ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กลกิโมโน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: “เบิร์ด” ธงไชย ประกบ “ชมพู่ อารยา” ในละครฟอร์มยักษ์ “กลกิโมโน”

กลางดึก นานะรู้ตัวว่าทำกระเป๋าเงินหล่นหาย จึงชวนนารูตะไปช่วยหา ฮิโตชิเก็บได้นั่งรออยู่ปากบ่อ พอทั้งสองมาหาแถวนี้ก็ส่งให้ นานะจำได้ว่าเขาคือผีที่เห็นใต้โต๊ะ แต่นารูตะไม่เชื่อเอาก้อนหินปาใส่หัว ฮิโตชิโกรธกลายสภาพเป็นผีน่ากลัว ทั้งสองตาโพลงหัวฟูวิ่งหนีป่าราบ

“อายูมิโกหก ไม่มีใครชอบฮิโตชิจริงๆซะหน่อย ฮือๆๆๆ” ฮิโตชิกุมหัวที่มีเลือดสีดำไหล

ในห้องทำงานที่โรงงานทอผ้า รินดาราแวะมาต่อว่าอาคิระที่เขาไปมีเรื่องกับพวกโคสึกะ

“ผมบอกท่านชายไปแล้วว่าไม่ต้องห่วงผม เพราะถ้าผมดูแลตัวเองไม่ได้ แล้วผมจะดูแลคนในตระกูล

มิยาคาวะได้ยังไง ถ้าคุณไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปหาท่านชายเถอะ” อาคิระตัดพ้อ

“ฉันขอล่ะ ช่วยทำตัวกับฉันให้เหมือนเดิมได้ไหม ถึงตอนนี้หน้าที่ของเมียวโจในตัวฉันคือช่วยท่านชาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า หน้าที่ของรินดาราลูกจ้างคุณจะต้องเลิกไป”

“แต่คุณว่าไม่แปลกเหรอ ที่ผมมีลูกจ้างเป็นถึงร่างอวตารของเทพธิดาดาวเดือนเจ็ด”

“นี่คุณ!”

“ผมว่าแปลกนะ เพราะถ้าเกิดวันไหนผมพูดจาไม่เข้าหูคุณขึ้นมา ผมอาจจะโดนคุณลงโทษ สาปให้เป็นหมูเป็นหมาก็ได้”

“ฉันทำอะไรแบบนั้นไม่ได้หรอก เพราะความสามารถพิเศษอย่างเดียวที่เมียวโจมอบให้ฉันมาตั้งแต่เกิด ใช้สาปคนปากเสียให้เป็นสัตว์ไม่ได้” รินดาราประชดกลับแล้วหัวเสียออกไป

อาคิระสะท้อนใจ วิ่งตามมาคว้ามือเธอไว้ “เดี๋ยวสิ เวลาผมกลับมาเป็นอาคิระคนเดิมแล้ว ทำไมคุณต้องมาโกรธผมด้วย ก็คุณเองไม่ใช่เหรอที่ขอให้ผมกลับมาพูดจากับคุณเหมือนเดิม”

รินดาราชะงักมองหน้า ไม่คิดว่าเขาจะกวนประสาทกลับไปเป็นตอนแรกที่ไม่ลงรอยกัน จึงแดกดันอยากมีพลังพิเศษ เสกให้เขาหุบปากไม่ต้องพูดให้หัวเสีย อาคิระยอมอ่อนลง

“เอาล่ะๆผมเข้าใจแล้วว่าหน้าที่ของคุณคืออะไร ส่วนหน้าที่ของผมคืออะไร จากนี้ไปเราก็ทำตัวกันเหมือนเดิม โอเคไหม...งั้นคุณช่วยบอกผมได้ไหมว่า พลังพิเศษที่เทพเจ้าดาวเดือนเจ็ดมอบให้คุณมาเพื่อช่วยให้พาท่านชายกลับสวรรค์ คืออะไร”

“เอาไว้ถึงเวลาคุณก็จะรู้เอง เพราะมันเกี่ยวข้องกับการตามหานกกระเรียนทองคำ”

อาคิระรีบถามรู้แล้วหรือว่าอยู่ที่ไหน รินดาราตอบว่ายัง แต่มีคนรู้จักที่พอจะไปขอความช่วยเหลือจากเขาได้ อาคิระงงเป็นใคร

วันต่อมา รินดาราพาอาคิระมารอพบเพื่อนคนหนึ่งของเธอที่ร้านกาแฟในเมือง เคนจิเป็นสัตวแพทย์ที่สนใจเรื่องสัตว์ประหลาด สัตว์ในตำนาน เป็นคนที่เธอคิดว่าจะพึ่งพาได้ อาคิระหวั่นใจ ถามเธอสนิทกับเขามากแค่ไหนเพราะข้อมูลที่จะขอให้เขาช่วยมันเป็นเรื่องสำคัญ

“คุณไว้ใจเคนจิได้ เพราะเขากับฉันเคยคบกันมาก่อน”

อาคิระชะงัก ไม่ทันไร เคนจิเดินเข้ามากอดรินดาราอย่างสนิทสนม ขอโทษที่ให้รอนาน หญิงสาวบอกไม่เป็นไรตนต่างหากที่รบกวน

“ผมบอกแล้วไงตั้งแต่ที่เรายังคบกัน...” เคนจิพูดไม่ทันจบรินดาราเสริมต่อ

“ถ้าฉันต้องการความช่วยเหลืออะไร เธอก็จะมา ทันที ฉันจำได้จ้ะ ขอบใจมากนะเคนจัง”

เคนจิลูบไล้แก้มหญิงสาวอย่างอ่อนโยน อาคิระเห็นแล้วหึง กระแอมแทรกจะไม่แนะนำบ้างหรือ รินดาราจึงหันมาแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน เคนจิโน้มศีรษะทักทายและรับปากจะช่วยเต็มที่ อาคิระลุกไปสั่งกาแฟ เปิดโอกาสให้ทั้งสองคุยกัน พอกลับมาก็ถามได้เรื่องไหม

“ได้ค่ะ เคนจังสนใจและเคยติดตามศึกษาเรื่องราวของนกกระเรียนทองคำมาพอสมควร ที่บ้านเขามีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ เขาเลยอยากขอเวลาไปค้นคว้าข้อมูลเก่าๆมาเพิ่มแล้วจะรีบติดต่อเราทันที”

อาคิระจึงยื่นนามบัตรให้ บอกเคนจิว่าได้ข้อมูลอย่างไรติดต่อตนได้ตลอดเวลา เคนจิบอกจะไปหาที่เมืองสึกิเลย อาคิระแปลกใจ รินดาราบอกว่าเคนจิอยากไปพบโฮชิ แล้วเคนจิก็นึกได้ว่ามีของจากเนปาลมาฝากรินดารา เป็นผ้าพันคอสีสวย เธอชื่นชมสวยมาก อาคิระมองเซ็งๆ

ooooooo

ด้วยความที่ร่างกายยูกิเสียพลังไปมาก ไดซุเกะจึงถ่ายพลังของตัวให้ เพื่อเธอจะได้ไปจัดการรินดารา หารู้ไม่ว่าเธอแอบดูดพลังเขามามากกว่าที่คิด ทำให้ไดซุเกะถึงกับสำลักหมดแรง

รุ่งเช้า นานะกับนารูตะนอนละเมอร้องลั่นผีหลอกๆ โฮชิต้องมาช่วยดูอาการ ทั้งสองเล่าว่าเจอผีเด็กหลอก...

โฮชิจึงมาที่บ่อร้าง ถามฮิโตชิทำไมแกล้งคนในบ้าน เขาฟ้องด้วยสีหน้าเศร้า

“พวกเขาทำฮิโตชิก่อน พี่รินดาราสอนอายูมิว่าถ้าอยากให้คนรักต้องรู้จักช่วยเหลือคนอื่น ฮิโตชิช่วยพวกเขาหาของ แต่ทำไมพวกเขาก็ยังทำร้ายฮิโตชิ” เด็กน้อยเปิดหน้าผากที่มีเลือดไหล

ฮิโตชิทำให้โฮชิเห็นภาพเหตุการณ์คืนนั้น เขาสงสารเด็กน้อย จึงจูบที่หน้าผาก แผลหายเป็นปลิดทิ้ง แล้วลูบหัวอย่างเอ็นดู “เชื่อฉันนะฮิโตชิ พวกเขาเป็นคนดี พวกเขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเธอหรอก แต่ที่พวกเขาทำไปเพราะยังไม่รู้จักเธอดีพอ อย่าโกรธพวกเขาเลย”

ฮิโตชิเชื่อฟัง โฮชิกำชับคราวหลังอย่าให้ใครเห็นอีก เดี๋ยวจะจับไข้กันหมดแล้วจะไม่มีใครดูแลอายูมิ ฮิโตชิรับปาก ทันใดเสียงมิกิดังขึ้น ถามคุยกับใคร ฮิโตชิหายวับไป มิกิดักคอว่าโฮชิคุยกับผีเด็กใช่ไหมแล้วเข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร โฮชิมองหน้ามิกิก่อนจะตัดสินใจเล่าให้ฟัง มิกิฟังแล้วหวั่นใจ ถ้าผีจะอยู่ในความดูแลของเขาไม่ออกมาสร้างความเดือดร้อนอีกก็หายห่วง

พอดีเคโกะมารายงานว่ายูกิมาขอพบ โฮชิจะเดินไป มิกิคว้าแขนถามจะไปไหน เขาบอกไปรับแขก มิกิกระซิบ “คุณยูกิไม่ได้สำคัญถึงขนาดจะต้องรู้ความลับของท่านชายหรอกค่ะ ให้เธอได้กิโมโนจากมิยาคาวะไปอย่างเดียวก็พอ อย่าให้เธอรู้เรื่องอื่นไปด้วยเลย เดี๋ยวความลับของท่านชายจะถูกเปิดเผย”

โฮชิแปลกใจ บอกมิกิเคยบอกว่าตนควรเป็นเพื่อนกับยูกิ มิกิตกใจเป็นไปไม่ได้เพราะตนเพิ่งรู้จักเธอ โฮชิจึงขอทดสอบยูกิอีกสักครั้ง ด้วยการให้มิกิไปบอกยูกิว่าตนรออยู่ที่ศาลเทพเจ้านกกระเรียน...ด้วยความที่ยูกิได้รับพลังจากไดซุเกะมาเต็มเปี่ยม จึงไม่สะทกสะท้านต่อเสาโทริอิหน้าศาล และเข้าไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลได้สบายๆ โฮชิจับตามองครุ่นคิด

กลับมาที่สวนของบ้าน ยูกินั่งดูแบบลายชุดกิโมโนดอกวิสทีเรียที่มิกิออกแบบอย่างชื่นชม มิกิยืนอยู่อีกด้านกระซิบถามโฮชิว่ายูกิผ่านประตูโทริอิได้ หายสงสัยหรือยัง โฮชิกระซิบตอบ

“ความสงสัยมันหายไปแล้ว แต่ฉันยังมีความรู้สึกอะไรบางอย่างกับผู้หญิงคนนี้ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้”

“ท่านชายเป็นห่วงพวกเราจนคิดมากไปหรือเปล่าคะ”

“ฉันก็ขอให้เป็นแบบนั้น เอาเป็นว่าถ้าคุณยูกิไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน พวกเราก็จะเป็นมิตรกับเธอได้”

ยูกิหันมอง มิกิจึงยิ้มเข้าไปถามว่าชอบแบบไหม เธอตอบว่าชอบ พอดีเสียงรถอาคิระกลับมา ยูกิทำทีขอไปเข้าห้องน้ำ

รินดาราจะเดินไปหาโฮชิ อาคิระเห็นผ้าพันคอที่เคนจิให้โผล่จากกระเป๋าเธอ จึงเตือนให้เอาไปเก็บที่ห้องเสียก่อน คงไม่ดีถ้าให้โฮชิเห็น เธอแปลกใจทำไม อาคิระทำหน้าเซ็ง

“ไม่มีใครรู้สึกดีเวลาเห็นคนรักของตัวทำท่าปลาบปลื้มของที่คนอื่นมอบให้หรอกคุณ”

รินดาราย้อนว่าโฮชิไม่ใจแคบ อาคิระลืมตัวเสียงเข้ม “ไม่ได้ใจแคบแต่หวง...”

รินดาราตกใจทำไมต้องโมโหขนาดนั้น อาคิระรู้สึกตัวรีบเก๊กกลบเกลื่อน ตนเข้าใจความรู้สึกผู้ชายด้วยกันดี “...ทำตามที่ผมบอกเถอะ ผมมีหน้าที่ดูแลท่านชาย ไม่ว่าเรื่องอะไรที่จะทำให้ท่านไม่สบายใจ ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด” ว่าแล้วก็เดินเคร่งขรึมไป พอลับหลังก็เศร้า

รินดาราจึงเดินกลับห้องเพื่อเก็บกระเป๋า รู้สึกเหมือนมีใครแอบมอง พอหันมองก็ไม่เห็นใคร จึงเดินเข้าห้องวางกระเป๋า ทันใดประตูห้องเปิดออกเอง เธอแปลกใจไม่ทันเห็นว่ายูกิห้อยหัวอยู่เหนือประตู รอจังหวะจัดการรินดารากำลังจะดึงประตูปิดก็ได้ยินเสียงอายูมิร้องไห้ลั่นจึงผลุนผลันออกไป ยูกิเจ็บใจเกือบจะถึงตัวเธออยู่แล้ว

โฮชิกับมิกิอยู่ในสวนก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของอายูมิเช่นกัน ต่างรีบมาที่ห้องเธอ...ยูกิตามหลังรินดารามาหวังหาโอกาสฆ่าเธอ ยูกิกางกรงเล็บพุ่งเข้าใกล้ รินดารามีอาการเจ็บปวดที่ปาน เกิดแสงวาบกระแทกร่างยูกิกระเด็นติดฝา ล้มลงกับพื้นสีหน้าเจ็บปวด รินดาราไม่รู้เรื่องเดินต่อไป โฮชิกับมิกิเดินมาเห็นปราดเข้าถามยูกิเป็นอะไร เธออึกอักโกหกว่ารู้สึกเวียนหัวจะเป็นลม

รินดาราเดินมาถึงห้องอายูมิ เห็นหนูน้อยร้องไห้มองไอที่นิ้วเลือดอาบเพราะถูกมีดบาด

“อายูมิให้พี่ไอปอกแอปเปิ้ลให้กิน แต่มีดบาดนิ้วพี่ไอ อายูมิขอดูแผล พี่ไอก็ดุอายูมิ”

รินดาราปลอบว่าไอคงตกใจ แล้วเข้าไปดูแผลให้ไอเพราะเห็นเลือดออกมาก เธอตวาดอย่ามายุ่ง รินดาราจึงส่งผ้าเช็ดหน้าให้กดแผลไว้ ไอปัดทิ้ง

“ฉันบอกว่าไม่ต้องไงล่ะ เธอทำฉันเจ็บกว่านี้หลายเท่า ฉันเจ็บแค่นี้มันไม่ตายหรอก”

รินดารางงถามตนทำอะไรให้ ไอไม่ตอบลุกเดินออกจากห้อง รินดาราตามไปถาม “เดี๋ยวค่ะ คุณต้องคุยกับฉันให้รู้เรื่องก่อน ฉันทำอะไรให้คุณ”

ไอผลักรินดาราอย่างแรงกระเด็นไปชนโต๊ะล้มทั้งคนทั้งโต๊ะเสียงดังโครมคราม อาคิระมาถึงพร้อมโฮชิแต่ปราดเข้าดูรินดาราก่อน มิกิและยูกิเดินตามมา มิกิถามไอเกิดอะไรขึ้น ไอบอกว่าเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจ มิกิให้ไอขอโทษ ไอน้ำตาร่วง “ไอบอกแล้วไงคะว่าไอไม่ได้ตั้งใจ”

“ไอ...ทำตัวให้สมกับเป็นมิยาคาวะด้วย ย่าสั่งให้ขอโทษคุณรินดาราเดี๋ยวนี้” มิกิเสียงเข้ม

ไอกลัวจนฝ่อเพราะไม่ค่อยเห็นมิกิดุแบบนี้ จึงสะบัดเสียงขอโทษแล้วเดินลิ่วออกไป รินดาราขอให้อาคิระไปดูแลไอ เขาจึงวิ่งตามไป...เห็นไอกำลังระบายอารมณ์ด้วยการดึงทึ้งต้นไม้

“ฉันเกลียดแก! เกลียดๆๆๆๆ!”

อาคิระเข้ามาห้ามให้หยุด ดึงไอออกมาห่างต้นไม้ ไอหันมาซบอกเขาร้องไห้โฮ อาคิระปล่อยให้เธอร้องสักพัก แล้วเอ่ยปาก “ถ้ามีปัญหาอะไรคุยกับฉันได้นะ ฉันจะช่วยไอเอง”

ไอปาดน้ำตาถามว่า “อาคิระช่วยไอแน่นะ”

“ถามแปลก เป็นพี่น้องกันไม่ช่วยกันแล้วใครจะมาช่วยเรา จริงไหม”

“อาคิระเอารินดาราออกไปจากบ้านเรานะ...ให้มันกลับไปอยู่ที่ที่ของมัน แล้วไอจะช่วยหานักกายภาพคนใหม่มาดูแลอายูมิแทนเอง ไอจะหาคนที่เก่งกว่าหลายเท่าเลย...นะอาคิระนะ”

“รินดาราทำอะไรให้ไอไม่พอใจ”

“ก็มันทำให้ฮิเดะ...เอ่อ...มีคนเคยเห็นรินดาราคุยกับฮิเดะ ท่าทางสนิทสนมกันด้วย ไอกลัวว่าเธอจะเป็นพวกโคสึกะ อาคิระต้องรีบเอามันออกไปจากที่นี่ มันจะสร้างความเดือดร้อนให้เรา”

อาคิระกุมมือไอ “เชื่อฉันนะ ฉันเอาชีวิตเป็นประกันได้ รินดาราเป็นคนของมิยาคาวะ เป็นคนของเทพนกกระเรียน รินดาราไม่มีวันทำให้มิยาคาวะเดือดร้อนแน่นอน”

“งั้นอาคิระก็ต้องทำให้รินดาราอย่าไปยุ่งกับฮิเดะ ไอจะได้สบายใจ”

“ถึงเราจะเป็นนายจ้างเขา แต่เราไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเขาหรอกนะไอ”

ไอสะบัดมือออกอย่างหงุดหงิด “นี่น่ะเหรอพี่น้องกัน ไม่เห็นจะช่วยอะไรไอได้สักอย่าง ทุกคนที่เคยรักไอเปลี่ยนใจไปรักรินดารา ไอไม่เหลือใครอีกแล้ว”

อาคิระร้องเรียกไอที่วิ่งร้องไห้ออกไป เขารู้สึกไม่สบายใจ...ด้านมิกิต้องขอโทษยูกิที่มีเรื่องวุ่นวายในบ้าน จู่ๆโฮชิก็จามออกมา ยูกิแปลกใจถามเขาเป็นหวัดได้อย่างไร โฮชิมองสงสัยทำไมตนจะเป็นไม่ได้ ตนมีอาการแบบนี้มาพักใหญ่แล้ว ยูกิพยักหน้าพอจะรู้สาเหตุ

จากนั้นยูกิกลับมาเล่าให้มาโกโตะฟัง เขาขำที่เทพเจ้าหึงแล้วเป็นหวัด ยูกิตวาดอย่ามาล้อเล่น ตนจะต้องให้อาคิระกับรินดารารักกันจะได้ง่ายต่อการที่จะเข้าไปยืนในหัวใจโฮชิ มาโกโตะแย้งทำแบบนั้นริเอะก็ผิดหวัง ยูกิ ย้อนกลัวริเอะผิดหวังหรือตัวเองไม่ได้ครอบครองมิยาคาวะ

มาโกโตะยอมรับว่าทั้งสองอย่าง ยูกิจึงบอกว่าให้โฮชิรักตนก่อน แล้วตนจะทำให้อาคิระหันมารักริเอะ แต่ มาโกโตะรู้นิสัยลูกสาว คงไม่ยอมรอแน่ ยูกิมีวิธีจะให้ริเอะไปสนใจอย่างอื่นก่อน เป็นสิ่งที่เธอรักไม่น้อยกว่าอาคิระ นั่นคือทำงานให้แฮโรลด์

ยูกิทำให้แฮโรลด์วุ่นวายกับการทำงานแล้วได้เห็นแบบเสื้อที่ริเอะออกแบบ เกิดสนใจจนเรียกเธอมาทำงาน

...ริเอะได้รับโทรศัพท์จากแฮโรลด์ก็ดีใจมาก เพราะชุดตนได้เป็นถึงชุดฟินาเล่

ooooooo

เช้าวันใหม่ รินดาราออกมานั่งเล่นในสวนครุ่นคิดเรื่องไอ โฮชิเข้ามาถามยังไม่หายกลุ้มใจหรือ รินดาราบอกว่าพยายามคิดว่าไปทำอะไรให้เธอโกรธ โฮชิปลอบ

“ชีวิตสี่ร้อยปีสอนให้ฉันรู้ว่า ไม่มีใครสามารถทำให้ทุกคนพอใจสิ่งที่เราทำได้ แต่ถ้าเรามั่นใจว่าเราไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร เราก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก”

“นั่นสิคะ ขนาดในตำนานบอกเอาไว้ว่านางปีศาจหิมะทำให้เทพเจ้าจิ้งจอกสูญสลาย แต่ตระกูลโคสึกะก็ยังโทษว่าเป็นความผิดของเทพเจ้านกกระเรียน หรือว่าเรื่องในตำนานกับเรื่องจริงไม่เหมือนกัน” โฮชิตอบว่าเหมือน รินดาราข้องใจแล้วนักเขียนรู้ความจริงได้อย่างไร

โฮชินึกถึงนักเขียนที่ตนเล่าเรื่องราวให้เขาฟังและย้ำให้เขาตีพิมพ์เรื่องนี้ออกไป รินดาราเห็นโฮชิยิ้มๆ ก็สงสัยหรือเขาเป็นคนเล่าให้คนเขียนนิทานฟัง

“ใช่ฮิคาริ ฉันตั้งใจให้เขาเขียนเรื่องของฉันขึ้นมาเพื่อส่งเรื่องราวของฉันไปถึงเธอ”

“จริงเหรอคะ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ที่เราได้กลับมาพบกัน ไม่ใช่แค่เมียวโจเลือกฉันเป็นร่างอวตารฝ่ายเดียว แต่เป็นเพราะท่านชายเองก็ช่วยดึงฉันเข้ามาใกล้ด้วย แล้วท่านชายรู้ได้ยังไงว่าฉันจะอ่านแล้วหลงรักเมืองสึกิแบบนี้”

“ฉันไม่รู้อะไรหรอก รู้แต่ว่าฉันต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้พบเธออีกครั้ง แค่เสี้ยววินาทีก็ยังดี” โฮชิลูบไล้แก้มรินดารา แล้วจูบหน้าผากเธอ

รินดาราชะงักพยายามเข้าใจว่านั่นเป็นการแสดงความรักต่อเมียวโจแต่ก็ยังขัดเขิน ทันใดเสียงอาคิระดังขึ้นจากด้านหนึ่ง โวยจะไม่มีการให้กิโมโนของมิยาคาวะไปให้ใครจัดแสดงทั้งนั้น รินดาราลืมตัวผละจากโฮชิไปทางเสียงอาคิระทันที โฮชิเก้อรู้สึกว่าเธอเป็นห่วงอาคิระมาก

อาคิระวางสายท่าทางหงุดหงิด เพราะริเอะเซ้าซี้เรื่องเอากิโมโนให้แฮโรลด์ รินดารารี่เข้ามาถามไถ่พอรู้เรื่องก็ค่อยๆกล่อม โฮชิตามมาเสริมน่าจะให้โอกาสเขาเอาไปโชว์ อาคิระโค้งให้

“ท่านชาย...ผมต้องการรักษาคุณค่าของกิโมโนมิยาคาวะเอาไว้นะครับ การเอากิโมโนมิยาคาวะไปจัดแสดงก็เหมือนเป็นการทำโฆษณา ผลที่ตามมากิโมโนของมิยาคาวะก็จะไม่แตกต่างจากกิโมโนที่ขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด”

โฮชิให้เหตุผลว่า โลกมันเปลี่ยน คนรุ่นใหม่จะมีสักกี่คนที่รู้ซึ้งถึงคุณค่ากิโมโนแต่ละผืน รินดาราเสริม “ใช่ค่ะ ถ้าคนที่ไม่รู้จักกิโมโนดีก็จะบอกว่ากิโมโนของ

มิยาคาวะแพงเกินไป แต่ถ้าเขารู้ถึงคุณค่าที่ซ่อนอยู่ข้างใน เขาจะรู้ว่าจริงๆแล้วราคาที่ตั้งไว้มีค่าน้อยกว่าค่าของมันมาก”

“เท่าที่ฉันรู้ คุณแฮโรลด์คนนี้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าจากทุกมุมโลก ถ้าเขาเจาะจงมาง้อมิยาคาวะแสดงว่าเขาไม่ใช่แค่ชอบ แต่เขาศรัทธาผ้ากิโมโนของมิยาคาวะมาก”

รินดาราขอให้อาคิระยอมให้โอกาสคนชาติอื่นได้รู้จักกิโมโนของมิยาคาวะบ้าง เขามองสายตาอ้อนวอนของเธอแล้วใจอ่อนยอมตกลง หญิงสาวยิ้มสดใส เขาเผลอมองอมยิ้ม โฮชิเห็นสายตาของอาคิระและรินดาราที่มองกันก็สะท้อนใจ กล่าวคงมีเพียงรินดาราที่กล่อมอาคิระได้

อาคิระได้สติเน้น “คุณรินดาราเป็นแค่คนดูแลอายูมิ เธอไม่ได้มีอิทธิพลกับผมมากขนาดนั้นหรอกครับ แต่ที่ผมยอมให้คุณแฮโรลด์เอากิโมโนไปจัดแสดง ก็เพราะอย่างที่ท่านชายพูด คุณแฮโรลด์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าจากทุกมุมโลก บางทีเขาอาจจะเคยเห็นขนนกกระเรียนทองคำอยู่ที่ส่วนอื่นของโลกบ้างก็ได้”

“ฉันเพิ่งเห็นคุณพูดจาเข้าท่าก็ครั้งนี้ แต่ถ้าจะให้เข้าท่ามากกว่านี้ เรื่องคุณแฮโรลด์ คุณต้องให้ฉันร่วมมือด้วย”

อาคิระเหน็บคิดว่าตัวเก่งมาจากไหน รินดาราโต้ไม่เก่งแต่มั่นใจว่ามนุษยสัมพันธ์ดีกว่าเขา อาคิระมองเคืองๆ เธอเชิดใส่ โฮชิเศร้ารู้สึกตัวเองเป็นเหมือนอากาศธาตุ

ooooooo

วันต่อมา ริเอะไม่พอใจเมื่อเห็นอาคิระพารินดารามาด้วย แฮโรลด์ตื่นเต้นต้อนรับ พอเห็นรินดาราก็ชื่นชมว่ารูปร่างลักษณะดีน่ามาเดินแบบให้ตน ริเอะเบ้หน้าหมั่นไส้ อาคิระค้านอ้างรินดาราจะทำให้ขายหน้ามากกว่า ริเอะรีบแทรกให้อาคิระบอกข่าวดีแก่แฮโรลด์

“ผมปรึกษากับผู้ใหญ่ในตระกูลแล้ว ทางเรายินดีมอบกิโมโนของมิยาคาวะให้คุณจัดแสดงที่สถาบันของคุณ”

แฮโรลด์เป็นปลื้มมาก ริเอะรีบเอาหน้าว่าตนเป็นคนพูดให้อาคิระยอมใจอ่อน รินดารากับอาคิระหันขวับมองริเอะช่างกล้าพูด แฮโรลด์ปราดเข้าจับมือริเอะ“ขอบคุณมากนะริเอะ ไม่ผิดหวังเลยที่ผมเลือกชุดซามูไรประยุกต์ของคุณเดินฟินาเล่”

“ริเอะทำชุดกิโมโนประยุกต์ค่ะ” ริเอะทำหน้าเซ็ง

แฮโรลด์กล่าวขอโทษแล้วประกาศวันนี้ต้องฉลอง ตนมีเหล้าบ๊วย รินดาราอาสาไปช่วยจัด ก่อนเดินไปหันมาสบตาอาคิระอย่างรู้กัน...ระหว่างที่ช่วยจัดแก้ว รินดาราก็ชวนคุย ถามที่สถาบันเขาคงมีผ้าจัดแสดงมากมาย เขาอวดว่าเยอะมาก แต่ละชิ้นถ้าไม่โก้เก๋ไม่มีคุณค่าทะลุระดับห้าดาว อย่าได้คิดเข้ามาแสดงตัวในสถาบันแฮโรลด์

“ดิฉันเคยได้ยินมาว่าที่สถาบันคุณมีชุดที่ทำจากขนนกกระเรียนทองคำ...จริงไหมคะ”

แฮโรลด์บอกที่สถาบันไม่มีชุดนกกระเรียนทองคำ

...แต่...มีที่นี่ รินดาราตาโพลง ริเอะตามเข้ามาทำทีจะมาช่วย แปลกใจแฮโรลด์กับรินดาราไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว เสียงแฮโรลด์ร้อง แต่นแตนแต๊น...แล้วเปิดห้องที่มีชุดนกกระเรียนทองคำแขวนอยู่ รินดาราผิดหวังอย่างมาก เพราะมันเป็นขนนกปลอมย้อมสี จึงถามแฮโรลด์มีแบบของจริงไหม

“คุณน้องขา...นกกระเรียนทองคำมันมีจริงซะที่ไหนล่ะครับ มันก็มีแต่ในนิทานเท่านั้น ว่าแต่คุณถามถึงขนนกกระเรียนทองคำไปทำอะไร”

รินดารายิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย ริเอะแอบฟังอย่างสงสัย กลับมาเล่าให้ยูกิกับมาโกโตะฟัง อ้างเป็นการตอบแทนที่ยูกิช่วยให้ตนได้ทำงานกับแฮโรลด์ และรู้ด้วยว่าความจริงเขาไม่ได้สนใจงานออกแบบของตนเลย...ยูกิรู้ว่าเมียวโจส่งรินดารามาช่วยหาขนนกกระเรียนทองคำเพื่อช่วยให้โฮชิได้กลับสวรรค์ ตนไม่มีวันยอม จะขัดขวางถึงที่สุด

ooooooo

เช้าวันใหม่ รินดารากำลังเคลิบเคลิ้มยืนหลับตาฟังเสียงบรรเลงโกโตะของโฮชิอยู่ในสวน ทันใดมีคนมาด้านหลังเอามือปิดปาก เธอตกใจกระทุ้งศอกใส่เต็มแรง หันมาเห็นเคนจิกุมท้องตัวงอ ร้องโอดโอยพานจะไม่บอกเรื่องเส้นไหมทองคำแล้ว รินดารายิ้มขำๆ

จากนั้นรินดาราพาเคนจิขึ้นมาพบโฮชิกับมิกิบนหอคอยในห้องเก็บกิโมโนโฮชิ อาคิระไม่พอใจ ทำไมขึ้นมาได้ง่ายๆ มิกิบอกว่ารินดารารับประกันว่าเคนจิไว้ใจได้

...รินดาราบอกโฮชิว่า เคนจิมาเที่ยวเมืองไทยเลยแวะส่งข่าวเรื่องเส้นไหมทองคำ เคนจิรายงานว่ามีเบาะแสจากคุณป้าของตนที่อยู่เมืองไทย ทุกคนทำหน้างงๆ รินดาราจึงอธิบาย

“คืออย่างนี้ค่ะ ญาติทางพ่อของเคนจิเป็นทหารที่เคยถูกส่งไปประจำการที่เมืองไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จนได้พบรักกับคนไทยที่นั่นและได้แต่งงานกัน และหนึ่งในสินสอดที่ญาติของเคนจิใช้หมั้นก็คือ...ผ้าไหมที่ปักด้วยเส้นไหมสีทอง”

เคนจิรับว่ามันคือเส้นไหมที่ทำจากขนนกกระเรียนทองคำ มิกิชี้ไปที่ชุดกิโมโนโฮชิว่าใช่แบบนี้หรือเปล่า

เคนจิมองแล้วอ้ำอึ้ง รินดาราจึงตอบแทนว่า ป้าของเคนจิค่อนข้างเก็บตัวและแก่มาก เลยส่งรูปมาให้ดูไม่ได้ อาคิระเสนอว่าจะให้แน่ใจก็ต้องไปดูให้เห็นกับตา ตนอาสาไปเอง รินดาราจะแย้ง โฮชิตัดบทว่าเมืองไทยเป็นบ้านของรินดารา ก็ควรให้เธอไปกับอาคิระด้วย จะได้ถือโอกาสเยี่ยมครอบครัวของเธอ หญิงสาวย้อนถามโฮชิไม่ไปด้วยหรือ เขากล่าวหนักแน่น

“อย่าลืมว่าที่นี่ยังไม่ปลอดภัย พวกโคสึกะจะลงมือทำอะไรอีกบ้างก็ไม่รู้ แล้วไหนจะเรื่องนางปีศาจหิมะที่ยังหาตัวไม่เจออีก ฉันคงต้องอยู่คอยดูแลทุกคน”

อาคิระ รินดารา และเคนจิเดินลงมาจากหอคอย อาคิระเปรยว่านี่ยังเรียกเป็นข่าวดีไม่ได้ เพราะเรายังต้องไปดูให้เห็นกับตาก่อน เคนจิเห็นด้วย ตนก็ไม่ได้ติดต่อกับป้ามานานแล้ว อาจไม่ได้เรื่องก็ได้ ไอผ่านมาเห็นสงสัยว่าเอาใครเข้ามาในบ้าน อาคิระจึงแนะนำว่าเคนจิเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของรินดารา ไอซ่อนความสงสัยอยากรู้ทักทายตามมารยาท ถามจะพาเคนจิเที่ยวไหน

“เคนจิเขาอยากชมวิธีการทอผ้ากิโมโนของมิยาคาวะค่ะ”

“แต่ปกติคนนอกจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปชมโรงงานนะรินดารา” ไอเสียงแข็ง

รินดาราบอกมิกิเป็นคนอนุญาต ไอชักสีหน้าไม่พอใจ อาคิระโค้งลาเดินแยกไปเคืองๆ ไอค้อนเล็กๆแล้วเดินตามเขาไป...เข้ามาในห้องทำงาน อาคิระบอกไอว่า ตั้งแต่พรุ่งนี้ฝากดูแลเป็นธุระจัดการงานในโรงงานให้ด้วย ตนจะไม่อยู่ประมาณอาทิตย์หนึ่ง พอไอรู้ว่าเขาจะไปเมืองไทยกับรินดาราแต่ไม่บอกว่าไปทำอะไร บอกเป็นธุระของมิกิก็ยิ่งสงสัย

“นี่...อาคิระ ฉันถามจริงๆเถอะ เพื่อนชายของรินดาราเมื่อกี้นี้ไม่ใช่แค่เพื่อนกันใช่ไหม ดูท่าคุยกันน่าจะเป็นคนพิเศษ หึ...ไหนบอกยังไม่มีแฟน โธ่เอ๊ย...ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงที่ชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่วนี่เอง ใครๆถึงได้พากันติดใจ...”

อาคิระไม่พอใจปิดแฟ้มเสียงดังจนไอสะดุ้ง เขาตำหนิว่าเธอไม่ควรพูดแบบนี้ ไอโต้หรือเขาก็โดนหว่านเสน่ห์ด้วยอีกคน อาคิระเสียงกร้าว “ถึงรินดาราจะเป็นลูกจ้าง แต่เป็นคนที่ท่านชายแนะนำมา เพราะฉะนั้นเธอไม่ควรพูดเสียๆหายๆกับรินดารา”

อาคิระบอกให้ไอจัดการงานที่เหลือของตนด้วยแล้วเดินออกไป ไอมองตามอย่างเคืองๆ ทำไมทุกคนต้องปกป้องรินดารา...อดไม่ได้ ไอเอาเรื่องนี้มาบอกฮิเดโนริทันทีว่ารินดาราจะไปเมืองไทยกับอาคิระกันสองคน ทั้งสองต้องมีใจให้กันแน่ ฮิเดโนริเผลอฉุน

“ไม่มีทาง อาคิระไม่มีวันได้สมหวังกับรินดารา” ฮิเดโนริไม่บอกเพราะเธอเป็นเทพเจ้า

ไอยิ่งหึงไม่พอใจ ถามจะให้รินดาราสมหวังกับใคร กับเขาหรือไม่มีทาง แค่มองตนก็รู้ว่าเธอจะเลือกใคร ฮิเดโนริโกรธบีบปากไอดันชนกำแพง โต้รินดาราไม่เลือกใครนอกจากโฮชิ เพราะเธอเป็นเทพธิดาดาวเดือนเจ็ด คนรักของเทพเจ้านกกระเรียน...ไอถึงกับอึ้ง ฮิเดโนริปล่อยมือ บอกว่านี่คือความลับบนหอคอยที่เธออยากรู้

“มิน่า...คุณย่าถึงได้หวงไม่ให้ขึ้นไปบนหอคอย งั้นถ้ารินดาราเป็นคนรักของท่านชาย ก็แสดงว่าเธอจะเลิกรักรินดาราแล้วกลับมารักฉันเหมือนเดิมใช่ไหมฮิเดะ” ไอโผกอด ฮิเดโนริถามทำไมถึงรักตนมากขนาดนี้ เธอกระชับกอดแน่น “อย่าถามว่าทำไมเลยฮิเดะ เพราะความรักของฉันที่มีต่อเธอมันมีความหมายเท่ากับชีวิตของฉัน ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ อย่าเลิกรักฉันนะฮิเดะ ฉันขอร้องให้ฉันทำอะไรฉันยอมทั้งนั้น”

ฮิเดโนริถามย้ำยอมทุกอย่างเลยหรือ ไอพยักหน้าหนักแน่น เขายิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

แป้งร่ำรู้ว่ารินดาราจะไปเมืองไทยจึงแวะเอารายการสั่งซื้อของมาให้ที่คฤหาสน์มิยาคาวะ เคนจิอยากนวดแผนไทย เกียวจึงลงมือจัดชุดใหญ่ให้ในห้องของรินดารา เสียงเคนจิร้องอูยๆ แต่ด้วยความชอบใจ จากนั้นรินดาราก็พาเคนจิมากินราเม็งที่ร้าน แต่แป้งร่ำกับเกียวขอตัวกลับ

ไอกับฮิเดโนริสะกดรอยตาม ไอทำทีโทร.เรียกรินดาราให้กลับมาจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบิน เธอจึงขอตัวแยกกับเคนจิ ฮิเดโนริได้โอกาสเข้ามาสะกดจิตเคนจิ เพื่อถามความลับ แล้วกลับมารายงานไดซุเกะ ยูกิฟัง อยู่ด้วยว่ารินดารากับอาคิระจะไปเมืองไทยเพื่อหาขนนกกระเรียนทองคำ ยูกิไม่อยากเชื่อว่าโฮชิจะยอมปล่อยให้ไปกันตามลำพัง ไดซุเกะสั่งต้องขัดขวาง ฮิเดโนริ อาสาตามไปเมืองไทย ยูกิเยาะเขาจะใจอ่อนกับรินดาราเสียก่อน แต่ไดซุเกะเชื่อว่าหลานชายจะจัดการได้ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า ยูกิเชิดใส่บอกจะรอฟังข่าวดี

ค่ำคืนนั้น โฮชิเดินจูงมือรินดาราในสวน แหงนมองดาวบนท้องฟ้า โฮชิเปรยพรุ่งนี้ตนต้องดูดาวลำพัง รินดาราจึงบอกว่าตนจะคิดถึงเขา โฮชิกุมมือเธอจ้องเข้าไปในดวงตา

“เธอสัญญากับฉันได้ไหมฮิคาริ ว่านี่จะไม่ใช่การล่ำลาจากกันไปนานแสนนานเหมือนครั้งที่แล้ว เราจะห่างกันแค่ไม่กี่วัน แล้วเธอจะกลับมาหาฉัน”

รินดาราสัญญา เธอรับรู้ความรู้สึกของเมียวโจจึงแสดงความรักแบบเมียวโจคือการจูบทั่วใบหน้าโฮชิ และกำลังจะพูดตามที่เธอพูด โฮชิโผเข้าประกบปาก รินดาราตาโพลงตกใจ ห่างออกมาอาคิระยืนมองภาพบาดใจพยายามข่มความเจ็บปวดเดินเลี่ยงออกไป...โฮชิถอนริมฝีปากออกแล้วดึงรินดารามากอดแนบอกด้วยความรักและอาลัยอาวรณ์ แต่สีหน้าหญิงสาวดูอึดอัด

มิกิเห็นท่าทางเศร้าของอาคิระ จึงขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัวก่อนที่เขาจะเดินทางไปกับรินดาราพรุ่งนี้ มิกิเกริ่นว่าเลี้ยงเขามาแต่เล็ก เฝ้าดูเขาเติบโต ทำไมจะไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร

“สายตาของอาคิระมันปิดความลับไม่ได้ เวลาที่อาคิระมองรินดาราทำไมย่าจะไม่รู้ว่าหลานคิดอะไรอยู่ มันไม่ใช่เรื่องสมควรเลย ที่อาคิระจะรู้สึกกับรินดาราแบบนั้น ลืมไปแล้วเหรอว่าเทพเจ้านกกระเรียนมีบุญคุณกับตระกูลของเรามากแค่ไหน”

อาคิระน้ำตาคลอ “ผม...ผม...ผมไม่เคยลืมครับคุณย่า”

“ถ้าไม่เคยลืม งั้นอาคิระก็ต้องรับปากย่าว่าลูกหลานของมิยาคาวะจะต้องไม่ทำให้บรรพบุรุษเสียใจ”

อาคิระเห็นมิกิน้ำตาคลอจึงรีบก้มหัวจดพื้นรับปาก จะทำหน้าที่ลูกหลานมิยาคาวะอย่างดีที่สุด เขากลั้นน้ำตาไม่อยู่ปล่อยไหลรินออกมาอย่างเจ็บปวด มิกิมองหลานชายด้วยความเวทนา

ค่ำนั้นรินดาราโทร.คุยกับทางบ้าน บอกแม่ว่าพรุ่งนี้จะเดินทางกลับพร้อมอาคิระเจ้านาย ได้ยินเสียงน้องๆแซวหัวเราะคิกคักจึงรีบกำชับแม่อย่าให้น้องๆแซวแบบนั้นต่อหน้าอาคิระ

สุรินทร์แอบมาซ่อมกี่ทอผ้าเพื่อให้ดวงดาวไว้ทอผ้าให้ลูกนำกลับไปเป็นของฝากแก่มิกิ เพื่อตอบแทนที่เธอมีเมตตาต่อลูกสาว แต่ด้วยความที่เพิ่งหายป่วยจึงหน้ามืดเป็นลม...

รุ่งเช้า โฮชิมีลางสังหรณ์ หน้าเครียดตอนยืนส่งอาคิระกับรินดาราขึ้นรถไปสนามบิน มิกิสังเกตเห็น...ในรถอาคิระถามรินดาราว่าเคนจิไม่ไปพร้อมกันหรือ เธอตอบว่าเขาไปทำธุระที่โตเกียวแล้วจะบินตามไปให้เร็วที่สุด ไม่ทันไรแม่โทร.บอกเรื่องพ่อเข้าโรงพยาบาลทำให้รินดาราเดินทางด้วยความเศร้าตลอดเส้นทาง อาคิระได้แต่ห่วงอย่างห่างๆ

มิกิโทร.เช็กข้อมูลแล้วมาบอกโฮชิว่า จริงอย่างที่เขามีลางสังหรณ์ พ่อของรินดาราเกิดเส้นเลือดในสมองแตก ตอนนี้อยู่ห้องไอซียู โฮชิเป็นห่วงรินดาราคงกำลังเสียขวัญ และสะท้อนใจเพราะคนที่ปลอบเธอเป็นอาคิระไม่ใช่ตน มิกิปลอบว่าได้คุยกับอาคิระแล้วว่าเขาควรปฏิบัติตนอย่างไรกับรินดารา โฮชิตำหนิทำอย่างนั้นไม่ถูก

“ทำไมคะท่านชาย”

“ฮิคาริอาจจะเป็นร่างอวตารของเมียวโจ มีความรู้สึกนึกคิดของเมียวโจทุกอย่าง แต่ฮิคาริก็ยังต้องมีชีวิตของตัวเองด้วยเหมือนกัน”

มิกิว่าเห็นท่าทางรินดาราก็มีความรักให้เขาเช่นกัน โฮชิยอมรับแต่นั่นเป็นร่างอวตารของเมียวโจ ดวงตาเธอดูลังเล พลันโฮชิรู้สึกมีลางสังหรณ์ขึ้นอีกจึงบอกแก่มิกิ

“ไม่ใช่มีแค่อาการป่วยของพ่อฮิคาริอย่างเดียว แต่ยังมีอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับอาคิระและฮิคาริด้วย...นางปีศาจหิมะกำลังจับตามอง ฉะนั้นคงพยายามหาทางขัดขวางอยู่”

ด้านริเอะพอรู้ว่าอาคิระไปเมืองไทยกับรินดาราก็กลับมาโวยวายใส่มาโกโตะว่าเรื่องสำคัญขนาดนี้ ยูกิยังไม่บอกสักนิด ต้องให้ตนไปรู้เอง มาโกโตะพอจะรู้ระแคะระคายว่ายูกิไปร่วมมือกับพวกโคสึกะ นั่นหมายความว่า ถ้าเราหมดประโยชน์ ยูกิก็คงไม่เอาเราไว้

“มิน่าล่ะ นังยูกิมันถึงไม่ได้คิดตั้งใจอยากจะช่วยริเอะจริงๆ มันก็แค่อยากใช้อาคิระเป็นตัวขัดขวางไม่ให้รินดารามีโอกาสใกล้ชิดท่านชายโฮชิมากกว่า”

“นี่แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ตอนนี้แกควรจะห่วงชีวิตตัวเองมากกว่าจะห่วงแต่เรื่องอาคิระ”

ริเอะฉุนตัดสินใจจะหนี มาโกโตะห้าม ยูกิปรากฏตัวขึ้น...สักพักก็ตามเข้าไปหาริเอะในห้อง เธอกำลังเก็บเสื้อผ้าจะตามอาคิระไปเมืองไทย ยูกิโมโหตาเป็นสีฟ้าวาบ ตวาดว่าตนวางแผนทุกอย่างเอาไว้ให้ ถ้าคิดจะทำแผนการเสีย ก็ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ริเอะถอยกรูดกลัวลานร้องเรียกพ่อให้ช่วย วิ่งกลับมาที่ห้องทำงาน เห็นพ่อนอนคุดคู้หนาวสั่น หน้าซีด มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามตัวริเอะนึกได้วิ่งไปหยิบปืนยิงใส่ยูกิ แต่ลูกกระสุนหยุดนิ่งกลายเป็นน้ำแข็งตกลงพื้น มาโกโตะกระเสือกกระสนคลานมากอดขายูกิขอให้ไว้ชีวิตลูกสาว

“จำเอาไว้ทั้งสองคนนี่คือการสั่งสอน มนุษย์อย่างพวกแกเป็นได้แค่ทาสของฉันเท่านั้น และที่ฉันไม่บอกพวกแก ก็เพราะฉันกำลังส่งคนไปขัดขวางไม่ให้พวกมันตามหาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ เข้าใจไหมริเอะ”

ริเอะพยักหน้าหงึกๆ ยูกิย้ำไม่ต้องห่วงเรื่องอาคิระ ถ้ารู้จักอดทนรอเหมือนอย่างที่ตนรอมาสี่ร้อยปี วันหนึ่งจะสมหวัง ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกกำจัดทิ้ง ถ้าทั้งสองยังทำตัวเป็นทาสที่ซื่อสัตย์

ooooooo

ระหว่างการเดินทาง รินดาราเอาแต่ซึมไม่กินอาหาร อาคิระจัดการเรื่องเปลี่ยนเครื่องต่อไปจังหวัดที่บ้านรินดารา เขาบีบมือปลอบให้เธอเข้มแข็ง

“อีกนิดเดียวก็จะถึงบ้านคุณแล้ว อย่าลืมนะว่าคุณต้องเข้มแข็งเข้าไว้ ทุกคนรวมทั้งพ่อของคุณ เขากำลังรอคุณอยู่”

ส่วนไอร้อนใจพยายามโทร.หาฮิเดโนริเท่าไหร่ก็ไม่รับสาย พอดีมีลูกสุนัขวิ่งเข้ามาคลอเคลีย เธอไล่มันออกไปบอกเกลียดสุนัข นานะวิ่งตามมาจับเจ้าโมโม่ไว้ บอกนารูตะซื้อมาให้เป็นเพื่อน เพราะสุนัขเป็นสัตว์ที่มีประสาทไวต่อภูตผีปีศาจ ไอโวยถ้ามันเข้าไปในโรงงานแล้วทำกิโมโนเสียหายจะทำอย่างไร สองคนหน้าเจื่อน อายูมิเข็นรถเข้ามา ออกรับแทนว่าตนต้องการเลี้ยงโมโม่ แต่ไอสั่งเสียงเฉียบให้เอาไปปล่อย นานะจึงเอามาไว้ที่ศาลเทพเจ้านกกระเรียน

เจ้าโมโม่วิ่งเล่นมาแถวบ่อน้ำร้าง มันเห็นฮิโตชิก็เห่ายกใหญ่ อายูมิตามมาเรียกหาโมโม่ ฮิโตชิเกรงอายูมิจะรู้ว่าตนเป็นผีเพราะสุนัขเห่าไม่เลิก จึงแยกเขี้ยวหลอกตะเพิดเจ้าโมโม่วิ่งหนีไป อายูมิเข้ามาถามฮิโตชิเห็นโมโม่บ้างไหม ฮิโตชิขอไม่ให้อายูมิเลี้ยงมัน ทั้งสองจึงทะเลาะกัน

ฮิโตชิหน้างอมาบ่นกับโฮชิว่าอายูมิดื้อ โฮชิบอกว่าดื้อทั้งสองคน ฮิโตชิไปห้ามอายูมิแบบนั้น อายูมิก็ต้องงอน ควรจะพูดดีๆมีเหตุผล ฮิโตชิชักกังวลกลัวเธอเกลียดตน โฮชิยิ้มขำๆบอกไม่หรอก เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ฮิโตชิจึงขอให้โฮชิสอนว่าจะง้ออายูมิอย่างไรดี

“ได้สิ ผู้หญิงเวลาโกรธก็เหมือนพายุ เราต้องรอจังหวะพายุสงบก่อนแล้วเข้าไปคุย ไม่งั้นเราเองนี่แหละที่จะโดนพายุเล่นงาน”

“เวลาผู้หญิงโกรธก็เหมือนพายุของนางปีศาจหิมะใช่ไหมครับ” ฮิโตชิหัวเราะคิกคัก

โฮชิบอกทำนองนั้น ฮิโตชินึกได้สารภาพกับโฮชิว่าตนเป็นคนทำให้วิญญาณปีศาจหิมะหลุดออกมา โฮชิไม่ว่าอะไรเพราะช้าหรือเร็วก็คงต้องเจอกัน ด้วยความเคียดแค้นของนางมีมาก ฮิโตชินึกบางอย่างได้ เสนอจะช่วยตามหาว่าปีศาจหิมะอยู่ที่ไหน โฮชิตาวาวยินดีอย่างยิ่ง...

รินดารากับอาคิระมาถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด น้องชายน้องสาวเข้ามากอดขอโทษที่ดูแลพ่อไม่ดี รินดาราบอกไม่ใช่ความผิดพวกเขา แม่บอกว่าพ่ออยากเจอเธอมาก พ่อตื่นเต้นที่ลูกจะกลับมา รินดาราน้ำตาไหลพราก ปลอบแม่ว่าพ่อจะต้องไม่เป็นอะไร พ่อจะต้องหาย แม่เหลือบมอง อาคิระ รินดาราจึงหันมาแนะนำ อาคิระบอกให้เธอรีบเข้าไปหาพ่อในห้องไอซียู รินดาราต่อว่าทำไมพ่อเป็นโรคความดันถึงไม่บอกตน ดวงดาวบอกว่าพ่อห้ามไว้ รินดาราเข้าบีบมือพ่อ บอกให้พ่อสู้ อย่ายอมแพ้...

คืนนั้นรินดารายกห้องให้อาคิระนอน ตัวเธอมานอนห้องพ่อ เธอภาวนาขอเทพธิดาดาวเดือนเจ็ด ขอให้คุณงามความดีที่เธอทำ ช่วยให้พ่อพ้นเคราะห์ พลันเหมือนได้ยินเสียงสัตว์ จึงพยายามเงี่ยหูฟัง แล้วถือไฟฉายออกมาส่องดูรอบบ้าน อาคิระตามออกมาถามหาอะไร รินดาราบอกว่าตนได้ยินเสียงความคิดของสัตว์ และคิดว่าเป็นปีศาจสุนัขจิ้งจอก อาคิระมองงงๆ

“ความสามารถพิเศษที่เมียวโจมอบให้ฉันมาตั้งแต่เกิด คือการได้ยินเสียงความคิดสัตว์ ฉันคิดว่าเธอคงอยากให้ฉันตามหาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ”

อาคิระไม่อยากเชื่อแต่ก็อาสาช่วยเดินตรวจตรา รินดาราห้าม เพราะฮิเดโนริเป็นลูกครึ่งปีศาจจิ้งจอก เขาอันตรายมาก ถ้าตามเรามาจริงๆคงออกมาทำร้ายเราแล้ว อาคิระกุมมือรินดารา

“หน้าที่ของผมคือปกป้องคุณนะรินดารา จะไม่มีใครมาทำร้ายคุณเด็ดขาด ผมสัญญา” เห็นรินดาราซาบซึ้ง อาคิระนึกได้ว่าไม่สมควรจึงปล่อยมือเธอแล้วกลบเกลื่อน “ท่านชายสั่งให้ผมคอยดูแลคุณ ผมก็ต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านชายที่มีต่อตระกูลมิยาคาวะ คุณขึ้นบ้านไปพักผ่อนเถอะ” อาคิระหลบสายตา

รินดารารู้สึกถึงความเจ็บปวดของอาคิระ ที่ทำให้ตนเองแอบเศร้าเช่นกัน เธอจึงเลี่ยงกลับเข้าห้อง อาคิระเดินสำรวจรอบบ้านเพื่อให้แน่ใจ ฮิเดโนริโผล่ออกมาจากมุมมืดมองด้วยสายตาจิ้งจอก กัดกรามแน่นอย่างเจ็บใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"
17 ก.พ. 2563
11:45 น.