ตอนที่ 20
เมื่อเหว่งลงมาหาอำพันที่ลานจอดรถ อำพันถามว่านิโคลัสเป็นอย่างไรบ้าง เหว่งบอกว่าตอนนี้ยังเชื่องอยู่ แต่อีกไม่นานคงฟาดหัวฟาดหางแน่ อำพันแสยะยิ้มบอกว่าอย่างมากก็แค่ฆ่าปิดปากมัน
เหว่งแย้งว่าทำแบบ นั้นไม่ได้เพราะนิโคลัสเป็นลูกค้ารายใหญ่ของเรา ถ้ามันตายไปทางแก๊งกลุ่มยุโรปต้องไม่พอใจเราแน่ มีทางเดียวคือต้องชิงตัวผู้ต้องหา เราต้องพานิโคลัสหนีไปให้ได้
ส่วน รณภพพาชาลีไปพักฟื้นที่โรงพยาบาล พอชาลีรู้สึกตัวเขาก็กลับมีสติสัมปชัญญะเหมือนเดิม ถามรณภพจึงรู้ว่าตัวเองถูกวางยาและโดนสะกดจิตให้ไปฆ่าเสี่ยพิพัฒน์ รณภพปลอบใจชาลีที่ตกใจว่าตัวเองฆ่าคนว่า
"ไม่ต้องห่วง ฉันจะเป็นพยานให้แกเอง แกวางใจเถอะ" ชี้แจงกับชาลีว่าที่เหว่งต้องใช้เขาทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้เพราะว่า "พ่อแกเป็นศัตรูเก่าของเสี่ยพิพัฒน์ ถ้าแกฆ่าเสี่ยพิพัฒน์เมื่อไหร่ แกก็จะกลายเป็นแพะรับบาปไปทันที แต่ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว แต่ว่าต่อไปแกอย่าเชื่อไอ้เหว่งอีกก็แล้วกัน"
พอดีจ่าเข้ามาบอกรณภพ ว่าทางกองปราบเรียกประชุมด่วน รณภพจึงฝากจ่าให้ช่วยไขกุญแจมือที่ล่ามชาลีไว้กับเตียง บอกจ่าว่าตอนนี้ชาลีไม่มีอันตรายแล้ว พลางยกมือลาชาลี ชาลีอวยพรให้เพื่อนโชคดี
ooooooo
เมื่อไปประชุมที่กองปราบ มีการเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดผ่านโน้ตบุ๊กให้ดูกัน ทุกคนเห็นเหว่งปลอมตัวเป็นทนายความเข้าไปเยี่ยมนิโคลัส ชลิตถามรณภพว่าใช่เหว่งหรือเปล่า รณภพรับรองว่าไม่ผิดตัวแน่
สารวัตร ชลิตวิเคราะห์ว่าพวกนี้ต้องมีแผนร้ายแน่ๆ ถึงได้อุตส่าห์บุกมาถึงที่นี่ เสนอว่าเราควรรีบย้ายนิโคลัสออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัย แนะให้เอาไปฝากขังไว้ที่เรือนจำ
"ผมเห็นด้วยครับ แต่ว่างานนี้เราควรจะใช้คนให้น้อยที่สุด เพราะยิ่งรู้น้อยเท่าไรก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น"
รณภพเสนอ
หมวด โอมเห็นด้วยเพราะคนน้อยเคลื่อนที่เร็วเหว่งไหวตัวไม่ทันแน่ สารวัตรตกลงให้ลงมือคืนนี้เลย
ooooooo
ดาหวันกับแพ็ตตกอยู่ใน ชะตากรรมเดียวกัน เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว แพ็ตเสนอว่าเราต้องร่วมมือกันต่อสู้กับรอน ดาหวันถามว่าเธอมีแผนอะไรหรือ แพ็ต มองไปรอบตัวเห็นลิ้นชักโต๊ะหัวเตียงจึงพยายามเปิดดู พบในนั้นมีของจุกจิกอยู่หลายอย่าง ทั้งหวี ปากกา ลูกลื่น สมุดโน้ตจนกระทั่งยาแก้วปวด
แพ็ตพยายามหยิบปากกาออกมา ยิ้มอย่างมั่นใจกับแผนการของตน
เหว่งอยู่ในห้องรับแขกที่คอนโดของดาห วัน มันกำลังดักฟังคลื่นวิทยุตำรวจผ่านทางหูฟัง รู้การเคลื่อนไหวของตำรวจที่จะส่งตัวผู้ต้องหาสำคัญไปฝากขังที่เรือนจำ นัดเวลาออกจากกองปราบและเวลาถึงเรือนจำอย่างเป็นรูปธรรม กำชับให้ทุกหน่วยอำนวยความสะดวกและช่วยเคลียร์เส้นทางในเวลานั้นๆด้วย
รอน รีบจดโน้ตและพลิกแผนที่เช็กเส้นทางตามที่ดักฟังมา มันดูนาฬิกาก่อนยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ แต่ทันใดนั้นมันก็ได้ยินเสียงผู้หญิงสองคนทะเลาะกันแว่วออกมาจากในห้อง จึงลุกไปดู
ดาหวันกับแพ็ตกำลังด่าทอกันหน้าดำหน้าแดง พอรอนเข้ามาดาหวันก็ฟ้องว่า แพ็ตยุตนให้ฆ่าเขา เป่าหูว่ายังไงเขาก็ต้องฆ่าตนอยู่แล้ว รอนด่าแพ็ตว่ามาถึงไม่ทันไรก็เสี้ยมให้คนอื่นเล่นงานตนแล้ว พลางมันก็ปราดเข้าไปกระชากคอแพ็ต พริบตานั้นดาหวันตวัดกุญแจมือที่ปลดล็อกแล้วออกเอาไปสวมที่ข้อมือรอนทันที
แพ็ต ทำแบบเดียวกัน ถอดกุญแจมือตัวเองใส่มือรอนล็อกไว้กับเตียง เธอทำสำเร็จ แต่ดาหวันช้าไปเลยถูกรอนซัดจนกระเด็น แพ็ตรีบเข้าช่วย แต่รอนชั้นเชิงเหนือกว่าเหวี่ยงศอกใส่เธอแล้วพุ่งไปคว้ารีโมตขึ้นมาขู่
"หยุด นะ ถ้าใครขืนซ่าอีกละก็ รับรองได้กลายเป็นผีหัวขาดแน่"
แพ็ตกับดาห วันมองหน้ากันอย่างแสนเสียดาย รอนมองสองสาวพูดอย่างเยาะเย้ยชิงชังว่า
"ต่อ ไปนี้ฉันจะถือรีโมตไว้ตลอดเวลา ถ้าใครอยากลองดีอีกละก็ ฉันเอาจริงแน่"
ooooooo
ชา ลีครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนเตียง ทิ้งตัวเองให้จมอยู่กับเรื่องราวที่ผ่านมา เห็นภาพตัวเองฆ่าคนตายเป็นว่าเล่น นึกถึงพ่อตัวเองที่ถูกฆ่าตาย คิดว่าคงทุกข์ทรมานแบบเดียวกัน เขาตัดสินใจจะเลิกหมดทุกอย่าง พึมพำบอกพ่อว่า
"ขอโทษนะครับพ่อ ผมคงล้างแค้นให้พ่อไม่ได้อีกแล้ว อย่าให้ผมต้องทำบาปทำกรรมมากไปกว่านี้เลยนะครับ"
พอดีจ่าฉิมเข้ามา บอกว่ารณภพให้มาอยู่เป็นเพื่อนให้มาคอยดูแลความปลอดภัยให้เขา ชาลีถามว่าแล้วรณภพไปไหน จ่าบอกว่าติดธุระแต่มีคนที่เขาอยากพบมากกว่าผู้กองรออยู่ แล้วพาชาลีไปพบโนรีที่อีกห้องหนึ่ง
ชาลีดีใจมากที่ได้พบโนรีอีกครั้ง บอกเธอว่าเรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปเรามาเริ่มต้นชีวิตใหม่กัน รวบรัดชวนว่า "เราจะแต่งงานกันนะโนรี ฉันรักเธอ ฉันเลิกหมดทุกอย่างแล้ว ฉันจะดูแลเธอ แต่งงานกับฉันนะ"
โนรีพยักหน้าทั้งน้ำตา เธอกอดชาลีไว้ท่ามกลางสายตาจ่าฉิมที่มองอย่างตื้นตันไปกับเขาด้วยแล้วขอตัว อย่างรู้ดีว่าตัวเองกลายเป็นส่วนเกินไปแล้ว
เมื่อจ่าฉิมโทรศัพท์เล่าให้รณภพฟัง เขาดีใจมากบอกว่าเสร็จงานแล้วจะรีบไปแสดงความยินดีด้วย พอหมวดโอมรู้ก็ทักท้วงว่าโนรียังมีความผิดอยู่
"เคสของโนรีน่ะมันเข้าข่ายถูกล่อลวงนะหมวด และเราก็ไม่มีหลักฐานว่าเธอฆ่าใคร ไม่เหมือนคุณแพ็ต รายนั้นน่ะ ผมว่าคงดิ้นลำบาก" รณภพชี้แจง
แต่ทั้งผู้กองและหมวดต่างหวังว่าแพ็ตช่วยงานราชการคงจะได้รับความเมตตาลด หย่อนผ่อนโทษจากศาลบ้าง
ooooooo
ได้เวลาทำงานแล้ว รณภพกับหมวดไปรับตัวนิโคลัสจากห้องขังบอกว่าได้เวลาย้ายบ้านแล้ว นิโคลัส ระแวงว่าจะพาตนไปไหนแต่ไม่มีสิทธิ์ขัดขืน
เวลาเดียวกัน รอนถือรีโมตสั่งแพ็ตกับดาหวันไปทำงาน มันพาสองสาวไปที่หน้าผับแห่งหนึ่ง ตัวมันเองเข้าไปนั่งดื่มในผับ สั่งสองคนให้ไปดักที่สี่แยกข้างหน้า อีกราวครึ่งชั่วโมงตำรวจจะคุมตัวนิโคลัสผ่านมาทางนั้น ให้เธอสองคนชิงตัวนิโคลัสมาให้ได้ ส่วนอาวุธตนเตรียมไว้ให้แล้วอยู่ที่ท้ายรถ มันปรามก่อนแยกเข้าไปในผับว่า
"แล้วอย่าคิดหนีเด็ดขาด อย่าลืมว่าที่คอของพวกเธอมีระบบจีพีเอสติดตั้งเอาไว้ ถ้าสัญญาณห่างผิดปกติเมื่อไหร่ ฉันจะกดระเบิดเมื่อนั้น หรือถ้าภายในหนึ่งชั่วโมงพวกเธอยังไม่กลับมา ฉันก็จะกดระเบิดเช่นกัน มีอะไรสงสัยอีกไหม"
เมื่อสองสาวไม่ตอบ รอนยิ้มกริ่มแล้วเดินเข้าไปในผับ
เวลาเดียวกัน เหว่ง อำพันนั่งรถที่เทพขับมาที่หน้ากองปราบ เหว่งใช้กล้องส่องทางไกลที่เป็นระบบไฮเทคสามารถเห็นเงาของรณภพกับหมวดโอมที่ พานิโคลัสนั่งรถออกจากกองปราบอย่างชัดเจน
"นึกอยู่แล้วว่าพวกมันต้องไหวตัว เฮ้ย ออกรถ" เหว่งพึมพำเสียงเข้มสั่งเทพให้รีบขับรถตามรถของตำรวจที่มีมอเตอร์ไซค์นำหน้า ไป
ooooooo
แพ็ตกับดาหวันรออยู่ที่ทางแยก พอรถตำรวจมาทั้งสองก็เห็นว่ามีรถตู้อีกคันตามมา ดาหวันถามว่าหมายความว่างานนี้มีมือที่สามหรือ แพ็ตไม่ตอบแต่ออกรถตามรถตู้คันนั้นไปอีกทอดหนึ่ง โดยที่รณภพกับหมวดไม่เฉลียวใจเลยแม้แต่น้อย
เมื่อใกล้ถึงเรือนจำ หมวดบอกรณภพว่าหมดห่วงเสียที แต่ผู้กองเตือนว่าอย่าเพิ่งประมาท พวกมันอาจจะสะกดรอยตามเรามาก็ได้
อำพันร้อนใจจะลงมือเพราะใกล้เรือนจำเต็มทีแล้ว แต่เหว่งให้รอไปถึงถนนตัดใหม่ก่อนที่นั่นจะปลอดคนกว่า ซึ่งแพ็ตที่ตามหลังมาก็อ่านเกมเดาใจเหว่งออก จึงตามไปอย่างมีแผน
เมื่อถึงถนนตัดใหม่ อำพันสั่งเทพให้แซงขึ้นไปตีขนาบรถตำรวจ เหว่งอดเตือนไม่ได้ว่าอย่าให้โดนนิโคลัสเด็ดขาด
หมวดโอมกับรณภพรู้ตัวก็พอดีรถถูกยิงยางระเบิด รถมอเตอร์ไซค์นำทางย้อนกลับมาช่วยทันที เหว่งบอกอำพันให้ไปช่วยนิโคลัสทางนี้ตนจัดการเอง แล้วเหว่งก็ยิงตำรวจบนรถมอเตอร์ไซค์คว่ำไปทั้งสองคน
พอหมวดโอมกับรณภพตั้งหลักได้ก็เห็นอำพันถือปืนกลเดินตรงมาแล้ว รณภพบอกหมวดให้พานิโคลัสหนีไปตนจะคอยระวังให้เอง อำพันเห็นดังนั้นยิงใส่ทันที ตะโกนบอกเหว่งว่าตนจะไปตามล่ารณภพ ถามเหว่งว่าจะไปด้วยไหม เหว่ง พยักหน้ารับตะโกนให้เทพอยู่ดูต้นทางแถวนี้มีอะไรให้รีบโทร.รายงานทันที
อำพันไล่ไปติดๆยิงใส่พวกรณภพเป็นระยะ ส่วนเหว่งก็ตะโกนให้ส่งตัวนิโคลัสมาเสียจะได้ไม่ต้องมีคนตายมากไปกว่านี้ ทำให้รณภพจำได้ว่าเป็นเสียงเหว่ง
นิโคลัสฉวยโอกาสที่กำลังชุลมุนนั้นวิ่งหนีไป ต่อสู้กับรณภพที่ไล่ตามและแย่งปืนผู้กองไปได้ แต่ขณะกำลังเล็งปืนใส่รณภพนั่นเอง ปืนในมือนิโคลัสก็ถูกยิงกระเด็น แล้วแพ็ตก็ปรากฏตัวขึ้น รณภพดีใจแต่แพ็ตไม่มีทีท่าจะญาติดีกับเขาสั่งเขาอย่าเข้ามา ตนต้องการพาตัวนิโคลัสไปจากที่นี่เท่านั้น
"นี่คุณทำงานให้ใครแพ็ต?" รณภพถาม
"ฉันเคยบอกคุณแล้วไงคะผู้กอง ว่าการไปจากเอสเค 7 มันไม่ใช่เรื่องง่าย" แพ็ตเปิดให้ดูปลอกที่คอแล้วลากนิโคลัสหนีไป
ooooooo
ระหว่างนั้นหมวดโอมยิงสกัดเหว่งกับอำพันไว้สุดความสามารถ เหว่งสั่งฆ่าหมวดเสีย เลยถูกอำพันยิงเสียกระโดดหลบแทบไม่ทัน ขณะที่หมวดถูกกระทำอย่างหนักนั้นเอง อำพันก็ถูกใครบางคนยิงเข้าที่แขน หมวดโอมหันมองไปตามทิศทางเสียงปืน เขาอุทานอย่างดีใจเมื่อเห็นดาหวันยิงซ้ำใส่อำพัน
"หลบมาทางนี้" ดาหวันร้องบอก เมื่อหมวดขยับเข้าหาที่กำบังเขาถามว่าเธอมาที่นี่ได้ยังไง ดาหวันบอกว่า "ฉันมากับแพ็ต เขาให้ฉันมาคอยสกัดพวกมัน ก็เหมือนคุณนั่นแหละ"
หมวดถามว่าแล้วตอนนี้แพ็ตอยู่ไหน ดาหวันไม่ทันตอบเสียงไซเรนรถตำรวจก็หวีดหวิวเข้ามา ดาหวันบอกว่า "พวกคุณมาช่วยแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะผู้หมวด" เมื่อโอมพยายามรั้งไว้ เธอยกปืนขู่บอกว่าตนไม่มีเวลาตอบคำถามของเขา ว่าแล้วกระโดดแผล็วหายไป
ส่วนเหว่งกับอำพันพอได้ยินเสียงไซเรนก็รู้ว่าหมดเวลาของตนแล้ว เหว่งเร่งให้เผ่นกันก่อนบอกอำพันว่าวันพระไม่มีหนเดียว แล้วพาอำพันหนีไป
ooooooo
รอนตื่นเต้นมากเมื่อสัญญาณจากจีพีเอสบอกว่าแพ็ตกับดาหวันกำลังกลับมาที่ผับ เขารีบออกไปรับพอเห็นสองสาวจับนิโคลัสมาด้วยก็สะใจนัก ชมว่า สองคนเก่งมากสมควรมีชีวิตอยู่ต่อไป
ส่วนเหว่งกับอำพันกลับมาที่บ้านพักตากอากาศของนิโคลัสอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง ที่ชิงตัวนิโคลัสไม่สำเร็จ ทั้งสองเชื่อว่าแพ็ตกับดาหวันต้องมีคนอยู่เบื้องหลังแน่ถึงได้คิดทำการขนาด นี้ได้
ทันใดนั้น โทรศัพท์บ้านดังขึ้น เหว่งให้เทพรับสาย อำพันบอกให้ถามด้วยว่าใครโทร.มา แต่เมื่อเทพรับสายถามว่านั่นใครโทร.มา ปลายสายตัดบทอย่างไม่แยแสว่า
"ฉันอยากคุยกับเจ้านายของแก ฉันเป็นคนที่จับตัวนิโคลัสไป"
พอเหว่งไปพูดสาย รอนก็เสนอเงื่อนไขทันทีว่า ถ้าอยากได้ตัวนิโคลัสคืนให้เตรียมเงินไว้สิบล้าน แล้วจะโทร.มาบอกจุดนัดทีหลัง เหว่งรีบถามว่า "แล้วแกเป็นใคร"
"แกไม่จำเป็นต้องรู้ เอาเป็นว่าฉันเป็นคนที่แกไม่อยากมีปัญหาด้วยก็แล้วกัน"
แพ็ตฟังรอนพูดโทรศัพท์อยู่ พอรอนวางสายเธอถามว่าที่ให้พวกตนทำมาทั้งหมดนี่ต้องการเงินสิบล้านแค่นั้น ใช่ไหม รอนหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์บอกว่า เงินไม่มีความหมายสำหรับตน นั่นเป็นแค่การล่อให้เหว่งกับอำพันออกมาหาที่ตายเท่านั้น
ดาหวันทวงสัญญาว่าไหนบอกว่าจะปล่อย ตอนนี้เสร็จงานแล้วก็ปล่อยพวกตนไปเสีย
"ใจเย็นก่อนคุณดาหวัน พวกคุณต้องได้เป็นอิสระแน่ แค่รอให้ผมได้เงินแล้วก็จัดการกับไอ้เหว่งได้ก่อน ตกลงไหมหลังจากนั้นคุณก็จะได้เป็นอิสระ" แล้วรอนก็หันไปทางแพ็ต "ส่วนคุณก็จะได้ล้างแค้นไอ้เหว่งสมใจไงล่ะแพ็ต"
ooooooo
วางสายจากรอนแล้ว เหว่งถามอำพันว่าพอจะรู้ไหมว่าใครบงการเรื่องนี้ อำพันคาดว่าขนาดบังคับให้แพ็ตกับดาหวันทำงานได้ก็คงไม่ใช่พวกระดับปลายแถว แน่ เหว่งคาดว่าพวกมันคงรู้เบื้องหลังเราพอสมควร ถึงกล้าเรียกถึงสิบล้าน
แต่อำพันคาดว่าอาจเป็นกับดัก ฉะนั้นงานนี้เราต้องใช้ตัวช่วย
ตัวช่วยที่อำพันหมายตาไว้คือชาลีนั่นเอง! ดังนั้น วันนี้ อำพันกับเทพจึงไปที่ห้องพักฟื้นของโนรีที่โรงพยาบาลสับคอจ่าฉิมที่นั่ง สัปหงกอยู่จนสลบแล้วบุกเข้าไปในห้อง ซึ่งชาลีกำลังอยู่กับโนรีพอดี
อำพันบอกชาลีว่าจะพาไปพบมิสเตอร์เหว่ง เขามีเรื่องอยากคุยด้วย ชาลีปฏิเสธบอกว่าตนไม่มีเรื่องต้องคุยกันอีกแล้วไล่อำพันให้กลับไปเสีย
เมื่อเจรจาไม่เป็นผล อำพันเดินเข้าหาชาลี ถูกเขารวบรวมกำลังจู่โจม แต่เพราะยังไม่แข็งแรงและฝีมือยังอ่อนด้อยจึงถูกอำพันล็อกตัวไว้ เทพเข้าไปช่วยจับอีกแรง ชาลีด่าเทพว่าทรยศ ลืมไปแล้วหรือว่าพ่อตนเป็นคนชุบเลี้ยงมา
"ผมก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกครับคุณชาลี แต่อย่าบังคับให้ผมต้องทำอะไรเลย" เทพขึ้นนกทันที
"ได้ยินแล้วใช่ไหมคุณชาลี ใครๆเขาก็รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น หรือว่าคุณอยากเห็นโนรีตายไปต่อหน้า"
ชาลีไม่มีทางเลือก ทั้งตัวเขาและโนรีถูกอำพันกับเทพพาตัวออกจากโรงพยาบาลไป
ooooooo
คืนนี้ แพ็ตนอนไม่หลับ เธอทบทวนเรื่องราวนับแต่ลงมือแก้แค้นแทนพ่อมาจนถึงปัจจุบันที่คิดหาทางให้ ตัวเองรอดตายครั้งนี้ ดาหวันเข้ามาสมทบบอกว่ารอนไม่มีวันปล่อยเราแน่ถ้ากำจัดเหว่งกับอำพันสำเร็จ เมื่อไร เราก็เสร็จมันเหมือนกัน
แพ็ตขอโทษดาหวันก่อนที่จะไม่มีโอกาสพูดเรื่องที่ตนทำกับพ่อเธอ ดาหวันไม่ยกโทษให้ แพ็ตพูดปลงๆว่า กรรมได้ตามสนองตนแล้ว ดาหวันถามว่าแล้วตนทำผิดอะไรถึงต้องมาตายกับเธอไปด้วย
"คุณฆ่าคนไปแล้วกี่คนคุณดาหวัน คุณคิดว่านั่นมันไม่ผิดงั้นเหรอ รู้ไหม ฉันเองก็เคยคิดแบบคุณ ฉันแค่ต้องการล้างแค้นให้พ่อแม่กับน้องสาวที่ตายไป ฉันทำอะไรผิด? ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ฆ่าคนยังไงก็คือความผิด แต่จะผิดมากน้อยแค่ไหนมันก็ขึ้นอยู่กับเจตนาที่เราฆ่า และสุดท้ายเราก็ได้รับผลกรรมที่เราก่อเอาไว้"
"เอสเค 7 ฆ่าแต่คนชั่ว เราผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม" ดาหวันเถียง
แพ็ตเปิดคอเสื้อให้ดาหวันดูปลอกคอระเบิดที่รอนใส่ไว้ ถามว่า "จนป่านนี้เธอยังจะบูชาเอสเค 7 อีกเหรอดาหวัน หรือว่าเธอปกป้องมันเพราะมันเป็นอุดมการณ์ของพ่อเธอ มันจบแล้วคุณดาหวัน ชีวิตของเรา เอสเค 7 ไอ้พวกค้ายา ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะลงนรกไปพร้อมกันในอีกไม่ช้า"
ดาหวันนิ่งไปอย่างเริ่มคิดได้เช่นกัน
แล้วคืนนี้แพ็ตก็นอนฝันร้ายว่าตนวิ่งไปขอความช่วย เหลือจากพระกรณ์ ในขณะที่ห่วงคอที่คล้องไว้มีไฟกะพริบทำงานแล้ว!
ดึกคืนนี้เอง รณภพไปหาพระกรณ์กราบเรียนท่านว่า คาดว่าแพ็ตกับดาหวันกำลังถูกใครบงการอยู่ถึงได้มาชิงตัวผู้ต้องหา พระกรณ์ฟันธงว่า จะมีใครเสียอีกที่บงการสองสาวได้นอกจากพวกเอสเค 7
"ผมพยายามหาทางช่วยสองคนอยู่ครับหลวงพ่อ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปตามหาที่ไหน ถ้าหลวงพ่อได้เบาะแสยังไง ช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ" แล้วรณภพก็กราบลาท่ามกลางความหนักใจของพระกรณ์
ooooooo
ในคืนนี้เอง หมวดโอมก็ได้นำภาพข่าวศพหัวขาดจากต่างประเทศมาให้รณภพดู ที่ศพนั้นมีปลอกคอแบบเดียวกับที่ดาหวันสวมอยู่ รณภพเองก็จำได้ว่าแพ็ตได้เปิดให้เขาดูปลอกคอแบบเดียวกันนี้ขณะเข้าไปชิงตัว นิโคลัส เขาสรุปได้ทันทีว่า
"ผมพอจะเข้าใจแล้วโอมว่าพวกเอสเค 7 บังคับคุณแพ็ต กับคุณดาหวันด้วยวิธีไหน"
"ถ้าเอสเค 7 อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้จริงๆ ผมว่าคนบงการต้องเป็นไอ้รอนแน่ๆเลยครับ"
รณภพพยักหน้า บอกหมวดว่าถ้าเจอรอนเมื่อไรเราก็จะรู้ทันทีว่าแพ็ตกับดาหวันและนิโคลัสอยู่ ที่ไหน
คืนเดียวกันนี้ พระกรณ์ที่รณภพไปถามเรื่องแพ็ตก็ตัดสินใจเอากล่องที่บรรจุปืนและเครื่องกระสุนที่เก็บไว้ออกมาพร้อมกับเครื่องแบบตำรวจที่พับเก็บรวมอยู่ด้วยกัน พระกรณ์ พูดราวกับมีคนฟังอยู่ว่า
"ไงวะไอ้เพื่อนยาก ไม่เจอกันตั้งสามปี คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีวันนี้"
เป็นคืนที่พระกรณ์ตัดสินใจไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าพระ ประธานในโบสถ์ พนมมือสารภาพกับพระประธานตรงหน้าว่า
"หลวงพ่อครับ ผมรู้ว่าผมทำไม่ถูก แต่ผมปล่อยให้ หลานผมต้องตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตไม่ได้ ถ้าตำรวจคนนั้นไปช่วยหนูแพ็ตไม่ทัน ยกโทษให้ผมด้วยเถอะครับหลวงพ่อ"
พระกรณ์ก้มกราบพระประธาน...
ค่ำคืนนี้เอง นายกรณ์ก็สะพายกระเป๋าใส่ของจำเป็นพร้อมกับกล่องบรรจุปืนและกระสุนเดินออกจากโบสถ์...
ooooooo
ที่คอนโดฯของดาหวัน รอนนั่งจิบเครื่องดื่มดูทีวีสบายๆอยู่ที่โซฟา หันมองนิโคลัสที่ถูกมัดมือมัดเท้าอยู่ที่เก้าอี้ที่กำลังพยายามส่งเสียงแต่พูดไม่ได้เพราะถูกเทปปิดปากไว้ รอนพูดอย่างเลือดเย็นว่า
"อดทนหน่อยเพื่อนฝูง พรุ่งนี้ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย ฉันรับรองว่าแกกับพวกค้ายาได้ไปลงนรกพร้อมกันแน่"
ที่ห้องนอนดาหวัน แพ็ตกับดาหวันยังคิดหาทางช่วยชีวิตตัวเอง ดาหวันย่องไปแอบดูเห็นรอนดูทีวีอยู่ กลับมาบอกแพ็ต เห็นแพ็ตกำลังจับปลอกคอตัวเองหมุนไปรอบๆอย่างสำรวจ
แพ็ตบอกดาหวันว่า มิสเตอร์โรเบิร์ตเคยบอกว่าปลอกคอนี้มีไว้สำหรับสมาชิกเอสเค 7 ที่ทรยศหรือมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้ใจและไม่เคยมีใครรอดตายจากห่วงนรกนี้มาก่อน แต่มีอยู่เคสหนึ่งที่น่าสนใจ
ดาหวันจ้องหน้าแพ็ตอย่างตื่นเต้น แต่พอฟังวิธีการที่แพ็ตเล่าแล้วทั้งสองก็ห่อเหี่ยว เพราะจะทำให้ห่วงนี้หยุดทำงาน ก็ต้องใช้กระแสไฟที่มากพอที่จะทำลายวงจรของปลอกคอนี้ได้ แต่มันก็มากเกินไปสำหรับร่างกายมนุษย์ แม้จะอันตรายแต่นั่นก็เป็นทางรอดสุดท้าย
เป็นเวลาที่เหว่งกับอำพันกำลังหาทางแก้เกมของรอนอยู่ด้วยการจับชาลีกับโนรีไป แล้วอำพันก็เป่านกหวีดทำให้ชาลี ชะงักตาค้างตกอยู่ในอำนาจของการสะกดจิตอีกครั้งต่อหน้าโนรี
โนรีตกใจที่เห็นชาลีอยู่ในสภาพเหมือนผีดิบ เธอพยายามเรียกสติชาลี เหว่งเยาะเย้ยว่า
"เรียกไปก็เท่านั้นสาวน้อย เพราะตอนนี้เขาตกเป็นทาสของอำพันไปแล้ว"
"การสะกดจิตของเอสเค 7 ถ้าไม่ถอนให้ถูกวิธี คนที่ถูกสะกดจิตก็จะตกอยู่ในอำนาจชั่วชีวิต ต่อให้หลุดจากภวังค์ ไปได้ แต่พอถูกกระตุ้นด้วยเสียงนกหวีดเมื่อไหร่ ก็จะกลับเป็นแบบเดิม" อำพันพูดต่ออย่างสะใจ
โนรีด่าทั้งสองถามว่าต้องการอะไรกันแน่ เหว่งบอกว่าต้องการแค่ให้ชาลีไปจัดการดาหวันกับแพ็ตแทนพวกตนเท่านั้น
โนรีตกใจที่แพ็ตจะได้รับอันตราย และชาลีก็ตกอยู่ในอำนาจการสะกดจิตของอำพัน เธอประณามพวกมัน แต่ทั้งสองก็หาสะทกสะท้านไม่ กลับหัวเราะอย่างสะใจในสภาพของชาลี...
ooooooo
รอนนั่งดื่มอย่างสบายอารมณ์ แล้วมันก็ส่งโทรศัพท์ ที่ติดต่อกับเหว่งให้นิโคลัสพูดแทน เหว่งรับสายถามอย่างหัวเสียว่า "มีอะไรว่ามา"
"ฉันนิโคลัสนะ มันให้ไอบอกยูว่าคืนนี้ตีห้า มันจะพาไอไปรออยู่ที่สนามกีฬาแถวคลองจั่น ให้ยูกับอำพันแล้วเอาคนติดตามไปได้แค่คนเดียวเท่านั้น"
พอนิโคลัสพูดเสร็จ รอนพยักหน้ารับโทรศัพท์ไปกดปุ่มวางสาย ชมว่าทำได้ดีมาก นิโคลัสพยายามต่อรองขอชีวิตโดยจะยอมจ่ายเงินทั้งหมดแทนเหว่ง แต่ถูกรอนเอาเทปปิดปากเสียก่อน พอนิโคลัสยังพยายามจะขอร้องอีก ถูกรอนชกโครมเดียวก็คอตกสลบไปทันที
พอเหว่งวางโทรศัพท์ลง อำพันถามว่าใครโทร.มา เหว่ง บอกว่า
"ไอ้ตัวแสบ มันนัดให้เราไปจ่ายค่าไถ่ตัวนิโคลัสที่สนามกีฬา...มันต้องซ้อนแผนเราแน่"
ระหว่างนั้น เทพซึ่งเคยขอร้องเหว่งให้ใช้คนอื่นแทนชาลี เพราะยังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ธวัชพ่อของชาลีเป็นคนชุบเลี้ยงตนมา แต่พอถูกเหว่งถามว่าคิดจะช่วยชาลีหรือ เทพก็หุบปากไม่กล้าแอะอีกเลย ยิ่งเมื่อได้ยินเหว่งกับอำพันคุยกันว่าพวกมันอาจถูกซ้อนแผน เทพก็ยิ่งอึดอัดใจ ความรู้สึกที่ไม่อยากรับใช้ทั้งสองยิ่งมากขึ้น เขาไม่อยากทำร้ายชาลีที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก
ooooooo
ดาหวันตัดสินใจยอมเอาตัวเข้าแลกหวังจะให้รอนใจอ่อนยอมปล่อยตนไป ออกไปอ่อยรอนว่า
"ถ้าคุณยอมปล่อยฉันไปตอนนี้ ฉันจะยอมตามใจคุณทุกอย่าง"
พูดแค่นั้นรอนก็รู้แกว มันไม่รอช้าเข้าโลมเล้าทันที ครู่เดียวก็ถอดเสื้อเหวี่ยงไปคลุมหัวนิโคลัสที่คอพับหมดสติอยู่ที่เก้าอี้ ประคองดาหวันไปที่โซฟาอย่างกระสัน
แพ็ตเห็นดาหวันหายไปจึงย่องมาดู เห็นภาพที่โซฟาก็พึมพำอย่างสมเพช
"คิดเหรอว่ารอนจะปล่อยคุณไปเพราะเรื่องแค่นี้"
ooooooo










