ตอนที่ 18
หลังจากพิชิตหนีไปแล้ว เสี่ยบอกทุกคนว่า พิชิตไม่ใช่คนมีเหตุผล แต่เขาไม่มีทางที่จะทรยศตน ถ้าไม่มีคนยุให้ใจแตก พูดพลางชำเลืองไปทางอำพันแวบหนึ่ง เหว่งรีบตัดบทเบี่ยงเบนถามว่าแล้วเสี่ยจะเอาอย่างไร
"สั่งลูกน้องของเราทุกคน ห้ามใครทำร้ายไอ้ชิตเด็ดขาด ต้องจับเป็นอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าไอ้ชิตเป็นอะไรไปละก็ ทุกคน ที่อยู่ในที่นี้ต้องรับผิดชอบร่วมกัน"
แพ็ตสะกิดความคิดของเสี่ยว่าเรื่องพิชิตนั้นดูแปลกๆ วันนี้อาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้ายพิชิตก็ได้ เสี่ยเห็นด้วย พอแพ็ตจี้ลงไปอีกว่าตนสงสัยเหว่ง เสี่ยเพิ่มอำพันเข้าไปด้วย บอกว่าทั้งสองคนนี้เป็นหอกข้างแคร่ทั้งนั้น แพ็ตถามว่ารู้อย่างนี้แล้วทำไมไม่เก็บเสีย
"ผมแค่อยากให้แก๊งแมงป่องดำกลับมาเป็นปึกแผ่นเหมือนเมื่อก่อน ความจริงผมกะว่าถ้าตักตวงผลประโยชน์จาก ไอ้เหว่งได้มากพอเมื่อไหร่ผมก็จะจัดการกับมัน แต่คิดไม่ถึงว่าผมเองจะเป็นฝ่ายพลาดท่า"
แต่เสี่ยก็บอกกับแพ็ตว่ามันคงถึงเวลาที่ต้องจัดการกับอสรพิษตัวนี้เสียแล้ว
เสี่ยเพิ่งคิดวางแผนจัดการกับเหว่ง แต่หารู้ไม่ว่าเหว่ง ดำเนินการแล้ว เมื่อชาลีนัดพบและขอแก้แค้นให้โนรี ระบุว่า อยากจัดการพวกเอสเค 7
เหว่งมองสารรูปของชาลีแล้ว สมเพชว่าแบบนี้จะไปทำอะไรได้ เขาส่งชาลีให้ไปฝึกวิทยายุทธ์กับอำพัน อำพันต้องฝึกอย่างหนักเพราะชาลีไม่มีพื้นฐานอะไรมาก่อนเลย เธอตั้งหน้าตั้งตาฝึกให้ชาลี จนโทรศัพท์มือถือดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่ได้ยิน
เป็นสายจากพิชิตนั่นเอง พิชิตสบถอย่างหัวเสียว่า
"โธ่เว้ย...นังอำพัน นี่มันคิดจะถีบหัวส่งกันรึไงวะ!"
ooooooo
ส่วนรอนก็ซุ่มสร้างดาหวันให้เป็นนักฆ่า เขาเอารูปของแพ็ต รณภพ เหว่ง พิพัฒน์ อำพัน และชาลีมาวางเรียงให้ดาหวันดูบอกเธอว่าพวกนี้คือศัตรูของเอสเค 7 ทั้งนั้น ตอกย้ำกับเธอว่า
"ผมรู้ว่าคุณอยากล้างแค้น แต่ในระหว่างนี้ห้ามคุณแตะต้องพวกมันเด็ดขาด เพราะผมต้องการยืมมือพวกมันให้ฆ่ากันเอง"
รอนย้ำแล้วย้ำอีกว่าถ้าพวกมันตายคนหนึ่ง แผนการของตนก็จะล้มเหลวทั้งหมด แต่ถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน ตนก็มีแผนสำรองไว้แล้ว
รอนยังตีสองหน้ากลับไปที่กองปราบตามปกติเมื่อหมวดกับจ่าถามว่าหายไปไหนไม่ เห็นไปเยี่ยมลูกพี่ มันก็อ้างว่าลูกพี่ไม่รู้สึกตัวเยี่ยมไปก็เท่านั้น สู้เอาเวลานี้ไปล่าคนร้ายดีกว่า แต่พอจ่ากับรณภพบอกว่าตอนนี้ไมเคิลใกล้ฟื้นแล้วอีกไม่นานเราก็จะได้รู้ เสียทีว่าใครคือฆาตกร รอนฟัง
แล้วถึงกับหน้าเครียดทันที
ooooooo
พิชิตดักพบอำพันจนได้ เขาตามไปขึ้นนั่งที่เบาะหลังรถเอาปืนจี้อำพันหาว่าเธอหักหลัง อำพันปากแข็งว่าตนไม่ได้ทรยศ แต่พี่ชายเขาบุกมาแบบนั้นตนก็จำเป็นต้องเผ่นก่อน ซ้ำโยนกลองว่าแผนการทั้งหมดนี้เป็นของเหว่งที่จงใจเล่นละครหลอกให้ตนกับเขา ไปติดกับเสี่ย
พิชิตบอกว่าถ้าอย่างนั้นตนจะกลับไปบอกความจริงกับพี่ชาย อำพันตกใจใส่ไฟว่าตอนนี้เสี่ยไม่เชื่อเขาหรอกเพราะแพ็ตเข้าข้างเหว่ง ทั้งยังสาดโคลนว่าแพ็ตมีอะไรกับเหว่ง จึงยุให้เสี่ยเก็บเขาแล้วเลื่อนเหว่งขึ้นมาแทน เพื่อใช้เหว่งมาช่วยปอกลอกเสี่ย
พิชิตถูกเป่าหูจนโกรธแค้น ด่า "นังแพ็ต นังอสรพิษ!"
อำพันยิ้มสะใจที่เป่าหูปั่นหัวพิชิตได้ง่ายดายเหลือเชื่อ
ooooooo
แพ็ตนัดพบกับรณภพที่ห้องสมุดสาธารณะอีกครั้ง แพ็ตถามถึงอาการของโนรี รณภพบอกว่ายังไม่รู้สึกตัว บ่นว่าชาลีก็มาหายเข้ากลีบเมฆไปด้วย ตนกลัวจะไปทำอะไรโง่ๆขึ้นมา แพ็ตถามว่ากลัวชาลีจะคิดสั้นหรือ
"ชาลีไม่ใช่พวกขี้แพ้ งานนี้ผมว่าเขาต้องหาทางเอาคืนแน่"
"ด้วยการแก้แค้นพวกเอสเค 7 งั้นเหรอคะ"
รณภพพยักหน้า ทำให้แพ็ตคิดหนัก จากนั้นเธอรีบไปเยี่ยมโนรี พูดกับโนรีทั้งที่ไม่รู้สึกตัว ขอให้มีกำลังใจต้องเข้มแข็ง มองหน้าโนรีแล้วพึมพำ
"โนรี ถ้าเธอเป็นอะไรไป ฉันคงทนไม่ได้ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้น กับแพรพลอยต้องมาเกิดขึ้นกับเธออีกคน"
พอดีชาลีผลักประตูเข้ามา แพ็ตดีใจร้องเรียกเขา แต่ชาลีกลับหันหลังเดินหนีไปเสียเฉยๆ
แพ็ตตามไปจนคว้าตัวชาลีไว้ทันถามว่าจะหนีหน้าทุกคนไปอีกนานแค่ไหน พวกเราทุกคนเป็นห่วงเขา อย่างน้อยเขาก็น่าจะติดต่อผู้กองรณภพบ้าง ผู้กองจะได้ไม่ต้องเที่ยวตามหาอีก
ชาลีฟังอย่างเย็นชา ถามว่าหมดเรื่องแล้วใช่ไหม สะบัดแขนหลุดจะเดินต่อ
"ชาลี ฉันขอเตือนด้วยความหวังดีนะ เลิกคิดเรื่องแก้แค้น เสียเถอะ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินแก้"
"เก็บความหวังดีเอาไว้เถอะคุณแพ็ต ไม่ว่าจะยังไงผมจะกวาดล้างพวกเอสเค 7 ให้ได้ แล้วถ้าจำเป็นผมอาจจะฆ่าคุณด้วย!" ชาลีพูดใส่หน้าแพ็ตแล้วเดินไปไม่เหลียวหลัง
แพ็ตมองตามชาลีไปอย่างใจหาย ในขณะที่พิชิตซุ่มดูอยู่ที่หลังพุ่มไม้มองแพ็ตอย่างแค้นใจ ก่อนจะล้วงมือไปกุมด้ามปืนที่ซ่อนเอาไว้ พอแพ็ตเดินมาที่รถ พิชิตก็ถือปืนเข้าไปแต่ถูกแพ็ตจับปลดปืนเอาง่ายๆ
พิชิตหันมาใช้หมัดแทนก็ถูกแพ็ตจับล็อกตัวกดไว้กับรถอีก
พิชิตด่าแพ็ตว่าหลอกพี่ชายตน แพ็ตถามว่าตนไปหลอกเสี่ยตั้งแต่เมื่อไร พิชิตอ้างว่าอำพันเป็นคนบอกขู่ว่าผู้หญิงลวงโลกอย่างเธอไม่ตายดีแน่
"อำพันอีกแล้วเหรอ" แพ็ตกระชากพิชิตหันมา "คุณพิชิต ถ้าคุณยังรักพี่ชายคุณอยู่คุณต้องฟังฉัน อำพันต่างหากที่หลอกใช้คุณ"
พิชิตอึ้ง มองแพ็ตอย่างคลางแคลงใจแทนความโกรธแค้น
ooooooo
หมวดโอมกับจ่าฉิมได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่าไมเคิลออกจากห้องไอซียูแล้ว อีกไม่นานคงพร้อมที่จะให้ปากคำ รณภพหนักใจว่าถ้าคนร้ายรู้ข่าวต้องมีการเคลื่อนไหวแน่ จ่าเสนอให้หาเซฟเฮาส์ ผู้กองถามว่ากะทันหันแบบนี้จะไปหาที่ไหนทัน
"มีอยู่ที่นึงครับ ผมว่าคนร้ายมันต้องคิดไม่ถึงแน่" หมวดเสนอท่าทางตื่นเต้น
เวลาเฉียดกันเส้นยาแดงเดียว ดาหวันก็ไปปรากฏตัวที่โรงพยาบาล บอกกับตำรวจนอกเครื่องแบบสองนายว่ามาเยี่ยมสารวัตรไมเคิล อ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน
หนึ่งในตำรวจนอกเครื่องแบบบอกว่าสารวัตรยังไม่รู้สึกตัว และที่สำคัญมีคำสั่งห้ามใครเข้าเยี่ยมเด็ดขาด ดาหวันในคราบสาวเปรี้ยวบ่นว่าแย่จัง มาเสียเที่ยว แต่พริบตาเดียวเธอก็ชักปืนเก็บเสียงเก็บตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งสองทันที
เก็บตำรวจแล้วดาหวันพรวดเข้าไปในห้อง เล็งปืนไปที่เตียงคนไข้ แล้วก็ต้องหัวเสียเป็นครั้งที่สองเมื่อพบว่ามีแต่เตียงที่ว่างเปล่า พอรู้ว่าเสียท่าตำรวจ ดาหวันรีบลงไปพบรอนที่รออยู่ในรถบอกว่าเรามาช้าไป ไมเคิลถูกย้ายไปซ่อนที่อื่นแล้ว
"ไอ้ผู้กองรณภพ" รอนคำรามอย่างเจ็บใจ
ooooooo
เซฟเฮาส์ที่หมวดโอมเสนอคือห้องรับแขกในคอนโดฯของรณภพนั่นเอง! รณภพยอมรับว่าเป็นเรื่องคิดไม่ถึงจริงๆที่หมวดเล่นเอาคอนโดฯตนเป็นเซฟเฮาส์ หมวดพูดอย่างมั่นใจว่า
"เชื่อผมเถอะครับ รับรองไอ้คนร้ายมันต้องติดกับเราแน่"
ขณะนั้นเองจ่าฉิมเข้ามารายงานว่า ทางกองปราบแจ้งว่าเมื่อครู่นี้มีคนบุกเข้าไปที่โรงพยาบาลและยิงเจ้าหน้าที่ ที่อารักขาไมเคิลเสียชีวิตไปสองนาย หมวดฟังแล้วอึ้งที่เวลามันฉิวเฉียดจริงๆ ถ้าเราไหวตัวช้ากว่านี้อีกนิดเดียวก็มีหวังเสร็จมันแน่
"แสดงว่าสารวัตรไมเคิลต้องรู้ความลับอะไรของมันสักอย่าง มันถึงได้กัดไม่ปล่อยขนาดนี้" รณภพวิเคราะห์แล้วสั่งลูกน้อง "พวกเราต้องเข้มงวดกันมากกว่านี้ งานนี้จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด"
รอนตีหน้าตายเข้าไปรายงานสารวัตรชลิตว่า เมื่อครู่ได้
ข่าวว่าไมเคิลถูกลอบทำร้าย สารวัตรชลิตบอกว่ามีคนร้ายบุกเข้าไปฆ่าปิดปากเขาที่โรงพยาบาล แต่ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ลูกพี่ของเขาอยู่ในความดูแลของผู้กองรณภพ รับรองว่าไม่มีใครทำอะไรเขาได้ อีกไม่นานเราก็จะได้รู้กันว่าคนร้ายเป็นใคร
รอนพยายามถามว่าเซฟเฮาส์ของรณภพอยู่ที่ไหน สารวัตรตอบเรียบๆว่านี่เป็นความลับสุดยอด ทำให้รอนฉุกกึกถามว่าไม่เชื่อใจตนหรือ
"เปล่า แต่ผมแค่ทำตามขั้นตอน" สารวัตรชลิตตอบ มองหน้ารอนนิ่งจนรอนรู้สึกอึดอัดใจ
ooooooo
รอนกลับไปเล่าให้ดาหวันฟังอย่างหัวเสียที่ตนถูกกีดกัน แบบนี้แสดงว่าพวกนั้นต้องสงสัยตนแน่ๆ ดาหวันเตือนว่าเราต้องเร่งมือแล้ว ถ้าไมเคิลฟื้นขึ้นเมื่อไรเขาต้องถูกเปิดโปงแน่ รอนเสนอว่าเธอต้องช่วยเขาอีกครั้ง เมื่อดาหวันไม่อยากเข้าไปวุ่นวายด้วย รอนก็ขู่ว่าเธอเป็นเอสเค 7
เหมือนเขา ดาหวันจึงตัดสินใจรับงาน แต่ถ้าหลังจากเสร็จงานชิ้นนี้แล้วตนขอถอนตัวจากเอสเค 7 ด้วยเหตุผลว่า
"ฉันแค่อยากล้างแค้นให้พ่อ ฉันไม่ต้องการเป็นลูกน้องของใคร"
รอนตบหน้าดาหวันฉาดใหญ่ ตะคอกอย่างเหี้ยมเกรียม
"จำไว้คุณดาหวัน คนที่จะถอนตัวจากเอสเค 7 ได้ ต้องเป็นคนที่หมดลมหายใจแล้วเท่านั้น"
ดาหวันทั้งตกใจและแค้นใจนัก เมื่อกลับเข้าห้องนอน เธอพูดอย่างอาฆาตแค้นว่า
"ไอ้บ้า ฉันไม่ยอมเป็นทาสแกไปตลอดชีวิตหรอก ไอ้รอน คอยดูเถอะฉันต้องเล่นงานแกให้ได้"
ooooooo
พิชิตเชื่อตามที่แพ็ตบอกเขา ยิ่งเมื่อเธอยืนยันว่าเป้าหมายของเธอมีแค่เหว่งกับอำพันสองคนเท่านั้น แต่ที่ยังไม่ลงมือตอนนี้เพราะพี่ชายเขามีแผนเดียวกับตน เพียงแต่กำลังรอให้เสร็จเรื่องค้าขายกับนิโคลัสก่อนค่อยคิดบัญชีกับสองคน นั้น
พิชิตยังระแวง แพ็ตบอกว่าเรื่องนี้คนที่ยืนยันได้ดีที่สุดคืออำพันกับเหว่ง ขอให้เขาจับตาสองคนนี้ไว้แล้วจะรู้เอง
อำพันกับเหว่งนัดพบกับนิโคลัสก่อนแล้ว เหว่งเอารูปในโทรศัพท์มือถือที่แอบถ่ายแพ็ตกับรณภพที่ห้องสมุดให้ นิโคลัสดู บอกว่าแพ็ตอดีตเอสเค 7 ความจริงเป็นสายตำรวจ แต่เสี่ยพิพัฒน์กำลังหลงแพ็ตขนาดเอารูปถ่ายนี้ให้ดูก็ยังเฉยๆ
นิโคลัสร้อนใจว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรามีหวังพังกันหมดแน่ เหว่งเสนอทันทีว่ายกเว้นแต่ว่าเราจะหาผู้นำคนใหม่ที่ไว้ใจได้มากกว่าเสี่ย พิพัฒน์ เมื่อนิโคลัสสนใจ เหว่งเสนอว่า ถ้าเขายอมช่วย ตนต้องตอบแทนเขาแน่
"คุณจะให้ผมหักหลังเสี่ยพิพัฒน์งั้นเหรอ แล้วลูกน้องของเขาล่ะ คุณจะทำยังไง"
"ไม่มีปัญหา ผมเตรียมแพะรับบาปเอาไว้แล้ว ส่วนคุณแค่เป็นพยานให้ผมก็พอ แล้วหลังจากนั้นสินค้าลอตนี้ทั้งหมดผมจะยกให้คุณฟรีๆ"
นิโคลัสคิดอึดใจเดียวก็ตอบตกลงทันที อำพันยิ้มสะใจ เหี้ยมเกรียมที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
ooooooo
รอนเช็กสัญญาณมือถือของรณภพรู้ว่าเขาไม่ได้ ออกจากคอนโดฯมาสองวันแล้ว ซ้ำสัญญาณมือถือของหมวดโอมก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาบอกดาหวันให้ไปเป็นนกต่อทันที
ดาหวันปลอมตัวเป็นบริกรชายไปเคาะประตูเอาอาหารไปส่ง โกหกว่ารณภพเป็นคนสั่ง จ่ารับอาหารสามกล่องกลับไปในห้อง เปิดดูแล้วอุทานตาโต
"โอ้โห ข้าวผัดปูจริงๆด้วยเว้ย น่ากินเป็นบ้า" ว่าแล้วตะโกนชวนหมวดมากินด้วยกัน แต่เอะใจว่าตนอยู่กันสองคนทำไมถึงสั่งมาสามกล่อง พอแกะกล่องที่สามออก กลายเป็นระเบิดควัน จ่าถูกแก๊สพิษเข้าเต็มๆ หมดสติไปในพริบตา
หลังจากดาหวันเอาข้าวกล่องมาส่งแล้วไปบอกรอนที่คอยอยู่ในรถ รอนบอกให้เธอคอยดูต้นทาง ที่เหลือตนจะจัดการเอง แล้วรอนก็เอาหน้ากากกันแก๊สพิษออกมาก่อนเดินลงจากรถไป
รอนเข้าไปในห้อง เขาสวมหน้ากากออกซิเจนอย่างดี เดินผ่านจ่าที่นอนหมดสติอยู่บนโซฟา ตรงไปที่ห้องนอนรณภพเปิดประตูเล็งปืนเข้าไป พูดอย่างสะใจว่า
"อโหสิด้วยนะสารวัตร แต่คุณรู้ความลับของเอสเค 7 มากเกินไป"
รอนเหนี่ยวไกยิงไปทันทีสองนัดซ้อนแต่ยังไม่ไวพอ
เพราะคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงพลิกตัวหลบกระสุนไปอย่างเร็ว
ที่แท้คือหมวดโอมนั่นเอง หมวดสวมหน้ากากออกซิเจนเช่นกัน รอนรู้ว่าตัวเองมาติดกับดักแล้วกระหน่ำยิงหมวดอีกแล้ววิ่งหาที่กำบัง หมวดคว้าปืนลูกซองยาวที่ซ่อนอยู่ยิงสวนไป ตะโกนท้าว่าแน่จริงอย่าหนี ถึงจะแน่แค่ไหนแต่นาทีนี้รอนก็ต้องหนี แต่พอหนีออกจากห้องก็เจอรณภพ
เข้าอย่างจัง หมวดโอมตามมาตะโกนให้รอนมอบตัวเสีย
รอนยังข้องใจถามว่าแล้วสารวัตรไมเคิลอยู่ที่ไหน
รณภพตอบเย้ยหยันว่า
"ยังอยู่ที่โรงพยาบาล เพียงแต่ว่าย้ายไปอยู่อีกห้องเท่านั้นเอง"
แม้จะอยู่ในภาวะจนตรอกแต่รอนก็ไม่ยอมจำนน ต้องต่อสู้กันแบบหนึ่งต่อสองมันก็ไม่หวั่น และด้วยความสามารถที่ฝึกมาอย่างดี รอนหาจังหวะฉวยเอาหมวดโอมมาเป็นโล่กำบัง ท้ารณภพว่ากล้าดีก็ยิงเลย ดูซิว่าชีวิตตนกับลูกน้องตัวเองอย่างไหนจะสำคัญกว่า
หมวดบอกรณภพว่าไม่ต้องห่วงตนยิงมันเลย แต่รณภพไม่ยิง บอกรอนว่ากำลังเสริมใกล้มาถึงแล้ว ไม่ทันสิ้นเสียงรณภพ เสียงไซเรนก็แว่วมาแล้ว
รอนสู้อย่างจนตรอก ลากหมวดเป็นตัวประกันเข้าลิฟต์กดปิดแล้วผลักหมวดกระแทกใส่รณภพ พอรณภพตั้งตัวได้รอนก็หนีลงลิฟต์ไปแล้ว ทั้งหมวดและผู้กองพากันวิ่งตามไปทางบันไดหนีไฟ
ooooooo
ดาหวันยังรออยู่ในรถ เธอใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อได้ยินเสียงไซเรนใกล้เข้ามา อึดใจเดียวรอนก็โทร.เข้ามือถือเธอบอกให้รีบไปรับที่หน้าอาคารเดี๋ยวนี้
ดาหวันขยับจะออกรถ แต่แล้วก็ชะงักยิ้มออกมาอย่างเลือดเย็นก่อนออกรถ รอนวิ่งมาเห็นรถดาหวันพอดีมันวิ่งจะไปขึ้นรถ แต่ดาหวันขับรถหนีไปอย่างไม่แยแส ขณะรอนกำลังละล้าละลังนั่นเอง ตำรวจหลายนายก็กรูกันเข้ามาล้อมไว้แล้ว
ในที่สุด รอนก็ถูกจับใส่กุญแจมือ แต่ยังไม่วายปากเก่งพูดอาฆาตว่า "ถ้าฉันหลุดไปได้เมื่อไหร่ แกตายแน่!"
ในที่สุด สารวัตรชลิตก็สั่งตำรวจให้เอาตัวรอนไป
ooooooo
เสี่ยพิพัฒน์ยังไม่รู้ว่าตัวเองถูกหักหลัง เมื่อแพ็ต
บอกว่า บ่ายนี้ตนเจอกับพิชิต เสี่ยถามว่าน้องชายตนเป็นอย่างไรบ้าง แพ็ตเชื่อว่าพิชิตถูกอำพันหลอกใช้ สะกิดเตือนเสี่ยว่าถ้าเสี่ยคิดจะจัดการอำพันกับเหว่งก็ต้องรีบลงมือก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
"ไม่ต้องห่วงแพตริเซีย หลังจากที่ผมส่งสินค้าให้กับนิโคลัสเรียบร้อยเมื่อไหร่ ผมจะปิดฉากสองคนนั่นทันที"
นี่เอง ทำให้แพ็ตรู้ข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยระแคะระคายมาก่อนเลย
ด้วยความเป็นห่วงพี่ชาย พิชิตแอบเข้าไปในบ้านผ่านห้องของอำพันได้ยินเสียงอำพันคุยกับเหว่งแอบฟังจึงรู้ว่าเหว่งเตรียมเก็บเสี่ยหลังจากส่งสินค้าให้นิโคลัสแล้ว โดยจะให้ชาลีเป็นคนลงมือ
"ทำไมต้องเป็นเขา" อำพันถาม
"ก็เพราะนายธวัชพ่อของชาลีกับไอ้เสี่ยพิพัฒน์มันเคยเป็นคู่แข่งกัน ดังนั้น ถ้าไอ้ชาลีเป็นมือสังหารต้องไม่มีใครสงสัยว่าเราคุมเกมอยู่เบื้องหลัง"
ทันใดนั้นเอง สมุนของเสี่ยผ่านมาเห็นพิชิตแอบฟังอยู่ พอตะโกนถาม อำพันรู้ทันทีว่ามีคนมาแอบฟังอยู่ข้างนอก
เหว่งออกไปถามว่ามีเรื่องอะไร สมุนรายงานว่าเมื่อกี้เห็นคน
ซุ่มอยู่หน้าห้องอำพัน ตนจะจับแต่พอคนนั้นหันมาจึงรู้ว่าเป็นพิชิต
อำพันบอกเหว่งว่าตนจะจัดการพิชิตเอง เธอเดาทางพิชิตออกว่าต้องหลบซ่อนตัวอยู่แถวนั้น จึงร้องบอกให้ออกมาเสียเขากำลังเข้าใจผิดตนอยู่ ที่ตนคุยกับเหว่งก็เพื่อล้วงความลับเท่านั้น ถ้าพิชิตไม่เชื่อจะให้ตนพิสูจน์อย่างไรก็ได้
พิชิตหลงกลออกจากที่ซ่อน บอกอำพันว่าถ้าอยากให้ตนเชื่อก็ต้องฆ่าเหว่งให้ดูเดี๋ยวนี้ ปรากฏว่าอำพันปฏิเสธ พิชิตเล็งปืนใส่อำพันสั่งเหี้ยม "เธอต้องทำ ไม่งั้นฉันจะฆ่าเธอ"
เมื่ออำพันไม่ยอมทำตามคำสั่ง พิชิตหันมาถามเหว่งว่าทั้งหมดเป็นฝีมือเขาใช่ไหม ต้องการเล่นงานตนเพื่อตัดกำลังของเสี่ยใช่ไหม แล้วก็เล็งปืนไปทางเหว่ง แต่ไม่ทันที่พิชิตจะเหนี่ยวไก ก็ถูกอำพันใช้มีดพกซัดใส่จนล้ม
เหว่งชักปืนยิงใส่พิชิต ถูกพิชิตยิงตอบโต้จนกระสุนหมดและหนีไป เหว่งตะโกนบอกอำพันให้รีบตามไปเร็วๆ
"หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้เหว่ง" เสียงเสี่ยพิพัฒน์เฉียบขาด พอเหว่งกับอำพันชะงักมองก็เห็นเสี่ยกับแพ็ตเดินนำสมุนตรงดิ่งเข้ามา เสี่ยถามว่ามีเรื่องอะไรกัน
เหว่งใส่ความว่าพิชิตบุกมาพยายามทำร้ายตนกับอำพัน ตนจึงต้องป้องกันตัว เสี่ยสั่งให้ทุกคนหยุด หันไปพูดกับเหว่งว่า
"เอาไว้ส่งมอบสินค้าเสร็จเมื่อไหร่ เรื่องนี้เราต้องกลับมาคิดบัญชีกันแน่เหว่ง"
"ย่อมได้ครับเสี่ย ผมเต็มใจเสมอ" เหว่งตอบด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยในที
ooooooo
รอนถูกรณภพสอบปากคำด้วยตัวเอง รอนยังผยองนัก ขู่รณภพว่า ศัตรูที่ทำลายเอสเค 7 จะต้องพินาศเพราะพวกเดียวกัน ไม่เชื่อคอยดูก็แล้วกัน
เมื่อรณภพรายงานผลการสอบปากคำแก่สารวัตรชลิต ทั้งสารวัตรและหมวดโอมต่างเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ แต่รณภพกลับวิเคราะห์ว่า
"แต่ก็เป็นไปได้นะหมวด คนที่ทำลายเอสเค 7 ก็คือเสี่ยพิพัฒน์กับนายเหว่ง ถึงตอนนี้มันจะเป็นพันธมิตรกันก็จริง แต่ว่ามันเคยเป็นคู่แข่งกันมาก่อน" แล้วบอกสารวัตรว่า "ผมจะลองสืบข่าวเรื่องนี้จากแพตริเซีย บางทีเธออาจจะมีเบาะแสก็ได้ครับ"
ระหว่างถูกกักตัวอยู่ในห้องสอบสวนนั้น รอนเหลือบเห็นคลิปหนีบกระดาษบนโต๊ะที่รณภพวางทิ้งไว้ มันเหลือบมองสำรวจอย่างระวังก่อนขโมยคลิปซ่อนไว้ที่ซอกนิ้ว
ooooooo
ชาลียังถูกอำพันฝึกอย่างหนัก จนเขาเบื่อถามว่าเมื่อไรจะให้ตนลงมือแก้แค้นเสียที เหว่งจึงรับแคปซูลยาเม็ดหนึ่งจากอำพันให้ชาลีกิน บอกว่ามันเป็นยาวิเศษที่จะเพิ่มขีดความสามารถให้กับเขา ต่อไปจะไม่มีใครสู้เขาได้ต้านเขาอยู่
เมื่อชาลีกินยาเข้าไปก็ตกอยู่ในอาการมึนงงแล้วสติก็ขาดวูบไป หลังจากนั้นเขาถูกส่งตัวไปที่บ้านเสี่ยพิพัฒน์ บรรดาสมุนของเสี่ยที่จะมารุมจับ ก็ถูกชาลีเล่นงานหมดสภาพไปคนแล้วคนเล่า จนคนต่อๆมาไม่กล้าลุยเข้าไป แม้ชาลีจะถูกยิงเข้าที่ไหล่แต่เขาก็ไม่มีอาการเจ็บปวดเลยแม้แต่
น้อย ประกาศกร้าวว่า
"กลับไปบอกเจ้านายของแก ว่านี่คือการล้างแค้นของเอสเค 7" พูดแล้วกราดปืนใส่สมุนของเสี่ยอย่างบ้าคลั่งอีกรอบ พวกสมุนมุดหัวหลบกันพัลวัน พอเงยหน้าอีกทีชาลีก็หายไปแล้ว
นิโคลัสโวยวายกับเสี่ยว่าไหนบอกว่าจัดการพวก
เอสเค 7 หมดแล้ว ขนาดถิ่นของตัวเองยังปกป้องไม่ได้ แล้วจะรับประกันความปลอดภัยของตนได้อย่างไร เสี่ยบอกว่านั่นอาจไม่ใช่เอสเค 7 ตัวจริงก็ได้
นิโคลัสเร่งเสี่ยให้รีบจัดส่งสินค้าให้ตน ไม่อย่างนั้นก็จะไปติดต่อกับผู้ค้ารายอื่น
"ก็ได้คุณนิโคลัส แต่ว่าผมมีเงื่อนไข นั่นคือ ผมต้องเป็นคนกำหนดเวลา สถานที่ และก็วิธีการส่งสินค้าด้วยตัวเอง"
นิโคลัสพยักหน้าอย่างไม่มีปัญหา และเมื่อออกจากบ้านเสี่ยผ่านเหว่งที่มาดักอยู่ นิโคลัสพยักหน้าให้สัญญาณว่าทุกอย่างเรียบร้อยขณะเดินผ่าน เหว่งยิ้มอย่างสะใจที่แผนการหักหลังเสี่ยเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
เมื่อนิโคลัสไปแล้ว เสี่ยบอกแพ็ตว่าสภาพการณ์ตอนนี้เลวร้ายกว่าที่ตนคิดมาก บอกแพ็ตให้รีบเก็บของไปจากที่นี่เสีย ส่วนเรื่องความแค้นของเธอกับเหว่งตนจะจัดการให้เอง เร่งให้รีบไปก่อนที่ตนจะเปลี่ยนใจ แพ็ตได้แต่ขอบคุณเสี่ยด้วยความซาบซึ้งสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา
ก่อนจากไปอย่างเศร้าใจ
ooooooo
ชาลีกลับไปนั่งเหม่อทื่ออยู่ที่ห้องรับแขกของตัวเอง อำพันทำแผลให้ชาลีที่หัวไหล่ ครู่หนึ่งเหว่งตามมาสมทบ อำพันถามว่าได้ผลรึเปล่า
"เยี่ยมมาก ไอ้เสี่ยพิพัฒน์มันเชื่อสนิทว่าถูกเอสเค 7 โจมตี มันจะรีบส่งมอบสินค้าให้นิโคลัสเร็วๆนี้" อำพันตื่นเต้นดีใจมาก ถามว่าแล้วขั้นต่อไปจะทำอย่างไร "จัดการไอ้เสี่ยพิพัฒน์ ป้ายความผิดให้กับพวกเอสเค 7 ส่วนเราก็ขึ้นครองอำนาจ" เหว่งพูดอย่างผยองนัก
อำพันยิ้มอย่างสะใจ หันมองชาลีที่ยังนั่งเหม่อทื่อเป็นผีดิบอยู่ พูดเหมือนคุยกับชาลีว่า
"งานนี้ต้องขอบคุณคุณชาลี ถ้าไม่ได้เขา แผนการของเราก็คงไม่สำเร็จง่ายดายแบบนี้ ใช่ไหมชาลี..."
ooooooo
ก่อนหน้านี้ เมื่ออำพันเอายาให้ชาลีกินแล้วเขานั่งทื่อเป็นผีดิบนั้น เหว่งถามว่าแน่ใจหรือว่ายานี้จะได้ผล
"ไม่ต้องห่วง ต่อให้ใจแข็งขนาดไหน ลองเจอยากล่อมประสาทเข้าไป รับรองเสร็จฉันแน่" พูดแล้วอำพันเอานกหวีดโลหะออกมาชูตรงหน้าชาลี บอกเขา "มองดูนี่สิคุณชาลี มองดูให้ดี สิ่งนี้คือตัวแทนของชีวิตคุณ ชีวิตคุณเต็มไปด้วยความแค้น คุณกำลังรอเวลาที่จะล้างแค้น"
ชาลีมองนกหวีดเหมือนถูกสะกดจิต ความคิดเขาหวนกลับไปสู่อดีต ภาพในอดีตที่ธวัชพ่อของเขาถูกฆ่าและโนรีถูกทำร้ายแทรกเขามาในความนึกคิดภาพแล้วภาพเล่า จนเขาเพ้อออกมาด้วยน้ำเสียงกระด้าง
"แค้น...ผมต้องล้างแค้น"
เหว่งแสยะยิ้มเฝ้าดูขั้นตอนการสะกดจิตของ อำพันอย่างใจเย็น
"ทันทีที่นกหวีดนี่ส่งสัญญาณ ก็แปลว่าเวลาของคุณได้มาถึงแล้ว คุณต้องฆ่า ฆ่าทุกคนให้หมด"
"ทุกคน ต้องตาย ฆ่าทุกคนให้หมด" ชาลีทวนเหมือนเพ้อ
"ดีมาก ทีนี้จำเสียงของมันเอาไว้นะชาลี สัญญาณของการฆ่า" ว่าแล้วอำพันเป่านกหวีด
ทันที ที่เสียงนกหวีดดังขึ้น ดวงตาของชาลีก็เบิกโพลงอย่างเหี้ยมโหด สีหน้าเหมือนผีดิบกระหายเลือด
เหว่งลองเอามือโบกผ่านหน้าชาลีไปมา อย่างทดสอบ ถามอำพันว่า
"วิชาสะกดจิตของพวกเอสเค 7 นี่ร้ายกาจจริงๆ ว่าแต่ว่า เขาจะตกอยู่ในอำนาจของมันไปอีกนานแค่ไหน"
"ถ้าไม่ทำการถอน อย่างถูกวิธี เขาก็ต้องเป็นแบบนี้ไปชั่วชีวิต" เหว่งถามว่าเคยมีใครที่ได้สติเองบ้างไหม อำพันส่ายหน้าตอบอย่างมั่นใจว่า "มีแค่หนึ่งในร้อยเท่านั้น แต่ไม่ต้องเป็นห่วง หล่อๆแบบนี้ ฉันไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด" พลางอำพันเอามือลูบไล้ใบหน้าชาลีอย่างพอใจ
ooooooo
หลังจาก เสี่ยบอกให้แพ็ตเก็บของออกจากบ้านไป เพราะสภาพการณ์ไม่ดีแล้ว เธอกลับเข้าไปนั่งซึมที่เตียงนอนในห้อง ครู่เดียวพิชิตก็โทร.เข้ามือถือ ขอให้ออกไปพบตนหน่อย มีเรื่องสำคัญอยากจะบอก
แพ็ตขับรถไปที่จุดนัด หมาย พิชิตที่ซุ่มรออยู่รีบเปิดประตูรถขึ้นมานั่งเล่าอย่างไม่หายตระหนกว่า
"วัน นี้ ผมแอบเข้าไปในบ้าน ผมได้ยินไอ้เหว่งมันคุยกับอำพันว่าจะส่งมือสังหารมาฆ่าพี่ชายผม" แพ็ตถามว่าทำไมเขาไม่บอกตนแต่แรก พิชิตยอมรับว่าทีแรกนึกว่าไม่เกี่ยวกับเธอ แต่ว่า ตอนนี้รู้สึกว่ามันเริ่มจะเกี่ยวแล้ว แพ็ตถามว่าเกี่ยวยังไง
"ไอ้ เหว่งบอกว่ามือสังหารชื่อชาลี ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลูกของนายธวัชก็ใช้ชื่อนี้"
"ชาลี.." แพ็ตตกใจ เธอรีบโทร.ไปหารณภพทันที บอกเขาว่าตอนนี้ชาลีกำลังมีปัญหา เขาต้องคุมตัวชาลีไว้ให้ได้ รณภพถามงงๆ ว่าชาลีมีปัญหาอะไรหรือ
"เชื่อ ฉันเถอะค่ะผู้กอง ฉันได้ข่าวมาว่า ไอ้เหว่งจะใช้ชาลีเป็นเครื่องมือจัดการกับเสี่ยพิพัฒน์"
รณภพตกใจมาก เขาไปหาชาลีที่ห้องในคืนนี้เลย เคาะประตู ส่งเสียงบอกว่า
"ชาลี นี่ฉันเองนะรณภพ แกอยู่ในห้องรึเปล่าชาลี..." รณภพเงี่ยหูฟังพึมพำอย่างสงสัย "อะไรของมันวะ รปภ.ก็บอกว่ามันขึ้นห้องมาแล้วนี่"
รณภพจำได้ว่าตัวเองมีกุญแจห้อง ของชาลี เขาควานหาในกระเป๋าครู่หนึ่งก็เจอรีบไขเข้าไป ปรากฏว่าภายในห้องมืดมิด ร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบจึงเดินเข้าไปในห้อง แล้วเปิดไฟ
ปรากฏว่าชาลียืนทื่ออยู่ที่มุมห้อง รณภพหยอกว่าทำไมยืนเงียบๆ ตนนึกว่าผีเสียอีก ชาลีมองหน้ารณภพดวงตาไร้แวว พึมพำ "รณภพ" แล้วถามว่ามาทำไม
"เผอิญฉันได้ยินข่าวไม่ดีเกี่ยวกับแก ก็เลยเป็นห่วง เอาเป็นว่าคืนนี้ฉันอยู่เป็นเพื่อนแกก็แล้วกันนะ เมาหัวราน้ำกันหน่อยดีไหม ไอ้เสือ!"
รณภพเข้าไปตบบ่าชาลี ถูกชาลีตะปบมือไว้หมับ รณภพตกใจทักว่าท่าทางชาลีแปลกๆ ชาลีตวาดสวนไปทันที
"ไสหัว ไปให้พ้น ฉันอยากอยู่คนเดียว"
รณภพยิ่งแปลกใจในสายตา เห็นเงาคนแว่บๆอยู่ในห้องน้ำที่ประตูเปิดแง้มๆอยู่ พอถามว่าเขาอยู่กับใคร ชาลีตอบอย่างฉุนเฉียวว่า "ไม่เกี่ยวกับแก" ทำให้รณภพตัดสินใจผลักชาลีไปทางห้องน้ำ
ทันใดนั้นเอง อำพันก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับเป่านกหวีดวี้ดดด สั่ง "ชาลีฆ่ามัน!"
รณ ภพไม่ทันตั้งหลัก ถูกชาลีชักปืนออกมาเล็งใส่ทันที เขาพุ่งเข้ายื้อปืนไว้ร้องถามว่าเป็นบ้าอะไรขึ้นมา แต่ชาลีเหมือนไม่รับรู้อะไร เมื่อยิงไม่ได้ก็ต่อยแทน ยิ่งเมื่อรณภพปลดปืนได้ ชาลีก็ทั้งชกทั้งถีบจนรณภพกระเด็นไป อำพันเป่านกหวีดอีกครั้ง สั่งให้ชาลีถอย แล้วก็วิ่งนำชาลีไป
"ชา ลี..ชาลี..โธ่เว้ย.." รณภพตะโกนเรียกแล้วรีบวิ่งตามไป วิ่งลงไปจนถึงหน้าคอนโดฯ เจอแพ็ตขับรถมาพอดี เธอถามว่าแล้วชาลีไปไหน พอรณภพบอกว่าอำพันพาหนีไปแล้ว แพ็ตเรียกเขาให้รีบขึ้นรถแล้วขับไล่ตามรถของอำพันไป
ooooooo
อำพัน ขับรถพาชาลีหนีจากรณภพ พลางโทรศัพท์ ขอให้เหว่งรีบส่งคนมาช่วยเพราะตนกำลังถูกแพ็ตกับรณภพตามล่าอยู่ เธอนิ่งฟังปลายสายแล้วบอกว่าเดี๋ยวจะไปรอที่นั่น พลางมองกระจกส่องหลัง สบถอย่างแค้นใจ
"ไอ้พวกบ้า รนหาที่ตาย!"
ที่รถของแพ็ต เมื่อรับรณภพขึ้นรถขับตามอำพันไปแล้ว แพ็ตอธิบายสถานการณ์ให้รณภพฟังอย่างละเอียด เมื่อรณภพถามว่าทำไมชาลีถึงดูแปลกๆไป แพ็ตชี้แจ้งว่า
"ถ้าฉันเดาไม่ ผิด อำพันคงใช้วิชาสะกดจิตของเอสเค 7 เล่นงานชาลี ฉันได้ข่าวจากเสี่ยพิชิตว่า ไอ้เหว่งจะใช้ชาลีไปฆ่าเสี่ยพิพัฒน์"
รณ ภพถามทึ่งๆว่าด้วยวิธีการสะกดจิตนี่หรือ เป็นไปไม่ได้ แพ็ตยืนยันว่ามันเป็นไปแล้ว มันเหมือนกับที่ตนเคยสะกดจิตล้วงความลับจากพวกนักค้ายา และเจ้าเวียงวรรณก็เคยสะกดจิตโนรีให้ทำร้ายชาลีมาก่อน
"แล้วตอนนี้ เสี่ยพิชิตอยู่ไหน"
"เขากำลังหาทางช่วยพี่ชายเขาอยู่ค่ะ เราเองก็ต้องรีบขัดขวางชาลีเอาไว้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้"
ooooooo
อำพัน ขับรถล่อแพ็ตกับรณภพไปที่โครงการ ก่อสร้างร้างแห่งหนึ่งซึ่งค่อนข้างสลับซับซ้อน แพ็ตตามไปจอดรถใกล้ๆรถของอำพัน รณภพทำท่าจะลงไป เธอเตือนว่าให้ระวังด้วย นี่อาจเป็นกับดักของอำพันก็ได้ ทำให้รณภพชะงัก
ในโครงการก่อสร้าง ร้างนั้น สายตาคู่หนึ่งจ้องจับการเคลื่อนไหวของรณภพไม่วางตา
รณภพมอง เข้าไปข้างในและเดินเข้าไปอย่างระแวดระวัง โดยมีแพ็ตถือปืนเดินตามหลัง
ทันใด นั้น เสียงนกหวีดดังขึ้น แล้วเสียงอำพันก็สั่งเหี้ยม "ชาลี ฆ่าพวกมัน!"
ชา ลีชักปืนออกมายิงกระหน่ำใส่แพ็ตและรณภพทันที ทำให้ทั้งสองต้องหาที่กำบัง รณภพพยายามร้องบอกชาลีว่าตนเอง รณภพ แพ็ตเตือนเขาว่าไม่มีประโยชน์เพราะชาลีควบคุมตัวเองไม่ได้
รณภพถาม เคืองๆว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร ฆ่าชาลีหรือ แพ็ตย้อนถามว่าหรือเขาจะยอมถูกฆ่า ทำให้รณภพนิ่งอึ้งไป ก่อนจะบอกว่า
"ไม่..ผม ต้องหาทางหยุดชาลีให้ได้" แล้วบอกแพ็ต "คุณล่อพวกมันไว้ก่อนนะแพ็ต ผมจะอ้อมไปด้านหลัง"
ชาลีได้รับคำสั่งให้ฆ่าก็ยิงกระหน่ำจนกระสุนหมด อำพันเป่านกหวีดสั่งให้พอ แล้วตวาดถามแพ็ตว่ามุดหัวอยู่ไหน แน่จริงก็ให้ออกมา
แพ็ตเห็นรณภพอ้อมไปด้านหลังสำเร็จแล้ว เธอจึงโผล่มาเบนความสนใจทำเป็นชูมือยอมแพ้ บอกอำพันว่าจะทำอะไรตนก็ได้ แต่ให้ปล่อยชาลีไปเสียเพราะเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้
"ทำไมจะไม่ เกี่ยว ถ้าไม่ใช่เพราะมันอยากแก้แค้น มันจะมีสภาพเป็นอย่างนี้ได้ไง โทษฉันไม่ได้หรอกนะนังแพ็ต ต้องโทษตัวเขาเองที่ดันแส่หาเรื่อง"
พริบ ตานั้น รณภพโผล่ออกมาเอาปืนจ่อด้านหลังอำพัน สั่งให้หยุด ทิ้งปืนเดี๋ยวนี้
อำพัน จำต้องทิ้งปืน แพ็ตจึงลดมือลง บอกรณภพว่าให้เอานกหวีดของอำพันให้ตนเพราะอำพันใช้นกหวีดควบคุมชาลี รณภพกระชากนกหวีดจากคออำพันส่งให้แพ็ตแล้วหันไปชวนชาลี ว่าเราไปกันเถอะ
ชา ลียืนนิ่ง อำพันบอกให้รณภพเป่านกหวีด รณภพเป่านกหวีด แพ็ตร้องห้ามไม่ทัน พอเสียงนกหวีดดัง อำพันก็ตะโกนสั่ง
"ชาลี ฆ่ามัน!"
ooooooo










