นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พอจนมุมไม่รู้จะหลบหลีกทางไหน เฉลิมชัยกับเฉลาช่วยกันแถไปข้างๆคูๆว่าสุนัขมันมีขาเดินมาเอง แมวต่างหากที่ไม่รู้จักอยู่เป็นที่เป็นทาง ทะเล่อทะล่ามาเข้าปากสุนัขเอง แจ่มทนฟังไม่ไหวลุกขึ้นตบเฉลาจนเซถลาไป แล้วหันมาตบปลั่งอีกคนที่เปิดประตูบ้านให้ ทั้งสองโกรธจะรุมแจ่ม แต่อำนาจตวาดให้เกรงใจเจ้าของบ้านบ้าง เฉลากับปลั่งจึงหยุดชะงัก

    ทุกคนมารวมกันในห้องรับแขก ภาดากับโฉมพิไลกลับมาแล้ว น้องทรายยังร้องไห้สะอึกสะอื้น อัมพรนั่งเชิดทำเป็นไม่รับรู้ เฉลากับเฉลิมชัยช่วยกันพูดเป็นเรื่องตลก แค่ สุนัขกัดแมวไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ อำนาจรำคาญ

    "พวกคุณทุกคนรู้อยู่แล้วว่าบ้านผมมีแมว ทำไมถึงไม่ ระมัดระวัง แล้วหลุดเข้าไปถึงหลังบ้านแบบนั้นมันน่าสงสัย หรือว่าจะเป็นขบวนการ" อำนาจมองปลั่งกับอัมพรจนทั้งสองหลบตา

    "เราก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ เฮ้อ ไอ้ครอบครัวเรามันก็ น่าสงสารโดนปรักปรำใส่ร้ายตั้งแต่ลูกชาย ยันหมาก็ยังไม่เว้น" ภีมทำเป็นบ่นน้อยใจ

    โฉมพิไลทำทีเป็นห่วงน้องทราย รีบขอโทษ "พี่ขอโทษแทนหมาของพี่ด้วย แม่กับพ่อเขาหวังดีจะเอามันไปหาหมอ ไม่นึกเลยว่าจะมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น"

    "ไม่นึกหรือว่าตั้งใจกันแน่" แจ่มโพล่งออกมาจนวงแทบแตก

    เฉลาหันมาแว้ดใส่ "เอ๊ะ! นังแจ่ม"

    ภาดาเข้ามาจับมือน้องทรายด้วยความเป็นห่วงให้เธอพาไปดูสีเงิน น้องทรายมองมือภาดาอย่างเย็นชาแล้วแกะมือ เขาออก บอกแจ่มพาเธอกลับห้อง ภาดาว้าวุ่นใจหันไปหาอำนาจถามเรื่องราวเกิดขึ้นได้อย่างไร อัมพรสุดเซ็ง ลุกขึ้นโวย "โฮ้ย พูดมากกันจริง กะอีแค่แมวตายตัวเดียว มันจะอะไรนักหนา หนูโฉมน่ะเพิ่งตกเลือดมา นี่ดีนะเด็กยังอยู่ เราน่ะดูแลหนูโฉมให้ดีรีบพาขึ้นไปพักบนห้องจะดีกว่านะ"

    ภาดาจำต้องพาโฉมพิไลไปทั้งที่ใจอยากไปดูแลน้องทราย... น้องทรายเสียใจมากอยากเอาศพสีเงินกลับไปฝังที่ไร่ แจ่มจึงโทร.เรียกคนรถที่บริษัทของวินมารับ...โฉมพิไลทำเป็นเสียใจเรื่องแมว ชวนภาดาไปหาซื้อแมวมาให้น้องทรายใหม่ ภาดาเตือนว่าเธอเพิ่งตกเลือดน่าจะนอนพักอย่าลืม โฉมพิไลสะอึกที่โดนเหน็บ

    "แหม ก็เวลาอยู่กับคุณ โฉมก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมาเองนี่คะ ทำไมทำเสียงแบบนั้นใส่โฉมล่ะ ถ้าอยากจะมึนชากันแบบนี้ ทีหลังก็อย่าไปรับโฉม เพราะโฉมกับลูกก็ไม่ได้ต้องการคุณอยู่แล้ว"

    ภาดาเหนื่อยใจเดินมายืนตรงหน้าต่าง พลันเห็นน้องทรายกับแจ่มกำลังขึ้นรถที่มารับ จึงรีบบอกโฉมพิไลให้พักแล้วรีบวิ่งลงมา เขาร้องเรียกน้องทรายถามจะไปไหน

    "จะไปไหนก็ไม่เกี่ยวกับคุณ" น้องทรายยังโกรธและเสียใจ

    "นี่น้องทรายโกรธพี่ชายหรือ"

    "เพราะน้องทรายอยู่ที่นี่คุณชายถึงต้องกลับบ้านเร็ว ไม่ได้นั่งเรือทานอาหารทะเลนานๆสมใจ"

    ภาดาตกใจที่น้องทรายรู้ น้องทรายเอ่ยคำลาก่อน เขายิ่งใจหาย "ไม่นะ พี่ไม่ให้น้องทรายไป น้องทรายกำลังโกรธอยู่ ไหนบอกว่าเราจะอดทนไงล่ะ ลงมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน"

    ภาดาจะอุ้มน้องทรายลงจากรถ เธอผลักไสไม่ยอมแล้วสั่งคนรถไล่ภาดาไป คนรถเข้ามาดึงภาดาออกแล้วผลักล้มลงปิดประตูแล้วมานั่งประจำที่คนขับ แจ่มรีบขึ้นรถนั่งข้างคนขับ ภาดาไม่ยอมลุกขึ้นเกาะหน้าต่างวิ่งตามรถ ทำให้คนขับไม่กล้าขับเร็ว แจ่มเป็นห่วงขอร้องให้ภาดาปล่อยมือ แต่เขาไม่ยอม น้องทรายทำใจสั่งคนขับรถอย่าหยุดรถ

    "น้องทราย ถ้าน้องทรายไม่ยอมลงมา พี่จะไม่ยอมปล่อยมือ ตายเป็นตาย" ภาดาพร่ำขอร้องให้น้องทรายให้โอกาสเขาอีกครั้ง

    น้องทรายเริ่มเป็นห่วงความปลอดภัยของภาดา สั่งคนขับ หยุดรถ พอรถหยุดแรงเหวี่ยงทำให้ภาดาล้มลง แจ่มตกใจรีบ ลงมาดู คนขับลงมาเปิดประตูรถให้น้องทราย ภาดาผวาเข้าหา

    "คุณชายอย่างมากก็แค่เจ็บ เดี๋ยวก็หาย แต่สีเงินตายไปแล้ว เพื่อนของน้องทรายไม่มีวันกลับมาแล้ว" น้องทรายเอากล่องไม้ที่ใส่ศพสีเงินมากอด

    ภาดารีบบอกว่าเขาจะสอบสวนเรื่องสีเงินให้ และสารภาพเรื่องที่เขาต้องไปรับโฉมพิไลเพราะเธอตกเลือด แจ่มจึงบอกว่าพวกนั้นแก้แค้นสีเงิน ภาดาไม่เข้าใจ น้องทรายจึงให้ไปถามอำนาจเพราะอยู่ในเหตุการณ์ตลอด ภาดาถาม "น้องทรายโกรธพี่มากเลยใช่ไหมคราวนี้"

    "ไม่มากเท่ากับที่โกรธตัวเอง น้องทรายคิดถึงแต่ตัวเอง อยากเอาชนะ อยากครอบครองคุณชายจนต้องเอาชีวิตที่บริสุทธิ์ มาทิ้ง น้องทรายผิดเอง"

    "โทษตัวเองทำไมกันคะ คนพวกนั้นต่างหากที่มันใจคออำมหิต"

    "น้องทรายเคยคิดว่า ถ้าตัดใจทิ้งพี่ชายไม่ได้ก็อยู่ต่อ อย่างน้อยสักวันหนึ่งจะมีเหตุผลพอที่จะทิ้งพี่ชายไป แล้ววันนี้มันก็มาถึง น้องทรายทนเห็นหน้าคุณชายไม่ได้อีกแล้ว พอกันที"

    น้องทรายเอาสร้อยตุ๊กตาฮีโร่ที่ภาดาให้เมื่อตอนเด็กไว้แทนสัญญาออกมาปาคืนต่อหน้า

    "คำสัญญา ความผูกพันทุกๆอย่างทิ้งมันไปเถอะ เพราะน้องทรายจะทิ้งมันในวันนี้แหละ"

    ภาดาตกตะลึง แจ่มกับคนขับรถกลับขึ้นรถแล้วขับออกไป ปล่อยภาดายืนเศร้าเสียใจ น้องทรายเองก็เสียใจพึมพำออกมาว่า...ลาก่อนความรักครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต...

    ooooooo

    วันใหม่ สมิตมาร่วมฝังศพสีเงินที่ไร่ น้องทรายเสียใจเพราะสีเงินอยู่กับเธอมาร่วมแปดปีตั้งแต่เธอยังไม่ได้ผ่าตัด ฉะนั้น หลังจากผ่าตัดที่เธอต้องนอนพักรักษาตัวร่วมปี มีเพียงสีเงินที่เป็นเพื่อนรับฟังทุกข์สุขของเธอมาตลอด

    อริณตามมาเยี่ยมเยียนน้องทรายที่ไร่ เจอกับสมิตซึ่งโกรธแค้นแทน ยุน้องทรายให้กลับไปล้างแค้น ปล่อยไว้พวกนั้นจะได้ใจ อริณจึงพูดเตือนสติ

    "เหรอครับ เขาทำเรา เราก็เลยทำเขากลับ แล้วเขาจะงอมืองอเท้าให้เราจริงหรือ เขามีแต่จะทำเราแรงขึ้นไปอีก เราก็ล้างแค้นเขาแรงขึ้นอีกเท่าตัว แบบที่เขาเรียกจองเวรจองกรรมไม่จบ"

    "ผมน่ะ โคตรเบื่อเลยนะ ไอ้พวกคนดีนี่น่ะ คนดีที่เอาแต่อดทน คนชั่วก็มีแต่จะเก่งกล้าขึ้น ถ้าเราไม่ทำเขาแล้วใครจะสั่งสอนเขาล่ะ" สมิตบ่น

    "ธรรมชาติไง ธรรมชาติจะลงโทษคนพวกนี้เอง คุณภาดา เขาไม่ได้โง่หรอกนะ ทุกวันนี้คุณภาดาแทบไม่มีใจเหลือให้

    คุณโฉมแล้ว ใครๆก็เห็น"

    สมิตไม่เห็นด้วย ในเมื่อน้องทรายตัดใจจากภาดาแล้ว คนพวกนั้นน่าจะโดนเสียบ้าง อริณแย้ง "ไม่ดีหรอก ออกห่างมาเถิด  เริ่มต้นชีวิตใหม่ดีกว่า  ให้เขารับผลกรรมของเขาเอง ถ้าเรายอมตัดใจ เราก็มีแต่จะเดินหน้า คุณค่าชีวิตของน้องทรายไม่ได้อยู่ตรงนี้ซักหน่อย"

    สมิตโวยว่าน่าเบื่อให้อริณเงียบ ต่างเถียงกันไปมา แจ่ม จึงขอให้ทั้งสองคนหยุด ให้เวลาน้องทรายคิดและชั่งน้ำหนัก ด้วยตัวเอง วินได้ยินเด็กๆสนทนากัน เขาเองก็ไม่ให้อภัยคนพวกนั้น

    ด้วยความเสียใจ ภาดามาถามอำนาจถึงเรื่องที่แจ่มพูดทิ้งท้ายไว้ว่าสีเงินตายเพราะถูกแก้แค้น อำนาจจึงเล่าเรื่องสีเงินทำให้เจอผ้าอนามัยในกระเป๋าของโฉมพิไล...

    วิน กลับมาที่วัชรเวศม์ เขาแกล้งเอาเป็ด ไก่ และวัวมาปล่อยเต็มสนามจนต้นไม้ดอกไม้เสียหายหมด อัมพรออกมา กรี๊ดกร๊าดไล่ โฉมพิไลโวย "นี่ตกลงมาที่นี่คิดจะแก้แค้นให้ลูกสาว แกงั้นเหรอ พวกไม่ยอมรับความจริง"

    "คนที่ไม่ยอมรับความจริงคือคุณต่างหาก แย่งผู้ชายมาด้วยวิธีสกปรกๆ คิดหรือว่าจะเป็นเจ้าของเขาได้"

    "ฉัน เป็นเจ้าของเขามานานแล้ว เป็นมาตลอด มีแต่แกนั่นแหละที่เข้ามาแย่ง"

    "ถ้า ดีจริงรักจริง ไม่มีใครแย่งคุณชายไปจากคุณได้หรอก คุณโฉม น้องทรายไม่ได้ทำอะไรใครทั้งนั้น ที่เข้ามาก็เพื่อให้คุณน่ะเผยธาตุแท้เร็วขึ้นก็เท่านั้นเอง"

    "นายวิน หุบปากเน่าๆแล้วไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้" โฉมพิไล แผดเสียงใส่

    วินหันมา ทางอัมพร "ส่วนคุณหญิง ถามหน่อยเถอะ คนวัยอย่างคุณน่ะ เขามีแต่ลูกหลานห้อมล้อม แล้วทุกวันนี้ล่ะคุณมีใคร น้องชายกับลูกชายที่ไม่เคารพนับถือ พวกเขามีความสุขทุกครั้งที่อยู่ห่างคุณ ชีวิตแบบนี้น่ะคุณชอบนักหรือ"

    "เฮ้ย...คุณรู้ได้ไง ตรงเป๊ะอย่างกับมานั่งกลางใจผมเลยนะนี่" อำนาจตื่นเต้นแปลกใจ

    อัมพร โกรธทุบตีอำนาจแล้วสั่งแผ้วโทร.เรียกตำรวจ วินหัวเราะแล้วบอกว่าเขาไม่กลัว เขาพาเพื่อนๆของสีเงินมา ท่าทางพวกมันจะชอบบ้านนี้ วินเดินกลับออกไปทิ้งสัตว์ทุกตัวไว้ อัมพรตะโกนด่าไล่หลัง...พออยู่กันตามลำพัง โฉมพิไลแค้นใจที่วินพูดไว้ อัมพรปลอบและถามว่าไม่มีน้องทรายอยู่รกตาแล้ว จะทำอย่างไรกับเรื่องท้อง ทำเป็นแท้งภาดาอาจจะซักถาม

    "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณชายไม่ใช่คนหยุมหยิม เขาไม่เคยถามโฉมสักคำ วันก่อนเห็นคุยกับคุณน้านาจตั้งนาน โฉมใจแป้วว่าคุณน้าคงบอกเรื่องนั้นแล้ว แต่คุณชายก็ยังเฉยอยู่"

    อัมพรเข้าใจว่าภาดาเชื่อโฉมพิไลมากกว่า ปลั่งพลั้ง ปากว่าภาดาคงไม่คิดว่าเมียตัวเองจะกล้าโกหกตอแหล โฉมพิไล หันขวับมาจ้อง ปลั่งสะดุ้งรีบตบปากตัวเองที่คิดดังไปหน่อย

    ooooooo

    ใน คืนนั้น ภาดาแอบค้นกระเป๋าโฉมพิไล เธอ เข้ามาเจอตวาดแว้ดด้วยความตกใจ ภาดาทำหน้าซื่อชู มือถือให้ดูว่ากำลังเปลี่ยนแบตฯก้อนใหม่ให้ เพราะเห็น บ่นว่าแบตฯเสื่อม  แล้วบ่นว่าทำไมต้องโกรธทำตัวน่าสงสัย โฉมพิไลจ๋อยรีบขอโทษแล้วออดอ้อนชวนไปอาบน้ำด้วยกัน ภาดาอ้างว่าเอางานกลับมาทำที่บ้าน แล้วขอตัวเดินออกไป

    กลับมาที่ห้อง ภาดาล้วงหยิบซองยาสองสามซองที่ขโมยมาออกมาดู วันรุ่งขึ้นเขาเอาไปถามที่ร้านขายยาว่าเป็นยาสำหรับคนท้องหรือเปล่า เภสัชกรบอกว่าเป็นยาบำรุงทั่วไป คนท้องไม่ทานยาพวกนี้ ต้องทานตัวพิเศษกว่านี้ ภาดานิ่วหน้า... เขามาที่โรงพยาบาลเพื่อขอเช็กตารางนัดของโฉมพิไล แต่ ปรากฏว่าไม่มีชื่อโฉมพิไลในระบบ ภาดากัดฟันกรอดเมื่อรู้ ว่าโดนหลอก

    ภาดา หน้าเครียดกลับมาบ้าน ไม่พูดจากับใครขอตัวเข้าห้องเก็บเสื้อผ้าเพื่อจะไปนอนคอนโดฯ  โฉมพิไลแปลกใจ ภาดาอ้างว่า "งานเยอะ ไม่อยากเสียเวลาขับรถไปมา"

    "งานเยอะหรืออยาก จะแอบไปหานังง่อยกันแน่" โฉมพิไลโวยเพราะหมดความอดทน

    "อย่าดูถูกคน อื่น รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้มีคุณค่ามากเท่าจิตใจหรอกนะ"

    "ทำไม คุณจะว่าอะไร คุณค่าทางจิตใจของโฉมกับของนังนั่นมันต่างกันตรงไหน พูดมาให้ชัดๆนะ" โฉมพิไลเดือด

    อัมพรตกใจเข้ามาห้ามปราม โฉมพิไลไม่หยุดโวยวายท้าภาดาว่าถ้าออกไปจะเห็นดีกัน เธอคว้าแก้วน้ำขึ้นมา ภาดา ตอบโต้แรงกว่าแย่งแก้วมา "เห็นดียังไง แบบนี้ใช่ไหม" ภาดาปาแก้วอัดกำแพงเหมือนที่โฉมพิไลเคยทำ

    อำนาจกับอัมพรตกตะลึง อำนาจถามภาดาเกิดอะไรขึ้น เขาจึงควักซองยาออกมาวางเปรี้ยงลงบนโต๊ะ "ยาบำรุงครรภ์ของคุณเอาไว้หลอกไอ้โง่ที่คุณอ้างว่ารักนักรักหนา ไอ้โง่ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี ไอ้โง่ที่คุณดิ้นรนแย่งมาจากผู้หญิงอีกคนหนึ่ง"

    โฉมพิไลตกใจ อำนาจกลับโล่งอกที่เปิดเผยเสียที ภาดาเอาซองยายัดใส่มือโฉมพิไล และบอกว่าเขาคืนยาให้เพราะเดี๋ยวจะไม่มีอุปกรณ์ไว้เล่นละคร...อัมพรเข้ามา ขวางไม่ให้ภาดาออกไป ภาดาจึงย้อนถามว่า เมื่อก่อนไม่ชอบโฉมพิไล แต่ทำไมกลับร่วมมือกันหลอกเขา

    "นี่แกว่าแม่อยู่นะ หลงนังเมียพิการนั่นมาก อยากหนีไปปรนนิบัติมันก็พูดมาตรงๆ"

    "ไม่ต้อง ห่วง เขาไม่ต้อนรับผมหรอกครับ นี่ครับกุญแจสำรองของคอนโดฯผม ผมเอาไว้ให้คุณน้าดอกนึงเพื่อยืนยันว่าผมอยู่คนเดียว"

    อำนาจรับกุญแจ แล้วถามว่าจะไปอยู่นานไหม ภาดาตอบไม่ได้  ได้แต่บอกว่าเขาทำเพื่อคนอื่นมามากแล้ว  ขอเวลาเป็นส่วนตัวบ้าง โฉมพิไลยังโวยวายว่าจะเชื่อได้อย่างไรว่าไม่ไปอยู่กับน้องทราย ภาดาตอบให้เจ็บใจว่า คนอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ดีต่อกัน ไม่เข้าใจกัน ต่อให้ใส่กุญแจมือไว้ ใจก็ยังโบยบิน ไปหาคนอื่นอยู่วันยังค่ำ  "เพราะฉะนั้นอย่าถามเลย  ตัวผมนะอยู่กับคุณแน่  แต่ใจน่ะ...
    หึ...คุณไม่ อยากฟังคำตอบหรอก"

    โฉมพิไลร้องกรี๊ดจนเป็นลมพับไป ปลั่งเข้าไปประคอง แต่ภาดาไม่สนใจหิ้วกระเป๋าออกไปไม่ไยดี...

    คอนโดฯที่ภาดาอยู่เป็น ที่เดียวกับอริณ  อริณจึงช่วยหาของกินใส่ตู้เย็นไว้ให้  สามสี่วันมานี่โฉมพิไลพยายามโทร. ง้อภาดาให้กลับบ้านแต่ไม่สำเร็จ อริณเห็นแล้วเซ็ง เอาเรื่องมาเล่าให้น้องทรายและสมิตฟังที่ไร่ว่าภาดาใจแข็งมาก สมิตชัก เอะใจว่ามาเล่าทำไมในเมื่อน้องทรายตัดเป็นตัดตายกับภาดา ไปแล้ว แจ่มขัดใจเห็นท่าทางซึมๆของน้องทรายแล้วกังวลใจ

    วันรุ่งขึ้น ภาดาขับรถมาที่ไร่ เขาจอดรถกลางทางนั่งมองคิดถึงอดีตที่ผ่านมา คนงานมาเห็นเข้าใจว่าเป็นขโมยมาดูลู่ทางจึงมารายงานวิน วินคว้าปืนแล้วพาคนงานออกมาจับขโมย แต่พอมาถึงจึงเห็นว่าเป็นภาดา "อ้าว! คุณชาย มาทำลับๆล่อๆอะไรแถวนี้เนี่ย"

    วินพาภาดามานั่งในบ้าน น้องทรายหน้างอรอฟังเหตุผลของเขา ภาดาบอกว่าวันนี้เป็นวันหยุดของเขา เขาไม่รู้ จะทำอะไรดีจึงขับรถมาเรื่อยๆ วินถามทำไมไม่โทรศัพท์มาบ้าง ภาดาบอกว่าเขาโทร.หลายครั้งแต่น้องทรายไม่รับสาย น้องทรายจึงเสียงดังขึ้นบ้าง

    "ทุกครั้งที่เห็นหน้าคุณ น้องทรายคิดถึงแต่เรื่องที่บ้านนั้น คิดถึงแต่ความผิดพลาดในช่วงเวลานั้น มันคือความเจ็บปวดที่น้องทรายยังไม่รู้จะจัดการกับมันยังไง!"

    ทุกคนอึ้งกับความอัดอั้นของน้องทราย...วินพาภาดาออกมาเดินเล่นที่คอกม้า ภาดาท่าทางเสียใจ "ผมเบื่อคำนี้เหลือเกิน แต่ก็ต้องพูด ผมขอโทษครับคุณอา ขอโทษที่ทำให้ น้องทรายไม่มีความสุข ขอโทษที่ทำให้สีเงินตาย"

    วินกับภาดาสบตากัน ทั้งสองเข้าใจกันดี เข้าใจไปถึงอดีตที่เจ็บปวด ครั้งที่ลัดดายังตั้งท้องน้องทรายอยู่ ลูกชายคนโตของวินกับลัดดาเสียชีวิตเพราะได้รับการผ่าตัดไม่ทัน ภูบาลพาภาดามาร่วมงานศพ เขาเสียใจที่เป็นเพราะวินเอาเงินมาช่วยธุรกิจของเขา เลยไม่มีเงินผ่าตัดลูกชาย แต่วินกลับบอกว่าลูกของเขาทำบุญมาแค่นี้ ภูบาลซึ้งน้ำใจวินจึงยกภาดาให้เป็นลูกวินอีกคน

    "นายอยากได้ลูกชายใช่ไหม นี่ภาดา เขาจะดูแลนายแทนลูกชายที่ตายไป ใช่ไหมคุณชาย คุณชายดูแลอาวินได้ ใช่ไหมลูก"

    "ได้ครับ ผมจะดูแลอาวิน ผมจะดูแลอาเองครับ..."

    แต่แล้วภาดาก็ทำไม่ได้ เขาเสียใจ "ผมจำเรื่องนี้ได้ แต่ผมมันเลว ผมลืมสัญญา เป็นลูกผู้ชายเสียเปล่า ผมลืมสัญญาที่ให้ไว้กับอาวินและน้องทราย ชีวิตผมถึงเป็นแบบนี้"

    วินปลอบภาดาว่าเขาไม่ได้ทวงสัญญา เขาแค่อยากบอกทุกอย่างก่อนที่เขาจะไม่อยู่บอก วินชมภาดาว่าทำดีที่สุดแล้ว พลาดก็ลุกขึ้นใหม่แล้วทำให้ดีที่สุดต่อไป ภาดานึกได้เป็นห่วงวินว่าออกจากโรงพยาบาลแบบนี้แล้วเรื่องสุขภาพ วินยืนยันเขายังมีแรง แต่แล้วไม่ทันไรวินก็รู้สึกหน้ามืด ภาดาตกใจรีบพาวินเข้ามานอนพักในบ้านและตามสุเมธมาดูอาการ

    "พ้นขีดอันตรายแล้ว โชคดีจริงๆยังไม่ถึงคราว ไอ้วินเอ๊ย ฉันจะทำยังไงกับแกดีเนี่ย" สุเมธไม่เห็นด้วยกับการที่วินออกจากโรงพยาบาลมาดูแลตัวเอง

    พอน้องทรายได้ยินว่าสุเมธมาก็ตกใจรีบมาที่ห้องวิน เพราะเป็นห่วงว่าไม่สบาย ภาดาแก้ปัญหาด้วยไหวพริบว่าสุเมธมาตรวจร่างกายประจำปีให้วิน วินรีบรับมุก

    "ใช่จ้ะ พ่อไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย พ่อชวนคุณลุงมาสังสรรค์ปิ้งบาร์บีคิวกันเย็นนี้ อยู่ว่างๆเลยให้มันตรวจร่างกายดูหน่อย เพื่อนสนิทเป็นหมอทั้งที ใช่ไหมวะ"

    ภาดารู้ว่าวินฝืนร่างกายอยู่ จึงชวนน้องทรายออกไปหากาแฟดื่ม ปล่อยให้วินอยู่กับสุเมธ แต่น้องทรายอยากอยู่ดูแลวิน ภาดาจึงแกล้งแซวว่าเป็นลูกแหง่ แล้วเดินออกไป น้องทรายโกรธตามออกมาโวย "คุณชายไม่มีสิทธิ์มาว่าน้องทรายนะ"

    "แล้วพี่พูดผิดตรงไหนล่ะ" ภาดายั่วให้น้องทรายลืมเรื่องวินป่วย

    อาการของวินหนักขึ้น เขาซวนเซจนสุเมธต้องประคองให้นอนและรีบวัดความดัน สเุมธเตือนวินจะฝืนปิดบังน้องทรายไปได้อีกนานแค่ไหน วินเองรู้แค่ว่านานที่สุดเท่าที่เขาทำได้

    สองคน ภาดากับน้องทรายยังเถียงกันไม่เลิก สุดท้ายภาดาพูดกับน้องทรายว่า "เวลาที่พ่อแม่แก่เฒ่า สิ่งที่ทุกคนอยากเห็นคือลูกดูแลตัวเองได้ น้องทรายทำได้หรือยังล่ะ เข้มแข็งพอหรือยัง หรือว่าพอเจอปัญหาก็เอาแต่หนีกลับบ้านมาหลบหลังพ่อ"

    "ที่คุณชายมาที่นี่ คุณชายอยากให้น้องทรายกลับวัชรเวศม์งั้นหรือ ให้กลับไปทั้งที่คุณชายมีภรรยาอยู่ที่นั่นทั้งคนหรือคะ"

    "ที่พี่มาที่นี่ พี่ก็ไม่รู้หรอกว่ามาทำไม บางที...หัวใจพี่อยู่ตรงไหน พี่ก็เลยมาอยู่ตรงนั้นล่ะมั้ง" ภาดาจ้องตาน้องทราย จนเธออึ้ง

    ภาดาบอกน้องทราย เขาแค่มาดูว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างและตอนนี้ได้เวลาที่เขาควรกลับ ภาดาจะเดินไป พลันเสียงวินเถียงกับสุเมธดังลั่นออกมา ภาดาเกรงความลับจะแตกจึงเรียกแจ่มให้มาพาน้องทรายไปทานกลางวัน แจ่มรีบวิ่งมาเข็นรถเธอไป ภาดารีบเข้าไปในห้องวิน

    "เอะอะอะไรกันครับ เสียงดังออกไปถึงข้างนอก"

    "ไอ้วิน ไอ้ดื้อด้าน อยากตายนักใช่มั้ย อยากรู้จริงๆถ้าแกตายขึ้นมา ไอ้เงินร้อยล้านน่ะจะมีความหมายอะไร" สุเมธกำลังดันวินให้นั่งบนเตียงด้วยความโมโห

    ภาดางงว่าเกิดเรื่องอะไร วินบอกว่าคนที่บริษัทโทร.มาว่าทางเมืองนอกได้รับออเดอร์ผลไม้ไม่ครบจะปรับ ร้อยกว่าล้าน เขาจะออกไปจัดการแต่สุเมธไม่ให้ไป สุเมธจะให้กลับไปเข้าโรงพยาบาล ภาดาเข้าใจแล้วจึงเสนอว่า "เอางี้ครับ ผมจะอยู่ทำงานแทนให้เอง แค่สองสามวันใช่ไหมครับ งานส่งออกผมทำอยู่แล้วที่บริษัท คงพอจัดการได้"

    วินไม่คิดว่าภาดาจะช่วย เขาจึงยอมกลับไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯต่อ...ภาดากลับมาหาน้องทรายซึ่งนั่งทาน อาหารกลางวันอยู่และบอกว่าวินไปกรุงเทพฯกับสุเมธแล้ว น้องทรายแปลกใจ

    "งานมีปัญหา ออเดอร์ไม่ครบ อาวินต้องไปจัดการที่กรุงเทพฯแล้วให้พี่อยู่ช่วยที่นี่"

    น้องทรายยังงอนจึงถามว่าเขามาเกี่ยวอะไรด้วย ภาดา ตอบกวนๆ "ก็ไม่ได้เกี่ยวเท่าไหร่ แค่เป็น...ลูกเขย...ก็เท่านั้นเอง"

    แจ่มหลุดหัวเราะออกมา น้องทรายหันไปค้อนและเข็นรถจะหนี ภาดายึดไว้บอกว่า "พ่อไม่อยู่ พี่ชายจะเป็นคนดูแลน้องเอง จะมาดื้อกับพี่ไม่ได้ ทานข้าวซะ เรามีอะไรต้องทำอีกมาก รีบทานซะจะได้มีแรง"

    "เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว อยากอยู่ก็อยู่ไปแต่น้องทราย ไม่อยู่" น้องทรายยื้อเข็นรถไป

    ภาดาเดินตามมาอุ้มเธอขึ้นแล้วบอกแจ่มให้ตักข้าวตามไปที่ระเบียง น้องทรายดิ้นให้ปล่อยเธอลง ภาดาจึงแกล้งยื่นตัวออกไปนอกระเบียง "ดื้อนัก ปล่อยลงพื้นไปเลยดีไหม"

    น้องทรายผวากอดภาดาแน่น เขาขำ "ทำปากเก่ง แต่พอถึงเวลามากอดเราซะแน่นเลยนะ"

    น้องทรายนึกได้รีบปล่อย "ใครกอดใคร พูดให้ดีๆนะ"

    ภาดาหมั่นไส้ที่ปากเก่งจึงยื่นตัวน้องทรายออกไปอีกครั้ง เธอร้องกรี๊ดแล้วโผกอดเขา ใบหน้าทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนภาดา เคลิ้มแต่ยั้งใจไว้ได้ เขาพูดด้วยความเจ็บปวด

    "วันที่น้องทรายทิ้งตุ๊กตาของพี่ วันที่น้องทรายบอกเลิกพี่ พี่รู้สึกเหมือนโลกถล่ม พี่เจ็บปวดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"

    "พี่เจ็บปวด แต่น้องทรายมีความสุข สุขที่จะได้ออกมาให้พ้นจากเรื่องบ้าๆพวกนั้น"

    "เลิกเป็นสามีพี่ทำได้ แต่ให้เลิกยุ่งเกี่ยว เลิกเป็นพี่ชาย เลิกดูแลน้องทราย พี่คงทำไม่ได้"

    น้องทรายบ่นว่าภาดาพูดมากให้ปล่อยเธอลงได้แล้ว พอดีแจ่มถือข้าวเข้ามา เขาจึงวางเธอลงบนเก้าอี้และบอกให้ ทานให้หมดแล้วจะพาไปเริ่มทำงาน น้องทรายงง...

    ทานอาหารเสร็จ ภาดาพาน้องทรายมาที่ห้องทำงานของวิน มีพนักงานจากกรุงเทพฯเอาแฟ้มเอกสารมาวางให้บนโต๊ะ และเปิดคอมพิวเตอร์ไว้ให้ ภาดาสั่งให้กลับไปบอกพนักงานทุกคนเปิดมือถือไว้ ขอเวลาเขากับน้องทรายศึกษางานก่อน

    ภาดาบอกน้องทรายให้อ่านงานทั้งหมดแล้วมาช่วยกัน แก้ปัญหา น้องทรายยังงอนจึงงอแงว่าเธอไม่เคยทำงานพวกนี้ ปกติวินทำอยู่แล้ว ภาดาจะมาเกี่ยวอะไร ภาดาจึงเหน็บให้ว่า

    "อายุตั้งเท่าไหร่แล้ว จะทำตัวเป็นเด็กอยู่กับแมวกับม้า ไปตลอดชีวิตได้ยังไง ถ้าคุณพ่อไม่อยู่ น้องทรายต้องเป็นผู้บริหาร ทั้งหมด จะรอให้ถึงวันนั้นค่อยเรียนรู้ บริษัทเจ๊งพอดี"

    น้องทรายโวยหาว่ามาแช่งพ่อของเธอ ภาดาจึงว่าอย่าทำตัวเป็นลูกแหง่ ควรจะพิสูจน์ตัวเองไม่ให้ใครดูถูกว่าพิการน้องทรายโกรธที่โดนเหน็บจึงพาลว่า ตัวเลขเยอะเธอไม่ชอบ ภาดาบังคับว่าไม่ชอบก็ต้องทำ น้องทรายจึงวีน

    "มากไปแล้วนะ จู่ๆก็โผล่มาสั่งให้ทำนั่นทำนี่ ฮึ จะเป็น พี่ชายงั้นหรือ พูดเองเออเอง อยากรู้นักถ้าน้องทรายไม่ให้ความร่วมมือจะหน้าด้านอยู่ได้นานแค่ไหน"

    แจ่มสะดุ้งที่น้องทรายพูดแรง แถมเข็นรถหนีไปหน้าตาเฉย ภาดาปรามแจ่มเขาจะจัดการเอง ภาดาเดินตามน้องทรายซึ่งเข็นรถมาเข้าห้องนอน ได้ที...เขาจึงตามเข้าไป "หนีไปไหน ไม่หนี ดันหนีมาในห้องนอน เฮ้อ..."

    น้องทรายโวยว่าเธอต้องการอยู่คนเดียว ภาดาแกล้งกดล็อกประตู น้องทรายยิ่งตกใจถามจะทำอะไร ภาดาหันมายิ้มกรุ้มกริ่ม "สามีภรรยาอยู่ในห้องนอน เขาก็ล็อกห้องกันทั้งนั้นแหละ มี กขค ก็ไม่สนุกน่ะสิ"

    น้องทรายถอยกรูด ภาดาก้าวตามแถมพูดว่า "ล็อกห้อง ตอนกลางวันแสกๆที่จริงก็น่าเกลียดไปหน่อย แต่ข้าวใหม่ปลามันอย่างคู่เรา คนเขาคงให้อภัย"

    "นี่ อย่ามาพูดแบบนี้นะ"

    "น้องทรายนั่นล่ะ พูดหยาบคายกับพี่ก่อน ตกลงจะทำงานมั้ย ถ้าไม่ทำจะได้ทำอย่างอื่น"

    ภาดาเข้ามาอุ้มน้องทรายไปนั่งตักเขาบนเตียง เธอตัวสั่นผลักไส ภาดาแกล้งบอกให้เรียกเขาว่า...พี่ชาย เรียกให้ เพราะด้วย เธอไม่ทำเขาจึงหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ น้องทราย ตกใจร้องเรียกแจ่มให้ช่วย ภาดาแกล้งหอมแก้มอีก "ถ้าไม่เรียกก็โดนอยู่นี่แหละ ว่าไงจะเรียกไม่เรียก"

    น้องทรายยังเม้มปากทำหน้าโกรธ ภาดาจึงแกล้งจะจูบ น้องทรายยกมือป้องร้องว่าเธอยอมแล้ว และเรียกเขาเสียงแผ่วเบา เท่านั้นภาดาก็คลายอ้อมกอดเธอ สีหน้าเขาเศร้าลง อุ้มเธอกลับไปนั่งที่รถเข็นและพูดเศร้าๆเหมือนข่มใจตัวเองว่า

    "พี่อยากทำงานเพราะไม่อยากมองหน้า ไม่อยากใกล้ชิด ไม่อยากได้กลิ่นน้ำหอม ทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับน้องทรายทำให้พี่ทรมาน ทรมานเพราะรู้ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์" ภาดาเข็นเธอออกไป

    ooooooo

    ในขณะที่โฉมพิไลพยายามติดต่อภาดาแต่ไม่ได้ อำนาจนั่งอ่านหนังสืออยู่ เธอเข้ามาโวยวายขอกุญแจคอนโดฯที่ภาดาให้อำนาจไว้ อำนาจจึงเตือนว่า เมียที่ฉุนเฉียว โมโหโทโส จับผิดผู้ชายตลอดเวลาน่ะไม่น่ารัก ผู้ชายที่ไหนก็ไม่อยากกลับบ้าน เธอกลับยิ่งโวยว่าเพราะผู้ชายทำให้ผู้หญิงเป็นบ้าแบบนี้ เธอแค่เรียกร้องสิทธิ์ของเธอ และหาว่าอำนาจเข้าข้างผู้ชายด้วยกัน

    อำนาจระอาจึงเตือนอีกว่า ผู้หญิงควรยอมรับว่าผู้ชายถูกออกแบบมาให้มีวัยเจริญพันธุ์ได้ตลอดชีวิต ในขณะที่ผู้หญิงหมดในวัย 40 หรือ 50 เท่านั้น โฉมพิไลกราดเกรี้ยวใส่อำนาจจนเขาโกรธโยนกุญแจคอนโดฯให้ไปอย่างเอือมระอา

    โฉมพิไลมาที่คอนโดฯ ไม่พบภาดาก็ยิ่งหงุดหงิด เผอิญอริณแวะมา เธอจึงรู้ว่าภาดาไม่อยู่ แม้แต่อริณยังไม่รู้ว่าไปไหน ก็ยิ่งโกรธอาละวาดปาข้าวของในห้องทิ้ง อริณห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง อริณเอือมระอาจึงผละออกมา ปล่อยให้โฉมพิไลอาละวาดต่อไป...

    ในขณะที่น้องทรายยอมทำงานแปลเอกสารที่มาจากต่างประเทศจนภาดาอึ้ง และเข้ามาช่วยแนะนำโปรแกรมคอมฯให้ใช้อย่างใกล้ชิดจนเธออึดอัด ภาดารู้แกล้งพูดว่า

    "อยากหนีก็ลุกหนีเอาเองสิ"

    "ถ้าฉันลุกหนี คุณช็อกตายแน่" น้องทรายโกรธมองด้วยสายตาท้าทาย

    ภาดาสะดุดหูกับคำพูดของเธอแต่ไม่เอะใจ เขาหันมาชมว่าเธอใช้ภาษาได้เก่งเกินคาด เธอจึงบอกเขาว่า "สี่ปีก่อน น้องทรายไปเรียนต่อที่มิชิแกน"

    "จริงเหรอ! พี่ชายไม่เคยรู้เลย"

    "เพราะพี่ไม่เคยคิดถึงน้องทราย พี่ไม่เคยติดต่อมา จะรู้ได้ยังไงล่ะคะ"

    "ถ้าพี่ติดต่อน้องทราย เราอาจได้เจอกันที่อเมริกา ชีวิตของเราคงไม่ยุ่งเหยิงแบบนี้"

    "ป่ายการที่จะพูดเรื่องพวกนี้ ถึงยังไงคุณชายก็รักและแต่งงานกับคุณโฉมพิไลไปแล้ว"

    ภาดาก้มหน้าเศร้าแล้วนึกอะไรได้ "จริงสิ หลายปีก่อนที่มิชิแกนมีหมอที่รักษาโปลิโอได้เป็นข่าวดังไปทั่วโลก น้องทรายรู้เรื่องนี้มั้ยคะ"

    น้องทรายกลบเกลื่อนพิรุธของตัวเองไม่รู้เรื่อง ภาดาจึงบอกว่าเขาจะหาข้อมูลและจะพาเธอไปรักษา น้องทรายประชดว่าถ้าเธอหายเขาคงดีใจที่ไม่มีเธอเป็นภาระอีก ภาดายิ้มยั่วแถมบอกว่าเขารู้สึกดีจัง น้องทรายโกรธ "คนบ้า...มารู้สึกดีเรื่องอะไรกันคะ"

    "กระแนะกระแหนนั่นนี่โน่น ทำท่าเชิดใส่ โมโหโทโสแบบนี้ก็แปลว่าหึง หึงก็แปลว่ารัก รักก็แปลว่าทำปากดีไปงั้นเอง ตัดใจไม่ขาดร้อก"

    "อี๊...พี่ชายบ้าออกไปนะ" น้องทรายโกรธขว้างปาของใส่จนภาดาต้องหัวเราะเดินหนี...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:43 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์