นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ความจริงออกมาจากปากเฉลิมชัยเอง แจ่มกอดน้องทรายด้วยความดีใจ เฉลิมชัยยังยืนยันกับตำรวจอีกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรน้องทรายเลย วินเค้นให้เล่าเรื่องทั้งหมดออกมา เฉลิมชัยจึงสารภาพว่าเขายอมรับว่าเขาคิดจะทำมิดีมิร้ายน้องทราย แต่เขาดื่มมากไปหน่อยจนผล็อยหลับ

    "มาตื่นอีกทีก็ตอนไอ้สมิตกระชากผมมาต่อยนั่นแหละ โธ่ ผมไม่ได้ชั่วโดยสันดานนะ ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้" เฉลิมชัยเห็นสายตาโกรธของโฉมพิไล แต่เขากลัวติดคุกมากกว่าจึงถลามาคุกเข่าตรงหน้าน้องทราย "จริงๆนะ พี่ไม่ได้ ทำอะไรน้องทรายจริงๆ ทุกอย่างมันเป็นเรื่องโกหก ไม่เชื่อ

    น้องทรายไปตรวจที่โรงพยาบาลก็ได้นะ นะๆเชื่อพี่อย่าให้ ตำรวจเอาตัวพี่ไป"

    "อี๋...ออกไปนะ ไอ้คนโสโครก ไป๊..." แจ่มผลักไสเฉลิมชัยออกห่างน้องทราย

    เฉลิมชัยร้องขอให้น้องทรายปล่อยเขาไป อริณจึงบอกว่า ถึงน้องทรายจะปล่อย แต่ก็ยังมีความผิดอยู่ดี วินยันว่าเขาก็ไม่ยอม คนชั่วต้องได้รับโทษ ตำรวจจึงลากตัวเฉลิมชัยออกไป เฉลารีบบอกโฉมพิไลให้ช่วย โฉมพิไลรำคาญคว้ากระเป๋าตามออกไป อัมพรแค้นใจพูดไม่ออก...

    บนโรงพักเฉลิมชัยร้องลั่นให้โฉมพิไลช่วยและด่าไล่กล้องไม่ให้ถ่าย ภีมกับเฉลาพยายามขอเจรจากับตำรวจ

    ภาดาเดินเข้ามาประกาศ "ผมไม่เจรจาอะไรทั้งนั้นจับเข้าห้องขังไปเลยครับ"

    โฉมพิไลอึ้งมองภาดาอย่างเสียใจ เฉลิมชัยโดนหิ้วปีกเข้าห้องขัง...

    ด้านวัชรเวศม์ แจ่มยกมือไหว้ดีใจที่น้องทรายรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ น้องทรายขอบคุณอริณที่ช่วยเธอไว้ อีกครั้ง อริณตอบว่าเขามีความสุขเวลาเห็นเธอยิ้ม น้องทรายหันมาจับมือวินถาม "คุณพ่อ เมื่อครู่ตอนที่คุณพ่อเข้าใจว่าน้องทรายถูกเอ้อ นายคนนั้นทำร้าย เวลานั้น คุณพ่ออยากให้ น้องทรายอยู่ตรงนี้เพื่อสู้ต่อไปไหมคะ"

    "น้องทรายถามตัวเองสิว่าอยู่ตรงนี้เพราะอะไร" วิน มองลูกอย่างคนผ่านโลกมามากกว่า

    "เพราะพ่อบอกว่าความดีและความอดทนชนะทุกอย่าง แต่น้องทรายนึกไม่ออก ถ้าน้องทรายโดนทำร้ายจริงๆ น้องทรายจะคิดอย่างนี้อยู่ต่อไปไหม"

    "ถ้าน้องทรายโชคร้าย เราจะสู้เพื่อเอาคนผิดไปลงโทษ และเราจะลืมเรื่องเลวร้ายทั้งหมด ใช้ชีวิตปกติ รักษาความดี ต่อไป เพราะความโชคร้ายไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ทำความดีนะลูก"

    "พ่อยังคงเชื่ออยู่ว่า ความดีจะชนะในตอนท้ายเรื่อง งั้นหรือคะ บทสรุปของชีวิตต้องลงท้ายอย่างนั้นทุกครั้ง...จริงหรือคะ"

    "ดูคุณชายสิลูก เริ่มต้นเขารู้สึกกับน้องทรายแค่น้องสาว แต่ตอนนี้เขารักหนูมากกว่าโฉมพิไล  ความจริงข้อนี้ทำให้เขาอึดอัด เขาไม่มีทางเข้าใจว่าเขารักหนูตรงไหน แต่พ่อรู้ว่าตรงไหน"

    แจ่มยื่นหน้าเข้ามาถามว่าตรงไหน อริณตอบแทนเพราะรู้แก่ใจ "พลังความดีความเยือกเย็นดึงดูดคนให้อยู่ใกล้ พลังความอิจฉา ริษยา เห็นแก่ตัว ผลักความรักออกไป"

    วินบอกว่าถูกต้อง โฉมพิไลเอาแต่คิดเรื่องตัวเองจนไม่สนใจความรู้สึกของสามี ฉะนั้นจะเป็นภรรยาที่ดีได้อย่างไร น้องทรายมองวินอย่างรู้ว่าต้องการให้เธอเดินหน้าต่อไป

    ooooooo

    ในโรงพัก โฉมพิไลยังพยายามขอให้ภาดา

    ยกโทษให้เฉลิมชัย แต่ภาดายืนยันต้องรับโทษ โฉมพิไลอ้างความเป็นครอบครัวเดียวกัน ภาดายิ่งโกรธโวย "ครอบครัวเดียวกันเขาทำกันอย่างนี้เหรอโฉม พี่ชายคุณทำตัวไม่ต่างอะไรกับทรชน มอมยาผู้หญิงพาเข้าโรงแรม คนแบบนี้ผมไม่นับว่าเป็นครอบครัวเด็ดขาด"

    พอดีน้องทรายมาที่โรงพัก เธอจึงได้ยินการโต้ตอบ "ถ้าคุณจะมาเกลี้ยกล่อมให้ผมไม่เอาเรื่องก็อย่าเสียเวลาดีกว่า เพราะผมไม่เปลี่ยนใจแน่ พี่ชายคุณต้องได้รับบทเรียน"

    "แม้บทเรียนนั้นจะทำให้โฉมเจ็บปวดไปด้วยเหรอคะ" โฉมพิไลบีบน้ำตา

    "ผมเองก็เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าคุณหรอก เพราะผมเคยใจอ่อนเห็นแก่คุณครั้งนึง แล้วมันก็กลายเป็นความโง่ของผมที่ปล่อยให้พี่ชายคุณมาทำเรื่องเลวๆกับน้องทรายซ้ำอีก"

    โฉมพิไลมองภาดาด้วยแววตาวิงวอน แต่ภาดากลับใจแข็ง และจะเอาผิดเฉลิมชัยอย่างจริงจัง น้องทรายได้ยินแล้วเริ่มรู้สึกดีกับภาดาขึ้นมาอีกครั้ง....โฉมพิไลต้องผิดหวังเสียใจ

    น้องทรายเห็นภาดายืนเครียดอยู่จึงเข็นรถเข้ามาหา ภาดาแปลกใจที่เธอมา น้องทรายบอกว่าตำรวจเรียกเธอมาให้ ปากคำ...พอเสร็จธุระภาดาจะพาเธอกลับ อริณเข้ามารับ น้องทรายเข้าใจสายตาภาดาจึงพูดขึ้นว่าเธอรับปากจะเลี้ยงข้าวขอบคุณอริณ ภาดาฝืนยิ้มบอกให้เธอไป

    แต่แล้วระหว่างทานอาหาร น้องทรายนั่งเหม่อจนอริณ ถามว่ายังกังวลเรื่องที่เกิดขึ้นหรือ น้องทรายบอกว่าเธอจำอะไรไม่ได้ แต่เธอก็สบายใจที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    "ขอบคุณคุณอริณมากนะคะที่พยายามปกป้องเกียรติของน้องทราย"

    "ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวหรอกครับ พวกเราทุกคนต้องการปกป้องคุณน้องทรายทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสมิตหรือว่าภาดาเอง คุณคงเห็นรอยฟกช้ำดำเขียวที่หน้าเฉลิมชัย นั่นแหละฝีมือเขาล่ะ"

    น้องทรายทำหน้างงๆ อริณหัวเราะเหมือนเรื่องขำ "เมื่อคืนภาดาอัดนายเฉลิมชัยซะเละ เกิดมาผมไม่เคยเห็นเขาโกรธใครขนาดนี้เลย ไม่รู้ป่านนี้มือจะหายช้ำหรือยัง"

    น้องทรายเหวอเมื่อรู้ความจริง กลับมาบ้าน น้องทรายเจออัมพรรอวีนว่าเธอหาเรื่องใส่ตัวเอง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีใครบังคับให้เธอออกไปข้างนอก หรือบังคับให้ดื่ม อัมพรว่าเธอชอบยั่วผู้ชาย อำนาจตกใจรีบปรามพี่สาวตัวเอง แต่อัมพรยังพูดกระทบให้เจ็บใจ อำนาจสงสารน้องทรายจึงอุ้มไปส่งข้างบน น้องทรายถามถึงภาดา อำนาจบอกว่า

    "เห็นบ่นว่าปวดหัวตั้งแต่หัวค่ำ แต่กินยาไปแล้ว น้องทรายเป็นห่วงเหรอลูก"

    น้อง ทรายก้มหน้านิ่ง อำนาจว่าภาดาคงหลับไปแล้ว น้องทรายรู้สึกเป็นห่วงภาดาอยากเข้าไปดูแต่ไม่กล้า แจ่มบ่นสงสารภาดาเพราะเมื่อคืนเฝ้าน้องทรายทั้งคืน น้องทรายตาโตเมื่อรู้ว่าที่เธอเห็นเมื่อคืนใช่เขาจริงๆ...

    เช้าวัน รุ่งขึ้น น้องทรายตื่นแต่เช้ามาทำข้าวต้มให้ภาดา แต่สั่งแจ่มว่า "พี่แจ่มไม่ต้องบอกใครนะคะว่าน้องทรายทำ โดยเฉพาะ...คุณชาย"

    เผอิญ ภาดาเดินเข้ามาได้ยิน แจ่มเห็นแกล้งถามน้องทรายว่าทำไม เธอตอบว่ากลัวภาดาไม่กิน แจ่มรับคำเอามือปิดปากกลัวหัวเราะออกมาแล้วย่องออกไปปล่อยภาดาอยู่แทน น้องทรายให้แจ่มส่งผักชีมา ภาดาจึงส่งให้และกุมมือเธอไว้ น้องทรายชะงักหันมอง ภาดาทำท่าสูดกลิ่นหอมแล้วชมว่า แค่ได้กลิ่นเขาก็หายป่วยแล้ว

    ทั้งสองมานั่งที่โต๊ะอาหาร ภาดาเก้กังตักข้าวต้มทาน ไม่ถนัดเพราะมือพันผ้าไว้ น้องทรายจึงช่วยป้อน ภาดามองหน้าน้องทรายตลอดจนเธอขวยเขิน...เสร็จจากทานข้าวต้ม ภาดาเข็นรถน้องทรายมาในสวน ต่างคนต่างเงียบด้วยความเขิน บทจะพูดก็พูดขึ้นพร้อมกัน ภาดาจึงให้น้องทรายพูดก่อน น้องทรายขอบคุณภาดาทุกเรื่องรวมถึงเรื่องเมื่อคืน

    "ไม่ต้องไปจำหรอก ค่ะน้องทราย ปล่อยให้มันเป็นฝันร้ายไปดีกว่านะคะ"

    "น้องทรายเลือกจำ เฉพาะสิ่งดีๆเท่านั้นแหละค่ะ อย่างเรื่องที่คุณชายต้องเจ็บตัวเพราะน้องทราย แล้วก็เรื่องที่คุณชายนอนเฝ้าน้องทรายทั้งคืน" น้องทรายแตะมือภาดาข้างที่เจ็บ

    ภาดายิ้มจับมือเธอมาแนบแก้ม "น้องทรายหายโกรธพี่นะคะ  เรื่องที่พี่เข้าใจผิดว่าน้องทรายดื่มเหล้า พี่รู้ว่าตัวเองอาจจะเข้าใจผิด แต่พี่ก็อดพาลไม่ได้ที่น้องทรายออกไปเที่ยวกับคุณสมิต...พี่ขอโทษนะคะ"

    "น้อง ทรายไม่เคยโกรธหรอกค่ะ อาจจะแค่น้อยใจบ้าง แต่ตอนนี้ก็ลืมมันไปหมดแล้ว"

    ภาดา ยิ้มชื่นรวบตัวน้องทรายมากอด น้องทรายนิ่งปล่อยให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านในใจ

    ooooooo

    พอ ไม่รู้จะช่วยเฉลิมชัยอย่างไร ภีมกับเฉลาก็เซ้าซี้ โฉมพิไลตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากบุญเทิด โดยต้องเอาตัวเข้าแลก เธอต้องจำอยู่กับเขาทั้งคืน

    อัมพรหมั่นไส้ที่ภาดาไม่ยอมหย่ากับน้อง ทราย จึงหาเรื่องไปทุกเรื่องด่าว่าเจ็บๆจนน้องทรายทนไม่ไหวหลบไปร้องไห้สะอึก สะอื้น ภาดาสงสาร เขาเข้าไปอุ้มน้องทรายแล้วสั่งแจ่ม

    "ไปจัดกระเป๋า ให้น้องทรายแล้วก็ของเธอด้วย เราจะไปเที่ยวกัน"

    แจ่มอึ้งไปสักพัก ก่อนจะอุ้มสีเงินวิ่งไป น้องทรายถามภาดาว่าจะไปไหน ภาดาตอบว่า "ที่ไหนก็ได้ค่ะ ที่จะทำให้น้องทรายมีความสุขกว่านี้..."

    ภาดาผูกตา น้องทรายไว้ จนมาแกะออกเมื่ออยู่ชายทะเล "คุณชายพามาที่นี่ทำไมคะ!"

    "หนี จากความวุ่นวายไงคะ เรายังไม่เคยมาพักผ่อนกันตามลำพังจริงๆซักที น้องทรายยังไม่เบื่อทะเลใช่ไหมคะ"

    "ยังค่ะ น้องทรายชอบทะเล"

    "งั้น เราอยู่ที่นี่กันนานๆนะ" ภาดาสบตาน้องทรายอย่างรักและเอ็นดู

    แจ่ม รู้สึกตัวว่าเป็นส่วนเกินจึงแยกไปจัดห้องพัก ปล่อยภาดากับน้อยทรายอยู่กันตามลำพังในบรรยากาศโรแมนติก...

    วันรุ่ง ขึ้น โฉมพิไลกลับมาไม่พบภาดา ถามปลั่งก็ไม่ได้เรื่อง ไม่ทันไร วินส่งเสียงมาพร้อมรถบรรทุกชิงช้าและเครื่องเล่นเด็กมาตั้งบนสนาม อัมพรออกมาโวยใส่ โฉมพิไลฟ้อง

    "คุณแม่ดูสิคะ มันจะทำสนามบ้านเรากลายเป็นสนามเด็กเล่นให้ลูกโฉมกับคุณชาย แส่ไม่เข้าเรื่อง"

    "ฮะฮะฮ่า โอ๊ย ฉันยังไม่ได้พูดซักคำว่าจะทำให้ลูกเธอ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยแม่คู้น ฉันเตรียมไว้รับขวัญหลานฉัน ลูกของน้อยทรายต่างหาก"

    อัมพรตกใจ วินถามว่าไม่รู้หรือ ภาดากับน้องทรายกำลังฮันนีมูนกันอยู่ กลับมาอาจมีลูกติดท้องกลับมา โฉมพิไลกรีดร้องไม่จริง วินหัวเราะเยาะแล้วสั่งคนงานยกของเล่นเด็กไปไว้บนห้อง โดยโกยของที่โฉมพิไลซื้อออกมาทิ้ง โฉมพิไลร้องกรีดๆจนอัมพรเป็นห่วงต้องประคองยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก

    ใน ขณะที่ภาดาแต่งชุดหล่อออกไปหาซื้อดอกไม้ช่อใหญ่ น้องทรายแต่งชุดสวยหยิบเครื่องประดับมาทาบลอง สีเงินนอนกลิ้งอยู่ข้างๆจนสร้อยเกี่ยวปลอกคอ สีเงินสะบัดไม่ออกจึงวิ่งหนีออกทางหน้าต่าง น้องทรายหันมาเห็นสีเงินวิ่งไปทางสวน จึงรีบออกจากห้องวิ่งตามสีเงินจะเอาสร้อยคืน น้องทรายวิ่งไล่จับสีเงินอย่างสนุกสนานเพราะไม่ได้วิ่งเล่นมานาน จนคว้าตัวมาได้และกำลังปลดสร้อยออก พลันได้ยินเสียงภาดาเคาะประตูเรียก ก็ตกใจอุ้มสีเงินวิ่งมาแอบดู เห็นภาดากำลังจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง จึงวิ่งอ้อมไปทางระเบียงหน้าต่างแล้วพูดกับสีเงิน

    "สีเงิน เจ้าต้องช่วยน้องทรายนะ ไปถ่วงเวลาคุณชายไว้ก่อน"

    สีเงินกระโดด เข้าไปในห้อง จังหวะที่ภาดาเปิดประตูเข้ามา มันรีบเข้าไปคลอเคลียอย่างรู้งาน เขาจึงก้มลงเกาคางอย่างเอ็นดู น้องทรายฉวยโอกาสย่องเข้าห้องตรงไปที่รถเข็นเลื่อนตัวเองมาทางระเบียง พยายามปรับเสียงไม่ให้ดูกระหืดกระหอบแล้วเข็นรถออกมาเรียกภาดา

    "น้อง ทราย หายไปไหนมาพี่เรียกแทบแย่"

    "น้องทรายออกไปนั่งเล่นที่สวนน่ะ ค่ะ"

    ภาดาถามหาแจ่ม น้องทรายอ้างว่าแจ่มไปตลาด ภาดา จึงบอกว่าทีหลังอยู่คนเดียวให้บอกเขาจะได้มาอยู่เป็นเพื่อน น้องทรายทำหน้าเสียใจที่ภาดาเห็นเธอเป็นคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ภาดาหน้าเสีย "พี่ไม่ได้คิดอย่างนั้น พี่แค่เป็นห่วง เท่านั้นเอง อย่าโกรธพี่นะคะ"

    น้องทรายมองภาดาแล้วยิ้มชวนเขาไปทานข้าว ภาดา ค่อยยิ้มออกรีบเข็นเธอออกไป

    ooooooo

    พอรู้ว่าภาดากับน้องทราย ไปเที่ยวต่างจังหวัด อริณก็คิดว่าคงจะไปที่ไร่ จึงตามไปหาเพื่อจะบอกเรื่องมีคนประกันตัวเฉลิมชัยออกไปแล้ว ให้น้องทรายระวังตัว แต่กลับเจอสมิตที่ไร่ สมิตท่าทางยียวนไม่บอกว่า สองคนอยู่ที่ไหนจนอริณโมโหเงื้อหมัดอยากจะชก

    "อยากจะเล่นอย่างนี้ใช่ ไหม ได้..." สมิตจัดแจงหานวมมาให้ใส่ชกเป็นเรื่องเป็นราว

    คนงานในไร่ ล้อมวงเชียร์กันเฮๆ สมิตชกอริณจนตั้งตัวไม่ติด "อยากแลกหมัดกับผมไม่ใช่เหรอ เอาสิ ผมหมั่นไส้คุณมานานแล้ว อยากจะต่อยซักที โทษฐานที่คุณเป็นเพื่อนนายภาดา ผมฝากต่อยไปให้มันด้วย" สมิตชกเข้าอีกหมัดแล้วท้า "เอาซี้ ต่อยสิ จะได้วัดกันไปเลยว่าใครเข้มแข็งกว่าใคร ไอ้คนที่อ่อนแอ ก็เลิกยุ่งกับน้องทรายไป คู่แข่งจะได้น้อยลง ต่อยสิ"

    อริณเริ่มตั้ง ตัวติดจึงสวนหมัดใส่สมิต และอัดด้วยท่วงท่าช่ำชองจนสมิตล้มลงไป โดนนับแพ้ อริณยิ้ม "ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกคุณว่าผมเป็นนักมวยของมหา'ลัยมาก่อน แต่พอโตขึ้น ได้เรียนรู้ว่าใช้สมองดีกว่าใช้กำลังเลยเลิกไป"

    สมิตถอด เฮดการ์ดเขวี้ยงกับพื้นอย่างเจ็บใจ "โธ่เว้ย คุณไม่ต้องห่วงหรอก ผมเป็นลูกผู้ชายพอ รักษาสัจจะ คุณชนะ ผมจะหลีกทางให้ จะไม่ยุ่งกับน้องทรายอีก"

    "ไม่จำเป็นหรอก ผมไม่ได้ต้องการจะแข่งกับคุณ แล้วอีกอย่างชัยชนะครั้งนี้มันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อทั้งผมและคุณก็ไม่มีทางชนะคุณภาดาได้อยู่ดี" อริณยื่นมือให้สมิต

    สมิต สบตาอริณรู้ว่าหัวอกเดียวกัน จึงยอมจับมือด้วย ทั้งสองเริ่มเข้าใจกัน และหันมาเป็นเพื่อนเข้าใจกันแต่ต่างก็ยืนยันว่า...ไม่เลิกรักน้องทราย

    ooooooo

    ร้าน อาหารริมหาดบรรยากาศโรแมนติกที่ภาดากับน้องทรายนั่งทานด้วยกัน  ภาดาตักอาหารเอาใจให้ทานนั่นนี่จนน้องทรายเขินว่าเธออิ่มจนจะกลับห้องไม่ไหว ภาดาจึงชวนนอนริมหาดเขาจะนอนเป็นเพื่อน น้องทรายมองมือที่กำลังแกะกุ้งของภาดาแล้วถามว่าหายเจ็บแล้วหรือ

    "ตั้งแต่ได้ทานข้าวต้มฝีมือน้องทราย ร่างกายพี่ก็แข็งแรงขึ้นมาทันที กลับไปสงสัยต้องให้ทำให้ทานบ่อยๆได้ไหมคะ" ภาดาสบตาน้องทรายหวานซึ้งจนเธออายหลบตา...

    สองคนมานั่งริมหาดมองพระจันทร์ที่สุกสกาว  ภาดา

    บอกน้องทรายว่าตอนพระอาทิตย์ขึ้นก็สวยไม่แพ้กัน เขาสัญญาว่าจะพาเธอมาดูพรุ่งนี้ น้องทรายบ่น

    "คุณชายคงเหนื่อยแย่ที่ต้องวิ่งดูแลน้องทราย"

    "พี่ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ น้องทรายก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าพี่มีความสุขที่ได้อยู่กับน้องทราย"

    น้องทรายยิ้มอายๆเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นแล้วได้เห็นปูลมวิ่งหลบลงหลุม จึงอุทานว่าน่ารัก ภาดาจึงหันไปวิ่งไล่จับ โดยอุ้มน้องทรายไปไล่จับด้วย ทั้งสองล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้นทรายอย่างสนุกสนานเหมือนเมื่อตอนเด็กๆ

    พอกลับมาห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย น้องทรายเห็นภาดาเกาตามเนื้อตัวจึงอาสาทายาให้ แต่พอต้องใกล้ชิดกันน้องทรายก็ขวยเขิน "คุณชายจะทาเองไหมคะ"

    "น้องทรายทาให้ดีกว่าค่ะ น้องทรายมือเบา"

    น้องทรายก้มหน้าก้มตาทายาตามตัวภาดาทั้งที่ใจเต้นระส่ำเพราะสายตาภาดาจับจ้องอยู่ตลอด น้องทรายพยายามชวนคุย "ค่อยยังชั่วมั้ยคะคุณชาย"

    "ดีขึ้นมากเลยค่ะ..." ภาดาตอบทั้งที่ยังตกอยู่ในภวังค์ ในที่สุดเขาก็อดใจไม่ไหว ยื่นหน้าไปหอมแก้มน้องทราย

    น้องทรายตกใจมองหน้าภาดา เขาจึงเลื่อนมาจูบเธอ น้องทรายอึ้งสักพักพยายามเบี่ยงหน้าหนีแล้วเรียกเตือนสติเขา ภาดากลับดันตัวเธอลงบนเตียงแล้วจูบเธออย่างดูดดื่ม พลัน... แจ่มโผล่เข้ามาพร้อมกับสีเงิน ทั้งสองชะงักผละออกจากกัน แจ่มเองก็ตกใจรีบเอามือปิดตาสีเงิน ขอโทษแล้วผลุบกลับออกไป เดินเซซังมานั่งที่ห้องกลาง

    "โอ๊ย ตายแล้ว เอ๊ะ! ทำไมเราต้องตกใจด้วย เขาเป็นสามีภรรยากันนี่นา" แจ่มหัวเราะคิก

    ภาดากับน้องทรายออกมา ต่างเขินๆกับสายตาของแจ่ม น้องทรายทำเป็นบอกแจ่มไปจัดที่นอนให้สีเงิน ภาดาจะกลับห้องแล้ว ภาดาหันมาสบตาน้องทราย "ฝันดีนะคะ พรุ่งนี้พี่จะมารับ"

    น้องทรายยิ้มรับคำ ภาดาก้มลงหอมที่หน้าผากน้องทราย ก่อนจะเดินออกไป น้องทรายอมยิ้ม แจ่มแกล้งยื่นหน้ามามอง น้องทรายยิ่งอายหน้าแดง แจ่มหัวเราะแล้วรีบผลุบหายไป...

    ภาดากลับมาห้อง ล้มตัวลงนอนอย่างเต็มล้นไปด้วยความสุข พลันเสียงมือถือดังขัดจังหวะจากอัมพรที่ร้องไห้สะอื้น "คุณชาย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วลูก ฮือๆหนูโฉม ฮือๆ"

    อริณนอนอยู่ที่ไร่ของสมิต ขวดเบียร์เกลื่อนกลาด ภาดา โทร.ขอให้อริณมาช่วยเขาด่วน...วันรุ่งขึ้น...น้องทรายตื่นแต่เช้า แต่งตัวออกมารอภาดาพาไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แจ่มรีบบอกว่าวันนี้เธอจะไม่ไปด้วย เพราะไม่อยากขัดจังหวะเหมือนเมื่อวาน น้องทรายหน้าแดงอายๆ พลันมีเสียงเคาะประตู แจ่มรี่ไปเปิดประตูรับ "มาแล้วค่าๆแหมใจร้อนจริง...อ้าว! คุณอริณ!"

    "อรุณสวัสดิ์ครับ...ผมมารับหน้าที่พาคุณน้องทรายไปดูพระอาทิตย์ขึ้นครับ"

    น้องทรายกับแจ่มอึ้งถามหาภาดา อริณอึกอักตอบว่ามีธุระด่วน เลยให้เขามาแทน...

    ขณะนั้น ภาดาขับรถมุ่งหน้าไปอย่างร้อนใจ เพราะอัมพรโทร.มาบอกว่า โฉมพิไลน้อยใจหนีไปต่างจังหวัดคนเดียว แต่แล้วโทร.มาบอกว่ากำลังตกเลือด ภาดาตกใจรีบถามว่าอยู่ที่ไหน

    "หนูโฉมไม่ยอมบอกแม่ บอกแต่ว่าคุณชายรู้ดีว่าเธออยู่ที่ไหน คุณชาย...คุณชายอย่าให้หลานแม่เป็นอะไรนะ ไม่งั้นแม่จะไม่ให้อภัยคุณชายเลย ฮือๆๆ" ภาดาพยายามนึกถึงที่ๆ เขารู้ดีแล้วเขาก็มุ่งหน้าไปประจวบฯ...

    ระหว่างที่อริณพาน้องทรายไปจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ท่าทางเธอซึมตลอด เขาพยายามชวนคุยและถ่ายรูปให้เธอสนุกสนานขึ้น แต่ดูท่าจะไม่ค่อยได้ผล แจ่มสงสารแอบเตือน

    "ยิ้มหน่อยสิคะคุณน้องทราย  พี่แจ่มรู้นะคะว่าคุณน้องทรายไม่สนุกแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณอริณนะคะ

    "นั่นสินะคะ ไม่ใช่ความผิดของคุณอริณเลยที่ต้องมาอยู่ตรงนี้" น้องทรายได้สติมองอริณ

    อริณเข้ามาชวนไปเที่ยวอีกหาด  แต่น้องทรายขอกลับบ้าน อริณหน้าเจื่อนแต่ยิ้มกลบเกลื่อนเข้าใจว่าเธอคงร้อนอยากกลับห้องพัก แต่น้องทรายกลับบอกว่า เธอจะกลับกรุงเทพฯ...

    ขณะเดียวกัน โฉมพิไลนั่งจิบน้ำคุยโทรศัพท์กับอัมพรอย่างสบายอารมณ์ในห้องพักโรงแรมริมทะเล "ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณแม่ ละครของคุณแม่ได้ผลดีค่ะ เมื่อกี้แผนกต้อนรับเพิ่งจะโทร.มาบอกโฉมว่าคุณชายมาถามหาโฉมที่เคาน์เตอร์"

    ไม่ทันไรเสียงเคาะประตูดังขึ้น โฉมพิไลรีบวางสาย จัดเสื้อผ้าผมเผ้าให้ยุ่งๆ เสียงภาดาเคาะประตูเรียกอย่างร้อนใจ เห็นเงียบจึงหยิบมือถือออกมาจะกด พลันประตูห้องเปิดออกโฉมพิไลในสภาพทรุดโทรมเรียกภาดาด้วยเสียงเครือน้ำตาไหลแล้วโผกอดเขาร้องไห้

    "คุณไม่เป็นไรใช่ไหม พอคุณแม่โทร.ไปบอกผมก็รีบมาเลย ไปหาหมอกันนะ"

    "โฉมไปหาหมอมาแล้วล่ะค่ะ โชคดีที่คนข้างห้องมาเห็นเข้าก็เลยโทร.ไปแจ้งกับรีสอร์ตจึงช่วยชีวิตโฉมไว้ได้"

    "แล้วหมอปล่อยคุณกลับบ้านมาเลยเหรอ"

    โฉมพิไลหลบตาหาข้อแก้ตัว "ก็...โฉมไม่อยากอยู่ที่โรงพยาบาล อยากกลับมาตายที่นี่"

    ภาดาใจหายรีบปลอบ โฉมพิไลออดอ้อนหาว่าเขาโกรธเกลียดครอบครัวเธอ ไม่รักเธอแล้ว ภาดารีบบอกว่าเรื่องนั้นไม่เกี่ยวกัน โฉมพิไลสะอื้น "แต่คุณชายหนีโฉมมา โฉมรู้สึกเหมือนตัวเองถูกลงโทษ ก็เลยคิดว่าถ้าจะตาย ก็ขอมาตายที่นี่ เพราะเราเคยมาที่นี่ด้วยกัน"

    "คุณอย่าคิดมากแบบนั้นสิโฉม ผมไม่ได้ลงโทษคุณหรือใครทั้งนั้น อย่างที่บอกผมไม่ได้โกรธคุณเลย"

    เข้าทาง โฉมพิไลกอดภาดาขอให้พิสูจน์อยู่กับเธอ ภาดาไม่กล้าปฏิเสธ จำต้องอยู่ด้วยและพาเธอไปหาอะไรทาน...ขณะเดียวกัน น้องทรายให้แจ่มโทร.หาภาดาเพื่อบอกว่าเธอกำลังจะกลับกรุงเทพฯ แต่แจ่มติดต่อไม่ได้ อริณช่วยแก้ตัวให้ว่า ภาดาติดธุระอยู่แล้วเขาจะติดต่อให้เอง อริณเหลือบมองน้องทรายอย่างสงสาร แต่แล้วระหว่างทาง อริณแวะทานอาหาร กลับเจอภาดากับโฉมพิไลเข้าโดยบังเอิญ น้องทรายน้ำตาไหลริน มองโฉมพิไลคลอเคลียภาดาเข้าไปในร้าน

    "นี่ใช่มั้ยคะธุระด่วนที่ว่า ก็คือต้องไปเที่ยวกับคุณโฉม–พิไล คุณอริณรู้เห็นกับเรื่องนี้ใช่ไหมคะ"

    "คือผม....คุณภาดาบอกว่าคุณโฉมหนีมาอยู่ต่างจังหวัดเพราะน้อยใจเขา แล้วเกิดตกเลือดเขาก็เลยเป็นห่วงต้องรีบออกไปตามหาตั้งแต่กลางดึก แล้วให้ผมมาดูแลคุณน้องทรายแทน"

    น้องทรายเห็นท่าทางโฉมพิไลไม่เหมือนคนป่วย อริณ หน้าจ๋อยยอมรับว่าไม่รู้ แจ่มโกรธแทนจะเข้าไปถามแต่อริณ

    ห้ามไว้ น้องทรายเห็นด้วยเธอไม่ต้องการรับรู้อะไรอีก ทั้งสามพากันกลับ น้องทรายขอแวะไปนั่งเล่นริมทะเล ปล่อยน้ำตาไหลรินจนกลายเป็นสะอื้น อริณอยากปลอบแต่ไม่กล้า น้องทรายมองอริณด้วยความซาบซึ้งใจแล้วถามว่าเธอโง่และบ้าใช่ไหม

    "มารักคนที่เขาไม่ได้จริงจังกับน้องทราย คนที่ดีแต่พูดคำหวานยืดยาว แต่ไม่เคยทำได้อย่างที่พูด ในขณะที่คนบางคนมีความจริงใจให้เราโดยไม่มีข้อแม้ เรากลับไม่ยอมเปิดใจให้เขา"

    "คุณน้องทรายไม่ได้บ้าหรอกครับ แต่เป็นคนที่มีชีวิตและเลือดเนื้อของคนจริงๆมากกว่า ใครๆก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น แม้แต่ผมเอง"

    น้องทรายมองอริณเศร้าๆ อริณก็เศร้าไม่แพ้กัน เขาบอกเธออีกว่า ตัดใจจากคนที่รักไม่ได้ เพราะลึกๆแล้วใจคนเราชอบเอาชนะแม้ไม่เห็นโอกาส น้องทรายเข้าใจที่อริณพูดทุกอย่าง

    ooooooo

    นคืนนั้น ภาดาพยายามโทร.หาน้องทราย แต่ เธอกลับปล่อยจนสายหยุด ภาดาจึงรู้ว่าน้องทรายคงโกรธเขา จึงได้แต่ถอนใจอย่างหนักหน่วง

    วันต่อมา ขณะที่ปลั่งกำลังพับผ้าใส่ตะกร้าเพื่อไปเก็บห้องโฉมพิไล มีหมอนใบใหญ่วางปิดบนปากตะกร้าโดยไม่รู้ว่าสีเงินเล่นอยู่ในตะกร้า

    ภาดาโทร.เข้ามาที่บ้านวัชรเวศม์ แจ่มรับสายแต่พอจะพูดก็ได้ยินเสียงโฉมพิไลแทรกเข้ามา "โทร.หาใครคะคุณชาย  เดี๋ยวไม่ทันเรือดูปะการังนะคะ...โฉมซื้อทัวร์ล่องเรือเอาไว้ รีบไปก่อนเถอะนะคะ เดี๋ยวคนอื่นจะรอ" แจ่มได้ยินเสียงตัดสาย ก็งงปนหงุดหงิด

    น้องทรายถามว่าใครโทร.มา แจ่มจึงฟ้องว่าภาดาอยู่กับ โฉมพิไล น้องทรายเจ็บใจแต่ไม่สนใจถามแจ่มว่าสีเงินอยู่ไหน ไม่ทันไร...เสียงปลั่งร้องโวยวาย "อ๊าย...อีแมวบ้า แกเข้ามาได้ ยังไงฮะ..."

    แจ่มเข็นรถน้องทรายมาที่หน้าห้องโฉมพิไล อำนาจเดินมาถึงพอดีเอ็ดปลั่งที่เสียงดัง ปลั่งโวยวายฟ้องว่าสีเงินมาฉี่รดเสื้อผ้าที่เพิ่งซัก ปลั่งไล่ตีสีเงินจนมันวิ่งหนีชนของหล่น ระเนระนาด และพลาดมาตีโดนอำนาจ จึงชะงัก สีเงินโดดขึ้นตักน้องทราย เธอรีบกอดมันไว้ แล้วสายตาเหลือบไปเห็นของที่ตกเกลื่อนกลาด มีห่อผ้าอนามัยตกอยู่ ทุกคนตะลึง

    อำนาจเอาผ้าอนามัยมาวางตรงหน้าอัมพร "คุณพี่รู้เรื่องนี้หรือเปล่า"

    อัมพรเห็นแล้วสะดุ้งเล็กน้อยแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่เห็นน่าตกใจตรงไหน อำนาจจึงบอกว่า เขาจะบอกเรื่องนี้กับภาดา อัมพรหน้าเสียแต่ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรแทน...หลังจากนั้นอัมพรจึงมาแอบโทร.บอกโฉมพิไล เธอโกรธมาก คิดวิธีแก้แค้น โทร. หาเฉลิมชัยและเฉลา...

    ขณะที่น้องทรายกับแจ่มกำลังให้อาหารสีเงิน แผ้วมาบอกว่าอัมพรให้มาตามไปห้องรับแขก พอน้องทรายมาถึงเห็นเฉลิมชัยถือช่อดอกไม้นั่งอยู่ อัมพรบอกว่าเฉลิมชัยมาขอโทษ

    "หวังว่าเธอคงไม่เสียมารยาทถึงกับตะเพิดเขากลับไปหรอกนะ" อัมพรพูดดักคอ

    อัมพรแอบยิ้มแล้วขอตัวไปพักผ่อนแถมเรียกแจ่มตามไปนวดให้ แจ่มย้อนถามว่าปลั่งไปไหน อัมพรโวย "เอ๊ะ นี่ฉันใช้แก กล้าดียังไงมาย้อนถาม ลามปามใหญ่แล้วนะ"

    แจ่มอิดออดไม่อยากทิ้งน้องทรายไว้กับเฉลิมชัย น้องทรายพยักหน้าให้แจ่มไป หารู้ไม่ว่าที่หน้าบ้านปลั่งมาเปิดประตู ให้เฉลากับภีมพาสุนัขอัลเซเชียนตัวใหญ่เข้ามา ขณะที่เฉลิมชัยพยายามพูดขอโทษน้องทรายถึงขนาดลงไปหมอบแทบเท้า...ภีมกับเฉลาดึงสุนัขตัวใหญ่ไปตรงที่สีเงินกำลังกินข้าว พอมันเห็นสีเงินก็กระโจนเข้าใส่ ปลั่งเองยังสยดสยองกับความดุร้ายของมัน เสียงร้องของสีเงินทำให้น้องทรายตกใจผละจากเฉลิมชัย เข็นรถไปตามทางหาสีเงิน

    "สีเงิน อยู่ไหน สีเงิน"

    "จะไปไหนคะ เรายังคุยกันไม่จบเลย" เฉลิมชัยดึงรถเข็นไว้

    น้องทรายร้องให้ปล่อย เฉลิมชัยปล่อยแล้วหัวเราะ

    หึหึ...พึมพำคนเดียวว่า ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดคิดจะไปช่วยแมว

    แจ่มวิ่งมาถึงตรงสีเงินก่อน เห็นเจ้าสุนัขกำลังขย้ำสีเงินก็คว้าไม้ไล่ตี เฉลาบอกภีมไปเอาตัวสุนัขออกมาเพราะเช่าเขามาเดี๋ยวมันบาดเจ็บ ภีมเข้ามาดึงสุนัขออกไป แจ่มผวาเข้าหาสีเงินร้องไห้ น้องทรายมาถึงร้องถาม "พี่แจ่ม พี่แจ่ม สีเงิน สีเงินเป็นไงบ้าง"

    แจ่มหันมาน้ำตานองหน้า "คุณน้องทราย สีเงิน ฮือ... สีเงินนิ่งไปแล้ว เขาไปแล้ว"

    น้องทรายร้องไห้โฮ ทะลึ่งพรวดลงจากรถเข็นลงไปนั่งกับพื้นคลานเข้าไปคว้าสีเงินมากอด "ไม่จริง...สีเงิน สีเงินตื่นสิ ตื่นๆ พี่แจ่ม พี่แจ่มไปตามคนมา เราจะไปโรงพยาบาล เร็วสิ"

    "ฮือ...ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ น้องทรายจับที่หัวใจมันดูสิคะ มันไม่อยู่กับเราแล้ว"

    "เราไม่ใช่หมอ เราไม่รู้หรอก สีเงินเป็นแมววิเศษ เมื่อวานยังช่วยน้องทรายเลย มันต้องรอดนะพี่แจ่ม" น้องทรายกอดสีเงินร้องไห้ไม่ยอมรับความจริง

    แจ่มกอดปลอบน้องทราย อำนาจวิ่งมาถึงตกใจเมื่อเห็นสภาพ ภีมกับเฉลากลัวความผิดรีบเอ็ดสุนัขแล้วจะพามันเดินหนี อำนาจเอ็ดตะโรลั่น เฉลิมชัยรีบบอกว่าพวกเขามาหาโฉมพิไล แต่ถ้าไม่อยู่พวกเขาก็จะกลับ อำนาจตวาด "เดี๋ยว! ผมถามถึงหมา มันหลุดเข้ามาถึงนี่ได้ยังไง"

    ทั้งสามสะดุ้งเมื่อเห็นอำนาจดุ รีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าสุนัขมันอึดอัดโดดลงรถมาวิ่งเล่น...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:16 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์