นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เมื่อวินกลับไปแล้ว อำนาจชวนน้องทรายคุย น้องทรายเอาของฝากซึ่งเธอทำเองออกมาให้เป็นผ้าพันคอ "นี่ผ้าพันคอสีน้ำตาล น้องทรายทำมาให้คุณน้าค่ะ ของพี่ชายสีครีม"

    อำนาจชื่นชมในฝีมือของน้องทรายและชมว่ามันมีค่ามากเพราะคนทำทำด้วยใจ แล้วถามว่าสีขาวของใคร น้องทรายตอบว่าเป็นผ้าพาดบ่าสำหรับอัมพรไว้ห่มไปวัด อำนาจอ้าปากค้างเพราะเห็นอัมพรเดินเข้ามาสายตาจิกไปที่น้องทราย จึงรีบทักขึ้นก่อน

    "เอ้า หายแล้ว คุณหญิงท่านหายแล้ว แหะๆ เดินตัวปลิวออกมาเชียว น้องทรายมอบให้ท่านเองแล้วกัน เอ...เรื่องไปวัดนี่ ฮิๆ ยังไม่รู้เมื่อไหร่นะ"

    น้องทรายกับแจ่มยกมือไหว้ อัมพรยิ้มเหยียดๆ "ดูดีกว่าที่คิด พ่อหล่อนคงมีเงินพอ หล่อนถึงดูดีขนาดนี้"

    "แหม นายวินกับลัดดาเขาก็หน้าตาดีอยู่แล้ว คุณหญิงท่านรู้จักทั้งพ่อแม่หนูมาตั้งแต่หนูยังไม่เกิดน่ะจ้ะ" อำนาจพยายามพูดให้บรรยากาศดีขึ้น

    อัมพรยิ่งพูดจิกกัดไปถึงกำพืดของ วินว่าต่ำต้อย อำนาจรีบส่งของฝากให้ อัมพรปัดทิ้ง อำนาจแก้ตัวให้ว่าเขาถือไม่ดีเองจึงหล่น อัมพรไม่สนใจเอื้อมไปหยิบกล่องอุบะเพชรบนโต๊ะมากอดแล้วพูดเยาะกับน้องทราย ก่อนจะเดินจากไป "หายไปจากครอบครัวนานนับสิบปีได้กลับคืนเสียที อ้อ ขอต้อนรับหล่อนสู่บ้านวัชรเวศม์ คงดีใจจนเนื้อเต้นสินะที่ได้มาอยู่ที่นี่ เราก็ดีใจเหมือนกัน ฮึ ขอให้อยู่ที่นี่อย่างตลอดรอดฝั่ง"

    น้องทราย หน้าเจื่อนมองแจ่ม เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลว่าอัมพรเต็มใจจริงหรือ...พอดีที่ทำงานโทร.มาตามตัว ภาดาไปเซ็นเอกสาร เขาจึงฝากอำนาจดูแลเรื่องที่พักให้น้องทรายด้วย แต่แล้วพออัมพรเปิดกล่องอุบะเพชรออกมาเป็นเครื่องเพชรแบบลิเกก็กรี๊ดลั่น บ้าน โทร.ไปเฉ่งวินทันที วินหัวเราะร่วนบอกเขานึกว่าอัมพรอยากได้อุบะเพชรลิเกก็หามาให้ อัมพรทวงของประจำตระกูล วินตอบว่าอยู่ในธนาคารแล้วทำเสียงซ่าเหมือนสัญญาณไม่ดีก่อนจะวางสายไป

    "ไอ้ วิน แกอย่าเพิ่งวางหูนะ ไอ้วิน ไอ้ทุเรศ แล้วนี่ฉันมิโดน ยัยโฉมพิไลมันทวงยิกๆทุกวันเหรอเนี่ย เอาสิ ลองดีกับฉันใช่มั้ย ฉันจะเล่นงานลูกแกให้คายอุบะเพชรของฉันออกมาให้ได้"

    อัมพรรีบโทร.ไป บอกโฉมพิไลไว้ก่อนที่จะมาทวงกับเธอ...แล้วเริ่มเล่นงานน้องทรายด้วยการให้ ปลั่งพาไปพักที่เรือนคนใช้ ซึ่งทั้งรกและสกปรก อำนาจรอน้องทรายอยู่นานพอรู้จากเอียดว่าอัมพรให้ไปอยู่ห้องคนใช้ก็มาซักถาม อัมพรแกล้งพูดเสียงดังให้ได้ยินทั้งบ้าน

    "พี่ไม่ได้คิดจะดูถูกเขาสัก หน่อย ก็บอกแล้วบ้านนี้ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับคนง่อยเปลี้ยเสียขา ห้องข้างบนจะขึ้นจะลงก็ลำบาก   แล้วไอ้ห้องข้างล่างมันก็ว่างแต่ห้องคนใช้ คุณนาจเองก็รู้"

    น้องทรายกับแจ่มได้ยินชัดเจน และต้องสะเทือนใจอย่างยิ่งเมื่อได้ยินอำนาจปรามอัมพรให้เบาเสียง แต่อัมพรกลับเน้นดังอีกว่า "สะใภ้จำใจยัดเยียดต่างหาก ถ้าจะผิดก็ผิดที่พ่อเขานั่นแหละ จู่ๆก็มายัดเยียดให้บ้านนี้เป็นที่พักฟื้น มาให้เราเป็นพยาบาลจำเป็นคอยดูแลผู้ป่วย ฮึ...อยู่ข้างหลังน่ะดีแล้ว คุณนาจไม่อายเค้าหรือไงเวลามีคนมาถามน่ะ"

    เอียด แผ้ว และปลั่ง คนใช้ในบ้านได้ยินเช่นกัน แจ่มช่วยปลอบน้องทรายไม่ให้คิดมาก เอียดกับแผ้วเห็นใจ ต่างจากปลั่งที่สะใจคอยจะโทร.รายงานโฉมพิไล...อัมพรยังคร่ำครวญด่าทอกับภาพ ภูบาลบนกำแพงหาว่าเพราะสัญญาบ้าๆนั่นทำให้ลูกชายต้องเดือดร้อน แจ่มพยายามปิดหูน้องทรายไม่ให้ฟัง น้องทรายน้ำตาไหลพรากถามแจ่ม

    "เขา...เขา ไม่ได้อยากให้เรามาหรอกหรือคะ เขาไม่อยากให้เรามาแล้วคุณพ่อ คุณพ่อให้น้องทรายมาทำไมคะ พี่แจ่ม คุณพ่อให้น้องทรายมาทำไม ฮือ..."

    แจ่ม ไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่กอดน้องทรายแและร้องไห้ตามไปด้วย...

    ooooooo

    ใน สวนหลังบ้าน ภาดากลับมาเจอน้องทรายนั่งเศร้าบนรถเข็นจึงทักถามว่ามาทำอะไรแถวนี้ น้องทรายหันขวับมาเหมือนมีอัศวินมาช่วยเธอ น้ำตาเอ่อจะไหลแต่พยายามกลั้นไว้ ภาดาตกใจถามน้องทรายร้องไห้ทำไม เท่านั้นบ่อน้ำตาก็แตก ภาดารีบเข้าไปอุ้ม

    "ไป คุยกันในตึกนะคะ"

    ไม่ทันไร...ปลั่งวิ่งมาบอกว่าโฉมพิไลมาที่นี่ ภาดาสะดุ้งอุทานชื่อโฉมพิไลข้างหูน้องทราย เขารีบวางเธอลงแล้วพรวดพราดออกไป น้องทรายน้ำตาไหลพราก ปลั่งยิ้มหยันพึมพำสมน้ำหน้ามาแย่งสามีคนอื่นก็เป็นแบบนี้ น้องทรายได้ยินไม่ถนัดแต่สังหรณ์
    ใจ

    "พี่ชาย...แม้แต่พี่ชายก็หลอกลวง น้องทราย แล้วน้องทรายจะเชื่อใครได้คะ พ่อขา...พ่อมาช่วยน้องทรายด้วยค่ะ พี่ชาย... พี่ชายใจร้าย หลอกลวงน้องทราย..."

    ภาดาวิ่งมาที่ห้อง รับแขก โฉมพิไลแกล้งทำเป็นลม แจ่มถือไม้กวาดจะไปทำความสะอาดห้องผ่านมาเห็นภาดาประคองโฉมพิไล ยังไม่ทันดูให้ชัดเจน ปลั่งเข้ามาไล่ แจ่มจึงเดินไป ปลั่งแอบฟังเสียเอง โฉมพิไลร้องไห้ทำท่าจะอาเจียนแล้วบอกภาดาว่าสงสัยเธอจะท้อง ปลั่งพยายามเงี่ยหูฟัง ทันใด...อัมพรกับอำนาจอุทานเสียงดัง เพราะตกใจเมื่อได้ยินโฉมพิไลพูดเรื่องท้อง ปลั่งรีบหลบวูบกลัวเจ้านายเห็น โฉมพิไลออดอ้อนบอกภาดาว่าเธออยากกลับบ้าน อำนาจหมั่นไส้

    "อ้าว...อยาก กลับบ้านแล้วถ่อมาทำไมจะอ้อนผัวล่ะสิ"

    อัมพรกัดฟันพูดกับภาดาว่าให้ พาโฉมพิไลกลับบ้านไปก่อน ดีขึ้นแล้วค่อยพาไปหาหมอ โฉมพิไลชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าหาหมอ...แจ่มเดินกลับมาเห็นน้องทราย ร้องไห้ก็รีบเข้าไปกอดปลอบ น้องทรายพรั่งพรูความเสียใจที่มีแต่คนหลอกเธอ ทั้งภาดา
    ทั้งพ่อ และทุกคนในบ้าน

    ด้วยความเป็นห่วง ภาดาอุ้มโฉมพิไลเข้ามาในบ้าน เฉลา ภีม และเฉลิมชัยแปลกใจว่าเป็นอะไร ภาดาฝากทุกคนช่วยดูแลโฉมพิไลด้วยเพราะเธออาจจะท้อง โฉมพิไลปิดปากภาดาไม่ทัน ทุกคนตกใจ พอภาดาอุ้มโฉมพิไลขึ้นไปบนห้อง ทั้งสามก็สุมหัวบ่นกันใหญ่ว่าไม่ไหวแล้วถ้าจะต้องมีเบบี๋มา อีกคน แค่นี้ก็ไม่มีจะกินอยู่แล้ว...โฉมพิไลออดอ้อนภาดาให้ อยู่ดูแลเธอทั้งวัน  ภาดาอยากกลับไปทำงานแต่รู้สึกผิดต่อโฉมพิไลจึงอยู่ดูแล

    ตกค่ำ แจ่มทำความสะอาดห้องเกือบเสร็จ นึกได้ว่าต้องไปหาอาหารให้น้องทราย จึงไปที่ครัว แต่กลับโดนปลั่งแกล้งไม่ให้ต้องทำเอาเอง แจ่มจึงเจียวไข่ ไม่วายปลั่งยังแกล้งสับคัตเอาต์ไฟหลังบ้านดับ ทำให้น้องทรายตกใจกลัวอยู่ในห้องคนเดียว แถมปลั่งยังล็อกขังแจ่มไว้ในครัว น้องทรายร้องเรียกแจ่ม  พลันมีหนูเดินเข้ามา  เธอตกใจกลัวยิ่งร้องให้แจ่มช่วยด้วย ความมืดและความกลัวทำให้เธอหายใจไม่ออก เหงื่อแตก พลั่กจะเป็นลม ทันใด...ภาดาผลักประตูโครมเข้ามา

    "พี่ ชาย!  ฮือๆหนู...หนูอยู่นั่นค่ะ  มันจะเดินมาหาน้องทราย ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ"

    "พี่อยู่นี่แล้ว  ไม่ต้องกลัวนะน้องทราย"  ภาดาอุ้มน้องทรายออกไปจากห้อง

    อำนาจไปตรวจดูจึงรู้ว่ามีคนมาสับคัต เอาต์ ภาดามาถามอัมพรทำไมน้องทรายถึงไปอยู่ห้องหลังบ้าน อัมพรแก้ตัวว่าเธอหวังดี เพราะเวลากลางวันที่ไม่มีใครอยู่แล้วใครจะอุ้มน้องทรายขึ้นลง เธอไม่มีหน้าที่มาช่วยอุ้ม ภาดาพูดไม่ออกแต่ตัดสินใจอะไรบางอย่าง...น้องทรายยังนั่งตัวสั่นกลัวอยู่มุม หนึ่งในบ้าน แจ่มออกมาจากครัวได้รีบมาปลอบน้องทราย และถามว่าโกรธภาดาอยู่ทำไมยอมให้เขาอุ้ม น้องทรายงอน

    "ก็พี่แจ่มไม่ ไปช่วยน้องทรายนี่คะ แล้วน้องทรายก็กลัวหนูมาก หายใจก็ไม่ออก ห้ามคุณชายไม่ทันด้วยค่ะ"

    "คุณน้องทรายต้องมีสตินะคะเรื่องคุณชาย คิดอย่างมีเหตุผลด้วยค่ะ ไม่ใช่ใช้อารมณ์"

    แจ่มเตือนน้องทรายแล้วก ลับบอกให้อยู่ตรงนี้ก่อนเธอจะไปใช้อารมณ์ จากนั้นก็ไปเอาเรื่องปลั่งที่มาขังเธอและแกล้งดับไฟ ทั้งสองตบตีกันจนอำนาจต้องมาห้าม

    ภาดากลับมาหาน้องทราย ท่าทางเธอเปลี่ยนไปจากเดิม ดูมึนตึง  เขาเข้าไปจะอุ้ม  เธอขืนตัวไว้  ภาดางง  "ทำไม  เป็นอะไรหรือคะน้องทราย"

    พอจะอุ้มอีก น้องทรายปัดมือเขาออกและบอกว่าไม่ต้อง ภาดาชักโกรธเสียงแข็งขึ้นทันที "เอ๊ะ น้องทราย ถามก็ไม่บอกว่าเป็นอะไร แต่ที่ทำกับพี่อยู่นี่ น้องทรายเป็นแน่"

    "คุณชาย อารมณ์ไม่ดีก็อย่ามาสนใจน้องทรายเลยค่ะ"

    "น้องทรายนั่นแหละอารมณ์ไม่ ดีไม่ใช่พี่"

    "ใช่สิคะ น้องทรายไม่ดีเอง คุณชายก็อย่ามายุ่งกับคนไม่ดีอย่างน้องทรายสิคะ"

    "อ้าว อ้าว ออกทะเลไปเลย...พี่เห็นว่าพิ..." ภาดาชะงักเกือบหลุดปากออกไป

    "ใช่สิ คะ น้องทรายพิการ ช่วยตัวเองไม่ได้ ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น น้องทรายไม่น่ามาเป็นภาระของคุณชายเลยใช่มั้ยคะ" น้องทรายน้อยใจจนน้ำตาเอ่อ

    "ถ้า น้องทรายพาลอย่างนี้เราไม่ต้องพูดกันดีกว่า พี่จะไม่ยุ่งกับชีวิตน้องทรายอีก"  ภาดานอตหลุดบ้างเดินปึงปังออกไป

    น้อง ทรายน้ำตาไหลพราก สักครู่ภาดาเดินกลับมากระชากอุ้มเธอขึ้น น้องทรายตกใจดิ้นร้อง "ไปนะ ไปให้พ้น คนหลอกลวง"

    "ฉันหลอกลวงอะไรเธอ วาลิกา" ภาดาโกรธจนเปลี่ยนสรรพนามที่เคยพูด "ฉันแค่จะมาทำภาระให้เสร็จๆไปเท่านั้น ฉันไม่อุ้มเธอไปส่งแล้วใครจะอุ้ม หา..."

    น้องทรายตะลึง  "ถ้าแค่จะมาทำภาระให้เสร็จๆก็ไม่ต้องค่ะ ทิ้งฉันไว้นี่ล่ะ ยังมีคนที่มีน้ำใจจะช่วยฉัน ไม่ได้มีคุณคนเดียวหรอกที่อุ้มฉันได้น่ะ"

    ภาดายิ่งโกรธแขวะว่าเธอ เก่งแต่ปาก น้องทรายโกรธดิ้นแรงขึ้นจนหน้าเฉียดจมูกภาดาแล้วตกใจหาว่าเขาจูบจึงตบหน้า เขา ภาดาตกใจกับความก้าวร้าวของน้องทราย เขากระแทกเธอลงบนรถเข็น "ฉันไม่นึกเลยว่าเธอจะก้าวร้าวขนาดนี้ ไหนพ่อเธอบอกว่าเธอดีนักหนาราวนางฟ้านางสวรรค์ ที่ฉันเห็นนี่จะเป็นนางมารจากนรกซะมากกว่า"

    "จะว่าอะไรก็ว่าฉัน  อย่าว่าพ่อฉัน  พ่อไม่เกี่ยว"  น้องทรายเสียใจสุดๆ ซบหน้าร้องไห้รำพึง "พ่อขา น้องทรายไม่อยากอยู่ บ้านนี้แล้ว พ่อช่วยมารับน้องทรายกลับบ้านเราเถอะค่ะ"

    ภาดาพูดด้วยความโกรธว่าเขา จะไปบอกพ่อเธอให้แล้วเดินจากไป น้องทรายยิ่งร้องไห้โฮ คืนนั้น น้องทรายต้องนอนกับแจ่มในห้องหลังบ้าน แจ่มพยายามให้สติน้องทรายจนเธออารมณ์ดีขึ้น ด้านภาดาออกมาเดินเล่นในสวนคิดถึงวัยเด็กที่ยังวิ่งเล่นกับน้องทราย เขากำทรายที่พื้นมาโปรยแล้วขำตัวเองที่ทะเลาะกับเด็ก

    ooooooo

    และในวันเดียวกันนั้น มีข่าวนักร้องนักดนตรีวัยรุ่นชื่อดัง  สมิต  กาญจนรัตน์  ที่ไปคว้ารางวัลการประกวด ทั่วโลก  เดินทางกลับมาเมืองไทยและถูกดึงตัวขึ้นมินิคอนเสิร์ตทันที แจ่มเห็นข่าวรีบพาน้องทรายมาดูทีวี พอดีเป็นช่วงที่สมิตร้องเพลงที่เขาแต่งขึ้นให้ผู้หญิงที่เขารักพิธีกรถาม  เขาตอบว่า  "เรียกว่าเป็นรักแรกของผมดีกว่า  ผมกับเขาเจอกันตอนที่เขาป่วยน่ะครับ  เขาเป็นกำลังใจให้ผมเล่นดนตรีจนมีวันนี้  ส่วนผมก็เป็นกำลังใจให้เขาต่อสู้กับความเจ็บป่วย แต่ตอนนี้เป็นเพื่อนกันนะครับ"

    พิธีกรถามอีกว่าเธอคนนั้นรู้ไหมว่าเขาแต่งให้เธอ สมิตตอบว่าตอนนี้ความลับคงแตกแล้ว แจ่มตื่นเต้นบอกน้องทรายว่าสมิตแต่งเพลงนั้นให้ น้องทรายแอบยิ้มแต่ที่เธอดีใจคือสมิตเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัยมากกว่า

    สุเมธเห็นข่าวลูกชายในทีวี ดีใจที่กลับมาแต่สะดุดใจตรงที่รู้ว่าสมิตชอบน้องทราย เขาจะบอกลูกอย่างไรดีว่าน้องทรายกำลังจะแต่งงาน...เสร็จจากงานคอนเสิร์ต สมิตบึ่งรถไปบ้านไร่ หาน้องทรายทันที แต่ต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าน้องทรายกับวินเข้ากรุงเทพฯ เขากลับมาบ้านปลุกสุเมธขึ้นมาถามทันที สุเมธทำไม่ รู้เรื่อง หาเบอร์โทร.ก็ไม่เจอเพราะวินเปลี่ยนเบอร์มือถือไปแล้ว...

    วันรุ่งขึ้น ปลั่งเริ่มตามแอบดูภาดาเพื่อรายงานโฉมพิไล แต่ภาดารู้ตัวจึงแกล้งผลักประตูกระแทกหน้าปลั่ง...ภาดามาทำงาน เขายื่นโฉนดบ้านให้อริณช่วยจัดการขายให้ที อริณ แปลกใจเพราะจะแต่งงานกันแล้วก็เท่ากับทำตามสัญญาจะต้องขายบ้านทำไม

    ภาดาบอกว่าน้องทรายโกรธเกลียดเขา อริณ จึงแนะให้ง้อ ภาดาครุ่นคิด...กลับมาบ้านเขาให้แจ่มไปตามน้องทรายมา แต่น้องทรายอิดออดไม่ยอมมาหาภาดาเพราะยังงอนอยู่ ภาดาจึงตามเข้ามาจะอุ้ม น้องทรายนึกถึงเมื่อคืนที่หน้าเธอชนจมูกภาดาแล้วเขิน รีบให้แจ่มเข็นรถให้ ภาดาบอกให้เข็นเข้าไปในบ้านไปที่บันได  ปลั่งตามแอบดูใกล้ชิด  พอเห็นภาดาหันมาอุ้มน้องทรายขึ้นบันได ก็รีบมารายงานอัมพร

    น้องทรายกำลังตกใจ "อย่านะจะพาน้องทรายไปไหน พี่แจ่ม ช่วยน้องทรายด้วยค่ะ"

    "หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะกอดให้แน่นเลย"

    แจ่มเดินตามหน้าหวาดหวั่นว่าภาดาจะทำอะไร ภาดาพาน้องทรายเข้ามาในห้องห้องหนึ่งและวางเธอลงบนเตียง น้องทรายเผลอจะลุกจากเตียง  แจ่มรีบเข้าไปตะครุบกดไว้  น้องทรายเกือบตกเตียง "โอ๊ย...น้องทรายไม่อยากอยู่บนเตียง"

    "ขอโทษ...ลืมไป" ภาดาอุ้มน้องทรายมาวางที่โซฟา "จากนี้ไปเธออยู่ห้องนี้ แจ่มอยู่ด้วย"

    แจ่มยิ้มหน้าบาน พลันอัมพรเข้ามาวีนที่ภาดาหักหน้าขัดคำสั่งเธอ  ภาดาตัดบทประคองอัมพรออกจากห้อง  "ดึกมากแล้ว คุณแม่เป็นโรคความดันไม่ควรนอนดึกนะครับ หรือถ้าคุณแม่จะอยู่ห้องนี้ ผมก็คงต้องให้น้องทรายไปอยู่ห้องใหญ่ ของผม"

    อัมพรโมโหแทบร้องกรี๊ดแต่ยั้งไว้ เข่นเขี้ยวจะทำให้ น้องทรายทนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้เอง กลางดึก ขณะน้องทราย อยู่คนเดียวในห้อง ภาดาเคาะประตูแล้วเดินเข้ามา น้องทรายหน้าตาหวาดระแวงถามหาแจ่ม ภาดาแกล้งกวน "ฉันจะรู้มั้ยล่ะ ไม่ใช่คน
    ดูแลแจ่มนี่"

    น้องทรายเคืองถามมาทำไม ภาดากวนสักพักก่อนจะบอกว่า  "ทุกเช้าเจ็ดโมง  ฉันจะมาอุ้มเธอลงไปข้างล่าง  แล้วราวสามทุ่มทุกคืนจะอุ้มกลับมาส่งที่ห้องนี้ เธอ...ลำบากใจเรื่อง เวลามั้ย"

    "ไม่ค่ะ"

    "ดี งั้นตกลงตามนี้"

    "ไม่ค่ะ..."

    "อ้าว!"

    "ไม่ได้อยากให้คุณอุ้มค่ะ คุณพูดเอาเอง"

    "นี่ใครพูดไม่รู้เรื่องนี่ หือ...เธอหรือฉัน...ฉันเป็นคน ดูแลเธอ และ...ในอนาคตจะเป็นสามีเธอ" ภาดารู้สึกแปลกๆเมื่อต้องพูดคำว่าสามี

    น้องทรายเมินหน้าซ่อนความอาย ภาดาจึงบอกว่าถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องวันๆคงตีกันตาย น้องทรายหันกลับมาพูดว่าแล้วจะแต่งกันไปทำไม ภาดาฉุนหลุดปากว่าเขาไม่ได้เป็นคนอยากแต่ง น้องทรายเจ็บจี๊ดในใจ "ฉันก็ไม่ได้เป็นฝ่ายอยากแต่งเหมือนกันค่ะ

    แล้วจะมาทรมานใจกันไปทำไมคะ...เรื่องตอนเด็กๆก็เป็นแค่เรื่องของเด็ก ไม่สำคัญถึงขนาดจะเก็บมา ผูกพันถึงตอนนี้"

    ภาดามองน้องทรายอึ้งๆ เธอพูดเสียงแผ่วลงว่ายังไม่สายที่จะยกเลิก ภาดาฮึดขึ้นมาบอกว่าเขารับปากพ่อเธอไว้แล้ว ต้องรักษาคำพูด น้องทรายใจหายเมื่อรู้ว่าภาดาไม่มีใจให้เธอเลย

    "รักษาคำพูด แต่ทำให้ต้องตายทั้งเป็นกันหรือคะ"

    "ฉันยอม และฉันคิดว่าพ่อเธอเข้าใจเรื่องทั้งหมดระหว่างเราดีที่สุด เธอคือหน้าตาของพ่อเธอ หากเธอล้มทุกอย่าง ฉันจะถือว่าเธอไม่ได้เลือดพ่อเธอมาเลยสักหยด ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่มีความอดทน ไม่มีความอดกลั้น"

    "อย่ามาดูถูกกัน ชีวิตน้องทราย...ชีวิตฉันให้พ่อได้ แต่ไม่ให้คนอื่น" น้องทรายโกรธสุดๆ

    ภาดารู้ว่าเอาชนะน้องทรายได้แล้วจะกลับออกไป น้องทรายเรียกเขาไว้เพื่อที่จะถามว่า สีเงินแมวของเธออยู่บนห้องนี้ด้วยได้ไหม ภาดาทำหน้าฉงนนึกถึงแมวตอนเด็กๆจึงถามว่ามันยังอยู่อีกหรือ น้องทรายจึงตอบว่าตัวนั้นไปสวรรค์แล้ว สีเงินตัวนี้ตัวใหม่

    ภาดายิ้มสบตารู้สึกน้ำเสียงน้องทรายดีขึ้นจึงบอกว่าอยู่ได้แต่ให้ระวังหน่อย เขาเดินออกไปสวนกับแจ่มที่เข้ามา

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น ปลั่งโทร.รายงานโฉมพิไลที่ภาดาอุ้มน้องทรายขึ้นไปนอนบนบ้าน และยังบอกเรื่องหน้าตาของน้องทรายว่าไม่ได้ขี้ริ้วอย่างที่อัมพรบอก โฉมพิไลเต้นเร่าๆแต่งตัวแล่นไปบ้านภาดาทันที

    พอดีแจ่มเข็นรถน้องทรายมาให้นั่งเล่นระเบียงหน้าบ้านแล้วไปหาข้าวให้สีเงิน ซึ่งนัวเนียอยู่ที่ขาน้องทราย โฉมพิไลขับรถมาจอดหน้าบ้าน เดินเข้ามาจ้องหน้าน้องทรายอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ นึกถึงคำบอกเล่าของอัมพรแล้วแค้นใจ "ยัยคุณหญิงตัวแสบ แกหลอกฉัน"

    โฉมพิไลพยายามคุมสติ น้องทรายตกใจกลัวสายตาของโฉมพิไลร้องเรียกแจ่ม โฉมพิไลจึงหันหลังกลับไปขึ้นรถขับออกไป...ทบทวนสิ่งที่อัมพรพูดกับเธอตั้งแต่ต้น "หนูโฉมเข้าใจไหม แค่แต่งงานแต่ในนาม เพราะถึงยังไงทั้งเป็นง่อย ทั้งหน้าตาน่าเกลียด คุณชายแตะมันไม่ลงอยู่แล้ว ทำตามสัญญาเสร็จ พ่อมันตาย นังง่อยมันไม่มีใครปกป้อง เราก็เฉดหัวมันทิ้งไป"

    ขัดกับคำรายงานของปลั่งแต่ละครั้ง ที่ดูภาดาจะใกล้ชิด เอาอกเอาใจ คิดแล้วโฉมพิไลชักหวั่นใจกลัวจะเสียภาดาไป น้ำตาเธอไหลจนบดบังสายตา รถพุ่งเข้าชนต้นไม้ข้างทาง...ภาดารับโทรศัพท์ที่โฉมพิไลโทร.มาร้องไห้ด้วยความกลัว เขาตกใจรีบออกจากบริษัทไปหาเธอ ท่าทางภาดาห่วงใยโฉมพิไลมากจนเธอโล่งใจขึ้น เขาเรียกช่างมาลากรถเข้าอู่แล้วจะพาเธอไปหาหมอ โฉมพิไลรีบปฏิเสธกลัวเขารู้ความจริงว่าเธอไม่ได้ท้อง

    "คุณเป็นภรรยาของผมนะ ภรรยาคนเดียว ผมไม่อยากเห็นคุณร้องไห้เสียใจอีก"

    "ตอนนี้ฉันเป็นภรรยาคนเดียว แต่วันพรุ่งนี้คุณจะแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับคนอื่น คุณต้องอยู่ร่วมบ้านกับผู้หญิงคนนั้นตั้งปี แล้วถ้าเกิดคุณหวั่นไหวไปกับเขาล่ะ"

    "วันนี้คุณเป็นอะไรไป เรื่องหย่าเรื่องแต่งงานใหม่ คุณเป็นคนรับปากคุณแม่เองนะ"

    "ก็นั่นแหละค่ะ โฉมไม่นึกนี่นาว่ามันจะ...มันจะ..." โฉมพิไลพูดไม่ออกว่าเธอยอมเพราะอะไร แต่ด้วยความกลัวจึงถามเขาว่า เขาล้มเลิกได้ไหม...ภาดาชะงักตกใจ

    พอดีเฉลาโทร.มาขัดจังหวะ เพราะส้มลิ้มมาโวยวายหน้าบ้านอีกจนมีเรื่องทำร้ายร่างกายเฉลิมชัยกับภีม เฉลาจะให้ โฉมพิไลเอาอุบะเพชรมาให้ได้วันนี้เพื่อขายใช้หนี้ โฉมพิไลถอยห่างจากภาดามาคุยโทรศัพท์ เธอน้ำตาคลอด้วยความอัดอั้น ทำไมเธอต้องช่วยไถ่ถอนบ้านทั้งที่เธอไม่ได้ก่อหนี้ แถมทุกคนเอาแต่ เล่นการพนันไม่จบไม่สิ้น เธออยากหนีสภาพแบบนั้นเต็มทน

    ภาดาเห็นโฉมพิไลร้องไห้ก็เข้ามาถาม พอดีอริณโทร.มาบอกภาดาว่าบริษัทจัดงานแต่งงานกำลังไปที่บ้าน ภาดานึกได้ว่าเขานัดไว้ จึงขอร้องให้อริณไปจัดการที่บ้านให้แทนเพราะรู้ว่าอัมพรไม่สนใจแน่ เขาต้องจัดการเรื่องโฉมพิไลก่อน อริณแม้จะงงแต่ก็ช่วยเต็มที่...ภาดาหันมาเคลียร์กับโฉมพิไลต่อว่าถ้าเรื่องมันวุ่นวายขนาดนี้ เขาจะคุยกับแม่ยกเลิกงานแต่งเอง แต่โฉมพิไลกลับหงุดหงิดเสียงดังขึ้นมา

    "ไม่ต้อง...ไม่ยกเลิก...ชีวิตไม่ได้เป็นของฉัน มันไม่ใช่ ของฉันอีกต่อไปแล้ว ได้ยินมั้ย"

    ภาดายิ่งงงจะยกเลิกก็ไม่เอาเสียอีก แถมมาโวยใส่

    ooooooo

    พออริณมาถึงบ้านวัชรเวศม์ ได้เห็นน้องทรายก็ตะลึงจนลืมบอกเจ้าหน้าที่ว่าเขาไม่ใช่เจ้าบ่าว ปล่อยให้เปลี่ยนเสื้อผ้าลองตัวนั้นตัวนี้ จนกระทั่งเขาแนะนำตัวกับน้องทรายว่าเขาชื่ออริณ เจ้าหน้าที่จึงรู้ว่าเขาไม่ใช่ เจ้าบ่าว บ่นกันอุบที่ปล่อยให้เข้าใจผิด

    ภาดาพาโฉมพิไลมาส่งบ้าน ให้กินยา ดูแลจนเธอหลับจึงกลับบ้าน...อริณยังคงนั่งคุยเป็นเพื่อนน้องทรายอย่างสนุกสนาน อริณถามว่าเวลาว่างทำอะไรบ้าง แจ่มตอบแทนว่า "คุณน้องทรายเก่งหลายอย่าง ถักไหมพรม เล่นครอสเวิร์ด ทำคอมพิวเตอร์ เป่าฟรุตก็เพราะมากๆเลยค่ะ"

    อริณขอฟังน้องทรายเป่าฟรุต แจ่มรีบไปหยิบมาให้... ภาดากลับมาเห็นอัมพรยืนมองไปในสวน หน้าตาไม่ค่อยพอใจ พอเห็นเขาเธอก็รีบฟ้องว่า "ยัยน้องทราย หูตามันแพรวพราวเหลือเกิน วันนี้นั่งคุยกับเพื่อนคุณชาย หัวเราะคิกคัก ให้ท่ายั่วยวนผู้ชายเก่งไม่ใช่เล่น"

    ท่าทางภาดานิ่งอึ้งจนอัมพรโวยที่ไม่เชื่อเธอ อำนาจปรามพี่สาวให้พอได้แล้ว ภาดาเหนื่อยใจเดินมาแล้วต้องชะงักเมื่อเห็นรถของน้องทรายอยู่แต่ตัวหาย ขึ้นไปดูบนห้องก็ไม่มี เขาแปลกใจเดินหาจนมาพบอยู่ในสวนนั่งเล่นกับสีเงิน เขาจึงเดินเข้ามาอุ้มสีเงินแล้วใส่เป็นชุด

    "มานั่งนี่ได้ยังไง ใครอุ้มมา แล้วทำไมอยู่คนเดียว เกิดอะไรขึ้นใครจะช่วย สีเงินหนีไปเธอจะไปตามใครมาจับมัน มันวิ่งออกไปนอกบ้านไปโดนรถทับแล้วจะว่าไง"

    น้องทรายกลั้นยิ้ม พยายามพูดเป็นปกติว่าสีเงินไม่ยอมไปห่างเธอหรือแจ่ม และขอบคุณที่เป็นห่วง ภาดาอารมณ์ไม่ดีเพราะโดนแม่ยุแยง จึงถามว่าใครอุ้มมา น้องทรายนิ่งเขาจึงโวย

    "พ่อ เธอไว้ใจฉัน...เอ่อ...ให้ที่นี่ดูแลเธอ เธออาจจะไม่ชอบฉัน แต่ก็ควรจะรักเกียรติของตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยตัวใครจะถูกเนื้อต้องตัว ใครจะอุ้มก็ได้ไม่เลือกหน้า"

    "เลือกค่ะ เลือกหน้ายิ้ม หน้าใจดี" น้องทรายเคืองจึงกวนให้บ้าง

    ภาดายิ่งโมโห พอดีอริณเดินหัวเราะเข้ามากับแจ่มและเอียด พอเห็นสีหน้าภาดาก็รู้ว่างานเข้า จึงรีบบอกว่าเขาไปตามทีมเก้าอี้ดนตรีมาให้แล้ว และรีบลากลับแถมชมการเป่าฟรุตของเธอว่าเข้าวงซิมโฟนีออเคสตราได้สบาย น้องทรายยิ้มปลื้ม...แจ่มกับเอียดประสานมือเป็นสี่เหลี่ยมให้น้องทราย กระเถิบตัวนั่งบนแขน ภาดาหน้างอเข้ามาชิงอุ้มเธอเดินเข้าบ้านไป แจ่มรีบตามไปเป็นกันชน พอถึงบนห้อง ภาดาวางน้องทรายลงที่โซฟา พูดเสียงเข้ม

    "พรุ่ง นี้เป็นวัน...แต่งงาน จะวุ่นวายจะเหนื่อย ควรรู้ตัวว่าต้องพักผ่อน ไม่ใช่เที่ยวไปหัวเราะเล่นกับใครต่อใครไม่รู้เวล่ำเวลา"

    "วันนี้ใคร บางคนก็ไม่รู้เวล่ำเวลา ไม่ทำหน้าที่ที่ตัวเองควรทำ ให้คนอื่นทำแทน"

    ภาดา รู้ว่าน้องทรายแขวะเขา พอดีแจ่มเข็นรถเข้ามาเสียงดังแล้วอุทาน ภาดาจึงถามว่ารู้เวลาช่างทำผมแต่งหน้ามาหรือยัง น้องทรายบอกว่าเธอรู้จากอริณแล้ว ภาดาโกรธเดินปึ่งออกไป น้องทรายหน้าสลดลง แจ่มเข้ามากอดปลอบว่า ภาดาอาจจะเหนื่อยจากงานและการจัดงานแต่งงานอีก น้องทรายไม่เห็นเขาจะทำอะไรเลย คนอื่นจัดการให้หมด น้องทรายรำพึงว่าคนที่จะแต่งงานต้องมีความสุขไม่ใช่หรือ แต่เธอกลับไม่มีความสุขเลย...

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น  อริณมาช่วยดูแลงานสั่งคนยกอาหารและจัดดอกไม้ อำนาจเข้ามาขอบอกขอบใจ อริณยิ้มๆบอกว่าเขาฟังเจ้าหน้าที่แจงให้ฟังจนรู้หมดว่าต้องทำอะไรบ้าง แล้วถามหาเจ้าบ่าว พอดีภาดาเดินออกมา หน้าตาไม่ค่อยดี แจ่มเข็นรถน้องทรายออกมา

    อริณ ตะลึงกับความสวยของน้องทรายจะเข้าไปรับ อำนาจรั้งไว้ให้เป็นหน้าที่เจ้าบ่าว ภาดาจึงเดินเข้าไปเข็นรถ น้องทรายเอง

    อัมพร บ่นอุบว่าทุเรศลูกตา วินยืนอยู่กับสุเมธได้ยินชิงตบมือเป่าปาก

    "สวยงาม สวยงามจริงๆ เหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยก"

    อัมพรค้อนขวับ สุเมธปรามวินอย่าไปยั่วอัมพร และบอกให้ดูไปรอบงาน ไม่มีญาติฝ่ายเจ้าบ่ายเลย อัมพรเชิดหน้าเย้ย...เพื่อนๆของวินและสุเมธเข้ามาทักทายบ่าวสาว ภาดาสบตาน้องทราย พอเริ่มซึ้งก็มีข้อความส่งเข้ามาจากโฉมพิไลให้คิดถึงครั้งงานแต่งของเธอกับ เขาที่วัดไทย ภาดาหน้าซีดเหมือนคนทำผิด ไม่เพียงแค่นั้น โฉมพิไลยังโทร.หาอัมพร พออัมพรเห็นชื่อโฉมพิไลก็ฉุกคิด "โทร.มาเรื่องอุบะเพชรอีกละสิ ยัยงก เออ แล้วนังง่อยมันใส่อุบะเพชรหรือเปล่าเนี่ย"

    อัมพรพยายามมองเห็นน้อง ทรายใส่สร้อยเส้นเล็กๆก็แปลกใจอุบะเพชรอยู่ไหน ด้านโฉมพิไลไม่พอใจที่อัมพรไม่ รับสาย พยายามโทร.หลายครั้งจนเฉลาจี้ใจว่าคงโดนหลอกว่าจะได้อุบะเพชร โฉมพิไลโกรธ "ฉันยอมเสียผัวให้แกทั้งคน ฉันต้องได้อุบะเพชร ถ้าฉันไม่ได้อย่าหวังเลยว่าจะมีความสุขกันโดยไม่มีฉัน"

    ถึงเวลาจด ทะเบียนสมรส อริณจัดการเชิญเจ้าหน้าที่อำเภอมา น้องทรายกับภาดาหยิบปากกาต่างมือสั่น น้องทรายนึกถึงคำพูดของอัมพรที่เหยียดหยามเธอ ส่วนภาดาก็สะดุ้งกับข้อความที่โฉมพิไลส่งมา "ในที่สุดฉันก็ต้องหย่า ฉันเสียสละชีวิตคู่ของเรา เสียสละความสุขของตัวเองเพื่อรักษาสัญญาของวงศ์ตระกูล ไม่ว่าคุณจะทำอะไรลงไปในวันนี้ อย่าลืมฉันนะคะ"

    ต่างคนต่าง กระอักกระอ่วนใจ ทันใด ภาดาต้องตะลึงลุกพรวดขึ้นเมื่อเห็นโฉมพิไลเดินกรีดกรายเข้ามายืนปะปนกับแขก ในงาน อัมพรยิ้มเยาะน้องทรายแต่แล้วก็หวั่นใจกลัวโฉมพิไลทวงอุบะเพชร วินสบตาอัมพรประมาณว่าไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ สุเมธกระตุกวินเตือนสติอย่าทำให้งานพัง วินแค้นเข้าใจว่าอัมพรให้เมียเก่าภาดามาเย้ยในงาน อริณกับอำนาจเห็นสายตาแต่ละคนแล้วสยอง จะได้จดทะเบียนไหมนี่ อริณสะกิดให้ภาดาเซ็นชื่อ

    วินเข้ามากระซิบข้างหูน้องทราย ให้เชื่อมั่นในตัวพ่อ ว่าได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ เธอชำเลืองมองภาดาก่อนจะเซ็น แต่พอเห็นสายตาโฉมพิไลก็ชะงักขีดเขียนผิด อัมพรหัวเราะเยาะ

    "น้องทรายทำทะเบียนสมรสเสียไปแล้ว เรา...เราคงไม่ได้..." น้องทรายเสียงสั่น

    "ไม่เป็นไรนะคะ" ภาดาพยายามปลอบทั้งที่ตัวเองก็สั่นไม่แพ้กัน

    อัมพรจะประกาศไม่มีการ จดทะเบียน พอดีเจ้าหน้าที่อำเภอบอกว่าเขามีสำรองเพราะเป็นธรรมดาที่คู่สมรสตื่นเต้น น้องทรายสบตาวินขอกำลังใจก่อนเซ็นชื่อลงไป ภาดาจดจ้องสักพักถึงเซ็นตาม อริณถอนใจเฮือก "โฮ้ย ชีวิตแต่งงานที่เริ่มต้นประหลาดแบบนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปน้า"

    อัมพร เดินเข้าไปทวงอุบะเพชรจากวิน วินเฉไฉบอกว่าเป็นของหมั้นของเด็กๆราคาสูงก็ต้องเก็บไว้ในธนาคาร เอาออกมาใส่ไม่ได้อันตราย อัมพรกำลังจะโวย พอดีมีเสียงแห่ ขันหมากเข้ามา อัมพรตกใจ แขกในงานหันไปสนใจ วินรีบเข้าไปผสมโรง

    โฉมพิไลมาทวงอุบะเพชรจากอัมพร เธอจี๊ดแทบหัวระเบิด "โอ๊ย...ทำไมศึกมันต้องมารุมฉันทุกทิศทุกทางวันนี้ด้วย มานี่ ไปด้วยกันก่อน อย่าเพิ่งมาถามหาอุบกอุบะให้แม่ปวดหัว" อัมพรกระชากโฉมพิไลเดินไป...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์