ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ล่ารักสุดขอบฟ้า

SHARE
ตอนที่ 20

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"


มัทนาในชุดนางกำนัลเข้ามาในตำหนักองค์สาวิตรีอย่างระแวดระวัง เห็นทหารยามหลายนายวิ่งตรงมาทางเธอ รีบยกชายผ้ามาปิดหน้าแกล้งไอ ทหารนายหนึ่งมาหยุดใกล้ๆ กวาดตาไปทั่วเหมือนมองหาใครบางคน

ตอนที่ 19

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

วิฑูรเหิมเกริมหนัก สั่งให้ทหารของตนแอบอ้างชื่อองค์รัชทายาทออกรีดไถพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ใครไม่มีให้ก็จะถูกรุมทำร้าย เจ้าชายคามิน ฐากูรและสินธรในคราบชาวบ้านมีผ้าโพกหน้าเห็นเพียงดวงตาผ่านมาพบทหารสองนายกำลังจิกหัวแม่ค้า สั่งให้จ่ายเงินค่าคุ้มครองก็ปรี่เข้าใส่ ทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศละทาง

ตอนที่ 18

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

องค์สาวิตรีถูกมินตราจับกรอกยาจนสติฟั่นเฟือนเกือบจำลูกตัวเองไม่ได้ อาละวาดใส่เจ้าชายมาคีที่เข้ามากอดจากด้านหลัง แต่พอพระองค์เห็นมินตราเท่านั้น ก็โวยวายให้ลูกไล่นังมารร้ายออกไป

“หม่อมฉันมินตราไงเพคะ” นังมารร้ายตีหน้าซื่อตาใส ไม่รู้ทำไมถึงถูกเล่นงาน

“ไม่ใช่ แกมันปีศาจ ไปให้พ้น” พูดเสร็จ พระองค์หนีไปซุกตัวที่มุมห้อง เจ้าชายมาคีมองท่าทางของเสด็จแม่ด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหันมาถามมินตราว่า
เกิดอะไรขึ้นกับพระองค์

“หม่อมฉันก็ไม่ทราบเพคะ ตั้งแต่ท่านนายพลช่วยพระองค์กลับมา ก็มักจะทรงเหม่อลอยบ่อยๆ บางครั้งก็ทรงกรรแสง บางครั้งก็ทรงตรัสอยู่องค์เดียว เดี๋ยวก็แย้ม พระโอษฐ์ เดี๋ยวก็ทรงพระสรวล และทรงเพ้อว่าให้ปล่อย องค์ราชา อย่าให้คามินยึดราชบัลลังก์ไปได้” นังมารร้ายทำทีสงสารจะเข้าไปปลอบ องค์สาวิตรีคว้าของใกล้ตัวขว้างโดนหน้าผากเธอถึงกับทรุด แล้วหนีไปแอบหลังผ้าม่าน เจ้าชายมาคีช่วยพยุงเธอลุกขึ้น ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“เจ็บแค่นี้ไม่เป็นไรเพคะ ทรงเป็นแบบนี้ทุกวัน หม่อมฉันชินซะแล้ว”...

เพื่อให้เรื่องเสด็จแม่กระจ่าง เจ้าชายมาคีจึงตามไปถามวิฑูรถึงที่บ้านว่าเกิดอะไรขึ้น เขาทำเนียนไม่รู้เรื่องเช่นกัน ทั้งๆที่เป็นคนสั่งให้มินตราเอายาที่ทำให้สติฟั่นเฟือนกรอกปากพระองค์ แล้วยุให้เจ้าชายมาคีสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์ พระองค์ปฏิเสธทันที ถ้าทำแบบนั้นในขณะที่เสด็จพ่อยังอยู่ก็เท่ากับพระองค์เป็นกบฏ

ในเมื่อยุไม่ขึ้น วิฑูรจึงบอกเรื่องที่คามินไม่ใช่แค่หัวหน้าองครักษ์ธรรมดา แต่เป็นโอรสองค์โตขององค์อินทรากับหญิงชาวไทย แล้วใส่ไฟว่าเจ้าชายคามินอาจจะกลับมาชิงบัลลังก์โดยมีองค์อินทราหนุนหลัง เจ้าชายมาคีถึงกับช็อก เดินออกจากบ้านวิฑูรอย่างเบลอๆ มินตราเพิ่งทำแผลที่หน้าผากเสร็จเดินสวนมาเห็นท่าทางแปลกๆของพระองค์ ร้องทักว่าเป็นอะไรไป ทำไมหน้าซีดเหลือเกิน

“ไม่...เราไม่เป็นอะไร” พระองค์พยายามรวบรวมสติ ก่อนจะเดินต่อไป

มินตราเก็บความสงสัยไปถามวิฑูรว่าเจ้าชายมาคีเป็นอะไรไป ได้ความว่าเขาแค่ทูลอะไรบางอย่างให้ทราบ เพื่อที่พระองค์จะได้ตัดสินใจครองราชย์ได้เร็วขึ้น มินตราอยากรู้ว่าเรื่องอะไร คงจะสำคัญมากใช่ไหม

“ใช่ แต่เธอก็คงไม่จำเป็นต้องรู้ ตอนนี้หน้าที่ของเธอก็คือ ทำให้องค์ราชินีทรงฟั่นเฟือนไปเรื่อยๆ จะได้ไม่มาเป็นอุปสรรคต่องานใหญ่ของฉัน แล้วก็คงไม่ต้องบอกว่าถ้าเรื่องนี้เปิดเผยออกไป เธอจะเจอกับอะไร” วิฑูรว่าแล้วยื่นซองยาให้ มินตรามอบกายถวายชีวิตให้เจ้าชายมาคีแล้ว เรื่องใดที่จะเป็นผลร้ายต่อพระองค์เธอไม่มีวันทำเด็ดขาด

“เธอพูดเหมือนว่าเธอมีอะไรลึกซึ้งกับเจ้าชาย ไหนพูดมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น”...

หลังจากบีบน้ำตาเล่าเรื่องที่ตัวเองมีอะไรลึกซึ้งกับเจ้าชายมาคีให้วิฑูรรับรู้เรียบร้อย มินตราเข้ามาปลุกองค์สาวิตรีให้ตื่นมาดื่มยา พระองค์เห็นถ้วยใส่ยาก็กลัวลนลานเพราะจำตอนที่โดนกรอกยาได้ ตะเกียกตะกายหนี

“หนีทำไมล่ะเพคะ ทรงเก่งนักไม่ใช่หรือ” นังมารร้ายว่าแล้วกระชากคอเสื้อพระองค์ลากขึ้นมา เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังลั่นไปทั้งตำหนัก

ooooooo

มัทนาลุกขึ้นมาร้อยพวงมาลัยดอกมะลิแต่เช้า ท่านหญิงมาณวิกาเห็นเข้า อดกระเซ้าไม่ได้ว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า เธอบอกอย่างเขินๆว่าจะร้อยไปวางหน้ารูปถ่ายขององค์อินทรา เพราะนี่เป็นสิ่งดีที่สุดที่เธอจะทำให้พระองค์ได้ในตอนนี้ ท่านหญิงมาณวิกาหยิบพวงมาลัยในมือลูกสาวขึ้นมาพิจารณา

“ทำได้ดี สวยกว่าตอนถวายเสด็จตากับหม่อมยายเยอะเลย แล้วพวงนี้ล่ะจ๊ะ” ท่านหยิบพวงมาลัยพวงใหญ่กว่าที่ร้อยเสร็จแล้วขึ้นมาดู คราวนี้มัทนาถึงกับหน้าแดง ท่านรู้ทันทีว่าลูกร้อยไว้ให้ใคร

ครู่ต่อมา มัทนานำพวงมาลัยดอกมะลิมาหาเจ้าชายคามินที่ห้องวางรูปถ่ายขององค์อินทรา แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นหฤทัยถือถาดใส่พวงมาลัยมาจากอีกด้านหนึ่งเข้าไปหาพระองค์เสียก่อน

“หม่อมฉันร้อยดอกไม้มาถวายให้ฝ่าบาทสักการะองค์ราชาและพระมารดาเพคะ”

“ขอบใจหฤทัย ต่อไปเรียกพี่เหมือนเดิม สำหรับเราไม่ต้องมากพิธีหรอก”

หฤทัยรับคำ ขณะที่มัทนามองภาพตรงหน้าด้วยความเจ็บปวด เจ้าชายคามินรับพวงมาลัยจากหฤทัยไปวางบนพานหน้ารูปถ่ายขององค์อินทราและปรารถนา แล้วหันมาขอบใจหฤทัยอีกครั้งที่คอยห่วงใยและดูแลพระองค์มาตลอด เธอกระเซ้าว่าเธอยังสวมต่างหูอีกข้างหนึ่งของพระองค์อยู่ ขืนไม่ทำหน้าที่ภรรยาที่ดี คงจะถูกตำหนิแน่ๆ เสียงหัวเราะของทั้งคู่ยิ่งตอกย้ำความเจ็บช้ำจนมัทนาทนฟังต่อไปไม่ไหวต้องหลบออกมา หฤทัยค่อยๆหุบยิ้ม

“พี่คามินคะ หฤทัยมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับพี่” หฤทัยไม่ใช้คำราชาศัพท์เพราะพระองค์ขอเอาไว้

ตอนที่ 17

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

ในที่สุดสินธรขับรถมาถึงจุดนัดพบใกล้ชายแดนด้านติดประเทศไทย ฐากูรวิ่งนำชาวบ้านอาสาออกจากที่ซ่อนเข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง สินธรยิ้มแทนคำตอบ ก่อนจะเปิดประตูรถให้องค์สาวิตรีลงมา เขาเห็นฐากูรมองงงๆ อธิบายว่าพระองค์ช่วยพวกเราให้รอดมาได้ องค์อินทราตามลงมาโดยมีหฤทัยคอยประคอง

“ฐากูรหัวหน้าหมู่บ้านภูสายธารที่คอยช่วยเหลือเกล้ากระหม่อมกับท่านคามินพ่ะย่ะค่ะ ฐากูรจะพาพวกเราข้ามชายแดน จากนั้นเกล้ากระหม่อมจะติดต่อธรรมรัตน์เพื่อขอความช่วยเหลือ” สินธรรายงาน

“ดี เสด็จออกไปให้พ้นจากรายาก่อน เสด็จพี่จึงจะปลอดภัย รีบเสด็จเถอะเพคะ หม่อมฉันทูลลา” องค์สาวิตรีขยับจะไป องค์อินทราห้ามไว้ ขืนกลับไปจะเป็นอันตราย

“พี่วิฑูรไม่ทำอะไรหม่อมฉันหรอกเพคะ แต่หม่อมฉันต้องกลับไปปกป้องมาคี ปกป้องผลประโยชน์ของรายาและราชบัลลังก์เพื่อรอจนกว่าเสด็จพี่จะกลับมา...หฤทัย ฝากถวายการดูแลองค์ราชาแทนเราด้วย”

สินธรเร่งให้รีบไป แล้วช่วยกันกับฐากูรประคององค์อินทรา เดินได้ไม่กี่ก้าว รถของวิฑูรพร้อมทหารเต็มคันรถขับมาดักหน้า ก่อนจะกรูกันลงจากรถพร้อมอาวุธครบมือ หฤทัยวิ่งเข้าไปขอร้องให้วิฑูรปล่อยองค์อินทราไป กลับถูกเขาตบกระเด็นฐานแว้งกัดพ่อตัวเอง เธออ้างว่าสิ่งที่ท่านทำมันผิด ท่านกำลังทรยศต่อราชบัลลังก์และแผ่นดินรายา

“ฉันกำลังทำให้รายาก้าวไปสู่ความเจริญต่างหาก... จับพวกกบฏให้หมด”

“หยุดนะ ห้ามแตะต้องพวกเขาในนามของผู้สำเร็จราชการ เราขอสั่งให้พวกเจ้าถอนกำลังกลับไปให้หมด” องค์สาวิตรีเสียงเฉียบ วิฑูรหาเกรงกลัวไม่ สั่งให้ทหารจับตัวทุกคนไว้ องค์สาวิตรี สินธร ฐากูร วายุและหฤทัยรีบพาองค์อินทราหนี โดยมีคนของฐากูรช่วยยิงคุ้มกันให้

พวกนี้เป็นแค่ชาวบ้านอาสาสู้สุเทษกับทหารไม่ได้ถูกยิงตายเรียบ วิฑูรกับลูกน้องไล่ล่าองค์อินทรามาถึงริมลำธาร ฐากูรเห็นท่าไม่ดีบอกให้สินธรพาทั้งสองพระองค์ข้ามไปก่อน ตนกับวายุจะยิงสกัดไว้ให้ สองคนสู้ทหารจำนวนมากกว่าไม่ไหว วายุถูกคมกระสุนตายคาที่ ขณะที่ฐากูรถูกยิงที่แขนล้มคว่ำ สินธรหันมาช่วยยิงต่อสู้จนกระสุนหมด สุเทษได้ทียิงขาเขาทรุดฮวบ แล้วตามมาเหยียบอกจะยิงซ้ำ องค์อินทราร้องห้ามเสียงลั่น หากอยากได้ชีวิตพระองค์ก็ให้มาเอาได้เลย แต่ต้องปล่อยองค์สาวิตรีกับหฤทัยไป องค์สาวิตรีรีบเอาตัวเองบังพระองค์ไว้

“ไม่...ฆ่าน้องซะแล้วปล่อยองค์ราชาไป”

“ทรงสนิทเสน่หากันเยี่ยงนี้ เกล้ากระหม่อมคงต้องให้เสด็จไปด้วยกันแล้วล่ะ” วิฑูรลั่นกระสุนใส่องค์สาวิตรี โดยไม่มีใครคาดคิด องค์อินทราเอาตัวเองรับ
กระสุนแทน นายพลชั่วยิ้มสะใจจะยิงซ้ำ หฤทัยพุ่งแย่งปืน สินธรกัดฟันข่มความเจ็บปวดเตะขาพับสุเทษล้มลงแล้วโดดขึ้นคร่อม วิฑูรผลักหฤทัยพ้นทาง หันปืนจะยิงองค์สาวิตรี

ทันใดนั้นคามินขับรถตะลุยเข้ามาพร้อมกับยิงปืนใส่ กระสุนถูกไหล่ขวาวิฑูรเลือดสาด แล้วหันไปกราดยิงพวกทหารซึ่งวิ่งหนีเข้าหาที่กำบังกันจ้าละหวั่น สุเทษรีบวิ่งไปประคองวิฑูรด้วยความเป็นห่วง

“พี่คามิน...พี่คามินมาช่วยเราแล้ว รีบเสด็จเถอะเพคะ” หฤทัยฉุดองค์สาวิตรีขึ้นรถ แต่พระองค์ขืนตัวไว้

“เราทิ้งมาคีไปไม่ได้ เจ้าไปเถอะ” องค์สาวิตรีสะบัดมือออก หันไปหยิบปืนที่ตกอยู่เอาจ่อหัวสุเทษ “สั่งให้ทหารหยุดยิงเดี๋ยวนี้” ท่าทีเอาจริงของพระองค์ทำให้เขาจำต้องทำตาม สินธรช่วยกันกับหฤทัยประคององค์อินทราขึ้นรถ คามินไม่รอช้าเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว องค์สาวิตรีมองตามอาลัยอาวรณ์ สุเทษเห็นพระองค์เผลอแย่งปืนไปได้ แล้วสั่งให้ทหารคุมตัวเอาไว้ วิฑูรจะให้ตามไปจับตัวองค์อินทรากลับมา แต่สั่งยังไม่ทันจบก็สลบไปก่อน...

กว่าโชคจะมาช่วยแก้มัดให้มัทนา เล่นเอาเธอตะโกนขอความช่วยเหลือจนเสียงแหบแห้ง เขาอดกระเซ้าไม่ได้ว่าแฟนหนุ่มของเธอเล่นแรงไม่ใช่น้อย

“ค่ะ แรงมาก ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องเอาคืน มัทขอยืมรถอีกคันนะคะ” มัทนายังไม่ทันจะออกจากบ้านพัก คามินวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขวางไว้ เธอแค้นใจจัด ขยุ้มคอเสื้อทันที ขู่จะฆ่าเขาที่ทำกับเธอแบบนี้

“คุณมัทนา คุณจะฆ่าผมก็ได้ แต่ตอนนี้ช่วยองค์ราชาก่อน ผมขอร้อง”

ooooooo

วิฑูรไม่บาดเจ็บร้ายแรงอะไร หมอจึงให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ อสิตซึ่งตามมาเยี่ยมถึงบ้านไม่วายบ่นอุบ องค์อินทราหนีไปได้แบบนี้ เท่ากับบัลลังก์ว่างไม่มีกษัตริย์ แล้วใครจะอนุมัติเรื่องสัมปทานให้ตน

“บัลลังก์ไม่ว่างหรอก เพียงแต่ผมจะให้ใครขึ้นไปนั่งเท่านั้น เสี่ยไม่ต้องกลัวหรอก”

อสิตยุให้วิฑูรขึ้นครองราชย์เสียเอง ในเมื่อตอนนี้อำนาจทั้งหมดอยู่ในมือของเขาแล้ว รับรองไม่มีใครกล้าคัดค้าน นายพลชั่วถึงกับเคลิ้มตาม จังหวะนั้นเจ้าชายมาคีเอะอะโวยวายเข้ามา

“ท่านลุง เราไม่เข้าใจ ในวังมีองครักษ์เฝ้าแน่นหนา พวกกบฏมาลักพาตัวเสด็จพ่อไปได้อย่างไร”

วิฑูรบอกให้อสิตออกไปก่อน แล้วหันไปโกหกเจ้าชายมาคีว่าคามินหลอกให้หฤทัยร่วมมือด้วย เขาเองไม่คาดคิดว่าที่เธอมาดูแลองค์อินทราก็เพื่อเปิดทางให้พวกกบฏ โชคดีที่เขาเสี่ยงชีวิตชิงตัวองค์สาวิตรีกลับมาได้ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะต้องเสียไปทั้งสองพระองค์ เจ้าชายมาคีไม่เข้าใจว่าพวกนั้นต้องการอะไรกันแน่

“อำนาจไงพ่ะย่ะค่ะ ไอ้คามินเอาองค์ราชาไปเป็นตัวประกันเพื่อบังคับให้ฝ่าบาทมอบบัลลังก์ให้”

พระองค์หลงเชื่อ สั่งให้วิฑูรทำจดหมายแจ้งไปยังทุกประเทศว่าคามินเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ถ้าเจอตัวให้รีบจับทันที แต่ต้องจับเป็นเท่านั้น พระองค์ต้องการจะลงโทษคนทรยศด้วยมือตัวเอง แล้วเดินจากไป

“ไอ้ลูกแหง่ตาขาว ฉันจะให้แกสั่งฉันได้อีกไม่นานหรอก” วิฑูรเสียงกร้าว...

ขณะที่เจ้าชายมาคีหลงกลนายพลชั่วอีกครั้งหนึ่ง ที่ห้องพักคนไข้ ในโรงพยาบาลหรูกลางกรุงเทพฯ

คามินซึ่งงีบหลับไปด้วยความอ่อนเพลียหลังจากการให้เลือด ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องเปิด เห็นบุรุษพยาบาลเข็นรถเข็นพาสินธรที่เพิ่งทำแผลที่ขาเสร็จเข้ามา คามินถามเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“กระสุนไม่ถูกเส้นเลือดใหญ่ ไม่เป็นไรครับแล้ว ท่าน เห็นว่าถวายเลือดให้องค์ราชา มหัศจรรย์จริงๆที่ท่านมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับองค์ราชา” ยังไม่ทันขาดคำ เหมันต์ซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดเปิดประตูเข้ามา คามินถามอย่างร้อนใจว่าพระองค์เป็นอย่างไรบ้าง ปลอดภัยแล้วใช่ไหม เขาฝืนยิ้ม

ตอนที่ 16

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

ที่ริมสระว่ายน้ำบ้านเกียรติกำจร ในกรุงเทพฯ คามินยังแสร้งเป็นคนตาบอดได้แนบเนียน แม้จะมีหลุดไปบ้างเล็กน้อย แต่มัทนาก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร ยังคงดูแลเอาใจใส่เขาไม่ห่าง ระหว่างที่เธอปอกส้มให้กิน คามินไม่วายถามว่ามีข่าวจากทางรายาบ้างไหม เธอยังไม่ได้ข่าวอะไรคืบหน้า ทางนั้นออกประกาศแค่องค์อินทราประชวร

ตอนที่ 15

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

บ่ายวันเดียวกัน หลังจากอาจารย์เมฆาผสมตัวยาสมุนไพรทั้งเจ็ดชนิดเข้าด้วยกันเรียบร้อย ก็เอาผ้าห่อไว้ เหลือเพียงนำน้ำแร่มาผสมก็จะได้ยาถอนพิษตามต้องการ พลันมีเสียงฐากูรตะโกนโหวกเหวกให้ช่วยกันดับไฟดังขึ้น เขารีบวิ่งออกมาดู เห็นกระท่อมหลายหลังกำลังถูกเพลิงเผาผลาญ ชาวบ้านช่วยกันดับไฟวุ่นวายไปหมด

ตอนที่ 14

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

มินตรานำเรื่องที่เห็นชวาลพาหฤทัยไปช่วยคามินมาฟ้ององค์สาวิตรี ทำให้เขาถูกนำตัวมาเฆี่ยนตีที่ลานลงทัณฑ์ฐานช่วยเหลือกบฏ ทีแรกเจ้าชายมาคีไม่เชื่อว่ามหาดเล็กคนสนิทจะทรยศ แต่พอได้ยินคำสารภาพจากปากเจ้าตัว ถึงกับโกรธจัด ตะคอกถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงไปเข้าข้างคามิน

ตอนที่ 13

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

ที่ตำหนักเจ้าชายมาคี มัทนาดึงมินตรามา

ยังมุมปลอดคน ขอบใจยกใหญ่ที่มาช่วยเธอทันเวลา แล้วถามถึงพ่อแม่ของเธอและเหมันต์ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง มินตราโกหกว่าทุกคนปลอดภัยดี เจ้าชายมาคีส่งกลับเมืองไทยไปแล้ว แต่ที่ตนยังไม่ยอมกลับเพราะเป็นห่วงและอยากอยู่เป็นเพื่อนเธอ

“โล่งอกไปที มัทกลัวแทบแย่ว่าเขาจะทำอะไรพ่อกับแม่”

“แต่คุณคามินสิคะโชคร้าย มีประกาศออกไปทั่วประเทศว่าคุณคามินลอบปลงพระชนม์องค์ราชาและจะได้รับคำพิพากษาโทษในวันสองวันนี้”

“คามินไม่ได้ทำ พวกนายพลวิฑูรต้องการกำจัดเขา มัทเป็นพยานได้”

มินตราทักท้วง ในเมื่อมัทนาถูกกล่าวหาว่าเป็น ชู้รักของคามิน ใครจะเชื่อคำพูดของเธอ มัทนานึกถึงโภคินขึ้นมาได้ ตั้งแต่กลับมาคราวนี้เธอยังไม่เห็นแม้แต่เงา เขาหายไปไหนทำไมถึงไม่หาทางช่วยคามิน...

โภคินสภาพหนักหนาสาหัสกว่าคามินเสียอีก

ทั้งถูกล่ามโซ่ทั้งถูกทรมานเพื่อให้บอกประวัติความเป็นมาเป็นไปของคามิน บุหลันพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขายอมบอกความจริงจะได้จบเรื่อง เขายืนกรานไม่ยอมบอกอะไรทั้งสิ้น ต่อให้ต้องตายก็ขอตายเพื่อแผ่นดิน เพื่อราชบัลลังก์

“พอทีเถอะ ตอนนี้ความจงรักภักดีของคุณมันช่วยอะไรคุณไม่ได้ องค์ราชาก็ทรงช่วยอะไรคุณไม่ได้อีกแล้ว ถ้าคุณยอมพูดความจริง ยอมอยู่ข้างท่านวิฑูร คุณ...”บุหลันพูดได้แค่นั้นก็ถูกฝ่ามือโภคินฟาดถึงกับหน้าหัน

“ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากเธอ ไป ออกไป แล้วก็ไม่ต้องมาอีก” โภคินไล่ตะเพิด บุหลัน

วิ่งหนีไปทั้งน้ำตา สมุนของวิฑูรแอบฟังอยู่ตลอด ค่อยๆ

โผล่หน้าดู เห็นโภคินทุบผนังห้องขังอย่างเจ็บแค้นใจ...

องค์สาวิตรีพอใจมากเมื่อทราบเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องคุมขังโภคินจากวิฑูร นี่เท่ากับแสดงให้เห็นแล้ว

ว่าบุหลันรักตัวกลัวตาย ยอมเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายเดียวกับพวกเรา แต่ก็ยังไม่น่าไว้วางใจอยู่ดี ในวังยังมีพวกที่สนับสนุนคามินอีกไม่น้อย ถ้าไม่มีหลักฐานแน่นหนาคงเอาผิดเขาไม่ได้ง่ายๆ

“แล้วยังเรื่องหฤทัยอีก ยังไงคามินก็ได้ชื่อว่าเป็นสามี เป็นพ่อของลูกในท้อง”

วิฑูรขอให้พระองค์วางใจ ทั้งสองเรื่องนี้เขามี แผนการเตรียมไว้แล้ว คราวนี้จะขุดรากถอนโคนไม่เหลือปัญหาไว้ให้พระองค์ต้องรำคาญใจอีก...

แผนการที่ว่าของวิฑูรคือนำหลักฐานเท็จเป็นซองใส่ยาชนิดเดียวกับที่องค์สาวิตรีนำมาผสมน้ำให้องค์อินทรา ดื่มจนเป็นอัมพาตไปซุกไว้ที่บ้านของคามิน แล้วให้สุเทษนำกำลังทหารไปตรวจค้น หฤทัยพยายามขัดขวางก็ถูกเทวีลากตัวออกมา สินธรจะเข้าไปช่วยหฤทัย แต่สุเทษกับลูกน้องล้อมกรอบไว้พร้อมกับใช้ปืนขู่

“อยู่เฉยๆจะดีกว่าสินธร ถ้าไม่อยากชะตาขาดเหมือนนายแก” สุเทษว่าแล้วหัวเราะสะใจ...

หลักฐานเท็จชิ้นนี้ทำให้คามินดิ้นไม่หลุด แม้จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาแต่ก็ไร้ประโยชน์ ที่ประชุมใหญ่ คณะรัฐมนตรีตัดสินลงโทษประหารชีวิตเขาในข้อหาก่อกบฏและลอบปลงพระชนม์องค์อินทรา พระราชาแห่งรายา

ooooooo

ข่าวคามินต้องโทษประหารชีวิตแพร่สะพัดไปทั่ววังหลวง สินธรรีบนำเรื่องนี้ไปแจ้งให้โภคินที่ถูกคุมขังทราบ ว่าไม่ได้มีแต่คามินเท่านั้นที่ต้องโทษ โภคินเองก็โดนหางเลขไปด้วยฐานสมรู้ร่วมคิด เขาไม่เคยเสียดายชีวิต ให้ตายตรงนี้เดี๋ยวนี้ก็ได้ แต่สำหรับคามินแล้วจะปล่อยให้เป็นอะไรไม่ได้เด็ดขาด

“สินธร ฉันมีเรื่องขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย” โภคินยื่นมือลอดกรงขังมาจับบ่าสินธรด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

ด้านมัทนารู้ข่าวของคามินแล้วถึงกับนั่งไม่ติด จะออกไปช่วยเขาให้ได้ มินตรากับชวาลต้องช่วยกัน

จับตัวไว้ เธอดิ้นสุดฤทธิ์ผลักทั้งคู่กระเด็น มินตราแกล้งล้มกระแทกโต๊ะร้องโอดโอยจับข้อศอกตัวเอง ชวาลอาสาจะไปหยิบยามาให้ แล้ววิ่งปรู๊ดออกไปทันที มัทนารีบเข้าไปขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอเจ็บ มินตราพยายาม

ขอร้องให้มัทนาเปลี่ยนใจ ขืนเธอไปให้การกล่าวหาวิฑูรซึ่งเข้ากุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แทนที่จะช่วยกลับจะทำให้คามินลำบากมากขึ้น

“แต่มันไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยคามินแล้ว”

“ใครว่าไม่มีล่ะคะ” มินตรายิ้มมีเลศนัย...

ที่คุกหลวง ขณะคามินนั่งครุ่นคิดถึงคำตัดพ้อของเจ้าชายมาคี ตอนที่เฆี่ยนตีเขาที่ลานลงทัณฑ์แล้วอด สะท้อนใจไม่ได้ นั่งพิงผนังห้องขัง หลับตาลงอย่าง
เหน็ดเหนื่อยใจ แต่ต้องลืมตาโพลงเมื่อสินธรไขกุญแจ

ห้องขังเข้ามาบอกให้เขารีบหนี ตนเล่นงานทหารยามที่เฝ้าคุก เปิดทางไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

“ฉันไม่หนี ฉันจะอยู่ต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของตัวเอง ถ้าฉันหนีก็เท่ากับยอมรับว่าผิดจริง”

ไม่ว่าสินธรจะเกลี้ยกล่อมอย่างไร คามินยืนกรานจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น แถมขู่ถ้าคิดว่ายังเป็นลูกน้องของเขาอยู่ก็ให้กลับไป และให้คอยดูแลอารักขาเจ้าชายมาคีให้ดีที่สุด แล้วเดินไปนั่งหันหลังให้ สินธรจะเข้าไปลากเขาหนี แต่เสียงเอะอะของทหารยามด้านนอกดังขึ้นเสียก่อน สินธรจำต้องล่าถอยกลับไป...

ฝ่ายเจ้าชายมาคีหันมาดื่มสุราอย่างหนักเพื่อให้ลืมความเจ็บช้ำใจ ชวาลเตือนด้วยความหวังดี หากไม่เลิกทำตัวแบบนี้ ต่อให้ไม่มีคามินแล้ว มัทนาก็ไม่มีวันสนใจพระองค์อยู่ดี

“ก็เพราะไอ้คามินไง ไอ้คามินมันทรยศ มันต้องสร้างเรื่องใส่ร้ายให้คุณมัทเกลียดฉัน”

ชวาลขอให้เจ้าชายมาคีลองตรึกตรองให้ดีคนอย่าง คามินไม่มีทางที่จะทรยศพระองค์ได้ พระองค์กำลังเห็นผิดเป็นชอบเห็นคนดีเป็นคนเลว เจ้าชายมาคีโกรธจัดตบชวาลหน้าหันที่บังอาจมาสั่งสอน ไล่ไปให้พ้นหน้าก่อนที่พระองค์จะเรียกทหารมาจับตัวเขาไปขังคุกเดียวกับคามิน ชวาลกำลังจะออกจากห้องเจอมัทนาเดินสวนเข้ามา

“ชวาล ฉันมีเรื่องจะกราบทูลเจ้าชายตามลำพัง”

ooooooo

ตอนที่ 12

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

มัทนามั่นใจว่าอัคนีแกล้งบ้าเพื่อให้รอดตัวจากการถูกองค์อินทราลงโทษ ท่านหญิงมาณวิกาก็คิดเช่นเดียวกับลูก มินตรากลัวจะถูกซัดทอด พยายามซักโน่นถามนี่เหมันต์ว่าอัคนีพูดอะไรถึงใครบ้างไหม เขากลับย้อนถามแล้วเธอคิดว่าอัคนีจะพูดถึงใคร เธอถึงกับไปไม่เป็น มัทนายังคาใจไม่หายอัคนีบุกเดี่ยวมาถึงห้องตัวเองได้อย่างไร

“ได้ข่าวว่าพวกองครักษ์กำลังโดนสอบเข้มอยู่ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครที่มีส่วนรู้เห็นด้วย” เหมันต์ไม่พูดเปล่า สายตาจ้องจับพิรุธมินตราที่เผลอแสดงสีหน้าเป็นกังวล...

ทางฝ่ายคามินเรียกชาลีและเหล่าทหารอารักขาที่อยู่ในเหตุการณ์คืนนั้นมาสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดเพราะผลเลือดที่ตรวจได้พบว่าทุกคนถูกวางยา และยานั่นต้องมากับของกินไม่ใช่แบบที่ต้องสูดดม ชาลียืนยันว่าพวกเรากินอาหารจากตำหนักที่บุหลันเป็นคนจัดการให้เหมือนที่เคยกินเป็นประจำ จะมีพิเศษก็แค่ตอนหัวค่ำ มินตราชงน้ำชามาให้ดื่มแก้ง่วงเท่านั้น พูดถึงตรงนี้ เขาก็ชะงัก คามินเองก็อึ้งไปเช่นกัน...

เหมันต์เชื่อว่ามินตราต้องมีส่วนรู้เห็นเรื่องที่อัคนีบุกเข้ามาถึงห้องนอนของมัทนาจึงตามมาคาดคั้นให้บอกความจริงไม่เช่นนั้นจะไปฟ้องท่านประธานกับท่านหญิง มินตราจวนตัวแต่งเรื่องว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คือมัทนา เหมันต์นึกถึงตอนที่มัทนาอุปโลกน์ให้อัคนีเป็นแฟนเพื่อจะได้ไม่ต้องมาที่นี่แล้วชักจะคล้อยตาม

“เอาสิอยากให้คุณมัทโดนคุณท่านกับท่านหญิงเล่นงานก็พาฉันไปเลย ฉันจะได้สารภาพให้หมดว่าตั้งแต่มาอยู่ที่รายา คุณมัททำเรื่องงามหน้าอะไรไว้บ้าง” มินตรา ได้ทีเกทับ เหมันต์ถึงกับเงียบกริบ

ooooooo

องค์สาวิตรี วิฑูรและอสิตร่วมกันวางแผนกำจัดคามินให้สิ้นซากโดยให้นายยักษ์กับสมุนของอสิตปลอมเป็นโจรป่า ออกปล้นสะดมชาวบ้านในหมู่บ้านภูสายธาร อาวุธสงครามถูกนำมาใช้เข่นฆ่าผู้คนไม่เว้นแม้แต่เด็ก ผู้หญิงหรือคนแก่ หลังจากได้ทรัพย์สินมีค่า ก็จะเผาบ้านราบเป็นหน้ากลอง

ฐากูร อาจารย์เมฆาและมาลีนำกำลังชาวบ้านมาขัดขวาง แต่อาวุธที่ใช้สู้พวกโจรไม่ได้ ถูกกราดยิงแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง ฐากูรกับอาจารย์เมฆาหนีรอดไปได้ ส่วนมาลีถูกนายยักษ์จับตัวไป ฐากูร จะย้อนกลับมาช่วยลูก อาจารย์เมฆาห้ามไว้ ขืนตามไปก็ตายเปล่า พวกนี้ไม่ใช่โจรป่าธรรมดาเพราะมีอาวุธสงครามใช้...

วิฑูรนำข่าวการปล้นสะดมมาแจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีซึ่งครั้งนี้เจ้าชายมาคีร่วมประชุมด้วย เขาทำทีแนะให้องค์อินทราส่งมือปราบระดับหัวหน้าไปจัดการกับโจรเพื่อจะได้เป็นขวัญและกำลังให้พวกชาวบ้าน เจ้าชายมาคีเห็นเป็นโอกาสดีที่จะได้แสดงความสามารถให้มัทนาเห็น อาสาจะไปปราบโจรให้ วิฑูรคัดค้านว่าเสี่ยงเกินไป

“เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ควรให้เดือดร้อนถึงเจ้าชายรัชทายาท อีกอย่างเกล้ากระหม่อมก็คุ้นเคยภูมิประเทศแถบนั้นเป็นอย่างดี เกล้ากระหม่อมขออาสาไปจัดการเองพ่ะย่ะค่ะ”

เข้าทางวิฑูรทันที “ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีมาก ฝีมืออย่างท่านคามินต้องปราบโจรกระจอกพวกนั้นได้ราบคาบแน่”

องค์อินทราไม่เห็นด้วย เนื่องจากคามินเพิ่งแต่งงานอีกทั้งหฤทัยก็ตั้งครรภ์อยู่ อยากให้เขาคอยดูแลเธอกับลูกมากกว่า แต่ไม่อาจต้านทานวิฑูรและเหล่าคณะรัฐมนตรีที่พากันสนับสนุนให้คามินรับหน้าที่นี้ได้...

สาแกใจองค์สาวิตรีเป็นอย่างมากเมื่อวิฑูรมารายงานว่าคามินอาสาไปปราบโจรตามแผนการที่วางไว้ คราวนี้ก็เหลือเพียงมัทนาเท่านั้นที่ยังรกหูรกตา
ตนเองอยู่ เมื่อไหร่นังนี่จะไปพ้นๆสายตาสักที

“เพราะมันคนเดียว มาคีถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ อยู่ดีๆก็อาสาไปปราบโจร บ้าจริงๆ”

“เมื่อไม่มีไอ้คามินก็ไม่มีใครคุ้มครองมัทนา ถึงเวลานั้นจะกำจัดให้พ้นสายพระเนตรก็ไม่ยากแล้วพ่ะย่ะค่ะ”...

คามินมาลาเจ้าชายมาคีก่อนจะต้องเดินทางไปปราบโจร เจอมัทนานั่งจิบน้ำชายามบ่ายคุยกับพระองค์เรื่องเขาอยู่พอดี เธอกลัวเขาจะรู้ว่าเป็นห่วง รีบออกตัวว่าแค่ถามเรื่อยเปื่อยเท่านั้น เจ้าชายมาคีอวยพรให้เขาโชคดีและปลอดภัยกลับมา แล้วหันไปสะกิดมัทนาจะไม่อวยพรให้คามินหน่อยหรือ เธอว่าประชดทันที

“คงไม่ต้องมั้งเพคะ คุณคามินเขามีลูกมีเมียรออยู่ที่บ้าน ยังไงก็คงไม่ยอมตายง่ายๆแน่ใช่ไหมคะคุณคามิน”

“ครับ เพื่อคุณหฤทัยและลูก ผมจะไม่ยอมตายไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมต้องกลับมาให้ได้” คามินประชดกลับ เล่นเอามัทนาเจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจ เลยแกล้งสวีต หวานกับเจ้าชายมาคีเย้ยคืนไปบ้าง คามินทนดูไม่ไหวต้องเมินหน้าหนี ครู่ต่อมา คามินกลับมาเก็บของที่บ้านเตรียมเดินทาง สินธรเป็นห่วงเขามากตามมาขอร้องให้ล้มเลิกการไปปราบโจรครั้งนี้ เขาก็รู้ว่านี่เป็นแผนลวงไปฆ่า ทำไมยังจะเดินไปตกหลุมพรางอีก

“แต่คนที่หมู่บ้านตายจริง ถึงอย่างไรก็ต้องมีคนไปจัดการกับคนร้าย”

สินธรอาสาจะไปปราบโจรแทนเขาเอง คามินไม่ยอมให้ทำ สินธรมีหน้าที่ต้องอยู่อารักขาเจ้าชายมาคี มัทนาและหฤทัย เพราะเขาเป็นคนที่ตนเองไว้ใจที่สุด แล้วหันจะเดินเข้าห้อง เจอหฤทัยยืนฟังอยู่ถึงกับชะงัก ก่อนจะขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแลเธอกับลูก หวังว่าเธอคงเข้าใจ นอกจากหฤทัยจะไม่ว่าอะไร ยังมอบเครื่องรางป้องกันภัย ที่ได้มาจากวิหารปรารถนาให้เขาติดตัวไปด้วยจะได้กลับมาอย่างปลอดภัย คามินดึงเธอมากอดแนบอก

“ขอบใจมากหฤทัย ทำใจให้สบายนะ ระหว่างที่พี่ไม่อยู่ถ้ามีอะไรด่วน เรียกสินธรได้ทุกเมื่อ”

“ค่ะ หฤทัยไปจัดเสื้อผ้าให้พี่นะคะ” หฤทัยผละจากอ้อมกอดเขาอย่างเขินๆ

ooooooo

หลังจากได้ฟังองค์อินทราเล่าเรื่องที่วิฑูรเหิมเกริม หนักคิดจะชิงราชบัลลังก์ไปจากพระองค์แล้ว ธรรมรัตน์ถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมพระองค์ถึงต้องการให้มัทนาแต่งงานกับเจ้าชายมาคี ก็เพื่อจะกันท่าไม่ให้ลูกสาวของวิฑูรได้ขึ้นเป็นราชินี องค์อินทรามองเขาอย่างรู้สึกผิด

“ขอโทษที่ต้องเอาลูกสาวคุณมาเสี่ยง ถ้าคุณจะเปลี่ยนใจพาหนูมัทกลับเมืองไทยตอนนี้ เราก็เข้าใจนะ”

“รู้อย่างนี้ผมยิ่งพายัยมัทกลับไม่ได้ จำได้ไหมครับว่าเราสามคนเคยสัญญากันไว้ว่าอย่างไร”

องค์อินทรามองพระสหายรักด้วยความซาบซึ้งใจ พลันภาพในอดีตเมื่อครั้งยังหนุ่มยังแน่นผ่านเข้ามาในความคิดคำนึงของพระองค์ ตอนนั้น องค์อินทราและปรารถนายืนพนมมือต่อหน้าพระพุทธรูปสัญญาต่อกันว่าจะรัก จะซื่อสัตย์และจะดูแลกันตลอดไป ขณะที่ธรรมรัตน์ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วยให้คำปฏิญาณว่า

ตอนที่ 11

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

มัทนาทนนิ่งเฉยไม่ไหวเมื่อรู้จากมินตราว่าหฤทัยถูกคุมตัวอยู่ในห้องมืด จะต้องไปคุยกับเธอให้รู้เรื่องให้ได้ว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง ก่อนที่เธอจะกลายเป็นเหยื่อเหมือนกรรณิการ์ไปอีกคนหนึ่ง

ตอนที่ 10

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

บ่ายสองโมงตรงเป๊ะ คามินโทร.หามัทนาตามที่สัญญาไว้ เธอขอบคุณเขามากที่รักษาคำพูด เขาขอให้เธอทำตามสัญญาเช่นกัน มัทนาไม่วายคุยอวด คนอย่างเธอรับปากแล้ว คำไหนคำนั้น

ตอนที่ 9

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

องค์สาวิตรีทราบเรื่องหฤทัยจากเทวี ก็ร้อนใจมากรีบมาที่บ้านวิฑูรเพื่อจะฟังความจริงจากปากเจ้าตัว แต่เธอกลับอึกอัก นั่งก้มหน้า เทวีแอบหยิกลูก

ตอนที่ 8

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

ค่ำวันเดียวกัน มินตราเดินอย่างระมัดระวังมาใกล้ตำหนักเจ้าชายมาคีเพื่อมาสืบข่าวกรรณิการ์ เจอชวาลกำลังเผาอะไรบางอย่างอยู่ในสวน ค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ ได้ยินเสียงเขาพึมพำขอให้ดวงวิญญาณของกรรณิการ์ยกโทษให้ เขาแค่ทำตามคำสั่งของเจ้าชายมาคีเท่านั้น เธอถึงกับหูผึ่ง พึมพำกับตัวเอง

ตอนที่ 7

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

องค์สาวิตรีจิบน้ำชายามบ่ายอย่างสบายอารมณ์อยู่ในตำหนักตัวเอง ด้วยคิดว่ามัทนาถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว วิฑูรเดินหน้าเครียดเข้ามาถามว่าทราบเรื่องกรรณิการ์บุกเข้าไปที่ตำหนักรับรองหรือยัง

ตอนที่ 6

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

เจ้าชายมาคีตื่นตาตื่นใจกับสวนสนุกมาก เนื่องจากที่รายาไม่มีแบบนี้ มัทนาเองก็พอใจ เพราะมีเครื่องเล่นน่าหวาดเสียวมากมายให้ได้กลั่นแกล้งพระองค์ คามิน

ตอนที่ 5

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

คามินจูงมือมัทนาไปหลบหลังตู้สินค้าอีกตู้หนึ่ง กวาดตามองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง เธอมองมือเขาที่จับมือตัวเองอยู่ รู้สึกใจหวิวๆชอบกล คามินมองตามสายตาเธอเห็นมือที่กุมกันอยู่ ก็ตกใจรีบปล่อย

ตอนที่ 4

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

ระหว่างที่ท่านหญิงมาณวิกานั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องนอน มินตราเข้ามารายงานว่า ตอนนี้มัทนาเข้าห้องปิดประตูเงียบ คงทำใจไม่ได้ที่แพ้การประลอง ท่านหญิงแดกดันว่าก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ขนาดโกงทุกวิถีทางยังแพ้ มินตราตีหน้างง ไม่เข้าใจว่าพูดเรื่องอะไร ท่านเปิดคลิปการแข่งขันให้ดู แล้วต่อว่าที่เธอไม่ห้ามปรามมัทนา

ตอนที่ 3

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

ขณะที่อสิตกำลังทำโทษมือปืนฐานสังหารธรรมรัตน์พลาด โดยให้ยืนขาเดียว มีแก้วใส่น้ำไว้เต็มวางบนนิตยสารซึ่งเทินไว้บนหัว หากเขาทำนิตยสารเปียกก็ให้นายยักษ์สมุนคนสนิทเอาไปยิงทิ้งได้เลย อัคนีโวยวายเข้ามาทั้งๆที่ยังสวมปลอกคอช่วยพยุง ให้อสิตช่วยจัดการมือปืนที่บังอาจไปทำร้ายว่าที่พ่อตาของตัวเอง

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"


ร้อยเวรนำตัวคามินที่ถูกสวมกุญแจมือมาสอบสวนที่โรงพัก มัทนากับเหมันต์ตามมาสังเกตการณ์ด้วย คามินพยายามอธิบายว่าเป็นการเข้าใจผิด เขาไม่ใช่คนร้าย แต่กำลังจะจับคนร้ายตัวจริงได้ถ้ามัทนาไม่เข้ามาขัดขวางเสียก่อน เธอถามหาหลักฐานที่เขาอ้างตัวเป็นนักข่าวเข้าไปในงานเลี้ยง กลับไม่มีอะไรให้สักอย่าง

ตอนที่ 1

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"


ณ ประเทศรายา ประเทศเล็กๆซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับประเทศอินเดีย กำลังมีการประลองฝีมือประจำปีเพื่อหาสุดยอดนักรบ เจ้าชายมาคี องค์รัชทายาทแห่งรายาจะต้องร่วมการประลองครั้งนี้ด้วย แต่เนื่องจากเป็นผู้ไม่ฝักใฝ่การยุทธ์ ชมชอบแต่อิสตรี จึงหนีการประลองไปหาสาวสวย คามินราชองครักษ์จึงต้องทำหน้าที่นี้แทน

ล่ารักสุดขอบฟ้า เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ยุ้ย เสียใจกับการจากไป เมาหนักหมดสติ จนเสียตัวให้ โอม ใน "ตะวันตกดิน"

ยุ้ย เสียใจกับการจากไป เมาหนักหมดสติ จนเสียตัวให้ โอม ใน "ตะวันตกดิน"
14 พ.ค. 2564

06:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 06:46 น.