สมาชิก

เลื่อมพรายลายรัก

ตอนที่ 6



เสียงอุทานของแป้งทำให้เรวัติชะงักฟังด้วยความสนใจ นิคกี้รู้สึกตัวจึงไล่เรวัติออกไปทันที แต่ เรวัติยังคงป้วนเปี้ยนหน้าห้อง สองสาวคุยกันเรื่องกระดุมมีสัญลักษณ์ตัวอาร์ที่นิคกี้เก็บได้ในห้อง น่าจะเป็นของคนร้าย ซึ่งมีคนเดียวที่จะให้คำตอบได้ก็คือแสนยากร

นิ คกี้ต่อสายถึงแสนยากร แต่รังสิมารับแทน บอกปัดว่าแสนยากรเข้าประชุม ให้ฝากเรื่องไว้ นิคกี้ไม่ฝาก ต้องการคุยกับเขาสองต่อสอง รังสิมาเลยตอกหน้าให้ว่า

"นี่ไง บอกเจตนามาดีกว่า คุณต้องการยื้อให้เขาอยู่กับคุณให้มากที่สุดใช่ไหม ฉันว่าคุณเสียเวลามากกว่านะ เพราะผู้หญิงอย่างคุณไม่ใช่สเปกเขา"

"เอ๊ะ นี่พูดไม่รู้เรื่องรึงไง ฉันมีหลักฐานว่าคนในตระกูล รังสฤษฎ์..." นิคกี้หยุดกึกเพราะถูกแป้งตะครุบปากห้ามไม่ให้พูด เดี๋ยวความแตก...ว่าแล้วแป้งดึงมือถือจากมือนิคกี้มาพูดเอง

"นี่เธอ อย่ามาเล่นสงครามประสาทอยู่เลย ไปเรียกแฟนเธอมา ฉันมีคำถามแค่สองสามคำถามเท่านั้น จบแล้วก็จบกัน"

"อ้อ ที่แท้พี่เลี้ยงก็อยู่ด้วย ไงคะ ลุ้นให้เด็กในสังกัดตื๊อไม่เลิกรึไง"

"ยาย บ้า...นี่หาว่าฉันเป็นแม่เล้าอีกแล้วเหรอ" แป้งโวยวาย

"แล้วจะให้ฉัน คิดไปทางอื่นได้ยังไง คุณนิคกี้เขาก็ดูมีชาติตระกูลดีนะ เธอไม่น่าฉุดให้เขาลงต่ำแบบนี้"

แป้งสุดทน กรีดร้องแล้วจะด่าชุดใหญ่ แต่รังสิมากดเลิกสายไปซะก่อน แป้งโมโหสุดๆ ชวนนิคกี้บุกไปถึงออฟฟิศแสนยากรในชุดสุดเซ็กซี่ประชดประชันคำพูดรังสิมาซะ เลย

สองสาวต้องแหวกวงล้อมของพวกรังสิมาอยู่นานเหมือนกัน กว่านิคกี้จะหลุดเข้าไปในห้องทำงานแสนยากรได้ โดยด้านนอกแป้งยังคงต่อล้อต่อเถียงกับรังสิมา กอบัว และโดม เป็นที่ฮือฮารู้ถึงหูกัมปนาทจนได้

นิคกี้พูดเรื่องกระดุมกับแสนยากร ซึ่งชายหนุ่มยืนยันว่าใช่ของคนตระกูลรังสฤษฎ์ แต่ไม่ใช่ของเขาแน่ๆ นิคกี้จึงปักใจว่าเป็นของคนร้ายทำตกไว้ แสนยากรคล้อยตาม ขอกุญแจห้องจะไปเอากระดุมที่ว่า

"ฉันเก็บกระดุมไว้ในกล่อง คุณไม่รู้หรอก ฉันต้องไปด้วย"

"ขึ้นห้องกันสองต่อสองอีกแล้วน่ะเหรอ ข่าวลือหน้าหนึ่งจะได้ไม่จบน่ะสิ เอากุญแจมาให้ผม ผมไปคนเดียว คุณรออยู่ที่ร้านแป้ง"

"ไม่ให้ ฉันต้องไปด้วย ต้องแคร์อะไรกับขึ้นห้องสองต่อสอง ลือก็ลือไปสิ ฝรั่งไม่ถือ"

"แต่ คนไทยถือ" พูดจบแสนยากรคว้ากระเป๋าถือของนิคกี้มาค้นหากุญแจ นิคกี้ยื้อยุดไม่ยอม แล้วพลั้งพลาดล้มลงไป ที่เก้าอี้ด้วยกัน   พวกรังสิมาเปิดประตูพรวดเข้ามาเห็นภาพใกล้ชิดของทั้งคู่ก็แตกตื่นกันใหญ่

รังสิมา ไม่ชอบใจอย่างแรง ทำท่าจะต่อว่าแฟนหนุ่ม แสนยากรรีบตัดบทว่าไม่ใช่อย่างที่คุณคิด...จากนั้นชวนนิคกี้ ออกไป แต่ไมยอมบอกรังสิมาว่าไปไหน กลับมาจะบอกเอง... ส่วนแป้ง นิคกี้ให้กลับไปรอที่ร้าน พอทั้งหมดเดินออกมาถึงหน้าลิฟต์ ก็เจอกัมปนาทอย่างจัง

กัมปนาทนำหน้า   บันลือเดินตามหลัง   ทั้งคู่หยุดมองแสนยากรและนิคกี้ด้วยสายตากร้าว นิคกี้รีบยกมือไหว้ กัมปนาทรับไหว้และมองนิคกี้หัวจดเท้า

"ว่าไง หนูญาณิน วันนี้มาหานายแสนถึงที่ทำงานเชียวเหรอ แล้วจะไปไหนกันล่ะ"

แสนยากร กำลังจะตอบ แต่ถูกนิคกี้กระแอมขัด แล้วตอบเอง

"ไปหาที่คุยเงียบๆกัน สองคนน่ะค่ะ"

"อีกแล้วเหรอ นี่กำลังจะบอกฉันใช่ไหมว่าเธอกำลังสาน ต่อความสัมพันธ์กับนายแสน นับจากวันที่ถูกถ่ายรูป"

"ไม่ผิดหรอกค่ะ" นิคกี้ไม่พูดเปล่า ควงแขนนายแสนอย่างสนิทสนม

"งั้นเรื่องที่ว่าถูกคน ร้ายบุกเข้ามาที่ห้อง ก็ไม่เป็นความจริงสินะ เธอพาลูกชายฉันขึ้นห้อง แล้วถ่ายรูปไว้เอง"

"แล้วแต่จะคิดค่ะ"

"อย่างนี้เห็นทีต้อง แถลงข่าวแล้วล่ะมั้ง"

"พ่อครับ  พอเถอะ...ไปนิคกี้"  แสนยากรรีบพานิคกี้เข้าลิฟต์ บันลือถามพี่ชายว่าเอายังไงดี กัมปนาทบอกให้ปล่อยไป...แล้วหันมาพูดกับรังสิมา

"หนูสิ   เดี๋ยวเราก็รายงานให้คุณป้าเขาทราบเลยว่าหลานสาวเขามาหานายแสนถึงที่ทำงาน   แถมควงนายแสน ออกไปสองต่อสอง อ้อ บอกเขาด้วยว่าแต่งตัวน่ารักมาก"

"ได้ ค่ะ" รังสิมาค่อยยิ้มออก หันไปยิ้มหยันแป้ง ก่อนแยกไปพร้อมกับกอบัวและโดม

แป้ง เจ็บใจผลุนผลันลงลิฟต์ แล้วไปเจอโดมกำลังเลี้ยวรถออกจากใต้ถุนตึก แป้งรีบโดดขวางเพราะรู้ทันว่าโดมจะสะกดรอยตามแสนยากรกับนิคกี้...โดมกับแป้ง ทุ่มเถียงกันอยู่ครู่หนึ่ง แป้งถูกโดมคาดคั้นและจะคุกคาม เลยต้องยอมบอกว่านิคกี้พาแสนไปไหน

ด้านนิคกี้กับแสนยากร ไปถึงห้องในคอนโดฯ เห็นกระดุมเสื้อสูทสลักรูปตัวอาร์ แสนยากรยอมรับว่าเป็นของคนในบ้านตน ผู้ชายด้วย แต่ไม่ใช่ของตนแน่

"ถ้า งั้นตระกูลฉันก็พ้นข้อหาไป แล้วเอาไงต่อ"

"ผมจะสืบคนในบ้านผมเอง ก็เหลือแค่พ่อผมกับอาบันลือ ส่วนายเริงไม่ใส่สูทอยู่แล้ว"

"เอาละ แค่นี้แหละที่ฉันอยากให้คุณทำ แล้วก็บอกแฟนคุณให้สบายใจได้ว่าฉันไม่มาตื๊อคุณอีกแล้ว"

"แล้วทำไม ต้องใส่ชุดแบบนี้มาด้วย"

"ความคิดยายแป้ง  กะจะยั่วแฟนคุณเล่น  ทำไม  ก็สวยดีไม่ใช่เหรอ"

"ไม่สวยสักนิด ไม่ใช่ตัวคุณหรอก"

"ตัว ฉันเป็นยังไง"

"ทำตัวก๋ากั่น กร้านโลก เพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอข้างใน"

นิคกี้หน้าเจื่อน หลบตา...หาว่าเขาแสนรู้ ไม่ต้องมาวิเคราะห์ เชิญกลับได้แล้ว แต่แสนยากรยังขอตกลงกับเธออีกข้อ

"เราอาจจะต้องเจอกันอีก อ้อ ไม่ต้องแปลกใจ ไม่ใช่เรื่องพิศวาสอะไรทั้งนั้น แต่คือเรื่องสืบหาคนร้ายนี่แหละ เพราะฉะนั้นอย่าแกล้งให้ผมกับคุณรังสิมาเข้าใจผิดอีก" นิคกี้ฉุน ถามว่าแกล้งอะไร เมื่อไหร่ "ก็เมื่อกี้ ตอนที่พูดกับพ่อผม แล้วมาควงแขนผมน่ะ"

เธอเสียงอ่อยว่าไม่ได้เจตนา แต่นายแสนยืนยันเจตนาแน่นอน เพราะถูกเพื่อนสอนมา นิคกี้ย้อนทันทีว่ารังสิมามาว่าแป้งก่อนว่าเป็นแม่เล้า เธอเลยเล่นบทลูกเล้าให้ดู

"อย่าทำตัวตกต่ำแบบนั้น มันเสียต่อตัวคุณเอง เอ้า จะไปไหนต่อ ผมไปส่ง"

นิคกี้บอกหิว ให้เขาพาไปหาอะไรกิน นายแสนตกลงแต่นิคกี้ต้องเปลี่ยนชุดก่อน เขาอายที่จะเดินด้วย...

ไม่นาน สองคนลงมาด้านล่าง แต่ขณะออกจากลิฟต์ก็มีคนร้ายพรางหน้าเอาไม้ฟาดแสนยากรจนล้ม แล้วจะแทงนิคกี้ด้วยมีดแหลมคม

"วันนั้นฉันฆ่าแกไม่ได้ แต่วันนี้แกตาย" เสียงมันคำรามแหบต่ำ แล้วจะจ้วงมีดใส่นิคกี้ โชคดีที่แป้งกับโดมวิ่งเข้ามาพอดี เสียงเอะอะของทั้งคู่ทำให้คนร้ายกระโจนหนีไปอีกทาง แสนยากรรีบคว้ากระดุมที่เกือบจะถูกคนร้ายแย่งไปได้ขึ้นมาจากพื้น  แล้วบอกให้ทุกคนรีบไปจากที่นี่ ที่นี่ไม่ปลอดภัย

ooooooo

กัมปนาท สั่งบันลือโหลดภาพนิคกี้บุกมาหาแสนยากรจากกล้องวงจรปิดเข้ามือถือแล้วส่งไป ให้นิม-มาน ก่อนจะโทร.ตามไปเยาะเย้ยด้วยความสะใจ นิมมาน โกรธแทบเต้น กะจะเล่นงานนิคกี้ให้จังหนับถ้ากลับมา

ขณะนั้น นิคกี้กับพวกแสนยากรหลบไปที่ร้านของแป้ง ทั้งหมดนั่งถกกันว่าใครคือคนร้าย แป้งคาดว่ามันต้องสะกดรอยตามเรามาจากที่ทำงานของแสนยากร แต่โดมรับประกันว่าไม่มีใครที่นั่นไปไหนทั้งนั้น มีตนคนเดียวที่ตามมา
"หรือ ว่ามันตามนายมาอีกที" แสนยากรโพล่งขึ้น

"มันพูดกับฉันด้วยว่า วันนั้นฉันฆ่าแกไม่ได้ แต่วันนี้ แกตาย...แสดงว่ามันตั้งใจจะฆ่าฉันตั้งแต่วันนั้นแล้ว" พูดแล้วนิคกี้กลัวตัวเนื้อสั่น กอดแป้งแน่น

เริงฤทธากับตอยและเดียร์ กำลังจะเดินผ่านหน้าร้าน เห็นกลุ่มของแสนยากรเข้าเต็มตา ทุกคนหยุดกึก แล้วเข้ามาทักทายกึ่งยั่วแสนยากรว่าหลงเสน่ห์สาวลูกครึ่ง แสนยากรไม่พอใจ ดุนายเริงกับเพื่อนๆ และปกป้องนิคกี้ไม่ให้เสียหาย แต่นายเริงไม่ฟัง ชมกึ่งเยาะว่านิคกี้เก่งมาก นอกจากจะเป็นน้องสาวของตนแล้ว ยังจะมาทำตัวเป็นว่าที่พี่สะใภ้อีกต่างหาก

นิคกี้โกรธมากจะเล่น งานพวกนายเริงปากมาก แต่แสนยากรห้ามไว้ แล้วไล่น้องชายกับเพื่อนออกไป นิคกี้เองก็ไล่เขากลับเหมือนกัน เดี๋ยวใครต่อใครจะเข้าใจผิดอีก...ก่อนไป แสนยากรยังแสดงความห่วงใยนิคกี้ เขาฝากแป้งดูแลนิคกี้ด้วย ส่วนเรื่องกระดุมเขาเก็บไว้แล้ว และจะสืบให้ได้ว่ามันเป็นของใคร

ครั้น แสนยากรกลับไปถึงออฟฟิศ ปรากฏว่านายเริงมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่กับรังสิมา นายเริงยั่วพี่ชายว่าตนมาเล่าเรื่องให้รังสิมาฟังว่าเจอพี่ที่ไหน...เมื่อ อยู่กันตามลำพัง รังสิมาถามแสนยากรว่าไปเก็บหลักฐานอะไรมา แสนยากรไม่อยากตอบ บอกปัดว่าถึงเวลาประชุมแล้ว แต่รังสิมายังข้องใจทำไมเขาปากบวมเจ่อ แสนยากรนึกรู้ว่านายเริงต้องเป่าหูอะไรเธอแน่

"คุณสิ อย่าไปฟังนายเริงได้ไหม นายนั่นปั้นเรื่องให้คุณเข้าใจผมผิด"

"ฉัน ไม่ใช่คนหูเบา ฉันไม่ได้เชื่อที่นายเริงพูด แต่คุณคลุมเครือกับฉันทุกอย่าง ตั้งแต่คุณคบหากับยายนิคกี้ ฉันก็กลายเป็นคนนอก ฉันไม่ได้รับรู้ทุกเรื่องในชีวิตคุณอีกแล้ว" รังสิมาหันหลังเดินหนี แสนยากรขอร้องให้ฟังก่อน แต่เธอหันขวับกลับมาเสียงแข็งใส่ "มีเหตุผลที่ดีกว่านี้ค่อยพูดเถอะค่ะ" พูดเสร็จเธอสะบัดหน้าออกไปทั้งน้ำตาที่ปริ่มๆ แสนยากรไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ถอนใจหน้าเครียด...



นิมมานกล่าวหานิคกี้เรื่องบุกไปออฟฟิศรังสฤษฎ์ว่าต้องการไปยั่วแสนยากร ถึงได้แต่งตัวล่อแหลมขนาดนั้น นิคกี้ไม่พอใจแต่ขี้เกียจจะเถียง ได้แต่บอกว่าตนมีความจำเป็นต้องไปหาแสนยากร เพราะมีหลักฐานบางอย่างที่อาจจะระบุได้ว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด แต่นิคกี้ไม่ยอมบอกว่าหลักฐานนั้นคืออะไร กระทั่งได้อยู่กับเนืองนิตย์ตามลำพัง นิคกี้ถึงยอมพูดเรื่องกระดุมของพวกรังสฤษฎ์

เนืองนิตย์ค่อยโล่งใจที่นิคกี้ไม่ได้ทำตัวเหลวไหล แต่ก็ข้องใจว่านิคกี้ทำไมไม่บอกความจริงป้าใหญ่ นิคกี้ตอบตามตรงว่าไม่ไว้ใจ ป้าใหญ่อาจจะเป็นคนอยู่เบื้องหลังก็ได้ เนืองนิตย์จึงเตือนนิคกี้อย่าอคติกับป้าใหญ่นักเลย ป้าใหญ่ ไม่ทำร้ายหนูอย่างนั้นหรอก

ทางด้านนายแสนที่นำกระดุมกลับไปให้ฆรณีดู และบอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับตนและนิคกี้ ทำให้ฆรณีอดคิดไม่ได้ว่าคนของรังสฤษฎ์คือตัวการ จากนั้นฆรณีชวนแสนยากรแอบเข้าไปในห้องบันลือ เพราะเธอจำได้ว่าเสื้อสูทของบันลือกระดุมข้อมือหลุดไปเม็ดนึง ขณะสองอาหลานเจอสูทตัวนั้น บันลือกลับเข้ามาพอดี บันลือไม่พอใจอย่างมาก แต่ก็รับว่ากระดุมเม็ดนี้เป็นของตน และถามแสนยากรว่าพบมันที่ไหน แสนยากรโกหกว่าในบ้าน แล้วรีบกลับออกไปพร้อมฆรณีทันที

เช้ารุ่งขึ้น ฆรณี แสนยากร เริงฤทธา เตรียมตัวไปบ้านจักราวุธเพื่อฟังทนายเปิดพินัยกรรมที่นิจศีลทำไว้ แต่ทุกคนนึกไม่ถึงว่าบันลืออยากจะไปด้วย บันลืออ้างว่ายังไงก็ต้องมีผู้ใหญ่ทางเราไปด้วย เผื่อทางนั้นเล่นแง่อะไรขึ้นมาจะได้โต้กลับได้ กัมปนาทลงมาเห็นคณะของฆรณีก็อดแดกดันไม่ได้ว่า ขอให้นายเริงได้มรดกจริงๆ อย่าไปเสียรู้นังแก่นั่นเข้า มันยกแค่เศษสมบัติให้   
ประเภทที่ดินตาบอดหรือไม่ก็หุ้นในกองทุนที่ได้มาแล้วต้องใช้หนี้หัวโต

เมื่อไปถึงบ้านจักราวุธที่นิมมานนั่งเป็นประธาน ทุกคน ฟังทนายอ่านพินัยกรรมของนิจศีล ปรากฏว่านิคกี้ได้หุ้นทั้งหมดที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของจักราวุธ บ้านและที่ดินที่เขาใหญ่ ทั้งหมดสามไร่ ที่ดินที่ชลบุรีอีกสิบเอ็ดไร่ ส่วนเริงฤทธาได้แค่เงินสดสองแสนบาทกับที่ดินที่สำโรงห้าสิบตารางวา  เริงฤทธาถึงกับลุกพรวดโวยวายหาว่าพินัยกรรมปลอม และกล่าวอาฆาตนิคกี้ก่อนผลุนผลันออกไปด้วยความไม่พอใจสุดๆ ฆรณีเองก็เจ็บใจ ชวนบันลือกับแสนยากรกลับ

แต่สองฝ่ายก็ตามกันออกไปทุ่มเถียงหน้าบ้าน ซึ่งตอย กับเดียร์มารอแสดงความยินดีกับนายเริงอยู่ นิมมานไม่คัดค้านและขัดข้องถ้านายเริงจะเลิกใช้นามสกุลจักราวุธตามที่ประกาศ เพราะเธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านายเริงคือลูกของนิจศีล ฆรณีสวนกลับทันทีว่า นิมมานนั่นแหละที่เป็นคนพรากพ่อพรากลูก บังคับไม่ให้นิจศีลมาเจอลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง พอลูกเกิดมานิมมานก็พรากเขาไปจากลูกอีก จนนิจศีลต้องหนีไปอเมริกา ไปได้เมียฝรั่ง

"ฉันทำเพราะไอ้พี่ชั่วของหล่อน ที่มันซ้อมนายศีลแทบปางตาย หล่อนลืมแล้วเหรอ"

ทุกคนที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนถึงกับตะลึงลานไปตามกัน

"งั้นมันก็อันธพาลกันทั้งหมดนั่นแหละ อย่าทระนงตัวไปนักเลยค่ะคุณนิมมาน เส้นแบ่งระหว่างผู้ดีกับไพร่สำหรับคุณน่ะ มันบางเหลือเกิน แล้วบางทีมันก็ไม่มีเส้นแบ่งด้วยซ้ำ"

"ออกไป นายนิตย์ไล่พวกมันไปให้หมด" นิมมานแผดเสียงแล้วสะบัดกลับเข้าบ้านทันที...ฆรณีเช็ดน้ำตา นายเริงกลับหัวเราะร่า

"โอ๊ย แม่เจ้า สนุกจริงๆ สองตระกูลเนี่ย...เฮ้ย ไปฉลองกันโว้ย ไอ้ตอย ไอ้เดียร์ ไปฉลองกะข้า ที่ข้าจนแล้วว่ะ"

สองลูกคู่ขานรับทันใด แล้วนายเริงก็โดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เพื่อนออกไป เนืองนิตย์หนักใจ บ่นว่าเมื่อไหร่เรื่องขัดแย้งระหว่างสองตระกูลจะจบสิ้นลงสักที   ฆรณีบอกว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ถ้ายังมีอคติกันอยู่แบบนั้น พูดจบก็เดินตามบันลือไปขึ้นรถ ส่วนนายแสนไหว้ลาเนืองนิตย์ และมองนิคกี้แวบหนึ่งก่อนตามไป

แป้งคิดว่าหมดธุระแล้วจึงชวนนิคกี้ไปฉลองที่ร้านของตน แต่เนืองนิตย์ขัดขึ้นว่า เรื่องพินัยกรรมยังไม่จบ นิคกี้ต้องกลับเข้าไปพบทนายบัณฑูรย์ก่อน

นิคกี้กลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมแป้ง ฟังทนายอ่านพินัยกรรมข้อสุดท้ายซึ่งระบุว่ามรดกที่นิคกี้ได้ทั้งหมดจะต้องอยู่ในความดูแลของเนืองนิตย์ จนกว่าจะถึงวันที่นิคกี้แต่งงาน...นิคกี้โวยวายไม่เข้าใจ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทั้งที่ตนเองบรรลุนิติภาวะแล้ว

"ฉันตอบให้ก็ได้" นิมมานสวนขึ้น "ถ้าสมบัติอยู่กับเธอ เธอก็ผลาญมันจนหมด ดีไม่ดีอาจจะเอาเงินไปทูนหัวให้ นายแสนยากร กลายเป็นว่าเงินจักราวุธต้องตกไปอยู่กับรังสฤษฎ์"

"นี่ยังไงกัน คุณลุงกับคุณป้าบังคับพ่อให้เขียนพินัยกรรมแบบนี้เหรอคะ"

เนืองนิตย์รีบปฏิเสธ ย้ำว่าทุกอย่างเป็นความตั้งใจของนิจศีล เขาแค่เป็นพยานให้เท่านั้น ป้าใหญ่ก็ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

"นายศีลรอบคอบที่เขียนไว้อย่างนั้น เพราะเธอเองก็ออกตัวแล้วว่า ถ้าได้มรดกเธอจะขนสมบัติกลับไปอเมริกาใช่ไหม"

"ค่ะ หนูไม่อยู่ที่นี่แน่ๆ"

"ก็ดี....งั้นมีอีกทางให้เลือก ขายหุ้นคืนมาให้ฉันเสีย แล้วอยากจะไปไหนก็ไป"

"พี่ใหญ่ครับ อย่าทำอย่างนั้นเลยครับ"

"ทำไม....เด็กมันไม่ไยดีคนในตระกูลมันแล้ว รั้งมันไว้ทำไม"

"ยังไงนิคกี้ก็หลานนะครับ" สีหน้าเนืองนิตย์ขมขื่นไม่น้อย...นิคกี้หน้าร้อนผ่าว น้อยใจป้าใหญ่จนน้ำตารื้น ค่อยๆทรุดลงนั่ง แป้งเห็นใจรีบปลอบเพื่อน

อีกเรื่องที่ทุกคนไม่รู้ เรวัติกับบันลือแอบติดต่อกันลับหลังทุกคน เมื่อวันก่อนเรวัติโทร.หาบันลือเตือนเรื่องกระดุมเสื้อสูท แถมวันนี้เรวัติยังบอกบันลือว่ามีอะไร เขายินดีช่วยเหลือเสมอ...

ฝ่ายนายเริงที่เสียอกเสียใจเรื่องพินัยกรรมของพ่อ เขาไปหมกตัวอยู่ที่บ้านเดียร์ ดื่มจนเมามายให้กับความไม่ยุติธรรม แล้วเขาก็อดหวนนึกถึงความหลังในวัยสิบขวบไม่ได้ วันนั้นที่หัวหินเขาได้เจอนิจศีลเป็นครั้งแรก แต่สายตาที่นิจศีลมองเขาไม่ได้มีแววของความรักเลยแม้แต่น้อย

คิดแล้วนายเริงได้แต่เจ็บช้ำ และเจ็บใจที่วันนี้ตนเองได้มรดกเพียงน้อยนิด ส่วนนิคกี้น้องสาวต่างมารดาได้ไปเต็มๆ นายเริงอาฆาตแค้นนิคกี้จะระรานให้อยู่ไม่เป็นสุข จึงให้ตอย สืบจนรู้ว่าเวลานี้นิคกี้กำลังฉลองความรวยอยู่ที่ร้านของแป้ง

ตกเย็นนายเริงกับเพื่อนสองคนจึงไปนั่งดื่มไม่ไกลจากร้านแป้ง รอให้ดึกหน่อยจะให้บทเรียนกับนิคกี้ ฝ่ายแสนยากรที่แอบได้ยินพ่อกับอาฆรณีทะเลาะกันเรื่องอดีตที่ฆรณีมีสัมพันธ์ ลึกซึ้งกับนิจศีล แล้วเลยเถิดจนพ่อของเขาตบหน้าฆรณี แสนยากรเห็นแล้วเหนื่อยใจกับเรื่องราวของผู้ใหญ่ จึงโทร.ไปชวนรังสิมาออกไปดินเนอร์คลายเครียด รังสิมาดีใจหายโกรธเขา แต่แล้วก็เกิดความเสียใจน้อยใจขึ้นมาอีกจนได้ เมื่อโดมโทร.มาบอกแสนยากรว่านายเริงกับเพื่อนไปซุ่มอยู่แถวร้านแป้ง กังวลว่าจะเกิดเรื่อง แสนยากรทิ้งเธอไปทันที โดยหลอกเธอว่ามีงานด่วนต้องเคลียร์...รังสิมาน้ำตาไหลพราก ตัดสินใจสะกดรอยตามแสนยากร

ขณะที่แสนยากรไปถึง นายเริงกำลังต่อว่าหาเรื่องนิคกี้ ซ้ำยังใช้ปืนออกมาขู่ ทำเอาผู้คนตกอกตกใจ ไม่รู้ว่ามันเป็นปืนปลอม แสนยากรโกรธในการกระทำของนายเริงอย่างมาก ลากตัวออกไปกำราบนอกร้าน

"นายทำเกินกว่าเหตุอีกแล้วนะ จะเป็นหมาบ้าไปอีกนานไหม"

"ไม่ต้องมายุ่งนะพี่ ไม่ใช่เรื่องของพี่"

"แกเป็นน้องฉัน ยังไงฉันก็ต้องยุ่ง"

"ไม่ต้องมาอ้างหรอก ที่แท้ก็ปกป้องมัน รักมันล่ะสิ ทั้งๆที่มันโกหกทุกเรื่อง"

"ฉันจะโกหกนายไปทำไม" นิคกี้ตามออกมาโต้

"ก็จะได้ทำตัวน่าสงสารไง เห็นหน้าพ่อไม่เกินสิบครั้ง โถ....ฉันรู้นะว่าเธอกลับมาเมืองไทยทุกปี มาหาพ่อน่ะ"

"ใช่ ฉันมาหาพ่อ แล้วทุกครั้งพ่อก็ไม่เคยสนใจฉัน ไม่คิดจะมาเยี่ยมเยียนฉันแม้แต่ครั้งเดียว จนบางครั้งฉันต้องไปจอดรถอยู่ที่หน้าบ้านจักราวุธ แอบมองเข้าไปในรั้วบ้าน เพื่อจะได้เห็นพ่อสักแวบนึงก็ยังดี"

"ไม่จริง แล้ว...แล้ว...ทำไมเขายกสมบัติให้เธอทั้งหมด"

"ฉันไม่รู้ รู้แต่ว่าฉันกำพร้าพ่อไม่ต่างจากนายหรอก"

"เธอนี่มันสตอตัวแม่จริงๆ ถึงขั้นเอาเรื่องของฉันไปเป็นเรื่องของตัวเอง สร้างภาพดีนักนะนัง..." นายเริงจะพุ่งเข้าหานิคกี้ แสนยากรขวางไว้ แล้วตบหน้านายเริงอย่างแรง

"มีสติเสียที...มีสติเสียทีนายเริง"

นายเริงร้องไห้โฮ ท้าทายพี่ชายให้ตบอีก ตบให้สาแก่ใจ ตนมันเลวมันชั่ว...แสนยากรตวาดให้เลิกประชดตัวเองได้แล้ว

"ไอ้ลูกไม่มีพ่ออย่างผม ไม่มีวันเป็นคนดีกับเขาได้หรอก"

"พอแล้วเริง ถึงจะไม่มีพ่อ แต่แกมีแม่ มีฉัน มีครอบครัวที่อบอุ่น ทุกคนรักแกนะเริง เลิกทำร้ายตัวเองเสียที แล้วเริ่มต้นกันใหม่ดีกว่า" แสนยากรดึงน้องชายมากอด นายเริงน้ำตานองหน้ากับไหล่พี่ชาย   มองไปที่นิคกี้ซึ่งน้ำตาไหลพราก

เช่นกัน เดียร์และตอยพลอยน้ำตาซึมไปด้วย แต่แล้วนายเริงเกิดแรงฮึดขึ้นมาอีก ผลักแสนยากรออกอย่างแรง

"ไม่ต้องมาทำดีกับผม ผมไม่เชื่อ เรื่องที่ยายนี่พูดไม่ใช่เรื่องจริง"

"เริง พอเถอะ" เดียร์ขอร้อง

"ไม่...สงครามระหว่างเรามันเริ่มต้น นิคกี้ ฉันจะก่อเวรก่อกรรมกับเธอไปอีกนาน" ว่าแล้วนายเริงวิ่งกระเจิงไป เดียร์กับตอยรีบวิ่งตาม...นิคกี้เช็ดน้ำตา พลางบ่นอย่างกลุ้มๆ
























"มันอะไรกันนักหนานะชีวิตฉัน"

"ผมอยากรู้เรื่องคุณกับพ่อมากกว่านี้" แสนยากรเอ่ยเสียงเรียบ...

แล้วสองคนก็นั่งรถไปคุยกันที่ริมน้ำใต้สะพาน โดยไม่รู้ว่าอยู่ในสายตารังสิมาตลอดเวลา แสนยากรเพิ่งรู้อีกมุมหนึ่งของนิคกี้ที่เธอเองก็ถูกพ่อทอดทิ้งเหมือนกัน แต่นายเริงแย่กว่าที่ไม่เคยได้รับความรัก ชีวิตถึงขาดๆเกินๆแบบนี้ แต่ที่นิคกี้กับนายเริงเหมือนกันก็คือชอบแหกกฎ นิคกี้ฟังแล้วนิ่งเงียบ ไม่รู้จะเถียงอะไรเพราะมันเป็นเรื่องจริง

"ขอร้องอย่างนึงได้ไหมนิคกี้...ทำตัวอยู่ในรูปในรอย

บ้างเถอะ อย่าให้ผู้ใหญ่เป็นห่วงเธอมากกว่านี้"

"ผู้ใหญ่ไหน"

แสนยากรไม่ตอบ แต่มองหน้านิคกี้นิ่งนาน...จนนิคกี้ ต้องเป็นฝ่ายหลบตาแล้วชวนเขากลับ เดี๋ยวแป้งกับโดมรอเรานาน... พอนิคกี้ลุกขึ้น แสนยากรลุกตาม จับมือนิคกี้ให้หันมา

"ผู้ใหญ่อย่างฉันไง ทำได้ไหม ฉันเป็นห่วงเธอนะ"

นิคกี้หน้าแดงซ่าน ตอบเขินๆ "ไม่รู้ ไม่ใช่ญาติผู้ใหญ่ ฉันสักหน่อย" แล้วดึงมือกลับเดินนำไป...รังสิมาแอบมองอยู่มุมหนึ่ง น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

ooooooo

เลื่อมพรายลายรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด