สมาชิก

คู่วุ่นลุ้นแผนรัก

ตอนที่ 9

อัลบั้ม: "วิน ธาวิน" ประกบ "ขวัญ อุษามณี" ใน "คู่วุ่นลุ้นแผนรัก"



ศิลาและขอจันทร์กลับถึงบ้านเชตวัตรในเช้าวันถัดมา ระหว่างเดินเข้ามาในบ้านด้วยกัน เธอแอบมองเขาเป็นระยะๆด้วยความเป็นห่วง ศิลารู้ว่าเธอคอยจับตามอง กระเซ้าว่าไม่ต้องเป็นห่วงเขาขนาดนั้นก็ได้ เขาสบายดีแล้ว ขอจันทร์โวยวายกลบเกลื่อน

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เกิดอยู่ๆฤทธิ์ยาลด ไข้กำเริบตอนคุณก้าวขึ้นบันไดพอดี คุณก็ร่วงมาทับฉันน่ะสิ”

“ฉันรู้ว่าเธอห่วง ขอบคุณนะ” ไม่พูดเปล่าศิลาจับมือขอจันทร์มากุมไว้ จังหวะนั้นน้ำทิพย์กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาลูบเนื้อลูบตัวลูกชายด้วยความดีใจ ถามเป็นชุดว่าเป็นอย่างไรบ้างท่านกับเดือนวารีเป็นห่วงเขามาก แล้วเรื่องเป็นมาอย่างไร ตกลงใครกันแน่ที่จับตัวเขาไป ศิลาต้องบอกให้ท่านใจเย็นๆ เขาไม่เป็นอะไรแล้ว

“ใครว่าไม่เป็นไร นี่ตัวยังรุมๆอยู่เลย แม่ว่าไปนอนที่โรงพยาบาลก่อนดีไหม”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณหมออนุญาตแล้วไม่มีอะไรต้องกังวลนะคะ”

น้ำทิพย์ปรายตามองขอจันทร์อย่างไม่ค่อยจะชอบใจนักที่จุ้นจ้านตอบคำถามแทนศิลา ประชดว่าถ้าเขาหายดีแล้ว ท่านคงต้องพาไปวัดทำบุญล้างซวย ขอจันทร์ไม่ยอมให้ถูกว่าข้างเดียวเหน็บน้ำทิพย์คืนให้บ้าง แม่ผัวกับลูกสะใภ้อุปโลกน์ต่อปากต่อคำกันไปมา ศิลาเห็นท่าไม่ดีบอกให้ขอจันทร์ไปหาพ่อกับน้องของเธอ ป่านนี้พวกนั้นคงเป็นห่วงแย่แล้ว เธอไม่อยากทำให้เขาหนักใจ รับคำแล้วเดินออกไป...

ทั้งสาโรจน์และตะวันฉายเห็นขอจันทร์กลับมาอย่างปลอดภัยก็โล่งใจ แต่ไม่วายซักว่าหายไปอยู่ไหนมา เธอเล่าให้ฟังถึงเรื่องที่ไปติดเกาะกับศิลามา ทั้งคู่ต่างตื่นเต้นตกใจกันใหญ่

ooooooo

ไม่มีแต่ตะวันฉายและสาโรจน์ที่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้ำทิพย์เองก็ตกใจไม่แพ้กัน อยากรู้นักว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ หรือจะเป็นครรชิตที่ต้องการแก้แค้นพวกเรา ศิลาเองก็ไม่รู้เหมือนกันกำลังให้คนเช็กอยู่

“หรืออาจจะเป็นนังขอจันทร์ มันวางแผนจ้างคนมาทำร้ายลูกก็ได้นะ มันไม่ได้อยากแต่งงานกับลูก”

ศิลารีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ว่าแต่เรื่องคุณวาริน คุณแม่มีอะไรคืบหน้าหรือยังครับ”

น้ำทิพย์พยายามติดต่อหลายครั้งแล้วแต่ท่านนายพลวารินไม่รับสาย ยังหวั่นๆว่าท่านจะขายหุ้นให้ครรชิต ศิลาต้องปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะไม่ยอมให้เชตวัตรตกไปอยู่ในมือคนอื่นแน่นอน...

นทีทนอัดอั้นตันใจไม่ไหวบอกณิชรันย์เรื่องที่ขอจันทร์สารภาพกับเขาว่ารักพี่ศิลา ตอนมาส่งเธอที่บ้าน

“พวกเขารักกัน แต่ก่อนทีอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่พี่ศิลากับขอจันทร์อาจจะหลอกที แต่เมื่อวานนี้ทีเห็นแววตาของขอจันทร์เปลี่ยนไป ขอจันทร์เขารักพี่ศิลาจริงๆ”

ณิชรันย์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะบอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆเขาก็น่าจะดีใจกับขอจันทร์ นทีงงนี่เธอไม่รู้สึกรู้สมอะไรบ้างเลยหรือ ณิชรันย์ทำใจได้ ถ้าคนที่เธอรักมีความสุข เธอก็ยินดีไปกับเขาด้วย...

ขอจันทร์ครุ่นคิดหนักที่คืนนี้จะต้องนอนห้องเดียวกับศิลาเพราะความรู้สึกที่มีต่อเขาเปลี่ยนไปแล้ว หลบออกจากห้องนอนมาหาอะไรทำหวังจะให้เขาหลับไปก่อน

ศิลาไม่เห็นขอจันทร์อยู่ในห้อง แปลกใจว่าหายไปไหนทั้งที่สามทุ่มกว่าแล้ว ตัดสินใจลงไปตามหา เดินยังไม่ทันถึงบันไดขั้นสุดท้ายเกิดลื่นไถลหัวทิ่ม ขอจันทร์กำลังถูพื้นอยู่เห็นเขาจะล้มก็พุ่งมารับเอาไว้ทัน เขาเห็นถังน้ำกับไม้ถูพื้นก็ถึงบางอ้อ ที่แท้เธอหาอะไรทำฆ่าเวลาจะรอให้เขาหลับก่อนใช่ไหม

“รู้ได้ไงเนี่ย อุ๊บ! เอ่อไม่ใช่อย่างนั้นนะ คือว่า...” ขอจันทร์พยายามแก้ตัว ศิลาไม่รอช้าอุ้มเธอตัวลอยพาขึ้นห้อง เอาไปโยนลงบนเตียงบอกให้เธอนอนบนนี้ ส่วนเขาจะนอนที่โซฟาเอง

“ไม่ดีหรอกนี่ห้องคุณนะ ฉันนอนโซฟาดีกว่า”

“โอเคงั้นเรานอนโซฟาด้วยกันเลย” ว่าแล้วศิลาดึงขอจันทร์ลงไปที่โซฟา

“ค่อยยุติธรรมหน่อย...เฮ้ย” ขอจันทร์เพิ่งนึกได้รีบลุกขึ้นยืน อารามรีบร้อนชนเข้ากับศิลาต่างเซเสียหลักล้มลงไปบนโซฟาด้วยกัน ทั้งคู่มองสบตากันซึ้งๆ ขอจันทร์ได้สติก่อนรีบถอยออกมา

“ก็ได้ ฉันไปนอนบนเตียงเอง” พูดจบเธอเดินตัวเกร็งไปที่เตียง ศิลามองตามยิ้มๆ

ooooooo

ขณะที่ณิชรันย์กำลังนั่งคนกาแฟไปพลางใจลอยไปถึงคืนนั้น ครรชิตเข้ามาถามว่าไปหานทีมาเป็นอย่างไรบ้าง เธอถึงกับสะดุ้งก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ

“ไม่...ไม่เป็นไงนี่คะ”

“ก็ดี ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้ก็อยู่ห่างๆพวกมันเอาไว้แล้วกัน”

ณิชรันย์ขอร้องให้เขาเลิกคิดเรื่องแก้แค้นพวกเชตวัตร เธอไม่อยากเสียเขาไปอีกคนหนึ่ง อยากให้เขากลับมาเป็นพี่ชิตคนเดิมของเธอได้ไหม ครรชิตไม่ตอบ เดินหนีกลับห้อง...

ตั้งแต่กลับจากเกาะร้าง ความสัมพันธ์ของขอจันทร์กับศิลาดีขึ้นเป็นลำดับ มักจะหยอกล้อกันเล่นอยู่บ่อยครั้ง เช้านี้ก็เช่นกัน ทั้งคู่หยอกกันไปหยอกกันมาจนใบหน้าของทั้งคู่เกือบชนกัน ต่างมองสบตานิ่งงัน ศิลาค่อยๆยื่นหน้าจะจูบขอจันทร์ แต่มีเสียงมือถือของเขาดังขัดจังหวะเสียก่อน บุญนำโทร.มาเตือนว่าวันนี้มีประชุม ขอจันทร์บ่นอุบ นี่เขาต้องกลายเป็นคุณศิลาคนเดิมแล้วใช่ไหม เขาอ้างว่าเขาก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว

“แต่ฉันชอบศิลาแบบที่อยู่บนเกาะมากกว่านี่...ฉันก็พูดไปอย่างนั้นแหละ คุณก็รีบไปเถอะเดี๋ยวจะสาย”

“เย็นนี้ผมจะรีบกลับนะ อยากกินปลาเผาฝีมือ คุณอีก”

“แล้วฉันต้องกลับไปที่เกาะไหม” ขอจันทร์กระเซ้า ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมีความสุข เธอมองตามเขาที่เดินออกจากห้องด้วยความรักเต็มหัวใจ...

ในเวลาต่อมา ขณะศิลาจะขอปิดการประชุมหลังจากสรุปหัวข้อการประชุมทั้งสามหัวข้อเรียบร้อย ทวีซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารเสนอวาระจรขึ้นมา จะให้เปลี่ยนประธานกรรมการบริหารคนใหม่ บุญนำทักท้วงวาระสำคัญขนาดนี้ไม่ควรจะเป็นวาระจร ทวีไม่เห็นด้วย อ้างความเป็นความตายของเชตวัตรกรุ๊ปสำคัญกว่า จึงจำเป็นต้องประชุมกันตอนนี้แล้วหันไปขอเสียงสนับสนุน คณะกรรมการทุกคนต่างยกมือให้

“ผมอยากทราบเหตุผลในการต้องการเปลี่ยนตัวผมด้วยครับ”

“บริษัทวีอาร์โซลูชั่นยกเลิกสัญญากับผมไปแล้วเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณศิลาขาดการติดต่อ ทำให้เราเป็นฝ่ายผิดสัญญา เหตุผลแค่นี้เพียงพอต่อการที่จะทำให้คุณศิลาแสดงความรับผิดชอบหรือยังครับ”

ศิลาพยายามอธิบายถึงเหตุขัดข้อง แต่ไม่มีใครฟัง ดึงดันให้เสนอรายชื่อผู้เข้าชิงประธานกรรมการบริหารคนใหม่ให้ได้ และชื่อที่เสนอเข้าแข่งขันกับศิลาก็คือครรชิตนั่นเอง ศิลารู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากล บุญนำเห็นท่าไม่ดีเสนอให้นัดประชุมใหม่อีกครั้ง แล้วเก็บแฟ้มเอกสารเตรียมจะไป แต่มีเสียงค้านดังขึ้นเสียก่อน

“เชตวัตรกำลังดิ่งเหวอย่างนี้ คุณบุญนำจะยื้อเวลาออกไปอีกทำไมครับ”

ทุกคนส่งเสียงฮือฮาเห็นด้วย จังหวะนั้นครรชิตเปิดประตูห้องประชุมเข้ามา จึงมีคนเสนอให้ลงมติตอนนี้เลย ศิลาหมดทางยื้อจำต้องทำตาม สุดท้ายครรชิตก็ได้เสียงสนับสนุนท่วมท้นและได้เป็นประธานกรรมการบริหารเชตวัตรกรุ๊ปคนใหม่

หลังเสร็จสิ้นการประชุม ศิลาเดินนำบุญนำกลับมาที่ห้องทำงาน ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้สีหน้าเคร่งเครียด แล้วกำชับบุญนำว่าเรื่องนี้ต้องมีคนรู้น้อยที่สุดโดยเฉพาะคุณแม่ของเขา บุญนำขอโทษเขาด้วยที่ปล่อยให้ครรชิตล็อบบี้คณะกรรมการบริหารของเราจนเขาต้องพ่ายแพ้

“คุณไม่ผิดหรอก แต่ผมไม่คิดว่าบอร์ดบริหารที่เป็นพวกเราจะถูกครรชิตซื้อตัวได้ขนาดนี้”

ระหว่างนั้นครรชิตถือวิสาสะเปิดประตูห้องเข้ามา บุญนำไม่พอใจมาก อ้าปากจะด่า แต่เขาชิงเตือนเสียก่อน จะพูดอะไรให้ระวังปากไว้บ้าง ตอนนี้ตนเป็นเจ้านายของเขาแล้ว บุญนำถึงกับอ้าปากค้าง ครรชิตแค่อยากจะมาเยาะเย้ยศิลา จะได้รู้ว่าความเจ็บปวดที่โดนบอร์ดบริหารที่เป็นคนของตัวเองหักหลังเหมือนที่พ่อของตนถูกพ่อของเขาหักหลังมันเป็นอย่างไร

“ถ้าอย่างนั้น ฉันคงต้องเสียใจกับแกด้วยฉันไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะฉันรู้ว่ามันเป็นแค่เรื่องของธุรกิจ”

“ก็ดี...เพราะฉันยังมีเกมไว้เล่นกับแกอีกเยอะ” ครรชิตจ้องตาศิลาซึ่งจ้องตอบอย่างไม่มีใครยอมใคร

ooooooo

ขอจันทร์ลงมือทำปลาเผา พร้อมด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดไว้รอท่าศิลากลับจากทำงาน แต่ต้องผิดหวังเพราะเขาไม่มีอารมณ์จะกิน รีบเข้าไปคุยกับน้ำทิพย์ที่ห้องทำงานถึงเรื่องที่เขารบกวนให้ท่านติดต่อกับศุภารมย์ผู้ถือหุ้นเชตวัตรกรุ๊ปอีกรายหนึ่งได้ความอย่างไรบ้าง

“เหมือนได้ข่าวว่าเธอย้ายไปอยู่อเมริกา นานๆจะกลับมาที่นี่ ศิลามีอะไรหรือเปล่า อย่าบอกนะว่าเกี่ยวกับเรื่องหุ้นเชตวัตร”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากมั่นใจว่าคุณน้าศุภารมย์จะไม่ขายหุ้นให้ใคร...มีอีกเรื่องที่ผมอยากจะรู้ครับ เรื่องพ่อของครรชิตน่ะครับ” ศิลามองน้ำทิพย์อย่างรอคำตอบ...

ศิลาทนนิ่งเฉยไม่ไหวโทร.นัดณิชรันย์ให้ออกมาเจอกันที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ แล้วเตรียมจะไปตามนัด แต่ต้องชะงักเมื่อหันมาเจอขอจันทร์ยืนอยู่ เธอรีบออกตัวว่าไม่ได้จะแอบฟัง แค่เดินผ่านมาเฉยๆ เขาไม่ได้ต่อว่าหรือตำหนิอะไรเธอ แค่บอกว่าคืนนี้เขากลับดึกไม่ต้องรอ แล้วขยับจะไป ขอจันทร์โพล่งขึ้นทันที

“นัดคุณรันไว้เหรอ”

เขาไม่ตอบคำถามเดินออกจากห้องไปเลย ขอจันทร์มองตามชักจะหึงขึ้นมาตงิดๆ ครู่ต่อมาศิลามาพบณิชรันย์ที่ร้านกาแฟตามนัด เขาอยากจะอธิบายให้เธอเข้าใจเรื่องพ่อของเขากับพ่อของเธอ

“ไม่ต้องหรอกค่ะรันเข้าใจ แล้วอีกอย่างตอนนั้นรันเองก็เด็กมากจำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ”

“แต่ครรชิตคิดว่าพ่อของพี่เป็นคนทำให้ เอ่อ...”

“เป็นคนทำให้พ่อของรันต้องฆ่าตัวตายน่ะเหรอคะ รันไม่อยากสนใจว่าเรื่องในอดีตจะเป็นอย่างไร รันเลือกที่จะให้อภัยแล้วเดินหน้าต่อค่ะ แต่สำหรับพี่ชิต รันคิดว่าพี่ชิตจะหยุดก็ต่อเมื่อทำลายเชตวัตรได้แล้ว”

ooooooo

น้ำทิพย์ไม่สบายใจมากเมื่อรู้จากศิลาว่าครรชิตคิดจะทำอะไร เขาปลอบท่านว่าไม่ต้องเป็นกังวล ตอนนี้ครรชิตมีหุ้นแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ อย่างมากก็เป็นได้แค่บอร์ด แต่เชตวัตรกรุ๊ปยังคงเป็นของเราอยู่

“แน่ใจนะศิลา ลูกก็รู้ว่าบริษัทนี้สำคัญกับพ่อกับครอบครัวเรามากขนาดไหน”

ศิลายืนยันหนักแน่นว่ามั่นใจ แล้วมองซ้ายมองขวาไม่เห็นขอจันทร์อยู่แถวนั้นก็ถามหา น้ำทิพย์ตั้งข้อสังเกต ตั้งแต่เขากับนังนั่นกลับจากติดเกาะด้วยกัน ท่าทีที่เขามีต่อเธอดูจะเปลี่ยนไป

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็แค่ไม่อยากให้เธอคลาดสายตากลัวจะไปทำอะไรที่เราคิดไม่ถึงน่ะครับ”...

เป็นอย่างที่ศิลาหวั่นใจไม่มีผิด ขอจันทร์ลุกขึ้นมาแต่งตัวเซ็กซี่เพื่อจะดึงความสนใจจากเขา แถมจะขอตามไปทำงานด้วย ศิลาไม่อยากให้เธอรู้ว่าโดนปลดจากตำแหน่งก็เลยไม่ยอมให้ไป อ้างงานเยอะเพราะไปติดเกาะอยู่เกือบหนึ่งอาทิตย์ เธอพยายามตื๊อจะไปทำงานด้วยให้ได้ แต่ไม่สำเร็จ

อีกมุมหนึ่งของบ้าน ตะวันฉายเห็นพ่อหิ้วถังน้ำจะไปล้างรถให้เดือนวารีรีบเข้าไปยื้อแย่ง ในเมื่อท่านไม่ค่อยสบายจะไปตากแดดล้างรถทำไม เดี๋ยวเขาจะไปบอกเธอเองว่าท่านไม่สบาย ให้เธอเอารถไปล้างข้างนอก

“ล้างข้างนอกมันไม่สะอาด แค่เอาผ้าชุบน้ำเช็ดผ่านๆรอยฝุ่นยังไม่ทันจะหายก็เสร็จล่ะ”

“พ่อ...เชื่อฉันสักครั้งไม่ได้หรือไง”

“อ้ะๆตามใจแก” สาโรจน์ว่าแล้วยื่นหมวกกับถุงมือให้ลูกชายก่อนจะเดินกลับห้องพัก ตะวันฉายไม่อยากให้พ่อเป็นกังวล ก็เลยลงมือล้างรถให้เดือนวารีเอง ระหว่างนั้นเจ้าของรถเดินออกมา เขาหันไปเห็นรีบหลบไปเช็ดรถอีกฝั่งหนึ่ง เธอเห็นแค่หมวกแวบๆคิดว่าเป็นสาโรจน์ จะเข้ามาหา แต่ตะวันฉายแกล้งสะบัดผ้าทำน้ำกระเด็น เธอก็เลยไม่เข้ามาใกล้

“วาไม่อยากให้ลุงล้างรถให้เลยนะคะ เดี๋ยวลุงจะเป็นอะไรไปอีก พอเถอะค่ะ เดี๋ยววาเอารถไปล้างข้างนอกเอง ลุงจะได้ไม่ต้องทำ นะคะลุง” เดือนวารีชักเอะใจที่สาโรจน์ไม่พูดโต้ตอบ รีบเข้ามาดูใกล้ๆ ถึงได้เห็นว่าเป็นตะวันฉายก็ตกใจ เขารีบบอกว่าล้างเสร็จพอดี แล้วเก็บข้าวของจะไป

“นายจะหลบหน้าฉันทำไม”

ตะวันฉายรีบเดินออกไปไม่สนใจจะตอบคำถาม เดือนวารีมองตามด้วยความหงุดหงิด...

นอกจากครรชิตจะยึดตำแหน่งประธานกรรมการบริหารแล้ว ยังยึดห้องทำงานไปจากศิลาอีกด้วย สั่งให้คนมาขนข้าวของของเขาออกมาจนหมด แถมยังลดตำแหน่งให้ไปเป็นผู้ช่วยของผู้ช่วยผู้จัดการอีกต่างหาก บุญนำแค้นใจแทนเจ้านาย ต่อว่าว่าถึงครรชิตจะเป็นท่านประธานฯคนใหม่ แต่ทำอย่างนี้มันไม่เหมาะสม

“ไม่เป็นไรคุณบุญนำ คนอย่างผมทำได้ทุกอย่างเพื่อเชตวัตร” ศิลาจ้องหน้าครรชิตด้วยสายตากร้าว แล้วคว้ากล่องใส่ข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองมาที่โต๊ะพนักงาน โดยมีบุญนำเดินตามมาส่ง สักพักครรชิตก็เข้ามาสมทบ ก่อนจะประกาศเสียงลั่นห้อง เพื่อฉีกหน้าศิลาต่อหน้าลูกน้อง

“เอาล่ะ ฟังนะทุกคน ตอนนี้คุณศิลาจะเข้ามาทำตำแหน่งผู้ช่วยของผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป มีอะไรก็ช่วยสั่งสอน ไม่สิ...ช่วยแนะนำเขาด้วยล่ะ”

พวกพนักงานพากันวิพากษ์วิจารณ์เสียงอื้ออึง ศิลาไม่สนใจก้มหน้าก้มตาเอาข้าวของออกจากกล่องวางบนโต๊ะทำงานตัวใหม่ ครรชิตยิ้มยียวนให้เขาก่อนจะผละจากไป บุญนำไม่วายบ่นไล่หลัง

“แค่ได้ขึ้นเป็นประธานแทนคุณศิลาทำเป็นวางอำนาจ คุณศิลาไม่เป็นอะไรแน่นะครับ”

“ผมไม่เป็นไร ยังไงเชตวัตรก็สำคัญที่สุด ตอนนี้เราคงต้องเล่นตามน้ำไปก่อน คุณไปทำงานเถอะ”...

ขอจันทร์เหงาก็เลยลงมากินข้าวกลางวันกับพ่อและมั่นใจ กินข้าวกันไปคุยกันไปอย่างออกรสจนกระทั่งมั่นใจเล่าเรื่องหลานสาวที่ชื่ออ้อยให้ฟังว่าตอนนี้ไม่ค่อยสบายเพราะตรอมใจ ผัวของเธอพร่ำบอกตลอดเวลาว่ารักมากมายแค่ไหน แต่กลับไปยอมพาไปไหนมาไหนด้วย มีอยู่วันหนึ่งเธอตัดสินใจลางานแล้วแวะไปโรงงานที่ผัวทำงานอยู่ เจอผัวกำลังอยู่กับกิ๊ก คำพูดแทงใจดำทำให้ขอจันทร์เผลอตัวกระแทกแก้วน้ำในมือกับโต๊ะกินข้าว แล้วจ้วงอาหารกินเหมือนตายอดตายอยาก สาโรจน์เห็นอาการของลูกสาวก็พอจะเดาออกว่ากำลังโมโห

“จันทร์ เป็นอะไรหรือเปล่าลูก”

“เปล่าจ้ะพ่อ ฉันก็แค่อยากทำงานแต่คุณศิลาไม่ให้ไปด้วย” ขอจันทร์พานคิดไปว่าที่ศิลาไม่อยากให้เธอไปที่ทำงานเพราะนัดเจอกับณิชรันย์เหมือนที่ผัวของอ้อยนัดเจอกิ๊ก

“คุณศิลาเขาคงกลัวแกเหนื่อยมากกว่ามั้ง...พูดก็พูดเถอะตั้งแต่กลับมาครั้งนี้พ่อว่าคุณศิลาเขาดูเป็นห่วงแกนะ” คำพูดปลอบใจของพ่อทำให้ขอจันทร์ยิ้มออก แต่ยังไม่คลายกังวลอยู่ดี...

ทางฝ่ายครรชิตยังสนุกกับการกลั่นแกล้งศิลา สั่งให้ไปทำหน้าที่แทนพนักงานโอปะเรเตอร์คนหนึ่งซึ่งไม่มาทำงาน แม้จะไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน เขากลับทำหน้าที่ได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่อง พนักงานคนอื่นๆที่นั่งอยู่ด้วยพากันมองเขาอย่างชื่นชม...

ที่มหาวิทยาลัย เดือนวารีหยิบแหวนพลาสติกขึ้นมาดู กลุ้มใจที่ตะวันฉายคอยหลบหน้า เฝ้าแต่ครุ่นคิดเรื่องนี้จนอดสงสัยไม่ได้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป พยายามสลัดเขาออกจากความคิดก็ไม่สำเร็จ หยิบมือถือขึ้นมาจะส่งไลน์ไปถาม แต่กลับไม่กล้าส่ง ระหว่างนั้นตะวันฉายส่งไลน์มาหา

“ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย เจอกันที่สวนข้างตึกสองนะ” อ่านข้อความจบเดือนวารีเผลอยิ้มออกมา

ooooooo

น้ำทิพย์ผ่านไปแถวบ้านประภพก็เลยแวะเยี่ยมเยียน หวังจะคุยเรื่องงานแต่งงานของนทีกับลีน่า แต่กลับรู้ข่าวจากรสรินว่าเชตวัตรกรุ๊ปเปลี่ยนตัวประธานบริษัท รีบโทร.ถามศิลาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่อยากอธิบายอะไรตอนนี้ก็เลยตัดบท จะกลับไปเล่าให้ท่านฟังที่บ้านแล้ววางสาย น้ำทิพย์ถึงกับหน้าเครียด

มีเสียงเอะอะดังขึ้นที่หน้าบริษัท ศิลากลับมาที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เห็นขอจันทร์กำลังโวยวายรปภ.ที่บอกให้เธอแลกบัตรก่อนถึงจะยอมให้เข้าในตัวตึก อ้างเป็นคำสั่งของคุณครรชิต ศิลารีบหลบหลังเคาน์เตอร์เพื่อไม่ให้เธอเห็น พนักงานพากันมองงงๆ เขายกนิ้วแตะที่ปากตัวเองเป็นทำนองไม่ให้ใครถามอะไร

ทันใดนั้นมีเสียงขอจันทร์ดังขึ้น “ขอโทษนะคะ ฉันขอโทร.หาคุณศิลาหน่อยค่ะ”

คนถูกเอ่ยชื่อถึงกับสะดุ้ง พยายามจะย่องออกไป แต่ขอจันทร์ชะโงกข้ามเคาน์เตอร์มาเห็นเสียก่อน “คุณศิลามาทำอะไรตรงนี้ค่ะ อย่าบอกนะว่าคุณกลายมาเป็นโอปะเรเตอร์...ฉันพูดเล่นนะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ”

“ไม่มีอะไร ฉันแค่อยากลองทำอย่างอื่นดู” ศิลาว่าแล้วลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้

ขอจันทร์มองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ระหว่างนั้นมีพนักงานส่งพิซซ่าและ รปภ.ช่วยกันถือกล่องพิซซ่านับสิบกล่องเข้ามาหาศิลาซึ่งรีบปฏิเสธว่าไม่ได้สั่ง

“คุณครรชิตสั่งครับ แต่ผมไม่มีบัตรคุณครรชิตเลยบอกให้เอามาให้คุณน่ะครับ” ขาดคำ ครรชิตโทร.มาสั่งให้ศิลาเอาพิซซ่าขึ้นมาให้ที่ห้องทำงาน เขาบอกขอจันทร์ที่ยืนมองอย่างงงๆให้รออยู่ตรงนี้ เขาเอาพิซซ่าไปส่งก่อน แล้วยกกล่องพิซซ่าออกไปอย่างทุลักทุเล

ขอจันทร์มองตามแปลกใจทำไมเขาต้องทำงานแบบนี้เอง จากนั้นเธอเก็บความสงสัยนี้ไปสอบถามบุญนำ ได้ความว่าศิลาโดนครรชิตยึดอำนาจบริหารไป

“แล้วที่คุณศิลาต้องไปทำงานเป็นประชาสัมพันธ์นั่นล่ะคะ”

“คุณครรชิตสั่งให้ทำน่ะครับ คงต้องการแกล้งคุณศิลามากกว่า”...

ฝ่ายรสรินขอบใจลีน่ามากที่บอกเรื่องความตกต่ำของเชตวัตรให้ท่านรู้ก่อน ไม่อย่างนั้นหากปล่อยให้ถึงวันแต่งงานท่านคงต้องแทรกแผ่นดินหนีแน่ๆ

ประภพอดสงสัยไม่ได้ลูกไปเอาข่าวเรื่องการเปลี่ยนประธานบริหารเชตวัตรกรุ๊ปมาจากไหน ลีน่ากำลังคิดอยู่ว่าจะเล่าให้ท่านทั้งสองฟังดีหรือไม่

ครรชิตโทร.เข้ามือถือของเธอเสียก่อน เธอรีบขอตัวออกไปรับสายนอกห้อง...

ขอจันทร์เจ็บแค้นแทนศิลาที่ถูกครรชิตกลั่นแกล้ง ตามมาเอาเรื่องถึงที่ห้องทำงานเก่าของศิลาที่ถูกเขายึดไป แต่คลาดกัน เธอวิ่งตามมาที่หน้าบริษัทเห็นเขาขับรถออกไป รีบโบกวินมอเตอร์ไซค์ให้ขี่ตาม...

ในเวลาเดียวกัน เดือนวารีมาถึงสวนข้างตึกตามที่ตะวันฉายนัด แต่กลับเจอรุจน์แทนที่ แถมยังถามว่านัดให้เขามาหามีเรื่องสำคัญอะไรหรือ เธองงมาก ไปนัดเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

“ก็เห็นตะวันบอกว่าคุณวามีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับผม”

เดือนวารีถึงบางอ้อทันที ที่แท้ตะวันฉายคิดจะทำตัวเป็นพ่อสื่อให้เธอกับรุจน์นี่เอง อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ตะวันฉายแอบมองทั้งคู่ด้วยสายตาเจ็บช้ำใจ

ooooooo

ขอจันทร์ตามครรชิตมาถึงร้านอาหารในโรงแรม หรูกลางกรุง ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าคู่นัดของเขาคือลีน่านั่นเอง ถึงกับออกปากทำไมมาอยู่กับครรชิตได้ในเมื่อเธอเป็นคู่หมั้นของนที ลีน่ายกมือซ้ายให้ดู เพื่อโชว์ว่าไม่มีแหวนหมั้นของนทีบนนิ้วของตัวเองแล้ว ขอจันทร์ถึงกับพูดไม่ออก ครรชิตถามอย่างเสียไม่ได้

“ตกลงที่เธอมาหาฉันมีเรื่องอะไร”

“ฉันอยากมาคุยเรื่องคุณศิลากับคุณค่ะ”

ครรชิตหัวเราะสมเพชที่ศิลาให้ผู้หญิงมาออกหน้า ขอจันทร์มาเองเขาไม่ได้รู้เรื่องด้วย ครรชิตดักคอถ้าจะมาขอร้องให้ช่วยเรื่องเขาคงไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าเธอไม่อยากให้สามีตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็ให้เขาลาออกไปนอนตีพุงเล่นที่บ้าน ลีน่าเตือนเธอว่าพวกเชตวัตรไม่ได้เป็นถังข้าวสารอย่างที่เธอคิด

“ขอบคุณนะคะที่หวังดี ถึงคุณศิลาอาจจะไม่ได้เป็นถังข้าวสาร แต่เขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นถังส้วมที่มีแต่ของสกปรกส่งกลิ่นเหม็นเน่าขยะแขยงเหมือนใครบางคน” ด่าจบขอจันทร์ผละจากไป ลีน่าถึงกับปรี๊ดแตกจะตามไปเอาเรื่อง ครรชิตต้องห้ามเอาไว้ แม้จะชอบใจอยู่ลึกๆ

ที่เห็นผู้หญิงสองคนปะทะคารมกัน...

ทางฝ่ายน้ำทิพย์เป็นลมหลายตลบตั้งแต่กลับจากบ้านประภพเนื่องจากเครียดจัด ทันทีที่เจอหน้าศิลาซักเป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น รสรินบอกท่านว่าครรชิตเข้ามายึดอำนาจการบริหารในเชตวัตรกรุ๊ปได้แล้ว

“อะไรนะครับ! ถ้าอย่างนั้นทางคุณหญิงก็รู้เรื่องหมดแล้ว แล้วทางนั้นเขาว่ายังไงครับ”

“เขาขอถอนหมั้นตาที” น้ำทิพย์เสียงเครียด พลอยทำให้ศิลาเครียดไปด้วย จากนั้นเขาลงไปที่ห้องทำงาน ครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรต่อไปดี สักพักเขาโทร.หาบุญนำให้ช่วยติดต่อประภพให้ บุญนำได้ยินน้ำเสียงไม่สู้ดีนักของเขาก็ทักว่าเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า

“ลีน่าถอนหมั้นเจ้าทีแล้ว”

จังหวะนั้นมีเสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น

ขอจันทร์เปิดประตูเข้ามาโดยที่ศิลายังไม่ได้อนุญาตก็เลยถูกเล่นงาน เธออ้างมีเรื่องสำคัญจะเล่าให้ฟัง เขากำลังติดสายอยู่ ขอร้องให้เธอออกไปรอข้างนอกก่อน ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิด ศิลาจึงคุยกับบุญนำต่อไป

“ผมอยากรู้ว่าท่านประภพรู้เรื่องการเปลี่ยนประธานบริหารได้อย่างไร ผมโทร.ไปหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่มีใครรับสาย ยังไงต้องฝากคุณบุญนำด้วยนะ อ้อ อีกเรื่องหนึ่ง ผมอยากให้เช็กเรื่องคุณศุภารมย์ให้ผมหน่อย”...

ระหว่างที่ขอจันทร์นั่งรอศิลาอยู่ที่โซฟาหน้าห้อง ทำงาน นทีลงมาเห็นเธอเข้า จะเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง แต่เธอหันมาเห็นเสียก่อนก็ร้องทัก เขาจำต้องเดินเข้าไปหาทั้งที่ยังทำใจเรื่องที่เธอรักกับพี่ชายตัวเองไม่ได้ เธอไม่อยากให้ผู้ชายดีๆอย่างเขาต้องโดนลีน่ากับครรชิตทำร้าย ตัดสินใจบอกว่าวันนี้เธอไปเจอลีน่ามา

“ถ้าคุณจะมาพูดให้ผมแต่งกับลีน่าอีกล่ะก็ผมไม่สนแล้วล่ะเพราะคนที่ผมรักไม่ใช่ลีน่า”

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ วันนี้ฉันไปเจอลีน่าอยู่กับครรชิต ท่าทางสองคนนั่นดูสนิทสนมกันมากเลยค่ะ”

ข่าวนี้ทำเอานทีถึงกับไปไม่เป็น

ooooooo

ในเวลาต่อมา นทีตรงไปหาณิชรันย์ที่ร้านสปา ต่อว่าที่ไม่บอกเรื่องพี่ชายของเธอกับลีน่า อยากเห็นเขาเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่นใช่ไหม ณิชรันย์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

“ทีรักลีน่าหรือเปล่าล่ะ”

นทีถึงกับพูดไม่ออก หันหลังจากไป ณิชรันย์มองตามรู้สึกใจหวิวๆชอบกล...

ด้านตะวันฉายยังเจ็บแปลบใจไม่หายที่ต้องหลีกทางให้รุจน์ทั้งที่ตัวเองชอบเดือนวารีมาตั้งแต่จำความได้ เขาใช้การวิ่งออกกำลังเพื่อจะให้ลืมเรื่องนี้ไปจากใจ ระหว่างที่หยุดพักเหนื่อยหลังจากวิ่งจนเหงื่อท่วมตัว เหลือบเห็นเดือนวารีเดินออกมาจากตึกใหญ่ จัดแจงจะหันหลังกลับ แต่เธอเรียกเอาไว้เสียก่อน อยากรู้เหตุผลทำไมถึงนัดเธอให้ไปเจอกับรุจน์ เขาต้องการตัดเธอจากใจ จึงบอกเรื่องที่รุจน์ชอบเธอให้รู้

“ชอบฉันแล้วไง นายก็เลยทำตัวเป็นพ่อสื่อเหรอ”

“แค่นี้ใช่ไหม งั้นผมขอตัว” ตัดบทเสร็จ ตะวันฉายวิ่งออกไป เดือนวารีได้แต่มองตามด้วยความน้อยใจ เขาวิ่งได้ไม่กี่ก้าวก็รีบไปหลบมุมแอบมองเธอ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หารุจน์...

ด้านขอจันทร์รอศิลาอยู่นานสองนานไม่เห็นออกมาสักทีจนเผลอหลับคาโซฟา เขาเปิดประตูห้องทำงานออกมาเห็นเธอนอนอ้าปากหวอฟุบอยู่กับหมอนอิง เข้าไปดึงหมอนอิงออกจากหัวเธอขึ้นมาสำรวจสภาพว่าเปื้อนน้ำลายหรือเปล่าเห็นยังสะอาดดีอยู่ ก็เอามันวางพิงไว้ แล้วเดินกลับเข้าห้องทำงาน มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น บุญนำโทร.มารายงานว่าศุภารมย์กลับมาเมืองไทยแล้ว

“ขอบคุณมาก...ไม่เป็นไรคุณบุญนำ เดี๋ยวผมให้คุณแม่ช่วยประสานให้ต่อจากนี้แล้วกันครับ” ศิลาวางสายด้วยสีหน้าที่พอจะมีความหวัง แล้วเดินออกมาปลุกขอจันทร์ซึ่งตกใจลุกพรวดขึ้นนั่ง ก่อนจะร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดเพราะตกหมอนเนื่องจากศิลาดึงหมอนอิงออกจากหัวทำให้เธอนอนผิดท่า เขารู้สึกผิดต่อเธอ ช่วยประคองขึ้นไปยังห้องนอนแล้วนวดต้นคอให้ โดยมีเธอร้องโอดโอยเป็นระยะๆ

“เบาๆหน่อยเป็นไหมคุณ”

“ผมไม่ได้เป็นนักเวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างคุณนะ... ตกลงว่ามีอะไรจะบอกผม”

ขอจันทร์เล่าเรื่องที่ไปเจอลีน่าอยู่กับครรชิต ศิลาถึงบางอ้อทันที ที่ประภพรู้เรื่องการเปลี่ยนตัวประธานบริหารเชตวัตรกรุ๊ปเพราะอย่างนี้นี่เอง เธอยังรู้อีกด้วยว่าลีน่าถอนหมั้นนทีแล้ว ศิลาไม่ตื่นเต้นเพราะรู้เรื่องนี้ก่อนแล้ว แต่อดสงสัยไม่ได้เธอไปทำอะไรที่นั่น เธอแค่จะตามไปเอาเรื่องที่ครรชิตทำกับเขาไว้ แต่บังเอิญไปเจอสองคนนั่นอยู่ด้วยกัน ศิลาสั่งห้ามเธอทำอะไรแบบนี้อีก

“คุณครรชิตกับคุณมีเรื่องอะไรกันใช่ไหม คุณครรชิตถึงได้แกล้งคุณอย่างนี้”

ศิลาว่าไม่ใช่เรื่องอะไรของเธออย่าไปรู้เลย เธอตัดพ้อพูดได้อย่างไรว่าไม่ใช่เรื่องของเธอ ในเมื่อเธอเป็นภรรยาของเขา ศิลาเข้าใจดีว่าเธอเป็นห่วง แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าคนอย่างครรชิตทำอะไรเขาไม่ได้ เธอเองก็เชื่ออย่างนั้น และจะขอเป็นกำลังใจให้เขา

ooooooo

ยรรยงกับครรชิตดื่มไวน์ฉลองที่เล่นงานศิลากระเด็นตกเก้าอี้ประธานบริหารเชตวัตรกรุ๊ปสำเร็จ โดยเฉพาะฝ่ายแรกสะใจมากที่ศิลาโดนบอร์ดของตัวเองหักหลังเหมือนที่เขาเคยโดนมาก่อน

“แล้วจะเอาอย่างไรต่อไป”

“ได้เวลาที่ผมจะทวงทุกอย่างที่มันควรจะเป็นของครอบครัวผมคืนแล้ว” ครรชิตยิ้มร้าย...

ด้านน้ำทิพย์ไม่สู้จะสบายใจนักเมื่อศิลาคาดการณ์ให้ฟังว่าหมากต่อไปที่ครรชิตคิดจะทำหลังจากยึดอำนาจบริหารไปจากเขาก็คือยึดเชตวัตรกรุ๊ป และเรื่องที่ลีน่าถอนหมั้นนทีก็เป็นเพราะครรชิตเช่นกัน น้ำทิพย์ถึงบางอ้อ ไม่แปลกใจเลยทำไมรสรินถึงได้รู้เรื่องเปลี่ยนประธานบริหารครั้งนี้เร็วนัก

“แล้วลูกจะให้แม่โทร.หาคุณศุภารมย์ทำไม”

“อย่างน้อยเราก็ต้องกันไว้ก่อนครับ เราต้องไม่ให้ครรชิตได้หุ้นของเชตวัตรไปมากกว่านี้จะดีที่สุด”...

ดึกวันเดียวกัน ภายในห้องนอนของศิลาซึ่งปิดไฟมืด มีเพียงแสงสลัวจากพระจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา ศิลามัวแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้นอนไม่หลับ พลิกตัวกลับมาเห็นขอจันทร์นอนกระสับกระส่ายก็ร้องทัก

นอนไม่หลับเหมือนกันหรือ เธอรับคำโดยที่ยังคงนอนหันหลังอยู่บนโซฟา เขาชวนคุยถึงเรื่องเมื่อครั้งที่ติดเกาะด้วยกัน ตอนนั้นเขามีความสุขมาก ขอจันทร์เองก็รู้สึกแบบ เดียวกันกับเขา

“จริงเหรอ...แล้วถ้าเราหย่ากัน มันจะทำให้เธอมีความสุขกว่านี้หรือเปล่า” ศิลาเห็นเธอนอนเงียบก็เลยลุกไปดู ปรากฏว่าเธอหลับไปแล้ว เขาดึงผ้ามาห่มให้แล้วกลับไปที่เตียง อึดใจขอจันทร์ลืมตาโพลงสีหน้าหม่นหมองที่ได้ยินเขาพูดถึงเรื่องหย่า

ooooooo

ขอจันทร์ครุ่นคิดแต่เรื่องที่ศิลาจะขอหย่าทำให้นอนไม่หลับเห็นฟ้าใกล้สางแล้ว ก็เลยลงมาเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน สาโรจน์กำลังจะรดน้ำต้นไม้เห็นลูกสาวสีหน้าเครียดๆก็รู้ทันทีว่าต้องมีเรื่อง เสนอตัวเป็นที่ปรึกษาให้ แล้วสอนว่าปัญหามีไว้วิ่งชนไม่ใช่วิ่งหนี เธอตัดสินใจเล่าเรื่องที่ศิลาจะขอหย่าให้ฟัง

“พ่อไม่รู้หรอกนะว่ามีเรื่องอะไรระหว่างลูกกับคุณศิลา แต่เอาเป็นว่าลูกรู้สึกอะไรตอนที่คุณศิลาบอกว่าจะหย่ากับลูก” สาโรจน์มองลูกสาวเหมือนจะให้ทะลุเข้าไปในหัวใจ ขอจันทร์เผลอบอกว่าเสียใจ แต่พอรู้สึกตัวก็รีบปฏิเสธว่าแค่ตกใจ สาโรจน์ฟันธงทันที ถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าเธอรักคุณศิลา ไม่อย่างนั้นคงไม่มานั่งกลุ้มใจแบบนี้ ขอจันทร์ถึงกับเถียงไม่ออก

“หัวใจของลูกบอกยังไงลูกก็แค่ทำมันไปตามนั้น บางทีคำว่ารักคำเดียวอาจจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นก็ได้”

“ขอบคุณจ้ะพ่อ” ขอจันทร์ยิ้มให้สาโรจน์ รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เดินกลับตึกใหญ่เพื่อจะยืนยันว่ารักศิลาและจะไม่หย่ากับเขาเด็ดขาด

ระหว่างผ่านห้องรับแขกเจอเขาเดินสวนมาจากอีกทางหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องอยากจะคุยด้วย แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร บุญนำโทร.บอกศิลาว่าสืบได้แล้วว่าเช้านี้ศุภารมย์จะไปตรวจสุขภาพที่ไหน ให้เขาตามไปที่โรงพยาบาลแห่งนั้น ศิลาวางสายแล้วหันมาทางขอจันทร์

“ขอโทษนะพอดีฉันมีธุระด่วน เดี๋ยวกลับมาเราค่อยคุยกันนะ” ศิลาว่าแล้วผลุนผลันออกไป

“อ๊าย...ถ้าเขาขอหย่าจริงๆจะทำยังไงเนี่ย” ขอจันทร์กลุ้มสุดๆ แล้วเหลือบไปเห็นรุจน์นั่งอยู่ที่โซฟา ก็ร้องทักว่าเป็นใครมานั่งอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อรุจน์เป็นเพื่อนของเดือนวารี นั่งอยู่ตรงนี้นานแล้ว ขอจันทร์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะผละจากไป รุจน์มองตามงงๆ เขาไม่ได้ตัวเล็กขนาดคนมองไม่เห็นสักหน่อย...

เดือนวารีแปลกใจมากที่เห็นรุจน์มานั่งเสนอหน้าอยู่ที่โซฟารับแขกบ้านเชตวัตร เขาได้ยินมาว่าเธออยากได้คนช่วยทำรายงานก็เลยมาหา เธอจะให้เขาช่วยได้อย่างไรในเมื่อเขาอยู่ปีหนึ่งแต่เธออยู่ปีสอง แล้วนึกขึ้นได้

“เอ๊ะ ฉันชักอยากจะรู้แล้วสินะ ไอ้ที่นายบอกว่าได้ยินมาเนี่ย ได้ยินมาจากใคร”

รุจน์อึกอัก ไม่อยากเอ่ยชื่อตะวันฉายให้เดือดร้อน เดือนวารีพอจะเดาออก หันมาขออนุญาตน้ำทิพย์จะไปทำรายงานกับเขา ก่อนจะพากันออกไป

ตะวันฉายชะเง้อคอยาวมองเข้ามาในตึกใหญ่ เห็นทั้งคู่กำลังเดินออกมารีบหลบมุม เดือนวารีไม่วายต่อว่ารุจน์ว่ากล้ามากที่เข้าไปหาเธอถึงในบ้าน

“ที่จริงผมก็ไม่ค่อยกล้าหรอกครับ แต่เห็นตะวันบอกว่าพักนี้คุณไม่ค่อยสบายใจ ผมก็เลยอยากพาคุณวาไปไหว้พระทำบุญบ้าง เผื่อจะทำให้คุณวาดีขึ้น”

เดือนวารีอ้าปากจะด่ารุจน์แต่เหลือบเห็นตะวันฉายแอบมองอยู่ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นยั่วยวนแทนที่ “แต่ฉันไม่อยากไปวัดนี่ ฉันอยากไปที่ที่ทำให้ฉันตื่นเต้นเร้าใจนะ”

“ตื่นเต้นเร้าใจหรือครับ....ผมนึกออกแล้วครับ เอ่อ ผมขออนุญาตจับมือนะครับ” ว่าแล้วรุจน์ดึงมือ

เดือนวารีออกไปทันที ตะวันฉายได้แต่มองตามช้ำใจที่ต้องหลีกทางให้เพื่อน...

สถานที่ตื่นเต้นเร้าใจที่รุจน์ว่าก็คือค่ายมวยนั่นเอง แต่โชคไม่ดีเชนกับพวกมาซ้อมมวยที่นั่นเช่นกัน เชนพูดจาแทะโลมเดือนวารีทำให้รุจน์ไม่พอใจมากเข้าไปดึงเธอออกห่างแล้วต่อยหน้าเชนล้มคว่ำ เขาไม่ยอมเจ็บคนเดียวต่อยรุจน์คืนให้บ้าง ครูมวยเห็นทั้งคู่มีเรื่องกัน เข้ามาโวยวายที่นี่ค่ายมวยไม่ใช่สนามกัดหมา

“ช่วยด้วยค่ะไอ้พวกนี้มันมาหาเรื่องเรา” เดือนวารีฟ้อง

เชนแก้ตัวว่าไม่ได้หาเรื่อง แค่อยากจะได้คู่ซ้อมเท่านั้น...

ตะวันฉายออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อจะให้ลืมเรื่องที่รุจน์ไปหาที่ตื่นเต้นเร้าใจกับเดือนวารี จังหวะนั้น เดือนวารีโทร.เข้ามือถือของเขาแต่เขาไม่ยอมรับสาย ตั้งหน้าตั้งตาซิทอัพเพื่อให้ลืมเธอไปจากใจ สักพักเธอส่งไลน์ตามมา เขาตัดรำคาญคว้ามือถือขึ้นมาเปิดอ่าน

“ได้ยินไหมว่ารุจน์กำลังจะต่อยกับเชนแล้ว”

เขารีบโทร.หาเดือนวารีทันที ไม่นานนักตะวันฉายมาถึงค่ายมวย เห็นเชนกำลังไล่ต่อยรุจน์ที่หมดทางสู้อยู่บนเวทีมวย ยิ่งเห็นเขามา เชนก็ยิ่งต่อยรุจน์อย่างหนักหน่วงจนล้มลงหมดสติ ตะวันฉายแค้นจัดจะขึ้นไปเอาเรื่อง แต่เดือนวารีรั้งตัวไว้ เตือนให้รีบพารุจน์ไปส่งโรงพยาบาลก่อน เขาถึงได้รีบเข้าไปดูเพื่อนซี้

ooooooo

แม้ศิลาจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการตามหาตัวศุภารมย์ แต่ก็ยังถูกครรชิตได้ตัวท่านตัดหน้าไปก่อน แถมกล่อมจนท่านยอมขายหุ้นให้เพราะคิดว่าสองหนุ่มเป็นเพื่อนรักกัน ศิลายัวะมาก

รีบตามครรชิตจนทันอยากรู้เหตุผลทำไมเขาต้องทำแบบนี้ พ่อของตนไม่เกี่ยวกับการตายของพิชัยพ่อของเขาแม้แต่น้อย

“พ่อฉันเป็นคนสร้างบริษัทนี้ขึ้นมากับมือ อยู่ๆพ่อแกก็มาฮุบทุกอย่างที่ควรจะเป็นของครอบครัวฉันไป”

ป่วยการที่ศิลาจะอธิบายเพราะครรชิตปักใจเชื่อไปเรียบร้อยแล้วว่าเมฆาพ่อของศิลาเป็นคนทำให้พ่อของเขาต้องฆ่าตัวตายต่อหน้าเขา และประกาศจะเอาทุกอย่างที่เคยเป็นของพ่อของเขาคืน ศิลายืนกรานจะไม่ยอมให้เขายึดเชตวัตรกรุ๊ปอย่างแน่นอน ครรชิตแดกดันดูเขาจะมั่นใจเหลือเกินว่าตนจะไม่ได้หุ้นที่เหลือ

“แน่นอนเพราะหุ้นที่แกถืออยู่ก็มีแค่ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นแล้วแกก็ไม่มีทางได้มากกว่านั้น”

“เรื่องนั้นแกไม่ต้องห่วง ถ้าฉันอยากได้อะไรแล้วฉันต้องได้” ครรชิตเสียงกร้าว...

ขณะที่ครรชิตเปิดศึกชิงเชตวัตรกรุ๊ปกับศิลาอย่างเต็มรูปแบบ ขอจันทร์กลุ้มใจเรื่องที่ศิลาจะขอหย่าไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใคร นึกถึงเอริคขึ้นมาได้แวะไปหาที่คอนโดฯที่พัก เขาไม่เข้าใจจะหย่ากันทำไมในเมื่อทั้งเธอและศิลาต่างก็รักกัน มันน่าจะจบสวยอยู่แล้ว

“มันก็ใช่ แต่อยู่ๆเมื่อคืนเขาก็พูดเรื่องหย่าขึ้นมา ฉันก็เลยสับสนว่าจะหย่ากับเขาดีไหมหรือฉันจะไม่หย่าดี แต่หย่าตอนนี้ก็ดีเพราะฉันไม่อยากรักเขามากไปกว่านี้ แต่ถ้าฉันไม่หย่าแล้วอยู่ต่อไปอย่างนี้ ฉันก็ไม่แน่ใจว่าที่เขาพูดเรื่องหย่าเพราะเขาไม่รักฉันหรือเปล่า...โอ๊ย ฉันจะทำยังไงดีล่ะเอริค” ขอจันทร์วุ่นวายใจไปหมด

เอริคครุ่นคิดหนักจะช่วยเพื่อนรักอย่างไรดี

ครู่ต่อมาขอจันทร์แวะมาหาศิลาที่ทำงานแต่เขาไม่อยู่ เธอก็เลยเขียนโน้ตฝากไว้กับบุญนำ โดยกำชับว่าต้องให้กับมือเขาให้ได้...

ทางด้านครรชิตยังคงหาทางจะทำอย่างไรให้ได้หุ้นของเชตวัตรกรุ๊ปมาไว้ในครอบครองให้ได้มากที่สุด เนื่องจากตอนนี้เขามีหุ้นอยู่แค่ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงสั่งให้บุญนำเอารายละเอียดของผู้ถือหุ้นเชตวัตรกรุ๊ปทั้งหมดมาให้ บุญนำไม่รู้จะทำอย่างไรดีแอบโทร.ฟ้องศิลาซึ่งกำลังมาไหว้เจดีย์เก็บอัฐิของเมฆา ทำให้เขาต้องบึ่งรถกลับมาที่บริษัทแทบไม่ทัน

ครรชิตเห็นบุญนำอิดออดก็เลยสั่งการให้วุธไปจัดการแทน บุญนำมาเห็นเข้าก็โวยวายว่านี่เป็นเอกสารลับของทางบริษัท เขาไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้แม้จะเป็นประธานบริหารคนใหม่ก็ตาม ครรชิตรำคาญสั่งการให้วุธลากตัวเขาออกไปจากห้องทำงานของตน จังหวะนั้นศิลาพรวดพราดเข้ามาสั่งห้ามวุธแตะต้องตัวบุญนำ

“ศิลา แกขึ้นมาทำไมโต๊ะทำงานของแกอยู่ข้างล่างนี่”

ศิลาได้ยินมาว่าครรชิตกำลังหารายชื่อผู้ถือหุ้นที่เหลือไม่ใช่หรือ ก็เลยจะมาถามว่ามีอะไรให้ช่วยบ้าง ครรชิตไม่รู้เขาจะมาไม้ไหนแต่ก็ยอมให้ช่วยเหลือ ไม่นานนัก ครรชิตก็ได้รายชื่อผู้ถือหุ้นตามที่ต้องการ โดยหุ้นส่วนที่เหลือศิลาถือไว้ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ น้ำทิพย์มีอยู่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ อีกสิบเปอร์เซ็นต์เป็นของนที

“และส่วนสุดท้ายก็คือมิสเตอร์ทีซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเชตวัตรกรุ๊ปอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แกอาจจะซื้อบอร์ดบริหารพวกนั้นได้ แต่แกซื้อความเป็นเชตวัตรไปจากพวกเราไม่ได้ ที่มิสเตอร์ทียังถือหุ้นในเชตวัตรเพราะเขาเป็นเพื่อนกับพ่อฉัน แกคิดว่าเขาจะยอมเสียบริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นมาให้ตกอยู่ในมือคนอื่นหรือไง”

ooooooo

คู่วุ่นลุ้นแผนรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด