นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เสียงเอะอะของน้องทรายทำให้แจ่มวิ่งหน้าตั้งมา ภาดาเดินออกมาจากห้องและบอกแจ่มว่าคืนนี้เขากับน้องทรายคงทำงานจนดึก พรุ่งนี้เขาจะพาเธอไปดูไร่ แถวๆนี้  แจ่มงงเพราะน้องทรายไม่เคยต้องเข้าไปวุ่นงานในไร่ แต่ภาดายืนยันว่าถึงเวลาต้องไป

    วันรุ่งขึ้น แจ่มจัดแจงพาน้องทรายมาส่งที่รถ ภาดา บอกน้องทรายว่า วันนี้จะไปซื้อผลไม้จากไร่อื่นๆในสหกรณ์ส่งให้ลูกค้าต่างประเทศ เขาจึงอยากให้เธอไปทำความรู้จักข้าวของไร่อื่นๆและให้จดชื่อ เบอร์โทรศัพท์และนิสัยใจคอของทุกคนเอาไว้เพื่อจะได้ช่วยเหลือกันเวลาที่ต้องทำงานแทนวิน น้องทรายไม่พอใจหาว่าแช่งพ่อของเธอ ภาดาปลอบว่าเขาแค่อยากให้เธอเป็นผู้ใหญ่ขึ้น วินก็เห็นด้วย น้องทรายพานไม่ยอมไป

    "เลิกเล่นบทพี่ชายเสียที ถ้ารู้ว่าวันหนึ่งต้องทิ้งน้องทราย ก็ทิ้งเสียตั้งแต่วันนี้ดีกว่า อย่ามามัวเสียเวลาอยู่เลย ไม่รู้หรือไง ว่ามันเจ็บ"

    ภาดาอึ้งถามน้องทรายจะไปไหน น้องทรายจ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจ พอดีสมิตแวะมาพอเห็นภาดาก็โวยถามว่ามาทำไม น้องทรายรีบบอกให้เขาพาเธอไปจากตรงนี้หน่อย ภาดาเซ็ง...สมิตรู้จากแจ่มว่าภาดาพาน้องทรายไปไหน ก็ไม่เห็นด้วยที่น้องทรายต้องไปทำงานอย่างนั้น ภาดาตามมาถามอีกครั้งว่าจะไปไหน สมิตยุไม่ให้น้องทรายไป ท่าทางน้องทรายเย็นชา

    "รู้จักหน้าที่เสียบ้าง คำว่าความรับผิดชอบ จะมาอ้างว่าเป็นผู้หญิง เป็นเด็กหรือเป็นคนพิการ แล้วไม่ต้องมีความรับผิดชอบน่ะไม่ได้ จะไปหรือไม่ไป" ภาดาดึงมือน้องทราย

    สมิตไม่พอใจชกเปรี้ยงเข้าที่หน้าภาดา แจ่มตกใจรีบห้าม ภาดามองสมิตอย่างเอือมๆ "คุณเอาแต่อารมณ์ ชอบใช้กำลัง ไม่ยอมฟังอะไรเลย ถ้าคุณสุขุมใจเย็นกว่านี้ผมคงสบายใจที่จะฝากน้องทรายไว้กับคุณ ไอ้เรื่องต่อยกันต่อหน้าผู้หญิงเนี่ยผมก็เคยทำ แต่ตอนนั้นยังเป็นเด็กน่ะ"

    "นี่แกด่าฉันหรือ ไม่กล้าก็บอกมาสิ" สมิตโวย

    ภาดาไม่สนใจเดินออกไป แต่พูดทิ้งท้ายไว้ว่าถ้าน้องทรายคิดได้เมื่อไหร่ก็ตามไป...น้องทรายครุ่นคิด สมิตยังโวยวายไล่หลัง เขาชวนน้องทรายไปเป่าฟรุตต่อเพลงใหม่ แต่ใจน้องทรายไม่สงบ แจ่มมองออกจึงเตือนสติน้องทรายว่าภาดาพยายามสอนงานให้เพราะที่ไร่มีปัญหา สมิตเคืองแต่น้องทรายเริ่มเข้าใจและขอให้สมิตพาเธอเข้าไปในไร่

    น้องทรายทำความรู้จักเจ้าของไร่อื่นๆ ทุกคนชมว่าเธอสวยน่ารักสมกับเป็นลูกสาววิน ภาดายิ้มอย่างพอใจ เสร็จงาน ทั้งสามกลับมาบ้าน แจ่มรีบบอกว่าเธอทำอาหารไว้ให้พร้อมแล้ว ทันใดเสียงอริณโผล่เข้ามาขอทานด้วยคน สีหน้าอริณไม่พอใจภาดาที่มาวุ่นวายกับน้องทรายอีก ไม่ทันไรเฉลิมชัยโผล่มาอีกคนเพราะโฉมพิไลใช้ให้มาดูว่าภาดามาอยู่กับน้องทรายหรือเปล่า

    "โฮ้ย คืนนี้ท่าทางบ้านไร่จะครึกครื้น งานแบบนี้จะขาดเฉลิมชัยสุดหล่อได้ไง"

    สมิตไม่พอใจจะอัดเฉลิมชัยแต่อริณห้ามไว้ เฉลิมชัยขู่ว่าถ้าไล่เขาจะทำให้ภาดาลำบากเพราะเรื่องถึงหูโฉมพิไล น้องทรายยังเป็นห่วงภาดาจึงยอมให้เฉลิมชัยร่วมรับประทาน อาหาร...ระหว่างทานอาหาร เฉลิมชัยพูดจากวนตลอดเวลาทั้งที่อ้างว่าสำนึกผิดและขอโทษน้องทรายแล้ว สมิตทนไม่ไหวชี้หน้าภาดาเป็นต้นเหตุและว่าพรุ่งนี้คงไม่ต้องพบหน้าทั้งภาดาและเฉลิมชัยอีก ภาดารู้ตัวจึงขอตัวไปเร่งทำงานให้เสร็จก่อน พอภาดาลุกออกไป ทุกคนก็อ้างเหตุลุกออกไปจนเหลือเฉลิมชัยนั่งทานข้าวคนเดียวอย่างสะใจ แล้วโทร.รายงานโฉมพิไล พอโฉมพิไลรู้ก็กรี๊ดๆและสั่งเฉลิมชัยให้ทำงานให้เธออีกเรื่อง "นังน้องทรายเสียแมวไปตัวนึงยังไม่เข็ด แกเจอดีแน่"

    โฉมพิไลโทร.เข้ามือถือน้องทราย ด่าว่าเจ็บๆแสบๆและพูดทิ้งท้ายว่าน้องทรายจะเป็นอย่างสีเงินที่ตายไปแล้วก็ไม่มีวันสงบสุข น้องทรายแปลกใจรีบมามองที่หน้าต่าง แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นเฉลิมชัยขุดศพสีเงินขึ้นมาชูให้เธอดู

    "ไม่ ไม่ หยุดนะ ไอ้คนโรคจิต อย่าไปยุ่งกับสีเงินนะ คนบ้าบอกพี่ชายคุณให้หยุดเดี๋ยวนี้"

    "แกก็เหมือนแมวตัวนี้ ตราบใดที่แกไม่เลิกยุ่งกับคุณชาย ต่อให้ไปอยู่ในสวรรค์ ลงไปในนรก จะอยู่บนฟ้าหรืออยู่ใต้ดิน อย่าหวังว่าจะมีความสุข"

    น้องทรายร้องลั่นให้เลิกยุ่งกับเธอเสียที โฉมพิไลตะคอกมาตามสายให้น้องทรายเลิกยุ่งกับภาดาก่อนไม่อย่างนั้นเธอจะบุกไปที่ไร่ด้วยตัวเอง น้องทรายร้องไห้โฮเรียกหาแจ่ม...เรื่องถึงภาดา เขาโกรธมากจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ น้องทรายฮึดสู้ บอกแจ่มให้เก็บข้าวของ เธอจะกลับไปด้วย "น้องทรายอ่อนแอเกินไปเหมือนที่พ่อบอก เขาเห็นเราเป็นเด็กเป็นคนพิการ เขาทำกับเราทุกอย่างเพราะคิดว่าเราไม่มีทางสู้ พี่แจ่ม ถึงเวลาแล้วที่น้องทรายจะเปลี่ยนชีวิตตัวเอง"

    น้องทรายตั้งใจจะสู้เพื่อจบเรื่องรักสามเส้านี้เสียที ภาดาดีใจระคนข้องใจ

    ooooooo

    ขณะที่อัมพรกับโฉมพิไลกำลังบ่นที่ติดต่อภาดาไม่ได้ พลันเสียงรถแล่นเข้ามา ทุกคนดีใจรีบออกไปรับ โฉมพิไลวิ่งเข้าไปกอดภาดา "คุณชาย คุณชายขา โฉมคิดถึงคุณชายเหลือเกิน"

    "ลูกแม่ยอมกลับบ้านมาแล้วหรือลูกอยู่ด้วย กันนะ เรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันแล้วกันไปเถอะ"

    ไม่ทันไร แจ่มเปิดประตูรถออกมาร้องบอกอำนาจว่าน้องทรายกลับมาแล้ว ช่วยอุ้มลงรถหน่อย อำนาจงงแต่ก็รีบไปช่วยอุ้มน้องทรายมานั่งรถเข็นที่แจ่มกางไว้ให้ อัมพรหน้าตึง โฉมพิไลโกรธทุบตีภาดาจนเขาต้องรวบมือเธอแล้วดันออกแล้วบอกเขาจะกลับไปอยู่ คอนโดฯ  อัมพรรีบห้ามให้อยู่ดูแลน้องทราย โฉมพิไลงงหันมาโวย อัมพรต้องกระซิบ ทำให้ภาดากลับมาอยู่บ้านให้ได้ก่อนอย่างอื่นไว้ทีหลัง โฉมพิไลฮึดฮัด

    ปรึกษากันหน้าเครียดระหว่างอัมพรกับโฉมพิไลโดยมีปลั่ง คอยเสริม โฉมพิไลเชื่อว่าน้องทรายกลับมาคราวนี้เพื่อจะท้าทายเธอ อัมพรหนักใจไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะตอนนี้ท่าทางภาดาไม่ค่อยเชื่อเรื่องโฉม พิไลท้อง โฉมพิไลไม่แคร์ เธอจะเล่นงานน้องทรายเพราะคนพิการไม่อาจลุกขึ้นมาสู้กับเธอได้ ปลั่งกำมือพร้อมสู้...เริ่มด้วยปลั่งแกล้งเทอาหารที่แจ่มเตรียมไปให้น้อง ทรายทิ้งแล้วยึดจานชามอ้างว่าอัมพรไม่ให้ คนนอกใช้จานชามในบ้าน แจ่มโกรธจะตบปลั่งแต่แล้วนึกได้เดินเชิด "ฮึ ไม่ดีกว่า กลับมาครั้งนี้จะไม่มีอะไรเหมือนเดิม ฉันจะไม่ตบกับแกอีกแล้ว"

    แจ่ม เข็นรถน้องทรายเข้ามาในห้องอาหาร ขณะนั้น อัมพร อำนาจ ภาดา และโฉมพิไลนั่งทานกันอยู่ ภาดารีบถามว่าทานกลางวันหรือยัง น้องทรายตอบว่ายัง ภาดาจึงชวนให้ทานด้วยกัน เขาจัดการเข็นรถน้องทรายเข้ามาที่โต๊ะอาหาร เอียดรีบจัดจานช้อนส้อม อัมพรกับโฉมพิไลไม่พอใจ อัมพรแกล้งพูดเน้น

    "อาหารเนี่ยมันของคนปกติ เขากินกันนะ ฉันไม่ได้ เตรียมไว้สำหรับคนพิการ"

    "คนพิการก็คือคนปกติ อยากให้ทุกคนทำเหมือนกับคนปกติอยู่แล้ว น้องทรายทานได้ค่ะ"

    โฉมพิไล หมั่นไส้แกล้งออดอ้อนภาดาตักของที่เธอชอบให้แล้วยิ้มเยาะพูดกระทบ "เรารู้จักกันมานาน สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราคือความรักความเข้าใจ ไม่ใช่ความสงสาร ความรักแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบนภาระความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นมันจะยืนยาวและไม่สั่นคลอนง่ายๆ"

    "ก็จริงค่ะ ความสงสารสู้ความเข้าใจไม่ได้ แต่ความเห็นแก่ตัวเห็นแก่เงิน ขี้โกหกหลอกลวง ยังไงความสงสารก็ยังดีกว่านะคะ" น้องทรายตอบโต้

    โฉมพิไลกระแทกช้อน ลงจานเสียงดังลุกพรวดขึ้นสีหน้าดุ มองน้องทรายจะเอาเรื่อง ทุกคนแปลกใจกับท่าทีใหม่ ของน้องทราย ภาดารู้สึกเครียดขอความสงบสุขเวลาทานอาหารบ้าง โฉมพิไลนึกได้รีบนั่งลงกินข้าวตามเดิมและทำเป็นเอิ๊กอ๊ากคล้ายจะอาเจียน วิ่งไปเข้าห้องน้ำ อัมพรรีบไล่ภาดาตามไปดูแล... ภาดามาถึงเห็นโฉมพิไลเดินออกจากห้องน้ำท่าทางเพลียๆจึงเข้าไปช่วยอุ้ม แจ่มเข็นรถน้องทรายเข้ามาพอดี โฉมพิไลหันมามองยิ้มเยาะอย่างไม่มีวี่แววว่าป่วย

    พออุ้มโฉมพิไลมาวาง ลงบนเตียง ภาดาจะออกไปและให้ปลั่งมาดูแล แต่โฉมพิไลงอแงให้ภาดาช่วยนวดให้ แจ่มกับน้องทรายรู้ดีว่าโฉมพิไลแกล้งป่วย จึงเอาคืนด้วยการแกล้งทำเป็นตกบันได โดยแจ่มโยนโลหะลงบันไดเสียงดังทำให้

    ภาดา ตกใจ

    "เสียงอะไรน่ะ...น้องทราย!" ภาดาผละจากโฉมพิไลทันที

    ภาดา วิ่งออกมาเห็นน้องทรายนั่งอยู่กับพื้นบันไดขั้นสุดท้าย แจ่มยืนร้องไห้อยู่กลางบันได "คุณน้องทรายไม่ยอมรอคุณนาจ ไม่ยอมรอคุณชาย ให้แจ่มประคองลองเดินดู ขึ้นมาถึงบนนี้แล้วตกลงไป แจ่มไม่น่าปล่อยมือเลย ฮือๆๆ"

    ภาดาตกใจวิ่งลงไปอุ้มน้องทราย โฉมพิไลกับอัมพรมองอย่างหมั่นไส้ น้องทรายแอบยิ้มยั่วเหมือนอย่างที่โฉมพิไลทำ โฉมพิไลเต้นผางร้อง "นี่มัน...มัน...อ๊าย..."

    โฉมพิไลฟ้องอัมพรแล้วประกาศศึกว่าจะไม่ ปรานีน้องทรายอีก...ภาดาอุ้มน้องทรายมาวางบนเตียงแล้วถาม "ถ้าอยากเดินจริงๆ เสาร์ อาทิตย์พี่พาไปกายภาพดีไหมคะ"

    "น้องทรายไม่ได้อยากหัดเดิน จริงๆสักหน่อย"

    ภาดาทำหน้างง น้องทรายอ้อนว่าเธอกลัวเขาไม่รักไม่สงสารเธออีก ภาดายิ่งแปลกใจ "หมู่นี้น้องทรายดูแปลกจัง เมื่อก่อนไม่เคยเห็นพูดอะไรแบบนี้"

    "ที่ น้องทรายกลับมาด้วย พี่ชายคิดว่าเพราะอะไรล่ะคะ ถ้าไม่ใช่เพราะเอ้อ...แคร์พี่ชาย"

    ภาดาหัวใจพองฟูถามว่าแค่แคร์เขา เท่านั้นหรือ "พี่ชายอุตส่าห์รักและเป็นห่วง"

    "แล้วถ้าน้องทรายบอก ว่ารักล่ะคะ" น้องทรายสบตาภาดา

    "พี่ไม่เคยนึกจริงๆว่าจะได้ยินคำนี้ ออกจากปากน้องทราย หลังจากเรื่องทั้งหมดนั่น น้องทรายยังอุตส่าห์มอบความรักให้พี่พี่นึกว่าพี่ฝันไปซะอีก" ภาดาเคลิ้มก้มลงจะจูบน้องทราย

    พลันเสียงโฉมพิไลเคาะประตูร้องเรียก "ทำอะไรกันอยู่คะ แค่มาส่งแค่เนี้ย ทำอะไรตั้งนานสองนาน"

    ภาดาปฏิเสธ ว่าไม่มีอะไรอย่าคิดมากทั้งที่ใจเสียดายน้องทรายสุดๆ แจ่มเข้ามายิ้มล้อน้องทรายที่หน้าแดง น้องทรายเล่าให้ฟัง แจ่มทึ่งไม่คิดว่าน้องทรายจะกล้าขนาดนี้ น้องทรายว่าเธอแค่อยากให้โฉมพิไลเลิกตอแยกับเธอและต่างคนต่างอยู่

    ooooooo

    ใน ขณะที่สมิตเสียใจหงุดหงิดที่น้องทรายกลับไปอยู่วัชรเวศม์จนไม่มีใจทำงานถ่าย มิวสิกวีดิโอ พอโดนเอ็ดก็วีนพาลไม่ยอมถ่ายต่อ อริณเดินเข้ามาเห็นแกล้งพูดกระทบ

    "จุ๊ๆ ศิลปินอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจตัวเอง ทีมงานครับคนแบบนี้ไม่ต้องไปสนใจหรอก ดังเดี๋ยวเดียวเดี๋ยวก็ดับ"

    "คุณอริณ!" สมิตตกใจ

    "ทีมงานเป็น ร้อยเขาก็คนเหมือนกัน ปัญหาชีวิตเขาก็มี เขายังมาทำงาน แล้วคุณล่ะวิเศษมาจากไหน"

    สมิตได้สติ ยกมือไหว้ทีมงานและผู้กำกับและขอพัก

    สิบห้านาที จากนั้นก็มาคุยกับอริณ สมิตยอมรับว่าเขาเสียใจที่น้องทรายกลับไปกับภาดา อริณบอกว่าเพราะคำพูดของสมิตเองจำไม่ได้หรือ คำพูดที่ว่า...ใจไม่กลับแต่ตัวกลับไปล้างแค้นไอ้คนที่มันทำสีเงิน ทำน้องทราย เราหนีมาเฉยๆอย่างนี้พวกมันก็ได้ใจสิ...สมิตจึงนึกได้และโมโหตัวเอง

    โฉมพิไลพยายามจะดึงภาดาให้นอนค้างกับเธอเพื่อเย้ยน้องทราย ด้วยการให้ภาดามาช่วยซ่อมคอมพิวเตอร์ให้ และตัวเองเข้าอาบน้ำ ร้องขอให้เขาเอาผ้าเช็ดตัวมาให้ในห้องน้ำ ภาดามองโฉมพิไลอย่างเฉยๆไม่เกิดความรู้สึกอะไร...ปลั่งมาพูดเย้ยแจ่มให้น้องทรายได้ยินว่าภาดาอยู่กับโฉมพิไลในห้อง น้องทรายจึงแกล้งส่งข้อความถึงภาดา ทำทีว่าเขาคงกำลังเดินทางกลับคอนโดฯ

    "พี่ชายขาขับรถปลอดภัยนะคะ น้องทรายจะนอนแล้ว" ภาดาอ่านแล้วยิ้มปลื้ม สักพักก็ส่งข้อความมาอีก "นอนหลับฝันดี ฝันเห็นเดือน ดาว ทะเล แล้วก็...ทรายนะคะ"

    ภาดาต้องคอยแอบอ่านไม่ให้โฉมพิไลเห็น น้องทรายส่งข้อความมาอีกบ่นปวดข้อเท้า เธอไม่น่าหัดเดินเลย ควรจะประคบร้อนหรือเย็นดี...ภาดาชักเป็นห่วงน้องทราย เห็นโฉม–พิไลยังอาบน้ำอยู่จึงรีบออกไปหาน้องทรายที่ห้อง ตรงเข้าไปดูที่ข้อเท้าเธอทันที และว่าเขาเคยได้ยินแต่ประคบร้อนไม่เคยได้ยินประคบเย็น น้องทรายทำเป็นแปลกใจว่าเขายังไม่กลับ ภาดากลับพูดว่า

    "โชคดียังไม่บวม พี่ชายทายาแล้วนวดให้ดีกว่า"

    "ดีใจจังที่พี่ชายยังห่วงน้องทราย" น้องทรายยิ้มหวานทำเป็นถามหาแจ่มไม่รู้ไปไหนจึงขอให้ภาดาอยู่เป็นเพื่อนเธอจนกว่าจะหลับ ภาดาอึกอักแต่ก็รับปาก...

    สร้างความโกรธแค้นให้โฉมพิไลมาก พอมีโอกาสที่ภาดากับแจ่มช่วยกันทำอาหารกลางวัน โฉมพิไลเห็นน้องทรายอยู่ตามลำพังบนทางลาดหน้าบ้าน และประตูบ้านเปิดอยู่พอดี จึงเข้าไปผลักรถเข็นอย่างแรงหวังให้พุ่งออกไปนอกบ้านให้

    รถชน น้องทรายตกใจร้องลั่น ภาดากับแจ่มได้ยินรีบวิ่งออกมาจากครัว น้องทรายพยายามช่วยตัวเองพลิกรถให้ล้มเข้าไปหลังพุ่มไม้แล้วหลบซ่อนตัว โฉมพิไลแปลกใจ "เอ๊ะ มันหายไปไหน หายไปได้ยังไง"

    น้องทรายเห็นโฉมพิไลเดินตามมาดูจึงหยิบขวดน้ำมัน เครื่องที่วางข้างเครื่องตัดหญ้ามาเทราดบนพื้น "คิดหรือว่ามีแต่คนพิการที่ลื่นได้น่ะ"

    พอโฉมพิไลเดินมา น้องทรายหลบเข้าหลังพุ่มไม้ โฉมพิไลมัวแต่มองหาจึงลื่นล้มก้นจ้ำเบ้า ภาดากับแจ่มวิ่งมาพอดี "โฉม เอ๊ะ! เมื่อกี๊ผมได้ยินเสียงน้องทรายนี่"

    "แล้วไง  ถ้าเป็นโฉมไม่ใช่นังนั่นคุณจะไม่ช่วยหรือไง  หา"

    ภาดาจำต้องอุ้มโฉมพิไลไป น้องทรายค่อยๆคลานมาดึงมือแจ่มไว้ ให้แจ่มเอารถเข็นมาใกล้ๆ...อำนาจเห็นภาดาอุ้มโฉมพิไลเข้ามาก็แปลกใจถามว่าไม่ใช่เสียงร้องของน้องทรายหรือ โฉมพิไลฉุกคิด "นังน้องทราย หรือว่า! นังนั่นมันเดินได้ รถเข็นมันไหลออกไป โฉมวิ่งไปดูกับตาตนเอง แต่นังเด็กนั่นมันไม่อยู่"

    อัมพรพลอยแปลกใจไปด้วย...แจ่มเข็นน้องทรายเข้ามาพอดี น้องทรายจึงถาม "ที่ตามไปดูติดๆน่ะ เพราะเป็นคนผลักรถเข็นกับมือหรือเปล่าคะ"

    โฉมพิไลสะดุ้งโทษน้องทรายปรักปรำ ภาดาหันมาถามว่ามีคนผลักรถเข็นน้องทรายหรือ โฉมพิไลร้อนตัว "อย่ามามองโฉมแบบนั้นนะ ทำไมคะ ทำไมเขาจะต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำคนเดียว ที่โฉมหกล้มนี่ ดูสิคะ น้ำมันทั้งนั้น โฉมอาจจะถูกแกล้งก็ได้นะ"

    อัมพรร้องกรี๊ดขึ้นมาเพราะเห็นเลือดไหลตามขาโฉมพิไล พอเธอก้มดูก็ตกใจไปด้วย แจ่มกับน้องทรายหน้าเสีย ภาดาสั่งแผ้วเอารถออกพาโฉมพิไลไปโรงพยาบาลทันที...อริณแวะมา พอดีรู้เรื่องจากภาดา น้องทรายหน้าซีดบ่นว่า "เขาหกล้มเพราะน้องทรายค่ะ เหมือนที่คุณอริณบอกเลย โต้ตอบกันไปมาไม่จบสิ้น มีแต่เรื่องวุ่นวายเพิ่มมากขึ้นจนชีวิตอยู่ไม่เป็นสุข"

    อริณเข้าใจดีว่าน้องทรายไม่ใช่คนใจร้าย พอเห็นโฉม–พิไลเจ็บก็เสียใจรู้สึกผิด อริณพาน้องทรายกับแจ่มตามมาที่โรงพยาบาล พอดีหมอออกมาบอกอาการโฉมพิไล

    "คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ...นี่ยังโชคดีนะครับที่เด็กไม่เป็นอันตราย"

    ทุกคนตกใจเด็กที่ไหน หมอจึงบอกโฉมพิไลตั้งท้องได้ สองเดือนแล้ว น้องทรายหน้าซีดเผือด นี่เธอเกือบทำร้ายเด็กไปแล้ว ภาดาสับสนมากเป็นไปได้อย่างไร อัมพรดีใจที่โฉมพิไลท้องจริงๆ คราวนี้ไม่ต้องโกหกภาดาอีกต่อไป...

    โฉมพิไลนอนพักที่โรงพยาบาล ภาดาเห็นว่าเฉลา ภีมและเฉลิมชัยมาจึงขอตัวไปเก็บของมานอนเป็นเพื่อน พอกลับ มาบ้านเห็นน้องทรายกำลังเป่าฟลุตเสียงเพลงเศร้าๆ อริณเข้ามาถามภาดาเป็นอย่างไรบ้าง ภาดายอมรับว่า "ตอนนั้นผมดีใจที่โฉมไม่ได้ท้อง เหมือนผมมีความหวังขึ้นมาอีก แต่แล้วไม่นานก็ต้องผิดหวังใหม่ ความรู้สึกตอนนี้เลวร้ายกว่าเดิมอีก"

    อริณเตือนว่าลูกผู้ชายต้องมีความรับผิดชอบ ภาดาเข้าใจ เขาจึงฝากอริณดูแลน้องทรายด้วย...อริณเดินมาหาน้องทราย ชมว่าเป่าฟลุตได้ไพเราะแต่ดูเศร้าจัง น้องทรายเสียใจ ที่เกือบทำร้ายเด็ก ถ้าเกิดอะไรขึ้นเธอจะทำอย่างไร อริณ จึงย้อนถามว่าเธอจะเอาอย่างไร จะอยู่เป็นสามคนผัวเมียต่อไปหรือ น้องทรายนิ่งคิด

    ในขณะที่เฉลากับเฉลิมชัยข้องใจถามโฉมพิไลว่าลูกในท้องลูกใคร โฉมพิไลแผดเสียงลั่นว่าเธอมีสามีคนเดียวคือภาดา ทั้งสามจึงเงียบพูดไม่ออก

    ooooooo

    วันต่อมา ภาดาอุ้มโฉมพิไลลงจากรถเข็นพาเข้าบ้าน อำนาจเห็นแล้วกระซิบถามแผ้ว นั่งรถเข็นทั้งคู่แบบนี้ถือว่าแข่งขันแบบแฟร์ๆไหม แผ้วถอนใจตัดสินลำบาก เพราะห่วงภาดาจะวิ่งรับใช้อย่างไรไหว อำนาจเห็นด้วย

    แจ่มบ่นกับน้องทรายว่าไม่อยากเชื่อว่าโฉมพิไลท้อง น้องทรายบอกว่าหมอคงไม่ร่วมมือโกหก แจ่มเคืองแสดงว่าภาดามีอะไรๆกับโฉมพิไลอยู่ อัมพรกับปลั่งเดินหัวเราะเข้ามาพูดถากถางให้ยอมรับความจริงจะอยู่รอจนภาดาต้องออกปากไล่เองหรือ...แจ่มปลอบใจน้องทรายไม่ให้สนใจ ให้อยู่ทรมานพวกนี้ต่อไปให้อกแตกตาย น้องทรายย้อนถามเพื่อความสะใจเท่านั้นหรือ

    ไม่นาน อาการของวินกำเริบหนักเพราะกลับมาทำงานที่ไร่จนสุเมธตัดสินใจโทร.บอกภาดา   ภาดารีบมาที่โรงพยาบาลจันทบุรี วินขอร้องอย่าบอกน้องทราย แต่ภาดาตัดสินใจ

    รักในม่านเมฆ 19/07/53

    ตอนที่ 16 (ต่อจากวานนี้)

    "น้องทรายสอนให้ผมรู้ว่า คนพิการไม่ได้ต้องการแค่การรักษาพยาบาล เขาต้องการโอกาส โอกาสให้เขาได้ใช้ชีวิตเหมือนคนอื่น คุณอาบอกเองไม่ใช่หรือครับว่าเลี้ยงน้องทรายมาผิดและต้องแก้ไข หากให้ผมเป็นคนดูแลน้องทราย ผมก็ขอตัดสินใจบางอย่าง"

    วินท่าทางหนักใจ...ในขณะที่น้องทรายเป็นห่วงโฉมพิไลอย่างจริงใจ แต่กลับโดนกลั่นแกล้งอีก โดยอัมพรให้ช่วยทำข้าวต้มให้โฉมพิไลทาน แล้วให้ปลั่งเอาขวดยาถ่ายไปทิ้งถังในครัว พอโฉมพิไลทานไปได้สองสามคำก็ร้องว่าปวดท้อง

    "เธอเอาอะไรใส่ให้พี่กินหรือเปล่าน้องทราย"

    "เปล่านะคะ น้องทรายไม่ได้ใส่อะไรเลย" น้องทรายตกใจแต่แจ่มครางเอาแล้ว

    ปลั่งหิ้วปีกโฉมพิไลไปเข้าห้องน้ำ อัมพรด่าว่าน้องทรายและชวนอำนาจไปหาหลักฐานในครัวจนเจอขวดยาในถังขยะ น้องทรายปฏิเสธไม่ใช่ของเธอ อัมพรหาว่าแก้ตัว น้องทรายคิด

    "ปลั่ง ปลั่งแน่ๆ ตอนที่น้องทรายทำอาหารอยู่ ปลั่งก็เข้ามา...นี่เป็นแผนของคุณหญิง?"

    "นี่เธออย่ามาโทษฉันนะ ฉันจะไปรู้อะไรด้วย"

    "ไม่จริง คุณจงใจใส่ร้ายน้องทราย งั้นคุณหญิงกล้าเอาไปให้ตำรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือไหมล่ะคะ ว่ามีลายนิ้วมือน้องทรายหรือเปล่า"

    อัมพรหน้าเจื่อนเกือบจนมุม พอดีเสียงรถภาดาแล่นเข้ามาจึงรีบวิ่งออกไปฟ้องภาดาและให้อำนาจเป็นพยาน อำนาจส่ายหน้าไม่อยากยุ่ง ภาดาเป็นห่วงโฉมพิไลรีบขึ้นไปดูและจะพาไปหาหมอ แต่โฉมพิไลไม่ยอมไป ภาดารู้สึกผิดสังเกตจึงกลับลงหาน้องทรายและอุ้มเธอไปขึ้นรถทันทีโดยบอกแจ่ม ว่าไม่ต้องไป โฉมพิไล อัมพร และปลั่งยืนมองอยู่ในบ้าน ยิ้มสะใจเข้าใจว่าภาดาพาน้องทรายไปส่งบ้านไร่ จึงหันมาเล่นงานแจ่มอีกคน

    น้องทรายนั่งน้ำตาซึมมาตลอดทาง แต่พอเงยหน้ามองทางก็แปลกใจที่ไม่ใช่ทางไปไร่ของเธอ ภาดาสีหน้าเครียด "ก็ใครบอกว่าพี่จะพาน้องทรายกลับบ้านล่ะ"

    "ก็น้องทรายคิดว่า..."

    "พี่ไม่สนใจเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอก พี่กำลังจะพาน้องทรายไปพบคนคนหนึ่ง"

    กำลังจะถามว่าใคร รถก็เลี้ยวเข้าโรงพยาบาล ภาดาเข็นรถพาน้องทรายเข้ามาพบวินซึ่งนอนป่วย น้องทรายตกตะลึงโผเข้ากอดวิน "คุณพ่อเป็นอะไรคะ เจ็บมากมั้ย"

    "พ่อไม่เจ็บหรอกลูก พ่อหายเจ็บแล้ว พอได้เห็นหน้าน้องทราย"

    น้องทรายหันไปมองสุเมธ สุเมธอึดอัดใจบอกวินให้พูดความจริง วินนิ่งสักพักก่อนจะบอกว่า เขาเป็นมะเร็ง น้องทรายแทบช็อกเพราะไม่เคยรู้มาก่อน

    "เพราะพ่อไม่อยากให้น้องทรายรู้ถึงได้ให้ลุงหมอกับคุณชายช่วยกันเก็บเป็น ความลับไว้"

    น้องทรายหันมองภาดาอย่างตำหนิ วินรีบบอกอย่าโทษภาดาเพราะเป็นคำสั่งของเขา ภาดาอธิบาย "พี่รับปากคุณอาวินในวันที่ตกลงแต่งงานกับน้องทรายว่าพี่จะดูแลน้องทราย อย่างดีที่สุด ให้เหมือนกับที่น้องทรายได้รับความรักจากคุณอาวิน"

    "แต่เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะปิดบังกัน" น้องทรายต่อว่า

    "น้องทรายจำได้มั้ยลูก พ่ออยากให้น้องทรายโตเป็นคนที่เข้มแข็ง เพื่อที่เมื่อเจอกับเรื่องร้ายๆน้องทรายจะได้ ไม่หวั่นไหวไปกับมัน"

    น้องทรายร้องไห้โฮเพราะนี่เป็นชีวิตพ่อที่เธอรักมากที่สุด คนเดียวที่เธอเหลืออยู่ในชีวิต สุเมธให้ภาดาพาน้องทราย กลับไปก่อน วินต้องพักผ่อนมากๆ น้องทรายอยากเฝ้าแต่สุเมธไม่ให้...ภาดาพาน้องทรายกลับมาที่วัชรเวศม์ อัมพรกับโฉมพิไลออกมาโวยวาย ภาดาบอกว่าเขาไม่ได้บอกจะพาน้องทรายไปส่งไร่ เขาพาเธอไปเยี่ยมวิน อัมพรฉุกคิดขึ้นได้

    "ไอ้วินเหรอ มันใกล้ตายแล้วใช่มั้ย" อัมพรพูดอย่างสะใจ

    "คุณแม่พูดอะไร! เห็นใจน้องทรายบ้างสิครับ"

    "ทำไมต้องเห็นใจ ก็แม่อยากให้พ่อมันตายเร็วๆจะได้ หมดภาระ คุณชายตกลงกับหนูโฉมไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าไอ้วินตายเมื่อไหร่ ทุกอย่างก็เป็นอันล้มเลิก"

    น้องทรายมองหน้าภาดา ยังไม่ทันที่เขาจะตอบ โฉมพิไล ก็พูดโพล่งขึ้น "นั่นน่ะสิคะ คุณชายคงจำได้นะคะว่าโฉมยอมหย่าให้คุณเพราะคุณตกลงว่าจะแต่งงานแค่หนึ่งปี เท่านั้น...หรือคุณชายจะเปลี่ยนใจคะ อย่าลืมนะคะคุณชาย ตอนนั้นคุณชาย ไม่อยากแต่งกับเขาด้วยซ้ำ คุณชายเป็นคนชวนโฉมหนีไปปลูกบ้านเล็กๆที่ชานเมืองเพราะไม่อยากถูกพ่อของเขา บังคับ"

    "จริงเหรอคะคุณชาย" น้องทรายหน้าซีดถามภาดาเสียงสั่น

    ภาดาละอายใจพูดไม่ออก อัมพรรีบใส่ "พ่อแกน่ะแผนสูง เอาแกมายัดเยียดให้พวกฉันเพราะรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย แต่ขอโทษนะ ถ้ามันตายไปเมื่อไหร่ ข้อตกลงก็เป็นอันจบ ฮะ ฮะ ฮะ ทีนี้รู้หรือยังว่าแกน่ะแพ้ แพ้หมดทุกประตู"

    น้องทรายทนฟังต่อไปไม่ไหว เข็นรถตัวเองออกไปหน้าบ้าน ภาดารีบวิ่งตามไป เจอน้องทรายหยุดนิ่งอยู่ เธอหันมาถามเขาว่าทั้งหมดจริงหรือเปล่า ภาดารีบยืนยันว่าเขาไม่เคยรับ ปากว่าจะทอดทิ้งเธอ  แต่พอน้องทรายถามถึงเวลาหนึ่งปีกับเรื่อง ที่ไม่อยากแต่งงานและอยากพาโฉมพิไลหนีไปจริงไหม ภาดาอึ้งตอบไม่ได้ พยายามจะพูดว่าตอนนั้นกับตอนนี้ไม่เหมือนกัน

    "คุณชายคงจะเวทนาน้องทราย นอกจากพิการแล้ว คุณพ่อยังมาป่วยหนัก ถึงต้องกลั้นใจรับน้องทรายมาเป็นภาระ สำหรับคนพิการ ความรู้สึกที่เกลียดที่สุดคือเวทนานี่แหละค่ะ"

    "ฟังพี่ก่อนสิคะน้องทราย"

    "อย่าเลยค่ะ น้องทรายฟังทุกสิ่งทุกอย่างมามากพอแล้วจริงๆ คุณชายกลับขึ้นไปพักผ่อนเถอะค่ะ น้องทรายจะรอน้านาจ" น้องทรายหันหลังให้ภาดา

    ภาดาเสียใจเดินกลับเข้าบ้านมายืนพิงกำแพงเสียใจ เขาจะทำอย่างไรเพื่อไถ่โทษ...น้องทรายเข็นรถตัวเองหลบไปร้องไห้หลังบ้าน พลันได้ยินเสียงคนสะอึกสะอื้นจึงเคลื่อนไปดูใกล้ๆ เห็นแจ่มซบหน้าร้องไห้กับกองกระเป๋าที่โดนปลั่งโยน ออกมา แถมโดนโฉมพิไลกับปลั่งรุมตบจนหน้าตาปูดบวม น้องทรายเห็นแล้วตกใจ
    "ใครทำพี่คะ...ใครทำพี่"

    "ไม่สำคัญหรอกค่ะ พี่แจ่มไม่เจ็บ ตราบใดที่พวกเขาไม่ทำกับน้องทรายของพี่"

    "โธ่ พี่แจ่มของน้องทราย...น้องทรายนี่เองเป็นคนทำให้สีเงินตาย ทำให้พี่แจ่มเจ็บ"

    สองคนกอดกันร้องไห้อยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    วันต่อมา โฉมพิไลดึงภาดามาโรงพยาบาลเพื่อ จะได้ไม่ลืมว่ามีลูกอยู่ในท้องเธอ เผอิญบุญเทิดมาโรงพยาบาลเดียวกันเห็นเข้าก็แปลกใจจึงนั่งแอบมอง... ขณะเดียวกัน อริณแวะไปหาน้องทรายแต่เช้า อำนาจต้อนรับพาเข้าบ้าน ทันใด เอียดวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่า น้องทรายกับแจ่มไม่อยู่แล้ว อริณรีบขึ้นมาดูบนห้อง เห็นเสื้อผ้าหายไปหมดก็รีบโทร.บอกภาดา

    ภาดา ตกใจทิ้งโฉมพิไลกลับไปทันทีเพื่อไปตามหาน้องทราย โฉมพิไลกำลังเข้าห้องตรวจจึงตามภาดาไม่ได้ บุญเทิด เห็นทุกอย่างจึงนั่งรออยากรู้ว่าโฉมพิไลมาตรวจอะไร...โฉมพิไล ถือกระปุกที่ใช้ใส่ปัสสาวะไปเข้าห้องน้ำ  พอเดินออกมาเห็น บุญเทิดก็ตกใจรีบบอกพยาบาลพาเธอออกประตูหลัง บุญเทิดเอะใจที่โฉมพิไลหายไปนานจึงเข้าไปถามพยาบาล

    "คุณโฉมพิไลล่ะ ครับ ยังตรวจไม่เสร็จหรือครับ"

    "เพิ่งกลับไปเดี๋ยวนี้เองค่ะ"

    "อ้าว ทำไมผมไม่เห็น"

    "รถเธอจอดอยู่ด้านหลัง เลยออกประตูหลังค่ะ"

    บุญ เทิดแค้นใจ "ฮึ...คิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือโฉมพิไล..."

    จำต้องมายืนคอตก สารภาพกับวินเรื่องน้องทรายหายไป วินบอกว่าน้องทรายไม่ได้มาหาเขาแต่เข้าใจว่าลูกคงไม่อยากพูดอะไร ให้เวลาน้องทรายหน่อย

    "แต่ผมเป็นห่วงน้องทรายนะครับ"

    "แค่ เป็นห่วงเหรอคุณชาย ความห่วงใยกับความรักมันใกล้กัน แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งเดียวกันนะ ถ้าคุณชายห่วงลูกสาวของอา อาก็จะบอกว่าไม่ต้องห่วง เขาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว"

    ภาดานิ่งคิดสัก พักก่อนจะพูดออกมาว่า "ถ้าผมจะบอกว่า...ผมรักล่ะครับ"

    วินย้อนถามว่า จะทำอย่างไรกับโฉมพิไล คราวนี้ภาดาอึ้ง เพราะนี่คือปัญหาใหญ่...ภาดากลับไป วินโทร.บอกน้องทราย ซึ่งนั่งอยู่บนรถสมิต "คุณชายมาหาหนูจริงๆด้วย แต่พ่อพูดตามที่หนูขอไว้แล้วว่าไม่ให้เขาตามหาหนูอีก"

    "คุณพ่อไม่ โกรธน้องทรายใช่ไหมคะ"  น้องทรายน้ำตารื้น...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:06 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์