ตอนที่ 2

สายวันใหม่ นิคกี้กับแป้งร่ำมีนัดเล่นน้ำสงกรานต์ กับเพื่อนหนุ่มต่างชาติสองคน ขณะทั้งหมดกำลังสนุกเต็มที่บริเวณถนนข้าวสาร พวกนายเริงพากันเข้ามาป่วน ทั้งที่วันนี้นายเริงควรจะอยู่ร่วมงานศพของพ่อที่วัด นายเริงมาพร้อมตอยและเดียร์ พอได้ยินนิคกี้พูดเปรียบเทียบระหว่างเขากับนายแสนพี่ชายที่นิสัยต่างกัน ลิบลับ นายแสนเป็นสุภาพบุรุษ แต่นายเริงเป็นกุ๊ย...
นายเริงฉุนขาดจะ เอาเรื่องนิคกี้ จึงเกิดชุลมุนวิ่งไล่กวดกันฝุ่นตลบ
ขณะเดียวกันนั้น นายแสนกับพวกญาติๆกำลังจะออกจากบ้านไปงานศพนิจศีล ยกเว้นกัมปนาทคนเดียวที่ไม่ไป แถมยังดูแช่มชื่นอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
"ที่ จริงฉันก็อยากไปงานศพนะ ไปดูหน้านังนิมมาน ดูซิว่ามันยังจะผยองอยู่อีกไหม...หน็อย เข้ามาทำลายงานฉัน กรรมมันเลยตามทัน แลกกับชีวิตน้องมันทั้งคน ฮ่ะๆ"
แสนยากรหน้าเครียด ฆรณีหน้าตายังบอบช้ำจากการร้องไห้ กัมปนาทเห็นแล้วขัดตาขัดใจ ย้ำกับน้องสาวว่า
"พวกแกจะไปก็ได้ แต่ให้ไปในนามของเธอนะยายณี ไม่ใช่ในนามของรังสฤษฎ์"
"ณีทราบค่ะ"
"อ้อ ฝากถ่ายรูปนังนิมมานมาด้วย อยากเห็นนักว่ามันจะแก่ลงไปอีกกี่ปี"
กัมปนาท เดินยิ้มร่าไปแล้ว นายแสนถามหานายเริงทันที
"นายเริงล่ะครับอาณี"
"นาย ทมบอกว่าออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว"
"คงไปแถวข้าวสารอีกละมัง" บันลือเดาถูกเผง...รังสิมาเสริมขึ้นว่าวัดอยู่ใกล้ย่านนั้น คุณเริงอาจจะแวะไปที่วัดก็ได้ จากนั้นทั้งกลุ่มออกไปขึ้นรถ นายแสนกับแฟนสาวรังสิมาเดินคุยกันรั้งท้าย
"เป็นไงบ้างคะ"
"เหนื่อย น่ะครับ มีแต่คนแรงๆกันทั้งนั้น คุณนิมมานนั่นก็พอๆกับพ่อผมนั่นแหละ เฮ้อ เมื่อไหร่จะเลิกคิดแค้นกันเสียที" นายแสนพูดจบจะแยกไปขึ้นรถที่ทมรออยู่ รังสิมาข้องใจทำไมแสนต้องแวะไปออฟฟิศอีก แสนบอกว่าตนมีงานนิดหน่อย รังสิมาจึงเตือนให้ระวังเรื่องรถ เพราะที่วัดไม่มีที่จอดรถ แล้วแถวนั้นก็ใกล้ย่านข้าวสาร ระวังจะถูกสาดน้ำเหมือนเมื่อคืน...
ooooooo
แป้ง ร่ำกับนิคกี้และเพื่อนหนุ่มต่างชาติวิ่งหนีกลุ่มนายเริงเข้ามาถึงเขตวัด เจอนิมมานกับเรวัติกำลังดูแลความเรียบร้อยงานศพนิจศีล นิคกี้เกือบจะได้เห็นรูปพ่อที่ตั้งในศาลา แต่วิ่งเฉียดไปอีกทาง นิมมานเห็นกลุ่มหนุ่มสาววิ่งพรวดผ่านเข้ามาจึงบ่นอย่างเอือมระอา โดยเฉพาะสาวไทยและสาวลูกครึ่งหน้าตาดี แต่ไม่น่าทำตัวแย่ ปล่อยเนื้อตัวให้ฝรั่งกอดอย่างไม่มียางอาย
นิมมานบ่นไปโดยไม่รู้ว่าสาว ลูกครึ่งคนนั้นคือหลานของตน แต่นิคกี้จำคุณป้าได้ แม้ท่านจะไม่เคยเห็นเธอมาก่อน แต่เธอรู้จักคุณป้าเจ้าระเบียบหัวโบราณคนนี้ จังหวะที่แป้งร่ำประจันหน้าแล้วถูกนิมมานอบรมสั่งสอนชุดใหญ่ แป้งร่ำไม่พอใจอย่างแรง ยอกย้อนนิมมานดุเดือด นิคกี้ต้องลากเพื่อนออกไปโดยเร็ว
ส่วนนายเริง ตอย และเดียร์ยังวนเวียนหาพวกนิคกี้อยู่นอกวัด แล้วเดียร์ก็นึกได้ว่าวัดนี้ตั้งศพนิจศีลพ่อนายเริง
เดียร์จึงบอกนาย เริงว่า ได้เวลาไปงานศพแล้ว แต่นายเริงยังอยากจะหานิคกี้ให้เจอ เขาข้องใจว่าทำไมแม่คนนี้ถึงรู้เรื่องครอบครัวของเขานัก นายเริงจึงป้วนเปี้ยนตามหากลุ่มของนิคกี้ต่อไป
ภายในศาลาตั้งศพ นิจศีล เนืองนิตย์เพิ่งกลับจากคอนโดฯนิคกี้ หลังแวะไปหาหลานสาวเพื่อจะบอกข่าวร้ายเรื่องพ่อ แต่ ต้องผิดหวังกลับมา ได้แต่ฝากข้อความไว้กับแม่บ้านให้นิคกี้ติดต่อกลับอาเนืองนิตย์ด้วย...
"ว่า ยังไงเรื่องยายนิคกี้" นิมมานถามทันทีที่เนืองนิตย์ เดินมานั่งรวมกลุ่ม
"ไป ที่คอนโดฯแล้วครับ แต่ไม่อยู่ มือถือก็ติดต่อไม่ได้"
"เออดี พ่อตายทั้งคน หายหัวไปไหนไม่รู้ เด็กฝรั่งมังค่าปล่อยให้มาเที่ยวคนเดียวแบบนี้มันก็ไม่แคล้วไปใจแตกกับ ผู้ชาย แล้วนี่หน้าตามันเป็นยังไง เหมือนพ่อหรือเหมือนแม่ฝรั่งของมัน"
"ได้ มาอย่างละครึ่งนะครับ"
"สวยไหม"
"ครับ...สวยมาก"
"ถ้า สวย ก็คงเสียเนื้อเสียตัวไปแล้วละ"
เนืองนิตย์พยายามข่มอารมณ์ นิมมานมองหน้าเนืองนิตย์ นิ่งจนเนืองนิตย์ต้องหลบสายตา
"มีอะไรที่ ยังปิดบังฉันอยู่อีกรึเปล่า"
"ไม่มีครับ"
"ต่อไปนี้ต้อง รายงานฉันเรื่องยายนิคกี้ตลอดเวลา เจอตัวเมื่อไหร่พามาพบฉันทันที"
เนืองนิตย์ รับคำแล้วมองเลยไปเห็นกลุ่มของฆรณี บันลือ รังสิมา ที่กำลังเดินตรงเข้ามา
"พวก รังสฤษฎ์มาแล้วครับ"
นิมมานคอแข็งทันใด มองไปที่กลุ่มนั้นด้วยแววตาเย็นชา
ooooooo
ย่านบางลำพู แสนยากรในชุดสูทดำหรูเนี้ยบ เดินหลบฝูงชนที่เล่นสงกรานต์กันครึกครื้นข้ามถนนมาอีกฝั่ง เจอกลุ่มของแป้งร่ำ นิคกี้ กับหนุ่มต่างชาติสองคนเดินกินไอติมอย่างสบายอารมณ์ แสนยากรแอบเดินตามมาห่างๆอย่างสนใจ ได้ยินนิคกี้ชวนทุกคนไปลงเรือล่องเจ้าพระยา ดินเนอร์กันเย็นนี้ โดยนิคกี้ขอเป็นเจ้ามือเอง ทุกคนเลยวู้ว้าวรื่นเริงกันใหญ่
แสนยากร เดินตามสังเกตพฤติกรรมของทุกคน แต่แล้วเสียงดังมาจากเบื้องหลังทำให้แสนยากรสะดุ้ง ก่อนรีบหลบหันเข้าร้านข้างทางทันที
"ฉันได้ที่อยู่ยายนิคกี้มาแล้ว นี่คอนโดฯนี่" นายเริงชูกระดาษอวดเพื่อน
"แกไปหามาได้ยังไงวะ" ตอยสงสัย
"ไม่ยาก ก็แอบถามคนในร้านยายแป้งร่ำน่ะซี"
"นี่มัน อยู่คอนโดฯริมแม่น้ำ ใกล้ๆแค่นี้เอง อยู่หรูเสียด้วย" เดียร์พูดจบ ตอยเสริมทันทีว่า แบบนี้มีคนเลี้ยงแน่ๆ
"เฮ้ยๆ พูดปุ๊บก็เจอปั๊บ" นายเริงชี้มือไปยังกลุ่มนิคกี้"โน่นไง ยายนิคกี้ จัดการ"
ทั้งสาม วิ่งไปล้อมนิคกี้ แสนยากรเห็นดังนั้นรีบวิ่งตามไป...นั่นเองเป็นเหตุให้แสนยากรเสื้อผ้าเลอะ เทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยแป้งของนิคกี้ ทั้งที่เธอไม่ได้ตั้งใจ แต่มันชุลมุนกันจนไม่รู้ใครเป็นใคร นิคกี้แสดงความรับผิดชอบด้วยการชวนแสนยากรไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้อง ทั้งคู่นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามกันไปโดยที่คนอื่นๆไม่มีใครรู้เห็น...
ทันที ที่เข้าห้องอันหรูหราของนิคกี้ แสนยากรมองสำรวจไปทั่วอย่างประเมินราคา
"อยู่ คนเดียวเหรอ"
"ตอนนี้อยู่คนเดียว ทำไมเหรอ" ถามเสร็จเห็นสายตาของเขา นิคกี้รู้ทันจึงแกล้งอย่างนึกสนุก "อ๋อ...แขกอาหรับน่ะเป็นนายทุนให้ ตอนนี้กลับไปหมดแล้ว แย่เลย กำลังหานายทุนใหม่อยู่เนี่ย...ไงคะ อยากเป็นนายทุนคนใหม่ให้ฉันไหม" นิคกี้ไม่พูดเปล่า เดินยิ้มหวานเข้าหาเขา
"นี่ แผนของเธอใช่ไหมที่พาฉันมาที่นี่" นายแสนพูดพร้อมกับถอยหนี
"แหม คนเรื่องเยอะอย่างคุณมันก็ต้องวางแผนกันบ้าง เอาละ ได้เวลาแล้ว ถอดเสื้อผ้าสิคะ"
"เธอพูดอะไร"
"ก็แก้ผ้าน่ะสิคะ"
"นี่...นี่ อย่านะ อย่ามาใช้แผนตื้นๆแบบนี้กับฉัน ฉันไม่ได้ปลื้มเธอแม้แต่นิดเดียว นี่ไม่ได้หวังแค่จะให้ฉันเป็นนายทุน กะจะแบล็กเมล์กันด้วยใช่ไหม"
"โอ๊ย...ฉันบอกให้ถอดเสื้อออกมา จะเอาไปซัก"
แสนยากรนิ่งไป มองหน้านิคกี้ก่อนเอ่ยปากขอใช้ ห้องน้ำ นิคกี้ชี้มืออย่างรำคาญ แล้วส่ายหน้าขำๆ ที่เห็นเขาแทบจะวิ่งผลุบเข้าไปในห้องน้ำ...สักครู่เสียงนายแสนตะโกนขอผ้าขนหนูหรือเสื้อคลุมก็ได้ นิคกี้ตอบกลับว่า เตรียมไว้ให้แล้ว แต่นายแสนบอกหยิบให้หน่อยได้ไหม นิคกี้จึงเปิดประตูผลัวะ นายแสนใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงบ๊อกเซอร์ ถึงกับร้องเฮ้ย พลางหยิบเสื้อกางเกงมาปิดเนื้อตัว
"คุณเข้ามาทำไม"
"ก็เอาผ้าขนหนูมาให้คุณ"
"โธ่ ผมกำลังจะบอกว่าวางไว้หน้าประตู ผมหยิบเอง คุณถือวิสาสะเข้ามาทำไม ผมโป๊"
"ใครจะไปรู้ว่าคุณจะถอดกางเกงด้วย"
"มันเลอะทั้งเสื้อทั้งกางเกงนะคุณ"
"ไม่เป็นไรหรอก คุณใส่บ๊อกเซอร์ ไม่โป๊หรอกน่ะ"
"คุณรีบออกไปเลย เอ้านี่" เขายื่นกางเกงกับเสื้อให้ แล้วนึกได้ดึงกลับมาปิดท่อนล่างอีก "คุณหันไปก่อน"
"โอ๊ย เรื่องเยอะจัง ฉันไม่ได้อยากดูนักหรอกน่า" นิคกี้ เบือนหน้าไปทางอื่น พอรับเสื้อผ้ามาแล้วอดทำทะเล้นไม่ได้ "แหม...แต่กล้ามสวยนะคะ"
นายแสนสะดุ้ง ยกมือขึ้นปิดอกตัวเองอย่างเคอะเขิน นิคกี้เดินหัวเราะร่วนออกไป
"ผู้หญิงอะไร ก๋ากั่น" นายแสนงึมงำ...
นิคกี้เอาเสื้อผ้านายแสนส่งให้ป้าเขียวตรงหน้าห้อง ป้าเขียวนึกได้บอกว่า อานิตย์มาหาคุณแต่เช้า ท่าทางกังวลมาก บอกให้คุณโทร.กลับหาท่านด่วน นิคกี้รับรู้ แล้วกำชับป้าเขียวช่วยจัดการเสื้อผ้าชุดนี้ภายในสามสิบนาที
นายแสนออกจากห้องน้ำด้วยท่าทีกระมิดกระเมี้ยน นิคกี้กลับเข้ามาเห็นกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ขำที่เขานุ่งผ้าขนหนูเหมือนมินิสเกิร์ต
"บอกตามตรงนะ ที่ผมตามคุณมาเนี่ย เพราะอยากรู้ว่าคุณไปมีเรื่องกับนายเริงได้ยังไง และทำไมคุณรู้จักครอบครัวผมดีนัก"
"ฉันอธิบายไปแล้ว หนุ่มไฮโซอย่างพวกคุณออกสื่อทุกวัน ทำไมฉันจะไม่รู้จัก"
"ผมไม่ใช่ดารา คุณอย่าโกหก บอกความจริงมา รู้จักตระกูลผมได้ไง"
"แหม คุณแสนคะ อาชีพฉันน่ะเขาเรียกว่าเซเลบริตี้ ฮันเตอร์ หนุ่มโสดไฮโซไม่รอดสายตาหรือกรงเล็บฉันไปได้หรอก" นิคกี้เดินเข้าประชิดโอบรอบคอเขาอย่างยั่วยวน นายแสนถึงกับยืนตัวเกร็ง "นะคะ ถ้าคุณตกลงปลงใจกับฉันซะวันนี้ รับรองว่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตคุณเลยค่ะ"
"ปล่อยผม" นายแสนถอยหนีกระโดดไปมุมห้อง "คิดแล้ว ว่าคุณเป็นผู้หญิงแบบนี้เอง ผมไม่น่าหลงเข้ามาที่ห้องคุณเลย อ๊ะๆ อย่าเข้ามานะ"
"คุณแสนคะ นิคกี้กำลังลำบากจริงๆนะ ตั้งแต่อารักข่านทิ้งนิคกี้ไป นิคกี้ไม่มีนายทุนเลยล่ะค่ะ ห้องนี้ค้างค่าเช่ามาสองเดือนแล้วนะคะ ช่วยนิคกี้ด้วย"
"อย่าเข้ามาใกล้ผม ยืนห่างๆอย่างนั้นละ" นายแสนหยิบโทรศัพท์มือถือ นิคกี้ยังเล่นสนุกไม่เลิก ขอร้องเขาอย่าเรียกตำรวจ เธอถูกตำรวจจับไปสองรอบแล้ว...นายแสนทั้งกลัวทั้งระอา โดดแผล็ววิ่งไปหนีเข้าห้องนอนทันที นิคกี้ หัวเราะฮึๆ เดินตามมาเคาะประตู โดยไม่รู้ว่าหน้าห้องตรงทางเข้ามีชายชุดดำผลุบเข้าประตูมาแอบมองเธอด้วยสายตาคมกริบน่ากลัว
นายแสนไม่ยอมเปิดประตูห้องนอน ใช้โทรศัพท์มือถือโทร.ติดต่อรังสิมา บอกว่าตนโดนน้ำสาด วานรังสิมาช่วยโทร.หาโดมให้ส่งชุดสูทดำกับกางเกงมาที่วัด
"เดี๋ยวค่ะ แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน"
"ผมอยู่ที่..." นายแสนชะงัก...นิคกี้เคาะประตูระรัว ทั้งตะโกนลั่น
"คุณแสน ไม่เปิดฉันพังประตูเข้าไปจริงๆนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน"
"แสนคะ เสียงผู้หญิง คุณอยู่ที่ไหนน่ะ" รังสิมาถาม... นายแสนอึกอัก แล้วตัดสายอย่างรวดเร็วจนรังสิมาเรียกไม่ทัน ได้แต่ถอนใจ สงสัยว่าแฟนหนุ่มอยู่ที่ไหนกันแน่?
พอรังสิมาจะเดินกลับศาลา สายตาเหลือบไปเห็นพวกนายเริงดาหน้าเข้ามา เนื้อตัวหัวหูเปียกทั้งน้ำและแป้งมอมแมมราวกับลูกหมาตกน้ำ ในมือทุกคนมีปืนฉีดน้ำกับกระป๋องแป้งเพียบ
รังสิมาตกใจรีบก้าวตามพวกนั้นเข้าไปในศาลา กลุ่มนิมมานและกลุ่มของฆรณีนั่งไม่ติด โดยเฉพาะนิมมานลุกพรวดเอาเรื่องนายเริงที่แสร้งทำท่านบน้อมสวัสดีคุณป้า นายเริงเมามาด้วย เขาตัดพ้อต่อว่าคุณป้าไม่รัก แล้วจะกอดคุณป้า นิมมานทนไม่ไหวตบหน้านายเริงฉาดใหญ่ เท่านั้นเองงานก็ปั่นป่วน นายเริงตะโกนด่านิมมานไม่ไว้หน้า เรวัติเลยตะบันหน้าไปอีกหมัด ฆรณีร้องกรี๊ดตกใจ ขอร้องนายเริงอย่าก่อเรื่อง คนอื่นก็พลอยแตกตื่น รวมทั้งแขกที่มาฟังสวดศพต่างลุกฮือเมื่อนายเริงกับเพื่อนอีกสองคนฉีดน้ำกระจายไปทั่ว
ท่ามกลางความโกลาหล เรวัติชกหน้านายเริงไปอีกหลายหมัด นายเริงไม่ยอมถูกกระทำฝ่ายเดียว ตอบโต้ทั้งที่เมาๆ กอบัวกับโดมเพิ่งมาถึงนึกว่ามาผิดงาน งานศพหรืองานสงกรานต์กันแน่ ฆรณีร้องลั่นให้สองคนที่เพิ่งมาช่วยเข้าไปห้ามนายเริง คราวนี้เลยวุ่นวายเอ็ดอึงกันใหญ่...
ooooooo
ในห้องนิคกี้...นิคกี้อ่อนใจที่นายแสนไม่ยอมเปิดประตูห้องนอน เธอขี้เกียจรอ เข้าไปอาบน้ำอยู่พักหนึ่ง พอกลับออกมาเธอเห็นนายแสนหลับฟุบอยู่กับพื้น แปลกใจว่าแค่กินกาแฟที่เธอต้มไว้ให้ทำไมถึงหลับได้ขนาดนี้...กำลังจะปลุกเขา จู่ๆก็มีของหนักฟาดโครมเข้าหลังคอ นิคกี้ถึงกับทรุดฮวบ แล้วชายชุดดำก็รีบเอาผ้าในมือปิดปากปิดจมูกนิคกี้ เพียงชั่วครู่นิคกี้ก็หมดแรงดิ้น หมดสติเพราะฤทธิ์ยาสลบ
ส่วนที่วัด พวกฆรณีลากนายเริงออกมาที่ลานจอดรถ จะให้นายเริงกลับบ้านหลังโดนไปหลายหมัด แต่นายเริงยังไม่สิ้นฤทธิ์ ชวนตอยกับเดียร์วิ่งหนีไปอีกจนได้ ฆรณีเหนื่อยใจ หนักใจ ให้ทมช่วยตามนายเริงไปที จากนั้นก็ให้รังสิมาโทร.บอกนายแสนด้วยว่าไม่ต้องมาแล้ว รังสิมาพยายามติดต่อมือถือนายแสน แต่ไม่มีใครรับสายเลย
ก่อนขึ้นรถ บันลือไปเข้าห้องน้ำแล้วบังเอิญเจอเรวัติ สองคนดูเป็นมิตรกันอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่อยู่กันคนละฝ่าย...
ด้านแป้งร่ำกับเพื่อนหนุ่มต่างชาติสองคนที่ไม่รู้ว่านิคกี้พลัดหลงหายไปทางไหนตอนชุลมุนที่ถนนข้าวสาร แป้งร่ำห่วงนิคกี้จึงชวนเพื่อนมาดูที่คอนโดฯ ปรากฏว่ามาเจอพวกนายเริงกำลังข่มขู่คาดคั้น รปภ. จะเข้าไปข้างในให้ได้
สองฝ่ายเกิดโต้คารมกันอีก ก่อนที่พวกนายเริงจะเป็นฝ่ายล่าถอยไปตั้งหลัก เพราะกลัวไอ้หนุ่มร่างยักษ์เพื่อนต่างชาติของแป้งร่ำ
ด้านนิคกี้กับแสนยากร เวลานี้ทั้งคู่นอนกอดก่ายร่างกายเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง แสนยากรลืมตาอย่างมึนงง พอเห็นนิคกี้ซบอกตนอยู่ เขาลุกพรวด คว้าบ๊อกเซอร์มาใส่แล้วกวาดตาไปทั่วห้อง...นิคกี้เริ่มรู้สึกตัวครางอู้อี้ มึนหัวแทบลืมตาไม่ขึ้น
"ยายสิบแปดมงกุฎ" นายแสนคำราม แล้วหยิบผ้าขนหนูมาพันร่างก่อนกระโดดลงจากเตียง แต่ยังโงนเงนเซไปชนโต๊ะล้มลง นิคกี้ค่อยๆปรือตาขึ้นมอง แล้วนิคกี้ตั้งสติได้ยันร่างขึ้นทันที รีบดึงผ้าห่มคลุมร่าง...น้ำเสียงยังอ่อนแรง
"เกิดอะไรขึ้น...คุณ คุณทำอะไรฉัน"
"ผมไม่ได้ทำอะไรคุณ คุณนั่นแหละมอมยาผม" แสนยากรลุกเดินออกจากห้องนอน นิคกี้รวบรวมกำลังคว้าเสื้อคลุมมาใส่แล้วเดินตามออกมาเห็นนายแสนยืนดูหม้อกาแฟที่ถูกเททิ้งหมดเกลี้ยง "เก่งนี่ ทำลายหลักฐานหมดแล้ว"
"คุณพูดอะไร" นิคกี้สวนทันควัน
"คุณใส่ยานอนหลับในกาแฟนี่ให้ผมกิน"
"จะบ้าเหรอ"
"ถ้าคิดจะมอมยาผมเพื่อให้ผมเป็นคู่นอนกับคุณ แล้วผมต้องรับภาระล่ะก็ อย่าฝันไปเลยนะ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเฉพาะในละครเท่านั้นแหละ"
นิคกี้ยังมึนไม่หาย จับหน้าผากตัวเองพบรอยเลือดแห้งกรัง เธอตกใจร้องลั่น
"นี่คุณทำร้ายฉันเหรอ"
แสนยากรกระชากร่างนิคกี้ขึ้นมาอย่างโกรธๆ
"หยุดที คุณก่อความยุ่งยากให้ผมมากพอแล้ว" พูดไปแล้วเห็นรอยเลือดที่หน้าผากนิคกี้ นายแสนผงะเล็กน้อย ถามว่าไปโดนอะไรมา นิคกี้จึงย้ำว่า เขานั่นแหละตีหัวเธอ นายแสนสีหน้างงงัน แต่ก็ยังมีแก่ใจถามนิคกี้ว่าไหวไหม เขาจะพาไปหาหมอ
"ไหว...แต่..." นิคกี้พูดได้แค่นั้นพลันมีอาการพะอืด พะอม วิ่งโซเซไปอาเจียนในห้องน้ำ แสนยากรตามมาช่วยลูบหลัง เสร็จแล้วตามกันนิคกี้ที่เดินหน้าซีดเซียวกลับออกไป
"เอาละ เพื่อให้เรื่องมันยุติ คุณต้องการค่าเสียหายเท่าไหร่บอกมา"
นิคกี้มองชายหนุ่มอย่างระอาใจ แล้วคิดอะไรขึ้นได้ หันไปมองจุดเกิดเหตุ
"เดี๋ยว...มีใครอยู่กับคุณรึเปล่า ตอนที่ฉันออกมาจากห้องน้ำ"
"ไม่มีใครทั้งนั้น ผมกินกาแฟเข้าไป แป๊บเดียวผมก็หมดสติ"
"ใช่...ฉันเห็นคุณหมดสติ แล้วก็มีคนทุบหัวฉัน ฉันล้มลงไปตรงนี้ แล้วก็โดนผ้ามาปิดปาก จากนั้นทุกอย่างก็ดำมืด"
"จะกุเรื่องว่าตัวเองบริสุทธิ์ แล้วโยนความผิดมาให้ ผมงั้นซี"
"ใช่...นายนั่นแหละที่แกล้งทำเป็นหมดสติ แล้วส่งคน
มาทำร้ายฉัน แล้วนายก็ข่มขืนฉัน อุ๊ย มีนายคนเดียว หรือมีคนอื่นมาหมู่ด้วย"
"นี่คุณ...จะพูดยังไงดี ไปเอาเสื้อผ้าผมขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย ผมจะไปแล้ว"
"ไม่ได้ เรื่องนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง"
"ไม่เอาให้ผม ผมไปเอาเองก็ได้" แสนยากรเก็บนาฬิกา กระเป๋าสตางค์แล้วจะออกจากห้อง นิคกี้ร้องห้ามพร้อมกางกั้นไม่ให้ไป นายแสนเลยดึงนามบัตรออกจากกระเป๋าสตางค์ส่งให้ "ถ้ามีปัญหา ไปคุยกับทนายของฉันได้นะ"
นิคกี้มองกระเป๋าสตางค์ของแสน แล้วดึงมาดู แสนยากรรีบดึงกลับ นึกว่านิคกี้ต้องการเงิน แต่เปล่าเลย นิคกี้แค่จะให้เขานับเงินว่าอยู่ครบหรือเปล่า นายแสนนับเงินคร่าวๆก่อนบอกครบ
"งั้นต้องคุยกันแล้วละ" นิคกี้สรุป แต่นายแสนยังข้องใจว่าจะคุยอะไร? "ก็เรื่องเราแก้ผ้านอนด้วยกัน"
"นั่นยิ่งต้องคุยกับทนายใหญ่เลย"
นิคกี้ยันอกนายแสนไว้ไม่ยอมให้เขาออกจากห้อง แล้วลากเขาไปห้องนอน สำรวจตรวจตราของมีค่าตามตู้ตามลิ้นชักจนทั่ว
"เธอทำอะไร" นายแสนแปลกใจ
"แปลกแฮะ ถ้าเป็นโจรมันก็ต้องปล้น แต่นี่ของมีค่าอยู่ครบทุกอย่าง ถ้ามันไม่ได้ปล้นมันต้องการอะไร แถมจับฉันกับคุณไปนอนเปลือยกันอยู่บนเตียง"
"ไม่มีเหตุผลเลยเรื่องคนร้าย"
"แล้วใครตีหัวฉัน โปะยาสลบฉัน"
"ไม่ทราบครับ เธออาจจะกุขึ้นมาเอง ลาก่อน หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีก"
แสนยากรออกจากห้องทั้งๆที่ใส่บ๊อกเซอร์ นิคกี้ก้าวตามมาถึงหน้าลิฟต์
"นี่...นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ คุณจะไม่รับรู้ไม่ได้ คุณกับฉันถูกทำร้าย มีโจรที่ไหนตามล่าหัวคุณอยู่รึเปล่า พวกมันกำลังสะกดรอยตามคุณอยู่พอดี มันเลยตามมาเล่นงานเราที่นี่ ฉันพลอยซวยไปด้วย"
นายแสนไม่สนใจ กดลิฟต์เร่งแรงขึ้น พอลิฟต์เปิดออก มีหญิงสาวสองนางข้างใน พวกเธออุทานตกใจเมื่อเห็นหนุ่มหล่อในชุดกางเกงบ๊อกเซอร์กับเสื้อตัวกล้าม...นายแสนเอ่ย
ขอโทษเบาๆ แต่ไม่แคร์คำพูดของนิคกี้ที่พยายามจะเอาเรื่อง เพราะเธอเสียหาย เขาทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ...
ที่เคาน์เตอร์ข้างล่าง แป้งร่ำยังป้วนเปี้ยนป้องกันพวกนายเริงย้อนกลับมา พลางก็ซักถามป้าเขียวเรื่องนิคกี้พาผู้ชายเข้ามาที่นี่...ทันใดนั้นเอง พวกนายเริงย้อนกลับมาอีกจริงๆ แป้งร่ำกับ รปภ.ช่วยกันสกัด เกิดทุ่มเถียงกันหน้าดำหน้าแดง นายแสนลงมาเห็นน้องชาย เขารีบหลบมุม แล้วไปเอาเสื้อผ้าจากป้าเขียวมาใส่ จากนั้นก็ยืนครุ่นคิดเรื่องนิคกี้พูดถึงคนร้าย นายเริงอาจคือคนที่ทำร้ายเขากับนิคกี้ก็เป็นได้
ooooooo
หลังจากเหตุการณ์สงบ แป้งร่ำแผลงฤทธิ์รวมพลังกับ รปภ.ไล่พวกนายเริงกลับไปหมดแล้ว และนายแสนก็หลบฉากออกไปแล้วด้วย...แป้งร่ำรีบขึ้นไปหานิคกี้ที่ห้อง คาดคั้นเพื่อนว่าเอาผู้ชายที่ไหนมากก
"เขากลับไปแล้ว"
"อ้าว แล้วมันเป็นใคร แกพามันมาที่ห้องทำไม หล่อมากนักเหรอยะ"
"คนเดิมน่ะ นายแสนยากร รังสฤษฎ์ ที่เราเอาน้ำสาดเขาไง"
"เล่นของสูง แปลกนะ แกเจอรังสฤษฎ์ข้างบน ข้างล่างฉันก็เจออีกรังสฤษฎ์นึง กำลังจะขึ้นมารังควานแกบนห้อง" นิคกี้สงสัยว่าใครกัน...แป้งร่ำลอยหน้าพร้อมกับชูเครื่องช็อตไฟฟ้า "นายเริงฤทธา รังสฤษฎ์ น่ะซี แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจัดการไปเรียบร้อยแล้ว"
"แป้ง...มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นกับฉันกับนายแสนยากรเมื่อเย็นนี้"
"เรื่องทำนองสาวข้าวสารประสานรักหนุ่มไฮโซงั้นซี รู้นะ เอาเสื้อผ้าเขามาซักให้ไง...มีจูจุ๊บไหม"
"ไม่ใช่แค่นั้น นอนเปลือยด้วยกันบนเตียงเลยละ"
"ฮ้า...นังนิค แกอย่ามาสะตอ...เฮ้ย จริงป่ะ"
"เรื่องจริง ไม่เท่านั้น มีคนที่สามบุกเข้ามาทำร้ายฉันในห้องด้วย"
แป้งร่ำอึ้งงันเหมือนจะหายใจไม่ออก แล้วหย่อนร่างลง สูดลมหายใจลึกๆ
"เอ้า...เล่ามา เล่ามาให้หมด เรื่องมันเป็นยังไง"
ooooooo










