นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ระหว่างที่ให้เวลาพวกวัชรเวศม์เก็บของออกไปจากบ้าน สมิตพาน้องทรายกับแจ่มออกมาทานอาหารที่ร้าน สมิตหัวเราะสะใจกับแจ่ม น้องทรายนั่งนิ่งเครียด สุดท้ายเธอขอไปหาวินที่โรงพยาบาล น้องทรายเล่าทุกอย่างให้วินฟัง วินดีใจที่น้องทรายเข้มแข็งขึ้นมาก แต่ก็รู้ว่าเธอไม่สบายใจ จึงยอมรับว่าที่ผ่านมาเขาอยากให้น้องทรายสานต่อความผูกพันวัยเด็กและรักษา สัญญาที่ให้ไว้กับภูบาล น้องทรายรู้สึกอาวรณ์กับรักครั้งแรกของเธอมาก

    อัมพร ร้องไห้คร่ำครวญเป็นลมไปหลายตลบ ไม่ยอมเก็บของออกจากบ้าน ภาดาให้ไปอยู่ที่คอนโดฯของเขาก่อนแล้วเขาจะหาบ้านเช่าอีกที โฉมพิไลทนไม่ไหว โวยวายที่ทุกคนปิดบังเรื่องนี้กับเธอ หอบกระเป๋ากลับไปอยู่บ้านตัวเอง อำนาจหันมาพูดกระทบอัมพรว่าลูกสะใภ้คนดีออกลายแล้ว เข้าใจหรือยังว่าทำไมภาดาถึงหมดรัก อัมพรไม่ยอมรับกลับหาว่าเพราะวินกับน้องทรายที่ทำให้ชีวิตภาดาพัง

    น้อง ทราย แจ่มกลับมากับคนขับรถ เห็นรถในบ้านยังอยู่ครบ เข้ามาในบ้านยังเห็นข้าวของกองอยู่ ภาดาเข้ามาพูดเสียงอ่อน "แม่พี่ยังทำใจไม่ได้ แล้วก็ไม่สบาย ขอเวลาสักสองสามวันให้พี่หาบ้านเช่าก่อนได้มั้ยคะ"

    "จะอยู่บ้านนี้ต่อไปก็ได้ แต่ต้องอยู่ในฐานะผู้อาศัย อยู่ภายใต้กฎระเบียบของน้องทราย"

    "สั่งมาได้เลย อยากให้มีกฎระเบียบอะไรบ้าง น้องทรายมีสิทธิ์สั่งพี่ชายได้เสมอ"

    ทั้งสองประจันหน้ากัน ต่างไม่มีความสุขที่ต้องมาประชดประชันกัน...

    วัน รุ่งขึ้น แจ่มเริ่มปฏิวัติการทำงานในบ้านใหม่ ให้เอียด กับแผ้วหยุดทำงานบ้าน และให้ปลั่งเป็นคนทำทั้งหมด ปลั่งไม่ยอมจะตบแจ่ม แต่เอียดกับแผ้วเข้าขวางและประกาศใครทำแจ่ม...ตาย ปลั่งร้องกรี้ดๆ โดนรุมจนหน้าปูดบวมหนีเข้ามาเก็บตัวในห้อง เห็นกล่องวางอยู่กลางห้องจึงเปิดออกดู ปรากฏว่าเป็นงูก็ร้องลั่น
    แต่ออกจากห้องไม่ได้เพราะโดนล็อก แจ่ม เอียด และแผ้วหัวเราะอยู่หน้าห้อง "อุ๊ย ก็แค่มุกเก่าๆที่แกเคยทำกับคุณน้องทราย เป็นไงล่ะ ให้ทุกข์แก่ท่าน"

    ปลั่งร้องกรี๊ดๆวิ่งหนีงูอยู่ใน ห้อง...แจ่มบอกเอียดกับแผ้วว่าจัดการปลั่งแล้วก็ถึงคิวอัมพร ขณะที่อัมพรเดินบ่นกับอำนาจที่ภาดาต้องหยุดงานไปหาบ้านเช่า พอมาถึงห้องอาหารกลับเจอเอียดกับแผ้วขวางไม่ให้เข้า แจ่มประกาศว่าอาหารบนโต๊ะเป็นของน้องทราย ของผู้อาศัยอยู่ในครัว อัมพรโวยวายยกใหญ่ อำนาจดึงอัมพรให้ไปที่ครัว น้องทรายมาถึงบอกอำนาจ

    "คุณน้าขา อาหารเต็มโต๊ะเลย เข้ามาทานด้วยกันสิคะ"

    อำนาจเป็นห่วงอัมพรจึงขอไปทานกับอัมพรในครัว พอมาถึงในครัวเปิดฝาชีเจอข้าวไข่เจียวสองจาน อัมพรโวยอีก แจ่มตามมาบอกว่า "วันแรกที่คุณน้องทรายเข้ามาที่นี่ พวกคุณไม่ให้เรากินของของพวกคุณ มื้อนั้นเรากินข้าวไข่เจียวค่ะ"


    อัมพรโกรธปัดข้าวทิ้ง แจ่มบอกว่าอาหารมีแค่ชุดเดียว ในตู้เย็นไม่เหลืออะไรอีก อำนาจเตือนอัมพรอย่าอาละวาดอีกเลย ทั้งสองพากันกลับขึ้นมาบนห้อง ปรากฏว่าห้องอัมพรถูกล็อกกุญแจ แจ่มสาธยาย "คุณน้องทรายเจ้าของบ้าน ย้ายคุณหญิงไปที่ห้องคนใช้แล้วค่ะ"


    ห้องนั้นก็คือห้องที่น้องทรายเคยอยู่ เพราะห้องใหญ่นี้จะเก็บไว้ให้วินอยู่ อำนาจรู้สึกว่ามันจะมากไปแล้ว อัมพร ร้องไห้โฮจะเป็นลม ภาดากลับมาพอดี รู้เรื่องจากแจ่มว่าห้องอำนาจกับห้องภาดายังอยู่เหมือนเดิม ภาดาจึงให้อัมพรไปอยู่ที่ห้องของเขาก่อน จากนั้นก็มาหาน้องทราย

    "น้องทรายทำแบบนี้มีความสุขดีมั้ยคะ"

    "มีความสุขที่สุดเลยค่ะ   โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าได้ ใบหย่าจากคุณชาย"

    "น้องทรายอยากเลิกกับพี่นักหรือ อยากเลิกกันจริงๆใช่มั้ย แล้วทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างเราล่ะ มันไม่สำคัญเลยหรือไง" ภาดาดึงมือน้องทรายมาบีบ

    น้องทรายเตือนให้ภาดากลับไปหาลูกเมีย ภาดายิ่งโกรธดึงตัวเธอเข้ามาใกล้ สมิตโผล่มาชกภาดาเปรี้ยง น้องทรายตกใจ สมิตประกาศว่าน้องทรายเลือกเขาให้เป็นคนดูแล ภาดาหันมาถามว่าจริงหรือ น้องทรายจึงประชดเข้าไปเกาะแขนสมิต

    "ทำไมคะ หัวใจคนเรารักคนสองคนไม่เห็นแปลก พี่ชายก็รักคนสองคน"

    สมิตยิ้มหยันบอกให้ภาดากลับไปดูแลโฉมพิไลและหย่ากับน้องทรายเสีย ไม่ทันที่ใครคาดคิด ภาดาเงื้อหมัดชกสมิตลงไปกองแล้วชี้หน้า "ผมไม่หย่า ไม่มีวันหย่ารู้เอาไว้ด้วย มานี่..."

    ภาดาคว้ามือน้องทรายดึงมา น้องทรายดิ้นเขาจึงอุ้มเธอเดินไป เขาพาเธอเข้ามาในห้องนอน กดล็อกประตูแล้ววางเธอลงบนเตียง เธอจะลุกหนีเขาจึงจับเธอไว้ พร้อมกับบอกว่า

    "น้องทรายจะฟ้องจะไล่พี่ออกจากบ้าน จะแก้แค้นอะไรพี่ไม่ว่า แต่ไอ้ทำท่าอี๋อ๋อกับผู้ชายอื่นเพื่อประชดพี่น่ะ มันเกินไปแล้วนะ"

    "รู้ได้ยังไงว่าน้องทรายประชด คุณโฉมออดอ้อนคุณชายต่อหน้าน้องทราย น้องทรายยังไม่เคยทำอะไรเขาเลย ทำไมพี่ชายจะต้องโวยวายเวลาที่น้องทรายทำด้วย"

    "ตกลงจะเอาอย่างนี้ใช่ไหม อยากทำตัวเป็นสาวเปรี้ยวใช่ไหม รู้ไหมว่าสาวเปรี้ยวน่ะเขาไม่ได้แค่ออดอ้อนหรอกนะ"

    "เขาทำยังไง น้องทรายก็จะทำอย่างนั้นแหละ" น้องทรายไม่ลดละ

    "ได้ งั้นพี่จะบอกให้ว่าสาวเปรี้ยวเขาทำยังไง" ภาดากดเธอนอนลงแล้วปล้ำจูบ

    น้องทรายตกใจทุบตีผลักไสภาดา เขาเงยหน้าขึ้นพูดว่ามือเล็กๆแค่นี้หยุดเขาไม่ได้หรอก ภาดาจูบน้องทรายอีก จนเธอนิ่ง เสียงสมิตเคาะประตูหน้าห้องทำให้ภาดารู้สึกตัวเงยหน้าขึ้นเห็นน้องทรายน้ำตาไหลริน "รังแกน้องทรายทำไม ในเมื่อรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทำแบบนี้ทำไม"

    "พี่ขอโทษ พี่เอ้อ...พี่โมโหน่ะ"

    "ลืมไปแล้วหรือคะพี่ชายยังมีเขามีลูกที่กำลังจะเกิด ชีวิตเรามันคือประตูที่ปิดตายไปแล้ว"

    ภาดาได้สติรีบขอโทษ ก่อนจะลุกไปเปิดประตู สมิตพุ่งเข้ากระชากคอเสื้อภาดาเงื้อหมัด ภาดาจับหมัดสมิตแล้วกดไว้ "หยุดเถอะคุณ หยุดบ้าได้แล้ว ใจร้อนเอาแต่อารมณ์ อย่างคุณ ผมจะไว้ใจฝากน้องทรายไว้ได้ยังไง หา!"

    สมิตอึ้ง ภาดาหันไปมองน้องทรายอย่างอาวรณ์ก่อนจะเดินจากไป น้องทรายร้องไห้โฮ

    ooooooo

    วันต่อมา   อัมพรนั่งร้องไห้อยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน เรียกโฉมพิไลมาหา ขอให้พาเธอไปอยู่

    ที่พุดตาลทองด้วยคน ภาดาจำต้องไปอยู่ด้วยพร้อม อำนาจอีกคน แต่พอมาถึงบ้านโฉมพิไลก็ต้องแปลกใจ ที่มีรถจอดในบ้านหลายคัน เสียงเอะอะดังมาจากในบ้าน พอเดินเข้ามาก็พบว่าเป็นบ่อนการพนันไปเสียแล้ว ภาดาตกใจถามโฉมพิไลว่าเปิดบ่อนในบ้านหรือ

    "ใช่   ก็ทำไงได้ล่ะ   พวกผมก็ต้องทำมาหากินเหมือนกัน" เฉลิมชัยตอบแทน ท่าทางกวนๆ

    "หา! โฉม นี่บ้านหนูเล่นไพ่กันเป็นอาชีพอย่างนั้นเหรอ ไหนบอกว่าร่ำรวย ตระกูลเก่าแก่ ที่แท้ก็เป็นพวกผีพนัน" อัมพรมองอย่างเหยียดๆ

    เฉลาแหวเข้าใส่อัมพรว่าถึงอย่างไรบ้านเธอก็ยังมีข้าวกิน มีที่ซุกหัวนอนให้ อัมพรร้องกรี๊ดที่เฉลาไม่มีความเกรงใจเหมือนก่อน ทั้งภีม เฉลา และเฉลิมชัยต่างแสดงธาตุแท้ของตัวเองออกมาจนอัมพรอึ้งรับไม่ได้ โฉมพิไลทนไม่ไหวตวาดทุกคนให้หยุดแล้วหันมาตะคอกอัมพร

    "คุณหญิง! ตกลงจะอยู่ที่นี่รึเปล่า ถ้าจะอยู่ก็ต้องรับ ครอบครัวโฉมให้ได้ เพราะนี่แหละคือตัวตนที่แท้จริงของพวกเรา"

    ภาดาพูดไม่ออกได้แต่ประคองอัมพรมานอนในห้องนอนเล็กๆกับอำนาจ เฉลาตามมาหัวเราะเยาะและบอกภาดาว่าจะไปนอนกับโฉมพิไลก็ได้ ภาดามาคุยกับโฉมพิไลอย่างเปิดใจ โฉมพิไลบอกกำพืดของเธอตามตรงยกเว้นเรื่องบุญเทิด แล้วถามว่าเขาโกรธเธอไหม ภาดาจะโกรธได้อย่างไรในเมื่อ เขาก็ไม่ได้บอกความจริงเธอเช่นกัน...

    วันรุ่งขึ้น อำนาจถือกระเป๋าจะไปอยู่วัดถือศีล เขาชวนอัมพรไปด้วยกันแต่อัมพรไม่ไปเอาแต่ร้องไห้ ไม่ทันไร... เฉลา เฉลิมชัย และภีมก็มาบอกให้อัมพรไปทำงานบ้าน อัมพรโกรธจนตัวสั่น ด่าว่าทั้งสามคนตามนิสัยเดิม แต่พอเจอความเป็นนักเลงของเฉลิมชัยก็กลัวลาน...ร้องไห้แอบโทร.ไปฟ้องภาดาซึ่งไปทำงาน

    "แม่ทนอยู่บ้านนี้ไม่ไหวแล้ว มีแต่คนชั้นต่ำ แถมมันยังใช้ให้แม่ทำงานเหมือนคนใช้อีกแม่รับไม่ได้ฮือๆ...คุณชายจะทิ้งแม่ไปอยู่กับนังน้องทราย หรือจะพาแม่ไปอยู่ที่ที่ดีกว่านี้ก็เลือกมา ไม่งั้นแม่จะไปตามทางของแม่ฮือๆๆ..."

    ภาดาจำต้องหาบ้านเช่าโดยด่วน อริณช่วยจ่ายค่ามัดจำสามเดือนให้ก่อน ไม่วายอัมพรยังบ่นพึมว่าบ้านเล็ก โฉมพิไลกลัวภาดากลับไปหาน้องทรายจึงตามมาอยู่ด้วย พอเห็นว่าภาดาต้องยืมเงินอริณก็ยิ่งแค้นโทษน้องทรายเป็นต้นเหตุ "มันทำให้คุณชายต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ ต้องกลายมาเป็นคนกระจอกอยู่ทาวน์เฮาส์รูหนู บริวารรับใช้ก็ไม่มีซักคน โฉมไม่นึกว่าจะเป็นแบบนี้"

    ภาดาควบคุมอารมณ์ บอกให้โฉมพิไลกลับไปอยู่บ้านตัวเองจะสุขสบายกว่า โฉมพิไลฮึดฮัดขัดใจแต่ไม่ยอมไป...อัมพรจำต้องทำความสะอาดห้องเอง บ่นพึมน่าจะเอาปลั่งมาอยู่ด้วยในขณะที่ปลั่งโดนแจ่มแกล้งใช้งานและไม่มีข้าวให้กิน ทำ ทุกอย่างเหมือนที่ปลั่งเคยทำไว้กับตน ปลั่งต้องแอบมาร้องไห้แล้วตัดสินใจมากราบขอโทษน้องทราย และขอโทษเอียด แผ้ว ยอมไหว้แจ่มและฝากเนื้อฝากตัว น้องทรายกับแจ่มไม่ติดใจเอาความ ต่างยกโทษให้จนปลั่งอึ้ง

    สมิตชมน้องทรายที่ปกครองคนในบ้านดีสมกับเป็นนายหญิง สมิตชวนน้องทรายไปงานการกุศลเด็กพิการที่เขาต้องไปร้องเพลง น้องทรายเห็นว่าดีเหมือนกัน...

    ในตอนกลางวัน โฉมพิไลตื่นขึ้นมาไม่เห็นมีอาหารวางบนโต๊ะก็บ่น อัมพรเริ่มหมั่นไส้บอกว่า "ทีหลังตื่นให้มันเช้าๆสิแม่คุณ คุณชายไปทำงานแล้วใครจะมาบริการเธอ"

    โฉมพิไลจึงถามว่าจะอยู่กันอย่างไร อัมพรจึงบอกให้บริการตัวเองหรือไม่ก็กลับไปอยู่บ้านตัวเอง โฉมพิไลโกรธประกาศว่าเธอจะไปถ้าภาดาไปด้วย อัมพรตาเขียวใส่...โฉมพิไลเดินหงุดหงิดอยู่หน้าบ้าน มีข้อความส่งมาถึง พอกดดูก็เห็นคลิปตัวเองนอนกับบุญเทิด พร้อมมีข้อความ...มาพบผมที่โรงแรมเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยาก
    ให้คลิปนี้ถูกเผยแพร่...

    โฉมพิไลโกรธแล่นไปหาบุญเทิดทันที ไปถึงก็ปามือถือใส่แล้ววีน บุญเทิดวางเอกสารตรงหน้าแล้วถาม "ผมอยากรู้เรื่องลูกในท้องคุณ!"

    จากเอกสารข้อมูลต่างๆทำให้บุญเทิดต้องถามว่าลูกในท้องใช่ลูกของเขาไหม โฉมพิไลกลัวจนตัวสั่น "ถ้าใช่แล้วจะทำไม ต่อให้ฉันท้องลูกแก ฉันก็ไม่มีวันบอกเขาว่าแกเป็นพ่อ ลูกฉันต้องเป็นทายาทของอภิรักษ์ภูบาลเท่านั้น"

    "ฮะฮะฮ่า อภิรักษ์ภูบาลที่ตอนนี้เหลือแต่ตัวน่ะเหรอ

    ไหนว่าทนไม่ได้ที่มีผัวจน แล้วทำไมตอนนี้ยอมกัดก้อนเกลือกินล่ะจ๊ะที่รัก"

    "เพราะฉันรักเค้าไง แล้วฉันก็แน่ใจว่าคุณชายจะเป็นพ่อที่ดีไม่เหมือนแก"

    บุญเทิดตาวาวกระชากโฉมพิไลเข้ามาด้วยความโกรธ "คุณฆ่าลูกผมตายไปคนนึงแล้ว ผมจะไม่ยอมเสียลูกคนนี้ไปอีกแน่ ผมจะตรวจดีเอ็นเอ แล้วถ้าเป็นลูกผมจริง ผมจะรับผิดชอบ แต่จะรับแค่ลูกนะ ส่วนแม่กากีอย่างคุณ ผมจะประจานให้ทั่วว่ามั่วกับใครมาบ้าง"

    โฉมพิไลโกรธจนน้ำตาไหลตบหน้าบุญเทิดแล้วตวาดลั่นว่า ถ้าเขาทำลายชีวิตเธอ เธอจะทำลายเลือดก้อนนี้ทิ้ง โฉมพิไลคว้ากระเป๋าวิ่งร้องไห้ไปด้วยความคับแค้นใจ

    ooooooo

    งานเลี้ยงการกุศลที่สมิตพาน้องทรายมาด้วย ผู้คนแต่งชุดราตรีสวยหรู แขกในงานเห็นน้องทรายก็จำได้ว่าเป็นคนที่เป่าฟรุตแต่แปลกใจทำไมเดินได้ สมิตต้องแก้ตัวว่าครั้งนั้นเป็นเพียงการแสดง พลันสมิตมองไปเห็นอัมพรกรีดกรายอยู่ในงาน

    "น้องทราย...ดูนั่นสิ เราเจอแขกคนสำคัญแล้ว"

    อัมพรกำลังคุยกับเพื่อนๆไฮโซด้วยกันว่าที่เธอหายไปเพราะอยู่อเมริกา สมิตเดินเข้ามาถามว่าอเมริกาที่ไปใช่ฮอลลีวู้ดหรือเปล่า อัมพรสะดุ้งหันมามองเห็นน้องทรายแต่งตัวสวยผิดตายืนอยู่กับสมิต สมิตพูดยั่ว "ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ช่วงนี้ผมเห็นคุณหญิงเข้าๆออกๆที่หมู่บ้านชื่อฮอลลีวู้ดตรงรามอินทราบ่อยๆ สงสัยจะ
    มีบ้านอยู่ที่นั่นเหมือนกัน"

    "เอ๊ะ!  คุณพี่ไม่ได้อยู่ที่วัชรเวศม์แล้วหรือคะ" เพื่อนไฮโซถาม

    "แหม...ก็วัชรเวศม์เปลี่ยนเจ้าของใหม่แล้วนี่ครับ คุณหญิงจะไปอยู่ได้ยังไง้" สมิตบีบเสียง

    น้องทรายปรามแต่สมิตไม่หยุด แถมแนะนำให้ทุกคนรู้ว่าน้องทรายเป็นเจ้าของวัชรเวศม์และเป็นลูกสะใภ้อัมพร เพื่อนไฮโซต่างชื่นชมว่าอัมพรยกบ้านให้ลูกสะใภ้นี่เอง แต่สมิตกลับหักหน้าอัมพรด้วยการบอกว่า "ฮะฮะ ไม่ใช่หรอกครับ เขาเรียกว่าใช้หนี้ต่างหาก"

    อัมพรหน้าซีดเผือด  น้องทรายปรามสมิตให้หยุด แต่สมิตยิ่งสาธยายหมดเปลือกก่อนจะควงน้องทรายเดินไป ปล่อยให้อัมพรอับอายยืนตัวสั่น  เพื่อนไฮโซพากันถอยหนี อัมพรสุดอัดอั้นร้องกรี๊ดก่อนจะวิ่งหนีออกจากงาน...กลับมาบ้านนั่งร้องไห้ มองขวดเหล้าตรงหน้าอย่างตัดสินใจ อำนาจกลับมาจากวัดแปลกใจ "นี่คุณ
    พี่คิดอะไร! ดื่มแล้วแก้ปัญหาได้หรือไง"

    "ก็ดื่มให้มันลืมๆชีวิตเฮงซวยนี่ไงล่ะ พี่ไม่เหลืออะไรแล้ว ทั้งเงินทองเกียรติยศ เพื่อนฝูง ทุกคนพอรู้ว่าเราหมดตัว มันก็ตีตัวออกห่าง พี่จนตรอกแล้วจริงๆ" อัมพรโผกอดอำนาจร้องไห้

    "ผมบอกคุณพี่แล้ว สิ่งเหล่านี้มันมีวันเสื่อม มีวันได้มาก็มีวันเสียไป คนฉลาดคือคนที่ไม่ยึดติดกับภาพลวงตาพวกนี้ พอถึงวันที่ต้องสูญเสีย เขาก็ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข"

    อัมพรยิ่งร้องไห้โฮเพราะไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ ในเมื่อเธอใช้ชีวิตสุขสบายมาตั้งแต่เกิด อำนาจเห็นแล้วยิ่งกลุ้มใจ...

    ในขณะเดียวกัน น้องทรายต่อว่าสมิตที่หักหน้าอัมพร เธอรู้สึกเป็นห่วงความเป็นอยู่ของทั้งภาดา อัมพร และอำนาจ แจ่มรีบยุว่าพวกนั้นทำตัวเอง ถ้าเป็นคนดีตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องสูญเสียแบบนี้ น้องทรายย้อนถามว่า เธอควรดีใจกับชัยชนะครั้งนี้หรือ แจ่มอ่อนใจเข้าใจความรู้สึกดี...

    นับวันภาดาต้องทนเบื่อหน่ายที่บ้านช่องไม่มีใครทำความสะอาด ล้างจาน และเขาต้องซื้ออาหารถุงมาให้ทุกวัน แถมยังต้องฟังโฉมพิไลบ่นว่าแม่ของเขาไม่ยอมทำงานบ้านทั้งที่ตัวเองก็ไม่ทำ  สุดท้ายก็ไปลงที่น้องทรายเป็นต้นเหตุ เท่านั้นไม่พอ โฉมพิไลคว้ามือถือของเขามากด

    น้องทรายเข้ามาดูในห้องนอนของภาดาอย่างคิดถึง เห็นเพียงตุ๊กตาฮีโร่แขวนทิ้งไว้ก็ยิ่งเสียใจ "สุดท้ายเขาก็ทิ้งเจ้าไว้เหมือนกัน คำสัญญา ความผูกพันในอดีตมันไม่มีความหมายจริงๆ"

    ทันใด มือถือดังขึ้น น้องทรายกดรับ โฉมพิไลโทร.มาอ้างว่าภาดาให้โทร.มานัดวันหย่า น้องทรายหน้าซีด "ก็ดีค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาฟ้องร้อง พรุ่งนี้พบกันที่สำนักงานเขตเก้าโมง"

    "ตกลง เก้าโมงที่สำนักเขต เธอกับคุณชายจะได้หย่าขาดให้มันจบๆไป" โฉมพิไลพูดจบวางสาย หันมาเห็นสีหน้าภาดา ก็โวยวายใส่ว่าเธอต้องการให้ลูกในท้องมีคนรับผิดชอบ

    วันรุ่งขึ้น  ภาดากับน้องทรายเผชิญหน้ากันที่สำนักงานเขต น้องทรายเมินหน้าหนีไม่เปิดโอกาสให้ภาดาได้ทักทาย ทั้งสองจำต้องเซ็นใบหย่าด้วยมือไม้สั่นเทา ก่อนแยกจากกัน โฉมพิไลตามมาทวงอุบะเพชรจากน้องทราย น้องทรายงง "มันคงสำคัญกับคุณมากใช่ไหมคะ"

    "มันเป็นสิ่งที่ฉันควรได้" โฉมพิไลละอายนิดหน่อย แต่ทำคอแข็ง

    "งั้นคุณก็ต้องไปทวงที่คุณหญิงแล้วล่ะ เพราะคุณพ่อฉันคืนให้ท่านไปตั้งนานแล้ว คุณไม่รู้เลยเหรอคะ"

    "ไม่จริง ถ้าคุณแม่ได้มาแล้ว ท่านก็ต้องบอกฉัน"

    "ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองขนาดคุณยังโดนคุณหญิงสับขาหลอก เขาไม่ได้รักใคร่แคร์คุณสักนิด คุณก็แค่เครื่องมืออย่างหนึ่งของเขาเท่านั้น"

    "นี่หมายความว่า..."

    "คนเดียวที่รู้ว่าอุบะเพชรอยู่ที่ไหน คือคุณหญิงค่ะ ไม่ใช่ฉัน" น้องทรายพูดจบเดินจากไป

    โฉมพิไลสุดแค้น เจ็บใจที่โดนหลอกมาตลอด กลับมาถึงบ้าน อาละวาดใส่อัมพร ภาดาพยายามปรามให้เธอเกรงใจบ้าง แต่โฉมพิไลไม่สนใจตะคอกถาม "คุณแม่ได้อุบะเพชรมาแล้วจริงๆด้วย คุณแม่โกงหนู คุณแม่ไม่เคยคิดจะให้หนูตั้งแต่แรก แล้วมาหลอกให้หนูหย่าทำไม"

    "อุบ่งอุบะอะไรกัน" อัมพรตกใจทำไม่รู้ไม่ชี้

    "คุณแม่เห็นแก่ตัวที่สุด คุณแม่ทำลายชีวิตหนู"

    "ไม่ต้องมาโทษฉัน แกหลอกฉันว่ามีเงิน มีชาติตระกูล สุดท้ายก็คิดจะมาปอกลอก ถ้าแกวิเศษจริง รักคุณชายจริง แกหย่าทำไม เชอะ...ที่แท้ก็อยากได้เพชรจนตัวสั่น"

    "นังคุณหญิงจอมปลอม จอมโกหก ฉันจะไม่ยอมแกอีกแล้ว ฉันจะเอาเพชรของฉันคืน"

    อัมพรตกใจเมื่อเห็นโฉมพิไลเดินไปที่ห้องของเธอ โฉมพิไลรื้อค้นห้อง อัมพรยื้อดึงให้หยุด โฉมพิไลผลักอัมพรล้มไปบนเตียง ภาดาตกใจ "โฉม! นี่คุณแม่นะ"

    "นี่ไงอุบะเพชรของฉัน ฉันสูญเสียชีวิตทั้งหมดเพราะเพชรเส้นนี้ มันต้องเป็นของฉัน"

    "ไม่ได้ เอามานี่ เพชรของฉันเอามา" อัมพรเห็นโฉมพิไลชูเครื่องเพชรก็เข้าไปยื้อแย่ง

    ภาดาดึงอัมพรไว้ โฉมพิไลประกาศว่าเธอจะใช้อุบะเพชรเป็นทุนในการจัดงานแต่งงานใหม่ ก่อนที่ท้องเธอจะโตขึ้น อัมพรไม่ยอมบอกภาดาถ้าใครขายอุบะเพชรเธอจะฆ่าตัวตาย ภาดาจึงขอร้องโฉมพิไลอย่าขาย เขาจะขายรถของเขาเอง

    "งั้นก็ได้ โฉมจะใส่เพชรนี่ในวันแต่งงาน หลังจากนั้นโฉมไม่ขายก็ได้ แต่มันต้องอยู่กับโฉม ฮึ...อีกไม่กี่ปีคุณแม่ก็ตาย ไว้ตอนนั้นค่อยขายก็ไม่เห็นเป็นอะไร" โฉมพิไลเดินยิ้มออกไป

    อัมพรร้องไห้คร่ำครวญ "ฮือ...อีสะใภ้สารพัดพิษ แกทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ฉันอุตส่าห์ช่วยแกทุกอย่างให้ได้ผัวคืนมา  แกมันอกตัญญู  รู้อย่างนี้ฉันน่าจะเฉดหัวแกทิ้งไปตั้งแต่ตอนนั้น"

    ภาดาลำบากใจอย่างมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น...

    ooooooo

    หลายวันผ่านไป สุเมธเอาผลการตรวจมาชูให้วินดู เพื่อบอกว่าเซลล์มะเร็งหมดไปจากร่างกายแล้ว น้องทรายดีใจโผกอดพ่อ ทุกคนพากันกลับมาอยู่ที่ไร่ สมิตออกอาการดีใจที่สุดเมื่อเห็นน้องทรายกลับมา แต่แล้วต้องหงุดหงิดเมื่อเห็นอริณโผล่มาช่วยประคองวิน

    "เฮ้ย! คุณมาได้ไงเนี่ย"

    "น้องทรายลืมบอกพี่สมิตไปว่าคุณอริณจะมาพักผ่อนที่ไร่น่ะค่ะ ก็เลยอาสาขับรถพาพวกเรามาส่งบ้าน"

    อริ ณยักคิ้วยั่ว สมิตโวยว่ามาอยู่ทำไม บ้านช่องมีทำไมไม่อยู่ อริณจึงบอกว่าเขาสนใจจะมาซื้อไร่ เพราะวินแนะนำว่าจะได้เป็นอาชีพเลี้ยงตัวตอนแก่ สมิตยิ่งโวยไม่ให้มาซื้อแถวนี้ สุเมธต้องปรามลูกชาย พอดีคนงานมาบอกว่าลูกทัวร์ฝรั่งที่แวะมาเที่ยวสวนมาถึงแล้ว น้องทรายรีบลุกขึ้นจะไปดูแล สมิตกับอริณแย่งกันไปเป็นเพื่อนขับรถไปให้ น้องทรายตัดบท

    "ไม่ต้องมีใครไปทั้งนั้นแหละค่ะ น้องทรายจะเอาเจ้าสีครามไป" พูดพลางลุกเดินออกไป

    อริณกับสมิตเซ็ง สุเมธชมว่าน้องทรายเข้มแข็งขึ้นมาก แถมคล่องแคล่วอีกต่างหาก

    "ฉัน ส่งลูกเรียนจบหลักสูตรโรงเรียนชีวิตแล้วว่ะหมอ ผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่ได้จบเกียรตินิยม เพราะต้องกลายเป็นแม่ม่าย แต่แค่นี้ฉันก็นอนตายตาหลับแล้วล่ะ" วินยิ้มปลื้มใจ

    น้องทรายกระโดด ขึ้นเจ้าสีครามอย่างคล่องแคล่วควบไป ห่างออกมา ภาดายืนมองน้ำตาร่วงพึมพำ "น้อยทรายของพี่ ยิ้มออกแล้วใช่ไหม ต่อไปนี้น้องทรายไม่ต้องร้องไห้เพราะพี่ชายเลวๆคนนี้อีกแล้ว ขอให้ชีวิตน้องทรายนับจากนี้ไปมีแต่ความสุข มีงานที่รัก มีคนที่รัก ลาก่อน...ลาก่อนวาลิกา เจ้าหญิงของพี่ชาย..."

    หลังจากจัดการเรื่อง กรุ๊ปทัวร์เสร็จ น้องทรายก็กลับมานั่งกอดวิน พูดถึงแต่เรื่องงาน ว่าเธอจะทำรีสอร์ตเล็กๆด้านหนึ่งติดทะเล อีกด้านติดสวน และจุดขายคือผลไม้สดๆในสวน

    วินเห็นด้วยกับความคิดของน้องทรายจนเธอ แปลกใจ วินบอกว่าเมื่อน้องทรายทำงานแทนเขาแล้วก็ต้องตัดสินใจทุกอย่างในไร่เอง เขาเชื่อว่าน้องทรายจะทำให้ไร่เจริญก้าวหน้า

    "ชีวิตของลูกต่อไปนี้ คือการเดินไปข้างหน้า เพราะฉะนั้น พ่อจะเชื่อในการตัดสินใจของหนูทุกเรื่อง ขอให้เลือกสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเองเถอะลูก"

    น้องทรายมอง วินอย่างขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวเธอ แต่ ก็แอบเศร้าคิดถึงใครบางคน...วันต่อมา สมิตเข้ามากอดน้องทรายขณะกำลังทำงานเดินตรวจผลไม้ น้องทรายตกใจถามว่าเขาดีใจอะไรมา สมิตบอกว่าเขาได้รับทุนไปเรียนดนตรีต่อที่สวิส เขาอยากให้น้องทรายไปกับเขาด้วย

    "น้องทรายไปด้วยกันนะ ถ้ากลัวน่าเกลียด เราก็แต่งงานกันก่อน"

    น้องทรายตกใจ สมิตถามทำไมต้องทำหน้าอย่างนั้น น้องทรายตัดสินใจพูดกับสมิต

    "น้องทรายแต่งงานกับพี่ไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะคุยกันอย่างจริงจัง"

    "น้องทรายหมดพันธะแล้ว ทำไมถึงไม่เลือกพี่ ทำไมรักนายภาดาง่ายนัก แต่รักพี่ยากเย็นขนาดนั้นเชียวหรือ"

    "ตอน เป็นเด็กเราเรียนดนตรี เราเล่นในโรงพยาบาลตอนพ่อพี่ทำงาน เราเล่นในไร่จนนอนหลับไปด้วยกัน อาบน้ำด้วยกันเราก็เคย เราทำทุกอย่างด้วยกันจนเหมือนเป็นครอบครัว"

    "น้องทรายรักพี่แบบพี่ ชาย แต่นายภาดา น้องทรายไม่ได้รักเขาอย่างพี่ชายสินะ พี่มาช้ากว่าเขา พี่เข้ามาตอนที่หัวใจน้องบินตามเขาไปแล้ว ผิดแค่เวลา แค่เวลาเท่านั้น ไม่ยุติธรรมเลย โธ่โว้ย!" สมิตโมโหชกต้นไม้จนมือเลือดออก

    น้องทราย ตกใจพยายามดึงมือไว้ แต่กลับโดนสมิตสะบัดล้มลง เธอไม่หยุด ลุกขึ้นไปดึงมือเขาไว้อีก สมิตโวยว่าเขาเรียนดนตรีและแต่งเพลงก็เพราะเธอ ถ้าไม่มีเธอแล้วเขาจะเล่นดนตรีต่อไปทำไม น้องทรายร้องห้ามอย่าทำร้ายมือตัวเอง สมิตสะบัดน้องทรายล้มลงไปอีก อริณพุ่งเข้ามาชกสมิตเปรี้ยงลงไปกองกับพื้น

    "เป็นบ้าอะไรขึ้นมาน่ะ คุณ ชีวิตคนทั้งชีวิต จะจบมันเพราะผู้หญิงคนเดียวเหรอ คุณยังมีพ่อ มีแฟนคลับ ไหนจะฝีมือของคุณอีกล่ะ มันไม่มีความสำคัญเลยหรือ คนโง่ๆแบบนี้ สมควรแล้วที่น้องทรายจะไม่รัก"

    สมิตฟูมฟายว่าไม่เลือกเขา แล้วเขาจะอยู่ต่อไปอย่างไร น้องทรายเข้ามาปลอบ "ถ้าเราแต่งงานกัน เราอาจเบื่อหน่าย อาจจะเกลียดกัน แต่ถ้าเราเป็นพี่น้อง เราจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป"

    "พี่ทำใจไม่ได้ หยุดรักน้องทรายทำได้ยังไง บอกพี่ที"

    "พี่ สมิตขา ดูคุณชายกับน้องทรายสิคะ ตอนนี้เราแทบมองหน้ากันไม่ได้เมื่อหย่ากัน คนรักกันก็กลายเป็นคนอื่น แต่ถ้าเราเป็นพี่น้อง จะไม่มีอะไรแยกเราจากกัน พี่สมิตเล่นดนตรีต่อเพื่อน้องทรายได้ไหมคะ" น้องทรายกอดสมิตร้องไห้ไปด้วย

    อริ ณทึ่งในความรักบริสุทธิ์ของน้องทราย...คืนนั้น อริณ เห็นสมิตนอนมองดูดาวเศร้าๆจึงเข้ามาคุยด้วย "ผมอิจฉาคุณนะ คุณไม่ได้แต่งงานกับน้องทรายก็จริง แต่คุณเป็นผู้ชายคนที่สองที่น้องทรายใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด รองจากอาวิน และคงเป็นอย่างนั้นไปตลอดชีวิต"

    สมิตพอจะยอมรับขึ้นบ้าง เขาจึงแนะอริณ ถ้ารักน้องทรายก็ให้พูดออกไป เขาไม่อยู่แล้วจะได้สบายใจถ้าคนที่จะดูแลน้องทรายต่อไปคืออริณ อริณจึงเริ่มมีความหวังขึ้นมา...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:57 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์