ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กลกิโมโน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: “เบิร์ด” ธงไชย ประกบ “ชมพู่ อารยา” ในละครฟอร์มยักษ์ “กลกิโมโน”



เมื่ออายูมิยอมที่จะให้รินดารารู้จักฮิโตชิ จึงพามาที่บ่อน้ำร้าง ร้องเรียกฮิโตชิให้ออกมา บอกว่ารินดาราไม่ดุ ใจดี แต่เขาก็ไม่ยอมออกมา รินดาราได้ยินเสียงฮิโตชิเคลื่อนไหวจึงวางแผนทำทีขอตัวไปคุยโทรศัพท์ เพื่อจะลอบมองตอนเขาออกมา

แต่ฮิโตชิรู้ทัน เข็นรถอายูมิเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้ อายูมิตกใจร้องทำให้รินดาราได้ยินรีบตามไปดู เห็นเพียงอายูมิโผล่พ้นพุ่มไม้ เสียงฮิโตชิต่อว่า สัญญากันแล้วจะไม่บอกใคร อายูมิบอกว่ารินดาราใจดีและยอมเลี้ยงลูกนกตัวนั้นให้แถมตั้งชื่อว่าฮิเมะ แล้วเราจะได้เล่นกับมันที่ห้องเธอ

เสียงรินดาราเหยียบใบไม้แห้งทำให้ฮิโตชิผละออก อายูมิจะคว้าแขนจึงเสียหลักเกือบตกจากรถร้องลั่น ฮิโตชิเป็นห่วงหันกลับมารับ พร้อมๆกับที่รินดารามาถึงจึงเห็นหน้าเขา เธอแทบผงะจำได้ว่าคือผีเด็กที่หลอกเธอคราวนั้น...ฮิโตชิปล่อยอายูมิแล้ววิ่งหนีไป รินดารากอดปลอบ

จากที่ไอได้รับบาดเจ็บ ทำให้มิกิตัดสินใจให้ไอขึ้นมารับรู้เรื่องบนหอคอย ไอแปลกใจที่ไม่มีเสียงดังบนทางเดิน มิกิบอกว่าตนปลดล็อกสัญญาณ ไอลิงโลดในใจแย็บถาม บนนี้คงมีของสำคัญของตระกูลอย่างที่ตนเคยได้ยินมา

“ถูกต้องจ้ะ เป็นของสำคัญที่ตระกูลมิยาคาวะของเราสืบทอดดูแลรักษากันมายาวนาน และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสิทธิ์รับรู้เรื่องนี้ จะต้องเป็นมิยาคาวะที่ได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้นและหนึ่งในนั้นตอนนี้ก็คือไอ”

ไอคาดไม่ถึงถามทำไมถึงเป็นตน โฮชิเดินมาตอบแทน เพราะเธอเป็นส่วนหนึ่งของมิยาคาวะที่ได้รับการไว้วางใจแล้ว มิกิเห็นว่าไอได้รับบาดเจ็บเกือบเอาชีวิตไม่รอดก็ควรรู้ว่าอันตรายอยู่ใกล้ตัวเหลือเกิน โฮชิเน้น สาเหตุมาจากสิ่งที่อยู่บนหอคอย ตนคงเสียใจมากถ้าจะมีมิยาคาวะเป็นอะไรไปอีกคน ตนกับมิกิตัดสินใจให้เธอได้รับรู้และช่วยกันทำหน้าที่ปกป้องของสำคัญนี้

พอดีรินดาราเข้ามาด้วยความร้อนใจ พอเห็นไอก็ชะงักเล็กน้อย มิกิกับโฮชิยิ้มให้ทำนองไม่เป็นอะไร... หลังจากนั้น ไอกลับลงมาจากหอคอย รีบโทรศัพท์รายงานฮิเดโนริว่าการที่ตนลงทุนบาดเจ็บมันได้ผลเกินคาด ระหว่างนั้นอาคิระเดินมาเห็นไอลงมาจากหอคอยก็แปลกใจ

ในขณะที่รินดารากำลังคุยกับโฮชิและมิกิว่าตนเห็นด้วยที่ให้ไอรับรู้เรื่องสำคัญของมิยาคาวะ ส่วนเรื่องที่ตนขึ้นมาหาคือเรื่องเพื่อนของอายูมิ มิกิทำหน้างงๆ โฮชิย้อนถามทำไมคิดว่าตนรู้เรื่อง รินดาราจึงกล่าวว่า “มีผีอาศัยอยู่ในคฤหาสน์มิยาคาวะ แถมยังเป็นเพื่อนเล่นหนูอายูมิอยู่ตั้งนาน มีหรือคะที่ท่านชายจะไม่รู้”

อาคิระตามขึ้นมาได้ยินที่รินดาราพูดพอดี เขานึกย้อนถึงความผิดปกติที่เกิดกับหลานสาว

โฮชิอธิบายแก่รินดาราและมิกิ “ฮิโตชิถูกพวกโคสึกะทำร้าย ฉันสงสารก็เลยให้เขาอยู่ที่นี่ ส่วนเรื่องเขาเป็นเพื่อนเล่นกับอายูมิ เขาสัญญากับฉันว่าเขาจะไม่ทำอันตรายอายูมิ”

มิกิแทรกถามรินดารารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เธอตอบว่าอายูมิเพิ่งพาตนไปหาฮิโตชิ ตนจึงรู้ว่าเขาคือผีเด็กที่เคยหลอกที่ป่าสน โฮชิตกใจไม่เคยรู้มาก่อน แต่รินดารารีบบอกว่าตอนนั้นเขาน่ากลัวแต่ตอนนี้เขาดูเป็นเด็กชายน่ารักคนหนึ่ง ท่าทางจะรักอายูมิมาก...สิ่งที่อาคิระได้ยินไม่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย ยิ่งไม่พอใจกลับลงมาจัดการบางอย่าง

โฮชิเรียกฮิโตชิให้ออกมาหา มิกิสะดุ้งเมื่อฮิโตชิปรากฏตัวข้างๆ โฮชิขำท่าทางมิกิ เธอเอ็ด “ท่านชายไม่ต้องหัวเราะเลยนะคะ โผล่มาเงียบๆ ดิฉันไม่ตกใจจนหัวใจวายตายก็ดีแล้ว”

โฮชิหันมาปลอบฮิโตชิไม่ต้องกลัว สองคนนี้ไม่ทำร้ายเธอแค่อยากให้เธอสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายอายูมิ... ฮิโตชิสัญญาและรู้ตัวดีว่าอีกไม่นานก็ต้องจากไป ตนไม่อยากให้อายูมิเสียใจเวลาที่ตนไม่อยู่ รินดาราบอกอายูมิ คิดว่าฮิโตชิเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ต้องคิดถึงเขาตลอดไป

“แต่ก่อนที่ฮิโตชิจะไป ฮิโตชิขอไปลาอายูมิครั้งสุดท้ายได้ไหม”

ทั้งโฮชิ มิกิและรินดารายิ้มให้อย่างอ่อนโยน โดยไม่รู้ว่าอาคิระได้นำเหรียญเซมาโมริมาให้อายูมิห้อยคอ กำชับ “ฟังคำอาไว้นะ เราต้องไม่หวังพึ่งให้ใครมาช่วยปกป้องเรา เราต้องพึ่งตัวเอง หาทางป้องกันอันตรายด้วยตัวเราเอง”

“งั้นอายูมิจะไม่ถอดสร้อยนี้ออกเลยค่ะ ถ้ามีผีมา อายูมิจะไล่ผีด้วยตัวอายูมิเอง”

อาคิระคลายความกังวล เดินออกจากห้องหลานสาว สวนทางกับโฮชิและรินดารา โฮชิเห็นสีหน้าอาคิระจึงถามเขารู้เรื่องฮิโตชิแล้วใช่ไหม เขายอมรับและไม่ยอมให้ฮิโตชิเข้าใกล้อายูมิอีก โฮชิขอโทษและยืนยันว่า

ฮิโตชิเป็นเด็กดี ไม่ทำร้ายอายูมิและทุกคนในมิยาคาวะ อาคิระแย้งว่าเคยทำร้ายรินดารา รินดารารีบแก้ว่าตนเข้าใจผิดไปเอง ให้เขาใจเย็นและช่วยกันหาทางแก้ไข

“ทางออกของผมมีทางเดียว ผีเด็กตัวนั้นต้องอยู่ให้ห่างจากหลานสาวของผม และในเมื่อเขาไม่ยอมไป ผมก็ต้องทำให้เขาไปเอง” โฮชิรีบถามทำอะไร “ผมให้อายูมิใส่เหรียญเซมาโมริเอาไว้ ภูตผีปีศาจตนไหนจะได้เข้าใกล้หลานสาวผมไม่ได้อีก”

โฮชิตกใจมากรีบวิ่งไปที่ห้องอายูมิ รินดาราหน้าเสียวิ่งตามไป อาคิระมองไม่เข้าใจ...ระหว่างนั้นฮิโตชิเข้ามาปลุกอายูมิเพื่อบอกว่าตนต้องไปแล้ว อายูมิลุกถามจะไปไหนไม่อย่างนั้นตนไม่ให้เขาไป อายูมิขยับเข้าใกล้ฮิโตชิ พลังจากเหรียญเซมาโมริสว่างวาบกระทบฮิโตชิร้อนเร่าไปทั้งตัวเขาร้องลั่นทรุดลงกับพื้นดิ้นทุรนทุราย ตามตัวมีเลือดซิบ เขากอดตัวเองอย่างเจ็บปวด ใบหน้ากลายเป็นผีตาดำมีเลือดดำไหลออกตา อายูมิเห็นร้องกรี๊ดถอยหนี คว้าของหัวเตียงปาใส่ด้วยความหวาดกลัว ฮิโตชิหน้าเบ้ที่อายูมิไม่รักตนทำร้ายตน หายตัววับไป

โฮชิเปิดประตูเข้ามา รินดารากับอาคิระปราดเข้ากอดปลอบอายูมิ รินดาราเห็นสร้อยเซมาโมริแล้ว ไม่สบายใจ...โฮชิวิ่งออกมาตามหาฮิโตชิ เห็นนั่งกอดเข่าร้องไห้ ตามตัวเต็มไปด้วยแผล

“เจ็บมากใช่ไหมเจ้าหนู ให้ฉันช่วยเธอนะ”

โฮชิกล่าวอย่างอ่อนโยน ฮิโตชิยื่นมือให้ โฮชิหลับตาส่งพลังรักษาบาดแผลให้เขาหายเป็นปกติ แต่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้น

“อายูมิเคยบอกว่าต่อให้ฮิโตชิเป็นผีก็จะไม่กลัว”

“อายูมิแค่ตกใจ เขาไม่ได้รังเกียจเธอหรอก”

“ไม่จริง! อายูมิเกลียดฮิโตชิ เอาของปาใส่เหมือนคนพวกนั้น อายูมิทั้งดื้อทั้งขี้โกหก อายูมินิสัยไม่ดี ฮิโตชิจะไม่รักอายูมิแล้ว” ว่าแล้วฮิโตชิก็หายตัววับไป

โฮชิร้องเรียกเท่าไหร่ก็ไม่กลับมา รินดาราวิ่งตามมา โฮชิจึงบอกว่าฮิโตชิไปแล้ว รินดาราคิดว่าถ้าไปแล้วจริงก็เป็นการดีกับอายูมิ อีกไม่นานก็คงลืม แต่โฮชิเป็นห่วงอยากให้กลับมา ตนต้องการส่งเขาไปในที่ที่ดี จะได้มีความสุขจริงๆ

“อย่าคิดมากไปเลยนะคะ ถ้าโชคชะตาลิขิตมาให้ท่านชายมีหน้าที่ช่วยฮิโตชิไปพบความสุข เราจะต้องได้พบเขาอีกครั้งแน่นอนค่ะ” รินดาราเข้าไปกอดแขนปลอบ โฮชิพยักหน้ารับ

ooooooo

ค่ำวันนั้น มิกิยกถาดน้ำชาลงมาจากหอคอย เจอไอกำลังจะขึ้นไปจึงตำหนิ ถึงตนจะอนุญาตให้ขึ้นไปครั้งก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะขึ้นไปรบกวนท่านชายได้ตลอด ไอจ๋อย

รินดารากลับเข้ามาในห้องอายูมิ เห็นอาคิระทำหน้าไม่สบอารมณ์ ก็เหนื่อยใจนั่งลงข้างอายูมิแล้วตรวจเช็กว่าเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า อายูมิส่ายหน้าไม่เจ็บตรงไหนเลย แต่ถาม

“พี่รินดาราขา ฮิโตชิเป็นผีแล้วทำไมเขาถึงเล่นกับอายูมิได้ กินขนมก็ได้”

“เพราะฮิโตชิอยากเป็นเพื่อนกับเด็กน่ารักอย่างอายูมิไงคะ เขารักอายูมิ แล้วความรักนี่ล่ะค่ะ ช่วยมอบพลังให้เขาทำได้ทุกอย่าง”

อาคิระโวยให้หยุดพูดถึงฮิโตชิ และสั่งอายูมิลืมฮิโตชิไปเสีย ผีกับคนไม่มีวันเป็นเพื่อนกันได้ รินดารามองอาคิระเคืองๆ พออายูมิเข้านอนแล้ว เธอก็วิ่งตามอาคิระออกมาตำหนิ

“ฉันเข้าใจนะคะว่าคุณกำลังโมโหเรื่องฮิโตชิมาก แต่ฉันไม่อยากให้คุณพูดกับอายูมิแบบนั้น มันทำร้ายจิตใจของเด็กมากเกินไป” อาคิระสวนว่าตนหวังดี “ค่ะฉันรู้ แต่คุณต้องไม่ลืมว่าตอนนี้ฮิโตชิเป็นเพื่อนรักของอายูมิ แค่เขาเป็นผีก็แย่พออยู่แล้ว คุณอย่าพูดอะไรเลวร้ายเกี่ยวกับฮิโตชิให้อายูมิฟังอีกเลย เพราะแกจะกลายเป็นเด็กมองโลกในแง่ร้าย แกจะไม่เปิดใจรับเพื่อนใหม่ด้วยกลัวจะเสียความรู้สึกเหมือนฮิโตชิ”

อาคิระอ่อนลง กล่าวขอโทษ ตนแค่กลัวอายูมิเป็นอันตราย รินดาราเข้าใจ ถ้าเกิดขึ้นกับน้องสาวตน ตนก็คงไม่ต่างจากเขา อาคิระคลายความกังวลลง รินดาราจึงเอ่ยว่ามีเรื่องคุยด้วย

“เรื่องท่านชายใช่ไหม” อาคิระดักคอ

“ค่ะ ฉันอยากให้คุณเข้าใจ ท่านชายเห็นว่าเวลาอายูมิอยู่กับฮิโตชิ แกดูมีความสุข อาจจะเป็นเพราะแกไม่ได้ไปโรงเรียน แกเหงาไม่มีเพื่อนเหมือนเด็กคนอื่นๆ พอแกมีฮิโตชิเป็นเพื่อนก็พลอยทำให้แกมีกำลังใจอยากจะเดินได้อีกครั้ง เพื่อจะไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ท่านชายถึงต้องยอมปล่อยให้ฮิโตชิอยู่กับอายูมิโดยที่เขาคอยดูแลอยู่ตลอด”

อาคิระรู้สึกผิด รินดาราย้ำว่าโฮชิรักและเป็นห่วงทุกคนในมิยาคาวะ ตนเชื่อว่าต่อให้ท่านต้องติดอยู่บนโลกมนุษย์ตลอดไป เพื่อแลกกับการปกป้องมิยาคาวะท่านก็ยอม อาคิระสลดลงจะไปขอโทษโฮชิพรุ่งนี้ แต่ถึงยังไงตนก็ไม่สบายใจเพราะฮิโตชิเป็นคนของโคสึกะ แล้วตอนนี้โคสึกะก็ร่วมมือกับปีศาจหิมะมาทำลายพวกตน ทางที่ดีตนต้องหาทางกำจัดปีศาจหิมะให้ได้ก่อน รินดาราอยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างไร แต่เขาไม่ตอบ สีหน้ามุ่งมั่น

รุ่งเช้า อาคิระนัดริเอะมาหาที่โรงงาน เธอดีใจมากเพิ่งไปส่งแฮโรลด์ขึ้นเครื่อง อาคิระถามบอกใครหรือเปล่าว่ามาหาตน ริเอะส่ายหน้า ก็เขากำชับไม่ให้บอกใครเธอก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง อาคิระจึงเปิดประเด็นว่าต้องการคุยด้วยเรื่องปีศาจหิมะ ริเอะหน้าเจื่อนปฏิเสธไม่รู้เรื่อง

“อย่าโกหกผมริเอะ ความจริงเปิดเผยหมดแล้ว ผมเคยสงสัยว่าทำไมระยะหลังมานี้พ่อคุณมือขึ้นมาก ประมูลได้แต่งานชิ้นใหญ่ๆ คุณเองก็ได้พบร่วมงานกับคุณแฮโรลด์อย่างง่ายดาย สิ่งเหล่านี้ นางปีศาจหิมะมอบให้เป็นการตอบแทนความช่วยเหลือของพวกคุณใช่ไหม”

ริเอะหลบสายตา ทำให้อาคิระมั่นใจ ต่อว่าริเอะในขณะที่ครอบครัวเธอมีความสุขแต่ครอบครัวตนเดือดร้อน ริเอะไปต่อไม่ถูกจึงใช้มารยาบีบน้ำตาว่าตนกับพ่อไม่มีทางเลือก พวกตนถูกบังคับให้เป็นทาส ไม่อย่างนั้นก็ต้อง ตาย...อาคิระใจอ่อนกอดปลอบลูบหลังลูบไหล่ริเอะบอกให้ร่วมมือกันทำลายปีศาจหิมะ ไม่อย่างนั้นสักวันพวกเราก็ต้องตาย ริเอะรับปาก

พอดีรินดาราแวะมาหาอาคิระ เห็นประตูแง้มอยู่ จึงได้ยินการสนทนาของทั้งคู่ ริเอะถามอาคิระว่า ถ้าทุกอย่างสำเร็จ เราจะกลับมาคบกันเหมือนเดิมได้ไหม รินดารายืนฟังอยากรู้คำตอบ ริเอะสัญญาจะทำหน้าที่ดูแลเขาให้ดีกว่าที่รินดาราดูแลท่านชาย อาคิระถามว่านางปีศาจเล่าทุกอย่างให้ฟังหรือ เธอพยักหน้าและรู้ด้วยว่าเขาไม่มีวันสมหวังกับรินดารา...อาคิระนิ่งเงียบทำให้รินดารา
เข้าใจว่าเขาไม่ปฏิเสธ หัวใจเธอแทบสลาย ก็พอดีมีเสียงพนักงานทักว่ามาพบอาคิระหรือ

รินดาราสะดุ้งรีบบอกว่าเปล่าแล้ววิ่งออกไป อาคิระหันมองเห็นหลังเธอไวๆ รีบผละจากริเอะวิ่งตามรินดาราไป ริเอะเจ็บใจมาก

มาถึงหน้าศาลเทพเจ้านกกระเรียน อาคิระตามมาดึงแขนรินดารา เธอสะบัดออกประชดให้เขากลับไปดูแลริเอะ เดี๋ยวเธอจะเสียใจ

“แต่ผมแคร์คุณคนเดียว” อาคิระโพล่งออกมาจากหัวใจ

รินดาราอึ้ง อาคิระย้ำอีกครั้งว่าเขาแคร์เธอคนเดียว แต่ด้วยความน้อยใจจึงสวน “แคร์ฉันแล้วทำไมถึงผลักไสไล่ส่งฉันไปหาคนอื่น”

“ผมคิดว่าตัวเองจะเข้มแข็งกว่านี้ แต่ไม่ใช่เลยยิ่งผมพยายามลืมคุณมากขึ้นเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น รินดาราถ้าถึงวันที่คุณส่งท่านชายกลับสวรรค์ไปหาเมียวโจได้สำเร็จ คุณจะกลับมาเป็นรินดาราคนเดิม วันนั้นคุณจะให้โอกาสผมได้ไหม...ว่าไงคุณจะรักผมบ้างได้ไหม”

“ไม่ได้ค่ะ ถ้าฉันจะรักคุณ ฉันต้องรักคุณหมดหัวใจ แต่ตอนนี้หัวใจของฉันรับรู้อยู่เสมอว่า ฉันมีหน้าที่เป็นคนรักของท่านชาย ต่อให้ท่านชายไม่อยู่แล้ว ฉันก็ควรจะซื่อสัตย์ต่อคนรักของฉันไม่ใช่หรือคะ...คุณ

ริเอะพูดถูกเรื่องของฉันกับคุณไม่มีวันเป็นจริงได้ คุณควรเปิดโอกาสให้คุณริเอะดีกว่า มองสิ่งที่เคยผิดพลาดในแง่ดี การที่ความรักของคุณกับคุณริเอะมีคนอื่นเข้ามาแทรก มันช่วยทำให้คุณริเอะรู้ว่าเธอรักคุณมากแค่ไหน” พูดจบรินดาราเดินจากไป

อาคิระมองตามอย่างเจ็บปวด...ไม่ทันไร ริเอะเดินมาขวางหน้ารินดารา เยาะว่าสิ่งที่เธอพูดคงไม่ใช่ละครฉากหนึ่ง ที่หวังให้อาคิระเห็นเธอเป็นนางเอก รินดาราเอือม จึงตอกกลับ

“คุณนี่เก่งจังเลยนะ...ที่ฉันชมเพราะคุณเก่งที่คิดมโนอะไรต่อมิอะไรไปเองได้เรื่อยๆ มิน่าถึงอยู่กับนางปีศาจหิมะได้” ริเอะโวยหาว่าด่า “ฉันแนะนำอะไรให้นะคะ ถ้าคุณอยากให้คุณอาคิระกลับมารักคุณ คุณต้องรู้จักที่จะรักอาคิระจริงๆ ไม่ใช่แค่อยากเอาชนะเขาหรือเอาชนะฉัน”

ริเอะมองอย่างเคืองขุ่น เข่นเขี้ยวจะทำให้รินดาราเห็นว่าตนรักอาคิระจริงๆ...ริเอะกลับมาบอกมาโกโตะว่าจะร่วมมือกับอาคิระกำจัดยูกิ มาโกโตะตกใจหวาดกลัวจะถูกกำจัดเสียเอง ริเอะหว่านล้อมว่าสักวันพวกเราก็ต้องถูกกำจัดเพราะหมดความหมาย แต่ถ้าร่วมมือกับอาคิระ ตนกับเขาจะกลับมารักกันเหมือนเดิม ต่อไปพ่อก็จะได้ครอบครองมิยาคาวะ

มาโกโตะคิดหนัก ตัดสินใจมาบอกยูกิแต่ขอร้องอย่าทำร้ายลูกสาวตน ยูกิกำลังอารมณ์ไม่ดีจึงพรวดเข้าบีบคอมาโกโตะ “ฉันเกลียดการต่อรอง ถ้าฉันอยากจะทำหรือไม่อยากทำอะไร ใครหน้าไหนก็ห้ามฉันไม่ได้ โดยเฉพาะมนุษย์กระจอกอย่างแก ไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับฉันจำไว้”

มาโกโตะโดนเหวี่ยงไปติดกำแพง ยูกิให้พูดเรื่องที่จะบอกออกมา เขาจึงเบี่ยงเบนว่า ริเอะบอกว่าแผนทำให้อาคิระกับรินดาราลงเอยกันไม่ได้ผล ถ้าจะทำให้โฮชิเสียใจต้องใช้วิธีอื่น

ยูกิเข่นเขี้ยว “ถ้าความรักของโฮชิกับเมียวโจทำลายยากเย็นนัก ฉันก็จะใช้ความรักที่โฮชิมอบให้พวกมิยาคาวะเป็นเครื่องมือ สั่งสอนให้เขารู้สึกว่าเวลาความรักความหวังดีถูกตีค่าเป็นสิ่งเลวร้าย มันเจ็บปวดมากแค่ไหน”

ooooooo

รินดารายืนเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ครุ่นคิดถึงคำพูดของอาคิระที่ว่าแคร์ตนคนเดียว เสียงโฮชิเตือน... การพยายามลืมปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง หญิงสาวชะงักปฏิเสธไม่มีปัญหาอะไร โฮชิเข้ามากุมมือลูบไล้ใบหน้าเธอ

“ฮิคาริ ถึงฉันจะอยู่ห่างเธอมากกว่าสี่ร้อยปี แต่ฉันยังจำทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอได้ดี แล้วทำไมฉันจะดูไม่ออกว่าตอนนี้เธอกำลังมีเรื่องทุกข์อยู่ในใจ เรื่องนั้นก็เป็นเรื่องที่ทำให้เธอสับสนตัดสินใจไม่ได้...บอกฉันได้ไหมว่าเธอทุกข์ใจเรื่องอะไร ฉันจะช่วยเธอตัดสินใจเอง”

รินดาราค่อยๆชักมือออกจากมือโฮชิ แล้วหลบสายตาบอกเขาว่าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ โฮชิอ่อนใจจึงกล่าวเพียงว่า อย่าลืมว่ามีตนอยู่ตรงนี้เสมอ ทันใดรินดาราก็เกิดอาการเจ็บปวดที่ปาน เหมือนเป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง ทั้งเธอและโฮชิไม่สบายใจ

ไอแอบวางยาในน้ำชาให้มิกิดื่ม เพื่อจะขโมยผ้าไหมลายนกกระเรียนทองคำ พอมิกิผล็อยหลับ ไอก็เอาผ้าไหมซ่อนในเสื้อเดินจ้ำออกมา

โฮชิเดินมาส่งรินดาราที่ห้อง พอเดินกลับก็สวนกับไอที่มีท่าทีพิรุธ เขาถามเธอมาทำอะไรแถวห้องเก็บกิโมโน เธอโกหกว่ามาเอากล่องเครื่องมือให้มิกิ โฮชิแย้งว่าเห็นมิกิถือออกไปตั้งแต่ตอนเย็น ไอกลบเกลื่อนว่ามิกิคงลืมไปวางทิ้งที่อื่น แล้วขอตัวไปตามหา โฮชิเรียกไอไว้ เธอหน้าเสีย แต่พอเขาฝากบอกมิกิว่าคืนนี้ไม่ต้องขึ้นมาบนหอคอยแล้ว ไอก็ถอนใจโล่งอกรับคำ รีบเดินออกไป

โฮชิเข้ามาในห้องเก็บกิโมโน เห็นกล่องใส่ผ้าไหมแง้มอยู่ พอเปิดดูก็พบว่าผ้าไหมหายไป จึงวิ่งตามไอออกไป ไอได้ยินเสียงโฮชิเรียกก็ตกใจรีบวิ่งหนีสะดุดล้มข้อเท้าแพลง ฮิเดโนริเข้ามาขอผ้าจากไอแล้วจะไป ไอรั้งเขาไว้บอกอย่าทิ้งตนไว้ที่นี่ เขาจึงอุ้มเธอวิ่งหายไปอย่างว่องไว โฮชิได้ยินเพียงเสียงคำรามของสุนัขจิ้งจอก อาคิระวิ่งตาม มาถึงถามเกิดอะไรขึ้น...

ฮิเดโนริเอาผ้าไหมมาให้ไดซูเกะ ไอยิ้มปลื้มที่เป็นผลงานของตน ไดซูเกะส่งผ้าให้ยูกิทำลาย ดวงตายูกิเปลี่ยน เป็นสีฟ้า พริบตาเดียวผ้าไหมก็มอดไหม้ ทุกคนหัวเราะสมใจ

“ในที่สุดเทพเจ้านกกระเรียนก็จะกลับสวรรค์ไม่ได้ มันจะต้องทนทุกข์ทรมานติดอยู่บนโลกนี้ตลอดไป”

ฮิเดโนริหัวเราะร่า

“ยัง! แค่นี้ยังไม่สาสมกับสิ่งที่เขาทำไว้กับเทพเจ้าจิ้งจอกของพวกท่าน เราต้องทำให้โฮชิตายทั้งเป็นถึงจะสาสม” ยูกิแย้ง

อัตซุโอะเสนอจะไปจัดการฆ่าพวกมิยาคาวะทุกคน ไอตกใจหน้าเสียไม่คิดว่าจะบานปลายขนาดนี้ พออยู่ลำพังกับฮิเดโนริ จึงขอร้องไม่ให้เขาทำร้ายใครในมิยาคาวะอีก เพราะพวกเขาเป็นครอบครัวตน ฮิเดโนริย้อนว่า ป่านนี้ทุกคนคงไม่นับเธอเป็นครอบครัวอีก ไอย้อนว่าตนไม่อยากเห็นพวกเขาตาย เหมือนที่เขาไม่อยากเห็นตระกูลเขาล่มสลาย

“อย่าเอาฉันไปเทียบกับเธอ ฉันไม่เคยคิดทรยศตระกูลตัวเองเหมือนเธอ”

“แล้วฉันทำเพื่อใครล่ะ” ไอหน้าเสีย

“เธอทำเพื่อตัวเธอเองต่างหากล่ะไอ เธออยากให้ฉันรักเธอให้ความสุขกับเธอ เธอถึงยอมทำทุกอย่าง”

ไอเพิ่งตาสว่างว่าถูกหลอกใช้ ฮิเดโนริให้คิดว่าเป็นธุรกิจ ตนให้ความสุขเธอ เธอก็ให้ความสุขตระกูลตน...

ฮิเดโนริขังไอไว้ในห้อง สั่งอัตซุโอะเฝ้าไว้ ยูกิเข้ามาหาไอ อ้างเห็นใจที่เธอยอมทำทุกอย่างเพราะความรัก แล้วโดนรักเล่นงานให้เจ็บเจียนตาย ตนไม่ได้ต้องการอะไรแค่อยากช่วยให้กลับไปแก้ไขความโง่เขลาที่ปล่อยให้ความรักบังตา สั่งสอนให้ฮิเดโนริรู้ว่าอย่าใช้ความรักรังแกเธออีก ไอดีใจขอบคุณยูกิแล้ววิ่งออกจากห้องไป

ยูกิมองตามยิ้มสะใจ “โฮชิ...เธอต้องเจ็บปวดที่เห็นมิยาคาวะแตกแยกกันเพราะเธอ”

พอทุกคนรู้ว่าไอขโมยผ้าไหมไปก็ตกใจ แสดงว่าที่อาคิระกับรินดาราสงสัยที่เมืองไทยเป็นความจริง อาคิระจะไปเล่นงานพวกโคสึกะ รินดาราปราม นานะเข้ามาบอกว่ามิกิเป็นอะไรไม่รู้นอนหลับไม่ตื่น...ทุกคนมาที่ห้องมิกิ โฮชิมองไปที่ถ้วยชาแล้วถามใครชง นานะตอบว่าไอ เขาก็สรุปได้ว่ามิกิโดนวางยา อาคิระยิ่งแค้นพวกโคสึกะทำอะไร ไอถึงกล้าทำขนาดนี้

ooooooo

ฮิเดโนริกลับมาที่ห้องพบอัตซุโอะนอนฟุบหมดสติอยู่หน้าห้อง พอเปิดประตูเข้าไปไม่พบไออยู่แล้ว... ไอวิ่งลนลานออกมาเจออาคิระกับรินดาราเข้าพอดี อาคิระต่อว่าไอทำไมต้องหักหลังมิยาคาวะ ไอร้องไห้สะอึกสะอื้นยอมรับว่าตัวเองโง่ที่เชื่อว่าฮิเดโนริรักตน

ไม่ทันไร ฮิเดโนริตามมาทัน เกิดการต่อสู้กัน อาคิระต่อสู้ด้วยท่าทางนิ่งสุขุม ทำให้เหนือชั้นกว่า ฮิเดโนริโกรธกลายร่างเป็นสุนัขจิ้งจอก เขี้ยวงอกกรงเล็บกางออก ตะปบเข้าที่ท้องอาคิระ รินดาราตกใจปราดเข้าขวาง แสงที่ปานสว่างวาบพร้อมกับมือที่แตะตัวฮิเดโนริทำให้เขาเจ็บปวดกระเด็นออกไปล้มกองกับพื้น ร่างกลับคืนสู่มนุษย์ปกติ รินดาราเข้าดูอาการอาคิระอย่างห่วงใย

ฮิเดโนริเจ็บปวดใจ แขวะ “ให้ผู้หญิงปกป้องตัวเอง นี่น่ะหรือศักดิ์ศรีของมิยาคาวะ”

“ฉันยินดีปกป้องอาคิระ เพราะเขาเป็นคนดีไม่เหมือนคุณ คุณอาคิระรักตระกูลตัวเองไม่น้อยไปกว่าคุณ แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายใครเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อตระกูลตัวเอง”

“ผมก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่ผมรัก”

“สิ่งที่คุณทำไม่ได้เรียกว่าความรัก มันเป็นความเห็นแก่ตัว คนอย่างคุณรักใครไม่เป็น”

ฮิเดโนริแย้งว่าทำไมตนจะรักใครไม่เป็น แล้วใช้สายตามองรินดาราแทนคำพูด หญิงสาวส่ายหน้า โต้ว่าถ้าเขารู้จักความรัก จะไม่ใช้ความรักของไอมาเป็นเครื่องมือ “ฉันเคยคิดว่าถึงคุณจะมีความผิดปกติแค่ทางร่างกาย แต่คุณก็ยังเป็นคนดี แต่ตอนนี้ฉันแน่ใจแล้วว่าไม่ใช่แค่ร่างกายของคุณที่ผิดปกติ จิตใจของคุณนั่นแหละที่ผิดปกติยิ่งกว่า”

“รินดารา! สำหรับคุณ ผมมันน่ารังเกียจมากนักเหรอ”

“ใช่...คุณน่ารังเกียจมาก และถ้าคุณยังปล่อยให้ความเกลียดชัง ความเห็นแก่ตัวทำร้ายคนอื่นอยู่แบบนี้ สักวันคุณจะไม่เหลืออะไรเลย แม้กระทั่งความเป็นมนุษย์ในตัวคุณ”

ฮิเดโนริกัดกรามแน่นมองรินดาราประคองอาคิระออกไปอย่างเจ็บปวดรวดร้าว แล้วเขาก็ลุกวิ่งเข้าไปในศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก กำหมัดชกเสาระบายความปวดร้าวในหัวใจ...

รุ่งเช้า มิกิฟื้นรับฟังเรื่องราวทั้งหมดก็โกรธมากถึงขนาดตบหน้าไอ แล้วถามพวกตนทำอะไรผิดต่อเธอ ถึงได้หักหลังกันลงคอ โฮชิให้ใจเย็น มิกิจึงถามไออีกครั้งว่าพวกตนทำอะไรผิด

ไอน้ำตาร่วงพรูก้มหัวสารภาพ “ไอแค่อยากได้ ความรักจากใครสักคน ตอนอยู่บ้านคุณพ่อคุณแม่ก็รักน้องๆ มากกว่าไอ ไอมาอยู่ที่นี่ก็เพราะคิดว่าคุณย่าจะรักและเมตตาให้ความอบอุ่นกับไอ แต่เปล่าเลย คุณย่าทำเหมือนไอเป็นคนอื่น คุณย่าเห็นรินดาราสำคัญกว่าไอ เวลามีเรื่องสำคัญไอจะถูกกันออกไป ทั้งๆที่ปากบอกว่าไอคือคนในครอบครัว”

“ตอนนี้ไอก็รู้เหตุผลแล้วใช่ไหมว่าทำไมย่าถึงต้องทำแบบนั้น”

“ถ้าคุณย่าบอกไอตั้งแต่แรก ไอจะไม่คิดน้อยใจหรือไปโหยหาความรักจากคนอื่นเลยค่ะ”

มิกินิ่งสักพักก่อนจะกล่าวยอมรับ ตนผิดเองที่ไว้ใจหลานน้อยเกินไป ไอรีบแย้งตนเองที่เป็นคนผิด มิกิเน้นตนให้อภัยแต่...ให้อภัยแทนบรรพบุรุษไม่ได้ จากนี้เธอไม่ใช่มิยาคาวะอีกต่อไป อาคิระตกใจปราดเข้าหามิกิ เธอยกมือห้ามและขออยู่คนเดียว ไอยอมรับโทษนี้แต่โดยดี

โฮชิเสียใจหลบมาดีดโกโตะบรรเลงเพลงเศร้า รินดาราตามมาปลอบใจ รับปากจะทำหน้าที่หาขนนกกระเรียนทองคำมาให้ได้ เพื่อส่งเขากลับสวรรค์ โฮชิไม่ได้กังวลเรื่องนั้น ความทุกข์ของทุกคนที่เกิดขึ้นเพราะตนต่างหากที่ทำให้ตนไม่สบายใจ

“ไม่เอานะคะ ท่านชายอย่าคิดมาก พวกเราต้องการกำลังใจจากท่านชายนะคะ แล้วอีกอย่าง ฉันไม่อยากให้ท่านชายทุกข์ใจไปตามความต้องการของพวกโคสึกะกับนางปีศาจหิมะ”

โฮชิไม่เข้าใจ รินดาราอธิบาย ไอบอกว่าปีศาจหิมะกับพวกโคสึกะตั้งใจทำทุกอย่างให้ท่านชายทุกข์ทรมานใจมากที่สุด...โฮชิอึ้งแสดงว่ายังต้องมีคนเดือดร้อนเพราะ ตนอีก

ooooooo

ฮิเดโนริยังเสียใจกับคำพูดของรินดารา พลัน ได้ยินเสียงร้องไห้ของฮิโตชิ จึงเข้าไปคว้าคอยกตัวขึ้นด้วยความโกรธ แต่พอเห็นสีหน้าฮิโตชิก็สงสารปล่อยลงและย้ำให้จำใส่หัว ไม่มีใครอยากให้ภูตผีปีศาจอย่างเขาอยู่ใกล้ เรามันน่ารังเกียจ ต้องกลับไปอยู่ในตุ๊กตาฮินะ

ฮิโตชิจะวิ่งหนีเพราะไม่อยากถูกกักขังอีก ฮิเดโนริคว้าตัวไว้อย่างโมโห ทันใดยูกิโผล่เข้ามาเสียงกร้าวให้ปล่อยเด็ก ฮิเดโนริไม่กล้าขัดขืน...ฮิโตชิมองยูกิอย่างหวาดกลัว ยูกิพยายามปลอบ

“โถ...เจ้าเด็กน้อย กลัวฉันมากเลยเหรอ เธอทำให้ฉันได้รับอิสระไม่ต้องทุกข์ทรมานอยู่ในตุ๊กตาฮินะ เธอเป็นผู้มีพระคุณกับฉัน ฉันไม่ทำร้ายเธอหรอกจ้ะ...ไหนเล่าให้ฉันฟังซิ เมื่อกี้เธอร้องไห้ทำไม ใครแกล้งเธอ”

ฮิโตชิเริ่มคลายความกลัว บอกยูกิว่าอายูมิแกล้งและปาของใส่ อายูมิโกหกบอกจะเป็นเพื่อนกับตนไม่ว่าตนจะเป็นอะไร ยูกิยิ้มได้ทีรีบยุว่าอายูมิใจร้าย โดนตามใจจนเสียเด็ก ต้องจับมาอบรมสั่งสอนให้เป็นเด็กดี แล้วกล่อมให้ฮิโตชิร่วมมือ...ฮิโตชิหลงเชื่อ กลับไปหาอายูมิ หลอกให้ถอดสร้อยเซมาโมริออกแล้วเข้าสิง พาตัวมาหายูกิ

คืนนั้นรินดารารู้สึกอากาศหนาว ลูกนกร้องให้หาผ้ามาห่มให้ไม่อย่างนั้นจะเป็นไข้หวัดนก รินดาราส่ายหน้ากับความเรื่องมากของฮิเมะ ก็พอดีเหลือบเห็นอายูมิเดินในสวน แปลกใจคิดว่าตัวเองตาฝาดจะไปดูที่ห้อง พอเดินใกล้ถึงห้องอายูมิก็ได้ยินเสียงโครมครามในห้องอาคิระ จึงหันขวับวิ่งไปยังห้องเขา เปิดประตูเข้าไปเห็นอาคิระถอดเสื้อ มีผ้าพันแผลที่ท้องนั่งกองอยู่กับพื้น

“คุณอาคิระ คุณเป็นอะไรคะ” รินดาราปราดเข้าประคอง

“ผมจะลุกไปเข้าห้องน้ำ แต่ลุกแรงไปหน่อยก็เลยเจ็บที่แผล”

รินดาราเห็นเลือดซึมจึงช่วยทำแผลให้ใหม่ ทั้งสองมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน อาคิระขอบคุณที่เธอช่วยปกป้องจากฮิเดโนริ เธออ้างทนเห็นเขาตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้ เขาย้อนถาม...ทำไม

“ฉันคิดว่าคุณได้ยินเหตุผลตอนที่ฉันบอกคุณฮิเดะไปหมดแล้วนะคะ คุณยังจะมาถามฉันอีกทำไม”

“ผมหวังว่าจะได้คำตอบอื่น ที่คุณอยากจะบอกกับผมแค่สองคนน่ะสิ” อาคิระส่งตาหวาน

รินดาราหลบสายตาอ้อมแอ้มว่าคำตอบอื่นไม่มี อาคิระจ๋อยเอ่ยปากขอให้เธออยู่เป็นเพื่อนอ้างนอนไม่หลับ เธอยิ้มอายๆแต่ก็ไม่ขยับไปไหน...

รุ่งเช้า นานะโวยวายที่อายูมิหายไปจากห้อง ทั้งที่รถเข็นยังอยู่ ทุกคนตกใจ มิกิร้องไห้คร่ำครวญเป็นห่วงหลาน รินดาราเห็นสร้อยเซมาโมริของอายูมิตกอยู่ที่เตียง จึงเก็บส่งให้อาคิระ นารูตะร้องบอกทุกคนว่ามีรอยเท้าเด็กในสวน รินดาราฉุกคิด

“ไม่ใช่รอยเท้าเด็กอื่นหรอกค่ะ แต่เป็นรอยเท้าของอายูมิเอง เมื่อคืนฉันเห็นอายูมิเดินอยู่ในสวน แต่ฉันคิดว่าตัวเองตาฝาด”

ทุกคนแปลกใจจะเป็นไปได้อย่างไร อาคิระมั่นใจว่าต้องเกี่ยวข้องกับผีฮิโตชิ เขาลุกพรวดไปที่บ่อน้ำร้าง มิกิกับรินดารารีบตามไป...อาคิระร้องเรียกฮิโตชิให้ออกมา โฮชิตามมาถึงติงมิกิ เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่บอกตน มิกิบอกเกรงเขาไม่สบายใจ อาคิระคิดว่าฮิโตชิพาอายูมิไป

“ลำพังฮิโตชิไม่มีพลังมากพอที่จะทำให้อายูมิถอดสร้อยเซมาโมริออกได้หรอก น่าจะมีคนอื่นช่วย”

“ท่านชายกำลังหมายถึง...ปีศาจหิมะหรือคะ” รินดาราถาม โฮชิพยักหน้า

อาคิระโกรธจะไปเอาเรื่อง มิกิดึงแขนห้ามเพราะเขายังบาดเจ็บอยู่ อาคิระเห็นย่าร้องไห้ก็ยอมอ่อนลง โฮชิรู้สึกเศร้าใจที่เป็นต้นเหตุให้มิยาคาวะทุกข์ใจ รินดาราปลอบอาคิระให้ใจเย็น ถึงเขาไปยูกิก็ไม่ยอมปล่อยอายูมิมาง่ายๆ แน่ โฮชิแทรกขึ้นว่าตนจะเป็นคนพาอายูมิกลับมาเอง

ooooooo

ในห้องเก็บของคฤหาสน์โคสึกะ อายูมินั่งกอดเข่าร้องไห้อยากกลับบ้าน ฮิโตชิร้องเพลง ชวนมาเล่น ด้วยกัน อายูมิแสดงอาการโกรธ ทำให้ฮิโตชิไม่พอใจต่อว่าอายูมินิสัยไม่ดี ขี้โกหกจึงทำหน้าผีหลอกจนเธอร้องกรี๊ดๆ ยูกิเข้ามาปราม อายูมิจำยูกิได้จึงขอให้พาตนกลับบ้าน

ยูกิกล่อมให้อยู่เล่นกับฮิโตชิก่อน อายูมิไม่ยอมร้องไห้ดังขึ้น ยูกิตากร้าวเปลี่ยนเป็นสีฟ้าจ้องทำให้อายูมิหลับผล็อยลง ฮิโตชิตกใจว่าเพื่อนเป็นอะไร ยูกิบอกกลัวเสียงร้องอายูมิจะทำให้พวกโคสึกะได้ยินแล้วมาทำร้ายเธอ ฮิโตชิจึงสัญญาจะบังตัวไม่ให้ใครเห็นอายูมิ

ความปรารถนาของยูกิก็เป็นผล เมื่อโฮชินัดพบที่สวนดอกไม้แห่งหนึ่ง โฮชิถามต้องการอะไรตนถึงจะได้ตัวอายูมิกลับมา ยูกิย้อนเขาน่าจะรู้ว่าสี่ร้อยปีกับความทุกข์ทรมานตนต้องการเพียงอย่างเดียวคืออะไร โฮชิตำหนิเธอเข้าใจคำว่ารักผิดไปแล้ว

“เพราะความรักไม่ใช่แค่ความอยากได้ อยากมี อยากครอบครองเหมือนกิเลสที่เธอใช้หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณตัวเอง” ยูกิโกรธที่เขาปฏิเสธเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเป็นปีศาจ โฮชิอธิบาย “ไม่ว่าจะปีศาจหรือเทพเจ้า ทุกคนต่างสัมผัสความรักกันทั้งนั้น ฉันไม่เคยดูถูกเธอแต่กลับอยากช่วยให้เธอเข้าใจความหมายของคำว่ารัก ถึงให้โอกาสเธอมาตลอด โอกาสที่จะกลับตัวแล้วเธอจะรู้ว่าความรักคือความสวยงามที่ทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”

โฮชิยื่นมือไปแตะไหล่ยูกิ ขอร้องให้ปล่อยอายูมิและปลดปล่อยกิเลสที่ทำให้เธอทุกข์ด้วย ยูกิตากร้าวก่อนจะหายตัวไป “จำไว้นะโฮชิ...อายูมิจะไม่ได้กลับมาและเธอก็ต้องทนทุกข์ทรมานดูคนที่เธอรักทุกคนถูกฉันฆ่าไปตลอดเวลาที่อยู่บนโลกนี้ เมืองสึกิจะถูกทำลายอีกครั้งจำไว้โฮชิ”

โฮชิกลับมาด้วยสีหน้าทุกข์ใจ คุกเข่าขอโทษทุกคน มิกิปราดเข้าประคอง ขอร้องอย่าทำแบบนี้ไม่ใช่ความผิดเขา เป็นเพราะความชั่วร้ายของปีศาจหิมะ...อาคิระครุ่นคิดอายูมิถูกขังที่ไหน

ด้วยความโลภ พอริเอะบอกว่าจะร่วมมือกับอาคิระ กำจัดปีศาจหิมะ มาโกโตะจึงทำทีมาขอยูกิช่วยทำให้หุ้นส่วนทุกคนยกหุ้นให้แก่ตนโดยไม่เรียกค่าชดเชยแม้แต่บาทเดียว ยูกิรู้ทันถามครั้งที่แล้ว เขาได้ค่าตอบแทนมหาศาล ยังไม่พออีกหรือ มาโกโตะอ้างว่า ถ้าเป็นเจ้าของบริษัทเพียงผู้เดียวก็จะมีรายได้หลายร้อยล้าน ชาตินี้ตนกับลูกจะไม่ต้องทำอะไรอีก และสัญญาจะไม่ขอให้ช่วยอะไรอีก ยูกิย้อนถามทำไมไม่ขอ ในเมื่อตนยังอยู่ที่นี่ เขาอึกอักๆ

“หรือว่าแกคิดจะไล่ฉัน” ยูกิจ้องหน้า แต่ทำเนียนๆ เปิดตู้ให้เขาเห็นเงินสดและทองคำมากมาย มาโกโตะตาโพลงเกิดกิเลสอยากได้ครอบครอง ยูกิแสยะยิ้มบีบคอเขายกตัวขึ้น

มาโกโตะตกใจร้องขอชีวิต ยูกิให้สารภาพว่าคิดจะทำอะไร เขาจึงยอมบอกว่าริเอะจะร่วมมือกับอาคิระจัดการเธอ ยูกิแค้นใจดูดกิเลสจากตัวมาโกโตะซึ่งมีมากมาย เสียงร้องของเขาทำให้ริเอะวิ่งมา เห็นพ่อถูกฆ่าตายก็ตกใจจะวิ่งหนี ยูกิหันมาคว้าคอบีบ เข่นเขี้ยว

“ฉันยอมรับนะว่าแกเป็นมนุษย์ที่สวยมาก ถ้าฉันได้ดูดกลืนกิเลสวิญญาณของแก น่าจะทำให้ฉันสวยขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย”

เสียงออดหน้าบ้านดังและเสียงอาคิระเรียกริเอะ ไม่ทันไรเขาบุกเข้ามาพร้อมรินดารา พอยูกิเห็นหน้ารินดาราก็ตกใจเรียกเมียวโจ...แล้วปล่อยร่างริเอะวิ่งหนีไป อาคิระจะตามแต่รินดารารั้งไว้ให้มาช่วยริเอะก่อน เขาจึงอุ้มเธอกลับไปยังคฤหาสน์มิยาคาวะ

ริเอะเพ้ออย่าฆ่าตน โฮชิเข้ามาจับมือส่งพลังทำให้เธอสงบลง แล้วเธอก็ค่อยรู้สึกตัว มองรอบๆอย่างงุนงง มิกิบอกว่าเธอเป็นลม อาคิระไม่อยากพาไปโรงพยาบาลเกรงจะโดนปีศาจหิมะทำร้ายอีก ริเอะนึกได้ว่าพ่อถูกมันฆ่าตายจึงร้องไห้โฮ รินดารามองโฮชิอย่างรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

ฮิเดโนริได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ แต่มองไม่เห็นตัวเพราะฮิโตชิบังตัวไว้ ด้วยฮิโตชิคิดว่าฮิเดโนริใจร้ายจะทำอันตรายอายูมิ...ฮิเดโนริมาบอกไดซุเกะ เขาจึงถามยูกิทำไมไม่ฆ่าเด็กเสียเลย ยูกิบอกว่าต้องการให้โฮชิทุกข์ทรมานใจเพราะช่วยเด็กไม่ได้ แต่ไดซุเกะไม่เห็นด้วยจะฆ่าเสียให้รู้แล้วรู้รอด

ยูกิกร้าวขึ้นไม่เชื่อฟัง ไดซุเกะคว้าแส้จะกำราบแต่ยูกิมีพลังเหนือกว่าเพราะเพิ่งดูดกิเลสจากมาโกโตะมามากโข จึงทำร้ายไดซุเกะกระอักเลือด ฮิเดโนริจะพาไปหาหมอ เขาห้าม

“หมอไหนก็ช่วยปู่ไม่ได้ ปู่ต้องฟื้นพลังด้วยตัวเองถึงจะจัดการกับนางปีศาจมันได้ แกทำได้อย่างมากก็แค่ทำร้ายร่างขอยูกิ จากนั้นนางปีศาจก็จะหาร่างใหม่อาศัยต่อไป...แกต้องสัญญากับปู่ว่าแกจะไม่ใจร้อน ทำอะไรที่ให้มันรู้ว่าเราจะเป็นศัตรูกับมัน”

ฮิเดโนริจำต้องรับปาก...ในคืนนั้น รินดาราขึ้นมาปลอบใจโฮชิว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเขา แต่โฮชิก็ยังคิดว่าถ้าทุกคนไม่พยายามที่จะทำกิโมโนโฮชิสำเร็จ ถ้าตนไม่ใจอ่อนยอมให้โอกาสนางปีศาจหิมะกลับตัว ก็คงไม่มีใครต้องตาย อายูมิก็คงไม่หายตัวไป โฮชิอัดอั้นปัดกล่องอุปกรณ์หล่น มีเข็มโผล่มาตำมือเลือดซิบ รินดาราตกใจเพราะเลือดเขาเป็นสีแดง
“ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจของฉันตอนนี้มันกำลังทำให้ฉันกลายเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ แต่จะไม่มีวันตาย” โฮชิเศร้าสะเทือนใจ

“หมายความว่า ต่อให้กิโมโนโฮชิผืนนี้ทอสำเร็จ ท่านชายก็จะกลับสวรรค์ไม่ได้ ท่านชายจะต้องติดค้างอยู่บนโลกมนุษย์ตลอดไปหรือคะ” โฮชิพยักหน้ารับ รินดาราอึ้งไปในทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.