สมาชิก

เกมร้ายเกมรัก

ตอนที่ 5

เมื่อเข้าไปดูฟ้าลดาที่นอนหมดสติและหมอให้น้ำเกลืออยู่ ชมพูแพรเป็นห่วงน้องมาก ขอหมออยู่เฝ้าน้องคืนนี้ หมออนุญาตและกลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านมาให้

ส่วนสายชล มีปีร์กะ มามิ ซาละและเพื่อนๆมาเฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วง ปีร์กะบอกว่าอาจเป็นเพราะสายชลเสียเลือดมากจนป่านนี้อาการก็ไม่ดีขึ้นเลย มามิบอกปีร์กะว่าต้องช่วยสายชล สายชลจะตายไม่ได้

“ดวงชะตาของไอ้สายชลยังไม่ถึงฆาต แต่ความเสียใจอาจจะทำให้มันถอดใจ” ปีร์กะบอก มามิกุมมือสายชลเอามาแนบแก้ม ขอเขาอย่าได้เป็นอะไรเลย

รุ่งขึ้น ฟ้าลดารู้สึกตัวแล้ว เหตุร้ายที่ผ่านมายังเป็นภาพหลอนให้เธอต้องหวาดผวา กรีดร้องอย่างตกใจกลัว จะดึงสายน้ำเกลือออก จนชมพูแพรต้องเข้าจับตัวไว้ ร้องบอกว่า

“ฟ้า...จำพี่ไม่ได้เหรอ พี่แพร...พี่สาวของฟ้าไง”

ฟ้าลดาจำอะไรไม่ได้ ร้องแต่จะกลับบ้าน จะไปหาสายชล ผลักชมพูแพรออกจะลุกขึ้น ชมพูแพรคว้าตัวไว้รีบกดเรียกพยาบาล พยาบาลต้องมาช่วยกันจับตัวไว้ ฟ้าลดาก็ยังดิ้น สะบัด อาละวาดร้องแต่จะกลับบ้าน จนหมอวัฒนาบอกให้ชมพูแพรออกไปก่อน จากนั้นให้พยาบาลจับฟ้าลดาไว้แล้วหมอก็ฉีดยาให้ ไม่นานเธอก็หมดสติ หมอหันไปสั่งพยาบาลให้มัดเอาไว้ มองฟ้าลดาอย่างกังวลใจ

ooooooo

เมื่อออกมาพบชมพูแพรข้างนอก เธอบอกหมออย่างแค้นใจว่าต้องเป็นผู้ชายคนนั้นที่ทำให้ฟ้าลดากลายเป็นคนเกรี้ยวกราดแบบนี้ ถามหมอว่า น้องจะเป็นบ้ารึเปล่า

หมออธิบายว่าฟ้าลดาไม่เป็นบ้า แต่สมองได้รับการกระทบกระเทือนหรือไม่ก็ตกใจสุดขีดเลยทำให้เป็นแบบนี้ ส่วนน้องจะกลับมาเหมือนเดินได้หรือไม่นั้น หมอตอบไม่ได้ บอกแต่ว่าต้องใช้เวลา ย้ำว่า

“ตอนนี้ที่ต้องรีบทำก็คือ ฟื้นความทรงจำของน้องฟ้าให้เร็วที่สุด แต่มันก็อยู่ที่ว่าน้องฟ้าจะยอมร่วมมือกับเรารึเปล่า” ชมพูแพรถามว่าแล้วถ้าน้องไม่ร่วมมือล่ะ “เราก็ต้องค่อยๆรักษากันไปครับ เริ่มจากให้ยา แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้น ก็ต้องใช้วิธีการรักษาที่มันรุนแรงขึ้นอีก”

“วิธีอะไรคะ”

“ช็อตไฟฟ้าครับ”

ชมพูแพรถึงกับอึ้ง เครียดขึ้นมาทันที

แม้ว่าฟ้าลดาจะมีหมอเก่งและอยู่ในโรงพยาบาลชั้นดี แต่อาการเธอไม่ดีขึ้น หลังจากรู้สึกตัวแล้วก็เอาแต่อาละวาด แผดเสียงกรี๊ดๆ ร้องแต่จะกลับบ้าน จะหาสายชล เอาข้าวมาให้ก็ไม่กินครั้นชมพูแพรป้อนให้ก็เม้มปากแน่นไม่ยอมกิน จนชมพูแพรอ่อนใจ

ooooooo

สายชลยังไม่รู้สึกตัว มามิคอยดูแลตลอดเวลา เมื่อปีร์กะมาจับชีพจรแล้วบอกมามิว่า อาการเขาดีขึ้น มามิจับมือสายชลแนบแก้มอย่างดีใจมาก

จนวันนี้สายชลเพิ่งรู้สึกตัว พอเขาลืมตามามิก็ถลาเข้าหาด้วยความดีใจ สายชลพึมพำถามหานางฟ้า มามิหน้าเสียพูดไม่ออก สายชลเลยบอกว่าตนฝันว่านางฟ้าถูกคนจับไป มามิบอกว่าเขาไม่ได้ฝัน แต่นางฟ้าถูกจับตัวไปจริงๆ

สายชลลุกพรวดขึ้นอย่างลืมตัว เจ็บแผลจนต้องกุมท้อง บอกมามิว่าจะไปตามหานางฟ้า เมื่อมามิจับไว้ก็สะบัดบอกให้ปล่อย แต่พอจะเดินออกไปก็กลับทรุดลงเพราะเจ็บแผล มีเลือดซึมออกมาจากแผล มามิบอกให้ไปนอนเสีย

“ไม่! ฉันจะไปตามหานางฟ้า ไม่งั้นฉันจะตามนางฟ้าไม่ทัน”

สายชลพยายามฝืนลุกขึ้น มามิบอกว่าเขาสลบไปตั้งหลายวันยังไงก็ตามนางฟ้าไม่ทันหรอก สายชลกำมือแน่นแผดเสียงอย่างอัดอั้น ลุกขึ้นอาละวาดร้องตะโกนแต่ว่า “ไม่จริง...ไม่จริง...ไม่...ม...ม...ม” แล้วทรุดร้องไห้อย่างหนัก

มามิสงสารมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่กอดสายชลร้องไห้ไปด้วยกัน...

หลังจากนั้น สายชลหยิบสร้อยของนางฟ้ามาดู มองไปไกลแสนไกลราวกับจะค้นหานางฟ้าจากความว่างเปล่าเบื้องหน้าเอาแต่นั่งซึม มามิเอาอาหารมาให้ก็ไม่กินเป็นเวลาหลายวัน จนปีร์กะบอกว่า ขืนเป็นแบบนี้ใครก็ช่วยไม่ได้

ทุกคนมองหน้ากันอย่างจนปัญญา แสงดาวอาสาจะไปคุยกับสายชลเอง พูดแล้วก็ลุกไปหาเขา พอเห็นแสงดาว สายชลก็บอกว่า ตนคิดถึงนางฟ้า พูดแล้วร้องไห้พร่ำโทษว่าเป็นเพราะตนไม่ทำตามสัญญาทำให้นางฟ้าถูกจับไป ตนปกป้องนางฟ้าไม่ได้

แสงดาวปลอบใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเขา เพราะเขาพยายามแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อนางฟ้า

“แต่นางฟ้าไม่อยู่กับฉันแล้ว ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม” สายชลร้องไห้อย่างหนัก

แสงดาวย้อนถามว่าไม่คิดหรือว่านางฟ้ารอเขาอยู่ ทำให้สายชลชะงักมองหน้า ปีร์กะเดินเข้ามาสมทบ บอกเขาว่า

“แม่แสงดาวพูดถูก จำที่ข้าเคยบอกเอ็งได้ไหม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่านางฟ้าจะเป็นยังไงคนที่นางฟ้ารักคือเอ็ง เอ็งกับนางฟ้าเป็นเนื้อคู่กัน”

เห็นสายชลนิ่งฟัง ปีร์กะเตือนสติว่า

“อย่าให้ความอ่อนแอมาทำให้จิตใจที่เข้มแข็งดุจหินผา ของเอ็ง ต้องเป็นดั่งต้นหญ้าที่เอนไหวเพราะลมพัดเลยสายชล”

สายชลนิ่งไป มองสร้อยของนางฟ้าในมืออย่างครุ่นคิด

ooooooo

ที่กรุงเทพฯ อาการของฟ้าลดายังไม่ดีขึ้น เธออาละวาด ไม่ยอมกินข้าวจนชมพูแพรเอ็ดอย่างหมดความอดทนว่า

“พอซะทีนะฟ้า พี่ทนไม่ไหวแล้ว พี่กับพี่หมอพยายามช่วยฟ้า แต่ทำไมฟ้าถึงไม่คิดจะช่วยตัวเองบ้าง ฟ้าจะเอาแต่นั่งๆนอนๆ ทำเป็นไม่รับรู้ไม่ได้นะ...”

พอดีเจตน์เข้ามา ชมพูแพรหันไปเห็นอุทานอย่างตกใจ “คุณลุง...” เจตน์เดินเข้ามาสีหน้าไม่ดี เปรยๆว่า หนูฟ้าดูไม่ดีขึ้นเลยนะ ชมพูแพรบ่นให้ฟังเล็กน้อย แล้วถามว่าคุณลุงมามีปัญหาอะไรหรือเปล่า

“หนูก็รู้ว่าเรือที่ขาดหางเสือ มันก็แล่นต่อไปไม่ได้ บริษัทเราก็เป็นแบบนั้น ตอนนี้ลูกค้าไม่มีความเชื่อใจบริษัทเราเหมือนเมื่อก่อน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทต้องขาดทุนย่อยยับแน่ๆ”

ชมพูแพรฟังด้วยสีหน้าครุ่นคิด หลังจากนั้น เธอให้หมอวัฒนาทำใบรับรองแพทย์ว่าฟ้าลดามีอาการสมองเสื่อมเอาไปยื่นต่อศาลขอเป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหมอวัฒนาเป็นอย่างดี ทั้งยังบอกว่ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอกได้ ไม่ต้องเกรงใจ

ชมพูแพรจับมือหมอพูดอย่างซาบซึ้งใจว่า “พี่หมอต้องช่วยแพรแน่ค่ะ ช่วยรักและดูแลแพรไปอย่างนี้ แพรก็ดีใจแล้วค่ะ”

ชมพูแพรดำเนินการขั้นต่อไปด้วยการไปที่โรงแรม ที่ถูกหญิงโกงไปในช่วงที่หญิงไม่อยู่ แสดงตัวเป็นเจ้าของและห้ามหญิงเข้าโรงแรม ทำแบบเดียวกับที่ตัวเองถูกหญิงกระทำมาก่อน หญิงเสียท่าต้องออกจากโรงแรมไปด้วยความแค้น

ส่วนกับฟ้าลดา เธอตัดสินใจให้หมอวัฒนารักษาด้วยการใช้ไฟฟ้าช็อต บอกหมอว่าตนทนเห็นน้องอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้ ตนต้องการให้น้องคนเดิมกลับมา ความมุ่งมั่นของชมพูแพร ทำให้หมอวัฒนาพยักหน้ารับคำ

หลังจากช็อตไฟฟ้าแล้ว ฟ้าลดายังจำอะไรไม่ได้ จนกระทั่งชมพูแพรเอารูปเก่าๆมาให้ดูและบรรยายให้ฟัง จึงค่อยๆฟื้นความจำฟ้าลดาขึ้นมาทีละน้อย จนวันนี้จำป้าเนียมได้แล้ว และเมื่อไปดูบ้านหลังเล็กในสวนที่เป็นบ้านที่คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ความจำของฟ้าลดาก็แจ่มชัดขึ้น เธอถามว่าแล้วตอนนี้คุณพ่อคุณแม่อยู่ที่ไหนหรือ

ชมพูแพรสะอึกอึ้ง ต้องทำใจอยู่ครู่หนึ่งจึงบอกน้องว่า “คุณพ่อคุณแม่...เสียชีวิตแล้วจ้ะ”

ฟ้าลดาหน้าเสีย น้ำตารื้น ก้มมองรูปพ่อกับแม่อีกครั้ง ชมพูแพรพูดไม่ออก ได้แต่กอดน้องไว้อย่างปลอบใจ

สองพี่น้องยืนดูรูปพ่อกับแม่ที่วางอยู่บนชั้น ฟ้าลดาขอมาอยู่บ้านนี้เพื่อตนจะได้ฟื้นความจำของตัวเองได้เร็วขึ้น

ชมพูแพรมองฟ้าลดาอย่างชั่งใจ เห็นสายตาน้องเว้าวอนก็ถอนใจเบาๆ

ooooooo

ฝ่ายสายชลพอฟื้นขึ้นมาก็จะออกมาตามหานางฟ้าให้ได้ บอกซะละที่คอยท้วงติงว่าตนเสียนางฟ้าไปไม่ได้ นางฟ้าคือชีวิตของตน เมื่อห้ามไม่ได้ ซะละจึงให้แตลอยไปเป็นเพื่อน บอกสายชลว่าถึงแตลอยจะโง่แต่ไปสองคนก็ยังดีกว่าไปคนเดียว
สายชลพยักหน้า สีหน้าเขามีความหวังขึ้นมา

คืนก่อนออกเดินทาง สายชลหยิบสร้อยของนางฟ้าขึ้นมาจูบแล้วเอาใส่กระเป๋า เอากีตาร์อูคูเลเล่ที่แขวนอยู่มาเล่นด้วยความคิดถึงนางฟ้า มามิเดินเข้ามาหาถามว่าคิดว่าจะเจอนางฟ้าหรือ และถ้าเจอเธอจะกลับมากับเขาหรือ

สายชลตอบอย่างเด็ดเดี่ยวว่าไม่ว่าจะเจอหรือไม่เจอเขาก็ต้องออกตามหา และไม่ว่านางฟ้าจะกลับมาด้วยหรือไม่ตนก็ไม่รู้ แต่ตนทำใจให้ใครมาแทนที่นางฟ้าไม่ได้จริงๆ เมื่อหว่านล้อมสายชลไม่สำเร็จ มามิจึงได้แต่บอกว่าตนเอาใจช่วยให้เขาได้เจอนางฟ้าก็แล้วกัน

รุ่งเช้าสายชลกับแตลอยไปที่ท่าเรือเตรียมออกเดินทาง ซะละกับชาวบ้านพากันมาส่ง อารีฟะอวยพรให้เขาโชคดี ปีร์กะมอบเครื่องรางให้ไว้ป้องกันภัย สวยอวยพรให้แตลอยไปดีมาดี นาราอวยพรให้เดินทางโดยปลอดภัย ส่วนแสงดาวมอบเงินให้จำนวนหนึ่งไว้ใช้ขณะเดินทาง

“ขอให้เจอนางฟ้านะสายชล” มามิอวยพรจากใจจริง สายชลพยักหน้าแล้วเดินไปขึ้นเรือ แตลอยขับเรือออกไปในขณะที่สายชลมองไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว มีความหวัง

ooooooo

นางฟ้าดีวันดีคืน เธอจำเรื่องราวต่างๆในอดีตและจำทุกคนได้แล้ว เธอสดใสร่าเริงเหมือนเดิม ชมพู-แพรดีใจมาก แต่แล้วก็สะดุดเมื่อฟ้าลดาถามขึ้นว่า

“เออพี่แพรคะ ฟ้าได้คุยกับป้าเนียม ป้าเนียมบอกว่าคุณพ่อคุณแม่เสียไปหลายเดือนแล้ว แต่ฟ้าจำได้ว่าฟ้าอยู่โรงพยาบาลไม่นาน แล้วช่วงก่อนหน้านั้นฟ้าไปอยู่ไหนมาคะ”

ชมพูแพรจำต้องโกหกว่าอยู่ที่โรงพยาบาลที่กระบี่ เพราะตอนนั้นร่างกายน้องยังไม่แข็งแรงหมอเลยยังไม่ให้กลับ บอกแล้วถามหยั่งว่ายังมีอะไรจะถามอีกไหม พอฟ้าลดาบอกว่าไม่มีแล้ว เธอจับมือน้อง พูดอย่างอ่อนโยน อบอุ่นว่า

“ทุกอย่างมันผ่านไปแล้วนะฟ้า เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องพยายามไปนึกถึงมัน ตอนนี้ฟ้ากำลังจะมีชีวิตใหม่ พี่สัญญา พี่จะเป็นคนทำให้ชีวิตของฟ้าดีกว่าเดิม”

เมื่อฟ้าลดารับปาก ชมพูแพรมองหน้าน้องอย่างไม่สบายใจนัก...หลังจากนั้น เธอไปบอกป้าเนียมว่าให้ช่วยปกปิดเรื่องที่ฟ้าลดาไปอยู่เกาะมิน แหวนสอดรู้สอดเห็นมาเงี่ยหูฟัง พึมพำอย่างสงสัยว่า เกาะมินคืออะไร?

นอกจากนั้น เธอถามหมอวัฒนาว่า อยากรู้ว่าน้อง จะ จำเรื่องอดีตของตัวเองได้ไหม ตนกลัวว่าน้องจำได้แล้วจะกลับไปที่เกาะนั้นอีก

“เรื่องนี้ผมบอกไม่ได้ครับ ศาสตร์ทางด้านจิตใจมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราวิเคราะห์ตายตัวไม่ได้ แพรลองดูสิครับ จากตอนแรกที่แกจำพวกเราไม่ได้ แล้วพอเราทำการรักษา แกก็จำพวกเราได้ แต่กลับลืมเรื่องช่วงที่แกหายไป ในอนาคตบางทีน้องฟ้า ก็อาจจะจำเรื่องทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นได้ก็ได้”

ฟังหมอแล้วชมพูแพรยิ่งเครียดหนัก บอกหมอว่าถ้าฟ้าลดาถามอะไรให้ตอบแบบที่ตนบอกน้องไว้ น้องจะได้ไม่พยายามนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก ซึ่งหมอก็ยินดี แต่บอกเธอว่าอย่าเพิ่งกังวลอะไรไปล่วงหน้าเลย หมอเสนอว่าให้ส่งฟ้าลดาไปเรียนอะไรสักอย่างที่น้องชอบดีไหม สมองจะได้ไม่ว่าง จะได้ไม่มีเวลามาหาเหตุผลในเรื่องที่จำไม่ได้แล้วเดี๋ยวก็จะลืมไปเอง

ชมพูแพรคิดจะส่งน้องไปเรียนที่อเมริกาเหมือนกัน จะได้เจอเพื่อนเก่าๆมีสังคมที่เคยสัมพันธ์ ย้ำว่า

“ที่สำคัญ แพรกลัวว่า วันนึงไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้น

มันจะมาตามหายัยฟ้า แล้วถ้ามันรู้ว่ายัยฟ้ามีฐานะดี มันต้องคิดแบล็กเมล์ยัยฟ้าแน่ๆ”

“ผมเห็นด้วยกับแพรทุกอย่าง ถ้าอย่างนั้นก่อนส่งน้องฟ้าไป ผมขอตรวจน้องฟ้าให้ละเอียดอีกครั้งนะครับ จะได้แน่ใจว่าแกไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ”

ชมพูแพรเห็นด้วย เธอมองหมอวัฒนาอย่างสบายใจขึ้น

ooooooo

สายชลกับแตลอยมาถึงท่าเรือในเมือง สายชลบอกว่าก่อนอื่น เราต้องหายาซะให้เจอก่อนคาดว่าคงอยู่แถวนี้ แตลอยชวนหาอะไรกินกันก่อนดีกว่าเพราะหิวแล้ว จึงพากันเข้าไปที่ร้านข้าวริมทาง

ระหว่างรออาหารนั้น สายชลเห็นหมึกกับฉลามเข้ามาในร้าน เขาลุกไปกระชากไหล่หมึกถามว่ายาซะอยู่ไหน ไม่ทันที่หมึกจะพูดอะไร ฉลามก็มากระชากสายชลหันไปต่อยเปรี้ยงเข้าที่หน้า เกิดชกต่อยกันชุลมุนจนลูกค้าในร้านแตกฮือ

ปรากฏว่าหมึกกับฉลามสู้สายชลไม่ได้ มันพากันวิ่งหนี โดยแยกกันหนีไปคนละทาง สายชลบอกให้แตลอยตามฉลามไปส่วนตัวเองตามหมึกไป

แตลอยวิ่งตามหมึกไปเจอยาซะเล่นการพนันเสียออกจากบ่อนพอดี หมึกบอกว่าสายชลยังไม่ตายและออกมาตามหาเขาอยู่ท่าทางเหมือนหมาบ้า แตลอยวิ่งตามหมึกมา พอเจอยาซะเข้าก็เข่าอ่อนกลืนน้ำลายเอื๊อก ทำอะไรไม่ถูก

ยาซะตามมาเจอสายชล สายชลถามทันทีว่าเอานางฟ้าไปไว้ที่ไหน ยาซะบอกว่าตนไม่รู พอถูกคาดคั้นหนักเข้า ยาซะก็พูดเยาะเย้ยว่า

“นางฟ้าไปแล้ว ชาตินี้แกไม่มีวันได้เจอผู้หญิงคนนี้อีก ฮ่าๆๆ สะใจเว้ย...”

สายชลแค้นจัดพุ่งเข้าหา ถูกหมึกกับฉลามเข้ามาขวาง เลยเกิดตะลุมบอนกันสามต่อหนึ่ง แต่ทั้งสามก็สู้สายชลไม่ได้ ยาซะถูกต่อยลงไปกองกับพื้น สายชลกระชากคอเสื้อขึ้นมา

ถามว่านางฟ้าอยู่ไหน สุดท้ายมันบอกว่าไม่รู้ไปไหน รู้แต่ว่าเธอกลับไปกับพี่สาวแล้ว

สายชลเดือดจัดพุ่งเข้ากระหน่ำยาซะอีกจนแตลอยต้องมาลากออกมาขอให้พอแล้ว สายชลถอยออกมาด้วยสีหน้าที่สิ้นหวัง พากันกลับมาที่ท่าเรือ แตลอยหว่านล้อมว่าให้ทำใจเสียเถอะ เพราะนางฟ้าคงกลับไปอยู่กับครอบครัวเธอแล้ว

สายชลไม่ยอม บอกแตลอยว่าตนคือครอบครัวเดียวของนางฟ้า ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาเอานางฟ้าไปจากตน นางฟ้ามีความหมายกับชีวิตตนมาก นางฟ้าคือชีวิตตน ครอบครัวของตน พูดแล้วบอกแตลอยว่า

“แกกลับไปเถอะ ฉันจะตามหานางฟ้าด้วยตัวฉันเอง” แตลอยไม่ยอมกลับยืนยันจะไปกับเขา มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกัน สายชลถามอย่างหัวเสียว่าทำไมพูดไม่รู้เรื่อง แต่ลอยโต้ว่าเขาเองต่างหากที่พูดไม่รู้เรื่อง บอกให้เลิกหวังลมๆแล้งๆได้แล้ว เพราะนางฟ้าไม่มีวันกลับมาหาเขาอีกแล้ว

สายชลโมโหต่อยแตลอย ต่อยแล้วรู้สึกตัวรีบเข้าไปขอโทษ บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ บอกแตลอยให้กลับไปเสีย นี่มันเป็นเรื่องของตน พูดแล้วหันหลังเดินไป แตลอยเดินตามไปทุบท้ายทอยสายชลจนทรุดหมดสติ พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“มันไม่ใช่เรื่องของแกคนเดียวสายชล แต่มันเป็นเรื่องของฉันด้วย”

ooooooo

แตลอยพาสายชลล่องเรือไปกลางทะเลจนมองไม่เห็นฝั่ง สายชลบอกแตลอยให้พาเข้าฝั่ง ถ้าไม่พาตนเข้าฝั่งโดนต่อยแน่ แตลอยบอกให้ต่อยเลย แต่ต้องต่อยให้ตายเลย เพราะตนไม่พากลับเข้าฝั่งแน่นอน พูดแล้วแอ่นอกท้าให้ต่อยทั้งที่ใจสั่นหวิว

สายชลไม่ต่อยแต่ถามว่าทำไมไม่เข้าใจตนเลย แตลอยสวนไปทันทีว่า

“แกต่างหากที่ไม่พยายามเข้าใจ และไม่ยอมรับความจริง นางฟ้าไปแล้ว เรื่องของแกกับนางฟ้าจบแล้ว...”

สายชลมองแตลอยนิ่ง ไม่ต่อยและไม่ตอบ หันหลังให้กำหมัดแน่น แผดเสียงออกมาอย่างบ้าคลั่งน้ำตาไหลพรากๆ แตลอยได้แต่มองเพื่อนรักด้วยความสงสาร

ooooooo

ฟ้าลดาเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมเดินทางไปอเมริกาตามแผนของชมพูแพร เธอดูแลน้องอย่างถี่ถ้วน ถามว่าเอาโน่น เอานี่ เอานั่นไปหรือยัง ถามแม้กระทั่งยาสีฟัน แปรงสีฟัน จนฟ้าลดายกย่ามให้ดูบอกว่าทุกอย่างอยู่ในนี้ครบแล้ว

เห็นพี่สาวเป็นห่วงมาก ฟ้าลดาถามว่าพี่เครียดไปหรือเปล่า ชมพูแพรพูดเสียงเครือจะร้องไห้ว่า

“จะไม่ให้เครียดได้ยังไง น้องพี่จะไปตั้งสามปีเชียวนะ...ส-า-ม-ปี” ชมพูแพรเน้นอย่างรู้สึกยาวนานมาก แต่ฟ้าลดากลับบอกว่า แค่สามปีกะพริบตาปิ๊งๆๆๆ เดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว ชมพูแพรหัวเราะออกมาขำๆบ่นว่า “เรานี่ชอบทำเป็นเล่นอยู่เรื่อย”

เพื่อให้พี่สาวหายเศร้า ฟ้าลดาโอ๋ชมพูแพรเหมือนโอ๋เด็กๆ ชมพูแพรดึงน้องเข้าไปกอดบอกว่า

“พี่รักฟ้ามากรู้ไหม แล้วพี่ก็ห่วงน้องของพี่คนนี้มากด้วย”

“ฟ้ารู้ค่ะ...พี่แพรเหนื่อยกับฟ้ามามาก ฟ้าสัญญาว่าฟ้าจะไม่ทำให้พี่แพรเป็นห่วง และอะไรที่ฟ้าทำให้พี่แพรได้ ฟ้าจะยอมทำทุกอย่าง”

ฟ้าลดาเอาหน้าแนบพี่สาวอ้อนเหมือนเด็ก ชมพูแพร

กอดน้องไว้แน่นเหมือนไม่อยากให้จากไปไกล

ooooooo

ฝ่ายแตลอยไม่ยอมเอาเรือเข้าฝั่ง จนกระทั่งไปเห็นมีเรือลำหนึ่งลองเท้งเต้งอยู่กลางทะเล สายชลบอกให้แตลอยเอาเรือเข้าไปดู จึงเห็นว่า บนเรือมีชายฉกรรจ์สามคนกำลังรุมทำร้ายฝรั่งคนหนึ่ง พอเห็นเรือของสายชลแล่นเข้าใกล้ มันก็จับฝรั่งโยนลงทะเล แล้วขับเรือหนีไป

สายชลลงไปช่วยฝรั่งขึ้นมาบนเรือในสภาพหมดสติ หน้าตาเขาบอบช้ำเพราะถูกทำร้าย สายชลปฐมพยาบาลแต่ก็ไม่ดีขึ้น บอกแตลอยให้รีบพากันกลับไปที่เกาะมิน

สวยเห็นเรือของสายชลกลับมาก็ตะโกนบอกทุกคนด้วยความดีใจว่า “พี่สายชลกลับมาแล้ว...พี่สายชลกลับมาแล้ว”

พอชาวบ้านรู้ก็พากันมาที่ท่าเรือ เห็นสายชลกับแตลอยช่วยกันแบกร่างฝรั่งขึ้นท่ามา อารีฟะถามว่า นางฟ้ารึเปล่า นาราเขม้นมองบอกว่าคงไม่ใช่เพราะตัวใหญ่เหลือเกิน พอสายชลกับแตลอยพาฝรั่งขึ้นมา ปีร์กะถามว่าพาใครมาด้วย สายชลบอกว่าอย่าเพิ่งถามรีบช่วยเขาก่อน ปีร์กะสั่งให้รีบพาไปที่บ้านตนเลย

ระหว่างที่ปีร์กะปฐมพยาบาลฝรั่งอยู่นั้น แสงดาวเรียกแตลอยไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ปีร์กะตรวจฝรั่งแล้วออกมาบอกทุกคนว่า โชคดีที่ได้สายชลปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาการเลยไม่น่าเป็นห่วง แต่คืนนี้ต้องดูแลกันให้ใกล้ชิด

แสงดาวที่ได้ฟังแตลอยเล่าสภาพของสายชลมาแล้ว เสนอว่าให้สายชลเป็นคนดูแลฝรั่งคนนี้ แต่สายชลบอกว่าตนไม่พร้อม ตนยังดูแลใครไม่ได้

“แต่ต้องทำ และต้องทำให้ได้ ถือว่าฉันขอ” แสงดาวเสียงเข้มจนสายชลชะงักเงียบ

ปีร์กะเรียกแสงดาวไปถามด้วยความสงสัยว่าทำไมต้องเจาะจงให้สายชลเป็นคนดูแลฝรั่งนั่นด้วย แสงดาวชี้แจงว่า

“เพราะฉันกลัวว่า ถ้าปล่อยให้สายชลเป็นแบบนี้ต่อไป สายชลจะคิดสั้นน่ะสิ สายชลหวังไว้มากเหลือเกินว่าถ้าเจอยาซะก็จะเจอนางฟ้า แต่...ยาซะกลับให้คำตอบไม่ได้ว่านางฟ้าอยู่ที่ไหน...มันเหมือนความหวังสุดท้ายพังทลายไปตรงหน้า ฉันเลยคิดว่าการที่สายชลได้ทำอะไรสักอย่าง อาจจะช่วยให้สายชลลืมเรื่องนี้ได้บ้าง”

ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจเจตนาของแสงดาว ต่างพากันเป็นห่วงสายชลมาก

ooooooo

ระหว่างที่สายชลดูแลฝรั่งคนนั้น เขาอดคิดถึงอดีตของตัวเองไม่ได้ เพราะเขาเคยตั้งปณิธานไว้ว่า “ฉันเคยปล่อยให้พ่อแม่ตายไปตรงหน้า โดยที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องมาตายตรงหน้าฉันอีก” แล้วลุกเดินไปนั่งข้างฝรั่งคนนั้น จับมือเขาขึ้นมาพึมพำไม่หยุดเหมือนครั้งที่เขาช่วยนางฟ้าว่า

“ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆจงเข้ามา...ความชั่วร้ายจงออกไป สิ่งดีๆจงเข้ามา...”

จนเช้าวันรุ่งขึ้น ฝรั่งคนนั้นรู้สึกตัว ถามสายชลว่า “เธอช่วยฉันไว้ใช่ไหม” เมื่อสายชลพยักหน้า เขามองไปยังท้องทะเลที่สวยงาม สายชลถามหยั่งเชิงว่า เขาจำได้รึเปล่าว่าตัวเองเป็นใคร

“จำได้สิ ฉันไม่ได้ความจำเสื่อม ฉันชื่อไมเคิล” แล้วไมเคิลก็เล่าว่าเขาเป็นนักท่องเที่ยว เช่าเรือมาท่องทะเล ถูกคนร้ายปล้นและทำร้าย ตนสู้ และถูกทำร้ายจนหมดสติ จากนั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีก

สายชลเล่าว่าเขาถูกทำร้ายจนหมดสติแล้วถูกจับโยนทะเล ก่อนที่พวกนั้นจะเอาเรือหนีไป ไมเคิลตกใจถามว่าพวกนั้นขโมยเรือตนไปด้วยหรือ เอ่ยอย่างซาบซึ้งใจว่าถ้าสายชลไม่ช่วยไว้ตนคงตายไปแล้ว ถามว่าแล้วที่นี่ที่ไหน

“เกาะมิน” สายชลตอบสั้นๆ อย่างไม่มีอารมณ์จะคุยต่อ

ooooooo

ไมเคิลได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นจากชาวเกาะมิน เขาได้ยินชาวบ้านเรียกเขาว่าไอ้หัวทองก็หัวเราะขำๆ แตลอยจำได้เล่าว่า ตอนแรกที่สายชลเรียกฟ้าลดาว่านางฟ้าเธอก็ขำๆเหมือนกัน ไมเคิลถามว่านางฟ้าคือใคร สายชลทนฟังไม่ได้เดินออกไป ทุกคนไม่สบายใจ สวยตัดบท บอกไมเคิลว่าไม่มีอะไรหรอก

จนกระทั่งสายชลไปยืนเหม่อเครียดจนเกิดอาการเกร็งขยับตัวไม่ได้ ไมเคิลเป็นคนไปยืนดีดนิ้วตรงหน้าสายชลเรียกความรู้สึกของเขากลับคืนมา ทำให้ไมเคิลยิ่งสนใจ

ถามว่าทำไมสายชลจึงเป็นแบบนี้

เมื่อฟังเรื่องราวของสายชลแล้ว ไมเคิลบอกว่าตนก็เคยเป็นแบบนี้ หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะคนรักของตนตายไปในอ้อมแขนตน ตอนนั้นตนเหมือนตายตามคนรักไปด้วยแต่แล้วมานึกได้ว่า...

“อดีตคือสิ่งที่ผ่านไป และเราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ปัจจุบันต่างหากคือสิ่งที่ชีวิตเราต้องดำเนินต่อไปเพื่ออนาคตที่ดีกว่าในอดีต” แล้วชวนสายชลไปอยู่อเมริกากับตนไหม สายชลถามว่าตนจะไปทำไม

“ฉันแค่อยากตอบแทนที่เธอช่วยชีวิตฉัน อีกอย่าง การได้เดินทาไกลได้ห่างไกลจากที่เดิม ภาพเดิมๆอาจทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น และเธออาจจะลืมเรื่องเดิมๆ ได้สักวันหนึ่ง”

“คุณกำลังจะบอกให้ฉันไปเพื่อให้ลืมนางฟ้า ไม่...

ฉันต้องการจะจำนางฟ้า คุณก็เหมือนทุกคน กลับไปอย่ามายุ่งกับฉันอีก” สายชลมองหน้าไมเคิลพูดอย่างผิดหวัง แล้วจะเดินหนีไป ไมเคิลรีบพูดขึ้นว่า

“สายชล อยู่ที่นี่เธอก็มีแต่ความทรงจำเดิมๆ ที่มีแต่จะฉุดให้เธอถอยหลัง เธอมีนางฟ้าในนี้”  ไมเคิลชี้ที่หัวใจ “แต่ชีวิตต้องเดินหน้า เธอกับนางฟ้าแค่จากเป็น ถ้าเธอไม่ออกไปเจอโลกกว้าง แล้วเธอจะเจอนางฟ้าของเธอได้ยังไง ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้เธอรู้สึกแย่ แต่มันก็อยู่ที่ว่าเธอจะใช้ปัญหาทำให้ตัวเองอ่อนแอ หรือ จะใช้ปัญหาทำให้เธอแข็งแกร่ง คิดดูนะสายชล”

พูดแล้วไมเคิลตบบ่าสายชลเบาๆ เชิงให้กำลังใจก่อนเดินแยกไป สายชลนิ่ง...คิดตามคำพูดของไมเคิล...

ooooooo

คืนนี้ สายชลนอนก่ายหน้าผากคิดตรึกตรองคำพูดของไมเคิล เสียงไมเคิลชวนไปอยู่อเมริกากับเขายังเหมือนดังอยู่ข้างหู เสียงให้สติให้กำลังใจของไมเคิลยังทำให้คิด และเมื่อคิดถึงที่ยาซะบอกว่านางฟ้าไปอยู่กับพี่สาวของเธอแล้ว ก็ใจแป้ว เมื่อนึกถึงคำให้กำลังใจของปีร์กะที่ว่า ไม่ว่านางฟ้าจะเป็นอย่างไร เธอคือคนที่รักเขา เขากับนางฟ้าเป็นเนื้อคู่กัน ก็มีกำลังใจขึ้นมา

ขณะกำลังคิดสับสนอยู่นั่นเอง ในความรู้สึก เหมือนนางฟ้ามาบอกว่า ให้เขาไปกับไมเคิลบางทีเราจะได้เจอกัน

ดังนั้น รุ่งขึ้นสายชลไปบอกไม่เคิลว่า จะไปอยู่กับเขาที่อเมริกา ชาวเกาะมินแม้จะอาลัยคิดถึงแต่ก็สนับสนุนเผื่อจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น แม้แต่แตลอยก็ยังแสดงความยินดี บอกสายชลว่า

“ฉันเสียใจที่แกจะไป แต่ฉันก็ดีใจ ที่แกจะได้ไปตามหาชีวิตของแก”

ฟ้าลดาเดินทางไปอเมริกากลางดึกคืนนี้ ส่วนสายชลกับไมเคิล เดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น มุ่งสู่อเมริกาเหมือนกัน...เขาเอากีตาร์อูคูเลเล่ไปด้วย ผ่านกรงเจ้าแก้วตา ก็ปลดหิ้วไปด้วย

ชาวบ้านพากันมาส่งและอวยพร แต่มามิไม่มา จนเมื่อสายชลไปหาที่บ้านปีร์กะเห็นมามิกำลังนั่งร้องไห้อยู่ ถามว่าใจคอจะไม่ไปส่งตนหรือ

“ฉันไม่อยากไป ฉันทนเห็นเธอจากไปไม่ได้สายชล” มามิร้องไห้อย่างหนัก สายชลดึงมามิไปกอดตบหลังเขาอย่างปลอบใจ

เมื่อกลับมาที่ท่าเรือ สายชลกอดลาชาวเกาะทุกคน จนมาถึงมามิ สายชลส่งกรงแก้วตาให้บอกว่า “ฉันให้”

“ฉันจะถือว่าเธอฝากเลี้ยง แต่เธอต้องกลับมาเอามันคืนไปนะ” มามิรับกรงแก้วตาไปถือไว้

สายชลพยักหน้าแล้วเอ่ยลา เขาขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือตนมาโดยตลอด สัญญาว่าตนไม่มีวันลืมทุกคนแน่นอน นาราอวยพรให้โชคดี ส่วนซะละบอกว่า “ที่นี่เป็นบ้านของเอ็ง เอ็งกลับมาได้ทุกเมื่อ”

สายชลเดินตามไมเคิลไปขึ้นเรือ ชาวเกาะมินที่มาส่งต่างมองตามเรือไปอย่างอาลัยรัก สายชลเองก็หันมองทุกคนน้ำตารื้น จนไมเคิลต้องตบบ่าเบาๆปลอบใจ

ooooooo

3 ปีต่อมา...

ฟ้าลดากลับบ้านด้วยวิธีแปลกๆหมายเซอร์ไพรส์คนที่บ้าน ด้วยการกลับมาเงียบๆแอบปีนหน้าต่างเข้าบ้าน ทำเอาป้าเนียมใจหายใจคว่ำนึกว่าเป็นขโมย

ชมพูแพรดีใจมากที่น้องกลับมาแล้ว แต่ก็บ่นอย่างอ่อนใจกับการกลับมาอย่างพิลึกพิลั่นของน้อง ฟ้าลดาพูดอย่างร่าเริงว่าเพราะอยากเซอร์ไพรส์พี่ ครั้นชมพูแพรถามถึงกระเป๋าเดินทาง ปรากฏว่าเธอมีแค่ย่ามใบเดียวบอกว่าเอาไปแค่ไหนก็เอากลับมาเท่านั้น จากนั้นก็กินบะหมี่สำเร็จรูปที่ให้ป้าเนียมทำมาให้แบบง่ายๆ

ชมพูแพรดูน้องแล้วส่ายหน้ากับความเรียบง่ายของน้องสาว แม้แต่ที่อยู่ ก็ขออยู่บ้านหลังเล็กทั้งที่ไม่ได้ทำความสะอาดเธอพูดอย่างร่าเริงว่า อยู่ที่นั่นยิ่งกว่านี้ยังอยู่ได้ ไม่อาบน้ำสามวันก็ยังเคย

คุยกับน้องจนดึก พอดูนาฬิกาชมพูแพรทำหน้าตกใจเมื่อเป็นเวลาตีสามแล้วบอกว่าต้องไปนอนแล้วเพราะพรุ่งนี้มีนัดกับมิสเตอร์ไมเคิล ท่านประธานสายการบินเซเว่นซี สายการบินที่เราร่วมทุนด้วย

ฟ้าลดาไล่ให้พี่สาวรีบไปนอนเสียเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไม่สวย แล้วกู๊ดไนต์กัน

ooooooo

บนเครื่องบินส่วนตัวที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า แอร์โฮสเตสชายชาวต่างชาติเดินมาหาชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอยู่ เอ่ยเป็นภาษาอังกฤษ

“Excuse me sir in 1 hour, We’ll arrive to Thailand”

ชายหนุ่มคนนั้นหันมา เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเข้มของเขา ที่แท้สายชลนั่นเอง!

เมื่อเขาหันมาสหัสก็ยื่นชุดให้ สายชลรับแล้วเดินออกไปเข้าห้องน้ำรูดเนกไท ใส่สูทเอาน้ำหอมเทใส่มือลูบที่คางและคอก่อนเช็ดหน้าและผมอีกทีก่อนออกไป

ที่สำนักงานของภมร เช้านี้วันดีต้องจัดเตรียมการต้อนรับมิสเตอร์ไมเคิลกันอย่างเร่งรีบ ตึงเครียด เพราะชมพู–แพรเข้มงวดกวดขันและตื่นเต้นกับการต้อนรับนักธุรกิจใหญ่ที่เก่งกาจ เธอพิถีพิถันแม้แต่สีดอกไม้ที่จัดในแจกัน ดุวันดีว่าใช้สีนี้ได้ยังไง เพราะเป็นสีของคู่แข่ง สั่งให้ไปเปลี่ยน วันดีบอกว่าใกล้เวลาท่านประธานจะมาแล้วตนหาที่เปลี่ยนไม่ทัน

ชมพูแพรตื่นเต้นจนกลายเป็นตึงเครียดกลัวจะต้อนรับมิสเตอร์ไมเคิลได้ไม่ดี โทร.ไปคุยกับหมอวัฒนา หมอปลอบใจว่า

“อย่าเพิ่งคิดไปล่วงหน้าสิครับ ตั้งใจแล้วก็มั่นใจตัวเอง ผมรับรองว่าทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี สู้ๆครับ” เมื่อชมพูแพร มั่นใจขึ้น หมอบอกว่า “เย็นนี้หลังเลิกงานเราไปทานข้าวด้วยกันนะครับ ชวนน้องฟ้าไปด้วย”

วางสายจากชมพูแพรแล้ว หมอวัฒนาหยิบกล่องแหวนขึ้นมาดู ตาเป็นประกายอย่างมีความสุข

ส่วนชมพูแพรพอวางสายจากหมอวัฒนา วันดีก็เดินเข้ามารายงานอย่างตื่นเต้นว่า

“ท่านประธานของเซเว่นซีมาถึงแล้วค่ะ”

ชมพูแพรหายใจเต็มปอดระงับความตื่นเต้นแล้วเดินออกไปกับวันดี

ooooooo

สหัสยืนข้างๆสายชล เขาแนะนำแก่ชมพูแพรว่า

“นี่คือคุณชาร์ล แมคโควิท ลูกชายของมิสเตอร์ไมเคิล และเป็นประธานคนใหม่ของเซเว่นซีครับ”

ชมพูแพรอดตื่นเต้นกับความหล่อเท่ของสายชลไม่ได้ เธอพาเดินชมสำนักงานพลางอธิบายส่วนต่างๆของบริษัท ยิ่งอยู่ใกล้ชิดกับชายหนุ่ม ชมพูแพรก็ยิ่งประหม่า

ชมพูแพรพาสายชลมาดูห้องทำงานของเขาซึ่งเป็นห้องเก่าของภมร บอกว่าถ้าไม่ถูกใจจะตกแต่งใหม่ก็ได้

“ผมพอใจครับ ขอบคุณมากนะครับคุณชมพูแพร”

ชมพูแพรขอให้เขาเรียกตนว่าแพรเฉยๆก็ได้เพื่อจะได้รู้สึกสนิทคุ้นเคยกันยิ่งขึ้น สายชลปรึกษาว่าต้องการหาที่พักเพราะเขาไม่มีบ้านในกรุงเทพฯ ชมพูแพรแนะนำว่าถ้าเขาจะอยู่อย่างถาวรให้เช่าบ้านอยู่ดีกว่า แล้วแนะนำสถานที่ให้ ถามว่าสนใจไหม สายชลสนใจนัดเย็นนี้ให้ช่วยพาไปดูได้ไหม

ชมพูแพรนิ่งไปนิดหนึ่งเพราะนัดกับหมอวัฒนาไว้แล้ว แต่พอสายชลบอกว่าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เธอรีบบอกว่า

“ว่างค่ะ ถ้ายังไงเย็นนี้เจอกันนะคะ”

สายชลพยักหน้า ชมพูแพรเผลอมองเขาตาเป็นประกาย จนสหัสมองเธอด้วยความสงสัยในแววตานั้น

ooooooo

ฟ้าลดากลับมากรุงเทพฯ ก็เอารถมินิของตนที่จอดทิ้งไว้สามปี ขับออกไปหาเพื่อนที่นัดกันไว้

สายชลอยู่ที่ห้องทำงานภมร โทรศัพท์บอกไมเคิลว่าตนมาถึงเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว หันกลับมาเจอสหัสยืนมองอยู่ทำตากรุ้มกริ่ม เขาบอกว่ามีอะไรก็พูดมา

“ผมว่า...คุณชมพูแพรมีท่าทีสนใจคุณนะครับ ผมพูดจริงๆนะครับ ไม่แน่นะ มาเมืองไทยคราวนี้คุณอาจจะมีแฟนกับเขาสักที”

“เคยมีคนบอกไหมว่านายพูดมาก...” สายชลทำเสียงเข้มเล่นๆแล้วขอกุญแจรถบอกว่า “ฉันจะออกไปขับรถเล่นชมเมืองสักหน่อย งานยังไม่มีอะไรไม่ใช่เหรอ”

ooooooo

เกมร้ายเกมรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด