นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รถที่ภาดาขับแล่นไปตามถนนภายใต้แสงจันทร์ สีหน้าเขามีความสุขที่ได้พาน้องทรายออกมาทานข้าวนอกบ้าน  เขาถามเธออย่างเอาใจว่าอยากทานอะไร น้องทรายยิ้มให้และบอกว่าแค่ได้ออกมาข้างนอกแบบนี้เธอก็รู้สึกอิ่มจนไม่อยาก ทานอะไรแล้ว ภาดายิ้มด้วยความเอ็นดู พลันมือถือดังขึ้นขัดจังหวะ เขารับสายก็ตกใจ "โฉมเป็นอะไรครับ!"

    "ยัยโฉมเอาแต่ขังตัวอยู่ในห้อง ร้องไห้ร้องห่มเรียกเท่าไหร่ก็ไม่เปิด แม่กลัวยัยโฉมจะฆ่าตัวตาย" เฉลาร้องไห้โฮออกมา

    ภาดาจึงรับปากว่าเขาจะไปเดี๋ยวนี้ น้องทรายถามว่าโฉมพิไลไม่สบายหรือ ภาดามองน้องทรายอย่างว้าวุ้นใจ ไม่รู้จะ ตอบอย่างไรดี น้องทรายเห็นท่าทีแล้วเข้าใจเลยตัดสินใจพูดเอง

    "คุณชาย ไปดูคุณโฉมเถอะค่ะ"

    "แต่น้องทราย..."

    "คุณชายรับปากแล้วว่าจะ ไป คุณโฉมคงจะรอ"

    ภาดาพูดไม่ออกรู้สึกผิด...วกมาส่งน้องทรายที่บ้าน ในห้อง แจ่มมองน้องทรายถอดเครื่องประดับนํ้าตาคลอก็สงสารและเจ็บใจแทน "มารยา...ผู้หญิงคนนั้นมันมารยาชัดๆ"

    "คุณโฉมคงไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ พี่แจ่ม"

    "น้อยไปสิ มันจงใจอยู่แล้วล่ะค่ะ คุณน้องทรายคิดเหรอว่านังปลั่งมันจะไม่รีบรายงาน พอรู้ว่าคุณชายกำลังจะพาคุณน้องทรายออกไปเที่ยว ฮึ เจ็บใจนัก...คุณน้องทรายน่าจะตามไปดูให้เห็นกับตาว่าใกล้ตายหรือยัง"

    "พี่ แจ่ม อย่าพูดอย่างนี้สิคะ มันไม่ดี ตราบใดที่เรายังไม่แน่ใจว่าเจตนาของเขาคืออะไรกันแน่ ก็อย่าไปตัดสินเขา ผิดๆเลยค่ะ มันจะเป็นบาปในใจเราเปล่าๆ"

    แจ่มยอมสงบปากสงบคำ แต่ยังบ่นว่าน้องทรายจิตใจประเสริฐแบบนี้ยังมีมารผจญไม่เลิกรา น้องทรายยิ้มเศร้าๆให้กับตัวเอง...

    มาถึงบ้านพุดตาลทอง ภาดารีบไปเคาะเรียกโฉมพิไลหน้าห้อง เฉลายังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ ภาดาตะโกนบอกว่า ถ้าไม่เปิดเขาจะพังประตูเข้าไป ทันใด...โฉมพิไลก็ค่อยๆเปิดประตูออกมาแล้วโผกอดภาดาร้องไห้สะอึกสะอื้น ภาดาประคองเธอมานั่งที่เตียงซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น โฉมพิไลเอาแต่ส่ายหน้ากอดภาดาแน่นขึ้น

    "โฉมไม่พร้อมที่จะเล่าค่ะ แต่คุณชายเชื่อใจโฉมนะคะ ว่าโฉมรักคุณชายคนเดียวเท่านั้น"

    ภาดากอด ปลอบโฉมพิไลอย่างงงๆ...คืนนั้นภาดาจึงค้างกับโฉมพิไลที่บ้านพุดตาลทอง

    วัน รุ่งขึ้น...โฉมพิไลกลับมาวัชรเวศม์ เดินผ่านสวนเห็นน้องทรายปักผ้าอยู่ในสวน มีสีเงินเล่นคลอเคลียอยู่แทบเท้าความโกรธแล่นขึ้นมาจับใจ "เพราะแกคนเดียวนังน้องทราย ถ้าแกไม่เข้ามาในวัชรเวศม์ ชีวิตฉันก็ไม่ต้องลงเอยอย่างน่าอดสู แบบนี้"

    โฉมพิไลเดินยิ้มเข้ามา น้องทรายเห็นท่าทีเตรียมตั้งรับ โฉมพิไลพูดว่าภาดามาส่งเธอแล้วรีบไปทำงาน จึงไม่มีเวลามารายงานตัวด้วย น้องทรายรับทราบ

    "ขอโทษจริงๆที่ทำให้ คุณชายบกพร่องในหน้าที่สามี ฉันอุตส่าห์ชวนเขากลับบ้านนี้ แต่เขายืนยันว่าอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็เลยต้องค้างที่บ้านฉัน" โฉมพิไลพูดพลางยิ้มเย้ย

    "ถ้าการค้างที่โน่นทำให้คุณโฉมสบายดีแล้ว น้องทรายก็ดีใจด้วยค่ะ" น้องทรายจะเลี่ยงหนี

    โฉมพิไลมองตามอย่าง โกรธๆ "อวดดี...อย่าคิดนะว่าแกอยู่เหนือกว่าฉัน เพราะฉันต่างหากที่จะเป็นผู้ชนะ"

    น้องทรายหยุดกึก โฉมพิไลเดินมาดักพูดใส่หน้า "แกจะ นอนกอดทะเบียนสมรสต่อไปก็ได้ แต่ยังไงพอลูกฉันเกิดมา เขาก็จะเป็นทายาทคนเดียวของอภิรักษ์ภูบาล เมื่อถึงตอนนั้น ฉันมั่นใจว่าคุณชายคงไม่ยอมให้ลูกเป็นเด็กบ้านแตกแน่"

    น้อง ทรายเงยหน้ามองโฉมพิไลอย่างคาดไม่ถึง พอดี แจ่มวิ่งเข้ามาบอกว่ามีพัสดุส่งมาถึงแล้วเข็นรถน้องทรายออกไปที่หน้าบ้าน แจ่มเซ็นรับพอเห็นว่าคนส่งมาคือภาดาก็ดีใจ ร้องบอก "อุ๊ย นี่มันรูปที่คุณน้องทรายไปวาดกับคุณชายเมื่อวันก่อนนี่คะ น่ารักจัง ใส่กรอบซะสวยเชียว"

    โฉมพิไลกับปลั่งยืนมองอย่างหมั่นไส้...พอเห็น แจ่มถือกรอบรูปจะเอาไปเก็บบนห้อง ปลั่งก็แกล้งขัดขาให้แจ่มล้มกรอบรูปหล่นกระจกแตก แจ่มโกรธมากหันมาตบกับปลั่ง น้องทรายเข้ามาห้ามหันไปเห็นโฉมพิไลยืนยิ้ม "คุณโฉม ทำไมถึงปล่อยให้คนของคุณทำแบบนี้คะ"

    "เพราะฉันไม่อยากเห็นอี รูปบ้าๆนี่" โฉมพิไลจะดึงรูป ออกจากกรอบมาฉีกทิ้ง

    "อย่านะคุณโฉม เอาคืนมา" น้องทรายตกใจเข้าไปแย่ง

    "ไม่...แกไม่มีสิทธิ์" โฉมพิไลไม่ให้แถมเงื้อมือตบน้องทรายกระเด็น

    พลันสมิตโผล่มา ถลาเข้าผลักโฉมพิไลล้มไปโดนเศษกระจกบาดแขนร้องลั่น น้องทรายพลอยตกใจ โฉมพิไลเห็นเลือดซึม แม้แผลจะเล็กนิดเดียวแต่ก็ร้องโวยวายด่าสมิต และจะ เอาเรื่องแจ้งตำรวจ สมิตหยิบมือถือออกมาบอกว่าเขาจะแจ้งเอง น้องทรายถามโฉมพิไลด้วยความเป็นห่วงว่าเจ็บไหม ปลั่งหมั่นไส้ หยิบเศษกระจกขึ้นมา "ก็ลองโดนเองบ้างไหมล่ะยะ"

    สมิตไวกว่าคว้าเศษ แก้วใหญ่กว่ามาชู "เฮ้ย อย่าเข้ามานะโว้ย ไม่งั้นโดนปาดคอแน่ เอาสิ"

    ปลั่ง ตกใจทิ้งเศษกระจกในมือถอยกรูด โฉมพิไลด่าว่าสมิต "แกนี่มันสันดานโจรชัดๆเลย ออกไปนะไอ้ชายชู้"

    "ฉันไม่ไป เธอจะทำไมยัยเมียน้อย"

    โฉมพิไล กรีดร้องจะถลาไปเอาเรื่องแต่ยั้งไว้เพราะกลัวๆ แล้วทำเป็นเจ็บแผลร้องโอยๆ ปลั่งจึงประคองออกไปทำแผล... แจ่มรีบเอาน้ำอุ่นมาประคบแก้มให้น้องทราย สมิตยังโกรธไม่หาย แจ่มว่าโฉมพิไลแกล้งทำกรอบรูปแตก กรรมมันติดจรวดจึงโดนบาดเอง น้องทรายไม่สบายใจเกรงว่าอัมพรกลับมาจะเกิดเรื่องใหญ่

    "งั้นก็ไม่ ต้องอยู่เผชิญหน้ายัยคุณหญิงนั่น พี่ก็ไม่อยากเจออยู่แล้ว ออกไปข้างนอกกับพี่ดีกว่านะน้องทราย"

    น้องทรายลังเลใจ สมิตบีบมือขอร้องให้ไปดูเขาเล่นคอนเสิร์ตในผับ แจ่มรีบสนับสนุน น้องทรายตัดสินใจไปเพื่อผ่อนคลายด้วย...ปลั่งยุโฉมพิไลให้เอาเรื่องน้องทราย กับสมิต แต่โฉมพิไลยิ้มอย่างมีแผนที่เด็ดกว่า

    ooooooo

    คืน นั้น โฉมพิไลใส่ชุดแขนยาวที่ดูผิดปกติ เอาอกเอาใจภาดากับอัมพรจนอัมพรต้องถามว่าจะใส่

    แขนยาวรุ่มร่ามแบบ นั้นทำไม โฉมพิไลทำเป็นไม่มีอะไรแล้วแกล้งร้องโอ๊ยเจ็บจนอัมพรต้องถลกแขนเสื้อดู เห็นผ้าพันแผลเต็มแขนก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น โฉมพิไลอึกอักบอกว่าเธอซุ่มซ่ามเอง แต่ปลั่งรี่เข้ามาบอกว่าเธอรู้ โฉมพิไลห้ามแต่ปลั่งยังพูด

    "คุณน้องทรายน่ะค่ะ คงจะโกรธคุณชายตั้งแต่เมื่อคืน ก็เลยอารมณ์ไม่ดี พอเขาเอากรอบรูปที่คุณชายไปสั่งทำให้มาส่ง เธอก็โยนทิ้งแล้วยังเรียกให้ไอ้สมิตมารับออกไปเที่ยวอีก"

    ภาดาอึ้ง ไม่อยากเชื่อ ปลั่งรีบพูดอีกว่าโฉมพิไลไปห้าม สมิตคิดว่าจะทำร้ายน้องทรายเลยเอาเศษกระจกมาแทงแล้วพาน้องทรายออกไป อัมพรโกรธแทนด่าว่าสมิตยกใหญ่ โฉมพิไลหันมาเอ็ดปลั่ง "...ฉันบอกไม่ให้พูด ปลั่งนี่"

    "ก็ปลั่งทนไม่ได้นี่คะ ทำกันถึงเลือดตกยางออกขนาดนี้มันเกินไป"

    "จะว่ายังไงล่ะคุณชาย แม่น้องทรายแสนดีแสนบอบบางของเธอ เห็นรึยังว่าลับหลังมันร้ายขนาดไหน หรือจะคิดว่าหนูโฉมเชือดเนื้อเถือหนังตัวเอง ฮะ!" อัมพรตวัดสายตามอง...

    ภาดา กลัดกลุ้มเดินเข้ามาในห้องนอนน้องทราย เห็นกรอบรูปวางอยู่บนเตียงจึงหยิบมาดู   แจ่มเข้ามาพอดีเขาจึงถามว่าน้องทรายไปไหน แจ่มตอบว่าไปฟังสมิตร้องเพลง แล้วแจ่มจะเล่าเรื่องกรอบรูปที่แตก แต่ภาดาไม่ยอมฟังกลับบอกว่า "ช่างมันเถอะ..." แล้วเดินออกไป

    อารมณ์ยังคุกรุ่นเพราะคล้อยตามที่ ปลั่งบอก ภาดาพยายามระงับอารมณ์ โฉมพิไลทำเป็นเข้ามาปลอบ "โฉมเห็นใจน้องทรายนะคะ อยู่บ้านเฉยๆแกก็คงเครียด แล้วช่วงหลายวันมาเนี่ยคุณชายก็ต้องดูแลโฉมตลอด โฉมเกรงใจจัง"

    "ผมก็ พยายามดูแลเขาแล้ว แต่น้องทรายต่างหากที่ไม่ยอมรับ เย็นชาใส่ผม ผมก็ยังทนได้ แต่เขาไม่น่าเอาความ ไม่พอใจมาลงกับของขวัญที่ผมอุตส่าห์ทำให้แบบนี้" ภาดาพรั่งพรูความเสียใจออกมาทำให้โฉมพิไลชะงักเล็กน้อยแต่ก็สะใจที่ใส่ไฟได้ สำเร็จ...

    ขณะที่อยู่ในผับ สมิตขึ้นร้องเพลงอย่างสนุกสนาน มองน้องทรายตลอดเวลาอย่างมีความสุข น้องทรายกลับอึดอัดใจมองเวลาที่ผ่านไป พอสมิตลงจากเวทีจึงขอให้พาเธอกลับ เพราะดึกแล้ว สมิตเข็นรถน้องทรายจะออก พอดีแฟนเพลงร้องเรียกเขาจึงหันไปโบกมือ จึงไม่เห็นว่ามีคนเมาเดินมาชนน้องทรายและทำเบียร์หกใส่ น้องทรายรีบเช็ดออกเซ็งๆ

    กลับถึงบ้าน สมิตจะอุ้มน้องทรายขึ้นไปส่งเพราะคิดว่าทุกคนเข้านอนหมดแล้ว ภาดาเดินลงมาขัด "คงไม่จำเป็นหรอกครับ น้องทรายมีสามีคอยทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว"

    สมิตชะงัก น้องทรายหน้าเจื่อนที่ภาดายังไม่นอน ภาดาหันมาขอบใจสมิตและให้กลับไปได้ สมิตแกล้งพูดยั่ว "แล้วเจอกันนะคะ ถ้าน้องทรายเบื่อหรือว่าไม่อยากอยู่บ้านก็โทร.ไปบอกพี่ได้เสมอ พี่จะมารับ"

    ภาดา มองสมิตอย่างเดือดๆอุ้มน้องทรายขึ้นข้างบน

    โดยไม่พูดอะไรด้วย แล้วเขาก็ได้กลิ่นเหล้าจึงเข้าใจว่าเธอดื่ม "กลิ่นเหล้านี่?"

    "เบียร์ ค่ะ...น้องทรายไม่ได้ดื่มค่ะ มีคนเดินมาชนแล้วทำเบียร์หกใส่"

    "มี ด้วยเหรอ คนที่ไปแบบนั้นแล้วไม่ดื่ม"

    "คุณชายหมายความว่ายังไงคะ!"

    "พี่ ไม่ว่าหรอกนะถ้าน้องทรายจะดื่ม แต่ขอให้ระวังตัวด้วยเพราะยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง คนเขาอาจจะมองไม่ดี"

    น้องทรายรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าเสียงสั่น "นี่คุณชาย... ไม่เชื่อน้องทรายเหรอคะ คุณชายคิดว่าน้องทรายเป็นเด็กขี้เหล้าเมายาอย่างนั้นเหรอ"

    "พี่จะไป รู้ได้ยังไง พี่ไม่ได้อยู่ด้วยตลอดเวลานี่...รูปเนี่ย ถ้าไม่ต้องการก็บอกพี่ดีๆสิ จะได้เอาไปทิ้ง" ภาดาถือกรอบรูปเดินออกจากห้อง...น้องทรายน้ำตาร่วงที่ภาดาเข้าใจผิดต่างๆ นานา

    โฉมพิไลกับปลั่งแอบดูภาดาเดินหน้าเครียดถือรูปออกมา สะใจว่าคงโกรธมากแน่...ในห้อง น้องทรายซบหน้าร้องไห้เสียใจอย่างปวดร้าว สีเงินเข้ามาคลอเคลียเหมือนปลอบ ส่วนภาดาเขานั่งมองรูปที่วาดกับน้องทรายอย่างเจ็บปวดเช่นกัน เข้าใจว่าน้องทรายลืมทุกอย่างง่าย

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น ภาดาเตรียมจะออกไปทำงาน เอียดมารายงานว่าแจ่มให้มาบอกว่าวันนี้น้องทรายงดใส่ บาตรเพราะปวดหัวนิดหน่อย ภาดาเป็นห่วงจะกลับขึ้นไปดู โฉมพิไลรีบขัดว่าน้องทรายเรียกร้องความสนใจ เธอจะไปดูแลให้เอง คงยังโกรธภาดาอยู่ ขึ้นไปพูดกันก็คงไม่รู้เรื่อง ภาดาหลงเชื่อจึงฝากโฉมพิไลดูแล

    ขณะที่น้องทรายยังนอนอยู่บนเตียง ดวงตาเธอบอบช้ำเพราะร้องไห้มาทั้งคืน โฉมพิไลเปิดประตูผางเข้ามาพูดเยาะๆ "เป็นอะไรไป ทำไมถึงได้หยุดทำบุญเอาดื้อๆ หรือปลงแล้วว่าสั่งสมบุญยังไง ก็ไม่มีทางผูกใจคุณชายเอาไว้ได้"

    "คุณใส่ความฉันใช่ไหมคะคุณโฉม" น้องทรายมองโฉมพิไลอย่างเจ็บปวด

    โฉมพิไลยักไหล่ "ฉันพูดความจริงทั้งนั้น แกหนีออกไปเที่ยวกับผู้ชาย แกให้ชู้แกมาทำร้ายฉันจนเลือดตกยางออก

    มีตรงไหนไม่จริงบ้าง"

    แจ่ม โมโหแทนต่อว่าโฉมพิไลจนจะโดนโฉมพิไลตบ แจ่มเงื้อมือสู้ ไม่ทันที่โฉมพิไลจะตบแจ่ม สมิตเข้ามาดึงแขนเธอไว้แล้วเหวี่ยงล้มลง "ยังไม่เข็ดหรือ อยากได้แผลอีกใช่ไหม"

    โฉมพิไลร้องกรี๊ดจะด่า สมิตทำท่าถลันเข้าหา โฉมพิไล ตกใจวิ่งหนีร้องกรี๊ดๆออกไป สมิตหันมาถามน้องทราย "เป็นไงบ้าง เห็นแจ่มบอกว่าทะเลาะกับนายภาดาเหรอ"

    ทั้ง สามคนลงมาคุยกันในสวน สมิตถามน้องทรายว่าเขาเป็นต้นเหตุให้ทุกอย่างแย่ลงใช่ไหม น้องทรายพยายามหยุดร้องไห้แล้วบอกเขาว่า "ไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น มันก็ต้องเกิดเรื่องอื่นขึ้นอยู่ดี น้องทรายไม่มีทางหนีปัญหานี้พ้นหรอกค่ะ"

    "แต่ น้องทรายก็ยังยืนยันที่จะอยู่ที่นี่ น้องทรายรักเค้าขนาดนั้นเชียวหรือ"

    น้อง ทรายไม่ตอบแต่ก้มหน้าปล่อยน้ำตาไหล สมิตเห็นแล้วยิ่งเจ็บใจไม่อยากซักอีก เขาจึงชวนเธอไปฟังเขาร้องเพลงที่ผับอีก อย่าทนอมทุกข์อยู่ที่นี่อีกเลย น้องทรายครุ่นคิดแล้วตัดสินใจไปโดยมีแจ่มไปด้วย...พอโฉมพิไลเห็นน้องทรายออก ไปกับสมิตก็เข้าทาง รีบโทร.หาเฉลิมชัย

    "พี่เหลิม ถึงเวลาที่พี่ต้องตอบแทนบุญคุณฉันบ้างแล้วนะ" โฉมพิไลมีงานให้ทำ...

    ใน คืนเดียวกัน ภาดายังไม่อยากกลับบ้าน เขานั่งอ่านงานอยู่ที่บริษัท อริณแทบไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างภาดา อภิรักษ์ภูบาลจะเป็นเด็กมีปัญหาไม่อยากกลับบ้าน ภาดายิ่งหงุดหงิดชวนอริณไปหาอะไรดื่ม อริณยิ่งแปลกใจแต่ก็เป็นห่วงอาการของภาดาจึงตามไปด้วย

    เฉลิมชัยตามมา ที่ผับที่สมิตร้องเพลง เขามองหาเป้าหมายจนเห็นน้องทรายนั่งอยู่กับแจ่ม เขารีบโทร.รายงานโฉมพิไล และเริ่มแผนการร้ายด้วยการจ้างบ๋อยให้เอาเครื่องดื่มไปให้น้องทรายโดยบอกว่า สมิตสั่งมาให้ ขณะนั้นแจ่มขอตัวไปห้องน้ำ สมิตร้องเพลงอยู่บนเวที พอน้องทรายดื่มเครื่องดื่มเข้าไปก็เริ่มมึน ตาพร่า เฉลิมชัยเดินเข้ามา น้องทรายคิดว่าเป็นแจ่มจึงบอกว่าเธอมึนหัว
    เฉลิมชัยเข้าประคอง สักพักน้องทรายก็หมดสติ เฉลิมชัยอุ้มเธอออกไปจากผับทันทีแล้วโทร.บอกโฉมพิไล "ฉันได้ตัวน้องทรายแล้วนะยัยโฉม แต่แกอย่าเพิ่งโทร.หาผัวแกนะ ให้ฉันได้อยู่กันตามลำพังก่อน ฮะฮ่าฮ่า"

    แจ่มกลับมาที่โต๊ะไม่พบน้อง ทรายก็ตกใจ รีบเดินแหวกผู้คนหา ทั้งกลับไปดูในห้องน้ำอีกครั้ง จนต้องมาบอกสมิตในห้องแต่งตัว สมิตตกใจไม่ขึ้นเวทีต่อจะไปตามน้องทราย ทีมงานเรียกไว้เขากลับถอดแจ็กเกตโยนใส่แถมโวย "ไม่ร้องแล้วโว้ย..."

    มา ถึงโรงแรมม่านรูด เฉลิมชัยวางน้องทรายลงบนเตียง ยิ้มย่องอย่างพอใจ เด็กรับรถเอาเบียร์มาวาง เขาควักเงินทิปให้ แล้วดื่มเบียร์เย็นๆย้อมใจ....

    สมิต กับแจ่มวิ่งหาน้องทรายทั่วผับ เจอภาดากับอริณ เดินเข้ามา สมิตเข้าใจว่าภาดามาเอาตัวน้องทรายไปจึงพุ่งเข้ามาชกหน้าภาดา อริณตกใจ "เฮ้ย! อะไรกันเนี่ย เป็นบ้าไปแล้วเหรอคุณ"

    "แกเอาน้องทรายไปไว้ ที่ไหน? มีสิทธิ์อะไร"

    "น้องทราย! คุณจะบ้าหรือไง ผมเพิ่งมา แล้วน้องทรายมาเกี่ยวอะไรด้วย"

    แจ่มจึงบอกเรื่องน้องทรายหายไป คราวนี้ภาดาโกรธกระโจนเข้าชกสมิต "นายมาโทษฉันที่น้องทรายหายไป ทั้งที่มันเป็นความผิดของนายเอง ไอ้ขี้ขลาด"

    บ๋อยช่วยกันห้าม อริณตะโกนห้ามให้หยุดแล้วมา

    ช่วยกันตามหา พอดีผู้จัดการวิ่งเข้ามาบอกว่าได้เบาะแสจากกล้องวงจรปิดแล้ว...ทุกคนหันมา สนใจรีบมาดูภาพในคอมฯ พอเห็นว่าเป็นเฉลิมชัย ภาดาโกรธมาก บ๋อยที่ช่วยเฉลิมชัยถูก

    จับได้ต้องยอมสารภาพว่าได้ยินเฉลิมชัยพูดว่า จะไปม่านรูดใกล้ๆ

    ภาดากับอริณขับรถออกไปอย่างเร็วจี๋ โฉมพิไลกระวนกระวายรอฟังข่าว พอดีภาดาโทร.มาเธอแกล้งต่อว่าที่ยังไม่ กลับบ้าน ภาดาเสียงเครียดทันที "ผมยังกลับไม่ได้ มีเรื่องด่วน พี่ชายคุณลักพาตัวน้องทรายไป"

    โฉมพิไลตกใจที่โดนจับได้ ภาดาบอกว่าเขากำลังไปช่วยน้องทราย โฉมพิไลรีบโทร.หาเฉลิมชัยแต่ไม่มีใครรับสายจึงขว้างมือถือทิ้ง อัมพรเข้ามาพอดีจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น...

    ทุกคนรวมทั้งภาดามาถึง โรงแรมม่านรูด คาดคั้นพนักงาน ให้เปิดห้องที่เฉลิมชัยพาน้องทรายเข้าไป ทุกคนต้องตะลึง เมื่อเห็นเฉลิมชัยในชุดผ้าขนหนูตัวเดียวนอนกอดน้องทราย ซึ่งอยู่ใต้ผ้าห่มในสภาพเสื้อผ้าครบถ้วน และขวดเบียร์ที่เกลื่อนกลาดหลายขวด...สมิตกระโจนไปลากเฉลิมชัยลงมาอัดจนร้อง ลั่น "โอ๊ย! ใครวะ!"

    "ใครเหรอ ดูให้เต็มตาสิว่าใคร" สมิตต่อยอีก

    ภาดาเข้ามารั้งสมิตไว้ ทุกคนงง อริณถามภาดาจะเข้าข้าง คนผิดอีกหรือ  ภาดาไม่สนใจกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขารัวชกเฉลิมชัยเสียเองอย่างไม่ยั้ง

    "ไอ้สารเลว แกนี่มันชาติชั่ว ไอ้เฉลิมชัย"

    แจ่มเข้ามาปลุกน้องทรายแต่เธอนอนนิ่ง ภาดายังตามชกและกระทืบเฉลิมชัยที่กระเสือกกระสนหนี อริณจึงให้แจ่มกับสมิตดูแลน้องทรายเขาต้องไปยั้งภาดาไว้บ้าง เฉลิมชัยวิ่งเซซังออกมาที่ถนนหน้าโรงแรม ภาดาตามมาชก "จะหนีเหรอ เสียแรงที่ฉันเคารพแก แต่จริงๆแล้วแกมันไม่สมควรได้รับการนับถือแม้แต่นิดเดียว ไอ้..."

    "คุณชาย! คุณชายทำพี่โฉมทำไม!" โฉมพิไลกับอัมพรมาถึงพอดี

    ภาดาบอกว่าเฉลิมชัยหลอกพาน้องทรายมาที่นี่ เฉลิมชัย สวนว่าไม่ได้หลอก น้องทรายเต็มใจมา ภาดายิ่งโกรธอัดเฉลิมชัย เข้าไปอีก โฉมพิไลร้องกรี๊ดๆ อัมพรตะลึงที่ภาดาโกรธ พอได้สติก็รีบเข้าไปดูน้องทราย พอเห็นสภาพก็โวยวาย "ต๊ายตาย บัดสี มันนอนอยู่ในนี้จริงด้วย"

    ภาดากับอริณกลับเข้ามาในห้อง   อัมพรกำลังเข้าไปตบหน้าน้องทรายให้ตื่นมาพูดกันให้รู้เรื่องว่า เสียทีเฉลิมชัยหรือยัง สมิตโมโหผลักอัมพรออก "ถอยไปนะยายแก่ ไม่งั้นเจอหมัดผมแน่"

    "แกกล้าดียังไง นี่มันเรื่องของฉันกับลูกสะใภ้แพศยานี่ ฉันต้องพูดกับมันให้รู้เรื่อง" อัมพรคว้าขวดน้ำจะสาดใส่หน้าสมิต

    แต่สมิตไวกว่าแย่งมาแล้วสาดน้ำใส่อัมพร อัมพรร้องลั่นด่าว่าสมิตสถุล  สมิตด่าย้อนกลับอย่างไม่เกรงใจ  ภาดากับอริณเข้ามาขวางดึงอัมพรไว้  แล้วบอกสมิตให้พาน้องทราย กลับบ้าน สมิตขัดใจแต่ก็เป็นห่วงน้องทรายจึงยอมหยุดแล้วอุ้มเธอออกไปกับแจ่ม

    ooooooo

    กลับถึงวัชรเวศม์  แจ่มเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ น้องทรายแล้วมาบอกสมิตว่าคืนนี้น้องทรายคงไม่ตื่นให้เขากลับไปก่อน...โฉม พิไลพาเฉลิมชัยกลับมาทำแผลที่บ้านพุดตาลทอง  ทั้งภีมและเฉลาบ่นว่าที่ทำงานไม่สำเร็จ แถมยังโดนยำเสียเละ เฉลิมชัยโกรธฟึดฟัด

    "ฮึ้ย...ไอ้คุณชาย ไอ้ภาดา เห็นหงิมๆอย่างนั้นหมัดหนักชะมัด คอยดูนะ ฉันจะแฉให้หมดเลยว่าที่ทำแบบนี้เพราะใครมันยุแยง"

    "พี่เหลิม ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ" โฉมพิไลถอดสร้อยแหวน ต่างหูให้เฉลิมชัยเป็นค่าปิดปาก
    โฉมพิไลวางแผนจะยัดเยียดให้เฉลิมชัยได้เป็นเขยเศรษฐีบ้านนอกอย่างวิน เฉลิมชัยฟังแผนของโฉมพิไลแล้วยิ้มกริ่มด้วยความดีใจ...

    ภาดากลับมาถึงบ้าน  อัมพรบีบบังคับให้หย่ากับน้องทราย เพราะแปดเปื้อนสกปรก อำนาจเตือนให้เอาเรื่องเฉลิมชัยจะดีกว่า อัมพรแหวใส่ "หนูโฉมที่แกว่าร้าย ยังไม่เคยออกไปฟังเพลง เฝ้านักร้องอย่างยัยน้องทราย ตาสว่างเสียทีเถอะคุณชาย นังง่อยมันหว่านเสน่ห์อ่อยผู้ชายไปทั่ว ไก่มันแท่ดๆไปถึงเขียงให้เขาเชือด พอเขาเชือดจริงๆจะว่าแต่คนเชือดมันก็ไม่ถูก"

    "เออ พูดขาวเป็นดำ พูดดำเป็นขาวเก่งจริงโว้ย...จูนๆอย่าให้เขาล้างสมองเราได้ จูนๆ" อำนาจเอามือจับขมับตัวเอง พยายามท่อง

    อัมพรโวยวายไม่ยอมรับน้องทรายเป็นสะใภ้อีก ภาดา เครียด...เขาเข้ามาหาน้องทรายในห้อง แจ่มบอกว่ายังไม่ฟื้น ภาดาจึงอาสาเฝ้าต่อให้แจ่มไปพัก ภาดาจ้องมองน้องทราย เอามือลูบแก้มเธออย่างไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือยัง ได้แต่ภาวนาอย่ามีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นอีกเลย

    กลางดึก น้องทรายค่อยปรือตาขึ้นมา เห็นเงาภาดานอนฟุบข้างเตียงและกุมมือเธอไว้ เธอพยายามเพ่งมองแต่แล้วก็หมดสติหลับไปอีก...จนฟ้าสว่าง เธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เห็นแจ่มกำลังรูดม่าน สีเงินคลอเคลียอยู่ข้างๆเธอ "น้องทรายเป็นอะไรไปเหรอคะ..."

    แจ่มดีใจที่น้องทรายฟื้นแต่ไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จึงบอกให้ลุกไปล้างหน้าล้างตา น้องทรายถามแจ่มว่าอยู่กับเธอทั้งคืนหรือ แจ่มทำหน้างง "ค่ะ! ทำไมเหรอคะ"

    "ไม่มีอะไรค่ะ..." น้องทรายไม่อยากบอกว่าเธอเหมือนเห็นภาดาเมื่อคืน...

    กลางวัน น้องทรายนั่งเล่นในสวน วินเดินรี่เข้ามาหา โผกอดลูกสาวอย่างเจ็บปวด เขารู้เรื่องจากแจ่ม แต่ไม่อยากพูดอะไรให้สะเทือนใจ อัมพรเดินมากับภาดาและอำนาจ อัมพรยิ้มเยาะ

    "อยู่กันพร้อมหน้าพ่อลูกเลยนะ   สมกับที่วันนี้เป็นวันดีจริงๆ"

    น้องทรายงงว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครอยากพูดเรื่องเมื่อคืน อัมพรบอกให้ทุกคนไปอำเภอเพื่อเป็นพยานให้ภาดาหย่ากับน้องทราย วินกับน้องทรายตกใจ อัมพรพูดเยาะว่า "ก็ต้องอย่างนั้นสิ จะได้หมดเรื่องหมดราว ลูกสาวแกจะได้ไปกับคนที่เขาสมควรต้องรับผิดชอบ"

    "รับผิดชอบอะไรคะ ทำไมคุณพูดจาแปลกๆ เกิดอะไรขึ้นคะ น้องทรายงงไปหมดแล้ว"

    "นี่แกจำไม่ได้จริงๆเหรอว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน อ้อ จริงสิ ก็หลับอยู่ตลอดเวลานี่นะ"

    แจ่มขอร้องให้อัมพรหยุดพูด น้องทรายยิ่งอยากรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับเธอ อัมพรพูดใส่หน้าน้องทรายหมดเปลือก น้องทรายช็อก วินน้ำตารื้นต่อว่าอัมพรที่ทำร้ายจิตใจลูกเขา น้องทรายร้องไห้โฮเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกข่มขืน ภาดาเข้ามากอด น้องทรายปัดออกแล้วเข็นรถตัวเองหนีออกมาหน้าบ้านอย่างปวดร้าว ทุกคนวิ่งตามมา เธอหยุดรถร้องไห้โฮ

    "พ่ออยากให้น้องทรายอยู่ที่นี่เพื่อเรียนรู้ชีวิต น้องทรายรู้แล้ว โลกของมนุษย์ไม่ต่างจากสัตว์ แก่งแย่งชิงดี ยิ่งสัตว์พิการอ่อนแอ ยากจน ด้อยโอกาส ยิ่งต้องฆ่า ฆ่าให้ตาย"

    ภาดาพยายามเข้ามาปลอบ พลันรถโฉมพิไลแล่นมาจอด เฉลิมชัยและครอบครัวลงมา เข้าไปทักทายทุกคนว่าพวกเขามาทันเวลาพอดี ภาดากระชากคอเสื้อเฉลิมชัยและไล่ให้ออกห่าง

    "คุณไม่มีสิทธิ์สั่งผม เพราะตอนนี้ผมมีสิทธิ์เท่าๆกับคุณ ในฐานะสามีของน้องทราย"

    โฉมพิไลเข้ามาดึงภาดาให้ปล่อย เฉลิมชัยหันมาไหว้ วินในฐานะพ่อตา วินโมโหซัดเปรี้ยง "ไอ้ชาติชั่ว!"

    เฉลากับภีมตกใจรีบเข้ามาพูดทาบทามน้องทรายให้ เฉลิมชัยเพราะไหนๆก็แอบไปมีอะไรกัน ทุกคนตกตะลึงยกเว้นโฉมพิไลที่แอบยิ้มสะใจ เฉลิมชัยรีบไปเอาพานธูปเทียนมาขอขมาวิน

    "กระผมกราบขอขมาคุณพ่อ และขอรับผิดทุกอย่าง ที่ผมทำลงไปทั้งหมดเพราะผมรักน้องทรายจริงๆ"

    น้องทรายร้องไห้โฮ ภาดาเข้ามาปลอบและประกาศว่าเขาไม่หย่า เฉลิมชัยโวยว่าภาดาจะหน้าด้านกกเมียชาวบ้าน ภาดาโมโหจะเล่นงาน อำนาจรั้งไว้อย่าใช้กำลังแก้ปัญหา อัมพรถามขึ้น

    "ไหนคุณชายเคยบอกว่าเป็นผัวเมียกันแต่ในนามกับน้องทรายไงล่ะ ตอนนี้ยังเป็นแค่นั้นอยู่ใช่มั้ย"

    ภาดากับน้องทรายหลบตาเป็นเชิงยอมรับ เฉลิมชัยตีปีก "ตายจริง นี่ผมเป็นผู้ชายคนแรกของน้องทรายหรือนี่ รู้สึกเป็นเกียรติมากเลยครับน้องทราย"

    น้องทรายหันมากอดแจ่มร้องไห้อย่างเจ็บปวดรวดร้าว อัมพรจึงบอกวินให้รับเฉลิมชัยเป็นลูกเขย น้องทรายร้องลั่นไม่ยอมจนคอพับเป็นลมไป ภาดารีบเข้ามาอุ้มน้องทรายไปโฉมพิไลกัดฟันกรอดไม่พอใจ ภาดาอุ้มน้องทรายมานอนบนห้อง เอายาดมมาจ่อจมูกจนเธอเริ่มรู้สึกตัวก็ร้องไห้โฮต่อเรียกหาแจ่มให้เก็บของเธอจะไปจากที่นี่ ภาดาจับมือน้องทรายขอร้องให้ใจเย็น

    "ปล่อยนะ จะใจเย็นต่อไปได้ยังไงคะ น้องทรายเป็นเด็กไม่ดีในสายตาคุณชาย คุณชายเองกำลังจะมีลูก น้องทรายเป็นได้แค่คนพิการ เป็นส่วนเกินของชีวิตคุณชาย น้องทรายเป็นเช่นนั้นมาตลอด" น้องทรายสติแตกแทบจะลุกจากเก้าอี้

    ภาดากดตัวไว้ "นี่หยุดนะ พี่ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ เรื่องภายนอกจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่เราต้องเชื่อมั่นในกันและกัน ไม่งั้นเราจะผ่านเรื่องพวกนี้ไปไม่ได้ พี่ไม่ให้น้องทรายไปไหนทั้งนั้น ฮึ...กดไว้อย่างนี้ ดูสิจะหนีไปได้ยังไง"

    "หนีไป ถ้าหมายถึงการลุกเดินล่ะก็" น้องทรายแค้นใจขยับขาจะลุก

    โชคดีภาดาไม่ทันเห็น แจ่มร้องบอกให้มาดูตรงหน้าต่าง ทั้งสามเห็นอริณมาพร้อมตำรวจสองนายกับกล้องบันทึกภาพพร้อมทีมงาน ภาดามองหน้าน้องทรายแล้วรีบพากันลงไป

    เฉลิมชัยยังคาดคั้นวินจะจัดงานแต่งงานอาทิตย์นี้ อริณ เข้ามาขัด "คงจะยากหน่อย เพราะอาทิตย์นี้คุณไม่ว่างซะแล้วล่ะ"

    ตำรวจเข้ามาใส่กุญแจมือเฉลิมชัย ทุกคนตกตะลึง

    เฉลิมชัยยังกร่างหาว่าเป็นเรื่องตลกของอริณ ครั้งก่อนน้องทรายยังยอมถอนแจ้งความ อริณจึงหยิบซีดีออกมาโชว์

    "นี่คือภาพจากกล้องวงจรปิดที่ผับกับที่หน้าโรงแรมม่านรูด มันจะเป็นพยานได้อย่างดีว่าแกลักพาตัวคุณน้องทรายไปโดยที่เธอไม่รู้สึกตัว คราวนี้ต่อให้น้องทรายไม่เป็นเจ้าทุกข์ พยานบุคคล หลักฐานก็มีมากมาย"

    เฉลิมชัยไม่เชื่อบอกทุกคนว่าอริณขู่ อริณจึงบอกว่าซีดีจะ ว่อนไปตามอินเตอร์เน็ตโดยทีมงานโทรทัศน์ รายการแฉคนชั่ว ยังไงก็โดนสังคมลงโทษ เฉลิมชัยหน้าตื่นกลัวบอกโฉมพิไล ให้ช่วยด้วย อริณให้ตำรวจเอาตัวเฉลิมชัยไป เฉลิมชัยเริ่มใจเสียโวยวายไม่ให้กล้องถ่าย

    "เฮ้ย ปะ...เปล่านะ ฉันไม่ได้ทำจริงๆ คุณตำรวจครับ ถ้าเราไม่ได้ข่มขืนเขา เราก็ไม่ผิดใช่มั้ยครับ ไอ้ทีวีนี่ก็หยุดถ่ายได้แล้ว ฉันไม่ได้ทำอะไรนะโว้ย"

    อริณถามหมายความว่าอะไร เฉลิมชัยรีบพูด "ไม่ได้ทำก็แปลว่า ผมยังไม่ได้มีอะไรกับน้องทรายน่ะสิ ไม่มีอะไรก็แปลว่าไม่เสียหายไม่เสียตัว จะติดคุกได้ยังไง ใช่ไหมครับคุณตำรวจ"

    ทุกคนตะลึงอีกครั้ง โดยเฉพาะน้องทรายกับภาดาที่ เพิ่งเข้ามาได้ยินทั้งหมด...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 09:12 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์