ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เกมร้าย เกมรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ช่วยตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเสร็จ ซะละขอบใจที่สายชลมาช่วย เขารีบขอตัวกลับเพราะทิ้งนางฟ้าไว้ที่บ้านคนเดียว

แต่พอกลับมาถึงบ้านมองหา เรียกนางฟ้าจนทั่วบ้านก็ไม่เจอ เหลือบเห็นขวดเหล้าสีเงินที่ยาซะดื่มเป็นประจำก็จำได้เดาเหตุการณ์ออกทันที สายชลรีบจ้ำออกไปตามที่

คาดว่ายาซะจะพานางฟ้าไป

ยาซะกำลังหื่นจัด ลากนางฟ้าออกไปให้หมึกกับฉลามคอยดูต้นทาง แล้วมันก็ลงมือฉีกเสื้อผ้านางฟ้าอย่างกลัดมัน ท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างตกใจของนางฟ้า เมื่อนางฟ้าต่อสู้มันตบหน้าจนเลือดซึมที่มุมปาก

ระหว่างนั้นเอง หมึกเห็นสายชลวิ่งมา หมึกบอกฉลามให้รีบไปบอกลูกพี่เร็วๆ สายชลเห็นพวกมันก็คว้าไม้เหมาะมือขึ้นมาถือ เดินดุ่มเข้าไปหา

ยาซะหัวเสียมากสบถอย่างอารมณ์ค้างลุกพรวดขึ้น เจอสายชลเดินมาถึงพอดี ถามว่านางฟ้าอยู่ไหน

“แกจะทำอะไรฉันหาไอ้เด็กเมื่อวานซืน”

สายชลไม่พูดพล่ามทำเพลงพุ่งเข้าฟาดทันที ยาซะหลบเตะแขนสายชลจนไม้หลุดมือ โดนมันเตะเสยคางซ้ำอีก นอกจากนั้น ยังชักมีดสั้นตวัดถูกแขนสายชลจนเลือดไหล หมึกกับฉลามเข้ามารุมเล่นงานสายชล แต่มันก็ถูกสายชลเตะตกทะเลไป ขณะที่สายชลกำลังจะแย่นั่นเอง นางฟ้าก็ถือไม้มาฟาดท้ายทอยยาซะจนหมดสติ

นางฟ้าถลาเข้าหาสายชลกอดกันแน่น สายชลขอโทษที่ทิ้งเธอไว้คนเดียวจนเกิดเรื่อง

ooooooo

รุ่งขึ้น ยาซะ หมึก และฉลามถูกจับมัดไว้กับเสากลางแดดเปรี้ยง ชาวเกาะช่วยกันขนฟืนมาสุม อีกส่วนหนึ่งก็ใส่หน้ากากตีเกราะเคาะไม้เต้นเข้ามา

ล้อมทั้งสามคนไว้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังเอาสายชนวนมาวางใกล้กองฟืน

เมื่อชาวบ้านที่ห้อมล้อม ถอดหน้ากากออก จึงเห็นว่า

ที่แท้คือ ซะละ หัวหน้าเกาะ สายชล แตลอย นารา อารีฟะ รวมทั้ง สวย มามิ ปีร์กะ และชาวเกาะอื่นๆ ยาซะคำราม “พวกแก...”

“ต่อไปคือบทลงโทษที่พวกเอ็งสามคนทำชั่วกับนางฟ้า” ซะละประกาศ

“คิดจะเผาพวกฉันให้ตายเหรอวะ แล้วพวกแกจะเสียใจที่ทำแบบนี้ ถ้าคนบนฝั่งไม่เห็นพวกฉันกลับไป เขาต้องมาตามหาพวกฉันที่นี่ แล้วพวกแกทุกคนก็จะถูกตำรวจจับข้อหาฆ่าคนตาย...” ยาซะขู่ ทำปากกล้าแต่ขาสั่น

ไม่มีใครสนใจคำขู่ของยาซะ เมื่อซะละพยักหน้า

นาราก็เอาสายชนวนลากไปที่กองฟืนแล้วลากปลายสายมาตรงหน้าซะละ

ยาซะเห็นเอาจริงก็ตะโกนด่า ซะละไม่สนใจจุดไฟที่สายชนวนทันที หมึกกับฉลามที่กลัวจนตัวสั่นถึงกับเข่าอ่อน

ไฟที่ซะละจุดลามสายชนวนไปจนใกล้กองฟืนที่ล้อมทั้งสามไว้ แต่พอใกล้ถึงตัวจู่ๆไฟก็ดับ

ที่แท้ชาวเกาะมินทำแค่ปรามพวกมันเท่านั้นเอง ซะละเดินไปตรงหน้ายาซะ ประกาศให้รู้ว่า

“ไสหัวไปจากที่นี่ แล้วอย่ากลับมาอีก ถ้าพวกเราเห็นเอ็งสามคนกลับมาเมื่อไหร่ พวกเอ็งถูกจับเผาจริงแน่!”

แต่พอปล่อยพวกมัน แทนที่จะสำนึก ยาซะกลับพูดอย่างผยองกับสายชลว่า

“คิดเหรอว่าแค่นี้จะหยุดพวกฉันได้ ฉันจะทำให้แกไม่มีความสุขไอ้สายชล”

ooooooo

หลังจากปล่อยยาซะกับลูกน้องไปแล้ว สายชลรีบกลับบ้าน เจอแสงดาวอยู่เป็นเพื่อนนางฟ้า เขาขอบคุณแสงดาว บอกว่าพวกยาซะ คงไม่กล้ากลับมาที่นี่อีกแล้ว แสงดาวจึงขอตัวกลับ

สายชลปลอบนางฟ้าว่าไม่ต้องกลัวแล้วนะ นางฟ้าขอบคุณเขาที่ช่วยตนไว้ ตำหนิว่าเพราะตนแท้ๆ ทำให้เขาต้องเจ็บตัว

“แค่นี้สายชลไม่เจ็บหรอก แต่ถ้านางฟ้าเป็นอะไร สายชลคงจะเจ็บมากกว่านี้” พูดพลางกุมมือเธอไว้ ทำเอานางฟ้ารู้สึกสะท้านไปกับคำพูด แววตาและความอบอุ่นจากมือที่กุม ตื้นตันใจจนพูดไม่ออก

หลังจากนั้น นางฟ้าทายาให้เขา ความใกล้ชิดทำให้ต่าง

ก็ไม่กล้าสบตากัน แต่รู้สึกใจเต้นแรงจนอกกระเพื่อมไปทั้งคู่

นางฟ้าสงสัยอีกแล้ว ไปปรึกษาอารีฟะกับนาราเรื่องใจเต้นแรง ทั้งสองวิเคราะห์ว่าอาการแบบนี้เหมือนกับคนที่กำลังมีความรัก นาราถามว่า หรือนางฟ้าจะรักสายชล เธอรีบปฏิเสธ นาราเลยแนะว่าแบบนี้ต้องพิสูจน์

ooooooo

เมื่อพากันไปที่บ้านสายชล เห็นสายชลกำลังเอาแหลงเรือ นาราบอกนางฟ้าว่า ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองรักสายชลหรือเปล่าก็ต้องจูบ ถ้าจูบสายชลแล้วเห็นรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีชมพู แสดงว่านางฟ้ารักสายชล

นางฟ้าเดินไปหาสายชลแล้วจู่โจมเข้าจูบ ทำเอาสายชลอึ้ง แต่พอนางฟ้าลืมตาขึ้น เห็นรอบตัวเป็นสีชมพูไปหมด เธอรู้ทันทีว่าตัวเองรักสายชล ทั้งตื่นเต้นทั้งเขินเลยเดินหนีเอาดื้อๆ สายชลรีบตามไปทั้งที่ยังงงๆ อยู่

มามิมาแอบดูอยู่ ตกใจทำตะกร้าหล่น กำมือแน่นอย่างโมโหจัด

สายชลวิ่งตามนางฟ้าไปแต่หาไม่เห็นเธอแล้ว มามิซ่อนตัวอยู่เห็นว่านางฟ้าไปทางไหน ตามไปเรียกมาต่อว่า ว่าเห็นจูบกับสายชล นางฟ้ายังตื่นเต้น ตกใจ พยายามจะชี้แจง ถูกมามิด่าว่า เลว แทงข้างหลังตน ไหนรับปากว่าจะไม่ชอบสายชลไงล่ะ

“พี่มามิ นางฟ้าไม่รู้...นางฟ้าขอโทษ อย่าโกรธนางฟ้านะ”

“ไม่ต้องมาขอโทษฉัน ปล่อย” มามิแกะมือนางฟ้าออก “แกมาที่นี่ทำไมหานางฟ้า ! แกมาที่นี่ทำไม !! ถ้าไม่มีแกป่านนี้ฉันกับสายชลคงแต่งงานมีลูกกันไปแล้ว แกคนเดียว แกมันตัวซวย ฉันเกลียดแกนางฟ้า...ฉันเกลียดแก !”

ด่าแล้วมามิเดินออกไป นางฟ้ายืนตะลึงอึ้ง น้ำตาไหลด้วยความเสียใจสุดๆ

ooooooo

บ่ายๆ สายชลวิ่งหน้าตาตื่นตกใจไปบอก

แสงดาวว่านางฟ้าหายไป ทุกคนตกใจมากคาดเดาไปต่างๆ นานา แสงดาวหันไปคาดคั้นกับสวยที่เขม่นนางฟ้าอยู่ สวยบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง ครั้นถูกคาดคั้นหนักเข้าก็บอกว่าตนไม่รู้เรื่อง ให้ไปถามมามิ เพราะมามิเป็นคนสั่งนางฟ้าไม่ให้บอกสายชลเรื่องที่พวกตนคุยกัน

แต่พอไปหามามิ ปรากฏว่าหายตัวไปไหนไม่มีใครรู้ สายชลตัดบทว่าอย่ามัวเสียเวลากันอยู่เลย รีบออกไปตามหานางฟ้ากันเถอะ ซะละเห็นด้วย จึงพากันออกจากบ้านปีร์กะ แยกย้ายกันออกตระเวนค้นหานางฟ้าไปตามที่ต่างๆ

ที่แท้ มามิหลบอยู่แถวนั้นเอง เธอนั่งกอดเข่าตัวสั่น เป็นกังวล เป็นห่วงนางฟ้า

ooooooo

ที่ริมผา นางฟ้าไปยืนร้องไห้ คำพูดของมามิยังก้องอยู่ในความรู้สึก เสียงด่าของมามิเสียดแทงทำร้ายจิตใจเธออย่างรุนแรง ทั้งเสียใจที่ถูกด่า ทั้งรู้สึกผิด

ทันใดนั้น เสียงฟ้าคำรามสนั่น นางฟ้าตกใจเสียหลักยืนโงนเงน ถูกลมที่พัดโหมมากระแทกตกหน้าผาไปทันที เธอร้องสุดเสียง

“สายชล...”

เสียงร้องของนางฟ้า แหวกอากาศมาถึงสายชล เขา ชะงักกึก เหลียวขวับหาต้นเสียง ตะโกนเรียก

“นางฟ้า”

นางฟ้าตกจากหน้าผา เธอพยายามตะกุยตะกายจะขึ้นฝั่ง แต่ถูกสาหร่ายพันเท้า ยิ่งดิ้นก็ยิ่งพัน ขณะเธอกำลังจะหมดแรงนั่นเอง สายชลวิ่งมาถึง กระโดดลงไปช่วยทันที เขาดำลงไปตัดสาหร่าย พาตัวเธอขึ้นพ้นน้ำได้ในขณะที่นางฟ้ากำลังจะหมดลม
ทันทีที่เห็นหน้าสายชล เธอร้องเรียกด้วยความดีใจสุดขีดรู้ว่ารอดตายแล้ว เมื่อขึ้นถึงฝั่งต่างโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ ทันใดนั้น ฝนตกลงมาซู่ใหญ่ จนทั้งสองต้องพากันไปหลบฝนในถ้ำแถวนั้น

ooooooo

เพราะตากฝนเปียกน้ำมาทั้งวัน เมื่อเข้าไปในถ้ำ ต่างก็จามออกมาพร้อมกัน แล้วก็พากันขำ ขำทั้งที่ทุกข์สาหัส แต่เมื่อมีคนรู้ใจอยู่ด้วยกัน สู้ด้วยกัน ความทุกข์ก็กลายเป็นเศษเสี้ยวของความรู้สึกในเวลานั้น

สายชลเสนอให้รีบถอดเสื้อผ้าผึ่งดีกว่าเดี๋ยวจะไม่สบาย แต่มีเสื้อผ้าอยู่ชุดเดียวจะทำอย่างไร สายชลเสนอว่าเราหันหลังให้กัน แล้วต่างก็ถอดเสื้อผ้าออกมาผึ่ง ทั้งที่หนาวสะท้าน แต่ใจเต้นแรงเลือดฉีดร้อนผ่าวไปทั้งกาย

นั่งหันหลังให้กันนานจนคาดว่าเสื้อผ้าคงจะแห้งแล้ว จึงต่างลุกขึ้นมาจะหยิบเสื้อผ้าที่ตาก มือกับมือจับกันพอดีต่างนิ่งอึ้งมองหน้ากันนิ่ง มีเพียงผ้าที่ผึ่งกั้นไว้เท่านั้น หลังจากนิ่งอึ้งไปนาน เมื่อได้สติจึงคว้าเสื้อผ้ารีบใส่โดยต่างหันหลังให้กัน

หลังจากรองน้ำฝนในถ้ำมาดื่มแก้กระหายแล้ว นางฟ้าขอโทษสายชลที่ทำให้เขากับชาวบ้านต้องเป็นห่วง

“พี่นารากับพี่อารีฟะ เล่าทุกอย่างให้สายชลฟังแล้ว แล้วสายชลก็รู้ด้วยว่า มามิพูดอะไรกับนางฟ้า”

นางฟ้าตกใจมาก ขอร้องสายชลอย่าโกรธมามิ เพราะมามิไม่ได้ทำอะไรตนเลย สายชลไม่ตอบแต่กลับถามว่าแล้วนางฟ้าเป็นอะไร จูบตนแล้ววิ่งหนีทำไม

“นางฟ้าไม่รู้...นางฟ้าไม่รู้...” เธอปฏิเสธอย่างตระหนก ยิ่งเมื่อคิดถึงคำพูด คำด่าของมามิก็ยิ่งตื่นตกใจไม่กล้าพูดอะไรจนสายชลเรียก เธอหันมาพูดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “นางฟ้าไม่ได้รักสายชลนะ นางฟ้าไม่ได้รักสายชล...”

“แต่สายชลรักนางฟ้า...รักตั้งแต่วันแรกที่เจอนางฟ้านอนที่ชายหาด”

นางฟ้าถามเชิงตัดพ้อว่าแล้วทำไมไม่บอกตน สาย–ชลบอกว่าตนไม่แน่ใจ แล้วเล่าถึงจุดที่ทำให้รู้หัวใจตัวเองว่า

“ในวันที่นางฟ้าถูกยาซะจับไปที่เรือ สายชลแทบเป็นบ้า ที่เห็นนางฟ้าโดนทำร้าย แล้วพอมาวันนี้ตอนที่นางฟ้าจูบสายชล มันทำให้สายชลรู้ว่า สายชลจะไม่มีวันยอมเสียนางฟ้าไปเด็ดขาด...รู้แบบนี้แล้ว นางฟ้ารู้สึกยังไง” สายชลมองหน้าเธอลุ้นคำตอบ

หนุ่มสาวมองหน้ากันนิ่ง แรงปรารถนาก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง จนนางฟ้าไม่อาจฝืนใจตัวเองได้อีกแล้ว บอกเขาว่า

“รัก...นางฟ้ารักสายชล รักมากกว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้ รักจนไม่รู้จะบอกสายชลว่ายังไง” นางฟ้าพรั่งพรูความรู้สึกออกมา สายชลยิ้มด้วยความดีใจ นางฟ้าจับมือสายชลมาทาบที่หัวใจตัวเอง มองหน้าเขาถามว่า

“สายชลได้ยินเสียงหัวใจนางฟ้าไหม” สายชลพยักหน้า เธอบอกว่า “สายชลเป็นคนเดียวที่จะได้เป็นเจ้าของหัวใจนางฟ้า”

ทั้งคู่ค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเข้าหากันเหมือนไม่รู้ตัว แต่พอกำลังจะเผลอใจก็รู้สึกตัว บอกกันว่ายังไม่ได้ เพราะเรายังไม่ได้แต่งงานกัน เราต้องแต่งงานกันก่อน แล้วต่างก็นอนหันหลังให้กัน

มามิเป็นห่วงนางฟ้า เมื่อปีร์กะกลับมาเธอถามว่าเจอนางฟ้าไหม

“ไม่เจอ แล้วตอนนี้ไอ้สายชลก็หายไปอีกคน เป็นเพราะเอ็งใช่ไหมนังมามิ นางฟ้าถึงเตลิดหายไป”

“ป้า...ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่านางฟ้า ฉันไม่ได้ตั้งใจ...” มามิร้องไห้จนตัวโยน กอดปีร์กะไว้เหมือนจะขอกำลังใจ ปีร์กะกอดหลานสาวไว้ พูดปลอบใจว่า

“นังมามิเอ๊ย...ความรักเป็นเรื่องของพรหมลิขิต มันฝืนใจกันไม่ได้ ถ้าสายชลกับนางฟ้าเป็นคู่แท้ ไม่ว่าเอ็งหรืออะไรก็ไม่มีทางทำให้เขาสองคนแยกจากกัน”

มามิพยักหน้าอย่างเข้าใจ ร้องไห้ไม่หยุด ปีร์กะได้แต่ลูบหัวลูบหลังปลอบใจหลานสาว

ooooooo

ที่ถ้ำเช้านี้ฝนหยุดแล้ว สายชลกับนางฟ้านอนกอดกันอยู่ ต่างรู้สึกอบอุ่นมีความสุขเหมือนอยู่ในความฝัน สายชลบอกว่า วันนี้ตนจะไปบอกทุกคนว่าเราจะแต่งงานกัน นางฟ้าพยักหน้าอย่างมีความสุข

แต่ที่ลานหมู่บ้าน ซะละกับชาวบ้านกำลังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด แบ่งกลุ่มกันออกตามหานางฟ้ากับสายชล โดยแบ่งเป็นสองสาย ไปหาที่ป่าท้ายเกาะ

แต่ไม่ทันได้ออกไป แตลอยก็ตะโกนบอกอย่างดีใจสุดขีดว่า

“พ่อ...สายชลกับนางฟ้ากลับมาแล้ว”

ทุกคนหันมอง เห็นสายชลกับนางฟ้าเดินกลับมาก็พากันโล่งใจ มามิดีใจกว่าเพื่อน วิ่งไปกอดนางฟ้า พร่ำขอโทษไม่ขาดปาก นางฟ้าบอกว่าตนไม่โกรธ ไม่โกรธจริงๆ

สายชลไม่รอช้า ถือโอกาสที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ประกาศว่า

“ทุกคนจ๊ะ ฉันมีเรื่องจะบอกให้ทุกคนรู้...” สายชลหยุดนิดหนึ่งอย่างตื่นเต้นก่อนโพล่งบอกไปว่า “ฉันกับนางฟ้าจะแต่งงานกันจ้ะ”

ทุกคนตกใจ แปลกใจ แล้วกลายเป็นดีใจ นางฟ้าถามมามิว่าโกรธตนไหม มามิจับมือนางฟ้าพูดจากใจจริงว่า

“พี่ไม่โกรธนางฟ้า เรื่องของความรักมันฝืนใจกันไม่ได้ สายชลกับนางฟ้าเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัน” พูดแล้วหันไปยิ้มกับปีร์กะผู้เป็นป้า ปีร์กะพยักหน้าให้อย่างชื่นชม ดีใจที่หลานสาวเข้าใจและทำในสิ่งที่ถูกต้อง

สวยพูดขึ้นบ้างว่า “นางฟ้า ยินดีด้วยนะฉันจะเลิกชอบพี่สายชลละ เพราะฉันไม่อยากชอบผู้ชายคนเดียวกับเพื่อน”

สวยพูดขาดคำก็ถูกนาราเคาะหัวดังโป๊ก พึมพำขำๆแกมหมั่นไส้ว่า “แก่แดดจริงๆลูกกู” ทุกคนเลยหัวเราะฮากันตรึม นางฟ้ากับสายชลสบตายิ้มให้กันอย่างมีความสุขที่ทุกอย่างลงเอยด้วยดี

คืนนี้ ปีร์กะสวดมนต์ หลับตาเห็นภาพชายชุดดำ จับตัวนางฟ้าไปยังเรือลำหนึ่ง ที่จอดอยู่ริมหาดเธอทั้งดิ้นทั้งร้องโวยวาย พยายามจะหนี ถูกชายชุดดำคนหนึ่งทุบจนหมดสติ

ปีร์กะสะดุ้ง ลืมตาโพลงอย่างตื่นตระหนก เหงื่อผุดเต็มหน้า จนกระทั่งเช้าจึงไปเล่าให้สายชลฟัง สายชลวิตกกังวลมาก เมื่อปีร์กะเตือนว่าต้องระวังชายชุดดำ เขาถามว่า พวกนั้นเป็นใคร แล้วเขาจะทำอะไรนางฟ้า

ปีร์กะบอกว่าตนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นพวกที่ไม่หวังดีกับเขาและนางฟ้า พวกนั้นจะทำให้เขากับนางฟ้าต้องแยกจากกัน แล้วยํ้าเตือนว่า

“เอ็งจำคำพูดของข้าไว้นะสายชล...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ไม่ว่านางฟ้าจะเป็นยังไง คนที่นางฟ้ารักคือเอ็งคนเดียว”

“ถ้างั้น ฉันกลับบ้านก่อนนะป้า ตอนนี้นางฟ้าอยู่บ้านคนเดียว” สายชลรีบลาวิ่งกลับไปทันที

ooooooo

ที่หน้าบ้านสายชล ทิวาหนุ่มในชุดดำ เดินมาด้อมๆ มองๆ ที่หน้าบ้าน นางฟ้าแอบดู เธอตกใจไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่คิดว่าคงเป็นคนไม่ดี คว้าเก้าอี้มาเป็นอาวุธ ย่องไปที่ระเบียง เป็นจังหวะที่ทิวามายืนมองซ้ายมองขวาเหมือนหาใคร
นางฟ้าฟาดเก้าอี้ใส่ทันที แต่ทิวาหลบทันหันมาคว้าตัวนางฟ้าไว้ เธอดิ้นร้องให้ปล่อย เธอดิ้นจนหลุดออกมา คว้าเก้าอี้เหวี่ยงไปรอบตัว จนพรรคพวกที่มากับทิวาแตกหนีกันกระเจิง ทิวาตัดสินใจพุ่งเข้าไปจับเก้าอี้ไว้ สั่งให้หยุด นางฟ้าตกใจมากที่ถูกล็อกไว้

สายชลวิ่งกลับมาถึงพอดี เห็นชายชุดดำกำลังนัวเนียอยู่กับนางฟ้า ก็นึกถึงคำเตือนของปีร์กะขึ้นมาทันที เขากระโจนเข้าไปเงื้อหมัดจะชก ชายชุดดำหันมาพอดี สายชลชะงักกึก อุทาน

“ครูทิวา...”

ที่แท้ทิวาเคยเป็นครูของสายชล ต่อมาเขาออกจากครูไปเป็นนักวิจัย และกำลังกลับมาวิจัยที่เกาะมินเพราะที่นี่ยังรักษาสภาพธรรมชาติได้ดีมาก

นางฟ้ามองทั้งสองงงๆ สายชลจึงแนะนำให้รู้จักกัน ระหว่างนั่น เพื่อนของทิวาที่เป็นมือกล้องถ่ายรูปนางฟ้าเกิดแสงแฟลชวาบขึ้น นางฟ้าตกใจ เขารีบขอโทษเพราะเปิดแฟลชอัตโนมัติไว้

ทิวาบอกนางฟ้าว่าไม่ต้องกลัว แล้วเรียกมาดูรูปที่กล้อง นางฟ้าเห็นตัวเองอยู่ในกล้องก็ตื่นเต้นมาก เพื่อนทิวาถามว่าไม่กลัวแล้วใช่ไหม งั้นขอถ่ายอีกรูป เมื่อเธอพยักหน้า เพื่อนทิวาคนนั้นจึงหามุมสวยแล้วถ่ายอีกรูปอย่างตั้งใจ
สายชลกับนางฟ้า แม้จะรักกัน ปรารถนาต่อกัน แต่ด้วยความเคารพในประเพณีของเกาะมิน จึงไม่ชิงสุกก่อนห่ามต่างอดใจตัวเอง ได้แต่คอยดูแลกันและกันอย่างห่วงใย รักใคร่ทะนุถนอม

ooooooo

หลังจากนั้น รูปของนางฟ้าก็ขึ้นปกนิตยสารเกี่ยวกับการท่องเที่ยว หมอวัฒนาเห็น รีบซื้อกลับไปให้ชมพูแพรดู ทั้งสองมั่นใจว่าต้องเป็นฟ้าลดาน้องที่หายไปแน่ๆ ชมพูแพรถามว่าจะตามหาน้องได้ที่ไหน หมอเสนอให้โทร.บอกตำรวจที่นั่นแล้วเราก็ไปรับตัวน้องกลับมา

“ไม่ค่ะ เราจะไม่บอกตำรวจ เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับยัยฟ้า เราต้องป้องกันไว้ก่อน เพราะถ้าเรื่องถึงตำรวจ นักข่าวก็ต้องรู้ เราต้องใช้คนที่สามารถเอาเงินปิดปากได้ค่ะ” ชมพูแพรพูดอย่างมั่นใจในความคิดของตัวเอง

เมื่อรู้ชื่อเกาะแล้ว เธอจ้างยศให้ทำงานนี้ เมื่อเรียกยศมาพบ เธอเอารูปฟ้าลดาให้ดู ยศรับไปดูแล้วขอเวลาสองสามวันสำหรับเตรียมพาหนะเดินทางและเสบียงเพราะเกาะมินอยู่ไกล

“ยังไงก็เร่งหน่อย ฉันเป็นห่วงน้อง ไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ยัยฟ้าต้องเจออะไรที่เกาะนั้นบ้าง”

ooooooo

สายชลตื่นเต้นมากที่จะได้แต่งงานแล้ว เขาหาของขวัญให้นางฟ้า ด้วยการแอบสลักชื่อ “นางฟ้า” ไว้ที่ข้างเรือ

ปีร์กะมาพานางฟ้าไปอยู่กับตนที่บ้าน บอกสายชลว่า “มันเป็นประเพณีของเกาะ เจ้าบ่าวต้องไม่เจอเจ้าสาวก่อนงานแต่งงานหนึ่งวัน มันเป็นการแก้เคล็ดชีวิตคู่ของพวกเอ็งจะได้อยู่กันยืนยาว ไม่ต้องพรากจากกัน”

สายชลคิดไม่ตกที่จะไม่ได้เห็นหน้านางฟ้าตั้งคืน ปีร์กะเล่าบทเรียนของคู่ก่อนๆที่เคยทำผิดประเพณีให้ฟังว่า

“เอ็งไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่  เคยมีคนฝืนมาแล้ว แล้วตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงรู้ไหม ผัวตายเมียเป็นบ้า”

สายชลจึงจำต้องยอม ฝากปีร์กะให้ดูแลนางฟ้าด้วยก็แล้วกัน

แต่พอตกกลางคืน สายชลก็ทนไม่ได้ พูดเข้าข้างตัวเองว่า แอบไปเห็นกันแป๊บเดียวคงไม่เป็นไร แล้วย่องปีนหน้าต่างเข้าไปหานางฟ้า นางฟ้าตกใจ สายชลบอกว่าตนแค่มาขอจูบเธอเท่านั้น นางฟ้าใจอ่อน แต่จะขอเป็นฝ่ายจูบสายชลเอง ขอจูบที่แก้ม ที่หน้าผาก ที่จมูก ส่วนที่ปากเอาไว้จูบในคืนแต่งงาน

ทั้งสองสะดุ้ง เมื่อเสียงปีร์กะร้องถามว่า “นั่นใครวะ” สายชลผละออกบอกนางฟ้าว่าตนไปก่อนนะ พลางกระโดดหน้าต่างออกไป ปีร์กะได้ยินเสียงก็ร้องถามเสียงเข้มว่า “ข้าถามว่าใคร อย่าให้จับได้นะโว้ย”

สายชลทำเสียงแพะร้อง ปีร์กะชะงักสาดน้ำไล่บ่นว่า “ตรงนี้มีแพะได้ยังไงวะ” แต่ก็ปล่อยเลยตามเลยหันเดินเข้าบ้าน พอปีร์กะเข้าบ้าน สายชลก็ออกจากพุ่มไม้ที่ซ่อน ตัวเปียกปอน แต่ก็โล่งใจที่เอาตัวรอดได้ และชื่นใจที่ได้มาเห็นหน้านางฟ้าให้หายคิดถึง

ooooooo

รุ่งขึ้น อันเป็นวันจัดพิธีแต่งงาน สายชลกับนางฟ้าใส่มงกุฎดอกไม้สวยงาม พากันไปทำพิธีที่ริมผา เบื้องหลังเป็นทะเลสวยงาม ปีร์กะทำพิธีตามประเพณี ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของชาวบ้าน

แตลอยมองนางฟ้าหน้าเศร้า สวยหันไปกอดกอยากับซาตินอย่างพยายามทำใจ ปีร์กะหันมองหน้ามามิ เธอยิ้มให้ผู้เป็นป้าแบบทำใจได้แล้ว ปีร์กะยิ้มให้หลานสาวอย่างชื่นชม

หลังจากทำพิธีตามประเพณีของชาวเกาะมินแล้ว ปีร์กะประกาศว่า

“ข้าขอประกาศว่า บัดนี้สายชลกับนางฟ้าเป็นผัวเมียกันแล้ว” จากนั้นให้สายชลเอาสร้อยที่ตนให้ไว้ตอนชนะการแย่งธง เอาออกมาสวมให้เจ้าสาว แต่พอสายชลจะสวมสร้อยให้ ปรากฏว่าสร้อยขาดร่วงลงพื้น ทุกคนตกใจ ปีร์กะหยิบสร้อยขึ้นมาผูกไว้ตามเดิมบอกว่า “ไม่เป็นไร เชือกมันเปื่อยก็เลยขาด เอ้า...ใช้ได้แล้ว”

เมื่อปีร์กะส่งสร้อยคืนให้ จังหวะที่สายชลรับสร้อยนั้น ปีร์กะผงะร่างกายเหมือนถูกช็อต เห็นภาพสายชลพานางฟ้าหนี เห็นชายชุดดำทำร้ายสายชลและเห็นมือสายชลเปื้อนเลือด ปีร์กะตะลึงอึ้ง สายชลเรียกหลายครั้งจึงรู้สึกตัว ร้องเชิญหัวหน้าซะละมาทำหน้าที่ต่อ

ซะละเดินออกมาแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว ประกาศความเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามประเพณี แล้วเชิญชวนชาวบ้านที่มาร่วมพิธีให้มายกสายชลกับนางฟ้าไปที่ริมผา โยนทั้งคู่ลงไป แล้วพากันกระโดดตามลงไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

ooooooo

คืนนี้ สายชลกับนางฟ้าได้อยู่ด้วยกันฉันผัวเมียตามประเพณีของชาวเกาะมิน ทั้งคู่ให้สัญญากันว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน จะอยู่ด้วยกันไปจนตลอดชีวิต

รุ่งเช้า สายชลพานางฟ้าไปดูของขวัญที่ตนเตรียมให้ นั่นคือเรือที่เขาใช้หาปลาที่สลักชื่อ “นางฟ้า” ไว้ข้างเรือ นางฟ้าดีใจมาก ชวนออกเรือไปเที่ยวกัน

ทั้งสองล่องเรือไปในท้องทะเล สายชลเอากีตาร์อูคูเลเล่ไปเล่น นางฟ้าเต้นไปตามจังหวะเพลงอย่างร่าเริง ทั้งคู่มีความสุขมาก ตกกลางคืนก็นอนดูดาวด้วยกันอย่างมีความสุข

นางฟ้าชอบกีตาร์อูคูเลเล่มาก กลับบ้านก็ขอให้สายชลสอนให้ สายชลสอนให้อย่างตั้งใจ แต่ระหว่างนางฟ้าหัดเล่นนั่นเอง สายกีตาร์ขาดบาดมือเธอ สายชลรีบไปเอายามาทาให้ มองหน้านางฟ้าอย่างไม่สบายใจ นึกกังวลอยู่ลึกๆ

ooooooo

เช้านี้ ยศกับลูกน้องมาถึงเกาะมินแล้ว พวกเขาลงมือทำงานทันที ถือรูปฟ้าลดาเที่ยวเดินถามชาวเกาะว่าเห็นผู้หญิงคนนี้ไหม

นางฟ้าไปเก็บผักกับพวกแสงดาวและอารีฟะที่แปลงผัก อารีฟะหน้ามืดทำท่าจะเป็นลมจึงให้นางฟ้าไปหยิบยาดมที่บ้านให้

สายชลเห็นพวกยศที่ท่าเรือก็มองอย่างแปลกใจว่าเป็นใคร ยศเดินมาถามสายชลว่าเป็นคนเกาะมินใช่ไหม พอเขาบอกว่าใช่ ยศก็เอารูปฟ้าลดาให้ดูถามว่าผู้หญิงคนนี้อยู่เกาะนี้ใช่ไหม

สายชลตกใจมาก นึกถึงคำเตือนของปีร์กะทันที ตอบไปว่าไม่เคยเห็น ยืนยันจนพวกยศลังเล ลูกน้องยศบอกว่าท่าทางพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง

“เกาะนี้มันก็ไม่ใหญ่มาก ตามหาเองแล้วกัน” ยศบอกลูกน้องแล้วพากันเดินออกไป แยกคนละทางกับสายชล

สายชลตกใจเป็นห่วงนางฟ้ามาก รีบไปที่แปลงผัก พอรู้ว่าอารีฟะใช้ให้นางฟ้าไปเอายาดมที่บ้าน เขาอุทาน

“แย่แล้ว มีคนมาตามหานางฟ้า ฉันกลัวมันจะเป็นอย่างที่ป้าปีร์กะบอก”

“เอ็งรีบไปหานางฟ้า ข้าจะบอกทุกคนเอง” ปีร์กะเร่งให้สายชลรีบไป แล้วตัวเองก็บอกซะละ เมื่อซะละรู้เรื่อง

ก็สั่งลูกบ้านทุกคนให้บอกต่อๆกันว่า ห้ามบอกคนแปลกหน้าว่านางฟ้าอยู่ที่นี่ มองหาแตลอยไม่เห็น ซะละมองหาลูกชายอย่างกังวล

สายชลรีบวิ่งไปพานางฟ้าหลบเข้าพงหญ้าข้างทาง พลางชี้ให้ดูพวกยศที่เดินอยู่ริมหาด บอกเบาๆว่า

“คนพวกนั้นมาตามหานางฟ้า ป้าปีร์กะเคยบอกสายชลว่าจะมีคนมาจับตัวนางฟ้ากลับไป”

นางฟ้าตกใจกลัว กอดสายชลไว้แน่น บอกว่าตนไม่ไปไหน ตนจะอยู่กับเขาที่นี่ สายชลกอดเธอไว้ปลอบว่า

“ตราบใดที่นางฟ้าอยู่กับสายชล สายชลจะไม่มีวันยอมให้ใครมาพานางฟ้าไปเด็ดขาด”

ระหว่างทั้งสองซุ่มดูยศอยู่นั่นเอง ยศเดินมาเจอแตลอยเข้าร้องเรียก “ไอ้อ้วน” แตลอยชะงักหันมองชี้ที่ตัวเอง เชิงถาม ยศบอกว่า “ฉันเรียกแกนั่นแหละ มานี่ซิ”

แตลอยเดินไปหา ยศเอารูปฟ้าลดาให้ดูถามว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ไหม แตลอยยิ้มกว้างพูดอย่างภูมิใจว่า

“อ๋อ...นางฟ้า” ยศตาลุกถามว่ารู้จักหรือ “รู้จักสินางฟ้าอยู่ที่นี่ มา ฉันพาไปเอง” แตลอยกระตือรือร้นพายศกับลูกน้องบ่ายหน้าไปทางแปลงผัก

“ไอ้ลอยเอ๊ย...อยากจะฆ่ามันจริงๆ” สายชลโมโหมาก นางฟ้าก็เสียใจ ถามว่าจะทำยังไงดี...

ooooooo

แตลอยวิ่งหน้าบานไปที่แปลงผัก ร้องบอกซะละกับแสงดาวว่า พวกนี้มาตามหานางฟ้า ซะละทำไขสือถามว่านางฟ้าไหน แตลอยพูดเต็มปากเต็มคำว่าก็นางฟ้าเมียสายชลไง

แสงดาวและทุกคนที่นัดหมายกันไว้แล้วว่าจะไม่รู้เรื่องนางฟ้า ช่วยกันปฏิเสธว่านางฟ้าที่ไหนไม่มีใครรู้จัก แตลอยเลยหันบอกยศให้เอารูปฟ้าลดาออกมาให้ดู มามิเลยด่าแตลอยว่านับวันจะบ้าไปใหญ่แล้ว แตลอยชักสีหน้าตั้งท่าจะเถียง ถูกมามิ ตวาดว่า

“หยุดพูดได้แล้วไอ้ลอย...ไม่มีใครเขาเชื่อแกอีกแล้วไอ้ติงต๊อง” แล้วบอกยศว่า “พี่จ๋า พี่อย่าไปสนใจไอ้นี่เลยนะ มันสติไม่ดี เห็นคนสวยไม่ได้ต้องเรียกว่านางฟ้า ฉันเองยังถูกมันเรียกว่านางฟ้าเลย”

แตลอยเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ได้บ้า แต่พอปีร์กะบอกว่านี่แหละบ้า คนบ้าที่ไหนจะยอมรับว่าตัวเองบ้าจริงไหม ซะละก็ขู่ว่าถ้าสอนไม่รู้จักจำจะจับขังในห้องเสียเลย ขู่สำทับว่า

“ถ้ายังจะพูดเพ้อเจ้ออีก เดี๋ยวพ่อตบปากแตก จะพูดอีกไหม!”

ถูกว่าถูกด่าถูกขู่จากทุกคนขนาดนี้ แตลอยก็หน้าจ๋อยส่ายหน้าดิกว่าไม่พูดอีกแล้ว ยศถามซะละว่าตกลงลูกชายเขาบ้าใช่ไหม แสงดาวยืนยันว่าบ้า ดูหน้าตามันก็น่าจะรู้แล้ว

ยศรู้สึกผิดหวังยื่นรูปถ่ายของฟ้าลดาออกไปให้ดูถามอีกทีว่าไม่มีใครเคยเห็นผู้หญิงคนนี้เลยหรือ เมื่อได้รับคำยืนยันก็สั่งลูกน้องกลับ

พอยศไปแตลอยก็ถูกซะละเขกกบาล บอกว่าคนพวกนั้นมันจะมาจับตัวนางฟ้ารู้หรือเปล่า แตลอยคลำหัวป้อยๆ บอกว่าตนไม่รู้จริงๆ นาราถามว่าแล้วพวกนั้นจะย้อนกลับมาอีกไหม ทุกคนมองหน้ากันอย่างกังวลใจ

ooooooo

ยศพาลูกน้องกลับท่าเรือบอกว่าเย็นนี้ค่อยคิดหาทางกันอีกที

ที่ท่าเรือนี่เอง ยาซะกำลังมีปัญหากับพ่อค้าปลาที่มันขายปลาให้ ถามอย่างไม่พอใจว่าให้แค่นี้เองหรือ พ่อค้าบอกว่าปลาไม่สด แถมตัวเล็กด้วยได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ยาซะจำต้องยอม

หมึกตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่พวกเราไม่ได้ไปรับปลาที่เกาะมิน รายได้ลดฮวบไปเลย ยาซะโทษว่าเพราะสายชลคนเดียวแท้ๆ หันหลังเดินไปอย่างโมโห เลยชนเข้ากับยศที่กำลังเดินมา พาลด่ายศว่าเดินดูทางหน่อยสิวะ

ยศถูกชน รูปฟ้าลดาหล่นที่พื้น ยาซะเห็นถามว่าทำไมถึงมีรูปผู้หญิงคนนี้ ยศถามอย่างมีความหวังว่า

“แกรู้จักเหรอ”

“รู้จักสิ รู้จักดีด้วย” ยาซะพูดอย่างเจ็บใจ ยศกับลูกน้องมองหน้ากันอย่างมีความหวังอีกครั้ง

ยาซะพูดอย่างรู้จริงว่า ผู้หญิงคนนี้ชื่อนางฟ้า ลูกน้องยศมองหน้าลูกพี่บอกว่า อย่างนี้ไอ้อ้วนนั่นก็ไม่ได้โกหกเราสิ ยาซะถามว่าไอ้อ้วนไหน ซักถามกันจนรู้ว่า ไอ้อ้วนที่พูดกันนั้นคือแตลอยนั่นเอง ยศบอกยาซะว่า คนที่เกาะบอกว่าไอ้อ้วนนั่นเป็นบ้า ยาซะแค่นยิ้มบอกยศว่า

“พวกคุณโดนหลอกแล้ว ไอ้อ้วนที่ว่าเนี่ยมันชื่อ แตลอย เป็นลูกหัวหน้าเกาะ”

“อ้าว...แล้วทำไมคนพวกนั้นต้องโกหกว่าไม่เคยเห็นคุณฟ้าลดา...แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงเรียกคุณฟ้าลดาว่านางฟ้า” ยศตั้งข้อสังเกต มองหน้ายาซะเชิงถาม

“ก็เพราะนางฟ้า หรือคุณฟ้าลดาของพวกคุณ ความจำเสื่อม!”

ยศกับลูกน้องมองหน้ากันอย่างตกใจ

ooooooo

ข่าวพบฟ้าลดาถูกรายงานกลับกรุงเทพฯทันที ชมพูแพรตกใจเมื่อรู้ว่าน้องความจำเสื่อม ซํ้ายังมีสามีเป็นชาวเกาะมินแล้วด้วย เธอแค้นใจเชื่อว่าฟ้าลดาต้องถูกหลอกแน่ๆ บอกหมอวัฒนาว่า

“พี่หมอคะ เราต้องรีบพาตัวยัยฟ้าออกมาจากเกาะนั่นให้เร็วที่สุด”

เมื่อคำสั่งมาถึง ยศปรึกษากับยาซะ ถามถึงค่าจ้างว่าจะคิดเท่าไหร่ ยาซะไม่สนใจขอให้เสร็จงานก่อนค่อยว่ากัน แล้วเสนอว่า ครั้งนี้เราจะไปทางเรือไม่ได้ เพราะชาวเกาะชำนาญทางเรือมาก เราต้องใช้เครื่องบิน ยศรับปากจะเป็นคนหามาให้

เพราะยาซะถูกสั่งห้ามเข้าเกาะมิน มันจึงวางแผนจะเข้าไปในวันงานประเพณีลอยทุกข์ลอยโศกที่จะมีขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า เชื่อว่าชาวเกาะต้องสนุกสนานกับงานจนไม่ระวังตัว จะอาศัยช่วงนั้นแฝงตัวปะปนเข้าไปทำงาน
วางแผนแล้ว ยาซะพึมพำอย่างสะใจว่า “แกจะต้องทรมานไปจนชั่วชีวิต ไอ้สายชล...”

ooooooo

วันงานประเพณีลอยทุกข์ลอยโศกมาถึงแล้ว ทุกคนร่วมงานกันอย่างคึกคัก ปีร์กะอธิบายให้นางฟ้าฟังว่า เราเอากระทงข้าวตอกดอกไม้ไปลอยในทะเล เชื่อกันว่าถ้ากระทงลอยไปไม่กลับมา ก็แสดงว่าเราจะโชคดี แต่ถ้ากระทงลอยกลับมา ก็จะโชคร้ายซวยซํ้าซวยซ้อนซวยไม่รู้จบไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว

นางฟ้าภาวนาขอกระทงของตนอย่าลอยกลับมาเลย

สวยวิ่งมาบอกว่าฟุตบอลกำลังจะเริ่มแข่งแล้ว ปีร์กะกับนางฟ้าจึงพากันไปดู

สายชลลงแข่งด้วย ทั้งสองฝ่ายเตะบอลกันอย่างสนุกสนาน ผลสุดท้ายฝ่ายสายชลชนะ นางฟ้ากอดสายชลด้วยความดีใจ

ที่มุมลับตาแถวนั้น ยาซะกำลังแอบดูอยู่ พูดอย่างแค้นใจว่า

“มีความสุขกันให้เต็มที่ ก่อนที่จะได้พบกับความเจ็บปวดไปตลอดกาล!”

หลังจากนั้น ยาซะบอกกับหมึกและฉลามที่ซ่อนตัวอยู่ว่า

“คืนนี้พวกมันทุกคนจะนอนกันในทับที่ริมหาด ฉันจะให้คนจากในเมืองเข้ามาทางท้ายเกาะ แล้วพรุ่งนี้เช้ามืดเราจะไปจับตัวนางฟ้ากัน”

บ่ายวันนี้ ทุกคนพากันสร้างทับเพื่อนอนค้างที่ริมหาดคืนนี้ นางฟ้าช่วยสายชล ถูกกิ่งไม้ตำมือจนเลือดออก สายชลตกใจมาก สวยบอกนางฟ้าว่า เลือดออกในวันทำพิธีแบบนี้เขาว่าเป็นลางไม่ดี ทำให้นางฟ้าใจคอไม่ดี

“โบราณเขาว่าไว้แบบนั้น แต่มันไม่มีอะไรหรอก ไปทำแผลกันดีกว่า”    สายชลปลอบนางฟ้าทั้งที่ตัวเองก็ใจไม่ดี

นางฟ้ายังไม่สบายใจกลัวจะเจอเรื่องไม่ดี สายชลย้ำ

ว่าอยู่กับตนไม่มีใครมาเอาตัวนางฟ้าไปได้หรอก พลางไปเก็บดอกไม้มาให้เพื่อปลอบใจ

ทางไปเก็บดอกไม้นั่นเอง สายชลพบรอยเท้าคน เอาดอกไม้มาทัดหูให้นางฟ้าแล้วก็รีบไปรายงานซะละ เล่าว่า

“ฉันเห็นมันอยู่ด้านนั้น มันไม่ใช่รอยเท้าของพวกเราแน่ๆ ท่าทางจะมีคนแปลกหน้ามาแอบดูพวกเรา ฉันกลัวว่ามันจะเป็นพวกที่มาตามหานางฟ้าวันก่อน”

“ถ้างั้นลุงจะให้คนไปลาดตระเวนดูรอบๆ ส่วนเอ็งก็ดูแลนางฟ้าเอาไว้ให้ดี” ซะละบอกแล้วออกไปสั่งการ

สายชลกลับไปหานางฟ้าที่อยู่กับอารีฟะที่ทับ ย้ำกับนางฟ้าว่า ให้สัญญาว่าจะไม่ไปไหนโดยไม่มีตนไปด้วย นางฟ้าสัญญา ทำให้สายชลยิ้มออกแต่ก็ยังกังวลไม่หาย

ooooooo

คืนนี้ ในขณะที่ริมหาดมีการร้องรำทำเพลงฉลองกันอย่างอึกทึกนั้น ที่ท้ายเกาะมีการเคลื่อนไหวของพวกยาซะอย่างเป็นกระบวนการ มีเครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกแล่นมาจอดในทะเลแล้วหย่อนเรือยางลงมา ยศกับลูกน้องนั่งเรือยางมาขึ้นเกาะอย่างรวดเร็วชำนาญ
ที่นั่น มีชาวเกาะคนหนึ่งเห็นการเคลื่อนไหวนั้น รีบวิ่งกลับไปหาซะละอย่างตื่นตกใจ

เมื่อได้เวลาลอยกระทงข้าวตอกดอกไม้ ชาวเกาะลอยกระทงกันเป็นคู่ๆ นางฟ้าลอยกับสายชล นางฟ้าภาวนาขอกระทงอย่าลอยกลับมาเลย พูดไม่ทันขาดคำ กระทงของนางฟ้าก็ถูกคลื่นซัดเข้ามา  นางฟ้าหันมองสายชลใจคอไม่ดี

ยาซะซึ่งชำนาญเส้นทางบนเกาะ นำยศกับลูกน้องทั้งสองฝ่ายแอบไปที่ทับของสายชล ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ แต่พอมันหันกลับ ก็ผงะเมื่อเจอซะละกับชาวเกาะมาล้อมไว้ แต่ยาซะยังทำปากกล้าถามว่า สายชลเอานางฟ้าไปไว้ที่ไหน

เมื่อชาวบ้านไม่บอก มันขู่ว่า ถ้าไม่บอกจะยิงทิ้งทีละคน ทำเอายศตกใจรีบบอกว่า

“จะไม่มีการฆ่าใครทั้งนั้น” แล้วสั่งให้ยาซะเก็บปืน ยาซะเก็บปืนอย่างไม่พอใจ ยศหันไปพูดกับซะละว่า “คุณเป็นหัวหน้าใช่ไหม เราต้องการพาคุณฟ้าลดาหรือนางฟ้าของพวกคุณกลับบ้าน ตอนนี้พี่สาวคุณฟ้าลดาเป็นห่วงน้องสาวเขามาก กรุณาบอกเถอะครับว่าคุณฟ้าลดาอยู่ที่ไหน”

ซะละบอกว่าพวกเราไม่รู้จริงๆ ยาซะหุนหันฮึดฮัดบอกว่าพูดกับพวกนี้เสียเวลาเปล่าๆ ตนรู้จักเกาะนี้ทุกตารางนิ้ว เชื่อว่าสายชลไม่มีทางพานางฟ้ารอดพ้นสายตาตนได้ แล้วสั่งหมึกกับฉลามให้เฝ้าพวกชาวบ้านไว้ ถ้าเห็นใครตุกติกยิงได้เลย

ยาซะกระชับปืนจนยศไม่กล้าคัดค้าน ยาซะหันไปสั่งลูกน้องยศสองคนให้ตามตนไป ยศหันไปเห็นหมึกกับฉลามเอาปืนออกมา พวกชาวบ้านพากันหน้าเสีย

ooooooo

เช้าแล้ว...สายชลพานางฟ้าหนีไปทางลานหินลอย นางฟ้าเหน็ดเหนื่อยมากจนสายชลต้องคอยประคองให้กำลังใจขอให้อดทนอีกนิด นางฟ้าพยักหน้า แต่พอเดินไปไม่เท่าไหร่ เสื้อเธอก็เกี่ยวกิ่งไม้จนขาด สายชลประคองเธอให้เดินต่อไปโดยไม่รู้ว่าเสื้อขาดเกี่ยวกิ่งไม้อยู่

สายชลพานางฟ้าไปหลบอยู่ในถ้ำ หักกิ่งไม้มาปิดทางเข้าถ้ำไว้ บอกนางฟ้าว่า

“ตรงนี้ถ้าใครไม่สังเกตดีๆจะไม่รู้ว่ามีถ้ำ พวกมันไม่มีทางหาเราเจอแน่ๆ”

นางฟ้าได้ยินเสียงบางอย่างถามว่านั่นเสียงอะไร

สายชลบอกว่าเสียงคลื่น บอกว่า

“ถ้าเราปีนลงไปด้านล่าง จะมีทางออกไปทะเล นางฟ้าเข้ามานั่งด้านในเถอะ” สายชลพาเธอเข้าไปด้านใน ทั้งสองกอดกันด้วยสีหน้ากังวล

ที่แถวลานหินลอย ยาซะตามมาเจอเศษเสื้อของนางฟ้าที่เกี่ยวกิ่งไม้อยู่ มันพึมพำอย่างสะใจว่า

“คิดว่าจะหนีกูพ้นเหรอ” แล้วรีบเดินไปข้างหน้า

สายชลกับนางฟ้าหลบอยู่ในถ้ำ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าคน รีบออกไปดูที่ปากถ้ำ เห็นยาซะกับลูกน้องยศสองคนเดินมาทั้งสองตกใจ สายชลเครียดคิดหาทางแก้ปัญหา ครู่หนึ่งหันถามนางฟ้าว่า

“นางฟ้าพร้อมจะเสี่ยงกับสายชลไหม”

นางฟ้ากระชับมือสายชลแน่นแทนคำตอบ

ooooooo

ยาซะพาลูกน้องสองคนมาถึงปากถ้ำ มันเชื่อว่าสายชลกับนางฟ้าต้องอยู่ในถ้ำนี้ สั่งให้รื้อกิ่งไม้ที่ปิดปากถ้ำทิ้ง แต่พอเข้าไปดูไม่พบอะไรเลย

สายชลพานางฟ้าดำน้ำออกไปในทะเล เขาบอกเธอว่า

“พวกมันต้องคิดไม่ถึงแน่ๆว่าเราจะดำน้ำออกมาจากใต้ถ้ำ”

แต่ปรากฏว่า ยาซะพาลูกน้องปีนหน้าผาลงมา นางฟ้าตกใจถามว่าเราจะหลบไปทางไหนดี สายชลเห็นแง่งหินยื่นออกมาจึงพาเธอว่ายไปหลบที่ใต้แง่งหินนั้น  ทำให้ยาซะมองไม่เห็น แต่มันยังไม่ยอมแพ้ พาลูกน้องไปดูอีกทางหนึ่ง

สายชลกับนางฟ้าโล่งใจนึกว่าปลอดภัยแล้ว พากันออกจากแง่งหินขึ้นไปที่ริมหาด ปรากฏว่ายาซะมาดักอยู่ที่นั่น มันท้าว่าแน่จริงวิ่งเลย แต่เอาปืนเล็งไว้ ทำให้สายชลไม่กล้าเสี่ยง ถามมันว่าต้องการอะไรแน่

ยาซะบอกว่าต้องการตัวนางฟ้าหรือฟ้าลดากลับบ้าน ส่วนตัวสายชลมันพูดอย่างเหยียดหยันว่า ให้กลับไปอยู่กับเผ่าพันธุ์ของตัวเองเสีย

เป็นตายอย่างไรสายชลก็ไม่ยอมให้พรากนางฟ้าไปจากตน เขาถูกยาซะกับลูกน้องสองคนรุมซ้อมอย่างหนัก จนนางฟ้าทนดูไม่ได้ บอกให้หยุด ตนยอมไปด้วยแล้ว

สายชลตกใจกำทรายปาใส่หน้ายาซะ มันแสบตาจึงปล่อยนางฟ้า สายชลอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าแย่งปืน ทั้งสองแย่งปืนกันจนมีเสียงปืนลั่นขึ้น ต่างหยุดชะงัก

ที่ริมหาด พวกชาวบ้านได้ยินเสียงปืน ต่างเป็นห่วงสายชลกับนางฟ้า อาศัยจังหวะที่หมึกกับฉลามชะงักฟังเสียงปืนโถมเข้าแย่งปืนมัน แล้วชวนกันรีบวิ่งไปดูสายชลกับนางฟ้า

หลังตั้งสติได้ ทั้งยาซะและสายชลต่างก้มมองตัวเอง ปรากฏว่าสายชลถูกยิงที่ท้องเลือดทะลัก กระนั้นเขาก็ยังกัดฟันต่อสู้ไม่ยอมให้ยาซะพรากนางฟ้าไป

แต่เพราะบาดเจ็บและถูกรุม ทำให้สายชลอ่อนล้าในที่สุดก็ถูกลูกน้องยาซะจับล็อกไว้ ส่วนยาซะก็กระชากนางฟ้าไป นางฟ้าเป็นห่วงสายชลหันมาร้องตะโกน “อย่าทำสายชล...อย่าทำสายชล”

พวกซะละตามมา เห็นนางฟ้านั่งเรือไปที่เครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกที่จอดอยู่กลางทะเล สายชลมองตามหัวใจแทบสลาย...ดวงตาเขาค่อยๆฝ้าฟางแล้วปิดสนิทพร้อมกับหมดสติไปที่ริมหาดนั่นเอง

ooooooo

เพียงไม่กี่อึดใจ นางฟ้าหรือฟ้าลดา ก็ถูกนำตัวมาถึงกรุงเทพฯในสภาพหมดสติ ร่างกายฟกช้ำทรุดโทรมอย่างหนัก ชมพูแพรมาเห็นสภาพของน้องถึงกับร้องไห้ ถามยศว่า “ทำไมน้องฉันเป็นแบบนี้”

“ไม่ทราบครับ” ยาซะตอบแทน ยศชะงักมองงงๆ “ตอนพวกผมไปถึงคุณฟ้าลดาก็อยู่ในสภาพนี้แล้ว ไม่รู้ผัว...เอ่อ...สามีของคุณฟ้าลดาทำอะไรเธอรึเปล่า เพราะไอ้หมอนั่นมันไม่ใช่คนดี”

ยศมองยาซะอึ้งกับการปั้นน้ำเป็นตัวของมัน แต่ยาซะทำไม่รู้ไม่ชี้ ส่วนชมพูแพรด่าอย่างโกรธแค้นมาก

“สารเลว” เธอหันถามหมอวัฒนาว่า “ยัยฟ้าจะเป็นอะไรไหมคะหมอ”

หมอวัฒนาจับชีพจรบอกว่า “ชีพจรเต้นปกติ แต่ต้องไปตรวจละเอียดที่โรงพยาบาลอีกที ผมว่าเรารีบพายัยฟ้าไปโรงพยาบาลดีกว่าครับ”

บุรุษพยาบาลเข็นเตียงฟ้าลดาเข้าไป หมอวัฒนากับชมพูแพรรีบตามไปติดๆ ที่นั่นจึงเหลือแต่ยศกับยาซะยืนเผชิญกัน

“ฉันชักสงสัยแล้วว่า ใครกันแน่ที่ไม่ดี...แกหรือคนบนเกาะนั่น”

“ทางที่ดี อย่ามีใครพูดอะไรดีกว่า เพราะผมอยากเจอคุณครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย” ยาซะยิ้มเยาะพลางขยับแจ็กเกตให้เห็นด้ามปืนอยู่ข้างใน ทำให้ยศหน้าเสียไม่กล้าพูด

อะไรอีก ได้แต่มองยาซะเดินกร่างออกไปกับหมึกและฉลาม

ooooooo

ร่างหมดสติโชกเลือดของสายชลถูกนำกลับมาที่บ้านของเขา ปีร์กะจะลงมือผ่าตัด มามิถามว่าป้าเคยทำเหรอ  ปีร์กะบอกว่าไม่เคยทำ แต่ทำหรือไม่ทำสายชลก็มีโอกาสตายเท่ากัน

ขณะที่สายชลได้รับการผ่าตัดสดๆจากปีร์กะที่บ้านจนสามารถเอากระสุนออกมาได้ แต่เขายังไม่ฟื้นนั้น ฟ้าลดาได้รับการปฐมพยาบาลอย่างดีเยี่ยมในโรงพยาบาลที่ทันสมัย

ชมพูแพรติดตามอาการของน้องตลอดเวลา เมื่อหมอวัฒนาออกมา เธอรีบเข้าไปถามว่าฟ้าลดาเป็นอย่างไรบ้าง

“ผมตรวจร่างกายโดยละเอียดแล้ว ไม่พบอะไรน่าเป็นห่วงร่างกายของน้องฟ้าแข็งแรงมาก ตอนนี้ก็ต้องรอให้น้องฟ้าฟื้นขึ้นมาอย่างเดียวครับ”

ชมพูแพรถามกลัวๆกล้าๆว่า น้องไม่ได้ท้องใช่ไหม

“ไม่ครับ น้องฟ้าไม่ได้ท้องและไม่มีแนวโน้มว่าจะท้องด้วย”

ชมพูแพรถอนใจเบาๆแล้วขอหมอวัฒนาเข้าไปหาน้อง เมื่อหมออนุญาต เธอรีบไปหมอตามไปด้วย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 09:01 น.