ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักไม่มีวันตาย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ด้วยความหวังจะได้งานใหม่ ปลายฉัตรจึงตามเจ้าหน้าที่ส่งของ ของบริษัทประมูลมาบ้านไตรภูมิ แต่ โชคไม่ดีที่กัณฑ์เห็นเข้าเสียก่อน จึงโดนตะเพิด อินทร์ได้ยินเสียงเอะอะจึงเข้ามาดู ปลายฉัตรเห็นคิดว่าอินทร์จะเป็นตัวช่วยได้ จึงปรี่เข้าไป

"สวัสดีค่ะคุณลุง คือว่า หนูชื่อปลายฉัตรค่ะ รับดูแลและติดตั้งวัตถุโบราณค่ะ"

"เราต้องขอโทษด้วยจริงๆทางเราไม่ต้องการ ลุงต้องขอตัวไปทำงานก่อน"

อินทร์ตัดบทอย่างสุภาพ แล้วเดินไปดูของที่เพิ่งยกลงมาวางเรียงกัน กัณฑ์เดินตามอินทร์ไป ปลายฉัตรจะตามไปอีก แต่กัณฑ์หันมามองด้วยสายตาดุ เธอจึงชะงัก พลางส่งยิ้มแห้งๆแล้วทำท่าจะกลับไปรอที่รถ

ช่วงที่อินทร์กับกัณฑ์ง่วนอยู่กับการตรวจของ ปลายฉัตรฉวยโอกาสวิ่งหลบเข้าในบ้านได้สำเร็จ  เธอย่องเข้าในบ้านอย่างระมัดระวัง มองซ้ายมองขวา

"ทำไมมันเงียบอย่างนี้นะ เราจะตามหาอีตาหน้าขาวใจดำเจอไหมเนี่ย  อยู่ไหนของเขา"  ปลายฉัตรเดินพึมพำด้วยความสงสัย

พลันมีเสียงประตูเปิดออก สาวเจ้าตกใจรีบหลบเข้ามุม กรเดินออกมาจากห้องเก็บสะสมของ   พอเดินผ่านบริเวณที่ปลายฉัตรยืนหลบอยู่ก็ชะงักกึก สูดลมหายใจเข้าปอดเหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่าง เขามองหาแหล่งที่มา แล้วเข้าใจว่าน่าจะมาจากเจ้าหน้าที่ส่งของ จึงตัดใจเดินไปที่หน้าบ้าน

"เป็นอะไรของเขา ทำท่าแปลกๆ คนบ้านนี้ประหลาดตั้งแต่เจ้านายยันลูกน้อง"

สาวเจ้ามองหาไตรภูมิต่อ พลันสายตาไปสะดุดเข้ากับประตูห้องที่กรเพิ่งเดินออกมา เธอจึงแอบเข้าไป นาทีนั้นสายตาของเธอต้องเบิกกว้าง เพราะภาพที่เห็นนั้นเกินคาดฝัน

"โอ้ว...สุดยอด" ปลายฉัตรร้อง เมื่อเห็นสมบัติเกือบ 117 ชิ้น ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ความสวยงามและอลังการของวัตถุโบราณทำให้เธอลืมไปชั่วขณะ ว่าแอบเข้ามาในบ้านคนอื่น

"ดาบมังกรราชวงศ์หมิง กระถางเขียนลายมังกรสมัยราชวงศ์หมิง  นี่ก็สมัยราชวงศ์หมิง  นี่มันมีแต่สมบัติราชวงศ์หมิง ทั้งนั้นนี่...ท่าทางจะชอบมากนะเนี่ย...สวยจริงๆเป็นบุญตาของไอ้ปลายแท้ๆ"  ปลายฉัตรยืนอยู่กลางห้อง  ทันใดนั้นเสียงไตรภูมิก็ดังขึ้น

"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่"

ปลายฉัตรสะดุ้งเฮือก หันขวับมาด้วยความตกใจ แล้วเสียหลักจะล้ม   ตัวเซไปทางแท่นวางหัวเข็มขัดหยกขาวจนเกือบจะชน ไตรภูมิรวบจับผมของปลายฉัตรที่มัดเป็นหางไว้ข้างหลังได้ทัน เธอชะงักกึกเพราะแรงดึงผมของไตรภูมิ ทำให้เธอเจ็บแปลบบนศีรษะ

"โอ้ยย ฉันเจ็บนะคุณ...ปล่อยฉันนะ..." ปลายฉัตรร้องพลางสะบัดตัว หวังจะให้หลุดออกจากมือของไตรภูมิ แต่พอหันขวับมาก็ต้องชะงัก เพราะหน้าแทบจะชนเข้ากับหน้าของไตรภูมิ แล้วเธอก็ต้องตะลึงกับลมหายใจเย็นๆที่รดต้นคอ

"ฉันบอกให้ปล่อย..." เสียงเธออ่อย

ครั้นชายหนุ่มปล่อยผม หญิงสาวก็ทรุดฮวบลงไปนอนอยู่บนพื้นอย่างไม่เป็นท่า เขาอาศัยช่วงนี้เดินหนี แต่หญิงสาวจอมราวีไม่ละความพยายาม

"คุณฟังก่อนสิ...ฉันไม่ได้จะเข้ามาขโมยของนะ แต่ฉันมีเรื่องจะขอร้องคุณ ฉัน...ฉันขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับคุณ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ คือมันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ จริงๆฉันไม่ได้เป็นคนแบบนั้น ฉันมีความรับผิดชอบ ฉันทำงานได้ ฉันช่วยพ่อทำมาตั้งแต่เด็ก คุณให้โอกาสฉันสักครั้งนะฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแม้แต่นิดเดียว"

ปลายฉัตรตามติด แต่พอเดินมาถึงประตูไตรภูมิก็หยุดกึก ทำให้เธอชนเข้าอย่างจัง เมื่อตั้งตัวได้เงยหน้ามองไตรภูมิ แล้วส่งยิ้มเจื่อนๆ

"ขอโทษ เอ่อ...คุณ...เรื่องงานของฉัน ฉันไม่ได้พูดเล่นนะคุณ ฉันทำได้จริงๆ คุณลองให้โอกาสฉันสักครั้ง...แค่ครั้งเดียว นี่ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณ คุณโทร.ถามใครก็ได้ คนในวงการเขารู้จักพ่อฉันทั้งนั้น"

"ฉันไม่สนใจว่าพ่อเธอเป็นใคร เธอแอบเข้ามาในบ้านฉันอย่างไม่มีมารยาท ฉันไม่จับเธอส่งตำรวจก็บุญแล้ว รีบออกไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ" ไตรภูมิเปิดประตูไล่ ปลายฉัตรชะงักกึกแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย

"ฉันขอโทษ...ฉันผิดไปแล้ว ที่ฉันต้องแอบเข้ามาเพราะฉันอยากเจอคุณจริงๆ ฉันไม่รู้จะทำยังไง ลูกน้องคุณไม่ยอมให้ฉันพบคุณ ฉันก็เลยต้องใช้วิธีนี้ ฉันขอโทษ"

"เลิกร้องไห้ได้แล้ว ฉันหนวกหู"

ปลายฉัตรสะอึกสะอื้นฟูมฟายต่อว่า ถ้าเธอไม่ได้งานนี้ แม่ของเธอต้องตาบอดไปตลอดชีวิต ไตรภูมิเบือนหน้าหนีอย่างเอือมระอาและเย็นชา แล้วเรียกหากัณฑ์และกร สองบอดี้การ์ดได้ยินเสียงเจ้านายก็รีบเข้ามาทันที ปลายฉัตรเห็นเข้าก็สะดุ้ง

"พาตัวออกไป" ไตรภูมิสั่ง

กรกับกัณฑ์พุ่งเข้ามาจับแขนปลายฉัตรไว้คนละข้าง แล้วหิ้วปีกออกไป ไตรภูมิมองตามนิดแล้วส่ายหน้า แอบระอาใจเล็กๆ เมื่อกรกับกัณฑ์ถึงหน้าบ้าน พบว่ารถส่งสินค้าและรถคุ้มกันกลับไปหมดแล้ว จึงโยนหญิงสาวลงไปกองที่นอกรั้ว จากนั้นประตูไฟฟ้าก็ค่อยๆเลื่อนปิด

"กลับไป...และอย่ากลับมาที่นี่อีก" กัณฑ์เสียงเฉียบ

ปลายฉัตรจะเถียง แต่กรรีบขัด "คุณผู้หญิง...ไปเถอะครับ ถ้าไม่อยากเดือดร้อน"

ประตูไฟฟ้าก็ปิดลงพอดี ปลายฉัตรมองตามด้วยความเซ็ง

"ถ้าไม่อยากได้งานก็ไม่อยากมานักหรอก เชอะ" ปลายฉัตรยืนขึ้นมองไปที่บ้านไตรภูมิ "ลูกน้องใจร้าย เจ้านายใจดำ ทำตัวประหลาดกันทั้งบ้าน ถ้าไม่จนก็ไม่ง้อหรอกนะจะบอกให้...โธ่เว้ย"

ปลายฉัตรหงุดหงิดอย่างแรง หันไปเตะกระป๋องน้ำอัดลมที่พื้นแก้เซ็ง กระป๋องลอยละลิ่วไปในอากาศ กระเด็นไปกระทบกับกำแพงบ้าน แล้วกระเด้งมาลงที่หัวปลายฉัตรพอดีเป๊ะ

"โอ้ย...นี่มันอะไรกันเนี่ย...ทำไมวันนี้ถึงได้ซวยซ้ำซ้อนแบบนี้นะ" ปลายฉัตรคลำหัวตัวเองป้อยๆ

ไตรภูมิยืนมองปลายฉัตรอยู่ที่ริมหน้าต่าง เขานึกขำกับภาพที่เห็นจึงหลุดหัวเราะออกมา แล้วไตรภูมิก็ต้องแปลกใจ ตัวเอง เพราะเสียงหัวเราะหายไปจากชีวิตหลายร้อยปีแล้ว ชายหนุ่มหันไปมองปลายฉัตรอีกที เห็นเธอก้มลงเก็บกระป๋องน้ำอัดลม แล้วก็เดินไปทิ้งที่ถังขยะอย่างมีน้ำใจ

ปลายฉัตรหันมามองบ้านไตรภูมิอีกทีด้วยความเสียดาย แล้วก็ชะงัก...รู้สึกเหมือนเห็นไตรภูมิแอบดูอยู่ ปลายฉัตรเพ่งสายตามอง ไตรภูมิได้สบตากับปลายฉัตรเพียงเสี้ยววินาที แล้วก็หลบวูบออกจากหน้าต่าง ปลายฉัตรผงะนิดๆเข้าใจว่าตัวเองคงตาฝาดไป

กัณฑ์กับกรเข้ามาขอโทษไตรภูมิที่บกพร่องในหน้าที่ปล่อยให้ปลายฉัตรเข้ามาในบ้าน ไตรภูมิยกมือขึ้น โบกช้าๆอย่างเข้าใจ แต่ย้ำว่า อย่าให้เกิดขึ้นอีก ทั้งสองรับคำและยืนยันว่า

"เจอหิ้วปีกออกไปแบบนั้น คงไม่กล้ากลับมาล่ะครับ"

"มันก็ไม่แน่..." ไตรภูมิยิ้มที่มุมปากนิดๆเหมือนจะรู้ทันเด็กดื้อ อินทร์เห็นรอยยิ้มของเจ้านายก็รู้สึกแปลกๆ

ooooooo

ปลายฉัตรมานั่งจ๋อยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ลุงฉิ่งกับมหาฟัง ลุงฉิ่งด่าหลานเป็นชุดที่ทำอะไรไม่เข้าท่า มหา เข้ามาทำหน้าที่ท้าวมาลีวราชว่าความ แต่ไม่ได้ผลนัก เพราะปลายฉัตรยังพร่ำต่อ

"นายไตรภูมิเนี่ย เขาแปลกจริงๆนะ แบบว่า มันเย็นชาไร้ความรู้สึก ไม่มีอารมณ์ ไม่มีชีวิตจิตใจไงไม่รู้ มันดูเหมือน เหมือนผีดิบอ่ะ เวลาอยู่ใกล้ๆแล้วมันเย็นๆวูบๆไงไม่รู้ บอกไม่ถูก"

"จริงเหรอวะว่า ไอ้ปลาย" มหาชักสนใจ ลุงฉิ่งรีบปราม

"ไอ้มหา แกอย่าไปบ้าจี้ตามไอ้ปลายมันหน่อยเลย มันอยากได้งานจนเพี้ยน หาเรื่องจับผิดเขาไปทั่ว"

"ไม่ได้จับผิด แต่มันผิดปกติจริงๆ คอยดูนะฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน เพราะยิ่งรู้จักเขามากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสเข้าถึงตัวเขามากเท่านั้น ฉันจะต้องทำให้นายไตรภูมิไว้ใจ และให้งานฉันให้ได้"

"นี่แกยังมีหน้าไปหาเขาอีกเหรอ"

"มันก็ไม่มีหรอก แต่เพื่อหาเงินมารักษาแม่ ฉันต้องหน้าด้าน"

ปลายฉัตรพูดอย่างมุ่งมั่น แล้วหันมาหาข้อมูลของไตรภูมิทางอินเตอร์เน็ต แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่พบข้อมูลของเขาเลย เธอจึงใช้วิธีใหม่นั่นคือ ซ้อนมอเตอร์ไซค์ลุงฉิ่งแอบติดตามไตรภูมิไป แต่ไตรภูมิรู้ตัวจึงซิ่งรถหนี ปลายฉัตรเซ็งกลับมาคิดหาวิธีอื่น ภาพวัตถุโบราณที่วางอยู่ในห้องบ้านไตรภูมิแวบเข้ามา

"สมบัติราชวงศ์หมิง" ปลายฉัตรนึกได้ เธอไปดักรอไตรภูมิแถวร้านขายของเก่า และเห็นเขาไปเดินดูของสมใจ แต่ ไตรภูมิก็รู้ตัวอีก เขาเดินหลบไปที่มุมห้องแล้วหายแวบไปราวกับล่องหน ทิ้งให้ปลายฉัตรยืนงงเป็นไก่ตาแตก

เธอกลับมาที่ร้านอินเตอร์เน็ตอีกครั้งเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติราชวงศ์หมิง จนกระทั่งมาสะดุดที่ข้อมูลของถ้ำมังกรอมตะ ที่เขียนไว้ว่า

"400 กว่าปีก่อน มีการขุดค้นพบสมบัติราชวงศ์หมิง ในถ้ำมังกรอมตะ ในตำนาน กล่าวไว้ว่าที่ถ้ำมังกรอมตะมีวัตถุโบราณล้ำค่าจำนวน 117 ชิ้น เป็นที่หมายปองของนักล่าสมบัติมากมาย ภายหลังมีผู้ขุดค้นพบและนำสมบัติเหล่านั้นออกมา ไม่นานมันถูกขายไปตามที่ต่างๆทั่วโลกจากอดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งในประเทศไทยที่จัดให้มีการประมูลสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะไปเมื่อไม่นานมานี้"

"นายไตรภูมิ ทำไมนายไตรภูมิถึงอยากได้สมบัติจากถ้ำมังกรอมตะ มันมีอะไร" ปลายฉัตรนึกสงสัย และออกติดตามไตรภูมิอีก แต่เขาก็รู้ตัวและหนีไปได้ทุกที

ooooooo

ค้างคาวสาดประกายตาสีแดงก่ำ บินฉวัดเฉวียนในถ้ำมังกรอมตะ มันพุ่งตรงเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงกรีดร้องอันแหลมเล็กเสียดแทงใจ

ไตรภูมิผวาเฮือก ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความตระหนก หน้าขาวซีด ปากแดง เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า หอบถี่ยิบ จิตยังไม่ทันหายกระเจิงจากฝันร้าย

"นายท่าน คุณรามมาถึงประเทศไทยแล้วครับ" อินทร์เข้ามารายงานราวกับมนุษย์ไร้ตัวตน

เวลาเดียวกันนั้นเอง รามกับลูกน้องกำลังเดินเข้าคลับแห่งหนึ่ง เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับไตรภูมิ รูปร่างหน้าตาดูดีไม่แพ้กัน ขณะรามเดินเข้าคลับ มายาในชุดสุดเซ็กซี่เดินตามหลัง ตามด้วยพาลีและคีรีสองบอดี้การ์ด สายตาผู้คนจ้องจับพรรคพวกของรามเป็นตาเดียวกัน เพราะเรือนร่างของแต่ละคนสง่างาม คีรี ส่งยิ้มมีเสน่ห์ร้ายลึกให้สาวๆ มายาหันมาเห็นเข้าจึงตวาด

"คีรี...ยังไม่ใช่เวลานี้"

"มายา...ไม่ต้องห้าม..." รามหันมาปราม แล้วบอกลูกน้อง "พาลี คีรี วันนี้สนุกให้เต็มที่...ฉันอยากจะส่งข่าวถึงพี่ชายสุดที่รักสักหน่อย" เอ่ยพลางยิ้มร้ายที่มุมปาก แล้วพากันเดินเข้าคลับไป

หญิงสาวผมทองรูปร่างเซ็กซี่ ส่งสายตามองรามที่นั่งดื่มอย่างท้าทาย จนมายาไม่พอใจ รามส่งสายตาเตือนแล้วพยักหน้าให้สัญญาณ มายากระโดดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์แล้วเริ่มเต้นอย่างยั่วยวน นักเที่ยวในผับมองเธอเป็นตาเดียวกันรามมองไปที่พาลีกับคีรี สองบอดี้การ์ดเข้าไปตีสนิทกับหญิงสาวผมทองแล้วชี้มาทางราม หญิงสาวยิ้มรับและลุกขึ้น

พาลีเดินนำหน้า หญิงสาวเดินตาม คีรีมองซ้ายขวาก่อนจะเดินประกบด้านหลัง รามมองหญิงสาวที่กำลังเดินมาและในเสี้ยววินาทีนั้น ทั้งสามคนก็หายไป รามยิ้มพอใจเบนสายตามามองมายาที่ยังเต้นเรียกร้องความสนใจอยู่บนเคาน์เตอร์ สายตาของเธอมองผู้ชายในคลับอย่างเย้ยหยันและแฝงไว้ด้วยความดุร้าย

เวลาเดียวกันนั้น นักท่องราตรีหารู้ไม่ว่าสาวผมทองชะตาขาดเสียแล้ว

ooooooo

เช้ามืดวันใหม่ สิงห์ถูกตามตัวมาทำคดีศพสาวผมทองที่หลังคลับ เขาหน้าเครียดเพราะยังไม่พบหลักฐานที่ต้องการ

"หมวดจะเครียดทำไมเนี่ย เห็นมาเป็น 10 ศพแล้ว ยังไม่ชินอีกเหรอ"

"จะกี่ศพ ถ้ายังหาคนทำไม่ได้ ผมก็ไม่สบายใจ"

"อูย มาอีกแล้วหมวดใหม่ไฟแรง แรงๆแบบนี้ระวังจะมอดเร็วนะหมวด ไม่ใช่มอดธรรมดา มอดม้วยอ่ะ" จ่าดอนขำคิกคัก

"แต่ก่อนที่หมวดสิงห์จะม้วย ฉันจะส่งจ่าไปก่อนแล้วกัน"

ผู้กองวัลลภเอ่ย พลางเดินเข้ามา จ่าดอนสะดุ้ง รีบหันมาทำความเคารพ วัลลภตำหนิดอนที่ล้อเลียนสิงห์ ดอนยิ้มแห้งๆวัลลภส่ายหน้าระอา แล้วหันมาถามร่องรอยจากสิงห์

"ยังครับ ทุกอย่างเหมือนกับผู้เสียชีวิตรายอื่น เป็นชาวต่างชาติที่ลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย สันนิษฐานว่าเข้ามาขายบริการให้กับลูกค้าชั้นสูงของคลับ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต สันนิษฐานเบื้องต้นอาจจะเกิดจากอาการช็อกเพราะเสพยาเกินขนาด หลังจากชันสูตรศพแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งรายงานมาทางเราอีกที" สิงห์รายงาน

"อืมม์...ถ้าได้เรื่องแล้วรีบรายงานผมด้วย ถึงคดีนี้จะไม่มีคนมาแจ้งความร้องทุกข์ แต่ถ้าปล่อยให้มันมีคนตายเพิ่มมากขึ้น มันจะกลายเป็นคดีใหญ่ได้ เราต้องรีบปิดคดีให้ได้เร็วที่สุด ผมหวังว่าผลการเรียนอันดับหนึ่งของคุณ คงจะการันตีได้ว่าคุณน่าจะช่วยผมได้" เอ่ยพลางจับไหล่สิงห์

ooooooo

รถนักข่าวแล่นมาจอด สิงห์รีบหันไปสั่งดอนให้กันไว้ก่อน ดอนเหลือบมองแล้วพูดขำๆว่านักข่าวคนนี้ หมวดต้องเคลียร์เอง

"พี่สิงห์" อโนส่งเสียงนำ ยิ้มสดใสวิ่งเข้ามา สิงห์ถามน้องสาวว่ามาทำอะไร อโนไม่ทันตอบ ดอนรีบเข้ามาทักหวังสานสัมพันธ์ แต่เธอไม่เล่นด้วย

"แล้วช่างภาพที่มาด้วยเป็นใคร" สิงห์มองไปที่รถ

"พี่นักข่าวสายอาชญากรรม ฉันติดต่อพี่สิงห์ไม่ได้ เลยให้พี่เขาเช็กพวกสายข่าวให้ว่าพี่ทำคดีอะไร อยู่ที่ไหน ถึงได้ตามมาถูก" อโนรีบบอก

"ไปบอกให้ช่างภาพกลับไปก่อน พี่ไม่อยากให้คดีเป็นข่าว..." สิงห์สั่ง อโนยอมตกลง แต่ขอแลกเปลี่ยนกับข้อมูลของไตรภูมิ ดอนเสนอหน้าเข้ามาอีกเพราะอยากรู้ว่าพี่น้องคุยอะไรกัน

สิงห์ยืนกรานกับอโนว่า    ปลายฉัตรไม่รู้จักไตรภูมิ แต่อโนไม่เชื่อ

"พี่ปลายอยู่ในวงการซื้อๆขายๆของเก่ามาตั้งแต่เกิด จะไม่รู้จักได้ยังไง คุณไตรภูมิออกจะทั้งหล่อ ทั้งรวย ไม่ยอมบอกจะกั๊กหรือเปล่า"

"อย่ามามั่ว ปลายจะทำแบบนั้นทำไม"

"อ้าว...ก็...พี่ปลายอาจจะชอบคุณไตรภูมิ แล้วก็เลยอยากเก็บไว้เอง ไม่อยากให้ข้อมูลฉัน เพราะไม่อยากให้ฉันไปยุ่งก็ได้"

"เดี๋ยวนะครับ ตกลงว่าไตรภูมินี่เป็นใครเหรอฮะ" ดอนยื่นหน้าเข้ามา

ไม่มีใครตอบคำถามเขา เพราะสองพี่น้องเริ่มเสียงดังใส่กัน เนื่องจากพี่ชายไม่พอใจน้องสาวที่กล่าวหาปลายฉัตร ส่วนน้องสาวไม่เชื่อว่าปลายฉัตรจะไม่รู้จักคนชื่อไตรภูมิ

ooooooo

บริเวณหน้าบ้านไตรภูมิ ปลายฉัตรมายืนนิ่ง กวาดสายตาเข้าไปด้วยแววมุ่งมั่น พลางยกมือไหว้ขอให้พ่อเปรมช่วยอีกแรง แล้วเดินไปที่ออดหน้าบ้าน เวลาเดียวกันนั้น ภายในบ้านไตรภูมิกำลังนั่งฟังอินทร์รายงาน

"ผมให้กัณฑ์ กรไปดูที่เกิดเหตุ หาหลักฐานยืนยันอีกครั้งว่าเป็นฝีมือของพวกคุณราม อีกไม่นานคงจะรู้ข่าว" ไตรภูมิพยักหน้ารับรู้ เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น อินทร์จะออกไปดู ไตรภูมิยิ้มนิดๆ

"ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าใครมา...ฉันจัดการเอง" ไตรภูมิยิ้มกวนๆ

อินทร์มองไตรภูมิด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นปลายฉัตรยืนอยู่หน้าบ้าน และจะเอื้อมมือไปกดออดอีกครั้ง

"กลับมาทำไม" ไตรภูมิเสียงเข้ม

ปลายฉัตรตกใจร้องลั่น แล้วเสียหลักล้มลงไม่เป็นท่า ไตรภูมิเผลอยิ้มออกมา ปลายฉัตรเห็นเข้าถึงกับชะงักงัน

"ไม่น่าเชื่อ ว่าคนอย่างคุณก็ยิ้มเป็นกับเขาเหมือนกัน..."

ไตรภูมิหุบยิ้มทันที

"เห็นคุณยิ้มแบบนี้ค่อยยังชั่ว ค่อยคุ้มกับที่เจ็บตัวหน่อย คุณน่าจะยิ้มบ่อยๆนะ ดูดีกว่าตอนคุณทำหน้านิ่ง ไร้ความรู้สึกตั้งเยอะ..." ปลายฉัตรลุกขึ้นส่งยิ้มทะเล้น เป็นรอยยิ้มที่สดใส

ไตรภูมิรู้สึกเขิน ทั้งที่ความรู้สึกแบบนี้ห่างหายจากหัวใจไปนานแล้ว ส่วนปลายฉัตรรู้สึกเหมือนได้เห็นไตรภูมิในมุมใหม่ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น และที่ด้านหลังของไตรภูมิ อินทร์กำลังยืนมองเจ้านาย ด้วยแววตาครุ่นคิด

ooooooo

สิงห์มาถามหาปลายฉัตรที่แผงอัดกรอบพระ ลุงฉิ่งบอกว่าเธอออกไปตั้งแต่เช้า บอกว่าจะไปบ้านคนชื่อไตรภูมิ ทำให้สิงห์ใจหายวาบด้วยความระแวง

เวลาเดียวกันนั้น ปลายฉัตรกำลังโวยวายใส่ไตรภูมิอยู่หน้าบ้าน เพราะเขาจับได้ว่า เธอแอบสะกดรอยตาม

"ใคร...ใครสะกดรอยตามคุณ...นี่อย่ามาใส่ร้ายกันนะ"

"ฉันไม่ใช่คนโง่   คิดให้ดีๆก่อนที่จะโกหก   ตกลงเธอสะกดรอยตามฉันทำไม" ไตรภูมิคาดคั้น

"ฉันก็แค่อยากได้งาน เลยอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณ จะได้ทำให้คุณพอใจ แล้วก็จ้างงานฉัน มันก็แค่นั้นเอง"

แม้สาวเจ้าจะยกแม่น้ำทั้งห้ามาอ้าง แต่หนุ่มลึกลับหาได้ ใจอ่อนไม่

"ฉันไม่โง่ กลับไปได้แล้ว ฉันไม่ให้งานเธอ" เอ่ยจบ ไตรภูมิหันหลังเดินเข้าบ้าน

"คุณไตรภูมิ...เดี๋ยวก่อนสิ...คุณ...มาคุยกันก่อน ฉันขอโทษ... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณโกรธจริงๆนะ คุณไตรภูมิ...คุณไตรภูมิ"

เมื่อไตรภูมิไม่หันกลับมา ปลายฉัตรจึงเปลี่ยนแผนใหม่ หายไปเพียงครู่เดียว เธอก็กลับมาที่รั้วอีกครั้งพร้อมกับบันไดไม้ เธอพาดบันไดไว้กับรั้ว  อินทร์เห็นเข้าถึงกับเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ

"ยังไม่ยอมอีกเหรอ..."

ปลายฉัตรมองบันไดด้วยแววตามุ่งมั่นแล้วปีนขึ้นไป หมายจะข้ามประตูไปให้ได้ ไตรภูมิที่เดินอยู่สะดุดกึก เหมือนได้ยินเสียงกึกกักจากที่ประตูรั้ว จึงหันกลับไปดูเห็นปลายฉัตรกำลังปีนบันไดจะข้ามเข้ามาในบ้าน

"เธอกำลังบุกรุกบ้านฉันนะ" ไตรภูมิตวาด

ปลายฉัตรตกใจ ขณะยังค้างอยู่บนบันไดไม้เธอขอต่อรอง "ฉันขอคุยกับคุณอีกแค่แป๊บเดียว ถ้าคุณฟังฉัน ฉันก็ไม่ต้องทำแบบนี้"

ไตรภูมิส่ายหน้าในความดื้อของปลายฉัตร แล้วก็เดินไปที่รั้ว ปลดกลอนประตู ปลายฉัตรร้องลั่นเพราะประตูรั้วค่อยๆเปิดออก บันไดจึงเลื่อนออก ในที่สุดบันไดก็ล้มครืน หญิงสาวลอยคว้างอยู่กลางอากาศก่อนหล่นลงพื้นดังพลั่ก แต่ความซวยยังไม่จบ เพราะบันไดไม้ดันหล่นมาใส่หัวอีกพลั่กหนึ่ง

"โอ๊ย บ้าจริงๆเลย" ปลายฉัตรผลักบันไดไม้ออกอย่างหงุดหงิด แล้วหลับตาคลำหัวป้อยๆ

"ออกไปได้แล้ว"

เอ่ยพลางชายหนุ่มเข้าไปยืนใกล้ๆแล้วนั่งลง หญิงสาว ลืมตาเห็นใบหน้าของไตรภูมิในระยะใกล้และเป็นมุมต่ำแม้จะย้อนแสง แต่ก็เห็นได้ถึงความหล่อใสเร้าใจ ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อรู้สึกตัวจึงรีบลุกพรวดพราดขึ้น ด้วยความร้อนรนบวกความ ไม่ทันระวัง หัวจึงโขกเข้ากับปลายคางของไตรภูมิอย่างแรง

ปลายฉัตรร้องลั่นแล้วกลับลงไปนอนเหมือนเดิม ไตรภูมิ ผงะไปเล็กน้อย เขาไม่เจ็บแต่หงุดหงิดใจ จึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆสะกดอารมณ์ไว้ อินทร์เอามือปิดหน้านึกหนักใจแทน

กรกับกัณฑ์ขับรถเข้ามาเห็นประตูที่เปิดกว้างอยู่อย่างผิดสังเกตก็ตกใจรีบเข้ามาดู เป็นจังหวะเดียวกับที่ไตรภูมิยื่นคำขาดให้ปลายฉัตรกลับไป แล้วห้ามมาที่นี้อีก แต่ปลายฉัตรไม่ฟัง

"ฉันขอใช้โอกาสสุดท้ายที่คุณให้ อธิบายความจริงให้คุณเข้าใจ ฉันรู้ว่าคุณกำลังตามหาสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะ" ไตรภูมิชะงักกึกปรายหางตามาที่ปลายฉัตรอย่างระมัดระวัง ปลายฉัตรรีบควักกระดาษที่เตรียมไว้ออกจากกระเป๋าสะพาย พลางแจกแจง

"สมบัติในถ้ำมีอยู่ 117 ชิ้น เท่าที่ฉันเห็นคุณมีอยู่เกือบครบขาดอีก 8 ชิ้น ฉันช่วยคุณได้นะคะ"

"ออกไปได้แล้ว ฉันบอกให้ออกไป" ไตรภูมิเสียงเข้ม

"แต่ว่าคุณไตรภูมิ..." ปลายฉัตรจะเดินเข้ามาหา

แต่ช้าไปกว่ามือของกรและกัณฑ์ ที่จับแขนเธอทั้งสองข้างไว้ ทั้งสองยกตัวปลายฉัตรขึ้นเตรียมลากออกไป คราวนี้ ปลายฉัตรไม่ยอม เธอดิ้นกระจาย จนล็อกเกตรูปพ่อเปรมโผล่ออกมานอกเสื้อ

"หยุดก่อน" อินทร์ระเบิดเสียง เมื่อเห็นล็อกเกตรูปเปรม

"ลุง...มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"

อินทร์ไม่ตอบ เขามองหน้ากรและกัณฑ์พร้อมกับพยักหน้าให้ปล่อย ทั้งสองคนปล่อยมือทันที ปลายฉัตรถึงกับเซวูบ อินทร์เพ่งมองล็อกเกตจนแน่ใจ ก่อนจะถามขึ้น

"คุณเป็นอะไรกับ...คุณเปรม" ปลายฉัตรชะงักนิดๆ ค่อยๆก้มลงมองที่ล็อกเกตรูปพ่อ แล้วก็เงยหน้ามองอินทร์อีกครั้ง อินทร์รอฟังคำตอบ ด้านหลังนั้นไตรภูมิเองก็หยุดยืน รอฟังคำตอบอยู่เช่นกัน

"ฉันเป็นลูกสาวของคุณเปรม คุณเปรมเป็นพ่อของฉันเอง" ปลายฉัตรตอบเน้นๆแล้วคุยต่อว่า "ฉันช่วยพ่อทำงานมาตั้ง แต่เด็ก พ่อไปไหนต้องลากฉันไปด้วย ฉันเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อถ่ายทอดวิชาทุกอย่างให้ฉันหมดเลยค่ะ นี่แล้วฉันยัง..."

ปลายฉัตรพูดยังไม่จบ ไตรภูมิเริ่มรำคาญ อินทร์รู้ใจรีบ ตัดบทถามปลายฉัตรว่า รู้เรื่องสมบัติถ้ำมังกรอมตะได้ยังไง

"เอ่อ...ฉะ...ฉันเคยเข้าไปในห้องสะสมของของคุณ แล้วฉันก็จำของในนั้นได้ ก็เลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่ฉันช่วยคุณได้จริงๆนะคะ ถึงฉันจะดูไม่น่าเชื่อถือ แต่ฉันก็จะพยายามทำงานอย่างดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อพ่อเป็นอันขาด"

ปลายฉัตรเสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ไตรภูมิชักเริ่มรำคาญยกมือให้หยุด และสะบัดมือเป็นสัญญาณให้พาตัวออกไป กรกับกัณฑ์เข้ามาจะลากตัวปลายฉัตรออกไป ปลายฉัตรขยับจะโวย อินทร์รีบกระซิบบอก

"ผมว่า...คุณออกไปรอข้างนอกก่อนดีกว่า...อยู่เงียบๆ เลิกโวยวายสักพัก เจ้านายผมอาจจะเปลี่ยนใจ" ปลายฉัตรชะงักกึก...ตาวาวมีความหวังรีบทำตาม

เธอเดินนำกรกับกัณฑ์ออกไป อินทร์หันมาคุยกับไตรภูมิเรื่องจะให้ปลายฉัตรมาช่วยงาน เพราะเห็นแก่เปรมที่เคยช่วยหาสมบัติได้หลายชิ้นตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

"แล้วคิดว่ายัยเด็กกะโปโลนี่จะทำได้เหรอ" ไตรภูมิไม่มั่นใจนัก

"จริงอยู่ที่เธอยังเด็ก อาจจะมีประสบการณ์ไม่มาก แต่เธอมีแววตาที่มุ่งมั่น และไม่ยอมแพ้ ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่กล้ามาตามตื๊อนายท่านมากขนาดนี้ ถ้าเราให้เธอช่วยหาสมบัติที่เหลือ ผมว่าผู้หญิงคนนี้กัดไม่ปล่อยและตอนนี้คุณรามกับพรรคพวกมาถึงประเทศไทยแล้ว เราคงตามหาสมบัติได้ไม่สะดวกนัก พวกนั้นคงจับตาดูเราอยู่ ถ้าเราให้เด็กคนนี้ช่วยอาจจะปลอดภัยกว่า" อินทร์แจกแจง

ไตรภูมินิ่งคิดแล้วยอมตกลงให้ปลายฉัตรมาช่วยงาน

ooooooo

ปลายฉัตรรีบกลับมาบอกข่าวดีกับทุกคน ว่าเธอก็จะไปเริ่มงานในวันรุ่งขึ้น ไม่สนคำล้อของลุงฉิ่งว่า หน้าด้านจนได้งานแต่อย่างใด

"ไปทำงานให้เขาที่บ้านแบบนั้น มันไว้ใจได้เหรอปลาย" สิงห์เป็นห่วง

มหายิ้มกว้างอาสาดูดวงให้ แล้วหยิบไก่ทอดมากินแบบเนียนๆ ลุงฉิ่งหันไปด่าเพื่อนซี้ จนแม่เฉิดต้องรีบปราบเพราะเห็นมหาเป็นเหมือนพี่ชายอีกคน สองผู้เฒ่าทำท่าฮึดฮัดใส่กัน ปลายฉัตรเข้ามาไกล่เกลี่ย

"โอเคๆ ลุงฉิ่ง ลุงมหา เอาเป็นว่าปลายเป็นหลานของ

ทั้งสองคนนั่นแหละ และปลายก็รักทุกคนค่ะ"

ปลายฉัตรทำท่าล้อเลียนประดาลุงๆ ทุกคนหัวเราะยกเว้นสิงห์ที่ยืนนิ่งเพราะเริ่มเป็นกังวล พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สิงห์รับสาย หัวหน้า รปภ.โทร.มาแจ้งว่าพบหลักฐานบางอย่างจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่ติดอยู่บริเวณด้านหลังของคลับที่เกิดเหตุ สิงห์จึงรีบไปดู

เมื่อไปถึงภาพที่สิงห์เห็นในกล้องวงจรปิดนั้น เป็นภาพเหตุการณ์ตอนเช้า มีสุนัขกำลังกินเศษอาหารอยู่หลังคลับ มันเกิดอาการตกใจสุดแรง มีอาการกลัวอย่างไม่มีเหตุผล ก่อนวิ่งหนีไป แล้วมีผู้ชายสองคนเดินเข้ามาในบริเวณที่เกิดการฆาตกรรม พวกเขากวาดสายตามองไปรอบๆอย่างพินิจพิจารณา แล้วทั้งสองก็หยิบถุงมือยางมาใส่ ลงมือรื้อๆของในบริเวณนั้น เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง แล้วหันหน้ามาคุยกัน สิงห์เพ่งมองจอ และเห็นหน้าชายลึกลับสองคน

ooooooo

ชายสองคนนั้นคือกรและกัณฑ์ หลังหาร่องรอยได้แล้วก็มารายงานเจ้านายว่า ในเหตุฆาตกรรมนั้น มีร่องรอยสมุนของรามอยู่เต็มไปหมด   พวกนั้นคงตั้งใจทิ้งร่องรอยเอาไว้

"ผมว่า...เราต้องระวังตัวกันให้มาก พวกนั้นไม่ได้ติดต่อเรามานานแล้ว การติดต่อมาครั้งนี้คงไม่ธรรมดา" อินทร์เตือน ไตรภูมินิ่งคิด ก่อนจะสั่ง

"เฝ้าสมบัติไว้ให้ดี พวกนั้นยังไม่รู้ว่าเรามีสมบัติอยู่กี่ชิ้น ถ้าอาจิตต์ และรามรู้เมื่อไหร่ คงต้องตายกันไปข้างนึง"

ไตรภูมิแววตาเข้มขึ้น บรรยากาศอันตรายแผ่ซ่านเข้ามาทันที กรและกัณฑ์รับคำสั่ง แววตาแข็งกร้าวพร้อมรับศึก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"น้ำหวาน" เครียดดราม่าหนัก บท พนักงานเคลมประกัน ทำพิษ

"น้ำหวาน" เครียดดราม่าหนัก บท พนักงานเคลมประกัน ทำพิษ
27 ม.ค. 2563
17:20 น.