ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กลกิโมโน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: “เบิร์ด” ธงไชย ประกบ “ชมพู่ อารยา” ในละครฟอร์มยักษ์ “กลกิโมโน”

ขณะที่ไดซูเกะไหว้บูชาศาลเทพเจ้าจิ้งจอกให้ ช่วยฮิเดโนริทำงานสำเร็จ ก็รู้สึกเหมือนมีสายตาใครจ้องมอง พอหันไปก็พอดีอัตซุโอะเดินถือโทรศัพท์เข้ามา บอกจากฮิเดโนริ พอเห็นสีหน้าเจ้านายจึงถามมีอะไร ไดซูเกะส่ายหน้าคงคิดมากไปเอง แล้วเดินไปคุยโทรศัพท์กับหลาน

หลังจากนั้น ฮิโตชิก็โผล่หน้าออกมาจากมุมมืด เขามาเพื่อจะเอาตุ๊กตาฮินะที่เคยกักขังวิญญาณปีศาจหิมะไปให้โฮชิ...พอมิกิรู้เรื่องตุ๊กตาฮินะก็สงสัยว่าโฮชิได้มันมาอย่างไร โฮชิตอบว่าเรื่องนั้นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือนางปีศาจหิมะถูกกักขังมานานถึงสี่ร้อยปี ไม่มีวันที่จะแข็งแรงได้ถึงขนาดสะกดจิตมิกิให้มาทำร้ายรินดารา นอกเสียจากได้รับการช่วยเหลือจากตระกูลโคสึกะ

“พวกโคสึกะตั้งใจส่งนางปีศาจหิมะมาทำร้ายรินดารา แสดงว่าพวกเขารู้ว่ารินดาราเป็นใคร พวกเขารู้ได้ยังไงคะท่านชาย”

“ความลับไม่มีในโลกหรอกมิกิ มีก็แค่รู้ช้าหรือรู้เร็ว”

มิกิหวั่นใจเรื่องรินดารากับอาคิระไปเมืองไทยเพื่อตามหาขนนกกระเรียนทองคำก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่พวกโคสึกะจะรู้ โฮชิยอมรับว่าพวกนั้นต้องขัดขวางไม่ให้ตนกลับขึ้นสวรรค์ได้แน่ มิกิรับรองว่าอาคิระกับรินดาราจะต้อง หาเส้นไหมและรักษามันเท่าชีวิตมามอบให้เขาสำเร็จ

แต่โฮชิกลับบอกว่า “สิ่งที่ฉันต้องการให้อาคิระกับรินดารารักษาให้ดีไม่ใช่เส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ แต่เป็นชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะฉันไม่ต้องการให้มีใครต้องตายเพื่อแลกกับอิสรภาพของฉันแม้แต่คนเดียว”

มิกิจึงโทร.แจ้งอาคิระ เขาฝากให้บอกโฮชิไม่ต้องห่วง ตนจะทำตามที่สั่งให้ดีที่สุด แล้วจะส่งข่าว...รินดาราเพิ่งวางสายจากแม่ เห็นสีหน้าอาคิระจึงถามว่ามีอะไร เขาถอนใจ

“ท่านชายฝากบอกให้เราดูแลชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะท่านชายกำลังสงสัยว่าพวกโคสึกะจะรู้เรื่องที่เรามาตามหาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำที่นี่ พวกนั้นอาจจะตามมาขัดขวางเรา”

รินดาราตกใจพวกนั้นรู้ได้อย่างไร อาคิระตอบว่า พวกนั้นร้ายกาจกว่าที่คิด และเขาเริ่มมั่นใจว่าที่เธอบอกได้ยินเสียงปีศาจสุนัขจิ้งจอกจะเป็นความจริง ตนชักเป็นห่วงป้าอัง เกรงฮิเดโนริจะไปถึงก่อนเรา ขาดคำเสียงแตรรถดังขึ้น เคนจิเช่ารถมารับทั้งสองคนไปบ้านป้าอัง

ด้วยความไม่ชำนาญทาง เคนจิจึงขับรถช้าจนรินดาราร้อนใจเร่งให้ขับเร็ว เคนจิไม่รู้อะไรจึงบอกว่าไปเร็วป้าอังก็ไม่อยู่บ้าน เพราะไปหาหมอในเมือง ระหว่างที่เคนจิขับรถเข้าซอย ก็มีเงาดำลักษณะเหมือนสุนัขวิ่งตัดหน้าระยะประชิด ทำให้หักหลบรถพุ่งลงทุ่งนาข้างทาง ทั้งสามตกใจร้องลั่น ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ยางแตก...เคนจิบอกว่ามีสุนัขวิ่งตัดหน้า รินดารากับอาคิระไม่เห็น แต่ทั้งสองยิ่งหวั่นใจ ลงมาสำรวจพื้นถนน เห็นรอยเท้าสุนัขซึ่งอาคิระมั่นใจว่าเป็นรอยเท้าสุนัขจิ้งจอก เขารีบวิ่งตรงไปยังบ้านป้าอังที่อยู่ไม่ไกล รินดาราตาม มีเพียงเคนจิที่ยืนงง

ประตูบ้านป้าอังถูกเปิดออก ฮิเดโนริเข้ามารื้อค้นหาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ ข้าวของกระจุยกระจาย ด้วยความว่องไวเกินมนุษย์ เมื่ออาคิระกับรินดาราวิ่งมาถึงหน้าบ้านก็ชะงัก เคนจิวิ่งตามมาทัน อาคิระถามรินดาราได้ยินเสียงความคิดของฮิเดโนริหรือไม่

“ไม่ค่ะ ถ้าเป็นเขาจริง ฉันว่าเขาคงจะบังคับจิตตัวเองไม่ให้ฉันได้ยินเสียงความคิดเขาอีก”

“งั้นระวังตัวด้วย ผมมั่นใจว่าต้องเป็นฮิเดะแน่” อาคิระพยักหน้าให้เคนจิกับรินดาราระวัง

ฮิเดโนริได้ยินเสียงฝีเท้าคนก็กัดฟันกรอดไม่พอใจรีบหลบ ทั้งสามเข้ามาถึงเห็นข้าวของในบ้านกระจุยกระจาย เคนจิรีบไปคว้าดาบซามูไรสองเล่มที่วางใต้ภาพถ่ายคู่ของลุงกับป้าอัง มาให้อาคิระไว้ระวังตัวกันคนละเล่ม...

รินดาราเป็นห่วงกระซิบบอกอาคิระว่า เคนจิเคยบอกว่าป้าอังไม่ได้เก็บผ้าไหมไว้ที่บ้าน ฉะนั้น ฮิเดโนริยังไม่ได้มันไป

พอดีหน้าบ้าน มีรถแล่นเข้ามาจอด เคนจิรีบวิ่งออกไปดู เล็กลูกสาวป้าอังทักเคนจิมานานหรือยัง เขาตอบเพิ่งมาถึง และแนะนำรินดารากับอาคิระให้รู้จักป้าอังกับพี่เล็ก...เล็กเห็นดาบซามูไรในมือสองหนุ่มก็แปลกใจ อาคิระกับเคนจิรีบชวนให้เข้าบ้านเพื่ออธิบาย

ป้าอังเห็นหน้ารินดาราชัดๆก็ปราดเข้าลูบแขน น้ำตาไหลด้วยความดีใจ “คุณ...ใบหน้าแบบนี้ ใช่คุณจริงๆด้วย เล็ก...เชื่อแม่หรือยังว่าคุณจะต้องมาหาแม่ คุณมาแล้ว...คุณมาแล้ว”

ทุกคนทำหน้าประหลาดใจ...ป้าอังพาทุกคนเข้ามาในห้องนอน หยิบม้วนกระดาษสีขาวส่งให้รินดารา ส่วนอาคิระกับเคนจินั่งที่พื้นหน้าเตียง เล็กกล่าวน้ำเสียงตื่นเต้น

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ หลายปีมาแล้วที่แม่พูดถึงตลอดว่า สักวันผู้หญิงในรูปนี้ ผู้หญิงที่แกฝันถึงจะมาหา แต่ฉันก็ไม่เคยเชื่อ”

รินดาราคลี่ม้วนกระดาษออก สองหนุ่มชะโงกหน้าดูด้วย ต่างตกตะลึงเมื่อเห็นภาพหญิงสาวหน้าตาเหมือนรินดาราสวมชุดกิโมโนสวย อาคิระเอ่ยชื่อเมียวโจ เล็กถามคือใคร เคนจิตัดบท

“พี่เล็กครับ ผมว่าเราออกไปข้างนอกดีกว่า เผื่อจะมีร่องรอยอะไรจับตัวหัวขโมยได้”

อาคิระจึงตามไปช่วยดูเพราะเกรงฮิเดโนริจะมาแอบฟัง...พอทุกคนออกไป ป้าอังก็ร้องไห้

“ป้าดีใจที่คุณมา ถ้าป้าไม่ได้เจอคุณคงนอนตายตาไม่หลับ ป้าฝันเห็นผู้หญิงหน้าเหมือนคุณมาตั้งแต่ป้าแต่งงานใหม่ๆ เธอใส่ชุดกิโมโนอยู่ท่ามกลางดอกวิสทีเรีย เธอสวยงามเหลือเกิน ยิ่งเวลาป้าฝันถึงเธอ ใจป้าก็จะมีความสุขอย่างประหลาด บางครั้งที่ป้ามีเรื่องทุกข์ใจ ป้าก็ภาวนาขอให้เธอมาช่วยปัดเป่าทุกข์ให้ และเธอก็มาทุกครั้ง ป้าถึงรู้สึกผูกพันกับเธอมาก”

รินดารารู้สึกว่ามันเหลือเชื่อจริงๆ ป้าอังเน้น ทุกครั้งที่ฝันถึง เธอจะย้ำให้รักษาผ้าไหมผืนนั้นไว้ให้ดี สักวันจะมีประโยชน์ ผ้าไหมที่ปักด้วยเส้นไหมจากขนนกกระเรียนทองคำ...รินดาราได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจมาก ป้าอังกุมมือเธอ

“ป้ารู้ค่ะว่าสักวันคุณต้องมา ขอบคุณมากนะคะ ที่คุณมาหาป้าเร็วกว่าที่คิด ป้าจะได้หมดห่วงสักที” ป้าอังหันมองภาพถ่ายคู่กับสามีสมัยสาวๆ ทำให้รินดาราไม่สบายใจนึกถึงคำพูดของอาคิระที่บอกว่า โฮชิฝากบอกให้เราดูแลชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ระหว่างนั้น อาคิระกับเคนจิเดินสำรวจรอบบ้าน ฮิเดโนริหลบอยู่หลังพุ่มไม้ ดวงตาเป็นสีส้ม เข่นเขี้ยวน้ำหน้าอย่างพวกแกจะมาขัดขวางอะไรตนได้ ว่าแล้วก็แสยะยิ้มร้ายออกมา...

ฮิเดโนริหันมาเล่นงานสุรินทร์ พ่อของรินดาราซึ่งนอนป่วยอยู่ในห้องไอซียู...รินดาราฟังเรื่องราวจากป้าอังแล้วเป็นห่วง จึงเอาเหรียญเซโมริที่ได้จากโฮชิมามอบให้ป้าอังไว้ ป้าอังบอกว่าสามีตนเคยมีเหรียญแบบนี้ แล้วให้รินดาราเก็บมันไว้เดี๋ยวคนให้จะเสียใจ

“เขาไม่เสียใจหรอกค่ะ เขาต้องยินดีตอบแทนคุณป้าที่ช่วยเก็บรักษาผ้าไหมผืนนั้นไว้ให้อย่างดี”

ป้าอังยิ้มสุขใจ “คุณไปเอาผ้าผืนนั้นนะคะ ป้าเก็บเอาไว้ที่วัด ป้าให้คุณค่ะ”

รินดารายิ้มรับ พลันมือถือดังขึ้น พอกดรับสายก็ต้องตกใจเพราะแม่โทร.มาบอกว่าพ่ออาการทรุดหนัก เธอร้องไห้โฮทันที อาคิระกับเคนจิรีบวิ่งเข้ามา

ooooooo

เมื่อรินดารา อาคิระและเคนจิมาถึงโรงพยาบาล เห็นแม่กับน้องๆกอดกันร้องไห้ก็ใจหายวาบปราดไปที่ประตูห้องไอซียู อาคิระคว้าตัวเธอมากอดไว้บอกเข้าไปไม่ได้ เธอดิ้นร้องไห้โฮ

“รินดารา...ผมรู้ว่าคุณเสียใจมากแค่ไหน แต่คุณต้องตั้งสติให้ดี คุณต้องทำหน้าที่เป็นเสาหลักให้แม่กับน้องของคุณ”

รินดาราหันไปมองแม่กับน้องๆแล้วหยุดดิ้นแต่น้ำตายังไหลพราก หันมองผ่านช่องหน้าต่างเข้าไป เห็นหมอกับพยาบาลรุมปั๊มหัวใจพ่อ ใจมันแทบขาด จนกระทั่ง เสียงเครื่องวัดชีพจรส่งเสียงปรี๊ด...เท่านั้นรินดาราก็สติขาดผึงเป็นลมพับไปในอ้อมแขนอาคิระ ทุกคนตกใจ

ขณะเดียวกัน โฮชิกำลังวาดภาพ จู่ๆดินสอก็หักเปาะคามือ ทำให้เขาสังหรณ์ใจไม่ดี ฮิโตชิเข้ามายื่นดินสอแท่งใหม่ให้ เขาจึงหันมายิ้มให้อย่างเอ็นดู ฮิโตชิถามวาดอะไร โฮชิตอบว่า วาดระบายความรู้สึกที่มีต่อฮิคาริ พอเธอกลับมาจะได้รู้ว่าตนคิดถึงเธอแค่ไหน...ฮิโตชิยิ้มแต้

“อ๋อ...อย่างนี้ใช่ไหมครับที่ท่านชายจะสอนให้ผมเอาไว้ง้ออายูมิ”

โฮชิยิ้มๆ พลันมิกิเคาะประตูเปิดเข้ามา ฮิโตชิหายวับไป มิกิมาบอกว่ายูกิมาขอพบ...ยูกินั่งรอในสวน เธอทำทีเอาขนมมาฝากตามแผนการของมาโกโตะ ที่จะยั่วยุให้โฮชิเชื่อว่ารินดารากับอาคิระรักกัน แล้วตนจะได้แทรกเข้ามายืนในหัวใจเขาแทน

โฮชิเดินเข้ามา ยิ้มทักทายแล้วบอกว่ามิกิกำลังไปเอาตัวอย่างลายผ้าที่ปักเสร็จจากโรงงานมาให้เธอดู ยูกิยิ้มอย่างลิงโลด

ระหว่างนั้น ฮิโตชิวาดภาพมายื่นให้เพื่อง้ออายูมิ บอกเป็นการระบายความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ พออายูมิมองภาพกลับโกรธมากขึ้น เพราะเป็นภาพเด็กผู้หญิงหน้าตาบูดเบี้ยวเหมือนผีน่าเกลียด ก็ต่อว่าเขายกใหญ่ หาว่าฮิโตชิว่าตนนิสัยไม่ดี ยัดกระดาษคืนให้ ฮิโตชิยืนจ๋อย

ด้านยูกิบอกโฮชิว่าตนซื้อขนมมาฝากเขาและรินดารา โฮชิจึงบอกว่าเธอไม่อยู่ไปเยี่ยมพ่อที่เมืองไทย ยูกิทำทีถามไปกับใคร เขาบอกว่าไปกับอาคิระ เธอแกล้งถอนใจ

“มิน่าริเอะถึงอารมณ์ไม่ดีเอาซะเลย คงรู้ว่าเขาสองคนไปเมืองไทยด้วยกันตามลำพัง เลยแน่ใจแล้วว่าไม่มีวันได้หัวใจของคุณอาคิระกลับคืนมา” ยูกิเห็นสายตาโฮชิเศร้า ก็ยิ่งใส่ไฟ “ดิฉันชอบเด็กสองคนนี้นะคะ เขาเหมาะสมกันดี คุณอาคิระเป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่ง ดิฉันมั่นใจค่ะว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนทนใจแข็งไม่หลงรักคุณอาคิระได้อย่างแน่นอน รวมทั้งรินดาราด้วย”

“อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้น”

“ผู้หญิงเหมือนกันมองออกค่ะ สายตาของคุณรินดาราเวลามองคุณอาคิระมันฟ้อง ว่าคุณอาคิระเป็นคนสำคัญที่สุดของเธอ”

โฮชิเกิดอาการจามอย่างแรง ยูกิแอบยิ้มสมใจรู้ว่าพลังเขาอ่อนลง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าวาบแสร้งห่วงใจจับแขนเขาบีบแน่นเพื่อปล่อยพลังใส่โดยที่เขาไม่รู้ตัว โฮชิเหมือนจะเป็นลม ยูกิรีบประคอง...ฮิโตชิ

เดินคอตกผ่านมาเห็นก็ตกใจหายตัววับไป ยูกิยิ้มกระหยิ่มใจประคองใบหน้าโฮชิลูบไล้อย่างโหยหามานาน เขาปรือตามองเธอนิ่งอาการเหมือนคนโดนของ เสียงยูกิดังก้อง

“อนุญาตให้ฉันดูแลคุณนะคะโฮชิ ถ้าคุณอนุญาตฉันจะได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของคุณ คุณจะไม่ต้องทรมานเพราะความรักอีกเลย...พูดสิคะโฮชิ” ยูกิลุ้นระทึกรอฟังโฮชิกล่าวคำอนุญาต

ขณะเดียวกัน รินดาราซึ่งนอนสลบอยู่ ละเมอเรียกหาพ่ออย่าทิ้งตนไป แล้วเรียกท่านชายให้ช่วยพ่อตนด้วย อาคิระนั่งจับมือเธออยู่ข้างเตียงรู้สึกสงสารจับใจ

เสียงร้องของรินดาราดังเข้ามาในความรู้สึกของโฮชิ ทำให้เขารับรู้ถึงความทุกข์ของเธอ จึงได้สติขึ้นมา มองยูกิแล้วถาม “คุณกำลังจะทำอะไร...”

ยูกิชะงักกลบเกลื่อนว่าเห็นเขาไม่สบายจึงจะพาเข้าไปข้างใน โฮชิผละตัวออกห่างบอกไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณแล้วขอตัวเดินแยกไปทันที ยูกิมองตามอย่างเจ็บใจใครนะมาขัดขวาง

หน้าห้องพักฟื้น อาคิระยืนคุยกับหมอที่รักษาพ่อของรินดารา เขาขอให้หมอหาทางช่วยวิธีไหนก็ได้ ตน ยินดีจ่ายค่ารักษาพยาบาล หมอหนักใจเพราะอาการโคม่าแต่ก็สัญญาจะรักษาให้ดีที่สุด...เคนจิเห็นความห่วงใยของอาคิระที่มีต่อรินดาราแล้วชื่นชม

“ผมดีใจแทนรินจัง ที่คุณเป็นห่วงเธอมากอย่างนี้”

อาคิระยิ้มเศร้าๆ แม้จะรักและเป็นห่วงมากแค่ไหน แต่ไม่สามารถได้ความรักตอบจากเธอ

ooooooo

โฮชิกลับขึ้นมาบนหอคอย เขาแน่ใจว่าเสียงที่เรียกสติเขาเป็นเสียงขอความช่วยเหลือของรินดารา จึงตัดสินใจนั่งลงบรรเลงโกโตะ

ฮิโตชิเดินมานั่งตรงหน้าบอกว่าตนเห็นเขาอยู่กับปีศาจหิมะตกใจมาก โฮชิทำเสียงปรามอย่าเพิ่งพูดอะไร รินดารากำลังต้องการความช่วยเหลือ

โฮชิตั้งสมาธิบรรเลงโกโตะสักพัก ทุกอย่างรอบตัวก็หยุดนิ่ง รวมทั้งเวลาก็หยุดเดิน โฮชิหลับตาส่งพลังจิตไปหารินดาราที่เมืองไทย จังหวัดอุดรธานี

ระหว่างนั้น รินดารานั่งรอฟังข่าวพ่อเอนศีรษะพิงกำแพง น้ำตาไหลรินสะอื้นเบาๆ อาคิระสงสารจับใจเข้ามาปาดน้ำตาและนั่งลงข้างๆให้เธอซบอกลูบไหล่ปลอบโยน แล้วเขาก็เผลอตัวจูบบนหัวเธอเบาๆ พลันรินดาราได้ยินเสียงบรรเลงโกโตะก็นิ่วหน้า


ในความฝัน รินดาราเดินตามเสียงเพลงมาบริเวณสระบัวที่ออกดอกบานสะพรั่ง เห็นโฮชิยืนหันหลังอยู่แล้วทันใดทุกอย่างรอบตัวก็หยุดนิ่ง แม้แต่แมลงปอที่กำลังบินก็หยุดนิ่ง เธอเอ่ยถาม “ท่านชาย! นี่ท่านชายมาที่นี่ได้ยังไงคะ”

“ความทุกข์ของเธอทำให้ฉันอยู่เฉยไม่ได้น่ะสิฮิคาริ”

“ท่านชายมาเพื่อฉัน นี่ฉันกำลังอยู่ในความฝันหรือว่าความจริงคะ”

“ความฝันที่เธอสัมผัสได้จริงๆไงฮิคาริ” โฮชิอ้าแขนให้เธอโผเข้ากอดเพื่อรับความอบอุ่น

รินดาราร่ำไห้ว่าพ่อกำลังจะจากไป โฮชิปลอบ เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แม้แต่ตนกับเธอก็ต้องพบเจอ แต่รินดาราคิดว่ามันเร็วเกินไป เมื่อวานพ่อยังดูดีขึ้น แต่วันนี้มาทรุดหนัก หมอบอกว่าพ่อตกใจอะไรบางอย่างมาก จึงทำให้ความดันขึ้นสูง โฮชิย้อนถามเธอคิดว่ามีบางอย่างทำให้สุรินทร์เป็นแบบนี้หรือ เธอรับว่าใช่และขอแลกชีวิตพ่อกับตัวเอง

“ไม่มีชีวิตใครแลกกับใครได้” โฮชิจับมือรินดารามากุม แล้ววางบางอย่างลงในมือ “เอาสิ่งนี้ให้พ่อของเธอ ถ้าเขายังไม่ถึงเวลาจากไป เขาจะกลับมา”

รินดาราแบมือดูเห็นเป็นขนนกสีขาว “ท่านชายน่าจะไปให้ด้วยตัวเอง...” พูดจบเงยหน้ามา โฮชิได้หายไปจากตรงนั้นแล้ว รินดารามองหาร้องเรียก “ท่านชาย... ท่านชายอย่าเพิ่งไปสิคะ”

อาคิระเขย่าตัวรินดาราเพราะได้ยินเธอเพ้อเรียกท่านชาย รินดาราตื่นขึ้นมางุนงง บอกว่าโฮชิมาหาตนที่นี่ และให้บางอย่าง เธอแบมือออก “ขนนก! ท่านชายมาหาฉันจริงๆ ท่านชายเอามาให้ฉันค่ะอาคิระ”

ในห้องไอซียู พยาบาลวิ่งเข้าออกวุ่นวายเพราะหัวใจสุรินทร์เกิดหยุดเต้น รินดาราตกใจวิ่งพรวดเข้าไปในห้องไอซียู พยาบาลพยายามห้ามแต่เธอไม่ฟัง เข้ามาเกาะแขนพ่อ เอาขนนกใส่ในมือให้พ่อกำไว้ กระซิบข้างหู “พ่อขา...พวกเราทุกคนรอพ่อกลับมา กลับมาหาเรานะคะ”

อาคิระเข้ามาโอบไหล่รินดาราบอกให้ปล่อยเป็นหน้าที่หมอ เธอจึงยอมออกไปน้ำตานองหน้า...ในขณะเดียวกัน สุรินทร์เหมือนเดินเคว้งคว้างท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เขาตะโกนถามมีใครอยู่ไหม เรียกชื่อลูกๆ รินดารา นภา ตะวัน ไปไหนกันหมด ทันใดก็หันมาเจอ โฮชิ เขารี่เข้าขอให้ช่วยพาออกไปจากที่นี่ เขาอยากกลับบ้าน โฮชิชี้ไปทางแสงสีขาวถาม

“คุณมองเห็นทางสีขาวตรงโน้นหรือเปล่า” สุรินทร์มองตามแล้วต้องยกมือป้องแสงที่แยงตา ตอบว่าเห็น โฮชิยิ้มอย่างพอใจ “ถ้าเห็น แสดงว่ายังไม่ถึงเวลาของคุณ ผมจะไปส่งคุณ ทุกคนกำลังรอคุณกลับไป”

สุรินทร์รีบเดินตามโฮชิที่ไปไกลราวกับไม่ใช่การเดินของคนปกติ...และแล้วเสียงเครื่องวัดชีพจรก็ดังขึ้น หมอกับพยาบาลพากันตะลึง

รินดาราคุยโทรศัพท์กับแม่ บอกว่าแม่กับน้องไม่ต้องมาเพราะดึกมากแล้ว พ่อจะต้องปลอดภัย ไม่ทันไร หมอก็ออกมาบอกว่า ปาฏิหาริย์มีจริง คนไข้ปลอดภัยแล้ว รินดาราดีใจหันมากุมมืออาคิระ เขายิ้มยินดี แต่พอรินดาราบอกว่าต้องรีบโทร.ไปขอบคุณโฮชิที่ช่วย เขาก็สลดลง

โฮชิหยุดบรรเลงโกโตะหันมายิ้มกับฮิโตชิและบอกว่าตนช่วยรินดาราแก้ปัญหาได้แล้ว ฮิโตชิจึงพูดเรื่องที่ตื่นตระหนกว่าเห็นปีศาจหิมะทำร้ายโฮชิ โฮชิมองตุ๊กตาฮินะที่วางอยู่ครุ่นคิด

เมื่อสุรินทร์ปลอดภัย อาคิระก็พารินดารากลับบ้าน แสดงความยินดีที่พ่อเธอปลอดภัย รินดาราก็ขอบคุณเขาเช่นกัน ที่คอยอยู่ข้างๆเป็นกำลังใจให้ อาคิระกล่าวอย่างน้อยใจ

“ผมอยากทำให้คุณได้มากกว่านี้นะ แต่คนธรรมดาอย่างผม ทำได้ดีที่สุดแค่นี้จริงๆ”

“แค่นี้ก็ยิ่งใหญ่มากสำหรับฉันแล้วค่ะ”

“แต่ก็คงยิ่งใหญ่เทียบไม่ได้กับสิ่งที่ท่านชายทำเพื่อคุณและเพื่อครอบครัวของคุณ...ท่านชายไม่ได้รักและเป็นห่วงคุณเพราะคุณคือส่วนหนึ่งของเมียวโจ แต่เพราะคุณคือรินดารา ผู้หญิงสดใสจิตใจดี ที่อยู่ใกล้แล้วมีความสุข มากที่สุด ท่านชายทำเพื่อคุณมากขนาดนี้ เพราะฉะนั้นคุณควรจะรักตอบท่านชายให้มากๆ”

รินดาราสะท้อนใจ “คุณอาคิระ คุณอยากให้ฉันรักท่านชายมากนักหรือคะ”

“ผมอยากให้เราทำในสิ่งที่เราควรทำ ทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้ว คุณเองก็ถูกกำหนดมาให้มีหัวใจเพื่อรักคนพิเศษอย่างท่านชายโฮชิ คุณก็ควรจะรักท่านให้มากๆ ถ้าท่านชายมีความสุข มิยาคาวะทุกคนก็จะมีความสุขไปด้วย” พูดจบอาคิระเดินเข้าบ้านไปก่อน

รินดารามองตามอย่างเจ็บช้ำเสียใจ วิ่งตามมาต่อว่า “เดี๋ยวค่ะ คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ฉันรักใคร และกรุณาจำเอาไว้ด้วยว่า คนอย่างฉันถ้าจะรักใคร ต่อให้เขาเป็นคนธรรมดา ฉันก็จะรัก...”

“ซึ่งมันไม่มีวันนั้น เพราะคุณไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นคนธรรมดา แต่เกิดมาเพื่อท่านชายโฮชิคนเดียว”

“คุณพูดถูก ฉันเกิดมาเพื่อท่านชายโฮชิ ฉันจะทำตามคำแนะนำของคุณค่ะ นับจากวินาทีนี้ไป ฉันจะทำให้คุณได้เห็นว่าฉันจะมอบชีวิตและจิตใจของฉันให้ท่านชายโฮชิคนเดียว”

อาคิระไม่รู้ว่ารินดาราประชด เธอเจ็บปวดไม่ต่างจากเขา...การสนทนานี้อยู่ในสายตาของดวงดาว เธอนิ่วหน้าสงสัยทำไมลูกสาวต้องตัดพ้ออาคิระขนาดนั้น

ooooooo

ในคืนเดียวกัน ฮิเดโนริบุกมาทำร้ายเล็กหวังจะสะกดจิตป้าอังให้บอกว่าผ้าไหมอยู่ที่ไหน แต่ด้วยเหรียญเซโมริที่วางอยู่ในห้อง ทำให้ป้าอังรอดพ้นจากเงื้อมมือปีศาจสุนัขจิ้งจอก ฮิเดโนริบาดเจ็บซมซานกลับห้องพัก พอดีไอโทร.มา เขาจึงเกิดความคิดจะให้เธอช่วย เรียกเธอมาทันที

เช้าวันใหม่ รินดาราได้รับโทรศัพท์จากเคนจิว่าป้าอังกับพี่เล็กโดนทำร้าย ทำให้รินดารารีบร้อนอยากไปเอาผ้าไหมมาเก็บไว้กับตัว เพราะสังหรณ์ใจว่าฮิเดโนริจะชิงไปก่อน ตนยังได้ยินเสียงความคิดเขาในบางครั้ง แสดงว่าเขาอยู่ที่นี่

เมื่อไอมาพบฮิเดโนริที่เมืองไทย ทั้งสองมาแอบดูอาคิระกับรินดาราคุยกัน ฮิเดโนริสั่งไอเข้าไปฟังว่าทั้งสองกำลังจะไปไหน ไอหวั่นใจจะบอกอาคิระอย่างไรว่าตนมาที่นี่ทำไม ฮิเดโนริไม่พอใจผลักเธอกระเด็นล้มลงด้วยแรงปีศาจ เรืองนภากลับจากซื้อของผ่านมาเห็นเข้าประคองถามเธอเป็นอะไรหรือเปล่า อาคิระกับรินดาราได้ยินเสียงรีบมาดู ตกใจเมื่อเห็นไอ ถามมาทำไม เธออึกอักก่อนจะโกหกว่ามิกิให้มาช่วยดูแล ทั้งสองไม่อยากเชื่อ

รินดาราข้องใจเอ่ยถามรู้ได้อย่างไรว่าบ้านตนอยู่ที่นี่ ไอหน้าเสียอ้างถามคนมาเรื่อย แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องถามพวกเขากำลังจะไปไหน รินดาราสบตาอาคิระไม่ให้บอก แต่เขาโพล่งออกไปว่าไปวัด เธอจึงทำทีขอไปไหว้พระด้วยคน ฮิเดโนริแอบยิ้มร้ายอยู่นอกบ้าน

ระหว่างเดินอยู่ในวัด รินดาราได้ยินเสียงความ เคลื่อนไหวของฮิเดโนริตลอดเวลา จึงบอกให้อาคิระพาไอเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ ตนขอนั่งรออ้างเวียนหัว อาคิระจึงดึงไอเดินไป เธอมองเหลียวหลังอยากอยู่ประกบรินดารามากกว่า

พอลับตา รินดาราก็เดินเลี่ยงไปทางป่าช้าหาโกศเก็บกระดูกของชายชาวญี่ปุ่น สามีป้าอัง พอเจอก็ทำทีเหลียวซ้ายแลขวา ไม่มีใครก็เลื่อนแผ่นป้ายหน้าโกศ ล้วงหยิบผ้าสีดำม้วนขดอยู่ในนั้น ฮิเดโนริซึ่งแอบมองตาวาว รินดาราเก็บผ้าใส่กระเป๋า

ฮิเดโนริส่งข้อความสั่งไอให้เอากระเป๋ารินดารามาให้ตนให้ได้ ไอครุ่นคิดจะทำอย่างไร อ้างกับอาคิระว่าขอกลับไปหยิบกล้องในรถมาถ่ายภาพวัดสวยๆแห่งนี้ อาคิระจึงอาสาไปหยิบให้ จากนั้นไอก็เดินตามหารินดารา เห็นเธอเดินกอดกระเป๋าแน่น จึงทำทีชนเธอล้มไปในแอ่งน้ำ

พอเห็นเธอเลอะเทอะก็ชวนไปล้างตัวโดยช่วยถือกระเป๋าให้ รินดาราลังเลไม่อยากฝากกระเป๋า แต่ด้วยความเกรงใจจึงยอมฝาก เธอเดินเข้าห้องน้ำ ปิดประตูงับไว้เพื่อแอบดูการกระทำของไอ

ฮิเดโนริส่งข้อความมาเตือนไอว่ารินดารากำลังแอบมอง จึงทำเนียนชมนกชมไม้ พอรินดาราเห็นเช่นนั้นก็ปิดประตูสนิทหันไปล้างแขน ไอรีบเอากระเป๋ามาให้ฮิเดโนริ แต่เขาใช้กรงเล็บข่วนแขนเธอ ทำทีว่าโดนทำร้ายแย่งกระเป๋าไป เสียงร้องของไอทำให้อาคิระและรินดาราวิ่งมา ทั้งสองวิ่งตามไปทางที่ไอชี้ เจอกระเป๋าตกอยู่แต่ผ้าไหมหายไป ไอแอบยิ้มสมใจ

หลังจากทำแผลเรียบร้อย ไอก็ลอบมาหาฮิเดโนริที่ห้องพัก เขายิ้มอย่างภูมิใจกางผ้าไหมออกดู เห็นลายนกกระเรียนที่ปักด้วยไหมทองคำ ก็ไม่รอช้าเผาทิ้งทันที แล้วโทร.รายงาน...ไดซูเกะจิบน้ำชาอย่างอารมณ์ดี พอยูกิเข้ามาถามแผนการสำเร็จหรืออย่างไร ถึงดูมีความสุข

“ใช่สิ ในที่สุดหลานชายของฉันก็ทำสำเร็จและตอนนี้กำลังจัดการเผาทำลายผ้าไหมนั่น”

“เผาผ้าไหมที่ปักด้วยเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ...จะเผาได้อย่างไร” ยูกิแปลกใจ

ทุกคนจึงรู้ว่านั่นไม่ใช่ผ้าไหมของจริง เพราะของจริงจะเผาไม่ได้ พอฮิเดโนริรู้ว่าตัวเองถูกหลอกก็โมโหอาละวาดพังข้าวของอย่างหัวเสีย ไอตกใจกลัวแต่ด้วยความรักพยายามปลอบว่าแค่พลาดไม่เสียหน้าหรอก ตนจะช่วยแก้ปัญหานี้ให้เอง

ooooooo

หน้าศูนย์เรียนรู้ประจำหมู่บ้าน รินดารากับอาคิระเดินเข้ามาตามทางไปยังอาคารเก่าแก่ เป็นที่สำหรับรวบรวมผ้าทอเก่าแก่ประจำหมู่บ้าน รินดาราขอบคุณสำหรับแผนการของอาคิระ

“ถ้าคุณไม่แนะนำให้ฉันโทร.บอกเคนจิหาผ้าผืนปลอม มาให้ไปซ่อนในโกศ ความพยายามของเราคงสูญเปล่า”

“พวกโคสึกะเป็นพวกกัดไม่ปล่อย อยากได้อะไรก็ต้องเอาให้ได้ จึงต้องหลอกให้ตายใจ”

รินดาราไม่ได้ยินเสียงความคิดของฮิเดโนริอีก จึงรีบเข้าไปดูผ้า เจ้าหน้าที่ออกมาต้อนรับแล้วต้องตกตะลึง เอารูปถ่ายภาพเขียนหญิงสาวในชุดกิโมโนออกมาให้ดู พร้อมกล่าวว่าป้าอังบริจาคเงินบำรุงรักษาที่นี่ทุกปี เพื่อให้เก็บสะสมของเก่าไว้ให้ลูกหลานดู แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าผู้หญิงในรูปนี้มาที่นี่ ต้องมอบผ้านี้แก่เธอ รินดารามองภาพอย่างอึ้งๆ

เจ้าหน้าที่พาทั้งสองมาที่ตู้กระจก ที่เก็บโชว์ชุดกิโมโนปักเส้นไหมทองคำไว้ รินดารากับอาคิระตาวาวตื่นเต้นดีใจ ในที่สุดก็ค้นพบจนได้ ทั้งสองยิ้มให้กัน

ในขณะที่ไอให้ฮิเดโนริใช้กรงเล็บและเขี้ยวสุนัขจิ้งจอกขบกัดทำร้ายให้เธอบาดเจ็บ เพื่อตบตาอาคิระกับรินดาราว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเธอถูกสะกดจิตใช้เป็นเครื่องมือ ฮิเดโนริไม่คิดว่าไอจะรักตนมากถึงขนาดยอมเจ็บตัวอย่างนี้

อาคิระโทร.รายงานมิกิว่าได้ผ้าไหมมาแล้ว และได้เลียบเคียงถามว่าไอไปไหน มิกิตอบว่าเธอขออนุญาตกลับไปเยี่ยมเพื่อนที่ฮอกไกโด อาคิระอึ้งไม่อยากคิดว่าไอเป็นพวกโคสึกะ...ไม่ทันไร รินดาราเข้ามาบอกว่าตำรวจโทร.มาแจ้งว่ามีชาวบ้านไปพบไอได้รับบาดเจ็บที่โรงงานร้างแถวนี้ ตอนนี้ถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วอาคิระตกใจ...

ด้านฮิเดโนริลากกระเป๋าเดินทางกลับ ระหว่างทางโทร.บอกไดซูเกะว่าตนมีแผนสำรองที่จะทำลายผ้าไหมขนนกกระเรียนทองคำนั่น เดี๋ยวตนกลับไปจะเล่าให้ฟัง

ในห้องพักคนไข้ อาคิระกับรินดารารีบมาดูอาการไอ เธอทำเป็นหวาดผวาโผกอดอาคิระร้องห่มร้องไห้ ตำรวจบอกว่าเธอมีอาการตกใจพูดจาวกวนไปมา รินดาราถามตำรวจเกิดอะไรขึ้น

“คนที่ไปพบเธอเล่าว่าเธออยู่ในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ตามร่างกายมีแผลกรงเล็บและเขี้ยวของสัตว์ทำร้าย พอถามว่าถูกตัวอะไรทำร้าย เธอก็เอาแต่บอกว่า ปีศาจสุนัขจิ้งจอกทำร้าย”

รินดารากับอาคิระชะงักหันมองไอ เธอร้องไห้เจ็บเหลือเกิน...อาคิระเฝ้าไอจนเธอหลับ รินดาราเดินเข้ามาบอกว่าคุยกับตำรวจเรียบร้อยแล้ว และถามไอเป็นอย่างไรบ้าง

“พอเธอเริ่มสงบ ผมก็ถามเรื่องที่เธอมาเมืองไทย เธอบอกไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง มารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่า ตัวเองกำลังถูกฮิเดะทำร้าย เลยพยายามต่อสู้แล้วหนีไปหมดสติที่โรงงานร้าง จนมีชาวบ้านไปพบ”

รินดาราสงสารที่ไอตกเป็นเหยื่อ อาคิระแค้นใจจะเอาเรื่องพวกโคสึกะ เธอปลอบให้ใจเย็นควรห่วงไอก่อน ทั้งสองรู้สึกผิดที่คิดว่าไอเป็นพวกโคสึกะ...ไอแอบยิ้มอย่างพอใจ

ooooooo

มิกิเห็นโฮชิไม่กลับมาพร้อมคนขับรถ จึงสอบถาม นารูตะอึกอักอยู่นานกว่าจะบอกว่าท่านให้ส่งในเมือง แต่ตนแอบสะกดรอยตามจนพบว่าท่านเข้าไปในเรียวกังกับยูกิ มิกิแปลกใจไม่ได้คิดเป็นอื่น แต่นารูตะท่าทางมั่นใจผู้ชายที่นัดพบผู้หญิงที่โรงแรมจะเป็นเรื่องอื่นได้อย่างไร

“ปากเสีย ท่านชายไม่ใช่คนที่เธอจะเอามาพูดเล่นแบบนี้นะนารูตะ แล้วจำไว้ด้วยนะ ทีหน้าทีหลังมีเรื่องอะไรของท่านชาย ต้องรีบมาบอกฉัน”

นารูตะรับคำจ๋อยๆ...ในขณะที่ยูกิเฝ้ามองโฮชินั่งดีดซามิเซ็งอยู่ภายในห้องพักเรียวกัง เธอยิ้มปลื้มปริ่มที่เขานัดมาพบที่นี่แสดงว่าต้องมีใจให้ จนกระทั่งเล่นเพลงจบ ยูกิปรบมือชมเพราะมาก โฮชิกล่าวว่าปกติจะไม่เล่นดนตรีให้ใครฟัง จะมีแต่คนพิเศษเท่านั้น ยูกิยิ่งดีใจก้มหัวรับ

“ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งมากค่ะ และดีใจที่ท่านชายอนุญาตให้ฉันเป็นคนพิเศษ”

“ครับคุณยูกิ แต่ผมก็อยากจะขอโทษที่นัดคุณออกมาพบกันในที่ส่วนตัวแบบนี้ เพราะผมมีเรื่องสำคัญที่อยากคุยโดยไม่มีคนอื่นรบกวน”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะท่านชาย ดิฉันยินดีพบท่านชายเสมอ ยิ่งเวลาที่ดิฉันได้เห็นท่านชาย ดิฉันยิ่งรู้สึก...เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ ว่าแต่เรื่องสำคัญที่อยากคุยกับดิฉันคืออะไรคะ”

โฮชิเริ่มเกริ่นว่าอยากรู้จักเธอให้ลึกซึ้งกว่านี้ ถามก่อนหน้านี้เธอทำงานอะไร ยูกิตอบว่าเป็นเกอิชา โฮชิถามอีกว่ารู้จักกับมาโกโตะได้อย่างไร ยูกิบอกเป็นเพื่อนที่ครั้งหนึ่งตนเคยผิดหวังในความรักต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัส เขาเป็นคนช่วยทำให้ตนกลับมาเป็นคนเดิม และทำให้ได้พบคนที่รอคอย จนมีความหวังขึ้นมาใหม่

“เราทุกคนต่างก็ต้องเคยพบเจอความผิดหวังกันมาทั้งนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราก็ต้องใช้ความผิดหวังนั้นมาเป็นบทเรียน เพื่อจะได้ไม่ทำผิดพลาดอีก” โฮชิยิ้ม อ่อนโยนก่อนจะหยิบกล่องของขวัญออกมาวาง “วันนี้ผมเตรียมของขวัญมาให้คุณด้วย”

ยูกิดีใจที่โฮชิมีสิ่งตื่นเต้นมาให้ โฮชิยุให้แกะออกดู พอยูกิแกะเปิดกล่องก็หน้าซีดตกใจ เพราะมันคือตุ๊กตาฮินะตัวที่เคยกักขังวิญญาณตน โฮชิมองอย่างจับผิด...ระหว่างนั้นมิกิให้นารูตะพามาที่เรียวกังเพราะเป็นห่วงโฮชิ

ยูกิทำทียิ้มแย้มชมว่าตุ๊กตาฮินะสวย โฮชิบอกว่าเป็นของเก่าแก่ เธอจึงว่าถ้าเช่นนั้นเขาก็ควรเก็บไว้ โฮชิถามดูสีหน้าเธอไม่ชอบตุ๊กตาฮินะตัวนี้ กลัวของเก่าหรือ เธอส่ายหน้า เขาจี้จุด

“ไม่ชอบมันเพราะเคยถูกจองจำให้อยู่ในตุ๊กตาตัวนี้มาเป็นเวลาสี่ร้อยปีใช่ไหม”

“ท่านชาย! ท่านชายพูดอะไรฉันไม่รู้เรื่อง”

“ความลับมันไม่มีในโลกหรอกคุณยูกิ สิ่งที่เล่ามันคือชีวิตของผู้หญิงที่เธอกำลังใช้ร่างนี้เป็นที่อยู่ใหม่ต่างหาก... ปีศาจหิมะ”

“ท่านชายกำลังกล่าวหาฉัน” ยูกิหน้าเสีย บรรยากาศในห้องเริ่มเย็น น้ำในแก้วเป็นน้ำแข็ง

“เลิกโกหกตบตาฉันซะทีเถอะยูกิ เผยตัวตนที่แท้จริงของเธอออกมา อย่าทำให้ฉันต้องทำร้ายเธอไปมากกว่านี้”

ยูกิตกใจ สติขาดผึง ใบหน้าเปลี่ยนไปเป็นนางปีศาจหิมะ ปากแดงผมยาวสยาย โฮชิจ้องมองเป็นอย่างที่คิด ปีศาจเผชิญหน้าเจ็บแค้นที่โดนหลอก โฮชิบอกไม่ต้องการให้เธอทำร้ายใครอีก ถึงเวลาที่ควรจะต้องหยุด ยูกิกราดเกรี้ยว

“ฉันถูกขังอยู่ในตุ๊กตาตัวนั้นมากว่าสี่ร้อยปี ต้องทนทุกข์ทรมานโหยหาคิดถึงแต่เธอ แต่พอได้เจอเธออีกครั้ง เธอกลับไล่ตะเพิดฉัน เกลียดชังฉัน ฉันผิดนักหรือโฮชิที่ฉันเฝ้ารักเธอคนเดียวมาตลอด”

“เธอไม่ผิดหรอกที่จะรักฉัน แต่เธอผิดที่ใช้ความรักเป็นข้ออ้างทำร้ายคนอื่น เพื่อสนองความบ้าคลั่งของตัวเอง”

ยูกิโกรธที่โดนเกลียดชัง ลมพัดวูบร่างเธอเคลื่อนเข้าหาโฮชิอย่างเร็ว แต่เขาไม่มีอาการกลัวใดๆ กล่าวอย่างอ่อนโยนว่า แม้เธอจะเป็นปีศาจและตนเป็นเทพเจ้า ตนก็ไม่เคยแบ่งแยกและไม่ได้เกลียดชังเธอแม้นิดเดียว

ยูกิไม่เชื่อ โฮชิขอให้เธอหยุดให้กิเลสครอบงำ หันไปหาความสงบรู้จักปล่อยวาง ก็จะหลุดพ้นจากการเป็นปีศาจได้ แต่ถ้าไม่ นั่นหมายถึงเธอบังคับให้ตนทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ โฮชิมองไปที่ตุ๊กตาฮินะ ยูกิจิกตากร้าวโวยวายไม่ยอมหยุดให้เขากักขัง แล้วหายตัววับ ทันใด ก็มีเสียงร้องของมิกิ...ท่านชาย! ช่วยฉันด้วย โฮชิหันมองประตูเลื่อนด้วยความตกใจ

ooooooo

ในห้องพักคนไข้ ดวงดาวเฝ้าดูแลสุรินทร์ รินดาราเดินเข้ามาบอกว่า ได้คุยกับหมอแล้ว ผลเอกซเรย์ออกมาว่าเส้นเลือดในสมองที่แตกมีขนาดเล็กลง พักฟื้นซักอาทิตย์ก็กลับบ้านได้

ดวงดาวดีใจ สุรินทร์ยิ้มให้รินดาราด้วยความดีใจที่ตื่นขึ้นมาเห็นหน้าลูก แล้วเล่าว่า “ตอนที่พ่อไม่รู้สึกตัว พ่อกลัวว่าจะไม่ได้กลับมา แต่เพราะเขา...เขาคนนั้นมาช่วย ช่วยให้พ่อได้กลับมาหาพวกเรา” ดวงดาวแปลกใจใครกัน “ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แค่เขาบอกว่าผมต้องกลับ”

“บางทีเขาอาจจะเป็นเทพเจ้าที่คอยปกป้องดูแลครอบครัวของเราก็ได้ค่ะพ่อ...เทพเจ้าที่เฝ้ามองพวกเรา และไม่อยากให้หนูต้องเสียใจ” รินดาราบีบมือพ่อน้ำตาคลอปลาบปลื้ม

ดวงดาวสงสัยจนต้องดึงลูกสาวออกมาคุยลำพังในสวนของโรงพยาบาล รินดารายอมเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ฟังอย่างไม่ปิดบัง ดวงดาวอดห่วงไม่ได้ถามจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก

“หนูต้องกลับไปช่วยส่งท่านชายกลับสวรรค์”

“แม่เข้าใจ แต่นั่นมันเป็นเรื่องของหน้าที่ แต่ที่แม่เป็นห่วงก็คือความรักที่ลูกมีต่อท่านชายโฮชิกับความรักที่ลูกมีต่ออาคิระต่างหากว่าจะลงเอยยังไง”

“แม่...แม่รู้ได้ยังไง!”

“คืนก่อนที่บ้าน แม่ได้ยินลูกตัดพ้อกับอาคิระเรื่องความรักของลูกกับท่านชาย...ตอนแรกแม่ยังไม่เข้าใจว่าที่ลูกต้องร้องไห้ในคืนนั้นหมายความว่ายังไง แม่อยากถามแต่เห็นว่าลูกยังมีธุระต้องทำมาก แต่ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าลูกกำลังตกอยู่ในสภาพอะไร”

รินดาราอึดอัดใจ ดวงดาวดึงลูกสาวมากอดปลอบ ก็พอดี อาคิระเข้ามาบอกว่า ได้โทร.กลับไปที่มิยาคาวะ ทางนั้นบอกว่าตอนนี้หิมะตกทั้งๆที่ไม่ใช่ฤดูหนาว รินดารารู้ว่าฝีมือใคร

ระหว่างนั้น โฮชิตามปีศาจหิมะที่จับตัวมิกิมาจนถึงป่าสน มิกิถูกยูกิใช้เล็บยาวแหลมจิกที่คอ โฮชิเสียงกร้าวบอกให้ปล่อยมิกิ ยูกิแย้งให้ทำลายตุ๊กตาฮินะก่อน มิกิห้ามบอกไม่ต้องห่วงตนให้ใช้ตุ๊กตาฮินะกักขังนางปีศาจ เพื่อจะได้ไม่ออกมาฆ่าคนอีก ยูกิยิ่งจิกคอมิกิจนเลือดไหล

โฮชิร้องห้ามและยอมหักคอตุ๊กตาฮินะ แต่ยูกิกลับผิดคำพูด “แค่นั้นมันยังไม่พอสำหรับความรักที่ฉันมีให้เธอ แต่กลับถูกเธอปฏิเสธ ฉันรู้เรื่องเส้นไหมทองคำที่พวกเธอได้มาแล้วแต่เธอจะไม่มีวันได้กลับสวรรค์ เพราะเธอต้องทำลายมันทิ้งด้วยมือของเธอเอง” โฮชิหน้าเสีย “ว่าไงล่ะรับปากฉันมาสิ เทพเจ้าจะต้องไม่ผิดคำพูด ไม่อย่างนั้นเธอก็ต้องทนดูคนที่เธอห่วงใยตายไปทีละคน เริ่มจากนังมิกิก่อน”

มิกิร้องบอกอย่าไปรับปาก ยูกิเยาะถึงไม่ได้กลับสวรรค์ไปหาเมียวโจ แต่ก็อย่าคิดว่าอยู่ที่นี่มีรินดาราเป็นตัวแทน เพราะตนไม่ปล่อยให้เขามีความสุขกับใครทั้งนั้น ถ้าตนทรมานเขาก็ต้องทรมานไปด้วย เขาจะต้องหัวใจสลายที่เห็นคนที่รักตายต่อหน้าต่อตา

ยูกิจิกเล็บลงที่คอมิกิอีกจนเลือดไหล โฮชิทนไม่ไหวร้องให้พอ ยูกิให้เขาพูดคำว่ายอม มิกิใช้โอกาสที่ยูกิเผลอ

“ท่านชายไม่ต้องห่วงดิฉัน ดิฉันได้ทำหน้าที่ของดิฉันอย่างดีที่สุดแล้ว ยังไงท่านต้องได้กลับสวรรค์” มิกิล้วงเหรียญเซมาโมริออกมาแปะลงบนหน้าผากยูกิ เธอกรีดร้องดังลั่นผลักมิกิไป โฮชิถลาเข้ารับร่างมิกิที่หมดสติ ส่วนยูกิหายตัวไป

ooooooo

ในเมืองสึกิซึ่งอากาศเย็นลง อายูมิแอบเก็บอาหารมาให้ลูกสุนัขโมโม่ ฮิโตชิน้อยใจตัดพ้อว่าตัวเองหมดความหมายเพราะโมโม่น่าสนใจกว่า อายูมิรู้สึกผิดรีบบอกว่าเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่

“จริงเหรออายูมิ เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่จริงๆนะ” ฮิโตชิดีใจ

“จริงสิ เกี่ยวก้อยสัญญากันก็ได้ เราจะไม่ทะเลาะกัน อีก เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป”

ฮิโตชิเกี่ยวก้อยหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขพลัน เสียงโมโม่เห่าแว่วมา ทั้งสองจึงรีบไปดูว่ามันเห่าอะไร ปรากฏว่ามีลูกนกอยู่บนกิ่งไม้ อายูมิจะไปช่วย ฮิโตชิอาสาจัดการให้ เขาแยกเขี้ยวทำผีหลอก เจ้าโมโม่วิ่งหางจุกตูดไป แล้วเขาก็ปีนจับลูกนกมาให้อายูมิ ทั้งสองเอาลูกนกใส่กล่องกลัวคนในบ้านได้ยินเสียงร้อง จึงเอาไปแอบในห้องรินดารา ฮิโตชิจะไปขุดไส้เดือนมาให้แต่อายูมิขยะแขยงเอาข้าวเปลือกให้มันกินแทน

กลางดึกบนหอคอย มิกิฟื้นขึ้นมาตกใจว่าตัวเองกลับมาที่นี่ได้อย่างไร โฮชิที่เฝ้าเช็ดหน้าเช็ดตาให้ดีใจชมว่าเธอเก่งมากที่หลอกล่อจนปีศาจหิมะต้องหนีไป

“ดิฉันเป็นห่วงว่าท่านชายจะโดนนางปีศาจหิมะทำร้าย”

“นางปีศาจทำร้ายฉันไม่ได้ ทางเดียวที่จะทำได้ก็คือ ทำให้หัวใจฉันสลาย”

มิกิยังหวั่นใจว่าปีศาจหิมะจะกลับมาทำร้ายเขาอีก โฮชิบอกว่าเธอคงเจ็บปวดจากเหรียญเซมาโมริเลยหนีไปกบดาน มิกิให้หาทางกำจัดแต่โฮชิคิดว่าบทเรียนครั้งนี้คงทำให้ปีศาจหิมะรู้ว่า ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่อาจเปลี่ยนใจตนได้ มิกิติงว่าเขาใจดีคิดว่าทุกคนจะกลับตัวเป็นคนดีแม้กระทั่งปีศาจ โฮชิบอกเรียกว่าให้โอกาสดีกว่า ตนไม่อยากก่อกรรมให้ต้องตามชดใช้ทุกชาติ

ไดซูเกะกำลังสวดมนต์ ยูกิซมซานกลับมา เขาเยาะในที่สุดก็พลาดท่าโดนเทพเจ้านกกระเรียนเล่นงาน ยูกิขอให้ไดซูเกะถ่ายพลังให้แก่ตนอีก อัตซุโอะจะแย้งยูกิอ้างถ้าตนไม่มีพลังก็ทำงานให้ไม่ได้ แม้จะได้ผ้าไหมทองคำมาก็ต้องพึ่งตนกำจัด...ไดซูเกะจำต้องยอมถ่ายพลังให้

พอฮิเดโนริกลับมา รู้เรื่องยูกิบาดเจ็บก็รีบเข้าไปหาไดซูเกะในห้อง พบเขานอนอ่อนเพลีย ส่วนยูกิปากแดงผมยาวสยายเหมือนเดิม ก็ไม่พอใจจะเอาเรื่องยูกิ ไดซุเกะปรามให้หยุด

“ปู่แกพูดถูกแล้ว มีแค่เทพเจ้ากับปีศาจจริงๆ ไม่ใช่ลูกครึ่งปีศาจอย่างแกที่จะทำลายเส้นไหมทองคำได้ เพราะฉะนั้นแทนที่แกจะคิดอยากเล่นงานฉัน แกควรไปเร่งมือให้คนของแกขโมยเอาเส้นไหมทองคำมาให้ฉันเร็วๆดีกว่า” ยูกิหัวเราะสะใจก่อนจะเดินออกไป

รินดาราจำต้องรีบกลับสึกิ เอาผ้าไหมที่ได้มามอบให้โฮชิ มิกิดีใจมาก โฮชิขอบใจเคนจิ เขาโค้งให้อย่างเคารพบอกว่าเขายินดีทำให้ท่าน โฮชิจึงจับมือเคนจิมา วางบางอย่างในอุ้งมือเขา เคนจิแบมือดูเป็นเซมาโมริปักรูปนกกระเรียนสวยงาม

“ของขวัญเล็กๆน้อยๆ ตอบแทนน้ำใจของเธอ เทพเจ้าจะปกป้องคุ้มครองคนดีอย่างเธอ”

“ขอบคุณครับท่านชาย ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยอีกก็บอกได้นะครับ”

มิกิบอกว่าคงต้องใช้เวลาสำหรับการเลาะเส้นไหมทองคำจากผ้าผืนนี้ เพราะเป็นงานละเอียดที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง ต้องใช้เวลา...รินดาราอาสาช่วย มิกิบอกหน้าที่เธอคือดูแลโฮชิ อาคิระสะท้อนใจเจ็บปวด กลบเกลื่อนว่าขอตัวไปดูแลความปลอดภัยรอบคฤหาสน์

รินดาราร่ำลาเคนจิ เขาเตือนให้เธอเลือกระหว่างหน้าที่กับความรักให้ดีๆ ทำให้เธออึ้ง กลับมานั่งครุ่นคิดในห้องนอน ทันใดก็ได้ยินเสียงแปลกๆ พอถามนั่นใคร ก็มีเสียงตอบว่า

“หิวจังเลย...อยากกินข้าวเปลือกอร่อยๆอีก เอาอีก... เอาอีก”

รินดาราชักสงสัย ค้นหาในห้องก็พบกล่องใต้โต๊ะ ดึงออกมาดูเป็นลูกนกส่งเสียงร้องหิวๆ

อายูมิเข้ามาพอดี ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะขอร้องให้รินดาราช่วยเลี้ยงนกตัวนี้ไว้ เจ้าลูกนกพูดกับรินดาราว่า

“ให้ฉันอยู่ที่นี่เถอะคนสวย หน้าตาเธอใจดีแบบนี้ อย่าให้ฉันต้องออกไปโดนจับกินเลยนะคนสวย ฉันเองก็บาดเจ็บอยู่ด้วย สงสารลูกนกตาดำๆอย่างฉันนะ”

รินดาราว่าไม่ต้องมาทำปากหวาน อายูมิงง รินดารารีบกลบเกลื่อนไม่มีอะไร และตั้งชื่อลูกนกว่าฮิเมะ แต่มีข้อแม้จะยอมเลี้ยงถ้าอายูมิแนะนำให้รู้จักเพื่อนของเธอ อายูมิครุ่นคิด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.