ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงารักลวงใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังได้รับคำแนะนำจากยุวรินทร์ รัญญาโทรศัพท์ ไปหาข้าวหอมในคืนนั้นทันที

"หนูข้าวหอม...คือน้าอยากจะขอโทษหนูน่ะจ้ะ กับเรื่องเมื่อเช้าที่รตีทำร้ายหนูอย่างนั้น"

"คุณน้าไม่ต้องขอโทษหนูหรอกค่ะ เพราะหนูไม่เคยโกรธรตีอยู่แล้ว หนูเข้าใจรตีด้วยค่ะว่ารตีรู้สึกยังไง เพราะถ้าหนูมีแม่อย่างคุณน้า หนูก็คงอดหวงไม่ได้เหมือนกัน"

"ได้ยินอย่างนี้แล้วน้าค่อยสบายใจหน่อย หนูเป็นเด็กดีมากเลยนะจ๊ะ ที่รู้จักอภัยให้คนอื่น"

"แม่บัวสอนหนูมาตลอดค่ะว่าการที่เราโกรธเคืองใคร ใจเราเองต่างหากที่ทุกข์ แล้วยิ่งเราโกรธคนที่เรารัก ใจเราก็จะยิ่งทุกข์มากไปใหญ่ รตีเป็นเพื่อนรักของหนู เพราะอย่างนี้หนูถึงโกรธรตีไม่ลงไงคะ"

รัญญารู้สึกชื่นชมข้าวหอม พลันนึกไปถึงลูกสาวของตัวเองก็รู้สึกอ่อนใจ เปรยออกมาว่า

"ถ้ารตีมีจิตใจอ่อนโยนอย่างหนูบ้างก็คงจะดีนะ"

"คนเรามีข้อดีไม่เหมือนกันค่ะคุณน้า อย่างรตีเขาเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเอง มีความเป็นผู้นำสูง หนูเองยังอยากเป็นเหมือนรตีเลยนะคะ"

ยิ่งฟัง รัญญาก็ยิ่งปลื้มข้าวหอม บอกออกมาตามตรงว่า

"ไม่รู้ทำไมคุยกับหนูแล้วน้ารู้สึกสบายใจจริงๆ หนูคุยกับน้านานๆได้ไหมจ๊ะ เอาอย่างนี้ดีกว่า หนูเล่าเรื่องของหนู ให้น้าฟังบ้างได้ไหมจ๊ะ เอาสมัยที่อยู่บ้านทอฟ้าก็ได้"

"ได้สิคะคุณน้า" ข้าวหอมลงนอนบนเตียงคุยโทรศัพท์ สีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ไม่ต่างไปจากรัญญา...

ครั้นเช้าวันใหม่ข้าวหอมไปมหาวิทยาลัยเจอรตี สองคนต่างอึกๆอักๆวางหน้าไม่ถูกนัก แต่พอรตีเห็นรอยยิ้มของข้าวหอมก็เบาใจ หนำซ้ำข้าวหอมยังอาสาจะช่วยเรื่องเรียนของรตีด้วย รตีเลยกล้าที่จะถามข้าวหอมว่า เมื่อวานฉันทำกับเธออย่างนั้น เธอไม่โกรธฉันเลยเหรอ

"ทีแรกฉันก็น้อยใจเธอเหมือนกันนะ แต่พอเมื่อคืน น้ารัญโทร.มาอธิบาย ฉันเลยเข้าใจเธอว่าเธอรู้สึกยังไง"

"ว่าไงนะ เมื่อคืนแม่ฉันโทร.ไปหาเธอเหรอ"

"จ้ะ ท่านคงเป็นห่วงเธอ ไม่อยากให้ฉันโกรธเธอนั่นแหละ เธอรู้ไหมว่าน้ารัญรักเธอมากเลยนะ เพราะฉะนั้นเธอต้องรักน้ารัญให้มากๆเหมือนกันรู้มั้ย"

"แม่ฉัน ยังไงฉันก็รักอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาเตือนหรอก"

ข้าวหอมสะอึก รู้สึกได้ทันทีว่ารตีไม่พอใจ

"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะก้าวก่ายเรื่องของเธอนะ ฉันก็แค่ เห็นว่าน้ารัญเขารักเธอ เลยไม่อยากให้เธอทำให้เขาเสียใจ แต่ ถ้าเธอไม่ชอบ ฉันขอโทษเธอก็แล้วกัน...อืม ได้เวลาเรียนแล้ว งั้นฉันไปเรียนก่อนนะ"

"เดี๋ยวก่อนข้าวหอม เย็นนี้มีใครมารับเธอรึเปล่า"

"เปล่านี่ ฉันคงนั่งรถเมล์กลับเอง เธอมีอะไรเหรอ"

"ถ้าไม่มีใครมารับ งั้นให้ฉันไปส่งเธอที่บ้านนะ"

"อย่าเลย เกรงใจเธอเปล่าๆ ฉันกลับเองได้"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอก ฉันมีรถ จะมาปล่อยให้เพื่อน ลำบากนั่งรถเมล์กลับเองได้ยังไง เอาเป็นว่าสี่โมงเย็นเจอกันหน้ามหาวิทยาลัยนะข้าวหอม"

ข้าวหอมกลัวเพื่อนจะเสียน้ำใจจึงตกปากรับคำ แต่พอตกเย็นข้าวหอมกลับต้องมายืนรอรตีจนเมื่อยขา มองซ้ายขวาหน้าหลังก็ยังไร้วี่แวว เพราะรตีไม่ได้ตั้งใจทำตามที่พูด เธอแค่คิดจะแกล้งข้าวหอมเล่นเท่านั้น ยิ่งแอบมองเห็นข้าวหอมยืนหน้าละห้อย รตียิ่งสะใจ แล้วสั่งคนรถพาเธอออกไปอีกด้าน

รตีมุ่งหน้าไปยังบ้านโตมรหมายมั่นปั้นมือต้องได้พบเตชิต ซึ่งโตมรต้อนรับรตีอย่างดีเช่นเคย และขอให้รตีอยู่รอเตชิตที่กำลังออกจากออฟฟิศ จะได้ทานข้าวเย็นพร้อมกัน แต่ ปรากฏว่าเตชิตไม่ได้มุ่งหน้ากลับบ้าน เขาโฉบไปที่มหาวิทยาลัยและเจอข้าวหอมยืนหน้าจ๋องอยู่พอดี

เตชิตเร่งให้ข้าวหอมขึ้นรถเพราะเขาหิวมาก ข้าวหอมกลับอิดออดด้วยกลัวจะผิดคำพูดกับรตี แต่พอเตชิตขู่จะลงไปอุ้ม ข้าวหอมเลยไม่กล้ายึกยักอีก

ถึงร้านอาหาร ข้าวหอมยังกังวลไม่หาย จึงขอยืมโทรศัพท์ มือถือของเตชิตโทร.ไปหารตี...รตีพอได้ฟังว่าข้าวหอมอยู่ที่ร้านอาหารกับเตชิต ความอิจฉาริษยาก็พุ่งปี๊ดจนอดรนทนไม่ไหว ขอเบอร์นาวาจากโตมรแล้วโทร.ไปหาเขาทันที

รตีแต่งเรื่องหลอกนาวาว่าข้าวหอมถูกเตชิตบังคับให้ไปกินข้าวด้วย ทั้งที่ข้าวหอมไม่เต็มใจ นาวาไม่ชอบความเอา แต่ใจของเตชิต และเขาชอบทำเหมือนข้าวหอมเป็นสิ่งของที่ไม่มีหัวใจเป็นทุนอยู่แล้ว จึงหลงกลรตีเข้าอย่างจัง รีบเดินทางไปที่ร้านอาหารนั้นพร้อมรตี

เมื่อสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน รตีชิงออกตัวว่าเธอไปรอเจอข้าวหอมที่บ้านเตชิต แล้วเจอนาวา เราสองคนก็เลยตามมา หวังว่าเตชิตคงไม่ว่าอะไร

"ผมจะไปว่าอะไรได้ล่ะครับ"

"งั้นไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอเราสองคนร่วมโต๊ะด้วยได้ ไหมคะคุณเตชิต"

"เชิญนั่งสิครับ" ขาดคำของเตชิต รตีรีบเข้ามานั่งข้างเขา นาวาเลยเดินไปนั่งฝั่งข้าวหอม จากนั้นรตีก็จีบปากจีบคอจงใจยั่วอารมณ์เตชิต

"แหม ตอนแรกรตีนึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้ว ดีที่คุณนาวาเหยียบมาซะเต็มที่ ไม่งั้นข้าวหอมกับคุณเตชิตคงอิ่มไปแล้วแน่เลย"

"ความจริงรอที่บ้านก็ได้ไม่เห็นต้องตามมาถึงที่นี่เลย" เตชิตเสียงแข็ง

"แหม ก็คุณนาวาเขาร้อนใจอยากเจอข้าวหอมมากนี่คะ ใช่ไหมคะคุณนาวา"

นาวาเหล่มองรตีอย่างไม่พอใจ รู้สึกกำลังโดนใส่ร้าย รตีกลับทำลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้

"คุณนาวามีธุระอะไรกับฉันรึเปล่าคะ" ข้าวหอมเอ่ยขึ้น

"ไม่ใช่ธุระอะไรสำคัญหรอกจ้ะ คุณนาวาคงคิดถึงเธอเฉยๆ อุ๊ยตายแล้ว นี่รตีพูดอะไรไปก็ไม่รู้ คุณเตชิตอย่าถือสา รตีเลยนะคะ"

"นาวาเขาก็เป็นแบบนี้แหละ เป็นคนไม่ค่อยรู้ตัวเองว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม"

"งั้นเหรอ แล้วแกล่ะ เคยทำอะไรที่มันเหมาะสมบ้าง ฉันเห็นแต่แกชอบใช้นิสัยอันธพาลบังคับใจคนอื่น ทั้งที่เขาไม่เต็มใจทำ"

ถูกนาวายอกย้อนเข้าจังเบอร์ เตชิตโกรธถึงกับลุกพรวดขึ้นทันที ตะคอกถามนาวาว่า แกพูดอะไร?

"ก็อย่างวันนี้ไง ทั้งที่ข้าวหอมไม่อยากมา แกก็ยังบังคับให้เขามา ฉันพูดผิดตรงไหน"

เตชิตหันขวับไปทางข้าวหอม "อ้อ ที่แท้เธอก็โทร.ไปฟ้องไอ้นาวานี่เอง"

ข้าวหอมอึกอักจะปฏิเสธ รตีสอดขึ้นทันที

"รตีว่า...เรื่องมันแล้วไปแล้วก็ช่างมันเถอะค่ะ ไหนๆเราก็ร่วมโต๊ะกันแล้ว ทานข้าวกันดีกว่าค่ะ"

"เชิญคุณรตีตามสบายแล้วกันนะครับ ผมจะกลับเดี๋ยวนี้" ว่าแล้วเตชิตคว้าข้อมือข้าวหอมให้ลุกออกไปด้วยกัน นาวาทนไม่ไหวปราดเข้ามาชกเตชิตจนล้ม รตีกับข้าวหอมตกใจทำอะไรไม่ถูก นาวากับเตชิตชกกันใหญ่ เด็กเสิร์ฟต้องมาช่วยจับทั้งคู่แยกจากกัน จากนั้นข้าวหอมบอกนาวาว่า รอให้เขาอารมณ์ เย็นกว่านี้เราค่อยคุยกัน พูดจบก็ลากแขนเตชิตออกไปทันทีเลย

กลับถึงบ้านเตชิตยังหาเรื่องข้าวหอมต่ออีก เพราะเข้าใจว่าข้าวหอมโทร.ไปฟ้องนาวา ข้าวหอมคร้านจะอธิบายความจริง ได้แต่บอกเขาว่า

"ฉันไม่ตอบ เพราะคุณไม่มีเหตุผล ถึงฉันพูดอะไรไปคุณก็คงไม่เชื่ออยู่แล้ว"

"อ๋อ มีแต่ไอ้นาวาเท่านั้นล่ะสิที่พูดจาถูกใจเธอ"

"ใช่ อย่างน้อยคุณนาวาเขาไม่ใจแคบคิดอะไรตื้นๆอย่างคุณก็แล้วกัน"

"ไม่ว่าฉันทำอะไรให้เธอมันไม่เคยดีในสายตาเธอเลยรึไง"

"คุณไม่เคยทำอะไรให้ฉันหรอกค่ะคุณเตชิต ทุกอย่างที่คุณทำมันก็แค่เพื่อสนองความสะใจของคุณเท่านั้นเอง คนอย่างคุณไม่เคยปรารถนาดีกับใครหรอก ทำไมฉันจะไม่รู้"

"งั้นเหรอ สรุปว่ายังไงฉันก็เลวในสายตาเธอเสมอ" ข้าวหอมนิ่งเงียบไม่ตอบ ทำให้เขายิ่งฉุน "ก็ได้ ถ้าเธอมองว่าฉันเป็นคนแบบนั้น งั้นฉันก็จะเลวให้พอ"

เตชิตคว้าตัวข้าวหอมมากอดจูบ ข้าวหอมตกใจทั้งผลักทั้งตบหน้าเขาฉาดใหญ่ก่อนจะวิ่งหนีเข้าห้องปิดประตูดังปัง แล้วทรุดลงร้องไห้อยู่หลังประตูนั่นเอง ส่วนเตชิตยืนอึ้งคอตก รู้สึกผิดและเจ็บใจตัวเองที่ทำอะไรลงไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง

ทางด้านนาวายังขุ่นมัวไม่หาย กลับถึงบ้านก็ระบายอารมณ์ด้วยการปัดข้าวของในห้องตกหล่นเสียงดังโครมคราม จนภูผาตกใจต้องขึ้นมาดู

"ทำอะไรของแก ฮึ นาวา"

"ผมไม่เข้าใจเลย ทั้งที่ผมรักข้าวหอมขนาดนี้แต่กลับ ดูแลเธอไม่ได้ ทีไอ้เต ไอ้คนไม่มีหัวใจอย่างนั้นกลับได้ครอบครองเธอ" นาวาพรั่งพรูความคับแค้นใจออกมา

"ของแบบนี้มันเป็นเรื่องของเวรกรรม บางทีข้าวหอมกับนายเตอาจจะทำกรรมร่วมกันมา ถึงต้องอยู่ด้วยกันอย่างนั้นก็ได้"

"แต่มันไม่ยุติธรรมเลยนะพ่อ ที่ข้าวหอมจะต้องทนอยู่กับคนอย่างมัน"

"นาวา...พ่อว่าแกทำใจซะเถอะ เพราะยิ่งแกดิ้นรนมากเท่าไหร่ คนที่ลำบากใจก็คือหนูข้าวหอม แกควรจะนึกถึงใจหนูข้าวหอมไว้ด้วยนะ"

"ผมนึกถึงข้าวหอมเสมอครับพ่อ ผมถึงได้อดทนมาตลอด แต่ความอดทนคนเรามันมีขีดจำกัดนะครับพ่อ นายเตมันคิดว่ามันถือไพ่เหนือผม เลยคิดจะทำอะไรก็ทำ แต่ต่อไปนี้ ผมจะไม่ยอมให้มันรังแกข้าวหอมได้อีก ผมจะปกป้องข้าวหอมด้วยตัวผมเอง" นาวาแววตามุ่งมั่นมากๆ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ข้าวหอมเตรียมตัวออกไปเรียน และปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมให้เตชิตไปส่ง เพราะยังโกรธเขาเรื่องเมื่อคืน

"คุณเลิกยุ่งกับชีวิตฉันซักที แค่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้คุณยังทรมานฉันไม่พอรึไง ให้ฉันได้มีชีวิตเป็นของฉันเองบ้างได้มั้ย ฉันยอมคุณมามากพอแล้ว ในเมื่อคุณไม่รักษาคำพูดกับฉัน ต่อจากนี้ไปฉันจะถือว่าเราไม่เคยตกลงอะไรกันทั้งนั้น เมื่อไหร่ที่ฉันมีที่ไป ฉันจะไปจากคุณทันที จำไว้คุณเตชิต"

เตชิตนิ่งอึ้ง ทั้งโกรธทั้งเสียใจกับการกระทำของตัวเอง เตะลมแล้งระบายอารมณ์หลังจากข้าวหอมผละไป...รตีซึ่งนั่งอยู่ในรถแอบมองสองคนทะเลาะกัน แสยะยิ้มด้วยความรู้สึกสะใจเป็นบ้า แต่พอตามข้าวหอมไปถึงมหาวิทยาลัย รตีกลับตีหน้าสลดทำเป็นเห็นอกเห็นใจข้าวหอม

"ฉันเห็นว่าเมื่อวานคุณเตชิตกับคุณนาวาทะเลาะกันขนาดนั้น เลยเป็นห่วงเธอ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง"

ข้าวหอมกำลังอัดอั้นจึงโผเข้ากอดรตีร้องไห้โฮ "รตี ฉันไม่อยากอยู่ที่นั่นอีกแล้ว ฉันเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยที่ต้องรองรับอารมณ์คนอย่างเขา เธอช่วยฉันได้ไหมรตี"

รตีแอบยิ้มอย่างเข้าทางโจร พอได้ยินข้าวหอมบอกว่าเกลียดเตชิต รตีถือโอกาสสารภาพว่าเธอรักเตชิต แล้วเอ่ยปากขอกันโต้งๆ ข้าวหอมนิ่งอึ้งชั่วขณะ ก่อนจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ลึกๆก็แอบหวั่นไหวเผลอใจไปกับเตชิตบ้างแล้ว

"เธอไม่เห็นจำเป็นจะต้องมาขอฉันเลย ในเมื่อฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย"

"เธอพูดจริงๆนะข้าวหอม ถ้างั้นฉันจะถือเป็นคำตอบตกลงก็แล้วกัน"

ข้าวหอมพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ "ถ้าเธอรักเขา แล้วเขาก็รักเธอ ฉันก็คงดีใจด้วย เพียงแต่ฉันอยากให้เธอคิดดีๆ ผู้ชายคนนี้เขาไม่มีหัวใจ บางทีเขาอาจจะรักใครไม่เป็นด้วยซ้ำ"

"เรื่องนั้นฉันไม่สนใจหรอก เพราะฉันมั่นใจว่าฉันสามารถทำให้เขารักฉันได้"

"ถ้างั้นก็แล้วแต่เธอ ฉันขอให้เธอสมหวังในความรักแล้วกัน"

"ขอบใจเธอมากนะข้าวหอม เธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันจริงๆ ว่าแต่ที่เธอบอกว่าเธอไม่อยากอยู่กับคุณเตชิต เธอพูดจริงๆรึเปล่า"

ข้าวหอมพยักหน้าแทนคำตอบ รตีสมองแล่นคิดถึงนาวาขึ้นมาทันที จากนั้นไม่นานรตีก็จัดแจงโทร.ตามนาวามาคุยกันที่ร้านกาแฟใกล้มหาวิทยาลัย...ครั้นรตีเปิดฉากว่าข้าวหอมไม่อยากอยู่บ้านเตชิต เลยอยากให้นาวาช่วยพาออกไปอยู่ที่อื่น ข้าวหอมออกจะเกรงใจนาวา จึงขัดขึ้นทันที

"ไม่ใช่อย่างนั้นนะรตี ฉันแค่อยากปรึกษาคุณนาวาว่าให้ช่วยหางานที่ฉันสามารถเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้รึเปล่า ตอนนี้ฉันอยากจะพึ่งตัวเองให้มากที่สุด"

"โธ่ข้าวหอม เธอจะไปลำบากอย่างนั้นทำไม ในเมื่อเธอมีคุณนาวาอยู่ทั้งคน"

"นั่นสิข้าวหอม ฉันว่าเรื่องงานเธอหยุดคิดไปเลยดีกว่า ฉันอยากให้เธอมีเวลาเรียนเต็มที่ ส่วนเรื่องอื่นฉันจะช่วยเธอเอง"

"เห็นไหมล่ะข้าวหอม ฉันบอกแล้วว่าคุณนาวาเขาช่วยเธอได้แน่ๆ"

"แต่ฉันไม่อยากรบกวนคุณมากขนาดนั้นเลยค่ะคุณนาวา"

"อย่าถือว่ารบกวนเลยข้าวหอม เพราะฉันเต็มใจช่วยเธออยู่แล้ว เอาเป็นว่าเธอเตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะพาเธอออกมาอยู่ข้างนอกเอง ส่วนเรื่องบ้านทอฟ้าเธอไม่ต้องเป็นห่วงนะ ไม่ว่ายังไง ฉันจะสานฝันที่เธออยากให้บ้านทอฟ้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมให้สำเร็จให้ได้...ตกลงตามนี้นะข้าวหอม"

ข้าวหอมยิ้มรับแต่แววตายังแฝงไปด้วยความลำบากใจ ขณะที่รตีลอบแสยะยิ้มสะใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของตน ตกเย็นวันนี้รตีจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษที่กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจอย่างข้าวหอมไปเสียได้ กลับมาถึงบ้านรตีรีบคุยอวดแจงว่าอีกไม่นานจะมีคนดีๆมารัก รัญญาเข้ามาได้ยินแว่วๆ ตั้งท่าซักถาม แต่รตีบ่ายเบี่ยงที่จะพูดตอนนี้ แล้วเปลี่ยนไปอีกเรื่องที่อยากขอร้องแม่

เมื่อลูกสาวสุดที่รักเอ่ยปาก มีหรือคุณแม่รัญญาจะปฏิเสธ...หลังคุยกับลูกสาวเสร็จ รัญญาจึงติดต่อไปยังโตมรทันที

"อะไรนะครับ คุณสนใจจะลงทุนรีสอร์ตร่วมกับผม" โตมรตื่นเต้นคาดไม่ถึง

"ใช่ค่ะ พอดีรตีมาบอกฉันว่าเขาชอบที่นั่นมาก เลยอยากได้ แต่ว่ารตีเขาขอให้เตชิตเป็นคนบริหารร่วมกับรตี เพราะลูกสาวฉันเด็กเกินไป คงยังดูแลไม่ได้"

"เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้วครับ ปกติงานของผมเตชิตเขาก็เป็นคนดูแลทั้งนั้น เอาเป็นว่าผมจะรีบจัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย แล้วเดี๋ยวเรานัดคุยเรื่องนี้กันเลยนะครับ"

โตมรวางสาย ยิ้มกระหยิ่มที่จู่ๆส้มก็หล่นใส่เข่งเบ้อเร่อ... แต่ยุวรินทร์กลับแตกตื่นตกใจ หลังจากรัญญามาเล่าให้ฟัง

"เธอจะบ้าไปแล้วเหรอรัญ ทำไมถึงได้ตามใจลูกไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างนี้"

"ก็เธอจะให้ฉันทำยังไงล่ะฝน ในเมื่อรตีชอบรีสอร์ตนั้นมาก อีกอย่างตั้งแต่รตีมาอยู่กับฉัน เขาก็ยังไม่ได้อะไรจากฉันเป็นเรื่องเป็นราวเลย พอเขามาขอ ฉันก็เลยยอมจัดการให้เขา"

"ตายๆๆ ตามใจกันอย่างนี้ อีกหน่อยไม่ยิ่งไปกันใหญ่ เหรอรัญ"

"ไม่หรอกฝน เธอก็รู้นี่ว่าฉันมีเงิน มีสมบัติตั้งมากมาย ลำพังแค่รีสอร์ตเล็กๆ มันไม่ได้ทำให้ฉันจนลงไปซักเท่าไหร่หรอก"

"ย่ะ แม่เศรษฐีหมื่นล้าน แต่ยังไงเธอก็ต้องคอยดูลูกไว้ด้วยนะ เพราะฉันรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆยังไงไม่รู้ ที่อยู่ๆรตีอยากได้รีสอร์ต บางทีมันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้นก็ได้"

"เธอนี่ เมื่อไหร่จะเลิกเป็นคนคิดมาก ขี้ระแวงซักทีฮึฝน ฉันไม่เห็นจะต้องซีเรียสอะไรขนาดนั้นเลย อีกอย่างฉันตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าฉันจะต้องชดเชยทุกอย่างให้รตี เขาจะต้องได้ ทุกอย่างที่เขาอยากได้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม" รัญญาฟุ้งไปอย่างมีความสุข ยุวรินทร์เลยไม่กล้าเบรกอะไรเพื่อนอีก

ooooooo

คืนเดียวกัน ข้าวหอมเก็บเสื้อผ้าเตรียมย้ายออกจากบ้านเตชิตโดยไม่บอกให้เขารู้ ซึ่งนัดกับนาวาเอาไว้ตอนเช้ามืดให้มารับหน้าบ้าน...พอถึงเวลาเข้าจริงๆ ข้าวหอมก็อดอาลัยที่นี่ไม่ได้ แต่ที่สุดเธอก็ต้องเดินหน้า นาวาพาข้าวหอมไปอยู่ที่คอนโดฯหรูของเขา และรับรองว่าเตชิตไม่มีทางตามข้าวหอมเจอแน่

"แล้วถ้าเขาไปตามฉันที่มหาวิทยาลัยล่ะคะ"

"เรื่องนั้นไม่ยากหรอกข้าวหอม ฉันติดต่อมหาวิทยาลัยใหม่ไว้ให้เธอแล้ว เธอโอนหน่วยกิตก็ไปเรียนที่ใหม่ได้ทันที"

"ทำไมชีวิตฉันถึงต้องเกิดมาเป็นภาระของคนอื่นเสมอ ด้วยนะ"

"อย่าคิดอย่างนั้นสิ ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นภาระของฉันเลยนะ ตรงกันข้าม ฉันกลับดีใจซะอีกที่เธอยอมรับความช่วยเหลือจากฉัน"

"ขอบคุณนะคะคุณนาวา ถ้าไม่ได้คุณ ชีวิตฉันก็คงไม่รู้จะเป็นยังไง"

"ขอแค่ฉันช่วยเธอจากนรกขุมนั้นได้ เท่านี้ฉันก็พอใจแล้วล่ะข้าวหอม"

ข้าวหอมยิ้มซาบซึ้งตื้นตันกับไมตรีของนาวาที่มีให้ เธอมาตลอด แต่ขณะเดียวกันนั้น เตชิตกำลังเครียดเดินไปเดินมาเป็นหนูติดจั่นรอข้าวหอมอยู่หน้าบ้าน เขาตั้งใจจะออกไปพร้อมกับเธอ แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นข้าวหอมโผล่ออกมา ยิ้มเกรงว่าเจ้านายจะเข้าบริษัทสาย จึงแนะให้ไปตามที่ห้อง เตชิตผละไปอย่างหงุดหงิดเต็มที พอขึ้นไปถึงหน้าห้องเคาะประตูเรียกข้าวหอม ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จึงเปิดประตู เข้าไปหมายเอาเรื่อง ปรากฏว่าสภาพห้องเรียบร้อย ไม่มีวี่แววของข้าวหอม เตชิตเริ่มใจคอไม่ดี เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วตกใจสุดขีด เพราะในตู้ว่างเปล่าไม่มีเสื้อผ้าซักชิ้นเดียว!

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา
16 ต.ค. 2562
12:15 น.