นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    วินยอมรับการตัดสินใจของน้องทรายที่เธอเลือกออกจากบ้านวัชรเวศม์ น้องทรายขอบคุณมาทางโทรศัพท์เสียงแผ่วเบาแล้วก้มหน้าร้องไห้...สมิตพาเธอมา พักที่ไร่ของเขา...อริณตามหาน้องทรายมาถึงไร่ ของวินแต่ไม่พบ เขากลัดกลุ้มไม่รู้จะตามหาที่ไหนอีก...

    ภาดากลับมาบ้านกำลังบอกอำนาจ เรื่องที่หาน้องทรายไม่พบ พลันได้ยินเสียงดังเอะอะในบ้าน พอเข้ามาก็พบครอบครัวโฉมพิไลกำลังเปิดแชมเปญฉลองกับอัมพร

    "ทำอะไรกัน ครับเนี่ย" ภาดาร้องถาม

    โฉมพิไลหุบปากไม่กล้าตอบ เฉลาจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากว่า จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภาดาถามเนื่องในโอกาสอะไร อัมพรหมั่นไส้พูดขึ้นเอง "โอกาสที่นังง่อยมันออกไปจากบ้านเรา มาฉลองกัน"

    ภาดา ผิดหวังกับแม่ตัวเองมาก "ผมไม่นึกเลยว่าทุกคนจะเห็นการหายตัวไปของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่ต้องฉลอง ศีลธรรมหายไปไหนกันหมดครับ"

    ทุกคนชะงัก โฉมพิไลโวย "แล้วศีลธรรมของคุณชายล่ะคะหายไปไหน เมียคุณชายยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคน แต่คุณชายวิ่งเป็นบ้าตามหานังเด็กนั่น ไม่เคยนึกถึงหัวใจของโฉมเลยซักนิด"

    ภาดานิ่งมองโฉมพิไลที่พูดอย่าง เจ็บปวดว่า "รู้มั้ยคะว่าโฉมดีใจมากที่มันออกไปจากที่นี่ แล้วโฉมก็จะแช่งไม่ให้มันกลับมาอีก ให้มันตายไปเลยยิ่งดี คุณชายจะได้เลิกคิดถึงมัน"

    "ก็เพราะคุณเป็นแบบนี้ไง ผมถึงไม่มีวันเลิกคิดถึงน้องทราย" พูดจบ ภาดาเดินขึ้นห้อง

    โฉมพิไล ตามไปอาละวาดกลับเห็นเขากำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ยิ่งน้อยใจดึงทึ้งไม่ให้เขาไป ภาดาถาม "คุณจะรั้ง ผมทำไมโฉม ผมไม่อยู่ซักคน คุณกับคุณแม่และครอบครัวคุณ ก็จะได้ทำอะไรตามใจชอบในบ้านหลังนี้ไง ตามสบายนะ"

    ภาดาสะบัดโฉมพิไลแล้วถือกระเป๋าลงมา เจออำนาจซึ่งถือกระเป๋าจะออกจากบ้านเช่นกัน อัมพรโวยวาย อำนาจบอกว่าเขาไม่ต้องการอยู่บ้านที่เหมือนนรก โฉมพิไลร้องกรี๊ดๆ เฉลาต้องเข้ามากอดปลอบ...

    ในขณะที่น้องทรายกำลังดีใจที่สมิตเอาสี ครามม้าตัวโปรดของเธอมาอยู่ที่ไร่ด้วย แจ่มยุให้ไปขี่ม้าเล่น น้องทรายกระโดดขึ้นหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว สีหน้าเธอสดชื่นขึ้นเมื่อได้ท่องเที่ยวไปกับสีคราม...น้องทรายออกมาขี่ม้า เล่นกับสมิตทุกวัน ผิดกับภาดาที่กลับจากที่ทำงานต้องนั่งเหงามองภาพสีเงินที่วาดกับน้องทราย อย่างเศร้าเสียใจ มีหลายครั้งที่น้องทรายคิดถึงภาดาเมื่อมีเหตุการณ์เหมือนที่ภาดาเคยทำให้เธอ แต่ต้องคอยกลบเกลื่อนความรู้สึกไว้

    อริณหมั่นแวะเวียนมาที่ไร่บ่อยๆ แต่คนงานก็พูดเหมือนเดิมว่าน้องทรายไม่ได้กลับมา จนวันหนึ่งฝนตกหนัก รถอริณดับกลางไร่ เขาจึงนอนอยู่ในรถ...น้องทรายแวะมาวางดอกไม้ที่หลุมศพสีเงินกับสมิตและแจ่ม คนงานวิ่งหน้าตื่นมารายงานว่า "เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"

    ทุกคนมาที่ ท้ายไร่ คนงานชี้ให้น้องทรายดูน้ำที่ท่วมขัง "เมื่อคืนพายุเข้ามาแรงมากครับ ถอนรากต้นไม้ขึ้นมาหมดเลย ที่ยังขายได้อยู่ก็เหลือแค่นี้แหละครับ"

    น้อง ทรายมองกองผลไม้ที่สุมอยู่ ขณะที่สมิตคุยกับคนงานแล้วบอกว่าเขาจะปรึกษาวิน น้องทรายรีบขัด "ไม่ต้องค่ะ คุณพ่อไม่สบายอย่าเพิ่งให้รู้เรื่องนี้เลย   น้องทรายจะแก้ปัญหาเอง"

    สมิตกับแจ่มมองน้องทรายทึ่งที่ดูเป็นผู้ใหญ่ ขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด...น้องทรายเดินไปตามพื้นโคลนที่เฉอะแฉะโดยมีสมิตกับ แจ่มเดินตาม น้องทรายสั่งการคนงานให้ถอนต้นกล้าที่ตายออกให้หมดแล้วลงต้นกล้าใหม่ สมิตแปลกใจที่น้องทรายรู้เรื่องไร่สวน

    น้องทรายคิดถึงภาดาก่อนจะตอบ "ช่วงหลังพอว่าง น้องทรายก็พยายามศึกษางานจากเอกสารน่ะค่ะ หลังจากนี้ เราคงต้องเหนื่อยหน่อยนะคะพี่แจ่ม"

    "พี่แจ่มไม่กลัวเหนื่อยหรอกค่ะ คนงานทุกคนก็เหมือนกัน เห็นคุณน้องทรายทำแทนคุณพ่อคล่องแคล่วแบบนี้ พวกเรามีแต่จะทำงานกันแบบลืมตายมากกว่า"

    ระหว่างนั่งรถกลับ ลัดเลาะไปตามถนนเห็นรถของอริณจอดอยู่ น้องทรายกับแจ่มรู้สึกคุ้นๆกับรถคันนั้น คนงานบอกว่าคุณผู้ชายที่ชอบมาที่ไร่บ่อยๆ เมื่อวานเพิ่งมา คิดว่ากลับไปแล้ว คนงานรายงานอีกว่า "แกมารอทุกเย็นเลยครับ พอมืดก็กลับบ้าน วันรุ่งขึ้นก็มาอีก แต่เห็นคุณน้องทรายบอกว่าไม่ให้รับแขก ผมก็เลยไม่ได้เรียน"

    น้องทรายได้ยินแล้วสงสารเข้าไปปลุกอริณ เขางัวเงียตื่นขึ้นมา "คุณน้องทรายกลับมาแล้วเหรอครับ ผมดีใจจังเลย...

    ไหนครับ...คุณน้องทรายอยู่ที่ไหน"

    สมิตชะโงกหน้าเข้ามาตะโกนใส่หูอริณให้ลืมตามอง อริณสะดุ้งตาสว่างเห็นน้องทราย เขาขยี้ตาไม่อยากเชื่อรีบเปิดประตูลงจากรถมองน้องทรายอย่างเต็มตาด้วยความตก ตะลึง

    "คุณน้องทราย! นี่คุณ" อริณมองน้องทรายที่ยืนด้วยขาตัวเอง

    ทั้งสองเดินคุยไปตามทาง อริณเล่าอายๆว่ารถเขาสตาร์ตไม่ติด  จะเรียกคนงานมาช่วยก็เกรงใจ  น้องทรายยิ้มๆ  "น้องทรายขอโทษด้วยนะคะที่ต้องปิดบัง ทั้งเรื่องหนีมาและเรื่องขา"

    "คุณชายยังไม่รู้เรื่องทั้งสองเรื่องใช่ไหมครับ"

    น้องทรายเศร้าลง อริณจึงรับปากว่าจะปิดปากเงียบ น้องทรายจึงเล่าให้ฟังว่าเธอเดินได้มาสี่ปีแล้ว หลังจากไปผ่าตัดที่อเมริกาและเรียนต่อที่นั่นด้วย "พอกลับมาไม่นาน คุณพ่อบอกเรื่องที่จะให้น้องทรายแต่งงาน แล้วขอร้องให้ปกปิดเรื่องการผ่าตัดเอาไว้ก่อน"

    "ทำไมล่ะครับ"

    "คุณพ่อต้องการให้น้องทรายพิสูจน์ใจครอบครัวเพื่อนเก่าของคุณพ่อ...ว่าพวก เขายังรักษาสัญญาที่ให้ไว้ได้ไหม  ถ้าน้องทรายยังเป็นแค่เด็กพิการคนหนึ่ง จะต้อนรับน้องทรายดีแค่ไหน"

    "คุณน้องทรายก็เลยโดนรังแกซะไม่มีดีเลย"

    "แลกกับการที่ทำให้ได้รู้จักจิตใจของคนมากขึ้น ตอนนี้ได้รู้แล้วว่ามีคนทั้งดีและไม่ดี"

    อริณถามหยั่งเชิงว่าน้องทรายจะไม่กลับไปวัชรเวศม์อีก น้องทรายตอบว่าเธอจะอยู่ดูแลไร่แทนพ่อ อริณยิ้มดีใจขอมาเยี่ยมบ่อยๆ น้องทรายมองด้วยความแปลกใจว่าไม่โกรธเธอหรือที่หลอกเรื่องพิการ อริณไม่โกรธแถมดีใจเสียอีกที่น้องทรายผ่านบททดสอบเหล่านั้นมาได้...

    ooooooo

    ขณะที่ภาดานั่งทำงานใจลอยอยู่ในบริษัท เสียงเลขาฯกำลังจะรายงานว่ามีคนมาพบ แต่โฉมพิไลพรวด พราดเข้ามาไม่รอแถมผลักเลขาฯกระเด็น ภาดาตกใจ โฉมพิไลโวยวายทันที

    "คุณชายทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์โฉม คิดเหรอคะว่าทำอย่างนี้แล้วจะหนีโฉมพ้น"

    เสียงโฉมพิไลดังจนคนในบริษัทพากันมอง  ภาดาพยักหน้า ให้เลขาฯออกไปและปิดประตูห้องให้เขาด้วย ก่อนจะหันมาตอบ "ผมไม่ได้คิดจะหนีใคร แต่ผมต้องใช้สมาธิในการทำงาน"

    "โกหก! คุณชายมัวแต่คิดหาวิธีง้อนังน้องทรายมันกลับมามากกว่า"

    "ถ้าผมรู้ว่าน้องทรายอยู่ที่ไหน ผมก็คงไปรับเขากลับมาเหมือนกัน"

    โฉมพิไลร้องกรี๊ดๆด้วยความเจ็บใจ ภาดาระอา เขาดึงมือเธอลากออกไปหน้าลิฟต์และกำชับว่าที่นี่เป็นที่ทำงาน เขาเสร็จงานเมื่อไหร่จะกลับไปหา โฉมพิไลเห็นภาดาโกรธจริงจึงโอนอ่อนยอมกลับ แต่ขอสัญญาจากเขาให้ไปหาเธอจริงๆ ภาดาพยักหน้าอย่างอ่อนใจ

    เดินออกมาที่จอดรถ มีคนกระชากตัวโฉมพิไลหลบเข้ามุมตึกเอามือปิดปากเธอ พอเธอเห็นหน้าบุญเทิดก็ตกใจ เขายิ้มลูบผมเธอ "ตั้งแต่กลับไปดีกับผัวเนี่ย หายเงียบไปเลยนะจ๊ะที่รัก"

    "ฉันไม่มีอะไรจะต้องติดต่อกับคุณอีก พ่อกับพี่เหลิมก็สัญญาแล้วว่าจะไม่ยอมให้คุณหลอกเป็นครั้งที่สอง"

    "แน่ใจเหรอว่าไม่มีอะไรจะติดต่อกับผม  แล้วถ้าเป็นเรื่องลูกล่ะ"

    โฉมพิไลสะดุ้ง  บุญเทิดยิ้มบอกเรื่องที่เขาเห็นเธอ

    ไปฝากท้องที่โรงพยาบาล โฉมพิไลรีบโวยว่าลูกในท้องเป็นลูกภาดา  เพราะถ้าเป็นลูกเขาเธอคงไม่เอาไว้  บุญเทิดโกรธทันที

    "อย่าทำอย่างนั้นอีกเป็นอันขาดนะ ไม่งั้นผมจะเล่นงานคุณให้หนัก ผมต้องการเด็กคนนี้ได้ยินมั้ยโฉม"

    โฉมพิไลตกใจ เหลือบไปเห็นยามเดินจึงร้องให้ช่วยว่าเธอโดนปล้น บุญเทิดตกใจหันไปมอง โฉมพิไลฉวยโอกาสกระแทกเข่าใส่ท้องน้อยบุญเทิดแล้วสลัดตัววิ่งหนีไปขึ้นรถขับ หนีไป

    วันต่อมา ขณะที่อริณกำลังขับรถมาที่ไร่น้องทรายเจอต้นไม้ล้มขวางทางจึงลงมาร้องเรียก คนงานให้มาช่วยยกออก แต่กลายเป็นสมิตที่เดินเข้ามาพูดว่าเขาเป็นคนสั่งให้ล้มต้นไม้ขวางทางเอง เพราะไร่ศิรวิทย์ไม่ต้อนรับคนกรุงเทพฯ

    "พูดอะไรของคุณน่ะสมิต ผมนึกว่าเราเป็นเพื่อนกันซะอีก" อริณงง

    สมิตตอบว่าความเป็นเพื่อนจบลงตั้งแต่น้องทรายเดินออกจากวัชรเวศม์   และจากนี้ไปเขากับอริณเป็นคู่แข่งกันเหมือนเดิม  สมิตท้าอริณแข่งกันเป็นชาวไร่  ใครแพ้ต้องออกไปจากชีวิตน้องทราย แจ่มรู้ข่าวรีบมาบอกน้องทราย...น้องทรายตามแจ่มเข้าไปในไร่ เห็นคนงานและแฟนคลับของสมิตกำลังเชียร์ สมิตให้อริณแข่งขันเก็บผลไม้แล้วแบกไปใส่รถบรรทุกให้เต็ม สมิตขี้โกงมีแฟนคลับมาช่วยจึงท่าทางชิวๆ  ส่วนอริณทั้งเหนื่อยหอบมอมแมม สุดท้ายก็เป็นลมล้มพับ

    น้องทรายพาอริณมาปฐมพยาบาลจนฟื้น จึงยื่นผ้าขนหนูให้เช็ดหน้าเช็ดตา อริณเศร้า

    "ผมแพ้คุณสมิต..."

    "พี่สมิตตั้งกติกาเอง เออเองคนเดียว น้องทรายไม่รู้ไม่เห็นด้วยหรอกค่ะ"

    อริณกระโดดโลดเต้นดีใจที่เขายังมาหาเธอได้ น้องทราย

    เห็นรอยมดกัดตามแขนอริณจึงบอกให้เขาไปอาบน้ำแล้วมาทายา อริณยิ้มชื่นมีความสุขสุดๆ...

    และแล้วอริณก็พลาดเอง เขาหอบส้มโอมาฝากเพื่อนๆที่บริษัท ภาดาทักทายอริณว่าพักร้อนกลับมาหน้าตาสดชื่น ไม่ทันไร เพื่อนในบริษัทถือจานส้มโอมาให้ภาดาทาน และถามอริณว่า อร่อยมาก ไร่ศิรวิทย์อยู่ที่ไหน วันหลังไปเมืองจันท์

    จะแวะไปซื้อบ้าง ภาดาขมวดคิ้วมองหน้าอริณซึ่งหน้าซีดแก้ตัวไม่ออก "นี่คุณไปไร่อาวินมาเหรอ น้องทรายอยู่ที่นั่นใช่ไหม?"

    ขณะที่โฉมพิไลนั่งดื่มเหล้าร้องไห้ฟูมฟายกับชีวิตตัวเอง จนอัมพรเห็นแล้วอึ้ง โฉมพิไลบอกว่าภาดาลางานไปไหนไม่บอก เธอลูบท้องตัวเองฟูมฟาย "ไอ้ลูกเสือลูกตะเข้ เกิดมาก็ทำให้ผัวเมียเขาต้องแยกกัน  ฉันเกลียดแก  ได้ยินมั้ยว่าฉันเกลียดแก"

    อัมพรตกใจไม่คิดว่าลูกสะใภ้ตัวเองจะอารมณ์รุนแรงไม่ห่วงแม้แต่ลูกในท้องตัวเอง...อัมพรพาโฉมพิไลมาที่คอนโดฯของภาดา โหวกเหวกคาดคั้นอำนาจถามภาดาไปไหน อำนาจหน้าซีดไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไร...

    ภาดาบึ่งรถมาถึงไร่กับอริณ ตะโกนเรียกหาน้องทราย ขณะเดียวกัน โฉมพิไล อัมพรมาถึงพอดี ภาดาตกใจมองอำนาจที่หน้าสลดยอมจำนน อัมพรโวยไม่ให้ภาดารับน้องทรายกลับไป ภาดามองอัมพรด้วยสายตาดื้อดึง   "แต่ผมมาที่นี่เพื่อปรับความเข้าใจกับน้องทราย   และผมจะไม่ไปไหนจนกว่าจะได้คุยกับน้องทรายให้รู้เรื่อง"

    ภาดาผลุนผลันวิ่งไปตามหาน้องทราย โฉมพิไลไม่ยอมแพ้ วิ่งตามมาดึงรั้ง "ไม่นะคะคุณชาย กลับบ้านกันเถอะค่ะ การที่เขาหนีมาที่นี่ก็เพราะว่าเขาไม่ต้องการพบพวกเราอีกนะคะ"

    "ผมไม่เชื่อใครทั้งนั้น   จนกว่าจะได้ยินจากปากของน้องทราย"

    ทันใด ทุกคนก็เห็นมีคนขี่ม้าเข้ามา ต่างเพ่งมองใกล้

    เข้ามาๆ แล้วทุกคนต้องตะลึงเมื่อเห็นน้องทรายขี่ม้าอย่างสง่างามเข้ามาแล้วโดดลงจากหลังม้ามายืนอย่างตระหง่าน อัมพรกับโฉมพิไลแทบช็อก "นี่แก...แกเดินได้!"

    "สี่ปีแล้วค่ะคุณหญิง ตั้งแต่วันที่น้องทรายออกจากห้องผ่าตัดที่อเมริกา"

    ภาดาหน้าเจื่อน โฉมพิไลชี้หน้าว่าหลอกลวง น้องทรายยิ้ม "อย่าเรียกว่าหลอกเลยค่ะ เรียกว่าแสดงละครดีกว่า พวกเราทุกคนล้วนแต่แสดงละครตบตาใส่กันทั้งนั้นนี่คะ"

    ภาดาหน้าชา    อัมพรโวยว่าวินอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ น้องทรายอธิบายว่าพ่อแค่อยากให้เธอเห็นคนแต่ละคนที่ปฏิบัติ ต่อคนพิการ และเธอก็ได้รู้จักทั้งคนที่มีเมตตาที่สุด น้องทรายมองไปที่อำนาจ และคนที่จิตใจดำมืดที่สุด เธอมองไปที่อัมพร... อัมพรร้องกรี๊ดที่โดนด่าถลาเข้าหา

    น้องทรายเชิดหน้า "ไร่ศิรวิทย์ไม่ใช่ที่ที่คุณหญิงจะทำอะไรได้ตามใจชอบ คุณหญิงอยากจะโดนมากกว่าข้อหาบุกรุกหรือคะ"

    อัมพรชะงัก อำนาจขอให้น้องทรายค่อยๆพูดกัน แต่ น้องทรายกลับบอกว่าเธอไม่พร้อมจะคุยกับใคร โดยเฉพาะคนที่จะมาสร้างปัญหา อัมพรชี้หน้า "ฟังมันนะคุณนาจ เป็นไงล่ะ นังหลานสะใภ้ที่เธอรักนักหนา เห็นมั้ยว่ามันจองหองขนาดไหน"

    น้องทรายเชิญทุกคนให้กลับไป อำนาจดึงอัมพรที่ยังร้องกรี๊ดๆไปขึ้นรถ โฉมพิไลมองน้องทรายอย่างอาฆาตแค้นก่อนจะเดินตามไป ภาดามองน้องทรายด้วยสายตาผิดหวังน้อยใจ

    "เกมเกมนี้ คนที่ถูกหลอกที่สุดก็คงเป็นพี่ชายนี่เอง" ภาดาพูดอย่างตัดพ้อก่อนจะเดินไป...

    ooooooo

    ด้วยคำพูดของภาดาทำให้น้องทรายค้างคาใจ จนต้องเดินตามไป ภาดามาหยุดมองชิงช้าใต้ต้นไม้ น้องทรายมาถึงต่อว่าทันที "พี่ชายจะหาว่าน้องทรายหลอกลวงก็ได้ แต่พี่ชายก็หลอกน้องทรายเหมือนกัน แต่งงานเพื่อหย่าเอาอุบะเพชร เพื่อรอให้พ่อตาย ทำไมไม่บอกมาตามตรง"

    "ว่าจะถามหลายครั้ง ชิงช้าตัวนี้ใช่ตัวเดิมที่พี่ทำให้หรือเปล่า ยี่สิบปีแล้วสินะ ให้คนคอยซ่อมใช่มั้ย" ภาดายังรู้สึกผูกพันกับชิงช้าจนไม่สนใจคำต่อว่าของน้องทราย

    "ไม่ทราบค่ะ ไม่เคยสนใจ น้องทรายว่าจะสั่งให้คนมา รื้อทิ้งอยู่เหมือนกัน"

    "ของที่ยังมีคุณค่าเรายังซ่อมมันได้ พี่ไม่ยอมบอกน้องทรายเพราะพี่อยากกลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ อยากซ่อมแซมทุกอย่างที่เราเคยมีร่วมกัน"

    "แต่ระหว่างนั้นพี่ชายก็ยังมีคุณโฉม"

    ภาดาถอนใจยอมรับว่าเป็นสิ่งที่เขาทำผิดพลาดที่สุด เขาปล่อยให้โฉมพิไลกับแม่บงการชีวิตของเขามากเกินไป น้องทรายก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่จะไหล "ตอนนี้มันสายไปแล้ว พี่ชายกำลังมีลูกกับเขา"

    ภาดาดึงน้องทรายมากอดอย่างหวงแหนอาลัย "น้องทราย ของพี่ ดีจังเลยที่น้องทรายเดินได้ มันดีแค่ไหนรู้ไหม"

    ทั้งสองหวนนึกถึงวันที่น้องทรายเริ่มป่วยเดินไม่ได้ ด้วยความเป็นเด็กยังไม่เข้าใจ น้องทรายร้องไห้ให้ภาดาช่วยยกขาให้เธอลงจากเตียงไปวิ่งเล่น ภาดาพยายามพยุงน้องทรายลง พยาบาลกับภูบาลเข้ามาพอดีต่างเข้าไปช่วยกันจับไว้ น้องทราย ร้องไห้จะไปกับภาดา ส่วนภาดาถูกภูบาลดึงไปอธิบายว่าน้องทราย เดินไม่ได้ แต่เขารับไม่ได้ร้องไห้ว่าพ่อกับพยาบาลใจร้ายไม่ให้ เขากับน้องทรายไปวิ่งเล่นด้วยกันเหมือนเคย...

    ภาดายังกอดน้องทรายอยู่ "พี่เคยนอนร้องไห้ตั้งหลายวัน ความผูกพันที่เรามีร่วมกันมาพี่เคยลืมมันไปก็จริง แต่มันยังอยู่ กับพี่เสมอ"

    "มันก็อยู่กับน้องทรายด้วย มันตามทรมานน้องทรายทุกเมื่อเชื่อวัน มันทำให้น้องทรายทำอะไรโง่ๆ กลับเข้าไปที่ บ้านนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า"

    "แล้วเราจะจบมันง่ายๆอย่างนี้หรือ" ภาดายังอาลัยอาวรณ์

    น้องทรายผลักภาดาออก "น้องทรายทนไม่ไหวแล้ว พอกันที คุณก็แค่สงสารเพราะเห็นว่าน้องทรายพิการ ตอนนี้น้องทรายไม่ได้พิการ ไม่ต้องมาห่วงน้องทรายแล้วนี่คะ รับนี่ไปซะ"

    ภาดารับซองที่ยื่นให้มาเปิดดูเป็นใบหย่าก็ตกใจ น้องทรายน้ำตาไหลพรากบอกภาดาให้เซ็นใบหย่าให้เธอ ต่อจากนี้ ชีวิตเธอจะมีแต่พ่อกับไร่เท่านั้น ขอให้เขาพาแม่ ลูกเมียกลับไป ภาดามองน้องทรายซึ่งเปลี่ยนไปมากอย่างเศร้าเสียใจ...หน้าบ้านที่จอดรถ อัมพรยังบ่นพึม โฉมพิไลโกรธแค้น "บ้าจริงเราโดนมันหลอกขนาดนี้ เราจะกลับไปเฉยๆหรือคะ โฉมไม่ยอมหรอก"

    ว่าแล้วเธอก็เดินกลับไปไม่สนใจอำนาจที่ตะโกนถามว่าจะไปไหน โฉมพิไลเดินกลับมาเจอกับน้องทรายเข้าพอดี จึงพูดใส่หน้าว่าต่อไปนี้เธอทำอะไรก็จะไม่มีใครมาว่ารังแกคนพิการอีก เธอมีสิทธิ์ทำ พูดจบก็ตบหน้าน้องทรายเปรี้ยง น้องทรายหันมาจ้องหน้าเตรียมสู้

    "คุณอ้างสิทธิ์มาตลอดว่าคุณเป็นเมียหลวง คุณถูกแก่งแย่ง แต่คุณเคยถามตัวเองไหมว่าคุณรักคุณชายจริงรึเปล่า"

    "ฉันรักเขา รักเขามาตลอด"


    "คุณอ้างเหตุผลร้อยแปด ว่าฉันทำผิดอย่างนั้นอย่างนี้ ความผิดคนอื่นใหญ่เท่าภูเขา ความผิดของเราเล็กนิดเดียวสินะ คุณอย่าลืมสิเรื่องทั้งหมดนี่เกิดขึ้นเพราะคุณคนเดียว ถ้าวันนั้นคุณไม่หย่า ฉันก็ไม่มีวันเข้ามาในชีวิตของคุณ" น้องทรายพูดแทงใจโฉมพิไล และยังพูดถึงเรื่องที่วินกับเธอรู้ภูมิหลังที่ผ่านมาทุกอย่าง

    โฉม พิไลร้อนตัว "แล้วแกล่ะ แกดีกว่าฉันตรงไหน ระหว่างเขากับแกมันก็แค่ความสงสารความเวทนาคนพิการ แกก็หลอกเขาเหมือนกัน หลอกเขาด้วยความพิการของแก"

    "แต่ฉันไม่เคยทำร้ายคนอื่น ไม่เคยใช้วิธีสกปรกเหมือนคุณ คนเราเรียกร้องสิทธิ์ของตนได้ แต่วิธีที่เรียกร้องต้องเป็นไปอย่างขาวสะอาด ไม่ใช่ทำร้ายคนอื่นเหมือนคุณ"

    โฉม พิไลโกรธจัดชี้หน้าว่าน้องทรายแย่งสามีคนอื่น น้องทรายจึงบอกว่าเธอกำลังจะหย่าให้เพราะทนอยู่กับพวกหัวใจดำมืดไม่ได้ แต่เธอยังไม่เท่าไหร่ วันหนึ่งถ้าแม้แต่สามียังทนไม่ไหวเธอก็ช่วยอะไรไม่ได้ โฉมพิไลปรี๊ดสุดๆเงื้อมือ

    จะตบ แจ่มพาคนงานมาช่วยแต่ต้องตะลึงเมื่อเห็นน้องทรายยกมือกั้นและตวัดมือตบโฉม พิไลเซล้มลง น้องทรายเองก็ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะสู้คน ทำให้เกิดความมั่นใจขึ้น

    "ฮึ ในที่สุดฉันก็ทำได้ ประโยชน์ของคนเลว คือสอนให้เรารู้จักป้องกันตัว สิ่งที่พ่อต้องการสอนฉันคือสิ่งนี้นี่เอง" ว่าแล้วน้องทรายก็หันมาไล่โฉมพิไลให้ออกไปจากไร่ของเธอ

    โฉมพิไลขัดใจ อย่างมากเดินสะบัดหน้ากลับไป ขณะนั่งรถมากับอัมพรและอำนาจ เธอพร่ำรำพันกลัวจะโดนภาดาทิ้ง อัมพรซึ่งอารมณ์ยังคุกรุ่นอยู่วีนขึ้นมา "ไม่ แม่ไม่ยอม ยังไง โฉมก็กำลังจะมีลูกกับคุณชาย คุณชายจะทิ้งโฉมได้ยังไง"

    อำนาจ จึงเตือนว่า กำลังจะมีลูกด้วยกันก็ควรจะทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดี ให้มีความสุขทั้งสองฝ่าย เรื่องรักกันยังมีอยู่หรือเปล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อัมพรแวดให้อำนาจหยุดพูด แล้วเกิดแค้นวินขึ้นมาอีก จึงสั่งแผ้วให้กลับรถไปโรงพยาบาลที่วินอยู่...พอไปถึง พบวินนอนอ่อนเพลียให้น้ำเกลืออยู่ อัมพรยิ้มเหี้ยมเข้ามาพูดเยาะเย้ยต่างๆนานา อำนาจพยายามห้ามและดึงอัมพรให้กลับ แต่กลับถูกโฉมพิไลและอัมพรผลักออกจากห้องและล็อกห้องทันที

    "ยอมรับมา ตรงๆก็ได้นะว่าลูกสาวแกมันอยากมีผัว แต่ไม่มีปัญญา ก็เลยอ้อนพ่อให้ทำเรื่องลวงโลกเพื่อจะจับคุณชาย" โฉมพิไลโยนพวงหรีดไปบนเตียงของวิน

    วินตกใจพยายามบอกว่าไม่จริง แต่ทั้งอัมพรและโฉมพิไลไม่เชื่อแถมหาว่าเขาแกล้งทำป่วยเพื่อหลอกภาดาให้ แต่งงานกับน้องทราย อัมพรเขย่าตัววินอย่างแรงให้ยอมรับ อำนาจได้ยินเสียงเป็นห่วง หันไปเห็นพยาบาลจึงขอให้ช่วยเปิดห้อง พยาบาลรีบไขประตูเข้ามาเห็นวินเริ่มชัก

    "ตายแล้วคุณวิน พวกคุณมาทำอะไรคนไข้คะ" พยาบาลกดเรียกหมอ พยาบาลคนอื่นๆ

    อัมพร กับโฉมพิไลหน้าเสีย อำนาจต่อว่าที่ทำร้ายคนป่วย ทั้งสองรีบหนีกลับ...ทางโรงพยาบาลแจ้งให้น้องทรายทราบ เธอรีบมาดูอาการวินที่โรงพยาบาล สุเมธบอกว่าต้องส่งวินเข้า รักษาตัวที่กรุงเทพฯด่วน น้องทรายร้องไห้สะอึกสะอื้นแล้วปรับตัวให้เข้มแข็งขึ้นทันที เธอขอนั่งไปกับรถพยาบาลและให้แจ่มตามไปกับสมิต ระหว่างทางน้องทรายบีบมือให้กำลังใจวิน

    ooooooo

    กระวนกระวาย เป็นเสือติดจั่น อัมพรเดินเครียดนึกถึงภาพวินชัก อำนาจสังเวชใจบ่นว่าตอนทำไม่คิด มาสำนึกตอนนี้มันก็สายไปแล้ว อัมพรโวยว่าเธอไม่ได้ ทำอะไรผิดต้องมาสำนึกเพียงแค่ไม่อยากให้วินมาตายด้วนน้ำมือเธอ อำนาจหมั่นไส้ที่ยังไม่สำนึกจึงแกล้งขู่ว่าระวังคืนนี้จะนอนฝันร้ายเพราะนรก ในใจตัวเอง

    พอน้องทรายรู้ว่าใครทำให้พ่อของเธอทรุดก็เสียใจ ยิ่งสมิตพูดยุให้สั่งสอนคนที่ทำร้ายวินเสียบ้าง จึงฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้...น้องทรายมาบ้านวัชรเวศม์พร้อมทนาย สมิตและแจ่ม อัมพรออกมาไล่ น้องทรายประกาศทนายยื่นเอกสารให้อัมพร

    "ไม่ใช่ บ้านของคุณหญิงอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่เป็นบ้านของคุณพ่อ...ศาลสั่งให้พวกคุณย้ายออกจากวัชรเวศม์ทันทีเพราะผิด สัญญากู้ยืมกับคุณพ่อ 100 ล้าน"

    อัมพรเห็นแล้วโวยวายไม่ยอม เพราะเธอให้ภาดาแต่งงานด้วยแล้ว น้องทรายจึงอธิบายว่าเธอแต่งงานแต่ถูกกลั่นแกล้งจนทนอยู่ที่นี่ไม่ได้ แถมมีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาอยู่ด้วย ฉะนั้นถือว่าการแต่งงานนั้นเป็นโมฆะ ทนายยื่นเอกสารอีกฉบับเป็นเอกสารฟ้องหย่าให้ ภาดาตกตะลึง โฉมพิไลโวยวายที่มีเรื่องหนี้สินร้อยล้านเข้ามาเกี่ยวข้อง แจ่มยิ้มเยาะบอกโฉมพิไลว่าใครจะกล้าบอกว่ากำลังหมดตัว ภาดาท่าทางไม่สะทกสะท้านเพราะยอมรับมานานแล้ว แต่อัมพรแทบคลั่ง

    น้อง ทรายจ้องหน้าอัมพร "ฉันก็ไม่อยากทำแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อวานมีบางคนบุกไปรังควานคุณพ่อที่โรงพยาบาลพร้อมกับ พวงหรีดจนคุณพ่ออาการทรุด"

    ภาดาตกใจเพราะไม่รู้เรื่องนี้ น้องทรายจึงพูดอีกว่า พ่อของเธอต้องมารักษาตัวที่กรุงเทพฯเธอจึงจำเป็นต้องมีบ้านหลังใหญ่ๆไว้คอย อำนวยความสะดวกให้ ภาดายังต้องการรู้ว่าใครทำร้ายวิน อำนาจเปรยว่าทั้งหัวหงอกและหัวดำ ภาดาจึงรู้ว่าใครหันไปตำหนิ อัมพรไม่ฟังเสียงไล่น้องทรายให้กลับไป แต่น้องทรายกลับทวงเงินร้อยล้านถึงจะไป โฉมพิไลร้องกรี๊ดๆรับไม่ได้ที่ภาดามี
    หนี้สินขนาดนี้ วิ่งพรวดพราดออกไปท่ามกลางความตกใจของทุกคน น้องทรายตามไป

    "ถึงกับวิ่งออกมาไม่ทันเชียวหรือคะ ไหนว่ารักคุณชายนักหนา ไหนว่าต้องการคุณชายคืน ตอนนี้ฉันคืนให้แล้ว หนีออกมาทำไมคะ"

    โฉม พิไลหาว่าตามมาเยาะ น้องทรายชี้ให้เห็น "สามีมีหนี้สิน ภรรยาก็ต้องมีหนี้สินด้วย หลังจากฉันหย่ากับเขาแล้ว คุณยังอยากกลับไปจดทะเบียนกับเขาไหมคะ คนอย่างคุณ ที่เคยทิ้งสามีเก่ามาเพราะความจนน่ะ คุณชายตอนนี้แทบไม่ต่างอะไรกับนายบุญเทิดเลยนะคะ"

    โฉมพิไลโกรธจะ ทำร้าย น้องทรายปัดแล้วผลักเธอล้มลง โฉมพิไลสติแตกคร่ำครวญ "ทั้งคุณหญิงอัมพร ทั้งคุณชาย เขาหลอกฉัน ที่แท้เขาก็มีแต่ตัว ฉันผิดด้วยเหรอ ฉันผิดด้วยเหรอ"

    น้องทรายถอนใจพูดว่าโฉมพิไลกับอัมพร ไม่ได้ต่างกันเลย รักความสุขสบายจนทำได้ทุกอย่างเพื่อทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเหยียบหัวใครขึ้นไป ไม่รักไม่แคร์ใครเขาเลย...ภาดากับอำนาจตามออกมาแต่ไม่ทันได้ยินคำสนทนา ภาดาถามโฉมพิไลหนีออกมาทำไม อำนาจพูดว่าคงตกใจที่รู้ว่าอภิรักษ์ภูบาลไม่ใช่ บ่อเงินบ่อทอง โฉมพิไลแค้นใจถลาเข้าจะตบน้องทรายหาว่าเป็นต้นเหตุทำให้ชีวิต
    เธอเป็นแบบนี้ แต่กลับถูกน้องทรายตบสวนล้มคว่ำลง ทุกคนที่ตามออกมาตะลึง

    "อย่า มาใช้วิธีอันธพาลกับฉัน เพราะฉันไม่ใช่คนที่จะให้คุณรังแกได้อีก จำไว้นะ ต่อไปนี้ถ้าคุณคิดจะตบหน้าฉัน ฉันจะตบคุณก่อน" น้องทรายยืนตระหง่าน

    อัมพร ด่าว่าน้องทรายเป็นไพร่อันธพาล สมิตเข้ามาโต้ ให้อัมพรรีบไปเก็บเสื้อผ้าจะดีกว่า ภาดารับสภาพ เขาบอกว่าไม่ต้องไล่ เขาจะพาทุกคนออกไปจากที่นี่ในวันนี้ น้องทรายใจหวิว...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:33 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์