ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กลกิโมโน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: “เบิร์ด” ธงไชย ประกบ “ชมพู่ อารยา” ในละครฟอร์มยักษ์ “กลกิโมโน”

ร่างกายไดซุเกะยังไม่ค่อยแข็งแรง เขาพยายามบอกว่าอีกไม่นานเมื่อปีศาจหิมะทนการควบคุมไม่ไหว จะต้องมาที่นี่ ตอนนั้นตนจะต้องแข็งแรงกว่านี้ แต่ตอนนี้ให้ฮิเดโนริไปจัดการรินดาราเสียก่อน อย่าให้เป็นไปตามคำทำนาย เขารับคำด้วยความหนักใจ

ไอเป็นปลื้มกับความรักที่ฮิเดโนริมอบให้ ขณะแต่งตัวได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ฮือๆ...ช่วยด้วยๆก็ตกใจมองหาที่มาของเสียงรอบห้อง จนมาเจอตุ๊กตาวางอยู่บนชั้น หยิบขึ้นมา พอได้ยินเสียงร้องอีกก็ตกใจทิ้งตุ๊กตาตกคอหัก เห็นวิญญาณฮิโตชิออกมานั่งกอดเข่ารอบตาดำคล้ำ มีเลือดไหลจากตาน่ากลัวก็ร้องกรี๊ดวิ่งหนีออกจากห้อง...

ฮิเดโนริมาคว้าตัวเธอถามไถ่พอรู้ก็ให้อัตซุโอะไปส่งไอ ตัวเขาตาวาวเป็นสีส้มด้วยความโกรธจะไปจัดการฮิโตชิ...

อาคิระอ่านนิทานให้อายูมิฟังอยู่นานไม่ยอมหลับจึงขู่ว่าพรุ่งนี้จะให้รินดาราหยุดงาน ให้อายูมิเรียนกับครูพิเศษทั้งวัน เธอต่อว่าเขาใจร้าย เธออยากอยู่กับรินดารา ทั้งวันมากกว่า เขาจึงบอกถ้าไม่ดื้อ พรุ่งนี้จะให้รินดาราพาไปเดินเล่นในเมือง หนูน้อยดีใจถามอาคิระชอบรินดาราไหม เขาชะงักทำไมถามแบบนี้ อายูมิตอบว่า ตนชอบเธอมาก อยากให้เขาชอบเหมือนอย่างตน จะมีความสุขที่สุดในโลก อาคิระยิ้มๆแย้มว่าก็น่ารักดี ตนก็แอบชอบ อายูมิร้องเย้...ด้วยความดีใจ

กลางดึก ฮิโตชิกลัวถูกจับขัง จึงหนีมาในห้องนอนอายูมิ ร้องไห้ให้ช่วย อายูมิตกใจตื่นจะไปบอกอาคิระมาช่วย แต่ฮิโตชิห้ามไม่ให้ใครรู้เรื่องตนแล้วหายวับไป

โฮชิได้ยินเสียงครวญครางของฮิโตชิ รินดาราเองก็ได้ยิน ด้วยความกลัวจึงคว้าเหรียญเซโมริมากำไว้ในมือ ทันใดมีเสียงเคาะประตู เธอสะดุ้งสุดตัวค่อยๆแง้มประตูและยื่นเหรียญเซโมริออกไป เสียงอาคิระถามทำอะไรให้เคาะอยู่นาน หญิงสาวลืมตามองเคืองๆ...พออาคิระ รู้ว่าเธอกำลังกลัวผีจึงจับมือเธอดึงออกไปพิสูจน์ เธอร้องลั่นด้วยความกลัว บอกให้เขาหยุด เขาก็ไม่ยอมหยุด จึงพลั้งมือตบหน้าเขาฉาด “คุณมันบ้าไปแล้ว!”

เสียงฮิโตชิร้องไห้ดังขึ้นอีก รินดาราเห็นเงาดำ ตะคุ่มๆก็กลัวจะวิ่งหนีแต่สะดุดล้ม อาคิระตัดสินใจดึงมือเธอไปดูให้รู้ดำรู้แดง เน้นให้จำไว้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นห้ามปล่อยมือตนเด็ดขาด เธอเริ่มรู้สึกซึ้งใจ ทันใดมีเสียงนกฮูกร้องเธอตกใจโผกอดเขาแน่น พอรู้ตัวก็ผละออกอายๆเดินหนี

ฮิเดโนริตามมาเจอฮิโตชิที่บ่อน้ำร้าง จะเอาตัวกลับ โฮชิโผล่มาพร้อมดาบซามูไรในมือ

“ปล่อยเด็กคนนั้นไปซะ อย่าให้ฉันต้องลงมือกับแก ...ลูกครึ่งปีศาจสุนัขจิ้งจอก”

“นี่แก...แกคือโฮชิ ชายที่อยู่บนหอคอยของตระกูลมิยาคาวะใช่ไหม”

โฮชิไม่ตอบชี้ปลายดาบไปยังฮิเดโนริอย่างเอาจริง ฮิเดโนริแสยะยิ้มไม่กลัว แถมบอกจะเค้นความลับที่ทุกคนอยากรู้จากเขา ว่าแล้วก็กางกรงเล็บและเขี้ยวเข้าต่อสู้กับโฮชิ แต่แล้วก็พลาดท่าโดนปลายดาบที่แขนเลือดซิบแถมโดนขนนกกระเรียนห้อมล้อม จำต้องซมซานหนีไป ...โฮชิเก็บดาบเข้าฝัก หันมาบอกฮิโตชิให้ตามตนไปไม่ต้องกลัว

ในสวน อาคิระวิ่งตามรินดารา “เดี๋ยวสิ ถ้าผมทำอะไรให้คุณโกรธ ผมขอโทษ ผมแค่ไม่อยากเห็นคุณกลัว ผมถึงต้องทำแบบนั้น”

“คุณมันบ้า...รู้ตัวไหมว่าคุณมันบ้าที่สุด”

“ผมรู้ แต่ถ้าผมไม่ทำแบบนี้แล้วผมจะช่วยให้คุณกล้าเผชิญหน้ากับความกลัวได้ยังไง”

หญิงสาวถามถ้าผีโผล่มาทำร้ายเขาแล้วตนจะเผชิญหน้ากับความกลัวได้หรือ ชายหนุ่มบอกว่าต้องได้ เพราะตนไม่มีความกลัว ยิ่งเป็นสิ่งชั่วร้ายที่จงใจมาคุกคามเธอ ตนจะปกป้องเอง สีหน้าอาคิระจริงจังจนรินดาราอึ้ง เขาจับไหล่เธอ กล่าวหนักแน่น

“ไม่ใช่มีแค่เหรียญเซโมริที่ปกป้องคุณได้อย่างเดียวนะ แต่ผมก็ปกป้องคุณได้เหมือนกัน”

อาคิระดึงรินดารามากอดแนบอก เธอรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยอย่างประหลาด โฮชิเดินผ่านมาหยุดมองด้วยความรู้สึกสะเทือนใจไม่มีอาการจาม กลับมีน้ำตารินไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

อาคิระส่งรินดาราที่ห้อง เธอยิ้มอายๆเพราะเพิ่งรับรู้ความรู้สึกของเขา ชายหนุ่มเขินทำตัวไม่ถูกบอกให้เธอฝันดี ต่างยิ้มให้กันอายๆ พอเธอเข้าห้องไปแล้วอาคิระเดินกลับ พลันได้ยินเสียงโกโตะดังแว่วมาจากบนหอคอย เสียงเพลงแสดงถึงความเศร้า หึงหวง น้อยใจ

ด้านอายูมิเป็นห่วงฮิโตชิจนพยายามจะลงจากเตียง ก็พอดีเห็นฮิโตชิมายืนตรงหน้า เขามาเพื่อบอกว่ามีคนช่วยตนแล้วไม่ต้องห่วง อายูมิดีใจพรุ่งนี้จะขออนุญาตมิกิให้เขาอยู่ที่นี่ ฮิโตชิห้ามอีกอ้างพวกโคสึกะจะรู้ อายูมิ จึงให้เขาสัญญาจะมาเล่นด้วยทุกวัน ฮิโตชินึกถึงคำพูด ของฮิเดโนริที่ว่าตนเป็นผี ถ้าอายูมิรู้คิดหรือว่าจะไม่กลัว ...จึงหยั่งเชิงถาม

“อายูมิ ถ้าฮิโตชิตายไปแล้ว ฮิโตชิเป็นผี อายูมิ จะกลัวฮิโตชิไหม”

อายูมิกลับทำหน้าหลอกเห็นเป็นเรื่องสนุก และบอกว่าเขาเป็นคนดี เขาจะเป็นอะไรตนก็จะเป็นเพื่อนเขาเสมอ ฮิโตชิยิ้มปลื้ม

ด้านฮิเดโนริบาดเจ็บกลับมาที่ห้องนอน พยายามรักษาบาดแผลด้วยตัวเอง แต่เป็นเพราะแผลเกิดจากเทพเจ้า ทำให้รักษาไม่หาย เขาแปลกใจมาก...อัตซุโอะเคาะประตูเปิดเข้ามารายงานว่าได้ไปส่งไอที่บ้านแล้ว ดูท่าทางเธอยังหวาดกลัว เกรงจะเล่าให้คนที่มิยาคาวะฟัง

“ไม่ต้องห่วง เธอไม่กล้าทำอะไรให้ฉันโกรธหรอก”

อัตซุโอะพยักหน้า พลันเห็นบาดแผลที่แขนฮิเดโนริก็ตกใจโดนอะไรมา ฮิเดโนริกล่าว “ฝีมือไอ้โฮชิ ผู้ชายที่อยู่บนหอคอยตระกูลมิยาคาวะ ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมที่ผ่านมา พวกเราถึงเล่นงานพวกมิยาคาวะ ไม่ได้ง่ายๆ เพราะพวกมันเลี้ยงคนประเภทเดียวกับฉัน พวกคนไม่ใช่คน ฝีมือของมันไม่ธรรมดา ขนาดแผลที่เกิดจากคมดาบของมัน พลังฉันยังรักษาไม่ได้ง่ายๆ”

อัตซุโอะเป็นห่วงให้บอกไดซุเกะ แต่ฮิเดโนริเห็นว่าปู่ยังป่วย จึงกำชับไม่ให้บอก และว่าตนจะต้องรู้ให้ได้ว่าโฮชิเป็นใครมาจากไหน จะได้หาวิธีเล่นงาน

ooooooo

รุ่งเช้า มิกิสังเกตเห็นไอหน้าซีดๆ จึงถามไม่สบายหรือ เธอกลบเกลื่อนว่าดูหนังผีดึกไปหน่อย แล้วลองถามมิกิว่าเชื่อเรื่องผีไหม มิกิเห็นนานะท่าทางหวาดๆจึงตัดบทไม่กลัวไม่มีจริง

อายูมินั่งทานอาหาร แอบหยิบขนมปังส่งให้ฮิโตชิที่อยู่ใต้โต๊ะ เผอิญนานะทำช้อนหล่นก้มเก็บเห็นฮิโตชิก็ตกใจลุกขึ้นชนน้ำซุปกระฉอกลวกมือรินดารา อาคิระเอ็ดนานะยกใหญ่ รินดาราต้องปราม มิกิมองสองคนอย่างสงสัย

หลังทานอาหารเสร็จ อายูมิแอบมาคุยกับฮิโตชิ ว่าทำไมตอนอาคิระก้มตามไปดูถึงไม่เห็นเขาแล้ว ฮิโตชิ โกหกว่าคลานหนีออกไปได้ทัน พอดีเสียงรินดาราร้องเรียกอายูมิ ฮิโตชิจึงหายวับไป อายูมิไม่ทันมองมัวเข็นรถตัวเองออกมาหารินดาราเพื่อให้เธอฝึกการเดินให้...

ระหว่างนั้น อาคิระแอบมองสายตาวิบวับ มิกิเดินมาสังเกตเห็น ชักแน่ใจกับสิ่งที่ตนคิด จึงทำทีหยั่งเชิง

“ตั้งแต่คุณรินดารามาอยู่กับเรา อายูมิดูสดใสขึ้น ย่าเองก็ชอบคุณรินดารานะ เธอสดใสน่ารัก มีน้ำใจสมเป็น คนไทย แล้วอาคิระล่ะ คิดยังไงกับเธอ”

“ถ้าผมจะรักใครใหม่อีกครั้ง ผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็นรินดาราเท่านั้นครับคุณย่า”

มิกิเหวอ อาคิระสังเกตเห็นถามไม่เห็นด้วยหรือ มิกิอึกอัก “เอ่อ...คือย่าคิดว่ามันเร็วเกินไป อาคิระเพิ่งรู้จักคุณรินดาราได้ไม่นาน เธออาจจะมีใคร...รอเธออยู่ก็ได้”

“แต่เธอเคยบอกว่ายังไม่มีคนรักครับ”

“ไม่มีคนรักแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเหมาะสม กับอาคิระ พอเธอทำงานเสร็จเธอก็ต้องกลับไปมีชีวิตของเธอ แล้วระยะทางก็จะทำให้ความรักกลายเป็นทุกข์ ถ้ายังหักห้ามใจไม่ให้รักได้ก็หักห้ามซะก่อนเถอะนะ”

“ผมคงห้ามใจตัวเองไม่ทันแล้วครับคุณย่า ถ้ารักครั้งนี้จะไม่สมหวังอีก ผมก็พร้อมจะยอมเจ็บ ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” อาคิระโค้งคำนับแล้วเดินไป

มิกิถอนใจเฮือกใหญ่ แต่พอหันหลังจะเดินไป ก็เจอโฮชิยืนฟังน้ำตารินไหล เธอตกใจที่เขามีน้ำตา โฮชิ อ้างว่าฝุ่นเข้าตา มิกิไม่เชื่อ ตนอยู่กับเขามาทั้งชีวิต ไม่เคยเห็นเขามีน้ำตาสักครั้งจึงเค้นถามเขาเป็นอะไร โฮชิกลับตอบว่าเป็นเทพเจ้านกกระเรียน มิกิเอ็ดไม่ตลกและคิดว่ารู้สาเหตุจึงรับรองจะหาทางห้ามอาคิระไม่ให้รักรินดารา โฮชิย้อนถามเธอไม่สงสารหลานชายหรือ

“สงสารค่ะ สงสารมาก เพราะดิฉันมองออกว่าอาคิระจริงจังกับรักครั้งนี้มากแค่ไหน แต่ในเมื่อโชคชะตา กำหนดมาให้รินดาราเกิดมาเพื่อท่านชาย อาคิระก็ต้องยอมรับให้ได้”

“แต่โชคชะตาอาจจะกำหนดมาให้ร่างกายฮิคาริมีไว้เพื่อฉัน แต่หัวใจมีไว้เพื่ออาคิระก็ได้”

มิกิแย้งว่ามิยาคาวะถูกกำหนดให้ดูแลเขาฉะนั้นมิยาคาวะทุกคนก็ไม่ควรทำให้เขาเป็นทุกข์ โฮชิสวนถ้าทุกคนต้องทุกข์เพื่อแลกกับความสุขของตนคนเดียว ตนจะทุกข์ยิ่งกว่า...มิกิเถียงไม่ออก โฮชิขอให้ปล่อยให้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น เวลาจะให้คำตอบเองว่าควรทำอย่างไร

ooooooo

ทางด้านยูกิยังคงกรีดร้องทรมาน รอบคอมีรอยเชือกพัน เกิดประกายไฟขึ้นรอบเส้นสร้างความเจ็บปวดทรมานแก่เธอ มาโกโตะอยากช่วย แต่ยูกิรู้ว่าไม่มีใครช่วยได้นอกจากโคสึกะ

ในห้องนอน ไดซุเกะกำลังจะดื่มยาที่อัตซุโอะนำมาให้ เขาเห็นยาน้ำในถ้วยกระเพื่อมไหว ก็รับรู้ถึงพลังบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา จึงร้องเตือนอัตซุโอะให้ระวัง แต่ไม่ทัน ประตูห้องเปิดออกกระแทกเขากระเด็นชนกำแพง

ทันใดก็ปรากฏร่างยูกิในชุดสีขาว ผมดำยาวสยาย สีหน้าโกรธขึ้ง ไดซุเกะจะคว้าดาบซามูไรที่วางอยู่ข้างฟูก แต่ยูกิไวกว่า พุ่งเข้าบีบคอเขาอย่างแรงให้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนที่ตนโดนอยู่ ไดซุเกะดิ้นรนปัดดาบตกลงพื้น ฮิเดโนริซึ่งนอนอยู่อีกห้องสะดุ้งตื่น รีบวิ่งมาที่ห้องปู่ ยูกิชะงักหันมองเห็นแววตาสีส้มวาบใส่ กระเด็นไปติดฝา

ไดซุเกะรวบรวมแรงพึมพำคาถา ทำให้ด้ายแดงที่ผูกคอยูกิกลายเป็นเส้นใหญ่ขึ้น ยูกิกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดถึงกับสลบไป ฮิเดโนริปราดเข้าถาม “คุณปู่! คุณปู่เป็นอะไรหรือเปล่า”

ไดซุเกะโบกมืออย่างอ่อนแรง บอกว่าปีศาจหิมะร้ายกาจขึ้นมาก จะกักขังคงไม่ได้อีกแล้ว ฮิเดโนริถามจะทำอย่างไร ไดซุเกะกลับบอกว่าเป็นหน้าที่ตน ให้เขาไปจัดการรินดาราเสียก่อน

เช้าวันใหม่ มิกิทำขนมให้รินดารานำไปให้แป้งร่ำที่ร้านนวด เกียวถือโอกาสซักถามเรื่องโฮชิ รินดาราอึดอัดใจจึงบอกไปว่าเคนตะเกิดอาการโรคหัวใจกำเริบเสียก่อนจึงจำไม่ได้ แป้งร่ำเสียดายโอกาสถามจะสืบอย่างไรต่อ รินดาราตอบว่าไม่สืบอะไรอีกแล้ว เพราะคิดๆ ดูมันคงเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะอายุยืนยาวเป็นร้อยปีอย่างนั้น...ที่หน้าร้าน ฮิเดโนริตามมาแอบฟัง เผอิญเกียวหันไปเห็นร้องทัก เขารีบปรับสีหน้าทำทีอยากมานวดแต่อยากให้รินดาราเป็นคนนวดให้

“ไม่ได้ค่ะ! ยังไงฉันก็ไม่นวดให้คุณฮิเดะเองเด็ดขาด”

แป้งร่ำกับเกียวไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง อยากได้ลูกค้าจึงขอร้องรินดาราให้ช่วย เธอจำต้องนวดให้อย่างไม่เต็มใจ ฮิเดโนริมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองหวังจะใช้กับเธอ พอเขาถอดเสื้อออก รินดาราเห็นรอยสักสุนัขจิ้งจอกบนแผ่นหลังก็ชะงักมอง เขาถามกลัวหรือ เธอตอบทำไมต้องกลัว ดูมันน่าสงสารเหมือนในนิทานที่วางให้มันเป็นตัวร้าย ฮิเดโนริสะท้อนใจ

“ใช่ครับ ถ้ามันเลือกได้ มันจะขอมีชีวิตธรรมดา ไม่ต้องมีชีวิตให้เป็นตัวประหลาดในสายตาของใคร”

รินดาราโพล่งถามเขาเป็นสุนัขจิ้งจอกหรือ เขาหันขวับมามอง เธอยิ้มใสๆบอกว่าพูดเล่น เขาโล่งใจหยั่งเชิงถามถ้าตนเป็นสุนัขจิ้งจอกจริง เธอคิดว่าตนจะร้ายหรือดี เธอตอบว่าอยู่ที่จิตใจ ถ้าคิดดีทำดี ต่อให้อยู่ในร่างปีศาจก็จะยังเป็นคนดี แต่ถ้าใจคิดไม่ดี ต่อให้อยู่ในร่างเทพบุตรสุดหล่อก็ยังเป็นตัวร้ายอยู่ดี...ฮิเดโนริฟังแล้วทึ่ง ประจวบกับการนวดที่ทำให้สบายของเธอเขาจึงเผลอดึงเธอเข้ามาจะจูบ หญิงสาวคว้าเทียนใกล้มือสาดน้ำตาเทียนใส่

“ขอโทษค่ะสำหรับความรู้สึกดีๆ แต่จะดีมากถ้าคุณรู้จักให้เกียรติผู้หญิงอย่างฉัน”

ฮิเดโนริสะบัดตัวด้วยความแสบร้อน รีบขอโทษ แต่หญิงสาวออกจากห้องไปแล้ว...รินดาราเดินออกจากร้าน พอดีอาคิระเดินสวนมา เธอตกใจพยายามดึงเขาไปที่อื่น เขาชักสงสัย

“ผมออกมาทำธุระแล้วโทร.ไปที่บ้าน คุณย่าบอกว่าคุณมาที่นี่ ก็เลยจะแวะมารับกลับบ้านพร้อมกัน เดี๋ยวผมเข้าไปแสดงความเสียใจกับคุณแป้งร่ำเรื่องคุณหมอเคนตะสักหน่อยดีกว่า”

รินดาราห้ามเสียงหลงและดึงเขาออกไป อาคิระรู้ทันถามไม่อยากให้ตนเข้าไปเจอใครบางคนใช่ไหม เธออึกอัก เขาจึงดึงเธอมากอด เธอเขินอายดันตัวออก มีซองจดหมายหล่นจากกระเป๋าเขา รูปภาพเก่าๆไหลออกมา เธอแปลกใจถามรูปอะไร อาคิระบอกว่าได้ให้นักสืบหารูปเก่าๆของเมืองสึกิมาให้ เผื่อจะเจอเรื่องราวของโฮชิ

ooooooo

บ่ายวันนี้ โฮชิบรรเลงโกโตะเป็นเพลงเศร้า ฮิโตชิยื่นมือมาดีดสายเล่นหยอกล้อ เขาหยุดเล่นหันมายิ้มอย่างเอ็นดู บอกจะสอนให้เล่นถ้าเขาเป็นเด็กดี ไม่ลืมสัญญาระหว่างเรา รอเมื่อถึงเวลาที่ควรจะไป ก็จะต้องไปตามทางของเขา ไปอยู่ที่บ่อน้ำไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนที่นี่

ฮิโตชิหน้าเศร้าบอกอยากอยู่กับอายูมิ โฮชิแปลกใจที่รู้จักอายูมิด้วย เขารับว่าเป็นเพื่อนกัน โฮชิยิ้มพยักหน้าให้มานั่งตัก แล้วพูดอย่างอ่อนโยน “เจ้าหนู...ฉันเข้าใจว่าการต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมันเหงามากแค่ไหน เด็กอายุอย่างเธอไม่ควรต้องมาอยู่ในสภาพนี้เลย เธอคงอยากมีเพื่อนเล่น แต่เธอรู้ใช่ไหมว่าเธอกับอายูมิ...ไม่เหมือนกัน”

ฮิโตชิแย้งว่าอายูมิบอกว่าไม่กลัวที่จะเป็นเพื่อนกับตน โฮชิจึงบอกว่า ถ้าอยากเป็นเพื่อนกับอายูมิ จะต้องช่วยดูแลปกป้องเธอด้วย ตกลงไหม เขาพยักหน้ายิ้มดีใจ พลันเกิดบางอย่างที่ทั้งสองสัมผัสได้ โฮชิมอง

ออกไปนอกหน้าต่าง แล้วเปรยว่าพวกเขากำลังหาคำตอบว่าตนเป็นใคร ฮิโตชิย้อนถาม ถ้าพวกเขารู้ ท่านต้องไปจากที่นี่ไหม เขาพยักหน้ายิ้มๆ ฮิโตชิกลับไม่สบายใจ

ระหว่างนั้น อาคิระกับรินดารากำลังช่วยกันรื้อค้นหากล่องรูปในห้องเก็บของ...โฮชิมองภาพวาดเมียวโจ เกิดสายลมพัดมา กลีบดอกวิสทีเรียในภาพร่วงหล่นลงมาที่พื้นจริงๆ โฮชิเก็บขึ้นมาอย่างใช้ความคิด มิกิยกถาดอาหารมาวางแปลกใจถามมีอะไร

“เมียวโจส่งสัญญาณมาบอกฉันว่า ได้เวลาแล้ว... เวลาที่ฮิคาริจะรู้ความจริง”

ในห้องเก็บของ อาคิระกับรินดาราช่วยกันรื้อค้นจนเหงื่อตก ฮิโตชิไม่อยากให้ทั้งสองเจอภาพเก่าของโฮชิ เกรงเขาจะต้องจากไป จึงพรางตาบังกล่องที่ใส่รูปบนชั้นไว้ จังหวะที่อาคิระให้รินดาราเหยียบหลังขึ้นไปดูบนชั้น เธอเห็นฮิโตชิเข้าก็ตกใจผงะหงายมือปัดกล่องหล่นตามลงมาด้วย อาคิระตกใจรีบถามเธอเป็นอย่างไรบ้าง หญิงสาวไม่กล้าบอกว่าเห็นผี พอดีทั้งสองเห็นรูปเก่ากระจายที่พื้น มีภาพหนึ่งเป็นภาพโฮชิจูงมือเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อาคิระแปลกใจเพราะนั่นคือคุณทวดแม่ของมิกิ รินดาราถึงกับอึ้งไปด้วย เพราะนั่นแสดงว่าโฮชิมีอายุเกินร้อยปี

ออกจากห้องเก็บของ อาคิระคิดจะเอารูปไปถามมิกิ รินดาราเกิดอาการเจ็บปวดที่ปานจนร้องออกมา อาคิระแปลกใจอยากพาเธอไปรักษา หญิงสาวน้อยใจว่าเขาไม่เชื่อเรื่องที่ตนเคยเล่า

“ผมเชื่อ แต่ผมคิดว่าเผื่อมีหนทางอื่นที่จะช่วยคุณได้ง่ายกว่านี้ ผมเป็นห่วงคุณมากนะรินดารา” อาคิระกุมมือเธอ รินดาราใจเต้นตึกตัก พลันเสียงนานะเดินมาเห็นอุทานเสียงดัง

ทั้งสองผละออกจากกัน รินดาราเขินขอตัวกลับห้อง อาคิระวางมาดขรึมบอกนานะจะพูดอะไรให้ระวังรินดาราจะเสียหาย เธอพยักหน้าหงึกๆ

ooooooo

ในคฤหาสน์โคสึกะ ยูกิฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองถูกพันธนาการด้วยเชือกแดง ฮิเดโนริยืนเยาะอยู่ตรงหน้า ว่าเข้าใจเลือกร่างสิงคงคุ้มค่าที่ถูกกักขังมานานสี่ร้อยปี ยูกิมองหน้าเขาแล้วจำได้ว่าเคยเจอกันมาก่อน ฮิเดโนริโวยที่เกือบตกเป็นเหยื่อ แต่ก็ขอบใจที่ทำให้ได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง

อัตซุโอะประคองไดซุเกะเข้ามา ยูกิทำทีบีบน้ำตาอ้อนวอนอย่ากักขังตนอีก ตนยอมแล้ว ไดซุเกะเยาะจะไม่กักขังอีกแต่จะทำให้สูญสลายไปจากโลกนี้ ว่าแล้วก็ดึงดาบซามูไรออกจากฝัก ร่ายคาถา ดวงตาจับจ้องไปที่ยูกิ...เธอหาทางเอาตัวรอดด้วยการท้าทาย

“เอาสิ...ทำให้ฉันสูญสลายตามเทพเจ้าจิ้งจอกของพวกแกไปเลย ความลับว่าเทพเจ้านกกระเรียนอยู่ไหนจะได้สูญสลายไปพร้อมกับฉัน”

ไดซุเกะชะงัก ยูกิรีบบอกว่าตนเจอกับเขามาแล้ว ให้ปล่อยตนแล้วตนจะเล่าให้ฟัง ฮิเดโนริปราดเข้าบีบปากยูกิบังคับให้เล่า ยูกิต่อรองว่าตนเป็นเพียงวิญญาณที่ต้องหาร่างสิงสู่ จะไปต่อกรกับเวทมนตร์ของโคสึกะกับลูกครึ่งปีศาจจิ้งจอกได้อย่างไร ตนมีข้อเสนอ ให้อิสรภาพแก่ตนแล้วตนจะช่วยแก้แค้นเทพเจ้านกกระเรียน ฮิเดโนริหันมาสบตาไดซุเกะเชิงถามจะเอาอย่างไร

ไดซุเกะรู้ว่ายูกิมีมารยาเป็นอาวุธ แต่ก็เสี่ยงตัดเชือกที่คอเธอออกและย้ำ ถ้าเธอทรยศจะโดนหนักกว่านี้ ฮิเดโนริให้ยูกิบอกมาว่าเทพเจ้านกกระเรียนอยู่ที่ไหน ยูกิบอกไปตามตรงว่าอยู่บนหอคอยตระกูลมิยาคาวะ ฮิเดโนริอุทาน...ว่าแล้วเชียวผู้ชายคนนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดา แล้วเขาก็เล่าเรื่องที่เคยต่อสู้กับโฮชิให้ฟัง ไดซุกะหรี่ตาใช้ความคิด

ตามตำนานที่ว่านางปีศาจหิมะหลงรักเทพเจ้านกกระเรียน ท่าจะเป็นเรื่องจริง ยูกิรับว่าใช่ เคยรักแต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นความแค้น แล้วบอกฮิเดโนริว่าพลังปีศาจอย่างเขาไม่มีทางชนะพลังเทพเจ้าได้ เขาโมโหหาว่าดูถูก ยูกิปฏิเสธ แค่พูดความจริง ตนก็ทำอะไรเขาไม่ได้ ต้องหาวิธีที่ทำให้เขาตายช้าๆ เจ็บและทรมานกว่าหลายเท่า

อัตซุโอะเตือนจะรอช้าไม่ได้เพราะทางมิยาคาวะคงกำลังหาทางปลดปล่อยเทพเจ้านกกระเรียนตาม

คำทำนาย ผู้หญิงคนนั้นจะสร้างหายนะให้โคสึกะ ยูกิถามหมายถึงใคร พอรู้ว่าเป็นรินดาราก็แปลกใจเพราะเธอเป็นผู้หญิงไทยธรรมดา ไดซุเกะย้ำบรรพบุรุษทำนายไม่เคยพลาด ยูกิทึ่งไม่อยากเชื่อว่ารินดาราจะมาเป็นคนปลดปล่อยโฮชิกลับสวรรค์ หรือเธอคือ...เมียวโจ

หลังจากปล่อยยูกิไปแล้ว ฮิเดโนริถามไดซุเกะคิดดีแล้วหรือ เขาบอกในเมื่อพึ่งหลานชายตัวเองไม่ได้ก็ต้องพึ่งปีศาจหิมะ ฮิเดโนริหลบตาอ้างว่าตนพยายามหาวิธีอยู่ ไดซุเกะดักคอ

“ฮิเดะ...ฉันเลี้ยงแกมากับมือ ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแกคิดอะไรอยู่ แกเริ่มชอบนังรินดารา”

ฮิเดโนริหลบตาอ้างเพราะเธอช่วยชีวิตตน ไดซุ– เกะเอ็ดพอได้แล้ว ต่อให้เธอช่วยชีวิตกี่ร้อยครั้งก็ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ อย่าให้ความใจอ่อนมาทำลายตระกูลของเรา ฮิเดโนริหนักใจ...

ในขณะที่ยูกิมาจะจัดการรินดาราที่บ้านมิยาคาวะ แต่โฮชิขัดจังหวะเสียก่อน เขาแวะมาถามรินดาราที่ห้องว่าสบายดีไหม วันนี้มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอบ้างหรือเปล่า จู่ๆ รินดาราก็เกิดเจ็บปวดที่ปานขึ้นมา โฮชิประคองให้นั่งและ เปิดไหล่เธอจ้องปานที่หลังไหล่ด้วยแววตาอ่อนโยน ยูกิเห็นความอาทรนั้นถึงกับโกรธตาวาวเป็นสีฟ้าเข้ม เพราะแสดงว่าเธอใช่เมียวโจ

ยูกิใช้วิธีสะกดจิตมิกิให้พารินดาราออกจากห้อง เผอิญอาคิระเดินตามหามิกิ เห็นอุปกรณ์ทำความสะอาดชุดกิโมโนวางอยู่ก็แปลกใจ...ด้านโฮชิขอโทษรินดาราที่ช่วยอาการเจ็บปวดปานไม่ได้ แต่ถ้าเธออยากรู้อะไรเกี่ยวกับตัวตนให้ถามมา เธออึกอักไม่กล้าถาม โฮชิจึงบอกพอจะรู้อยู่บ้างว่าอยากถามอะไร นี่คือคำตอบที่เธออยากรู้ ว่าแล้วก็กำมือวางบางอย่างลงบนมือรินดาราแล้วเดินออกไป เธอมองในมือเห็นเป็นนกกระเรียนกระดาษ สักครู่มันกลายเป็นขนนก เธอทนความสงสัยไม่ไหว วิ่งตามเขาออกไป แต่แล้วมิกิก็เข้ามาขวางหน้า พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ...” มิกิเดินนำหน้าไปทางป่าสน

รินดาราชักเอะใจ ถามมิกิมีเรื่องอะไรจะคุย เธอตอบว่าเรื่องท่านชายแต่ก็ยังเดินดุ่มๆไม่หยุด ฮิโตชินั่งเล่นอยู่ที่บ่อร้าง เห็นทั้งสองเดินผ่านและได้เห็นแววตามิกิเป็นสีฟ้าก็ตกใจ รีบไปบอกอายูมิว่ารินดารากำลังตกอยู่ในอันตราย อายูมิจึงรีบออกจากห้องมาบอกอาคิระ ให้ไปช่วย

กลางป่าสน รินดารากวาดตามองรอบๆสองข้างทางมืดมิด พลันเห็นมิกิหายไปจึงร้องเรียก สักพัก มิกิโผล่มาพร้อมมีดคมกริบ ดวงตาเป็นสีฟ้าเข้ม รินดาราตกใจถอยกรูด ร้องลั่น

“คุณย่า! คุณย่าทำฉันทำไมคะ” ว่าแล้วก็วิ่งหนีมิกิที่ไล่แทง แต่แล้วก็สะดุดล้มลง

มิกิขึ้นคร่อมร่างพยายามจะจ้วงแทง รินดาราจับมือเธอไว้ ระหว่างนั้นอาคิระเดินตามหา เขารู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาอย่างผิดปกติ ยูกิปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง ยื่นมือจะทำร้ายเขา เสียงรินดาราร้องให้ช่วยดังลั่นขึ้น อาคิระจึงรีบวิ่งออกไป ยูกิลดมือลงยิ้มกระหยิ่มใจ

ขณะที่มิกิกดมีดจะให้ทิ่มแทงใบหน้ารินดารา โฮชิก็ปรากฏตัวขึ้น เข้าจับมือมิกิดึงออกจากร่างรินดารา ถามจะทำร้ายเธอทำไม มิกิเอาแต่พูดคำว่า...ฆ่ารินดารา โฮชิเห็นดวงตาเธอเป็นสีฟ้าก็รู้ว่ากำลังถูกนางปีศาจหิมะครอบงำ จึงเขย่ามือเธอเรียกสติ

“มิกิ...เธอกำลังถูกนางปีศาจหิมะควบคุมอยู่ เธอต้องมีสติมิกิ...มิกิ”

มิกิสะบัดมือออกอย่างแรงและจะจ้วงแทงรินดารา โฮชิจำต้องใช้มือทุบลงที่ต้นคอมิกิให้หมดสติ แล้วหันมาพยุงรินดาราลุกขึ้น ทันใดมิกิลุกขึ้นดวงตายังเป็นสีฟ้า กำมีดเข้าจะแทงรินดาราอีก โฮชิเอาร่างกำบัง จึงโดนเธอแทงเข้าที่ท้อง รินดาราร้องกรี๊ด โฮชิสีหน้าเจ็บปวดมองมิกิด้วยความเป็นห่วง ใช้สองมือบีบขมับเธอ เธอชะงักดวงตากลับเป็นสีดำ ร่วงผล็อยลงนั่ง

รินดาราเข้าดูอาการโฮชิ เขาบอกเขาไม่เป็นอะไร พลันเกิดแสงสีทองเรืองรองแล้วกลายเป็นขนนกกระเรียนปลิวเหมือนหิมะรอบตัว ดวงตาเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียว ดึงมีดออกจากท้อง แผลสมานเข้าดังเดิม รินดารามองอย่างตะลึงงัน จู่ๆก็เจ็บปวดที่ปานจนทรุดฮวบลง โฮชิหันมารับร่างเธอไว้ได้ทัน มิกิกลับสู่ปกติ งงว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกเธอว่าความจริงถูกเปิดเผยแล้ว

เสียงอาคิระร้องเรียกรินดารา มิกิรีบให้โฮชิอุ้มเธอออกไปตนจะอยู่รับหน้าเอง เมื่ออาคิระมาถึง มิกิก็อ้างว่าได้ยินเสียงรินดาราร้องจึงเข้ามาช่วย ตอนนี้โฮชิพาเธอไปแล้ว อาคิระหน้าเสีย

ooooooo

อายูมิชะเง้อรออยู่ที่ห้องโถง ไอกลับมาเจอแปลกใจทำไมยังไม่เข้านอน อายูมิจึงเล่าว่าเกิดอันตรายขึ้นกับรินดารา อาคิระกำลังไปช่วย ไม่ทันไร อาคิระประคองมิกิกลับเข้ามา ไอตกใจสงสัยเกิดอะไรขึ้น อาคิระฝากไอดูแลมิกิ เขาจะไปดูรินดารา มิกิห้ามแต่เขาไม่ฟัง ก้มหัวขออภัย

“ผมขอโทษครับคุณย่า ที่ผ่านมาผมทำหน้าที่ของลูกหลานมิยาคาวะอย่างเคร่งครัดตลอด แต่เวลานี้นอกจากหน้าที่ของมิยาคาวะแล้ว ผมยังมีหน้าที่ดูแลริน–ดาราด้วย” ว่าแล้วก็เดินออกไป

มิกิหันมาสั่งไอให้พาอายูมิเข้านอนห้ามตาม แล้วเธอก็รีบวิ่งตามอาคิระไป...โฮชิกำลังดูแลรินดาราในห้องที่มีภาพวาดเมียวโจตั้งอยู่ เสียงกระดิ่งทางเดินดังกระหึ่ม ตามด้วยเสียงห้ามของมิกิ “หยุดเดี๋ยวนี้นะอาคิระ ย่าสั่งให้หยุด...อาคิระไม่ควรทำอย่างนี้ กล้าขัดคำสั่งย่าได้ยังไง”

“เพราะว่าผมเป็นห่วงรินดารา ย่าก็รู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับเธอ”

มิกิจะแย้ง โฮชิออกมาขัด บอกอาคิระว่ารินดาราปลอดภัยดี มิกิก้มหัวขอโทษโฮชิ อาคิระยังดึงดันจะรู้ความจริงให้ได้ มิกิบอกว่าตนไม่มีสิทธิ์บอกจนกว่าโฮชิจะอนุญาต อาคิระหันมาถามโฮชิว่ารินดาราอยู่ไหน ทำไมต้องพาขึ้นมาบนนี้ แล้วความลับอะไรที่เขาปกปิดมาเป็นร้อยปี

ระหว่างนั้น รินดาราฟื้นขึ้นมา เห็นภาพวาดหญิงสาวที่หน้าเหมือนตนก็แปลกใจเอื้อมมือไปลูบ กลีบดอกวิสทีเรียปลิวออกมาล้อมรอบ แล้วก่อตัวเป็นร่างเมียวโจ... ทุกอย่างในคฤหาสน์มิยาคาวะหยุดนิ่งเหมือนเวลาหยุดเดิน ทุกคนค้างอยู่ในท่าที่กำลังทำ รวมทั้งมิกิ โฮชิและอาคิระ ไปจนถึงไอกับอายูมิ มีเพียงรินดาราที่ได้พูดคุยกับเมียวโจ เอ่ยถามเธอคือ...

“ใช่แล้วจ้ะฉันคือเมียวโจ เทพธิดาดาวเดือนเจ็ดและเธอก็คือร่างอวตารบนโลกนี้ของฉัน” รินดาราทำหน้าฉงน “ตั้งแต่วันที่เธอเกิดขึ้นมาในวันที่เจ็ดเดือนเจ็ด ส่วนหนึ่งของฉันก็อยู่กับเธอมาตลอด เหมือนกับว่าเราคือคนคนเดียวกัน เพียงแต่เธอยังไม่รู้ว่าเธอมีหน้าที่อะไร จนวันนี้มาถึง วันที่โฮชิปกป้องเธอด้วยชีวิต”

รินดารายังงงกับคำว่าหน้าที่ เมียวโจขยับเข้าใกล้ ยิ้มให้อย่างอบอุ่น เล่าว่า โฮชิต้องทนทุกข์ทรมานมานาน ตนไม่สามารถทนรอให้เธอพร้อมกว่านี้อีกแล้ว เราต้องช่วยโฮชิผู้แสนดี เทพเจ้าที่รักมนุษย์มากกว่าชีวิตตัวเอง รินดาราย้อนถามว่าหน้าที่ตนคือช่วยโฮชิหรือ

“ใช่แล้วจ้ะ มาสิ ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าโฮชิมีความรักที่ยิ่งใหญ่มากแค่ไหน” เมียวโจยื่นมือไปจับขมับริน–ดารา ทำให้เธอเห็นภาพตั้งแต่โฮชิยังอยู่บนสวรรค์ มีความรักล้นปรี่กับเมียวโจ ไปจนถึงเกิดการต่อสู้ในเมืองสึกิและโฮชิต้องกรีดเลือดช่วยชีวิตชาวเมืองทำให้กลับสวรรค์ไม่ได้

รินดาราน้ำตาไหลริน เมียวโจบอกว่า ตนก็คือเธอ เธอก็คือตน ความรู้สึกของตนที่มีต่อโฮชิอยู่ในตัวเธอแล้ว ฉะนั้นเราต้องช่วยโฮชิ...รินดาราพยักหน้าทั้งน้ำตา

เหตุการณ์กลับสู่ปกติ โฮชิพูดกับอาคิระต่อว่าถ้าเขาอยากรู้ความจริงตนจะเล่าให้ฟังเอง มิกิตกใจ ระหว่างนั้นรินดาราเปิดประตูออกมาโผเข้ากอดโฮชิน้ำตานองหน้า “ท่านชายคะ ฉันจำได้แล้วว่าฉันคิดถึงท่านชายมากแค่ไหน มันช่างนานเหลือเกิน นานจนหัวใจแทบสลาย”

โฮชิอึ้งไม่ต่างจากอาคิระและมิกิ “ฮิคาริ...นี่เธอจำได้แล้วว่าตัวเองเป็นใครหรือ”

“ค่ะท่านชาย ฉันจำได้แล้วว่าฉันเกิดมาเพื่อใคร และหน้าที่ของฉันที่ถูกกำหนดเอาไว้ ตั้งแต่วันที่ฉันเกิดมาคืออะไร”

อาคิระงงถามรินดารานี่มันอะไรกัน เธออึกอักไม่รู้จะอธิบายอย่างไร โฮชิตัดบท “เอาล่ะ นี่คือความจริงที่เธออยากรู้ไงอาคิระ มากับฉันสิอาคิระ ถึงเวลาแล้วที่เธอจะได้รู้ความลับของฉันและกิโมโนโฮชิ ว่ามันเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลมิยาคาวะ และเกี่ยวอะไรกับฮิคาริ”

โฮชินำทุกคนมาที่ห้องกิโมโน มิกิบอกอาคิระว่านี่คือกิโมโนผืนสำคัญที่ลูกหลานมิยาคาวะต้องปกป้องด้วยชีวิต เขายืนมองกิโมโนด้วยความตะลึง มิกิเล่าที่มาของกิโมโน ที่การต่อสู้กับเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกครั้งนั้น ทำให้ลายนกกระเรียนบนกิโมโนขาด และปีศาจหิมะก็ทำให้เมืองสึกิเกิดโรคระบาด ทำให้ท่านชายกลับสวรรค์ไม่ได้ อาคิระหาว่านั่นคือเรื่องในนิทาน

“ไม่ใช่นิทานหรอก แต่เป็นเรื่องจริง ทุกวันฉันจะบรรเลงเพลงโกโตะเพื่อให้คนรักของฉันได้ยิน จนวันนี้เวลาที่ฉันรอคอยก็มาถึง รินดาราคือส่วนหนึ่งของเมียวโจที่เกิดมาเพื่อช่วยให้ฉันได้กลับสวรรค์” โฮชิขยับเข้าใกล้อาคิระ หลับตาแล้วลืมตาขึ้นให้เห็นดวงตาสีเขียวของเขา

“ใช่แล้วค่ะอาคิระ ฉันเองก็เพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่าฉันเกิดมาเพื่อหน้าที่อะไร ปานดาวที่หลังของฉันคือสิ่งที่บอกว่าฉันคือส่วนหนึ่งของเทพธิดาดาวเดือนเจ็ด ฉันเกิดมาบนโลกเพื่อช่วยตามหาขนนกกระเรียนทองคำ

ที่จะนำมาปักลวดลายบนกิโมโนโฮชิให้สำเร็จ” รินดาราหันไปกุมมือโฮชิและกล่าวว่า “ฉันจะอยู่เคียงข้างท่านชาย และทำหน้าที่ของฉันให้สำเร็จค่ะ”

โฮชิดีใจที่เมียวโจกลับมาอยู่ใกล้อีกครั้ง ทั้งสองสวมกอดกัน อาคิระเมินหน้าหนีอย่างสะเทือนใจ มิกิมองหลานชายด้วยความสงสาร

ooooooo

ยูกิกลับมาด้วยความโกรธแค้นที่งานพลาดแถมทำให้ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย ริเอะเผลอสมน้ำหน้า ยูกิโมโหปราดเข้าบีบคอ มาโกโตะต้องขอร้องให้ปล่อยและสั่งริเอะให้ขอโทษ

เช้าวันใหม่ ไอมาพบฮิเดโนริ เล่าเรื่องวุ่นวายที่มิยาคาวะเมื่อคืนให้ฟัง ฮิเดโนริสบถแสดงว่าปีศาจหิมะทำพลาด ไอฟังไม่ถนัดถามเขาพูดอะไร เขาปัดไม่มีอะไร ไอไม่เชื่อทำไมต้องปิดบัง ฮิเดโนริออกอาการรำคาญไล่ให้เธอกลับไปก่อน ไอน้อยใจ

ด้านอาคิระ ระบายอารมณ์ด้วยการหวดไม้เคนโด้อย่างรุนแรง มิกิเห็นอาการของหลานชายก็อดห่วงไม่ได้ เรียกมาคุย เขาให้เข้าไปคุยในห้องเกรงมีคนได้ยินความลับ

“ย่าไม่ได้หมายความถึงเรื่องความลับ แต่ย่าเป็นห่วงความรู้สึกของอาคิระต่างหาก”

“ย่าไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ความจริงเปิดเผยออกมาแบบนี้ก็ดี ผมจะได้หยุดความรู้สึกของผมไว้ก่อนที่จะปล่อยให้คิดไปไกลมากกว่านี้ เพราะยังไงหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของลูกหลานมิยาคาวะก็คือต้องตอบแทนบุญคุณของเทพเจ้านกกระเรียน...”

พอดีโฮชิเดินเข้ามา อาคิระจึงบอกว่าเรื่องเมื่อคืนตนมาคิดดู จะช่วยสืบว่าปีศาจหิมะอยู่ที่ไหน เกรงจะมาสะกดจิตย่าให้ทำร้ายรินดาราอีก โฮชิขอบใจแล้วยื่นเหรียญเซโมริให้ไว้คุ้มครอง เขากลับปฏิเสธ บอกจะใช้ดาบปกป้องคนในมิยาคาวะ มิกิต้องขอโทษแทนหลานชาย โฮชิเข้าใจ

วันนี้ อายูมิฝึกเดินเองได้สามสี่ก้าว รินดาราชมว่าเก่ง อายูมิขอรางวัลเป็นคำตอบว่าบนหอคอยมีอะไร รินดาราชะงักก่อนจะยอมเล่าว่า บนนั้นมีโกโตะและกิโมโนที่ตระกูลมิยาคาวะทอให้โฮชิ อายูมิถามสวยไหม ย่าเคยบอกว่า ตนจะต้องเป็นผู้ดูแลกิโมโนผืนนั้นสืบต่อจากย่า

“สวยสิจ๊ะ กิโมโนโฮชิของท่านชายเป็นกิโมโนที่สวยมากที่สุด แต่จะบอกว่าสวยอย่างไรบ้างก็คงต้องแลกกับที่อายูมิต้องบอกพี่มาก่อนว่า อายูมิรู้ได้ยังไงว่าเมื่อคืนนี้จะเกิดอันตรายกับพี่”

อาคิระเดินผ่านมาได้ยินพอดีจึงเข้ามาฟังด้วย อายูมิอึกอักไม่อาจบอกได้ อ้างเพื่อนจะไม่ปลอดภัย

รินดาราจึงบอกอาคิระอย่าคาดคั้น รอให้อายูมิพร้อมก็จะเล่าเอง อาคิระมีท่าทีมึนตึงเดินแยกออกไป รินดาราทนไม่ได้กับท่าทางของเขาต้องวิ่งตามไปถาม จะไปไหน เขาบอกจะไปสืบเรื่องปีศาจหิมะจากพวกโคสึกะ เพราะตามตำนานพวกนั้นเป็นคนปลุกวิญญาณเธอขึ้นมา อาจจะได้เรื่องบ้าง แต่รินดาราไม่เห็นด้วย เขาไม่ควรไปยุ่งกับพวกนั้น อาคิระน้อยใจถามแกมประชด

“ตกลงตอนนี้ผมกำลังคุยกับใคร รินดาราหรือว่าเทพธิดาดาวเดือนเจ็ด ผมจะได้ทำตัวถูก”

รินดาราให้คุยเหมือนเดิม เขาย้อนจะเหมือนเดิมได้อย่างไรในเมื่อเธอเกิดมาเพื่อโฮชิ ให้เธอไปทำหน้าที่ของเธอ ตนก็จะทำหน้าที่ของตน รินดารารู้สึกสะเทือนใจกับคำประชดของเขา

ส่วนอายูมิแอบเอาขนมมาให้ฮิโตชิเป็นรางวัลที่เตือนเรื่องรินดารา และอยากให้เขายอมให้ขอย่ามิกิให้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ทุกคนต้องชอบเขาเพราะเขาหน้าตาน่ารัก ฮิโตชิครุ่นคิด

อาคิระมาที่โรงซ้อมเคนโด้ มองหาฮิเดโนริ แต่กลับเจอแต่อัตซุโอะกับพวกประมาณสี่คนเข้ามากวน แล้วโยนดาบซามูไรท้าให้สู้กัน...

รินดาราคุยกับโฮชิและมิกิ มิกิทึ่งเมื่อรู้ว่าเธอมีความสามารถคุยกับสัตว์รู้เรื่อง แสดงว่านั่นเป็นสิ่งที่

เมียวโจให้มาเพื่อตามหานกกระเรียน รินดาราหนักใจเพราะนกกระเรียนหายสาบสูญไปนับร้อยปีแล้ว มิกิเศร้าใจ แต่รินดารารับปากจะพยายามหานกกระเรียนทองคำให้เจอ โฮชิยิ้มบอกไม่ต้องรีบร้อน จะรออีกหน่อยก็ไม่ต่างกัน

มิกิแย้ง “ต่างสิคะ เวลานี้ท่านชายไม่ได้รอเพียงเดียวดายอีกแล้ว แต่ท่านชายมีเธออยู่ด้วย”

คำพูดของมิกิทำให้โฮชิสบตารินดารา มิกิอมยิ้มขอตัวกลับลงไป แต่ขอถามรินดาราว่า เธอกับเมียวโจเหมือนคนเดียวกัน ถ้าตนบอกผ่านเธอไป จะถึงเมียวโจได้ใช่ไหม เธอรับว่าได้

“ท่านชายคิดถึงคุณมากเลยนะคะ ดิฉันสงสารที่ท่านชายต้องเดียวดายมาตลอด ฝากท่านชายด้วยนะคะ” มิกิพูดจบก็ออกไป ปล่อยให้โฮชิกับรินดาราอยู่กันตามลำพัง

รินดาราตื่นเต้นจนโฮชิได้ยินเสียงหัวใจเธอ เขาเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน ต่างทำตัวไม่ถูก หญิงสาวยอมรับว่า พอได้รู้ความจริงว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือความคิดถึง โฮชิบอกว่าหนึ่งวันบน

สวรรค์แต่กินเวลายาวนานเป็นร้อยปีบนโลก ความคิดถึงของตนต้องมีมากกว่า โฮชิดึงรินดารามากอด เธอประหม่าจนเขารู้สึกได้รีบคลายอ้อมกอด รู้ว่าเป็นเรื่องยากสำหรับเธอ หญิงสาวแก้ตัว

“ไม่หรอกค่ะ ชีวิตฉันถูกลิขิตให้เกิดมาเพื่อเป็นของท่านชายอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ฉันยังไม่ชิน”

พลันแป้งร่ำโทร.เข้ามาเรียกให้ไปพบที่ร้านด่วนมีเรื่องปรึกษา รินดาราจึงขอตัว

โฮชิมองตามหลัง แล้วเกิดลางสังหรณ์บางอย่างกับอาคิระ...ในขณะที่อาคิระฟาดฟันสมุนอัตซุโอะล้มไปหมด เหลือเพียงอัตซุโอะคนเดียว แต่แล้วเขากลับเล่นไม่ซื่อ ใช้หัวโขกจนอาคิระเซแล้วใช้ดาบไล่ฟัน โฮชิโผล่มาใช้ดาบไม้งัดดาบอัตซุโอะกระเด็นออกไป แล้วชี้ปลายดาบไม้ไปที่หน้าเขา ประกาศอย่ามายุ่งกับคนในตระกูลมิยาคาวะอีก อัตซุโอะตกใจยืนเหวอ มองโฮชิประคองอาคิระ พวกสมุนจะเข้าไปเล่นงาน อัตซุโอะห้าม

“หยุด! เขาไม่ใช่คนที่พวกแกจะสู้ได้” อัตซุโอะก้มหัวยอมให้โฮชิพาอาคิระออกไป

ออกมาข้างนอก โฮชิตำหนิอาคิระ เตือนแล้วอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม พวกโคสึกะคงรู้ว่าเธอจะมาจึงเตรียมการต้อนรับไว้ อาคิระย้อนแสดงว่าโคสึกะอยู่เบื้องหลังปีศาจหิมะจริงๆ ฉะนั้นที่มาก็ไม่เสียเที่ยว โฮชิว่าอย่างไรเสียก็ไม่ควรเอาตัวมาเสี่ยง ตนไม่อยากเห็นคนในตระกูลมิยาคาวะต้องจบชีวิตลงเพราะตนอีกแม้แต่คนเดียว

“แต่จะให้อยู่เฉยรอให้รินดาราหาทางช่วยท่านชายกลับสวรรค์คนเดียว ผมคงทำไม่ได้”

“แต่ฉันว่าที่เธออยู่เฉยไม่ได้ เพราะจิตใจเธอกำลังร้อนรุ่มเรื่องที่รินดาราเกิดมาเพื่อฉันมากกว่านะอาคิระ...ฉันเห็นแววตาของเธอที่มีต่อรินดารา ฉันก็พอจะเดาออก”

“ตั้งแต่เล็กๆ คุณย่าสอนผมว่าความอิจฉาริษยาไม่เคยส่งผลดีกับใคร ใจที่อิจฉาริษยาจะเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มหาความสุขไม่ได้ รินดาราจะรักใครก็เป็นสิทธิ์ของเธอ สิ่งเดียวที่ผมทำได้ก็คือ ทำหน้าที่ของผมตอนนี้ให้ดีที่สุดเพื่อท่านชายครับ” อาคิระโค้งจนสุดตัวดูน่าสงสาร

ทางด้านรินดารา...แป้งร่ำกับเกียวถูกฮิเดโนริขอร้องให้นัดเธอออกมาพบ เขาต้องการขอโทษ พอรินดารามาถึงก็ยอมที่จะฟังเขาอธิบาย ฮิเดโนริบอกว่า อยากเตือนให้เธอออกไปจากเมืองสึกิแล้วอย่ากลับมาอีกเพราะมันจะเป็นอันตรายต่อชีวิตเธอ

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ แต่ฉันจะไม่ไปไหน และคุณนั่นแหละที่ควรหยุดการลอบทำร้ายคนของตระกูลมิยาคาวะเสียที เพราะต้นตอของความจงเกลียดจงชัง มันก็แค่น้ำผึ้งหยดเดียว”

ฮิเดโนริยื้อจะให้ไป ฉุดมือเธอ ทันใดก็รู้สึกร้อนฝ่ามือจนปวดแสบ เห็นดวงตาเธอกลายเป็นสีเขียวก็ผงะถอยห่าง ดวงตาเขาเปลี่ยนเป็นสีส้มแยกเขี้ยวสุนัขจิ้งจอกใส่...ไอซึ่งสะกดรอยตามฮิเดโนริมา เห็นก็ตกใจรีบตามเขากลับไปถึงบ้าน ฮิเดโนริรู้โดยสัญชาตญาณสัตว์ว่าใครมาก็ตวาดไล่เธอกลับ เธอโวยเขามีความลับอะไรและคิดว่าเขากำลังมีใจให้รินดารา ชายหนุ่มโมโหจึงกลายร่างเป็นสุนัขจิ้งจอกให้เธอเห็น ขู่คำรามใส่ ไอกลัวลานน้ำตาไหลพรากแต่ยังยืนยันว่าจะรักเขาคนเดียว

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.