สมาชิก

นักฆ่าขนตางอน

ตอนที่ 12

รณภพต่อสู้กับความคิดของตัวเองอย่างหนัก  ในที่สุดเขาหวังพึ่งพระกรณ์ ขับรถไปนมัสการท่านที่วัด พระกรณ์พูดถึงแพ็ตให้เขาฟังว่า

"อาตมาเคย เห็นคุณแพรเพชรมาตั้งแต่เล็ก  พื้นฐานของเธอเป็นคนดีนะโยม  ที่หลงผิดไปก็คงเป็นเพราะความแค้นมันบังตาเท่านั้น"

"แต่ผมเป็นตำรวจ นะครับหลวงพ่อ  ถ้าผมช่วยเธอก็เท่ากับช่วยคนร้าย"

"ถ้างั้น โยมคิดว่าทางออกของปัญหามันอยู่ตรงไหน จับคุณแพรเพชรเข้าคุกหรือปล่อยให้เธอเป็นนักฆ่าต่อไป"

รณภพสบตาพระ กรณ์อย่างสับสน ลังเล  ท่านจึงเอ่ยว่า

"ให้โอกาสแพรเพชร ช่วยเธอให้เลิกเป็นฆาตกร นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด  อาตมาเชื่อแบบนั้น"

ooooooo

แพ็ต เองก็คิดหนัก  ในที่สุดเธอตัดสินใจเข้าไปคุยกับโรเบิร์ต  ขอลาออกจากองค์กรด้วยเหตุผลว่าไม่อยากเป็นตัวปัญหา  เพราะฐานะของตนอาจถูกเปิดโปงเมื่อไรก็ได้

โรเบิร์ตหว่านล้อมว่าน่า เสียดายเพราะเธอกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งอยู่แล้ว แพ็ตบอกว่ามันไม่สำคัญสำหรับตน  โรเบิร์ตเองก็รู้ว่าที่ตนมาเป็นนักฆ่าก็เพื่อล้างแค้น  และตอนนี้ตนก็ทำสำเร็จแล้ว

"เธอคิดว่ามิสเตอร์เหว่งตายไปแล้วเหรอแพ ตริเซีย  อย่าลืมซิว่าตำรวจยังไม่พบศพมัน"

"แพ็ตทราบค่ะ  แพ็ตจะรอจนกว่าจะแน่ใจ  และนั่นก็คืองานสุดท้ายสำหรับแพ็ต"

"ยังมี พวกค้ายาเสพติดอีกมากที่ยังลอยนวลอยู่"  เสียงโรเบิร์ตเริ่มไม่พอใจ

"ปล่อย ให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นเถอะค่ะ  สำหรับแพ็ตทุกอย่างมันจบแล้ว"

โร เบิร์ตไม่พูดอะไรอีก   เขารู้สึกว่าคราวนี้แพ็ต เอาจริง

หลังจากนั้น แพ็ตไปคุยกับโนรีบอกว่าจะลาออกจากองค์กรและอยากให้โนรีออกไปด้วยกัน  โนรีพูดอย่างเสียดายว่าตนเพิ่งเริ่มทำงานเท่านั้นจะให้ไปได้อย่างไร

"คิด ให้ดีนะโนรี  ฆ่าพวกค้ายาไปคนหนึ่ง  อีกไม่นานก็ต้องมีคนใหม่มาแทนที่วนเวียนอย่างนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้น  เธอคิดว่าจะใช้ชีวิตแบบนี้จริงๆเหรอ" เห็นโนรีลังเล  แพ็ตทิ้งท้ายว่า "อย่าช้านะโนรี ถึงเราจะช่วยชีวิตเจ้าเวียงวรรณได้  แต่ตำรวจก็เริ่ม
ระแคะระคายเรื่องของเราแล้ว  เพราะฉะนั้นพวกเอสเค  7  อาจจะฆ่าตัดตอนเราเมื่อไหร่ก็ได้"

แม้จะยังลังเล  แต่พอฟังแพ็ตพูดทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น โนรีก็ใจหาย

ooooooo

เมื่อ เรื่องแพ็ตขอลาออกไปถึงเจ้าเวียงวรรณ  เจ้าถามโรเบิร์ตว่าแพ็ตบอกเหตุผลการถอนตัวไหม

"เขาอ้างว่าตำรวจเริ่ม สงสัยก็เลยไม่อยากให้พวกเราเดือดร้อนครับ"

"แล้วคุณคิดว่ายังไง"

"ถ้า เราฆ่าตำรวจคนนั้นเสีย ทุกอย่างก็คงง่ายขึ้น ความลับก็จะเป็นความลับต่อไป" โรเบิร์ตเสนออย่างเลือดเย็น เมื่อเจ้าเวียงวรรณคาดว่าแพ็ตคงไม่ยอมเพราะท่าทางทั้งคู่ สนิทสนมกันเป็นพิเศษ  "กฎต้องเป็นกฎครับเจ้า  ถึงแพ็ต จะเป็นลูกบุญธรรม
ของผมก็ตาม...เราจำเป็นต้องทำ!" โรเบิร์ตย้ำเหี้ยม

เจ้า เวียงวรรณพยักหน้าอย่างพอใจทั้งๆที่รู้ว่าลึกๆแล้วโรเบิร์ตก็ยังมีความลังเล อยู่

เวลาเดียวกัน พิชิตก็มีข่าวดีไปบอกพี่ชายว่าตอนนี้ รณภพคู่ปรับเก่าของเราโดนพักงานแล้ว เพราะทางผู้ใหญ่สงสัยว่าเขาแอบช่วยพวกนักฆ่าขนตางอน

"เป็นไปไม่ได้ ตำรวจตงฉินอย่างผู้กองรณภพจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร" เสี่ยพิพัฒน์ไม่เชื่อ

"ถ้า อย่างนั้นฉันบอกความจริงที่พี่ต้องคิดไม่ถึงแน่ว่า รณภพคนเก่งความจริงมันเป็นทายาทของนายใหญ่ฟง อดีตเจ้านายของพี่"

เสี่ย พิพัฒน์อึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างลิงโลดบอกน้องชายว่า

"ถ้า อย่างนั้น ผู้กองก็เป็นพวกเดียวกับเราน่ะซิ"

จากนั้นพิชิตก็โทร.ไปหา รณภพบอกว่าพี่ชายตนคือเสี่ยพิพัฒน์อยากเลี้ยงข้าวสักมื้อ รณภพตอบอย่างไม่แยแสว่า "แต่ผมยังไม่หิว"

"ตามสบาย ถ้าผู้กองไม่อยากรู้ว่าพ่อของผู้กองตายยังไง" พิชิตทิ้งไพ่ตายนี่เอง ทำให้รณภพยอมไปพบเสี่ยพิพัฒน์ที่ภัตตาคารจีนแห่งหนึ่ง พอเขาไปถึงเสี่ยก็ให้พิชิตออกไปคอยข้างนอก จากนั้นเจรจากับรณภพ

"ว่า กันตามตรงแล้ว มิสเตอร์ฟงพ่อของคุณเป็น

นายใหญ่คนสุดท้ายของแก๊ง แมงป่องดำ คนสนิทของเขาคือผมกับมิสเตอร์คิมพี่ชายของไอ้เหว่ง"

เสี่ย พิพัฒน์เล่ารายละเอียดว่า คนฆ่าพ่อของเขาคือเหว่ง มันเป็นคนหนุนหลังมิสเตอร์คิมพี่ชายของตัวเองให้ยึดอำนาจจากพ่อของเขาและเฉด หัวตนกับพิชิตออกจากองค์กร

รณภพถามว่าจะเชื่อที่เขาเล่าได้อย่างไร เสี่ยท้าให้ตรวจสอบดูได้เพราะยังมีสมาชิกของแมงป่องดำอีกหลายคนที่ยังไม่โดน เหว่งสั่งฆ่า

"แล้วคุณบอกเรื่องนี้กับผมทำไม"

"ผมเคารพมิสเต อร์ฟงพ่อของคุณมากนะผู้กอง ไม่ใช่เพราะเขาเป็นเจ้านาย แต่เพราะเขาเป็นอาจารย์ของผม ดังนั้น ถ้าคุณต้องการจัดการไอ้เหว่งเมื่อไหร่ ผมยินดีร่วมมือเต็มที่"

เห็นรณภพนิ่งคิด เสี่ยพิพัฒน์รีบยุส่งว่า ถ้ารณภพต้องการก่อตั้งแก๊งแมงป่องดำขึ้นมาใหม่ตนก็พร้อมจะหนุนหลัง รณภพไม่เอาด้วย ยืนยันว่าหน้าที่ของตนคือผดุงความยุติธรรม

"ยุติธรรม?" เสี่ยพิพัฒน์ย้ำขำๆ "ไอ้ที่คุณช่วยพวกเอสเค 7 ไล่ฆ่าพวกค้ายามันยุติธรรมนักรึไง"

"อย่างน้อยพวกเขาก็มีเจตนาจะทำให้สังคมดีขึ้น ไม่ใช่ กอบโกยผลประโยชน์เหมือนคุณ!"

เสี่ยพิพัฒน์ฉุนขาดปาแก้วไวน์ลงพื้นพูดเสียงเข้มอารมณ์เกรี้ยวกราดว่า

"ผมให้โอกาสคุณแล้วนะผู้กอง ในฐานะที่เห็นคุณเป็นสหายคนหนึ่ง แต่คุณปฏิเสธ!"

"คุณรู้จักผมน้อยเกินไปคุณพิพัฒน์" รณภพตอบอย่างมีอหังการ

"คุณก็เหมือนกัน คุณรู้เรื่องในวงการนี้น้อยเกินไปจะแมงป่องดำ ผม หรือเอสเค 7 มันก็สารเลวพอๆกัน โลกนี้ไม่มีองค์กรไหนหรอกที่ไม่ต้องการผลประโยชน์"

"แล้วผมจะคอยดู"

คำตอบสั้นๆแต่ชัดเจนหนักแน่นของรณภพ ทำให้เสี่ยได้แต่ยิ้มเหี้ยม พยักหน้าอย่างจะคอยดูเหมือนกัน!

ooooooo

คุยกับรณภพเสร็จ เสี่ยแสดงความยินดีที่เขาเป็นทายาทของมิสเตอร์ฟงซึ่งเราก็เหมือนพี่น้องกันหวังว่าเขาคงไม่ถือสาตนกับน้องในเรื่องที่ผ่านมา

"ผมยังยืนยันเจตนาเดิมคุณพิพัฒน์" รณภพหนักแน่นมั่นคง

เสี่ยพยักหน้าบอกว่าถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไรให้บอกก็แล้วกัน จากนั้นสั่งสมุนให้ขับรถไปส่งรณภพ

รอนตามมาและซุ่มถ่ายรูปนี้ไว้ได้ พูดอย่างสะใจว่า "ผู้กองรณภพ ออกลายจนได้"

จากรูปถ่ายนี้ โทนี่เรียกหมวดโอมไปพบเอารูปให้ดู ตั้งข้อสังเกตกับหมวดว่ารณภพอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ เอสเค 7 หรือเสี่ยพิพัฒน์ แต่ที่แน่ๆไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับเรา แล้วมอบหมาย ให้หมวดโอมไปช่วยสืบให้

"สารวัตรจะให้ผมทำอะไรครับ" หมวดถาม

"ในฐานะที่คุณรู้จักผู้กองรณภพดีกว่าใคร ผมอยากให้คุณคอยจับตาดูว่าเขาจะทำอะไรต่อไป"

ooooooo

เจ้าเวียงวรรณสุขภาพดีขึ้นแล้วแต่ยังอ่อนเพลีย ขณะนั่งพักผ่อนอยู่ที่ห้องกินข้าวหลังอาหารเช้า ดาหวัน เดินเข้าไปหาพร้อมหนังสือพิมพ์ในมือ ส่งให้อ่าน พาดหัวข่าวว่า

"คดีอุ้มตัวเจ้าเวียงวรรณส่อเค้าพิรุธ ตำรวจตั้งประเด็นพัวพันองค์กรนักฆ่าเอสเค 7"

อ่านแล้วเจ้าถามดาหวันว่าใครเป็นคนเขียนข่าว เธอตอบโดยไม่ต้องคิดว่าจะมีใครนอกจากชาลี

ดังนั้น เจ้าเวียงวรรณจึงพาดาหวันไปพบชาลีที่โรงพิมพ์ หลังจากคุยกันแล้วชาลีขอโทษที่เขาต้องเขียนไปแบบนั้นเพราะตำรวจให้ข้อมูลมา ตนจึงต้องเขียนไปตามเนื้อผ้า

"ลุงเข้าใจ แต่ตำรวจเขาแค่สันนิษฐาน ชาลีก็ไม่น่าเอามาขยายความให้มากเรื่อง ความจริงพวกเอสเค 7 มันบุกเข้าไปถล่มรังยาเสพติดต่างหาก แต่บังเอิญลุงถูกจับไปขังอยู่ในนั้นก็เลยโชคดีไปด้วย"

ดาหวันเห็นด้วยกับพ่อแนะอย่างประชดว่าถ้าชาลีอยากเขียนข่าวจริงๆ ทำไมไม่ลองเขียนเรื่องพ่อตัวเองดูบ้างล่ะ แล้วเน้นเสียงย้ำ "อดีตนักการเมืองผันตัวมาค้ายานรก น่าสนใจกว่ากันเยอะ"

ชาลีสะอึกไปนิดหนึ่ง เจ้าตำหนิลูกสาวว่าพูดอะไรแบบนั้น ชาลีลุกขึ้นตัดบทว่า

"ช่างเถอะครับคุณลุง ที่ดาหวันพูดมาก็ถูก ความจริงแล้วผมอยากจะเปิดโปงเรื่องทั้งหมดว่ามันโยงใยไปถึงใครบ้าง"

เจ้าเวียงวรรณรู้ว่าถูกชาลีจิกเลยผสมโรงพูดท้าว่าการค้า ของตนทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว  ถ้าอยากตรวจสอบอะไรให้บอกได้เลย ตนยินดีให้ตรวจสอบเต็มที่

ดาหวันไม่สบายใจจะทักท้วงพ่อ ถูกเจ้าเวียงวรรณยกมือห้ามไม่ให้ทัดทาน ส่วนชาลีนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเปลี่ยนประเด็นถามว่าเจ้ามีเกาะส่วนตัวอยู่แถวระยองใช่ไหม   ถามอย่างหยั่งเชิงว่า

"ไม่ทราบว่าเกาะนั้นทำกิจการเกี่ยวกับอะไรเหรอครับ"

"ก็แค่ที่พักตากอากาศ ถ้าชาลีอยากจะไปเที่ยวก็เชิญเลย ทุกอย่างฟรี"

ชาลีสบตาเจ้าเวียงวรรณเต็มๆนึกในใจว่า...งานนี้มีพิรุธ

ooooooo

ฝ่ายแพ็ตได้อ่านข่าวเดียวกันนี้จากหนังสือพิมพ์ ที่โนรีเอาไปให้ โนรีบ่นว่าชาลียุ่งไม่เข้าเรื่อง

"เธอต้องหาวิธีปรามเขานะโนรี ถ้าเขารู้ความจริงเมื่อไร เอสเค 7 ต้องส่งคนไปกำจัดเขาแน่" แพ็ตบอกโนรีด้วยความเป็นห่วง

แต่หารู้ไม่ว่าวันเดียวกันนี้ โอมที่ได้รับมอบหมายงานจากโทนี่ลงมือทำงานแล้ว...

รณภพที่ออกไปซื้อของกลับมาถึงห้องเปิดประตูเข้าไปเห็นไอ้โม่งคนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องแอบผลักประตูหนีออกไป เขาตะโกนถาม "นั่นใคร อย่าหนีนะ"

แต่ไอ้โม่งไม่หยุดวิ่งไปทางลิฟต์ รณภพวิ่งตามไปทันไอ้โม่งก็วิ่งลงไปทางบันไดหนีไฟ แต่ถูกรณภพกระโจนเข้ารวบไว้จนล้มไปด้วยกัน ทั้งสองชกต่อยกันอยู่ครู่หนึ่ง รณภพได้จังหวะกระชากหน้ากากไอ้โม่งออก แล้วเขาก็อุทานอย่างตะลึงงัน
"โอม นี่คุณเองเหรอ!?"

หลังจากพากันไปนั่งคุยที่ห้องรับแขกแล้ว หมวดโอมแสดงจุดยืนชัดเจนว่าตนไม่ใช่สมาชิกเอสเค 7 และไม่ใช่พวกเสี่ยพิพัฒน์ ดังนั้นก็ไม่ใช่พวกของรณภพเช่นกัน

เมื่อรณภพรู้ว่าหมวดโอมแอบมาติดเครื่องดักฟังทั้งยังถูกหมวดท้าทายว่าจะทำอะไรตนก็เชิญ   รณภพจึงประกาศ

ด้วยความผิดหวังว่า "ต่อไปนี้ผมจะถือว่าเราอยู่กันคนละฝ่าย  อย่ามายุ่งกับผมอีกจำไว้"

ทั้งคู่จากกันด้วยความรู้สึกที่ยืนอยู่กันคนละฝ่าย เมื่อจ่าฉิมรู้ก็บ่นอย่างเสียดายว่าตนเตือนแล้วว่าจะทำอะไรให้ระวัง หมวดโอมก็ยังยืนยันท่าทีของตัวเองอย่างแน่วแน่ว่า

"ผมไม่สนหรอกจ่า ยังไงผมก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ผู้กองรณภพเกี่ยวพันยังไงกับไอ้พวกเอสเค 7 โดยเฉพาะนักฆ่าขนตางอน!"

จ่าฉิมก็ได้แต่หนักใจกับความมุ่งมั่นของหมวดโอม

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงชาลี โนรีไปหาเขาที่บ้าน เทพไม่ยอมให้เข้าอ้างว่าชาลีสั่งไว้ไม่ให้ใครเข้าไปแม้แต่ตัวเธอ ถ้าอยากเข้าจริงๆก็ให้ติดต่อชาลีให้เขาอนุญาตก่อน โนรีอ้างว่าติดต่อไม่ได้เขาไม่รับสาย เทพบอกว่าช่วยไม่ได้ตนเองก็จนปัญญาเพราะเจ้านาย
สั่งไว้อย่างนั้น

ทั้งคู่โต้เถียงกันอยู่ที่หน้าบ้าน จนกระทั่งชาลีออกมาถามว่ามาทำไม โนรีบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเขา ชาลีจึงพาเข้าไปในบ้าน โนรีจึงรู้ว่าเขาหันกลับมาดื่มหัวราน้ำอีกแล้ว ชาลีถามประชดว่า

"คราวนี้เจ้านายคุณส่งคุณมาทำไม จะมาฆ่าผมเหรอ"

โนรีบอกว่าโรเบิร์ตเป็นคนดี ชาลีประชดว่าสมาชิกเอสเค  7  คงเป็นคนดีกันทุกคนใช่ไหม  โนรีฉุนขึ้นมาเลย ปรามว่า

"อย่ากล่าวหากันพล่อยๆนะ ที่ฉันมาเนี่ยก็เพราะหวังดีกับนาย ถ้านายยังไม่เลิกเขียนข่าวเรื่องเอสเค 7 ละก็ รับรองว่านายต้องเจอดีแน่"

ชาลีตอบอย่างไม่แยแสว่านั่นไม่ใช่ธุระของเธอ ถ้าห่วงจริงก็อย่ามาให้เห็นหน้าอีก  ตนสะอิดสะเอียนเต็มทีแล้ว  ทำให้ โนรีตัดสินใจกลับไปด้วยความสะเทือนใจที่ไม่สามารถเปลี่ยนใจชาลีได้

ooooooo

โนรีกลับไปถึงบาร์กุหลาบขาวด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ขอเวลากับคริสไปสงบอารมณ์ก่อนแล้วจะแต่งตัวขึ้นเวทีร้องเพลง

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อเมฆคลั่งไคล้โนรีจนแอบเข้าไปโปะยาสลบหมายลักพาตัว เป็นจังหวะที่คริสเอาเครื่องดื่มเย็นๆไปให้โนรีเผื่อเธอจะสบายใจขึ้นเจอเหตุการณ์เข้าพอดี

ความหน้ามืดของเมฆ  ทำให้เขาใช้ขวดฟาดหัวคริส

พี่ชายแท้ๆของตัวเองที่เข้าไปห้ามปรามจนสลบแล้วแบกโนรีออกไปจากห้อง

จากนั้นไม่นาน  ชาลีกำลังนั่งทำงานอยู่ที่ห้องนอน ก็ได้รับโทรศัพท์จากแพ็ตแจ้งว่าโนรีถูกจับตัวไป เขาตกใจมากรีบออกไปพบแพ็ตที่ห้องทำงานในบาร์กุหลาบขาวทันที

ชาลีไปถึงเจอคริสกำลังเล่าเหตุการณ์ให้แพ็ตฟังว่าเมื่อสิบนาทีที่ผ่านมาตนถูกคนร้ายตีหัวแล้วมันก็เอาตัวโนรีไป แพ็ตบอกชาลีว่าตนแจ้งตำรวจท้องที่แล้วแต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้าและคนที่นี่ก็ไม่มีใครเห็นหน้าคนร้ายเลย พลางเธอพยักพเยิดไปทางคริส
ชาลีจึงหันไปคาดคั้นกับคริส

คริสปากแข็งไม่ยอมบอกว่าคนร้ายเป็นใคร จนกระทั่งแพ็ตโน้มน้าวว่า

"นี่คุณ ชีวิตของโนรีขึ้นอยู่กับคุณนะ บอกมาเถอะคนร้ายเป็นใคร คุณรู้จักมันไหม"

สุดท้ายคริสก็ยอมบอกว่ามันคือเมฆน้องชายตน และแสดงความเสียใจกับแพ็ตที่น้องก่อเรื่องขึ้น

เมื่อรู้ตัวคนร้าย ปัญหาจึงมีว่าแล้วจะหาเบาะแสต่อไปอย่างไร คริสบอกว่าเพื่อนของเมฆนั้นมีมากจนไม่รู้จะพุ่งเป้าไปที่ไหน ครั้นชาลีถามว่าเพื่อนที่ไหน คริสจึงยอมบอกว่าเป็นพวกขี้คุกด้วยกันมาก่อน

"รณภพ" ชาลีนึกถึงเพื่อนรักขึ้นมาได้ "รณภพบอกผมว่าเคยใช้นายเมฆเป็นสาย บางทีรณภพอาจจะรู้ว่าเพื่อนของเมฆมีใครบ้าง" ชาลีฉุกคิดได้ เขาบอกแพ็ตอย่างมีความหวัง

ooooooo

โนรีถูกเมฆเอาตัวไปซ่อนที่ห้องนอนบ้านของเอกเพื่อนคนหนึ่งของมัน   พอโนรีรู้สึกตัวก็งงๆว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง  เมฆเข้าไปแสดงตัวพร่ำเพ้อถึงความรัก ความหลงในตัวโนรี ชีวิตตนขาดเธอไม่ได้

โนรีรู้ตัวว่าตกอยู่ในอันตราย เธอชักมีดออกมาขู่ ถูกเมฆขู่กลับว่าอย่าทำให้ตนต้องใช้กำลังกับเธอเลย แต่โนรีก็สู้สุดฤทธิ์

จนกระทั่งได้จังหวะ   โนรีเปิดประตูวิ่งออกไป   เมฆตามไปคว้ากลับมา   พอดีเอกโผล่มาเจอ   เตือนสติเพื่อนว่าทำไมต้องลงมือกับผู้หญิงด้วย  เมฆสวนไปว่าโนรีเป็นแฟนตน เอกไม่เกี่ยว

"ฉันไม่ใช่แฟนมัน มันฉุดฉันมา ช่วยฉันด้วย" โนรีตะโกนขอความช่วยเหลือ ถูกเมฆตบปากจนฟุบไป เอกรับไม่ได้ที่เมฆทำร้ายผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ เมฆก็โกหกว่าโนรีมีกิ๊กเลยต้องสั่งสอน

ระหว่างที่เมฆโต้เถียงกับเอกนั่นเอง โนรีฉวยโอกาสเหวี่ยงศอกใส่เมฆแล้ววิ่งหนีไปทางหลังบ้าน เมฆวิ่งตามไปแต่เธอวิ่งเข้าห้องน้ำปิดประตูลงกลอน ดันตุ่มน้ำมายันไว้อีกชั้นหนึ่ง

เมฆพยายามจะพังประตูเข้าไป เอกบอกให้ใจเย็นๆ เธอขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำได้ไม่นานหรอก เมฆจึงค่อยเย็นลง

ooooooo

ชาลีกับแพ็ตไปหารณภพที่คอนโดฯ หลังจากบอกเล่าเรื่องราวกันแล้ว รณภพทบทวนประวัติของเมฆจำได้ว่าเมฆมีเพื่อนซี้ในเรือนจำสองคนคือนายเอกพลกับนายสมชาย ชาลีจึงขอที่อยู่อ้างว่ากว่าจะประสานงานกับตำรวจท้องที่คงต้องใช้เวลา ตนจะออก
ไปหาเองเดี๋ยวนี้เลย

"ถ้างั้นเราแยกกันหาจะได้เร็วขึ้น" แพ็ตเสนอ รณภพพยักหน้าเห็นด้วย

แพ็ตกับรณภพไปที่บ้านสมชาย ส่วนชาลีไปที่บ้านสวนของเอกพล

เป็นเวลาที่เอกกำลังหว่านล้อมเมฆให้ใจเย็นๆหลอกล่อว่าผู้หญิงนั้นชอบคนเอาใจ  โนรีคงหิวแล้วด้วย  แนะเมฆให้ไปซื้ออาหารมาให้เธอกิน เธออาจจะได้รู้สึกดีขึ้น

พอเมฆออกไป เอกก็ไปที่หน้าห้องน้ำ เป็นเวลาที่โนรี กำลังเตรียมจะเปิดห้องน้ำออกมาพอดีเพราะได้ยินเสียงรถ เลยเจอเอกเข้า เอกถามตรงๆว่าเธอถูกฉุดมาใช่ไหม ถ้ารู้แต่แรกก็จะไม่ช่วยเมฆเพราะไม่อยากติดคุกอีกรอบ แล้วบอกโนรีให้รีบออกมา ตนจะ
พาเธอไปจากที่นี่เอง

เอกพาโนรีออกไปไม่ทันไร เมฆก็กลับมาพร้อมถุงอาหาร พอเห็นประตูห้องน้ำเปิดและทั้งเอกทั้งโนรีก็หายไป เมฆวางของพุ่งตามไปด้วยความแค้น

ขณะโนรีวิ่งตามเอกไปอย่างหนีตายนั่นเอง จู่ๆเมฆก็โผล่พรวดมาข้างหลังและจ้วงแทงเอกจนฟุบ จากนั้นก็ฉุดโนรีพาหนีไป

ooooooo

แพ็ตกับรณภพไปที่บ้านสมชาย   ปรากฏว่า สมชายไม่รู้เรื่องแต่แนะนำให้ไปที่บ้านเอกลองดู

เป็นเวลาที่ชาลีไปถึงบ้านเอกแล้ว เขาไปยืนตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้านปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ ทันใดนั้นหูแว่วเสียงร้องขอความช่วยเหลือของผู้หญิง ชาลีจำได้ว่าเป็นเสียงของโนรี เขาพุ่งพรวดไปตามเสียงนั้นทันที

รณภพกับแพ็ตบ่ายหน้าไปที่บ้านเอก  ระหว่างทางรณภพ นั่งเงียบขรึมจนเธออึดอัด ในที่สุดทำลายความเงียบขึ้นว่า

"ป่านนี้คุณชาลีน่าจะไปถึงบ้านสวนแล้วนะ ไม่รู้ว่าโนรีจะปลอดภัยรึยัง"

"ไม่ต้องห่วงหรอกคุณ ใครจะทำอะไรนักฆ่าขนตางอนได้ ในเมื่อแต่ละคนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว" เสียงรณภพประชดประชัน

"ผู้กองคะ ฉันเคยบอกแล้วว่าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าไม่จำเป็นจริงๆเพราะเหตุการณ์บังคับ ฉันก็คงไม่อยากมาเป็นนักฆ่าแบบนี้" แพ็ตพูดอย่างขอความเข้าใจ จนรณภพถามว่าอยากให้ตนเห็นใจงั้นหรือ แพ็ตบอกตามตรงว่า "ฉันแค่อยากได้โอกาส
เพราะฉันกำลังจะถอนตัว ถ้านายเหว่งตายเมื่อไหร่ ฉันจะไปจากเอสเค 7 ทันที"

"คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร"

"อาจทำเพื่อให้ใครบางคนยอมรับฉันก็ได้" แพ็ตตอบเป็นนัย เมินหน้าไปงอนๆ

รณภพมองเธออย่างสะดุดใจ เริ่มลังเลใจในท่าทีของตัวเองเหมือนกัน

ooooooo

ชาลีวิ่งไปตามทิศทางที่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ  เจอโนรีกำลังถลาล้มพอดี  เขาพุ่งเข้าไปประคองเธอไว้  โนรีรีบบอกให้หนีกันไปเร็วๆ  แต่พอชาลีประคองโนรีขึ้นมาเมฆก็มาถึงพอดี  มันโผนเข้าแทง แต่ชาลีผลักโนรีพ้นไปแล้วตัวเองพลิกหลบ
คมมีด  กระนั้นก็ยังถูกสะกิดเข้าจนเป็นแผล

เมฆแค้นจัดพุ่งเข้าจ้วงแทงชาลีอีก แต่มีดยังไม่ทันปักลงมาก็ถูกกระสุนปืนจากรณภพจนร่วงไป โนรีหันมองเห็นแพ็ตถือปืนกระหน่ำยิงซ้ำจากที่รณภพยิงนัดแรก เมฆกระเสือก กระสนคลานหนีและกระโดดลงคลองหายไป

รณภพบอกโนรีว่าหมดไอ้เมฆไปคนชีวิตเธอก็ไม่ต้องหวาดกลัวอีกแล้ว   ส่วนชาลีก็ขอบใจรณภพที่มาช่วยตนได้ ทันเวลาพอดี

ooooooo

หลักจากเงียบหายไปนาน จู่ๆวันนี้มิสเตอร์เหว่ง ก็โทร.เข้ามาหาเสี่ยพิพัฒน์ เสี่ยรับสายแกนๆจนมิสเตอร์ เหว่งแหย่ว่าพูดจากับสหายเก่าทั้งทีให้เสียงนุ่มนวลหน่อย เสี่ยย้อนถามว่ามาเฟียตกอับอย่างนี้ตนต้องแคร์ด้วยหรือ

มิสเตอร์เหว่งบอกว่าโทร.มาเพราะมีข้อเสนอ ยอมรับกับเสี่ยว่าตอนนี้ตนถังแตก ไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจเหมือนแต่ก่อนแต่ยังมีสมอง  แล้วเสนอว่าตอนนี้เรามีศัตรูตัวเดียวกันนั่นคือ เอสเค 7

"ฉันไม่สน" เสี่ยตอบอย่างรำคาญใจ

"สนหน่อยเถอะสหาย เพราะตอนนี้มันโค่นฉันได้แล้ว ดังนั้นเป้าหมายต่อไปก็คือแก"

ฟังแล้วเสี่ยชะงัก ถามว่ามีแผนอะไร มิสเตอร์เหว่ง บอกว่าตนรู้ความลับบางอย่างของพวกนั้น

"มีสมาชิกระดับหัวหน้าของเอสเค 7  คนหนึ่งแปรพักตร์มาอยู่กับฉัน   ถ้าแกร่วมมือกับฉัน   รับรองว่า เอสเค 7  เสร็จเราแน่"

เสี่ยพิพัฒน์นิ่งคิดกับข้อเสนอที่น่าสนใจนี้ จนพิชิตท้วงติงว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจะทำลายเอสเค 7ได้จริงๆ

"มัน บอกว่ามีสมาชิกระดับหัวหน้าของเอสเค 7 คนนึง แปรพักตร์มาอยู่กับมัน เพื่อให้การค้าของเราราบรื่น เราต้องทำลายเอสเค 7 ก่อน แกเข้าใจไหม"

พิชิต ไม่ตอบแต่คิดสงสัยว่าใครคือสมาชิกของเอสเค 7 ที่แปรพักตร์ไปอยู่กับมิสเตอร์เหว่ง?

ที่แท้คืออำพันนั่นเอง! มิสเตอร์เหว่งไปเอาตัวอำพันจากเกสต์เฮาส์ที่เธอถูกรุมโทรมไปพักฟื้นที่ โรงแรม พออำพันรู้สึกตัวถามว่าช่วยตนทำไม มิสเตอร์เหว่งตอบอย่างเหนือชั้นว่า

"ศัตรูของศัตรูคือมิตร" อำพันแย้งว่าตนเคยทำร้ายเขา มิสเตอร์เหว่งหัวเราะเบาๆตอบว่า "นั่นมันเป็นอดีตไปแล้วน้องสาว ตอนนี้เรามีศัตรูคนเดียวกัน ฉันจะช่วยเธอล้างแค้น ถ้าเธอช่วยฉันทำลายเอสเค 7"

เมื่ออำพันนิ่งคิด มันตัดบทว่า "ไม่ต้องคิดมาก เธอบอบช้ำมากนะอำพัน เธอต้องพักฟื้นสักระยะหนึ่ง ฉันจะช่วยพาเธอไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย"

อำพัน นิ่งมองหน้าอย่างสนใจ...

ooooooo

เพราะชาลีบาดเจ็บจากการช่วย ตน โนรีจึงไปเยี่ยมเขาที่บ้าน เทพพาไปที่ห้องนอนของชาลี บอกว่าตนจะรออยู่ด้านนอกเผื่อมีเหตุร้าย ชาลีตอบอย่างสบายใจว่าไม่ต้องห่วง เพราะโนรีคงไม่ทำร้ายตน

โนรีเอาช่อดอกไม้เข้าไปส่งให้ชาลี พูดเขินๆว่าตนมาเยี่ยม ชาลีตอบอย่างหมางเมินว่าตนไม่ได้เป็นอะไรมากความจริงไม่ต้องมาก็ได้

"ฉัน อยากขอบใจที่นายช่วยฉันเอาไว้" โนรีเข้าไปนั่งข้างๆ  "ฉันรู้ว่านายโกรธฉันเรื่องที่พ่อนายถูกฆ่า  แต่นายก็รู้ว่าพ่อนายมีพฤติกรรมยังไง"

พอพูดเรื่องนี้ชาลีก็มองหน้า โนรีตาขวาง ถามอย่างไม่พอใจว่า

"แล้วไง การที่พ่อฉันเป็นคนเลวแปลว่าเขาสมควรตายงั้นเหรอ เอสเค 7 มีสิทธิ์อะไรมาลงโทษพ่อฉันอย่างนั้น มีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกต้อง"

โนรีตัดบทว่าตนไม่ได้มา เถียงกับเขาแต่พูดเพื่อให้เขาเข้าใจหน้าที่ของตนเท่านั้น ชาลีบอกว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเธอ มันอยู่ที่เอสเค 7 ถ้าเธอยอมถอนตัวจากองค์กรนั่น เขาก็จะถือว่าเธอยังเป็นเพื่อนอยู่

"แล้ว ถ้าไม่ล่ะ" โนรีถามอย่างวัดใจกัน ชาลีพูดทันทีว่าเธอก็ต้องพินาศไปพร้อมกับมัน โนรีย้ำกับชาลีว่า "คิดจะเป็นศัตรูกับเอสเค 7 คิดโง่ๆ นายมันรนหาที่ตาย"

โนรีผลุนผลัน จะออกไป ชาลีลุกพรวดกระโดดไปคว้าตัวเธอไว้ด้วยความโกรธพูดใส่หน้า

"ผู้ หญิงอย่างเธอจะไปรู้อะไร เธอน่ะถูกคุณแพ็ตล้างสมองจนไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก"

"อย่ามาพูด ดูถูกคุณแพ็ตนะ"

"ฉันจะพูด เธอจะทำไม เธอน่ะถูกนังฆาตกรนั่นหลอกใช้ นังนั่นไม่ได้เห็นคุณค่าอะไรของเธอหรอก เธอมันก็แค่นักร้องบ้านนอกต่ำๆ ที่ใครจะหิ้วไปไหนเมื่อไหร่ก็ได้"

โนรีโกรธจัดตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ชาลีหน้าชาตาแดงก่ำ พริบตานั้นก็กระชากตัวเธอเข้าไปจูบอย่างดุเดือด โนรีดิ้นแต่ สุดท้ายอ่อนแรงระทวยอยู่ในวงแขนแข็งแรงของชาลี...

เทพ คอยอยู่ที่ชั้นล่าง รู้สึกคอยนานผิดปกติเป็นห่วงชาลีจึงย่องขึ้นไปดู พอเห็นเสื้อของโนรีกองที่พื้นหน้าห้องก็ชะงักหยุดกึก พึมพำขำๆว่า "นี่ทะเลาะกันยังไงจนผ้าผ่อนหลุด" แล้วถอยกลับไป

จนถึงกลางคืน  โนรีตื่นขึ้นมาดูสภาพตัวเองแล้วรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอลุกไปแต่งตัวออกจากห้อง พอดีชาลีรู้สึกตัวพยายามร้องเรียกแต่โนรีออกไปแล้ว

ooooooo

ที่ หน้าบ้านชาลี รณภพขับรถมาจอดกดกริ่งเรียก เทพออกมาที่ประตู รณภพถามว่าชาลีเป็นอย่างไรบ้าง เทพตอบสบายๆว่า "ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ"

"ฉัน มีเรื่องจะปรับความเข้าใจกับมันหน่อย" รณภพบอก

เทพอึกอัก จนรณภพถามว่าทำไม มีอะไรหรือเปล่า ก็พอดีโนรีโผล่ออกมาเจอ ถามรณภพว่ามีอะไรหรือเปล่า

"เมื่อคืนคุณแพ็ตบอกผมว่าจะวางมือจากองค์ กรเอสเค 7 เขาพูดจริงรึเปล่า" รณภพถามแต่กลับถูกโนรีย้อนถามว่าแล้วเขาเชื่อใจแพ็ตหรือเปล่า "ก็ยังไม่แน่ใจ" รณภพตอบตามจริง

"ฉันอยากจะบอกความจริงให้ผู้กองทราบ อย่างนึงว่า คุณแพ็ตแคร์ผู้กองมากนะคะ ที่ผ่านมาเธอถึงไม่เคยทำร้ายผู้กอง ผู้กองน่าจะเชื่อใจเธอ"

พูดแล้วโนรีผลุนผลันผละไปทิ้งให้รณภพคิดหนัก อยู่ ตรงนั้น แต่ท่าทีที่ไม่พอใจต่อกันของทั้งสองอยู่ในสายตาของชาลีที่ตามออกมาดูอยู่ เงียบๆ

เมื่อกลับไปถึงบาร์กุหลาบขาว โนรีเล่าให้แพ็ตฟัง แพ็ตพูดอย่างไม่อยากเชื่อว่าคนอ่อนไหวอย่างชาลีจะกล้าเป็นศัตรูกับพวกเรา โนรีเชื่อว่าเขาคงแค้นที่เราทำให้พ่อเขาตาย

"ถ้าเขาจะทำลายเอสเค 7 จริงๆ เธอจะทำยังไงโนรี" แพ็ตหยั่งท่าที

"ทำไมคุณแพ็ตไม่ลองถามตัว เองดูบ้างล่ะคะ ถ้าผู้กองรณภพคิดแบบเดียวกับชาลี คุณแพ็ตจะทำยังไง"

เป็น คำถามที่จี้ใจดำและบอกนัยบางอย่าง ทำให้แพ็ตนึกกังวลขึ้นมา

ooooooo

การ ช่วยชาลีรอดตายครั้งนี้ของรณภพ ทำให้ ความสัมพันธ์ของทั้งสองที่เคยบาดหมางกลับคืนดีกันและรักกันเหมือนเดิม ทั้งสองคุยกันอย่างเปิดอก ชาลีถามรณภพตรงๆว่ากล้าสาบานไหมว่าเขาไม่มีส่วนพัวพันกับเอสเค 7 รณภพมองหน้าชาลีก่อน
ตอบอย่างหนักแน่นว่า

"ฉันเองก็ลงเรือลำเดียวกับ แกนะชาลี ผู้หญิงที่ฉันรักเป็นสมาชิกขององค์กรวายร้ายนั่น"

"งั้นถ้า เราทำลายเอสเค 7 ก็เท่ากับทำลายคนที่เรารัก" ชาลีย้อนถาม รณภพถามว่าเขาคิดจะทำอะไร "ฉันจะปล่อยให้ เอสเค 7 ลอยนวลต่อไปไม่ได้" ชาลีมุ่งมั่น

"แล้วคุณแพ็ตกับโนรีล่ะ" รณภพหนักใจ

"เขามีหน้า ที่ของเขา เราก็มีหน้าที่ของเรา อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเพื่อน"

คำตอบของชาลีทำให้รณภพได้แต่พยักหน้าอย่างสลดใจกับความจริงที่ต้องเลือก!

จาก นั้น ชาลีกับรณภพพากันไปหาหมวดโอมที่อพาร์ตเมนต์ พอหมวดเห็นรณภพก็ถามชาลีอย่างไม่พอใจว่าพารณภพมาทำไม ชาลีบอกว่า รณภพเป็นพวกเดียวกับเรา หมวดสวนไปว่าพวกเดียวกับเอสเค 7 สิไม่ว่า รณภพที่นิ่งอยู่นานจึงเอ่ยกับหมวด
อย่างจริงจังว่า

"ถึงเวลาที่ผมต้อง พิสูจน์ตัวเองแล้วล่ะโอม"

จากนั้นชาลีจึงชี้แจงว่า อาทิตย์นี้เจ้าเวียงวรรณเชิญตนไปที่เกาะส่วนตัวของเขา ตนสงสัยว่าจะป็นฐานใหญ่ของพวกเอสเค 7 แล้วรณภพก็อธิบายรายละเอียดว่า

"นัก ฆ่าทุกคนถูกส่งไปประจำตามภูมิภาคต่างๆ แต่ละคนฝีมือร้ายกาจต้องใช้เวลาฝึกเป็นปี"

"และชัยภูมิที่เหมาะ ที่สุดในการฝึกของนักฆ่าก็คือเกาะส่วนตัวของเจ้าเวียงวรรณ" ชาลีเสริม

"พวก เราจะไปที่นั่นเพื่อสืบเรื่องนี้ ถ้าเจอหลักฐานเมื่อไรเราจะเล่นงานเจ้าเวียงวรรณได้ทันที" รณภพตั้งเป้าหมายแน่วแน่ จนหมวดโอมฟังแล้วพยักหน้าอย่างคล้อยตาม

ooooooo

มิส เตอร์เหว่งเร่งดูแลอำพันอย่างจริงจัง จนวันนี้เธอออกกำลังกายอย่างหนักจนเหว่งทักท้วงว่าอย่าหักโหมเพราะแผลยังไม่ หายดี

"ไม่จำเป็น ตอนนี้ฉันพร้อมแล้วที่จะจัดการกับนังแพ็ต" อำพันอาฆาตแค้น เมื่อเหว่งถามว่าเธอต้องใช้คนสักเท่าไร อำพันตอบอย่างมีแผนแล้วว่า "เอาฝีมือเจ๋งๆ แค่สิบกว่าคนก็พอ ฉันรู้ ทางหนีทีไล่ของพวกมันดี รับรองว่า งานนี้ไม่มีพลาด"

มิสเตอร์เหว่ง ยิ้มอย่างพอใจในความมุ่งมั่นแก้แค้นของอำพัน

ooooooo

วันนี้ เจ้าเวียงวรรณเรียกแพ็ตไปพบที่บ้าน พากันไปนั่งคุยที่เรือนกล้วยไม้ เจ้าถามว่าได้ยินโรเบิร์ตบอกว่าแพ็ตจะถอนตัวจากองค์กรมีเหตุผลอะไรหรือ เธอบอกว่าสมัครใจจะวางมือเอง เพราะตัวเองกำลังถูกตำรวจจับตาอยู่ไม่อยากให้มีผลกระทบถึงองค์กร

ครั้น เจ้าย้ำว่าไม่มีเหตุผลอื่นแน่นะ เธอพยักหน้าบอกว่า ตนตั้งใจว่ามิสเตอร์เหว่งจะเป็นภารกิจสุดท้ายของตัวเอง

"ดูเหมือนว่า โรเบิร์ตจะรับปากเธอไว้อย่างนั้น แต่ฉันในฐานะหัวหน้าขององค์กรนี้ไม่ได้รับปากด้วยนะ" พอแพ็ตตกใจ เจ้าชี้แจง "ไม่ต้องตกใจ ฉันแค่คิดว่ายังมีงานอีกชิ้นนึงที่เธอควรจะสะสางก่อนวางมือ"

สิ้น เสียงเจ้าเวียงวรรณ ดาหวันก็เดินพูดเข้ามาว่า "วันอาทิตย์นี้ผู้กองรณภพ หมวดโอม และพี่ชาลีจะไปเที่ยวที่เกาะส่วนตัวของคุณพ่อ พวกเขาต้องการไปสืบความลับเกี่ยวกับเอสเค 7 "

"และฉันไม่ต้องการให้ พวกมันรอดกลับมา" เสียงเจ้าเรียบๆ แต่ฟังแล้วแพ็ตถึงกับอึ้งสนิท

ooooooo

แพ็ต ตัดสินใจนัดพบรณภพในคืนนี้ที่ใต้สะพานที่เคยพบกัน เมื่อรณภพจอดรถแล้วมองหา เธอก็รีบขึ้นไปนั่งบนรถ จูบเขาฟอดหนึ่งก่อนบอกว่า

"ฉันรู้ว่าคุณไม่ เคยเชื่อใจฉัน แต่ครั้งนี้ฉันอยากจะขอร้องคุณอย่าไปที่เกาะนั่น เจ้าเวียงวรรณมีแผนที่จะฆ่าพวกคุณ"

"ถ้าเขาลงมือเมื่อไร ก็เท่ากับประกาศตัวว่าเป็นคนร้าย แพ็ต ผมกับทุกคนต้องการทำลายเอสเค 7 ให้สิ้นซาก พวกเราต้องไปที่เกาะนั่นเพื่อหาหลักฐานมาดำเนินคดี"

"พวก คุณกำลังจะฆ่าตัวตายต่างหาก"

รณภพพูดเตือนแพ็ตว่าให้เลิกปกป้อง องค์กรของเธอเสียทีเถิดมันไม่มีประโยชน์อะไร แพ็ตโต้ว่าตนไม่ได้ปกป้องเอสเค 7 แต่ปกป้องเขาต่างหาก รณภพส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ แพ็ตจึงเสนอว่า

"ถ้า งั้นเราก็มาถึงทางเลือกแล้วค่ะคุณภพ ระหว่างหน้าที่กับความรัก ถ้าเราต่างคนต่างไม่ยอมถอย เราก็ต้องเผชิญหน้ากันเอง"

รณภพฟังแล้ว รู้สึกใจหายกับทางที่เขาเลือกแล้ว โดยทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าโรเบิร์ตมาซุ่มดูอยู่  เขามองทั้งสองอย่างไม่พอใจที่แพ็ตให้ความสนิทสนมกับรณภพเกินกว่าความเป็น เพื่อน

ooooooo

แล้ววันเดินทางก็มาถึง  รณภพ ชาลี  และหมวดโอมนั่งเรือเร็วขนาดใหญ่ไปกับดาหวัน ระหว่างนั้นเธอบอกว่าอีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงเกาะ เวลานี้ทุกคนรวมทั้งคุณพ่อของเธอเดินทางล่วงหน้าไปคอยต้อนรับพวกเขาอยู่ที่ เกาะแล้ว

โอมถามว่าเจ้าเวียงวรรณมีเกาะไว้เพื่ออะไร  ดาหวันตอบสบายๆว่ามีไว้เป็นที่พักผ่อนสำหรับแขกอย่างพวกเขา ขอให้เที่ยวกันให้สนุก

"เราคงได้สนุกกันแน่"  รณภพพูดเป็นนัย  ดาหวันมองหน้าเขาแล้วลุกเดินไป  ชาลีขยับเข้าไปบอกรณภพว่าดูท่าบรรยากาศไม่เป็นมิตรสักเท่าไร "อื่อ...พวกมันอาจจะมีแผนกำจัดเราก็ได้" รณภพตอบ

หมวดโอมพูดอย่าง มั่นใจว่าก็ลองดูเพราะงานนี้ตนเตรียมตัวมาเต็มที่แล้วพลางเปิดกระเป๋ากีฬา ให้ดูอาวุธและกระสุนพร้อมทั้งระเบิดเพียบ บอกรณภพว่าถ้าพวกนั้นเล่นตุกติกตนถล่มยกเกาะแน่ๆ

"เยี่ยมมากหมวดโอม" รณภพเอ่ยชมตามองไปที่ท้องทะเลที่เรือกำลังมุ่งไปสู่จุดหมาย

ooooooo

โร เบิร์ต  แพ็ต  กับโนรี  มาถึงเกาะก่อนแล้ว แพ็ตปลีกตัวไปนั่งคิดถึงเรื่องราวต่างๆของตัวเอง จนโรเบิร์ตเอาเครื่องดื่มมาให้แก้วหนึ่งถามว่าคิดอะไรอยู่หรือ  เธอตอบหงอยๆว่าก็แค่นึกถึงความหลังเก่าๆ เท่านั้น  โรเบิร์ตนั่งลงข้างๆ ถามเดาใจว่า

"อย่าบอกนะว่าเธอกำลังใจอ่อน...ฉันรู้ว่าเจ้าเวียงวรรณ สั่งให้เธอฆ่าพวกรณภพ งานนี้ฉันรับผิดชอบแทนเธอเอง  เพราะฉันรู้ว่า  การจะฆ่าคนที่เรารักมันยาก  ฉันเองก็ยอมรับว่า  พวกเขาเป็นคนดีแต่เขารู้เรื่องของเรามากเกินไป" โรเบิร์ตมองหน้าแพ็ต
บอกว่า "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันจัดการเถอะแพ็ต"

ขณะนั้นเอง โนรีวิ่งมาบอกว่ารณภพ ชาลีมาถึงแล้ว หมวดโอมก็มาด้วย  แพ็ตฟังแล้วหันไปสบตากับโรเบิร์ตที่กำลังยิ้มเหี้ยมที่มุมปาก เธอรู้สึกใจคอไม่ดีกับสถานการณ์ที่กำลังจะมาถึง

ooooooo

ดาห วันเดินนำพวกรณภพขึ้นเกาะอย่างกระตือ-รือร้น  เอ่ยแสดงความยินดีต้อนรับแล้วเชิญทุกคนเข้าบ้านพักที่โอ่อ่าหรูหราพอสมควร

เมื่อ เข้าไปในห้องรับแขก  เจ้าเวียงวรรณก็ออกมาเอ่ยแสดงความยินดีต้อนรับทุกคน หวังว่าการเดินทางคงราบรื่น ชาลี ขอบคุณเจ้าชมว่าดาหวันต้อนรับพวกตนเป็นอย่างดีมาตลอดทาง

"อย่าเพิ่ง ชมสิคะพี่ชาลี  คืนนี้ยังมีทีเด็ดรออยู่  แขกพิเศษมาเยี่ยมทั้งทีก็ต้องมีงานเลี้ยงต้อนรับกันหน่อย"

ทั้งรณภพ และชาลีต่างสบตากันอย่างนึกหวั่นกับการต้อนรับพิเศษที่ดาหวันเอ่ยถึง  เจ้ายืนยันว่ามีรายการพิเศษสำหรับพวกเขาทุกคน  แล้วบอกให้ดาหวันพาทุกคนไปห้องพักก่อนคืนนี้ค่อยพบกันใหม่

รณภพสบตา กับเจ้าเวียงวรรณ  เขาเห็นแววตาพึงพอใจของเจ้า มันเหมือนความพอใจของนายพรานที่เห็นเหยื่อเดินมาติดกับ!

ooooooo

ดา หวันพารณภพ ชาลี และหมวดโอมไปพักในบังกะโลหลังเดียวกัน พอเข้าห้องพักรณภพก็ไปยืนดูภูมิประเทศที่หน้าต่างอย่างสำรวจ ใช้ความคิด เขาพูดกับชาลีที่มายืนข้างๆว่า

"ที่นี่ไม่เหมือนฐานฝึกของพวกนักฆ่า เลย ผมว่าเหมือนรีสอร์ตขนาดใหญ่มากกว่า"

"ถ้าเจ้าเวียงวรรณไม่ใช้ที่ นี่เป็นฐานฝึกนักฆ่าแล้วจะใช้ที่ไหน" ชาลีตั้งคำถาม

หมวดโอมที่มา สมทบคะเนว่าเกาะนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ บางทีพวกนักฆ่าอาจจะซ่อนตัวอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งก็ได้ รณภพจึง เสนอให้พวกเรารอให้ได้โอกาสเหมาะค่อยหาทางสำรวจกัน ตอนนี้ก็ให้ทำตัวสบายๆ อย่าให้พวกนั้นจับได้ว่าเรามีแผนอะไร

จากนั้น ทั้งสามเดินลงไปที่ชายหาด เห็นแพ็ต ดาหวัน และโนรีนอนอาบแดดจิบเครื่องดื่มกันอยู่ รณภพเดินเข้าไปทักว่านั่งๆนอนๆ ไม่เบื่อกันหรือ ชาลีชวนมาเล่นฟุตบอลแก้เซ็งกันดีกว่า หมวดโอมแหย่ว่าถ้าพวกเธอกลัวแพ้พวกตนจะต่อให้ ลูกสองลูกก็ได้

"ไม่ จำเป็นหรอก  เอาอย่างนี้ดีกว่า  ถ้าฝ่ายไหนแพ้จะถูกทำโทษ" แพ็ตเสนอ โนรีเสริมว่าโดยที่ฝ่ายชนะจะให้ทำอะไรก็ได้

"ได้เลย" ชาลีรับคำท้า

แล้ว สองฝ่าย ทีมหนึ่งชายล้วน อีกทีมหญิงล้วน ก็เล่นฟุตบอลกันที่ชายหาดอย่างสนุกสนาน ระหว่างนั้น แพ็ตแอบบอกรณภพเมื่อเข้าใกล้กันว่า

"ฉันเตือนคุณแล้วว่าอย่ามาที่ นี่"

"ผมทำตามหน้าที่"

"ถ้าคุณประมาทเมื่อไหร่คุณได้ตายใน หน้าที่แน่"

"ก็ลองดู" รณภพตอบอย่างไม่หวั่นไหว

ระหว่างนั้น เจ้าเวียงวรรณและโรเบิร์ตดูอยู่ที่ระเบียง ห้องพัก โรเบิร์ตเปรยๆว่า แขกของเรารู้สึกสนุกสนานกันดี

"หารู้ไม่ว่า วาระสุดท้ายชีวิตของพวกมันกำลังจะมาถึง ปล่อยให้พวกมันหาความสำราญกันให้เต็มที่" เจ้าเวียงวรรณแค่นหัวเราะเหี้ยม จิบเครื่องดื่มอย่างใจเย็น

ปล่อยหนุ่มสาวเล่นกันจนสมควรแก่เวลาแล้ว โรเบิร์ตเดินลงไปบอกว่า

"ทุกคนสนุกกันพอแล้ว ไปเตรียมตัวสำหรับงานคืนนี้เถอะครับ เชิญ"

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น ที่ท่าเรือ มีเรือประมงจอดอยู่ ที่นั่น ทีมนักฆ่าภายใต้การนำของอำพันพร้อมกับนักรบรับจ้างอีก 15 คน กำลังเดินตามสะพานมาลงเรือ

มิสเตอร์เหว่งกับอำพันรออยู่ในเรือก่อนแล้ว ทั้งสองมองบรรดานักรบรับจ้าง

"คนพวกนี้เป็นนักฆ่าฝีมือดีที่สุดที่เสี่ยพิพัฒน์ส่งมา ส่วนใหญ่เคยเป็นนักรบรับจ้างมาก่อน"

มิสเตอร์เหว่งบอกอำพัน หัวหน้านักรบรับจ้างถามว่าเป้าหมายของเราเป็นใคร อำพันตอบว่า

"นักฆ่ามืออาชีพ พวกเอสเค 7 ฝึกอยู่บนเกาะของเจ้าเวียงวรรณ ฉันอยากให้พวกคุณแบ่งกำลังออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกบุกสังหารพวกนักฆ่าฝึกหัด อีกส่วนจัดการกับทุกคนที่อยู่บนเกาะ"

หัวหน้านักฆ่ารับคำสั่งแล้วหันเดินกลับไปสั่งสมุนที่ลงเรือมาแล้ว อำพันพูดกับมิสเตอร์เหว่งว่า "สำหรับนังแพ็ต ฉันจะเก็บมันด้วยมือฉันเอง!"

มิสเตอร์เหว่งยักไหล่อย่างไม่สนใจ ขอแต่เพียงให้งานนี้ สำเร็จก็พอ

ooooooo

โนรีกลับไปอาบน้ำ แต่พอออกมาก็เจอชาลีนั่งเอกเขนกรออยู่บนเตียงแล้ว เธอถามว่าเข้ามาทำไม ชาลีพูดหน้าตาเฉยว่าเรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน โนรีปฏิเสธว่าตนไม่มีอะไรต้องเคลียร์กับเขา

"แม้แต่เรื่องที่เรามีอะไรกันงั้นเหรอ"

"มันก็แค่อุบัติเหตุ"

ชาลีฉุนขาด เดินไปหาโนรีถามว่าพูดอย่างนี้ได้ยังไง ตกลงที่เธอกับเขามีอะไรกันเป็นแค่คำสั่งของเจ้านายเธอเท่านั้นหรือ

"อย่าลืมว่า เราอยู่กันคนละฝ่ายนะคุณชาลี" โนรีพูดอย่างไม่มีเยื่อใย

ชาลีพุ่งเข้าไปดึงโนรีเข้าไปจูบอย่างแรง ถูกเธอตบฉาดใหญ่ ปรามว่า

"ฉันรู้ว่าคุณมาที่นี่ทำไม และคุณก็รู้ว่าฉันเป็นใคร ฉะนั้นอย่าแตะต้องตัวฉันอีก"

ชาลีหัวเสียหนักเดินหุนหันออกจากห้อง ปิดประตูโครมใส่หน้าโนรีระบายอารมณ์

เวลาเดียวกัน หมวดโอมก็ย่องไปดูลาดเลาที่ชายป่าด้านหลังคฤหาสน์ เขาล้วงเอากล้องส่องทางไกลมาส่องสำรวจดูรอบๆ พลันก็สะดุ้งเมื่อดาหวันทักขึ้นจากข้างหลัง

"มองหาอะไรอยู่เหรอคะคุณตำรวจ"

หมวดโอมแก้เกี้ยวว่าแค่มาเดินดูทิวทัศน์เล่น ดาหวัน ดักคอว่าแถวนี้ไม่มีอะไรน่าดูหรอก ทางที่ดีเชิญไปที่อื่นดีกว่า หมวดเลยแกล้งถามหยอกว่ามีอะไรซ่อนในป่าหรือ

"ที่นี่เป็นเกาะส่วนตัว ผู้คนไม่พลุกพล่าน ฉันแค่

เกรงว่าคุณอาจจะมีอันตราย"

"จากอะไรล่ะครับ คนหรือว่าสัตว์ หรือว่าพวกเอสเค 7" หมวดถามแทงใจดำ

"ไม่ทราบค่ะ เพราะมีแต่คนตายเท่านั้นที่รู้"

หมวดฟังคำตอบแล้วเสียวสันหลังวูบ เมื่อกลับถึงที่พัก ชาลีถามว่าเจออะไรมาบ้างหรือเปล่า หมวดบอกว่าทุกอย่างปกติ ชาลีตั้งข้อสังเกตว่าถ้าที่นี่เป็นสถานที่ฝึกนักฆ่าจริงๆก็น่าจะมีร่องรอยบ้าง

"พื้นที่ที่นี่กว้าง มีทั้งป่าทั้งภูเขา ผมว่าแค่วันสองวันเราคงสำรวจไม่ทั่ว" หมวดบอก

"ถ้าไงผมจะลองออกไปสำรวจดู เผื่อจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง" ชาลีเสนอ

"ผมไปด้วย" หมวดโอมเสนอตัว แล้วทั้งสองก็เตรียมตัวออกไป

ooooooo

นักฆ่าขนตางอน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด