กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงารักลวงใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะร่วมโต๊ะอาหารเย็นกับรัญญา  รตี  และข้าวหอม เตชิตต้องฝืนความรู้สึกที่แสดงออกต่อรตีอย่างมาก ขณะเดียวกันเขาก็แอบห่วงใยความรู้สึกของข้าวหอม... หลังอาหาร เตชิตทำทีขอขึ้นไปดูห้องหอ เพราะหลังแต่งงานแล้ว รตียังอยากอยู่ที่นี่ ด้วยกลัวแม่ของเธอจะเหงา ข้าวหอมเห็นทั้งคู่หายเข้าไปในห้องด้วยกันก็ยิ่งชอกช้ำ เดินน้ำตารื้นหลบลงไปข้างล่าง

พอเข้ามาในห้องรตีได้ เตชิตคิดหาทางสืบเรื่องผลตรวจดีเอ็นเอ เขาออกอุบายให้รตีไปหาเครื่องดื่มมาให้ แล้วระหว่างที่รอเตชิตก็พยายามค้นหาหลักฐานอย่างเร่งรีบ จนไปเจอมันซุกอยู่ใต้ที่นอน พร้อมกับสร้อยที่เป็นสิ่งยืนยันว่ารตีคือลูกสาวของรัญญา  แต่ไม่ทันที่เตชิตจะฉกฉวยเอามันไป  รตีกลับเข้า มาเสียก่อน เตชิตเลยต้องกลบเกลื่อนเอาตัวรอดเพื่อไม่ให้รตีสงสัย

หลังจากนั้นเตชิตไปพบนาวา บอกเล่าและตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดรตีถึงเก็บสร้อยไว้กับเอกสาร เหมือนจงใจซ่อนไว้ ไม่อยากให้ใครเห็น นาวาสงสัยว่าสร้อยอะไร เขาซักเตชิตจนรู้ว่าเป็นสร้อยที่มีจี้ชื่อรัญญา ซึ่งน่าจะเป็นสร้อยเส้นเดียวกับที่ยุวรินทร์เคยเล่าให้ฟัง และนาวาคิดว่าที่รตีไม่เก็บของสำคัญให้ดีๆ แต่กลับเอาไปซ่อนไว้ แสดงว่ารตีไม่อยากให้ใครบางคน เห็นสร้อยเส้นนั้น และ
ใครบางคนที่นาวาสงสัยก็น่าจะเป็นข้าวหอมนั่นเอง แต่นาวายังไม่ปริปากบอกอะไรเตชิตในตอนนี้

รุ่งขึ้นนาวามารับข้าวหอมออกไปกินข้าว  และสอบถามเรื่องสร้อยที่มีจี้เป็นชื่อรัญญา  ข้าวหอมนิ่งไปนาน ครุ่น คิดถึงวันที่แม่บัวมอบสร้อยเส้นนี้ให้ พร้อมกับย้ำว่ามันเป็นของสิ่งเดียวที่ติดตัวข้าวหอมมาตั้งแต่เกิด และมันอาจจะทำให้ข้าวหอมได้พบครอบครัวที่แท้จริง

"มีอะไรหรือเปล่าข้าวหอม ทำไมเงียบไป"

"เอ่อ...สร้อยเส้นนั้นมันทำไมเหรอคะ"

"มันเป็นสิ่งที่ยืนยันว่ารตีเป็นลูกสาวน้ารัญ...ฉันอยากรู้ว่ารตีมีสร้อยเส้นนั้นอยู่กับตัวนานแล้วหรือว่าเพิ่งได้มาจากที่ไหน ยังไง...เธอพอจะรู้เรื่องมั่งไหมข้าวหอม"

"สร้อยเส้นนั้นเป็นสิ่งยืนยันว่ารตีเป็นลูกสาวคุณน้าเหรอคะ" ข้าวหอมสีหน้าตกใจ

"ใช่...เธอรู้อะไรมาใช่ไหมข้าวหอม ตกลงรตีได้สร้อยเส้นนั้นมายังไง"

"ฉัน...ฉันไม่รู้หรอกค่ะ เอ่อ เราทานอาหารกันเลยดีไหมคะ เดี๋ยวจะเย็นหมด" ข้าวหอมเปลี่ยนเรื่อง ก้มหน้า ก้มตากินข้าว แต่ในใจครุ่นคิดเรื่องสร้อยอย่างแคลงใจ

จนเมื่อกลับมาถึงบ้าน ข้าวหอมพยายามจะหาโอกาสเข้าไปในห้องรตี และแล้วข้าวหอมก็สบโอกาสผลุบเข้าห้องรตี  หลังจากเตชิตมารับรตีไปรับรูปที่ร้านเวดดิ้ง  แต่รถเตชิตแล่นไปไม่พ้นซอย  รตีนึกได้ว่าลืมใบนัดรับรูป  จึงให้เตชิตวน รถกลับไปที่บ้าน

ข้าวหอมค้นหาสร้อย แต่ไปเจอใบนัดรับรูปเข้า ข้าวหอมตกใจมากคิดว่าเดี๋ยวรตีต้องกลับมาเอาแน่...แล้วก็เป็นจริง รตีพรวดพราดเข้าห้องมา  ในจังหวะที่ข้าวหอมกำลังรีบร้อนจะออกไป

"ข้าวหอม...เธอเข้ามาในห้องฉันทำไม จะเข้ามาขโมยอะไร"

"ฉันไม่ได้ขโมย ฉันมาหาของของฉัน"

"ของอะไรของเธอ...ของเธอแล้วมันจะมาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง"

"ฉันจะมาหาสร้อยที่แม่บัวเคยให้ฉันไว้...สร้อยที่มีจี้เป็นชื่อรัญญา"

รตีตกใจแต่รีบเก็บอาการ ถามขึ้นมาว่า ทำไมเธอคิดว่าสร้อยเส้นนั้นอยู่กับฉัน?

"ฉัน...ฉันรู้มาว่าเธอใช้สร้อยเส้นนั้นยืนยันว่าเธอเป็นลูกคุณน้า ถ้าสร้อยเส้นนั้นเป็นของฉัน มันก็หมายความว่า..."

"หยุดนะข้าวหอม! นี่เธอถึงขนาดจะแย่งแม่ฉันไป หน้าด้านๆอย่างนี้เลยเหรอ"

"ฉันไม่ได้ต้องการแย่งคุณน้าไปจากเธอ แต่ฉันต้องการรู้ความจริง"

"ความจริงก็คือ...สร้อยของฉันมันเป็นคนละเส้นกับของเธอ แล้วฉันกับคุณแม่ก็ตรวจดีเอ็นเอกันแล้ว เราเป็นแม่ลูกกันจริงๆ ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้ แล้วอย่าเข้ามาเกะกะในห้องฉันอีก ถ้าไม่เชื่อฉันจะฟ้องคุณแม่ให้ไล่เธอออกจากบ้าน ได้ยินไหม"

ข้าวหอมทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินออกจากห้องไป รตีปิดประตูปังแล้วล็อกทันที จากนั้นเดินไปขยับที่นอนดู ปรากฏว่าซองเอกสารกับสร้อยยังอยู่ที่เดิม แต่รตีก็อดพึมพำด้วยความสงสัยไม่ได้ว่า

"นังข้าวหอมมันรู้เรื่องสร้อยนี่ได้ยังไง...สงสัยแกจะอยู่ร่วมบ้านกับฉันไม่ได้แล้ว!"

ขณะเตชิตนั่งรอรตี เขาเห็นข้าวหอมเดินหน้าเครียดลงมา ให้แปลกใจสงสัยว่าข้าวหอมเป็นอะไร หรือว่าถูกรตีทำอะไรมา พอดีรตีกลับลงมาเห็นข้าวหอมอยู่กับเตชิต รตีเลยของขึ้น

"เผลอไม่ได้เลยนะข้าวหอม คิดจะแย่งของรักของฉันทุกอย่างเลยใช่ไหม" คำพูดของรตียิ่งทำให้เตชิตสงสัย ผละออกมาถามรตีว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า...รตีส่งสายตาจิกใส่ข้าวหอมก่อนตอบ "ดีนะคะที่รตีลืมใบนัดรับรูป เลยได้

มาเห็นว่ามีแมวขโมยบางตัวมันจ้องจะแย่งของคนอื่นหน้าด้านๆ"

ข้าวหอมชะงักมองรตี ก่อนจะหันหน้าหนีเดินออกไปทันที

"มีเรื่องอะไรกันแน่รตี" เตชิตคาดคั้น

"อย่าสนใจเลยค่ะ พูดแค่นี้ก็คงปรามนังแมวขโมยได้แล้ว เราไปกันเถอะ" รตีควงแขนเตชิตออกไป เตชิตยังเหลียวมองข้าวหอมด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

สายๆวันเดียวกัน นาวากับข้าวหอมพารัญญาออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สวนสาธารณะ แล้วนาวาก็พยายามจะให้รัญญาทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะตกบันได  และก่อนที่ยุวรินทร์จะเสียชีวิต  รัญญากับ

ยุวรินทร์มีแผนทำอะไรบางอย่างด้วยกัน รัญญาพยา-ยามอย่างมาก และเกือบจะจำเหตุการณ์นั้นได้ แต่ก็เกิดปวดหัวรุนแรงขึ้นมาเสียก่อน จนข้าวหอมต้องบอกให้ยุติ แล้วให้นาวารีบพารัญญากลับบ้าน

ตกกลางคืน รตีแอบได้ยินข้าวหอมคุยกับแจงว่ารัญญาอาการไม่ดี ทำเหมือนจะนึกอะไรได้ แต่ก็ปวดหัวขึ้นมาอีก รตีพล่านหวาดหวั่น แล้วคิดอ่านอย่างรวดเร็วที่จะกำจัดลูกตัวจริงอย่างข้าวหอม...รตีนำไข่มุกจำนวนมากไปโรยไว้ที่พื้นตรงเชิงบันได หวังจะให้ข้าวหอมเหยียบแล้วลื่นตกลงไป แต่ข้าวหอมรอบคอบกว่าที่คิด เธอสังเกตเห็นแล้วก้มลงเก็บมันทีละเม็ด เก็บไปบ่นไปด้วย
ความสงสัยว่าสร้อยมุกใครมาขาดหล่นตรงนี้ รตีซึ่งแอบมองอยู่มุมหนึ่ง ฉวยโอกาสนี้ย่องมาด้านหลังจะผลักข้าวหอม แต่ทันใดนั้นเอง รัญญาออกจากห้องมาเห็น...ภาพที่รตีกำลังจะผลักข้าวหอมทำให้รัญญาจำเหตุการณ์ที่ตนเองถูกผลักตกบันไดได้ รัญญาถึงกับร้องลั่นขึ้น ทำให้รตีชะงัก ผละออกจากข้าวหอมทันที

ทั้งรตีและข้าวหอมผวามาหารัญญาที่ยังอึ้งตกใจไม่หายกับความทรงจำที่กลับมา รัญญาไม่ตอบอะไรใครทั้งนั้น บอกให้ข้าวหอมช่วยมาจัดยาก่อนนอนให้หน่อย น้าจะเข้านอนแล้ว พอรตีอาสาทำให้เอง รัญญากลับปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องกับข้าวหอมสองต่อสอง รัญญา จึงพูดความจริงว่าเธอจำเหตุการณ์วันที่ตกบันไดได้แล้ว รตีเป็นคนผลักเธอ...พูดแล้วรัญญาก็ร้องไห้เสียใจ ขณะที่ข้าวหอมแตกตื่น ไม่อยากเชื่อ

"น้าจำได้แล้ว...แต่น้าไม่รู้ว่าทำไม...ทำไมลูกสาวแท้ๆของน้าถึงทำแบบนั้นกับแม่ของตัวเองได้ลงคอ อะไรมันดลใจให้รตีทำกับน้าได้"

"ข้าวหอมจะไปคุยกับรตีค่ะ ข้าวหอมจะไปถามเขาเอง ว่าทำไมถึงทำกับคุณน้าแบบนั้น"

"เดี๋ยวข้าวหอม  อย่าไป...ถ้ารตีทำกับน้าซึ่งเป็นแม่

แท้ๆได้ แล้วเขาจะทำอะไรกับหนูบ้าง"

"ข้าวหอมไม่กลัวค่ะ รตีจะต้องรู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดบาปแค่ไหน"

"มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปพูดกับเขาหรอกนะข้าวหอม น้าขอเวลานึกดูอีกครั้ง น้ามั่นใจว่าน้าต้องจำได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างน้ากับรตี ระหว่างนี้น้าจะแกล้งทำเป็นจำไม่ได้ว่ารตีเป็นคนผลักน้าตกบันได"

"ค่ะคุณน้า...ข้าวหอมจะยังไม่พูดเรื่องนี้ คืนนี้ให้ ข้าวหอมนอนเป็นเพื่อนคุณน้านะคะ"

รัญญายิ้มให้ข้าวหอมแทนคำตอบ พลางลูบหัวข้าวหอมอย่างรักใคร่เอ็นดู

ooooooo

เช้าขึ้นรตีซึ่งหวาดระแวงความลับจะเปิดเผย รตีถึงกับออกคำสั่งกับแจงว่า ต่อไปนี้ถ้าเธอไม่ได้บอกให้เข้าไปเก็บกวาดห้อง แจงก็ไม่ต้องเข้าไป เพราะเธอไม่ไว้ใจคนในบ้านนี้ แจงทักท้วงรตีได้แค่สองสามคำ กลับถูกรตีแว้ดใส่เป็นชุด แจงเลยจำต้องสงบปากสงบคำ แต่พอลับหลังรตี แจงอยากแกล้งรตีคืนบ้าง นึกสนุกกระซิบบอกข้าวหอมให้เอากุญแจสำรองมาเปิดห้องให้รตีตกใจเล่น
ข้าวหอมกลับสนใจขึ้นมาจริงๆ

รตีแสดงอำนาจกดขี่ข่มเหงข้าวหอมซ้ำอีกครั้งก่อนจะขับรถออกจากบ้าน เพราะนัดเตชิตเอาไว้ แต่แล้วพอรตีโทร.ไปย้ำ เตชิตกลับบอกมาว่ารถของเขามีปัญหา อาจไปถึงที่นัดหมายช้าหน่อย ให้รตีไปรอที่นั่นก่อน...ความจริงแล้วเตชิตจอดรถอยู่ไม่ไกลจากบ้านรัญญา เขาต้องการจะเข้าไปค้นหาความจริงในห้องรตีอีกครั้ง หลังเคยเจอหลักฐานมาแล้วครั้งหนึ่ง

เป็นเวลาเดียวกับที่ข้าวหอมแอบขโมย กุญแจสำรองจากรัญญาไขเข้าไปในห้องรตี ข้าวหอมรื้อค้นจนพบสร้อยของตัวเองจริงๆ เตชิตเข้ามาเจอ สองคนเกิดยื้ดยุดสร้อยเส้นนั้นจนเสียหลักล้มลงบนเตียงด้วยกัน ทำให้เตชิตได้เห็นจี้ชื่อรัญญา ที่ติดอยู่กับสร้อยเต็มๆตา

"เมื่อ กี๊เธอบอกว่ามันเป็นของของเธองั้นเหรอ"

ข้าวหอมยังไม่ทันตอบอะไร เหลือบเห็นรัญญาเดินเข้ามา...สองคนผละออกจากกันทันที รัญญาตกใจและไม่ชอบใจ ถามเตชิตว่าขึ้นมาทำอะไรในห้องนี้

"น้ารัญอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ มันไม่ได้เป็นอย่างที่น้ารัญคิด"

"งั้นก็อธิบายมา ว่าเธอขึ้นมาทำอะไร"

เตชิตเลี่ยงต่อไปไม่ได้ จำต้องขยับที่นอนแล้วหยิบซองเอกสารตรวจดีเอ็นเอออกมาส่งให้รัญญา

"ผม ต้องการมาเอาเอกสารนี่ไปพิสูจน์ ว่ามันเป็นของจริงหรือเปล่า"

รัญญา รับซองนั้นมาเปิดดู พอเห็นข้อความยืนยันความเป็นแม่เป็นลูกระหว่างตนเองกับรตี พลันก็นึกย้อนเหตุการณ์ที่เธอคาดคั้นเรื่องรตีไม่ใช่ลูก ซึ่งรตียอมรับ แล้วผลักเธอตกบันไดอย่างโหดเหี้ยม...

"รตี...รตีไม่ใช่ลูกสาวน้า" รัญญาโพล่งออกมาหน้าซีดเผือด

หลังจากนั้นไม่นาน นาวาก็ถูกตามตัวมาที่บ้านรัญญาโดยด่วน ทุกคนนั่งคุยกันเคร่งเครียด โดยมีแจงร่วมรับรู้อยู่ด้วย

"ในเมื่อน้ารัญจำได้แล้วว่ารตีปลอม เอกสารตรวจดีเอ็นเอ แล้วสร้อยเส้นนี้จริงๆแล้วก็เป็นของข้าวหอม นี่ก็แสดงว่า..." นาวาพูดไม่ทันจบ ถูกข้าวหอมค้านเสียก่อน

"ฉันยัง ไม่อยากให้เรารีบสรุปนะคะ เพราะบางทีสร้อยเส้นนี้อาจจะไม่ใช่เส้นเดียวกับที่คุณน้าทิ้งไว้ให้ลูก ก็ได้"

"สร้อยเส้นนี้มงคลเขาสั่งทำพิเศษ น้าเชื่อว่ามันไม่น่าจะมีเส้นอื่นอีก...มิน่า ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหนู น้าก็รู้สึกผูกพันกับหนูอย่างประหลาด มันคงเป็นสายสัมพันธ์แม่ลูกที่เชื่อมเราสองคนไว้"

"ถ้ามันเป็นอย่าง นั้นจริงๆ ข้าวหอมคงดีใจมากที่สุด แต่ ข้าวหอมก็ยังไม่กล้าหวังขนาดนั้นหรอกค่ะ"

"ถ้างั้นเราคงต้องใช้วิธี เดิม...คือตรวจดีเอ็นเอ" เตชิตเสนอ

"แล้วเรื่องรตีล่ะคะ" ข้าวหอมยังกังวล

"สิ่งที่รตีทำมันรุนแรงมาก ฉันคิดว่าเขาควรได้รับบทลงโทษตามกฎหมาย"

รัญญาฟังนาวาแล้วรู้สึก หนักใจ ขณะที่ข้าวหอมคัดค้านขึ้นว่า

"ฉันว่าอย่าเพิ่งดีกว่านะคะ รอให้ผลตรวจดีเอ็นเอของฉันกับคุณน้าออกมาก่อน ให้อะไรๆมันลงตัวกว่านี้ แล้วเราค่อยคุยกันอีกทีว่าจะเอายังไงกับรตี ดีไหมคะคุณน้า"

รัญญา พยักหน้าเห็นด้วย แต่นาวาเป็นห่วงทั้งข้าวหอมและรัญญา เพราะรตีร้ายกาจมาก ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ เกรงว่าทุกคนจะเป็นอันตราย

"บอกตามตรงนะคะ ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจว่าฉันเป็นลูกคุณน้าจริงหรือเปล่า ถ้าผลดีเอ็นเอออกมาว่าไม่ใช่ อย่างน้อยเราอาจจะพอสืบจากรตีได้ว่าลูกสาวที่แท้จริงของคุณน้าคือใคร"

"ถ้า งั้นช่วงนี้ผมขอให้น้ารัญกับข้าวหอมระวังตัวด้วย อย่าทำให้รตีรู้เป็นอันขาดว่าเรารู้เรื่องหมดแล้ว รตีจะได้วางใจ แล้วก็ไม่ทำอะไรข้าวหอมกับน้ารัญอีก"

"แต่ฉันมีวิธีที่ปลอดภัยกว่า นั้น...ฉันจะกันรตีออกห่างจากน้ารัญกับข้าวหอมเอง"

นาวาแปลกใจว่าเต ชิตจะทำยังไง เตชิตตัดสินใจแน่วแน่ ขออนุญาตรัญญาพารตีไปอยู่ที่บ้านของเขา เพราะยังไงเราสองคนก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว

"รตีสามารถทำอะไรก็ได้ เพื่อสิ่งที่เธอต้องการ...การที่กันรตีออกจากบ้าน น้าว่าก็คงจะดีอยู่เหมือนกัน"

ข้าวหอมได้ยินแล้วแอบช้ำ เบือนสายตาหลบเตชิตที่มองมา ส่วนแจงรับปากกับทุกคนแข็งขันว่าแจงจะปิดปากให้สนิท...

ฟากรตีที่รอ เตชิตอยู่ในร้านอาหาร รตีหมดความอดทน โทร.เข้ามือถือเตชิต และพูดคุยกับเขาได้ไม่กี่คำ เขาก็เดินยิ้มเข้ามา รตีทำท่าแง่งอน แต่พอเตชิตง้อและขอให้รตีไปอยู่ที่บ้าน เพื่อที่เขาจะได้ดูแลเธอได้สะดวกขึ้น รตีแทบไม่เชื่อหู รอยยิ้มค่อยๆผุดขึ้นเต็มหน้าด้วยความดีใจ

หลังอาหารมื้อนี้ รตีอารมณ์ดีกลับเข้าบ้าน แต่ต้องมาเจอท่าทีแปลกๆของแจงให้ขุ่นมัว แล้วยังจะรัญญากับข้าวหอมอีก ที่พอนาวาพากลับมาส่ง หลังออกไปกินข้าวกันมา รัญญาก็ชวนข้าวหอมขึ้นห้อง โดยไม่มีท่าทีสนใจรตีเลยสักนิด

รตีแปลกใจ และหงุดหงิดกับท่าทีลับลมคมในของทุกคน พอรตีมาเอ่ยบอกรัญญาเรื่องเตชิตชวนเธอไปอยู่บ้านเขา รัญญาก็อนุญาตอย่างง่ายดายอีก นั่นยิ่งทำให้รตีหวาดระแวงว่าต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ รตีย้อนกลับไปห้องตัวเอง รีบตรวจสอบของที่ซ่อนไว้ใต้ที่นอน

"เอกสาร กับสร้อยก็ยังอยู่ แต่ทำไมทุกคนท่าทางแปลกๆ ไม่เว้นแม้แต่นังแจง หรือว่าพวกมันแอบทำอะไรลับหลังฉัน"

จากนั้นไม่นาน รตีก็พรวดพราดเข้ามาในห้องแจง แล้วข่มขู่คาดคั้นแจงอย่างดุร้าย ทั้งตบทั้งบีบคอจนแจงกลัวลนลาน แต่แจงก็ไม่ยอมปริปากเรื่องเจ้านาย แจงเฉไฉเอาตัวรอด และรับปากรตีว่าตนจะไม่ปากโป้งเอาเรื่องคืนนี้ไปบอกใคร เพราะยังไม่อยากถูกรตีฆ่าตายตามที่ขู่ แต่เมื่อแจงถูกรัญญาซักถามอย่างหนักในเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะใบหน้าและลำคอของแจงมีรอยเขียวช้ำ แจง
เลยต้องพูดมันออกมา

"คุณร ตีสงสัยว่าคุณรัญกับคุณข้าวหอมแอบทำอะไรลับหลังเขาอยู่ ก็เลยมาคาดคั้นกับแจง แจงไม่บอก ก็เลยโดนอย่างที่คุณรัญเห็นนี่ล่ะค่ะ"

"โธ่ เอ๊ยยัยแจง เอาล่ะ ฉันขอบใจเธอมากนะที่เก็บความลับไว้สุดชีวิตอย่างนี้"

"แต่ แจงกลัวว่าจะไม่มีชีวิตเหลือไว้ให้เก็บความลับอีกแล้วนะสิคะ คุณรตีเขาขู่แจงไว้ว่าถ้าฟ้องใคร แจงตายแน่... คุณรัญขา คุณรตีน่ากลั๊วน่ากลัวนะคะ อย่างกับฆาตกรโรคจิตเลยล่ะค่ะ"

"เอาเถอะ น่า ไม่ต้องกลัว วันนี้เตชิตเขาก็จะมารับรตีไปแล้ว ดีเหมือนกันที่เตชิตเสนอพารตีออกไปจากบ้าน ไม่งั้นเราก็ต้องทนอยู่กับความโหดร้ายของรตีจนกว่าเรื่องจะจบ"

รตี แอบได้ยินการสนทนาของรัญญากับแจงชัดเจน สองมือรตีกำแน่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเคียดแค้น แล้วหลบขึ้นไปยังห้องตัวเอง ดึงทึ้งข้าวของระบายอารมณ์ก่อนจะทรุดลงนั่งข้างเตียงอย่างเจ็บช้ำใจ

"คุณ เตชิต...คุณหลอกฉัน...ในที่สุดทุกอย่างที่คุณทำมันก็หลอกลวง คุณทำทุกอย่างเพื่อนังข้าวหอมใช่ไหม...ได้ ถ้ารักมันมาก ฉันจะจัดการมันเอง!"

ooooooo

นาวาพาข้าวหอมไปทำบุญกรวดน้ำให้ ยุวรินทร์ ที่วัด และบอกเล่าเรื่องราวที่กำลังจะคลี่คลายต่อหน้าโกศกระดูกของยุวรินทร์ แต่ข้าวหอมยังไม่มั่นใจว่าผลตรวจดีเอ็นเอของเธอจะออกมาว่าเธอเป็นลูกของ รัญญาจริง

"แต่มันมีความเป็นไปได้สูงมากไม่ใช่เหรอ รตีรู้ว่าสร้อยนั่นเป็นของน้ารัญ เพราะว่าน้ารัญประกาศหาตัวลูกสาวจนเป็นข่าวใหญ่...รตีก็เลยขโมยสร้อยไปจาก เธอ แล้วก็สวมรอยเป็นลูกสาวน้ารัญแทนเธอ"

"ฉันไม่คิดเลยว่ารตีจะ ทำได้ขนาดนั้น ถ้าผลออกมาเป็นอย่างที่คุณพูด ไม่รู้ว่ารตีจะเป็นยังไง...ฉันเป็นห่วงความ รู้สึกเขา ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน"

"ข้าวหอม...คนที่ทำไม่ดีก็ต้องปล่อยให้เขา เจอกับผลที่ตามมานะ เธอรับผิดชอบความรู้สึกของทุกคนไม่ได้หรอก" นาวาจับมือข้าวหอมบีบเบาๆให้กำลังใจ

เสร็จจากกรวดน้ำ ทั้งคู่ซื้ออาหารไปให้ปลาที่บ่อหน้าวัด และที่นี่เองทั้งคู่ได้เจอเตชิตโดยบังเอิญ

"ไม่คิดว่าจะเจอนายที่ นี่" นาวาเป็นฝ่ายทักก่อน "วันนี้ นายจะรับรตีไปอยู่ที่บ้านนายใช่ไหม" เตชิตพยักหน้าแทนคำตอบ "ขอบใจมากนะ ที่นายทำเพื่อความปลอดภัยของข้าวหอมกับน้ารัญ"

เตชิตเหลือบมองข้าว หอมก่อนหันมาบอกนาวา "ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกคน...น้ารัญกับข้าวหอมคงทำใจไม่ ได้ ถ้าต้องปล่อยให้รตีโดนจับ แต่การที่รตีจะอยู่ที่บ้านน้ารัญต่อไป ข้าวหอมกับน้ารัญคงต้องลำบากแน่"

"หมายความว่านายจะให้รตีอยู่ที่ บ้านนายตลอดไปเหรอ"

"ก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอ ฉันกับรตีกำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว"

"นายยังจะแต่งงานกับรตี ทั้งๆที่รู้ว่ารตีไม่ใช่ลูกน้ารัญแล้วงั้นเหรอ"

"ฉันยังต้องรับผิด ชอบรตี"

ข้าวหอมฟังแล้วสะเทือนใจ แต่ฝืนยิ้มออกมา "ขอบคุณนะคะ ที่คุณทำเพื่อรตี...ได้ยินคุณพูดแล้วฉันก็ดีใจ ที่ทุกอย่างจะจบลงโดยไม่มีใครต้องเจ็บปวด"

เตชิตกับข้าวหอมมองกันแวบ หนึ่ง ต่างก็เจ็บปวดทั้งคู่ แล้วเตชิตก็เป็นฝ่ายผละไป

ooooooo

ทันที ที่นาวามาส่งข้าวหอมแล้วกลับออกไป รตีซึ่งจ้องรอคอยอยู่ก็จู่โจมถึงตัวข้าวหอม ล่อหลอกพาข้าวหอมออกจากบ้านไปจนได้ แจงเห็นแวบๆ สงสัยว่ารตีพาข้าวหอมไปไหน ท่าทางร้อนรนพิกล แจงจึงมารายงานให้รัญญารู้ พอรัญญาพยายามโทร.เข้ามือถือข้าวหอม รตีไม่ยอมให้ข้าวหอมรับ และหยิบมือถือโยนไปเบาะหลัง

รตีพาข้าวหอมไปยังสะพานข้ามคลองแห่ง หนึ่ง แล้วคาดคั้นให้ข้าวหอมบอกมาว่ากำลังรวมหัวกับรัญญาทำอะไรลับหลังเธอ ข้าวหอมตกใจแต่ก็ไม่ปริปากพูดความจริง ทำให้รตี ยิ่งโมโห  กระชากข้าวหอมลงจากรถ  แล้วชักมีดปลายแหลมออกมาขู่

"เธอจะทำ อะไร...รตี...ฉันไปทำอะไรให้เธอโกรธ เธอถึงต้องทำรุนแรงกับฉันแบบนี้"

"เธอ กับคุณแม่ปิดบังอะไรฉันอยู่ ที่คุณเตหลอกให้ฉันไปอยู่บ้านเขา ก็เพื่อให้เธอได้เสวยสุขเป็นลูกคุณแม่ใช่ไหม"

"รตี...เธอพูดอะไร"

"ไม่ ต้องมาแกล้งโง่ ฉันได้ยินคุณแม่คุยกับนังแจงหมดแล้ว...แกมันเป็นมารผจญจริงๆ คุณแม่ก็หลงแก คุณเตก็ลืมแกไม่ลง"

"รตี เราคุยกันดีๆเถอะนะ"

"บอก ฉันมา...ที่คุณแม่ลุกขึ้นมาโอ๋เธอ เพราะคุณแม่รู้แล้วใช่ไหมว่าเธอมันตัวจริง  ส่วนฉันตัวปลอม" รตีท่าทางเหมือนคนมีอาการทางจิต  ข้าวหอมหวาดกลัวถอยหนีไปติดรถที่จอดอยู่ "เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันยอมให้ทุกอย่างมันหลุดมือไปไม่ได้ ฉันไม่ยอม ฉันไม่ยอม!"

รตีเงื้อมีดขึ้น ข้าวหอมกรีดร้องอย่างตกใจกลัว แต่แล้วรวบรวมสติกระทืบเท้ารตีก่อนวิ่งหนีไปบนสะพาน ฝ่ายรัญญาที่ติดต่อข้าวหอมไม่ได้ เธอตัดสินใจโทร.ไปบอกนาวา นาวาตกใจมากแต่ก็รับปากจะตามหาข้าวหอมให้พบ...พอวางสายจากรัญญา นาวากดจีพีอาร์เอสในมือถือตัวเอง ครู่เดียวบนหน้าจอก็แสดงตำแหน่งมือถือของข้าวหอมที่นาวาซื้อให้...

ร ตีคุกคามจะเอาชีวิตข้าวหอมให้ได้ แต่โชคดีนาวามาช่วยข้าวหอมทันเวลา รตีจึงเป็นฝ่ายตกสะพานจมหายไปในน้ำ หลังจากพลาดพลั้งถูกมีดของตัวเองกรีดหน้าเหวอะหวะ ขณะพยายามจะฆ่าข้าวหอม...

ตำรวจ และนักประดาน้ำตามหารตีไม่พบแม้แต่ศพ พวกเขาค่อนข้างแน่ใจว่ารตีไม่รอดเพราะกระแสน้ำเชี่ยวมาก ต่อให้ว่ายน้ำเก่งก็อาจจะต้านกระแสน้ำเข้าฝั่งได้ยาก ข้าวหอมรับฟังด้วยความเสียใจ ถึงรตีจะร้ายกาจขนาดไหน แต่ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กทำให้ยากเหลือเกินที่จะทำใจ

หลัง จากนั้น นาวาเดินเรื่องการตรวจดีเอ็นเอของข้าวหอมกับรัญญา ซึ่งผลก็เป็นไปอย่างที่หลายคนคาดคิด ข้าวหอมคือลูกสาวของรัญญาจริงๆ สองแม่ลูกดีใจเหลือเกิน ต่างก็สัญญาว่าเราแม่ลูกจะไม่พรากจากกันอีกต่อไป แล้วรัญญาก็ไม่ลืมที่จะพาข้าวหอมไปไหว้กระดูกยุวรินทร์ที่วัดด้วย

"ฝน...ใน ที่สุดฉันก็ได้เจอกับลูกสาวจริงๆของฉันเสียทีนะ แต่ฉันคงเป็นแม่ที่แย่เต็มที ลูกอยู่ใกล้ตัวแท้ๆก็ยังไม่รู้ ถ้าไม่ได้เธอ ชาตินี้ฉันคงไม่มีทางได้รู้ว่าข้าวหอมเป็นลูกสาวของฉัน...ขอบใจมากนะฝน"

"น้า ฝนหลับให้สบายนะคะ ไม่ต้องห่วงคุณแม่แล้ว ต่อไปนี้ข้าวหอมจะดูแลคุณแม่เองค่ะ"

"ต่อไปนี้ฉันกับข้าวหอมจะใช้ ชีวิตแม่ลูกอย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่จะมีได้...ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน ฉันขอให้กุศลกรรมนี้ส่งผลให้เธอมีความสุขเช่นกันนะฝน"

ooooooo

โตมร ตกใจหลังฟังเตชิตบอกเรื่องรัญญากับข้าว-หอมเป็นแม่ลูกกัน ส่วนรตีนั้นเป็นแค่ตัวปลอมที่ขโมยสร้อยของข้าวหอมมาแสดงตัวกับรัญญา

"นัง เด็กรตีนี่มันร้ายจริงๆ นี่คงเห็นว่าคุณรัญมีเงินถุงเงินถังสินะ ถึงได้มาสวมรอยเป็นลูกสาวเศรษฐินี จะได้สบายไปตลอดชาติ"

"ผมนึกว่า พ่อชอบรตีซะอีกครับ"

"ก็เพราะนังเด็กนั่นมันเล่นละครตบตาจนฉันตามไม่ ทันน่ะสิ ดีนะที่เรื่องมันแดงซะก่อนที่แกจะตบแต่งกับมัน ไม่งั้นเราคงต้องไปเกี่ยวดองกับนังเด็กกำพร้าจอมลวงโลกนั่น มีแต่เรื่องให้เสียกับเสีย" โตมรนึกถึงรตีแล้วแค้นใจ เตชิตนิ่งไปอย่างระอากับท่าทีของพ่อที่กลับลำหน้าตาเฉย

แล้วอีกครู่ ต่อมา โตมรก็ชวนเตชิตไปแสดงความยินดีกับรัญญาถึงบ้าน แต่ก็ช้ากว่าภูผาและนาวาที่มาถึงก่อน โตมรเสนอรัญญาว่าเจอลูกสาวตัวจริงทั้งที น่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้เอิกเกริกกว่าคราวก่อน

"คงไม่หรอกค่ะ ข้าวหอมเขาไม่ชอบอะไรที่เอิกเกริกน่ะ"

"อ้อ ครับ...ก็ดีนะครับ รักสันโดษ ไม่เอิกเกริกก็ดีครับ"

เตชิตแอบถอนใจ นึกระอาในความลื่นไหลของพ่อ

"ไหนๆก็มากันพร้อมหน้าอย่างนี้แล้ว เดี๋ยวอยู่ทานข้าวกลางวันด้วยกันเลยนะทุกคน" ว่าแล้วรัญญาลุกนำทุกคนไปทางห้องอาหารที่แจงจัดการไว้เรียบร้อยแล้ว

กิน กันไปคุยกันไป โตมรเกือบทำให้บรรยากาศกร่อย เขาเผลอพูดถึงรตีขึ้นมาอีก ภูผาเลยต้องเบรกด้วยการพูดเรื่องนาวากับข้าวหอมที่คบกันนานแล้ว เขาอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ข้าวหอมจะพร้อมมาดองกับบ้านเขาสักที...ข้าวหอมชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปทันที นาวาไม่ทันสังเกตอาการข้าวหอม ติงพ่อตัวเองว่า เล่นถามข้าวหอมต่อหน้าคนแบบนี้ได้ยังไง

"ก็ฉันเห็นว่าแกน่ะพร้อมที่ จะดูแลหนูข้าวหอมนานแล้ว ก็เลยอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ข้าวหอมจะพร้อมเท่านั้นเอง หนูข้าวหอมว่าไงล่ะ"

"แหม ภูผา...ลูกสาวฉันเพิ่งคืนมาสู่อ้อมอกแม่ไม่นานนี้เองนะ จะรีบแยกไปไหน" รัญญาช่วยข้าวหอมที่เอาแต่ก้มหน้าอึกอัก โตมรเองก็พยายามจะมีส่วนร่วมตลอด

"นั่น สิพี่ ของแบบนี้เราเป็นผู้ใหญ่ อย่าไปเจ้ากี้เจ้าการเลย ให้เด็กๆเขาตกลงกันเองดีกว่า"

"อย่าหาว่าลุงเจ้ากี้เจ้าการเลยนะ ลุงแค่เห็นหนูกับนาวาคบหากันมา แล้วนาวาก็จริงจังกับหนูมาก เลยถามดูเท่านั้นเอง"

"ค่ะคุณลุง"

นาวายิ้มแย้มจับมือข้าวหอม กุมอย่างทะนุถนอม ข้าวหอมฝืนยิ้มตอบ  เตชิตเหลือบมองทั้งคู่อย่างร้าวรานใจ  ขณะที่รัญญามองออกว่าข้าวหอมอึดอัดลำบากใจ ต่อมาเมื่ออยู่กันตามลำพังแม่ลูก รัญญาจึงเอ่ยกับข้าวหอมว่า

"ถึงเรา จะเพิ่งรู้ว่าเราเป็นแม่ลูกกัน แต่แม่ก็เห็นหนู มานาน แม่คิดว่าแม่รู้ว่าหนูคิดอะไร...ถ้าหนูไม่ได้รักนาวา แล้วหนูรับหมั้นกับเขาทำไมล่ะจ๊ะ"

"คุณนาวาเป็นคนดีค่ะ ข้าวหอมเชื่อว่าจะรักคุณนาวาได้ค่ะคุณแม่"

"บางครั้ง คนที่รักเรากลับไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่เรารัก...หนูจะต้องเลือกเองว่าใคร คือคนที่จะทำให้หนูมีความสุขได้"

ข้าวหอมเงยหน้ามองรัญญา แววตายังลังเล แต่ที่สุดข้าวหอมก็ต้องตัดสินใจแน่วแน่ เมื่อนาวาเอ่ยปากขอจัดงานหมั้นอย่างเป็นทางการ

"ที่ผ่านมา...เพราะมี คุณ  ฉันถึงมีวันนี้  คุณคอยอยู่

เคียงข้างฉันเสมอ ฉันเชื่อค่ะ ว่าคุณจะทำให้ฉันมีความสุขได้"

"เธอหมายความว่า..."

"คำตอบ ของฉันคือ...ตกลงค่ะ"

นาวาดีใจสุดๆ สวมแหวนให้ข้าวหอมก่อนสวมกอดเธอแน่น เตชิตซุ่มมองอยู่ห่างๆ หันหลังกลับออกไปด้วยความสะเทือนใจ...หลังจากนาวากลับไปแล้ว ข้าวหอมเข้ามาบอกรัญญาเรื่องหมั้นเรื่องแต่งงาน รัญญาสบายใจที่ข้าวหอมตัดสินใจได้ ขณะที่แจงก็กระดี๊กระด๊ายินดีกับเจ้านายอย่างยิ่ง...

นาวาตั้งใจจัด งานหมั้นที่บ้านทอฟ้า เขาจึงลงไปสั่งงานด้วยตัวเอง แต่แล้วนาวาก็ต้องแปลกใจที่เจอเตชิต

"นายมาทำอะไรที่นี่"

"ฉัน เคยมีส่วนร่วม ก็เลยอยากมาเห็นความสำเร็จของบ้านทอฟ้า...นายทำได้ดีนะ"

"จริงๆ แล้วมันเป็นงานของนายเยอะอยู่เหมือนกัน ถ้าฉันทำคนเดียวมันคงไม่ออกมาดีอย่างนี้"

"อีกไม่นานมันก็จะกลายเป็น บ้านที่อบอุ่นของเด็กๆแล้วสินะ"

"แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ฉันอยากทำให้ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับวันสำคัญที่สุดสำหรับฉันกับข้าว หอม...ฉันจะจัดงานหมั้นที่นี่"

เตชิตสะเทือนใจ แต่คุมอารมณ์ไว้ ฝืนยิ้มให้นาวา

"ถ้าอย่างนั้น นายก็ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ นายควรกลับไปเตรียมตัว ส่วนเรื่องสถานที่ ให้ฉันเป็นคนจัดการเอง...ถือว่าเป็นของขวัญสำหรับนายกับข้าวหอม"

นาวา ไม่พูดอะไรอีก นอกจากพยักหน้ารับแทนคำขอบคุณ

ooooooo

นาวา กลับขึ้นมาเตรียมความพร้อมเรื่องงานหมั้นและพาข้าวหอมไปลองชุด โดยมีรัญญามาช่วยเลือกช่วยดูให้ทั้งคู่ด้วย นาวาพอเห็นข้าวหอมในชุดสุดสวยถึงกับตะลึง  เป็นปลื้มชื่นชมเธอว่าสวยเหมือนเจ้าหญิง พูดพลางก็จับมือข้าวหอมขึ้นมาจูบอย่างหลงใหล แต่ข้าวหอมกลับมีท่าทีกระอักกระอ่วน

"ปล่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า"

"ก็เห็นไปสิ เรากำลังจะหมั้นกันแล้ว...อีกหน่อยก็แต่งงานกัน"

"ไม่เอาค่ะ ฉันเกรงใจคุณแม่ ฉันไปเปลี่ยนชุดดีกว่า" ข้าวหอมผละออกไป นาวายังมองตามไม่วางตา เผลอยิ้มออกมา เหมือนตกอยู่ในภวังค์ เลยถูกรัญญาที่แอบมองอยู่แซวขึ้นว่า

"เอ้า มองจนลูกสาวน้าละลายแล้วมั้ง" นาวาหันมายิ้มเขินๆ "แล้วสถานที่จัดงานหมั้นที่เป็นความลับสุดยอดของเราน่ะ เตรียมไปถึงไหนแล้วจ๊ะ"

"เรื่องนั้นน้ารัญไม่ต้องห่วงนะครับ รับรองว่าเป็นที่ที่ข้าวหอมจะต้องประทับใจที่สุด"

"จ้า...ห่วงน่ะไม่ ห่วงหรอก แต่ใจคอเราจะไม่บอกน้าเลยใช่ไหมว่าที่ไหน น้าไม่ใช่เจ้าสาวนะ ไม่ต้องรอให้เซอร์ไพรส์หรอก น้าก็อยากจะช่วยเตรียมงานให้ลูกสาวน้าบ้าง"

"น้า รัญพูดเหมือนพ่อเลยครับ แต่รายนั้นน่ะเล่นถามทุกวัน"

"แล้วจะบอกน้า ได้หรือยังจ๊ะพ่อนักวางแผน"

นาวายิ้มกริ่ม...แล้วเช้าวันใหม่ นาวาก็พาข้าวหอมมุ่งหน้าสู่บ้านทอฟ้า ข้าวหอมตื่นเต้นและมีความสุขมาก ที่จะได้กลับไปเห็นบ้านทอฟ้าที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว

"ฉันอยากให้ เธอเป็นของขวัญวันหมั้นของเรา" นาวาย้ำ

"การที่น้องๆของฉันจะได้กลับ มาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง มันเป็นของขวัญที่ทำให้ฉันมีความสุขที่สุด...ขอบคุณนะคะคุณนาวา"

"ยัง มีอะไรบางอย่างบนนั้นที่ฉันอยากให้เธอเห็น รับรองว่าเธอต้องแปลกใจ" พูดจบนาวาก็นิ่งเฉย ไม่ยอมแย้มอะไรออกมาอีก...จนกระทั่งไปถึงบ้านทอฟ้า ซึ่งถูกจัดไว้อย่างสวยงามเพื่องานหมั้น

"สวยจังเลยค่ะ" ข้าวหอมมองรอบทิศอย่างตื่นตะลึง

"เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าเธอต้องแปลกใจ...เราจะจัดงานหมั้นกันที่นี่นะข้าวหอม"

ข้าวหอมตื่นเต้นและตื้นตันกับสิ่งที่นาวาจัดการ แต่แล้ว เธอต้องอึ้งงัน เมื่อเตชิตปรากฏตัว และนาวาแนะนำว่าเตชิต คือคนที่เนรมิตที่นี่ให้เป็นที่จัดงานหมั้นของเรา แต่ที่ข้าวหอมต้องอึ้งซ้ำด้วยความเศร้าก็คือเตชิตบอกว่าเขาไม่แน่ใจว่าจะได้อยู่ร่วมงานแต่งของเธอกับนาวา เพราะพรุ่งนี้เขาจะบินไปดูงานที่อเมริกา อาจจะสองสามปี หรือนานกว่านั้น

เตชิตมอบนาฬิกาเป็นของขวัญวันหมั้นให้ข้าวหอม ก่อนที่นาวาจะพาข้าวหอมเดินดูสถานที่จัดเลี้ยงหลังพิธีหมั้น... รัญญา ภูผา และโตมร ซึ่งเดินทางมาตั้งแต่เมื่อวานก็ช่วยดูแลความเรียบร้อยอย่างเต็มที่ ทุกคนชื่นมื่นมีความสุข ยกเว้นเตชิตที่แอบเศร้าอยู่คนเดียว

แล้วคืนนี้เองแจงซึ่งเฝ้าบ้านรัญญาอยู่คนเดียวแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ที่จู่ๆรตีมาปรากฏตัวในสภาพใบหน้ามีรอยแผลน่าเกลียดน่ากลัว รตีตกน้ำแต่ยังไม่ตาย เธอหนีรอดไปซ่อนตัวและรอวันกลับมาแก้แค้นทุกคน โดยเฉพาะข้าวหอม!

แม้จะถูกรตีคาดคั้นและตบตีทำร้ายเพียงใด แจงก็ไม่ยอมหลุดปากบอกว่าข้าวหอมกับรัญญาไปไหน จนกระทั่งรัญญาโทร.เข้ามาที่บ้าน แล้วสัญญาณตัดเป็นฝากข้อความเพราะไม่มีคนรับ นั่นเองทำให้รตีรู้ว่าสองแม่ลูกไปที่บ้านทอฟ้า เพราะรัญญาต้องการให้แจงเอาสร้อยเพชรที่เธอลืมไว้ฝากมากับนายยิ้มที่จะขึ้นมาที่บ้านทอฟ้าพรุ่งนี้

เมื่อได้คำตอบที่ต้องการแล้ว รตีใช้ด้ามปืนกระแทกหน้าแจงจนสลบเหมือดแล้วรีบร้อนออกจากบ้านรัญญาเพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านทอฟ้าที่เพชรบูรณ์

คืนเดียวกันนี้ ข้าวหอมนั่งมองชุดหมั้นอย่างเหม่อลอย รัญญาอาบน้ำเสร็จเดินออกมาเมียงมองก่อนเอ่ยถามลูกสาวว่า

"ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะจ๊ะ พรุ่งนี้ลูกแม่จะเข้าพิธีแล้ว ต้องดูสดชื่นหน่อยนะ"

"ข้าวหอมยังไม่ง่วงเลยค่ะคุณแม่"

รัญญาเข้ามานั่งข้างข้าวหอม ถามว่าคิดอะไรอยู่ ข้าวหอม ไม่ตอบแต่ก้มมองนาฬิกาข้อมือที่เตชิตให้ไว้ แล้วตั้งคำถาม

"คุณแม่เคยอยากหยุดเวลาไม่ให้มันเดินต่อไปไหมคะ"

"อืม...ถ้าเป็นเวลาที่มีความสุขมากๆ บางทีแม่ก็อยากหยุดมันไว้เหมือนกันนะ แต่ถ้าอยากหยุดเวลาเพราะต้องการหนีปัญหาล่ะก็ แม่ไม่เคยมีความคิดอย่างนั้น เราต้องรับผิดชอบกับวันข้างหน้าของเราเอง...ข้าวหอมล่ะลูก หนูอยากหยุดเวลาเพราะอะไร"

ข้าวหอมนิ่งอึ้งไป ไม่สามารถให้คำตอบกับแม่รัญญาได้...

ooooooo

เช้ามืด ยิ้มขับรถตู้มาจอดหน้าบ้านรัญญา ในรถมีช่างแต่งหน้าและช่างทำผมมาด้วย ยิ้มลงไปกดออดและตะโกนเรียกแจงอยู่นานในบ้านก็ยังเงียบเชียบ ที่สุดยิ้มเลยต้องโทร.หาโตมร...โตมรกลัวจะเสียฤกษ์เพราะช่างต้องรีบมาแต่งหน้าทำผมให้ข้าวหอม จึงบอกให้ยิ้มรีบมาเดี๋ยวนี้เลย

พอยิ้มเคลื่อนรถออกไป แจงที่เพิ่งฟื้นแต่ก็วิ่งตามออกมาเรียกยิ้มไม่ทัน แจงจึงหันกลับเข้าบ้านพยายามโทร.หารัญญาเพื่อจะบอกเรื่องรตี แต่ก็ติดต่อไม่ได้เลย เปลี่ยนไปโทร. หาข้าวหอมกับนาวาก็ไม่ติดเหมือนกัน สุดท้ายตัดสินใจโทร. เข้ามือถือเตชิต ซึ่งเตชิตกำลังเตรียมตัวเดินทางไปสนามบินพอดี

รตีแอบเข้ามาที่บ้านทอฟ้าแล้วแอบเอายานอนหลับใส่ลงในเหยือกเครื่องดื่มก่อนจะหลบฉากออกมารอเวลาชำระแค้น ส่วนในห้องที่เรือนนอน รัญญาช่วยแต่งตัวให้ข้าวหอมที่ซึมๆไม่สดชื่นเอาเสียเลย

"ข้าวหอม...เป็นอะไรหรือเปล่าลูก ดูใจลอยชอบกล"

"เปล่าค่ะ ข้าวหอมแค่...แค่ตื่นเต้นน่ะค่ะ"

"โถลูกแม่...ดูหน้าคนตื่นเต้นหน่อยซิ ซีดเซียวหมดแล้ว ไม่รู้ช่างแต่งหน้ากับช่างทำผมจะมารึยัง แจงคงเอาสร้อยมาด้วย... เอาอย่างนี้ เดี๋ยวแม่ไปดูหน่อยดีกว่า"

รัญญายิ้มให้ข้าวหอมก่อนจะเดินออกไป ข้าวหอมมองตามแล้วหันกลับมาถอนใจหน้าเศร้าสร้อย...เวลานั้น

นาวาแต่งตัวเสร็จแล้ว  ภูผายืนมองลูกชายอย่างเป็นปลื้มและยินดี

"ตอนที่แกรถคว่ำเดินไม่ได้ พ่อคิดว่าจะไม่ได้เห็นแกยิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้อีกแล้ว"

"ผมมีวันนี้ได้เพราะข้าวหอมครับพ่อ ข้าวหอมเป็นคนเปลี่ยนโลกของผม"

"พ่อเห็นแล้วว่าเขาเปลี่ยนแกได้จริงๆ ถ้าเขาเป็นคนที่มีค่าสำหรับแก แกก็ต้องไม่ทำให้เขาเสียใจเป็นอันขาด เข้าใจไหม"

"แน่นอนครับพ่อ...ผมจะทำทุกอย่างเพื่อข้าวหอม" สองพ่อลูกยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ด้านรัญญาออกมาเจอโตมรและรู้ว่ายิ้มไปเรียกแจงอยู่นานแต่ไม่ได้เจอกัน โตมรสงสัยว่าแจงจะยังไม่ตื่น ตนก็เลยให้ยิ้มรีบมาก่อน เพราะกลัวข้าวหอมจะแต่งหน้าทำผมไม่ทัน รัญญาบ่นแจงและทำท่าจะโทร.ไปต่อว่า แต่ภูผาห้ามไว้ แล้วนำสร้อยของแม่นาวาส่งให้รัญญาเอาไปให้ข้าวหอมใส่แทนสร้อยที่รัญญาลืมไว้ที่บ้าน

"ฉันตั้งใจให้รับขวัญข้าวหอมอยู่แล้ว ก็ให้ซะตอนนี้เลยแล้วกัน"

"ฉันขอบคุณแทนข้าวหอมด้วยนะ งั้นเดี๋ยวฉันเอาไปให้ลูกใส่เลยแล้วกัน"

รัญญากำลังจะไป พอดีนาวาเหลือบเห็นพนักงานเข็นรถเสิร์ฟน้ำเข้ามา นาวาจึงเรียกรัญญาไว้

"น้ารัญครับ...น้ารัญพักดื่มน้ำตรงนี้ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมเอาสร้อยไปให้ข้าวหอมเอง"

"คอแห้งอยู่เหมือนกัน...ขอบใจนะนาวา" รัญญายื่นกล่องสร้อยให้นาวา แล้วหันมารับเครื่องดื่มจากพนักงาน ขณะที่ภูผาก็เรียกโตมรมาดื่มด้วยกัน...มุมหนึ่ง รตีเฝ้ามองทุกคนดื่มน้ำด้วยสายตาอาฆาตแค้น

ข้าวหอมยังนั่งจมอยู่กับความเศร้า มองนาฬิกาของเตชิตแล้วอดร้องไห้ออกมาไม่ได้ นาวาเข้ามาเห็น เขาตกใจและคาดคั้นจนข้าวหอมยอมรับว่าเธอคิดถึงเตชิต

"ฉัน...ฉันขอโทษค่ะ อย่าโกรธฉันนะคะคุณนาวา...นี่เป็นเวลาเดียว...เป็นโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะคิดถึงเขา แล้วหลังจากนี้...หลังจากนี้ฉันจะรักคุณจนหมดใจ"

"ไม่...ฉันรู้ว่าเธอทำไม่ได้" นาวาเสียงแผ่ว

"ไม่จริงนะคะคุณนาวา ฉันทำได้ ฉันต้องทำได้ คุณเป็นคนดี คุณดีกับฉันที่สุด ฉันรู้ว่าฉันตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกคุณ"

"อย่าใช้สมอง แต่จงใช้หัวใจ แล้วเธอจะรู้ว่าที่เธอเลือกฉันมันผิดอย่างมหันต์...ในสมองเธออาจจะสั่งให้คิดถึงฉันได้ แต่ใจเธอ...ใจเธอมีแต่เตชิต และเธอคงห้ามมันไม่ได้"

นาวาไม่มีแววของความโกรธเลยแม้แต่น้อย กลับดึงข้าวหอมมากอดอย่างเข้าใจ

"ฉันทำร้ายเธออย่างนี้ไม่ได้ เราไปบอกพวกผู้ใหญ่กันเถอะ จะไม่มีงานหมั้นแล้ว" ว่าแล้วนาวาจูงมือข้าวหอมออกจากห้อง แล้วไปเจอรตีตรงหน้าบ้าน ทั้งคู่ตกใจแทบไม่เชื่อสายตา  รตีถือปืนประกาศกร้าวว่าเธอกลับมาเพื่อแก้แค้นพวกเขา

"รตี...เธอไปเอาปืนมาจากไหน"

"อย่าสนเลยว่าฉันจะเอามาจากไหน แต่เอามาทำอะไรนี่สิ น่าสนใจกว่า ฉันจะไม่ปล่อยให้แกครอบครองทุกอย่าง แล้วฉันต้องกลายเป็นคนแพ้หรอกนะข้าวหอม"

นาวาตัดสินใจจะพุ่งเข้าชาร์จรตี แต่รตีหันปืนมาทางนาวา ทำให้นาวาชะงัก ขณะที่ข้าวหอมก็ยังพยายามหว่านล้อมรตีต่างๆนานาด้วยใจจริง แต่รตีไม่ฟังและบ้าดีเดือดยิงข้าวหอม แต่นาวาเข้ามารับกระสุนแทนจนล้มฟุบ จากนั้นรตีก็จับข้าวหอมลากไปทางหลังบ้าน และก่อนที่รตีจะฆ่าข้าวหอม เตชิตเข้ามาทันเวลา รตียิ่งเห็นเตชิตห่วงใยข้าวหอมก็ยิ่งโกรธแค้น รตีกับเตชิตยื้อยุด
แย่งปืนกันไปมา จนรตีเสียหลักล้มทับไม้แหลมคมขาดใจตายคาที่ ส่วนนาวาที่ถูกยิงก็เสียเลือดมาก และหมดลมหายใจไปในอ้อมกอดของข้าวหอม...

ooooooo

การจากไปของนาวายังความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้งให้กับทุกคน โดยเฉพาะข้าวหอมที่ยังทำใจ ไม่ได้ เธอร้องไห้ทุกวันจนถึงวันเผาศพนาวา เตชิตเองก็เศร้า  แต่ก็ต้องทำเข้มแข็งคอยปลอบและให้กำลังใจข้าวหอม

"ทำใจบ้างเถอะนะข้าวหอม ถ้านาวาเห็นเธอเศร้าเสียใจมากขนาดนี้ เขาคงยิ่งห่วง"

"ตลอดเวลา คุณนาวาคอยเป็นห่วงฉันและดีกับฉันเสมอ... ฉันเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้ตอบแทนความรักของเขา"

"สิ่งที่นาวาต้องการที่สุดคือการได้เห็นเธอมีความสุข ถ้าเธอต้องการตอบแทนนาวา เธอก็ต้องใช้ชีวิตให้มีความสุข นาวาที่เฝ้ามองเธออยู่จะได้หมดห่วง...ไปล้างหน้าเถอะ"

ข้าวหอมมองเตชิตก่อนจะพยักหน้ายอมให้เขาพาเธอไป ขณะข้าวหอมหายเข้าไปในห้องน้ำ รัญญาเดินมาคุยกับเตชิตที่ยืนรอข้าวหอมอยู่

"ต่อไปนี้คงเหลือแค่เตชิตที่เป็นเพื่อนของข้าวหอม เตชิตคงต้องช่วยกันกับน้าทำให้ข้าวหอมหายเศร้าเร็วๆด้วยนะ"

"เรื่องนี้ผมอาจจะช่วยน้ารัญไม่ได้"

รัญญาแปลกใจ เตชิตจึงบอกกล่าวเรื่องที่เขาจะไปดูงานที่อเมริกาสักสองสามปี ซึ่งจะเดินทางวันพรุ่งนี้...ข้าวหอมยืนหลบมุมฟังด้วยความสะเทือนใจ แล้วในเช้าวันรุ่งขึ้นที่เตชิตต้องเดินทาง ข้าวหอมก็ตัดสินใจไปพบเขาที่บ้าน โดยสวมใส่ นาฬิกาที่เตชิตให้ไปด้วย

"ข้าวหอม...คงอีกนานกว่าเราจะเจอกันอีก เธอดูแลตัวเองดีๆนะ"    พูดแล้วเหลือบเห็นนาฬิกาที่ข้อมือข้าวหอม "ไม่คิดว่าเธอจะใส่มัน"

"แล้วทำไมคุณถึงให้ฉันล่ะคะ ถ้าคิดว่าฉันจะไม่ใส่"

"เพราะมันเป็นของเธอ ตั้งแต่วันแรกที่ฉันตั้งใจซื้อให้เธอ แล้วฉันก็ไม่คิดจะยกมันให้ใคร มันคงเหมือนกับใจฉัน ที่ฉันยกให้เธอ ทั้งที่เธอไม่ต้องการ...ฉันดีใจนะที่เธอให้อภัยฉันแล้ว ฉันทำไม่ดีกับเธอไว้มาก แต่อย่างน้อยเราก็คงไม่เกลียดกันไปตลอดชีวิตใช่ไหม...ลาก่อนนะข้าวหอม"

เตชิตเดินผ่านข้าวหอมเพื่อไปขึ้นรถ ข้าวหอมตัดสินใจดึงมือเขาไว้ พร้อมกับเอ่ยขึ้นมาจากใจจริง

"ฉันไม่เคยเกลียดคุณ...ถ้าเราต้องจากกันจริงๆ ฉันก็ขอให้คุณรับรู้ไว้ ฉันไม่เคยเกลียดคุณเลย"

"ทั้งที่ฉันทำตัวแย่กับเธอขนาดนั้นน่ะเหรอ"

"แปลกใช่ไหมคะ ที่บางทีเราก็รักคนที่ทำร้ายจิตใจเรา แต่คนที่ดีกับเราที่สุด เรากลับรักเขาอย่างหมดใจไม่ได้...คุณนาวาบอกฉันว่า เราบังคับจิตใจตัวเองไม่ได้"

"นาวาพูดถูก...ที่ฉันจะไปอเมริกาคราวนี้ จริงๆแล้วฉันต้องการจะหนีหัวใจตัวเอง แต่ถึงจะไปจนสุดขอบโลก ฉันก็คงหนีหัวใจตัวเองไม่ได้ ถ้าเธอไม่เกลียดฉัน...เธอให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหมข้าวหอม"

"ฉันมาหาคุณถึงนี่ คุณยังต้องขอโอกาสจากฉันอีกเหรอคะ ฉันให้คุณตั้งนานแล้วค่ะ"

เตชิตยิ้มออกดีใจสุดๆ ดึงข้าวหอมมากอดด้วยความรัก โตมรกับยิ้มยืนมองอยู่ห่างๆ   ต่างก็ยิ้มแย้มยินดีไปกับเตชิตด้วย

ooooooo

เมื่อไม่มีนาวาแล้ว ภูผาตัดสินใจยกบ้านทอฟ้าให้เป็นของมูลนิธิโดยตรง รัญญาดีใจแทนเด็กๆ และถ้าข้าวหอมรู้ก็คงจะดีใจมาก

"นาวาก็คงดีใจเหมือนกัน" ภูผาเอ่ยหน้าเศร้า รัญญาเข้าใจความรู้สึกของเพื่อน จับมือเขาปลอบใจ

"อย่าลืมนะ ถึงแม้เธอจะเสียนาวาไป แต่เธอก็ยังมีเด็กๆในบ้านทอฟ้าที่เขาเคารพเธอเหมือนพ่อ เธอยังมีลูกๆอีกเป็นโขยงเลยนะ แล้วถ้าเธอไม่ว่าอะไร ฉันจะอาสาดูแลเด็กๆพวกนี้แทนแม่บัวของพวกเขาเอง"

"เอาสิ ฉันคงขัดเธอไม่ได้อยู่แล้ว"

หลังจากวันนั้นไม่กี่วัน...ทุกคนก็จัดเลี้ยงอาหารเด็กๆ ที่ได้กลับมาอยู่บ้านทอฟ้าอีกครั้ง โดยข้าวหอมกับเตชิตเป็นแม่งาน...รัญญา ภูผา และโตมรก็ช่วยด้วยเต็มที่ คอยดูแลเด็กๆอย่างใกล้ชิด ทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข

ตกเย็นเตชิตเดินจูงมือข้าวหอมชมความสวยงามของบ้านทอฟ้าโดยรอบ

"ในที่สุดฝันของฉันก็เป็นจริง น้องๆของฉันได้กลับมารวมกันที่นี่อีกครั้ง ขอบคุณนะคะ ที่คุณมีส่วนทำให้มันสำเร็จ"

"เสียดายที่นาวาไม่มีโอกาสได้เห็นวันนี้ เขาคงดีใจที่เห็นเธอมีความสุข"

"ฉันเชื่อว่าคุณนาวามองเราอยู่ เขาเองก็คงมีความสุขกับฉันด้วยเหมือนกัน"

"นาวา...ถ้านายรับรู้ได้จริงๆ ฉันอยากจะบอกว่านายไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้วนะ ต่อไปนี้ฉันจะดูแลข้าวหอมด้วยชีวิตของฉัน"

เตชิตกับข้าวหอมแหงนมองท้องฟ้า รู้สึกเหมือนนาวากำลังมองพวกเขาอยู่ แล้วสองคนก็หันมาสบตากันหวานซึ้ง โอบกอดกันไว้ท่ามกลางทิวทัศน์สวยงามของบ้านทอฟ้า...

ooooooo


-อวสาน-

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.