ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คีตโลกา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังฟังเรื่องราวเกี่ยวกับไอ้อัญในวัยเด็กจากอุบลแล้ว คืนนั้นอัญมาถึงกับนอนก่ายหน้าผากคิดไม่ตก เกิดคำถามที่ไม่มีคำตอบว่า...เราต้องอยู่ในร่างนี้ไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ?

เมื่อคืนนอนกระสับกระส่ายไม่สบายใจ เช้านี้

อัญมาหน้าซีดจนอุบลทักว่าเป็นอะไรทำไมหน้าซีดนัก หรือว่านอนไม่หลับ อัญมาไม่ตอบแต่พยักหน้าหงึกหงักแล้วช่วยอุบลเข็นรถออกไปขายไก่ทอด ระหว่างทางได้ยินชาวบ้านพูดคุยกันเรื่องเจ้าแม่รัศมีด้วยความศรัทธา ว่าท่านเห็นทุกอย่าง แม่นยิ่งกว่าตาเห็น เห็นไปถึงอดีต ใครทำอะไรไว้ท่านทายตรงเป๊ะ

คำพูดเหล่านั้นทำให้อัญมาตัดสินใจไปปรากฏตัวที่สำนักทรงเจ้าแม่รัศมี นั่งลงตรงหน้าเจ้าแม่ผู้มีญาณแก่กล้า ท่านมองตรงมาที่เธอแวบเดียวก็ทักขึ้น

“ถ้าไม่เชื่อก็อย่ามาลองดีกับข้า”

“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”

“จิตของเจ้าแรงกล้า ไม่ต้องพูด ข้ารู้ว่าเจ้ามาเรื่องอะไร”

“งั้นก็ทายมาสิว่าฉันจะถามอะไร”

เจ้าแม่ตาวาวด้วยความโกรธ เทียนทั้งห้องดับพรึบ เหลือเพียงเทียนเล่มใหญ่ตรงหน้าอัญมา

“เจ้าไม่มีวันสมหวัง ไม่มีวันได้กลับไปที่ที่เจ้ามา”

อัญมาผงะตกใจที่เจ้าแม่อ่านใจออก ถามท่านว่าตนต้องทำยังไงถึงจะกลับไปมีชีวิตแบบเดิม

“ก็บอกแล้วว่าไม่มีทาง”

“ต้องมีสิ ถ้าทายแม่นจริงก็ต้องรู้”

“คิดจะฝืนชะตาลิขิต”

“ไม่ใช่ชะตาลิขิต ฉันนี่แหละจะลิขิตเอง” พูดขาดคำ อัญมาพุ่งเข้าไปจับไหล่เจ้าแม่ “ถ้ารู้จริงก็บอกมา ฉันจะกลับไปเป็นคุณหนูอัญมาได้ยังไง ต้องแก้กรรมต้องทำอะไรบ้าง...บอกมา”

“ไม่รู้โว้ย” เจ้าแม่หลุดจากความเคร่งขรึมกลายเป็นตกใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อย แถมเข้ามาเขย่าคาดคั้นจะรู้ให้ได้

“หลอกลวงกันนี่นา พวกต้มตุ๋น 18 มงกุฎใช่มั้ย ถ้าเห็นอดีตจริงก็ต้องรู้วิธีสิ”

“ช่วยด้วย...ใครอยู่ข้างนอกช่วยเอานังบ้านี่ออกไปที”

ทันใดนั้นภควัตพรวดเข้ามา อัญมาแปลกใจถามเขาว่ามาได้ยังไง

“ฉันมีปากก็ถามชาวบ้านน่ะสิ นึกยังไงถึงมาที่นี่”

“ฉันก็อยากดูดวงบ้าง”

“มานี่เลย...ไปกับฉัน” ภควัตจับแขนอัญมา แล้วนึกได้หันมาทางเจ้าแม่ “เจ้าแม่ก็ระวังตัวไว้ด้วย ต้มตุ๋น หลอกลวง” สำทับเสร็จผู้กองหนุ่มจะพาอัญมาออกไป แต่ต้องหยุดชะงักกับเสียงดังๆของเจ้าแม่

“กรรม...วิญญาณคนตายผูกเจ้าสองคนไว้ด้วยกัน หนีกันไม่พ้น”

อัญมามองเจ้าแม่ที่ร่างสั่นเทิ้มด้วยความสงสัย อยากรู้ว่ากรรมกับใคร ตนจะหนีใครไม่พ้น...เจ้าแม่ยังไม่ทันตอบ ภควัตก็ชิงตัดรำคาญขึ้นมาว่า

“ไม่ต้องถามแล้ว ผมไง คุณน่ะหนีผมไม่พ้นหรอก”

ภควัตลากอัญมาตัวปลิวออกมานอกบ้าน คาดเดาอย่างมั่นใจว่า “นี่คงจะไปถามเรื่องกลับไปเป็นคุณหนูอะไรนั่นอีกล่ะสิ”

“ใช่ คุณไม่น่าเข้ามาขัดเลยนะ ฉันอยากรู้เรื่องที่วิญญาณคนตายผูกเราสองคนไว้ด้วยกัน ที่เจ้าแม่พูดน่ะ วิญญาณคนตาย”

“บ้าไปใหญ่แล้ว เชื่อเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ด้วยเหรอ”

“แต่ก่อนฉันก็ไม่เชื่อหรอกนะ แต่ตอนนี้ฉันเชื่อว่ามีสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้มันกำลังเกิดขึ้นกับชีวิตฉัน แปลกดีนะ เจ้าแม่บอกว่าวิญญาณคนตาย เมื่อคืนป้าอุบลแกก็เพิ่งเล่าเรื่องสามีที่ถูกยิงตายให้ฉันฟัง”

“สามีป้าอุบล ใครล่ะ”

“ช่างเถอะ ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณหรอก รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์”

“ไม่มีประโยชน์แต่ผมอาจจะช่วยได้”

“ไม่ต้องเลย ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณผู้กองนักหรอก คุณกับฉัน เราเกี่ยวกันเพราะงาน คุณเป็นตำรวจ ฉันเป็นสายให้ เสร็จงานฉันกลับไปเป็นคุณหนู ทุกอย่างก็จบ”

ภควัตหน้าเจื่อนลงที่เห็นอัญมาท่าทางมาดมั่น ไม่มีความผูกพันอะไรแสดงออกมา เลยตอบเสียงแข็งเหมือนไม่ไยดี “ก็ดี”

“นี่ผู้กอง ฉันอยากไปโรงพยาบาล”

“เป็นอะไร ปวดหัว เป็นไข้ หรือว่าลงแดง”

“ไม่ได้เป็นอะไรสักอย่าง ฉันอยากไปโรงพยาบาลที่ไอ้อัญตัวจริงนอนอยู่”

“ดีเหมือนกัน ผมจะพาคุณไปเช็กประสาท เอาแต่เพ้อว่าตัวเองไม่ใช่ไอ้อัญ”

“เพราะฉันไม่ใช่ไอ้อัญลูกป้าอุบลไง” อัญกล่าวเสียงขุ่น เดินฉับๆออกไปด้วยความโมโห ภควัตก้าวตามประกบไม่ลดละ ก่อนจะพาเธอไปที่วัดแทนโรงพยาบาล

“นี่ผู้กอง ฉันบอกว่าจะไปโรงพยาบาล คุณพาฉันมาวัดทำไม”

“โรคเพ้อ สติสตังค์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอย่างเธอน่ะไม่ต้องพึ่งยา เจอน้ำมนต์หลวงพ่อสักขันเดี๋ยวก็ดีขึ้น”

“ฉันไม่ได้ผีเข้า” พูดแล้วเห็นหลวงพ่อเดินมา สองคนหยุดเถียงกัน

ภควัตยกมือไหว้ท่าน บอกว่าเธอคนนี้เป็นเพื่อนของตน ช่วงนี้เธอเจอเรื่องแย่ๆ ฟุ้งซ่านมากเลยพามาหาหลวงพ่อ อยากให้หลวงพ่อช่วยเทศน์ให้เธอสงบจิตสงบใจยอมรับความจริงเสียบ้าง

“ไม่ใช่ค่ะหลวงพ่อ หนูไม่ได้บ้า แต่เรื่องที่หนูเจอมันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ”

“ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่จิตนะโยม จิตจะกำหนดให้โยมเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง”

“หมายความว่าอะไรคะหลวงพ่อ”

“ถึงเวลานั้นโยมก็จะรู้เอง เลือกเอง แต่จำไว้ว่าเส้นทางมีเพียงหนึ่ง เมื่อโยมเลือกทุกอย่างจะไม่มีวันเหมือนเดิม”

“อะไรไม่เหมือนเดิมล่ะคะ หนูจะตายเหรอคะ”

หลวงพ่อหลับตาลงนิ่งไม่ตอบ อัญมายังซักถามด้วยความอยากรู้ แต่ภควัตทำเสียงดุปราม แล้วทั้งคู่ต้องชะงัก หยุดฟังหลวงพ่อกล่าวอย่างสงบนิ่ง

“โยมจะสมปรารถนาในสิ่งที่หวัง แต่ต้องแลกด้วยชะตากรรมของคนที่โยมรัก”

“คนที่ฉันรัก...คุณพ่อ คุณแม่ หนูจะได้กลับไปโลกคุณหนูอัญมาใช่ไหมคะ”

“ที่ผ่านมาชีวิตหนึ่งสละเพื่ออีกชีวิต กรรมถึงผูกพันโยมสองคนไว้”

“เราสองคน?” สองหนุ่มสาวประสานเสียงและหันมองหน้ากันเองด้วยความสงสัย พอหันกลับไปหาหลวงพ่อ ปรากฏว่าไม่มีท่านตรงนั้นแล้ว...

ครู่ต่อมา ภควัตกับอัญมาไปให้อาหารปลาที่ท่าน้ำภายในวัด อัญมายังข้องใจว่าหลวงพ่อกับเจ้าแม่รัศมีพูดเหมือนกันเรื่องผู้กองกับตนมีกรรมต่อกัน

“แหงอยู่แล้ว ผมเจอคุณนี่ก็กรรมชัดๆ”

ผัวะ! อัญมาฟาดฝ่ามือเข้ากลางหลังภควัตอย่างแรง

“เจ็บนะคุณ ทำไมชอบใช้ความรุนแรงกับผม”

“ปากอย่างผู้กอง แค่นี้น้อยไป สรุปว่าฉันก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรมากขึ้น”

“เอาน่า อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าคุณหนีผมไปไม่ได้อีกนาน” เขายั่วเย้าพลางลอยหน้าเข้าไปใกล้ ทอดสายตาใส่จนเธอขวยเขิน ผลักอกเขาออกห่างพร้อมกับกลบเกลื่อนอาการ

“นี่แหละความซวยของฉัน เจอใครไม่เจอ ดันต้องมาเจอคุณ”

“หรืออยากเจออธิคม”

“ตายแล้ว...ฉันต้องเข้าไปบ้านพี่บังแล้ว สายป่านนี้อธิคมคงถามหาฉันแล้ว”

อัญมานึกได้ก็ร้อนรนจะไป ภควัตดึงแขนเธอไว้ บอกให้รู้ว่าเมื่อเช้าตนเห็นอธิคมมาหาเธอที่บ้าน เธอต้องระวังตัวด้วย

“ไม่เป็นไร ฉันดูแลตัวเองได้ ตั้งแต่ขนของคราวก่อนท่าทางอธิคมแปลกไป เขาพูดเรื่องอยากเลิก อยากมีชีวิตใหม่ ไม่อยากติดคุกอีก”

“ถ้าไม่พูดเพื่อหลอกเอาใจคุณ ก็แสดงว่าอธิคมกำลังมีปัญหากับคนในแก๊ง ถ้าเราแยกอธิคมกับนายวินิจได้ เราอาจจะปราบแก๊งนี้ได้เร็วขึ้น”

ภควัตแววตามุ่งมั่นต้องการปราบแก๊งนายวินิจให้สำเร็จ อัญมาเองก็พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่

ooooooo

อัญมามาพบอธิคมที่ค่ายมวยแล้วโดนเขาบังคับไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเลือด ส่วนภควัตกลับไปยังฐานลับของตำรวจ เร่งค้นหาข้อมูลโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบว่ามีคนไข้ชื่ออัญมาอย่างที่ไอ้อัญบอกหรือไม่

อธิคมต้องการให้ไอ้อัญตรวจเลือดเพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้เป็นโรคร้าย แต่เธอหัวไวออกอุบายกับพยาบาล จนไม่ต้องเจาะเลือดแถมยังหลบอธิคมขึ้นไปถึงห้องที่ไอ้อัญตัวจริงนอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา

อัญมาแค้นใจและต้องการร่างของตนคืน เธอจะบีบคอไอ้อัญแต่มีชายสองคนที่อรรณพจ้างเฝ้าลูกสาวเข้ามาเจอ จึงวิ่งหนีออกจากห้องเกือบชนภรณีกับอรรณพ ทั้งคู่เห็นเธอเต็มตา ภรณีประหลาดใจอุทานเสียงดังว่าลูกอัญ ขณะที่อัญมาก็พยายามร้องบอกท่านว่าตนคือลูก

แต่แล้วเธอก็หมดสิทธิ์ใกล้ชิดอรรณพกับภรณีเพราะชายสองคนไล่กวดมาพร้อมกับตะโกนบอกว่ามันจะฆ่าคุณหนู อัญมาตัดสินใจวิ่งหนีลงบันไดโดยที่ชายสองคนยังคงวิ่งตาม ส่วนสองสามีภรรยายืนตะลึง สงสัยที่เด็กคนนั้นคล้ายลูกอัญของตน

อธิคมกำลังมองหาอัญมา ได้ยินเสียงเอะอะตรงบันไดเลยวิ่งออกไปดู เป็นจังหวะที่อัญมากำลังจะถูกชายสองคนรวบตัว อธิคมพุ่งเข้าชกหน้าคนหนึ่งล้มลงแล้วจะช่วยอัญมา แต่เธอเสียหลักหงายหลังตกบันไดลงมาแน่นิ่ง ในขณะเดียวกันที่ห้องคนไข้พิเศษไอ้อัญในร่างอัญมาลืมตา เสียงเครื่องวัดการเต้นของสัญญาณชีพจรดังขึ้น

ห้วงเวลาที่อัญมานอนนิ่งไม่ไหวติงตรงเชิงบันได เธอกลับเห็นภาพในวันที่ตัวเองตกน้ำและเกือบขาดใจตายถ้าไม่ได้ภควัตมาช่วยไว้ แต่ทันใดเหมือนเธอถูกผลักเข้ามาในที่แห่งหนึ่งที่มีแสงสว่างเรืองรอง มองเห็นหลวงพ่อยืนสงบนิ่ง

“หลวงพ่อคะ นี่มันอะไร หนูกำลังจะกลับไปเป็นคุณหนูอัญมาเหมือนเดิมใช่ไหมคะ”

“ถึงเวลาที่โยมต้องเลือก ทุกอย่างจะกลับไปสู่จุดตั้งต้น จะเหลือเพียงชีวิตเดียว”

“เหลือชีวิตใครคะ คุณหนูอัญมาหรือไอ้อัญติดยา”

“ขึ้นอยู่กับโยมเลือก”

“เหลือเพียงชีวิตเดียว” อัญมาพึมพำแล้วตัดสินใจแน่วแน่ “หนูไม่อยากเป็นไอ้อัญติดยา ชีวิตมันไม่มีอะไรดี หนูจะเป็นคุณหนูอัญมา หนูเลือกชีวิตคุณหนูอัญมา”

ทันทีที่สิ้นเสียง...อัญมาเหมือนถูกดูดร่างลอยขึ้นไปในอากาศอย่างแรง!!

พลัน! ร่างอัญมาในห้องคนไข้พิเศษสะดุ้งเฮือกขึ้นมาทั้งตัว ภรณีกับอรรณพดีใจมากที่ลูกสาวฟื้น ส่วนอัญมาก็ร่ำร้องด้วยความดีใจสุดๆ

“อัญกลับมาแล้ว อัญกลับมาเป็นคุณหนูอัญมาแล้ว อัญไม่ใช่ไอ้อัญเด็กติดยาคนนั้นอีกแล้ว”

“ลูกอัญ...ลูกพูดอะไร” ภรณีสงสัย แต่อรรณพดูเหมือนจะเข้าใจ บอกว่าลูกอาจกระทบกระเทือนทางสมองตอนตกจากสะพาน

“ไม่ใช่ค่ะ คืออัญไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่อัญดีใจมากที่ได้กลับมาเป็นลูกคุณพ่อคุณแม่”

“โชคดีเหลือเกินที่มีคนโดดลงไปช่วยลูกไว้”

ฟังอรรณพพูดแล้วอัญมานิ่วหน้าถามว่าใครที่ช่วยตน พริบตานั้นประตูห้องเปิดออก ภควัตก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มแสนสุภาพ

“ผู้กองภควัต” อัญมาเสียงแผ่ว สีหน้าท่าทีรู้จักเขาดี แต่เขากลับอึ้งๆ นึกทบทวนนิดหน่อยก่อนจำได้ว่าเคยเจอเธอสองครั้งที่งานแฟชั่นกับจับยาบ้าในห้างสรรพสินค้า แต่เขาไม่รู้จักไอ้อัญที่เธอเอ่ยชื่อมา

ภควัตยิ่งพูด อัญมาก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ ทำไมเขาเปลี่ยนไป พูดจาห่างเหินไม่มีท่าทีสนิทสนมกันเหมือนเคย

“ขอโทษด้วยนะคะ ลูกอัญเพิ่งฟื้น อาจจะสับสนไปหน่อย” ภรณีออกตัว

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ ถ้าลูกสาวคุณปลอดภัยแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ ผมต้องไปทำงาน”

“คุณจะไปที่ชุมชนบัวสวรรค์ ปลอดยาเสพติด”

ภควัตแปลกใจถามอัญมาว่ารู้ได้ยังไง

“ฉันบอกไป ก็ไม่มีใครเชื่อหรอก”

“ลูกอัญ แม่ว่าลูกพักก่อนเถอะนะ”

“ขอบใจมากนะผู้กองภควัต ครอบครัวเราเป็นหนี้บุญคุณผู้กอง”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเป็นตำรวจมีหน้าที่รับใช้ประชาชนอยู่แล้ว ลานะครับ”

ภควัตไหว้อรรณพกับภรณีแล้วหันมายิ้มบางๆให้อัญมาก่อนเดินออกไป

“อัญไม่ได้จะโดดน้ำฆ่าตัวตายนะคะ แล้วอัญก็รู้จักผู้กอง อัญมีเรื่องจะเล่าตั้งเยอะ คุณแม่ต้องเชื่ออัญนะคะ”

“แม่รู้จ้ะ ลูกของแม่เป็นคนเข้มแข็ง มันคงเป็นอุบัติเหตุลูกถึงได้ตกลงไป”

“พ่อว่าลูกอย่าเพิ่งคิดอะไรเลยนะ”

“อัญได้คุณพ่อคุณแม่ ได้ชีวิตอัญกลับมา อัญก็ดีใจแล้วค่ะ” อัญมาโผเข้ากอดพ่อกับแม่ด้วยใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม

หลังจากนั้นอัญมากลับมาใช้ชีวิตคุณหนูที่บ้านเหมือนเดิม แต่ไม่ทันข้ามคืนก็นึกถึงคำพูดของหลวงพ่อที่ว่า เมื่อโยมเลือก...ทุกอย่างจะกลับไปสู่จุดตั้งต้น จะเหลือเพียงชีวิตเดียว

“เหลือชีวิตเดียว ถ้าฉันอยู่ที่นี่ แล้วไอ้อัญล่ะ”

เพียงเช้าวันถัดมา คุณหนูอัญมาก็ขับรถคันหรูไปยังชุมชนบัวสวรรค์ ปรากฏว่าที่นั่นไม่มีใครรู้จักเธอ แม้แต่อุบลก็บอกว่าตนไม่เคยมีลูกสาว ไม่มีคนชื่อไอ้อัญ

อุบลปฏิเสธพัลวันแล้วเข็นรถหนีไป อัญมาไม่เข้าใจ บ่นกับตัวเองว่าโลกนี้มีป้าอุบล มีนวย แต่ไม่มีไอ้อัญ แล้วจ่าเดชกับผู้กองภควัตล่ะ?

เพื่อให้ได้ความกระจ่าง อัญมาไปที่โรงพักถามหาจ่าเดชกับผู้กองภควัต พอรู้ว่าทั้งคู่ไปจับยาบ้า เธอรีบร้อนไปยังที่เกิดเหตุ เห็นจ่าถูกยิงบาดเจ็บที่แขนเล็กน้อย ผู้กองภควัตถูกยิงอกเลือดทะลักอาการเป็นตายเท่ากัน

อัญมายืนตะลึงอยู่ท่ามกลางผู้คน นึกถึงคำพูดของหลวงพ่อ “โยมจะสมปรารถนาในสิ่งที่หวัง แต่ต้องแลกด้วยชะตากรรมของคนที่โยมรัก”

“ผู้กองภควัต” อัญมาอุทาน สีหน้าคาดไม่ถึงกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป เธอรีบกลับบ้านด้วยความรู้สึกสับสน วุ่นวายใจ “ฉันได้กลับมาอยู่โลกของฉัน โลกที่ไม่มีไอ้อัญ โลกที่ผู้กองภควัตถูกอธิคมยิงจนตาย...

นี่มันอะไรกัน ฉันได้กลับมาอยู่ในโลกของฉัน คุณหนูอัญมา แต่ไม่มีไอ้อัญ”

อัญมาพุ่งไปที่คอมพิวเตอร์ เสิร์ชข้อมูลจากกูเกิลและเว็บต่างประเทศ

“วิทยาศาสตร์บอกว่าอาจจะมีเอกภพอื่นๆที่มีกฎทางฟิสิกส์ มีค่าคงที่เหมือนโลกที่เราอยู่ แต่คนละสถานะกัน มันเป็นเอกภพคู่ขนานที่ติดต่อกันได้ มันสัมพันธ์กันด้วยกระบวนการ Quantum superposi-tion ที่เรียกว่าโลกคู่ขนาน...โลกคู่ขนาน มีฉันแต่ไม่มีไอ้อัญ”

อัญมาทบทวนคำพูดของหลวงพ่อและตอนที่อุบลเล่าเรื่องเอาลูกสาวมาทิ้งไว้หน้าบ้านเศรษฐี แล้วคิดได้วิ่งออกจากห้องไปที่ตู้เซฟ ลองหมุนรหัสแต่เปิดไม่ออก จึงใช้วันเกิดของตัวเอง ปรากฏว่าเปิดได้ ภายในมีกล่องเครื่องประดับ โฉนดที่ดิน และแฟ้มเอกสารหลายอัน

เธอไม่สนใจของมีค่าแต่ดึงแฟ้มเอกสารออกมาเปิดดูอย่างเร่งรีบ สายตาหยุดลงที่เอกสารเก่ามีรูปเด็กทารกถ่ายกับอรรณพและภรณีเมื่อ 22 ปีก่อน...เห็นข้อความแล้วหน้าซีดเผือด

“ฉันเป็นลูกบุญธรรมของคุณพ่อคุณแม่” อัญมาไม่อยากเชื่อ ย้อนคิดที่อุบลเล่าเรื่องเอาลูกไปทิ้งหน้าบ้านเศรษฐีก็ยิ่งใจเสีย เอ่ยเสียงสั่นเครือ

“จริงๆแล้วฉันคือลูกป้าอุบลที่ตั้งใจเอามาทิ้ง แล้วคุณพ่อคุณแม่รับเลี้ยงฉันมา”

อัญมากลั้นสะอื้นไม่อยู่...พลันได้ยินเสียงหลวงพ่อดังเข้ามาในความคิด

“โยมจะสมปรารถนาในสิ่งที่หวัง แต่ต้องแลกด้วยชะตากรรมของคนที่โยมรัก”

“ผู้กองภควัต” อัญมาอุทาน ใจหายวาบ นึกถึงภาพและแววตาผู้กองที่เคยบอกด้วยอุดมการณ์มุ่งมั่น

“ครั้งหนึ่งฉันก็เคยคิดสั้นเหมือนเธอ แต่คนที่ตายไปเขาไม่ยอมให้ฉันคิดแบบนั้น ฉันถึงต้องมีชีวิตอยู่ แล้วก็เป็นตำรวจ เพราะว่าสักวันหนึ่งฉันจะทำให้โลกนี้สังคมนี้ดีขึ้น”

อัญมาสับสนว้าวุ่น อยากรู้ความจริง ออกจากบ้านมุ่งหน้าไปวัด เหลียวซ้ายแลขวามองหาหลวงพ่อ แล้วสะดุ้งตกใจที่จู่ๆท่านมายืนสงบนิ่งอยู่ไม่ไกล

“มาหาอาตมาหรือโยม”

“หลวงพ่อคะ มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นกับหนู”

“อาตมารู้แล้ว”

“หลวงพ่อบอกหน่อยได้ไหมคะ หนูควรจะทำยังไง นี่มันคือโลกคู่ขนานใช่ไหมคะ โลกที่มีอัญมาลูกนางอุบลแค่คนเดียว”

“ใช่”

“เพราะอะไรคะ ทำไมถึงไม่ให้หนูเป็นคนใดคนหนึ่ง ทำไมต้องให้หนูเรียนรู้ทั้งชีวิตคุณหนูอัญมา ทั้งไอ้อัญที่ติดยา”

“โลกนี้ก็เหมือนดนตรี มีท่วงทำนองชีวิตที่โลดแล่นต่างกันไป ชีวิตคนย่อมมีทุกข์ สุข สลับเปลี่ยนกันไป หากทุกคนเลือกเกิดได้ตามใจอยาก โลกก็คงมีแต่ ท่วงทำนองที่สับสนวุ่นวาย เพราะคนก็จะเลือกแต่ความสุข ไม่มีใครอยากเป็นทุกข์”

“หมายความว่าที่หนูเลือกได้เพราะหนูกำลังต้องเรียนรู้ชีวิตที่แท้จริง ชีวิตทั้งสองด้านที่มีทั้งสุขมากและทุกข์มาก ไม่ว่าจะเลือกด้านไหนมันก็คือชีวิตที่เกี่ยวข้องกับทุกคนที่อยู่รอบๆตัว อัญมา...ลูกสาวนางอุบลกับนายรัตน์ เรืองเดช นายรัตน์ที่ตายเพราะช่วยเด็กผู้ชายคนหนึ่ง”

“โยมรู้จักเด็กผู้ชายคนนั้นดี”

“ใครคะ เด็กผู้ชายคนที่นายรัตน์พ่อที่แท้จริงของหนูช่วยไว้”

“ถึงเวลา...โยมก็จะรู้ว่าโลกนี้มีสิ่งผูกพันกันอย่างไม่น่าเชื่อ ขอให้มีสติ มีกำลังใจที่ดีแก้ปัญหาทุกอย่าง สิ่งดีงามจะรอเราอยู่ข้างหน้า”

อัญมาฟังแล้วใช้สติคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจไปยืนบนสะพาน สายตาจับจ้องแผ่นน้ำเบื้องหน้า คิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทั้งตอนเป็นคุณหนูไฮโซและช่วงเวลาที่อยู่ในร่างไอ้อัญเด็กติดยา แล้วสรุปได้ว่า

“ชีวิตฉันยังมีค่า มีความหมายกับใครบางคน...

ถ้านี่คือโลกคู่ขนาน ถ้าฉันถูกกำหนดให้มีโอกาสอีกครั้งในชีวิต ฉันขอเลือกชีวิตที่ความหมาย ชีวิตที่ได้ทำความดีเพื่อคนอื่น ชีวิตที่จะได้ช่วยเด็กอีกมากมายไม่ให้ต้องตก

เป็นเหยื่อของยานรก...คุณพ่อคุณแม่คะ ขอให้อัญได้ใช้ชีวิตที่มีอยู่อย่างมีค่า ขอให้อัญได้กลับไปโลกคู่ขนาน โลกอีกใบที่เป็นชีวิตจริงของอัญมา ให้อัญได้ทำบางอย่างที่มีความหมายกับชีวิตคนอีกหลายคน”

อัญมาทิ้งตัวลงจากราวสะพานลงสู่เบื้องล่างแม่น้ำกว้าง ไม่มีอาการดิ้นรน ร่างจมลงเรื่อยๆ เสียงเจ้าแม่รัศมีและหลวงพ่อดังกึกก้อง

“กรรม...วิญญาณคนตายผูกเจ้าสองคนไว้ด้วยกัน หนีกันไม่พ้น”

“ที่ผ่านมา ชีวิตหนึ่งสละเพื่ออีกชีวิต กรรมถึงผูกพันโยมสองคนไว้”

อัญมาอ่อนแรงกำลังจะหมดสติ พลันได้ยินเสียงเรียกของภควัต เธอสะดุ้งเฮือก ทะลึ่งตัวขึ้นเหนือน้ำเพื่องับอากาศหายใจ

ทันใดที่เธอลืมตาก็เห็นหน้าภควัตอยู่ใกล้มากๆ อารามดีใจลุกพรวดจับคอเสื้อเขาเหมือนจะพิสูจน์ว่าไม่ได้ฝันไป...ผู้กองไม่ได้ถูกยิง และตัวเธอเองก็ไม่ได้อยู่ในน้ำ แต่อยู่ในห้องตรวจของโรงพยาบาลเพราะตก

บันไดลงมาแน่นิ่งตอนหนีชายสองคนแล้วอธิคมพยายามจะช่วยเหลือ

อัญมาโล่งใจที่ภควัตไม่ตาย และได้กลับมาเป็นไอ้อัญอย่างที่หวัง เธอบอกผู้กองคร่าวๆว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เล่าไปเขาก็ไม่เข้าใจ

“นับวันยิ่งเพี้ยนนะเรา”

“แล้วผู้กองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“ฉันต้องถามเธอมากกว่า มาที่นี่กับอธิคมทำไม”

ภควัตเล่าว่าขวัญอนงค์โทร.บอกตนว่าวรจันทร์ไม่สบาย ตนรีบมาเยี่ยมป้าแต่พอมาถึงก็เห็นเธอนอนสลบ อธิคมรีบเข้าไปดูพร้อมด้วยพยาบาล ช่วยกันพาเธอไปที่ห้องตรวจ

“เธอมาทำอะไรที่นี่กับอธิคม”

“เรื่องมันยาว...ยาวมาก แล้วคุณเห็นบอดี้การ์ดสองคนที่วิ่งไล่ตามฉันมั้ย”

“ไม่มี เห็นแต่เธอกับอธิคม”

“บอดี้การ์ดของคุณพ่อคุณแม่ล่ะ ฉันตกบันไดเพราะสองคนนั่นวิ่งตามมา”

“เพ้ออะไรอีก”

“ฉันจะพูดให้ฟัง คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ ฉันตกบันไดเพราะถูกบอดี้การ์ดของคุณพ่อคุณแม่เข้าใจผิด แล้วฉันได้กลับไปเป็นคุณหนูอัญมาแล้ว เวลาทุกอย่างหยุดนิ่ง ย้อนกลับไปวันที่ฉันตกน้ำ รู้ไหมฉันเจอคุณที่โลกคู่ขนาน โลกของคุณหนูอัญมา คุณก็ช่วยฉันไว้”

“โลกคู่ขนาน หมายความว่าอะไร มีผมอีกคนเหรอ”

“ไม่ใช่...มีคุณคนเดียว แต่อยู่อีกโลกนึง โลกที่ฉันเป็น คุณหนูอัญมา คุณช่วยชีวิตฉันตอนที่ฉันตกน้ำ ฟื้นขึ้นมาเจอคุณ แล้วคุณก็ไปจับยาบ้า”

“ผมจัดการผู้ร้าย จับยัดเข้าคุกได้ทั้งแก๊งเลยใช่มั้ย”

“นี่คุณไม่เชื่อที่ฉันพูดเลย ยังจะมาล้อเล่นอีก”

ภควัตอมยิ้มเข้ามาจับไหล่เธอและจ้องหน้า “อัญมา ผมว่าสมองคุณกระทบกระเทือนมาก นอนพักซะ”

“ฉันไม่ได้บ้านะ เอ๊ะ แล้วนี่คุณเข้ามาได้ยังไง”

“ลืมไปแล้วเหรอว่าผมเป็นตำรวจ ผมจะบอกให้หมอสั่งคุณนอนพัก ห้ามเยี่ยม”

“แต่อธิคมรอฉันอยู่”

“ให้มันรอไป ผมบอกแล้วว่าห้ามเยี่ยม”

เสียงมือถือภควัตดัง...ขวัญอนงค์โทร.มาตาม เขากดรับ พูดสองสามคำก็วางสาย สำทับอัญมาให้อยู่ที่นี่เขาไปเยี่ยมคุณป้าแล้วจะรีบมาหา ห้ามออกไปกับอธิคมเด็ดขาด

อัญมารับรู้และรู้สึกผ่อนคลายขึ้น แต่พอเขาลับกายออกไปก็ลุกพรวด คิดถึงพ่อกับแม่และไอ้อัญ เธอวิ่งออกไป หน้าห้องผู้ป่วย ถามพยาบาลว่าคุณหนูอัญมา พิบูลย์สุวรรณ ออกจากโรงพยาบาลไปแล้วหรือ

“ไม่มีนะคะ ไม่มีคนป่วยชื่ออัญมา”

คำตอบนั้นทำให้อัญมานึกได้ “ใช่สิ ไม่มีไอ้อัญ แล้ว เหลือแค่ฉันคนเดียว”

อรรณพกับภรณีเดินออกมาหลังจากตรวจร่างกาย อัญมาดีใจวิ่งเข้าไปหาเรียกพวกเขาว่าพ่อแม่ แต่ทั้งคู่ทำหน้างงๆ บอกว่าหนูจำคนผิดหรือเปล่า เราไม่มีลูก

อัญมานิ่งอึ้ง มองตามสองสามีภรรยาเดินจากไป ครุ่นคิดอยู่ในใจว่า “โลกคู่ขนาน ถ้ามีไอ้อัญก็จะไม่มีคุณหนูอัญมา มีแค่ชีวิตเดียวที่ต้องเดินต่อไป ฉันเลือกเอง ฉันเลือกเป็นไอ้อัญ ที่โตมากับแม่ชื่ออุบล ถึงไม่มีตัวตนของคุณหนูอัญมาอีก ถ้าฉันเป็นไอ้อัญฉันยังทำประโยชน์ได้ อย่างน้อยฉันจะช่วยให้คนดีอย่างผู้กองภควัตไม่ถูกยิงตาย”

เธอยอมรับแล้วในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจ...ฝ่ายภควัตที่ไปเยี่ยมวรจันทร์ซึ่งมีอภิกานต์กับขวัญอนงค์เฝ้าอยู่ พอเห็นชัดเจนว่าป้าไม่เป็นอะไรมากแค่อาหารเป็นพิษ ก็รีบขอตัวเดินตามอัญมาที่เห็นหลังไวๆ ขวัญอนงค์ตาดีรีบก้าวตามด้วยความสงสัย

อัญมาเดินมาเจออธิคมแล้วถูกเขาซักฟอกว่าหมอให้กลับบ้านได้แล้วหรือ ทำไมไม่รอตน

“ก็นี่แหละฉันจะออกมาหาพี่คม”

“หมอบอกว่าเธอต้องนอนพัก ห้ามเยี่ยม เป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่าอัญ”

อธิคมจับแขนเธอ แววตาและน้ำเสียงห่วงใยจนอัญมาหน้าร้อนผ่าว...ภควัตเดินมายืนมองอยู่ห่างๆ ชักสีหน้าหึงหวงไม่รู้ตัว

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย ฉันไม่ชอบโรงพยาบาล กลับบ้านเถอะพี่คม วันนี้ฉันเหนื่อยมาก มีเรื่องอะไรเยอะแยะไปหมด ฉันอยากกลับบ้าน”

อัญมาจับแขนอธิคมพากันเดินไป ภควัตยิ่งหน้าตึง ขวัญอนงค์แอบมอง เข้าใจว่าสองคนนั้นเป็นแฟนกัน กลับมาเล่าให้พ่อกับแม่ฟังเป็นตุเป็นตะ
“ผู้หญิงคนนั้นกลับไปกับแฟน พี่วัตท่าทางไม่ค่อยจะพอใจ”

“อยากรู้จริงๆ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

“ดูจากการแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วไม่น่าที่คุณหญิงวรจันทร์จะต้องสนใจขนาดนี้”

“ไม่ได้นะคุณ ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้ตาวัตก็ต้องสนใจไว้ก่อน สุคนธรสทำตาวัตเกือบเสียผู้เสียคนไปทีนึงแล้ว ฉันไม่อยากเห็นตาวัตต้องเจ็บเพราะความรักอีก”

“ใช่ค่ะ น้องก็ไม่ยอมให้พี่วัตไปรักผู้หญิงใจร้ายอีกแล้ว พี่วัตน่าสงสารนะคะ รักใครรักจริง รักเขาจนหมดหัวใจ”

“ก็อย่างที่บอกน่ะแหละ คนนี้อาจจะเป็นญาติของคนที่ตาวัตทำคดีให้หรืออาจจะรู้จักเพราะงานก็ได้ ตาวัตบอกว่ากำลังสืบเรื่องพ่อค้ายาอยู่ไม่ใช่เหรอ อาจจะเป็นคนในชุมชนที่ตาวัตไปฝังตัวก็ได้”

“นั่นยิ่งไม่ได้เลยนะคะ ใครที่ไหนก็ไม่รู้”

“น้องรับรองค่ะ เรื่องนี้น้องจะต้องสืบมาให้ได้ น้องไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนไหนมาทำให้พี่ชายของน้องอกหักอีกแล้ว”

วรจันทร์ยิ้มกริ่มพอใจในความมุ่งมั่นของลูกสาว

ooooooo

ออกจากโรงพยาบาลมาแล้วอธิคมให้อัญมา

กลับไปพักผ่อนที่บ้าน แต่พอเดินผ่านร้านกาแฟ โชคไม่ดีเจอแอนนี่กำลังเจ๊าะแจ๊ะภควัตแบบถึงเนื้อถึงตัว จิ๊บก็อยู่ด้วย เห็นแล้วหมั่นไส้ยุให้ไอ้อัญตบสั่งสอนหล่อนซะบ้าง

อัญมาไม่เอาด้วย พูดดังๆว่าแฟนไม่รักดีชอบกินของเน่าของบูดก็ตามใจ...ว่าแล้วสะบัดหน้าออกไป ภควัต จะลุกตามแต่โดนแอนนี่ฉุดรั้งกอดรัดจนดิ้นไม่หลุด

จิ๊บเดินตามเซ้าซี้อัญมาเรื่องพี่วัตเซียนพระที่เป็นแฟนกันแต่ทำไมปล่อยให้แอนนี่คาบไปควง ถ้าหึงทำไมไม่จัดการไปเลย

อัญมาปากแข็งว่าไม่ได้หึงแต่โกรธ แล้วถามความเห็นจิ๊บว่าถ้ามีผู้ชายมาชวนไปมีชีวิตใหม่จะทำยังไง จิ๊บตอบโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลาว่าไปเลย เขาชวนแบบนั้นแสดงว่าเขารัก

เมื่ออัญมาเปิดประเด็นขึ้นมาทำให้จิ๊บอยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครแต่อัญมาไม่ตอบ เดินหนีเข้าบ้านเพื่อตัดบท จิ๊บยังอุตส่าห์ตามเข้ามาอีกแถมฟ้องอุบลด้วยว่ามีผู้ชายชวนไอ้อัญไปอยู่ด้วย

อุบลตกใจ เตือนลูกสาวจะรักชอบใครดูให้ดีๆ อัญมารับฟังและเรียกอุบลว่าแม่เป็นครั้งแรก ย้ำว่าแม่ไม่ต้องห่วง ไม่ว่าจะเรื่องผู้ชายหรือยาเสพติด ตนรู้จักผิดชอบชั่วดี แต่บางอย่างที่ตนกำลังทำอยู่เพราะมีเหตุผลที่บอกใครไม่ได้ ตนไม่ได้อยากใช้ยา แต่ตนยังต้องเกี่ยวข้องกับพี่บัง

“อัญ...มีปัญหาอะไรก็บอกแม่นะ จะได้ช่วยกันแก้”

“แกยังมีฉันด้วยนะไอ้อัญ”

“ขอให้เชื่อว่าฉันกำลังทำดี ทำเพื่อช่วยชีวิตคนคนหนึ่งที่เป็นคนดีมาก ขอให้ทุกคนเชื่อใจฉันนะ” อัญมาขอร้อง อุบลกับจิ๊บเลยนิ่งไป...

ภควัตแค่ถูกแอนนี่กอดหอมแต่เธอดันคุยโวราวกับตกเป็นเมียเขาเสียแล้ว แถมยังจงใจพูดให้อัญมาได้ยิน แต่พอภควัตปรากฏตัวด้วยท่าทีไม่สนใจ แอนนี่ก็เลยหน้าแตก ถูกนวยกับจิ๊บกระหน่ำซ้ำเติมจนร้องกรี๊ดอย่างเจ็บใจ

อัญมาถูกภควัตดึงตัวออกไปหาที่คุยกันตามลำพัง เขาอยากรู้ว่าอธิคมพูดอะไรเป็นเบาะแสส่งยาครั้งต่อไปบ้าง พอเธอบอกไม่มีก็ประชดประชันเรื่องอธิคมอย่างหึงหวง แต่ฟอร์มจัดไม่ยอมรับเมื่อโดนเธอดักคอ

วินิจวางแผนผลิตยาสูตรใหม่ที่ใช้น้อยแต่สนุกได้นาน ราคาไม่แพงมาก ที่สำคัญตรวจฉี่ก็ไม่เจอ เจาะตลาดเด็กเที่ยวโดยเฉพาะ ซึ่งสารตั้งต้นตัวใหม่นี้จะส่งมางวดหน้า...ปรากฏว่าตำรวจระแคะระคายเรื่องนี้ หัวหน้าชุดจึงมอบหมายงานให้ภควัตติดตามความเคลื่อนไหว ทำให้กฤษณ์แอบไม่พอใจที่ภควัตได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าทุกเรื่อง

หลังได้รับมอบหมายงาน ภควัตมาที่ชุมชนค้นหาตัวอัญมาแต่ไม่เจอ ปะเหมาะพอดีขวัญอนงค์โทร.ชวนกินข้าวที่บ้าน ก็เลยกลับบ้านไปก่อน...ส่วนอัญมาอยู่กับอธิคมที่ห้างสรรพสินค้า เธอแอบกินยารักษาอาการลงแดง แต่อธิคมตาไวรีบเดินมาถามว่ากินยาอะไร เธอเฉไฉเอาตัวรอดแต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเนียน

ด้านภควัตที่กลับไปกินข้าวพร้อมหน้าลุง ป้า และน้องสาว พร้อมด้วยแขกพิเศษสาวสวยที่ทุกคนคิดจะจับคู่ให้ ภควัตรู้แกวแกล้งแสดงกิริยาท่าทีดิบเถื่อน กินอาหารมูมมามจนหญิงสาวแสดงอาการรังเกียจและขอตัวกลับไปในที่สุด

วรจันทร์ไม่ค่อยพอใจหลานชาย คาดคั้นอยากเจอเพื่อนผู้หญิงที่เขาเคยพามาค้างอ้างแรมในบ้าน เพราะตนไม่อยากให้เขาเลือกพลาดจนต้องมานั่งเสียใจ เสียเวลา ภควัตรู้สึกลำบากใจ เลือกที่จะใช้ลูกนิ่ง...ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

เย็นนั้น อัญมากลับเข้าบ้านแล้วมีปัญหากับพ่อเลี้ยงอีก สัญชัยจ้องจะลวนลามลูกเลี้ยงทุกทีที่มีโอกาส แต่อัญมาก็ต่อสู้ขัดขืนทุกทีเหมือนกัน เธอทั้งเตะทั้งถีบเขาจนหงายเงิบแล้ววิ่งหนี อุบลกลับมาพอดี ร้องถามลูกสาวว่ามีเรื่องอะไรกัน อัญมาพูดได้สองคำ สัญชัยด่วนชิงฟ้องเสียก่อน

“ก็ไอ้อัญน่ะสิ มันจะเล่นยา ฉันอุตส่าห์พูดกับมันดีๆ มันก็ทั้งฟาดทั้งถีบหาว่ายุ่งเรื่องของมัน ไม่เชื่อค้นกระเป๋ามันสิ ยาบ้าอยู่ในนั้น”

อุบลได้ยินว่ายาบ้าก็โกรธทันที ดึงกระเป๋าสะพายจะค้น แต่อัญมาดึงกลับอย่างไม่ยอม สัญชัยได้ทีใส่ไฟ

“เห็นไหม มันไม่ยอมให้ค้นแสดงว่าที่ฉันพูดเป็นเรื่องจริง แถมในห้องมันก็มีเสื้อผ้าใหม่ๆ เต็มไปหมด น้ำหน้าอย่างมันถ้าไม่ไปขายยาจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อ จริงไหม”

“ไม่จริง!! ฉันเคยเลว แต่ไม่จำเป็นต้องเลวตลอดไป แต่คนใจต่ำอย่างแกน่ะสิ ขุดยังไงก็ไม่มีวันโผล่ขึ้นมาจากตม กลับไปกอดขวดเหล้าของแกเลยไป อย่ามา
ยุ่งเรื่องของฉัน”

“ไอ้อัญ ยังไงสัญชัยก็มีบุญคุณ เขาเคยหาเลี้ยงเรามา”

“คนอย่างนี้ฉันไม่มีวันนับเป็นพ่อ ไม่ต้องมาสอนฉัน”

“ดูนะอุบล ดูลูกแก ฉันเตือนด้วยความหวังดีนะ ดูมันด่าฉัน ไม่ให้ความเคารพฉัน ยาบ้าน่ะมันทำลายสมองลูกแกหมดแล้ว”

“ไอ้อัญ เอายาออกมาให้แม่”

อัญมากอดกระเป๋าแน่นไม่ยอม ทำให้อุบลยิ่งเชื่อสัญชัย คิดว่าลูกกลับไปเสพยาอีก ตบหน้าลูกสาวด้วยความโมโห

“แม่...ตบฉันทำไม”

“ไหนเอ็งว่ารู้จักผิดชอบชั่วดี กำลังทำดี นี่เหรอสิ่งที่เอ็งทำ ถ้าเอ็งกลับตัวกลับใจไม่ได้ก็อย่ามาโกหก”

“นี่แม่เชื่อมันเหรอ”

“เอ็งคิดว่าลูกกะผัว แม่เอ็งจะเชื่อใคร” สัญชัยยิ้มเย้ยสะใจ

อัญมาโกรธและน้อยใจอุบล สะบัดหน้าเดินหนีออกจากบ้าน ไม่ฟังเสียงเรียกของอุบลที่ให้กลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง

เสียงเอะอะโวยวายของอุบลที่จ้ำตามอัญมาทำให้ชาวบ้านใกล้เคียงพากันออกมาจับตามอง

“ไอ้อัญ เอ็งจะไปไหน จะไปขายยาอีกหรือเปล่า”

“ในเมื่อแม่ไม่เชื่อใจฉัน ฉันจะทำอะไร แม่ก็ไม่ต้องสนใจหรอก”

สัญชัยตามมาแดกดัน จะสั่งสอนสิ่งดีๆให้ไม่ชอบ บอกอุบลให้ปล่อยมันไปตกนรกอย่างที่มันชอบ

“แกน่ะสิต้องตกนรก ไม่ใช่ฉัน ไอ้พ่อเลี้ยงลามก”

“ไอ้อัญ...บอกแม่มา แกยังติดยา ขายยาใช่มั้ย”

“ฉันพูดไป ถ้าแม่ไม่เชื่อใจ เราก็ไม่มีวันคุยกันรู้เรื่อง”

ภควัตในคราบเซียนพระผ่านมาได้ยิน ตรงดิ่งมาถามว่ามีอะไรกัน อัญมาสบโอกาสให้เขาพาตนออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ตนจะฆ่าเดนมนุษย์หมกท่อ

“ใครทำอัญ บอกพี่” ภควัตจ้องสัญชัยอย่างเอาเรื่อง

อัญมาเห็นท่าไม่ดีรีบดึงแขนเขาออกห่าง “ป้าอุบลไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลอัญเอง”

อัญมาดึงภควัตออกไปอย่างเร็ว สัญชัยไม่พอใจ เป่าหูอุบลอีกระลอก

“ดูมัน ดูลูกสาวทรพีของแกนะอุบล ฉันเตือนด้วยความหวังดีแท้ๆ นี่มันคงติดผู้ชายล่ะสิ เอะอะถึงพากันไปง่ายๆ ระวังเถอะ อีกหน่อยก็ท้องไม่มีพ่อ”

อุบลคิดตามแล้วเป็นกังวล...ภควัตพาอัญมาไปที่บ้านเช่าของตน เห็นรอยแดงที่แก้มถามเธอว่าเจ็บมากไหม

“เสียใจมากกว่า ตอนนี้ฉันพอจะเข้าใจความรู้สึกของเด็กมีปัญหาขึ้นมาบ้างแล้ว มีพ่อเลี้ยงเลวว่าแย่แล้ว แต่ที่แย่กว่าก็ตรงที่แม่ไม่เชื่อที่เราพูด ไม่เชื่อใจลูกตัวเอง”

“แม่เค้าคงโกรธที่คิดว่าเธอโกหก ทำไงได้ ก็เธอเป็นคนมีประวัติมาก่อนนี่”

“มีประวัติว่าเคยติดยาก็เลยต้องถูกตราหน้าว่าไม่มีวันหลุดพ้นจากมันได้หรือไง”

“ทุกอย่างต้องอาศัยเวลานะอัญมา ถ้าเรามีหลักฐานจับแก๊งค้ายานายวินิจได้ ทุกคนก็จะเข้าใจเธอดีขึ้น รู้ว่าทั้งหมดเธอทำเพื่ออะไร”

“ก่อนถึงวันนั้นฉันต้องคลั่งแน่ๆ ฉันอยากจะเอายาในกระเป๋าไปปาหน้าไอ้สัญชัยว่าไม่ใช่ยาบ้าอย่างที่มันพูดปาวๆ”

“ขอบใจที่เธออดทน”

“อดทนแล้วต้องมานั่งเจ็บใจนี่มันคุ้มกันมั้ย”

“อัญมา ฉันรู้ว่าทำให้เธอตกที่นั่งลำบาก แต่เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ”

ภควัตส่งสายตาให้กำลังใจเธอเต็มที่...แล้วคืนนั้นอัญมาก็ไว้วางใจเขาจนยอมค้างที่นี่ โดยภควัตให้เธอนอนข้างใน ส่วนตัวเองออกไปนอนนอกห้อง

เช้าขึ้นอุบลมาเอะอะโวยวายเรียกหาลูกสาวที่หน้าห้องเช่า ภควัตอยู่กับจ่าเดช รีบให้จ่าหลบไปก่อนเพราะอุบลไม่ได้มาคนเดียว มีจิ๊บกับนวยมาด้วย เดี๋ยวความลับเรื่องตนเป็นตำรวจจะแดงแจ๋ขึ้นมา

อุบลไม่เจอลูกสาว ก่นด่าและทุบตีภควัตเป็นการใหญ่หาว่าจะหลอกฟันไอ้อัญแล้วทิ้ง จ่าเดชแง้มประตูห้องน้ำมองมา สยองที่ผู้กองเจอศึกหนัก จิ๊บเห็นท่าไม่ดีรีบกดโทรศัพท์หาอัญมา...

เวลานั้นอัญมาอยู่โรงพยาบาลกับอธิคม เธอมาคนเดียวเพื่อรับยารักษาอาการลงแดง โดยไม่รู้ว่าอธิคมแอบตามมา แต่ตอนนี้เธอกำลังโดนเขาคาดคั้นเรื่องยา พอดีจิ๊บโทร.หาก็เลยมีช่องทางเลี่ยงหนี

“ขอรับโทรศัพท์ก่อนนะพี่คม” พูดแล้วไม่รอคำตอบ กดรับแล้วอุทานแตกตื่น “ว่าไงนะ ได้ๆ ฉันจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”

“มีอะไร” อธิคมถามเร็วจี๋

“จิ๊บมันโทร.มาบอกว่าแม่ฉันไปอาละวาดใส่พี่วัต กำลังจะสับพี่วัตเป็นชิ้นๆ เหมือนไก่ทอด ฉันต้องรีบไปห้ามแม่ก่อน แล้วจะแวะไปหานะพี่คม”

อัญมารีบเก็บห่อยาและมือถือเข้ากระเป๋า หาทางชิงเอาตัวรอดไปก่อน อธิคมมองตามอย่างไม่วางใจ โทร.สั่งเก้าให้รีบไปที่บ้านไอ้วัตเซียนพระเดี๋ยวนี้เลย...

ภควัตวิ่งหนีอุบลออกมาหน้าบ้านกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ นวยเชียร์ให้เขาหนีไปเร็วๆ อุบลตามไม่ทัน ด่าลั่น

“ไอ้ขี้ขลาด ลูกข้าเป็นแฟนกับมันได้ไงวะ”

“เป็นฉัน...ฉันก็เผ่น ใครจะอยู่ ป้าเล่นด่าไฟแล่บขนาดนี้”

“ไอ้อัญมันจะดีจะเลว พี่วัตเขาไม่เกี่ยวหรอกนะจ๊ะป้า”

อุบลไม่พอใจที่นวยกับจิ๊บเข้าข้างไอ้เซียนพระ แว้ดใส่เสียงเขียว “พวกเอ็งไม่ต้องมาพูดเข้าข้างมัน ถ้าไอ้อัญไม่กลับบ้าน ข้าจะมาเล่นมันอีกคอยดู”

เก้ายืนมองจากมุมหนึ่ง เห็นกับตาว่ามีเรื่องกันจริง จึงโทร.ไปรายงานอธิคมว่าไอ้อัญไม่ได้โกหก...ฝ่ายจ่าเดชยังอยู่ในห้องเช่า เห็นไอ้เก้าเต็มสองตา

“พวกไอ้อธิคมมันมาสอดส่องตลอดเลย ต้องเตือนผู้กองซะแล้ว”

อัญมากลับเข้ามาในชุมชนแต่ไม่ทันได้เจอภควัตก็โดนคนของอธิคมกระชากกระเป๋าเอาห่อยาที่เพิ่งได้จากโรงพยาบาลไปโดยไม่แตะต้องเงินทองของมีค่าอะไรเลย

เมื่อเธอได้เจอภควัตจึงเล่าให้ฟังอย่างร้อนรน กลัวอธิคมจะรู้ความจริงว่าเธอต้องการเลิกเสพยา

“ใจเย็นๆก่อน อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้”

“ไม่ทันแล้ว ตอนนี้ฉันกลัวจนจับไข้แล้วเนี่ย”

“เธอกลัวอธิคมด้วยเหรอ ฉันคิดว่าเธอชอบมัน ซะอีก”

“นี่ผู้กอง ถ้าไม่ใช่สายตำรวจ ฉันอาจจะชอบอธิคมขึ้นมาจริงๆก็ได้”

“ฉันขอเตือนให้คิดให้ดีๆ นั่นมันโจรค้ายา ทำลาย ชีวิตคนมาเป็นร้อยเป็นพัน”

“คนเราถ้าเกิดใจมันรักไปแล้ว ต่อให้เป็นเทพบุตร หรือโจรห้าร้อยก็ไม่ต่างกันหรอกผู้กอง ผู้หญิงยอมได้ทุกอย่าง”

“แสดงว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่คิดจะใช้สมองเลยใช่ไหม ใช้แค่อารมณ์กระเจิดกระเจิงตัดสินอย่างเดียว”

“ผู้กองต่างหากที่ไม่ใช้สมอง นี่คุยเรื่องรับมืออธิคมอยู่นะ ลากไปเรื่องอื่นทำไม”

ภควัตชะงัก ได้สติว่าอารมณ์หึงพาออกนอกเรื่องจริงๆ แต่ยังไม่วายดึงดันว่า “แล้วเธอมานอกเรื่องตามฉันทำไมล่ะ”

“คนบ้า...ผิดแล้วไม่ยอมรับผิดอีก” อัญมาค้อนขวับอย่างหงุดหงิด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เก้า สุภัสสรา” แย้มความลับเป็นเอฟซี “หมาก ปริญ” สบายใจ “พี่เชา” สายเฟรนด์ลี

“เก้า สุภัสสรา” แย้มความลับเป็นเอฟซี “หมาก ปริญ” สบายใจ “พี่เชา” สายเฟรนด์ลี
28 พ.ย. 2563

00:01 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2563 เวลา 02:20 น.