหนุ่มเจ้าของรถที่จอดห่างออกไป

"นี่คุณ ขับรถภาษาอะไรฮึ ถ้าเกิดชนคนขึ้นมาจะว่ายังไง"

"เอ่อ...คือ...ผมไม่ได้ตั้งใจ" เตชิตอึกอัก หน้าเสีย

"ไม่ได้ตั้งใจเหรอ ฉันว่าคุณน่าจะหาคำพูดแก้ตัวที่มันดีกว่านี้นะ เห็นๆอยู่ว่ารถของคุณพุ่งเข้ามาเกือบจะชนคนอยู่แล้ว ถ้ามีใครตายเพราะคุณจะทำยังไง"

"แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ขับรถชนใคร แล้วก็ไม่มีใครตายไม่ใช่เหรอ"

"อ๋อ แสดงว่าคุณยังคิดว่าคุณไม่ได้ทำผิดล่ะสิ"

"ใช่ ที่สำคัญใครจะไปคิดล่ะว่าจะมีใครปล่อยคนพิการเข็นรถข้ามถนนเองอย่างนี้"

ข้าวหอมฟังแล้วเดือดกว่าเดิม "พูดอย่างนี้หมายความว่าไง คุณจะโทษว่าเป็นความผิดฉันใช่มั้ย คนอะไรทำผิดแล้วยังไม่รู้สำนึก ความรับผิดชอบน่ะมีบ้างมั้ย"

เตชิตถูกเจ้าหล่อนแหวใส่ก็ชักโมโห "ถ้างั้นจะให้ฉันรับผิดชอบยังไง อ๋อ อยากได้เงินก็ไม่บอกแต่แรก เอ้า นี่ค่าทำขวัญ พอใจรึยัง"

"ไม่...คิดว่าเงินคุณใหญ่คับฟ้ารึไง ถึงอยากจะปิดปากใครก็ได้" ข้าวหอมปัดเงินในมือเขาหล่นกระจาย

"ฉันไม่จำเป็นต้องเอาเงินปิดปากใครทั้งนั้นเพราะฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ความจริงเธอเองต่างหากที่ไม่รู้จักดูแลเพื่อนเธอให้ดี ปล่อยให้ทะเล่อทะล่าข้ามถนนมาได้"

"แล้วที่คุณขับรถมาซะเร็วขนาดนั้น คิดว่าตัวเองทำถูกนักรึไง"

"ถ้างั้นเธอจะเอาไง หรือว่าเงินแค่นี้มันยังน้อยไป"

"เก็บเงินของคุณเอาไว้ไปทำบุญเถอะ เผื่อว่าบาปที่มันติดตัวคุณจากนิสัยแย่ๆมันอาจจะลดลงได้บ้าง ที่ฉันต้องการคือคำขอโทษ คุณต้องขอโทษคุณนาวาเดี๋ยวนี้"

ขาดคำของข้าวหอม เสียงนาวาดังขึ้นข้างหลัง เตชิตคุ้นเสียงหันขวับไปมอง...พบว่าชายพิการบนรถเข็นที่เกือบขับรถชนก็คือญาติของตนนั่นเอง

"ว่าไงเต...แกนี่ขับรถเร็วไม่เปลี่ยนเลยนะ"

ข้าวหอมแปลกใจที่เห็นนาวาทักทายนายคนนี้ด้วยท่าทีสนิทสนม...แล้วอีกครู่ต่อมา ข้าวหอมพานาวาแยกกลับเข้าบ้าน เธอทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้อย่างไม่สบอารมณ์

"ฉันไม่อยากเชื่อเลยนะว่าเขาจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณ นึกแล้วเจ็บใจจริงๆ นี่ถ้านายเตชิตคนนั้นไม่ได้เป็นญาติคุณ ฉันคงด่าเปิงไปแล้ว"

"แต่เท่าที่ฉันเห็น เธอเองก็ด่าเขาจนหูชาแล้วนะ"

"ก็คุณดูญาติคุณสิ ทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิด นี่ถ้าเกิดเขาขับรถชนคุณขึ้นมาจริงๆจะว่ายังไง"

"ไม่ดีเหรอ เธอจะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยดูแลฉันไง"

"พูดอย่างนั้นได้ไงคะ คุณรู้ไหมว่าฉันห่วงคุณมากแค่ไหน"

นาวารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก อดถามย้ำไม่ได้ว่า เธอห่วงฉันจริงๆเหรอ

"จริงสิ ก็ฉันมีหน้าที่ต้องดูแลคุณนี่"

"ถ้างั้นฉันก็ขอบใจเธอมากนะ ที่เธอเป็นห่วงฉัน ถึงแม้ว่าจริงๆฉันอยากจะให้นายเตขับรถชนฉันให้ตายไปเลยด้วยซ้ำ"

นาวาหน้าเศร้า นึกถึงความเจ็บปวดในใจ ข้าวหอมมองออก เข้ามานั่งลงตรงหน้า กุมมือให้กำลังใจเขา

"คุณอย่าพูดอย่างนั้นสิ ฉันอยากให้คุณรู้ว่าชีวิตคุณมีค่าแค่ไหน ที่สำคัญยังมีคนที่รักแล้วก็เห็นค่าในตัวคุณอีกเยอะ อย่างน้อยๆก็คุณท่าน พ่อของคุณคนนึงล่ะ"

"แต่ฉันมันก็แค่คนพิการไร้ประโยชน์ ไม่มีฉันซักคน พ่อฉันอาจจะไม่ต้องลำบากมาคอยเป็นห่วงฉันอย่างนี้ก็ได้"

"ไม่จริงหรอก คุณคือลูกชายคนเดียวของคุณท่าน ฉันเชื่อว่าคุณท่านต้องรักคุณเหมือนแก้วตาดวงใจอยู่แล้ว ในโลกนี้ไม่มีใครทำร้ายคุณได้หรอก นอกจากตัวคุณนั่นแหละที่ทำร้ายตัวเอง เชื่อฉันนะคะ อย่ายอมแพ้กับโชคชะตา ฉันเอาใจช่วยคุณนะ"

นาวายิ้มรับด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง ราวกับว่ามีความสุขบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาสู่ตัวเขา

"ขอบใจเธอมากนะ ขอบใจจริงๆ"

"คุณพักผ่อนเถอะนะ เดี๋ยวฉันต้องไปช่วยแม่บัวสอนหนังสือน้องๆ เสร็จแล้วเดี๋ยวฉันจะรีบมาดูแลคุณ" ข้าวหอมลุกเดินออกไป นาวามองตามยิ้มๆ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

เตชิตขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้านทอฟ้า แล้วนั่งเหม่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ จนกระทั่งยิ้มนั่งรถมอเตอร์ไซค์ตามมาถึง เตชิตถึงลงจากรถ ยิ้มโวยเจ้านายที่ทิ้งกันดื้อๆ ถ้าเกิดไม่มีรถผ่านมา มีหวังตนได้เดินขาลากแน่ เตชิตเดินหนีอย่างไม่สนใจไยดี ยิ้มรีบก้าวตามมาดักหน้า

"เจ้านาย...นี่เจ้านายจะไล่ที่เขาจริงๆเหรอครับ"

"ฉันจะทำอะไรแล้วแกยุ่งอะไรด้วย"

"เปล่าครับ ผมก็แค่สงสัยว่าเจ้านายจะทำลงเหรอครับ ผมว่าน่าสงสารเด็กกำพร้าที่นี่ออกนะครับ แค่ไม่มีพ่อแม่ก็แย่อยู่แล้ว นี่ยังมาโดนไล่ไปอีก เจ้านายไม่สงสารคนอย่างผมบ้างเหรอครับ"

เตชิตสะอึก รู้สึกเหมือนโดนชกที่ท้องแรงๆ แต่ก็ใช้ความก้าวร้าวมาเป็นกำแพงกั้นความรู้สึก

"แกเป็นแค่คนใช้ หน้าที่แกคือคอยรับใช้ฉัน เพราะฉะนั้นอย่าสะเออะมาสอน เดี๋ยวแกรอฉันอยู่ตรงนี้แหละ อ้อ แล้วถ้าเจอนาวา แกห้ามบอกมันเด็ดขาดว่าฉันมาทำอะไรที่นี่ เข้าใจมั้ย"

"อะไรนะครับ นี่คุณนาวาก็อยู่ที่นี่เหมือนกันเหรอครับ แล้วคุณนาวามาทำอะไร มากับใคร มายังไง แล้วคุณภูผาไม่ห่วงคุณนาวาเหรอครับ"

เตชิตไม่ตอบ เดินหนีด้วยความรำคาญ แล้วเข้าไปเจรจากับครูบัวในห้องทำงาน

"เรื่องนี้ผมคงตอบคุณไม่ได้ เพราะผมมีหน้าที่แค่มาเตือนให้คุณทำตามคำสั่งของบริษัทเท่านั้นเอง"

"คุณเตชิตคะ ฉันขอโอกาสคุยกับคุณโตมรอีกครั้งได้ไหมคะ เผื่อว่าเธออาจจะยอมเปลี่ยนใจ หรือไม่อย่างน้อยๆก็ขอเวลาให้เราเตรียมตัวมากกว่านี้ แค่เดือนเดียว ฉันคงทำอะไรไม่ทันหรอกค่ะ"

"ไม่มีประโยชน์หรอกครับ เพราะโครงการบ้านทอฟ้ารีสอร์ตเป็นโปรเจกต์ที่รีบมาก ทางที่ดีผมว่าครูบัวควรจะรีบหาทางเคลียร์พื้นที่ให้ทันตามกำหนดจะดีกว่า"

"หรือว่า...เอาอย่างนี้ดีไหมคะ ให้ฉันลองคุยกับคุณท่านก่อน เผื่อคุณท่านอาจจะช่วยได้"

"ไม่ได้นะครับครูบัว เพราะลุงภูผาถูกทำร้ายต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล ผมไม่อยากให้มีเรื่องวุ่นวายมารบกวนท่าน"

"อะไรนะคะ คุณท่านถูกทำร้าย แล้วคุณได้บอกคุณนาวารึยังคะ"

"เปล่าครับ ลุงภูผาสั่งห้ามไม่ให้บอกนาวาเด็ดขาด เอาไว้ท่านหายดีแล้วท่านจะบอกเอง หวังว่าครูบัวคงรู้นะครับว่าควรทำยังไง อ้อ อีกอย่าง...ลุงภูผามอบหมายให้พ่อผมเป็นคนดูแลบริษัทแทนท่าน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีเรื่องสำคัญแค่ไหน   ขอให้คุยกับพ่อผมคนเดียวเท่านั้น หมดธุระแล้ว ผมขอตัวนะครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกัน เผื่อว่าผมอาจจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง"

"ขอบคุณค่ะ" บัวตอบเสียงเบาหวิว หน้าเสียอย่างจนหนทาง...

ข้าวหอมกำลังจะเปิดประตูห้องเข้ามาช่วยงานครูบัว จังหวะนั้นเองประตูเปิดออกมากระแทกหัวข้าวหอมเต็มๆ เตชิตตกใจรีบขอโทษ แต่พอต่างคนต่างเห็นหน้าก็บึ้งตึงใส่กันทันที

"คุณมาที่นี่ทำไม หรือว่าเอาเรื่องเมื่อกี๊มาฟ้องแม่บัวรึไง" ข้าวหอมระแวง

"ฉันว่าเธอสำคัญตัวเองผิดไปแล้วนะ คนอย่างฉันไม่สนใจเรื่องไร้สาระพรรค์นั้นหรอก"

"ถ้างั้นคุณมาทำไม"

"ฉันไม่จำเป็นต้องบอกเธอ"

เตชิตเหลือบเห็นครูบัวเดินออกมา จึงถือโอกาสฝากอบรมเด็กคนนี้ให้รู้จักเจียมตัว อย่าแสดงกิริยาก้าวร้าวใส่เขาอีก

"คุณไม่มีสิทธิ์ว่าฉันอย่างนี้นะคุณเตชิต เรื่องที่ฉันต่อว่าคุณก็เพราะคุณขับรถเกือบชนคุณนาวา แถมยังไม่ยอมขอโทษอีก ฉันว่าคนที่ควรถูกอบรมน่าจะเป็นคุณมากกว่า"

"หยุดนะข้าวหอม ขอโทษคุณเตชิตเดี๋ยวนี้"

"แต่แม่คะ เรื่องที่ข้าวหอมพูดมันเป็นความจริงนะคะ"

"แม่บอกให้ขอโทษคุณเตชิตยังไงล่ะ"

ข้าวหอมอ่อนลง หันไปทางเตชิตที่ยืนคอแข็งนิ่งอย่างผู้มีชัย เธอยกมือไหว้ขอโทษเขาทั้งที่ไม่เต็มใจ

"ไม่เป็นไร...งั้นผมลาเลยแล้วกันนะครับครูบัว ยังไงอย่าลืมเรื่องที่เราคุยกันไว้ แล้วผมจะหมั่นมาดูความคืบหน้าอีกทีก็แล้วกัน" เตชิตยิ้มมุมปากอย่างผยองใส่ข้าวหอมก่อนจะเดินออกไป

"แม่คะ ข้าวหอมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเราต้องไปยอมคนร้ายๆอย่างเขาด้วย ขนาดคุณนาวาเขายังไม่เคยพูดจาดูถูกคนเท่านี้เลย"

"ฟังแม่นะข้าวหอม ที่แม่ให้ข้าวหอมขอโทษเขา เพราะแม่ไม่อยากให้เรื่องมันเลวร้ายไปกว่านี้"

ข้าวหอมชะงักไปด้วยความสงสัย อยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ก็ไม่มีคำตอบจากครูบัวนอกจากใบหน้าเศร้าๆที่ปรากฏชัด...

ooooooo

ภูผายังนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล รัญญามาเยี่ยมพร้อมยุวรินทร์ รัญญาต่อว่าภูผาว่าเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่บอกกันบ้าง  ถ้าเธอไม่โทร.ไปที่บ้านของเขาก็คงไม่รู้เรื่องแน่ๆ

"ก็ผมไม่ได้เป็นอะไรมากนี่ เลยไม่อยากรบกวนคนอื่น"

"คนอื่นที่ไหนคะ ฉันกับคุณรู้จักกันมานานแล้วนะคะ ตั้งแต่ฉันกับมงคล...เอ่อ...จากกัน" พูดแล้วรัญญาหน้าเศร้า...ภูผารีบปลอบใจ

"ช่างมันเถอะรัญ เรื่องมันนานมาแล้ว เราอย่าพูดถึงมันอีกเลยนะ ว่าแต่คุณยังไม่แนะนำเพื่อนให้ผมรู้จักเลยนะ"

รัญญาตั้งท่าจะแนะนำ  แต่ไม่ทันยุวรินทร์ที่แนะนำตัวเองพร้อมส่งสายตาหวานฉ่ำให้ภูผา

"ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ   ฉันได้ยินชื่อคุณมานานแล้วค่ะ  เพิ่งได้เจอตัวจริงก็วันนี้เอง"

"เราคงได้เจอกันนานแล้วล่ะครับ ถ้าตอนนั้นรัญเขายอมคบกับผม"

"แต่ฉันว่าเป็นอย่างทุกวันนี้ก็ดีแล้วล่ะค่ะ เพราะผู้หญิงเลวๆอย่างฉันไม่คู่ควรกับผู้ชายดีๆอย่างคุณหรอกค่ะภูผา" รัญญาเศร้าหนัก...หวนนึกถึงความหลังวันแรกที่ได้พบภูผา ในฐานะชายหนุ่มที่พ่อของเธอหมายมั่น ปั้นมืออยากได้เป็นลูกเขย

วันนั้นพ่อพาภูผามาพบรัญญาที่บ้าน ซึ่งเธอกำลังท้องอ่อนๆโดยที่ไม่มีใครรู้เรื่อง เพียงเห็นรัญญาครั้งแรก ภูผาก็พึงใจในความสวยของเธอ

"ภูผาคือลูกของทิว เพื่อนของพ่อ เขาไปเรียนเมืองนอกเมืองนาซะนาน เพิ่งกลับมาเลยไม่ค่อยมีเพื่อน ยังไงรัญช่วยดูแลภูผาหน่อยนะลูก"

"หวังว่าคุณรัญคงไม่รังเกียจ"

"ไม่หรอกค่ะ ดีซะอีก รัญกำลังหาคนแนะนำ

เรื่องเรียนอยู่พอดี คือว่ารัญกำลังคิดจะไปเรียนต่อต่างประเทศค่ะ"

เถลิงหน้าเสียที่รัญญาพูดออกมาโดยไม่ปรึกษา "อะไรนะ ลูกน่ะเหรอจะไปเรียนต่อต่างประเทศ"

"ใช่ค่ะ ลูกคุยกับฝนไว้แล้วว่าจะตามไปเรียนปริญญาโทต่อกับฝน"

"แต่ลูกก็เพิ่งกลับมาได้ไม่นานเองไม่ใช่เหรอ"

"เรียนปริญญาเพิ่มอีกซักใบก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ อีกอย่างคุณพ่อก็ทราบดีไม่ใช่เหรอคะว่าที่ผ่านมาลูกต้องเผชิญกับเรื่องที่เลวร้ายแค่ไหน ให้ลูกไปเถอะค่ะ เผื่อว่ามันจะทำให้ลูกสบายใจขึ้นได้บ้าง...นะคะคุณพ่อ"

นายเถลิงอึกอักพูดไม่ออก ภูผามองรัญญาด้วยความเห็นใจ

"จริงอย่างที่คุณรัญว่านะครับ สมัยนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ผู้หญิงยิ่งเรียนสูงๆก็ยิ่งดีนะครับ ผมว่าถ้านี่เป็นความตั้งใจจริงของคุณรัญ ก็น่าจะสนับสนุนเธอนะครับคุณลุง"

"นะคะคุณพ่อ ลูกสัญญาว่า ถ้าคุณพ่อให้ลูกไป ลูกจะไม่ขอร้องอะไรคุณพ่ออีกเลย"

"อยากทำอะไรก็ตามใจ แต่อย่าหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ฉันอีกก็แล้วกัน" นายเถลิงลุกขึ้นเดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะที่รัญญายิ้มออกมาด้วยความดีใจ และขอบคุณภูผาที่มีส่วนช่วยเธอครั้งนี้...

ooooooo

ภายในโรงอาหารบ้านทอฟ้า เด็กๆกำลังขะมักเขม้นช่วยกันจัดเตรียมงานวันเกิดให้ข้าวหอม พอรตีเยี่ยมหน้าเข้ามาเห็น ก็ถามน้องๆด้วยความสงสัยว่าทำอะไรกัน?

"พวกเรากำลังจัดงานวันเกิดให้พี่ข้าวหอม พี่รตีช่วยหน่อยสิ จะได้เสร็จเร็วๆ"

"ไม่ล่ะ พี่ไม่ได้เห่อเหมือนพวกเธอ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นยังดีซะกว่า"

"อ้าว ทำไมพี่รตีพูดอย่างนั้นล่ะ ทีวันเกิดพี่รตี พี่ข้าวหอมยังจัดงานให้เลยนะ"

"ก็พี่ไม่ว่างนี่ ต้องอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย พวกเธอว่างกันก็ทำไปแล้วกันนะ" รตีหาข้ออ้างแล้วรีบชิ่ง ทั้งที่ความจริงหมั่นไส้ข้าวหอมต่างหาก...

"อย่างนี้ทั้งปีเลย พี่ข้าวหอมจะรู้ไหมนะว่าเพื่อนที่พี่ข้าวหอมรักที่สุด ไม่เห็นความสำคัญของวันเกิดพี่ข้าวหอมเลย"

เด็กๆพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของกระแต...เวลาเดียวกันนั้น ข้าวหอมยังนั่งตื๊อครูบัวในห้องทำงาน จนครูบัวต้องยอมเปิดเผยปัญหาที่เตชิตนำมาให้เมื่อพักใหญ่ๆ ข้าวหอมได้ฟังก็หนักใจไม่แพ้ครูบัว แต่ยังให้กำลังใจทั้งตัวเองและครูบัว

"อย่าคิดอย่างนั้นสิคะแม่ ข้าวหอมว่า บางทีเหตุการณ์ มันอาจจะไม่ร้ายแรงขนาดนั้นก็ได้นะคะ"

"แต่คุณเตชิตเขายืนยันออกอย่างนั้น แม่ว่าเราคงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะข้าวหอม"

"เอาอย่างนี้สิคะ เราไปขอให้คุณนาวาช่วยพูดกับคุณท่านดีไหมคะ เผื่อว่าคุณท่านอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้"

"ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกข้าวหอม เพราะตอนนี้คุณท่านกำลังบาดเจ็บต้องพักรักษาตัว อีกอย่างเรื่องนี้ห้ามให้คุณนาวารู้เด็ดขาด เพราะคุณท่านไม่อยากให้คุณนาวาเป็นห่วง"

"เฮ้อ...แล้วอย่างนี้จะมีใครที่จะช่วยเราได้ล่ะคะ ถ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้ข้าวหอมยังนึกไม่ออกเลยว่าพวกเราจะอยู่กันยังไง"

"ถ้าถึงวันนั้นจริงๆแม่ก็คงต้องยอมให้พวกเราไปอยู่มูลนิธิอื่น แต่ยังไงแม่จะไม่ทิ้งให้ข้าวหอมกับน้องๆให้ต้องลำบากแน่ๆ"

"ข้าวหอมสัญญาค่ะแม่ว่าข้าวหอมจะช่วยแม่ดูแลน้องๆ ถึงข้าวหอมจะเป็นเด็กที่เคยถูกทอดทิ้งมาก่อน แต่ ข้าวหอมจะไม่มีวันทิ้งน้องๆแน่นอนค่ะ"

ข้าวหอมกอดครูบัวด้วยความเคารพรักเสมือนมารดา ขณะที่ครูบัวเองก็รักข้าวหอมราวกับลูกสาวแท้ๆ เพราะตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาข้าวหอมได้อย่างใจทุกอย่าง เรียนเก่ง กิริยามารยาทเรียบร้อย เชื่อฟังคำสั่งสอน และช่วยเหลืองานทุกอย่างไม่เคยเกี่ยงงอน...

ooooooo

ขณะรัญญากับยุวรินทร์เปิดประตูห้องที่ภูผารักษาตัวออกมา...ไม่คิดว่าจะเจอโตมรตรงหน้าห้อง โตมรยิ้มแย้มทักทายรัญญาอย่างคุ้นเคย

"อ้าว คุณรัญ มาเยี่ยมพี่ภูผาเหรอครับ"

"ใช่ค่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะโตมร"

"นั่นสิครับ ก็คุณรัญต้องดูแลธุรกิจหมื่นล้าน จะมี เวลามาเจอเพื่อนฝูงได้ยังไง จริงไหมครับ"

"อ๋อ คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เพราะฉันวางมือจากการบริหารธุรกิจหมดแล้ว ตัวคนเดียวไม่รู้จะเหนื่อยไปเพื่อใครน่ะค่ะ"

"แหม ถึงอย่างนั้นก็กินดอกเบี้ยธนาคารกับเงิน ปันผลหุ้น เดือนๆนึงไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่นะครับ นึกแล้วก็น่าเสียดาย ถ้าผมเป็นคุณรัญคงเอาเงินไปต่อเงินจนรวยเละไปแล้วมั้งครับ"

"สงสัยรัญจะรักสบายไปหน่อยมั้งคะ เลยชอบอยู่เฉยๆ มากกว่า"

"แต่ยังไงถ้าคุณรัญสนใจลงทุนทำอะไร ปรึกษาผมได้นะครับ ผมรับรองว่าจะช่วยบริหารเงินคุณรัญให้อย่างคุ้มค่าเลย"

รัญญาออกจะรำคาญแต่ยังรักษามารยาทปั้นยิ้มให้โตมร แล้วคุยกันอีกสองสามประโยค รัญญาก็ขอตัว... ขณะเดินจากมา ยุวรินทร์บ่นอุบอิบกับรัญญาอย่างไม่ค่อยพอใจ

"นี่อีตาคนนั้นเขาเห็นฉันเป็นผีลูกกรอกตามเธอมารึไง ยืนอยู่ตั้งนานสองนานไม่คิดจะทักทายกันเลยซักคำ"

"โตมรเขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ ชีวิตมีแต่ธุรกิจกับเงิน"

"นั่นสิ ฉันเห็นแล้วไม่ค่อยถูกชะตาเลย ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะเป็นน้องชายคุณภูผาพ่อเทพบุตรของฉัน"

"ทำไม  เกลียดตัวกินไข่รึไงเธอน่ะ"  รัญญากระเซ้าเล่น ยุวรินทร์ซึ่งรู้สึกถูกชะตาภูผามากๆกลับพูดเป็นจริงเป็นจังว่า ของมันแน่นอนอยู่แล้ว...

ooooooo

ขณะรัญญากำลังหาข้อมูลของมูลนิธิเด็กกำพร้าตามเว็บไซต์เผื่อจะเจอเบาะแสลูกของเธอที่หายไป ยุวรินทร์เข้ามาเห็นอดสงสารรัญญาไม่ได้...รัญญา กล่าวโทษตัวเองที่อ่อนแอทำให้ลูกสาวหายไป

"อย่าโทษตัวเองอย่างนั้นสิรัญ   เรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรอก มันเป็นอุบัติเหตุ"

"ไม่จริง ถ้าฉันไม่กลัวความผิดจนเอาลูกไปทิ้งไว้ เนิร์สเซอรี่ ลูกก็คงไม่พลัดจากอกฉันไปอย่างนี้ ฉันมันเป็นแม่ที่เลว เลวจนไม่น่าให้อภัย" รัญญาร้องไห้อย่างทุกข์ระทม ยุวรินทร์ปลอบเพื่อนรักด้วยความเห็นใจ

ครู่ต่อมา ยุวรินทร์นำอัลบั้มรูปเก่าๆของรัญญามา เปิดดู แล้วสะดุดตากับรูปถ่ายที่ตนเองถ่ายคู่กับรัญญาตอนท้องสามสี่เดือน   ซึ่งในรูปรัญญาใส่สร้อยที่มงคลมอบให้ ยุวรินทร์ชี้ชวนรัญญาดู   รัญญาพอเห็นสร้อยพร้อมจี้ก็นึกทบทวน สร้อยเส้นนี้มงคลให้เธอในคืนที่เขารถคว่ำ จากนั้น เธอก็ใส่ติดตัวมาตลอด   แต่มาทำหล่นหายที่เนิร์สเซอรี่วันที่เธอพาลูกไปฝากไว้

"รัญ...ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้สิ   บางทีสร้อยเส้นนี้แหละอาจจะทำให้เธอได้กลับมาเจอลูกอีกครั้งก็ได้นะ" คำพูดของยุวรินทร์ทำให้รัญญารู้สึกมีความหวังมากขึ้นที่จะได้พบเจอลูก...

ขณะเดียวกันนั้นที่บ้านทอฟ้า บัวกำลังมอบสร้อยพร้อมจี้ที่เก็บรักษามานานให้ข้าวหอมเป็นของขวัญวันเกิด

"สวยจังค่ะแม่    แม่ไม่น่าเสียเงินซื้อของแพงๆ อย่างนี้ให้ข้าวหอมเลย"

"เปล่าหรอกจ้ะ สร้อยเส้นนี้ติดตัวข้าวหอมมาตั้งแต่เกิด แม่เห็นว่าข้าวหอมโตพอจะเก็บรักษามันได้แล้ว เลยให้ ข้าวหอมเอาไปเก็บไว้เอง"

"หมายความว่านี่เป็นของชิ้นเดียวที่เป็นของข้าวหอม จริงๆเหรอคะ"

"จ้ะ ไม่แน่มันอาจจะทำให้ข้าวหอมได้พบครอบครัว ที่แท้จริงของข้าวหอมก็ได้นะ"

"แต่ถึงข้าวหอมจะไม่ได้เจอครอบครัว ข้าวหอมก็ไม่เสียใจหรอกค่ะ เพราะตอนนี้ข้าวหอมมีแม่ที่ประเสริฐที่สุดคือแม่บัวของข้าวหอมอยู่แล้ว"

"ขอบใจนะลูก แม่ก็ดีใจที่มีลูกสาวที่น่ารักอย่างข้าวหอมเหมือนกัน" บัวยิ้มปลาบปลื้ม กอดข้าวหอมอย่าง มีความสุข

ooooooo

เช้ามืด   เตชิตฝันเห็นแม่ที่จากเขาไปตั้งแต่ เขาอายุหกขวบ วันนั้นพ่อไล่แม่ออกจากบ้าน แม่ หิ้วกระเป๋าไปขึ้นรถที่ผู้ชายจอดรออยู่ เตชิตร้องไห้ จะวิ่งตามแม่ แต่ถูกพ่อดึงไว้ทั้งน้ำตา...

เสียงโทรศัพท์มือถือทำให้เตชิตสะดุ้งตื่นจากความฝัน พ่อโตมรของเขานั่นเองที่โทร.มา "ฉันจะโทร.มาถามแกเรื่องไล่ที่ว่าคืบหน้าไปถึงไหน"

เตชิตท่าทีอึดอัด พูดอย่างไม่เต็มใจนัก   "ผมบอกครูบัวไปแล้วว่าให้เวลาเดือนนึง ให้จัดการย้ายทุกคนออกจาก บ้านทอฟ้า"

"อะไรนะเดือนนึง แกจะบ้าเหรอ ขืนใช้เวลานานขนาดนั้นเกิดไอ้ภูผามันหายดีกลับมาทำงานซะก่อนจะทำยังไง"

"แล้วจะให้ผมทำยังไงในเมื่อตอนนี้นาวาพักอยู่ที่บ้านทอฟ้า ถ้าไล่ทุกคนที่นี่ไป นาวาก็ต้องโดนไล่ไปด้วย พ่อจะเอาเหรอ"

"อะไรนะ นี่เจ้านาวามันอยู่ที่นั่นเหรอ แล้วมันรู้ เรื่องนี้รึยัง"

"ยัง แต่พ่อไม่ต้องห่วงหรอกครูบัวเขารับปากแล้วว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ"

"ทำไมอุปสรรคมันถึงได้เยอะจริงๆเว้ย เอาอย่างนี้ แกจัดการไอ้นาวาให้เรียบร้อยก่อน ทำยังไงก็ได้ให้มันกลับกรุงเทพฯ หรือถ้ามันยุ่งยากนักแกจะทำเหมือนที่ฉันทำกับพ่อมันก็ได้"

"ว่าไงนะครับ...พ่อจะให้ผมทำร้ายคนที่เป็นญาติกันเนี่ยนะ ผมทำไม่ลงหรอก เพราะผมไม่ใช่คนเลือดเย็นอย่างพ่อ"

"เออ ฉันมันคนเลือดเย็น แต่ยังไงฉันก็เป็นพ่อของ แก  แล้วที่ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อแกทั้งนั้น...เอาล่ะ  ถ้างั้น แกก็หาวิธีจัดการเองแล้วกัน แต่ไม่ว่ายังไงโปรเจกต์บ้านทอฟ้ารีสอร์ตต้องสำเร็จให้ได้ จำไว้"

โตมรกดวางสายอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะที่เตชิตก็ปาโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงด้วยความรู้สึกคับแค้นใจ

ooooooo

ถึงเวลาอาหารมื้อเช้าแต่ไม่เห็นข้าวหอมมาร่วมโต๊ะเหมือนวันก่อน นาวาตั้งท่าจะอาละวาด จนเติมต้องรีบบอกว่าวันนี้วันเกิดข้าวหอม นาวาเลยเงียบไปได้ จากนั้นนาวาให้เติมช่วยหาดอกไม้ มาให้ ก่อนจะไปร่วมงานวันเกิดข้าวหอมที่บัวจัดให้อย่างอบอุ่นท่ามกลางน้องๆหลายชีวิตที่รักและเคารพพี่ข้าวหอมกันทุกคน

ข้าวหอมแปลกใจระคนดีใจที่นาวานำดอกไม้มาให้ โดยที่รตีกับมังกรแอบยืนมองบรรยากาศในงานอยู่ด้านนอก

"พี่ว่าไอ้หมอนี่มันต้องแอบชอบข้าวหอมแน่เลย ถึงได้เอาใจข้าวหอมขนาดนี้" มังกรมองเขม่นนาวา

"หน้าอย่างยัยข้าวหอมมันก็หาได้แค่คนพิการ เท่านั้นแหละ แต่ขนาดเขาพิการ ยังรู้จักเอาใจข้าวหอม แล้วพี่มังกรล่ะ ไม่เห็นเคยทำอะไรให้รตีบ้างเลย" รตีพูดจบก็กระทืบเท้าเดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ มังกรหน้าเหวอที่อยู่ๆก็โดนหางเลขซะงั้น...

ขณะเพลงอวยพรวันเกิดกำลังจะจบลง เตชิตเดินเข้ามา ทุกคนหันมองเขาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะข้าวหอมที่ระแวงว่าเตชิตจะมาคุยธุระเรื่องเมื่อวานที่ทำให้แม่บัวของเธอวิตกกังวล ส่วนนาวาก็แปลกใจที่เตชิตย้อนกลับมาอีก พอบัวเดินนำเตชิตออกจากโรงอาหารไป นาวาจึงถามข้าวหอมว่าเตชิตมาทำอะไรที่นี่ ข้าวหอมชะงักไม่รู้จะตอบยังไง เลยทำเป็นยิ้มกลบเกลื่อน ชวนน้องๆมาสนุกกันต่อดีกว่า

ในห้องทำงานของบัว เตชิตนั่งหน้าขรึมหลังพูดธุระที่ถูกพ่อสั่งการมาอีกเมื่อเช้า

"ไม่ได้นะคะคุณเตชิต แค่เวลาเดือนเดียวฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว นี่เลื่อนเข้ามาเหลือสองอาทิตย์ ยังไงก็คงไม่ทันแน่ๆ" บัวเสียงเครียด

"ผมเองก็ไม่ได้อยากมาเร่งรัดครูบัวหรอกนะครับ แต่มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ"

"แต่คุณนาวาเองเธอก็ยังพักอยู่ที่นี่ ถ้าให้ทุกคนย้ายออกไปแล้วคุณนาวาล่ะคะ"

"เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ เดี๋ยวพ่อของผมคงจัดการให้เอง แต่เรื่องที่สำคัญกว่าคือการย้ายเด็กๆที่นี่ไปอยู่ที่อื่นตามกำหนดต่างหาก"

"ฉันบอกตามตรงนะคะ ว่าถ้าพวกคุณทำอย่างนี้ ฉันกับเด็กๆคงหนีไม่พ้นต้องไปนอนข้างถนน เพราะการจะย้ายออกจากที่นี่ทุกคน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"

"เรื่องนั้นผมเข้าใจดี แต่ถ้าทุกคนที่นี่ไม่รีบย้ายออกไป ทางบริษัทเองก็ลำบากเหมือนกันครูบัวก็น่าจะทราบนะครับว่า การจะลงทุนทำอะไรซักอย่าง ก็ต้องหวังผลกำไรทั้งนั้น แล้วถ้าเราทำไม่ทันกำหนด บริษัทก็จะเสียรายได้"

"แล้วชีวิตเด็กๆล่ะคะ มันเทียบไม่ได้กับกำไรที่พวกคุณจากได้จากรีสอร์ตใหม่เลยนะคะ ฉันอยากให้คุณเก็บไปพิจารณาใหม่อีกครั้งจะได้มั้ยคะคุณเตชิต"

"เสียใจครับ ผมคงช่วยไม่ได้จริงๆ"

บัวหน้าเสียอย่างจนหนทาง...เสร็จธุระเตชิตขอตัวกลับทันที ขณะเขาออกจากห้องพร้อมบัว รตีเดินมาเห็น เธอหยุดยืนมองเขาด้วยความสนใจ ครั้นเห็นชายหนุ่มขึ้นรถออกไปแล้ว รตีรีบเข้าไปหาบัว อยากรู้ว่าผู้ชายเมื่อกี้เป็นใคร

"คุณเตชิต ลูกชายคุณโตมร"

"คุณโตมรที่เป็นน้องชายแท้ๆของคุณท่านน่ะเหรอคะ"

"ใช่ แล้วนี่ทำไมเราไม่ไปฉลองวันเกิดข้าวหอมล่ะ มายืนทำอะไรแถวนี้"

"คือว่าหนูกำลังจะไปพอดีเลยค่ะ   งั้นหนูไปก่อนนะคะแม่" รตีรีบเดินออกไป พลางก็พึมพำชื่อเตชิตอย่างเป็นปลื้ม...

บัวกลับเข้าห้องนั่งน้ำตาคลอเมื่อคิดว่าบ้านทอฟ้าต้องแปรสภาพเป็นรีสอร์ต...เสียงเคาะประตูทำให้บัวต้องรีบปาดน้ำตาทิ้ง   ข้าวหอมเข้ามาพร้อมเค้กชิ้นหนึ่ง บัวขอบใจข้าวหอม  แต่พอจะตักเค้กเข้าปากก็กินไม่ลง ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

"แม่คะ แม่ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรแม่เหรอคะ"

"ข้าวหอม แม่ไม่รู้จะทำยังไงดี คุณเตชิตเขามาขอให้พวกเราย้ายออกจากที่นี่เร็วขึ้นอีก"

"อะไรนะคะ นี่เดือนนึงก็เร็วจะแย่อยู่แล้ว เขายังจะเร่งทำไมอีก ใจร้ายจริงๆ"

"เขาคงมีความจำเป็นของเขาแหละลูก แต่ตอนนี้แม่ยังคิดไม่ออกเลยว่าแม่จะทำยังไง แม่เป็นห่วงลูกๆทุกคน ไม่อยากส่งให้ไปอยู่มูลนิธิอื่นเลย"

"ถ้าเป็นอย่างนั้น น้องๆคงเสียใจมากเลยนะคะ"

"ใช่ พวกเราอยู่กันมานานแล้ว แม่เองก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจลูกๆเหมือนกัน"

"แม่คะ ข้าวหอมว่าเราไปขอให้คุณนาวาช่วยเถอะนะคะ ตอนนี้ไม่มีใครอีกแล้วที่จะช่วยเราได้นอกจากคุณนาวาคนเดียว"

"ไม่ได้นะข้าวหอม"

"ทำไมล่ะคะแม่ ข้าวหอมว่าตอนนี้เราแทบไม่เหลือทางเลือกแล้วนะคะ"

"คือว่า...แม่ไม่อยากให้คุณนาวากับคุณท่านต้องเดือดร้อน ข้าวหอมยังไม่รู้จักคุณโตมรดีพอ คนอย่างคุณโตมรทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ แม่กลัวว่าถ้าเราดึงคุณนาวาหรือคุณท่านไปเกี่ยวข้องด้วย มันอาจจะทำให้คุณนาวากับคุณท่านได้รับอันตรายก็ได้"

"ข้าวหอมไม่แปลกเลยนะคะที่นายเตชิตจะเป็นคนแบบนี้ ที่แท้เขาก็เหมือนพ่อของเขานี่เอง ถ้างั้นจะมีวิธีไหนอีกล่ะคะที่เราจะไม่ต้องย้ายไปจากที่นี่"

บัวยังมึนตึ้บ มองไม่เห็นหนทาง...

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.