นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    สมิตเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้วินกับสุเมธฟัง สุเมธย้อนถามว่ายังมีคนบ้ากว่าสมิตอีกหรือ สมิตยังเปรยอีกว่าปล่อยให้ภาดาอยู่กับเมียบ้าๆไป เผลอๆจะโดนไล่ออก "ผมได้ยินคนที่บริษัทนายภาดาพูดกันว่า บอสฝรั่งเจ้านายภาดาไม่ชอบเรื่องชู้สาวแบบนี้ โดยเฉพาะพวกผู้ชายหลายเมีย พรุ่งนี้นายภาดาถูกเรียกไปซักฟอกแน่นอน"

    น้องทรายสีหน้าเป็นห่วงภาดา วินเข้าใจความรู้สึกลูกสาว จึงถามว่า "พ่อไม่บังคับหนูหรอกนะน้องทราย ตัดสินใจมาเถอะ ถ้าหนูจะกลับไร่ก็ให้สมิตไปส่ง เพราะพ่อต้องอยู่ทำธุระที่กรุงเทพฯก่อน แต่ถ้าหนูจะไปวัชรเวศม์ พ่อจะพาไปเอง"

    สมิตทำหน้าเซ็งที่วินยังเข้าข้างภาดา เขาอ้อนวอนน้องทรายให้กลับไปกับเขา น้องทรายตัดสินใจขอโทษสมิตและไปกับวิน แจ่มเองก็ผิดหวัง น้องทรายให้เหตุผลว่า เธอรู้ว่าทุกคนเป็นห่วง แต่เธออยากดูละครให้จบว่าใครจะอดทนกว่ากัน วินยิ้มปลื้มใจที่น้องทรายรู้จักสู้

    วินขับรถมาส่งน้องทรายกับแจ่ม ที่วัชรเวศม์ เห็นรถภาดายังไม่มา น้องทรายหน้าเสียเล็กน้อยแต่ก็ทำเข้มแข็งให้วินเห็น วินเชื่อว่าคนไม่ดีจะพ่ายแพ้ต่อความดีของน้องทรายแน่นอน

    ภาดามาส่ง โฉมพิไลที่บ้าน เธอยังร้องห่มร้องไห้ยื้อยุดไม่ให้เขากลับ ภาดาพยายามเก็บอารมณ์ไม่ตอบโต้แต่ขอตัวกลับอ้างว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่ เช้า โฉมพิไลอาละวาดระเบิดอารมณ์ใส่ภาดายกใหญ่ ว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอต่างหากที่โดนรังแก ภาดาจึงโพล่งออกไปว่าเขาผิดเอง ผิดตั้งแต่ต้น แต่โฉมพิไลไม่น่าทำร้ายน้องทราย โฉมพิไลร้องไห้โฮหาว่าภาดาโกรธเข้าข้างน้อง
    ทราย ภาดาทนไม่ไหวเดินหนีออกมา ปล่อยโฉมพิไลร้องกรี๊ดๆอยู่ในห้อง

    กลับ ถึงวัชรเวศม์   อำนาจเข้ามาถามหลานชายว่าเหนื่อยไหม ภาดาย้อนถามว่ายังไม่นอนอีกหรือ อำนาจตอบยิ้มๆว่า "เกือบจะนอนแล้วล่ะ พอดีลงมารับแขก"

    ภาดาแปลกใจว่าแขกที่ไหนมาดึกดื่น อำนาจบอกให้ขึ้นไปดูเอง นอนอยู่ห้องติดกับภาดา เขาดีใจเพราะรู้ว่าเป็นน้องทราย จึงรีบขึ้นไปเคาะประตูเรียก น้องทรายนิ่งเงียบไม่ยอมให้แจ่มเปิดประตู ภาดารู้ว่าน้องทรายยังโกรธจึงเดินหน้าเศร้ากลับไปห้องตัวเอง...

    ใน คืนนั้น สมิตกลัดกลุ้มนั่งดื่มริมสระน้ำในบ้าน สุเมธยืนมองอยู่ในบ้านอย่างห่วงใย   พลันเห็นสมิตโดดตูมลงไปในสระก็ตกใจ วิ่งออกมาโดดน้ำตามไปกระชากขึ้นมา สมิตโวยวาย

    "พ่อ!ทำอะไรเนี่ย ปล่อยผม"

    "ฉันไม่ปล่อย ถ้าจะตายก็ตายด้วยกัน"

    สมิตงงถามพ่อ คิดว่าเขาฆ่าตัวตายหรือ สุเมธหน้าแตก สมิตบอกว่าเขาแค่อยากระบายอารมณ์เท่านั้น....สุเมธจึงเดินไปหาเครื่องดื่มมา ยื่นให้ "อ้ะ ฉันยอมให้แกกินอีกแก้วจะได้ อุ่นขึ้น"

    พอสมิตดื่ม เข้าไปแทบสำลักเพราะมันเป็นน้ำมะตูม สมิตจึงระบายอารมณ์ออกมา "เฮ้อ...ผมไม่เข้าใจเลยว่านายภาดามันมีอะไรดี น้องทรายถึงได้ตัดมันไม่ขาดซักที"

    "ก็เหมือนกับที่แกตัดน้องทรายไม่ ขาดไงเล่า"

    "เหมือนกันที่ไหนพ่อ ผมกับน้องทรายผูกพันกันมายาวนาน แต่มันทิ้งน้องทรายไปเมืองนอกแล้วยังพาเมีย แต่งกลับมา นี่ถ้าไม่โดนบังคับให้แต่งงานใช้หนี้ป่านนี้ก็ลืมน้องทรายไปแล้ว"

    "แล้ว แกรู้ได้ยังไงว่า ทางจิตใจเขาไม่ได้ผูกพันกัน"... สมิตอึ้ง สุเมธเตือนให้เลิกคิดแทนน้องทรายเสียที เรื่องของสองคนอาจมีอะไรมากกว่าที่เห็น

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น ภาดาถูกมิสซิสโจนส์เรียกไปซักถามและโดนลงโทษให้พักงานหนึ่งอาทิตย์ เพื่อเคลียร์ปัญหา เลือกคนที่ดีที่สุดแล้วปล่อยอีกคนไป เป็นการเปิดโอกาสให้ได้พบสิ่งที่ดีกว่า อริณเห็นด้วยถามภาดาว่าจะปล่อยมือจากใคร ภาดานิ่งครุ่นคิดอย่างหนักใจ

    อำนาจ กลับมาจากพาน้องทรายกับแจ่มไปซื้อหนังสือนอกบ้าน อำนาจแปลกใจที่น้องทรายซื้อแต่หนังสือภาษาอังกฤษ แจ่มเกือบพูดออกไปว่าน้องทรายจบจากต่างประเทศ น้องทรายรีบแก้ตัวว่าวินพาครูฝรั่งมาสอนที่บ้าน พอเข้าบ้านก็เจอโฉมพิไลกับปลั่งกำลังช่วยกันติดรูปบนกำแพง เป็นรูปแต่งงานของเธอ กับภาดา อำนาจแกล้งถามว่าผนังที่บ้านเต็มแล้วหรือ ถึงเอามาติดที่นี่ อัมพร
    เดินเข้ามาประกาศว่า โฉมพิไลจะมาอยู่ที่นี่ ทุกคนอึ้ง อัมพรเรียกอำนาจขึ้นไปบนห้องกับเธอ โฉมพิไลแกล้งใช้แจ่มไปหาน้ำมาให้ พอได้อยู่ตามลำพังกับน้องทราย เธอก็แกล้งเอาอัลบั้มที่ถ่ายคู่กับภาดาตอนอยู่เมืองนอกมาให้น้องทรายดู

    "นี่ เป็นรูปรดน้ำที่วัดไทยในแอลเอ เธอว่าเป็นไงบ้าง" โฉมพิไลโอ้อวดว่าชุดของเธอใช้ช่างฝีมือดีที่สุดตัดเย็บจนฝรั่งชมกันเปาะ

    "คุณ โฉมเอารูปพวกนี้ให้น้องทรายดูทำไมคะ"

    "ก็เอาให้เธอดูชัดๆ ว่าฉันกับคุณชายรักกันมานานแค่ไหน เรามีความทรงจำที่ดีร่วมกันมากมาย ไม่มีทางที่เธอกับคำสัญญาโง่เง่าของพ่อเธอจะทำให้ฉันกับคุณชายสั่นคลอนได้ หรอก"

    "ถ้าคุณโฉมมั่นใจว่าคุณชายคิดแบบนั้นเหมือนกัน ก็อย่าเสียเวลาเอารูปพวกนี้มาอวดน้องทรายเลยค่ะ" น้องทรายหันรถหนี พอดีเห็นแจ่มเดินมาจึงชวนให้พาเธอไป

    แจ่มขึ้นมาหาสีเงินบนห้องไม่พบ ก็แปลกใจว่าออกไปไหนได้อย่างไร รีบมาบอกน้องทรายแล้วช่วยกันตามหา จนมาเจอสีเงินถูกขังในกรงสุนัขเก่าๆ สนิมกรัง ฝุ่นเขรอะ ที่กรงมีกุญแจใส่แน่นหนา น้องทรายกับแจ่มตกใจ แจ่มไปโวยกับแผ้ว "พี่แผ้ว อธิบายมาสิ ใครเอาสีเงินมาขังไว้ที่นี่ นี่มันกรงหมา มีแต่กลิ่นหมา สีเงินได้กลิ่นก็กลัวแย่"

    แผ้วอึกอัก แจ่มเสียงดุดันถามมีกุญแจไหม แผ้วกลัวรีบล้วงกุญแจออกมาให้ น้องทรายอุ้มสีเงินไว้บนตัก โฉมพิไลออกมาโวย "นี่ทำอะไรน่ะ ไขมันออกมาไม่ได้นะ"

    "ฝีมือคุณนี่เอง" น้องทรายเริ่มโกรธบ้าง

    "ฉันแพ้ขนแมว หมอห้ามไม่ให้เลี้ยงไว้ในบ้าน เพราะฉันจะหายใจไม่ออก"

    น้องทรายพยายามคุมอารมณ์พูดดีๆกับโฉมพิไลว่า ปกติเธอก็เลี้ยงสีเงินไว้ในห้องมิดชิด ต่อไปเธอจะดูแลไม่ให้

    สีเงิน ออกมาอีก แต่โฉมพิไลไม่ยอมอ้างว่าอัมพรอนุญาตให้เอาสีเงินไว้นอกบ้าน โฉมพิไลเข้ายื้อสีเงินจากน้องทราย มันตกใจจึงข่วนแขนโฉมพิไล เธอโกรธมากคว้าไม้จะฟาด น้องทรายโน้มตัวบังสีเงินไว้ อัมพรออกมากับอำนาจเพราะเสียงเอะอะไปถึงในบ้าน

    โฉมพิไลรีบฟ้องว่าสี เงินข่วน อำนาจถามว่าแค่นั้นถึงกับจะตีด้วยไม้เลยหรือ โฉมพิไลทิ้งไม้หน้าเจื่อน อัมพรดูรอยข่วนแล้วโวยให้เอาสีเงินเข้ากรง อำนาจพูดเปรย

    "แมวมันอยู่ในที่ของมันมาตั้งนานแล้ว คนต่างหากที่ไม่ยอมอยู่ในที่ของตัวเอง"

    "แต่โฉมเป็นภูมิแพ้จริงๆนะคะ คุณแม่ โฉม...โฉมไม่อยากตาย" โฉมพิไลฮึดฮัด

    "หนูโฉมก็กลับไปอยู่บ้าน ตัวเองสิจ๊ะ จะได้ไม่ตาย" อำนาจพูดหน้าตาเฉย

    อัมพรจึงแหวใส่ อย่ามาเห็นแมวดีกว่าคน อัมพรเข้ายื้อสีเงิน น้องทรายตกใจกลัวจะข่วนเอาอีก ไม่ทันไรอัมพรก็ร้องลั่นเพราะโดนสีเงินข่วนและกระโจนใส่ สีเงินโดดหนีไป โฉมพิไลปรี่เข้าจะตบน้องทราย ภาดากลับมาพอดีกระชากแขน โฉมพิไลไว้ได้ทัน ท่าทีภาดาโกรธมาก...

    ภาดาสั่งแผ้วกับเอียดขนของโฉมพิไลใส่รถ แล้วเขา

    ดึง กึ่งลากโฉมพิไลมาขึ้นรถ "พอได้แล้วโฉม เลิกสร้างปัญหาซักที ผมยอมให้คุณจูงจมูกบงการชีวิตมามากแล้ว ตอนนี้คุณกำลังล้ำเส้นทำให้คนอื่นปั่นป่วนไปด้วย ผมทนไม่ไหวแล้ว"

    "คน อื่นก็คือเด็กคนนั้นใช่ไหม!" โฉมพิไลร้องไห้

    ชี้หน้าน้องทราย "คุณชายไม่เคยพูดกับโฉมแบบนี้ ทำไมคะ ทำไมทุกอย่างมันถึงเปลี่ยนไปตั้งแต่เด็กคนนี้เข้ามา คุณชายลืมเรื่องของเราหมดแล้วหรือ"

    "ผมไม่เคยลืม"

    "แล้วมันเป็นความผิดของใครล่ะ" โฉมพิไลโวยวายน้อยใจ

    "ก็ผมไง! ผมเป็นคนผิดเอง ถ้าคุณจะโกรธจะเกลียดก็มาลงที่ผม อย่าไปโทษน้องทราย" ภาดาตวาดกลับจนทุกคนตกใจแบบไม่เคยเห็นมาก่อน

    ภาดารู้สึกตัวเสียงอ่อนลง ขอร้องให้โฉมพิไลกลับบ้าน อัมพรห้ามแต่ภาดาไม่สนใจ  อัมพรไม่กล้าพูดมากเพราะตกใจกับท่าทางของลูกชาย ได้แต่หันมาว่าน้องทรายเป็นตัวมาร อำนาจบีบไหล่ปลอบให้กำลังใจและบ่นว่าพี่สาวตัวเอง "ว่าแต่เขาไม่ดูตัวเองเล้ย..."

    ooooooo

    ภาดามาส่งโฉมพิไลที่บ้านพุฒตาลทอง เธอยังร้องไห้โวยวายจนพูดกันไม่รู้เรื่อง ภาดาเองก็หงุดหงิดจึงขอตัวกลับ แล้วจะมาคุยด้วยวันหลัง ปล่อยโฉมพิไลอาละวาดในห้องเสียงดัง...กลับมาวัชรเวศม์ก็ต้องเจออารมณ์อัมพร อีก ภาดาจึงบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของเขากับภรรยา

    "ฟังพูดเข้า ยอมรับออกมาได้เต็มปาก หรือว่าคุณชายแอบไปได้เสียกับมันแล้วฮะคุณชาย"

    "คุณแม่ ให้เกียรติน้องทรายบ้างเถอะครับ"

    "ฉันไม่มีเกียรติจะให้มัน ฉันมีแต่ความเกลียดจะเอาไหม แล้วฉันก็จะเกลียดมันมากขึ้นทุกๆวัน ถ้ามันยังไม่ไสหัวไปจากที่นี่"

    "เพราะอย่างนี้ไง ผมถึงไม่อยากให้โฉมอยู่ที่นี่ แค่ต้องอยู่ร่วมบ้านกับคนที่เกลียดเธอแค่คนเดียวก็เป็นนรกพอแล้วสำหรับน้อง ทราย"...อัมพรตะลึงกับคำพูดภาดา "ต่างคนต่างอยู่ เถอะครับคุณแม่ อย่าให้ปลั่งหรือใครๆไปยุ่งกับน้องทรายอีกเลย ไม่งั้นผมอาจจะทำอะไรที่คุณแม่คิดไม่ถึงก็ได้"

    "คุณชายจะทำอะไร!"

    "คุณแม่รู้ไว้ก็แล้วกันครับว่าน้องทรายคือคนที่ผมเลือก ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ"

    อัมพรยืนโกรธตัวสั่นมองตามหลังภาดาที่เดินไป บนหัวบันได น้องทรายได้ยินทุกคำพูดของภาดา แจ่มรีบเข็นรถน้องทรายหลบกลับเข้าห้อง น้องทรายยังครุ่นคิดถึงคำพูดของภาดา แล้วถามแจ่มว่า คนที่ถูกเลือกหมายถึงอะไร แจ่มยิ้มๆจะไปถามภาดาให้ น้องทรายรีบห้าม แจ่มยิ้มขำท่าทีอายๆของน้องทราย จึงบอกว่าให้ถามพรุ่งนี้เช้า อย่าเก็บคำถามเอาไว้ให้คาใจ

    ooooooo

    ด้วยความแค้นใจ โฉมพิไลอยากแก้แค้นภาดา จึงพาเฉลาออกไปช็อปปิ้ง รูดการ์ดที่ภาดาทำไว้ให้ ซื้อทุกอย่างไม่ว่าเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือแม้แต่ เครื่องเพชร เฉลาตาโตที่โฉมพิไลซื้อของให้ตัวเองด้วย จนมาถึงร้านเสื้อหรูร้านหนึ่ง โฉมพิไลเข้าไปลองเสื้อหลายตัว แล้วบอกว่าเอาหมด ยื่นการ์ดให้ สักพักพนักงานมาบอกว่าวงเงินเต็มแล้วรูดไม่ได้

    "จะเต็มได้ยังไง ก็บัตรนี้ไม่จำกัดวงเงิน" โฉมพิไลโวย

    "คุณภาดาเจ้าของชื่อบัตร แจ้งเปลี่ยนวงเงินได้สักพักแล้วค่ะ"

    "บ้าจริง!" โฉมพิไลสบถ เฉลาพูดให้โกรธมากขึ้นว่ามีเมียใหม่แล้วจำกัดวงเงินเมียเก่า

    พนักงานถามว่ามีเงินสดหรือบัตรใหม่ไหม โฉมพิไล มองหน้าเฉลา ทันใดก็มีบัตรยื่นผ่านหน้ามา "เอาของผมก่อนก็ได้ครับ รับรองว่ารูดปรื๊ดๆแน่"

    เฉลาตาโตพอเห็นว่าเป็นบุญเทิด โฉมพิไลปัดมือบุญเทิดออกและบอกว่าไม่เอา เฉลากระซิบว่าอยากอายเขาหรือที่ลองเสื้อแล้วไม่มีเงินซื้อ บุญเทิดยิ้มๆบอกให้ถือว่าเป็นของขวัญจากเขา โฉมพิไลมองหน้าพนักงานและคนในร้านอย่างอายๆจำต้องยอมรับ...

    ooooooo

    โฉมพิไลนั่งหน้าคว่ำในร้านอาหาร แต่เฉลาเอาอกเอาใจบุญเทิด เรียกพ่อเทพบุตร ลูกรักทุกคำ บุญเทิดสั่งอาหารมามากมาย แถมพูดอย่างไม่เกรงใจว่าทีหลังถ้ามีปัญหาเรื่องเงิน สามีไม่มีจ่ายให้บอกเขาได้ โฉมพิไลโมโหคว้าแก้วน้ำสาดใส่หน้า บุญเทิด โกรธลุกเดินออกจากร้าน เฉลาตกใจกลัวไม่มีคนจ่ายค่าอาหาร รีบตามไปดึงบุญเทิดหน้าร้านขอให้กลับมาทานข้าวก่อน

    "ถ้าคุณแม่จะตามไปจ่ายค่าอาหาร ก็ไม่ต้องห่วงนะครับเพราะผมจ่ายไปให้แล้ว"

    เฉลาแอบโล่งอกแต่ละล่ำละลักบอกว่าเธอมาขอโทษ แทนโฉมพิไล บุญเทิดจึงพูดว่า เขาไม่ใช่ขี้ครอกเหมือนก่อน เขาเป็นเศรษฐีมีหน้ามีตา ไม่ชอบให้ใครแสดงกิริยาดูหมิ่นแบบนี้ เฉลาทรุดลงกอดขาบุญเทิดแทบจะก้มกราบ โฉมพิไลตามออกมาร้องห้ามแม่อย่างตกใจ

    "ไม่...ฉันจะขอโทษพ่อบุญเทิดแทนแกเอง หายโกรธนะลูกนะ แม่กราบอีกทีก็ได้"

    บุญเทิดยิ้มเย้ยที่เฉลาไหว้ปลกๆ "เมื่อก่อนผมไม่มีเงิน พวกคุณถุยน้ำลายใส่ วันนี้มากราบไหว้ผม แล้วคุณล่ะ เมื่อไหร่จะทำแบบแม่คุณบ้าง"

    "ไม่มีวัน"

    "ฮ่ะๆๆ ผมจะรอดู ผัวรวยของคุณมันเริ่มออกลายแล้ว ทั้งหลงเมียใหม่ ทั้งยึดบัตรเครดิต เมื่อเงินจาง รักก็เริ่มจืด อีกหน่อยก็วิ่งหาบุญเทิดแทบไม่ทัน"

    บุญเทิดเชยคางโฉมพิไลหัวเราะ...

    ooooooo

    ในวันเดียวกัน...น้องทรายลงมาจากห้องสายเพราะสีเงินไม่สบาย อำนาจมาอุ้มลงและบอกว่าให้รีบเข้าไปในครัวเพราะมีกุ๊กพิเศษมาทำอาหารให้ น้องทรายแปลกใจ แจ่มก็เข็นน้องทรายมาทิ้งไว้ในครัวแล้วรีบออกไป น้องทรายมองของที่เตรียมบนโต๊ะก็รู้ว่าเป็นแป้งทำพิซซ่า

    "ใช่ น้องทรายเก่งจัง...เห็นแจ่มบอกว่าน้องทรายอยากทานพิซซ่า พี่ก็เลยอาสาทำให้ค่ะ"

    "คุณชายไม่ต้องไปทำงานเหรอคะ!" น้องทรายแปลกใจเมื่อเห็นภาดา

    ภาดาส่ายหน้าเจื่อนๆ  "มิสซิสโจนส์ให้พี่หยุดงานชั่วคราวจ้ะ"

    น้องทรายมองภาดาอย่างสงสาร ภาดารีบเปลี่ยนท่าทีเป็นชวนให้น้องทรายทำพิซซ่า เขาจับมือเธอเทแป้ง ใส่ส่วนผสมจนน้องทรายเขินที่เขาอยู่ใกล้ชิด

    "น้องทรายทำได้ คุณชายไปเตรียมอย่างอื่นเถอะค่ะ"

    ภาดาทำไม่สนใจ  "ทีนี้ก็เป็นขั้นตอนนวดแป้ง  วิธีนวดแป้งที่ถูกวิธีก็คือ..."

    น้องทรายว่าเธอนวดเป็น แต่ภาดากลับบอกว่านวดไม่เหมือนกัน เขากุมมือเธอนวดแป้งจนน้องทรายต้องบอกว่าไม่เห็นต่างกันเลย ภาดาทำหน้าเหลอหลาไม่รู้ แล้วเอามือน้องทรายที่เปื้อนแป้งป้ายหน้า น้องทรายตกใจเอามือเช็ดจึงเลอะกันไปใหญ่ ภาดาหัวเราะ น้องทรายโกรธเอาแป้งป้ายหน้าเขาบ้าง ทั้งสองยื้อกันป้ายหน้าอย่างสนุกสนานใกล้ชิดกันมากขึ้น ปลั่งโผล่มาเห็นหมั่นไส้รีบกลับออกไป...

    พอพิซซ่าเสร็จ ภาดายกออกมาตั้งโต๊ะ แล้วตามอัมพรมาทาน อัมพรเหลือบมองแล้วทำคอแข็งไม่กิน อำนาจชมเชยทั้งหอมทั้งน่าทานแล้วบอกว่าเขากินคนเดียวหมด อัมพรหมั่นไส้ ร้องเรียกแผ้วเอารถออก เธอจะไปกินข้าวนอกบ้าน ภาดาส่ายหน้าหนักใจ

    ooooooo

    ตอนกลางวัน ภาดากับน้องทรายพาสีเงินมาหาหมอ หมอตรวจเช็กแล้วบอกว่าไม่เป็นอะไรมากคงตกใจ อย่าให้ใครจับเขาแรงๆอีก จากนั้นหมอก็เชิญทั้งสองร่วมประกวดวาดภาพสัตว์เลี้ยงที่ทางคลินิกจัดขึ้นที่ สวนสาธารณะใกล้ๆ ทั้งสองจึงมาร่วมวาดภาพและตกแต่งภาพ

    ผลออกมาจากคนดูลงคะแนนกันเอง ภาพสีเงินได้รางวัลที่หนึ่ง น้องทรายดูมีความสุขขึ้นมาก ภาดาจึงถามว่าเหนื่อยไหม ถ้ายังเขาจะพาไปพบใครคนหนึ่ง แต่ต้องเอาสีเงินไปส่งบ้านก่อน น้องทรายถามว่าพบใคร

    "เจ้านายพี่เอง  ท่านให้พี่เชิญน้องทรายไปทานข้าวเพราะท่านประทับใจคำพูดของน้องทรายที่งาน ก็เลยอยากจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิเพิ่มเติม จะได้ช่วยสนับสนุน"

    น้องทรายตื่นเต้น ดีใจที่ได้ช่วยมูลนิธิ...ภาดาพาน้องทรายมาที่ร้านอาหารในโรงแรมหรู มิสซิสโจนส์ชื่นชมความอ่อนหวานเรียบร้อยของน้องทรายมาก เผอิญโต๊ะข้างๆเป็นเพื่อนของโฉมพิไลนั่งอยู่ จึงโทร.บอกโฉมพิไลว่าเห็นภาดากับหญิงอื่น

    โฉมพิไลรู้ว่าเป็นน้องทรายก็ร้องกรี๊ดๆเจ็บใจ เฉลาตกใจวิ่งมาถาม แต่โฉมพิไลเอาแต่ร้องกรี๊ดๆจนเป็นลมหมดสติ...

    ooooooo

    เสร็จจากพบปะมิสซิสโจนส์ ภาดาอุ้มน้องทรายมาส่งบนห้อง แล้วบอกว่าพรุ่งนี้จะเอาภาพวาดไปใส่ กรอบให้ น้องทรายยิ้มขอบคุณสำหรับวันนี้ที่ทำให้เธอมีความสุขมาก

    "พี่ทำตามสัญญา ที่บอกว่าจะทำให้น้องทรายมีความสุขไงคะ"

    "น้องทรายไม่อยากหลับเลย กลัวว่าพอตื่นขึ้นมา ความสุขที่มีอยู่จะหายไป"

    "หายไปเราก็สร้างขึ้นใหม่ได้ค่ะ ยังไงพี่ก็อยู่ตรงนี้ ไม่มีวันทิ้งน้องทรายไปไหนหรอก นอนเถอะค่ะ" ภาดาลูบหัวอย่างเอ็นดู แล้วจะลุกออกไป

    น้องทรายตัดสินใจถาม "คุณชายคะ...คนที่ถูกเลือกคืออะไรคะ"

    ภาดามองงงๆน้องทรายจึงสารภาพว่าเธอได้ยินที่เขาพูดกับอัมพร ภาดาจึงยิ้มอบอุ่น

    "คนที่ถูกเลือก...ก็คือคนที่หัวใจบอกพี่ว่า เขาจะเป็นคนเติมเต็มชีวิตพี่ให้มีความสุข และสิ่งที่พี่ต้องทำก็คือรักษา ทะนุถนอมเขาไว้ เพราะเขาคือสิ่งมีค่าที่สุด"

    ภาดาก้มลงจุมพิตหน้าผากน้องทรายแผ่วเบา แล้วเลื่อนมาหอมแก้ม แนบหน้ากับหน้าเธอจากนั้นก็เลื่อนมาจะจูบ น้องทราย เอามือกันอายๆ ภาดารู้ว่าเธอยังไม่พร้อมจึงเหยียดตัวขึ้น แล้วบอกให้เธอนอนฝันดี เขาจะไปรอในฝัน ภาดาดับไฟให้แล้วเดินออกไป หัวใจน้องทรายเต้นตูมตาม พยายามข่มตาให้หลับ...

    ooooooo

    วันต่อมา เฉลาโทร.ตามภาดาไปเยี่ยมโฉมพิไล แล้วบอกว่าโฉมพิไลท้อง ภาดาตกตะลึง โฉมพิไลร้องไห้หาว่าภาดาไม่ดีใจ เฉลาจึงพูดกระแทกเสียงว่า "จะจัดการยังไงให้มันเหมาะสมนะคุณชาย ขอให้นึกถึงหน้าฉันด้วย เพราะตอนที่รักกันก็ทำอะไรไม่เห็นหัวฉันมาทีนึงแล้ว"...

    ภาดากลัดกลุ้มเอาเรื่องมาบอกอำนาจ อัมพรแหวเข้ามาถามว่าไม่ดีใจเลยหรือ อำนาจจึงแก้ตัวว่าให้เวลาตั้งสติหน่อย อัมพรบอกว่าไม่ต้องตั้งสติแค่ไปรับโฉมพิไลมาอยู่ที่บ้านเดี๋ยวนี้ เธอไม่ยอมให้หลานไกลหูไกลตา ภาดาอึ้งพูดไม่ออก พอดีน้องทรายผ่านมา อัมพรจึงเรียกไว้

    "พูดถึงก็มาเลยนะแม่ตัวดี"

    อำนาจรีบถามน้องทรายจะกลับขึ้นห้องหรือ เขาจะอุ้มไปส่ง อัมพรแว้ดขึ้นว่า "ไม่กล้าบอกมันกันหรือไงว่าเกิดอะไรขึ้น งั้นฉันบอกให้ก็ได้" อัมพรเดินมาตรงหน้าน้องทราย แล้วพูดชัดถ้อยชัดคำ

    "หนูโฉมพิไลกำลังจะมีหลานให้ฉัน ลูกของคุณชาย สามีเธอไงล่ะ"

    น้องทรายหน้าซีดเผือด หันไปมองภาดา เขาก้มหน้า รู้สึกผิด อัมพรรีบพูดอีกว่า

    "ฉันจะไม่ยอมให้หลานฉันอยู่ไกลตาเด็ดขาด เพราะฉะนั้นหนูโฉมต้องกลับมาอยู่ที่นี่ เธอไม่มีสิทธิ์โต้แย้งอะไรทั้งนั้น"

    "คุณแม่! ผมบอกแล้วไงว่าผมจะไม่ทำแบบนั้น"

    อัมพรปรี๊ดตบหน้าภาดา น้องทรายตะลึง อัมพรว่าหลาน เธอต้องสำคัญกว่านังง่อย อำนาจปรามให้เบาลง แต่อัมพรแหวใส่จนอำนาจหัวหด...

    ภาดาเข็นรถน้องทรายออกมา  เธอถามเขาว่าจริงหรือ ภาดาพยักหน้ายอมรับ

    "พี่ขอโทษ พี่ไม่คิดว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนี้ ที่จริงพี่กับคุณโฉม"

    "อย่าเพิ่งอธิบายเลยค่ะคุณชาย น้องทรายยังไม่อยากฟังตอนนี้" น้องทรายสวนขึ้น

    ภาดาใจเสีย น้องทรายขอเวลาให้เธอคิดเองว่าควรจะทำอย่างไร ภาดาขอเป็นคนคิดจะดีกว่า น้องทรายปรี๊ดทันที

    "จะให้น้องทรายไม่คิดอะไรได้ยังไงคะ ในเมื่อคนที่บอกว่ารักเราไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นจนตั้งท้อง"

    ภาดาอึ้งมองหน้าน้องทรายที่ดูปวดร้าวและเคืองแค้น แจ่มตกใจไม่คิดว่าน้องทรายจะระเบิดออกมาจึงเรียกเตือนสติ น้องทรายจึงปล่อยโฮ

    "พี่แจ่ม น้องทรายไม่มีสิทธิ์ใช่ไหมคะ น้องทรายมาทีหลัง กับอีแค่ถือกระดาษทะเบียนสมรส น้องทรายไม่มีสิทธิ์ว่าคุณชาย ฮือ..."

    ภาดาตกใจ แจ่มจึงขอให้ไว้คุยกันทีหลังแล้วเข็นรถพาน้องทรายออกไป ภาดาเครียดจัดเตะถังน้ำแถวนั้นระบายอารมณ์...

    แจ่มพาน้องทรายมาอยู่กันตามลำพัง น้องทรายยังร้องไห้

    "เวรกรรมแท้ๆพอจะมีความสุขก็ต้องมีอะไรเข้ามาแทรก เฮ้อ..." แจ่มบ่นแล้วปลอบให้น้องทรายอย่าคิดมาก ถึงเขาจะมีลูกก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา

    "น้องทรายกลัวปัญหาที่จะตามมาค่ะ น้องทรายไม่อยากทะเลาะกับใครอีกแล้ว"

    "ถ้ากลัวก็ต้องยื่นคำขาดไปเลยค่ะ ว่าต่างคนต่างอยู่ อย่าไปยอมให้คุณหญิงพาแม่นั่นกลับมาบ้านเป็นอันขาด"

    น้องทรายยิ่งเครียด เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด...

    ในสวน ภาดายังยืนครุ่นคิดอย่างหนัก จนมาได้สติเมื่ออำนาจเข้าบีบไหล่ให้กำลังใจ ภาดาจึงระบายออกมา

    "ผมพยายามทำในสิ่งที่ถูกต้องสำหรับทุกคน แต่เหมือน... ทุกอย่างยิ่งแย่ลง"

    "คุณพี่ไม่เคยสนใจอะไรนอกจากความต้องการของตัวเอง แต่ถ้าคุณชายไม่โอนอ่อนตามเดี๋ยวแกก็หยุดโวยวายไปเอง" อำนาจโอบไหล่หลานเมื่อเห็นยังเครียดอยู่ แล้วเตือนสติว่า "ลูกของเรา ยังไงเราก็ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าให้หนูโฉมเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ แล้วน้องทรายจะทำยังไง หนูโฉมต้องอยู่ส่วนเขา ส่วนเราก็ไปๆมาๆดูแลทั้งสองฝ่ายให้ดีที่สุด"

    ภาดาสบตาอำนาจอย่างขอบคุณ แต่ก็ยังหนักใจว่าจะได้ทำแบบนั้นได้จริงหรือไม่

    ooooooo

    บุญเทิดวางท่าเป็นคุณชาย โดยมีเฉลากับภีมคอยพินอบพิเทา ถึงขนาดนวดเท้า ถอดถุงเท้ารองเท้าให้ โฉมพิไลเห็นแล้วไม่พอใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงหลบไปอยู่บนห้องคนเดียว บุญเทิดยังแค้นฝังใจที่ครอบครัวนี้เคยเหยียดหยามเขาขนาดไหน จึงคิดจะทำให้ทุกคนจมดินลงไปไม่ได้ผุดได้เกิด จึงชักชวนภีมกับเฉลิมชัยเข้าบ่อน

    ทั้งสองเล่นอย่างเมามันจนขอทุนเพิ่มจากบุญเทิดอยู่เรื่อย จนครั้งนี้บุญเทิดบอกว่า "รวมครั้งนี้ก็เป“นสิบล้านแล้วนะครับ หวังว่าคงจำได้"

    "จ้ะๆจำได้จ้ะ" ภีมรับคำโดยไม่สนใจตัวเลขที่บุญเทิดพูด

    "แต่คราวนี้มันต่างจากเดิมหน่อย...คุณพ่อกับพี่เฉลิมชัยจะต้องเซ็นสัญญาเงินกู้กับผมอย่างเป“นทางการ ผมจะได้มั่นใจว่าเราจะไม่ทิ้งกัน"

    "ด้วยความยินดีจ้ะ เอามาเซ็นเลยน้องเทิด เดี๋ยวจะไม่ทันเวลาเป”ดประตูดวงจ้ะ"

    บุญเทิดยิ้มอย่างมีเลศนัย เอาเอกสารออกมาให้ทั้งสองเซ็น พร้อมกับยื่นเช็คให้ ทั้งสองมัวชื่นชมเช็คจึงเซ็นโดยไม่มองว่าในสัญญาร่างอะไรไว้บ้าง...

    ooooooo

    วันต่อมา...อัมพรเก็บเสื้อผ้าให้เอียดกับปลั่งขนไปขึ้นรถ สั่งแผ้วเอารถออก อำนาจเข้ามาถามว่าจะไปไหน อัมพรสะบัดเสียงประชดภาดา

    "ฉันจะไปอยู่บ้านพักคนชรา"

    "ทำไมล่ะครับคุณแม่!" ภาดาตกใจ

    "ก็ฉันมันไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้วนี่ จะหน้าด้านอยู่ไปทำไม ใครมันอยากได้บ้านหลังนี้ก็ยกให้มันไปเลย"

    "โธ่เอ๊ย คนแก่น้อยใจอีกแล้ว" อำนาจบ่นผ่านๆ

    "นี่คุณนาจไม่ต้องมาพูดมาก เธอก็ต้องไปกับฉันด้วย จัดกระเป๋าให้เรียบร้อยแล้ว ไป"

    "เฮ้ย...อะไรครับคุณพี่ ปล่อยผม"

    อัมพรเยื้อยุดให้อำนาจขึ้นรถ อำนาจเหนี่ยวตัวภาดาไว้ อัมพรโมโหตวาดว่าจะทิ้งกันใช่ไหม สักวันจะโดนถอนหงอกอย่างเธอ ภาดาอึดอัดใจถามอัมพรจะใช้วิธีนี้กับเขาหรือ

    "ก็บอกแล้วไงว่าในเมื่อฉันไม่มีความหมาย ฉันก็จะไปอยู่ที่อื่น"

    "คุณแม่!"

    "เลิกเรียกฉันว่าแม่ได้แล้ว ในเมื่อเธอไม่มีความเคารพยำเกรงให้ ฉันก็เป“นแค่อีแก่คนหนึ่งเท่านั้น ฉันจะไปเป“นตายร้ายดีที่ไหนก็ไม่ต้องมายุ่ง" อัมพรปาดน้ำตาขึ้นรถป”ดประตูปัง

    แจ่มวิ่งมาบอกน้องทราย เธอตกใจรีบไปหน้าบ้าน อัมพรกำลังคร่ำครวญ "พูดไปก็เหมือนเดิม คุณชายหลงเมียจนหัวปักหัวปํา แม้กระทั่งลูกในท้องก็ไม่สนใจดูแล อีกหน่อยมันก็ถึงคราวของอีแก่คนนี้"

    ภาดาเหนื่อยใจ อำนาจเข้าใกล้ดึงประตูรถไว้ "พอเถอะน่าคุณพี่ แถวนี้ไม่มีกล้อง ไม่มีผู้กำกับ รางวัลเมขลาก็เลิกแจกไปแล้ว อย่าร้องให้เปลืองน้ำตาเลยน่า"

    "ไอ้คุณอำนาจ ไอ้น้องบ้า เธอไม่เห็นหรือไงว่าฉันเสียใจจริงๆ ใช่สิ...ฉันมันเป“นตัวตลกเป“นตัวน่าสมเพช งั้นก็ไม่ต้องมาสนใจฉัน ไอ้แผ้วออกรถ"

    แผ้วเงอะงะทำอะไรไม่ถูก อัมพรตวาดให้สตาร์ตรถ อำนาจดึงภาดาไว้ "ปล่อยให้ไอ้แผ้วมันพาไปวนรถเล่นสักพักเถอะคุณชาย เผื่ออารมณ์จะเย็นลง"

    แจ่มเข็นรถน้องทรายเข้ามา น้องทรายเอื้อมมือไปเป”ดประตูรถ อัมพรนั่งคอแข็ง น้องทรายขอให้เธอลงจากรถ อัมพรแหวใส่ว่าลูกชายพูดเธอยังไม่ทำ แล้วทำไมต้องเชื่อคนง่อย

    "เพราะน้องทรายจะยอมให้คุณโฉมพิไลกลับมาอยู่ที่วัชรเวศม์ค่ะ"

    ภาดาตะลึงบอกน้องทรายไม่จำเป“นต้องทำอย่างนี้ น้องทรายหันมาบอกว่า "จำเป“นสิคะ น้องทรายไปคิดดูแล้ว คุณโฉมเธอต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด เธอต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมดีๆ ลูกของคุณชายจะได้แข็งแรง"

    "เธอแน่ใจเหรอว่าไม่ได้มีแผนการอะไรแอบแฝง" อัมพรหยั่งเชิง

    "คุณชายกับคุณโฉมมีวาสนาต่อกัน น้องทรายจะไปทำอะไรได้ เด็กที่กำลังจะเกิดใหม่ควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"

    อัมพรยอมลงจากรถ น้องทรายหันมาบอกภาดาให้ เตรียมรถไปรับโฉมพิไลกลับมาด้วยกัน ภาดายิ่งหนักใจ ไม่เข้าใจว่าน้องทรายคิดอะไรอยู่...ขับรถออกมาระยะหนึ่ง ภาดาเห็นน้องทรายนั่งนิ่งจึงจอดรถเข้าข้างทางถาม "น้องทรายทำแบบนี้ทำไมคะ พี่บอกแล้วไงว่าพี่จัดการทุกอย่างได้"

    "น้องทรายไม่อยากเป“นต้นเหตุที่ทำให้คุณชายกับคุณหญิงผิดใจกันค่ะ ยังไงน้องทรายก็เป“นคนนอก"

    ภาดาบีบมือน้องทรายขอให้เธอเข้าใจว่าเธอคือคนในครอบครัวของเขาอย่าคิดแบบนั้น...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:21 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์