นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    บ้านวัชรเวศม์ เป็นบ้านของผู้ดีเก่าแก่แห่งตระกูลอภิรักษ์ภูบาล ซึ่งตกทอดมาจนถึงรุ่นนายภูบาล แต่เขาทำการค้าล้มเหลว โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากนายวิน ศิรวิชย์ เพื่อนซึ่งเป็นเพียงชาวสวนธรรมดาๆคนหนึ่ง ได้ยอมจำนองที่ดินและบ้านตัวเองเพื่อพลิกฟื้นธุรกิจขึ้นมา ภูบาลจึงทำสัญญาว่า...ถ้าหาเงินมาชำระหนี้ ไม่ได้ นายภาดา อภิรักษ์ภูบาล ลูกชายจะต้องแต่งงานกับ วาลิกา ศิรวิชย์ ลูกสาวนายวิน และได้มอบอุบะเพชรประจำ ตระกูลไว้ให้เป็นของหมั้น....

    เรื่องนี้ สร้างความไม่พอใจให้คุณหญิงอัมพร ผู้เป็นภรรยาอย่างยิ่ง  เพราะรู้ดีว่า  วาลิกาหรือน้องทรายเป็นง่อยตั้งแต่อายุห้าขวบ จวบจนนายภูบาลเสียชีวิต อัมพรทำเป็นลืมไม่รับรู้ถึงสัญญานั่น

    เวลาผ่านไปสิบกว่าปี...ภาดาจบ การศึกษาจากอเมริกา กลับมาพร้อมภรรยาสาวสวยชื่อโฉมพิไล อัมพรและอำนาจน้องชาย รอต้อนรับภาดาด้วยความดีใจเพราะภาดาไปเรียนตั้งแต่เด็กจนจบและทำงานที่นั่น ระยะหนึ่ง แต่พออัมพรเห็นภาดาพาภรรยามาด้วยก็เคือง เพราะเธอไว้ตัวและถือยศถา–บรรดาศักดิ์มาก

    "แต่งงานกันเอง จดทะเบียนสมรสที่โน่นหมดเลยหรือ"

    "แหม คุณชายก็โทร.มาบอกคุณพี่แล้ว" อำนาจพยายามพูดให้บรรยากาศดูสบายๆ

    "เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักคิด เอาแต่ใจร้อนไม่เข้าเรื่อง งุบงิบทำกันเองแบบนี้ ใครรู้เข้า จะนึกว่าเราน่ะพลาดไปทำเขาท้อง"

    โฉมหน้าเสีย "โฉมไม่ได้ท้องหรอกค่ะคุณแม่ เพียงแต่ โฉมไม่ใช่คนตัวเปล่า มีคุณพ่อคุณแม่ มีเกียรติยศวงศ์ตระกูลต้องรักษา อยู่ที่โน่นควงกันไปควงกันมา คุณพ่อคุณแม่โฉมก็เป็นห่วง"

    "เรารักกัน ยังไงก็ต้องแต่ง แต่งตอนไหนก็เหมือนกันนะครับคุณแม่"

    "แล้วไอ้เกียรติยศวงศ์ตระกูลที่ ว่าน่ะ เมื่อไหร่ฉันจะได้เจอล่ะจ๊ะ" อัมพรเชิดหน้าถาม...

    โฉมพิไลจึง พาทุกคนมาที่บ้าน...บ้านพุฒตาลทองแม้จะ ไม่ใหญ่โตเท่าบ้านวัชรเวศม์แต่ก็ถือว่ามีอันจะกิน ภีมกับเฉลาท่าทางตื่นเต้นที่ลูกสาวพาภาดากับแม่สามีมา อัมพรถือวิสาสะเดินสำรวจความโอ่อ่าของบ้านว่าคู่ควรกับตระกูลเธอหรือไม่

    "พุฒ ตาลทองของเรา ถึงจะไม่ใช่ตระกูลเก่าแก่เหมือนอภิรักษ์ภูบาลของคุณหญิง แต่บรรพบุรุษเราก็เป็นคหบดีใหญ่ ทำมาค้าขายขึ้นล่องทางภาคเหนือ" ภีมเดินตามสาธยาย "หนูโฉมของผม หน้าตา มารยาทการศึกษาเพียบพร้อม รับรองครับลูกสาวของผมคนนี้จะดูแลทรัพย์สมบัติของวัชรเวศม์อย่างดีไม่มีที่ ติ ว่าแต่ที่เขาว่าวัชรเวศม์เป็นเจ้าของที่ดินทำเลทองบนถนนสุขุมวิทนั่น ขายไปหรือยัง ขายได้เท่าไหร่ครับ"

    "ที่ดินผืนนั้น ขายไปตั้งแต่สมัยคุณพ่อครับ ตอนนี้เราไม่ได้มี..."

    อัมพรขัดขึ้น "คุณชาย คุณแม่คุยเองดีกว่านะคะ ถึงเราจะขายที่ดินในกรุงเทพฯออกไปมาก แต่ตระกูลใหญ่อย่างเราก็ยังมีหนทางงอกเงยทางอื่นอีกมากมาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาพูดกันในที่นี้"

    "ใช่ค่ะ พุฒตาลทองของเราก็เหมือนกัน ถึงที่ดินเหลือไม่เยอะแล้ว แต่ก็ยังมีหุ้น ยังสะสมเครื่องเพชรเครื่องพลอยไว้ ในธนาคาร" เฉลาโอ้อวดบ้าง

    พลันมี เสียงดังขึ้นหน้าบ้าน "อาเหลา อาเหลิม คุณนายส้มลิ้มมาเก็บดอกของเดือนนี้จ้า"

    ทุกคนหน้าตาเลิ่กลั่ก เฉลิมชัยพี่ชายของโฉมพิไลรีบออกไปดักแล้วยัดเงินพันบาทใส่ปากส้มลิ้มก่อนที่ จะประจานพวกเขาไปมากกว่านี้...

    กลับมาบ้าน ท่าทางอัมพรดูพอใจฐานะของโฉมพิไลอยู่บ้าง อำนาจเตือนอัมพรถึงสัญญาของภาดาว่าสักวันหนึ่งเจ้าหนี้จะมาทวงถาม อัมพรทำไม่รู้ไม่ชี้และไม่เคยเล่าให้ภาดารู้ด้วย

    ooooooo

    บ้านไร่ ของวิน ศิรวิชย์...สุเมธผู้เป็นทั้งเพื่อนและหมอประจำครอบครัว แวะมาเยี่ยมและพูดคุย วินรู้เรื่องภาดามีภรรยาแล้วจึงเอาสัญญาเมื่อยี่สิบปีมาปรึกษา "สัญญาของคนโบราณ ถึงจะแปลกประหลาดแต่กระทำขึ้นด้วยหัวใจของผู้ชายสองคน ที่รักและผูกพันกันเสียยิ่งกว่าพี่น้องคลานตามกันมา"

    สุเมธเห็นว่า สัญญากระทำที่สำนักงานเขต มีนายอำเภอลงลายมือเป็นพยาน สามารถฟ้องเอาชนะได้ แต่วินไม่ได้อยากเอาชนะคะคาน เขาแค่อยากให้เป็นไปตามคำสั่งเสียของภูบาล... วินมองออกไปเห็นน้องทรายกำลังนั่งเล่นหยอกเอินกับลูกแมว เขานึกย้อนไปในอดีต ครั้งที่น้องทรายยังวิ่งเล่นกับภาดาอย่างสนุกสนาน น้องทรายเรียกภาดาว่าพี่ชายทุกคำ เธอรักพี่ชายคนนี้มาก จนมาวันหนึ่งที่เธอป่วยเป็นโปลิโอและเดินไม่ได้อีก ภาดามาลาน้องทรายไปเรียนเมืองนอก เขามอบสร้อยคอตุ๊กตาฮีโร่ให้ เพื่อไว้ปกป้องน้องทรายแทนตัวเขา และสัญญาจะไม่มีวันลืมเธอ

    "น้อง ทรายยังไม่รู้ พี่ชายของเธอลืมคำสัญญา แต่งงานไปกับคนอื่นแล้ว" วินเปรย

    "เฮ้อ...ที่ จริงนายไม่น่าบอกน้องทราย" สุเมธถอนใจ

    "ฉันบอกเพราะฉันไม่เชื่อว่า ฝ่ายโน้นจะผิดคำสัญญา คิดจะเบี้ยวหนี้...คิดจะฝืนคำสั่งของพี่ภูบาลงั้นหรือ คุณหญิงอัมพรรู้จักนายวินน้อยเกินไป" วินเข่นเขี้ยวคิดแผนการบางอย่าง...

    วัน ต่อมา สุเมธเดินทางมาพบอัมพรที่บ้านวัชรเวศม์ ยื่นสัญญาให้แต่กลับโดนอัมพรฉีกทิ้ง เขาจึงหยิบสัญญาอีกปึกหนึ่งออกมาวางให้และบอกว่า ถ้าไม่ทำตามสัญญาให้เอาเงินมาใช้หนี้ 30 ล้าน และอุบะเพชรจะตกเป็นของน้องทราย อัมพรแทบลมจับ สุเมธเดินออกไป สวนกับภาดาที่เพิ่งกลับจากทำงาน ภาดายิ้มให้

    "นี่หรือเปล่าคุณภาดา อภิรักษ์ภูบาล" สุเมธถาม

    ภาดาพยักหน้า สุเมธหันกลับมารีบคว้าสัญญาที่กองบนโต๊ะก่อนที่อัมพรจะดึงไปฉีกทิ้งอีก ส่งให้ภาดา "อ่านซะคุณภาดา แล้วพบกันนะครับ"

    ภาดาช็อกเมื่อรู้เรื่อง สัญญา อัมพรเอาแต่ด่าว่าวินกับน้องทรายว่าต้องการยกระดับตัวเองจึงเอาบุญคุณมาบีบ ทำสัญญา อำนาจทนไม่ไหวจึงเล่าเรื่องให้ภาดาฟัง

    "คุณวิน ตอนนี้เขาไม่ใช่คนบ้านนอกไร้สกุลแล้วนะครับ เขาเป็นเศรษฐีเจ้าของสวนผลไม้ส่งออกอยู่ที่จันทบุรี และเขาก็มีบุญคุณต่อกันมานมนาน"

    อัมพรยิ่งโกรธที่อำนาจไปเข้าข้างคน อื่นจึงร้องกรี๊ดๆ ภาดากลุ้มใจเพราะเขาแต่งงานกับโฉมพิไลไปแล้ว และเขาไม่เคยรู้เรื่องสัญญานี้มาก่อน ภาดาจึงตัดสินใจจะขายบ้านวัชรเวศม์เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้วิน เงินที่เหลือจะซื้อบ้านเล็กๆอยู่ อัมพรไม่ยอมอาละวาดปาข้าวของเกลื่อนบ้าน โฉมพิไล กลับมาตกใจ  ภาดารีบพาโฉมพิไลขึ้นห้องเพราะไม่อยากให้ รู้เรื่องนี้

    วัน รุ่งขึ้น ภาดาให้โฉมพิไลเอาของไปให้ที่บ้าน เพื่อเขาจะได้มีโอกาสคุยเรื่องน้องทรายกับอำนาจและอัมพร...ขณะที่ ทางบ้านโฉมพิไลโวยวายที่โฉมพิไลเอาของกินมาฝากแทนที่จะเป็นเงินทอง ไม่ทันขาดคำ เสียงส้มลิ้มก็มาตะโกนทวงหนี้ที่หน้าบ้าน   เสียงดังเหมือนต้องการประจานให้ชาวบ้านรู้ว่าคนบ้านนี้หน้าด้านหน้าทน โฉมพิไลดูร้อนรนผิดกับคนในบ้านที่นิ่งเฉยเป็นเรื่องปกติ พลันได้ยินส้มลิ้มพูดถึงรถที่จอดหน้าบ้านก็ตกใจ "รถโฉม...แย่แล้ว!"

    ทุก คนจึงวิ่งตามโฉมพิไลออกไป เธอต้องเอาเงินสามพันให้ส้มลิ้มไปก่อน  แต่ไม่วายโดนส้มลิ้มด่าประจานว่าบ้านนี้เล่นการพนันทั้งพ่อแม่ลูก สิ้นปีนี้ถ้าไม่เอาเงินมาไถ่จำนองเธอจะยึดบ้านหลังนี้...เฉลากับภีมรีบขอให้ โฉมพิไลเอาเงินจากภาดามาไถ่ถอนบ้านคืน

    "ฉันบอกให้เค้ารู้ไม่ได้ว่า บ้านเราติดจำนอง...ฉันไม่ได้บอกคุณชายว่าฉันสอบชิงทุน ฉันบอกว่าฉันไปเรียนเมืองนอกด้วยเงินพ่อแม่ เพราะพ่อแม่มีหุ้นในบริษัทใหญ่ แม่ก็เห็นนี่ คุณหญิงแม่ ของคุณชายเคี่ยวอย่างกะอะไรดี ถ้าเราไม่คุยเขื่องไปวันนั้น ป่านนี้ฉันถูกเฉดออกจากบ้านแล้ว"

    แม้จะ ผิดหวังที่โฉมพิไลจะแอบถ่ายสมบัติให้ทีละนิดแต่ต้องรอหน่อย เฉลากับภีมต้องยอมเพราะหนี้ทั้งหมดเขาทั้งสองเป็นผู้ก่อ...

    และแล้ว วินก็มาพบภาดาที่ทำงาน แม้ภาดาจะตกใจ แต่เขา ก็เป็นลูกผู้ชายพอที่รับผิดชอบสัญญาลูกผู้ชายของพ่ออย่างที่วินเคยสอนเขา เมื่อตอนเด็ก  "ผมต้องขอโทษที่หลงลืมไปแต่เรื่องที่คุณพ่อติดหนี้คุณอา  ผมไม่รู้จริงๆเพราะคุณแม่ไม่เคยบอก"

    "คุณหญิงท่านคงยังทำใจไม่ได้ เลยต้องปกปิดความล่มสลายของตระกูล แม้แต่กับลูกชายตัวเอง"

    "คุณพ่อ อาจจะเป็นคนล้มเหลว คุณแม่อาจจะเจ้ายศเจ้าอย่าง แต่ที่ท่านเป็นเช่นนี้ก็เพื่อให้ผมได้เรียนหนังสือ"

    "ตกลงจะใช้หนี้ อา แต่ไม่ยอมแต่งงานใช่ไหม"

    "นี่ก็เป็นเรื่องที่พ่อกับคุณอาสอนผม เหมือนกัน หน้าที่ลูกผู้ชาย ต้องทำอย่างดีที่สุด เพื่อครอบครัวซึ่งก็คือพ่อแม่และภรรยา"

    วินชื่นชมความเป็นลูกผู้ชาย ของภาดามาก เขาขอให้ภาดาช่วยขับรถพาเขาไปที่แห่งหนึ่ง นั่นก็คือโรงพยาบาล ภาดาแปลกใจที่วินมาหาหมอ "ใช่ อากำลังเตรียมความพร้อมร่างกายเพื่อเข้ารับเคมีบำบัด...อาเป็นมะเร็ง หมอบอกว่าถ้าเคมีบำบัดไม่ได้ผล อาก็คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี"

    ภาดา ตกตะลึง และยิ่งอึ้งเมื่อรู้ว่าเรื่องนี้น้องทรายไม่รู้    และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้วินต้องเตรียมทุกอย่างให้น้องทราย "คุณชาย อาไม่ห่วงน้องทรายเรื่องเงินทองเลย แต่ อาผิดที่เลี้ยงลูกให้อยู่ในโลกแคบจนช่วยตัวเองไม่ได้ แล้วน้องยัง...พิการอีก อาห่วงน้องตรงนั้น อาคงตายตาไม่หลับเพราะห่วงลูกจะเอาตัวไม่รอด"

    ภาดาเครียด ขับรถพาวินไปส่งที่ไร่ พอใกล้ถึงไร่ เขารู้สึกสดชื่นขึ้นเมื่อได้เห็นวิวทิวทัศน์ข้างทาง รถแล่นเข้าสู่ไร่ แจ่มรีบมารายงานน้องทรายซึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ในบ้านว่ามีแขกมาเยือน  วินเข้ามาอุ้มน้องทรายออกไปนั่งรถเข็น  ภาดาหันมาเห็นน้องทรายถึงกับตะลึง เพราะเธอดูสวยหวานน่ารัก น้องทรายทำหน้าฉงน ยังจำไม่ได้

    "พี่ชายไงคะ พี่ชายของน้องทรายไงคะ" ภาดามาคุกเข่าตรงหน้าน้องทราย

    "พี่ชาย...พี่ภาดา..." น้องทรายก้มหน้าข่มความตื่นเต้นพูดทั้งน้ำตาคลอ "น้องทรายคิดถึงพี่ชายตลอดเลยค่ะ"

    ภาดารู้สึกผิด ปาดน้ำตาให้น้องทราย "พี่ชายขอโทษนะคะที่ไม่เคยติดต่อน้องทรายเลย"

    "ไม่เป็นไรค่ะ พี่ชายมาวันนี้ น้องทรายมีความสุขที่สุดแล้วค่ะ...พี่ชายอยู่ได้นานมั้ยคะ น้องทรายจะพาไปลานที่เราเคยเล่นว่าวกัน มันยังเหมือนเดิม น้องทรายขอให้คุณพ่อไม่ปลูกอะไรที่ลานนั่นค่ะ"

    ภาดายินดีและเข็นรถพาน้องทรายไปเอง

    ooooooo

    กลับมาบ้าน ภาดาเล่าให้อำนาจฟังเรื่องที่วินเป็นมะเร็ง อำนาจจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมวินถึงจู่ๆกลับมาทวงสัญญา อัมพรแอบได้ยิน ยิ้มอย่างมีเลศนัย...อัมพรเรียกโฉมพิไลมาคุยส่วนตัว เธอไม่บอกเรื่องเป็นหนี้ บอกแต่เรื่องสัญญาบุญคุณที่ภาดาต้องแต่งงานกับน้องทราย

    "ในสัญญาไม่ได้ระบุไว้ว่าจะต้องแต่งงานกี่ปี เราก็แต่งมันแค่ปีเดียวพอเป็นพิธี จากนั้นพอพ่อมันเป็นมะเร็งตายเราก็หย่า" อัมพรขอให้โฉมพิไลยอมหย่าให้ภาดาแล้วกลับไปอยู่บ้าน "คุณพ่อคุณชายใช้อุบะเพชรเป็นของหมั้น ถ้าเราไม่แต่งมันจะยึดอุบะเพชรของเราไป แม่ยอมไม่ได้เด็ดขาด ของชิ้นนี้ต้องเป็นของสะใภ้อภิรักษ์ภูบาล ซึ่งก็คือหนู"

    โฉมพิไลตาโตเมื่อรู้ว่าอุบะเพชรนั่นมีราคาเป็นสิบล้าน อัมพรสัญญาว่าภาดาจะแต่งงานกับน้องทรายแต่เพียงในนาม หลังจากหนึ่งปีจะเฉดหัวน้องทรายออกไปและอุบะเพชรนั่นจะเป็นของเธอ...พอภาดา รู้ว่าอัมพรเรียกโฉมพิไลไปคุยก็ตกใจรีบวิ่งเข้าไป เห็นโฉมพิไลร้องไห้เขาก็รู้ว่าเธอรู้เรื่องหมดแล้ว ภาดาปลอบโฉมพิไลและบอกว่าเขาจะขายบ้านใช้หนี้

    "ถ้าคุณไม่แต่ง โฉมคงถูกตราหน้าว่าเป็นคนทำให้ตระกูล อภิรักษ์ภูบาลและบ้านวัชรเวศม์ล่มสลาย"

    ภาดาอึ้งแปลกใจที่โฉมพิไลไม่โวยวายฟูมฟาย กลับยอมให้เขาไปแต่งงานกับน้องทราย...อำนาจฟังภาดาแล้วอึ้งเช่นกันไม่คิดว่า อัมพรจะมีทีเด็ดที่ทำให้โฉมพิไลยอมหย่าแถมกลับไปอยู่บ้านอย่าง ง่ายดาย...เฉลาหวั่นใจ "แกแน่ใจนะว่าแกจะได้ กลับไปแต่งงานกับคุณชายอีก ไม่ใช่เสียแล้วเสียเลย ผัวก็ไม่ได้ เงินก็ไม่ได้"

    "ฉันรู้จักคุณชายดีน่ะแม่ แล้วนังง่อยนั่นก็หน้าตาขี้เหร่ อีกด้วย ไม่มีทางที่คุณชายจะสนใจมันหรอก ฉันเอาเขากลับคืนมาได้แน่ เวลานี้สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคืออุบะเพชร ได้มาเมื่อไหร่ ฉันจะแอบขาย เอาเงินสิบล้านมาไถ่บ้าน คราวนี้ฉันก็ไม่ต้องตาก หน้าแกล้งทำรวยหลอกใครอีก"

    ภาดากลุ้มใจมานั่งดื่มระบายความอัดอั้นกับอริณเพื่อนสนิทตลอดทั้งคืน ก่อนที่วันรุ่งขึ้นวินจะมาตกลงเรื่องงานแต่งงาน... อัมพรไม่ยอมออกมาต้อนรับ วินแกล้งทำตัวเป็นชาวสวน พูดจามึงมาพาโวยผิดจากวันที่ไปพบภาดา อำนาจต้องมาดูแลต้อนรับแทนอ้างว่าอัมพรไม่สบายปวดท้อง อำนาจถามวินว่าอยากได้ งานแต่งงานแบบไหนให้บอกมาเขาจะไปรายงานอัมพรให้ ภาดา แม้จะดูซึมๆแต่ก็ยินดีรับฟัง วินจึงพูดว่า

    "นึกว่าคุณชายไม่สบาย ถ้าสติสัมปชัญญะครบถ้วนเราก็มาคุยกันเรื่องงานแต่งงานเล็กๆของเรากัน อาคิดว่าจะจัดที่ศาลากลางจังหวัดบ้านอา โต๊ะจีนสักสองพัน ไม่ต้องหูฉลามเอาเป็นหมูหันก็ดีนะ ของชำร่วยอาว่าจะสั่งทุเรียนกวนเมืองระยองโอทอปด้วยนะ แหมว่าจะมาให้ชิม"

    พลันเสียงกรี๊ดของอัมพรซึ่งแอบฟังอยู่ดังมา "ไอ้วิน แกเห็นลูกฉันเป็นอะไร ถึงไปจัดงานที่ศาลากลางบ้านแก"

    "อ้าว...คุณหญิง พุทโธ่ เราก็ตกใจนึกว่านั่งทับเจ้าที่ ร้องเสียงหลงออกมาอย่างนั้น นี่ออกมาก็ดีแล้ว จะได้ไปหาท่าน อบต.ด้วยกัน ท่านจะพาไปหาท่านผู้ว่าฯ จะให้ท่านมาเป็นประธานฝ่ายเจ้าบ่าว เอ หรือของชำร่วยจะเปลี่ยนเป็นปลัดขิกที่วัดของท่านพระครูดีนะ เห็นว่าเพิ่งปลุกเสก นี่ๆจะให้ดูตัวอย่าง" วินจะถอดสร้อยที่คอ

    อัมพรร้องกรี๊ดอีกครั้ง "ไอ้บ้า ปลัดขิกอะไรฉันไม่เอา พวกฉันอภิรักษ์ภูบาลจะให้ไปแต่งงานที่จังหวัดบ้านแก คิดจะไปอวดล่ะสิว่าได้ลูกเขยรวย ฉันไม่ยอมให้แกทำแบบนั้นกับลูกฉันเด็ดขาด"

    ภาดารีบบอกว่าวินล้อเล่น วินถามอัมพรว่าไม่สบายทำไมเสียงดังแปดหลอดขนาดนี้ อัมพรทำหน้าเข่นเขี้ยวแล้วบอกว่า จะจัดงานแต่งงานอย่างเงียบที่สุด แขกมีญาติผู้ใหญ่ เลี้ยงพระเพลแล้วจดทะเบียนสมรสแค่นั้นจบ วินตกลงทันทีจนอำนาจกับอัมพรงง วินขอเป็นสิ้นเดือนนี้ และเขาจะพาน้องทรายมาก่อนวันงานสามวัน อัมพรพูดไม่ทันอยากจะร้องกรี๊ด อีกครั้ง แต่วินแกล้งเอากะปิมาตั้งตรงหน้าเปิดฝากระปุก ทำให้อัมพรต้องเอามือปิดจมูกพูดไม่ออก

    วินเดินหัวเราะร่วนออกมา ภาดาตามมาส่ง "คุณอาเป็นเศรษฐีร้อยล้าน ติดต่อฝรั่งมังค่าส่งออกผลไม้ ไม่จำเป็นต้องทำตัวต่ำต้อยถึงเพียงนั้น การยั่วคุณแม่ผมคงเป็นเรื่องบันเทิงไปแล้ว"

    "อาขอโทษ ถึงวันนี้อาจะเป็นอย่างไร แต่อาไม่เคยลืมว่าอาเป็นลูกชาวสวนเรียนจบแค่ ป.4 และไม่เคยลืมว่าไอ้ลูกชาวสวนคนนี้ มีเพื่อนเป็นลูกหลานพระยาชื่อภูบาล"

    "พ่อเป็นแบบนั้นเสมอ นับถือคนที่ความดีไม่ใช่ยศถาบรรดาศักดิ์" ภาดาพูดอย่างภูมิใจ

    วินย้อนถามภาดาว่าเต็มใจที่จะแต่งงานกับคนง่อยหรือ ภรรยาเก่าไม่ว่าอะไรหรือ ภาดาชะงักเล็กน้อยก่อนจะตอบว่าเขาตัดสินใจแล้ว วินจึงขอบใจภาดาอีกครั้งที่ยอมเสียสละ

    ooooooo

    ในขณะที่แจ่มเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าให้ น้องทรายถามแจ่มว่าแต่เล็กจนโตพ่อไม่เคยทิ้งเธอไว้กับคนอื่น ครั้งนี้เธอต้องไปอยู่โดยไม่มีพ่อจริงหรือ วินเดินเข้ามาตอบคำถามนี้เอง

    "ไม่จากวันนี้ ก็ต้องจากกันวันหน้า น้องทรายควรยอมรับความจริงข้อนี้นะลูก...น้องทราย หนูคือแก้วตาดวงใจ วันที่พ่อเสียแม่ของหนูไป วันที่มีเราแค่สองคน พ่อบอกตัวเองว่าพ่อจะเลี้ยงหนูอย่างดีที่สุด และสิ่งที่พ่อทำให้หนูวันนี้ คือสิ่งที่มีค่าที่สุดสิ่งหนึ่งในชีวิตพ่อ"

    "แล้วทำไมวันนี้คุณพ่อเศร้านักล่ะคะ" น้องทรายกอดวินเหมือนยังเป็นเด็กน้อย

    วินลูบผมน้องทรายแล้วพูดกับแจ่มว่า เขาเลี้ยงน้องทรายมาผิดเหมือนไข่ในหิน เมื่อไม่มีเขาแล้วน้องทรายจะอยู่อย่างไร แจ่มรับปากว่าเธอจะดูแลน้องทรายไปตลอดชีวิต แต่วินหันมาย้ำกับน้องทรายว่าให้เข้มแข็งและอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ ตั้งแต่พรุ่งนี้เธอต้องไปอยู่บ้านคนอื่นแล้ว...น้องทรายใจหายแปลกใจกับคำพูด ของวิน ที่ว่า โลกข้างนอกมันโหดร้าย มีทั้งคนดีและคนชั่ว  ไม่มีอะไร
    ในโลกดำมืดไปกว่าความโลภ  และความเกลียดของมนุษย์ สองสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความดีและความอดทน จะเอาชนะสิ่งชั่วร้ายได้ วินท้าให้น้องทรายคอยดู...

    และถึงวันที่น้องทรายเดินทางมาบ้านวัชรเวศม์ ปลั่งคนรับใช้ในบ้านแอบโทร.รายงานโฉมพิไลเป็นระยะๆ ยิ่งพอเห็นภาดาเป็นคนอุ้มน้องทรายลงจากรถมานั่งรถเข็นก็ยิ่งหมั่นไส้ อัมพรยืนมองอยู่ในบ้านก็เคืองหันไปแขวะกับรูปสามี "ฮึ ถึงกับต้องอุ้มกันลงมา ลูกชายฉัน จู่ๆมีเมียง่อยต้องอุ้มกันไปอุ้มกันมา หลังหักพอดี สมใจหรือยังล่ะคุณภูบาล"

    โฉมพิไลไม่โกรธบอกปลั่ง "น่าอนาถจริง ต่อให้อุ้มทุกวัน หน้าตาทุเรศ ท่าทางบ้านนอกของยัยนั่น ก็คงไม่มีทางทำให้คุณชายหวั่นไหวไปได้หรอก"

    ปลั่งแปลกใจใครบอกว่าน้องทรายหน้าตาทุเรศ โฉมพิไลตอบว่าอัมพรเป็นคนบอก ปลั่งจึงไม่กล้าพูดต่อ รีบวางสายก่อนจะรำพึง "โดนแม่ผัวหลอกปล่อยไวรัสสายพันธุ์ใหม่ใส่สมองซะแร้ว   เมียใหม่สวยซะขนาดนี้   จะได้ฝาละมีคืนแน่เร้อ...คุณโฉม"...

    ภาดาพาวินกับน้องทรายเข้ามานั่งในห้องรับแขก วินถามหาอัมพร ภาดาอ้างว่าปวดหลังลงมาไม่ไหว วินขำที่วันก่อนปวดหัว วันนี้ปวดหลัง พลันเหลือบเห็นอำนาจยืนยุกยิกๆจึงถามว่ามีอะไร อำนาจอึกอักก่อนจะพูดว่า อำพรให้มาถามว่าเอาอุบะเพชรมาด้วยหรือเปล่า วินร้อง

    "อ๋อ ห่วงสมบัติ แหม...ขนาดปวดหลังนะเนี่ย...เอามาสิ เอามา นี่ไง" วินเลื่อนกล่องไม้ให้

    วินลากลับ ภาดาออกมาส่งที่รถและถามว่ากลับจันท์เลยหรือ วินตอบว่าเขาจะเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ไม่ให้บอกใคร ภาดารับปากว่าเขาจะดูแลน้องทรายอย่างดี วินจึงวางใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:52 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์