สมาชิก

นักฆ่าขนตางอน

ตอนที่ 2

ผลการปฏิเสธและเลื่อนรถหนีออกมาของแพรเพชรคือถูกโรเบิร์ตตามมาและอำพันเอา ปืนมาจ่อ โรเบิร์ตพูดขู่ว่าอย่าบังคับให้
ตนต้องฆ่าเธอเลย คงเสียดายน่าดู หว่านล้อมว่า

"สังคมต้องการคนเสียสละนะแพรเพชร อย่าคิดว่านี่เป็นงานสกปรก การกำจัดพวกสารเลว ไอ้พวกค้ายาเสพติดออกไปจากโลกนี้
ถือเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ หรือคุณจะปล่อยให้พวกมันไปก่อกรรมทำเข็ญกับคนอื่นเหมือนกับครอบครัวของคุณ"

หว่านล้อมแล้วโรเบิร์ตให้เธอตัดสินใจโดยมีข้อแม้ว่า "ถ้าคุณยอมตกลงทำงานให้องค์กรของเรา   ผมจะให้ชีวิตใหม่ กับคุณ คุณ
จะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการ ยกเว้นอิสรภาพ"

"ทำไมต้องเป็นฉัน"

"ก็บอกแล้วไงว่าคุณเป็นคนมีพรสวรรค์ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนฆ่าคนในครั้งแรกได้ถึง 3 คน"

แพรเพชรถามว่าถ้าตนปฏิเสธล่ะ โรเบิร์ตไม่ตอบแต่มองไปทางอำพันที่ยกปืนเล็งตรงหน้าผากเธออย่างพร้อมเหนี่ยว ไก!

ooooooo

ชาลีเสียใจมากกับข่าวของทางการที่รายงานว่าเวลาล่วงมา 3 อาทิตย์แล้ว ทางตำรวจจำเป็นต้องยุติการค้นหาแพรเพชรและ
แพรพลอยลูกสาวของสารวัตรเพิ่มพล ที่หายไป ทางตำรวจเชื่อว่าทั้งสองคงถูกคนร้ายอุ้มฆ่าและอำพรางศพในละแวกนั้นซึ่งจะ
สืบหาเบาะแสต่อไป

ชาลีดื่มจนเมาแล้วคร่ำครวญหาแต่ "แพรพลอย...แพรพลอย..." เป็นที่น่าเวทนา

แต่ทางผู้กองรณภพยังสืบเสาะต่อไป หมวดโอมที่พิมพ์ ลายนิ้วมือศพคนร้ายแล้วรายงานว่าเป็นสมุนของมิสเตอร์เหว่ง รองหัว
หน้าแก๊งมาเฟียที่ชื่อ "แมงป่องดำ" พอได้ยินชื่อแก๊งนี้ รณภพก็มีสีหน้าหนักใจ ทำให้เขาคิดถึงอดีตของตัวเอง

ย้อนไปเมื่อ 17 ปีก่อน พ่อของเขาซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าแก๊งแมงป่องและถูกมิสเตอร์เหว่งฆ่าเพื่อยึด อำนาจ มันฆ่าพ่อเขาแล้วต่อ
มายังตามล่าเอาปืนมาจ่อรณภพ แม่เขาตะโกนอย่างตกใจโกรธแค้นว่า

"ไอ้คนทรยศ แกหวังจะเป็นใหญ่ในแก๊งแมงป่องดำ แกฆ่าเฮียฟงผัวฉันยังไม่พออีกเหรอ แกจะตามล้างฉันไปถึงไหน"

ตอนนั้นแม่ร้องบอกให้เขาหนีไป รณภพจำความแค้นนี้ฝังใจ เขาคิดหาทางที่จะขุดรากถอนโคนพวกแก๊งแมงป่องดำให้สิ้นซาก
โดยการมาเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด

คิดถึงอดีตที่เจ็บแค้นแล้ว รณภพลุกขึ้น ตั้งสติ เปิดแฟ้มบนโต๊ะทำงานค้นคว้าคดีของแพรเพชรอีกครั้ง พลิกดูรูปไปจนเจอรูป
ของมิสเตอร์เหว่งผู้ต้องสงสัย   ซึ่งมีรอยสักแมงป่องดำที่ต้นแขนซ้าย!

รณภพนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบมิสเตอร์เหว่งที่กำลังยืนไหว้หลุมศพมิสเต อร์คิมทันที เชิญตัวมาสอบปากคำด้วยข้อ
สงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม

แม้ว่ามิสเตอร์เหว่งจะมีท่าทีท้าทายขัดขืนแต่ในที่สุดก็ต้องตามรณภพไปเมื่อ ถูกเอากุญแจมือชูขู่

ระหว่างเดินทางไปสำนักงานของผู้กองรณภพนั้น มิสเตอร์ เหว่งมองหน้ารณภพแล้วบอกว่ารู้สึกคุ้นหน้า เขาถามว่าเราเคยเจอ
กันที่ไหนมาก่อนรึเปล่า

"ผมเพิ่งเคยเห็นหน้าคุณนี่แหละ" ผู้กองตอบตัดบทอย่างไม่ต้องการเสวนาด้วย แต่หมวดโอมที่ฟังอยู่ด้วยยังติดใจคำพูดของ
มิสเตอร์เหว่ง มองทั้งสองอย่างครุ่นคิด

ooooooo

ร่างกายแพรเพชรฟื้นเร็วมาก เธอเร่งด้วยการพยายามฝึกฝนทั้งวิดพื้นซิตอัพอย่างเอาจริงเอาจัง จนโรเบิร์ตเข้ามาทักว่า "อำพัน
บอกว่าเธอพร้อมแล้ว"

"ฉันอยากไปจากที่นี่" แพรเพชรบอก โรเบิร์ตรับปากว่า ได้ไปแน่ถ้าเธอเป็นพวกเดียวกับเขา เธอรีบบอกว่า "ก็ได้ ฉันเป็นพวก
เดียวกับคุณ ปล่อยฉันไปได้รึยัง"

ฟังแพรเพชรแล้วอำพันอธิบายให้ฟังว่านักฆ่าในองค์กรนั้นต้องผ่านการฝึกไม่ น้อยกว่าหนึ่งปี แพรเพชรสวนไปว่าตนไม่ใช่พวก
ปลายแถว ตนต้องการเริ่มงานเดี๋ยวนี้ โรเบิร์ตรับปากทันทีแต่ก็ยังต้องผ่านการทดสอบก่อน บอกก่อนออกไปว่าให้แพรเพชร
เตรียมติวให้พร้อมก็แล้วกัน

อำพันทั้งแปลกใจและไม่พอใจที่โรเบิร์ตให้โอกาสพิเศษกับแพรเพชรมากมาย ทั้งที่รู้ว่าที่เธอรับปากก็เพราะต้องการไปจากที่นี่
ถามว่า "บอสทำแบบนี้สมาชิกคนอื่นอาจไม่พอใจก็ได้นะคะ"

"ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเห็นพรสวรรค์ในตัวแพรเพชร" โรเบิร์ตตัดบท ถูกอำพันประชดว่าเห็นพรสวรรค์หรือว่าเห็นอะไรกันแน่
เลยถูกโรเบิร์ตหันมาตะปบคอหอยอย่างแรงปรามว่า "อย่าพูดพล่อยๆนะอำพัน เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอน่าขยะแขยง"

โรเบิร์ตคลายมือแล้วผละไป อำพันมองตามอย่างแค้นใจนัก!

ooooooo

แล้วเวลาทดสอบแพรเพชรก็ถูกจัดขึ้นทันที เธอได้รับหน้าที่ให้ไปสังหารมิสเตอร์โรเบิร์ตขณะเขาพำนักอยู่ในบ้านด้วยเวลา 5
นาที และมีอาวุธเพียงกระบองเหล็กที่ยาวไม่เกินหนึ่งฟุต มีสวิตช์สำหรับเปิดปิดกระแสไฟด้วย  มอบกระบองให้แล้วอำพันสั่งให้
เริ่มทันที

แพรเพชรวิ่งลงจากเนินเขามุ่งไปที่บ้านโรเบิร์ต แต่ ระหว่างทางเธอถูกองครักษ์หญิงจำนวนหนึ่งดักซุ่มยิงด้วยปืนเพ้นท์บอล ทั้ง
ยังมีตาข่ายดักด้วย แต่แพรเพชรก็หลบหลีกและผ่านไปได้อย่างคล่องแคล่วเฉียดฉิว จนกระทั่งไปจนมุมที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

อำพันปรากฏตัวทันที แพรเพชรถามว่าแบบนี้จะให้ตนผ่านด่านได้ยังไง

"นั่นมันเรื่องของเธอ แต่จำไว้นะแพรเพชร การทดสอบจะไม่มีวันจบสิ้นจนกว่าเธอจะทำสำเร็จ หรือไม่...ก็ตาย..."

พูดเสร็จส่งหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งให้เธอบอกว่าบอสให้เอามาเพื่อจะช่วย กระตุ้นให้เธอเข้มแข็งขึ้น

มันเป็นหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวข่าวว่า "เหว่งหลุดคดีฆ่าล้างครัวสารวัตรเพิ่มพลหลักฐานไม่พอ" แพรเพชรอ่านแล้วอึ้งสนิท ทั้งเจ็บ
ทั้งแค้น!

ooooooo

เมื่อสอบปากคำแล้วไม่สามารถเอาผิดมิสเตอร์ เหว่งได้  รณภพก็จำต้องปล่อยไป  ซ้ำยังถูกมิสเตอร์เหว่งเยาะเย้ยอีกว่าตำรวจ
จับคนดีอย่างตนก็เอาผิดไม่ได้แน่ ก่อนไปยังย้ำเย้ยผู้กองรณภพว่า

"ผมชักจะมั่นใจแล้วล่ะคุณตำรวจว่าเราเคยเจอกันมาก่อน"

"แล้วเราจะได้เจอกันอีกในศาล หรือไม่ก็ในนรก" ผู้กองสวนไปอย่างมาดหมาย ถูกมิสเตอร์เหว่งแสยะยิ้มขำๆแล้วเดินผิวปาก
หวือกวนๆกลับไป

สารวัตรชลิตพูดกับผู้กองรณภพว่า หวังว่างานนี้สารวัตรเพิ่มพลคงไม่ตายฟรี

"ไม่หรอกครับสารวัตร การตายของสารวัตรเพิ่มพลจะเป็นกำลังใจให้พวกเราสู้ต่อไป ไอ้เหว่งมันลอยนวลได้อีกไม่นานหรอกครับ"

หมวดโอมเปรยๆว่า "แต่ไอ้เหว่งเหมือนจะรู้จักผู้กองนะครับ"

"ไม่มีอะไรหรอก ไอ้ผมมันหน้าโหล ผมขอตัวก่อนนะครับสารวัตร" ผู้กองรณภพกลบเกลื่อนแล้วแยกไป แต่หมวดโอมก็ยัง
มองอย่างติดใจสงสัยไม่หายอยู่ดี

ooooooo

วันนี้ขณะผู้กองรณภพกำลังเดินมาที่รถซึ่งจอดอยู่ในกองปราบก็ได้รับโทรศัพท์ จากผับที่ชาลีไปนั่งดื่มจนเมาไม่รู้เรื่อง เขารีบไป
รับเพื่อน แต่ชาลี ไม่ยอมไปไหนบอกว่าจะไปหาแพรพลอยเท่านั้น แล้วลุกพรวดเดินตุปัดตุเป๋ออกไป   สวนกับนักเที่ยวสามคนที่
เดินเข้ามาเลยชนเข้าเต็มๆ

นักเที่ยวทั้งสามหาเรื่องทันที แม้รณภพจะขอโทษก็ยังไม่ยอม ถามว่ารู้ไหมตนเป็นเด็กใคร เบ่งว่าพวกตนเป็นมือขวาของ
มิสเตอร์เหว่งแก๊งแมงป่องดำรู้จักหรือเปล่า

พวกนั้นกร่างจะเอาเรื่องให้ได้  บังคับให้รณภพต้องกราบตีนพวกมันก่อน ชาลีทนไม่ได้ทั้งที่เมาก็ยังลุยเข้าไปช่วยเพื่อน สุดท้าย
พวกนักเลงกระดูกอ่อนทั้งสามก็วิ่งหางจุกตูดหนีไป และชาลีก็ล้มเผละลงทันทีเหมือนกัน จนรณภพหิ้วปีกไปเข้าลิฟต์ไม่ไหว
รปภ.ต้องมาช่วย

เขาพาชาลีไปพักที่บ้าน พอรู้สึกตัวขึ้นมาชาลีก็ตัดพ้อต่อว่าเพื่อนว่าไม่ช่วยตน ทั้งที่รู้ว่าครอบครัวของแพรพลอยถูกพวกแก๊ง
แมงป่องดำฆาตกรรมก็ยังช่วยไม่ได้ ทำไมไม่ฆ่าพวกมันเสีย

"ฉันเป็นตำรวจนะชาลี ไม่ใช่ฆาตกร"

"แล้วไง ในเมื่อตำรวจอย่างแกให้ความยุติธรรมกับชาวบ้านไม่ได้แล้วประชาชนคนดีจะอยู่ กันยังไง"

แม้จะรู้ว่าเพื่อนพูดด้วยความแค้นส่วนตัว แต่คำพูดของชาลีก็ทำให้รณภพฟังแล้วสะท้านใจ

ooooooo

หมวดโอมยังติดใจสงสัยผู้กองรณภพจึงใช้เวลาหลังเลิกงานค้นประวัติของผู้กอง จากคอมพิวเตอร์ พบแต่ชื่อผู้กองรณภพภว่า
สถานศึกษาแห่งแรกของเขาคือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้าน ดวงตะวัน แต่ไม่พบชื่อบิดามารดา ทำให้ยิ่งสงสัยว่าแล้วทำไม
มิสเตอร์เหว่งจึงบอกว่าคุ้นหน้าผู้กอง

หมวดขอให้จ่าฉิมช่วยสังเกตพฤติการณ์ของผู้กองด้วย จ่าเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน  รับปากจะทำแต่ก็กลัวจะถูกกล่าวหาว่าจับ
ผิดผู้บังคับบัญชา หมวดโอมเลยบอกว่าตนจะรับผิดชอบเองจนกว่าจะรู้ความจริง

ความมุ่งมั่นของหมวดโอมทำให้จ่าฉิมได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก

ooooooo

เพราะหมกมุ่นครุ่นคิดกับเรื่องราวในอดีตที่พ่อแม่และน้องถูกฆ่าไปต่อหน้า ทำให้วันนี้แพรเพชรนอนฝันว่า พ่อมาบอกให้รีบหนี
ไปเสียและลืมอดีตให้ หมด เพราะไม่อยากให้ลูกต้องพบชะตากรรมแบบเดียวกับพ่อ

ในฝัน  แพรเพชรไม่ยอมไป  บอกพ่อว่าจะล้างแค้น จะฆ่าพวกมันที่ฆ่าพ่อฆ่าแม่และทำร้ายน้อง

"ลูกเป็นคนฉลาดแพรเพชร ลูกต้องรู้ว่าสิ่งที่ลูกพูดถึงมันแลกด้วยอะไร" นั่นคือคำพูดสุดท้ายในฝันที่แพรเพชรได้ยินจากพ่อ
เพราะจากนั้นก็ฝันว่าตัวเองถูกมิสเตอร์เหว่งยิงจนร่างพรุน!

สะดุ้งตื่นขึ้นมา แพรเพชรบอกกับตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

"ไม่ว่าต้องแลกกับอะไร ฉันจะล้างแค้นให้ได้" สีหน้าและบุคลิกของแพรเพชรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมในบัดดล จากนั้นเธอไปหา
โรเบิร์ตที่ห้องหนังสือในบ้านพักของเขาบอกว่าต้องการไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด โรเบิร์ตยื่นเงื่อนไขว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้องรีบทดสอบ
ให้ผ่าน

"บอกวิธีฉันมาสิ"   แพรเพชรพูดอย่างพร้อมที่จะทดสอบแล้ว

แพรเพชรถูกพาไปเนินเขาบนเกาะซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการทดสอบ แพรเพชรตั้งใจมุ่งมั่นเต็มที่ หูยังแว่วเสียงของโรเบิร์ตที่บอกว่า

"จำไว้ เคล็ดลับมีอยู่สามคำ คือเงียบ เฉียบ และเนี้ยบ เงียบคือเคลื่อนไหวไร้ร่องรอย เฉียบคือลงมือเด็ดขาดชัดเจน เนี้ยบคือล่า
ถอยโดยไม่ทิ้งหลักฐาน สำคัญที่คุณรู้ข้อมูลของพวกมัน คุณก็จะมีชัยไปกว่าครึ่ง"

อำพันเป็นคนจัดแจงการฝึกของแพรเพชรตามเคย เธอดูนาฬิกาแล้วสั่งเหี้ยม

"เริ่ม!"

ooooooo

จากบทเรียนคราวก่อนและความพร้อมเต็มที่ของแพรเพชร ครั้งนี้เธอผ่านการทดสอบอย่างชำนาญรู้ทันและแก้สถานการณ์ได้
ฉับไว ไม่ว่าทหารองครักษ์ จะมากี่คน มาไม้ไหน เธอแก้เกมได้ทั้งหมด และยังทำให้ ทหารองครักษ์สลบไปหลายคน ใช้ร่าง
ทหารองครักษ์ เป็นบังเกอร์ต่อสู้กับพวกที่เหลือ

ในที่สุด แพรเพชรก็กำจัดทหารองครักษ์หมดสิ้นไม่บาดเจ็บก็สลบเพราะฤทธิ์กระบองไฟฟ้า

เมื่อเธอบุกเข้าไปในห้องโถงบ้านพักของโรเบิร์ตเพื่อพิชิตขั้นสุดท้าย เจอทหารองครักษ์ 4 คนเธอก็ผ่านด่านไปได้ อำพันจึงออก
โรงเอง แต่พอมองหาแพรเพชรปรากฏว่าหายไปแล้ว เธอรีบเข้าไปบอกโรเบิร์ตให้รู้ตัวว่าแพรเพชรผ่านด่านที่สองได้แล้ว ตอนนี้
เธออยู่ที่นี่

"ใช่ อยู่ข้างหลังคุณ" โรเบิร์ตพูดอย่างใจเย็น อำพันหันมองถึงกับตะลึงอึ้งเมื่อเจอแพรเพชรยืนรออยู่ โรเบิร์ตบอกว่า "ผมบอกเธอ
ไปแล้วว่าด่านที่สามที่เธอต้องจัดการก็คือคุณ ถ้าทำสำเร็จก็ถือว่าเธอสอบผ่าน"

แพรเพชรถามอำพันว่าพร้อมหรือยัง อำพันชิงลงมือก่อนทันที  แต่สุดท้ายก็สู้แพรเพชรไม่ได้  ถูกแพรเพชรเล่นงานจนกระบอง
หลุดจากมือ แพรเพชรหยุด ร้องบอกว่า "จบเกมแล้วอำพัน"

แต่อำพันไม่ยอมจบ ชักดาบที่แขวนประดับข้างฝาจะเล่นงานแพรเพชร  ถูกโรเบิร์ตร้องห้ามก็ไม่ฟัง  แทงดาบใส่ แพรเพชรสุดแรง
เกิด พริบตานั้นดาบในมืออำพันถูกยิงจนกระเด็น แพรเพชรหันไปมอง เป็นฝีมือของโรเบิร์ตนั่นเอง เขาบอกอำพันว่า

"พอเถอะอำพัน แพรเพชรผ่านการทดสอบแล้ว"

อำพันมองโรเบิร์ตแล้วหันมองแพรเพชรอย่างไม่พอใจมาก

ooooooo

หลังผ่านการทดสอบ  โรเบิร์ตบอกแพรเพชรว่าเขาเสี่ยงมากที่ยอมให้เธอผ่านขั้นตอนในการเป็นมือสังหาร  แต่เขาก็มั่นใจว่าใน
อนาคตเธอจะกลายเป็นนักฆ่าหมายเลขหนึ่งขององค์กร

เมื่อแพรเพชรถามว่าไม่กลัวว่าตนอาจจะหนีไปเลยก็ได้หลังจากที่ฝึกผ่าน จะหนีไปแก้แค้นนายเหว่งแล้วหายเข้ากลีบเมฆไปเลย
โรเบิร์ตสอนว่าเธอฆ่านายเหว่งคนเดียวไม่พอหรอก มันต้องตัดรากถอนโคน ถ้าฆ่าเธอก็ต้องฆ่าสมาชิกของแก๊งแมงป่องดำทุก
คน อย่างน้อยแผ่นดินก็จะสูงขึ้น

"แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันไม่ยอมร่วมมือกับคุณ"

"ภายในสามเดือน ผมกับอำพันจะติวเข้มให้คุณ จากนั้นก็จะส่งคุณกลับไปเผชิญหน้ากับพวกแมงป่องดำ"

แพรเพชรแย้งว่าพวกนั้นต้องจำตนได้ โรเบิร์ตยิ้มอย่างมีแผนทำนองว่าต้องทำให้จำไม่ได้

ooooooo

สามปีต่อมา แพรเพชรกลายเป็นแพทริเซีย หรือแพ็ตในวงการนักธุรกิจ

ในงานแฟชั่นโชว์การกุศลที่มี ธวัธ วันทาวงศ์ หัวหน้าพรรคอำนวยชัย ผู้มีนโยบายต่อต้านยาเสพติดเป็นประธานจัดงาน
บรรดานางแบบกิตติมศักดิ์กรี๊ดกร๊าดเกรียวกราวกันในงาน ทุกคนนอกจากมาเดินแบบแล้วยังต้องบริจาคเงินด้วย

งานนี้เอง ผู้กองรณภพ หมวดโอม และจ่าฉิม ได้รับหน้าที่ ให้มารักษาความปลอดภัยในงาน และชาลีก็ถูกเกณฑ์ให้มาเป็นช่าง
ภาพในงานด้วย ชาลีได้รับความสนใจจากบรรดาสาวๆในงาน จนรณภพเข้าไปกระซิบแซวว่า

"น่าอิจฉาจริงจริ๊ง  รูปก็หล่อ  พ่อก็รวย  มีแต่สาวๆ มาล้อมหน้าล้อมหลัง เฮ้อ...ไอ้เราเป็นตำรวจ ข้างหน้าก็โจร ข้างหลังก็คนร้าย"

"ตอนสมัครเป็นตำรวจฉันก็เตือนแกแล้ว แกก็ไม่เชื่อ" ชาลีสวนไปพลางส่งแก้วไวน์ให้เพื่อน รณภพปฏิเสธเพราะอยู่ในระหว่าง
ปฏิบัติหน้าที่   ชาลีอวดบัตรนักข่าวว่าตนก็เหมือนกัน วันนี้มาในฐานะนักข่าวไม่ใช่ลูกเจ้าของงาน รณภพเลยหยอดว่า เขาคง
อยากให้ชาลีเจอหน้าพ่อมากกว่า

ครู่หนึ่ง ดาหวันกรีดกรายเข้ามาทักชาลี ตัดพ้อต่อว่าประสาหนุ่มสาวที่นัดเที่ยวกันแล้วไม่มาตามนัด ชาลีแก้ตัวว่าอาทิตย์ก่อน
ติดงานต้องไปทำข่าวเลยไม่ว่าง พลางก็แนะนำให้ รู้จักกับรณภพ ดาหวันเป็นลูกสาวเจ้าเวียงวรรณ และนี่ผู้กองรณภพเพื่อนเขา
เอง

ดาหวันทักทายพูดคุยกับสองหนุ่มครู่หนึ่งจึงขอตัว ชาลีจึงชี้ให้รณภพดูเจ้าเวียงวรรณพ่อของเธอที่กำลังยืนคุยกับแพ็ต อยู่ รณ
ภพถามว่าผู้หญิงที่คุยกับเจ้าเวียงวรรณอยู่เป็นใคร

"อืมม...รู้สึกจะชื่อแพ็ต เป็นลูกสาวบุญธรรมของมิสเตอร์โรเบิร์ต"

"โรเบิร์ตที่เป็นเจ้าของไนต์คลับแถวรัชดารึเปล่า"

ชาลีพยักหน้าบอกว่าเธอเป็นผู้บริหารไนต์คลับ สวย รวย เก่ง ครบสูตร เพิ่งกลับจากเมืองนอกมาไม่กี่วันนี่เอง ชาลีบรรยายเสีย
จนรณภพอยากเห็นหน้า โชคดีที่แพ็ตหันมาทางนี้พอดี รณภพมองตะลึงกับความงามเย้ายวนของเธอจนถูกชาลีทัก ถามว่าให้
คะแนนเท่าไหร่

"สิบเต็ม แถมคะแนนพิศวาสอีก 5 คะแนน" รณภพตอบจริงจังจนชาลียิ้มขำๆอาการของเพื่อนรัก

ooooooo

สารวัตรชลิตไปดูแลงานนี้อย่างอึดอัดอยู่ในวงสนทนาที่มีเหล่าคุณหญิงคุณนายกรีดกรายไปมาหมวดโอมเข้าไปรายงานว่าผู้
กองรณภพมาถึงแล้ว สารวัตรฝากเตือนว่าผู้ใหญ่กำชับให้มาดูแลความปลอดภัยในงานนี้เป็นพิเศษ หันไปเห็นจ่าฉิมถือกล้อง
สารวัตรถามว่าจะถือกล้องไปไหน

"อ๋อ...เก็บภาพแขกในงานตามมาตรการรักษาความปลอดภัยครับ" จ่าฉิมตอบยืดๆ แล้วเดินไปทำงาน

หมวดโอมเดินแยกไป สวนกับฝรั่งนายหนึ่งควงสาวสวยมาในงาน หมวดสะดุดตาฝรั่งคนนี้นึกถามตัวเองว่าเคยเห็นฝรั่งคนนี้ที่
ไหนนะ...แต่ก็นึกไม่ออก

สาวสวยพาฝรั่งคนนั้นคือมิสเตอร์คาลอสไปทักทายกับเจ้าเวียงวรรณ ธวัชที่ยืนคุยกับแขกอยู่อีกมุมหนึ่งชะเง้อมองด้วยสีหน้า
ไม่พอใจนัก แต่พอมิสเตอร์คาลอสหันมาเห็นธวัชก็ยิ้มให้ ขณะที่ธวัชทำเป็นไม่เห็นเหมือนกลัวคนจะรู้ว่าทั้งสองรู้จักกัน

งานเดินแฟชั่นเริ่มขึ้นแล้ว นางแบบกิตติมศักดิ์เฉิดฉายออกมาจากหลังเวที มีดาหวันลูกสาวเจ้าเวียงวรรณอยู่ด้วย

หมวดโอมยืนสังเกตการณ์อยู่ เห็นรณภพเดินตรวจความปลอดภัยอยู่รอบห้องจัดเลี้ยง มิสเตอร์คาลอสยืนชมการเดินแฟชั่นอยู่
ข้างแฟนสาว ทันใดนั้นแพ็ตแกล้งเดินเข้ามาชนจนไวน์แดงหกรดเสื้อของเขาและเธอ หมวดโอมเห็นมองอย่างผิดสังเกต

หมวดโอมเดินเลี่ยงมากระซิบรายงานเรื่องของคาลอสแก่ผู้กองรณภพ ผู้กองมองไปทางคาลอสถามหมวดว่าแน่ใจหรือ ตนขอ
เช็กดูอีกที ไว้รอคาลอสออกไปนอกงานเมื่อไหร่ค่อยลงมือ

หมวดโอมพยักหน้ารับทราบ ทั้งคู่มองไปที่คาลอสกับแฟนสาวอีกครั้ง

ooooooo

ผู้กองรณภพรอจนจังหวะเหมาะจึงเดินเข้าไปยืนข้างๆคาลอสกับแฟนสาว ยิ้มให้ทั้งสองก่อนแนะนำตัวว่าเป็นผู้ดูแลความ
ปลอดภัยในงาน ถามคาลอสว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า

คาลอสนึกๆแล้วบอกว่าน่าจะเป็นแถวพัทยา เพราะตนเคยไปเที่ยวบ่อย แต่พอผู้กองถามว่าเขามาทำการค้าอะไรในเมืองไทย
คาลอสก็เอะใจมองบัตรที่หน้าอกเห็นเป็นตำรวจก็หน้าถอดสีและขอตัวไปทันที รณภพทำท่าจะตามไป ก็พอดีถูกธวัชโผล่มา
ขวางอย่างจงใจทำเป็นทักว่า

"อ้าว...รณภพ มางานนี้ด้วยเหรอ ไม่เห็นเจ้าชาลีบอกลุง"

"ลุงครับ ผมขอตัวไปด้านโน้นก่อนนะครับ" รณภพขอตัวแล้วรีบตามคาลอสกับแฟนที่เดินหนีไปอีกห้องหนึ่ง

ระหว่างนั้น มีสายตาใครคนหนึ่งมองลงมาจากช่องระบายอากาศบนเพดาน เห็นคาลอสกับแฟนเดินผ่านห้องควบคุมแผงสวิตช์
ไฟฟ้า

ส่วนแพ็ตที่ทำทีเข้าไปเช็ดรอยเปื้อนไวน์ในห้องน้ำผ่านห้องควบคุมระบบไฟฟ้า เธอได้รับโทรศัพท์จากอำพัน สั่งการว่า

"เหยื่อมาแล้ว ลงมือได้"

แพ็ตทำกระเป๋าถือตก ปากกากลิ้งออกมา เธอถอดชุดราตรีออก เตะปากกากลิ้งเข้าไปในห้องควบคุมไฟฟ้า ปากกามีแสงไฟ
กะพริบเหมือนเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ สักครู่ก็ระเบิดปัง แผงควบคุมการจ่ายไฟได้รับความเสียหาย ไฟดับพรึ่บ!

ขณะไฟฉุกเฉินกำลังทำงาน ร่างในชุดดำอำพรางใบหน้าหย่อนตัวจากเพดานลงมาที่พื้นอย่างรวดเร็วตรงหน้าคาลอสพอดี เป็น
จังหวะที่คาลอสชักปืนพกออกมา แต่ช้าไปแล้วเพราะคนร้ายในชุดดำใช้มีดในมือซ้ายตวัดรอบข้อมือ

คาลอสกระสุนลั่นขึ้นนัดหนึ่งก่อนปืนหล่นลงพื้น กระสุนพุ่งเข้าท้องของธวัชพอดี!

พริบตานั้นมีดอีกเล่มหนึ่งในมือขวาของคนชุดดำก็แทงเข้ากลางหัวใจคาลอสจนเขาตาเหลือกทรุดลงทันที ชาลีถลาเข้าหาธวัช
ส่วนรณภพถือปืนวิ่งตามคนร้ายไป

คนร้ายตีลังกาหลบทางปืนมุ่งกลับไปที่ช่องระบายอากาศ หมวดโอมกับจ่าฉิมถือปืนวิ่งเข้ามาสมทบกับรณภพ หมวดบอกว่า
มันหนีไปแล้ว

ตำรวจเห็นคนร้ายพุ่งขึ้นไปทางช่องระบายอากาศได้ยินเสียงคนร้ายสองคนเคลื่อนตัวไปตามท่อระบายอากาศ รณภพสั่งให้รีบ
ตามไป

ส่วนชาลีที่ประคองธวัชอยู่ก็ตะโกนให้คนรีบเรียกรถพยาบาล

รณภพรู้โดยสัญชาตญาณว่าคนร้ายสองคนวิ่งอยู่บนเพดานก็วิ่งตาม และยิงปืนขึ้นไปบนเพดานสองนัดซ้อน เสียง เคลื่อนไหว
บนเพดานเงียบลงก่อนที่จะได้ยินคนร้ายเคลื่อนตัว แยกกันไปคนละทาง

"หมวดกับจ่าฉิมแยกไปทางโน้น ทางนี้ผมจัดการเอง" รณภพสั่ง หมวดโอมเตือนให้ระวังตัวก่อนชวนจ่าฉิมวิ่งแยกไป

หมวดโอมกับจ่าฉิมวิ่งไปดักทางบันไดหนีไฟไม่พบ

อะไรเลย หมวดบ่นว่าหายไปได้ยังไง ไวเป็นบ้า แล้วชวนจ่ารีบ กลับไปช่วยผู้กองกัน

พอหมวดกับจ่าถอยไปโดยไม่ทันสังเกตว่ามีเลือดหยดที่พื้นสองสามหยด ที่แท้อำพันในชุดดำหลบอยู่มุมหนึ่ง พอหมวดกับจ่า
ไปแล้ว เธอเหลือบดูแผลตัวเองที่มีเลือดไหลออกมาก่อนหลบไป หมวดสั่งจ่าให้เก็บเลือดไปพิสูจน์

ooooooo

ผู้กองรณภพวิ่งผ่านมาทางห้องน้ำพบว่าช่องระบายอากาศแถวนั้นเปิดอ้าอยู่ เชื่อว่าคนร้ายต้องโรยตัวลงมาทางนี้แน่ เขาเปิด
ประตูห้องน้ำเข้าไปเจอแพ็ตยืนเปลือยอยู่โดยใช้ชุดราตรียกปิดตัวไว้  เธอโวยวายว่าเข้ามาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้

"ได้...หลังจากคุณแต่งตัวเสร็จแล้วขอเชิญไปสอบปากคำด้วยครับ" ผู้กองลดปืนลง

แพ็ตเถียงคอเป็นเอ็นว่าทำไมต้องสอบปากคำ ตนไม่ได้ทำผิดอะไร รณภพทำหน้าเบื่อสั่งเฉียบขาดให้ไป แพ็ตจึงแต่งตัวและไป
นั่งให้สอบปากคำที่ห้องประชุมกองปราบ

ผ่านการสอบปากคำไปสองรอบแล้วก็ยังไม่ปล่อยให้กลับ จนรณภพสอบเป็นรอบที่ 3 เธอถามว่าทำเพื่อจะทดสอบว่าตนพูด
เหมือนเดิมหรือไม่ใช่ไหม ถ้าพูดไม่เหมือนเดิมก็ถูกหาว่าโกหกงั้นหรือ

"ก็คงอย่างนั้น" ผู้กองตอบกวนๆแล้วเชิญให้ดื่มกาแฟที่เขาเอามาให้

ooooooo

ผู้กองรณภพเริ่มสอบใหม่อีกครั้ง หาข้อขัดแย้งและพิรุธจากคำตอบของเธอ แต่แพ็ตก็ใช้ทั้งอารมณ์และมายาถ่วงเวลา จน
กระทั่งมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หมวดโอมเข้ามารายงานว่ารู้ผลการพิสูจน์กรุ๊ปเลือดแล้วว่ากรุ๊ปเลือดของแพ็ตไม่ตรงกับของคน
ร้าย เราจับผิดตัว

แพ็ตได้ทีขี่แพะไล่ทันที จะให้ตำรวจชดใช้ค่าเสียหาย จะฟ้องตัวผู้กอง ฟ้องหน่วยงานด้วย ก่อนลุกขึ้นยังพูดอย่างดูถูกว่าฝีมือ
ชงกาแฟของเขาห่วยมากอีกต่างหาก

พอออกจากห้อง แพ็ตก็เห็นอำพันกับเลขาฯ และทนายของแพ็ตนั่งอยู่

"คุณแพ็ต ฉันมาประกันตัวคุณตั้งแต่เมื่อคืน แต่ตำรวจบอกว่ายังสอบปากคำคุณไม่เสร็จ" อำพันเอ่ย

"ไม่เป็นไรอำพัน ไม่ใช่ความผิดของเธอ" แพ็ตเอ่ยพอดีเห็นรณภพกับหมวดโอมเดินออกมาเลยพูดกระแทกใส่ว่า "ต้องโทษ
ตำรวจงี่เง่าบางคนต่างหาก"

อำพันชวนแพ็ตกลับ แพ็ตคว้าแขนอำพันทำเอาอำพันสะดุ้ง รณภพและหมวดโอมเห็นท่าทีทั้งสองมองอย่างผิดสังเกต แพ็ตสบ
ตากับอำพันแล้วหงายมือตัวเองดูพบว่ามีรอยเลือดซึมจากแขนอำพัน

ที่แท้อำพันถูกกระสุนของรณภพที่ยิงขึ้นไปบนเพดานสองนัด จากนั้นทั้งคู่ก็แยกกันหนี แพ็ตจึงไม่รู้ว่าอำพันถูกยิง เมื่อรู้ก็เร่ง
ให้อำพันไปหาหมอทำแผลเสีย

เมื่อพากันลงมาถึงลานจอดรถ อำพันบอกแพ็ตว่า

"ไม่ต้องหรอก ฉันทำแผลมาแล้ว มันอาจจะกระเทือนแล้ว แค่เลือดซึมออกมา" เตือนว่า "ผู้กองรณภพมีชื่อเสียงมากในเรื่อง
ปราบปรามแก๊งค้ายาเสพติด ทางที่ดีเธอต้องอยู่ห่างๆเขาเอาไว้"

"ฉันเข้าใจ" แพ็ตตอบเรียบๆรับกุญแจรถจากอำพันแล้วขึ้นรถขับออกไป

อำพันมองตามแพ็ตไปด้วยสายตาที่เย็นชา

ooooooo

ตอนที่ 3

ระหว่างที่ธวัชนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น เจ้าเวียงวรรณไปเยี่ยมและคุยเรื่องที่เคยปรารภกันไว้คืออยากให้ชาลีกับดา
หวันหมั้นหมายและแต่งงานกัน

เมื่อชาลีไปเยี่ยมธวัชจึงคุยเรื่องนี้กับลูกชาย เล่าให้ฟังว่า

"วันนี้เจ้าเวียงวรรณเขามาถามพ่อเรื่องที่เคยคุยกันไว้ที่จะให้แกหมั้นกับหนูดาหวัน"

เมื่อชาลีถามเบื่อๆว่าเรื่องนี้ยังไม่จบหรือ ธวัชก็สาธยายความจำเป็นให้ฟังว่า

"แกก็รู้นะชาลี พ่อไม่ได้รวยล้นฟ้า ที่พรรคการเมืองของพ่ออยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะอาศัยเงินทุนของผู้บริจาค ถ้าเราเป็นทองแผ่น
เดียวกับเจ้าเวียงวรรณ อะไรๆมันก็ง่ายขึ้น แล้วที่สำคัญ หนูดาหวันเขาก็ชอบแกอยู่แล้ว พ่อดูออก"

"เราโตมาด้วยกัน เขาอาจจะเห็นผมเป็นเหมือนพี่ชายก็ได้" ชาลีพยายามหาเหตุผลมาอ้าง

"เลิกบ่ายเบี่ยงซะทีเถอะชาลี จนป่านนี้แกยังลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อีกหรือไง จะปล่อยตัวเป็นไอ้ขี้เมาแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ฟังพ่อ
นะชาลี ผู้หญิงที่ชื่อแพรพลอยเธอตายไปแล้ว แกก็รู้นี่"

ชาลีเงียบไป ไม่เถียงแต่ก็ไม่สมัครใจเรื่องที่พ่อหว่านล้อม

ooooooo

หลังจากที่แพ็ตทำงานสำเร็จอย่างงดงามแล้วโรเบิร์ตให้รางวัลเธอเป็นบ้านหลังงาม ทั้งบอกว่าต่อจากนี้ไปให้เธอรับคำสั่งจากเขา
โดยตรง โดยมีอำพันเป็นผู้ประสานงานและคอยช่วยเหลือ อำพันไม่สบายใจจะทักท้วง โรเบิร์ตตัดบทว่า

"อย่าคิดมากอำพัน คำว่าช่วยเหลือไม่ได้แปลว่าเธอต้องเป็นผู้ช่วยของแพ็ต ทุกคนในองค์กรรู้ตำแหน่งของตัวเองดีอยู่แล้ว เวลานี้
เธอสองคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเหนือใคร"

เมื่อโรเบิร์ตกับแพ็ตเดินออกมาด้วยกัน โรเบิร์ตชมว่าที่จริงอำพันควรจะเป็นหัวหน้าของเธอ เพราะทำงานกับองค์กรมานานและ
มีฝีมือแต่น่าเสียดายที่จิตใจคับแค้นและเหี้ยมเกินไป

แพ็ตบอกว่าอำพันคงไม่สบายใจที่ตนได้เลื่อนขั้นมาเทียบรุ่นกับเธอ โรเบิร์ตตัดบทว่าไม่ต้องคิดมาก ตนพิจารณาทุกอย่างตาม
ความเหมาะสม ชมว่า

"เธอมีความสุขุมและมีไหวพริบมากกว่าอำพันหลายเท่า"

ส่วนอำพัน เมื่ออยู่ตามลำพังก็นึกแค้น "นังแพ็ต แกมีสิทธิ์อะไรมาเทียบรุ่นกับฉัน ทั้งๆที่ฉันมาก่อนแก คอยดูเถอะ สักวันฉันจะ
พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า อำพันคนนี้ไม่เคยเป็นรองใคร!"

ooooooo

ชาลีไม่อาจลืมแพรพลอยได้ วันนี้เขาขับรถไปที่ทะเลใกล้บ้านพักตากอากาศของเพิ่มพล เขามองไปที่บ้านหลังนั้นอย่างหวังว่า
จะได้เห็นแพรพลอยที่นั่น มือกำสร้อยคอที่แขวนแหวนเพชรน่ารักวงนั้นไว้อย่างแสนรัก พึมพำ "คุณอยู่ที่ไหนพลอย ผมคิดถึงคุณ
คิดถึงเหลือเกิน..."

ขณะนั้นเอง มีเสียงมอเตอร์ไซค์ดังขึ้น ชาลีหันมองมอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์คันเล็กคันหนึ่งแล่นสวนผ่านไป แวบหนึ่งในสายตาเขา
เห็นหญิงสาวที่ขี่มอเตอร์ไซค์เป็นแพรพลอย!

หญิงสาวที่ขี่มอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์เองเหลียวหลังมองรถของชาลีอุทานอย่างตื่นเต้น

"โอ้โห...รถใครสวยจังเลย..."

เธอคือโนรีนักร้องสาวแถวนั้นนั่นเอง เธอมัวแต่มองรถ ไม่ได้สนใจชาลีที่เรียกเธออย่างตื่นเต้นว่า "แพรพลอย เดี๋ยวก่อน... แพร
พลอย" แม้แต่น้อย

ชาลีตามไปเซ้าซี้เรียกเธอว่าแพรพลอย ถามว่าจำตนได้ไหม ตนคือชาลีเราเป็นแฟนกันและกำลังจะแต่งงานกัน

โนรีมองชาลีกลัวๆขำๆว่าเป็นคนบ้าหรือเปล่า แม้จะพยายามชี้แจงและปฏิเสธว่าตนไม่ใช่แพรพลอยที่เขาเรียก ชาลีก็ไม่เชื่อ จน
โนรีด่า "ไอ้บ้าเอ๊ย ประสาท" แล้วหักรถเลี้ยวไปทางลัด ชาลีไม่ทันดู ตะลีตะลานหักรถตามไป พลันก็ต้องตกใจ หักรถสุดพวง
มาลัยหลบรถสิบล้อที่สวนมาก็ยังชนเข้าโครมใหญ่!

ooooooo

มิสเตอร์คาลอสกลายเป็นบุคคลที่สารวัตรชลิตกับทีมงานต้องสืบประวัติกันอย่างหนัก พบว่าเขาเป็นมาเฟียยุโรปปลอมแปลง
หลักฐานเดินทางเข้าไทยเพื่อเจรจาการค้าเกี่ยวกับยาเสพติด

ปัญหามีอีกว่า พ่อค้ายาเสพติดไปอยู่ในงานแฟชั่นโชว์การกุศลได้อย่างไร สืบไปค้นมาจึงได้คำตอบว่าลอล่าแฟนสาวคนไทยที่
เขาควงไปในงานนั้นเป็นนางแบบ

"แปลกนะ ความจริงมือสังหารมันจะลงมือเมื่อไหร่ก็ได้ ทำไมต้องมาฆ่าคนกลางงานแบบนี้ด้วย รู้ทั้งรู้ว่ามีตำรวจอารักขาอยู่"
สารวัตรชลิตตั้งประเด็นใหม่ รณภพวิเคราะห์ว่ามือสังหารอาจจะทำเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดูก็ได้ ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าแหยมเข้ามาเมื่อ
ไหร่มีหวังตายได้ทุกเมื่อ

รณภพเอารูปมิสเตอร์คาลอสไปให้ธวัชดูถามว่ารู้จักไหม ธวัชปฏิเสธคอเป็นเอ็นว่าไม่รู้จัก ตนเป็นนักการเมืองเจอใครก็ยิ้มก็ไหว้
ได้ตลอดเวลา พอถูกรณภพย้ำหนักเข้าก็พาลหาว่าสงสัยอะไรตนหรือ

รณภพตั้งข้อสังเกตว่าคนที่ตายเป็นสมาชิกแก๊งค้ายาเสพติด ธวัชก็เลี่ยงเอาดื้อๆว่าตนไม่รู้เรื่องจริงๆ แต่ถ้ารณภพสืบคืบหน้า
อย่างไรก็บอกด้วย ย้ำว่า

"อย่าลืมว่าพรรคอำนวยชัยของอามีนโยบายสำคัญคือต่อต้านการค้ายาเสพติด"

รณภพเลยได้แต่พยักหน้า ทั้งที่ในใจก็ยังสงสัยอยู่ พอดีโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นสายจากหมวดโอมแจ้งว่า แพ็ตจะฟ้องเขาจริงๆ
รณภพไม่สบายใจรีบลาธวัช พอรณภพกลับไปแล้ว ธวัชก็หน้าเครียดคิดหนักทันที

ooooooo

แม้ว่าแพ็ตจะทำงานสำเร็จแต่โรเบิร์ตบอกว่ายังไม่ได้ผลอย่างที่วางแผนไว้ เพราะเป้าหมายของเราคือข่มขวัญไม่ให้พวกแก๊งต่าง
ชาติมาค้ายาเสพติดกับธวัช แต่ดูเหมือนพวกมันไม่ยอมง่ายๆ เพราะเรามีเบาะแสว่าคนที่มาใหม่คิดจะล่าพวกเราเพื่อล้างแค้น
ให้กับคาลอสที่ตายไป

แพ็ตบอกว่าเรื่องนี้ลอล่าแฟนของคาลอสน่าจะรู้เรื่อง โรเบิร์ตสั่งให้เอาตัวลอล่ามาให้ได้ ก่อนที่เธอจะถูกพวกคาลอสฆ่าปิดปาก

แพ็ตรับทราบคำสั่ง แต่พอจะออกไปก็พอดีอำพันพา รณภพเข้ามา เขาถามว่าได้ข่าวว่าเธอจะฟ้องเรื่องเมื่อวันก่อนใช่ไหมเลย
จะมาถามดูให้แน่ใจ

"ถูกต้องแล้วค่ะ ฉันจะฟ้องคุณในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตอนที่กักขังฉันไว้จนเช้าโดยไม่ยอมให้พบทนายไงคะ"

ตอบแล้วแพ็ต "เชิญ" ให้เขากลับได้แล้วเพราะตนมีธุระ รณภพต่อรองว่าเรามาคุยกันอย่างเปิดอกดีไหม จะได้ไม่เสียเวลาจับ
ผู้ร้ายของตน เสนอว่า ในฐานะสุภาพบุรุษตนยินดีทำทุกอย่างเพื่อเป็นการไถ่โทษ

ทั้งแพ็ตและอำพันมองรณภพขำๆกับการตีหน้าซื่อทำเป็นเซ่อของผู้กอง แต่ก็ตอบตกลง

ooooooo

แพ็ตพารณภพไปเดินห้าง เธอซื้อของให้เขาหิ้วพะรุงพะรัง    เท่านั้นยังไม่พอเธอยังแวะเข้าร้านขายชุดกีฬา ระหว่างที่แพ็ตไป
เลือกชุดกีฬารณภพบ่นอุบอิบ

"จะซื้ออะไรกันนักหนา    เฮ้อ...คงไม่คิดเงินกับเราทีหลังนะ มีหวังหมดตัวแน่"

พอซื้อชุดกีฬาแล้วแพ็ตยังแวะเข้าโรงยิมฯในศูนย์การค้าด้วย จนรณภพถามว่าต้องซ้อมวันนี้ด้วยหรือ แพ็ตเลยชวนซ้อมด้วยกัน
แก้เบื่อ เสนอท้าชกกัน ถ้าเขาชนะก็เชิญกลับไปได้เลย

"แปลว่าคุณจะไม่ฟ้องผมใช่ไหมถ้าผมเป็นคู่ซ้อมให้คุณ" รณภพชักสนใจ เมื่อเธอรับปาก เขาลุกขึ้นกระหยิ่มยิ้มรับคำท้า "ได้ ไอ้
ผมน่ะไม่อยากรังแกผู้หญิงซะด้วย ถ้าพลาดไปโดนเข้าไม่ว่ากันนะ"

รณภพถลกแขนเสื้อเตรียมลุย แพ็ตตั้งท่าท้าเหยง "กติกาสากล นับแต้มตามจำนวนหมัดที่ถูกตัวคู่ต่อสู้ ชกยกเดียวสามนาทีรวด"
พูดเสร็จไม่ทันให้รณภพตั้งตัว เธอลักไก่ชกเปรี้ยง รณภพโวยวายว่าทำไมไม่ให้สัญญาณก่อน เธอทำเป็นขอโทษบอกว่าแต้ม
เมื่อกี้ไม่นับก็แล้วกัน แพ็ตยิ้มขำๆ แต่รณภพไม่ขำด้วยเพราะรู้ว่าถูกลักไก่ต่อยฟรี

เพราะต้องชกต่อยกับผู้หญิง รณภพชกๆหยอกๆแต่ก็เห็นว่าฝีมือของแพ็ตไม่เบา สุดท้ายเขาฉวยโอกาสเหมาะกอดเธอไว้ อ้าง
ว่ากติกาสากลกอดคู่ต่อสู้ไม่ผิด แพ็ตโวยวายให้ปล่อยเขายิ่งกอดแน่น จนสุดท้ายเขาบอกเธอว่า จะไม่ปล่อยจนกว่าจะหมด
เวลาหรือไม่ก็จนกว่าเธอจะยอมแพ้

"เอาล่ะฉันยอมแพ้ก็ได้ไม่เล่นด้วยแล้ว" แพ็ตพูดงอนๆเมื่อเขาคลายวงแขนออก เธอเดินผละไปถอดนวม รณภพมองตามยิ้มๆ
ความรู้สึกว่าเธอมีเสน่ห์แทรกเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

เมื่อแพ็ตกลับมาที่รถโดยมีอำพันเป็นคนขับ รณภพเดินมาส่ง   จนรถแล่นออกไปแล้วเขาก็ยังยืนมองอยู่   อำพันกระแหนะ
กระแหนว่าเสน่ห์แรงเหลือเกินนะคุณแพ็ต เตือนว่า บอสคงไม่ชอบแน่ถ้าเธอมีอะไรกับตำรวจ

แพ็ตพูดอย่างไม่ยี่หระว่าก็แค่ตนอยากรู้ข้อมูลของตำรวจคู่ปรับเท่านั้นไม่เห็นเสียหาย

ส่วนรณภพยืนมองรถไปจนลับตาแล้ว ถอนใจพึมพำกับตัวเอง

"คุณแพ็ต ฉลาด และน่ารัก"

ทันใดนั้นก็ได้รับโทรศัพท์จากหมวดโทร.แจ้งว่าได้ผลชันสูตรแล้ว เลยนัดเย็นนี้เจอกัน

ooooooo

ชาลีขับรถชนกับรถสิบล้อจนหน้าหม้อบุบต้องเอาเข้าอู่ซ่อมแถวชายหาด ช่างบอกว่าดูสภาพรถแล้วต้องเปลี่ยนอะไหล่ แต่ที่อู่
ไม่มีต้องไปซื้อที่อื่นคงต้องรอถึงพรุ่งนี้ ชาลีเซ็งจัดส่งเงินให้ปึกใหญ่บอกว่าให้รีบไปหาซื้อมาซ่อมให้ด่วนเพราะตนรีบ

ระหว่างรอนั้นช่างแนะนำว่าให้ไปรอที่คาเฟ่ดีกว่ามานั่งตบยุงรออยู่ตรงนี้ ชาลีเลยเดินเซ็งๆไปที่ "กอกล้วยคาเฟ่" ที่ช่างชี้ให้ดู

เป็นคาเฟ่ที่โนรีร้องเพลงอยู่นั่นเอง โนรีคุยฟุ้งอวดเพื่อนนักร้องว่ามีหนุ่มหล่อท่าทางรวยขับรถไล่ตามแถมบอกว่าตนเป็นแฟน
เก่าด้วย แต่ตบท้ายเซ็งๆว่า

"หน้าตาก็ดี๊ดี ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะโรคจิต"

ขณะโนรีเม้าท์อยู่กับเพื่อนนั่นเอง เด็กเสิร์ฟเข้ามาเตือนว่าได้เวลาร้องเพลงแล้ว โนรีจึงออกไปร้องเพลง

เป็นเวลาที่ชาลีเข้ามาพอดี เขาเข้าไปกวาดตามองแหยงๆกับสภาพแวดล้อมที่ไม่น่ารื่นรมย์ แล้วเขาก็ชะงักเมื่อเห็นโนรีออกมา
ร้องเพลง เรียกเด็กเสิร์ฟมาถามว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร คุยด้วยได้ไหม

"ขอเฉยๆไม่ได้หรอกพี่ ต้องคล้องพวงมาลัยก่อน" เด็กเสิร์ฟบอก

ชาลีจึงควักใบละพันให้เด็กเอาไปคล้องพวงมาลัยให้โนรี ระหว่างนั้นเขาก็ทำก้มๆบังๆหน้าตัวเองไว้ไม่ให้โนรีเห็นชัด แต่พอโนรี
เดินมาที่โต๊ะถึงกับร้องเหมือนถูกผีหลอก "ว้าย...ไอ้โรคจิต"

โนรีทำท่าจะผละไป ถูกชาลีดึงไว้ขอโทษเรื่องเมื่อตอนเย็น ยอมรับว่าตนจำคนผิดจริงๆเพราะหน้าเธอเหมือนคนที่เคยรู้จัก

โนรีพูดอย่างรู้ทันว่ามุกเก่าแบบนี้เจอมามากแล้ว ระหว่างนั้นมีจิ๊กโก๋คนหนึ่งเดินอาดๆมาชวนโนรีไปนั่งที่โต๊ะพวกตนดีกว่า

โนรีไม่ยอมไป ชาลีช่วยรั้งเธอไว้เลยมีเรื่องกับจิ๊กโก๋ พวกมันที่อยู่อีกโต๊ะหนึ่งกรูกันเข้ามารุมชาลี เขาไม่อยากมีเรื่องพยายามชี้
แจงแต่มันไม่ฟัง โนรีเลยบอกให้เขารีบหนีไปตนจะแก้ปัญหาเอง พลันก็เห็นจิ๊กโก๋คนหนึ่งชักมีดสปริงออกมา เธอรีบคว้าขวด
เบียร์ฟาดหัวชาลีเปรี้ยงร้องบอกเขา

"สลบสิ สลบเร็ว"

ชาลีแกล้งทำสลบ โนรีหันไปบอกพวกจิ๊กโก๋ว่าไม่มีอะไรแล้ว ตนเคลียร์ให้เรียบร้อยแล้วพร้อมกับยิ้มหวานให้ พวกจิ๊กโก๋เลย
ยอมหยุดมองหน้ากันงงๆ

ooooooo

รณภพกลับไปที่ห้องชันสูตรแผนกนิติเวชก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว ตัวเขาพร้อมทั้งหมวดโอมและจ่าฉิมฟังหมอที่พามาดูศพ
มิสเตอร์คาลอสอธิบายว่า

"ผู้ตายถูกสังหารด้วยวัตถุมีคม ตามร่างกายมีบาดแผลทั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน จุดแรกที่คนร้ายเล่นงานก็คือข้อมือของผู้ตาย เส้น
เอ็นเส้นประสาทถูกตัดขาดด้วยการเชือดที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ"

จากนั้นอธิบายอีกว่า "แผลต่อมาตัดที่ขั้วหัวใจพอดี ซึ่งผู้ตายความจริงเสียชีวิตด้วยแผลนี้ตั้งแต่วินาทีแรกแล้วด้วยซ้ำ แต่ก่อนที่
เขาจะล้มลง คนร้ายยังได้แทงที่ขมับขวา อาวุธที่ใช้มีขนาดเล็กแหลมและคมมาก น่าจะเป็นมีดที่มีความยาวราวๆ 5-6 นิ้ว เส้น
ผ่าศูนย์กลางดูแล้วคงไม่ใหญ่กว่าด้ามช้อนส้อมเท่าไหร่"

"เพื่ออะไรครับหมอ" หมวดโอมถาม

"ก็เหมือนเข็มเย็บผ้ายิ่งบางเท่าไหร่ แรงเสียดทานก็ยิ่งน้อย ไม่ว่าเด็กหรือผู้หญิงก็แทงทีเดียวมิดด้าม"

รณภพพึมพำว่าผู้หญิงหรือ จ่าฉิมเสริมว่านั่นสิมันถึงได้มุดเข้าไปในช่องระบายอากาศได้สบายๆ รณภพนิ่วหน้าคิดตาม เมื่อ
เดินกลับออกมาด้วยกันเขาถามหมวดโอมถึงการสอบปากคำลอล่า รู้ว่ายังปิดปากเงียบไม่ยอมให้การเรื่องธุรกิจของคาลอส
ครู่หนึ่งรณภพสั่งให้ปล่อยตัวลอล่าไปเสีย เพราะถึงเธอยอมให้การก็คงโกหกเราแน่ บอกว่า

"เราจะใช้เธอเป็นเหยื่อล่อ จะได้รู้ว่าคาลอสติดต่อกับใครบ้าง"

หมวดโอมกับจ่าฉิมพยักหน้าอย่างเข้าใจแผนการของผู้กอง

ooooooo

นักฆ่าขนตางอน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด