ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คีตโลกา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "คีตโลกา"

สุคนธรสตามเข้าไปหาเรื่องอัญมาในห้องน้ำจนมีปากเสียงกันครู่หนึ่งก่อนจะลุกลามเป็นลงมือลงไม้อย่างไม่มีใครยอมใคร

ขณะสองสาวตบตีกันอุตลุด กฤษณ์แอบถ่ายคลิปภควัตกับอธิคมเขม่นกันไปมา อธิคมข่มขู่ภควัตด้วยการเอาปืนออกมาวางบนโต๊ะ และยื่นคำขาดให้เขาเลิกกับอัญมาถ้าไม่อยากตาย กฤษณ์ไม่ได้ยินแต่ยิ้มย่องพอใจกับภาพที่บันทึกได้ ตั้งใจเก็บเอาไว้เล่นงานภควัต

ด้านสองสาวที่ตบตีกันในห้องน้ำ สุคนธรสสู้อัญมาไม่ได้เลยตะโกนขอความช่วยเหลือ ภควัตกับอธิคมลุกพรวดวิ่งตามกันออกไป ส่วนกฤษณ์วิ่งอ้อมไปอีกทางเพื่อไม่ให้สองคนนั้นผิดสังเกต

สุคนธรสโวยวายว่าอัญมาทำร้ายตน โอดโอยราวกับเจ็บปวดมากมายทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน อัญมาเจ็บใจแต่ไม่อยากต่อความยาว ชวนอธิคมออกไปก่อนที่ตนจะฆ่าคนตาย ภควัตเห็นดังนั้นก็ก้าวตาม ทิ้งสุคนธรสยืนฮึดฮัดขัดใจแล้วทำท่าจะตามไป แต่กฤษณ์พุ่งมากระชากแขนเธอไว้

อธิคมสงสัยทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงเรียกภควัตว่าเพื่อน อัญมาแต่งเรื่องเอาตัวรอดว่าเธอสติไม่ดี เมายาหรือเปล่าไม่รู้ อยู่ๆก็มาอาละวาดตบตีหาว่าตนแย่งผัว ตนก็เลยต้องสู้

ภควัตเดินมาได้ยินรีบสวมรอยสมอ้างปั้นเรื่องว่าสามีเธอพาตัวออกไปแล้ว เขาบอกว่าเมียเป็นโรคประสาท อธิคมโกรธแทนอัญมาถามว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ห้องไหน ตนจะไปถามว่าอยากหายจากโรคประสาทถาวรไหม อัญมาตกใจ ขอร้องอธิคมอย่าใจร้อน เรามาเที่ยวแค่นี้ก็หมดสนุกแล้ว ถ้ามีเรื่องมีราวเดี๋ยวไม่จบกันพอดี

ขณะนั้นสุคนธรสโวยวายอยู่ในห้องพัก เธอบังคับกฤษณ์ให้ไปจับอัญมาข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่เขาไม่ใส่ใจ ชวนเธอกลับกรุงเทพฯ เพราะหมดธุระที่นี่แล้ว ได้คลิปเด็ดๆเอาไว้ใช้ดัดหลังภควัต

“รสไม่สนเรื่องงานของคุณกับวัต แต่รสโดนตบ คุณต้องลากตัวอัญมามากราบขอโทษรสต่อหน้าคนทั้งรีสอร์ต ไม่งั้นรสไม่กลับ”

“จะกลับหรือจะอยู่ให้โดนตบอีก คุณไม่เห็นแววตาอธิคมเหรอ มันจ้องคุณแทบจะฉีกออกเป็นชิ้นๆ” กฤษณ์ขึ้นเสียงพร้อมส่งสายตาดุดันจนแฟนสาวหน้าเสีย ไม่กล้าหือ

ขณะเก็บเสื้อผ้าข้าวของลงกระเป๋า สุคนธรสอดถามกฤษณ์ไม่ได้ว่าทำไมเราต้องรีบร้อนเหมือนจะหนีพวกมาเฟีย

“แล้วถ้าผมบอกว่าคนที่คุณไปมีเรื่องด้วยมันเป็นมาเฟียล่ะ”

“รสก็ไม่กลัวไงคะ แฟนรสเป็นตำรวจ ภควัตก็อยู่ตรงนี้ด้วย ถ้าเป็นมาเฟียจริงๆพวกคุณสองคนก็ต้องจับมันแล้ว ไม่ใช่มายืนใจเย็นอยู่แบบนี้”

สุคนธรสพูดลอยหน้าลอยตา กฤษณ์ส่ายหัวบ่นเบาๆว่าดีแล้วที่เธอไม่รู้เรื่องงานของตนมากไปกว่านี้... ครั้นพากันออกจากห้องมา สองคนถูกอธิคมจับตาและพร้อมจะไปเล่นงานสุคนธรสแก้แค้นให้อัญมา แต่อัญมาห้ามไว้ กอปรกับวินิจโทร.มาสั่งให้กลับคืนนี้เพราะมีเรื่องด่วน อธิคมเลยต้องเร่งรีบ

เมื่อเข้ามาเก็บของในห้อง อธิคมเห็นเครื่องดักฟังโดยบังเอิญ เขามั่นใจว่าที่นี่ต้องมีตำรวจ จึงไปเร่งอัญมาให้รีบเดินทางพร้อมกัน แต่เธออิดออดอ้างว่าจะรอภควัต ทำให้อธิคมไม่พอใจฉุดกระชากเธอมาที่เตียงหมายทำมิดีมิร้าย

ภควัตซ่อนตัวแอบฟังอยู่ใต้เตียงเห็นท่าไม่ดี กระชากผ้าปูที่นอนอย่างแรงจนอธิคมกับอัญมาลื่นไหลตกจากเตียง อัญมารีบลุกยืนตั้งหลักอีกด้านและพูดโพล่งขึ้นมาก่อนที่อธิคมจะก้มมองที่พื้น

“ถ้าพี่คมไม่ออกจากห้อง เราก็ไม่ต้องเจอกันอีก หรือจะให้ฉันร้อง คนทั้งรีสอร์ตจะได้เรียกตำรวจมาจริงๆ”

ภควัตโล่งอกที่อัญมามีไหวพริบสามารถไล่อธิคมออกจากห้องได้ จากนั้นแนะนำให้เธอค้างที่นี่อีกคืน ถ้ากลับไปก็เท่ากับเธอกลัวอธิคม แล้วคราวหน้าเขาก็จะข่มเหงเธออีก เธอต้องแสดงให้เขารู้ว่าโกรธในสิ่งที่เขาทำลงไป

อัญมาเห็นด้วยและยอมให้เขาอยู่เฝ้าเธอในห้องเพื่อความปลอดภัยถ้าอธิคมย้อนกลับมาอีก

อธิคมหัวเสียกลับไปที่ห้องแล้วโทร.บอกพ่อว่าตนยังไม่กลับคืนนี้เพราะเจอเครื่องดักฟัง ตนต้องควานหาตัวคนติดให้เจอ

“ไม่ต้องหา ป่านนี้พวกมันสะกดรอยแกแล้ว รีบกลับมาเดี๋ยวนี้ กลับมา!!” วินิจตวาดเสียงเขียว อธิคมตัดสายแล้วปามือถือลงบนเตียงด้วยความโมโห

ooooooo

เช้าขึ้น ภควัตเช็กจนชัวร์ว่าอธิคมกลับกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อคืน ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่กระนั้นอัญมาก็ยังหวั่นใจว่าถ้าวันหนึ่งอธิคมรู้ความจริงเรื่องตนเป็นสายให้เขา...

“ถึงวันนั้น ผมก็ลากมันไปรับโทษในคุกแล้วล่ะ”

“อย่าประมาทนะผู้กอง นายวินิจกับอธิคมยิ่งใหญ่มาขนาดนี้ไม่ใช่เพราะแค่โชคช่วย เขาทำทุกอย่างด้วยสมอง สติปัญญาเท่าๆกับที่ตำรวจมี”

“แต่พวกมันก่อกรรมชั่วกับคน กับเด็กไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคนที่ต้องติดยาเพราะความโลภของพวกมันสองพ่อลูก คนก่อกรรมชั่วไม่เคยหนีกฎแห่งกรรมได้หรอก ขอบใจนะอัญมาที่เป็นห่วงแล้วก็เตือนผม”

สองคนยิ้มแย้มให้กันอย่างอบอุ่นใจ จากนั้น

เตรียมตัวเดินทางกลับ อัญมาท่าทียังสนุกไม่พอ บ่นนิดหน่อยว่าถ้าได้มาเที่ยวพักผ่อนโดยไม่มีเรื่องกวนใจให้ปวดสมองหรือเจอคนที่ไม่อยากเจอก็คงจะดีกว่านี้

“ผมขอโทษแทนสุคนธรสด้วย ไม่คิดว่าเขาจะมาถึงนี่”

“คุณกับผู้กองกฤษณ์นี่ยังไงกัน ทำงานด้วยกันแต่เหมือนขัดแข้งขัดขากันตลอด เพราะเรื่องแฟนเก่าคุณหรือเปล่า”

“สุคนธรสไม่มีความหมายอะไรกับผมแล้ว”

“ให้มันแน่เถอะ เพื่อนรักหักหลังทรยศกัน ฆ่ากันตายเพราะผู้หญิงมีเยอะไป”

“เพราะผู้หญิง เป็นอย่างที่โบราณว่า สามวันจากนารีเป็นอื่นใช่ไหม”

“คนอื่นไม่รู้ แต่สำหรับฉันไม่ใช่ ถ้าฉันรัก ต่อให้จากกันชั่วชีวิต ฉันก็ยังรัก”

ได้ยินอย่างนั้น ภควัตแกล้งหยั่งเชิงว่าผู้ชายคนนั้นคงเป็นอธิคม...อัญมานิ่งไปนิดก่อนตอบด้วยความน้อยใจ

“จะเป็นใครคุณไม่ต้องรู้หรอก เพราะว่ายังไงมันก็ไม่มีทางเป็นคุณ” ตอบเสร็จสะบัดหน้าเดินลิ่วไปเลย ทิ้งภควัตยืนหน้าเจื่อนจ๋อย...

กลับถึงบ้านในชุมชน อัญมาโดนจิ๊บแซวยิ้มๆว่า “ดีจริงๆนะแก ไปกับพี่คม กลับมากับพี่วัต เสน่ห์แรงเกินห้ามใจ นี่ถ้านังแอนนี่รู้มันคงกรี๊ดยาวกว่าขบวนรถไฟฟ้า”

อัญมาไม่ได้ใส่ใจคำพูดนั้นของเพื่อน แต่พอจิ๊บเล่าเรื่องอุบลเกือบถูกรถของอรรณพกับภรณีชนก็ลุกพรวดหูตาพองก๋าซักถามรายละเอียด...ขณะเดียวกันนั้น วินิจกำลังสั่งอธิคมให้จับตาดูเศรษฐีเจ้าของโครงการสร้างศูนย์การค้า อาจจะเป็นแผนของตำรวจที่ส่งมา

กวาดล้าง ถ้ามันมาอีกและท่าทางไม่น่าไว้ใจให้ยิงมันทิ้งแล้วเอาศพไปถ่วงน้ำ

ooooooo

อัญมาเป็นห่วงความปลอดภัยของพ่อแม่จนอยู่เฉยไม่ได้ รีบร้อนไปหาภควัตที่ห้องเช่าเพื่อขอความช่วยเหลือ

“ถึงเวลาที่ผู้กองต้องช่วยฉันบ้างแล้วนะ ฉันอยากให้ผู้กองช่วยคุ้มกันคุณพ่อคุณแม่”

“ว่าไงนะ คุณพ่อคุณแม่?”

“คือ...ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง”

“ก็พูดมาตรงๆ อย่าคิดจะโกหกฉันก็พอแล้ว”

“เอางี้นะ ผู้กองจำได้ไหมที่ฉันบอกว่าฉันมาจากโลกคู่ขนาน โลกที่ฉันเป็นคุณหนูอัญมา ลูกคุณพ่อคุณแม่”

“อืม...โลกที่เธอคิดฝันขึ้นเอง หลังจากตกน้ำ สมองกระทบกระเทือน”

“โอเค ผู้กองจะเชื่ออย่างงั้นก็แล้วแต่ ฉันขี้เกียจจะอธิบายแล้ว แต่เรื่องที่ฉันขอเมื่อกี้ให้ผู้กองคุ้มครองคุณพ่อคุณแม่เป็นเรื่องที่ฉันขอร้องผู้กองจริงๆ”

“ใครล่ะที่เธอบอกว่าเขาเป็นคุณพ่อคุณแม่เธอ”

“คุณอรรณพกับคุณภรณี เจ้าของบริษัทอรรณพเรียลเอสเตรท ที่กำลังมีโครงการปรับปรุงพื้นที่แถวนี้ให้เป็นย่านการค้า พวกเขาเพิ่งมาที่นี่ มาดูพื้นที่แถวนี้ จิ๊บกับแม่อุบลเจอท่าน ทีนี้ฉันกลัวว่าถ้าพี่บังไม่อยากให้แถวนี้เปลี่ยนไป...”

“เพราะเขาจะเสียผลประโยชน์จากการขายยาให้กับชุมชนนี้”

“ใช่ ถ้าคุณอรรณพกับคุณภรณีมาที่นี่อีก ผู้กองช่วยคุ้มครองคุณพ่อคุณแม่ให้หน่อยได้ไหม”

“เธอจะให้ฉันคุ้มครองนักธุรกิจไม่ได้หรอกนะอัญมา ฉันเป็นตำรวจ ฉันเลือกปฏิบัติไม่ได้ แล้วฉันก็ยังไม่รู้ด้วยว่าคนที่เธออ้างว่าเป็นคุณพ่อคุณแม่จะมาลงทุนพัฒนาที่ดินแถวนี้เพื่อเอาเปรียบคนในชุมชนหรือเปล่า”

“คุณอรรณพกับคุณภรณีเป็นคนดี ฉันยืนยันได้”

อัญมายืนยันด้วยการเล่าเหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่รู้เห็นว่าอรรณพกับภรณีซื่อสัตย์สุจริตในการทำธุรกิจ

ไม่เอาเปรียบชาวบ้านและสังคม...

“ท่านสองคนเป็นคนดี ฉันไม่อยากให้คนดีๆต้องมาเจอกับอิทธิพลชั่วของพี่บัง...ฉันขอร้องนะผู้กอง”

อัญมาคุกเข่าลงตรงหน้า ภควัตตกใจ ประคองไหล่อัญมาให้ลุกขึ้น ถามว่าทำไมต้องทำขนาดนี้ สองคนนั่นสำคัญกับเธอมากเลยเหรอ

“สำคัญเท่าชีวิตฉัน”

คำตอบของอัญมาทำให้ภควัตไม่กล้าปฏิเสธ ตอบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า “ฉันขอเจอเขาก่อน ขอให้ฉันได้พิสูจน์ว่าเขาเป็นคนดีอย่างที่เธอพูด ถ้าจริง...ฉันจะให้จ่าเดชช่วยดู”

“สัญญานะผู้กอง อย่าให้คุณอรรณพ คุณภรณี ต้องเป็นอันตรายเพราะพี่บัง”

“ฉันสัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้เธอสบายใจ”

อัญมาค่อยใจชื้น ยิ้มรับบางๆแทนคำขอบคุณ

ooooooo

อธิคมนำโบรชัวร์บ้านพักตากอากาศหลายใบมาให้วินิจเลือก ปรากฏว่าไม่มีที่ไหนดีพอจะเป็นเซฟเฮ้าส์ได้สักแห่ง แล้วตนจะถามเสี่ยใหญ่ดูเผื่อท่านจะแนะนำได้ดีกว่า

“แล้วที่ผมเลือกมา พ่อว่ามันไม่ดีตรงไหน”

“ห้องเล็กเท่ารูหนู แถมอยู่ติดกับบ้านคนอื่น”

“ผมไม่อยากให้เราอยู่แยกออกมาเป็นจุดเด่น”

“อย่าแก้ตัว แกมัวแต่กกไอ้อัญล่ะสิ ถึงเลือกบ้านมาได้แค่นี้ คราวหน้าอย่าเอาผู้หญิงไปด้วยตอนทำงานอีก ต่อให้แกอ้างว่าเอาไปบังหน้า ฉันก็ไม่ชอบ”

“ผมไม่ได้บอกอะไรไอ้อัญมันเลย”

“ไอ้อัญมันไม่โง่หรอก ไม่เป็นไร ถ้ามันปากมากเมื่อไหร่แกอย่าหาว่าฉันใจร้าย เพราะแกนั่นแหละจะเป็นคนทำให้ฉันต้องจัดการกับไอ้อัญ”

อธิคมหน้าเสีย จังหวะนั้นไอ้เก้าเข้ามารายงานว่าพวกอรรณพมาแล้ว อธิคมกระตือรือร้นพาลูกน้องออกไปสร้างสถานการณ์หาเรื่องเพื่อข่มขู่ แต่ภควัตมาเห็นจึงช่วยเหลือ ก่อนที่จิ๊บจะไปตามอัญมามาสมทบ แล้วตามด้วยจ่าเดชวิ่งเป่านกหวีดเข้ามาอีกคน พวกอธิคมเลยต้องถอยร่นจากไป

อรรณพถูกลูกน้องอธิคมทำร้ายฟกช้ำดำเขียวไปตรวจเช็กร่างกายที่โรงพยาบาล โดยมีภควัต อัญมา และจ่าเดชติดตามไปด้วย อรรณพเล่าเหตุการณ์ให้จ่าเดชฟังอย่างมั่นใจว่าต้องไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิด ชายสองคนนั้นตั้งใจหาเรื่องตน จ่าต้องจับตัวพวกนั้นมาให้ได้ ตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ปล่อยไว้ก็จะทำความเดือดร้อนให้คนอื่น

“ถ้าตามที่ไอ้วัตเซียนพระมันบอก เราก็แน่ใจได้ว่าเป็นไอ้เมษกับไอ้ป๊อบคนของนายวินิจ”

“นายวินิจ มาเฟียแถวนั้นใช่ไหมครับ คนของผมสืบข้อมูลชุมชนตรงนั้นมาหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องนายวินิจที่อาจจะไม่อยากให้ผมก่อสร้างศูนย์การค้าตรงนั้น”

ขาดคำของอรรณพ ภรณีเดินหน้าตื่นเข้ามาถามสามีอย่างร้อนรน “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ พวกไหนกันคะที่กล้าทำร้ายคุณ”

อัญมาทอดสายตารักและคิดถึงไปที่ภรณี ภควัตลอบมองอัญมาอย่างจับสังเกต

“ผมไม่เป็นอะไรมาก โชคดีได้คุณวัตช่วยไว้” อรรณพตอบคำถามและมองไปทางภควัต ภรณีจึงเดาได้ไม่ยากว่าเขาคือคนที่ช่วยสามี

“ขอบคุณมากนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่แถวนั้นพอดี เห็นพวกมันตั้งใจมาหาเรื่องคุณ”

“แล้วหนูคนนี้...”

“อัญมาค่ะ หนูชื่ออัญมา”

อัญมามองภรณีกับอรรณพน้ำตาคลอ ภควัต แปลกใจ ภรณีถามอย่างอาทรว่าหนูร้องไห้ทำไม

“หนูเห็นคุณสองคนแล้วหนูคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ค่ะ คิดถึงพ่อแม่ที่เลี้ยงดูหนูมาอย่างดีที่สุด”

จ่าเดชได้ยินถึงกับเกาหัวแกร็กๆ กระซิบบอกภควัตว่าไอ้อัญอาการสมองเสื่อมกำเริบอีกแล้ว สงสัยคิดว่าตัวเองเป็นลูกคุณหนู

ภรณีเปิดกระเป๋าหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้อัญมาซับน้ำตา แล้วให้เก็บไว้ไม่ต้องคืน อัญมารับมาและแอบสัมผัสมือภรณีด้วยความรักและคิดถึง ภควัตจ้องมองไม่วางตา...

เมื่อแยกตัวกลับไปที่ห้องพักคนไข้ อรรณพเอ่ยกับภรณีจากสิ่งที่สังเกตได้ว่า “ท่าทางคุณถูกชะตาเด็กที่ชื่ออัญมานะ”

“เห็นแล้วก็เอ็นดูนะคะ ฉันคงหน้าตาเหมือนแม่ของแก แกถึงได้น้ำหูน้ำตาไหล ไม่รู้ว่ามีความหลังอะไร”

“ตอนแรกผมคิดว่าอัญมาเป็นพวกจะมาทำร้ายผม ไม่คิดว่าจะเป็นแฟนของคุณวัต”

“เกิดเรื่องขนาดนี้ คุณยังจะทำศูนย์การค้าตรงนั้นอีกหรือคะ”

“ทำสิ ผมไม่กลัวอิทธิพลมืดหรอกนะ วันนี้เท่าที่ผมเดินดูรอบๆชุมชน ถ้ามีศูนย์การค้าขึ้นมาคนที่นั่นก็จะมีงานทำซะด้วยซ้ำ ผมอยากสร้างอาชีพ อยากให้ที่ตรงนั้นเปลี่ยนเป็นแหล่งความเจริญไม่ใช่แหล่งเสื่อมโทรมอย่างที่เป็นอยู่”

“ฉันเป็นห่วงคุณมากนะคะ”

“ผมไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยวันนี้เราก็เห็นแล้วว่าไม่ได้มีแต่พวกมาเฟียอยู่แถวนั้น มีชาวบ้านดีๆอย่างคุณวัตกับตำรวจดีๆอย่างจ่าเดชอยู่ด้วยเหมือนกัน”

“แล้วก็แม่หนูหน้าตาน่ารักคนนั้น...อัญมา” ภรณีเอ่ยชื่ออัญมาด้วยความรู้สึกอิ่มใจอย่างประหลาด

ooooooo

กลับมาถึงชุมชน อัญมาจะไปเอาเรื่องลูกน้องอธิคมที่ทำร้ายอรรณพ แต่ภควัตไม่เห็นด้วย ควรปล่อยเป็นหน้าที่ของจ่าเดชดีกว่า

“จ่าเดชจะทำอะไรมันได้ มันเป็นลูกน้องพี่บัง”

“เฮ้ยๆ ข้าน่ะตำรวจนะไอ้อัญ วันนี้มีพยานทั้งผู้กอง ทั้งเอ็ง ทั้งไอ้จิ๊บ ข้าก็ไปจับไอ้สองคนนั้นมันมาสอบสวนได้แล้ว”

“แล้วพี่บังก็มาประกันตัวพวกมันออกไป ไอ้พวกนี้มันต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน”

“เธอต้องให้กฎหมายลงโทษคนเลว ไม่ใช่กฎหมู่” ภควัตดึงแขนอัญมาไว้แล้วหันไปสั่งจ่าเดช “จ่ารีบไปคุมตัวไอ้เมษกับไอ้ป๊อบมาก่อนที่มันจะหนี”

จ่าเดชรับคำสั่ง แต่ก่อนจะไปขอไขข้อข้องใจกับไอ้อัญสักหน่อยว่า “วันนี้แกร้องไห้ทำไมวะ ตอนเห็นหน้าคุณอรรณพกับคุณภรณี ทำเหมือนยังกับเจอพ่อแม่
ที่พลัดพรากกันมานาน”

“ถ้าใช่...แล้วจ่าเดือดร้อนอะไรด้วย”

“โอ้โห ปากแบบนี้เดี๋ยวปั๊ดยัดเข้าไปนอนกินโอเลี้ยงในห้องขังสักคืนสองคืน”

“ไปเถอะน่าจ่า อย่ามัวมาเถียงกัน ไปจับตัวไอ้เมษไอ้ป๊อบก่อน เดี๋ยวผมคุยกับอัญมาแป๊บนึงแล้วจะตามไปโรงพัก”

จ่าเดชหันหลังจากไป ภควัตมองอัญมาแล้วตัดสินใจตั้งคำถาม

“มีอะไรที่จะยืนยันให้ฉันเชื่อว่าเธอรู้จักกับคุณอรรณพคุณภรณีมากกว่านี้อีกมั้ย”

“ฉันไม่จำเป็นต้องพิสูจน์เรื่องคุณพ่อคุณแม่กับคนที่ไม่เชื่อเรื่องโลกคู่ขนานอย่างคุณ เสียเวลาเปล่า”

“แต่ฉันอยากแน่ใจก่อนที่จะช่วยคุณอรรณพกับคุณภรณีอย่างที่คุณขอ”

“เหตุการณ์วันนี้มันยังไม่พออีกหรือไง คุณก็เห็นกับตาว่าพวกพี่บังทำร้ายคุณอรรณพ ฉันไม่ยอมหรอกนะที่จะให้คนดีๆอย่างคุณอรรณพต้องมาเดือดร้อนเพราะคนชั่วอย่างไอ้วินิจ”

“ฉันจะปรึกษานายให้ เรื่องนี้เราทำกันแค่สองคนไม่ได้ คุณอรรณพเองก็ท่าทางจะไม่ยอมรามือจากโครงการนี้”

“ฉันรู้จักคุณอรรณพดี ท่านจะไม่มีวันก้มหัวให้ความไม่ถูกต้อง”

“อัญมา...บอกตรงๆนะ ฉันแปลกใจมากที่เธอเหมือนรู้จักคุณอรรณพกับคุณภรณีมาก่อน”

“เพราะคุณไม่เชื่อว่าฉันมาจากโลกคู่ขนาน ไม่เชื่อว่าฉันชื่อคุณหนูอัญมาลูกของคุณพ่อคุณแม่ ให้ฉันพูดความจริงกับคุณแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่เปิดใจ คำพูดของฉันมันก็ไม่มีความหมายสำหรับคุณเลย”

อัญมาตาแดงๆน้อยใจ เมินหนีมองไปทางอื่น ภควัตถอนใจหนักหน่วง สีหน้าลำบากใจเมื่อเริ่มก้ำกึ่งว่าอัญมาอาจจะมาจากโลกคู่ขนาน...

ooooooo

วินิจตำหนิลูกน้องและลูกชายที่ทำงานพลาดไม่สามารถจัดการอรรณพได้ แล้วทำทีไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลในฐานะหัวหน้าชุมชน พยายามโน้มน้าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่อรรณพยืนยันไม่ใช่แน่ และตนก็แจ้งตำรวจไปแล้วว่าต้องเอาเรื่องคนทำร้ายตนให้ถึงที่สุด

วินิจไม่พอใจแต่ฝืนยิ้มถามเรื่องธุรกิจที่อรรณพจะมาลงทุนตรงที่ดินแถวนั้น อรรณพยอมรับและยืนยันตนทำแน่ บริษัทของตนทำธุรกิจตรงไปตรงมาไม่เคยมีใครเดือดร้อน วินิจฟังแล้วเดือดปุดแต่พยายามระงับอาการอย่างที่สุด

ขณะเดียวกัน อัญมาต้องการเอาเรื่องเมษกับป๊อบลูกน้องวินิจที่ทำร้ายอรรณพ แต่จ่าเดชยังหาตัวทั้งคู่ไม่เจอ เธอเลยฮึดฮัด บ่นแล้วบ่นอีกจนจิ๊บกับจ่าเดชอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมอัญมาถึงห่วงเศรษฐีคนนั้นนัก ทำราวกับว่าเป็นพ่อก็ไม่ปาน ขณะเดียวกันภควัตเองก็เริ่มรู้สึกสงสัยเรื่องโลกคู่ขนานที่มาที่ไปของเธอ

ฝ่ายวินิจกับอธิคมพอเห็นอาการของอัญมาที่เที่ยวตามหาเมษกับป๊อบก็รู้สึกคลางแคลงใจเหมือนกัน วินิจข่มขู่อัญมาไม่ให้ยุ่งเกี่ยวเรื่องอรรณพ อัญมาไม่พูดอะไรแต่ในใจคัดค้านอย่างสุดโต่ง ยังไงเธอไม่ยอมให้คนชั่วทำร้ายคนดีอย่างพ่อของเธอแน่

รุ่งขึ้น อัญมากับภควัตไปเยี่ยมอรรณพอีกครั้งที่โรงพยาบาล การไปครั้งนี้ทำให้ภควัตเชื่อในคำพูดของอัญมามากขึ้น เธอนำกุหลาบขาวไปให้ภรณีอย่างรู้ใจว่าเป็นดอกไม้สุดโปรด และเตือนอรรณพไม่ให้เข้าไปที่ชุมชนนั้นอีกจนกว่าตำรวจจะกวาดล้างเรื่องไม่ดีเรื่องผิดกฎหมายออกจากที่นั่น

ทั้งอรรณพและภรณีรับรู้ได้ถึงความห่วงใยของอัญมา โดยเฉพาะภรณีนั้นนึกรักและถูกชะตากับเธออย่างมาก...

ด้านกฤษณ์ที่จ้องจะเล่นงานภควัตที่เป็นคนโปรดของผู้การจักรภพก็พยายามเป่าหูประพจน์กับสิทธิชัยสองผู้ใหญ่ที่อยู่ในทีมปฏิบัติการ โดยพูดจากำกวมว่าในทีมมีหนอนบ่อนไส้ทำให้พวกวินิจรอดไปได้ทุกทีที่ตำรวจเข้าจับกุม

ภควัตยังไม่ทราบเรื่องกฤษณ์จ้องแทงข้างหลัง แต่พอได้ยินประพจน์กับสิทธิชัยพูดจาแปลกๆเหมือนเขาไม่น่าไว้วางใจก็ทำให้สงสัยตงิดๆว่าน่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล

อัญมายังคงเป็นห่วงอรรณพจนอยู่ไม่เป็นสุข ไม่อยากให้เขามาในชุมชนเพราะเกรงจะเป็นอันตราย ภควัตรับปากจะปกป้องคุ้มครองเขาให้ตามที่เคยสัญญา ย้ำว่า ถ้าอรรณพเป็นคนสำคัญของเธอ ก็เท่ากับเป็นคนสำคัญของเขาด้วย

ภควัตรักชอบอัญมาจนไม่อาจเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ได้ เขาจูบเธออย่างนุ่มนวล ปรากฏว่าเธอเองก็ตอบรับด้วยความเต็มใจ สองคนเข้าใจกันมากขึ้น พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา

“ฉันไม่รู้ว่าเธอมาจากโลกคู่ขนานได้ยังไง...ฉันสนใจเรื่องของเธอนะ ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ มันดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากๆ”

“วันนี้ฉันจะไม่บังคับให้คุณเชื่อ แต่ถ้าวันนึง ถ้าฉันหายไปขอให้คุณรู้ว่าฉันกลับไปโลกอีกใบหนึ่งที่คู่ขนานกับโลกใบนี้ โลกที่มีทุกอย่าง มีทุกคน แต่เรื่องราวไม่เหมือนกัน เพราะแค่ชั่วเสี้ยวนาทีที่เราตัดสินใจทำอะไรลงไป เส้นทางชีวิตของเราจะไม่มีวันเหมือนเดิม”

“แล้วเธอกลับไปโลกคู่ขนานได้ยังไง”

“ฉันตกสะพาน ลงไปในน้ำ...วันที่คุณเจอฉัน”

“ใช่...ฉันจำได้ หมายความว่าถ้าเธอตกน้ำอีก เธอก็อาจจะกลับไปอีกโลกหนึ่ง”

“ฉันก็ไม่แน่ใจ”

“แล้วโลกของคุณหนูอัญมา เราสนิทกันมั้ย”

“ไม่รู้จัก ไม่สนิท ฉันไม่ค่อยชอบหน้าคุณ”

“ถ้างั้นไม่กลับไปได้ไหม อย่ากลับไปโลกของคุณหนู แต่อยู่ที่นี่...ฉันเห็นแก่ตัวใช่ไหม ที่ไม่อยากให้เธอกลับไปมีชีวิตสุขสบายเป็นคุณหนูอัญมา”

“ฉันรับปากคุณไม่ได้ ฉันรู้แต่ว่าฉันมาที่นี่เพราะ...” อัญมานิ่งคิดย้อนไปวันหนึ่งในโลกคู่ขนานที่เห็นภควัตถูกอธิคมยิงบาดเจ็บปางตาย

“เธอมาเพราะอะไร” ภควัตรุกเร่ง

“ฉันมาเพื่อช่วยคนดีคนหนึ่งให้เขาไม่ตาย”

“ใคร? เธอมาช่วยใคร บอกฉันได้ไหม”

“ถึงวันนั้น คุณก็จะรู้เอง” อัญมามองสบตาภควัตอย่างมีความหมาย...

ภควัตกลับไปห้องเช่าด้วยความรู้สึกน้อยใจที่อัญมาไม่ยอมบอกชื่อคนคนนั้น คิดมากถึงขนาดบ่นให้จ่าเดชฟังอย่างละเอียด พร้อมกับแสดงท่าทีหึงหวงอัญมา หวั่นใจว่าเขาคนนั้นจะเป็นอธิคมอย่างที่จ่าคาดเดา

“พอได้แล้วจ่า คุยเรื่องอื่นเหอะ”

“ไม่เอาๆ คุยเรื่องนี้แหละ กำลังสนุก ผู้กองเชื่อเรื่องโลกคู่ขนานที่ไอ้อัญมันโม้ใช่ไหมล่ะ”

“ผมก็ยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์”

“ขนาดไม่เชื่อยังมานั่งคิดเล็กคิดน้อย อยากรู้ว่าไอ้อัญมันกลับมาช่วยใคร”

“ที่ผมสงสัยเรื่องนี้ก็เพราะว่าอัญมาพูดเหมือนเขาเห็นอนาคต ผมถึงอยากรู้ว่าต่อไปแก๊งอธิคมมันจะเป็นยังไง”

“จะยังไง โจรมันก็ต้องโดนตำรวจอย่างเราปราบจนเรียบ จับส่งไปรับโทษในเรือนจำน่ะสิ”

“ขอให้เป็นแบบนั้น อธิคมมันต้องมีจุดจบในคุก” ภควัตกล่าวหนักแน่น แววตามุ่งมั่น

ooooooo

หายจากบ้านไปแรมเดือน กลับมาคราวนี้สภาพสัญชัยก็ไม่ต่างจากเดิม หน้าตาโทรมๆ กรึ่มๆ เสียพนันหมดตูดจนต้องหวนกลับบ้าน

พอเขามาถึงก็ปากเสียเหมือนเดิม พูดจามึงมาพาโวยจนอัญมาที่กำลังกินข้าวอยู่กับอุบลและจิ๊บทนไม่ไหว ลุกหนีออกมาหน้าบ้าน โดยมีจิ๊บเดินตามเพราะชังน้ำหน้าสัญชัยเต็มทีเหมือนกัน

สัญชัยไม่พอใจ บ่นอุบลเสียงแข็งใส่ตนเพราะลูกสาวกลับมาเป็นผู้เป็นคน

“ข้ากับเอ็งทุกข์ทรมานกันมาหลายปี ที่ข้าทนมือทนไม้ ทนให้เอ็งขูดรีดเพราะข้าเห็นแก่ที่เอ็งเคยช่วยทำงาน เลี้ยงไอ้อัญตอนเด็กๆ แต่ตอนนี้ความดีของเอ็งไม่มี ความเลวก็ไม่เคยลดลง ไอ้สัญชัย วันไหนถ้าข้าเหลืออดอย่าหาว่าข้าไม่รู้จักคุณคน”

“เอ็งจะไล่ข้า”

“เออสิวะ ยังไงข้าก็ต้องเห็นแก่สายเลือดมากกว่าคนอื่น” อุบลพูดจบก็เดินหนีไประงับสติอารมณ์หลังบ้าน จึงไม่ได้ยินเสียงผัวตัวดีอาฆาตด้วยความโมโห

“กูไม่ไปจากที่นี่ ยังไงก็ต้องได้ไอ้อัญเป็นเมียก่อน กูเฝ้าของกูมาตั้งกี่ปี คนอื่นจะมาคาบไปกินต่อหน้าต่อตาไม่ได้”

ที่หน้าบ้าน จิ๊บเตือนอัญมาให้ระวังพ่อเลี้ยง ถ้าจะให้ดีควรย้ายไปนอนกับตนดีกว่า แต่อัญมาปฏิเสธเพราะกลัวอุบลจะเดือดร้อน จิ๊บได้ทีย้ำว่าป้าอุบลรักเธอยิ่งกว่าดวงใจ เรื่องนี้อัญมารับรู้ได้ด้วยตัวเอง และยอมบอกความจริงให้เพื่อนรู้ว่าตนเป็นสายให้ตำรวจ แต่กำชับห้ามบอกนวย เพราะมันปากมาก วิ่งวินเจอลูกค้าวันละเป็นสิบเป็นร้อยเดี๋ยวมันเล่าหมด

จิ๊บรับปากแข็งขันก่อนกลับไป ส่วนอัญมากลับเข้าบ้านนอนพักผ่อน ตกดึกสัญชัยตรวจสอบแน่ใจว่าอุบลหลับสนิทก่อนจะค่อยๆย่องเข้าห้องอัญมาหมายปลุกปล้ำ แต่เธอเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ก็เลยคว้าขวดน้ำกรดสาดใส่หน้าพ่อเลี้ยงจอมหื่นจนบาดเจ็บร้องโหยหวนครวญคราง

เสียงร้องของสัญชัยปลุกให้อุบลสะดุ้งตื่นรีบวิ่งออกมา พอเห็นสภาพสามีปวดแสบปวดร้อนที่แขน คอ และแก้มก็ตกใจ ถามอัญมาว่าทำอะไร?

“ฉันบอกแม่แล้วว่าไอ้สัญชัยมันคิดสกปรกกับฉัน แต่แม่ไม่เชื่อ วันนี้ฉันเลยสาดน้ำกรดใส่มันให้เป็นหลักฐานดิ้นไม่หลุด”

“ไอ้อัญมันเข้าใจผิด ข้าจะมาดูว่ามันลงแดงหรือเปล่า”

“ทุเรศ โกหกหน้าด้านๆ” อัญมาตวาดด้วยความโกรธ

สัญชัยทั้งเจ็บทั้งแสบจนร้องไม่หยุด อุบลเห็นท่าไม่ดีดึงตัวขึ้นมาจะพาไปหาหมอ อัญมาสำทับเสียงแข็งว่า

“จำไว้ ผู้หญิงไม่ใช่เพศที่แกจะมารังแก คิดจะข่มเหงยังไงก็ได้”

สัญชัยเจ็บใจลูกเลี้ยง เช้าขึ้นจึงป่าวประกาศต่อหน้าจ่าเดชว่าตนโดนอัญมาสาดน้ำกรด แล้วจะให้จ่าจับมันเข้าห้องขังเพื่อดัดสันดาน

“เดี๋ยวๆ เอ็งเล่าให้ละเอียดๆหน่อยสิไอ้สัญชัย ทำไมถึงเอาหน้าไปรับน้ำกรดจากไอ้อัญ”

สัญชัยเตรียมจะเล่า ภควัตเดินเข้ามาขัดจังหวะ บอกให้เล่าดีๆ อย่าเล่าไม่เหมือนที่น้องอัญของตนเล่าให้ฟัง

“ไอ้วัต เอ็งเกี่ยวอะไรด้วย เรื่องของพ่อลูก”

“งั้นก็เล่าซิ ทำไมถึงโดนน้องอัญสาดน้ำกรด ดีนะที่ฉันให้น้องอัญไว้ขวดเล็กๆแค่นิดเดียว ไม่งั้นแกตาบอดไปแล้ว”

“เอ็งนี่เองที่ให้น้ำกรดไอ้อัญ”

“แฟนใคร ใครก็รัก ใครก็หวงครับคุณพ่อเลี้ยง คราวหน้าถ้ายังไม่เข็ด อาจจะเป็นลูกกระสุนที่ฝังในขมับ”

“จ่าเดช...ฉันขอแจ้งความจับมัน”

“เอายังไงไอ้สัญชัย อย่าเมาแดดกลางวันแสกๆนะ เดี๋ยวข้าไปเรียกไอ้อัญมาด้วยดีกว่า เรื่องมันเป็นไงมาไง คุยกันทีเดียวเลยจะได้จับเข้าห้องขังซะให้หมด”

“ดีจ่า ผมเองก็อยากให้น้องอัญแจ้งความมานานแล้ว ไอ้พวกพ่อเลี้ยงใจสกปรกมันจะได้รับโทษสักที” ภควัตจ้องเขม็ง สัญชัยเก่งไม่จริงรีบชิ่งหนี

“เช้านี้ฉันมีธุระ เดี๋ยวสายๆฉันไปหาที่โรงพักแล้ว กันนะจ่า”

สัญชัยโกยแน่บไปแล้ว จ่าเดชหันมาบอกภควัตว่า

“มันไม่กล้าแจ้งความหรอก ปากดีไปอย่างนั้น ชนักปักหลังมันเพียบ ทั้งบ่อนไพ่ โต๊ะบอล ว่าแต่ผู้กองน่ะให้น้ำกรดไอ้อัญไปจริงเหรอ”

“เปล่า ผมจะให้ได้ยังไงจ่า มันผิดกฎหมาย”

“แล้วไอ้อัญมันไปเอามาจากไหน”

จ่ากับผู้กองมองหน้ากันด้วยความสงสัย...เวลานั้นอัญมากำลังไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้จิ๊บกับอุบลฟัง

“ฉันเอามาจากบ้านพี่บัง ฉันขอมันมา เอาไว้ป้องกันตัว”

“ดีที่ไอ้สัญชัยมันไม่เป็นอะไรมาก”

“ฉันไม่ทำมันถึงตายหรอกแม่ เอาแค่สั่งสอนให้รู้ว่าอย่าคิดจะข่มเหงเราง่ายๆ”

“แม่ขอโทษนะไอ้อัญ เอ็งบอกแม่ตั้งหลายครั้งแต่แม่ไม่เชื่อจนต้องเห็นด้วยตา ไอ้สัญชัยนี่มันเลวจริงๆ”

“ป้ายังจะให้มันเกาะอยู่อีกหรือเปล่าล่ะ”

“ให้มันกลับมา ข้าจะแพ่นกบาลมันด้วยอีโต้” อุบลสีหน้าขึงขังเดือดดาล อัญมากับจิ๊บเห็นแล้วสยองแทนสัญชัย...

สัญชัยไปที่ค่ายมวยวินิจ เข้าไปตีสนิทอธิคมเพื่อของานทำหารายได้ประทังชีวิต เขาพูดจาให้ร้ายอัญมาเรื่องมั่วผู้ชาย อธิคมไม่เชื่อแต่คิดว่าเลี้ยงเขาเอาไว้ไม่เสียหลายจึงมอบหมายให้ทำความสะอาดค่ายมวย แลกกับคอยจับตาดูไอ้วัตเซียนพระกับอัญมาที่ชอบหายไปด้วยกันบ่อยๆ

“สบายมาก ฉันจะคอยรายงานพี่คมทุกฝีก้าว รับรองฉันจะสืบเรื่องไอ้อัญกับไอ้วัตมาให้พี่คมทุกเม็ดเลยจ้ะ”

สัญชัยรับเงินจำนวนหนึ่งจากอธิคมแล้วเดินกระหยิ่มยิ้มย่องออกไป เก้าขยับมาใกล้ลูกพี่ เปรยขึ้นว่า

“ไอ้สัญชัยมันจะไว้ใจได้เหรอพี่”

“อย่างน้อยมันก็อยู่บ้านเดียวกับไอ้อัญ ข้าไม่ได้หึงจนหน้ามืดหรอก ข้าสงสัยไอ้วัต แล้วข้าก็อยากจะรู้ ความเคลื่อนไหวของมันทุกอย่าง”

“พี่คมนี่รอบคอบจริงๆ”

“เอ็งรู้แล้วก็ทำเฉยๆไว้ ทุกเรื่องที่ข้าสั่ง เอ็งไม่ต้องบอกพ่อ”

“จ้ะพี่...พี่คมเชื่อใจฉันได้ ฉันจะทำงานรับใช้พี่ให้ดีที่สุด” เก้าเอ่ยแข็งขัน อธิคมพยักหน้าอย่างเชื่อใจ

ooooooo

สัญชัยหน้าด้านกลับไปบ้านอุบลแล้วโดนเธอดุด่าก่อนไล่ตะเพิดที่บังอาจจะล่วงละเมิดทำมิดีมิร้ายอัญมา แต่สัญชัยใช้ลูกตื๊ออยู่ไม่นานอุบลก็สงสารและใจอ่อนในที่สุด

อัญมาเป็นห่วงอรรณพทุกลมหายใจเข้าออก เธอออกมาดักรอตรงทางเข้าชุมชนทุกวัน เผื่อเขามาจะได้ช่วยดูแลป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย เก้าแอบสังเกตการณ์แล้วกลับไปรายงานวินิจ ไม่นานทั้งหมดก็พากันออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังตึกร้างที่วินิจมีแผนลำเลียงยาตัวใหม่ออกจำหน่าย

วันเดียวกันนี้ อรรณพมาที่ชุมชนอีกครั้งพร้อมบอดี้การ์ดสองคน อัญมารีบโทร.ตามภควัตมาดูแล อรรณพรับรู้ถึงความห่วงใยของอัญมาที่มีต่อตนเอง และมั่นใจว่าชุมชนแห่งนี้ยังมีคนดีๆอีกไม่น้อย โดยเฉพาะเยาวชนที่เหมือนผ้าขาว จึงคิดอะไรได้มากกว่าแค่สร้างศูนย์การค้า อยากให้ธุรกิจของตนตอบแทนสิ่งดีๆคืนกลับให้สังคมด้วยการทำลานกีฬาให้เด็กๆ โดยมอบหมายให้ภควัตกับอัญมาช่วยดูแล

ภควัตรับอาสาคนเดียวเพราะเป็นห่วงอัญมาที่ยังต้องเป็นสายในกลุ่มนายวินิจ ถ้าถอนตัวออกมาตอนนี้พวกนั้นต้องสงสัยและไม่พอใจแน่นอน

“เธอต้องอยู่ในแก๊งนั้น แล้วก็ทำให้อธิคมเชื่อใจเธอเหมือนที่ผ่านมาให้ได้ ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วงคุณอรรณพ ยังไงก็มีฉันอยู่ทั้งคน เชื่อฉันนะอัญมา”

อัญมาจำนนด้วยเหตุผล หลังจากนั้นในตอนเย็นทั้งคู่เดินทางไปที่บ้านอรรณพตามคำเชิญเพื่อคุยเรื่องงาน อัญมาบอกทางภควัตได้อย่างแม่นยำ แถมพอมาถึงบ้านเธอก็พูดจาราวกับรู้จักมักคุ้นกับสองสามีภรรยาและ รู้เรื่องภายในบ้านนี้เป็นอย่างดี แม้แต่สาวใช้ชื่อฤดี อัญมาก็รู้จัก แต่วันนี้เธอลากลับบ้านต่างจังหวัดเพราะญาติป่วยกะทันหัน จึงไม่ได้เจอหน้าค่าตากัน

อัญมาทำให้อรรณพกับภรณีหลบมาพูดคุยกันตามลำพังด้วยความประหลาดใจ

“ท่าทางอัญมารู้จักบ้านเราดี”

“ผมไว้ใจคุณวัตนะ ผมมั่นใจว่าเขาเป็นคนไว้ใจได้ แต่อัญมา ผมดูแกไม่ค่อยออก”

“ฉันคิดว่าอัญมาเป็นเด็กดีค่ะ แกเป็นเด็กฉลาด เนื้อตัว ท่าทางแกเหมือนไม่ใช่เด็กที่เกิดในชุมชน ฉันรู้สึกชอบแก ถ้าแกเป็นคู่รักของคุณวัต ฉันว่าแกคงเป็นเด็กดีคนหนึ่ง”

ภรณีพูดแล้วมองเลยออกไปที่สนามซึ่งอัญมากับภควัตเดินเล่นกันอยู่

อัญมายิ้มแย้มมีความสุขที่ได้กลับมายังสถานที่คุ้นเคย ภควัตเห็นอาการของเธอแล้วอดซักไซ้ไม่ได้ว่า ที่นี่น่ะหรือที่เธอใช้ชีวิตคุณหนูอัญมา

“ใช่ นั่นห้องนอนฉัน” เธอชี้มือไปบนชั้นสองแล้วหันกลับมาที่สระน้ำเบื้องหน้า “ฉันเคยจัดปาร์ตี้วันเกิดที่ริมสระนี้ มีสุคนธรสมาร่วมงานด้วย”

“คุณเป็นเพื่อนกับสุคนธรส...ผมนึกไม่ออกจริงๆ”

“ยังมีอีกหลายเรื่อง ถ้าฉันเล่าคุณจะยิ่งนึกไม่ถึง”

ภควัตนิ่งอึ้ง จังหวะนี้เองภรณีเดินออกมาตามทั้งคู่เข้าไปกินข้าว...แล้วอัญมาก็ทำให้ภรณีประหลาดใจขึ้นมาอีก เธอพูดฉะฉานว่ามื้อเย็นภรณีไม่ทานข้าว ทานแต่ผัก แล้วแก้เก้อว่าเหมือนแม่อุบลของตนเลย ไม่กินข้าวเย็นเพราะกลัวอ้วน

ภควัตเห็นแววตาสงสัยของภรณีกับอรรณพ เลยออกตัวว่าอัญมาแปลกๆ แต่ความจริงเป็นคนดี...หลังอาหารมื้อนั้น อรรณพคุยรายละเอียดเรื่องทำลานกีฬากับทั้งคู่อีกเล็กน้อย ก่อนที่ภรณีจะนำกุหลาบสีแดงมาให้อัญมา บอกว่าตนปลูกเอง ฝากเอาไปให้แม่ของเธอด้วย

“ต้นนี้คุณแม่รักมากที่สุดในสวน ออกดอกทั้งปี” อัญมาเผลอตัวพูดออกมา พอได้ยินภรณีท้วงว่ารู้ได้ยังไง เธอก็หน้าเจื่อน ขอโทษที่พูดจาปํ้าเป๋อไป

“หนูอัญไม่ได้ปํ้าเป๋อ แต่เหมือนหนูรู้จักที่นี่ รู้เรื่องที่บ้านนี้”

“บังเอิญมากกว่าครับ” ภควัตช่วยพูด อรรณพเองก็เห็นด้วย บอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่อัญมาจะมารู้เรื่องบ้านนี้ดี

ภรณีท่าทีไม่เชื่อ อัญมาจวนตัวเลยตัดสินใจหาทางออกบอกว่าความจริงตนเป็นคนมีองค์ แต่ไม่ต้องกลัว ตนแค่เห็นอะไรที่คนอื่นไม่เห็น ไม่ได้เอาเรื่องนี้ไปทำไม่ดีกับใคร

“วันนี้เรารบกวนคุณนานแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ” ภควัตชิงตัดบทแล้วไหว้ลาก่อนพาอัญมาออกไป

“อัญมาแปลกๆนะ” อรรณพเปรยกับภรณี

“ฉันรู้สึกว่าหนูอัญแกเป็นคนพิเศษมาก เหมือนฉันเคยรู้จัก ถูกชะตาแกเหลือเกิน เราช่วยครอบครัวหนูอัญได้ไหมคะ”

“ใจเย็นๆคุณภรณี อัญมาอาจจะพอใจในสิ่งที่เขาเป็นอยู่ก็ได้”

“เราก็ไม่ได้ไปก้าวก่ายอะไรมากนี่คะ ถ้าแกอยากเรียนหนังสือ เราก็ช่วยให้ทุนแกได้”

“ยังไงผมจะลองถามๆดูให้นะ”

ภรณียิ้มบางๆ มองตามอัญมาไปอย่างรู้สึกผูกพัน...ฝ่ายอัญมา ขณะเดินผ่านแปลงกุหลาบ เธอชี้ชวนให้ภควัตดูกุหลาบต้นหนึ่งที่ภรณีแม่ของเธอได้พันธุ์มาจากอังกฤษ ภควัตทึ่งมาก บอกว่าไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเธอเป็นคุณหนูอัญมาจริงๆ

“ในโลกนี้มีเรื่องประหลาด พิสูจน์ไม่ได้อีกตั้งเยอะแยะ”

“แสดงว่าคนที่เธอกลับมาช่วยให้เขารอดตายต้องเป็นคนสำคัญมาก เธอถึงยอมเสียสละความสุขของคุณหนูอัญมา”

“ใช่...เขาเป็นคนสำคัญมากสำหรับฉัน อีกอย่างฉันก็ไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ แต่อย่างน้อยถ้าฉันมีโอกาสจะทำความดี ฉันก็จะทำ มันอาจจะเล็กน้อยมาก แต่ก็ดีกว่าไม่มีประโยชน์อะไรในโลกใบนี้เลย”

ภควัตยิ้มกับอัญมาด้วยสายตาอ่อนโยน และชื่นชมความคิดแสนดีมีสาระของเธอ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.