ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คีตโลกา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในที่สุด อธิคมก็รู้จนได้ว่ายาที่อัญมาไปรับจากโรงพยาบาลเป็นยาระงับอาการทางประสาทและยาบำรุงใช้สำหรับคนที่ต้องการรักษาอาการติดยาหรือมีอาการลงแดง

อธิคมไม่พอใจอย่างมาก โทร.ตามเธอมาพบ ภควัตเป็นห่วงเธอมากไม่อยากให้ไป แต่อัญมาค้านว่าทำแบบนั้นมันต้องตามล่าตนแน่ ยังไงตนก็จะเอาตัวรอดให้ได้

อัญมาทำใจดีสู้เสือ เผชิญหน้าอธิคมที่ท่าทีดุดันกว่าทุกครั้ง ในใจเธอเริ่มกลัวแต่พยายามตั้งสติทำตัวให้น่าสงสารเข้าไว้

“นี่เหรอวิตามิน ยาบำรุงสำหรับคนขาดสารอาหาร นึกว่าฉันจะโง่เชื่อเธองั้นเหรอ”

“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหก”

“รู้ไหมคนอย่างฉันเวลารักใครฉันให้ได้ทุกอย่าง แต่ถ้ารู้ว่าถูกทรยศ ฉันก็ทำให้มันตายคามือฉันได้เหมือนกัน”

อธิคมบีบคออัญมาต่อหน้าลูกน้องที่มองดูอย่างสะใจ อัญมาใจไม่ดีรีบบีบน้ำตาอ้อนวอนขอโอกาสให้ตนได้อธิบายเหตุผล

“ก็ได้ ฉันจะลองฟังว่าเธอจะตลบตะแลงอะไรฉันอีก”

“แต่ฉันขอคุยกับพี่ตามลำพังนะ”

อธิคมไม่ตอบแต่ลากเธอเข้าไปในห้อง ทิ้งให้ลูกน้องบ่นเสียดายที่ไม่ได้ดูไอ้อัญถูกอธิคมตบกลิ้ง

เข้ามาอยู่ในห้องกันสองต่อสอง อธิคมหยิบมีดพับ มาขู่อัญมาอย่างเลือดเย็น

“พูดมาฉันจะฟัง แต่ถ้ามันฟังไม่ขึ้น ฉันจะจัดการฝังเธอที่หลังตึกนี่แหละ”

“ก็ตามใจพี่คม ฉันก็ไม่อยากอยู่แล้ว ตอนนี้มีแต่ปัญหา แม่ก็ด่าฉันทุกวัน ไอ้พี่วัตก็งี่เง่า แล้วยังมาเจอพี่คมเข้าใจผิดอีก”

“เข้าใจผิด คิดว่าฉันโง่หรือไง เห็นๆอยู่ว่าเธอโกหก”

“ฉันโกหกก็เพราะจำเป็น ฉันอยากเลิกยา อยากให้แม่เลิกด่าฉันสักที แต่ที่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวพี่คมจะระแวงฉันแบบที่เป็นอยู่เนี่ย อีกอย่างถ้าพวกไอ้เก้ารู้มันคงหัวเราะเยาะฉัน พวกมันชอบคิดว่าฉันไม่มีทางเลิกยาได้ ฉันไม่อยากเมายาจนพลาดถูกพวกมันพาไปขายที่ซ่องเจ๊ว่านอีก ถ้าพี่ไม่เชื่อฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว จัดการฉันแล้วเอาไปฝังได้เลย”

อัญมาน้ำตาคลอแต่เชิดหน้าท้าทาย...ปรากฏว่าได้ผลชะงัด อธิคมใจอ่อนยอมปล่อยเธอไปด้วยความสงสาร ด้านภควัตพอได้รับการติดต่อจากอัญมาก็รีบออกจากบ้านมาที่ชุมชน โดยไม่ทันสังเกตว่าขวัญอนงค์แอบสะกดรอยตาม กระทั่งเห็นเธอเดินชะเง้อชะแง้อยู่หน้าชุมชน จึงดึงอัญมาหาที่หลบ บอกว่าน้องสาวของตนมาที่นี่

ขวัญอนงค์เห็นมอเตอร์ไซค์ของภควัตแต่ไม่เจอตัว ขณะเดินวนเวียนตามหา ไปกระแทกแอนนี่ที่ถือถุงกาแฟผ่านมาโดยไม่ตั้งใจ สองสาวเปิดฉากต่อปากต่อคำกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ภควัตเลยฉวยโอกาสดึงอัญมาห่างออกไป

“นี่ผู้กองไม่ห่วงน้องสาวหรือไง ปล่อยให้ฟัดกับยายแอนนี่แบบนั้นได้ไง ยายแอนนี่ปากจัดฟัดไม่เลือกแค่ไหนคุณก็รู้”

“ฉันรู้ว่าแอนนี่ร้าย แต่เธอคงไม่รู้ว่าคุณน้องก็ไม่ธรรมดา ไปเหอะน่า ไม่ต้องไปห่วงเขาหรอก”

ภควัตกับอัญมาไปแล้ว แต่ขวัญอนงค์กับแอนนี่ยังปักหลักเอาเรื่องกันหน้าดำหน้าแดง แอนนี่ปากตลาดด่ากราดจะเอาเงินค่ากาแฟที่หกหมด ส่วนขวัญอนงค์ด่าแบบผู้ดีแต่แสบสันไม่แพ้กัน

ที่สุดขวัญอนงค์ยอมควักแบงก์พันให้ไป แอนนี่รับไว้แต่เจ็บใจเกินกว่าจะรามือ อยากตบหน้าเธอสักฉาด อีกฝ่ายเลยร้องบอกชาวบ้านที่มามุงดู
“ใครจับผู้หญิงคนนี้ไว้ ฉันให้คนละพัน”

พริบตานั้นเอง กลุ่มชาวบ้านกรูกันเข้ามายื้อยุดแอนนี่จนดิ้นไม่หลุด!

ส่วนภควัตที่พาอัญมาเลี่ยงไป พอรู้ว่าเธอฉลาดหัวไวทำให้อธิคมให้อภัยและให้โอกาสร่วมงานกันต่อไป ก็เลยตกรางวัลเธอด้วยการพาไปเลี้ยงข้าวที่ตลาดนัดแล้วเดินเล่นซื้อของกันอย่างเพลิดเพลิน

ooooooo

ริมถนนบริเวณตลาดนัด สุคนธรสยืนกอดอกหน้าบูดบึ้งข้างรถของตนที่อยู่ดีๆก็ไปต่อไม่ได้ กฤษณ์ก้มๆเงยๆหน้ารถครู่หนึ่งก่อนหันมาพูดกึ่งบ่นว่า

“ความจริงรสควรจะเรียกช่างนะ ไม่ใช่เรียกผมมา”

“ก็คุณเป็นแฟนรส เกิดปัญหารสก็ต้องนึกถึงคุณก่อนสิคะ ไม่โทร.เรียกคุณจะให้ โทร.เรียกใคร”

“แต่ผมไม่ใช่ช่างซ่อมรถ คุณโทร.ตามช่างเถอะ”

“คุณก็โทร.ตามให้รสหน่อยสิคะ เบอร์โทร.อะไรพวกนี้รสไม่มีหรอก”

กฤษณ์หงุดหงิดแต่ก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทร.ตามช่าง แต่ปลายสายไม่ทันจะรับ เขาก็ก้าวยาวๆตามภควัตกับอัญมาไปอย่างเร็ว ทิ้งสุคนธรสยืนงงโหวกเหวกโวยวายอยู่ตรงนั้น

แม้ภควัตจะอยู่ในสภาพที่แปลกตาแต่กฤษณ์ก็จำได้ เขาเดินตามคนทั้งคู่ไปห่างๆ จับตามองอัญมาเป็นพิเศษ พอเห็นภควัตรับโทรศัพท์แล้วบอกลาเธอไป กฤษณ์เลือกที่จะไม่ตามภควัต แต่เดินตามอัญมาไปเรื่อยๆ

ภควัตต้องกลับไปประชุมด่วนตามที่จ่าเดชแจ้งมา ส่วนอัญมาตั้งใจจะกลับบ้านอุบล แต่ระหว่างทางเจอเก้า

กับต้นลูกน้องของอธิคมหาเรื่องโทษฐานทำตัวน่าหมั่นไส้จนเป็นคนโปรดของอธิคม กฤษณ์เฝ้าดูเหตุการณ์และลังเลว่าจะเข้าไปช่วยเธอดีหรือไม่ แต่แล้วอัญมาก็เอาตัวรอดด้วยการขู่ทั้งคู่จนยอมถอย

“เอาสิ ถ้าพวกแกทำอะไรฉัน ฉันจะบอกพี่คมว่าพวกแกมาหาเรื่อง ศพพวกแกไม่สวยแน่”

เก้ากับต้นไปแล้ว อัญมาโล่งใจจะจ้ำกลับบ้านแต่ทันใดกฤษณ์พรวดพราดมาประชิดตัว ถามคาดคั้นว่า

“เธอเป็นสายให้ผู้กองภควัตใช่ไหม”

อัญมาตกใจ จำสารวัตรกฤษณ์ได้ แต่ทำไขสือว่าเขาพูดอะไรตนไม่รู้เรื่อง แล้วเดินลิ่วหนีไป กฤษณ์ก้าวตามไม่ลดละ พอปลอดคนก็รีบฉุดแขนเธอไว้

“หยุดคุยกับฉันก่อน”

“ปล่อยฉัน ฉันไม่รู้จักคุณ...ปล่อย”

อัญมาพยายามสะบัดมือไม่ยอมหยุดคุยด้วย แต่กฤษณ์ไม่ยอมปล่อย

“ใจเย็นๆ ฉันไม่ได้มาร้าย เราคุยกันหน่อยได้ไหม”

“ก็บอกแล้วไง ฉันไม่คุย”

สองคนยื้อยุดกันไปมา อุบลถือตะกร้าเดินผ่านมา เห็นเข้าใจว่าไอ้หนุ่มหน้าตาดีกำลังทำร้ายลูกสาวของตน พุ่งเข้าไปใช้ตะกร้าฟาดเขาไม่ยั้ง ไม่สนใจข้าวของที่หล่นกระจายลงพื้น

“เอ็งจะทำอะไรลูกข้า ปล่อยลูกข้าเดี๋ยวนี้”

“โอ๊ย...” กฤษณ์ร้องลั่นอย่างตกใจ สองมือปัดป้องตะกร้าที่อุบลฟาดไม่เลิก อัญมาต้องเข้ามาห้าม

“พอก่อนแม่ พอแล้ว เดี๋ยวเขาตาย”

“ก็จะตีให้มันตายน่ะสิ มันจะทำมิดีมิร้ายแกนะ ไอ้อัญ”

นอกจากถูกอุบลทุบตีแล้วกฤษณ์ยังเกือบจะโดนจิ๊บกับนวยเกณฑ์ชาวบ้านมารุมเล่นงานถ้าไม่ยอมถอยไปเสียก่อน ทั้งที่เขาสงสัยว่าอัญมาน่าจะเป็นสายลับให้ผู้กองภควัต

สารวัตรกฤษณ์เอาตัวรอดด้วยการอ้างว่าตนทักคนผิด แล้วเดินกลับไปหาสุคนธรสที่ยังรอบริษัทประกันภัย โดยมีขวัญอนงค์อยู่เป็นเพื่อนทั้งที่ไม่เต็มใจ

ขวัญอนงค์ไม่ชอบสุคนธรสแฟนเก่าของภควัต ยิ่งมาเจอเธอกับแฟนใหม่แถมเธอยังคุยอวดเรื่องแต่งงาน ก็ยิ่งหมั่นไส้ รีบกลับไปเล่าให้แม่ฟังแล้วโมทนาสาธุที่ผู้หญิงคนนี้ไปจากชีวิตพี่ชายของตนได้ ส่วนเรื่องคนพิเศษของภควัตที่ไม่ได้เห็นหน้าค่าตาแต่อย่างน้อยก็รู้ว่าบ้านช่องอยู่ที่ไหน ยังไงตนต้องสืบให้ได้ว่าเธอเป็นใคร

ที่สำคัญเป็นคนดีเหมาะสมกับพี่วัตของตนหรือไม่

ด้านอัญมาที่หลุดรอดการคาดคั้นของกฤษณ์มาได้ เธอเล่าให้ภควัตรับรู้แล้วกลับมานอนที่บ้านอุบลในคืนนั้น ส่วนภควัตเช้าขึ้นก็รีบไปกำชับจ่าเดชให้คอยกันอัญมาออกห่าง เพราะตอนนี้สารวัตรกฤษณ์สงสัยแล้วว่าเธอเป็นสายให้ตน

เช้าวันเดียวกัน อัญมาไปที่ค่ายมวยของวินิจเพื่อตีสนิทอธิคมให้มากขึ้น เขาจะได้ไว้ใจและยอมให้ร่วมรับฟังหากมีกำหนดการส่งยาลอตต่อไป แต่กลายเป็นว่าวันนี้ภควัตมาทำให้เสียเรื่อง เขาหึงหวงที่เห็นอธิคมสอนชกมวยให้อัญมาอย่างใกล้ชิดชนิดถึงเนื้อถึงตัว เลยต้องพากันกลับออกมาอย่างน่าเสียดาย

ฝ่ายกฤษณ์ที่จ้องจะสร้างผลงานเพื่อเอาชนะภควัตให้จงได้ พอระแคะระคายว่าผู้หญิงที่เจอในตลาดอาจเป็นสายของภควัตก็มีความคิดจะดึงตัวเธอมาทำงานให้กับตน ส่วนเรื่องแต่งงานกับสุคนธรสนั้นขอเลื่อนออกไปก่อนอย่างแน่นอน ซึ่งเขาชักแม่น้ำทั้งห้ามาโน้มน้าวจนเธอยินยอมในที่สุด

ooooooo

ความหึงหวงของภควัตที่มีต่ออัญมาทำให้อธิคมไม่พอใจ อยากกำจัดให้พ้นหูพ้นตาแต่ก็กลัวจะโจ่งแจ้งจนกระทบงานใหญ่ของตน จึงบอกลูกน้องให้รอก่อน จังหวะดีเมื่อไหร่ค่อยลงมือ

อัญมาพาภควัตกลับไปทำแผลฟกช้ำที่ห้องเช่า หลังจากโดนอธิคมต่อยจนหงายเงิบปากคอแทบแตก

“หาเรื่องจริงๆไปชกกับพี่คมทำไม เดือดร้อนฉันเลยเห็นมั้ย”

“นี่คิดว่าผมสู้อธิคมไม่ได้เหรอ”

“แล้วที่กลิ้งหงายหลังแผ่กลางเวทีแบบนั้นเขาเรียกว่าชนะหรือไง”

“ผมแกล้งแพ้ มองไม่ออกหรือมัวแต่ปลื้มว่า

อธิคมมันเก่ง” ภควัตเสียงขุ่นจนอัญมาชักสีหน้า ทำเสียงดังกลบความเขินที่โดนเขาจับจ้อง

“นี่...อย่าทำเสียงงี่เง่าแบบนี้ ฉันไม่ชอบ”

“นี่ผมกำลังเตือนคุณนะ ว่าอย่ามัวแต่หลงอธิคม”

“ถ้าไม่ไว้ใจก็ไม่ต้องทำงานด้วยกัน”

“ทำตัวให้น่าไว้ใจกว่านี้หน่อยสิ ผมอยากรู้เรื่องที่มันจะขนสารเคมีตั้งต้น”

“ก็ถ้าคุณไม่โผล่มาวันนี้ ไม่มาขวางฉันซ้อมมวยกับอธิคม ป่านนี้เขาก็คงไว้ใจพาฉันเข้าไปนั่งฟังด้วยแล้ว”

“อ้าว...ผมมาทำแผนคุณเสียงั้นเหรอ”

“ใช่! รู้ไว้ซะด้วย คุณมีวิธีของคุณ ฉันก็มีวิธีของฉัน”

“อ้อ...ใช้มารยาหญิง”

“ใช่ มารยาผู้หญิงแล้วทำไม ฉันใช้มารยาผู้หญิงทำให้พวกค้ายาไว้ใจ แล้วก็เอาข่าวมาบอกพวกผู้กอง ถ้าจะดูถูกมารยาผู้หญิง ช่วยเก็บไว้ดูถูกตอนที่ฉันเอาไปใช้หว่านเสน่ห์หาสามีแล้วกัน”

ภควัตชะงักหน้าเจื่อน อ้าปากจะขอโทษแต่เธอชิงดักคอเสียก่อน

“อย่าขอโทษ จำไว้ว่าคำพูดเป็นนายเรา แล้วที่ฉันเสี่ยงทำอยู่ก็เพื่อเด็กๆที่จะไม่ต้องติดยา ฉันไม่ได้ทำเพื่อผู้กอง จำไว้ด้วย”

อัญมาผลักภควัตพ้นทางแล้วจ้ำพรวดออกไป ทิ้งภควัตยืนบื้อ บ่นตัวเองไม่น่าปากเสียเลย...แต่ทันใดก็ยิ่งเจ็บใจเมื่อมองเห็นอธิคมดึงแขนอัญมาซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างรวดเร็ว

ภควัตกลับมานั่งเหม่อลอยในฐานลับของตำรวจ ครุ่นคิดแต่เรื่องอัญมากับอธิคม กฤษณ์เมียงมองก่อนเดินมาถามเขาว่าวันนี้มีอะไรคืบหน้าบ้างหรือยัง

“เรื่องอะไรที่สารวัตรอยากให้ผมรายงานเหรอครับ”

“วัต...แกไม่ต้องมาลีลา ฉันถามอย่างเพื่อน”

“สารวัตรอยากรู้เรื่องอะไรล่ะครับ”

“เรื่องสารตั้งต้นที่พวกมันจะเอามาทำยาบ้า มันจะมาถึงเมื่อไหร่ ทำไมถึงไม่มีเบาะแสอะไรเลย สายของแกมัวทำอะไรอยู่”

“เขาก็ทำงานของเขานั่นแหละครับสารวัตร ผมเองก็ติดต่อเขาเรื่อยๆ ตามแต่สะดวก”

“ตามแต่สะดวกยังไง แกเพิ่งไปเจอสายมา”

“สารวัตรรู้ได้ยังไงครับว่าผมไปเจอสายของผม”

กฤษณ์ชะงัก รู้ว่าพลาดที่พูดออกไปจนภควัตจับได้

“คราวที่แล้วสารวัตรอยากได้หน้าเป็นคนจับพวกอธิคมที่โกดัง สายของผมเกือบตาย เอาละ ผมจะพูดแบบเพื่อนอย่างที่สารวัตรต้องการนะครับ อย่าคิดจะทำอะไรที่เหยียบหัวคนอื่นไปเพื่อความสำเร็จของตัวเองคนเดียว เราต้องทำงานกันเป็นทีม แล้วถ้าแกทำให้สายของฉันต้องเดือดร้อนไม่ปลอดภัย ฉันจะไม่ให้อภัยแกอีกครั้ง ไอ้กฤษณ์”

คำกล่าวแข็งกร้าวอย่าง “เพื่อน” ของภควัตทำให้กฤษณ์หน้าม้าน หันหลังให้อย่างละอาย

พอดีจ่าเดชโทร.มารายงานเรื่องอัญมาที่สั่งให้ค้นหา ภควัตรับสายแล้วหน้าเครียด จ่าบอกว่าหาตัวอัญมาไม่พบ ไม่รู้ว่าเธอหายไปไหนกับอธิคม
ภควัตเซ็งสุดขีด ออกจากฐานลับที่ซ่อนอยู่ในห้างสรรพสินค้าด้วยสีหน้าหงุดหงิด สุคนธรสกำลังเดินคุยมือถือมาจากอีกทางเห็นอดีตแฟนก็ตรงดิ่งไปทักทาย

“มีเวลามาเที่ยวห้างด้วยเหรอคะ”

“ครับ ก็มีเวลาบ้าง”

“พักนี้รสเห็นคุณเที่ยวบ่อยนะคะ ทีเมื่อก่อนกว่ารสจะลากออกมาได้สักที...”

“ผมไม่ชอบจำอดีต” ภควัตรีบตัดบท แต่สุคนธรสยังปากไวว่าหมายถึงคนด้วยหรือเปล่า “ใช่” คำตอบสั้นๆ แต่หนักแน่นชัดเจนเล่นเอาหญิงสาวหน้าชาไปครู่ ก่อนตั้งหลักชวนคุยใหม่

“กฤษณ์บอกว่าทำงานกับคุณ คุณก็ยังบ้าระห่ำเหมือนเดิม”

ภควัตไม่ตอบ สุคนธรสหน้าเจื่อนไปอีกนิด แต่ไม่วายซักไซ้ว่าเขามีแฟนใหม่หรือยัง พอเขาเงียบก็ทึกทักว่ายังลืมเรื่องของเราไม่ได้...พูดแล้วยิ้มหวาน นัยน์ตามีความหมาย หยอดเบาๆว่า

“ถึงรสจะแต่งงงานกับกฤษณ์ แต่รสก็จะไม่ลืมคุณ...รักแรกของรส”

ooooooo

อธิคมพาอัญมาไปเที่ยวบางปู บรรยากาศดีมาก เดินเล่นกันไปบนสะพานที่ทอดยาว

“นึกยังไงพี่คมถึงพาฉันมาเที่ยว”

“ไม่สนุกเหรอ ถ้าเบื่อ ไปที่อื่นก็ได้นะ”

“ไม่เบื่อหรอก สวยดี ฉันไม่เคยมาเลย”

“แม่เคยพาฉันมาเที่ยวที่นี่ตอนเด็กๆ นานมากแล้ว สามคนพ่อแม่ลูก...นานมากจนแทบจำไม่ได้”

อธิคมแววตาเศร้าหม่นคิดถึงแม่ อัญมามองเห็นโอกาสตีสนิท เสนอตัวไปเป็นเพื่อนถ้าเขาอยากไปเที่ยวในที่ที่เคยไปตอนเด็กๆ

“จริงเหรอ ฉันอยากไปทางเหนือ”

“ไปสิ ไปเมื่อไหร่ก็ได้ อาทิตย์หน้าเลยมั้ย”

“อาทิตย์หน้า” อธิคมทวนคำแล้วนึกถึงวันก่อนที่คุยกับวินิจเรื่องสารตั้งต้นทำยาสูตรใหม่จะมาถึงอาทิตย์หน้า ซึ่งวินิจกำชับต้องจัดการให้เรียบร้อย อย่าให้มีเรื่องแบบคราวก่อนอีก

อัญมาสังเกตสีหน้าอธิคมแล้วพอเดาได้ว่าต้องมีธุระสำคัญ แกล้งเปรยขึ้นว่า

“พี่คมไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะ ไว้วันหลังก็ได้”

“สัญญากับฉันแล้ว ยังไงก็ต้องไปนะ”

“ไปสิ ฉันไม่เบี้ยวหรอก แต่เสียดายอาทิตย์หน้าเนอะ”

“มีงานสำคัญ ยังไม่รู้วันแน่นอน”

“ให้ฉันช่วยงานพี่บ้างได้มั้ย ถ้าพี่ไว้ใจว่าฉันไม่ใช่สายตำรวจ”

“ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเชื่อเธอ” อธิคมประคองหน้าอัญมา เอ่ยแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความจริงใจ “อย่าหลอก อย่าโกหก อย่าหักหลังฉันนะอัญ ฉันไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหนเลย”

อัญมาอึกอักทำอะไรไม่ถูก ปล่อยให้เขาโอบกอดอยู่กับอก

“ฉันอยากมีเงินไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธออยากไปอยู่ที่ไหน ฉันจะพาไปนะอัญ”

อธิคมจริงจังทั้งท่าทางและคำพูดจนอัญมาไม่สบายใจ รู้สึกสงสารเขาอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ภควัตกับสุคนธรสอยู่ด้วยกันในร้านกาแฟ ภควัตไม่รู้จะคุยอะไร ก็เลยเลียบเคียงพูดถึงกฤกษ์ขึ้นมา

“กฤษณ์คงไม่ค่อยชอบทำงานกับผมเท่าไหร่”

“ไม่นี่คะ เขาออกจะชอบ เขาบอกว่าคุณทำงานเก่ง”

“จริงเหรอ เขาชมผมอย่างงั้นจริงๆเหรอ” ภควัตแกล้งทำเป็นไม่เชื่อ สุคนธรสกุมมือเขา

“ไม่เอาน่าวัต ทำไมเราต้องมาคุยเรื่องคนอื่นด้วย เล่าเรื่องของวัตให้รสฟังสิคะ มีแฟนใหม่หรือยัง”

ภควัตไม่ทันพูดอะไร ขวัญอนงค์ที่ผ่านมาเห็นโดยบังเอิญก็เดินตัวปลิวเข้ามายืนข้างโต๊ะสีหน้าบึ้งตึง สุคนธรสเห็นแล้วปล่อยมือภควัตทันที

ขวัญอนงค์กลัวภควัตจะคืนดีกับสุคนธรสเลยพูดจากีดกันและย้ำเรื่องแฟนใหม่ที่เขาเคยพามาค้างที่บ้าน สุคนธรสได้ฟังก็อึ้งกิมกี่ คิดไม่ถึงว่าภควัตจะหาแฟนใหม่ที่ดีกว่าตนได้แล้วจริงๆ

ภควัตไม่อยากถูกซักไซ้ไล่เรียงจึงดึงขวัญอนงค์ห่างออกมาแล้วถามว่าไปพูดยั่วสุคนธรสแบบนั้นทำไม

“ก็น้องไม่ชอบ พี่วัตกลับไปคบกับผู้หญิงคนนี้ทำไม เขาทำพี่วัตเจ็บแค่ไหน ลืมแล้วเหรอคะ”

“พี่ไม่ได้คบ พี่รู้ว่ารสกำลังจะแต่งงานกับสารวัตรกฤษณ์ แล้วสารวัตรกฤษณ์นี่แหละครับที่พี่อยากรู้เรื่องของเขา ถึงต้องมาถามเอากับรส”

“แน่เหรอคะ”

“แน่ครับ...พี่ไม่เลวขนาดแย่งแฟนเพื่อนนะครับ ว่าแต่คุณน้องเถอะ มาทำไมแถวนี้”

“ก็มาหาพี่วัตน่ะสิคะ”

“หาพี่หรือหาคนอื่นกันแน่”

“โอเคค่ะ น้องก็แมนพอ กล้าทำกล้ารับ น้องจะมาหาผู้หญิงคนนั้น คนที่พี่วัตพาไปบ้าน คนที่พี่วัตมาหาแถวนี้” ภควัตฟังแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ “ไม่ต้องถอนหายใจค่ะ งานนี้น้องกัดไม่ปล่อยแน่ๆ อยากรู้ว่าพี่วัตซ่อนใครไว้ พี่วัตจะเห็นว่าน้องจุ้นก็ยอม น้องเป็นห่วงพี่วัตมากนะคะ น้องไม่อยากเห็นพี่ชายของน้องต้องเจ็บช้ำอีก”

“โอเคครับ พี่ยอมแล้ว พี่จะพาเขาไปที่บ้านให้คุณน้อง คุณป้า คุณลุง รู้ว่าเราเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ”

“เมื่อไหร่คะ”

“อาทิตย์หน้านะครับ ขอเวลาให้เขาเตรียมตัวนิดนึง”

“อย่าเบี้ยวนะคะ น้องรู้ว่าเขาอยู่แถวนี้ น้องจะมาตามถ้าพี่วัตเบี้ยวน้อง”

“โอเค ไม่เบี้ยวครับ สัญญาครับ”

ภควัตรับปากทั้งที่หนักใจ แล้วพอแยกจากกันไป เขาจะรีบไปบอกอัญมาแต่ปรากฏว่าเธอยังไม่กลับบ้านทั้งที่ใกล้ค่ำแล้ว

อัญมาอยู่กับอธิคมทั้งวัน สีหน้าท่าทางฝ่ายชายมีความสุขมาก จนกระทั่งค่ำเขาขับรถมาส่งหน้าบ้านและเกือบเจอภควัตที่ซุ่มรออยู่ ดีเสียว่าอีกฝ่ายไหวตัวทันหลบวูบไปก่อน

เพียงเช้าวันถัดมา คนในชุมชนก็วิพากษ์วิจารณ์เรื่องอัญมาเนื้อหอมมีทั้งเซียนพระและอธิคมมาติดพัน ไม่ช้าภควัตโผล่มาฉุดกระชากแขนอัญมาไปคุยในบ้าน ให้เธอเล่ามาว่าเมื่อวานหายไปไหน ทำอะไรกับใครบ้าง

“ฉันไม่เล่า เรื่องเมื่อวานมันเรื่องส่วนตัว”

“เรื่องส่วนตัว?”

“ใช่ เรื่องส่วนตัวของฉัน ที่จะบอกผู้กองคืออาทิตย์หน้าอธิคมลงมือแน่ ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์”

“ทำไมอธิคมถึงบอกเธอ เธอทำยังไง”

“ก็มารยาหญิงที่ผู้กองว่าฉันไงล่ะ”

“มารยาหญิงอะไร หายไปกับอธิคมกลับจนมืดค่ำ”

“อย่ามองคนในแง่ร้ายนักเลยผู้กอง อธิคมก็คนมีหัวจิตหัวใจคนหนึ่งเหมือนเรานี่แหละ”

“หายไปวันเดียว ถึงกับเข้าอกเข้าใจกันลึกซึ้ง”

“เพราะใจฉันไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนผู้กองนี่ ฉันมองเห็น อธิคมน่ะเด็กขาดแม่ เขาต้องการความรักจากคนอื่นเพราะเขาขาดแม่ พ่อเขาก็ไม่เคยสนใจตรงนี้ คนอย่างเราที่มีความรักเพียบพร้อมไม่เข้าใจหรอก”

“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ขาดความรัก พ่อแม่ฉันถูกฆ่า แล้วฉันก็เห็นหน้าไอ้ฆาตกร ฉันมีคุณป้า มีคุณลุง ท่านรักฉันเหมือนลูก แต่ฉันก็รู้ว่าไม่มีความรักไหนมาทดแทนความรักของพ่อแม่ได้ ถึงเราขาดความรักมันก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่เราจะทำตัวเป็นคนชั่ว”

อัญมาค่อนข้างตกใจกับเรื่องราวความหลังของภควัตที่ไม่เคยรู้มาก่อน

“ผู้กอง...ฉันอยากให้คุณเข้าใจว่านี่คือจุดอ่อนของ อธิคม เขามีฉันเป็นเพื่อน เขากล้าเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังมากขึ้น มันจะทำให้งานของเราสำเร็จเร็วกว่าเดิม”

“ระวังตัวด้วยอัญมา อย่ามั่นใจไปว่าอธิคมจะเชื่อใจคุณ อธิคมน่ะฉลาดเป็นกรด ไม่อย่างนั้นวินิจคงไม่ให้ลูกชายเป็นคนวางแผนทุกครั้ง ที่เตือนเพราะผมเป็นห่วง...”

อัญมามองหน้าและสบตาเขาอย่างลุ้นๆว่าจะพูดอะไรต่อ

“ผมเป็นห่วงสายของผมทุกคน”

“ก็ดี ฉันจะจำได้ว่าคุณเป็นห่วงสายของคุณทุกคนเหมือนกัน” พูดแล้วอัญมาเมินหน้าหนี ภควัตฟอร์มจัดทั้งที่อึดอัดที่ต้องเก็บงำความรู้สึกแท้จริงในใจ

ooooooo

อธิคมบอกกับวินิจด้วยความแน่ใจว่าตำรวจตามกลิ่นเราอยู่ แต่ตนมีแผนหลอกให้มันหลงทางด้วยการแบ่งคนไว้สี่ชุดให้เคลื่อนไหวเหมือนส่งข่าว ติดต่อกันตลอด ปล่อยข่าววันส่งของออกไปคนละวัน ดูว่าตำรวจจับข่าวได้จากทางไหน แสดงว่าตรงนั้นมีสายของมันอยู่

“แล้วใครจะเป็นคนไปรับของ”

“ผมเอง”

“คม...ถ้าพลาด พ่อไม่อยากให้แกติดคุกอีก”

“ผมจะเอาไอ้อัญไปด้วย ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ไอ้อัญจะเป็นคนรับผิดทั้งหมด”

“ตกลงว่าที่แกทำเป็นสนิทกับไอ้อัญ...”

“ผมยังไม่หายสงสัยมันหรอก แล้วคราวนี้ถ้าตำรวจตามมาถึงตัวผมได้ ก็เหลือแค่มันคนเดียว ผมจะให้มันรับโทษหนักที่กล้าลูบคมผม” อธิคมมองปืนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเหี้ยมๆ

วันเดียวกัน ภควัตในคราบเซียนพระเดินตามอัญมาต้อยๆบอกให้เธอเตรียมตัวไว้ เย็นนี้เขาจะมารับไปพบลุงกับป้า

“อะไรกัน ทำไมปุบปับนักล่ะ”

“ที่จริงผมบอกคุณน้องไว้ว่าจะพาคุณไปอาทิตย์หน้า แต่ถ้าเราต้องทำงาน ไปซะวันนี้เลย”

“ไปบ้านคุณน่ะเหรอ”

“ใช่...ผมจะโทร.หา อย่าหนีหายไปไหน รับโทรศัพท์ผมด้วย”

“ฉันไม่อยากไป ทำไมฉันต้องไปบ้านคุณไปเจอหน้าลุงกับป้า ครอบครัวคุณด้วย เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”

อัญมาสะบัดหน้าหันหลังให้ ภควัตจะขยับเข้าใกล้แต่แอนนี่วิ่งพรวดมาขวางแล้วกระโดดกอดเขา หอมแก้มซ้ายขวาจนอัญมามองตาลุกวาว ขณะที่ภควัตไม่ทันตั้งตัว ยืนเหวอไปครู่หนึ่ง

“หนวดพี่วัตน่ะเซ็กซี่ที่สุดเลย”

ภควัตได้สติดันแอนนี่ออกห่าง “ไม่ดีนะแอนนี่ แฟนพี่ยืนอยู่ทั้งคน”

แอนนี่มองเย้ยไปทางอัญมา แล้วกอดภควัตซบลงที่อกเขาเน้นๆอย่างท้าทาย

“แล้วทำไม”

“ก็ไม่ทำไมหรอกแอนนี่ ถ้าอยากได้มากจะบริจาคให้ ถือว่าของใช้แล้ว” จบคำอัญมาสะบัดหน้าเดินไปเลย ภควัตใจคอไม่ดีดันแอนนี่ออกจนได้

“เห็นมั้ย ไอ้อัญมันหาว่าพี่วัตเป็นของใช้แล้ว ของเหลือใช้ ยังจะง้อมันอีกทำไม”

“เพราะพี่รักอัญมา”

“อ๊าย...อย่าพูด แอนนี่ไม่อยากได้ยิน” แอนนี่ปิดหู ภควัตดึงมือเธอออกแล้วพูดใกล้หูอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“พี่รักอัญมา ได้ยินชัดมั้ย พี่รักอัญมาคนเดียว”

แอนนี่เต้นเร่าๆอย่างเจ็บใจ ภควัตรีบวิ่งหนีไป ได้ยินเสียงเธอดังแว่วไล่หลัง

“บ้าๆๆๆๆ ผู้ชายอะไรน่ารักที่สุด รักเดียวใจเดียวแถมไม่แป๊บเดียว แบบนี้หายาก แอนนี่ต้องฉกมาให้ได้”

ooooooo

ภควัตไปตามจ่าเดชแถวร้านเจ๊ว่านออกมาคุยกันสองต่อสองที่นอกชุมชน

“จ่ามัวแต่ยุ่งกับร้านเจ๊ว่าน รู้บ้างมั้ยว่าอัญมาไปบ้านนายวินิจบ่อยแค่ไหน ทำไมไม่คอยคุ้มครอง”

“ผู้กอง ไอ้อัญมันเดินเข้าเดินออกที่นั่นน่ะถูกแล้ว ไม่งั้นเราจะได้ข่าวมาจากไหน”

จ่าเดชจับสังเกตผู้กองแล้วตัดสินใจเตือน “อย่าหาว่าผมงั้นงี้เลยนะ ผู้กองน่ะท่าทางเหมือนหึงไอ้อัญ”

“หึง!!! บ้าแล้วจ่า”

“แน่ะ ไม่ยอมรับ ปากแข็ง...ใช่เลย”

“โอเค ผมยอมรับว่าผมเป็นห่วงอัญมา”

“แค่เป็นห่วงเหรอ”

“ใช่ ผมชวนเขามาเป็นสาย ผมก็ต้องรับผิดชอบชีวิตเขาให้มากที่สุด”

“แต่ผู้กองก็ต้องรู้นะว่าไอ้อัญมันเต็มใจทำงาน ขืนผู้กองอาละวาดแบบนี้บ่อยๆ ผมว่าวันหนึ่งความลับมันจะแตก ทีนี้ถ้าอธิคมจับพิรุธได้ คนซวยเต็มๆก็คือไอ้อัญ คนที่ผู้กองห่วงมากที่สุดนั่นแหละ”

ภควัตนิ่งฟังอย่างตรึกตรอง

ooooooo

ในวันที่อธิคมสั่งงานลูกน้อง อัญมาเข้ามานั่งฟังอยู่ด้วยใจระทึก เพราะการขนของครั้งนี้มีทั้งอาวุธและระเบิดที่เตรียมไว้จัดการตำรวจถ้ามีการปะทะกัน

อธิคมมีแผนอยู่ในใจจึงกำหนดให้อัญมานั่งรถไปกับตน อัญมารับทราบแต่วันนี้เธอขอตัวกลับบ้านก่อนเพราะแช่ผ้าไว้เยอะต้องกลับไปซัก อธิคมไม่วางใจแต่ก็ยอมปล่อยเธอไปแต่โดยดี

แท้จริงเย็นนี้อัญมามีนัดกับภควัต เธอกลับมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อรอภควัตมารับ ส่วนขวัญอนงค์กับพ่อแม่รออยู่ที่บ้านอย่างใจจดใจจ่อ โดยเฉพาะแม่กับลูกสาวที่ลุ้นเหลือเกินว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนพิเศษหรือแค่เพื่อนอย่างที่ภควัตพยายามบอก

ถึงบ้านหลังเล็กของภควัต อัญมาถูกเขาบังคับให้เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ซึ่งเป็นเสื้อกับกางเกงยีนส์เหมือนเดิม แต่มันดูดีและใหม่กว่า...ขณะที่อัญมาแต่งตัว เธอมีอาการลงแดงอยากยาขึ้นมากะทันหัน อาการหนักถึงกับปวดท้องจนตัวงอ ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้กองที่อยู่นอกห้อง

ภควัตตกใจวิ่งเข้ามาในห้องน้ำเห็นอัญมานอนร้องครวญคราง เขาเปิดน้ำจากผักบัวราดรดตัวเธอจนเปียกโชกพลางถามหายาว่าอยู่ไหน

“ฉันไม่ได้กิน ฉันไม่ได้เอามา...ผู้กอง...ฉันปวดท้อง”

“ไม่เป็นไร อัญมา ผมอยู่กับคุณ...กัดผม กัดไหล่ผม”

อัญมาปฏิเสธเสียงแผ่ว หนาวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ภควัตสั่งอีกครั้งให้กัดไหล่ตนเพราะทราบดีว่าเธอจะปวดจนทนไม่ไหว

เมื่อเธอทำตาม เขาต้องอดทนอย่างมาก พร้อมบอกให้เธอหายใจลึกๆไม่ต้องกลัว เธอต้องชนะ ต้องเลิกมันให้ได้ และอย่ากลับไปใช้มันอีก
อัญมารับฟังและกอดภควัตไว้เป็นที่พึ่ง ทันใดนั้นขวัญอนงค์วิ่งเข้ามาเห็นสภาพสองคนกอดกันกลมก็แผดเสียงตกใจ

“พี่วัต นี่มันอะไรกัน”

“คุณน้องหยิบผ้าขนหนูให้ผมก่อนครับ”

ขวัญอนงค์เลิ่กลั่กแต่ก็วิ่งออกไปหยิบผ้าขนหนูมาส่งให้ภควัตเช็ดหน้าอัญมาก่อนที่เขาจะอุ้มร่างเธอขึ้นแล้วบอกน้องสาวช่วยหยิบเสื้อกับกางเกงมุมห้องตามตนมาด้วย

วรจันทร์กับอภิกานต์เดินเข้าไปเห็นภควัตอุ้มผู้หญิงออกมา ตกใจและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ภควัต บอกสั้นๆว่าเดี๋ยวตนจะมาเล่าให้ฟัง แล้วอุ้มเธอไปบนห้องนอน ทิ้งให้ลุงกับป้ายืนหน้าเหลอหลา หันไปถามลูกสาวว่า

“ผู้หญิงเพื่อนพี่วัตเป็นอะไรน่ะยายน้อง”

“ผู้หญิงคนนั้นลงแดงค่ะ”

“ฮ้า! ติดยา” วรจันทร์อุทานเสียงหลงแล้วหันมาสบตากับสามีที่สีหน้าตระหนกตกใจไม่แพ้กัน

ooooooo

เมื่อขวัญอนงค์ตามเข้ามาในห้องนอน ภควัตขอร้องเธอช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อัญมา ส่วนตัวเองกลับออกไปเผชิญหน้ากับลุงและป้าที่รอคำอธิบายอย่างจดจ่อ

ภควัตเล่าว่าเธอชื่ออัญมา เป็นสายสืบให้ตน วรจันทร์เห็นสภาพเธอแล้วท้วงขึ้นว่าไว้ใจได้หรือ?

“ไว้ใจได้ครับ อัญมาเป็นคนดี เขาอยู่ในแก๊งค้ายาของนายวินิจ”

“นี่เหรอที่วัตเรียกว่าคนดี”

“อัญมาอยากเลิก เขากำลังบำบัด เราต้องให้โอกาสเขานะครับ”

“แต่ถ้าพวกค้ายารู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นสาย อัญมาเดือดร้อนหนักแน่”

“ผมถึงต้องดูแลอัญมา ผมต้องปกป้องคนที่ทำงานให้เรา อัญมาจิตใจเข้มแข็งมาก ผมอยากให้คุณลุง คุณป้าสงสารและเห็นเธอเป็นลูกหลานคนหนึ่งได้ไหมครับ”

สองสามีภรรยานิ่งเงียบอย่างลังเล...ขณะเดียวกันในห้องนอน ขวัญอนงค์เปลี่ยนเสื้อผ้าให้อัญมาเสร็จเรียบร้อย สองสาวทักทายกันด้วยไมตรี แต่ขวัญอนงค์อยากรู้ว่าอัญมาสนิทกับพี่ชายของตนขนาดไหน ทำไมเขาต้องช่วยดูแลเธอ

อัญมานิ่งไปอย่างไม่รู้จะตอบอย่างไรดี อีกครู่ต่อมา ทุกคนเผชิญหน้ากันที่ห้องรับแขกบ้านใหญ่ วรจันทร์เปิดฉากซักถามอัญมาว่ารู้จักกับภควัตนานหรือยัง

“ไม่นานค่ะ เพิ่งรู้จักกัน”

“ช่วยงานตาวัตอยู่เหรอ เห็นตาวัตเล่าให้ฟังบ้างนิดหน่อย”

“ค่ะ ฉันทำงานกับผู้กอง”

“ไม่กลัวเหรอ งานพี่วัตมีแต่งานเสี่ยงๆ”

“ไม่กลัวค่ะ ผู้กองคอยช่วยดูแลฉันอย่างดี”

ขวัญอนงค์สบตาแม่ อัญมาชำเลืองมองภควัต แววตาเธออึดอัดอย่างเห็นได้ชัดจนภควัตต้องหาทางช่วย

“เดี๋ยวผมต้องกลับไปประชุม ยังไงผมขอพาอัญมากลับไปเลยนะครับ”

“เสียดาย กำลังคุยกันสนุก” ขวัญอนงค์เอ่ยปาก ส่วนวรจันทร์วางตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดีบอกว่า

“วันหลังมาที่นี่อีกนะจ๊ะหนู ครอบครัวเรายินดีต้อนรับเพื่อนของตาวัตทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร ทำอะไรมา ถึงหนูอัญมาจะไม่เหมือนเพื่อนตาวัตคนอื่นๆที่เราเคยรู้จักมาทั้งหมด ก็แวะมาคุยมาทักทายกันได้”

อัญมายิ้มเจื่อน ทราบดีว่าวรจันทร์พูดตามมารยาท “ฉันคงไม่กล้ามาบ่อยๆหรอกค่ะ ฉันกับผู้กองรู้จักติดต่อกันแค่เรื่องงาน ไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันเกินกว่านั้น ฉันเองก็ทำตัวไม่ถูกเท่าไหร่หรอกค่ะ ไม่ค่อยคุ้นกับสังคมเศรษฐี”

วรจันทร์มองอัญมาอย่างพินิจ รู้จากคำพูดว่าเธอไม่ใช่เด็กขาดการอบรม

“กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีกับคุณหญิง แล้วก็คุณน้องมากค่ะ ที่ไม่ได้ไล่ฉันออกไปจากบ้านตั้งแต่แรกเห็น เราคงไม่ได้เจอกันบ่อยๆ ลานะคะ”
อัญมาพนมมือไหว้ทุกคนแล้วเดินออกไป ภควัต บอกลาลุงกับป้าก่อนเดินตามเธอ ขวัญอนงค์หน้าตึงทำท่าจะลุกตามแต่อภิกานต์ปรามไว้

“พอแล้วยายน้อง”

“คุณพ่อ...อัญมานั่นทั้งหยิ่งทั้งจองหอง”

“ถึงอัญมาจะอยู่ในชุมชนแออัด แต่เขามีการศึกษา มีมารยาทมากนะที่จะไม่อาละวาดโวยวายต่อหน้าเราทั้งๆที่เขาไม่พอใจอยู่”

“มิน่า ตาวัตถึงต้องคอยดูแลอัญมา ฉันเห็นสายตาภควัตมีแต่ความเป็นห่วงอัญมา ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เด็กกะโปโล ไม่ใช่เด็กไม่มีความคิดอย่างที่เราเห็นภายนอกเลย”

“คุณแม่หมายความว่าพี่วัตชอบอัญมา?”

“อาจจะไม่ใช่แค่ชอบ ตาวัตอาจจะกำลังหลงรัก ประทับใจอัญมาอยู่ แล้วฉันก็คงยอมไม่ได้ถ้าหลานชายคนเดียวจะเลือกอดีตขี้ยามาเป็นเมีย” วรจันทร์สายตาวาววับ ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คาดเดาว่าจะเกิดขึ้นกับหลานชายตัวเอง...

ภควัตเดินตามอัญมาไปถึงหน้าบ้าน ถามอย่างอาทรความรู้สึกของเธอว่า

“คุณคงไม่โกรธคุณลุง คุณป้า...กับคุณน้อง”

“ฉันเข้าใจคุณป้าคุณดี โลกของคุณหนูอัญมา โลกที่ฉันเคยอยู่ เราก็เลือกคบคนในสังคมระดับเดียวกัน ฐานะเหมือนกัน”

“คุณป้าท่านห่วงผมมาก”

“ฉันเข้าใจ สภาพฉันตอนนี้ใครเห็นก็คงไม่อยากรู้จัก”

“แต่ผมไม่เคยรังเกียจคุณ คุณเป็นคนเก่ง กล้าที่จะทำเรื่องเสี่ยงที่สุดเพื่อคนอื่น”

อัญมายิ้มบางๆ รู้สึกดีกับคำพูดชื่นชมนั้น “รู้ไหมว่านี่คือความสุข ฉันคิดว่าตัวเองเลือกไม่ผิดที่เป็นไอ้อัญ เพราะฉันจะได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า”

“ส่วนผมก็จะตายอย่างมีศักดิ์ศรี”

“ผู้กอง...คนดีๆอย่างคุณห้ามตายนะ”

“ผมทำงานสู้กับพวกค้ายา ผมทำให้พวกมันเสียผลประโยชน์ มันก็ต้องอยากเอาชีวิตผม แต่ถ้าผมจะตาย ผมก็ตายในหน้าที่ ตายด้วยความภูมิใจที่ทำให้สังคมเราไม่มีเด็กติดยา”

อัญมายิ้มกว้าง ชื่นชมความคิดแสนดีมีสาระของผู้กองหนุ่มอย่างมาก

ooooooo

แม้จะมีใจให้อัญมาแต่อธิคมยังคงมีสัมพันธ์สวาทกับแอนนี่อยู่เนืองๆ

หลังจากเสร็จกิจในคืนนี้ อธิคมถามแอนนี่เรื่องตามจีบนายวัตเซียนพระแฟนอัญมา ปรากฏว่าเธอยอมรับและไม่กลัวเขาโกรธ เพราะแน่ใจเหมือนกันว่าอธิคมก็พึงพอใจไอ้อัญ

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เข้าทางอธิคมอย่างจัง เขาโยนเงินให้เธอก้อนหนึ่งเป็นค่าจ้างให้แยกนายวัตออกจากอัญมา ทำให้มันไปไกลหูไกลตาตนได้ยิ่งดี แอนนี่เลยระริกระรี้ว่าเขาใช้ถูกคนแล้ว รับรองว่านายวัตต้องเลิกกับไอ้อัญภายในสามวันเจ็ดวัน

เช้าวันรุ่งขึ้น จิ๊บกับนวยเห็นภควัตคุยกับจ่าเดชภายในชุมชน สองพี่น้องเพ่งมองอยู่ห่างๆ คุ้นหน้าว่าผู้ชายคนนั้นคล้ายนายวัตเซียนพระ แต่พอจะเข้าไปดู ภควัตก็ชิ่งหนีเสียก่อน ส่วนจ่าเดชก็หัวไวแต่งเรื่องเอาตัวรอด บอกว่าจะใช่ไอ้วัตได้ยังไง มันกลับบ้านนอก เอาพระของตนไปหลายองค์ ไม่รู้มันเชิดไปหรือเปล่า

“ไปๆ มีอะไรก็ไปทำกัน อย่ามัวมาสอดส่องเรื่องชาวบ้าน” จ่าเดชตัดบทด้วยท่าทีรำคาญแล้วเดินหนี แต่นวยยังคาใจ ยืนยันกับจิ๊บว่าต้องใช่พี่วัต ถ้าไม่ใช่จะหนีทำไม

“แต่หน้าตาท่าทางไม่ได้สกปรกแบบไอ้วัตเลยนะ แกตาฝาดหรือเปล่า”

“ไม่ฝาดหรอก ถ้าพี่วัตไม่มีหนวดเครา ก็หน้าแบบนี้”

ด้วยความสงสัยและเป็นห่วงอัญมาทำให้สองพี่น้องไปเล่าให้เธอฟังถึงบ้าน แล้วเลยพูดถึงอธิคมขึ้นมาอีกคน ไม่อยากให้เธอสนิทสนมกับเขา เกรงจะติดร่างแหไปด้วยเพราะตำรวจกำลังเพ่งเล็ง

แน่นอนว่าตำรวจกำลังจับตามองวินิจและลูกชาย ที่สำคัญผู้กองภควัตได้ข้อมูลมาแล้วด้วยว่าอีกสองสามวันพวกเขาจะขนสารตั้งต้นตัวใหม่ ผู้การจักรภพในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการจึงมอบหมายงานให้ภควัต แต่ทันทีที่งานนี้จบลงเขาต้องย้ายไปช่วยงานผู้ใหญ่

“หมายความว่าผมต้องหยุดงานที่นี่เหรอครับ”

“ใช่...นายขอตัวมาเป็นกรณีพิเศษให้ไปช่วยงานท่านรอง แล้วคนที่จะช่วยผู้การดูแลภารกิจทำลายแก๊งนายวินิจต่อคือฉัน” สารวัตรกฤษณ์ออกตัวแรง

“ไม่นะครับนาย ผมขอทำงานที่นี่จนกว่าจะลากคอไอ้วินิจกับอธิคมเข้าคุก”

“ผมก็ลำบากใจนะภควัต คุณเป็นมือดีของหน่วยเรา”

“หรือนายจะกล้าขัดคำสั่งเพราะอยากได้ผลงานไว้คนเดียว”

“คนที่หัวสมองมีแต่เรื่องหวังชื่อเสียงอย่างแก มันไม่น่าจะเข้ามาที่นี่เลย” ภควัตฉุนจัดอยากชกหน้ากฤษณ์ แต่ไม่กล้าเพราะเกรงใจหัวหน้าที่ส่งเสียงปราม

“ฉันทำงานทุ่มเทตามวิธีของฉัน เสร็จภารกิจคราวนี้นายต้องส่งรายชื่อสายลับในแก๊งวินิจให้ฉันดูแลต่อ”

กฤษณ์เน้นย้ำแล้วเดินออกไปพร้อมรอยยิ้มเยาะหยัน ภควัตไม่อยากไปจากหน่วยนี้ ขอร้องหัวหน้าให้ช่วยเหลือ

“ผมจะลองหาทางดึงคุณไว้”

“แล้วผมก็ให้ชื่อสายของผมกับสารวัตรกฤษณ์ไม่ได้ เขาจะไม่ทำงานให้ใคร นอกจากผม”

“ผมเข้าใจ ของแบบนี้มันคือความไว้ใจเชื่อใจกันของคุณกับสาย”

“นายครับ ผมมีอีกเรื่องสำคัญมาก อยากจะให้นายช่วย...นายช่วยเปลี่ยนประวัติผมใหม่ได้ไหมครับ ถ้าเรามีสายในแก๊งวินิจได้ มันก็ต้องมีสายในพวกเราได้เหมือนกัน ผมไม่อยากให้อธิคมรู้ว่าผมคือคนที่เคยจับมันเข้าคุก”

“แต่ถ้ามันจำหน้าคุณได้”

“อีกไม่นานมันก็ต้องจำผมได้ เพราะผมจะวนเวียนอยู่ที่ชุมชนนั้น ถึงผมเป็นไอ้วัตเซียนพระ มันก็ยังสงสัย ก่อนที่สายของมันจะเช็กประวัติผมเจอ ผมอยากให้เราป้องกันไว้ก่อน”

“ได้...ผมจะเปลี่ยนประวัติให้ ร.ต.อ.ภควัต คนที่เคยจับอธิคม ตายไปในภารกิจใดภารกิจหนึ่งก่อนหน้านี้”

“นายครับ ผมถามได้ไหมครับว่าใครเป็นคนขอตัวผมไปช่วยงาน”

“ท่านรองบอกว่าเป็นคำขอมาจากรัฐมนตรีอภิกานต์... ก็ลุงของคุณนั่นแหละ”

“อย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ”

“ผมจะพยายามช่วยให้คุณทำงานกับเราต่อนะภควัต สารวัตรกฤษณ์ตั้งใจทำงานก็จริง แต่ผมเห็นแววตาของเขา เขาอยากเอาชนะคุณเกินไป”

“ขอบคุณครับที่นายไว้ใจผม”

หลังได้กำลังใจจากหัวหน้า ภควัตกลับไปเอาปืนที่บ้านและมีโอกาสพูดคุยกับวรจันทร์และขวัญอนงค์เรื่องที่เพิ่งทราบมาสดๆร้อนๆ

“ผมทราบเรื่องที่คุณลุงขอตัวผมแล้วนะครับ”

“ป้าเป็นคนบอกลุงเอง”

“ผมก็ทราบว่าคงจะเป็นความคิดของคุณป้า เพราะที่จริงแล้วคุณลุงเข้าใจอาชีพตำรวจอย่างผมดี”

“ป้าห่วงเธอนะวัต ห่วงมาก ไม่ใช่แค่เรื่องงาน เรื่องชีวิตของเธอด้วย”

“คุณป้ากลัวผมจะสนิทกับอัญมาเหรอครับ”

“พี่วัตแคร์อัญมามากรู้ตัวหรือเปล่า”

“ครับ พี่แคร์อัญมา พี่ไม่เถียง ถ้ามีคนให้คุณน้องทำงานเสี่ยงๆ ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคนค้ายา ทุกนาทีหมายถึงชีวิต ถ้าถูกจับได้หมายถึงตายอย่างเดียว คุณน้องกล้าทำไหมครับ”

“ยายน้องพูดเพราะห่วงวัต กลัวว่าความใกล้ชิดจะทำวัตพลาดพลั้งอีก”

“อัญมาไม่เคยคิดจะจับผม เขาไม่สนใจเลยว่าผมเป็นลูกใครหลานใคร เขาไม่อยากขายยาให้เด็กๆอีก เขาอยากเลิกยา เขาอยากให้ขบวนการค้า

ยานรกสิ้นซาก เขาถึงยอมทำงานให้ผม ผมขอบคุณที่คุณป้าพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ชีวิตผม แต่สำหรับเรื่องอัญมา ผมขอตัดสินใจเองครับ”

ภควัตถือปืนออกไป ขวัญอนงค์ทำท่าจะคัดค้านแต่วรจันทร์บอกให้ปล่อยเขาไปทำงานก่อน เรายังมีทางแยกเขากับอัญมาอย่างแน่นอน

ooooooo

เพราะความไม่ไว้วางใจอัญมาหรือไอ้อัญ อธิคมเปลี่ยนแผนกะทันหัน ชวนเธอนั่งรถไปนอกเมืองด้วยกันแล้วค่อยบอกว่าตนมาทำงาน

“ทำงาน พี่คมหมายถึง...”

“วันนี้ฉันมารับของ”

อัญมานึกไม่ถึง มองอธิคมเดินไปที่รถกระบะ คุยกับคนขับรถแล้วเปิดดูของที่บรรทุกด้านหลัง

“นี่เราโดนหลอก อธิคมมันฉลาดอย่างที่ผู้กองบอกจริงๆ” อัญมาพึมพำแล้วพยายามจะส่งข้อความบอกภควัตแต่ไม่สำเร็จเพราะอธิคมหันมามอง
ครั้งแรกไม่สำเร็จ อัญมาหาโอกาสอีกครั้งแต่พอดีภควัตเป็นฝ่ายโทร.มา อธิคมรีบดึงมาดูแล้วบอกเธอว่าแฟนโทร.มา

“ไม่ต้องรับก็ได้ พี่วัตงี่เง่าคอยหาเรื่องชวนทะเลาะ น่าเบื่อ”

อธิคมตัดสายทิ้ง ทำท่าจะเก็บมือถือใส่กระเป๋าตัวเองแต่อัญมารีบดึงกลับมา

“ไว้ที่ฉันดีกว่า เดี๋ยวพี่วัตโทร.มาอีก พี่จะได้ไม่รำคาญ” เธอรวบรัดเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง

“มีปัญหากันอยู่เหรอ” อธิคมถามหยั่งเชิง

“หมู่นี้ไม่รู้เป็นอะไร ชวนทะเลาะอยู่เรื่อย เบื่อมากๆ เดี๋ยวจะขอเลิกให้ดู พี่คมอย่าสนใจเลย”

อธิคมทำทีไม่ใส่ใจ หันไปพยักพเยิดกับคนขับรถก่อนบอกอัญมาให้ขึ้นรถตนจะเอาของไปเก็บ

“แค่นี้เหรอ ไหนพี่ว่าให้ทุกคนเตรียมพร้อม ทั้งปืน ระเบิด แต่พี่มาแค่กับฉันสองคน”

“ก็แค่ฉันกับเธอ ถ้างานนี้มีตำรวจอีก ฉันก็จะได้รู้ไงว่าฉันจะไว้ใจเธอได้อีกหรือเปล่า”

อัญมาซ่อนพิรุธ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้บอกว่า “พี่คมไว้ใจฉันได้เสมอ”

ด้านภควัตที่มือถือถูกตัดสายทิ้ง เลยนึกถึงข้อตกลงระหว่างตนกับอัญมา

“ถ้าคุณโทร.มา ฉันตัดสายไม่รับ ไม่โทร.กลับภายใน 15 นาที แปลว่าฉันอยู่กับอธิคม แล้วมันก็ต้องเป็นตอนหน้าสิ่วหน้าขวานด้วย”

ภควัตหน้าเครียด เริ่มจับเวลาพร้อมกับลุ้นให้อัญมาโทร.กลับมาเร็วๆ เพื่อเขาจะได้แน่ใจว่าเธอปลอดภัยไม่ได้อยู่กับอธิคม

และแล้วอัญมาก็มีโอกาสส่งข้อความให้ภควัตรู้ว่าอธิคมกำลังขนของไปที่ไหน ภควัตจึงสั่งจ่าเดชไปเฝ้าที่ค่ายมวยเพื่อติดตามดูความเคลื่อนไหว ส่วนตนจะตามไปช่วยอัญมา...

ภควัตมุ่งมั่นกับงานครั้งนี้มาก ตั้งใจจับอธิคมให้ได้เพื่อสาวไปถึงวินิจ แต่ไม่คาดคิดว่ากฤษณ์จะมาทำให้เสียแผนเพียงเพราะต้องการสร้างผลงานให้ตัวเอง

กฤษณ์ตามมาที่โกดังหลังทราบข่าวจากสายของตนที่ให้คอยจับตาดูผู้การจักรภพ จนเมื่อภควัตแจ้งข่าวเรื่องอธิคมไป กฤษณ์จึงได้รับข้อมูลนี้อีกทอดอย่างลับๆ

นอกจากกฤษณ์จะทำให้เสียแผนจับตัวอธิคมไม่ได้ เขายังทำให้อัญมาได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่แขนเพราะเอาตัวบังอธิคมไว้ อัญมาต้องการซื้อใจอธิคม ซึ่งได้ผลชะงัด เธอได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากเขาในทันที

อัญมาถูกส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลโดยมีอธิคมคอยดูแลใกล้ชิด ส่วนภควัตที่เป็นห่วงเธอสุดชีวิตก็เป็นเดือดเป็นแค้นแล่นไปเอาเรื่องกฤษณ์ถึงขั้นลงมือลงไม้กัน

กฤษณ์โดนไปหลายหมัดกว่าเพื่อนตำรวจจะจับภควัตแยกออกมาได้ แต่ยังร้องด่าปาวๆด้วยความโมโห

“คนที่แกยิงคือผู้หญิง ไอ้กฤษณ์ แกยิงทำไม อยากได้หน้า อยากได้ตำแหน่งจนทำได้ทุกอย่างเลยใช่มั้ย”

“สารวัตรกฤษณ์ ผมจะสืบสวนเรื่องนี้ คุณทำนอกเหนือคำสั่ง ทำโดยพลการ ความเสียหายที่เกิดขึ้นคุณรับผิดชอบไหวมั้ย...ภควัต ออกไปก่อน”

จักรภพสั่งเสียงเข้ม ภควัตจำใจหันหลังเดินออกไป...

ค่ำนั้น ภควัตในคราบเซียนพระพาพวกอุบลไปเยี่ยมอัญมาที่โรงพยาบาล อธิคมเฝ้าเธออยู่ตลอดเวลา พอได้ยินอุบลพูดว่าทำไมลูกสาวตนถึงถูกยิง อธิคมตวัดสายตาไปยังภควัตทันที

“ใครบอกว่าอัญถูกยิง”

คำถามของอธิคมทำเอาภควัตกับจ่าเดชนิ่งอึ้งมองหน้ากัน อธิคมยิ่งสงสัยถามไล่บี้ภควัตรู้ได้ยังไงว่าอัญมาถูกยิง จ่าเดชหัวไวเสนอหน้ามาตอบแทน

“ฉันบอกแฟนไอ้อัญมันเอง โรงพยาบาลเค้าแจ้งไปที่ สน.ว่ามีคนถูกยิง”

“มีเรื่องอะไรกัน ทำไมน้องอัญถึงถูกยิงเลือดตกยางออก แล้วใครเป็นคนยิง” ภควัตท่าทีฉุนเฉียว อธิคมเห็นทุกสายตาที่จ้องมาก็คิดไม่ทันว่าจะแก้ตัวยังไง อัญมาเลยแทรกขึ้นว่า

“คงเป็นพวกยิงผิดตัวน่ะ ให้จ่าเดชตามหาตัว

ผู้ร้ายไปเถอะ อย่าเพิ่งมาเถียงกันเลย ฉันเพลีย เจ็บแผลมาก อยากนอนเงียบๆ”

“น้องอัญอยากกินอะไรบอกพี่นะจ๊ะ พี่วัตจะไปหามาให้ทุกอย่าง” ภควัตยิ้มหวานให้แฟนสาว อธิคมรู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกิน ค่อยๆถอยห่างออกมาทั้งที่เป็นห่วงอัญมาที่เสี่ยงช่วยชีวิตตนไว้

ooooooo

เช้าวันต่อมา อธิคมบ่นให้วินิจฟังอย่างหงุดหงิด “เสียดายจริงๆที่ไอ้คนลอบยิงผมมันหนีไปได้”

“ฉันย้ายของไปโกดังอื่นหมดแล้ว”

“แต่พวกตำรวจมันก็ไม่มากวน ไม่มาขอค้นอะไรเลยนี่พ่อ”

“นั่นน่ะสิ แสดงว่าคนที่ยิงแกไม่ใช่พวกตำรวจ”

“อยากรู้จริงๆว่ามันเป็นใคร”

“ฉันก็อยากจะรู้ว่าใครที่กล้าลูบคมฉัน”

ขณะสองพ่อลูกหงุดหงิดคิดไม่ตก...ภควัตพาอัญมาออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านอุบลเรียบร้อยแล้ว อัญมาค่อนข้างตกใจเมื่อรู้ว่าสารวัตรกฤษณ์ยิงเธอ ภควัตเห็นกับตาว่าเธอเอาตัวบังอธิคมไว้ สงสัยว่าทำไมต้องยอมเจ็บแทนมัน

“เพราะฉันจะซื้อใจอธิคม อธิคมเหมือนที่คุณบอก เขาไม่ใช่คนโง่ เขาวางแผนทั้งหมด ปล่อยข่าวเรื่องส่งของเพื่อจับให้ได้ว่าฉันเป็นสายตำรวจหรือเปล่า”

“ผมเห็นตอนคุณถูกยิง ผมอยู่ที่นั่น ผมตั้งใจจะไปดูตามที่คุณบอก ปล่อยคุณกลับไปกับอธิคมก่อนแล้วค่อยหาทางตลบหลัง แต่กฤษณ์ล้ำเส้น ผมเห็นตอนคุณถูกยิง...อัญมา ผมทนไม่ได้ถ้าต้องเห็นคุณเป็นอันตราย เลิกเถอะนะ เลิกทำงานนี้ ผมขอร้อง ผมไม่อยากเห็นคุณอยู่ใกล้อธิคมอีก คุณเสี่ยงเพื่องานมากเกินไป”

“ผู้กอง ฉันไม่ได้เจ็บอะไรมากหรอก แล้วตอนนี้อธิคมก็ไว้ใจฉันแล้ว”

“คราวหน้า...ถ้ามันไม่ใช่แค่นี้ ถ้าคุณต้องอยู่ท่ามกลางกระสุนที่เล็งไปหาอธิคมอีก ถ้าคุณเป็นอะไร ผมจะอยู่ได้ยังไง”

ภควัตจับมืออัญมา สบตาเธอนิ่งนาน...ถ่ายทอดความห่วงใยอย่างลึกซึ้งจนอีกฝ่ายรู้สึกวาบหวิวในใจ

“ผมพูดจริงๆนะอัญมา ถ้าไม่มีคุณผมจะอยู่ยังไง”

“ผู้กองหมายความว่า...ผู้กองรู้สึกกับฉัน...”

อัญมาจ้องตา ภควัตได้สติตอบเลี่ยง ไม่เผยความในใจ “ผมหมายถึง...คือผมต้องมีคุณช่วยงานนี้ ผมเป็นห่วง”

คำตอบนั้นทำให้อัญมาแอบผิดหวังที่เขาคิดแต่เรื่องงาน ตอบกลับแบบไม่ใส่ใจเหมือนกันว่า

“อ๋อ ฉันก็ไม่ได้หมายถึงเรื่องอื่นหรอกนะ ฉันรู้ว่าฉันกับผู้กองเราก็ห่วงเรื่องงานเหมือนกัน”

“ผมกลัวว่าอธิคมมันจะไม่ปล่อยคุณ”

“ฉันบอกแล้วว่าฉันจะไม่พลาดให้ถูกจับได้ ฉันก็ต้องรักษาชีวิตฉันเหมือนกัน”

“ผมไม่รู้จริงๆ ถ้าคุณเป็นอะไรมากกว่านี้ผมจะทำยังไง”

“ผู้กอง...คุณจะเสียใจมั้ย ถ้าวันนึงฉันหายไปจากโลกนี้”

“ผมจะเสียใจที่สุด ถ้าโลกนี้ไม่มีคุณ...ผมพูดจริงๆ”

“ฉันหมายถึงว่า...ถ้าฉันหายไปจากโลกนี้ โลกคู่ขนาน แล้วเราจะต้องเจอกันอีกทีแต่ในฐานะอื่น ฉันเป็นคุณหนูที่คุณไม่เคยรู้จัก”

“ผมไม่สนใจเรื่องโลกคู่ขนาน ผมรู้แต่ว่าที่ไหนที่ไม่มีคุณ ผมจะเสียใจที่สุด”

ในที่สุด ความรู้สึกดีๆที่เขามีต่อเธอก็ปิดไม่มิดจนได้

ooooooo

แยกจากอัญมามาแล้วภควัตไปพบจักรภพตามนัด จักรภพบอกลูกน้องคนสนิทว่าพวกวินิจเริ่มตรวจสอบประวัติของเขาอย่างที่คิดไว้จริงๆ

“มันเคลื่อนไหวยังไงครับ”

“แฟ้มประวัติของคุณถูกเข้ารหัส ดึงข้อมูลออกมาดู”

“เราตามได้ไหมครับว่ามาจากคอมพิวเตอร์ของใคร”

“ยากมาก มันระวังเต็มที่ แต่ผมให้ลูกน้องที่ไว้ใจได้ตามแกะรอยไปที่เซิร์ฟเวอร์”

“เราจะได้รู้ว่าใครเป็นสายของวินิจที่อยู่ในหน่วยของตำรวจ”

จักรภพยิ้มมั่นใจว่าภควัตต้องทำได้ เหมือนกับที่เขาทำสำเร็จเรื่องทำประวัติปลอมให้พวกอธิคมไป ป่านนี้มันคงรู้แล้วว่าผู้กองภควัตที่เคยจับมันเข้าคุกเมื่อปีก่อนตายแล้ว หลังจากอาสาลงไปทำงานที่สามจังหวัดชายแดน

แน่นอนว่าข้อมูลนั้นทำให้อธิคมเชื่อสนิทว่าภควัตตายแล้ว...

ด้านอัญมาที่ยังพักฟื้นอยู่กับบ้าน เธอเจ็บแผลที่แขนกินข้าวไม่ถนัด อุบลป้อนข้าวให้ด้วยความรัก พร้อมกันนี้ก็ตักเตือนไม่ให้ลูกเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอธิคมอีก

อัญมาซึ้งใจและยอมบอกความลับว่าตนเป็นสายให้ตำรวจ อุบลได้ฟังถึงกับอุทานอย่างแตกตื่น ก่อนจะเหลือบเห็นอธิคมเดินเข้ามา สองแม่ลูกไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินหรือไม่

อธิคมแสดงความห่วงใยอัญมา แย่งอุบลป้อนข้าวให้เธอ อุบลเกิดความระแวงว่าอธิคมจะได้ยินบทสนทนาของตนกับลูกสาว ก็เลยออกอาการเกร็งๆ กลัวๆ กล่าวอึกอักไล่เขาทางอ้อมว่า...ที่จริงพวกเราดูแลกันเองได้

“ฉันขอโทษที่ทำให้อัญเดือดร้อนไปด้วย แต่มันจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันไม่ใช่คนน่ากลัวอะไร พ่อกับฉันก็ทำมาหากินสุจริตเหมือนคนทั่วไป เรามีค่ายมวย อะไรที่คนเขาพูดกัน ลือกันเสียๆหายๆ เราก็ไม่อยากไปนั่งแก้ข่าว”

“คุณจะบอกว่าคุณไม่เกี่ยวเรื่องขายยาที่ชุมชนนี้”

อัญมาตกใจ กลัวอธิคมจะโกรธที่อุบลถามตรงไปตรงมา แต่ชายหนุ่มหน้าเข้มกลับยิ้มอย่างใจเย็น บอกว่าตนไม่ได้ทำ พ่อตนก็ไม่ได้ทำ เราถูกใส่ร้าย

“จ้ะๆ ถูกใส่ร้ายก็ถูกใส่ร้าย” อุบลเออออ ทั้งที่ลึกๆ ในใจเป็นกังวล

หลังอาหารมื้อนั้น อัญมากับอธิคมออกไปเดินเล่นริมน้ำ เธอหยั่งเชิงเขาว่าโกรธแม่ของตนหรือเปล่าที่ถามเรื่องขายยา อธิคมตอบอย่างใจเย็นเหมือนเดิมว่าตนเข้าใจ มีแม่คนไหนที่ไม่ห่วงลูกบ้าง อัญมาได้ฟังถึงกับพ่นลมหายใจ หลุดปากว่าค่อยยังชั่ว

“ทำไม กลัวฉันจะฆ่าแม่เธอเหรอ”

“พี่คม ฉันขออะไรอย่างนึงนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่อย่าทำอะไรแม่ฉัน ไอ้จิ๊บ ไอ้นวย”

“ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้างล่ะอัญ”

“ยังไงฉันก็มีที่ไป แต่คนที่ฉันห่วง แม่กับเพื่อนฉัน เขาต้องอยู่ที่นี่ เขาเป็นคนของโลกนี้”

“เธอพูดเรื่องอะไร”

“เอาเถอะ พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อฉัน สัญญากับฉันสิว่า...แม่ฉัน ไอ้จิ๊บ ไอ้นวยจะปลอดภัย”

“ฉันสัญญา ฉันจะคุ้มครองแม่เธอ ไอ้จิ๊บ ไอ้นวยตามที่เธอขอ”

“ขอบคุณนะพี่คม ฉันเชื่อว่าพี่จะรักษาสัญญาลูกผู้ชาย” อัญมาส่งยิ้มให้เขาอย่างสบายใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.