ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายกลายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อุ่นกับเคนมาถึงโรงแรมที่จัดงาน เข้าไปสวัสดีคู่บ่าวสาว เทพไทถามว่าแล้วเนตรชนกล่ะ อุ่นบอกว่า ยังไม่ตื่นแต่เดี๋ยวคงตามมาเพราะตนตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว จากนั้นขอตัวไปสวัสดีคุณปู่คุณย่า

เนตรชนกที่ลุกขึ้นทันทีที่อุ่นกับเคนออกจากบ้าน จัดแจงเอาชุดแต่งงานของแม่มาใส่ แต่งหน้าทาปากสีดำ เอากรอบรูปแต่งงานของพ่อกับแม่มาผูกริบบิ้นสีดำ ประคองรูปขึ้นถือยืนตัวตรงแววตามุ่งมั่นเย็นชา

ที่ห้องจัดงาน ชัชชัยเดินมากับศศิมนในชุดเจ้าสาวแสนสวย แขกในงานพากันมองอย่างชื่นชม เทพไทมองเจ้าสาวด้วยแววตาแสนรัก ในขณะที่ศศิมนยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

เมื่อชัชชัยพาศศิมนเดินมาถึงกลางเวที ก็แยกไปยืนรวมกับทัดไท เนื้อนวล และคุณหญิงเปรมปรีดิ์ คู่บ่าวสาวยืนอยู่กลางเวทีสวยเด่น แม้จะต่างวัยแต่ก็ดูเหมาะสมกันมาก

เทพไทหยิบแหวนออกมาสวมให้ศศิมน เอ่ยอย่างปลื้มปีติ

"ผมสัญญานะครับว่าจะรักและดูแลคุณตลอดไป"

ศศิมนยิ้มปลื้มมีความสุข หยิบแหวนสวมให้เทพไทเช่นกัน

"มนสัญญาค่ะว่าจะรักและทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของคุณค่ะ"

แขกในงานพากันปรบมือด้วยความชื่นชมยินดี จากนั้นผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพากันให้โอวาท

"ต่อไปนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะ" เนื้อนวลเอ่ย

"มีอะไรก็ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไขนะ" ทัดไทเอ่ยแก่ทั้งสอง ส่วนชัชชัยฝากเทพไทให้ดูแลลูกสาวตนด้วย คุณหญิงเอ่ยกับศศิมนว่า

"ตอนนี้ลูกมีครอบครัวแล้วก็ต้องดูแลครอบครัวของลูกให้ดีนะ เป็นสะใภ้ที่ดี เป็นภรรยาที่น่ารักนะลูก"

"ค่ะคุณแม่" ศศิมนรับคำ จากนั้นบ่าวสาวเดินเคียงคู่กันลงจากเวทีเพื่อไปตัดเค้ก

ทันใดนั้น ทุกคนตะลึงอึ้งเมื่อเนตรชนกในชุดเจ้าสาวของแม่ตัวเอง เดินถือรูปพ่อกับแม่ในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินเข้ามาอย่างไม่แยแสกับสายตาของใครๆ เทพไทตกใจรีบเข้าไปหา ถามเบาๆว่าทำไม...เนตรชนกไม่สนใจพ่อแต่หันไปพูดกับแขกในงานเสียงดังว่า

"ขอโทษนะคะ ก่อนที่คู่บ่าวสาวจะตัดเค้ก ดิฉันในฐานะลูกสาวเจ้าบ่าวอยากจะกล่าวอะไรสักหน่อย"

แขกทุกคนพากันมองอึ้ง ชนม์ชนกรู้ฤทธิ์เดชของเนตรชนกดีอยู่แล้ว พรวดเข้าไปหาถามว่าจะทำอะไร เนตรชนกตอบอย่างไม่แยแสว่าตนมาฉลองให้กับพ่อตัวเอง ว่าแล้วหันกลับมองแขกในงาน พลางยกรูปแต่งงานของพ่อกับแม่ขึ้น พูดต่อ

"หวังว่าคุณพ่อคงจำวันที่ถ่ายรูปนี้ได้นะคะ และก็คงจำคำสัญญาที่ให้ไว้ในวันนั้นได้ ที่บอกว่าจะรักคุณแม่คนเดียวตลอดไป"

เทพไทพยายามบอกเนตรชนกว่ามีอะไรไว้พูดกันทีหลัง เนตรชนกทำเหมือนได้ยินแค่ลมพัดผ่านเดินเอารูปไปปักลงบนเค้กทับชื่อศศิมนอย่างจงใจ พูดเสียงเครือสะท้าน

"เมื่อคุณพ่อลืมคุณแม่ ลืมเนตรแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ เนตรขอให้คุณพ่อมีความสุขกับครอบครัวใหม่ของคุณพ่อนะคะ"

พูดเสร็จเธอล้วงมือลงในกระเป๋าหยิบมีดออกมา ทุกคนมองตะลึง เนตรชนกยกมีดขึ้นมาปาดคอตัวเองช้าๆ เลือดกระเซ็นเข้าใส่หน้าเทพไทที่พรวดเข้ามาจะห้าม ร่างเนตรชนกค่อยๆทรุดลงกับพื้นมีดหลุดจากมือ...

เนื้อนวลช็อกเป็นลม  ดีที่ทัดไทประคองไว้ทัน ชนม์ชนก อุ่น และเคนมองช็อก

"เนตร...เนตร...ทำไมลูกต้องทำแบบนี้ด้วย..." เทพไทประคองร่างลูกร้องถามอย่างตระหนก

ชนม์ชนกที่ประคองศศิมนอยู่ อุ้มเธอไปนั่งพักกับคุณหญิงและชัชชัยที่วิ่งมาดูแลลูกสาว ฝากน้องไว้แล้วรีบมาดูเนตรชนก ระหว่างนั้นสะดุดกับมีดที่เนตรชนกใช้ปาดคอตกอยู่ที่พื้น เขาหยิบขึ้นมาดูชะงัก!

ooooooo

ขณะที่หน้าโรงแรมกำลังชุลมุนกับการนำตัวเนตรชนกส่งโรงพยาบาลนั้น เทพไทปลอบใจเนตรชนก ที่นอนอยู่บนเตียงพยาบาล ให้ทำใจดีๆแข็งใจไว้

พริบตานั้น ชนม์ชนกวิ่งแหวกผู้คนเข้าไป พุ่งเข้าคว้าแขนเนตรชนกกระชากขึ้น

"ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะยัยตัวดี!"

อุ่นพยายามห้ามส่วนเนตรชนกทำเสียงอ่อยสั่งให้ปล่อย ชนม์ชนกไม่ปล่อย เขาเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดเลือดที่คอเธอ เผยให้เห็นลำคอที่เกลี้ยงเกลาไม่มีรอยมีดเลยแม้แต่น้อย ทุกคนมองงงๆชนม์ชนกจึงหยิบมีดที่เก็บได้ให้ทุกคนดูบอกทุกคนว่า

"ก็นี่ไงครับ มีดมายากล ลูกสาวคุณเล่นตลกให้พวกเราดู แต่ผมไม่ขำนะ"

ที่แท้มันคือมีดปลอม!

เคนอุทานอย่างอึ้ง ทึ่ง งงว่า "โอ้โหเนตร คิดได้ไงเนี่ย"

เนตรชนกมองทุกคนที่ห้อมล้อมอย่างไม่ประหวั่นพรั่นพรึงที่ถูกจับผิดได้ ทั้งยังพูดกับพ่อว่า "ครั้งนี้แค่เตือน ถ้าคุณพ่อยังไม่เลิกกับแม่นั่น คราวหน้ามันอาจจะมีดจริงก็ได้"

พูดแล้วลุกจากเตียงพยาบาลเดินอ้าวไปขึ้นรถของอุ่นขับออกไปเลย ชนม์ชนกวิ่งตามตะโกนลั่น

"เดี๋ยว...จะหนีไปไหน คิดจะชิ่งเหรอ"

ooooooo

เนตรชนกเห็นชนม์ชนกขับรถกระบะที่มาจอดส่งของหน้าโรงแรมไล่บี้มา ก็ยิ่งขับวกวนกวนโทสะกลายเป็นรถสองคันขับไล่บี้กันบนท้องถนนจนถูกรถคันอื่นๆบีบแตรด่า บีบแตรไล่กันลั่นถนนไปหมด

สุดท้ายรถมาจอดติดไฟแดงด้วยกัน ชนม์ชนกลงจากรถไปทุบกระจกรถเนตรชนกถามว่าก่อเรื่องแล้วคิดจะหนีหรือ ให้ลงมาพูดกันให้รู้เรื่อง เนตรชนกตะโกนมาว่าตนไม่มีอะไรจะพูด ชนม์ชนกไม่ได้ยินเธอเลยลดกระจกลงพูดอีก ชนม์ชนกฉวยโอกาสนั้นเอื้อมมือเข้าไปปลดล็อกแล้วเปิดประตูลากเธอลงมา

เกิดโกลาหลขึ้นเมื่อทั้งสองลงมาโต้เถียงยื้อยุดกันอยู่กลางสี่แยกไฟแดง

"ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าถ้าคุณทำให้น้องสาวผมเสียใจ คุณจะต้องเสียใจยิ่งกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า แล้วคุณยังกล้ามาทำให้ยัยมนต้องอับอายขายหน้าอีก"

"อับอายเหรอ แค่นี้น้องสาวคุณไม่อายหรอก ก็ขนาดปล่อยให้ท้องเพื่อจับผู้ชายยังไม่เห็นอายนี่"

เนตรชนกลอยหน้าใส่ ชนม์ชนกยิ่งโมโหจับบ่าทั้งสองข้างบีบเขย่าจนเธอหัวสั่นหัวคลอนบอกว่า เมื่อเธอทำให้ น้องสาวตนขายหน้าตนก็จะทำให้เธอขายหน้าได้เหมือนกัน พูดจบก็ปล้ำจูบอย่างรุนแรงกลางสี่แยกไฟแดง เนตรชนกตะลึงอึ้งไปครู่หนึ่ง พอได้สติก็ผลักชนม์ชนกหงายไปแล้ววิ่งกลับมาที่รถขับออกไปน้ำตาร่วง

ชนม์ชนกขับรถตามไปอย่างงงๆกับการกระทำของตัวเอง พริบตานั้นเนตรชนกตัดสินใจขับรถพุ่งเข้าชนรถชนม์ชนกด้วยความแค้นใจ ผลคือชนม์ชนกไม่เป็นอะไร แต่ตัวเองกลับหมดสติ

"ตายรึเปล่าวะเนี่ย ยัยบ้าเอ๊ย ทำอะไรลงไปเนี่ย" ชนม์ชนกบ่นแล้วเปิดประตูรถอุ้มร่างหมดสติของเนตรชนกไปส่งโรงพยาบาล

ooooooo

เมื่อพวกผู้ใหญ่ที่อยู่ในห้องจัดงานที่โรงแรมรู้ข่าวต่างพากันมาที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง ครู่หนึ่งพยาบาลเข้ามาเชิญญาติออกไปก่อน เพราะจะเช็ดตัวคนเจ็บ ทุกคนจึงพากันออกไป

ทัดไทขอโทษศศิมนแทนหลานสาว ศศิมนพูดจากใจจริงว่า ตนไม่เคยคิดโกรธเนตรชนกเลย

ส่วนเทพไทก็ขอบคุณชนม์ชนกที่เป็นธุระให้ทุกอย่าง ถูกตอบประชดกลับว่า

"ผมก็แค่เห็นแก่เพื่อนมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น จะทิ้งให้ตายมันก็กระไรอยู่"

เคนเสนอตัวขอเฝ้าเนตรชนกคืนนี้ เทพไทไม่เห็นด้วยเพราะเป็นผู้ชาย ศศิมนเสนอตัวก็ถูกติงว่าคืนนี้ต้องส่งตัวเข้าหอ สุดท้ายอุ่นอาสาเฝ้าเองแต่ขอกลับไปเอาเสื้อผ้าก่อน

ชนม์ชนกเสนอว่ากว่าเนตรชนกจะฟื้นก็คงอีกนานให้ ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ศศิมนเลยฝากพี่ชายดูเนตรชนกก่อนจนกว่าอุ่นจะกลับมา ชนม์ชนกจึงตามไปส่งน้องสาวที่ลานจอดรถ

แต่พอเขากลับมาปรากฏว่า เนตรชนกหายไปแล้ว ไปถามพยาบาลที่เคาน์เตอร์ก็ไม่มีใครเห็น

ที่แท้ หลังจากพยาบาลเช็ดตัวออกไปครู่เดียว เนตรชนกก็รู้สึกตัว ทบทวนเรื่องราวแล้วลุกขึ้นไปหยิบชุดแต่งงานของแม่หอบเดินออกจากห้องลงไปทางบันไดหนีไฟ คลาดกับชนม์ชนกที่ไปส่งศศิมนกลับขึ้นมาทางลิฟต์เส้นยาแดงเดียว

ooooooo

เนตรชนกหอบชุดแต่งงานของแม่เดินมาถึงถนนใหญ่จะข้ามถนนก็พอดีฝนตกลงมาจึงหันกลับไปซุกตัวหลบฝนร้องไห้อยู่ที่ซอกตึก

ส่วนชนม์ชนกเอะใจจึงออกตามหาเดินหาจนทั่วโรงพยาบาลก็ไม่มีวี่แวว เขาวิ่งออกมาหน้าโรงพยาบาลมองฝ่าสายฝนออกไปอย่างกังวลใจ

พอฝนเริ่มซา เนตรชนกเช็ดน้ำตาจนแห้งลุกขึ้นอย่างพร้อมจะสู้ต่อไป แต่พอเธอเดินออกไปที่ถนน ชนม์ชนกเห็นเข้าพอดีเขาวิ่งเข้าไปถามฉุนๆว่า

"ทำบ้าอะไรของคุณน่ะ ออกมาทำไม อยากจะให้วุ่นวายกันทั้งโรงพยาบาลรึไง ป่วนงานแต่งไม่พอยังมาป่วนที่นี่อีก" พูดพลางถอดแจ็กเกตของตัวเองคลุมให้เมื่อเห็นเธอหนาวสั่น เนตรชนกเบี่ยงตัวหลบอย่างอวดดีสะบัดเสียงใส่ว่า อย่ามายุ่งกับตนพลางจะเดินหนี

ชนม์ชนกไม่ยอมให้ไปไหนคว้าแขนไว้บอกว่าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ต้องกลับไปที่ห้องเดี๋ยวนี้

"ไม่!"

"พูดดีๆไม่รู้เรื่องต้องใช้กำลังใช่ไหม" ชนม์ชนกคว้าตัวเธอขึ้นบ่าแบกไปทันที เนตรชนกดิ้นกระแด่วอยู่บ่นบ่าเขา จนมาถึงห้องชนม์ชนกโยนเธอลงบนเตียงบอกบุรุษพยาบาลที่พากันมาดูว่าคนไข้หนีออกจากโรงพยาบาลกำลังคลุ้มคลั่งให้ช่วยกันหน่อย บุรุษพยาบาลจึงช่วยกันจับเนตรชนกตรึงไว้กับเตียง

พอเนตรชนกถูกตรึงจนดิ้นไม่ได้ ชนม์ชนกก็ปาดเหงื่ออย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

หลังการส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอเรียบร้อยแล้ว เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้องหอ ศศิมนปรารภกับเทพไทว่าตนห่วงเนตรชนกมาก เทพไทเองก็เป็นห่วงแต่เมื่อครู่นี้โทร.ไปที่โรงพยาบาลแล้วทางนั้นบอกว่าเนตร-ชนกยังหลับอยู่ ไว้พรุ่งนี้เราค่อยไปรับกลับก็แล้วกัน

"ค่ะ คุณเทพ มนจะพยายามทำทุกอย่างให้คุณเนตรสบายใจ ให้เธอยอมรับมนให้ได้ค่ะ"

เทพไทโอบไหล่ศศิมนไว้ด้วยความรัก พูดให้กำลังใจว่า เชื่อว่าความดีของเธอจะเอาชนะเนตรชนกได้

ooooooo

เมื่อเนตรชนกหลับไปเพราะฤทธิ์ยานอนหลับแล้ว ชนม์ชนกยืนมองพึมพำอย่างระอาใจว่า

"กว่าจะสิ้นฤทธิ์...เฮ้อ...เวลาหลับก็ดูน่ารักดีอยู่หรอก ไม่น่าเชื่อเลยว่าเวลาตื่นจะร้ายกาจได้ขนาดนั้น"

พอดีอุ่นไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านกลับมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ พอฟังชนม์ชนกเล่าจบ เธออุทาน "ตายจริงยัยเนตร ดีนะคะที่ไม่เป็นอะไรมากกว่านี้ เฮ้อ...ดื้อจริงๆเลย เนตรนะเนตร"

ชนม์ชนกมองหน้าอุ่นถามว่าสองคนคบกันได้ยังไง เพราะนิสัยใจคอต่างกันลิบลับ อุ่นจึงเล่าว่า

"ที่จริงเนตรก็ไม่ได้เป็นคนร้ายกาจอะไรหรอกนะคะ แค่หวงพ่อมากไปหน่อยเท่านั้นเอง เนตรเสียแม่ไปคนหนึ่งแล้วตั้งแต่เด็กเลยกลัวความสูญเสียไม่อยากเสียพ่อไปอีกคน"

ชนม์ชนกบ่นว่าโตขนาดนี้ก็น่าจะแยกแยะได้แล้ว พูดแล้วขอตัวกลับ

อุ่นขอบคุณที่ช่วยดูแลเพื่อน ชนม์ชนกบอกว่าไม่เป็นไรทั้งที่ใจแหยงเต็มที

ooooooo

แต่ชนม์ชนกกลับไม่ถึงบ้าน เพราะพอมาถึงลานจอดรถก็ถูกทิพย์ธิดาเข้ามากอดจากข้างหลัง พอเขาหันมองถามอย่างแปลกใจว่าไหนว่าไปแอลเอแล้วไง ทิพย์ธิดาทำหน้าแอ๊บแบ๊วบอกว่าไม่ไปแล้ว เพราะหวัด 2009 ยังมีอยู่ ที่มาโรงพยาบาลนี่ก็เพื่อมาเอาใจตรวจสุขภาพ ฉอเลาะว่า

"ทิพย์กลัวชนม์เหงาถ้าขาดทิพย์" แล้วชวนไปนั่งคุยกันดีกว่า เป็นที่รู้กันสองคนว่าหมายถึงอะไร

ทิพย์ธิดาเธอเป็นสาวสวยวัยยี่สิบปลายๆ จบจากนอก สวย รวย มีชาติตระกูล แต่ทำตัวเป็นสาวฝรั่ง แม้จะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายหลายคน แต่คนที่เธอหมายมั่นปั้นมือและหลงรักหมายครอบครองมีคนเดียว คือ ชนม์ชนกคนนี้นี่เอง

ooooooo

ชนม์ชนกพาเธอไปนั่งดื่มกันที่มุมบาร์ที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่านในโรงแรมของเขาเอง ทิพย์ธิดานั่งเบียดจนแทบจะเกยขึ้นไปบนตักของเขา ตัดพ้อต่อว่าที่น้องสาวแต่งงานทั้งทีก็ไม่ชวนสักคำ

ชนม์ชนกบอกว่าเป็นงานเล็กๆที่จัดกันภายในหมู่ญาติตนเกรงใจเซเลบอย่างเธอเดี๋ยวจะกลายเป็นข่าวใหญ่เปล่าๆ

"คราวหลังไม่ต้องเกรงใจทิพย์หรอกนะคะ น้องสาวของชนม์ก็เหมือนน้องสาวทิพย์นั่นแหละค่ะ งั้นคราวนี้เรามาเต้นรำกันดีกว่านะคะ" พูดแล้วฉุดมือเขาลุกไปโอบซบเต้นรำกันในจังหวะช้าๆซึ้งๆ

ดื่มกันจนเมาได้ที่ ทั้งคู่ก็พากันขึ้นพักที่ห้องในโรงแรมนั่นเอง ต่างปล่อยใจไปตามอารมณ์ปรารถนาของกันและกันตามเคย

จนกระทั่งเช้า ชนม์ชนกตื่นก่อนลุกขึ้นมา ทิพย์ธิดาถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าจะไปล้างหน้าถามว่าเธอจะทานอะไรจะได้สั่งขึ้นมาให้

ทิพย์ธิดาอ้อนว่าตนไม่หิวอาหารแต่หิวตัวเขา พูดแล้วโผเข้ากอดไว้อีก ชนม์ชนกหยอกว่าทำแบบนี้เดี๋ยวตนถูกหนุ่มๆของเธอดักตีหัวเอา เธออ้อนว่าสำหรับตัวเธอแล้วไม่มีใครมีความหมายเท่าเขา เพราะมีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่สนใจตนเสมอ

"ผมก็ถือว่าคุณเป็นเพื่อนผมด้วยนี่นา จะไม่ให้ใส่ใจเลยได้ยังไง ผมว่าไปอาบน้ำเถอะครับ จะได้ทานมื้อเช้ากัน ผมต้องไปทำงานต่อ" พูดแล้วส่งมือให้เธอจับฉุดขึ้นมาจากเตียง

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน เทพไทไปรับเนตรชนกจากโรงพยาบาลพากลับบ้าน ศศิมนออกมารับร้องทักอย่างเร่าร้อนว่า "คุณเนตรเป็นยังไงบ้างคะ"

"เสียใจด้วยนะที่ฉันยังไม่ตาย" เนตรชนกตอบหน้าตึง เนื้อนวลเห็นบรรยากาศไม่ดีจึงชวนไปทานข้าวต้มกุ้งกับย่ากันดีกว่า ทัดไทชวนอุ่นกับเคนที่มาส่งเนตรชนกไปทานด้วยกัน

เทพไทบอกเนตรชนกให้ทานเยอะๆ คุยอวดว่าเป็นข้าวต้มที่ศศิมนทำเองเลยทีเดียวเชื่อว่าลูกต้องชอบแน่ๆ ศศิมนรีบลุกขึ้นตักข้าวต้มยกไปวางไว้ตรงหน้าเนตรชนกอย่างเอาใจ ถูกเนตรชนกผลักชามข้าวต้มพ้นหน้าแล้วสั่งน้อยให้เอาไปเทให้หมากิน

อุ่นพยายามเตือนสติเพื่อนให้ใจเย็นๆ แต่เนตรชนกก็คือเนตรชนก เธอไม่แยแสใครทั้งสิ้น ยังตำหนิติเตียนว่านี่มันข้าวหมาชัดๆทีหลังทำไม่เป็นก็ไม่ต้องทำ เนตรชนกว่าเสียจนศศิมนตำหนิตัวเองว่าคงคนบ่อยเกินไปข้าวต้มเลยเละ วันหลังขอแก้ตัวใหม่ก็แล้วกัน เนตรชนกไม่สนใจเอ่ยก่อนลุกไปว่า

"เนตรขอไปพักก่อนดีกว่าค่ะ แถวนี้มลพิษเยอะ น้อยเอานมกับน้ำส้มขึ้นไปให้ฉันด้วย"

ooooooo

ทานอาหารเช้าเสร็จขณะเดินออกมาด้วยกัน อุ่นปรารภกับเคนว่าเป็นห่วงเนตรชนกจัง ไม่คิดว่าเพื่อนจะหวงพ่อจนถึงขนาดนี้ แต่เคนกลับเป็นห่วงศศิมนไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรอีก

สุดท้ายเพื่อนทั้งสองปรึกษากันว่าควรชวนเนตรชนกไปทำอะไรเพลินๆ จะได้ลืมเรื่องพ่อกับแม่เลี้ยงเสียบ้าง แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี

เมื่อเนตรชนกไม่แตะต้องอาหาร เนื้อนวลจึงทำข้าวต้มชามใหม่ยกไปให้ พูดปลอบใจแสดงความรักความห่วงใย จนเนตรชนกดีใจที่อย่างน้อยก็ยังมีคุณย่าที่รักตนอยู่

ส่วนเทพไทออกไปเจอศศิมนยืนร้องไห้อยู่หลังบ้าน เขาขอโทษแทนลูกสาว บ่นๆว่าปกติเนตรชนกไม่ใช่คนนิสัยแบบนี้เลย

"ไม่เป็นไรค่ะ มนก็เตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่พอเจอเข้าจริงๆก็อดร้องไห้ไม่ได้ แต่มนจะพยายามเข้มแข็งกว่านี้นะคะ มนสัญญา"

"ผมทำให้คุณต้องเป็นทุกข์ ผมเสียใจ" เทพไทดึงศศิมนเข้าไปกอด ศศิมนบอกว่าตนไม่ได้ทุกข์อะไร เพียงแต่ตกใจนิดหน่อยเดี๋ยวก็ปรับตัวได้ เทพไทขอร้องว่า "คุณต้องไม่เครียดนะ ไม่งั้นลูกของเราจะเครียดตามนะรู้ไหม" พูดพลางกอดเธอโยกตัวไปมาอย่างปลอบโยน

"ค่ะ ลูกของเราต้องเป็นเด็กอารมณ์ดีนะคะ" ศศิมนยิ้มสบายใจเมื่อคิดถึงลูก...

เนตรชนกยืนมองจากหน้าต่างห้องตัวเอง เห็นพ่อกอดศศิมนที่สวนหลังบ้านก็ยิ่งน้อยใจ ยิ่งปักใจที่จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด

ooooooo

ทิพย์ธิดานัวเนียอยู่กับชนม์ชนกไม่ยอมห่าง เที่ยงนี้เขาพาเธอกลับไปทานอาหารที่บ้าน ชัชชัยกับคุณหญิงทักอย่างดีใจว่าหายไปนานสบายดีหรือ เธอบอกว่าสบายดีแต่ยุ่งๆเรื่องงานเลยไม่ได้แวะมาเยี่ยม ชัชชัย เชิญนั่งทานอาหารด้วยกัน พลางหันไปถามชนม์ชนกว่า ลูกสาวเทพไทเป็นอย่างไรบ้าง

"ยัยเด็กฤทธิ์มากคนนั้นน่ะเหรอครับ กลับบ้านไปแล้วครับ" ทิพย์ธิดาถามว่าใครหรือ "ลูกเลี้ยงน้องสาวผมน่ะ แสบจริงๆ ทำเอางานแต่งเกือบล่ม ดีนะที่มีแต่ญาติที่สนิทๆ เลยทำความเข้าใจกันง่าย"

คุณหญิงบอกว่าเด็กคงเก็บกดมากถึงได้ทำอะไรรุนแรงขนาดนี้ แต่ชนม์ชนกเชื่อว่าเป็นโรคจิตมากกว่า ชัชชัยมีข้อสังเกตว่าอาจเพราะขาดแม่ก็ได้เลยหวงพ่อ

"คุณแม่ผมก็เสียตั้งแต่ผมเด็กๆ ผมยังไม่เห็นหวงคุณพ่อเลย นี่ถ้าผมไม่ได้คุณแม่ช่วยเลี้ยงผมมาป่านนี้ผมจะเป็นยังไงก็ไม่รู้" พูดพลางมองไปทางคุณหญิง คุณหญิงยิ้มเอ็นดูบอกว่าตนรักเขาเหมือนลูกแท้ๆคนหนึ่ง รักเท่าๆกับศศิมนนั่นแหละ ชนม์ชนกเลยเข้ากอดคุณหญิงอย่างประจบ

"แหม น่าอิจฉาครอบครัวที่แสนอบอุ่นนี้จัง ทิพย์ขอมาเป็นสมาชิกครอบครัวนี้ด้วยคนได้ไหมคะ"

ชัชชัยสนับสนุนทันทีบอกว่าชนม์ชนกจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที เจ้าตัวกลับบอกพ่อว่าตนกับทิพย์ธิดาเป็นเพื่อนกัน เลยถูกคุณหญิงแซวว่าพูดเป็นดาราไปได้อะไรๆก็เป็นเพื่อนกัน

"นั่นสิคะคุณแม่ ชนม์คงเขินน่ะค่ะ" ทิพย์ธิดาฉวยโอกาสอำตำแหน่งว่าที่สะใภ้หน้าตาเฉย แม้ชนม์ชนกจะไม่คิดอย่างนั้นแต่ก็ยิ้มสบายๆ ใครจะเข้าใจอย่างไรก็ตามใจ แล้วขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ชนม์ชนกขับรถไปส่งทิพย์ธิดายังคอนโดฯที่เธอพัก เธอชวนเขาขึ้นไปนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อน เขาปฏิเสธเกรงจะยาวอีก ขอตัวไปทำงานก่อน เพราะยังมีงานค้างอยู่แล้วค่อยเจอกันใหม่

"ต้องเจอกันแน่ค่ะชนม์" ทิพย์ธิดายืนมองตามหลังพึมพำอย่างมุ่งมั่น "ทิพย์ไม่ปล่อยคุณหลุดมือไปง่ายๆหรอกค่ะ ยังไงซะชนม์ก็ต้องเป็นของทิพย์"
ooooooo
ศศิมนพยายามที่จะเข้ากับเนตรชนกให้ได้ วันนี้ก็เข้าครัวถามป้าแจ่มว่าเนตรชนกชอบทานอะไร   ป้า

บอกว่าวันก่อนทำเต้าหู้ทอดกับนํ้าจิ้มให้ เนตรชนกชอบมาก บอกป้าแจ่มว่าอยากทานเต้าหู้ทรงเครื่องแบบญี่ปุ่น ป้าแจ่มทำไม่เป็น  ศศิมนจึงอาสาทำให้แต่ขอให้ป้าแจ่มอย่าบอกว่าตนทำเดี๋ยวจะไม่ยอมทานอีก

ศศิมนลงมือทำแล้วให้ป้าแจ่มช่วยชิมเพราะตัวเองเหม็นกลิ่นเต้าหู้

เมื่อทำเสร็จน้อยยกขึ้นไปให้เนตรชนกที่ห้อง เป็นเต้าหู้ทรงเครื่องแบบญี่ปุ่นที่เธออยากทาน เนตรชนกถามว่า ใครทำ น้อยตอบเนียนๆว่าป้าแจ่มทำ เธอเอะใจว่าป้าแจ่มทำเป็นด้วยหรือ วันก่อนยังบอกอยู่เลยว่าทำไม่เป็น

"สงสัยไปดูจากรายการทีวีมามังคะ" น้อยพูดไปเรื่อย เปื่อย เนตรชนกขอบใจแล้วลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อย

ศศิมนแอบดูอยู่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แต่หารู้ไม่ว่าพอตกคํ่าเนตรชนกนอนดูรูปแม่บอกกับรูปแม่ว่า

"คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เนตรจะไม่ยอมให้มันมาลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านของเราอย่างมีความสุขหรอกค่ะ เนตรจะทำทุกอย่างให้มันไปจากที่นี่ให้ได้ คุณพ่อจะต้องมีคุณแม่คนเดียวเท่านั้น เนตรสัญญาค่ะ" พูดแล้วกอดรูปแม่นํ้าตาไหล...

ooooooo

รุ่งขึ้นชนม์ชนกจะไปเยี่ยมศศิมน ทิพย์ธิดาขอไปด้วยนั่งรถชนม์ชนกไปด้วยกัน ส่วนรถของตัวเองจอดไว้ที่บ้าน

เช้าวันเดียวกันที่ห้องเตรียมอาหาร น้อยคุยกับป้าแจ่มว่าเมื่อวานเนตรชนกทานเต้าหู้ทรงเครื่องจนหมดอย่างเอร็ดอร่อย ป้าแจ่มถามว่าเต้าหู้ที่ศศิมนทำน่ะหรือ เนตรชนกมาได้ยินพอดี แอบฟังหูผึ่งจึงรู้ว่าที่แท้ป้าแจ่มทำไม่เป็น   ศศิมนเป็นคนทำ

ให้แต่ป้าแจ่มชิมเพราะเธอเหม็นกลิ่นเต้าหู้

พอรู้ความจริงเนตรชนกแค้นนัก วางแผนแก้เผ็ดทันที ทำเป็นเข้าครัวถามว่ามีอะไรทานบ้างตนหิวแล้ว แต่แล้วก็เสนอให้ป้าแจ่มทำเต้าหู้ญี่ปุ่นอย่างเมื่อวานเพราะอร่อยดี   วันนี้ขอชามใหญ่ๆเลย

ป้าแจ่มกระอักกระอ่วนใจ พอเนตรชนกออกไปก็ปรึกษากับน้อยว่าจะทำอย่างไรดี

เนตรชนกออกไปเจอศศิมนถามว่าจะไปไหน ศศิมนตอบอย่างเกรงใจว่าเปล่า ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เนตรชนก

ทำเป็นญาติดีด้วยชวนรอกินเต้าหู้ทรงเครื่องด้วยกัน ป้าแจ่มกำลังทำอยู่

ศศิมนกระอักกระอ่วนใจ   แต่ตอบรับเพราะคิดว่า

เนตรชนกเริ่มยอมรับตนแล้ว...

ooooooo

ป้าแจ่มกับน้อยตกที่นั่งลำบากไม่รู้จะทำเต้าหู้ ทรงเครื่องตามคำสั่งของเนตรชนกอย่างไร เพราะทั้งคู่ ไม่เคยทำเลย เมื่อจนแต้มเข้าทั้งที่รู้ว่าศศิมนไม่ชอบกลิ่นเต้าหู้ก็จำเป็นต้องรบกวน

แต่พอน้อยโผล่เข้าไปดูในห้องอาหารก็หัวหดกลับมาบอกป้าแจ่มหน้าตาตื่นว่าศศิมนนั่งคุยอยู่กับเนตรชนกในห้องอาหาร สุดท้ายน้อยโยนกลองว่า "ป้าต้องมั่วเอาเองแล้วล่ะ"

พอป้าแจ่มยกเต้าหู้ทรงเครื่องไปตั้งโต๊ะ เนตรชนกโวยวายว่าทำไมเละเทะแบบนี้   จับโกหกทันทีว่าเมื่อวาน

ใครทำบอกมาเสียดีๆ สุดท้ายป้าแจ่มต้องยอมรับว่าเมื่อวานศศิมนเป็นคนทำ โดนเนตรชนกเล่นงานอีก หาว่าโกหกตบตาตน แบบนี้ดูถูกกันเกินไปแล้ว

ทั้งป้าแจ่มและน้อยช่วยกันขอโทษสัญญาว่าต่อไปจะไม่โกหกอีกแล้ว ศศิมนก็ช่วยขอร้องว่าอย่าโกรธป้าแจ่มกับน้อยเลย ยอมรับเสียเองว่า "มนเป็นคนขอร้องเขาเองค่ะไม่ให้ บอกคุณเนตรว่ามนทำ"

เนตรชนกด่าศศิมนทันทีว่ามาเป็นคุณผู้หญิงวันเดียวก็เสี้ยมสอนให้คนในบ้านโกหกแล้ว ส่วนป้าแจ่มกับน้อยนั้น ตนจะฟ้องคุณพ่อให้หักเงินเดือนครึ่งหนึ่งทั้งสองคน ทำเอาทั้ง ป้าแจ่มและน้อยหน้าซีดเผือด

"คุณเนตรคะ อย่าลงโทษป้าแจ่มกับน้อยเลยค่ะ มนเป็นต้นเหตุ มนขอรับผิดชอบเอง" เนตรชนกได้ทีถามยํ้าว่าจะรับผิดชอบหรือ "ค่ะ คุณเนตรจะให้มนทำอะไรก็บอกเลยค่ะ มนจะทำทุกอย่าง ขอแค่อย่าหักเงินเดือนสองคนนี้ก็พอ"

"งั้น เธอก็กินเต้าหู้ชามนี้ให้หมดสิ ทำได้ไหมล่ะ"

ศศิมนชะงักอึ้งคิดไม่ถึงว่าเนตรชนกจะมาไม้นี้ แต่เพื่อช่วยป้าแจ่มกับน้อยและรักษาคำพูดของตัวเอง   ศศิมนกล้ำกลืนกินเต้าหู้อย่างพะอืดพะอม   โดยมีเนตรชนกยืนกอดอกดูอยู่

อย่างสะใจ

ooooooo

ที่หน้าบ้านเนตรชนก ชนม์ชนกขับรถมาจอดหน้าบ้าน โดยมีทิพย์ธิดานั่งเชิดระเหิดระหงมาด้วย

รถของเคนเข้ามาจอดเวลาไล่เลี่ยกัน เคนลงจากรถพร้อมช่อดอกไม้สีสวยหวานแต่ไม่ได้สังเกตชนม์ชนกกับทิพย์ธิดาที่กำลังเดินเข้าไปในบ้าน

ป้าแจ่มกับน้อยสงสารศศิมนมากที่พยายามกล้ำกลืนกินเต้าหู้ ป้าแจ่มอยากเข้าไปขอให้พอ แต่เจอสายตาโหดของเนตรชนกก็ชะงัก

ขณะศศิมนกำลังจะแย่นั่นเอง ชนม์ชนกเดินเข้ามาพอดี เธอดีใจมากที่พี่ชายมาช่วยได้ทันเวลา ชนม์ชนกถามว่าทำอะไรอยู่ ส่วนทิพย์ธิดาถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้น

"มน...มนเหม็นเต้าหู้ค่ะ" ขาดคำก็อ้วกใส่ทิพย์ธิดา แม้ทิพย์ธิดาจะตกใจโกรธแต่ก็ไม่โวยวาย เพราะศศิมนเป็นน้องชนม์ชนก

"เหม็นแล้วกินเข้าไปทำไม หรือว่ามีคนบังคับให้เธอกิน" ชนม์ชนกถามพลางแย่งชามเต้าหู้ไปหันขวับมองหน้าเนตรชนกอย่างเอาเรื่อง แต่ฝ่ายนั้นทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

"เนตรจ๋า...อ้าว..." เคนทะเล่อทะล่าถือช่อดอกไม้เข้ามา พอเห็นบรรยากาศตรงหน้าก็หยุดกึกพูดไม่ออก ถามอ่อยๆว่า "ทำอะไรกันอยู่เหรอคร้าบบ"

ชนม์ชนกจ้องหน้าเนตรชนกถามว่าฝีมือเธอใช่ไหม เนตรชนกสวนไปทันทีว่าอย่ามากล่าวหากันแบบนี้ เคนเห็นเนตรชนกกำลังต่อล้อต่อเถียงกับชนม์ชนก ก็แสดงความเป็นสุภาพบุรุษสะอึกเข้าไปถามชนม์ชนกว่า มาว่าคนของตนได้ไง ตนไม่ยอม

"คุณเป็นใคร แล้วมาเกี่ยวอะไรด้วย" ทิพย์ธิดาจ้องเขม็ง เคนหันมองอ้าปากจะเถียง แต่พอสบตาทิพย์ธิดาเท่านั้นก็พูดไม่ออก  อึกๆอักๆแล้วชมว่าสวยจัง  ดอกไม้เกือบร่วงจากมือ

ดีแต่คว้าไว้ทัน

"เนตรจัดการเอง" เนตรชนกผลักเคนออกไป ถามทิพย์ธิดาว่า "แล้วเธอล่ะเป็นใคร เกี่ยวด้วยตรงไหนถึงได้เข้ามาสอดเรื่องของคนอื่นเขาแบบนี้"

"ฉันเป็นแฟนคุณชนม์ชนก เมื่อเธอหาเรื่องศศิมน ฉันก็มีสิทธิ์ปกป้องน้องสาวของชนม์ เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน" ทิพย์ธิดาอ้างเต็มปากเต็มคำ ทำเอาชนม์ชนกเหวอ

พอฟังทิพย์ธิดา เนตรชนกแผดเสียงใส่ว่าจะเล่นหมาหมู่

กันเหรอ ได้เลย พลางสะอึกเข้าหา ชนม์ชนกถูกด่าก็ด่าสวนไปว่าหยาบคายก้าวร้าวพูดจาเลวมาก

"มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน"   เนตรชนกปรี่เข้าไปจะฟาดชนม์ชนกถูกทิพย์ธิดาสะอึกเข้ามาขวาง ปรามว่าถ้าแตะต้องชนม์ชนกแม้แต่นิดเดียวได้เจอดีแน่

"งั้นก็ลองเลยแล้วกัน" เนตรชนกคว้าชามเต้าหู้ขว้างไปกลางวง ถูกทิพย์ธิดาเขวี้ยงคืน เคนผวาไปรับไว้ทัน  เกลี้ยกล่อมว่าอย่าตีกันเลย ผู้หญิงตีกันดูไม่น่ารัก ส่วนศศิมนก็ขอร้องว่าพอเถอะ หยุดเถอะ

ทิพย์ธิดายุชนม์ชนกว่าอย่ายอม แต่เขากลับบอกเธอว่าอย่าไปแลกกับคนแบบนี้เลย เลอะเทอะหมดแล้ว บอกว่าตนจะส่งเธอกลับบ้านดีกว่า ทิพย์ธิดายอมฟังแต่หันไปพูดกับเนตรชนกว่า "นับว่าเธอโชคดี"

"ไปมน ไปกับพี่" ชนม์ชนกเรียกศศิมนแล้วพูดอาฆาตเนตรชนกว่า "เรื่องนี้ผมต้องสะสางคุณแน่" แล้วทั้งตัวเขา ศศิมน และทิพย์ธิดา ก็พากันกลับไป

พอพวกชนม์ชนกไปหมดแล้ว เคนยื่นช่อดอกไม้ให้ เนตรชนก เธอรับอย่างขอไปทีแล้วเดินเข้าข้างใน เคนรีบวิ่งตาม

ooooooo

ชนม์ชนกให้ทิพย์ธิดากลับไปก่อน ส่วนเขาพาศศิมนไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ ให้น้องเล่าเรื่องทั้งหมด ให้ฟัง

ส่วนเคนเริ่มแผนการของตนที่คุยกับอุ่นไว้แล้วว่าจะชวนเนตรชนกไปเปลี่ยนบรรยากาศ เอ่ยปากชวนพรุ่งนี้ถ้าไม่ติดอะไรไปขับรถเล่นกันไหม เนตรชนกตกลงเพราะอยู่บ้านก็เหม็นขี้หน้าคนเปล่าๆ

พูดกันไม่ทันไร ชนม์ชนกกับศศิมนก็กลับเข้ามา ชนม์ชนก ให้ศศิมนเข้าไปก่อนเดี๋ยวตนตามไป เนตรชนกหมั่นไส้ลุกเดินจะเข้าบ้าน ชนม์ชนกเรียก เมื่อเธอทำหูทวนลมเขาเข้าไปคว้าแขน เธอร้องให้ปล่อย กลับถูกเขาเอามืออุดปากลากไปที่รถ ถูกเนตรชนกกัดมือจนต้องปล่อย เขาโมโหเลยกัดไหล่เธอบ้าง เนตรชนกอ้าปากเพราะเจ็บ ชนม์ชนกยัดเธอใส่รถขับออกไปทันที

งวดนี้ไม่มีการด่า ไม่มีการตบการข่วน แต่ต่างกัดกันเลยทีเดียว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:41 น.